﻿1
00:00:40,578 --> 00:00:43,078
(ดร.สนธิ) สวัสดีครับนักเรียน

2
00:00:43,078 --> 00:00:47,078
แล้วก็กลับมาเจอกันอีกครั้งแล้วนะครับ

3
00:00:48,042 --> 00:00:52,042
ซึ่งในครั้งนี้ก็ยังอยู่ในบทที่ 1 อยู่ ก็เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับอากาศ

4
00:00:53,113 --> 00:00:55,326
ซึ่งได้ครั้งที่แล้วนะครับ เราได้เรียนในหัวข้อ 1.2

5
00:00:55,326 --> 00:00:59,326
ซึ่งเป็นเรื่องของอะตอมนะครับ

6
00:01:00,888 --> 00:01:04,491
ในวันนี้นะครับ เราก็ยังมาเรียนในหัวข้อ 1.2 กันต่อ ก็ยังอยู่ในเรื่องของ

7
00:01:04,491 --> 00:01:07,433
อะตอม เป็นอย่างไรบ้างได้กลับไปทบทวนกันไหมครับ

8
00:01:07,433 --> 00:01:11,433
เนื้อหาเกี่ยวกับอะตอมยากง่าย

9
00:01:11,618 --> 00:01:15,317
นะครับ ถ้านักเรียนกลับไปทบทวนและทำแบบฝึกหัดเยอะ ๆ นะ

10
00:01:15,317 --> 00:01:19,317
นักเรียนจะพบว่าเนื้อหาในเรื่องอะตอมแบบไม่ยากเลยนะครับ

11
00:01:19,843 --> 00:01:23,843
ก่อนที่เราจะเริ่มเรียนนะครับ เราก็มาทบทวนกันก่อน

12
00:01:24,343 --> 00:01:27,592
นักเรียนยังจำได้ไหมครับ ว่าองค์ประกอบภายในอะตอมมีอะไรบ้าง

13
00:01:27,592 --> 00:01:30,599
องค์ประกอบภายในอะตอมนะครับ ก็จะมี

14
00:01:30,599 --> 00:01:33,757
โปรตอน อิเล็กตรอน และนิวตรอนครับ

15
00:01:33,757 --> 00:01:36,846
เพราะฉะนั้น ครูก็มีคำถามถามต่อ ว่า

16
00:01:36,846 --> 00:01:39,979
จำนวนโปรตอน อิเล็กตรอน และนิวตรอนของ

17
00:01:39,979 --> 00:01:43,979
อะตอมแต่ละธาตุ มีความสัมพันธ์กันอย่างไร

18
00:01:46,920 --> 00:01:50,920
ก่อนที่ครูจะเฉลยนะครับ ครูอยากให้นักเรียนลองพิจารณาข้อมูลจากตารางที่คุณครูให้ก

19
00:01:52,788 --> 00:01:56,788
่อน ลองดูสิครับ ว่าจำนวนโปรตอนอิเล็กตรอน และนิวตรอน มีความสัมพันธ์กันอย่างไร

20
00:01:59,309 --> 00:02:01,826
จากข้อมูลในตารางนะครับ

21
00:02:01,826 --> 00:02:03,344
ครูสามารถสรุปได้ ดังนี้นะครับ

22
00:02:03,344 --> 00:02:07,272
ข้อแรกนะครับ

23
00:02:07,272 --> 00:02:11,272
อะตอมของแต่ละธาตุมีจำนวนโปรตอนไม่เท่ากันนะครับ

24
00:02:12,087 --> 00:02:16,087
อย่างเช่นไฮโดรเจนมีโปรตอนเท่ากับ 1 ฮีเลียมมีโปรตอนเท่ากับ 2

25
00:02:19,093 --> 00:02:21,501
คาร์บอนมีโปรตอนเท่ากับ 6 ครับ ดังนั้นนะครับ จึงใช้จำนวนโปรตอนนี้ระบุชนิดของธาตุได้

26
00:02:21,501 --> 00:02:25,501
ข้อต่อไปนะครับ

27
00:02:26,641 --> 00:02:30,641
อะตอมของธาตุมีจำนวนโปรตอน ซึ่งมีประจุเป็นบวกเท่ากับ

28
00:02:32,673 --> 00:02:36,673
อิเล็กตรอนซึ่งมีประจุเป็นลบนะครับ อะตอมของธาตุจึงเป็นกลางทางไฟฟ้า

29
00:02:37,369 --> 00:02:41,369
และอีก 1 ข้อนะครับ ที่วิเคราะห์ได้จากตาราง ก็คือ

30
00:02:42,461 --> 00:02:46,461
อะตอมของธาตุ อาจจะมีจำนวนโปรตอนเท่ากับจำนวนนิวตรอนหรือไม่ก็ได้

31
00:02:48,080 --> 00:02:51,613
อย่างเช่นนะครับ ธาตุฮีเลียมมีโปรตอนต่อมีนิวตรอน 2  เส้นเท่ากัน

32
00:02:51,613 --> 00:02:55,613
พอเป็นธาตุไฮโดรเจนนะครับ มีโปรตอน 1

33
00:02:55,847 --> 00:02:59,847
อาจมีนิวตรอนเท่ากับ 0 จำนวนโปรตอนเลยไม่เท่ากัน

34
00:03:01,813 --> 00:03:05,813
ทีนี้ก็มีคำถามเพิ่มเติมนะครับ

35
00:03:08,578 --> 00:03:11,196
เมื่ออะตอมของธาตุนี้ มีการให้แล้วก็มีการรับอิเล็กตรอนจะเป็นอย่างไรครับ

36
00:03:11,196 --> 00:03:15,196
เฉลยนะครับ

37
00:03:15,921 --> 00:03:17,711
เมื่ออะตอมของธาตุมีการให้หรือรับอิเล็กตรอนก็จะเกิดเป็นไอออน

38
00:03:17,711 --> 00:03:21,711
อย่างเช่นนะครับ

39
00:03:24,545 --> 00:03:27,314
โซเดียมนะครับ ให้อิเล็กตรอนนะครับ อิเล็กตรอนมีประจุเป็นลบใช่ไหมครับ ที่ให้อิเล็กตรอน

40
00:03:27,314 --> 00:03:30,646
ก็เลยกลายเป็นโซเดียมที่มีประจุเป็นบวก

41
00:03:30,646 --> 00:03:32,455
เราเรียกธาตุที่มีการให้อิเล็กตรอน

42
00:03:32,455 --> 00:03:34,240
นี้ แล้วเกิดเป็นไอออนนี้

43
00:03:34,240 --> 00:03:38,240
ว่าเป็นไอออนบวกนะครับ

44
00:03:39,883 --> 00:03:43,883
ส่วนฟลูออรีนนะครับ รับอิเล็กตรอนที่มีประจุลบเข้ามา

45
00:03:45,459 --> 00:03:49,459
เพราะฉะนั้น สัญลักษณ์ของไอออนของฟูลออลีนก็เลยเป็นโปรตีนที่มีประจุลบนะครับ

46
00:03:51,354 --> 00:03:52,415
ฉะนั้นเราเรียกภาพนะครับ ที่มีการรับอิเล็กตรอนแล้วเกิดเป็นไอออนที่มีประจุลบ

47
00:03:52,415 --> 00:03:56,415
ไอออนลบ

48
00:04:01,438 --> 00:04:04,482
ทรนี้การให้และการรับอิเล็กตรอนจำเป็นที่จะให้อิเล็กตรอนแค่ 1 ตัวหรือรับอิเล็กตรอนแค่ 1

49
00:04:04,482 --> 00:04:06,671
ตัวไหม บอกเลยว่าไม่จำเป็น

50
00:04:06,671 --> 00:04:10,671
อย่างเช่น ในตารางนะครับ

51
00:04:12,172 --> 00:04:16,172
ออกซิเจนนะครับ เดิมมีอิเล็กตรอนเท่ากับโปรตอนใช่ไหมครับ ก็คือ

52
00:04:18,634 --> 00:04:22,634
มี 8 ตัว แต่พอรับอิเล็กตรอนเข้ามา 2 ตัวนะครับ ก็จะมีอิเล็กตรอนเท่ากับ 10

53
00:04:25,252 --> 00:04:28,993
เพราะฉะนั้น เขียนสัญลักษณ์ไอออนของออกซิเจนก็เลยเป็นตัว o และก็มีประจุ 2-

54
00:04:28,993 --> 00:04:31,835
เขาลบแล้วแสดงว่ารับอิเล็กตรอนมา 2 ตัว

55
00:04:31,835 --> 00:04:34,679
แคลเซียมก็เหมือนกันนะครับ

56
00:04:34,679 --> 00:04:37,880
เดิมมีอิเล็กตรอน 20 นะครับ

57
00:04:37,880 --> 00:04:41,880
เสียไป 2 ตัวก็จะเหลือ 18

58
00:04:44,238 --> 00:04:48,238
เพราะฉะนั้น เวลาเขียนสัญลักษณ์นะครับ ก็เลยเขียนเป็นแคลเซียมนะครับ มีประจุเป็น 2+

59
00:04:48,889 --> 00:04:50,782
ซึ่ง 2+ และแสดงว่าเสียอิเล็กตรอนนะครับ ไป 2 ตัว

60
00:04:50,782 --> 00:04:54,782
ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ

61
00:04:59,442 --> 00:05:01,186
เพราะฉะนั้น เขียนสรุปอีกครั้งนะครับ เพื่อความชัดเจน ก็คือเมื่ออะตอมของธาตุและมีการให้หรือรับอิเล็กตรอน

62
00:05:01,186 --> 00:05:05,186
ก็จะเกิดเป็นไอออน

63
00:05:05,483 --> 00:05:09,233
อะตอมของธาตุมีการให้อิเล็กตรอนจะเกิดเป็นไอออนบวก

64
00:05:09,233 --> 00:05:13,233
ถ้ารับอิเล็กตรอนจะเกิดเป็นไอออนลบครับ

65
00:05:17,624 --> 00:05:21,624
ไอออนและอะตอมของธาตุชนิดเดียวกันจะมีจำนวนอิเล็กตรอนเปลี่ยนแปลง แต่จำนวนโปรตอนกับนิวตรอนเท่าเดิม

66
00:05:25,941 --> 00:05:26,667
นะครับ เอาล่ะครับ เพื่อความเข้าใจเกี่ยวกับในเรื่องของไอออนมากขึ้น เดี๋ยวเราลองมาทำแบบฝึกหัด

67
00:05:26,667 --> 00:05:30,667
กันนะครับ

68
00:05:31,739 --> 00:05:35,739
ในโจทย์นะครับ ถามว่าไอออนบวกของธาตุไฮโดรเจน

69
00:05:35,961 --> 00:05:37,574
ไอออนบวกของธาตุแมกนีเซียม และไอออนลบของธาตุคอลลีน

70
00:05:37,574 --> 00:05:40,511
จำนวนโปรตอน

71
00:05:40,511 --> 00:05:42,920
อิเล็กตรอน และนิวตรอนอย่างละเท่าไร

72
00:05:42,920 --> 00:05:45,735
พอจะทำกันได้ไหมครับ

73
00:05:45,735 --> 00:05:48,198
เดี๋ยวครูให้นักเรียนลองทำก่อนนะครับ

74
00:05:48,198 --> 00:05:50,017
ถ้ายังทำไม่เสร็จนะครับ ให้หยุด

75
00:05:50,017 --> 00:05:54,017
คลิปนี้ไว้ก่อน

76
00:05:55,243 --> 00:05:59,243
ถ้าใครทำเสร็จแล้วนะครับ ก็มาเปิดคลิปแล้วก็มาดูเฉลยต่อไปครับ

77
00:06:08,393 --> 00:06:10,233
เอาล่ะครับ สำหรับนักเรียนที่ทำเสร็จแล้วนะครับ เดี๋ยวเรามาดูกัน ว่าคำตอบของนักเรียน

78
00:06:10,233 --> 00:06:12,809
คำตอบของครูหรือเปล่า

79
00:06:12,809 --> 00:06:16,809
มาเริ่มจากไฮโดรเจนก่อนนะครับ

80
00:06:18,648 --> 00:06:21,842
ในการตอบคำถามนะครับ ก็มีหลักการ ก็คือจากธาตุมาเป็นไอออนนี้ จำนวน

81
00:06:21,842 --> 00:06:25,842
โปรตอน และนิวตรอนจะมีค่าเท่าเดิมใช่ไหมครับ

82
00:06:26,410 --> 00:06:30,410
เพราะฉะนั้นโจทย์กำหนดโปรตอนและนิวตรอนเท่าไร ก็ให้เราตอบเลขเดิมลงไปก่อน

83
00:06:30,568 --> 00:06:33,813
สิ่งที่เราจะต้องมาพิจารณา ก็คืออิเล็กตรอนนะครับ

84
00:06:33,813 --> 00:06:36,324
ไฮโดรเจนนะครับ มี 1 อิเล็กตรอน

85
00:06:36,324 --> 00:06:39,200
แต่พอมาเป็นไฮโดรเจนไอออนนะครับ

86
00:06:39,200 --> 00:06:43,200
ไฮโดรเจนไอออนมีประจุ 1+ ใช่ไหมครับ

87
00:06:49,438 --> 00:06:53,268
การที่มีประจุ 1+ แสดงว่าเสียอิเล็กตรอนไป 1 ตัว จากเดิม 1 อีเล็กตรอนนะครับ เสียไป 1 ตัวนะครับ 1 - 1 = 0

88
00:06:53,268 --> 00:06:56,841
ตอบเป็นไฮโดรเจนมีอิเล็กตรอนเท่ากับ

89
00:06:56,841 --> 00:06:59,814
0 แมกนีเซียม 2+ นะครับ

90
00:06:59,814 --> 00:07:03,814
เดิมมีอิเล็กตรอนนะครับ 12 ตัว

91
00:07:05,331 --> 00:07:09,331
การที่เป็นแมกนีเซียมแล้วมีประจุ 2+ แสดงว่าเสียอิเล็กตรอนไป 2 ตัว

92
00:07:10,005 --> 00:07:14,005
จากเดิมมี 12 นะครับ เสียไป 2 ตัว ก็เลยเหลือเล็กตรอนแค่ 10

93
00:07:16,337 --> 00:07:19,110
ข้อสุดท้ายนะครับ ก็จะเป็นอะตอมของธาตุคลอรีนนะครับ

94
00:07:19,110 --> 00:07:22,511
เดิมมีเล็กตอน 17 ตัวนะครับ

95
00:07:22,511 --> 00:07:24,657
พอเกิดเป็นไอออนนะครับ มีประจุเป็นลบนะครับ

96
00:07:24,657 --> 00:07:28,357
สารที่มีประจุเป็น

97
00:07:28,357 --> 00:07:31,450
ลบนะครับ แสดงว่าได้รับอิเล็กตรอนเพิ่มเข้ามานะครับ

98
00:07:31,450 --> 00:07:35,450
ซึ่งการที่เป็น -1 นะครับ

99
00:07:36,252 --> 00:07:40,252
แสดงว่าได้เพิ่มเข้ามา 1 ตัวจากเดิมเป็น 17 ก็เลยกลายเป็น 18 ครับ

100
00:07:43,954 --> 00:07:47,954
นักเรียนรู้แล้วนะครับ ว่าอะตอมนี่ ประกอบด้วย โปรตอน นิวตรอน อิเล็กตรอน

101
00:07:48,589 --> 00:07:52,450
วิธีเขียนสัญลักษณ์อย่างไรครับ ที่จะสื่อสาร ว่า

102
00:07:52,450 --> 00:07:55,906
ธาตุตัวนี้มีโปรตอนเท่าไร นิวตรอนเท่าไร อิเล็กตรอนเท่าไร

103
00:07:55,906 --> 00:07:58,922
สมมติว่าครูเขียนแค่สัญลักษณ์เป็น

104
00:07:58,922 --> 00:08:01,969

105
00:08:01,969 --> 00:08:05,741
He อันนี้บอกจำนวนโปรตอนนิวตรอนอิเล็กตรอนได้ไหมครับ

106
00:08:05,741 --> 00:08:07,745
คำตอบก็คือยังบอกไม่ได้ใช่ไหมครับ

107
00:08:07,745 --> 00:08:09,362
ถ้าครูเขียนสัญลักษณ์เป็น

108
00:08:09,362 --> 00:08:13,362
นะครับ

109
00:08:14,436 --> 00:08:15,932
นักเรียนก็จะบอกได้แค่ว่าเป็นธาตุฮีเลียม จะบอกไม่ได้ว่ามีนิวตรอนเท่าไร

110
00:08:15,932 --> 00:08:19,898
เพราะฉะนั้นนะครับ

111
00:08:19,898 --> 00:08:22,265
นักวิทยาศาสตร์ก็เลยกำหนดสัญลักษณ์ขึ้นมาอีกแบบหนึ่งนะครับ

112
00:08:22,265 --> 00:08:26,265
เรียกว่า "สัญลักษณ์นิวเคลียร์

113
00:08:27,616 --> 00:08:31,616
" สัญลักษณ์นิวเคลียร์นะครับ ก็คือสัญลักษณ์ที่ประกอบด้ว สัญลักษณ์ธาตุนะครับ

114
00:08:33,332 --> 00:08:36,623
จำนวนโปรตอนหรือเลขอะตอมนะครับ อยู่มุมล่างซ้ายของธาตุ

115
00:08:36,623 --> 00:08:38,473
ผลรวมของจำนวนโปรตอน และนิวตรอน

116
00:08:38,473 --> 00:08:41,066
เรียกว่าเลขมวล

117
00:08:41,066 --> 00:08:45,066
จะอยู่มุมบนซ้ายของสัญลักษณ์ภาพ อ

118
00:08:49,228 --> 00:08:51,473
ย่างเช่น สัญลักษณ์นิวเคลียร์ของธาตุฮีเลียม ไนโตรเจน และอาร์กอน ก็เป็นดังแสดงนะครับ

119
00:08:51,473 --> 00:08:53,281
สังเกตไหมครับ ว่า

120
00:08:53,281 --> 00:08:57,281
ภาพฮีเลียมนะครับ

121
00:09:00,269 --> 00:09:03,345
มีเลขอะตอมซึ่งเลขอะตอม ก็คือจำนวนโปรตอนเท่ากับ 2 นะครับ ครูก็จะเขียนเลข 2 ไว้มุมล่าง

122
00:09:03,345 --> 00:09:07,345
สัญลักษณ์ธาตุฮีเลียมนะครับ

123
00:09:08,969 --> 00:09:11,545
ส่วนด้านบนนะครับ ก็จะเป็นเลขมวล ก็คือเป็นผลรวมระหว่างโปรตอน

124
00:09:11,545 --> 00:09:15,545
กับนิวตรอน เพราะฉะนั้นนะครับ

125
00:09:16,848 --> 00:09:20,675
ฮีเลียมมีเลขมวลเท่ากับ 4 นะครับ เพราะฉะนั้น ก็จะเขียนเลข 4 ไว้ที่

126
00:09:20,675 --> 00:09:24,675
มุมบนซ้ายของสัญลักษณ์ธาตุของฮีเลียม

127
00:09:25,047 --> 00:09:28,274
เพื่อความเข้าใจนะครับ เรามาทำแบบฝึกหัดกันดีกว่า

128
00:09:28,274 --> 00:09:30,456
ข้อแรกนะครับ ให้สัญลักษณ์นิวเคลียร์ม

129
00:09:30,456 --> 00:09:34,456
าแล้ว เป็นธาตุไฮโดรเจน

130
00:09:35,265 --> 00:09:38,551
แล้วก็มีเลขมุมบนซ้ายเป็นเลข 1 เลขมุมล่างซ้ายเป็นเลข 1

131
00:09:38,551 --> 00:09:41,325
จากสัญลักษณ์นิวเคลียร์นี่ครับ

132
00:09:41,325 --> 00:09:45,325
คิดว่าสัญลักษณ์ธาตุคืออะไร ครับ

133
00:09:47,495 --> 00:09:50,292
ในสัญลักษณ์นิวเคลียร์เป็นธาตุไฮโดรเจนใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นสัญลักษณ์ธาตุก็ต้องเป็น

134
00:09:50,292 --> 00:09:54,250
ธาตุไฮโดรเจนด้วย เลขอะตอมล่ะครับ

135
00:09:54,250 --> 00:09:57,777
เลขอะตอมก็คือตัวเลขที่อยู่มุมล่างซ้ายใช่ไหมครับ

136
00:09:57,777 --> 00:09:59,775
ล่างซ้ายมีเลข 1 เพราะฉะนั้นเลขอะตอมก็เท่ากับ 1

137
00:09:59,775 --> 00:10:02,241
เลขมวลล่ะ

138
00:10:02,241 --> 00:10:03,497
เลขมวล ก็คือตัวเลขที่อยู่มุม

139
00:10:03,497 --> 00:10:07,497
วนซ้าย

140
00:10:07,555 --> 00:10:11,555
ตัวเลขที่อยู่มุมบนซ้ายเท่ากับ 1 เลขมวลก็เท่ากับ 1

141
00:10:11,707 --> 00:10:14,716
จะหาจำนวนโปรตอนหาอย่างไร

142
00:10:14,716 --> 00:10:18,716
จำนวนโปรตอนจะมีค่าเท่ากับเลขอะตอม

143
00:10:19,072 --> 00:10:21,811
เพราะฉะนั้น เลขอะตอมเรารู้แล้วว่าเท่ากับ 1 จำนวนโปรตอนเท่ากับ 1

144
00:10:21,811 --> 00:10:25,811
นะครับ แล้วจำนวนอิเล็กตรอนล่ะ

145
00:10:27,046 --> 00:10:29,571
จำนวนอิเล็กตรอนจะเท่ากับจำนวนโปรตอน เพราะฉะนั้นถ้าเรารู้ว่าโปรตอนเท่ากับ 1

146
00:10:29,571 --> 00:10:33,416
จะหาจำนวนอิเล็กตรอนได้

147
00:10:33,416 --> 00:10:37,416
สุดท้ายเลย ก็คือจำนวนนิวตรอนนะครับ

148
00:10:38,542 --> 00:10:42,542
อย่างที่ครูบอกนะครับ ว่าจำนวนนิวตรอน ก็คือให้เอาเลขมวลลบเลขอะตอม

149
00:10:44,308 --> 00:10:47,505
ก็เอาเลข 1 - 1 = 0 เพราะฉะนั้น จำนวนนิวตรอนเท่ากับ

150
00:10:47,505 --> 00:10:51,505
0 ลองมาดูตัวอย่างอีกสักข้อนะครับ

151
00:10:54,900 --> 00:10:56,855
ในข้อนี้กำหนดสัญลักษณ์ธาตุมาให้นะครับ กำหนดเลขอะตอมท่ให้ และกำหนดเลขมวลมาให้

152
00:10:56,855 --> 00:10:59,464
เขียนสัญลักษณ์นิวเคลียร์ได้ไหมครับ

153
00:10:59,464 --> 00:11:03,464
การเขียนสัญลักษณ์นิวเคลียร์นะครับ

154
00:11:04,774 --> 00:11:08,744
ข้อนี้กำหนดสัญลักษณ์มาให้แล้ว ก็คือออกซิเจน จะให้เราเขียนออกซิเจนไปก่อนนะครับ

155
00:11:08,744 --> 00:11:12,744
โจทย์กำหนดเลขอะตอมมาให้มีค่าเท่ากับ 8

156
00:11:13,407 --> 00:11:16,874
ให้เราเขียนเลข 8 ไว้ที่มุมล่างซ้ายนะครับ ของสัญลักษณ์ธ

157
00:11:16,874 --> 00:11:20,874
าตุ โจทย์กำหนดเลขมวลมาให้แล้ว ก็คือ 16

158
00:11:20,936 --> 00:11:24,715
ก็เขียนเลข 16 ที่มุมบนซ้ายนะครับ ของสัญลักษณ์ธ

159
00:11:24,715 --> 00:11:28,715
าตุ เพราะฉะนั้น จะได้สัญลักษณ์นิวเคลียร์ที่มีหน้าตาเป็นแบบนี้ครับ

160
00:11:29,857 --> 00:11:33,857
จำนวนโปรตอนอิเล็กตรอนนิวตรอนหาอย่างไร

161
00:11:34,603 --> 00:11:37,225
หาได้เช่นเดียวกันกับข้อของไฮโดรเจนนะครับ

162
00:11:37,225 --> 00:11:41,225
ข้อนี้ก็จะมีจำนวนโปรตอนนะครับ

163
00:11:41,957 --> 00:11:44,325
เป็น 8 นะครับ จำนวนอิเล็กตรอนเป็น 8 แล้วก็นิวตรอนเป็น 8 ครับ

164
00:11:44,325 --> 00:11:48,325
เดี๋ยวขออีกสัก 1 ตัวอย่างนะครับ

165
00:11:48,391 --> 00:11:52,391
ในข้อนี้นะครับ กำหนดสัญลักษณ์ธาตุมาให้ ก็คือคาร์บอน

166
00:11:52,904 --> 00:11:55,857
กำหนดจำนวนโปรตอนมาให้ แล้วก็จะกำหนดนิวตรอนมาให้

167
00:11:55,857 --> 00:11:58,310
แ ล้วเราจะเขียนสัญลักษณ์นิวเคลียร์อย่างไรครับ

168
00:11:58,310 --> 00:12:01,769
ข้อนี้ก็ไม่ยากเลยนะครับ

169
00:12:01,769 --> 00:12:05,769
กำหนดโปรตอนมาให้แล้วมีค่าเท่ากับ 6

170
00:12:07,536 --> 00:12:10,602
จำนวนโปรตอนมีค่าเท่ากับเลขอะตอม และเลขอะตอมก็เลยเท่ากับ 6 ด้วยครับ

171
00:12:10,602 --> 00:12:14,181
เลขมวลละครับ ห

172
00:12:14,181 --> 00:12:18,181
าอย่างไร เลขมวลก็คือเอาจำนวนโปรตอนบวกจำนวนนิวตรอน

173
00:12:19,893 --> 00:12:21,265
จำนวนโปรตอนเท่ากับ 6 นิวตันเท่ากับ 6 + 6 = 12 เลขมวลก็เลยเท่าไร

174
00:12:21,265 --> 00:12:23,087
นะครับ

175
00:12:23,087 --> 00:12:27,087
สัญลักษณ์ธาตุ

176
00:12:27,806 --> 00:12:31,806
เ รารู้เลขอะตอมเรารู้เลขมวล แล้วนักเรียนเขียนสัญลักษณ์นิวเคลียร์ได้ไหมครับ

177
00:12:33,986 --> 00:12:37,677
การเขียนสัญลักษณ์นิวเคลียร์ก็เช่นกันนะครับ ก็เริ่มต้นด้วยการเขียนสัญลักษณ์ธาตุก่อน

178
00:12:37,677 --> 00:12:38,588
เขียนเลขอะตอมนะครับ

179
00:12:38,588 --> 00:12:40,872
ไว้มุม

180
00:12:40,872 --> 00:12:44,872
สายล่างนะครับ แล้วก็เขียนเลข

181
00:12:46,109 --> 00:12:49,745
มวลนะครับ ไว้มุมซ้ายบนเสื้อสัญลักษณ์นิวเคลียร์ก็มีหน้าตาเป็นแบบนี้

182
00:12:49,745 --> 00:12:52,757
ส่วนอิเล็กตรอนนะครับ เมื่อกี้ครูยังไม่ได้เติม

183
00:12:52,757 --> 00:12:56,757
นักเรียนเติมได้ไหมครับ ว่าอิเล็กตรอนมีค่าเท่าไร

184
00:12:57,638 --> 00:13:01,638
เพราะฉะนั้นอิเล็กตรอนจะเท่ากับ 6 จำนวนโปรตอนโปรตอนอิเล็กตรอนก็ 6

185
00:13:03,595 --> 00:13:07,595
ส่วนข้ออื่น ๆ ก็มีแนวคิดเช่นเดียวกับนักเรียนลองไปทำดูนะครับ

186
00:13:09,866 --> 00:13:13,866
ว่าคำตอบที่นักเรียนทำมาเทียบกับเฉลยที่ครูเฉลยบนหน้าจอ

187
00:13:17,338 --> 00:13:21,338
ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ

188
00:13:26,272 --> 00:13:30,272
รเพราะฉะนั้นนะครับ

189
00:13:32,636 --> 00:13:35,272
ครูก็มีคำถามมาถามเพิ่มเติมนะครับ ดูสิว่านักเรียนมีความเข้าใจหรือเปล่า

190
00:13:35,272 --> 00:13:38,309
คำถามแรกนะครับ ครูถามว่า

191
00:13:38,309 --> 00:13:42,075
ธาตุชนิดเดียวกันสามารถมีเลขอะตอม

192
00:13:42,075 --> 00:13:46,075
ซึ่งก็คือจำนวนโปรตอนนี้ต่างกันได้หรือไม่

193
00:13:46,119 --> 00:13:50,119
คิดว่าธาตุชนิดเดียวกันมีเลขอะตอมต่างกันได้ไหมครับ

194
00:13:51,413 --> 00:13:53,756
เฉลย ก็คือไม่ได้นะครับ เพราะว่าเลขอะตอมเป็นค่าเฉพาะตัวของแต่ละธาตุ

195
00:13:53,756 --> 00:13:57,132
คำถามต่อไป

196
00:13:57,132 --> 00:14:01,132
ธาตุชนิดเดียวกันสามารถมีเลขมวลครับ

197
00:14:01,145 --> 00:14:05,145
คือผลรวมของจำนวนโปรตอนและนิวตรอนต่างกันได้หรือไม่

198
00:14:05,877 --> 00:14:07,103
ข้อดีนักเรียนอาจจะยังไม่รู้นะครับ เพราะฉะนั้นครูก็เฉลยเลย

199
00:14:07,103 --> 00:14:08,722
คำตอบ ก็คือ

200
00:14:08,722 --> 00:14:11,142
ต่างกันได้นะครับ

201
00:14:11,142 --> 00:14:14,750
เขาเรียกว่า "ไอโซโทป

202
00:14:14,750 --> 00:14:18,750
" เช่น ไฮโดรเจนมี 3 ไอโซโทป ดังแสดง

203
00:14:20,066 --> 00:14:24,066
นะครับ สังเกตไหมครับ ว่าไอโซโทปของธาตุไฮโดรเจนนะครับ

204
00:14:26,213 --> 00:14:27,565
ตัวเลขที่อยู่มุมล่างซ้ายมีค่าเท่ากันหมดเลย ก็คือเป็น 1 1 1 เหมือนกันหมด

205
00:14:27,565 --> 00:14:31,565
เป็นเพราะว่า

206
00:14:32,299 --> 00:14:36,299
เลขอะตอมเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ก็คือเลขอะตอมเท่ากับ 1

207
00:14:38,623 --> 00:14:40,025
หมายเลขที่อยู่มุมซ้ายหมดเหรอครับ ตัวแรกมีค่าเท่ากับ 1 ตัวที่ 2 เป็น 2 ตัวที่ 3 เป็น 3

208
00:14:40,025 --> 00:14:44,025
แสดงว่า

209
00:14:44,684 --> 00:14:48,684
เลขมวลเปลี่ยนแปลงใช่ไหมครับ จาก 1 เป็น 2 จาก 2 เป็น 3

210
00:14:50,840 --> 00:14:54,840
ธาตุนะครับ ที่เขียนในลักษณะแบบนี้แหละ เราเรียกว่า "ไอโซโทป

211
00:14:56,621 --> 00:14:59,531
" ในการเขียนสัญลักษณ์ของไอโซโทปนะครับ

212
00:14:59,531 --> 00:15:02,405
บางครั้งนะครับ อาจแสดงเฉพาะ

213
00:15:02,405 --> 00:15:06,405
ธาตุกับเลขมวลนะครับ

214
00:15:08,317 --> 00:15:12,317
ทำไมเราถึงไม่แสดงเลขอะตอมพอจะรู้ไหมครับ เพราะว่าเลขอะตอมมันคงที่ใช่ไหมครับ

215
00:15:14,281 --> 00:15:15,701
ว่าจะเขียนกี่ครั้ง ถ้าจำได้ ก็คือถ้าไฮโดรเจนนี่ เลขมุมล่างซ้ายก็จะเป็น 1 เสมอ

216
00:15:15,701 --> 00:15:19,701

217
00:15:20,040 --> 00:15:24,040
ในเมื่อเลขคงที่นี้บางครั้งเราก็ละไว้ในฐานที่เข้าใจนะครับ

218
00:15:26,114 --> 00:15:28,026
เลขมวลต่างกันได้ เวลาเราเขียนรูปย่อเรายังต้องใส่เลขมวลอยู่

219
00:15:28,026 --> 00:15:29,734
อย่างเช่นนะครับ

220
00:15:29,734 --> 00:15:33,734
ไฮโดรเจนนะครับ

221
00:15:34,224 --> 00:15:36,034
ไอโซโทปของไฮโดรเจนที่มีเลขอะตอมเท่ากับ 1 มีเลขมวลเท่ากับ 3

222
00:15:36,034 --> 00:15:39,791
เขียนย่อได้เป็น

223
00:15:39,791 --> 00:15:43,228
สัญลักษณ์ไฮโดรเจนแล้วก็มีเลขมวลเท่ากับ 3

224
00:15:43,228 --> 00:15:47,228
หรือนะครับ จะเขียนเป็น H-3 ก็ได้

225
00:15:49,245 --> 00:15:53,245
นอกจากนี้นะครับ ก็ยังมีไอโซโทปอีกประเภทหนึ่งนะครับ

226
00:15:54,906 --> 00:15:58,906
ไอโซโทปบางภาพไม่เสถียรสามารถแผ่รังสีได้เรียกว่าไอโซโทปกัมมันตรังสี

227
00:15:58,923 --> 00:16:02,923
ซึ่งบางชนิดนำมาใช้ประโยชน์ได้นะครับ เช่น

228
00:16:05,245 --> 00:16:06,798
I-131 อย่างนี้นะครับ ก็ใช้ติดตามและรักษาความผิดปกติ

229
00:16:06,798 --> 00:16:10,798
ทำให้ลอย

230
00:16:11,659 --> 00:16:15,659
คาร์บอน 14 ใช้หาอายุซากสิ่งมีชีวิตโบราณ

231
00:16:17,823 --> 00:16:20,757
U-235 นะครับ ใช้เป็นแหล่งพลังงานในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

232
00:16:20,757 --> 00:16:24,757
เห็นไหมครับ ว่าไอโซโทปและมีประโยชน์

233
00:16:27,361 --> 00:16:31,361
นะครับ ทีนี้เพื่อความเข้าใจนะครับ ลองมาทำแบบฝึกหัดกัน

234
00:16:31,378 --> 00:16:35,378
พิจารณาสัญลักษณ์นิวเคลียร์ของธาตุสมมติต่อไปนี้นะครับ

235
00:16:36,334 --> 00:16:39,189
ธาตุใด ธาตุสมมติใดนะครับ เป็นไอโซโทปกันได้ไหมครับ

236
00:16:39,189 --> 00:16:40,569
ธาตุที่เป็นไอโซโทปกันจะต้องมีเลข

237
00:16:40,569 --> 00:16:43,821
อะตอมเป็นอย่างไรครับ

238
00:16:43,821 --> 00:16:47,669
เท่ากันแต่เลขมวลเป็นอย่างไรครับ ต่างกัน

239
00:16:47,669 --> 00:16:51,370
ธาตุที่เป็นไอโซโทปกันก็จะมีอยู่ 3 ตัว

240
00:16:51,370 --> 00:16:53,091
ดังที่ครูแสดงบนหน้าจอ

241
00:16:53,091 --> 00:16:57,091
เอ๊ะ แล้วทำไม

242
00:16:57,898 --> 00:16:59,120
ตัวที่เป็นสัญลักษณ์ E กับ G ถึงไม่เป็นไอโซโทปกันล่ะ

243
00:16:59,120 --> 00:17:03,120
บอกได้ไหมครับ

244
00:17:04,672 --> 00:17:08,672
ที่ไม่เป็นไอโซโทปกัน เพราะว่าเลขอะตอมก็เท่ากัน เลขมวลเท่ากัน ก็แสดงว่า

245
00:17:10,117 --> 00:17:14,117
2 ตัวนี้นะครับ เป็นไอโซโทปตัวเดียวกันนะครับ ก็ถือว่าเป็นตัวเดียวกันนั่นเอง

246
00:17:16,697 --> 00:17:20,697
เอาล่ะครับ วันนี้เราได้เรียนเนื้อหากันเยอะพอสมควร เดี๋ยวเรามาสรุปบทเรียนกันนะครับ

247
00:17:23,452 --> 00:17:26,151
ขอแรกหน่อยครับ อะตอมของธาตุมีจำนวนโปรตอนเท่ากับอิเล็กตรอนจึงเป็นกลางทางไฟฟ้า

248
00:17:26,151 --> 00:17:30,151
ต่อไปนะครับ

249
00:17:31,547 --> 00:17:35,547
ไอออนมีประจุไฟฟ้านะครับ เนื่องจากว่ามีจำนวนโปรตอนไม่เท่ากับจำนวน

250
00:17:35,951 --> 00:17:38,059
อิเล็กตรอน สัญลักษณ์นิวเคลียร์แสดงชนิดของธาตุ

251
00:17:38,059 --> 00:17:42,059
เลขอะตอมและเลขมวล

252
00:17:42,172 --> 00:17:46,172
เลขอะตอมจะเท่ากับจำนวนโปรตอนนะครับ

253
00:17:46,404 --> 00:17:50,404
ส่วนเลขมวลจะเท่ากับผลรวมของจำนวนโปรตอนและนิวตรอน

254
00:17:53,343 --> 00:17:56,479
ไอโซโทปเป็นธาตุชนิดเดียวกันที่มีเลขมวลต่างกันครับ  อันนี้ก็เป็นการสรุป

255
00:17:56,479 --> 00:18:00,479
บทเรียนในหัวข้อนี้นะครับ

256
00:18:02,984 --> 00:18:06,324
อย่างไรนักเรียนอย่าลืมไปทบทวนนะครับ แล้วก็ไปทำแบบฝึกหัดให้เยอะ ๆ นะครับ แล้วจะได้รู้ว่า

257
00:18:06,324 --> 00:18:10,324
เนื้อหาเกี่ยวกับอะตอมนี้ไม่ยากเลยนะครับ

258
00:18:10,365 --> 00:18:14,145
ในหัวข้อถัดไป นักเรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับธาตุนะครับ

259
00:18:14,145 --> 00:18:15,893
ส่วนเนื้อหานี้จะน่าสนใจและสนุกแค่ไหนนะครับ

260
00:18:15,893 --> 00:18:17,711
อย่าลืมติดตามชม

261
00:18:17,711 --> 00:18:21,711
สำหรับวันนี้สวัสดีครับ [เสียงดนตรี]

