--- title: ระบบนิเวศ ตอนที่ 1 (23.44 นาที) subtitle: date: วันพุธที่ 1 พฤษภาคม 2567 เวลา 10.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] (ดร.ธเณศ) สวัสดีครับ นักเรียนทุกคน กลับมาพบกันอีกแล้วนะครับ กับผม คุณครูธเณศ เกิดแก้วนะครับ วันนี้ผมจะให้ความรู้ทุกคน เรื่องระบบนิเวศนะครับ ซึ่งระบบนิเวศนี่นะครับ เป็นหัวแรกเลยนะครับ ของบทที่ 5 ชีวิตและสิ่งแวดล้อมครับ ซึ่งจะอยู่ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพมัธยมศึกษาปีที่ 4 นะครับ จุดประสงค์การเรียนรู้ครับ ระบุและเปรียบเทียบองค์ประกอบทางกายภาพ และองค์ประกอบทางชีวภาพที่เป็นลักษณะเฉพาะของไบโอมชนิดต่าง ๆ นะครับ สืบค้นข้อมูล อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสภาพภูมิศาสตร์ และความหลากหลายของไบโอม และสามารถยกตัวอย่างไบโอมชนิดต่าง ๆ ได้ละสามารถยกตัวอย่างไบโอมชนิดต่าง ๆ ได้นักเรียนครับ ถ้านักเรียนได้รับชมสื่อผ่านช่องทางต่าง ๆ นะครับ หรือว่าในสื่อสังคมออนไลน์นี่นะครับ นักเรียนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตารูปนี้นะครับ อย่างรูปแรกนี่ คือ ทะเลทรายนะครับ รูปที่ 2 นี่ คือบริเวณแถบขั่วโลกเหนือนะครับ นักเรียนคิดว่าภูมิอากาศสภาพภูมิอากาศของ 2 บริเวณนี่เป็นอย่างไรครับ นักเรียนลองคิดดูเล่น ๆ ดูนะครับ ครูจะให้เวลานักเรียน 10 วินาทีนะครับ พร้อมไหมครับ ถ้าพร้อมแล้วเริ่มได้เลยครับ [เสียงดนตรี] (ดร.ธเณศ) คุณครูก็หวังว่านักเรียนพอจะนึกสภาพภูมิอากาศ ของทั้ง 2 บริเวณนี้ได้นะครับ สำหรับบริเวณทะเลทราบนะครับ นักเรียน สภาพภูมิอากาศนี่นะครับ จะค่อนข้างแห้งแล้งเลยนะครับ และในเวลากลางวันนี่ จะอุณหภูมิค่อนข้างสูงนะครับ และมีอากาศที่ร้อนนะครับ ในขณะที่เวลากลางคืนนะครับนักเรียน อุณหภูมิจะลดต่ำลง ที่ค่อนข้างเย็นขึ้นนะครับ ถ้านักเรียนพิจารณาในรูปนี้นะครับ ในบริเวณทะเลสาบนี้นะครับ จะพบว่ามีทรายปกคลุมอยู่ แทบจะทั่วทั้งบริเวณเลยนะครับ ขึ้นอยู่เลยนะครับ ในขั้วโลกเหนือนะครับ ถ้าพิจารณาจากหลาย ๆ รูป จะเห็นว่ามีหิมะปกคลุมภูเขาและบริเวณพื้นนะครับ ซึ่งสภาพภูมิอากาศบริเวณขั้วโลกเหนือจะค่อนข้างหนาวเย็นเลยนะครับ ถ้านักเรียนพิจารณาพื้นดินที่ใกล้เข้ามา นักเรียนจะเห็นพืชขนาดเล็กปกคลุมอยู่นะครับ อาจจะเป็นพืชของมอสนะครับ นักเรียนครับ ไม่ว่าจะเป็นทะเลทราย แถบขั้วโลกเหนือนี่นะครับ ในบางครั้งนี่เราจะพบสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ด้วยนะครับ นักเรียนทราบไหมครับ ซึ่งแห้งแล้งแล้วก็ร้อนนะครับ และมีอุณหภูมิพันแปรในกลางวัน และกลางคืนนี่นะครับ และบริเวณแถบขั้วโลกเหนือนี่ สิ่งมีชีวิตที่มีอากาศที่หนาวเย็นนี่นะครับ มันปรับตัวให้อยู่รอดได้อย่างไรนะครับ เดี๋ยวเราจะไปเรียนรู้พร้อม ๆ กันเลยนะครับ จากในรูปนะครับ นักเรียน เป็นระบบนิเวศแบบทะเลทรายอีกแล้วนะครับ แต่รอบนี้นี่ นักเรียนจะพบว่ามีพืชที่ปกคลุมในระบบนิเวศ ทะเลทรายนี้ และก็จะมีพืชชนิดหนึ่งที่เด่นขึ้นมานะครับ คือ เป็นต้นกระบองเพชรนะครับ ซึ่งเจ้าต้นกระบองเพชร มีชื่อนะครับ เรียกว่า "ต้น saguaro" ครับ ต้น saguaro สามารถพบได้ในทะเลทราบ โซโนแลนด์ อุทยานแห่งชาติ รัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ซึ่งเจ้าต้นซากัวโรนี่ เป็นกระบองเพชรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกานะครับ โดยมีความสูงนี่ อาจจะสูงได้ถึงอาจจะสูงได้ถึง 16 เมตรนะครับ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ใหญ่ได้ถึง 75 เซนติเมตรเลยนะครับ นักเรียนอาจจะสงสัยว่ามันมีการปรับตัวอย่างไรบ้างนะครับ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในระบบนิเวศแบบทะเลทรายนี่นะครับ จะมีการลดรูปของใบเป็นหนามนะครับ แล้วบริเวณด้านนอกของลำดับนะครับ นักเรียน จะมีสารประเภทไขหรือแวกปกคลุมอยู่นะครับ จะมีใบนะครับ ในลำต้นนี่ ซึ่งจะเปิดในเวลากลางคืนนะครับ เพื่อลดการสูญเสียน้ำนะครับ นอกจากนี้นะครับ เจ้าต้นกระบองเพชร ยังมีรากที่แผ่กระจายได้เป็นบริเวณกว้างนะครับ และอยู่บริเวณใกล้ผิวดินนะครับ การที่มีรากแบบนี้นี่ จะช่วยให้ให้ต้นกระบองเพชร สวามารถดูดน้ำได้ในปริมาณมากนะครับ เนื่องจากทะเลทรายมีภูมิอากาศที่ค่อนข้างแห้งแล้งนะครับ มีน้ำปริมาณน้อยในแต่ละปีนะครับ การมีรากแบบนี้นี่ ทำให้กระบองเพชรสามารถดูดซึมน้ำอย่างมีประสิทธิภาพนะครับ นอกจากนี้นะครับ กระบองเพชรยังมีลำต้นที่อวบน้ำนะครับ ก็ช่วยในการกักเก็บน้ำ นักเรียนคงจะเห็นนะครับ ต้นกระบองเพชรนี่ ก็มีการปรับตัวหลายประการเลยนะครับ เพื่อให้ดำรงอยู่รอดได้ในระบบนิเวศแบบทะเลทรายนะครับ นักเรียนคงจะสงสัยนะครับ ว่าระบบนิเวศคืออะไรนะครับ ระบบนิเวศ ก็คือระบบที่ประกอบด้วย กลุ่มสิ่งมีชีวิต และสิ่งไม่มีชีวิต ในบริเวณใดบริเวณหนึ่งนะครับ ซึ่งมีความสัมพันธ์กัน มีถ่ายทอดพลังงาน และการหมุนเวียนสารในระบบนะครับ สิ่งมีชีวิตนี่นะครับนักเรียน จะสามารถปรับตัวและรูปแบบการดำรงชีวิตที่เหมาะสมมันอยู่อาศัยนะครับ ทำให้มันสามารถดำรงชีวิตในบริเวณนั้นได้นะครับ ถ้านักเรียนยังจำเรื่องต้นซากัวโรได้นะครับ นักเรียนจะเข้าใจเลย ว่าต้น saguaro นี่มีลักษณะที่เหมาะสมแก่การอยู่ในระบบนิเวศ ทางทะเลทราบนะครับ ซึ่งสิ่งมีชีวิตนี่ จะมีความสัมพันธ์กับองค์ประกอบทางกายภาพนะครับ ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ แสง สภพาภูมิอากาศนะครับ และองค์ประกอบทางชีวภาพนี่นะครับ ก็ยังคงมีความแตกต่าง ซึ่งความแตกต่างขององค์ประกอบกทางกายภาพ และองค์ประกอบทางชีวภาพในแต่ละบริเวณนี่นะครับ จะก่อให้เกิดสภาพภูมิอากาศ และสภาพภูมิประเทศที่หลากหลายนะครับ ก่อให้เกิดระบบนิเวศที่หลากหลายนะครับ ไม่ว่าจะเป็นระบบนิเวศบนบกและระบบนิเวศแหล่งน้ำนะครับ และก็แน่นอนครับ สิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศที่แตกต่างกันไปนี่ ก็จะมีลักษณะที่มีชีวิตที่แตกต่างกันออกไป ถ้านักเรียนยังจำได้ เรื่องที่พบสัตว์ขั้วโลกเหนือนะครับ สิ่งมีชีวิตที่พบมอสนะครับ เรายังสามารถพบสัตว์ได้นะครับ อย่างเช่น หมีขั้วโลกนะครับ หมีขั้วโลกนะครับ มีการปรับตัว เพื่ออาศัยอยู่ในบริเวณแถบขั้วโลกเหนือนะครับ โดยมีชั้นไขมันที่หนานะครับ และก็มีขนที่ยาว เพื่อรักษาความร้อนในร่างกายนะครับ ทำให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในบริเวณขั้วโลกเหนือนะครับ ซึ่งมีอากาศหนาวมาก ๆ นะครับ บางครั้งนี่อุณหภูมินี่ มีการติดลบถึง 30 องศาเซลเซียสได้เลยนะครับ นอกจากนี้นะครับ ยังมีสิ่งมีชหลากหลายชนิดเลยนะครับ ซึ่งมีการปรับตัวอยู่ในระบบนิเวศที่แตกต่างกันนะครับ อย่างในรูปนี่นักเรียจะเห็นอูฐนะครับ และต้นโกงกางนี่นะครับ อาศัยอยู่ในป่าชายเลนนะครับ นักเรียนคิดว่าอูฐนี่ ที่อาศัยอยู่ในทะเลทราบ ซึ่งอาศัยอยู่ในป่าชายเลนนี่มีลักษณะเหมาะสมกับการดำรงค์ชีวิตในระบบนิเวศอย่างไรบ้างนะครับ ครูจะให้เวลา 10 วินาทีในการตอบคำถาม พร้อมไหมครับ ถ้าพร้อมแล้วเริ่มได้เลยครับ [เสียงดนตรี] (ดร.ธเณศ) เป็นอย่างไรกันบ้างนักเรียน ครูก็หวังว่านักเรียนจะตอบคำถามนี้ได้นะครับ ซึ่งแน่นอนครับ ว่าคำตอบอาจจะมีได้หลากหลายเลยนะครับ ขึ้นอยู่กับความรู้เดิมของนักเรียนนะครับ ว่านักเรียนเคยรับทราบมาได้อย่างไรนะครับ ว่าอูฐมีการปรับตัวอย่างไร ต้นโกงการมีการปรับตัวอย่างไรบ้างครับ ต้นโกงกางนี้นะครับ มีรากค้ำนะครับ ทำให้มันสามารถมีชีวิตอยู่ในดินเลน ซึ่งมีน้ำขึ้นน้ำลงได้นะครับ สำหรับอูฐนะครับ มีขนสีอ่อนนะครับ ที่สามารถสะท้อนรังสีจากดวงอาทิตย์ได้นะครับ ทำให้ผิวหนังของมันนี่ไม่ได้รับรังสีมากเกินไป มีโหนกที่ภายในสะสมไขมันนะครับ ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานช่วยให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในทะเลทราย ซึ่งมีสภาพอาหารที่ขาดแคลนนะครับ นักเรียนครับ ครูได้ยกตัวอย่างระบบนิเวศ ในเขตทะเลทรายและสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในบริเวณทะเลทรายให้ได้รับชมนะครับ และระนิเวศ ในเขตขั้วโลกแล้วก็สิ่งมีชีวิตเช่นกันนะครับ นักเรียนทราบไหมครับ ว่าระบบนิเวศที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมามาก ๆ นี่นะครับ เขาก็จะมีชื่อเรียกอีกนะครับ นั่นก็คือไบโอมครับนักเรียน ไบโอมนี่นะครับ เป็นระบบนิเวศขนาดใหญ่นะครับ มีองค์ประกอบทางกายภาพและองค์ประกอบทางชีวภาพที่กระจายอยู่นะครับ จะกระจายอยู่บริเวณต่าง ๆ ของโลกที่มีลักษณะภูมิศาสตร์ที่หลากหลายนะครับ มีสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศที่แตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่น บริเวณที่อยู่ละติจูดสูงนะครับ จะอยู่ในบริเวณที่รัตติจูดต่ำนะครับ และรวมกับบริเวณอื่น ๆ นะครับ เช่น ปริมาณหยาดน้ำฟ้านะครับ ปริมาณหยาดน้ำฟ้านะครับนักเรียน คือ น้ำที่มีลักษณะเป็นของแข็ง และของเหลวนะครับ กลั่นตัวของน้ำในอากาศ และตกลงมายังพื้นโลกนะครับ ยกตัวอย่างเช่น ฝน หิมะ หรือว่าลูกเห็บนะครับ นอกจากปริมาณหยาดน้ำฟ้านี่นะครับ ก็ที่แตกต่างกันนี่ ก็มีภูมิประเทศที่แตกต่างกันอย่างที่ทราบนะครับ สิ่งมีชีวิตในแต่ละบริเวณนี่นะครับ จะแตกต่างกันไปด้วยนะครับ ทำให้เกิดเป็นไบโอมบนบกที่มีความหลากหลายนะครับ โดยทั่วไปนี่ครับ นักเรียน ไบโอมบนบกนี่นะครับ จะใช้ลักษณะชนิดของพืชเด่นนะครับ ลักษณะทางกายภาพต่าง ๆ ระบุลักษณะภูมิประเทศ ชนิดของไบโอมบนบกนะครับ เดี๋ยวเราจะมาดูกันนะครับ ว่าไบโอมบนบกมีอะไรบ้าง นะครับ นักเรียนลองพิจารณาดูในแผนที่นะครับ จะเห็นไบโอมแบบต่าง ๆ นี่นะครับ กระจายอยู่ตามเขตต่าง ๆ ภูมิศาสตร์ต่าง ๆ ของโลกนะครับ เดี๋ยวเราจะมาดูไบโอมประเทศที่ 1 กันนะครับ นั่นก็คือไบโอมทรุนดานะครับ ไบโอมทุนดรานี่นะครับ นักเรียน จะพบในบริเวณขั้วโลกเหนือนะครับ นอกจากนี้นี่ ยังพบบริเวณแบบที่มีไบโอทุนดานะครับ ยกตัวอย่างที่บริเวณภูเขาสูงนะครับ แบบไบโอมทุนดานะครับ จากในรูปนะครับ นักเรียนจะเห็นรูปนี้นะครับ ตั้งแต่ตอนต้นของวีดิทัศน์เลยนะครับ รูปนี้แสดงไบโอมทุมดานะครับ แสดงตัวอย่างของไบโอทุนดา ในราชอาณาจักรนอร์เวย์นะครับ ราชอาณาจักรนอร์เวย์นะครับ ถ้านักเรียนดูตามแผนที่นะครับ ราชอาณาจักรนอร์เวย์นี่ จะอยู่ในโซนแบบใกล้ขั้วโลกเหนือมากนะครับ ไบโอมต่อไปนะครับนักเรียน คือ ไบโอมป่าสนครับ ไบโอมป่าสนนี่นะครับ ก็มีหลายชื่อเลยนะครับ จะมีลักษณะที่หนาเลยนะครับ บางที่ก็จะเรียกว่าไทกานะครับ หรือว่าป่าบอเรียล จะพบได้ในบริเวณแถบซีกโลกใต้ไบโอมทุนดรานะครับ ทางตอนเหนือของทวีปอเมริกา ทวีปยุโรปทวีปเอเชียนะครับ จากในรูปนะครับ จะเป็นป่าสนในสหพันธรัฐรัสเซียนะครับ ซึ่งก็จะยังคงอยู่ในบริเวณแถบซีกโลกใต้ไบโอมทุนดรานะครับ สำหรับไบโอมต่อไปนะครับ คือ ไบโอมป่าผลัดใบเขตอบอุ่นนะครับ ส่วนมากจะพบได้ในบางส่วนมเป็นบริเวณกว้าง บริเวณทะเล แล้วก็อาจจะพบในบางส่วนของซีกโลกใต้ด้วยนะครับ จากในรูปนะครับ เป็นป่าผลัดใบเขียวของประเทศญี่ปุ่นนะครับ สำหรับไบโอมต่อไปนะครับ คือ ไบโอมทุ่งหญ้าเขตอบอุ่นนะครับ ซึ่งนักเรียนจะเห็นเลยนะครับ ว่าอยู่ในเขตอบอุ่นหลายแห่งนะครับ ซึ่งจะพบนะครับ ในตอนกลางของทวีปอเมริกาเหนือนะครับ ซึ่งก็คืออย่างในรูปนี่ พบไบซันด้วยนะครับ ในประเทศสหรัฐอเมริกานะครับ หรือว่าทุ่งหญ้าสเตปต์ในรัสเซียนะครับ หรือทุ่งหญ้าแพมพัส ในสาธารณรัฐอาเจนตินานะครับ ซึ่งอาจถูกเปลี่ยนเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว ์หรือว่าเป็นพื้นที่เพาะปลูกนะครับ สำหรับไบโอมต่อไปนะครับ นั่นก็คือไบโอมป่าเขตร้อนนะครับ ซึ่งจะพบบริเวณเขตใกล้เส้นศูนย์สูตรนะครับ ซึ่งก็จะมีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตสูงมากเลยนะครับ และก็ป่าเขตร้อนนี่ จะมีหลายประเภทมาก ยกตัวอย่างเช่น ป่าเต็งรัง ป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณ ซึ่งประเทศไทยเรานี่นะครับ อยู่ในไบโอมป่าเขตร้อนนะครับ แล้วก็ตัวอย่างอื่น ๆ นะครับ เช่น ไบโอมป่าเขตร้อนที่สาธารณรัฐเอกวาดอว์ นะครับ ในไบโอมป่าเขตร้อนนี่นะครับ เรายังพบป่าดิบชื้น ซึ่งป่าดิบชื้นนี่เป็นป่าเขตร้อนของสิ่งมีชีวิตสูงนะครับ เนื่องจากมีอุณหภูมิที่เหมาะสมกับการดำรงของสิ่งมีชีวิตนะครับ มีแสงเพียงพอต่อผู้ผลิตนะครับ ซึ่งสิ่งมีชีวิตสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้นะครับ มีความหลากหลายของสัตว์และพืชบริเวณนี้ได้เลยนะครับ ที่พืชมีความหลากหลายและสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในบริเวณนี้นะครับ ทำให้เกิดการแข่งขันกันนะครับ เพื่อรับแสงนะครับ ก่อให้เกิดชั้นเรือนยอดที่เกิดความต่างชั้นได้นะครับ ซึ่งแบ่งโครงสร้างของป่าตามแนวตั้งได้เป็นหลายชั้นเลยนะครับ สำหรับไบโอมต่อไปนะครับ ก็คือไบโอมสะวันนานะครับ ซึ่งจะพบในบริเวณ ใกล้เส้นศูนย์สูตรนะครับ โดยลักษณะไบโอมแบบนี้นี่แหละครับ มักเกิดไฟป่าในช่วงฤดูแล้งนะครับ ยกตัวอย่างเช่น ทุกหญ้าสะวันนานะครับ ในสาธารณรัฐเคนยานะครับ นักเรียนจะเห็นนะครับ มียีราฟหลายตัวในทุ่งหญ้าสะวันนา ซึ่งสาธารณรัฐเคนยานะครับ ก็เป็นประเทศหนึ่งในทวีปแอฟริกานะครับ ต่อไปนะครับ เป็นไบโอมทะเลซึ่งทะเลทรายนี่ครับ พบได้ในเขตร้อน เขตอบอุ่น เขตหนาวเลยนะครับ สำหรับทะเลทราย ครูก็ได้ให้ความรู้นักเรียนไปบ้างแล้วนะครับ เกี่ยวกับการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตในสิ่งมีชีวิตนักเรียนคงจะเห็นภาพมาแล้วนะครับ ในช่วงแรกของการเรียนรู้เลยนะครับ จากในรูปนะครับ อันนี้เป็นรูปจากการนำเข้าสู่บทเรียนเลยนะครับ ก็คือเป็นทะเลทรายในสาธารณรัฐอียิปต์ ในแอฟริกาตอนเหนือนะครับ เป็นอย่างไรกครูก็หวังว่านักเรียนจะได้รับความรู้เกี่ยวกับไบโอมบนบก ในโลกของเรานะครับ ครูมีคำถาม 1 ข้อครับ นักเรียน นักเรียนคิดว่าในบริเวณเส้นละติจูดเดียวกัน จึงอาจจะมีไบโอมทีต่างกันได้นะครับ นักเรียนพอจะตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ ครูจะให้เวลานักเรียลองคิดสัก 10 วินาทีนะครับ พร้อมไหมครับ ถ้าพร้อมแล้ว เริ่มได้เลยครับ [เสียงดนตรี] (ดร.ธเณศ) นักเรียนบางคนนะครับ ก็อาจจะตอบคำถามได้หลายแบบเลยนะครับ และก็มีหลายสาเหตุ เช่น ภูมิประเทศที่เป็นภูเขา ที่เป็นแนวบังฝนนะครับ เช่น มีกระแสน้ำ กระแสลมนี่ ซึ่งส่งผลให้แต่ละเขตภูมิอากาศเดียวกันนี่ มีอุณหภูมิและหยาดน้ำฟ้าแตกต่างกันนะครับ ทำให้ชนิดพืช และสัตว์ที่ดำรงชีวิตได้นี่ มีแตกต่างกันไปด้วยนะครับ ซึ่งแบ่งเป็น เช่นลักษณะทางกายภาพของดิน จึงอาจมีไบโอมที่หลากหลายในเขตภูมิอากาศเดียวกัน หรือบริเวณที่มีเส้นละติจูดเดียวกันได้นะครับ นักเรียนทราบไหมครับ ว่าในแต่ละไบโอมนี่ ยังสามารถพบระบบนิเวศที่มีลักษณะคล้ายไบโอมอื่น ๆ ได้อีกด้วยนะครับ ยกตัวอย่างเช่น ทุ่งหญ้าสะวันนาในสาธารณรัฐเคนยานะครับ ซึ่งอันนี้อยู่ในไบโอมสะวันนานะครับ ในประเทศไทยเรานี่ อย่างที่เราทราบนี่ ประเทศไทยอยู่ในไบโอมป่าเขตร้อนนะครับ แต่ยังสามารถพบระบบวิเวศแบบทุ่งหญ้าสะวันนาได้เหมือนกันนะครับ จากในรูป คือ ทุ่งหญ้าสะวันนาในอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงนะครับ ทั้งนี้นะครับ เนื่องจากบริเวณทุ่งแสลงหลวงนี่ ได้รับปริมาณน้ำฝนที่น้อยนะครับ แล้วก็เกิดไฟป่าบ่อย ส่งผลให้พืชมีชีวิตสั้นแล้วก็แพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็วนะครับ จึงทำให้ระบบนิเวศลักษณะคล้ายทุ่งหญ้าสะวันนานะครับ ซึ่งอยู่ในไบโอมสะวันนาที่ในเขตแอฟฟริกานะครับ เพื่อให้นักเรียนเข้าใจเรื่องการระบุชนิดของไบโอมบนบกมากขึ้นนะครับ ครูอยากให้นักเรียนทำกิจกรรมที่ 5.1 นะครับ การระบุชนิดของไบโอมบนบกนะครับ ซึ่งจะอยู่ในหนังสือเรียนในหน้า 187 นะครับ ครูอยากให้นักเรียนศึกษาจุดประสงค์และวิธีการทำกิจกรรมนี้ให้เข้าใจนะครับ โดยนักเรียนสามารถกดพัก เพื่อทำกิจกรรมนะครับ และกดเล่นต่อ เพื่อกลับมาเรียนต่อได้เลยนะครับ นักเรียนพร้อมหรือยังครับ ถ้านักเรียนพร้อมแล้วไปทำกิจกรรมได้เลยนะครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับนักเรียน ครูก็หวังว่านักเรียนจะระบุชนิดไบโอมบนบกจากข้อมูลได้นะครับ ในตอนที่ 1 นี่นะครับ ไบโอมแรก ไบโอมที่ 1 คือ ไบโอมทะเลทรายนะครับ ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตนี่ ได้แก่ กระบองเพชร อิกัวนา สุนัขจิ้งจอกทะเลททรายนะครับ หรือว่าอูฐ สำหรับไบโอมที่ 2 นะครับ ก็คือไบโอมสะวันนานะครับ เช่น หญ้า ม้าลาย ช้าง หรือว่าไฮยีนาครับ ไบโอมที่ 3 นะครับ คือ ไบโอมป่าเขตร้อน ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตนะครับ เฟิร์น กล้วย สักนะครับ สำหรับไบโอมที่ 4 นะครับ ก็คือไบโอมทุ่งหญ้าเขตอบอุ่นนะครับ ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตนะครับ เช่น หญ้า ไบซัน ม้า แพรรี่ด็อกนะครับ ไบโอมที่ 5 นะครับ คือไบโอมป่าผลัดใบเขตอบอุ่นนะครับ ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตนะครับ คือ เมเปิล บีช โอ๊ก นะครับ สำหรับไบโอมที่ 6 นะครับ ป่าสนนะครับ ตัวอย่างสิ่งมีชีวิต ก็ได้แก่ สน แคล็อก มูส หมีสีน้ำตาลนะคราับ สำหรับไบโอมสุดท้าย ไบโอมที่ 7 นี่นะครับ ก็คือไบโอมทุนดา ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตนะครับ ก็คือ ไลเคน มอส หญ้า ไม้พุ่มเตี้ย หรือว่าหมีขาวนะครับ ครูก็หวังว่านักเรียนคงจะสามารถระบุชนิดของไบโอมได้นะครับ และก็พอจะยกตัวอย่างสิ่งมีชีวิตได้นะครับ ซึ่งตัวอย่างของสิ่งมีชีวิตนี้ก็อาจจะแตกต่าง หรือเหมือนกับครูก็ได้นะครับ ไม่เป็นอะไรนะครับ เดี๋ยวเราไปดูตอนที่ 2 กันต่อนะครับ ตอนที่ 2 นี่ ครูจะยกตัวอย่างต้นสนในไบโอมป่าสน ซึ่งต้นสนในไบโอมป่าสนนี่นะครับ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้มีหิมะปกคลุมกิ่งไม้มากเกินไปนะครับ ซึ่งจะส่งผลให้กิ่งไม้นี่ หักลงมาได้นะครับ แล้วก็มีใบรูปเข็มนะครับ ซึ่งจะลดการคลายน้ำนะครับ ซึ่งจะสัมพันธ์กันในส่วนของป่าไม้สน ซึ่งจะมีอากาศที่หนาวเย็น ซึ่งน้ำส่วนใหญ่จะเป็นน้ำแข็งนะครับ ซึ่งพืชจะไม่สามารถนำมาใช้ได้เลยนะครับ อย่างที่ทราบกันนะครับ ว่าไบโอมบนบก เราจะสามารถแยกประเภทโดยใช้ชนิดพืชเดียวนะครับ ในขณะที่แหล่งน้ำนี่ ไม่นิยมจำแนกเป็นไบโอมแหล่งน้ำนะครับ แต่เราจะจำแนกเป็นระบบนิเวศแหล่งน้ำแทนนะครับ โดยจะให้ค่าความเข้มข้นของเกลือนี่นะครับ เป็นปัจจัยหลักของการจำแนก ยกตัวอย่างเช่น สระน้ำหรือแม่น้ำนะครับ จะมีค่าเข้มข้นของเกลือน้อยกว่าร้อยละ 0.1 นะครับ ในขณะที่ระบบนิเวศแหล่งน้ำเค็มนี่นะครับ เช่น แนวปะการังค่าความเข้มข้นของเกลือ ประมาณร้อยละ 3 นะครับ ยังมีรอยต่อระบบนิเวศ แหล่งน้ำจืด และระบบนิเวศแหล่งน้ำเค็มนะครับ ซึ่งเราจะเรียกว่า "ระบบนิเวศแหล่งน้ำกร่อย" นะครับ ซึ่งค่าความเข้มข้นของเกลือในบริเวณนี้ีนี่ จะผันแปรกันในรอบวันนะครับ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยปริมาณหยาดน้ำฟ้านะครับ โดยเราจะพบแหล่งน้ำกร่อยที่บริเวณปากแม่น้ำนะครับ นอกจากนี้นะครับ ยังทมีปัจจัยทางกายภาพอื่น ๆ นะครับ ที่กำหนดชนิดและปริมาณต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิตในระบบของน้ำ และสิ่งมีชีวิตนะครับ ได้แก่ปริมาณแสง ปริมาณออกซิเจนในน้ำ และอุณหภูมิของน้ำครับ นอกจากนี้ครับ นักวิทยาศาสตร์นี่ ยังใช้ประมาณแสงนะครับ ในการแบ่งแหล่งน้ำนะครับ จากในรูปนี่นะครับ นักเรียนจะเห็นบริเวณที่แสงส่องถึงนี่นะครับ จะมีแสงที่เพียงพอการสังเคราะห์ด้วยแสงนะครับ จะมีสิ่งมีชีวิตที่สามารถสร้างอาหารและทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตได้นะครับ ยกตัวอย่างเช่น สาหร่าย แพลงตอนพืช และก็จะมีสิ่งมีชีวิตที่กินพืชเป็นอาหารที่เป็นผู้ผลิตนะครับ เป็นอาหาร นอกจากนี้ยังมีอีกบริเวณหนึ่ง นั่นก็คือบริเวณที่แสงส่องไม่ถึงนะครับ ซึ่งบริเวณที่แสงส่องไม่ถึงนี่จะไม่มีสิ่งมีชีวิตที่สังเคราะห์ด้วยแสงได้นะครับ และก็ชนิดของสิ่งมีชีวิตนี่ แล้วก็การดำรงชีวิต ก็จะแตกต่างจากบริเวณที่มีแสงส่องถึงนะครับ นักเรียนสามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับไบโอมบนบก และก็ระบบนิเวศแหล่งน้ำชนิดต่าง ๆ ให้มากขึ้นได้จากกิจกรรมนะครับ นักเรียนสามารถศึกษากล่องความรู้ รู้หรือไม่ เรื่องระบบเชิงนิเวศนะครับ ซึ่งจะอยู่ในหน้าที่ 190 ในหนังสือเรียนนะครับ แล้วก็ลองทำกิจกรรมที่ 5.2 การท่องเที่ยวเชิงนิเวศดูนะครับ สรุปเนื้อหาภายในบทเรียนนะครับ ระบบนิเวศนะครับ คือ ระบบที่ประกอบด้วยกลุ่มสิ่งมีชีวิต และสิ่งไม่มีชีวิตตบริเวณหนึ่งนะครับ ซึ่งมีความสัมพันธ์กัน มีการถ่ายทอดพลังงาน และมีการหมุนเวียนสารในระบบนะครับ ในแต่ละบริเวณของโลกนี้นะครับ มีภูมิอากาศและภูมิประเทศที่หลากหลายแตกต่างกันนะครับ ทำให้มีระบบนิเวศที่หลากหลายนะครับ และเกิดเป็นความหลากหลายของไบโอมได้นะครับ คุณครูก็หวังว่านักเรียนจะมีความรู้เกี่ยวกับไบโอมบนบก และระบบนิเวศในน้ำนะครับ เดี๋ยวในตอนต่อไปนี่นะครับ เราจะมาศึกษากันต่อในเรื่องระบบนิเวศในตอนที่ 2 นะครับ ซึ่งเนื้อหาหลัก ๆ จะเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงเทียนที่ การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ของประชากรในระบบนิเวศนะครับ สำหรับวันนี้คุณครูขอลาไปก่อนนะครับ แล้วพบกันใหม่ในวีดิทัศน์ตอนหน้านะครับ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี]