﻿1
00:01:00,951 --> 00:01:04,324
เริ่มเรียนกันนะคะ

2
00:01:04,324 --> 00:01:07,723
ให้นักเรียนมาm[m;oความรู้ก่อนค่ะ

3
00:01:07,723 --> 00:01:09,349
ดูให้นักเรียนพิจารณาข้อความต่อไปนี้นะคะ

4
00:01:09,349 --> 00:01:13,349
ว่าถูกหรือผิดค่ะ

5
00:01:14,002 --> 00:01:16,167
แล้วเดี๋ยวเราค่อยไปดูเฉลยพร้อมกันนะคะ นักเรียนลองทำเลยค่ะ

6
00:01:16,167 --> 00:01:20,167

7
00:01:24,193 --> 00:01:26,248
เป็นอย่างไรคะ ทำเสร็จแล้วหรือยังคะ เรามาเริ่มที่ข้อ 1 กันเลยนะคะ

8
00:01:26,248 --> 00:01:30,248
H2O หรือ น้ำนะคะ

9
00:01:30,526 --> 00:01:31,986
และ NaCl หรือโซเดียมคลอไรด์

10
00:01:31,986 --> 00:01:35,986
สารโคเวเลนต์

11
00:01:38,367 --> 00:01:42,057
ข้อนี้นะคะ เมื่อเราพิจารณาจากสูตรเคมีนะคะ เราก็จะเห็นว่าน้ำนะคะ

12
00:01:42,057 --> 00:01:44,559
ซึ่งมีสูตรเคมีเป็น H2O นะคะ

13
00:01:44,559 --> 00:01:45,853
ก็จะประกอบด้วย ธาตุออกซิเจน และธาตุ

14
00:01:45,853 --> 00:01:48,380
ไฮโดรเจนนะคะ

15
00:01:48,380 --> 00:01:50,942
ซึ่งทั้งสองชาตินี้นะคะ

16
00:01:50,942 --> 00:01:53,696
ก็เป็นสารอโลหะmyh'8^j ซึ่งแปลว่า

17
00:01:53,696 --> 00:01:57,696
NaCl นะคะ

18
00:01:58,873 --> 00:02:02,590
ประกอบด้วย โซเดียมนะคะ ซึ่งเป็นโลหะและคลอรีนนะคะ ซึ่งเป็นอโลหะ

19
00:02:02,590 --> 00:02:05,866
ซึ่งแปลว่าโซเดียมคลอไรด์นี้เป็นสารประกอบไอออนิก

20
00:02:05,866 --> 00:02:09,089
ก็คือข้อนี้ผิดค่ะ

21
00:02:09,089 --> 00:02:12,918
ข้อ 2 ค่ะ H2O หรือน้ำนะคะ

22
00:02:12,918 --> 00:02:16,918
สารไม่มีขั้วสามารถเกิดพันธะไฮโดรเจนได้นะคะ

23
00:02:19,029 --> 00:02:20,593
จริง ๆ แล้วนี่ น้ำนี่ เป็นสารมีขั้วนะคะ ก็แสดงว่าข้อนี้ก็ผิดเช่นกันค่ะ

24
00:02:20,593 --> 00:02:22,803
ข้อ 3 ค่ะ

25
00:02:22,803 --> 00:02:24,923
โมเลกุลที่มี

26
00:02:24,923 --> 00:02:28,923
พันธะ OH NH หรือ

27
00:02:29,045 --> 00:02:30,989
สามารถเกิดพันธะไฮโดรเจนได้ค่ะ

28
00:02:30,989 --> 00:02:34,989
ข้อนี้ถูกนะคะ

29
00:02:37,066 --> 00:02:38,543
และข้อสุดท้ายค่ะ น้ำมันเป็นไตรกลีเซอไรด์ที่เกิดจาก

30
00:02:38,543 --> 00:02:41,820

31
00:02:41,820 --> 00:02:45,820
ไขมันค่ะ ข้อนี้ก็ถูกเหมือนกันค่ะ

32
00:02:46,498 --> 00:02:49,646
ถ้านักเรียนสงสัยก็สามารถกลับไปทบทวนก่อนได้ค่ะ

33
00:02:49,646 --> 00:02:53,646
เอาล่ะค่ะ เราจะเริ่มเรียนกันแล้วนะคะ

34
00:02:55,714 --> 00:02:56,546
ก่อนหน้านี้ได้เดือนกว่าแล้วนะคะ ว่าสารอาหารประเภทไขมันและน้ำมันคาร์โบไฮเดรต แล้วก็

35
00:02:56,546 --> 00:02:58,797
นี่

36
00:02:58,797 --> 00:03:01,964
สารอาหารที่ให้พลังงานนะคะ

37
00:03:01,964 --> 00:03:03,924
แต่นอกจากนี้ แล้วก็ยังมีสารอีกกลุ่มหนึ่งนะคะ

38
00:03:03,924 --> 00:03:07,924
ให้พลังงานแต่มี

39
00:03:10,161 --> 00:03:14,161
มันจะเป็นจุดต่าง ๆ ของร่างกายนะคะ นั่นก็คือสารอาหารในกลุ่มของวิตามินและเกลือแร่นั้นเองค่ะ

40
00:03:15,520 --> 00:03:16,749
ส่วนใหญ่แล้วนี่อาหารที่มีไขมัน และคาร์โบไฮเดรตสูงนี่

41
00:03:16,749 --> 00:03:20,749
จะมีปริมาณ

42
00:03:22,160 --> 00:03:24,859
วิตามินและเกลือแร่ไม่เพียงพอ ต่อการต้องการของร่างกายนะคะ ดังนั้น เราจึงต้องได้รับวิตามิน

43
00:03:24,859 --> 00:03:28,546
อาหารประเภทอื่น ๆ ค่ะ

44
00:03:28,546 --> 00:03:31,676
ก็คืออาหารในประเภทของผัก และผลไม้นั้นเองค่ะ

45
00:03:31,676 --> 00:03:35,676
นอกจากแล้วนี่ โปรตีน ไก่ เนื้อสัตว์บางชนิด

46
00:03:35,687 --> 00:03:39,455
ว่าจะมีเกลือแร่บางชนิดเช่นแคลเซียมเหล็กค่ะ

47
00:03:39,455 --> 00:03:41,269
สำหรับในหัวข้อนี้นะคะ

48
00:03:41,269 --> 00:03:44,415
แล้วก็จะไปเรียนกันว่า

49
00:03:44,415 --> 00:03:45,608
วิตามินและเกลือแร่ที่เป็นสารประเภทไหนนะคะ

50
00:03:45,608 --> 00:03:47,195
ศึกษา

51
00:03:47,195 --> 00:03:50,994
บางประการ

52
00:03:50,994 --> 00:03:51,943
อยู่ที่เราจะเลือกจาก

53
00:03:51,943 --> 00:03:54,629
ต่อเลยนะคะ

54
00:03:54,629 --> 00:03:58,629
วิตามินเป็นสารประกอบอินทรีย์ค่ะ

55
00:04:01,804 --> 00:04:03,987
มีความจำเป็นต่อกระบวนการต่าง ๆ ของร่างกาย อย่างเช่น วิตามิน A นะคะ จะช่วยในการทำงานของการมองเห็นค่ะ

56
00:04:03,987 --> 00:04:05,357
แล้วก็วิตามิน C ค่ะ

57
00:04:05,357 --> 00:04:07,445
จะช่วย

58
00:04:07,445 --> 00:04:11,092
โรครักปิดรักเปิดค่ะ

59
00:04:11,092 --> 00:04:13,072
เช่น วิตามิน

60
00:04:13,072 --> 00:04:14,361
C บางชนิดละลายในขัน

61
00:04:14,361 --> 00:04:18,361
วิตามินเอค่ะ

62
00:04:18,476 --> 00:04:22,476
พอถึงตรงนี้แล้วนี่นักเรียนสงสัยไหมคะ

63
00:04:22,506 --> 00:04:24,823
มาตรฐานที่เป็นวิตามินเหมือนกันแต่บางชนิดถึงละลายในน้ำ

64
00:04:24,823 --> 00:04:27,548
ส่วนบางชนิดกันละลายในไขมันค่ะ

65
00:04:27,548 --> 00:04:30,307
อย่าเพิ่งตอบว่าไม่สงสัยนะคะ

66
00:04:30,307 --> 00:04:34,307
นักเรียนนี่ไปหาคำตอบไปพร้อม ๆ กับครูค่ะ

67
00:04:37,399 --> 00:04:40,459
ครูจะให้นักเรียนนะคะ พิจารณาจากสูตรโครงสร้างที่ครูยกตัวอย่างมานะคะ

68
00:04:40,459 --> 00:04:42,005
จะมีวิตามินที่ละลายในน้ำนะคะ ก็จะมีวิตามิน C

69
00:04:42,005 --> 00:04:45,462
มีวิตามินบี 1 ค่ะ

70
00:04:45,462 --> 00:04:48,147
แล้วก็ลองเปรียบเทียบกับวิตามินที่ละลายในไขมันนะคะ

71
00:04:48,147 --> 00:04:50,436
ว่าจะมีวิตามินเอและ วิตามิน B1 ค่ะ

72
00:04:50,436 --> 00:04:53,245
ก็ให้นักเรียนลองตอบคำถามนะคะ

73
00:04:53,245 --> 00:04:55,170
โมเลกุลของวิตามินที่ละลายในน้ำ

74
00:04:55,170 --> 00:04:59,170
มีลักษณะอย่างไร

75
00:04:59,919 --> 00:05:03,919
แล้วก็แตกต่างจากวิตามินที่ละลายในไขมันอย่างไรบ้างค่ะ

76
00:05:07,827 --> 00:05:10,920
เป็นอย่างไรบ้างคะ ได้คำตอบกันว่าหรือยังคะ

77
00:05:10,920 --> 00:05:14,920
ถ้ายังนะคะ เดี๋ยวเรามาหาคำตอบไปพร้อมกันเลยค่ะ

78
00:05:17,704 --> 00:05:20,099
โดยก่อนอื่นนะคะ ครูจะให้นักเรียนลองพิจารณาสูตรโครงสร้างของน้ำนะคะ

79
00:05:20,099 --> 00:05:24,099
และไขมันของน้ำมันกันก่อนนะคะ

80
00:05:25,420 --> 00:05:27,558
โดยน้ำนะคะนักเรียน เตรียมไว้แล้วนะคะ ว่ามีชนิดโครงสร้างแบบนี้กันนะ

81
00:05:27,558 --> 00:05:31,558
แล้วก็เอนไซม์มีคู่ค่ะ

82
00:05:33,175 --> 00:05:36,998
ส่วนค่าน้ำมันเป็นสารของไตรกลีเซอไรด์ค่ะ

83
00:05:36,998 --> 00:05:40,998
น่าจะมีสาเหตุของโรคนี้เช่นกันนะคะ

84
00:05:42,271 --> 00:05:43,868
จากรูปนะคะ แล้วก็จะเห็นว่าส่วนใหญ่นี่

85
00:05:43,868 --> 00:05:47,351
จะประกอบด้วย

86
00:05:47,351 --> 00:05:49,510
ว่าจะเป็นส่วนที่เป็นธาตุ

87
00:05:49,510 --> 00:05:52,297
คาร์บอน และไฮโดรเจนค่ะ

88
00:05:52,297 --> 00:05:56,233
ไฮโดรคาร์บอนนี่เองนะคะ

89
00:05:56,233 --> 00:05:58,365
จะทำให้ไขมัน หรือน้ำมันนี่ เป็นสารไม่มีขั้วค่ะ

90
00:05:58,365 --> 00:06:01,311
ก็คือจะมีขั้วน้อยมาก ๆ

91
00:06:01,311 --> 00:06:05,311
เราถือว่าเป็นสารไม่มีขั้วค่ะ

92
00:06:05,523 --> 00:06:09,316
อันนี้รับทราบแล้วนะคะ ว่าน้ำเป็นสารมีขั้ว

93
00:06:09,316 --> 00:06:12,793
ส่วนไขมันหรือน้ำมันนี่เป็นสารไม่มีขั้วนะคะ

94
00:06:12,793 --> 00:06:16,086
ต่อไปเดี๋ยวเราก็จะมาดูที่ วิตามินกันบ้างนะคะ

95
00:06:16,086 --> 00:06:18,834
โดยเริ่มจากวิตามินที่ละลายในน้ำนะคะ

96
00:06:18,834 --> 00:06:22,834
เนื่องจากวิตามิน C กันเลยค่ะ

97
00:06:26,953 --> 00:06:30,745
วิตามิน D นะคะ ก็จะเป็นสารประกอบอินทรีย์เช่นเดียวกันนะคะ แต่ละส่วนใหญ่นี่ก็จะประกอบด้วย ธาตุคาร์บอนธาตุใด

98
00:06:30,745 --> 00:06:33,468
นอกจากนั้น ก็จะมีธาตุอื่นด้วย

99
00:06:33,468 --> 00:06:35,586
มันจะเห็นว่ามีธาตุออกซิเจนนะคะ

100
00:06:35,586 --> 00:06:37,701
กับไฮโดรเจน

101
00:06:37,701 --> 00:06:39,076
เวลาจะเรียกหมูนี้ว่า

102
00:06:39,076 --> 00:06:43,076
หมู่ไฮดรอกซิลค่ะ

103
00:06:44,457 --> 00:06:47,817
วิตามินนี้ก็ ดีมีหมู่ไฮดรอกซิลหลายหมู่เลยนะคะ

104
00:06:47,817 --> 00:06:50,822
มันจะทำให้วิตามิน C ที่เป็นสารมีขั้วนะคะ

105
00:06:50,822 --> 00:06:53,773
แล้วหมู่ไฮดรอกซิลนี่

106
00:06:53,773 --> 00:06:56,201
ก็สามารถสร้างพันธะไฮโดรเจนกับน้ำได้ด้วย

107
00:06:56,201 --> 00:06:58,446
ทำให้วิตามิน C ละลายน้ำค่ะ

108
00:06:58,446 --> 00:07:02,446

109
00:07:03,112 --> 00:07:05,888
เห็นว่ามี

110
00:07:05,888 --> 00:07:08,521
ก็จะมีหมู่ด้วย

111
00:07:08,521 --> 00:07:10,728
2 หมู่นี้ก็สามารถสร้าง

112
00:07:10,728 --> 00:07:12,907
พันธะไฮโดรเจนกับน้ำได้เช่นกันค่ะ

113
00:07:12,907 --> 00:07:16,907
นอกจากนี้แล้ว

114
00:07:18,282 --> 00:07:21,464
ถ้าเราพิจารณาดี ๆ นะ เราจะเห็นว่าในโครงสร้างจะมีส่วนที่มีประจุด้วยนะคะ

115
00:07:21,464 --> 00:07:23,972
ซึ่งจะทำให้ละลายน้ำได้ดีในการแตกตัวค่ะ

116
00:07:23,972 --> 00:07:26,511

117
00:07:26,511 --> 00:07:29,738
วิตามิน B1

118
00:07:29,738 --> 00:07:31,380
สารมีขั้วแล้วก็ละลายน้ำได้ค่ะ

119
00:07:31,380 --> 00:07:33,425
ต่อไปเราจะลองดู

120
00:07:33,425 --> 00:07:36,088
ไขมันบ้างนะคะ

121
00:07:36,088 --> 00:07:38,379
วิตามิน

122
00:07:38,379 --> 00:07:40,135
D ส่วนใหญ่

123
00:07:40,135 --> 00:07:42,192
ไฮโดรคาร์บอนนะคะ

124
00:07:42,192 --> 00:07:43,988
ไฮดรอกซิลอยู่

125
00:07:43,988 --> 00:07:46,420
ก็ตาม

126
00:07:46,420 --> 00:07:49,561
ในส่วนของไฮโดรคาร์บอน

127
00:07:49,561 --> 00:07:53,561
จะทำให้ วิตามิน A และวิตามิน D นะคะ

128
00:07:55,668 --> 00:07:59,030
มีมาก ๆ จะถือว่าไม่มีขั้วจึงไม่ละลายน้ำที่เป็นสารมีขั้วนะคะ

129
00:07:59,030 --> 00:08:03,030
สารที่มีไขมัน

130
00:08:05,862 --> 00:08:07,363
เอาล่ะค่ะ เราแล้วก็จะสรุปได้นะคะ บริการของวิตามินที่ละลายในน้ำนี่

131
00:08:07,363 --> 00:08:10,766
แตกต่างจาก

132
00:08:10,766 --> 00:08:14,766
โมเลกุลของวิตามินที่ละลายในไขมันนะคะ

133
00:08:15,307 --> 00:08:19,307
อุณหภูมิของวิตามินที่ละลายในน้ำจะต้องมีสารมีขั้วนะคะ

134
00:08:19,657 --> 00:08:21,518
เราก็จะพิจารณาจากโครงสร้างที่จะมีฟังก์ชัน

135
00:08:21,518 --> 00:08:24,537
สามารถเกิด

136
00:08:24,537 --> 00:08:28,537
พันธะไฮโดรเจนกับน้ำได้หลาย ตำแหน่งนะคะ

137
00:08:28,713 --> 00:08:30,166

138
00:08:30,166 --> 00:08:34,166
นอกนั้น

139
00:08:35,314 --> 00:08:37,462
โครงสร้างก็จะมีประจุด้วยส่วนของวิตามินที่ละลายในไขมันนะคะ

140
00:08:37,462 --> 00:08:39,636
ก็จะเป็นสารไม่มีขั้วค่ะ

141
00:08:39,636 --> 00:08:43,636
โดยส่วนใหญ่แล้วนี่

142
00:08:44,048 --> 00:08:47,099
ก็จะมีส่วนที่เป็นไฮโดรคาร์บอนอยู่มากค่ะ

143
00:08:47,099 --> 00:08:49,756
ที่นักเรียนน่าจะตอบคำถามได้แล้วนะคะ

144
00:08:49,756 --> 00:08:52,017
ทำไมวิตามินบางชนิดละลายในน้ำ

145
00:08:52,017 --> 00:08:53,739
แต่บางชนิดละลายในไขมัน

146
00:08:53,739 --> 00:08:57,411
ขึ้นอยู่กับว่า

147
00:08:57,411 --> 00:09:00,698
สารมีขั้วหรือไม่มีขั้วนะคะ

148
00:09:00,698 --> 00:09:04,698
วิตามิน

149
00:09:05,168 --> 00:09:09,168
ไม่มีขั้วละลายในไขมันค่ะ

150
00:09:09,777 --> 00:09:13,777
เอาล่ะค่ะ เราลองมาทำแบบฝึกหัดกันนิดหนึ่งนะคะ

151
00:09:14,813 --> 00:09:18,813
เป็นโครงสร้างของวิตามิน ครูกำหนดให้นะคะ ก็ให้นักเรียนนี่

152
00:09:19,070 --> 00:09:21,680
วิตามินละลายในน้ำในไขมันนะคะ เพราะเหตุใดค่ะ

153
00:09:21,680 --> 00:09:25,680
ลองทำดูเลยค่ะ

154
00:09:29,066 --> 00:09:31,730
เห็นว่านักเรียนนี้นะคะ

155
00:09:31,730 --> 00:09:33,739
มีหมู่ไฮดรอกซิล 2 หมู่นะคะ

156
00:09:33,739 --> 00:09:35,696
แสดงว่าเป็นสารมีขั้วนะคะ

157
00:09:35,696 --> 00:09:39,696
จึงละลายได้ในน้ำค่ะ

158
00:09:39,930 --> 00:09:43,930
วิตามิน B ก็คือวิตามิน B 6 ค่ะ

159
00:09:46,049 --> 00:09:50,049
มาดูอีก วิตขอไข่นะคะ

160
00:09:52,306 --> 00:09:56,008
นะคะ แล้วก็จะเห็นว่า

161
00:09:56,008 --> 00:10:00,008
นี่ ก็จะเป็นใครนะคะ

162
00:10:00,858 --> 00:10:04,042
จะมีหมู่ไฮดรอกซิลแค่ 1 หมู่นะคะ

163
00:10:04,042 --> 00:10:08,041
คาร์บอนมีขนาดที่ใหญ่มาก ๆ

164
00:10:08,041 --> 00:10:09,663
วิตามิน ข นี่นะคะ ไม่มีขั้วค่ะ

165
00:10:09,663 --> 00:10:10,895
อะไรเป็นไขมันค่ะ

166
00:10:10,895 --> 00:10:14,087
ทีนี

167
00:10:14,087 --> 00:10:18,087
้ ข นี่จริง ๆ ก็คือวิตามินอีค่ะ

168
00:10:18,215 --> 00:10:18,947
อะไรของวิตามินที่เรา

169
00:10:18,947 --> 00:10:22,593

170
00:10:22,593 --> 00:10:26,593

171
00:10:27,342 --> 00:10:29,534
ละลายได้

172
00:10:29,534 --> 00:10:31,866
ทำไรที่มีไ

173
00:10:31,866 --> 00:10:35,866

174
00:10:36,396 --> 00:10:38,579
ด้วยนะคะ

175
00:10:38,579 --> 00:10:42,201

176
00:10:42,201 --> 00:10:45,484
อย่างเช่น อย่างในรูปนี่ เห็นว่าน้ำมันนี่ไม่ละลายน้ำนะคะ

177
00:10:45,484 --> 00:10:48,920
ครูคิดว่านักเรียนหลายคนคงทราบแล้ว

178
00:10:48,920 --> 00:10:52,920
ล่ะ ว่าน้ำมันไม่ละลายในน้ำแต่เป็นเพราะเหตุใดคะ

179
00:10:53,929 --> 00:10:55,983
มันก็เป็นเพราะว่าน้ำนี่

180
00:10:55,983 --> 00:10:57,949
สารมีขั้วใช่ไหมคะ

181
00:10:57,949 --> 00:11:01,000
สารน้ำมันไป 3 ไม่มีขั้ว

182
00:11:01,000 --> 00:11:03,391
มีขั้วต่างกันจึงไม่ละลายนั่นเองค่ะ

183
00:11:03,391 --> 00:11:07,391
นอกจากนี้แล้วนี่

184
00:11:08,902 --> 00:11:11,158
แล้วก็สามารถใช้รายการนี้นะคะ ในการละลายของสารประกอบอินทรีย์

185
00:11:11,158 --> 00:11:14,434
เช่น กลูโคส

186
00:11:14,434 --> 00:11:17,772
ก็จะเห็นว่า

187
00:11:17,772 --> 00:11:19,829
กลูโคสหลายหมูนะคะ

188
00:11:19,829 --> 00:11:21,597
ทำให้เป็น

189
00:11:21,597 --> 00:11:23,525
สารนั่นเอง

190
00:11:23,525 --> 00:11:26,635
สามารถละลายได้ในน้ำ

191
00:11:26,635 --> 00:11:30,635
มันก็คือเป็นช่อนะคะ

192
00:11:31,406 --> 00:11:35,406
ซึ่งเป็นสารที่ใช้แต่งกลิ่นในอาหารร้านอาหารนะคะ

193
00:11:35,447 --> 00:11:39,228
เห็นว่าส่วนใหญ่ประกอบด้วย ส่วนของไฮโดรคาร์บอนนะคะ

194
00:11:39,228 --> 00:11:43,228
ให้เป็นสารที่มีขั้วนะคะ

195
00:11:44,078 --> 00:11:45,717
มาจากนี้นะคะ เราสามารถยึดหลัก

196
00:11:45,717 --> 00:11:47,931
Like dissolves Like นะคะ

197
00:11:47,931 --> 00:11:51,290
มาใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วยค่ะ

198
00:11:51,290 --> 00:11:54,583
เช่น ในการเลือกตัวทำอะไรที่เหมาะสม

199
00:11:54,583 --> 00:11:56,760
การสกัดสารประกอบอินทรีย์จากพืชนะคะ

200
00:11:56,760 --> 00:11:59,169
ใช้เอทานอลนะคะ

201
00:11:59,169 --> 00:12:01,286
การสกัดกลิ่นหอมจากดอกไม้

202
00:12:01,286 --> 00:12:05,286
แล้วก็สามารถใช้ในการ

203
00:12:05,528 --> 00:12:08,622
อธิบายกลไกการซัก ล้างคราบไคล และไขมันของสบู่

204
00:12:08,622 --> 00:12:12,622
ผงซักฟอก น้ำยาล้างจานได้ด้วยนะคะ

205
00:12:14,013 --> 00:12:15,677
นักเรียนใช้วิทยาศาสตร์กายภาพเล่ม 1 ของ สสวท

206
00:12:15,677 --> 00:12:17,157
. รูปนี้นะคะ

207
00:12:17,157 --> 00:12:19,457

208
00:12:19,457 --> 00:12:22,718
มีสัญลักษณ์ AR รูปนี้อยู่

209
00:12:22,718 --> 00:12:26,718
อนิเมชันค่ะ

210
00:12:27,360 --> 00:12:30,934
ครูก็มีคลิปมาให้นักเรียนดูด้วยนะคะ เดี๋ยวไปดูคลิปกันเลยค่ะ

211
00:12:30,934 --> 00:12:34,882
ซักฟอก หรือน้ำยาล้างจาน

212
00:12:34,882 --> 00:12:36,308
ของสารเหล่านี้ มีทั้งมีขั้วและไม่มีขั้ว

213
00:12:36,308 --> 00:12:38,931
ส่วนไม่มีขั้ว

214
00:12:38,931 --> 00:12:41,115
ทำหน้าที่ของไขมัน

215
00:12:41,115 --> 00:12:42,666
ส่วนมีคู่หัน

216
00:12:42,666 --> 00:12:46,666
เข้าหา

217
00:12:47,618 --> 00:12:51,618
ที่มีรูปร่างเป็น 3 มิติล้อมรอบไขมันทุกทิศทาง

218
00:12:56,497 --> 00:12:57,746
เรามาดูกันและกันบ้างนะคะ จะทราบแล้วใช่ไหมคะ ว่าวิตามินนี่

219
00:12:57,746 --> 00:12:59,842
สารประกอบอินทรีย์

220
00:12:59,842 --> 00:13:01,949
แล้วนักเรียนคิดว่าเกลือแร่ค่ะ

221
00:13:01,949 --> 00:13:03,077

222
00:13:03,077 --> 00:13:05,852
หรือเปล่าคะ

223
00:13:05,852 --> 00:13:07,272
จริงแล้วนี่

224
00:13:07,272 --> 00:13:10,507
ไอออน

225
00:13:10,507 --> 00:13:14,507
หรือสารประกอบไอออนิกคะ

226
00:13:14,631 --> 00:13:18,631
จึงทำให้เกิดแร่ที่ละลายในน้ำนะคะ

227
00:13:19,353 --> 00:13:21,154
เกลือแร่มีความจำเป็นต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย

228
00:13:21,154 --> 00:13:23,122

229
00:13:23,122 --> 00:13:26,089
แคลเซียม ส่วนประกอบของกระดูกนะคะ

230
00:13:26,089 --> 00:13:27,798
แล้วก็ช่วยในการทำงานของกล้ามเนื้อค่ะ

231
00:13:27,798 --> 00:13:30,473
นะคะ

232
00:13:30,473 --> 00:13:34,228
โซเดียม การทำงานของระบบประสาทค่ะ

233
00:13:34,228 --> 00:13:38,228
แล้วก็ช่วยรักษาสมดุลของน้ำในร่างกายด้วย

234
00:13:38,956 --> 00:13:42,414
ตอนที่คุณครูพูดว่าอะไรนะคะ

235
00:13:42,414 --> 00:13:44,337
ไม่ใช่ว่าจะอยู่ในรูปของโลหะแคลเซียม

236
00:13:44,337 --> 00:13:46,325
หรือว่าโลหะโซเดียมนะคะ

237
00:13:46,325 --> 00:13:48,575
อยู่ในรูปของ

238
00:13:48,575 --> 00:13:50,822
หรือว่าสารประกอบไอออนิกค่ะ

239
00:13:50,822 --> 00:13:52,156
นักเรียนได้รับ

240
00:13:52,156 --> 00:13:56,156

241
00:13:57,811 --> 00:14:01,811
ระบบของการทำงานของร่างกาย

242
00:14:02,161 --> 00:14:06,161
เราได้รับโซเดียมน้อยเกินไปนี่ ก็จะเกิดอาการกล้ามเนื้อกระตุก

243
00:14:06,184 --> 00:14:09,459
ปวดศีรษะ เกิดอาการชักได้ค่ะ

244
00:14:09,459 --> 00:14:11,793
มากเกินไปนะคะ

245
00:14:11,793 --> 00:14:14,868
ว่าจะทำให้เราได้เกิดโรคอะไร

246
00:14:14,868 --> 00:14:17,587
หรือว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้ค่ะ

247
00:14:17,587 --> 00:14:21,587
อย่างนั้นนะคะ

248
00:14:22,497 --> 00:14:25,777
เราจึงควรจะใส่ใจในการรับประทานอาหาร ว่ามีปริมาณสารอาหารมากหรือน้อย

249
00:14:25,777 --> 00:14:27,851
ด้วย แล้วอาจจะพิจารณาจาก

250
00:14:27,851 --> 00:14:29,698
รายการ

251
00:14:29,698 --> 00:14:33,698
อาหารนะคะ

252
00:14:34,869 --> 00:14:37,016
เขาจะแสดง

253
00:14:37,016 --> 00:14:41,016
เกลือแร่หลายชนิดไว้ด้วยนะคะ

254
00:14:44,702 --> 00:14:48,491
ก่อนที่เราจะจบบทเรียนกันนะคะ

255
00:14:48,491 --> 00:14:50,490
ให้นักเรียนระบุว่า

256
00:14:50,490 --> 00:14:52,908
แต่ละชนิด

257
00:14:52,908 --> 00:14:54,927
น้ำได้หรือไม่

258
00:14:54,927 --> 00:14:57,883
เพราะเหตุใด

259
00:14:57,883 --> 00:15:01,883
ค่ะ เอาล่ะค่ะ นักเรียนลองทำดูเลยค่ะ

260
00:15:05,369 --> 00:15:09,369
ทำได้ไหมคะ

261
00:15:10,324 --> 00:15:14,324
ในการที่จะทำโจทย์ข้อนี้นะคะ เราจะต้องใช้

262
00:15:14,491 --> 00:15:17,168
ดูว่าสามารถใช้

263
00:15:17,168 --> 00:15:20,388
เป็นสารมีขั้ว หรือไม่มีขั้ว

264
00:15:20,388 --> 00:15:23,135
ก่อนนะคะ เพิ่งจะละลายได้

265
00:15:23,135 --> 00:15:26,428
น้ำเป็นสารมีขั้วนั่นเอง

266
00:15:26,428 --> 00:15:29,406
ถ้าเป็นเราก็จะไม่ละลายในน้ำค่ะ

267
00:15:29,406 --> 00:15:31,908
เราแล้วจะเริ่มรู้จักที่ข้อ 1 กันเลยนะคะ จาก

268
00:15:31,908 --> 00:15:34,217
ข้อ 1 นะคะ ว่าจะเห็นว่า

269
00:15:34,217 --> 00:15:36,953
สารชนิดนี้นี่

270
00:15:36,953 --> 00:15:40,953
สารประกอบไฮโดรคาร์บอน

271
00:15:41,973 --> 00:15:43,691
แสดงว่าไม่มีคนนั่นเอง จึงไม่ละลายในน้ำนะคะ

272
00:15:43,691 --> 00:15:45,679
ข้อ 2 ค่ะ

273
00:15:45,679 --> 00:15:48,718
จะเห็นว่า

274
00:15:48,718 --> 00:15:50,231
ได้นี้มีส่วนที่มีประจุนะคะ

275
00:15:50,231 --> 00:15:51,777
แสดงว่า

276
00:15:51,777 --> 00:15:53,438
สารนี้

277
00:15:53,438 --> 00:15:55,901
สารมีขั้วค่ะ

278
00:15:55,901 --> 00:15:57,447
ไม่เป็นไรมีน้ำมั

279
00:15:57,447 --> 00:15:58,247

280
00:15:58,247 --> 00:16:00,636
นขายค่ะ

281
00:16:00,636 --> 00:16:03,659
แล้วก็จะเห็นว่า

282
00:16:03,659 --> 00:16:07,040
ส่วนของ Hydra 2 หัวค่ะ

283
00:16:07,040 --> 00:16:09,259
ครูก็จะเป็นสารมีขั้วนะคะ

284
00:16:09,259 --> 00:16:13,259
สามารถละลายในน้ำได้

285
00:16:13,331 --> 00:16:17,331
เแล้วก็สรุปบทเรียนกันนะคะ

286
00:16:18,288 --> 00:16:20,924
ตอนแรกเป็นที่มีความจำเป็นต่อกระบวนการต่าง ๆ ของร่างกาย

287
00:16:20,924 --> 00:16:22,825
สารประกอบอินทรีย์

288
00:16:22,825 --> 00:16:24,818
เกลือแร่เป็นไอออน

289
00:16:24,818 --> 00:16:28,192
มีสารประกอบไอออนิกค่ะ

290
00:16:28,192 --> 00:16:30,651
วิตามินบางชนิดละลายในน้ำ

291
00:16:30,651 --> 00:16:32,554
แต่บางชนิดละลายในไขมัน

292
00:16:32,554 --> 00:16:34,788
การพิจารณาการละลาย

293
00:16:34,788 --> 00:16:36,016
สารในตัวทำละลาย

294
00:16:36,016 --> 00:16:37,612
จะอาศัยหlike

295
00:16:37,612 --> 00:16:41,612
dissolves like ค่ะ

296
00:16:44,214 --> 00:16:48,214
เรื่องของวิตามินเกลือแร่ก็จะจบเพียงเท่านี้นะคะ สวัสดีค่ะ

297
00:16:48,779 --> 00:16:52,779
[เสียงดนตรี]

