﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:03,111

2
00:00:03,249 --> 00:00:03,878

3
00:00:03,897 --> 00:00:04,280

4
00:00:04,017 --> 00:00:04,446

5
00:00:04,338 --> 00:00:05,434

6
00:00:07,477 --> 00:00:07,927

7
00:00:07,737 --> 00:00:13,045
สวัสดีค่ะนักเรียนกลับมาพบกับคุณครูกรรณิการ์อีกครั้งนะคะในบทที่ 3 เรื่องอาหาร

8
00:00:13,818 --> 00:00:15,249
คราวที่แล้วนะคะ

9
00:00:15,299 --> 00:00:21,952
คลิปที่แล้วเราพูดไปถึงเรื่องของไขมันและน้ำมันนะคะซึ่งครูก็เชื่อมโยงไปถึงเรื่องของสัตว์

10
00:00:21,767 --> 00:00:24,846
อินทรีย์ชนิดอิ่มตัวแล้วก็ไม่อิ่มตัวนะคะ

11
00:00:25,167 --> 00:00:29,112
ในคลิปนี้ค่ะแล้วจะเรียนต่อในเรื่องของคาร์โบไฮเดรต

12
00:00:29,257 --> 00:00:33,282
นักเรียนมาดูสิคะว่าเราจะสามารถเชื่อมโยงไปเรื่องใดได้บ้าง

13
00:00:33,998 --> 00:00:39,085
คาร์โบไฮเดรตนะคะเป็นสารอาหารที่เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญต่อมนุษย์

14
00:00:38,988 --> 00:00:39,236

15
00:00:39,248 --> 00:00:42,574
การรับประทานคาร์โบไฮเดรต 1 กรัมให้พลังงาน

16
00:00:42,648 --> 00:00:43,810
rov ค่ะ

17
00:00:44,239 --> 00:00:44,518

18
00:00:45,080 --> 00:00:48,060
ก็มีหลายประเภท

19
00:00:47,957 --> 00:00:48,450

20
00:00:48,468 --> 00:00:49,062

21
00:00:49,757 --> 00:00:56,972
บริษัทมอเตอร์ไซค์ขาดรายได้ใช้ค่าลายขาก็เป็นคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลขนาดใหญ่

22
00:00:56,799 --> 00:00:58,338
พาราด็อก

23
00:00:58,340 --> 00:01:02,127
ชื่อว่าคาร์โบไฮเดรตน้ำตาลโมเลกุลคู่นะคะ

24
00:01:02,178 --> 00:01:02,749

25
00:01:02,689 --> 00:01:06,501
ส่วนมอนอแซ็กคาไรด์ก็เป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวค่ะ

26
00:01:06,538 --> 00:01:06,913

27
00:01:06,857 --> 00:01:10,591
อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเช่นอะไรคะเช่นข้าว

28
00:01:10,827 --> 00:01:15,622
อาหารหลักของเราเลยนะเราทานข้าวขนมปังเส้นก๋วยเตี๋ยวเผือกข้าวโพด

29
00:01:15,768 --> 00:01:16,652
ลำปาง

30
00:01:18,199 --> 00:01:23,361
แล้วอาการของคนที่เราไม่ได้ทานข้าวนี่

31
00:01:23,329 --> 00:01:28,842
ว่าเป็นอย่างไรคะเราก็จะหงุดหงิดเราก็จะหิวใช่ไหมคะถ้าเราไม่ได้ขาดโปรตีน

32
00:01:28,699 --> 00:01:34,610
ขอโทษค่ะค่ะทำหวยเด็ดแล้วก็จะอ่อนเพลียสมองไม่ปลอดโปร่งอารมณ์ก็จะสูง

33
00:01:34,407 --> 00:01:35,873
ผู้หญิงง่ายๆนะคะ

34
00:01:37,029 --> 00:01:44,019
แล้วนักเรียนเคยสงสัยไหมคะว่าการรับประทานข้าวสามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานให้เราได้อย่างไร

35
00:01:44,457 --> 00:01:45,999
นักศึกษาจาก

36
00:01:46,127 --> 00:01:49,485
การย่อยแป้งให้เป็นกลูโคส

37
00:01:49,457 --> 00:01:49,859

38
00:01:49,718 --> 00:01:50,916
สื่อประกอบ

39
00:01:50,927 --> 00:01:52,205
ขอโทษค่ะ

40
00:01:52,147 --> 00:01:55,231
หนังสือเรียนสสวท

41
00:01:55,547 --> 00:01:58,193
ถ้าพร้อมแล้วก็เชิญรับชมกันได้เลยค่ะ

42
00:01:58,680 --> 00:01:58,908

43
00:01:59,128 --> 00:01:59,408

44
00:01:59,576 --> 00:01:59,981

45
00:01:59,767 --> 00:02:02,292
ดูภาพจำลองกัน

46
00:02:02,837 --> 00:02:04,700
ว่าจะมา

47
00:02:04,898 --> 00:02:10,794
เหล้าจำลองภาพจำลองของโมเลกุลแป้งนะคะที่อยู่

48
00:02:10,597 --> 00:02:12,452
คุณแป้งนั่นเอง

49
00:02:12,457 --> 00:02:13,810
จะเห็นว่าเป็น

50
00:02:14,129 --> 00:02:16,086
คาร์โบไฮเดรตขายาวเนาะ

51
00:02:16,688 --> 00:02:18,324
คาร์โบไฮเดรต

52
00:02:18,479 --> 00:02:24,184
การเชื่อมต่อของกลูโคสสายยาวอยู่เมื่อเราทำในปากของเรา

53
00:02:23,987 --> 00:02:28,485
เอนไซม์อะไมเลสนะคะซึ่งตรงนี้เห็นว่าเป็นกันไป

54
00:02:28,668 --> 00:02:28,960

55
00:02:28,926 --> 00:02:34,076
ใกล้ตรงนี้ทำหน้าที่เป็นอะไรคะเข้าใจตรงนี้ทำหน้าที่ของเอนไซม์

56
00:02:34,108 --> 00:02:34,560

57
00:02:34,557 --> 00:02:38,098
ทำหน้าที่ย่อยคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลใหญ่

58
00:02:39,486 --> 00:02:39,787

59
00:02:39,807 --> 00:02:43,000
เอนไซม์พระนครย่อยแล้วค่อยย่อยนะคะ

60
00:02:43,528 --> 00:02:45,435
ทำให้มีขนาดเล็กลง

61
00:02:45,707 --> 00:02:46,175

62
00:02:46,158 --> 00:02:47,658
เอาเข้าไป

63
00:02:47,687 --> 00:02:50,471
คาร์โบไฮเดรตถูกย่อยในลำไส้เล็ก

64
00:02:50,380 --> 00:02:56,535
ชนิดอื่นอีกคันที่ทำหน้าที่ในการในกระบวนการของการย่อยคาร์โบไฮเดรต

65
00:02:57,617 --> 00:02:58,836
เขาก็จะย่อย

66
00:02:59,027 --> 00:02:59,531

67
00:02:59,537 --> 00:03:01,334
บอยเด็ดสายสั้น

68
00:03:01,207 --> 00:03:03,343
ไม่เหลือเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว

69
00:03:03,329 --> 00:03:07,088
ให้เหลือแต่กลัวอย่างเดียวน้ำตาลโมเลกุลเล็ก

70
00:03:08,117 --> 00:03:09,771
เรานี่

71
00:03:10,048 --> 00:03:13,518
นะคะ

72
00:03:13,437 --> 00:03:13,737

73
00:03:15,047 --> 00:03:19,957
กรุ๊ปนี้ต่างๆดิเป็นโมเลกุลขนาดเล็กก็เข้าสู่

74
00:03:19,846 --> 00:03:20,941
เลือกได้

75
00:03:22,536 --> 00:03:22,987

76
00:03:22,856 --> 00:03:25,071

77
00:03:24,977 --> 00:03:25,755
พญาไก่

78
00:03:25,876 --> 00:03:26,830

79
00:03:26,898 --> 00:03:28,128
ใครจะเข้าไป

80
00:03:28,307 --> 00:03:32,475
ตำบลการสันดาปและเป็นพลังงานที่เราใช้นั่นเองค่ะ

81
00:03:32,529 --> 00:03:33,096
ค่ะ

82
00:03:33,247 --> 00:03:36,037
หลังจากที่เราได้คือยา

83
00:03:36,507 --> 00:03:37,520
การย่อย

84
00:03:37,466 --> 00:03:38,281

85
00:03:38,237 --> 00:03:38,853

86
00:03:38,877 --> 00:03:43,421
ให้โอนแล้วนะคะเราถูกที่สุดโครงสร้างภายในของเขาบ้าง

87
00:03:43,438 --> 00:03:43,844

88
00:03:43,557 --> 00:03:44,053

89
00:03:44,386 --> 00:03:49,785
สำหรับคุณแป้งหรือข้าวนะคะ

90
00:03:49,579 --> 00:03:50,271

91
00:03:51,178 --> 00:03:54,339

92
00:03:54,317 --> 00:03:59,161
น้ำตาลโมเลกุลขนาดเล็ก

93
00:03:59,377 --> 00:04:04,733
ทะเบียนรถอะไรนะคะ

94
00:04:05,396 --> 00:04:10,188
ถ้ามีอาการคล้ายคลึงกันอย่างไรนักเรียนลองสำเร็จก่อนวันนี้

95
00:04:10,006 --> 00:04:10,529

96
00:04:10,456 --> 00:04:10,721

97
00:04:10,716 --> 00:04:12,352
ด้านบน

98
00:04:12,375 --> 00:04:14,825
คุณแป้งนะคะ

99
00:04:15,077 --> 00:04:15,563

100
00:04:15,528 --> 00:04:19,082
หรือว่าจะเป็นสูตรโครงสร้างพอลิแซ็กคาไรด์นั่นเอง

101
00:04:20,128 --> 00:04:20,375

102
00:04:20,326 --> 00:04:21,841
เป็นอะไรไหมคะ

103
00:04:21,856 --> 00:04:23,142

104
00:04:23,148 --> 00:04:25,219
ข้าวหอมมะลิ

105
00:04:25,516 --> 00:04:25,765

106
00:04:25,836 --> 00:04:27,175
มาเลี้ยงต่อกัน

107
00:04:27,878 --> 00:04:28,135

108
00:04:28,197 --> 00:04:30,420
แต่ถ้าเราสังเกตเห็นว่า

109
00:04:30,575 --> 00:04:36,337
มีวงเล็บอยู่ด้วยแล้วก็ที่สำคัญมันมีห้อย n

110
00:04:36,787 --> 00:04:42,832
i n ในที่นี้คืออะไรห้อย n n ก็คือจำนวนขอบคุณที่ไม่เชื่อมต่อกัน

111
00:04:42,617 --> 00:04:44,380
กูไปเล่นนั่นเอง

112
00:04:44,796 --> 00:04:45,002

113
00:04:45,117 --> 00:04:49,397
เขาก็ไม่ได้เชื่อมต่อเพียงแค่ 1-2 คุณนะคะ

114
00:04:49,728 --> 00:04:54,106
เขาจะในทวีปเชื่อมต่อกันด้วยอะไรมากกว่า

115
00:04:54,215 --> 00:04:56,075
เป็นร้อยๆโมเลกุลเลย

116
00:04:58,127 --> 00:04:58,357

117
00:04:59,147 --> 00:05:04,906
ซึ่งสารเคมีที่โมเลกุลมีคนสร้างขนาดใหญ่นะครับ

118
00:05:05,236 --> 00:05:06,763
พอลิเมอร์

119
00:05:07,406 --> 00:05:12,015
โมเลกุลขนาดเล็กที่มันเกิดเป็นพอลิเมอร์

120
00:05:11,897 --> 00:05:13,195
บอกว่ามอนอเมอร์ค่ะ

121
00:05:14,586 --> 00:05:17,448
หรือว่าถ้าจะให้

122
00:05:17,335 --> 00:05:18,283

123
00:05:18,486 --> 00:05:22,470
วันนี้คุณครูจะมีคอมประกอบด้วยนักเรียนเห็น

124
00:05:22,335 --> 00:05:23,259
สร้อยนะ

125
00:05:23,635 --> 00:05:24,451
สร้อยคอ

126
00:05:24,986 --> 00:05:28,381
ที่นี่ก็เป็นตัวแทนของพอลิเมอร์นั้นอีก

127
00:05:28,505 --> 00:05:31,239
ส่วนลูกปัดกลมสีชมพูนี้นะคะ

128
00:05:31,457 --> 00:05:33,502
ประเภทของมอนอเมอร์

129
00:05:34,336 --> 00:05:36,042
ก็คือ

130
00:05:36,255 --> 00:05:39,854
พอลิเมอร์เกิดจากการเชื่อมต่อกันของ

131
00:05:40,097 --> 00:05:41,794
มอนอเมอร์นั้นเองค่ะ

132
00:05:42,856 --> 00:05:46,865
แล้วพอลิเมอร์มีสมบัติเหมือนหรือแตกต่างกับมอนอเมอร์อย่างไร

133
00:05:46,955 --> 00:05:50,622
กิจกรรมรอง

134
00:05:50,476 --> 00:05:53,060
สมบัติบางประการของ

135
00:05:53,105 --> 00:05:54,961
แป้งมันสำปะหลังค่ะ

136
00:05:55,024 --> 00:05:55,289

137
00:05:55,475 --> 00:05:56,763
เล่นเดียวกันนะคะ

138
00:05:58,035 --> 00:05:59,885
กิจกรรมนี้ก็มี

139
00:05:59,897 --> 00:06:05,483
เช่นเดียวกันค่ะฉะนั้นนักเรียนสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน AR นะคะ

140
00:06:05,335 --> 00:06:09,693
ก็สามารถเอานักเรียนที่ดาวน์โหลด App แล้ว

141
00:06:09,636 --> 00:06:14,573
มาศึกษากิจกรรมได้เช่นเดียวกันค่ะพร้อมกันเลยนะคะ

142
00:06:15,204 --> 00:06:20,806
การทดลองนี้นะคะจะเป็นการทดลองเปรียบเทียบสมบัติการละลายแล้วก็ความหนืด

143
00:06:20,905 --> 00:06:21,200

144
00:06:21,097 --> 00:06:22,780
แป้งมันสำปะหลังนะคะ

145
00:06:22,955 --> 00:06:25,332
ตัวแทนของพอลิเมอร์ก็จะเป็น

146
00:06:25,255 --> 00:06:26,541
แป้งมันสำปะหลัง

147
00:06:26,998 --> 00:06:27,260

148
00:06:27,257 --> 00:06:30,823
ในที่นี้ก็จะเป็นกลูโคสค่ะ

149
00:06:30,776 --> 00:06:32,766
ดูการทดลองกันเลยนะคะ

150
00:06:32,885 --> 00:06:34,252
ตอนเริ่มต้น

151
00:06:34,495 --> 00:06:37,786
เราจะเอาแป้งมันสำปะหลังค่ะไม่ละลายน้ำ

152
00:06:39,296 --> 00:06:43,185
การละลายน้ำของมันสำปะหลังนะคะ

153
00:06:48,135 --> 00:06:48,522

154
00:06:48,515 --> 00:06:49,598
เห็นว่า

155
00:06:49,664 --> 00:06:52,667
เอาแป้งมันสำปะหลังไปละลายนี่

156
00:06:52,946 --> 00:06:56,115
ลักษณะคล้ายคนลอยนะคะ

157
00:06:56,205 --> 00:06:59,592
แสดงว่าแ***มันไม่ค่อยละลายในน้ำเลยนะคะ

158
00:06:59,734 --> 00:07:02,128
การละลายน้ำของกลูโคส

159
00:07:09,274 --> 00:07:09,480

160
00:07:09,664 --> 00:07:12,195
นักเรียนลองสังเกตนะคะครูโพสต์นี่

161
00:07:12,795 --> 00:07:18,712
การละลายเป็นอย่างไร

162
00:07:18,754 --> 00:07:20,742
สารละลายไม่มีสีเลยนะคะ

163
00:07:23,816 --> 00:07:29,591
งั้นเราจะมาศึกษาเปรียบเทียบสมบัติความหาด้วยเราจะเอาไปต้ม

164
00:07:29,836 --> 00:07:32,951
ประมาณ 10 นาทีนะคะนักเรียน

165
00:07:33,297 --> 00:07:40,021
ละลายโฟร์มดจะเป็นสารละลายไขมันจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว

166
00:07:39,706 --> 00:07:41,240
เปลี่ยน

167
00:07:41,698 --> 00:07:48,162
สีขาวขุ่นเป็นใสเพื่อนนอนแล้วจะมีลักษณะเป็นเหนียวด้วยนะคะเมื่อครบเวลาแล้วก็จะมาวางไว้

168
00:07:48,034 --> 00:07:50,043
คู่ละประมาณ 5 นาที

169
00:07:50,026 --> 00:07:52,801
ทิ้งไว้ให้สารทั้งสองชนิดเย็นตัวนะคะ

170
00:07:54,118 --> 00:07:56,668
พอเย็นแล้วเราก็จะเอาสาดนี่

171
00:07:56,816 --> 00:08:00,152
กระดาษกระดาษ

172
00:08:00,074 --> 00:08:01,373
ถังนึงนี่

173
00:08:01,547 --> 00:08:04,675
เอาน้ำแป้งมันสำปะหลังนะคะซึ่งตอนนี้นี่

174
00:08:04,565 --> 00:08:08,245
มีลักษณะคล้ายแป้งเปียกมาแล้วนะมาทาบนกระดาษค่ะ

175
00:08:11,855 --> 00:08:14,227
ขายตัวสำคัญเลยนะคะนักเรียน

176
00:08:17,945 --> 00:08:18,230

177
00:08:19,037 --> 00:08:23,550
แล้วนะคะแล้วก็จะเอากระดาษแผ่นนึงค่ะมาประกบนะคะ

178
00:08:25,256 --> 00:08:25,532

179
00:08:26,856 --> 00:08:32,447
เปรียบเทียบทั้ง 2 ฝั่งที่เป็นศาลากลางน้ำมันสําปะหลังราคา

180
00:08:33,135 --> 00:08:38,870
มีสมบัติความหนืดและการติดขนาดนั้นอย่างไรไว้ประมาณ

181
00:08:38,780 --> 00:08:41,985
พอครบเวลาแล้วเราจะมาเปรียบเทียบ

182
00:08:42,165 --> 00:08:43,819
นักเรียนมาดูฝั่งที่

183
00:08:43,766 --> 00:08:50,096
เห็นไหมขนาดแยกกันได้ง่ายมากนะคะ

184
00:08:50,107 --> 00:08:51,846
แป้งมันสำปะหลัง

185
00:08:51,776 --> 00:08:54,389
งั้นเดี๋ยวงั้นมาตลาดก็เลยขาด

186
00:08:56,384 --> 00:09:00,264
ทำการทดลอง

187
00:09:00,355 --> 00:09:06,428
เฉพาะตอบคำถามได้อย่างไร

188
00:09:07,987 --> 00:09:11,897
นึกว่าสามารถสัมผัส

189
00:09:11,764 --> 00:09:13,101
มอนอเมอร์

190
00:09:13,945 --> 00:09:15,967
เห็นว่ามันเลิกค่ะ

191
00:09:15,795 --> 00:09:17,992
ในที่นี้ก็คือตัวกู

192
00:09:17,855 --> 00:09:19,900
ได้ดีกว่า

193
00:09:20,025 --> 00:09:20,257

194
00:09:21,438 --> 00:09:25,375
พอลิเมอร์นะคะในที่นี้ก็คือแป้งมันสำปะหลัง

195
00:09:25,275 --> 00:09:26,197
ละลาย

196
00:09:26,375 --> 00:09:27,709
ความหนืดมากกว่า

197
00:09:29,055 --> 00:09:32,286
รู้นะคะเราเป็นกิจกรรมการทดลองได้แล้ว

198
00:09:32,136 --> 00:09:32,827

199
00:09:32,897 --> 00:09:38,720
สมบัติพอลิเมอร์และมอนอเมอร์ที่เป็นกี่นะคะ

200
00:09:38,606 --> 00:09:40,009
อยากไปนะคะ

201
00:09:40,585 --> 00:09:40,861

202
00:09:40,846 --> 00:09:41,110

203
00:09:41,228 --> 00:09:41,445

204
00:09:41,866 --> 00:09:44,871
ดูที่รูปนี้เลยค่ะรูปแผ่นสีขาวนี่นะคะ

205
00:09:44,948 --> 00:09:47,939
รูปแผ่นขาวที่ 6 ราคา

206
00:09:47,694 --> 00:09:47,923

207
00:09:48,144 --> 00:09:49,171
โฟม

208
00:09:49,873 --> 00:09:53,221
ว่าพอลิสไตรีนหรือ PS

209
00:09:53,276 --> 00:09:54,690
EMS ราคา

210
00:09:55,196 --> 00:09:58,379
รัฐธรรมเป็นแผ่นลงแล้วยังสามารถทำ

211
00:09:58,335 --> 00:10:03,905
พอลิสไตรีน

212
00:10:04,424 --> 00:10:07,648
มีจุดหลอมเหลวประมาณ 240 องศาเซลเซียส

213
00:10:07,696 --> 00:10:10,892
โดยมีสถานะเป็นของแข็งที่อุณหภูมิห้องนะคะ

214
00:10:10,955 --> 00:10:11,218

215
00:10:11,215 --> 00:10:11,460

216
00:10:11,404 --> 00:10:16,354
คือตัว PS

217
00:10:16,667 --> 00:10:21,910
ซื้อโทรศัพท์

218
00:10:21,845 --> 00:10:23,238
แล้วที่อื่น

219
00:10:23,386 --> 00:10:29,936
นักเรียนลองดูโครงสร้างของพอลิเมอร์และมอนอเมอร์นะคะจะเห็นว่าหน้าเหมือนที่เป็นผลงานบนนะคะที่มี

220
00:10:30,107 --> 00:10:33,071
มาทั้งคู่ค่ะตรงนี้นะคะของสไตรีนนี่

221
00:10:32,995 --> 00:10:38,385
พ่อเขามาสร้างเป็นพอลิเมอร์เขาจะเป็นรูปร่างแบบด้านบนนี้นะคะ

222
00:10:41,324 --> 00:10:43,819
มาดูตัวพอลิเมอร์อีกชนิดหนึ่งค่ะ

223
00:10:43,884 --> 00:10:44,167

224
00:10:44,264 --> 00:10:49,602
พอลิเมอร์ชนิดอะไรนะคะ

225
00:10:50,104 --> 00:10:53,756
PVC สามารถทำผลิตภัณฑ์เป็นผลิตภัณฑ์

226
00:10:54,385 --> 00:10:54,619

227
00:10:54,585 --> 00:10:55,144

228
00:10:55,414 --> 00:10:56,694

229
00:10:56,954 --> 00:10:57,848
หรือว่า

230
00:10:57,856 --> 00:10:59,805
หนังเทียม

231
00:10:59,964 --> 00:11:01,645

232
00:11:01,565 --> 00:11:02,320

233
00:11:02,455 --> 00:11:02,879

234
00:11:02,785 --> 00:11:04,250
เขามี

235
00:11:04,385 --> 00:11:09,113
120 องศาเซลเซียสแล้วก็มีสถานะเป็นของแข็งที่อุณหภูมิห้อง

236
00:11:09,448 --> 00:11:09,805

237
00:11:09,767 --> 00:11:14,839
ครูนักเรียนชื่อว่าอะไรนะ

238
00:11:15,085 --> 00:11:16,942
ชื่อว่าอะไร

239
00:11:18,415 --> 00:11:19,405
ชื่ออะไรดีคะ

240
00:11:19,695 --> 00:11:20,644
เก่งมากค่ะ

241
00:11:20,786 --> 00:11:24,576
มอนอเมอร์ของคำว่าจะรู้ว่าไวนิลคลอไรด์ค่ะ

242
00:11:24,815 --> 00:11:30,134
ไวนิลคลอไรด์นะคะจะหลอมเหลวที่ 154 องศาเซลเซียส

243
00:11:30,334 --> 00:11:33,278
ก็มีสถานะเป็นแก๊สที่อุณหภูมิห้อง

244
00:11:34,553 --> 00:11:41,010
กิจกรรมนักศึกษาในเรื่องของการละลายแล้วก็ความหมายของกลูโคสและแป้งมันสำปะหลังโลก

245
00:11:40,833 --> 00:11:45,285
เปรียบเทียบจุดหลอมเหลวขนาดนครพนมเบอร์และพอลิเมอร์ค่ะ

246
00:11:45,133 --> 00:11:48,093
ลภัสงามมาสร้างความสนุกแปลว่า

247
00:11:47,815 --> 00:11:48,047

248
00:11:48,074 --> 00:11:52,553
ละเมอมีจุดหลอมเหลวต่ำกว่าลองดูจากภาพก็ได้นะคะ

249
00:11:52,495 --> 00:11:52,746

250
00:11:52,684 --> 00:11:57,996
นอกจากนี้อาจจะมีสถานที่แตกต่างจากพอลิเมอร์ของเขา

251
00:11:58,385 --> 00:12:05,400
หรือว่าอาจมีสถานะเหมือนกันก็ได้นะคะเช่นพวกลูกวัวกับแป้งมันสำปะหลังก็มีสถานะเป็นของแข็งเช่นเดียว

252
00:12:05,245 --> 00:12:05,690

253
00:12:05,945 --> 00:12:06,326

254
00:12:06,523 --> 00:12:06,953

255
00:12:07,616 --> 00:12:10,004
คืนนี้เรามารู้จักกับพี่บอย

256
00:12:09,864 --> 00:12:10,173

257
00:12:10,055 --> 00:12:11,330
นะคะ

258
00:12:11,265 --> 00:12:14,531
นี่คืออะไรคะ

259
00:12:15,173 --> 00:12:19,632
เซลลูโลสเป็นใหญ่ในผนัง

260
00:12:20,103 --> 00:12:21,158
เซลล์พืช

261
00:12:21,777 --> 00:12:24,193
ไปให้ความถึงลงของเซลล์พืชนะคะ

262
00:12:26,253 --> 00:12:30,170
ละเมอเช่นเดียวกับข้าวและแป้ง

263
00:12:30,295 --> 00:12:30,805

264
00:12:31,065 --> 00:12:31,315

265
00:12:31,254 --> 00:12:39,884
ร่างกายของเราไม่มีเอนไซม์ย่อยๆนะคะ

266
00:12:39,775 --> 00:12:40,113

267
00:12:40,025 --> 00:12:42,092
แต่เราก็ต้อง

268
00:12:42,592 --> 00:12:42,853

269
00:12:42,855 --> 00:12:46,149
เราไม่มีเอนไซม์ย่อยเซลลูโลสไม่สามารถ

270
00:12:46,173 --> 00:12:52,010
มันเป็นเรื่องของพลังงานให้นะคะเราก็ต้องรับประทานอาหารที่มี

271
00:12:52,266 --> 00:12:55,834
พืชผักผลไม้แล้วก็จะช่วยในเรื่องของ

272
00:12:55,724 --> 00:12:56,165

273
00:12:56,362 --> 00:12:59,125
อาหารช่วยระบบขับถ่ายของเรา

274
00:12:59,067 --> 00:13:00,182

275
00:13:00,085 --> 00:13:02,532
การบ้านนะคะที่เคยบอกว่าเอ๊ะ

276
00:13:02,643 --> 00:13:07,862
โครงสร้างของกลูโคสในต่างๆอย่างไร

277
00:13:08,100 --> 00:13:10,008
ให้นักเรียนนักศึกษาค่ะ

278
00:13:10,203 --> 00:13:14,800
ขอบคุณนะคะต้องไปดูสิคะจริงๆแล้วนี่

279
00:13:15,004 --> 00:13:17,118
โครงสร้างของเซลลูโลส

280
00:13:17,054 --> 00:13:20,218
แล้วแป้งอย่างไรค่ะ

281
00:13:22,565 --> 00:13:22,878

282
00:13:34,040 --> 00:13:34,641

283
00:13:34,744 --> 00:13:35,047

284
00:13:35,254 --> 00:13:35,541

285
00:14:00,422 --> 00:14:04,779
ในหัวข้อ 3.2 ครับ

286
00:14:04,853 --> 00:14:09,866
กูก็มีแบบฝึกหัดนะคะมาพบกับความรู้ของนักให้นักเรียนพิจารณา

287
00:14:09,712 --> 00:14:11,859
อัศวินคะ

288
00:14:11,822 --> 00:14:15,310
ก็ตอบคำถามค่ะเดี๋ยวกูตบเวลาให้สักครู่นะคะ

289
00:14:16,572 --> 00:14:17,196

290
00:14:19,252 --> 00:14:19,469

291
00:14:19,573 --> 00:14:25,550
เรานัดกันได้แล้วนะมาดูที่ห้องเลยขาดสารใดเป็นมอนอเมอร์ของนักเรียน

292
00:14:25,284 --> 00:14:26,883
โครงสร้างของอีก่อนค่ะ

293
00:14:27,132 --> 00:14:27,334

294
00:14:27,392 --> 00:14:27,750

295
00:14:28,864 --> 00:14:31,013
ขอบคุณได้ไหมคะว่าศาลไหนคะ

296
00:14:31,306 --> 00:14:32,332
มากค่ะ

297
00:14:32,973 --> 00:14:35,414
ก็คือผิดปกตินั่นเองค่ะ

298
00:14:35,334 --> 00:14:36,426
นักเรียน

299
00:14:36,614 --> 00:14:42,543
นักเรียนลองวิทยาที่สุดของอีกทีนะคะแล้วก็ cc ค่ะ

300
00:14:43,475 --> 00:14:45,548
คำถามข้อที่ 2 นะคะ

301
00:14:45,663 --> 00:14:49,787
เปรียบเทียบระหว่างสาร a และ D ใดมีจุดหลอมเหลวสูงกว่า

302
00:14:50,843 --> 00:14:52,657
โครงสร้างของ A ก่อน

303
00:14:52,895 --> 00:14:55,138
เข้ามาดูสูตรโครงสร้างของดี

304
00:14:55,331 --> 00:14:57,260
ก็จะเห็นว่านะคะที่นี่

305
00:14:57,502 --> 00:15:01,184
น่าจะเป็นพอลิเมอร์นะคะที่เกิดจากมอนอเมอร์เอนั่นเองค่ะ

306
00:15:01,477 --> 00:15:05,990
ขนาดต้องการจัดงานจุดหลอมเหลวของสาร

307
00:15:05,962 --> 00:15:08,417
ตอบได้ว่าอ่านดีนะคะ

308
00:15:08,582 --> 00:15:10,797
โอเคค่ะ

309
00:15:12,755 --> 00:15:13,005

310
00:15:12,945 --> 00:15:13,469

311
00:15:13,584 --> 00:15:16,419
สรุปบทเรียนนะคะ

312
00:15:17,233 --> 00:15:18,311
ดังนี้ค่ะ

313
00:15:19,353 --> 00:15:22,395
คาร์โบไฮเดรตก็เป็นทางงวดนี้ไปขอ LINE แล้ว

314
00:15:22,422 --> 00:15:28,097
อะไรพอลิแซคคาไรด์เป็นสารที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่

315
00:15:27,942 --> 00:15:30,239
มาเชื่อมต่อกันด้วยพันธะโคเวเลนต์

316
00:15:30,301 --> 00:15:30,724

317
00:15:30,691 --> 00:15:30,955

318
00:15:30,943 --> 00:15:35,907
สารที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ประกอบด้วยหน่วยย่อยจำนวนมากเชื่อมต่อกัน

319
00:15:35,823 --> 00:15:39,016
เกี่ยวกับบริษัทอะไรเรียกว่าพอลิเมอร์ค่ะ

320
00:15:39,783 --> 00:15:41,634
ปืนขนาดเล็ก

321
00:15:41,893 --> 00:15:42,991
มารวมกัน

322
00:15:43,061 --> 00:15:45,602
เป็นพอลิเมอร์นอกเรียกว่ามอนอเมอร์

323
00:15:46,644 --> 00:15:51,551
และพอลิเมอร์ที่เกิดจากมอนอเมอร์ชนิดนั้นมีสมบัติแตกต่างกัน

324
00:15:51,512 --> 00:15:53,440
สถานะการละลาย

325
00:15:53,501 --> 00:15:55,030
นะคะ

326
00:15:55,413 --> 00:15:59,507
สำหรับคำอวยพรนะคะขอจบเพียงเท่านี้ค่ะ

327
00:15:59,582 --> 00:16:02,058
อย่าลืมการบ้านที่คุณครูฝากไว้นะคะ

328
00:16:02,211 --> 00:16:03,281
สวัสดีค่ะ

329
00:16:03,815 --> 00:16:04,030

330
00:16:04,063 --> 00:16:05,214
เสียงดนตรี

