﻿1
00:00:41,896 --> 00:00:45,143
[เสียงดนตรี] สวัสดีครับ นักเรียนทุกคน

2
00:00:45,143 --> 00:00:49,143
คุณครูชื่อครูสนธิ พลชัยยา นะครับ

3
00:00:51,922 --> 00:00:55,922
วันนี้นะครับ คุณครูจะสอนเนื้อหาสนุก ๆ นะครับ ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์

4
00:00:56,005 --> 00:00:59,495
ก็คือหนังสือวิทยาศาสตร์กายภาพเล่ม 1 เล่มนี้นะครับ

5
00:00:59,495 --> 00:01:01,957
โดยวันนี้นะครับ คุณครูจะสอนเนื้อหาในบทที่ 1

6
00:01:01,957 --> 00:01:04,706
จะเป็นเรื่องของอากาศครับผม

7
00:01:04,706 --> 00:01:08,706
ทีนี้ในอากาศนะครับ

8
00:01:09,071 --> 00:01:13,071
ก็จะมีเนื้อหาแบ่งออกเป็น 5 หัวข้อย่อยนะครับ

9
00:01:14,690 --> 00:01:17,954
โดยเนื้อหาที่ครูจะสอนในวันนี้จะเป็นหัวข้อ 1.1 ก็คือองค์ประกอบในอากาศ

10
00:01:17,954 --> 00:01:21,954
นั่นเอง แต่ก่อนที่เราจะเริ่มเรียน

11
00:01:23,497 --> 00:01:27,497
ครูก็มีคำถามมาถามนักเรียนนะครับ เอ๊ะ ว่าทำไมเราจะต้องเรียนเรื่องอากาศและก็องค์

12
00:01:29,238 --> 00:01:31,369
มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับชีวิตของเราอย่างไร

13
00:01:31,369 --> 00:01:34,860
นักเรียนลองตอบอยู่นะครับ

14
00:01:34,860 --> 00:01:38,860
เป็นอย่างไรครับ ได้คำตอบหรือยัง

15
00:01:40,733 --> 00:01:44,733
เชื่อว่านักเรียนหลายคนน่าจะได้คำตอบแล้วนะครับ ว่าทำไมเราจะต้องเรียนเรื่องอากาศและก็

16
00:01:47,444 --> 00:01:51,444
องค์ประกอบในอากาศ ซึ่งนักเรียนหลาย ๆ คนอาจจะมีคำตอบให้ ๆ กับครูนะครับ ก็คืออากาศ

17
00:01:51,591 --> 00:01:52,765
สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเรานะครับ อากาศอยู่รอบ ๆ ตัวเรา

18
00:01:52,765 --> 00:01:56,765
ส่วน

19
00:01:58,166 --> 00:02:02,166
องค์ประกอบในอากาศนะครับ ก็ประกอบด้วย แก๊สหลายชนิดนะครับ ที่มีความ

20
00:02:03,333 --> 00:02:07,333
สำคัญทั้งกับตัวเราและก็สามารถเอาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย

21
00:02:07,739 --> 00:02:10,291
ด้วยเหตุนี้แหละครับ เราก็เลยจำเป็นที่จะต้องมาเรียนรู้เรื่องของอากาศ

22
00:02:10,291 --> 00:02:13,517
และความสำคัญอีกอย่างหนึ่งนะครับ

23
00:02:13,517 --> 00:02:14,811
เนื่องจากอากาศนี่อยู่รอบ ๆ ตัวเราใช่ไหมครับ

24
00:02:14,811 --> 00:02:18,811
เพราะฉะนั้นนะครับ

25
00:02:19,353 --> 00:02:23,353
ขออากาศอยู่รอบตัวเรานี่เวลาที่เราทำกิจกรรมอะไรก็ตาม

26
00:02:23,440 --> 00:02:27,440
เราก็จะต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดมลพิษในอากาศใช่ไหมครับ

27
00:02:28,654 --> 00:02:32,654
เพราะถ้าเกิดมลพิษในอากาศแล้วอาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราด้วยนะครั

28
00:02:33,865 --> 00:02:36,050
บ นี่แหละครับ อากาศมีความสำคัญมาก และองค์ประกอบในอากาศก็สำคัญ

29
00:02:36,050 --> 00:02:40,050
เราเลยต้องมาเรียนรู้กันครับ

30
00:02:43,224 --> 00:02:44,742
ทีนี้ก่อนที่จะเริ่มนะครับ คุณครูก็อยากจะทบทวนก่อน เกี่ยวกับเรื่องของ

31
00:02:44,742 --> 00:02:47,154
การจำแนกสาร

32
00:02:47,154 --> 00:02:50,999
นักเรียนจำได้ไหมครับ ว่า

33
00:02:50,999 --> 00:02:53,811
ถ้าเราจำแนกสารนี่โดยใช้ความบริสุทธิ์ของสารเป็นเกณฑ์

34
00:02:53,811 --> 00:02:55,926
เราจะจำแนกได้เป็นสารบริสุทธิ์นะครับ

35
00:02:55,926 --> 00:02:59,258
แล้วก็สารผสม

36
00:02:59,258 --> 00:03:03,258
สารบริสุทธิ์ประกอบด้วย ธาตุและสารประกอบ

37
00:03:04,817 --> 00:03:07,303
ส่วนสารผสมนะครับ ประกอบด้วย ประกอบสารละลายคอลลอยด์แล้วก็แ

38
00:03:07,303 --> 00:03:09,827
ขวนลอย นักเรียนบอกครูได้ไหมครับ ว่า

39
00:03:09,827 --> 00:03:12,308
จัดอยู่ในกลุ่มใด

40
00:03:12,308 --> 00:03:14,524
อากาศเป็นสารบริสุทธิ์หรือสารผสม

41
00:03:14,524 --> 00:03:17,634
อากาศเป็นธาตุหรือสารประกอบ

42
00:03:17,634 --> 00:03:19,372
หรืออากาศเป็นสารละลายคอลลอยด์หรือแขวนลอย

43
00:03:19,372 --> 00:03:22,442
ตอบได้ไหมเอ่ย

44
00:03:22,442 --> 00:03:24,551
เดี๋ยวครูจะเฉลยนะครับ

45
00:03:24,551 --> 00:03:27,619
อากาศนะครับ จัด

46
00:03:27,619 --> 00:03:30,243
เป็นสารผสมนะครับ เพราะว่าอากาศเป็นสาร

47
00:03:30,243 --> 00:03:32,751
ทีนี้ทำไมอากาศถึงเป็นสารละลายครับ

48
00:03:32,751 --> 00:03:36,751
อากาศเป็นสารละลายเพราะอากาศ

49
00:03:37,442 --> 00:03:40,648
ประกอบด้วยแก๊สหลาย ๆ ชนิดนะครับ ผสมรวมกันอยู่นะครับ

50
00:03:40,648 --> 00:03:44,648
โดยอนุภาคของแก๊สนี้มีขนาดเล็กมากเลย

51
00:03:45,877 --> 00:03:48,542
เล็กกว่า 10 กำลัง -7 เซนติเมตรนะครับ ผสมรวมกันอยู่เป็นเนื้อเดียวกัน

52
00:03:48,542 --> 00:03:52,542
เพราะฉะนั้น อากาศเป็นสารละลายครับ

53
00:03:54,498 --> 00:03:58,498
ครูบอกว่าในอากาศมีแก๊สหลายชนิดผสมกันอยู่

54
00:03:59,164 --> 00:04:01,709
อยากจะรู้ว่าในอากาศมีแก๊สอะไรบ้าง และมีปริมาณเท่าไหร่

55
00:04:01,709 --> 00:04:05,709
ถ้าอยากรู้เดี๋ยวเรามาดูกันครับ

56
00:04:08,839 --> 00:04:11,198
จากหน้าจอนะครับ นักเรียนก็คงจะเห็นปริมาณของแก๊สต่าง ๆ ในอากาศ

57
00:04:11,198 --> 00:04:15,198
ร้อยละโดยปริมาตร

58
00:04:17,512 --> 00:04:21,512
จะเห็นว่าแก๊สไนโตรเจนนี้มีเยอะสุดเลยนะครับ มีประมาณ 78 เปอร์เซ็นต์

59
00:04:22,017 --> 00:04:26,017
รองลงมา ก็คือแก๊สออกซิเจน มีประมาณ 21 เปอร์เซ็นต์

60
00:04:27,507 --> 00:04:30,552
ส่วนแก๊สอื่น ๆ นะครับ ก็อย่างเช่น แก๊สอาร์กอน แก๊สฮีเลียม แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

61
00:04:30,552 --> 00:04:34,552
รวมกันก็ประมาณ 1

62
00:04:35,251 --> 00:04:38,427
เปอร์เซ็นต์ ทีนี้นักเรียนยังจำเนื้อหาในเรื่องของสารละลายได้นี่

63
00:04:38,427 --> 00:04:42,427
คุณครูบอกว่าอากาศเป็นสารละลายใช่ไหมครับ

64
00:04:44,043 --> 00:04:46,432
ยังจำเนื้อหาได้เนี่ยนักเรียนบอกครูได้ไหม ว่าแก๊สชนิดใดเป็นตัวทำละลาย

65
00:04:46,432 --> 00:04:49,879
และแก๊สชนิดใดเป็นตัวละลาย

66
00:04:49,879 --> 00:04:53,879
จำกันได้อยู่ใช่ไหมครับ

67
00:04:56,907 --> 00:04:59,498
จากข้อมูลที่ครูให้นี้จะเห็นว่าแก๊สไนโตรเจนมีปริมาณเยอะที่สุดเลยในอากาศ

68
00:04:59,498 --> 00:05:02,757
แสดงว่าแก๊สไนโตรเจนเป็นตัวทำละลาย

69
00:05:02,757 --> 00:05:06,757
ส่วนแก๊สอื่น ๆ เป็นตัวละลาย

70
00:05:08,217 --> 00:05:12,217
ครับผม ทีนี้นักเรียนก็ได้รู้แล้วนะครับ ว่าในอากาศมีแก๊สอะไรบ้าง

71
00:05:13,471 --> 00:05:14,928
ทีนี้แก๊สแต่ละชนิดในอากาศนี่มีสมบัติหรือว่ามีความสำคัญ

72
00:05:14,928 --> 00:05:18,411
อย่างไร เดี๋ยวเรามาดูกันนะครับ

73
00:05:18,411 --> 00:05:22,048
คุณครูขอต้นจากแก๊สไนโตรเจนก่อนเลย

74
00:05:22,048 --> 00:05:24,923
เพราะแก๊สไนโตรเจนมีเยอะที่สุดในอากาศครับ

75
00:05:24,923 --> 00:05:26,594
ไนโตรเจนนะครับ ไม่มีสีไม่มีกลิ่น

76
00:05:26,594 --> 00:05:29,335
เมื่อมนุษย์หายใจ

77
00:05:29,335 --> 00:05:33,249
วันนี้จะเคลื่อนที่ผ่านเข้าและออกจากปอด

78
00:05:33,249 --> 00:05:37,243
โดยไม่ทำปฏิกิริยาเคมีกับสารใดในร่างกายครับ

79
00:05:37,243 --> 00:05:41,243
รองลงมานะครับ ก็คือแก๊สออกซิเจนนะครับ

80
00:05:41,321 --> 00:05:45,321
แก๊สออกซิเจนนี้มีความจำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตมากเลยนะครับ

81
00:05:45,793 --> 00:05:49,516
เพราะว่าเมื่อมนุษย์และสัตว์หายใจเอาแก๊สออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย

82
00:05:49,516 --> 00:05:53,132
แก๊สออกซิเจนจะทำปฏิกิริยาเคมีกับสารอาหาร

83
00:05:53,132 --> 00:05:55,146
แล้วให้พลังงานที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต

84
00:05:55,146 --> 00:05:59,146
ครับ นอกจากนี้นะครับ

85
00:06:01,132 --> 00:06:03,636
ออกซิเจนนะครับ ก็มีส่วนสำคัญในปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันด้วย

86
00:06:03,636 --> 00:06:07,636
เช่น การเผาไหม้ การเกิดสนิม

87
00:06:08,802 --> 00:06:12,069
แก๊สต่อไป ก็คือแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

88
00:06:12,069 --> 00:06:16,069
แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ไม่มีสีไม่มีกลิ่น

89
00:06:16,549 --> 00:06:20,549
เป็นผลิตภัณฑ์จากปฏิกิริยาระหว่างสารอาหารกับแก๊สออกซิเจน

90
00:06:22,281 --> 00:06:26,281
จำได้ไหมครับ เมื่อสักครู่คุณครูบอกว่าถ้าเราหายใจเอาแก๊สออกซิเจนเข้าไป

91
00:06:27,004 --> 00:06:31,004
นี่ แก๊สออกซิเจนจะทำปฏิกิริยาเคมีกับสารอาหารในร่างกายเราให้พลังงาน

92
00:06:32,440 --> 00:06:36,248
นอกเหนือจากพลังงานแล้วนะครับ ก็ให้คาร์บอนไดออกไซด์เป็นผลิตภัณฑ์ด้วยนะครับ

93
00:06:36,248 --> 00:06:40,248
คาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นผลิตภัณฑ์นี้

94
00:06:41,123 --> 00:06:45,123
แหละครับ ก็เป็นสารตั้งต้นที่สำคัญในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช

95
00:06:46,162 --> 00:06:50,162
นะครับ แก๊สต่อไปนะครับ ก็คือแก๊สอาร์กอน

96
00:06:51,876 --> 00:06:55,028
คำว่า "อาร์กอน" ในภาษากรีกมีความหมายว่า ขี้เกียจ เฉื่อยชา

97
00:06:55,028 --> 00:06:59,028
นักเรียนคงไม่ได้ประพฤติตัวเหมือนอาร์กอนใช่ไหมครับ

98
00:06:59,303 --> 00:07:03,303
อาร์กชอนนะครับ มีความหมายว่าขี้เกียจเฉยชา

99
00:07:03,648 --> 00:07:06,676
ซึ่งสอดคล้องกับความไม่ว่องไวต่อปฏิกิริยาเคมีของแก๊ส

100
00:07:06,676 --> 00:07:10,676
เช่นเดียวกันนะครับ

101
00:07:12,080 --> 00:07:13,100
แก๊สฮีเลียมก็เหมือนกัน

102
00:07:13,100 --> 00:07:17,100
กลอน

103
00:07:18,309 --> 00:07:19,977
เมื่อหายใจเอาแก๊สอาร์กอนแก๊สฮีเลียมเข้าไปในร่างกาย

104
00:07:19,977 --> 00:07:23,191
นี่ แก๊สเหล่านี้จะไม่เกิด

105
00:07:23,191 --> 00:07:27,191
ปฏิกิริยาเคมีใด ๆ นะครับ ในร่างกาย

106
00:07:29,221 --> 00:07:33,221
เอ๊ะ นักเรียนอาจจะสงสัยว่าถ้าอย่างนั้นแก๊สอาร์กอนกับแก๊สฮีเลียมมีความสำคัญ

107
00:07:38,505 --> 00:07:41,981
อย่างไร แก๊สอาร์กอนกับแก๊สฮีเลียมมีความสำคัญนะครับ ซึ่งเดี๋ยวพอนักเรียนไปเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องการนำอากาศไปใช้ประโยชน์

108
00:07:41,981 --> 00:07:45,007
นี่ นักเรียนจะรู้เองว่าแก๊สอาร์กอนและแก๊สฮีเลียมสำคัญ

109
00:07:45,007 --> 00:07:49,007
อย่างไร ตรงนี้ครูติดไว้ก่อนยังไม่บอกครับผม

110
00:07:52,452 --> 00:07:55,349
ทีนี้นะครับ นอกจากแก๊สต่าง ๆ ที่คุณครูได้พูดไปแล้วนี่

111
00:07:55,349 --> 00:07:59,349
ในอากาศนะครับ ก็ยังมีความชื้น

112
00:07:59,585 --> 00:08:01,609
ความชื้นเกิดจากอะไรครับ ความชื้นเกิดจากไอน้ำที่อยู่ในอากาศ

113
00:08:01,609 --> 00:08:05,609
ไอ้น้ำคืออะไร ล่ะ

114
00:08:05,616 --> 00:08:08,051
ไอน้ำนะครับ เป็นแก๊สที่ไม่มีสีไม่มีกลิ่น

115
00:08:08,051 --> 00:08:12,051
มองไม่เห็นด้วยตาเปล่านะครับ

116
00:08:13,012 --> 00:08:17,012
แต่ไอ้สิ่งที่เรามองเห็นเช่นเมฆหมอกไม่ใช่ไอน้ำนะครับ

117
00:08:17,609 --> 00:08:21,609
แต่ว่าเป็นละอองน้ำขนาดเล็กที่เกิดจากการควบแน่นของไอน้ำ

118
00:08:22,235 --> 00:08:26,161
ทีนี้อากาศแต่ละบริเวณมีไอน้ำเป็นอย่างไรล่ะ

119
00:08:26,161 --> 00:08:28,504
อากาศบริเวณนะครับ มีไอน้ำแตกต่างกันนะครับ

120
00:08:28,504 --> 00:08:29,520
เพราะฉะนั้น ในการวิเคราะห์อากาศ

121
00:08:29,520 --> 00:08:33,348
นี้เราเลยต้องเอาเลยต้อง

122
00:08:33,348 --> 00:08:37,348
เอาไอน้ำออกจากอากาศก่อนนะครับ

123
00:08:38,290 --> 00:08:42,290
ซึ่งเราเรียกอากาศที่ไม่มีไอน้ำผสมนี่อยู่เรียกว่า "อากาศ

124
00:08:44,068 --> 00:08:48,068
แห้ง" ครับผม คุณครูบอกว่าในอากาศมีแก๊สไนโตรเจนอยู่ประมาณร้อยละ 70

125
00:08:48,973 --> 00:08:51,526
ออกซิเจนร้อยละ 21 อันนี้ก็คือการวิเคราะห์จากอากาศแห้ง

126
00:08:51,526 --> 00:08:54,561
ก็คืออากาศที่ไม่มีไอน้ำอยู่ครับ

127
00:08:54,561 --> 00:08:56,332
ทีนี้นะครับ

128
00:08:56,332 --> 00:09:00,332
นักเรียนอาจจะสงสัยว่า

129
00:09:00,563 --> 00:09:03,641
เอ๊ะ แล้วแก๊สต่าง ๆ ในอากาศเป็นธาตุหรือสารประกอบ

130
00:09:03,641 --> 00:09:05,167
อยู่ในรูปอะตอมหรืออยู่ในรูปโมเลกุล

131
00:09:05,167 --> 00:09:07,406
เดี๋ยวเรามาดูกันครับ

132
00:09:07,406 --> 00:09:11,406
จากหน้าจอ

133
00:09:11,869 --> 00:09:15,869
นี้นักเรียนเห็นไหมคำว่าครูแบ่งกลุ่มของแก๊สออกเป็น 3 กลุ่ม

134
00:09:17,577 --> 00:09:21,577
ซึ่งถูกแบ่งกลุ่มตามสีเห็นไหมครับ มีสีเขียว มีสีม่วง แล้วก็มีสีเหลือง

135
00:09:24,441 --> 00:09:28,441
จากกลุ่มของแก๊สที่คุณครูแบบนี้นักเรียนคิดว่าครูใช้เกณฑ์อะไรในการแบ่งครับ

136
00:09:29,000 --> 00:09:33,000
เดี๋ยวเรามาดูกันนะครับ ว่าครูใช้เกณฑ์อะไรในการแบ่ง

137
00:09:33,126 --> 00:09:35,463
ถ้าเราอยู่ในแนวนอนนะครับ ดูในแถวบน

138
00:09:35,463 --> 00:09:38,401
เห็นว่าแก๊สที่อยู่แถวบนนี่

139
00:09:38,401 --> 00:09:41,205
ประกอบด้วยธาตุแค่ชนิดเดียวเองนะครับ

140
00:09:41,205 --> 00:09:43,426
อย่างเช่น แก๊สตัวแรกนะครับ ก็คือ

141
00:09:43,426 --> 00:09:45,735
อาร์กอน ตัวที่ 2 ก็คือฮีเลียม

142
00:09:45,735 --> 00:09:49,647
ตัวที่ 3 นะครับ ก็มีแค่

143
00:09:49,647 --> 00:09:52,557
ไนโตรเจนอย่างเดียวและตัวที่ 4 ก็มีออกซิเจนอย่างเดียวนะครับ

144
00:09:52,557 --> 00:09:53,971
เพราะฉะนั้นนะครับ สารที่ประกอบด้วย ธาตุ

145
00:09:53,971 --> 00:09:55,776
นิดเดียวนี่

146
00:09:55,776 --> 00:09:58,256
เขาเรียกว่าถ้าครับ

147
00:09:58,256 --> 00:09:59,355
ส่วนแถวล่างนะครับ

148
00:09:59,355 --> 00:10:02,963
เห็นว่า

149
00:10:02,963 --> 00:10:04,098
ประกอบด้วย ธาตุมากกว่า 1 ชนิดนะครับ

150
00:10:04,098 --> 00:10:08,098
ซึ่ง

151
00:10:13,156 --> 00:10:17,068
จากสูตรเคมีนะครับ ที่เป็น CO แล้วก็ห้อย 2 นี่ จะเห็นว่าประกอบด้วย ธาตุคาร์บอนนะครับ C คือคาร์บอนนะครับ ส่วนโอก็คือ

152
00:10:17,068 --> 00:10:19,280
เพราะฉะนั้น สารที่ประกอบด้วย ธาตุมากกว่าหนึ่งชนิด

153
00:10:19,280 --> 00:10:22,985
เรียกว่าสารประกอบครับผม

154
00:10:22,985 --> 00:10:25,053
เมื่อสักครู่นะครับ เราดูในแนวนอน

155
00:10:25,053 --> 00:10:26,682
ดูในแนวตั้งนะครับ

156
00:10:26,682 --> 00:10:28,979
แนวตั้งนะครับ

157
00:10:28,979 --> 00:10:30,916
ถ้ากลุ่มแรกนะครับ ก็คือ

158
00:10:30,916 --> 00:10:34,162
อาร์กอนกับฮีเลียม

159
00:10:34,162 --> 00:10:37,296
นี่ เห็นว่าประกอบด้วย ธาตุแค่อะตอมเดี่ยวนะครับ

160
00:10:37,296 --> 00:10:41,296
เพราะฉะนั้น ภาพเหล่านี้อยู่ในรูปของอะตอม

161
00:10:42,096 --> 00:10:44,890
แต่ถ้าเป็นแนวตั้งที่อยู่ฝั่งขวามือนะครับ

162
00:10:44,890 --> 00:10:48,374
เห็นไหมครับ ว่าตัวแต่ N จะห้อย

163
00:10:48,374 --> 00:10:51,716
2 แสดงว่าแก๊สไนโตรเจนประกอบด้วย

164
00:10:51,716 --> 00:10:53,021
อะตอมของธาตุไนโตรเจน 2 ตัวใช่ไหมครับ

165
00:10:53,021 --> 00:10:55,235
เพราะฉะนั้นนะครับ

166
00:10:55,235 --> 00:10:58,701
ธาตุที่

167
00:10:58,701 --> 00:11:00,286
ประกอบด้วย อะตอมมากกว่า 1 ตัวและเราเรียกว่า

168
00:11:00,286 --> 00:11:04,286
"โมเลกุล" นะครับ

169
00:11:05,626 --> 00:11:07,320
ออกซิเจนก็เช่นกันนะครับ ออกซิเจนก็ห้อย 2 แสดงว่าแก๊สออกซิเจนประกอบด้วย

170
00:11:07,320 --> 00:11:08,622
อะตอมของธาตุออกซิเจน

171
00:11:08,622 --> 00:11:12,622
2 ตัวนะครับ

172
00:11:13,494 --> 00:11:16,764
แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ก็เช่นกันนะครับ ประกอบด้วยอะตอมของ

173
00:11:16,764 --> 00:11:20,764
ธาตุคาร์บอน 1 ตัวนะครับ แล้วก็

174
00:11:21,324 --> 00:11:25,324
อะตอมของธาตุออกซิเจน 2 ตัวนะครับ แสดงว่ามี 3 อะตอม

175
00:11:25,585 --> 00:11:27,997
เพราะฉะนั้น แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ก็อยู่ในรูปของโมเลกุลเช่นกันครับ

176
00:11:27,997 --> 00:11:29,098
ทีนี้ข้อสังเกตนะครับ

177
00:11:29,098 --> 00:11:33,098
จะเห็นว่า

178
00:11:34,073 --> 00:11:36,785
แก๊สที่เป็นธาตุนะครับ อาจจะอยู่ในรูปของอะตอมหรือโมเลกุลก็ได้

179
00:11:36,785 --> 00:11:39,378
แต่แก๊สที่เป็นสารประกอบนะครับ

180
00:11:39,378 --> 00:11:43,378
รูปของโมเลกุลเท่านั้นค

181
00:11:45,689 --> 00:11:49,689
รับผม หรือนะครับ บางคนนี้ถ้าดูจากสูตรเคมีอาจจะมองภาพไม่ค่อยชัด

182
00:11:50,553 --> 00:11:54,147
เพราะฉะนั้น ครูก็มีแบบจำลองอะตอมและโมเลกุลของธาตุและสารประกอบครับ

183
00:11:54,147 --> 00:11:56,404
ถ้าสมมติว่าทรงกลม 1 ทรงกลม

184
00:11:56,404 --> 00:12:00,404
นี่แทนอะตอมของธาตุนะครับ

185
00:12:01,729 --> 00:12:05,116
เพราะฉะนั้น ถ้าเราเขียนถ้าเราเขียนภาพที่อยู่ในรูปอะตอมก็จะมีทรงกลมแค่ทรงกลมเดียวนะครับ

186
00:12:05,116 --> 00:12:08,716
ถ้าเราเขียนภาพที่อยู่ในรูปของโมเลกุล

187
00:12:08,716 --> 00:12:12,221
ก็จะต้องมีทรงกลมมากกว่า 1 ทรงกลมนะครับ

188
00:12:12,221 --> 00:12:15,911
แล้วก็ทรงกลมแต่ละทรงกลมจะต้องมีสีเดียวกัน

189
00:12:15,911 --> 00:12:19,214
เพื่อแสดงให้เห็นว่ามาจากธาตุชนิดเดียวกัน

190
00:12:19,214 --> 00:12:22,928
นะครับ แต่ถ้าเป็นสารประกอบนะครับ

191
00:12:22,928 --> 00:12:26,928
เราก็จะแทนด้วยทรงกลมมากกว่า 1 ทรงกลม

192
00:12:29,527 --> 00:12:32,782
แล้วก็ส่งกลุ่มก็จะต้องมีสีมากกว่า 1 สีนะครับ เพื่อแสดงให้เห็นว่ามาจากธาตุมา

193
00:12:32,782 --> 00:12:36,647
มากกว่า 1 ชนิดครับผม ไม่ยากเลยนะ

194
00:12:36,647 --> 00:12:38,090
ตอนนี้นะครับ นักเรียนน่าจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของ

195
00:12:38,090 --> 00:12:39,902
ภาพสารประกอบ

196
00:12:39,902 --> 00:12:43,844
ตอบและโมเลกุล

197
00:12:43,844 --> 00:12:47,844
แล้ว เพราะฉะนั้น เรามาทำแบบฝึกหัดกันครับ เพื่อทดสอบความเข้าใจ

198
00:12:50,471 --> 00:12:54,471
ฝึกหัดนะครับ ก็คือสารเคมีต่อไปนี้นะครับ เป็นแก๊สที่อาจพบในอากาศ

199
00:12:55,484 --> 00:12:57,660
จงระบุว่าสารต่อไปนี้อยู่ในรูปอะตอมหรือโมเลกุล

200
00:12:57,660 --> 00:13:00,478
และเป็นธาตุหรือสารประกอบ

201
00:13:00,478 --> 00:13:03,272
โดยให้เขียนเครื่องหมายถูกลงในช่องว่าง

202
00:13:03,272 --> 00:13:07,272
อย่างเช่นตัวอย่างนะครับ

203
00:13:08,154 --> 00:13:10,544
แก๊สไฮโดรเจนนะครับ สูตรเคมีก็คือ

204
00:13:10,544 --> 00:13:14,544
H ห้อย 2 นะครับ

205
00:13:18,054 --> 00:13:21,792
ถ้าเราดูจากสูตรเคมีนี้จะเห็นว่ามีตัวเลขห้อย 2 การที่มีตัวเลขห้อย 2 นี่แสดงว่า

206
00:13:21,792 --> 00:13:25,792
มีอะตอมมากกว่า 1 อะตอม แสดงว่าเป็นโมเลกุลนะครับ

207
00:13:29,742 --> 00:13:32,827
ทีนี้ดูนะครับ จากสูตรเคมีนะครับ จะเห็นว่าแก๊สไฮโดรเจนประกอบด้วย ธาตุแค่ชนิดเดียว เพราะฉะนั้น

208
00:13:32,827 --> 00:13:35,501
จึงจัดเป็นธาตุครับ ส่วนข้ออื่น

209
00:13:35,501 --> 00:13:38,184
คุณครูอยากให้นักเรียนลองทำก่อน

210
00:13:38,184 --> 00:13:40,628
แล้วถ้าใครทำเสร็จแล้วนะครับ

211
00:13:40,628 --> 00:13:44,628
ก็เดี๋ยวมาดูเฉลยพร้อมกัน

212
00:13:46,851 --> 00:13:48,373
แต่ถ้าใครยังทำไม่เสร็จนะครับ ให้หยุดวิดีโอไว้ก่อนนะครับ พอทำเสร็จแล้วก็ค่อยเปิดไปดู ห้ามโกงนกันเลย

213
00:13:48,373 --> 00:13:52,373
นะครับ

214
00:13:52,859 --> 00:13:56,025
โอเคตอนนี้ทำเสร็จกันแล้วใช่ไหมครับ

215
00:13:56,025 --> 00:13:58,622
ถ้าทำเสร็จนะครับ มาดูเฉลยดูสิว่า

216
00:13:58,622 --> 00:14:01,378
ทำได้เหมือนคุณครูหรือเปล่า

217
00:14:01,378 --> 00:14:03,693
อันนี้ก็คือเฉลยนะครับ

218
00:14:03,693 --> 00:14:05,476
เป็นอย่างไรครับนักเรียน

219
00:14:05,476 --> 00:14:09,476
ตอบถูกไหมเอ่ย

220
00:14:12,227 --> 00:14:16,227
ใครตอบถูกนะครับ ถือว่าเก่งมาก ๆ เลยแต่ถ้าใครยังตอบไม่ถูกนะครับ ลองไปดูนะครับ ว่า

221
00:14:17,975 --> 00:14:21,975
เราผิดพลาดตรงไหนนะครับ แล้วก็ถ้ายังไม่เข้าใจ ก็สามารถกลับไปทบทวนบทเรียนได้

222
00:14:22,017 --> 00:14:25,478
ก็ได้เรียนเนื้อหากันไปเยอะพอสมควรเลย

223
00:14:25,478 --> 00:14:27,574
เพราะฉะนั้นก่อนที่คุณครูจะจบบทเรียนนี้ คุณครูก็

224
00:14:27,574 --> 00:14:29,509
ขอสรุปเนื้อหาก่อนครับ

225
00:14:29,509 --> 00:14:33,509
อันแรกเลยนะครับ

226
00:14:36,375 --> 00:14:37,638
อากาศเป็นสารผสม เพราะอากาศประกอบด้วย แก๊สหลายชนิดนะครับ อย่างเช่น แก๊สไนโตรเจน แก๊ส

227
00:14:37,638 --> 00:14:41,638

228
00:14:43,206 --> 00:14:47,206
อาร์กอน นะครับ ที่ประกอบด้วย ธาตุเพียงชนิดเดียวจัดเป็นภาพ

229
00:14:47,656 --> 00:14:51,154
ส่วนสารที่ประกอบด้วย ธาตุมากกว่า 1 ชนิดจัดเป็นสารประกอบครับ

230
00:14:51,154 --> 00:14:52,760
แก๊สในอากาศมีทั้ง

231
00:14:52,760 --> 00:14:56,760
ธาตุ สารประกอบนะครับ

232
00:14:59,498 --> 00:15:03,219
โดยธาตุอาจอยู่ในรูปอะตอมหรือโมเลกุล ส่วนสารประกอบจะอยู่ในรูปของโมเลกุลเท่านั้น

233
00:15:03,219 --> 00:15:04,609
เป็นอย่างไรบ้างครับ เรื่ององค์ประกอบในอากาศ

234
00:15:04,609 --> 00:15:08,609
ไม่ยากเลยนะครับ

235
00:15:10,623 --> 00:15:14,623
อย่างไรพอนักเรียนดูคลิปนี้จบแล้วก็อย่าลืมกลับไปทบทวนเนื้อหาในหนังสือเรียนด้วย

236
00:15:16,902 --> 00:15:19,662
รวมถึงทำแบบฝึกหัดเพิ่มเติมด้วย และก็ครั้งหน้านะครับ เราจะมาลงลึกเกี่ยวกับเรื่องของ

237
00:15:19,662 --> 00:15:23,662
อะตอม สำหรับวันนี้สวัสดีครับ [เสียงดนตรี]

