﻿1
00:01:03,033 --> 00:01:03,840
[เสียงดนตรี] และเชื่อมโยงความรู้นะคะ ระวัง intersection

2
00:01:03,840 --> 00:01:05,949
การกรอง

3
00:01:05,949 --> 00:01:08,609
และแผนภาพเวนน์ค่ะ

4
00:01:08,609 --> 00:01:09,505
ไปดูกันเลย

5
00:01:09,505 --> 00:01:13,505
ค่ะ

6
00:01:16,744 --> 00:01:20,744
กำหนดให้นะคะ เซต A 1 2 3 และ 4 ค่ะ

7
00:01:21,043 --> 00:01:25,043
ดีนะคะ 4 และ 8 ค่ะ

8
00:01:25,463 --> 00:01:29,463
เราจะสามารถเขียนเซต C นะคะ ที่มี

9
00:01:29,698 --> 00:01:33,698
เป็นสมาชิกของเซต B ได้หรือเปล่าคะ

10
00:01:39,315 --> 00:01:43,315
จะคิดเท่ากับ 2 และ 4 ค่ะ

11
00:01:44,523 --> 00:01:48,523
2 และ 4 นะครับ สมาชิกทั้งนั้นและเซต B ค่ะ

12
00:01:50,927 --> 00:01:52,540
โดยเราจะเรียก c อินเตอร์เซกชัน  B ค่ะ

13
00:01:52,540 --> 00:01:56,540
เขียน

14
00:01:57,424 --> 00:01:59,306
สัญลักษณ์สัญลักษณ์ B ค่ะ

15
00:01:59,306 --> 00:02:03,306
ซึ่งข้อนี้นะคะ

16
00:02:05,358 --> 00:02:09,358
อินเตอร์เซกชัน เซต A  และ เซต B  นะคะ มีค่าของ 2 และ 4 ค่ะ

17
00:02:10,298 --> 00:02:12,730
เดี๋ยวเราไปดูความหมายของการ อินเตอร์เซก ของของเซตกันดีกว่าค่ะ

18
00:02:12,730 --> 00:02:16,730

19
00:02:19,214 --> 00:02:20,384
อินเตอร์เซกชัน เซต B นะคะ คือที่มีสมาชิกในแต่ละสมาชิกของทั้ง

20
00:02:20,384 --> 00:02:22,379
เซต A เซต B ค่ะ

21
00:02:22,379 --> 00:02:26,379
เขียนนะคะ

22
00:02:27,951 --> 00:02:31,951
เซต A นะคะ สัญลักษณ์ลักษณะแบบนี้ตัดกล้วย เซต B  ค่ะ

23
00:02:34,433 --> 00:02:37,129
ช่วงไหนที่มีราคาคุณครูจะขอ intersection B อย่างสั้น ๆ ว่า

24
00:02:37,129 --> 00:02:41,095
อินเตอร์เซกกับเซต B ค่ะ

25
00:02:41,095 --> 00:02:45,095
โดยบทนิยาม

26
00:02:45,365 --> 00:02:49,365
นะคะ อินเตอร์เซก กับ เซต Cนะคะ  จัดเท่ากับ

27
00:02:51,569 --> 00:02:54,283
เป็นสมาชิกของเซตนะคะ เป็นสมาชิกของเซต B ค่ะ

28
00:02:54,283 --> 00:02:58,283
ถ้าพร้อมแล้ว เดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างกันเลยดีกว่าค่ะ

29
00:03:01,666 --> 00:03:05,666
เซต A  นะคะ 2013 นะคะ

30
00:03:07,833 --> 00:03:10,306
20 35 ค่ะ 5 ค่ะ

31
00:03:10,306 --> 00:03:12,664
จงหานะคะ ข้อ ที่ 1 ค่ะ

32
00:03:12,664 --> 00:03:16,616
เซต A อินเตอร์เซกกับเซต B ค่ะ

33
00:03:16,616 --> 00:03:19,451
ข้อที่ 2 นะคะ เซต A อินเตอร์เซก เซต Cค่ะ

34
00:03:19,451 --> 00:03:23,111
พิจารณาที่ 1 กันก่อนนะคะ

35
00:03:23,111 --> 00:03:27,111
ที่ 1 เซต A อินเตอร์เซก กับเซต B

36
00:03:29,453 --> 00:03:33,453
ค่ะ ความหมายของสินค้าก็คืออยู่ทาง FB ค่ะ

37
00:03:33,535 --> 00:03:37,291
นักเรียนจะเห็นว่านะคะ สมาชิกที่อยู่ข

38
00:03:37,291 --> 00:03:41,291
้างใน เซต B ก็คือ 0 นะคะ และ 3 นั่นเองค่ะ

39
00:03:42,470 --> 00:03:46,470
ดังนั้นนะคะ เราจึงได้ว่านะคะ

40
00:03:50,302 --> 00:03:51,621
เซต A นะคะ อินเตอร์เซกกับเซต B นะคะ  จึงมีค่าเท่ากับ 1 2 0 นะคะ

41
00:03:51,621 --> 00:03:55,621
และ 3 ค่ะ

42
00:03:56,021 --> 00:04:00,021
เดี๋ยวเราไปดูข้อที่ 2 ก่อนเลยนะคะ

43
00:04:00,147 --> 00:04:03,253
ข้อที่ 2 นะคะ อินเตอร์เซกกับเซต C นะคะ

44
00:04:03,253 --> 00:04:05,293
ความหมายของเซต a อินเตอร์เซกกับเซต C นะคะ

45
00:04:05,293 --> 00:04:09,293
หมายถึงเส้นที่ประกอบ

46
00:04:10,993 --> 00:04:12,947
สมาชิกซึ่งสมาชิกเหล่านั้นนะครับ เป็นสมาชิกที่อยู่ทั้งในเซต a และเซตC ค่ะ

47
00:04:12,947 --> 00:04:16,459
ซึ่งเราลองพิจารณา

48
00:04:16,459 --> 00:04:20,402
เซต A เซต C นะคะ นักเรียนจะเห็นว่าเซต a และ เซต C นะคะ

49
00:04:20,402 --> 00:04:22,416
ไม่มีสมาชิกท่านใดร่วมกันดังนั้นจึงไม่มีสมาชิกค่ะ

50
00:04:22,416 --> 00:04:23,896
ที่มีสมาชิกของ

51
00:04:23,896 --> 00:04:25,621
เซต A เซต C ค่ะ

52
00:04:25,621 --> 00:04:29,621
ดังนั้นนะคะ

53
00:04:30,087 --> 00:04:34,087
เซต A นะคะ อินเตอร์เซกกับเซต C นะคะ เท่ากับเซตว่างค่ะ

54
00:04:41,618 --> 00:04:43,748
เดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างถัดไปก่อนนะคะ ตัวอย่างนี้ค่ะ ให้ เซต A นะคะ เท่ากับเซตของ 1 2

55
00:04:43,748 --> 00:04:47,748
3 4 5 6

56
00:04:49,956 --> 00:04:53,919
7 ไปเรื่อย ๆ ค่ะ และเซต B นะคะ เท่ากับเซตของ 2 3 5 และ 7 ค่ะ

57
00:04:53,919 --> 00:04:56,329
จงหาเซต a อินเตอร์เซกกับเซต B นะคะ

58
00:04:56,329 --> 00:04:58,931
เช่นเดิมค่ะ

59
00:04:58,931 --> 00:05:01,707
แล้วก็พิจารณานะคะ สมาชิกนะคะ

60
00:05:01,707 --> 00:05:03,929
ที่อยู่ทางในแต่ละเซต B ค่ะ

61
00:05:03,929 --> 00:05:06,987
นักเรียนสามารถตอบได้ไหมคะ ว่ามี

62
00:05:06,987 --> 00:05:07,635
สมาชิกตัวใดบ้า งก็คือมี 2

63
00:05:07,635 --> 00:05:09,649
3

64
00:05:09,649 --> 00:05:13,649
5 และ 7 นั

65
00:05:17,930 --> 00:05:21,828
่นเองค่ะ ดังนั้นนะคะ เราจึงได้ว่านะคะ เซต a อินเตอร์เซกกับเซต B นะคะ

66
00:05:21,828 --> 00:05:22,652
เท่ากับเซตของ 2

67
00:05:22,652 --> 00:05:25,601
3

68
00:05:25,601 --> 00:05:29,601
และ 7 ค่ะ

69
00:05:35,911 --> 00:05:39,177
ซึ่งนักเรียนจะสังเกตเห็นว่านะคะ เซตของ 2 3 5 และ 7 นะคะ ก็คือเซต B นั่นเองค่ะ ดังนั้นนะคะ เราจะเขียนได้ว่า

70
00:05:39,177 --> 00:05:43,177
อินเตอร์เซกกับเซต B นะคะ เท่ากับเซต B ค่ะ

71
00:05:43,315 --> 00:05:46,348
ซึ่งในกรณีนี้ราคานักเรียนสังเกตเห็นว่านะคะ

72
00:05:46,348 --> 00:05:48,455
สมาชิกทุกตัวของเซต B ค่ะ

73
00:05:48,455 --> 00:05:52,455
เป็นสมาชิกของเซต a นะคะ

74
00:05:54,659 --> 00:05:57,254
เราจึงกล่าวได้ว่า เซต B นะคะ  เป็นสับเซตของเซต a ค่ะ จึงทำให้เมื่อเซ็ตเอง

75
00:05:57,254 --> 00:05:58,372
เพชรเกษมปีแล้วนะครับ ผลลัพธ์และคำตอบ

76
00:05:58,372 --> 00:06:02,372
เป็นเซตดีค่ะ

77
00:06:03,083 --> 00:06:05,453
ไหนลอง

78
00:06:05,453 --> 00:06:07,634
ไปดูความสัมพันธ์ของแผนภาพเวนน์และ

79
00:06:07,634 --> 00:06:11,634
อินเตอร์เซกชัน ของเสร็จค่ะ

80
00:06:14,609 --> 00:06:15,870
กำหนดให้ U นะคะ แทนเอกภพสัมพัทธ์ค่ะ เซต A  และ เซต B  เป็นสับเซตของเอกภพ

81
00:06:15,870 --> 00:06:19,870
สัมผัส U นะคะ

82
00:06:20,783 --> 00:06:23,494
โดยที่เซต a และ b มีสมาชิกบางส่วนร่วมกันนะคะ

83
00:06:23,494 --> 00:06:27,208
นักเรียนสามารถเขียนแผนภาพเวนน์

84
00:06:27,208 --> 00:06:31,066
ที่ เซต A  และ เซต B มีสมาชิกบางส่วนร่วมกันได้หรือเปล่าคะ

85
00:06:31,066 --> 00:06:33,425
แผนภาพก็จะเป็นลักษณะนี้นะคะ ซึ่ง

86
00:06:33,425 --> 00:06:37,425
แผนภาพดังกล่าวนะคะ

87
00:06:39,114 --> 00:06:41,708
นักเรียนสามารถแรเงาบริเวณที่มีเซต a และ เซต B มี

88
00:06:41,708 --> 00:06:44,355
สมาชิกร่วมกัน ว่าเป็นบริเวณไหน

89
00:06:44,355 --> 00:06:48,355
ลองแรงเงาดูเลยนะคะ

90
00:06:51,233 --> 00:06:55,233
ก็คือบริเวณนี้นั่นเองค่ะ

91
00:06:58,160 --> 00:06:59,279
บริเวณนี้นะคะ เป็นบริเวณที่สมาชิกตัวนะครับ เป็นสมาชิกของทั้งเซต a และ b ค่ะ

92
00:06:59,279 --> 00:07:03,250
เราจึงเรียก

93
00:07:03,250 --> 00:07:06,172
บริเวณนี้นะคะ ว่าเซต a อินเตอร์เซกกับเซต B ค่ะ

94
00:07:06,172 --> 00:07:10,172
ถัดมานะคะ

95
00:07:15,711 --> 00:07:18,003
เซต A และ เซต Bเป็น เอกภพสัมพัทธ์ U  นะคะ โดยที่เซต a และ b ค่ะ ไม่มีสมาชิกร่วมกันนะคะ

96
00:07:18,003 --> 00:07:20,568
แผนภาพก็จะเป็นลักษณะนี้ค่ะ

97
00:07:20,568 --> 00:07:24,568
นักเรียนก็จะเห็นว่านะคะ

98
00:07:25,515 --> 00:07:29,515
ไม่มีสมาชิกตัวใดนะคะ ที่เป็นสมาชิกของเซต a และ เซต B ค่ะ

99
00:07:30,065 --> 00:07:31,734
ดังนั้นนะคะ เราจึงกล่าวได้ว่า เซต A อินเตอร์เซกกับเซต B นะคะ

100
00:07:31,734 --> 00:07:35,734
เท่ากับเซตว่างค่ะ

101
00:07:39,136 --> 00:07:43,136
แผนภาพถัดมานะคะ เซต a และ เซต Bนะคะ เป็นสับเซตของเอกภพสัมพัทธ์ U

102
00:07:44,333 --> 00:07:48,333
โดยที่สมาชิกของเซต B นะครับ เป็นสมาชิกของเซต a ค่ะ

103
00:07:53,623 --> 00:07:57,623
แผนภาพก็จะเป็นลักษณะนี้นะคะ ก็คือวงกลมที่แทนเซตดีนะคะ จะอยู่ภายในวงกลมที่แทนเซต a ค่ะ

104
00:07:59,366 --> 00:08:01,141
ซึ่งข้อความนี้นะคะ เราก็จะก้าวสั้น ๆ ว่าเซต B เป็นเซตของเซต a ก็ได้ค่ะ

105
00:08:01,141 --> 00:08:02,919
นักเรียนคิดว่า

106
00:08:02,919 --> 00:08:05,468
นะคะ มีสมาชิก

107
00:08:05,468 --> 00:08:07,369
ทำไมสแตเลสดีหรือเปล่าคะ

108
00:08:07,369 --> 00:08:11,369
จากแผนภาพนี้

109
00:08:13,899 --> 00:08:17,899
คำตอบคีอมีค่ะ อะไรคะ ก็คือบริเวณนี้นั่นเองคะ และเราจะแรงเงาบริเวณใดคะ

110
00:08:18,575 --> 00:08:22,575
ก็คือบริเวณนี้นั่นเองค่ะ

111
00:08:24,826 --> 00:08:28,826
ขอบริเวณนี้นะครับ เป็นบริเวณที่สมาชิกแต่ละตัวนะคะ สมาชิกของทั้งเซต a และ b ค่ะ

112
00:08:28,910 --> 00:08:31,996
บริเวณนี้นะคะ เราจึงเรียกว่าเซต a อินเตอร์เซคกับเซต B ค่ะ

113
00:08:31,996 --> 00:08:34,395
ซึ่งในแผนภาพนี้นะคะ จะเห็นว่า

114
00:08:34,395 --> 00:08:38,395
ส่วนที่แรเงานะคะ ก็คือเซต B ค่ะ

115
00:08:39,184 --> 00:08:40,844
ดังนั้นนะคะ ในกรณีนี้นะคะ

116
00:08:40,844 --> 00:08:44,554
เซต A อินเตอร์เซกกับ เซต B นั่นเองค่ะ

117
00:08:44,554 --> 00:08:48,554
เพิ่มความเข้าใจกันดีกว่าค่ะ

118
00:08:53,394 --> 00:08:57,189
อย่างนี้นะคะ กำหนดแผนภาพดังนี้ค่ะ แผนภาพดังกล่าวนะคะ ก็จะมีวงกลมที่แทนเซต a ค่ะ

119
00:08:57,189 --> 00:09:01,189
วงกลมที่แทน เซต Bนะคะ แล้วก็วงกลมที่แทน เซต C  ค่ะ

120
00:09:01,476 --> 00:09:04,867
จงหานะคะ ข้อที่ 1 ค่ะ  เซต Aอินเตอร์เซกกับ เซต B  ค่ะ

121
00:09:04,867 --> 00:09:08,364
ข้อที่ 2 นะคะ เซต a อินเตอร์เซกกับเซต C ค่ะ

122
00:09:08,364 --> 00:09:11,541
ข้อที่ 3 นะคะ เซต B อินเตอร์เซกกับเซต C ค่ะ

123
00:09:11,541 --> 00:09:15,541
เดี๋ยวเรามาดูที่ข้อ 1 กันนะคะ

124
00:09:18,589 --> 00:09:19,796
สมาชิกราคาซึ่งอยู่ในเซต a อินเตอร์เซคกับเซต B นะคะ หมายความว่าจะต้องเป็นสมาชิกที่อยู่ทางใด

125
00:09:19,796 --> 00:09:23,796
ที่ิอยู่ทั้งใน เซต A เซต B  ค่ะ

126
00:09:26,303 --> 00:09:30,303
นักเรียนสามารถตอบได้ไหมคะ ว่าสมาชิกตัวใดที่อยู่ทั้งหน้าและเซต B ค่ะ จากแผนภาพ

127
00:09:31,026 --> 00:09:34,846
ถ้าเราพิจารณานะคะ จะเห็นว่า

128
00:09:34,846 --> 00:09:37,837
วงกลมที่แพงนะคะ แล้ววงกลมที่แทน เซต B ค่ะ

129
00:09:37,837 --> 00:09:39,783
จะซ้อนทับกันนะคะ บริเวณ เซต A ค่ะ

130
00:09:39,783 --> 00:09:40,598
ก็คือบริเวณนี้นั่นเองค่ะ

131
00:09:40,598 --> 00:09:44,598
ดังนั้น

132
00:09:45,887 --> 00:09:49,887
นะคะ เซต A เซต B นะคะ จึงเท่ากับเซตของ 3 4 และ 6 ค่ะ

133
00:09:59,649 --> 00:10:01,158
ถัดมาที่ข้อที่ 2 นะคะ

134
00:10:01,158 --> 00:10:05,158
เซต Aอินเตอร์เซกกับเซต C ค่ะ

135
00:10:08,158 --> 00:10:10,566
เราก็จะหานะคะ สมาชิกที่อยู่ทางไหน Set ssc จากแผนภาพความนักเรียน

136
00:10:10,566 --> 00:10:14,566
มาตอบหน่อยครับ ว่ามีสมาชิกตัวไหนบ้าง

137
00:10:15,220 --> 00:10:19,220
ก็คือ  4 นั่นเองค่ะ

138
00:10:20,672 --> 00:10:22,836
เนื่องจากวงกลมที่แทนเซต a นะคะ แล้ววงกลมที่แทนเซต C นะคะ

139
00:10:22,836 --> 00:10:26,220
จะซ้อทับกันบริเวณนี้ค่ะ

140
00:10:26,220 --> 00:10:28,685
บริเวณนี้ราคาก็มี 4 เป็นสมาชิกค่ะ

141
00:10:28,685 --> 00:10:32,685
ดังนั้นนะคะ ข้อที่ 2 ค่ะ

142
00:10:34,156 --> 00:10:37,345
เซต A นะคะ อินเตอร์เซกกับเซต C นะคะ จึงเท่ากับเซตของ 4 ค่ะ

143
00:10:37,345 --> 00:10:41,345
ถัดมาที่ข้อที่ 3 นะคะ

144
00:10:41,883 --> 00:10:45,883
เซต b อินเตอร์เซกกับเซต C

145
00:10:46,426 --> 00:10:50,426
เราก็จะทำการหาสมาชิกนะคะ ซึ่งอยู่ทางในเซต b และ c ค่ะ

146
00:10:51,302 --> 00:10:54,636
สมาชิกนั้น ก็ได้แก่ 0

147
00:10:54,636 --> 00:10:57,163
และ 4 นั้นเองค่ะ เนื่องจากวงกลมที่แทน เซต Bนะคะ

148
00:10:57,163 --> 00:10:59,519
แล้ววงกลมซึ่ง เซต Cนะคะ

149
00:10:59,519 --> 00:11:03,519
ออมทรัพย์กันบริเวณนี้ค่ะ

150
00:11:05,736 --> 00:11:09,736
จะเห็นว่านะคะ บริเวณนี้นะคะ มีสมาชิกคือ 0 และ 4 ค่ะ

151
00:11:09,824 --> 00:11:12,907
ดังนั้นนะคะ เซต B  นะคะ อินเตอร์เซกกับเซต เซต C ค่ะ

152
00:11:12,907 --> 00:11:16,907
จึงเท่ากับ 20 และ 4 ค่ะ

153
00:11:18,441 --> 00:11:19,724
เดี๋ยวเราไปดูคำถามชวนคิดกันในวันนี้กันดีกว่าค่ะ

154
00:11:19,724 --> 00:11:23,724
กำหนดให้

155
00:11:26,282 --> 00:11:27,934
U นะคะ แทนเอกภพสัมพัทธ์ค่ะ เซต aเซต B และ เซต C นะคะ เป็นสับเซตของ

156
00:11:27,934 --> 00:11:31,934
เอกภพสัมพัทธ์อยู่ค่ะ

157
00:11:34,598 --> 00:11:36,909
อินเตอร์เซกชันของเซต a เซตb และ เซต c

158
00:11:36,909 --> 00:11:40,909
คืออะไร นักเรียนสามารถตอบได้หรือเปล่าคะ

159
00:11:44,101 --> 00:11:48,101
เราสามารถนำข้อมูลนะคะ

160
00:11:48,745 --> 00:11:50,283
อินเตอร์เซกชัน ของเซต a และเซต B มาพิจารณาค่ะ

161
00:11:50,283 --> 00:11:54,283
ความหมายของอินเตอร์เซกชัน

162
00:11:55,252 --> 00:11:57,486
ของเซต a และ b คือ เซตที่มีสมาชิกเป็นสมาชิก

163
00:11:57,486 --> 00:12:01,486
ของทั้งเซต a และ b ค่ะ

164
00:12:04,222 --> 00:12:08,222
นักเรียนลองพิจารณาดูนะคะ ว่าอินเตอร์เซกชันของเซต a เซต b และ c จะมีความหมายว่าอย่างไร

165
00:12:09,907 --> 00:12:13,907
นั่นก็มีความหมายว่า

166
00:12:17,694 --> 00:12:19,689
อินเตอร์เซกชันนะคะ ของเซต a เซต b และ เซต c คือ เซตที่สมาชิกแต่ละตัวเป็นสมาชิก

167
00:12:19,689 --> 00:12:21,802
ข

168
00:12:21,802 --> 00:12:25,394
อง เซต A เซต B เซต C  นั่นเองค่ะ

169
00:12:25,394 --> 00:12:28,266
สมาชิกเหล่านั้นจะต้องเป็นสมาชิกที่อยู่ใน

170
00:12:28,266 --> 00:12:32,260
เซต A เซต B เซต C ค่ะ

171
00:12:32,260 --> 00:12:36,260
สัญลักษณ์นะคะ จะเขียนแทนด้วย

172
00:12:38,815 --> 00:12:40,396
เซต Aสัญลักษณ์แบบนี้นะคะ แล้วก็ตามด้วย เซต B ค่ะ และก็ตามด้วยแต่ละแบบเดิม

173
00:12:40,396 --> 00:12:44,396
แล้วก็ตามด้วย เซต Cค่ะ

174
00:12:44,983 --> 00:12:46,420
ในที่นี้นะคะ คุณครูจะขอเรียกสั้น ๆ ว่า เซต A อินเตอร์เซกกับเซต B

175
00:12:46,420 --> 00:12:50,420
อินเตอร์เซกC ค่ะ

176
00:12:53,788 --> 00:12:57,788
เดี๋ยวเรามาพิจารณาแผนภาพการดีกว่านะคะ

177
00:12:58,637 --> 00:13:02,637
แผนภาพเวนน์นะคะ ในกรณี 3 เซต จะเป็นลักษณะดังนี้ใช่ไหมคะ

178
00:13:03,864 --> 00:13:05,648
นักเรียนสามารถแรเงาบริเวณที่แสดงเซต a อินเตอร์เซกกับเซต B

179
00:13:05,648 --> 00:13:07,302
อินเตอร์เซกกับเซต C ได้หรือเปล่าคะ

180
00:13:07,302 --> 00:13:11,302
ว่าคือบริเวณใด

181
00:13:11,441 --> 00:13:13,967
ถ้าเราพิจารณานะคะ วงกลมซึ่งแทนเซต a ค่ะ

182
00:13:13,967 --> 00:13:16,742
แล้ววงกลมซึ่ง เซต B ค่ะ

183
00:13:16,742 --> 00:13:20,106
แล้ววงกลมซึ่งแทนเซต C ค่ะ

184
00:13:20,106 --> 00:13:24,106
จะซ้อนทับกันนะคะ บริเวณนี้ค่ะ

185
00:13:24,741 --> 00:13:25,866
ดังนั้นนะคะ บริเวณนี้ จึงเป็นบริเว

186
00:13:25,866 --> 00:13:27,109

187
00:13:27,109 --> 00:13:29,908
ณที่ เซต A อินเตอร์เซกกับ

188
00:13:29,908 --> 00:13:33,908
เซต B และอินเตอร์เซกกับเซต C ค่ะ

189
00:13:37,431 --> 00:13:40,218
เดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างเพื่อเพิ่มความเข้าใจให้มากกันดีกว่านะคะ

190
00:13:40,218 --> 00:13:44,218
ตัวอย่างนี้นะคะ

191
00:13:44,857 --> 00:13:46,126
ให้ เซต A  เท่ากับเซตของ 0 1 2 3 และ 4 ค่ะเซต B

192
00:13:46,126 --> 00:13:50,126

193
00:13:52,559 --> 00:13:56,559
6 ค่ะ และเซ็กซี่เท่ากับเซตของ 0 3 6 และ 7 ค่ะ

194
00:13:58,524 --> 00:14:01,628
จงหานะคะ ข้อที่ 1 เซตอินเตอร์เซกกับเซต B นะคะ

195
00:14:01,628 --> 00:14:02,373
ข้อที่ 2

196
00:14:02,373 --> 00:14:06,373

197
00:14:09,146 --> 00:14:12,000
เซต B อินเตอร์เซก เซต C เซต b อินเตอร์เซคกับเซต C ค่ะ และข้อที่ 4 เซต a อินเตอร์เซคกับเซต b อินเตอร์เซคกับเซต C ค่ะ

198
00:14:12,000 --> 00:14:13,537
เรามาพิจารณาทีละข้อกันดีกว่านะคะ

199
00:14:13,537 --> 00:14:16,462
ข้อที่ 1 ค่ะ

200
00:14:16,462 --> 00:14:20,462
เซต A อินเตอร์เซก เซต Bนะคะ

201
00:14:22,447 --> 00:14:25,400
สมาชิกที่อยู่ต้องเป็นสมาชิกที่อยู่ทั้งในเซต a และเซต B ค่ะ

202
00:14:25,400 --> 00:14:29,400
นักเรียนสามารถตอบได้ไหมคะ ว่ามีสมาชิกตัวใด

203
00:14:30,461 --> 00:14:31,738
นั่นก็คือมี 0 และ 4 นั้นเองค่ะ

204
00:14:31,738 --> 00:14:35,738
ดังนั้นนะคะ

205
00:14:37,374 --> 00:14:41,374
เซต A อินเตอร์เซกกับ เซต B  นะคะ จึงเท่ากับเซตของ 0 และ 4 ค่ะ

206
00:14:41,738 --> 00:14:44,344
เรามาดูที่ข้อที่ 2 นะคะ อินเตอร์เซคกับเซต C ค่ะ

207
00:14:44,344 --> 00:14:47,197
นั่นก็คือการหาสมาชิกนะคะ

208
00:14:47,197 --> 00:14:51,197
ซึ่งอยู่ทางนายเสน่ห์และ เซต C ค่ะ

209
00:14:52,589 --> 00:14:54,913
นักเรียนสามารถตอบได้ไหมคะ ว่ามีสมาชิกตัวใดบ้างที่อยู่ทั้งใน

210
00:14:54,913 --> 00:14:57,038
เซต Aและ เซต C ก็คือ

211
00:14:57,038 --> 00:15:01,038
0 และ 3 นั่นเองค่ะ ดังนั้น

212
00:15:01,057 --> 00:15:03,055
เซต A อินเตอร์เซก เซต C นะคะ จึงเท่ากับเซตของ 0 3 ค่ะ

213
00:15:03,055 --> 00:15:05,560
ข้อที่ 3 นะคะ

214
00:15:05,560 --> 00:15:09,560
b อินเตอร์เซคกับเซต C ค่ะ

215
00:15:10,307 --> 00:15:12,379
สมาชิกนะคะ จะต้องเป็นสมาชิกที่อยู่ทางใด

216
00:15:12,379 --> 00:15:15,099
เซต C  ค่ะ

217
00:15:15,099 --> 00:15:16,908
นั่นก็คือ

218
00:15:16,908 --> 00:15:20,908
0 และ 6 นั่นเองค่ะ

219
00:15:21,893 --> 00:15:25,419
ข้อที่ 3 นะคะ เซต B อินเตอร์เซก เซต C เท่ากับเซตของ 0 และ 6 ค่ะ

220
00:15:25,419 --> 00:15:29,419
ข้อสุดท้ายนะคะ

221
00:15:33,473 --> 00:15:35,287
ข้อที่ 4 ค่ะ sepsis กับเซต b อินเตอร์เซคกับเซต C นะคะ สมาชิกนะคะ ก็ต้องเป็นสมาชิกที่อยู่ทั้งในเซต A

222
00:15:35,287 --> 00:15:38,690
เซต B แล้ว เซต C ค่ะ

223
00:15:38,690 --> 00:15:40,523
สมาชิกตัวดังกล่าวคืออะไร คะ ตอบได้ไหมคะ

224
00:15:40,523 --> 00:15:42,015
ก็คือ

225
00:15:42,015 --> 00:15:43,345
0 นั่นเองค่ะ

226
00:15:43,345 --> 00:15:45,472
ดังนั้นนะคะ

227
00:15:45,472 --> 00:15:47,251
เซต A อินเตอร์เซก กับ เซต B

228
00:15:47,251 --> 00:15:48,836
อินเตอร์เซก กับ เซต C นะคะ

229
00:15:48,836 --> 00:15:50,223
เท่ากับเซตของ 0 ค่ะ

230
00:15:50,223 --> 00:15:54,223
เราสามารถ

231
00:15:55,820 --> 00:15:59,820
ใช้แผนภาพเวนน์ในการพิจารณาหาคำตอบของตัวอย่างนี้ได้ค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ

232
00:16:05,740 --> 00:16:06,935
อันนี้ก็เป็นแผนภาพเวนน์นะคะ แสดงเซต 3 เซต ในกรณีทั่วไปค่ะ

233
00:16:06,935 --> 00:16:10,935
เดี๋ยวเราจะนำ

234
00:16:11,063 --> 00:16:12,970
สมาชิกนะคะ ที่อยู่ทางในเซต a b และ c ค่ะ

235
00:16:12,970 --> 00:16:15,175
ไปใส่ลงในแผนภาพกันนะคะ

236
00:16:15,175 --> 00:16:19,175
เริ่มต้นที่ 0 ค่ะ

237
00:16:21,353 --> 00:16:23,818
นักเรียนจะสังเกตเห็นว่าศูนย์นะครับ เป็นสมาชิกที่อยู่ในเซต a b และ c นะคะ ดังนั้นนะคะ

238
00:16:23,818 --> 00:16:25,773
0 จะใส่บริเวณใด นักเรียนตอบได้ไหมคะ

239
00:16:25,773 --> 00:16:28,578
ผ0 จะใส่บริเวณนี้ค่ะ

240
00:16:28,578 --> 00:16:30,728
ถัดมาที่ 1 ค่ะ

241
00:16:30,728 --> 00:16:31,708
นักเรียนจะสังเกตเห็นว่า 1 นะคะ

242
00:16:31,708 --> 00:16:35,708
เป็นสมาชิก

243
00:16:37,116 --> 00:16:41,116
ที่อยู่ใน เซต A เท่านั้นนะคะ  1จึงถูกใส่บริเวณนี้ได้ค่ะ

244
00:16:41,131 --> 00:16:45,131
ผ่านมาที่ 2 นะคะ

245
00:16:45,663 --> 00:16:48,289
เราจะเห็นว่า 2 นะครับ เป็นสมาชิกของ 2 ที่อยู่ทั้งใน เซต A  เท่านั้น

246
00:16:48,289 --> 00:16:50,478
ดังนั้น 2 จึงใส่บริเวณนี้ค่ะ

247
00:16:50,478 --> 00:16:51,319
จะมาดูที่สนามบ้างนะคะ

248
00:16:51,319 --> 00:16:55,317
3 นะคะ

249
00:16:55,317 --> 00:16:57,100
เป็นสมาชิกที่อยู่ข้างใน เซต A เซต Cนะคะ

250
00:16:57,100 --> 00:16:59,040
ดังนั้นนะคะ 3

251
00:16:59,040 --> 00:17:03,040
บริเวณนี้ค่ะ

252
00:17:03,453 --> 00:17:06,219
บริเวณนี้นะครับ เป็นบริเวณที่อุดข้างในเซต

253
00:17:06,219 --> 00:17:09,980
แต่มันอยู่ใน เซต B ง นะคะ

254
00:17:09,980 --> 00:17:13,980
จะมาดูที่ตัวถัดมา คือ 4 ค่ะ

255
00:17:14,158 --> 00:17:17,432
4 นะคะ เป็นสมาชิกที่อยู่ทางใน เซต A เซต B  นะคะ

256
00:17:17,432 --> 00:17:19,699
แต่ไม่อยู่ในเซต C นะคะ ดังนั้นนะคะ

257
00:17:19,699 --> 00:17:23,699
4 จึงใส่บริเวณนี้นั่นเองค่ะ

258
00:17:25,801 --> 00:17:29,801
หลังจากนั้นเรามาดูที่ 6 นะคะ

259
00:17:31,532 --> 00:17:32,498
นักเรียนจะสังเกตเห็นว่า 6 นะคะ เป็นสมาชิกที่อยู่ทั้งในเซต b และ เซตc นะคะ

260
00:17:32,498 --> 00:17:33,481
ดังนั้นนะคะ

261
00:17:33,481 --> 00:17:35,163
เราจะ

262
00:17:35,163 --> 00:17:39,163
ใส่บริเวณนี้ค่ะ

263
00:17:40,351 --> 00:17:44,351
แล้วสุดท้าย คือ 7 ค่ะ

264
00:17:44,962 --> 00:17:46,072
นักเรียนจะสังเกตเห็นว่า 7 นะคะเป็นสมาชิกที่อยู่ทั้งในเซต C เท่านั้นค่ะ

265
00:17:46,072 --> 00:17:47,666
ดังนั้นนะคะ

266
00:17:47,666 --> 00:17:51,666
7 จึงใส่บริเวณนี้ค่ะ

267
00:17:54,095 --> 00:17:55,512
เดี๋ยวเรามาดูข้อที่ 1 กันนะคะ

268
00:17:55,512 --> 00:17:59,512
ข้อที่ 1 นะคะ

269
00:18:02,852 --> 00:18:04,286
เซต A อินเตอร์เซก เซต B นะคะ ถ้าพิจารณาจากแผนภาพนะคะ ก็คือบริเวณที่วงกลมที่แทนด้วยนะคะ

270
00:18:04,286 --> 00:18:05,704
แล้ววงกลมด้วยแทน

271
00:18:05,704 --> 00:18:08,001
ซ้อนทับกันค่ะ

272
00:18:08,001 --> 00:18:09,126
เราจะเห็นว่าก็คือบริเวณนี้ค่ะ

273
00:18:09,126 --> 00:18:13,126
ดังนั้นนะคะ

274
00:18:13,344 --> 00:18:17,344
เซต A อินเตอร์เซก เซต B จึงตอบว่าเซตของ 0 และ 4 ค่ะ

275
00:18:19,905 --> 00:18:23,027
ข้อที่ 2 นะคะ เซต A  อินเตอร์เซกกับเซต C นะคะ

276
00:18:23,027 --> 00:18:26,079
ก็คือบริเวณที่วงกลมที่แทนเซต a นะคะ

277
00:18:26,079 --> 00:18:27,996
แล้ววงกลมที่แทนเซต C ค่ะ ซ้อนทับกันค่ะ

278
00:18:27,996 --> 00:18:31,996
ก็คือบริเวณนี้นั่นเองค่ะ

279
00:18:32,572 --> 00:18:36,572
ดังนั้นนะคะ ข้อที่ 2 นะคะ จึงตอบว่าเซตของ  0 และ 3 ค่ะ

280
00:18:36,823 --> 00:18:40,011
วันที่ 3 นะคะ เซต b อินเตอร์เซคกับเซต C ค่ะ

281
00:18:40,011 --> 00:18:43,035
นักเรียนจะสังเกตเห็นว่านะครับ วงกลมที่แฟน

282
00:18:43,035 --> 00:18:44,789
Set B นะคะ และวงกลมซึ่งแฟนซี

283
00:18:44,789 --> 00:18:46,322
ตอนทับกันบริเวณนี้ค่ะ

284
00:18:46,322 --> 00:18:49,338
ดังนั้นนะคะ

285
00:18:49,338 --> 00:18:53,080
ข้อที่ 3 จึงตอบว่าเซตของ 0 และ 6 ค่ะ

286
00:18:53,080 --> 00:18:55,113
เรามาดูที่ข้อสุดท้ายค่ะ ข้อที่ 4 นะคะ

287
00:18:55,113 --> 00:18:59,044
เซต a อินเตอร์เซกกับเซต B

288
00:18:59,044 --> 00:19:00,307
อินเตอร์เซกกับ เซต C นะคะ นะคะ ก็คือบริเวณที่วงกลมทั้ง 3 นะคะ

289
00:19:00,307 --> 00:19:02,670
สอนทำการค่ะ

290
00:19:02,670 --> 00:19:04,260
นั่นก็คือตรงกลางนี่เองค่ะ

291
00:19:04,260 --> 00:19:07,295
เพราะฉะนั้นแล้วนะคะ

292
00:19:07,295 --> 00:19:11,295
ข้อที่ 4 จึงตอบว่าเซตของ 0 ค่ะ

293
00:19:14,730 --> 00:19:17,375
เดี๋ยวเราไปทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้วันนี้กันก่อนดีกว่าค่ะ อินเตอร์เซกชันของเซต a และเซต B นะคะ

294
00:19:17,375 --> 00:19:20,771
ก็คือเซตที่สมาชิกแต่ละตัวค่ะ

295
00:19:20,771 --> 00:19:22,738
เป็นสมาชิกของเซต a และเซต B นะคะ

296
00:19:22,738 --> 00:19:25,986
อมตะเขียนแทนด้วยเซต a ค่ะ

297
00:19:25,986 --> 00:19:28,568
ตามด้วยเครื่องหมายลักษณะนี้แล้วก็ตามด้วย

298
00:19:28,568 --> 00:19:30,113
นิยามของเซต

299
00:19:30,113 --> 00:19:32,337

300
00:19:32,337 --> 00:19:36,302
เซต A เซต B เท่ากับเซตซึ่งประกอบ

301
00:19:36,302 --> 00:19:38,946
x โดยที่ x เป็นสมาชิกของเซต A

302
00:19:38,946 --> 00:19:41,851
นะคะ และ x เป็นสมาชิกของเซต B ค่ะ

303
00:19:41,851 --> 00:19:43,788
ซึ่งเราสามารถเชื่อมโยงนะคะ

304
00:19:43,788 --> 00:19:45,798
การอินเตอร์เซกกันนะคะ

305
00:19:45,798 --> 00:19:49,798
แล้วแผนภาพดังนี้ค่ะ

306
00:19:50,002 --> 00:19:52,802
ภาพแรกนะคะ ส่วนที่แรเงาค่ะ

307
00:19:52,802 --> 00:19:56,020
คือ ส่วนที่เซต a อินเตอร์เซกกับเซต B ค่ะ

308
00:19:56,020 --> 00:19:59,965
แผนภาพที่ 2 นะคะ

309
00:19:59,965 --> 00:20:03,248
เป็นแผนภาพที่ เซต A และ เซต B  ไม่มีสมาชิกร่วมกันค่ะ

310
00:20:03,248 --> 00:20:07,248
เซต A อินเตอร์เซกกับเซต B จึงเท่ากับเซตว่างค่ะ

311
00:20:08,979 --> 00:20:12,446
แผนภาพขาเป็นแผนภาพที่ เซต B  นะคะ เป็นสับเซตของเซต a นะคะ

312
00:20:12,446 --> 00:20:14,767
ส่วนที่แรเงาก็คือเซต a อินเตอร์เซคกับเซต B ค่ะ

313
00:20:14,767 --> 00:20:18,767
ซึ่งจะเท่ากับเซต B นั่นเองค่ะ

314
00:20:20,658 --> 00:20:24,658
นอกจากนี้นะคะ เรายังสามารถระบุการอินเตอร์เซกชันกันของเซต 3 เซตได้ดังนี้ค่ะ

315
00:20:26,859 --> 00:20:28,523
อินเตอร์เซกชันนะคคะ ของเซต a เซต B และ เซตc นะคะ ก็คือเซตนะคะ

316
00:20:28,523 --> 00:20:32,267
ที่สมาชิกแต่ละตัว

317
00:20:32,267 --> 00:20:36,267
เป็นสมาชิกของเซต เซต a เซตb และ เซตc นะคะ

318
00:20:39,136 --> 00:20:40,612
ส่วนที่แรเงานะคะ ในแผนภาพ ก็คือส่วนที่เซต a อินเตอร์เซคกับเซต B

319
00:20:40,612 --> 00:20:44,612
เกษตรเกษตรอินทรีย์ค่ะ

320
00:20:48,177 --> 00:20:52,177
จากตลาดนาคาคุณครูก็มีแบบฝึกหัดนะคะ จำนวน 4 ข้อให้นักเรียนลองไปฝึกทบทวนกันค่ะ

321
00:20:52,462 --> 00:20:56,399
สำหรับวันนี้นะคะ คุณครูก็ขอลาไปก่อนค่ะ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]

322
00:20:56,399 --> 00:21:00,399


