﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,003 --> 00:00:08,003

3
00:00:08,007 --> 00:00:12,007
(ดร.ขวัญชนก) สวัสดีค่ะ วันนี้นะคะเราจะมาเรียนกันในหัวข้

4
00:00:12,009 --> 00:00:16,009
สิ่งมีชีวิต

5
00:00:16,011 --> 00:00:20,011
สอนโดยครูขวัญชนก ศรัทธาสุข นะคะ

6
00:00:20,012 --> 00:00:24,012
หัวข้อนี้เป็นหัวข้อที่ 4.5 เป็นหัวข้อสุดท้าย

7
00:00:24,014 --> 00:00:28,014
นะคะ โดยหัวข้อนี้ประกอบไปด้วย

8
00:00:28,016 --> 00:00:32,016
เนื้อหา 2 ส่วนด้วยกันคือความหลากหลายของพันธุกรรม

9
00:00:32,016 --> 00:00:36,016
และการคัดเลือกโดยธรรมชาติ โดยมีจุดประสงค์ให้นักเรียน

10
00:00:36,018 --> 00:00:40,018
สามารถระบุ และอธิบายสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้นะคะ

11
00:00:40,019 --> 00:00:44,019
ต่อไปนี้ได้นะคะ ข้อแรกนะคะ อยากให้นักเรียน

12
00:00:44,022 --> 00:00:48,022
สามารถระบุสาเหตุ ที่ทำให้เกิดความหลากหลาย

13
00:00:48,022 --> 00:00:52,022
ทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตนะคะ สามารถอธิบายทฤษฎีคัดเลือดโดยธรรมชาติ

14
00:00:52,024 --> 00:00:56,024
เกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติ ชาลส์ ดาร์วิน

15
00:00:56,025 --> 00:01:00,025
และสุดท้าย อธิบายและยกตัวอย่างวิวัฒนาการ

16
00:01:00,026 --> 00:01:04,026
มาจาก

17
00:01:04,027 --> 00:01:08,027
วิวัฒนาการได้ค่ะ พร้อมกันหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มเรียน

18
00:01:08,029 --> 00:01:12,029
รู้กันเลยค่ะ ก่อนอื่นเลยนะคะ ครู

19
00:01:12,031 --> 00:01:16,031
อยากให้นักเรียนนะคะ มาทำความรู้จักกับ

20
00:01:16,032 --> 00:01:20,032
หอยมรกตนะคะ เป็นวิธีการศึกษา

21
00:01:20,034 --> 00:01:24,034
กรณีหนึ่งที่น่าสนใจ โดยที่ผู้ที่ทำการศึกษาหอยมรกตนะคะ

22
00:01:24,035 --> 00:01:28,035
ก็คือ ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา

23
00:01:28,038 --> 00:01:32,038
ค่ะ โดยเป็นคณะวิจัยจาก คณะวิทยาศาสตร์

24
00:01:32,039 --> 00:01:36,039
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หอยมรกตนี้นะคะ

25
00:01:36,040 --> 00:01:40,040
เราพบได้ที่ประเทศไทยนะคะ ทราบกันไหมคะ ว่า

26
00:01:40,041 --> 00:01:44,041
เราสามารถพบหอยมรกตได้ที่ไหนคะ

27
00:01:44,041 --> 00:01:48,041
ค่ะ หอยมรกตนะคะ เราสามารถพบได้ที่เกาะตาชัย

28
00:01:48,042 --> 00:01:52,042
ในจังหวัดพังงานะคะ โดยสาเหตุทีทางทีมวิจัย

29
00:01:52,043 --> 00:01:56,043
ให้ความสนใจหอยมรกต เพราะว่าหอยมรกต

30
00:01:56,044 --> 00:02:00,044
ที่พบที่เกาะตาชัย มีพบที่เวียนซ้าย

31
00:02:00,045 --> 00:02:04,045
มาถึงตรงนี้ สงสัยกันไหมคะว่า หอย

32
00:02:04,047 --> 00:02:08,047
มีทั้งเปลือกเวียนซ้ายและเวียนขวา สังเกต

33
00:02:08,048 --> 00:02:12,048
ได้อย่างไรนะคะ วิธีการสังเกตนะคะ

34
00:02:12,051 --> 00:02:16,051
ว่าให้เรานำปลายยอดแหลมของหอย

35
00:02:16,052 --> 00:02:20,052
และหันส่วนของปากเปลือกอยู่ทางด้านซ้ายนะคะ แต่

36
00:02:20,053 --> 00:02:24,053
ปากเปลือกอยู่ทางด้านซ้าย ก็จะเป็นหอยเปลือกเวียนซ้ายนะคะ

37
00:02:24,054 --> 00:02:28,054
ปากเปลือกอยู่ทางด้านขวา ก็จะเป็นหอยเปลือกเวียนขวาค่ะ

38
00:02:28,056 --> 00:02:32,056
ไปลองสังเกตกันดนะคะ

39
00:02:32,057 --> 00:02:36,057
ค่ะ หอยมรกตนะคะ ก็เป็นหอยศกุลเดียว

40
00:02:36,058 --> 00:02:40,058
กับหอยทากต้นไม้นะคะ ซึ่งหายตระกูลนี้นะคะ มีค่อนข้าง

41
00:02:40,059 --> 00:02:44,059
หลากหลายค่อนข้างสูง ทั้นสีสันของเปลือก ลวดลาย

42
00:02:44,061 --> 00:02:48,061
รวมทั้งเปลือกที่เวียนซ้าย และเปลือกที่เวียนข

43
00:02:48,063 --> 00:02:52,063
นั่นทำให้ทางทีมวิจัยนะคะ

44
00:02:52,064 --> 00:02:56,064
ว่าเพราะเหตุใด หอยมรกตที่ป่าไช

45
00:02:56,065 --> 00:03:00,065
จึงพบเฉพาะที่มีเปลือกเวียนซ้ายเท่านั้น เดี๋ยวเราจะได้ใช้ความรู้

46
00:03:00,066 --> 00:03:04,066
ที่เราจะเรียนมาทำความเข้าใจกับคำถามนี้กันค่ะ

47
00:03:04,067 --> 00:03:08,067
ค่ะ เรามาเริ่มทำความ

48
00:03:08,068 --> 00:03:12,068
เข้าใจกับคำว่าความหลากหลายทางพันธุกรรมก่อนนะคะ

49
00:03:12,070 --> 00:03:16,070
ก่อนอื่นนะคะ

50
00:03:16,071 --> 00:03:20,071
ครูอยากให้นักเรียนนึกถึงลักษณะต่าง ๆ

51
00:03:20,072 --> 00:03:24,072
นะคะ คำว่า "ประชากร" ก็คือกลุ่มมีชีวิต

52
00:03:24,072 --> 00:03:28,072
สปีชีส์เดียวกัน ที่อาศัยอยู่บริเวณแหล่งเดียวกัน

53
00:03:28,074 --> 00:03:32,074
ในระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง ทีนี้ลองดู

54
00:03:32,075 --> 00:03:36,075
จากในรูปนะคะ ประชากรในรูปนี้นะ

55
00:03:36,076 --> 00:03:40,076
คะ ที่มีความแตกต่างกัน

56
00:03:40,077 --> 00:03:44,077
ค่ะ เชื่อว่านักเรียนก็คงจะเห็นว่ามีลักษณะที่ต่างกัน

57
00:03:44,080 --> 00:03:48,080
มีตั้งแต่ลักษณะรูปร่าง ความสูง ลักษณะของ

58
00:03:48,082 --> 00:03:52,082
เส้นผม สีผม และสีตา และอาจจะมี

59
00:03:52,082 --> 00:03:56,082
ลักษณะอื่น ๆ อีกมากมายใช่ไหมคะ ค่ะ เรามาดูสัตว์

60
00:03:56,083 --> 00:04:00,083
ต่อไปเรามาดูตัวอย่างสัตว์กันบ้างนะคะ

61
00:04:00,083 --> 00:04:04,083
ก็คือสุนัขที่เป็นสปีชีส์เดียวกันทั้งหมดนะคะ แต่ว่า

62
00:04:04,086 --> 00:04:08,086
ต่างสายพันธุ์ มีลักษณะใดบ้างคะ

63
00:04:08,086 --> 00:04:12,086
ที่มีความแตกต่างกันของลักษณะดังนี้

64
00:04:12,088 --> 00:04:16,088
ค่ะ ก็คงจะเห็นว่ามีทั้งลักษณะของรูปร่าง

65
00:04:16,089 --> 00:04:20,089
ลักษณะเส้นขน สีขม ความสูง ลวดลาย แล้วก็

66
00:04:20,090 --> 00:04:24,090
อื่น ๆ  อีกใช่ไหมคะ อีกสักตัวอย่างนะคะ

67
00:04:24,091 --> 00:04:28,091
สำหรับตัวอย่างพืชนะคะ พืชในกะหล่ำ

68
00:04:28,092 --> 00:04:32,092
สายพันธุ์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นสปีชีส์เดียวกัน ลักษณะ

69
00:04:32,093 --> 00:04:36,093
ใดบ้างคะ ของกระหล่ำเหล่านี้แตกต่างกัน

70
00:04:36,094 --> 00:04:40,094
ค่ะ เชื่อว่าก็คงจะตอบว่า ลักษณะของ

71
00:04:40,095 --> 00:04:44,095
ใบ ลักษณะของดอก ดอก หรือลักษณะของ

72
00:04:44,096 --> 00:04:48,096
ลำต้น หรือสีลำต้น และลักษณะอื่น ๆ อีกนะคะ

73
00:04:48,098 --> 00:04:52,098
ค่ะ จะเห็นว่าในแต่ละสปีชีส์ก็จะมี

74
00:04:52,099 --> 00:04:56,099
ลักษณะที่มีความเฉพาะของสปีชีส์นั้นนะคะ

75
00:04:56,101 --> 00:05:00,101
โดยในประชาชนของสปีชีส์ในชนิดเดียวกัน ก็จะมี

76
00:05:00,102 --> 00:05:04,102
ลักษณะปรากฏที่ยังแตกต่างด้วยใช่ไหมคะ

77
00:05:04,103 --> 00:05:08,103
ซึ่งความแตกต่างระหว่างสมาชิกภายใน

78
00:05:08,103 --> 00:05:12,103
ประชากรนี้นะคะ ก็เป็นผลจากพันธุกรรม

79
00:05:12,105 --> 00:05:16,105
หรือความหลากหลายทางพันธุกรรมนั่นเองค่ะ

80
00:05:16,105 --> 00:05:20,105
และความหลากหลายทางพันธุกรรม

81
00:05:20,107 --> 00:05:24,107
ในประชากรสิ่งมีชีวิตนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร นักเรียน

82
00:05:24,108 --> 00:05:28,108
พอจะทราบไหมคะ ครูจะให้นักเรียนลองนึกถึงคำตอบ

83
00:05:28,109 --> 00:05:32,109
ประมาณ 10 วินาทีนะคะ [เสียงดนตรี]

84
00:05:32,110 --> 00:05:36,110

85
00:05:36,111 --> 00:05:40,111

86
00:05:40,112 --> 00:05:44,112
(ดร.ขวัญชนก) ค่ะ พอจะทราบคำตอบกันไหมคะ

87
00:05:44,113 --> 00:05:48,113
ถ้าใครยังนึกไม่ออก เรามาเริ่มนึกพร้อม ๆ

88
00:05:48,115 --> 00:05:52,115
พร้อม ๆ  กันเลยนะคะ ค่ะ ภาพนี้นะคะ

89
00:05:52,115 --> 00:05:56,115
เชื่อว่านักเรียนเห็นปุ๊บก็น่าจะตอบได้ว่าคือ

90
00:05:56,117 --> 00:06:00,117
รูปของเสือโคร่งองกอนะ

91
00:06:00,118 --> 00:06:04,118
นักเรียนได้เคยเรียนมาแล้วนะคะ ซึ่ง

92
00:06:04,119 --> 00:06:08,119
ลักษณะของโปรตีนที่สร้างขึ้นได้ ซึ่งโปรตีนก็

93
00:06:08,121 --> 00:06:12,121
ส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรม โดยจะขึ้นอยู่กับชนิดและ

94
00:06:12,122 --> 00:06:16,122
หน้าที่ของโปรตีนนั้น ๆ นะคะ ตัวอย่างเช่น

95
00:06:16,122 --> 00:06:20,122
การสร้างเมลานินของสีผมของเสือโคร่งนี่นะ

96
00:06:20,124 --> 00:06:24,124
ดังรูปนี้นะคะ แต่ในธรรมชาตินะคะ

97
00:06:24,125 --> 00:06:28,125
เราก็ยังพบเสือโคร่งขาวเบงกอลที่มีสีขน

98
00:06:28,126 --> 00:06:32,126
แตกต่างกันจากเสือโคร่ง

99
00:06:32,126 --> 00:06:36,126
คิดว่า เพราะเหตุใดค่ะ เสือ

100
00:06:36,127 --> 00:06:40,127
มีเสือขนที่ต่างจากเสือโคร่งทั่วไป ค่ะ

101
00:06:40,128 --> 00:06:44,128
นักเรียนเคยเรียนกันมาก่อนหน้านี้แล้วนะคะ

102
00:06:44,130 --> 00:06:48,130
ว่ามิวเทชันส่งผลให้เกิดการ

103
00:06:48,130 --> 00:06:52,130
เปลี่ยนแปลงของยีนนะคะ ซึ่งอาจทำให้

104
00:06:52,132 --> 00:06:56,132
โปรตีนและลักษณะทางพันธุกรรม มีการเปลี่ยนแปลงปนะ

105
00:06:56,133 --> 00:07:00,133
ดังนั้น การที่เสือโคร่งขาวมีลักษณะ

106
00:07:00,134 --> 00:07:04,134
สีขนที่เป็นเช่นนี้นะคะ ก็เพราะมิวเทชัน

107
00:07:04,135 --> 00:07:08,135
ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเมลานินนั้น

108
00:07:08,136 --> 00:07:12,136
นะคะ ทำให้เสือโคร่งขาว เบงกอมีลักษณะ

109
00:07:12,137 --> 00:07:16,137
ที่แตกต่างจากเสือโคร่งเบงกอลทั่ว ๆ ไปนั่นเองค่ะ

110
00:07:16,137 --> 00:07:20,137
หรือเราอาจจะกล่าวได้ว่ามิวเทชัน ทำให้เกิด

111
00:07:20,139 --> 00:07:24,139
แอลลีลใหม่ และส่งผลให้เกิดมิวเทชันในทาง

112
00:07:24,140 --> 00:07:28,140
ประชากรได้นะคะ แต่อย่างไรก็ตามนะคะ

113
00:07:28,144 --> 00:07:32,144
ลักษณะทางพันธุกรรมที่เปลี่ยนแปลง

114
00:07:32,145 --> 00:07:36,145
ไปนี้นะคะ จะสามารถถ่ายทอดไปยังรุ่นต่อ ๆ ไปได้

115
00:07:36,146 --> 00:07:40,146
ก็ต่อเมื่อมิวเทชันเป็นสารพันธุกรรมได้

116
00:07:40,148 --> 00:07:44,148
นะคะ นอกจากนิวเทชันแล้วนะคะ ยังมี

117
00:07:44,150 --> 00:07:48,150
ปัจจัยอื่นอีกที่ส่งผลต่อความหลากหลายทางพันธุกรรม

118
00:07:48,152 --> 00:07:52,152
หากนักเรียนมีพี่หรือน้อง ลองนึกดูนะคะ

119
00:07:52,155 --> 00:07:56,155
และพี่หรือน้องนั้น มีลักษณะที่คล้าย หรือแตกต่างกัน

120
00:07:56,156 --> 00:08:00,156
ใช่ไหมล่ะค่ะ หรือนักเรียนลองพิจารณารูปสุนัข

121
00:08:00,157 --> 00:08:04,157
ในรูปนี้ดูนะคะ กรณีที่ลูกสุนัขเกิดมา

122
00:08:04,158 --> 00:08:08,158
จากพ่อและแม่เดียวกัน ลูกสุนัขนั้นจะมีลักษณะ

123
00:08:08,159 --> 00:08:12,159
ที่คล้าย และแตกต่างกันนะคะ

124
00:08:12,160 --> 00:08:16,160
สิ่งมีชีวิตที่มีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ

125
00:08:16,161 --> 00:08:20,161
โดยที่แต่ละเซลล์สืบพันธุ์นะคะ อาจจะมีแอลลีลที่แตกต่างกัน

126
00:08:20,163 --> 00:08:24,163
เมื่อเกิดการปฏิสนธิจากสเ

127
00:08:24,164 --> 00:08:28,164
และเซลล์ไข่ ซึ่งจะเกิดจากฝุ่น

128
00:08:28,165 --> 00:08:32,165
แต่ละตัวมีลักษณะทางพันธุกรรมที่ต่างกัน

129
00:08:32,167 --> 00:08:36,167
ดังนั้น การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศยังเป็นอีกปัจจัยนะคะ

130
00:08:36,168 --> 00:08:40,168
ที่ส่งผลให้เกิดผลความหลากหลายทางสปีชีส์

131
00:08:40,169 --> 00:08:44,169
นอกจากนี้ในกรณีที่จากสุนัข

132
00:08:44,169 --> 00:08:48,169
ซึ่งเป็นลักษณะที่ถูกควบคุมด้วยยีนหลายยีน

133
00:08:48,170 --> 00:08:52,170
มีความหลากหลายมากจากการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศค่ะ

134
00:08:52,171 --> 00:08:56,171
มาถึงตรงนี้นะคะ นักเรียนคงจะทราบกันแล้วนะคะ ว่า

135
00:08:56,172 --> 00:09:00,172
มิวเทชันในเซลล์สืบพันธุ์ และปัจจัยหลัก

136
00:09:00,173 --> 00:09:04,173
ที่ส่งผลให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรมนะคะ แต่

137
00:09:04,175 --> 00:09:08,175
ถึงแม้ว่ามิวเทชันและการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ

138
00:09:08,177 --> 00:09:12,177
จะทำให้สิ่งมีชีวิตมีความหลากหลายทางพันธุกรรม

139
00:09:12,178 --> 00:09:16,178
ต่อเมื่อเวลาผ่านไป บางลักษณะอาจหายไป

140
00:09:16,179 --> 00:09:20,179
หรือเปลี่ยนไปในรุ่นต่อไปนะคะ ตัวอย่างเช่น

141
00:09:20,180 --> 00:09:24,180
การค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของม้าในแต่ละช่วงเวลานะคะ

142
00:09:24,183 --> 00:09:28,183
จะเห็นว่าม้าในปัจจุบันจะมีลักษณะที่คล้ายหัน

143
00:09:28,186 --> 00:09:32,186
ในอดีต แล้วก็มีหลายลักษณะนะคะ

144
00:09:32,187 --> 00:09:36,187
อย่างเช่น ขนาดของลำตัว ลักษณะของนิ้วเท้า ลักษณะ

145
00:09:36,188 --> 00:09:40,188
ของฟันนะคะ อีกตัวอย่างหนึ่งนะคะ

146
00:09:40,189 --> 00:09:44,189
ก็คือ กรณีของหอยมรกต ซึ่งมีความสงสัยว่า

147
00:09:44,190 --> 00:09:48,190
มีบรรพบุรุษจากหอย ซึ่งบรรพ

148
00:09:48,192 --> 00:09:52,192
ของหอยนกขมิ้นและหอยมรกตนี้ น่าจะมี

149
00:09:52,193 --> 00:09:56,193
ทั้งเปลือกเวียนซ้ายและเปลือกเวียนขวา โดยปัจจุบันนะคะ เราพบหอยนกขมิ้น

150
00:09:56,194 --> 00:10:00,194
ที่มีทั้งเปลือกเวียนซ้าย และเปลือกเวียนขวา

151
00:10:00,195 --> 00:10:04,195
ที่พบที่เกาะตาชัย มีเฉพาะเปลือกที่เวียนซ้าย

152
00:10:04,198 --> 00:10:08,198
เท่านั้นค่ะ นั่นทำให้เกิดข้อสงสัยค่ะ ว่า

153
00:10:08,199 --> 00:10:12,199
เพราะเหตุใดลักษณะทางพันธุกรรมบางลักษณะนะคะ ยังพบ

154
00:10:12,200 --> 00:10:16,200
ในประชากร ในขณะที่บางลักษณะขาดหายไปนะคะ

155
00:10:16,201 --> 00:10:20,201
เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับท

156
00:10:20,202 --> 00:10:24,202
โดยธรรมชาตินะคะ เพื่อตอบคำถาม คำนี้นี้กันค่ะ

157
00:10:24,203 --> 00:10:28,203
การคัดเลือกโดยธรรมชาตินะคะ เป็นทฤษฎีที่เสนอ

158
00:10:28,204 --> 00:10:32,204
ขึ้นโดย ชาวชาลส์ ดาร์วินนะคะ ซึ่งเชื่อว่า หลายคน

159
00:10:32,204 --> 00:10:36,204
กับชื่อของนักวิทยาศาสตร์ท่านนี้มาบ้างแล้วนะคะ

160
00:10:36,206 --> 00:10:40,206
เดี๋ยวครูจะมีแอนิเมชัน เกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธ

161
00:10:40,207 --> 00:10:44,207
โดยธรรมชาติ ซึ่งครูจะเอาเพียงบางส่วนของแอนิเมชันนี้มาศึกษานะคะ

162
00:10:44,208 --> 00:10:48,208
หากอยากศึกษา

163
00:10:48,212 --> 00:10:52,212
สามารถศึกษาได้จาก

164
00:10:52,213 --> 00:10:56,213
เอาล่ะค่ะ เราไปดูกันเลยค่ะ (บรรยาย

165
00:10:56,216 --> 00:11:00,216
ของชาลส์ ดาร์วิน และทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

166
00:11:00,218 --> 00:11:04,218
เมื่อดาร์วินอายุ 23 ปี

167
00:11:04,220 --> 00:11:08,220
ได้เดินทางไปกับเรือBeagle เพื่อสำรวจ

168
00:11:08,221 --> 00:11:12,221
คำเชิญ จากกองทัพเรืออังกฤษ เพื่อสำรวจ

169
00:11:12,223 --> 00:11:16,223
ข้อมูลทางธรรมชาติรอบโลก เรือ Beagle

170
00:11:16,226 --> 00:11:20,226
ออกเดินทางจากประเทศอังกฤษ โดยมีแผนสำรวจ

171
00:11:20,227 --> 00:11:24,227
ไปตามเส้นทางไปรอบทวีปอเมริกาใต้ ทาง

172
00:11:24,228 --> 00:11:28,228
ทวีปปออสเตรเลีย ผ่านมหาสมุทรอินเดีย

173
00:11:28,229 --> 00:11:32,229
และตอนใต้ของทวีปแอฟริกาและกลับสู่อังกฤษ

174
00:11:32,229 --> 00:11:36,229
รวมเป็ฯระยะเวลาประมาณ 5 ปี

175
00:11:36,231 --> 00:11:40,231
เดินทาง ดารร์วินได้เก็บรายละเอียด

176
00:11:40,232 --> 00:11:44,232
บันทึกรายละเอียดและเก็บรวบรวม

177
00:11:44,233 --> 00:11:48,233
รวมทั้งตัวอย่างสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่เขาพบ นำไปสู่

178
00:11:48,234 --> 00:11:52,234
แนวคิดสำคัญในเวลาต่อมา

179
00:11:52,235 --> 00:11:56,235
ต่อมา ในระหว่างเดินทางสำรวจ

180
00:11:56,235 --> 00:12:00,235
นั้น หมู่เกาะเต่ายักษ์กาลาปากอส

181
00:12:00,236 --> 00:12:04,236
พบข้อมูลสำคัญที่สนับสนุนแนวคิดเกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

182
00:12:04,238 --> 00:12:08,238

183
00:12:08,238 --> 00:12:12,238
หมู่เกาะกาลาปากอส เป็นหมู่เกาะ

184
00:12:12,239 --> 00:12:16,239
ทวีปอเมริกาใต้ประมาณ 59 กิโ

185
00:12:16,240 --> 00:12:20,240
เป็นหมู่เกาะที่เกิดจากภูเขาไฟ ที่หมู่เกาะแห่งนี้

186
00:12:20,241 --> 00:12:24,241
ดาร์วินได้สังเกต และเกิดข้อสงสัย

187
00:12:24,242 --> 00:12:28,242
และสัตว์หลายชนิด ที่เก็บรวบรวมและบันทึกไว

188
00:12:28,242 --> 00:12:32,242

189
00:12:32,246 --> 00:12:36,246
นี่เป็นตัวอย่างของพืชที่ดาร์วินพบ

190
00:12:36,247 --> 00:12:40,247
นี่เป็นตัวอย่างของสัตว์ที่ดาร์วินพบ

191
00:12:40,248 --> 00:12:44,248
นี่เป็นตัวอย่างของสัตว์ ที่ดาร์วินพบ

192
00:12:44,249 --> 00:12:48,249
เต่ายักษ์กาลาปากอส อีกัวนาทะเล

193
00:12:48,250 --> 00:12:52,250
นกบูบีเท้าสีฟ้า

194
00:12:52,250 --> 00:12:56,250
ตัวอย่างสำคัญที่เห็นเด่นชัด ก็คือ

195
00:12:56,252 --> 00:13:00,252
การศึกษาชนิดของนกฟินช์ที่อยู่ตามเกาะต่าง ๆ

196
00:13:00,253 --> 00:13:04,253

197
00:13:04,254 --> 00:13:08,254
ดาร์วินพบว่านกเหล่านี้มีลักษณะจะงอยปากแตกต่าง

198
00:13:08,255 --> 00:13:12,255
กัน กล่าวคือมีรูปร่าง ความหา

199
00:13:12,256 --> 00:13:16,256
ความยาว แตกต่างกันไปตามลักษณะของ

200
00:13:16,257 --> 00:13:20,257
นกแต่ละชนิดกิน เช่น เมล็ดพืช กระบองเพชร

201
00:13:20,261 --> 00:13:24,261
ยอดอ่อนพืช แมลง น้ำหวานจากดอกไม้

202
00:13:24,264 --> 00:13:28,264
และผลไม้ต่าง ๆ นกฟินช์บางชนิด

203
00:13:28,267 --> 00:13:32,267
กินแมลงเป็นหลัก บางชนิดกินเมล็ดพืชเป็นหลัก

204
00:13:32,268 --> 00:13:36,268
บางชนิดกินพืชจำพวกกระบองเพชรเป็นหลัก

205
00:13:36,269 --> 00:13:40,269
และบางชนิดกินยอดอ่อนพืชเป็นหลัก ความแตกต่าง

206
00:13:40,271 --> 00:13:44,271
ของจะงอยปากของนกฟินช์เหล่านี้

207
00:13:44,272 --> 00:13:48,272
ลักษณะจะงอยปาก จนได้ลักษณะที่เห็น

208
00:13:48,273 --> 00:13:52,273

209
00:13:52,276 --> 00:13:56,276
โดยประชากรนกฟินช์กลุ่มแรกที่เข้ามานี้

210
00:13:56,277 --> 00:14:00,277
เริ่มมีการขยายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

211
00:14:00,278 --> 00:14:04,278
จนในที่สุด ส่งผลให้เกิดการขาดแคลน

212
00:14:04,279 --> 00:14:08,279
อาหารที่กินอยู่เป็นประจำ

213
00:14:08,280 --> 00:14:12,280
เมื่ออาหารของนกฟินช์กลุ่มนี้

214
00:14:12,282 --> 00:14:16,282
เริ่มขาดแคลน ประชากรนกฟินช์เหล่านี้

215
00:14:16,283 --> 00:14:20,283
จึงค่อย ๆ ลดจำนวนลงในที่สุด

216
00:14:20,284 --> 00:14:24,284
มีข้อสันนิษฐานว่า

217
00:14:24,285 --> 00:14:28,285
บรรพบุรุษของประชากรนกฟินช์ที่มาบนเกาะอาจ

218
00:14:28,286 --> 00:14:32,286
บางตัวที่มีลักษณะจะงอยปากที่แตกต่างจากนกฟิน

219
00:14:32,286 --> 00:14:36,286
เล็กน้อย ประชากรนกฟินช์บางตัว

220
00:14:36,287 --> 00:14:40,287
ที่มีลักษณะจงอยปากต่างออกไป

221
00:14:40,288 --> 00:14:44,288
ประชากรส่วนน้อยสามารถกินอาหารอย่างอื่นแทนได้

222
00:14:44,289 --> 00:14:48,289
เช่น กระบองเพชร ทำให้ประชากรที่มีลักษณะน

223
00:14:48,290 --> 00:14:52,290
นี้อยู่รอด และขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นแทนที่

224
00:14:52,292 --> 00:14:56,292
ส่งผลให้

225
00:14:56,293 --> 00:15:00,293
ลักษณะประชากรนกฟินช์เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็น

226
00:15:00,294 --> 00:15:04,294
ค่อยไป กระบวนการนี้เป็นการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

227
00:15:04,295 --> 00:15:08,295
ซึ่งจะเกิดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนก

228
00:15:08,296 --> 00:15:12,296
ชนิดต่าง ๆ ที่มีจะงอยปาก เหมาะสมกับ

229
00:15:12,297 --> 00:15:16,297
การกินอาหารต่างชนิดกันในเวลาต่อมา

230
00:15:16,299 --> 00:15:20,299
(ดร.ขวัญชนก) ค่ะ พอจะทราบกันแล้วใช่ไหมคะ ว่า

231
00:15:20,300 --> 00:15:24,300
ของเกาะกาลาปากอสแต่ละเกาะ จะมี

232
00:15:24,301 --> 00:15:28,301
ความแตกต่างของจะงอยปาก ที่แตกต่าง

233
00:15:28,302 --> 00:15:32,302
ของอาหารต่าง ๆ ที่นกฟินช์แต่ละชนิดกินนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร

234
00:15:32,303 --> 00:15:36,303
ครูคิดว่านักเรียนพอจะอธิบายกันได้แล้วนะคะ

235
00:15:36,304 --> 00:15:40,304
ค่ะ เรามาสรุปเกี่ยวกับทฤษฎีการนะคะ

236
00:15:40,306 --> 00:15:44,306
กันนะคะ สิ่งมีชีวิตสามารถสืบพันธุ์ให้เกิด

237
00:15:44,306 --> 00:15:48,306
ลูกหลานจำนวนมากนะคะ ทำให้ประชากรสิ่งมีชีวิตมีมาก

238
00:15:48,309 --> 00:15:52,309
เกินกว่าสิ่งจำเป็นตาม

239
00:15:52,321 --> 00:15:56,321
ธรรมชาตินะคะ ดังนั้น สิ่งมีชีวิตต้อง

240
00:15:56,323 --> 00:16:00,323
ต่อสู่ดิ้นรน เพื่อที่จะอยู่รอด

241
00:16:00,324 --> 00:16:04,324
ต่อการดำรงชีวิตที่ไม่จำกัดดังกล่าวนะคะ ดังนั้น จึงมีสมาชิก

242
00:16:04,325 --> 00:16:08,325
เพียงส่วนหนึ่ง ที่อยู่รอดในแต่ละรุ่น

243
00:16:08,326 --> 00:16:12,326
การอยู่รอดของสมาชิกในสิ่งแวดล้อมนะคะ

244
00:16:12,327 --> 00:16:16,327
ไม่ได้เกิดขึ้น แต่เป็นผลที่เกิด

245
00:16:16,328 --> 00:16:20,328
ที่แตกต่างกันของสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตที่เหมาะสม

246
00:16:20,329 --> 00:16:24,329
กับสภาพแวดล้อม จะให้ลูกหลานได้มากกว่า

247
00:16:24,330 --> 00:16:28,330
ที่มีลักษณะไม่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม

248
00:16:28,331 --> 00:16:32,331
การที่สมาชิกแต่ละตัวในประชากรนะคะ

249
00:16:32,332 --> 00:16:36,332
ในการอยู่รอดและให้กำเนิดลูกหลายไม่เท่ากัน จึงทำให้

250
00:16:36,333 --> 00:16:40,333
ประชากรมีการเปลี่ยนแปลงไปทีละเล็ก ทีละน้อย

251
00:16:40,334 --> 00:16:44,334
ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม เพิ่มขึ้นในแต่ละรุ่นนะคะ

252
00:16:44,335 --> 00:16:48,335
เราลอิงกลับมาพิจารณาซากดึกดำบรรพ์

253
00:16:48,336 --> 00:16:52,336
ของม้าในแต่ละช่วงเวลากันอีกครั้งนะคะ ม้าในอดีต

254
00:16:52,338 --> 00:16:56,338
จะมีขนาดตัวเล็ก ถ้าเปรียบกับม้าในปัจจุบัน

255
00:16:56,343 --> 00:17:00,343
นิ้วเท้าของม้าในอดีตนะคะ ก็จะ

256
00:17:00,344 --> 00:17:04,344
เดินบนพื้นดิน ที่มีความอ่อนนุ่มกว่า ลักษณ

257
00:17:04,345 --> 00:17:08,345
ของม้าในปัจจุบันนะคะ จะมีเพียงนิ้วเดียวซึ่งเป็นกลีบขนาดใหญ่

258
00:17:08,345 --> 00:17:12,345
ทำให้สามารถเหมาะกับการวิ่งได้อย่างรวดเร็วในทุ่งหญ้านะคะ

259
00:17:12,346 --> 00:17:16,346
ลักษณะฟันของม้าในอดีต ก็จะกิน

260
00:17:16,348 --> 00:17:20,348
ตามทุ่งไม้นะคะ ในขณะที่ลักษณะฟันของม้าใ

261
00:17:20,349 --> 00:17:24,349
สำหรับการกินหญ้าที่มีความเหนียวมากกว่าใบไม้นะคะ

262
00:17:24,350 --> 00:17:28,350
จะเห็นว่าลักษณะของม้าในอดีตแลัป

263
00:17:28,351 --> 00:17:32,351
กันนี้ มีผลต่อการอยู่รอด ในสภาพที่แตกต่าง

264
00:17:32,351 --> 00:17:36,351
กันนะคะ ค่ะ สำหรับกรณี

265
00:17:36,352 --> 00:17:40,352
ของหอยมรกตที่กล่าวถึงไปเมื่อตอนต้นคลิปนะคะ มาถึงตรงนี้

266
00:17:40,353 --> 00:17:44,353
นักเรียนพอจะตั้งข้อสันนิษฐาน

267
00:17:44,354 --> 00:17:48,354
หอยมรกตที่พบในเกาะตาชัย ถึงมี

268
00:17:48,355 --> 00:17:52,355
เปลือกเวียนซ้ายเท่านั้นคะ มีข้อมูลเพิ่มเติม

269
00:17:52,356 --> 00:17:56,356
ให้นักเรียนลองคิดกันดูนะคะ

270
00:17:56,357 --> 00:18:00,357
เอาหล่ะค่ะ จากข้อมูลเหล่านี้

271
00:18:00,358 --> 00:18:04,358
ความรู้ที่นักเรียนได้เรียนรู้มานะคะ เกี่ยวข้องกับการ

272
00:18:04,359 --> 00:18:08,359
ตั้งข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับหอยมรกตได้แล้วนะคะ

273
00:18:08,359 --> 00:18:12,359
จากหลักฐานที่ว่านะคะ เกาะตาชัยเคยอยู่รวมกับ

274
00:18:12,361 --> 00:18:16,361
แผ่นดินใหญ่มาก่อน ซึ่งอยู่ร่วมกับนกขมิ้น

275
00:18:16,362 --> 00:18:20,362
เปลือกเวียนซ้าย แล้วก็เปลือกเวียนขวา

276
00:18:20,363 --> 00:18:24,363
แยกตัวนะคะ ออกจากแผ่นดินใหญ่ เป้นหอยขนาดเล็กลง

277
00:18:24,364 --> 00:18:28,364
ทำให้มีอาหารน้อยลง รวมทั้งมีผู้ล่า

278
00:18:28,365 --> 00:18:32,365
โดยเฉพาะงูกินหอยทาก

279
00:18:32,365 --> 00:18:36,365
ที่เหมาะกับการกินหอยทาก ที่มีเปลือกเวียนขวามากกว่านะคะ

280
00:18:36,367 --> 00:18:40,367
ดังนั้นจึงทำให้หอยนกขมิ้นที่มีเปลือกเวียนซ้าย

281
00:18:40,368 --> 00:18:44,368
เวียนซ้ายและมีขนาดตัวเล็กนะคะ มีโอกาสที่จะอยู่รอดและสืบพันธุ์

282
00:18:44,369 --> 00:18:48,369
ในกำเนิดลูกหลานมากกว่า เวลาผ่านไป

283
00:18:48,370 --> 00:18:52,370
หลายชั่วรุ่นนะคะ ซึ่งจะแตกต่างจากพันธุกรรม

284
00:18:52,371 --> 00:18:56,371
สปีชีส์ใหม่ที่มีลักษณะแตกต่างจากหอยนกขมิ้นนะคะ

285
00:18:56,372 --> 00:19:00,372
นะคะ แต่อย่างไรก็ตามนะคะ การศึกษาวิวัฒนาการของ

286
00:19:00,373 --> 00:19:04,373
หอยมรกตยังคงต้องศึกษาต่อไป

287
00:19:04,374 --> 00:19:08,374
ค่ะ หลังจากที่ได้เรียนรู้คัดเลือกทางพันู

288
00:19:08,375 --> 00:19:12,375
ทางพันธุกรรมและการคัด้ลือกโดยธรรมชาติแล้วนะคะ

289
00:19:12,375 --> 00:19:16,375
มาถามนักเรียนนะคะ เพื่อตอบสอบความเข้าใจ ครูมีเวลาให้ 10 วินาที

290
00:19:16,376 --> 00:19:20,376
นะคะ

291
00:19:20,377 --> 00:19:24,377
[เสียงดนตรี]

292
00:19:24,378 --> 00:19:28,378
ค่ะ ครอบ 10 วินาที

293
00:19:28,379 --> 00:19:32,379
มาดูเฉลยพร้อมกันนะคะ

294
00:19:32,382 --> 00:19:36,382
สำหรับคำถามแรกนะคะ เพราะ

295
00:19:36,382 --> 00:19:40,382
เหตุใด มิวเทชันหรือความสำคัญต่อส

296
00:19:40,383 --> 00:19:44,383
จึงมีความสำคัญแต่การคัดเลือกโดยธรรมชาตินะคะ

297
00:19:44,384 --> 00:19:48,384
คำตอบก็คือมิวเทชันและการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ

298
00:19:48,386 --> 00:19:52,386
ทำให้มีความหลากหลายทางพันธุกรรม

299
00:19:52,387 --> 00:19:56,387
ซึ่งธรรมชาตินะคะ จะเป็นตัวคัดเลือกพันธุกรรม

300
00:19:56,388 --> 00:20:00,388
ไว้ในประชากรนะคะ คำถามต่อมา

301
00:20:00,390 --> 00:20:04,390
นะคะ ก็คือจากคำกล่าวที่ว่าแมลงที่ได้รับสารฆ่า

302
00:20:04,391 --> 00:20:08,391
แมลง ทำให้เกิดสารต้านแมลง

303
00:20:08,399 --> 00:20:12,399
นักเรียนเห็นด้วยกับคำกล่าวนี้หรือไม่นะคะ

304
00:20:12,401 --> 00:20:16,401
ครูนะคะ ครูไม่เห็นด้วย เนื่องจากสารฆ่าแมลงไมไ่ด้ทำ

305
00:20:16,403 --> 00:20:20,403
ให้แมลงมีความต้านทานต่อสารฆ่าแมลงเกิดขึ้น แต่อาจมีแมลง

306
00:20:20,404 --> 00:20:24,404
บางตัวที่สามารถต้านทานต่อสารฆ่าแมลง

307
00:20:24,407 --> 00:20:28,407
โดยธรรมชาติ ให้มีโอกาสอยู่รอด โดยคำ

308
00:20:28,409 --> 00:20:32,409
ดังกล่าวไปยังรุ่้นต่อ ๆ ไป ทำให้ประชากรรุ่นต่อไป

309
00:20:32,409 --> 00:20:36,409
ที่สามารถต้านทานต่อสารฆ่าแมลงนั้นมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

310
00:20:36,410 --> 00:20:40,410
ค่ะ ต่อไปนะคะ ครูจะให้นักเรียน

311
00:20:40,412 --> 00:20:44,412
สรุปเกี่ยวกับวิวัฒนาการที่เกี่ยวกับธรรมชาติ

312
00:20:44,412 --> 00:20:48,412
โดยธรรมชาตินะคะ โดยครูมีหมายเลข 1-7

313
00:20:48,414 --> 00:20:52,414
ให้ในกล่องสีส้มนะคะ โดยจะให้นักเรียนพิจารณาข้อความในกล่อง

314
00:20:52,414 --> 00:20:56,414
สีฟ้านะคะ และนำข้อความมาใส่ให้ถูกต้องตาม

315
00:20:56,414 --> 00:21:00,414
ลำดับนะคะ ครูให้เวลา 10 วินาทีนะคะ

316
00:21:00,416 --> 00:21:04,416

317
00:21:04,418 --> 00:21:08,418

318
00:21:08,421 --> 00:21:12,421
(ดร.ขวัญชนก) ค่ะ ครบ 10 วินาทีแล้วนะคะ

319
00:21:12,423 --> 00:21:16,423
[เสียงดนตรี] ทำกันเสร็จแล้วหรือยังคะ หากใครไม่ทัน

320
00:21:16,425 --> 00:21:20,425
ก็กด Puase ได้นะคะ เรามาดูเฉลยนะค

321
00:21:20,427 --> 00:21:24,427
สำหรับเฉลยนะคะ ก็คือ E D

322
00:21:24,429 --> 00:21:28,429
C G A F และ B ค่ะ

323
00:21:28,429 --> 00:21:32,429
แผนภาพสรุปวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตโดยการ

324
00:21:32,430 --> 00:21:36,430
คัดเลือกโดยธรรมชาตินะคะ ก็จะเกิดจากสิ่งมีชีวิคตนะคะ

325
00:21:36,430 --> 00:21:40,430
จะเกิดมิวเทชันและเกิดการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศนะคะ

326
00:21:40,431 --> 00:21:44,431
ทำให้ประชากรมีความหลากหลายทางพันธุกรรม

327
00:21:44,444 --> 00:21:48,444
หลากหลายของลักษณะต่าง ๆ เมื่อ

328
00:21:48,447 --> 00:21:52,447
สมาชิกของประชากรที่มีลักษณะเ้หมาะสมมากกว่าก็จะอยู่นอด

329
00:21:52,449 --> 00:21:56,449
มีโอกาสสืบพันธุ์ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม

330
00:21:56,450 --> 00:22:00,450
และให้กำเนิดลูกหลานได้มากกว่า การ

331
00:22:00,451 --> 00:22:04,451
ดำเนินเป็นระยะเวลานานหลายชั่วรุ่น

332
00:22:04,452 --> 00:22:08,452
นะคะ ทำให้ได้ประชากร ที่มีลักษณะ

333
00:22:08,453 --> 00:22:12,453
ทางพันธุกรรมที่แตกต่างไปจากรุ่นเดิมนะคะ ซึ่งมีลักษณะที่เหมาะสมกับ

334
00:22:12,455 --> 00:22:16,455
สภาพแวดล้อมในขณะนี้ค่ะ นอกจากความรู้

335
00:22:16,456 --> 00:22:20,456
ที่ได้เรียนมาแล้วนะคะ ในการศึกษาวิวัฒนาการนะคะ

336
00:22:20,457 --> 00:22:24,457
เรายังต้องอาศัยหลักฐานในด้านต่าง ๆ อีกนะคะ อย่างเช่น

337
00:22:24,457 --> 00:22:28,457
การศึกษาซากดึกดำบรรพ์ การศึกษากายวิภาคเปรียบเทียบ

338
00:22:28,459 --> 00:22:32,459
เอ็มบริโอเปรียบเทียบ ชีววิทยา

339
00:22:32,460 --> 00:22:36,460
โมเลกุลนะคะ ตัวอย่างของการศึกษาโดยการ

340
00:22:36,461 --> 00:22:40,461
เปรียบเทียบก็เช่น การศึกษา

341
00:22:40,462 --> 00:22:44,462
รยางค์คู่หน้าของจระเข้ นก ค้างคาว

342
00:22:44,462 --> 00:22:48,462
แล้วก็มนุษย์นะคะ จะเห็นว่าสิ่งต่าง ๆ

343
00:22:48,463 --> 00:22:52,463
เหล่านี้นะคะ มีความแตกต่างกัน โดยลักษณะคู่หน้า

344
00:22:52,464 --> 00:22:56,464
ของสัตว์เหล่านี้ ก็มีหน้ที่แตกต่างกัน

345
00:22:56,465 --> 00:23:00,465
แต่เมื่อเราเปรียบเทียบโครงสร้างของกระดูกจะพบว่า

346
00:23:00,466 --> 00:23:04,466
มีโครงสร้างที่เปรียบเคียงกันได้นะคะ

347
00:23:04,469 --> 00:23:08,469
เห็นว่าสัตว์ในกลุ่มนี้ มีวิวัฒนาการมาจาก

348
00:23:08,471 --> 00:23:12,471
บรรพบุรุษร่วมกันนะคะ

349
00:23:12,473 --> 00:23:16,473
ตัวอย่างการศึกษาเอ็มบริโอเปรียบเทียบนะคะ ศึกษาการ

350
00:23:16,474 --> 00:23:20,474
พัฒนาการของเอ็มบริโอของปลา เต่า นก

351
00:23:20,475 --> 00:23:24,475
วัว แล้วก็มนุษย์นะคะ สัตว์ต่าง ๆ เหล่านี้

352
00:23:24,476 --> 00:23:28,476
หลักจากโตเต็มวัย ที่แตกต่างกัน

353
00:23:28,476 --> 00:23:32,476
แต่เมื่อเราศึกษาการเจริญเติบโตของเอ็มบริโอระยะแรก ๆ

354
00:23:32,477 --> 00:23:36,477
ว่ามีลักษณะโครงสร้างบางอย่าง ที่มีลักษณะคล้ายกัน

355
00:23:36,479 --> 00:23:40,479
นั่นเป็นหลักฐานที่สันนิษฐานได้

356
00:23:40,480 --> 00:23:44,480
ที่ว่าสัตว์ในกลุ่มนี้นะคะ มีวิวัฒนาการมาจากบรรพบุรุษ

357
00:23:44,481 --> 00:23:48,481
ร่วมกัน การศึกษาวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต

358
00:23:48,483 --> 00:23:52,483
ทำให้นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อใน

359
00:23:52,497 --> 00:23:56,497
สิ่งมีชีวิตต่างสปีชีส์ ล้ว

360
00:23:56,504 --> 00:24:00,504
มาจากบรรพบุรุษร่วมกัน

361
00:24:00,508 --> 00:24:04,508
การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่เกิดอยู่ตลอดเวลาส่งผลต่อ

362
00:24:04,508 --> 00:24:08,508
ความอยู่รอดในแต่ละช่วงเวลา

363
00:24:08,510 --> 00:24:12,510
สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะที่เหมาะสม ก็จะอยู่รอด

364
00:24:12,511 --> 00:24:16,511
ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางพันธุกรรม

365
00:24:16,512 --> 00:24:20,512
การคัดเลือกโดยธรรมชาติ กระบวนการนี้เกิดอย่างต่อเนื่อง

366
00:24:20,513 --> 00:24:24,513
เป็นเวลายาวนานหลักช่วงรุ่น

367
00:24:24,513 --> 00:24:28,513
ทำให้สิ่งมีชีวิต ทำให้แตกต่าง

368
00:24:28,515 --> 00:24:32,515
และนำไปสู่การเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตสปีชีส์ใหม่

369
00:24:32,516 --> 00:24:36,516
จนนำไปสู่การเกิดความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต

370
00:24:36,518 --> 00:24:40,518
กลุ่มต่าง ๆ ดังที่พบในปัจจุบัน

371
00:24:40,519 --> 00:24:44,519
[เสียงดนตรี] (ดร.ขวัญชนก) ค่ะ เรามาสรุป

372
00:24:44,520 --> 00:24:48,520
เนื้อหากันนะคะ มิวเทชัน และการ

373
00:24:48,521 --> 00:24:52,521
สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ ทำให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรมในประชากร

374
00:24:52,522 --> 00:24:56,522
สิ่งมีชีวิตในประชากรที่มีลักษณะที่

375
00:24:56,523 --> 00:25:00,523
เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมถึงจะอยู่รอด โดย

376
00:25:00,524 --> 00:25:04,524
ลักษณะดังกล่าวไปยังรุ่นต่อ  ๆ ไปได้ การ

377
00:25:04,525 --> 00:25:08,525
คัดเลือกโดยธรรมชาติ การคัดเลือกโดยธรรมชาติเกิดขึ้นอย่าง

378
00:25:08,525 --> 00:25:12,525
ต่อเนื่องเป็นเวลานาน หลายช่วงรุ่น

379
00:25:12,527 --> 00:25:16,527
ของสิ่งมีชีวิตในปัจจุบัน ค่ะ และนี่คือ

380
00:25:16,528 --> 00:25:20,528
ทั้งหมดที่เราได้เรียนรู้กันในคลิปนี้นะคะ สวัสดีค่ะ

381
00:25:20,529 --> 00:25:24,529

382
00:25:24,530 --> 00:25:28,530
[เสียงดนตรี]

383
00:25:28,531 --> 00:25:32,531
[เสียงดนตรี]

384
00:25:32,532 --> 00:25:36,532

385
00:25:36,533 --> 00:25:40,533

386
00:25:40,535 --> 00:25:44,535

387
00:25:44,536 --> 00:25:48,536

388
00:25:48,538 --> 00:25:52,538

389
00:25:52,540 --> 00:25:56,540

390
00:25:56,542 --> 00:25:59,543

391
00:26:00,543 --> 00:26:03,546

392
00:26:04,545 --> 00:26:04,547


