﻿1
00:00:15,824 --> 00:00:19,824
[เสียงดนตรี]

2
00:00:49,101 --> 00:00:50,371
(คุณครูวิทูลย์) สวัสดีครับ

3
00:00:50,371 --> 00:00:54,371
วันนี้

4
00:00:54,572 --> 00:00:57,291
คุณครูจะมาพวกเราเรียนรู้ เกี่ยวกับการคิดเชิงนามธรรม

5
00:00:57,291 --> 00:00:58,300
ก่อนจะไปเรียน คุณครูอยากให้พวกเรา

6
00:00:58,300 --> 00:00:59,499
เตรียมกระดาษ

7
00:00:59,499 --> 00:01:01,800
ดินสอ

8
00:01:01,800 --> 00:01:05,800
เดี๋ยวเรามาวาดรูปกันก่อนครับ

9
00:01:11,320 --> 00:01:12,159
ครับ เมื่อพร้อมแล้วนะครับ เดี๋ยวให้นักเรียนลงมือว่าจะได้เลยนะครับ ภาพที่ครูต้องการนะครับ

10
00:01:12,159 --> 00:01:14,010
ก็คือ

11
00:01:14,010 --> 00:01:14,526
ภาพที่มีภูเขา

12
00:01:14,526 --> 00:01:16,454
นะครับ

13
00:01:16,454 --> 00:01:17,415
แล้วก็บนท้องฟ้า

14
00:01:17,415 --> 00:01:19,037
ก็มีก้อนเมฆ

15
00:01:19,037 --> 00:01:20,649
ลอยไปมานะครับ

16
00:01:20,649 --> 00:01:21,774
มีนกบินอยู่บนท้องฟ้า

17
00:01:21,774 --> 00:01:23,000
มีดวงอาทิตย์

18
00:01:23,000 --> 00:01:24,539
ส่องแสงนะครับ

19
00:01:24,539 --> 00:01:25,553
เบื้องล่างนะครับ

20
00:01:25,553 --> 00:01:26,955
ก็จะเป็นภาพ

21
00:01:26,955 --> 00:01:28,318
ทุ่งนา

22
00:01:28,318 --> 00:01:30,961
มีลำธาร

23
00:01:30,961 --> 00:01:33,709
มีต้นไม้ เอาล่ะ

24
00:01:33,709 --> 00:01:37,709
เราลงเราเริ่มลงมือวาดได้เลยครับ

25
00:01:41,892 --> 00:01:43,187
ภาพที่นักเรียนวาดออกมา เป็นอย่างไรบ้างครับ ไหน ลองยก

26
00:01:43,187 --> 00:01:47,187
ขอเป็นเพื่อนหน่อยครับ

27
00:01:47,700 --> 00:01:51,700
ภาพที่วาดออกมานะครับ ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะแบบนี้หรือเปล่าครับ

28
00:01:58,793 --> 00:02:02,382
ถึงแม้ว่า

29
00:02:02,382 --> 00:02:05,335
รายละเอียดของภาพนะครับ จะไม่ชัดเจนนะครับ แต่เรา

30
00:02:05,335 --> 00:02:06,554
ก็ยังสามารถระบุได้ว่าวัตถุในภาพนั้น

31
00:02:06,554 --> 00:02:09,068
คือภาพอะไร

32
00:02:09,068 --> 00:02:10,723
เรามาดูอีกตัวอย่างหนึ่งนะครับ

33
00:02:10,723 --> 00:02:14,723
ในวิชาวิทยาศาสตร์

34
00:02:16,099 --> 00:02:16,719
นักเรียนจะพบแบบจำลอง ที่ใช้แทนการทำงานของอุปกรณ์การทดลองต่าง ๆ

35
00:02:16,719 --> 00:02:19,109
เช่น

36
00:02:19,109 --> 00:02:20,972
แบบจำลองของวงจรไฟฟ้า

37
00:02:20,972 --> 00:02:24,586
ซึ่งแทนด้วยสัญลักษณ์

38
00:02:24,586 --> 00:02:27,390
ที่เป็นที่เป็นหลอดไฟแบตเตอรี ตัวต้านทานนะครับ

39
00:02:27,390 --> 00:02:30,977
แบบจำลองนี้ จะทำให้นักเรียนเข้าใจ

40
00:02:30,977 --> 00:02:34,977
หรืออธิบายระบบการทำงานของอุปกรณ์ได้ง่ายยิ่งขึ้น

41
00:02:35,137 --> 00:02:39,137
หรือการทำงานของระบบโซ่จักรยาน นักเรียนสามารถ

42
00:02:40,076 --> 00:02:41,422
สร้างแบบจำลองการทำงาน ของชุดเฟือง 2 ตัว ที่เคลื่อนที่

43
00:02:41,422 --> 00:02:44,820
ช่วยแรงดึงจากโซ่

44
00:02:44,820 --> 00:02:46,149
โดยแบบจำลองนี้จะลดทอนรายละเอียด ที่ไม่จำเป็นออกไป

45
00:02:46,149 --> 00:02:47,677
เพื่อสื่อให้เห็น

46
00:02:47,677 --> 00:02:51,425
เฉพาะจุดที่สำคัญ

47
00:02:51,425 --> 00:02:53,574
กระบวนการคัดแยกคุณลักษณะที่สำคัญ

48
00:02:53,574 --> 00:02:56,344
ออกจากรายละเอียดในโจทย์ปัญหา

49
00:02:56,344 --> 00:02:58,072
ที่กำลังพิจารณา

50
00:02:58,072 --> 00:02:59,019
ให้ได้องค์ประกอบที่จำเป็น

51
00:02:59,019 --> 00:03:00,513
เพียงพอ

52
00:03:00,513 --> 00:03:02,803
แล้วกระชับท

53
00:03:02,803 --> 00:03:04,015
ี่สุด ภายใต้สถานการณ์ที่สนใจ

54
00:03:04,015 --> 00:03:06,001
เรียกว่า

55
00:03:06,001 --> 00:03:09,581
"การคิดเชิงนามธรรม

56
00:03:09,581 --> 00:03:11,066
" ในชีวิตประจำวันของเรา

57
00:03:11,066 --> 00:03:14,922
การคิดเชิงนามธรรม

58
00:03:14,922 --> 00:03:16,573
ช่วยให้การแก้ปัญหาต่าง ๆ สามารถทำได้ง่ายยิ่งขึ้น

59
00:03:16,573 --> 00:03:17,828
การวาดแผนที่

60
00:03:17,828 --> 00:03:18,685
ถือเป็นตัวอย่างหนึ่ง

61
00:03:18,685 --> 00:03:21,367
ที่นำวิธีทำ

62
00:03:21,367 --> 00:03:25,367
การคิดเชิงนามธรรมมาใช้

63
00:03:25,958 --> 00:03:28,511
การถ่ายดาวเทียมจะเห็นว่าวัตถุต่าง ๆ ในภาพมีจำนวนมาก

64
00:03:28,511 --> 00:03:31,649
ทำให้ยากต่อการค้นหาสถานที่

65
00:03:31,649 --> 00:03:34,213
เมื่อลดรายละเอียดที่ไม่จำเป็นออกไปแล้ว

66
00:03:34,213 --> 00:03:35,279
จะได้แผนที่ที่แสดงสถานที่ต่าง ๆ

67
00:03:35,279 --> 00:03:39,263
อย่างชัดเจน

68
00:03:39,263 --> 00:03:40,629
ต่อไปนะครับ

69
00:03:40,629 --> 00:03:41,692
ให้นักเรียนนำกระดาษ

70
00:03:41,692 --> 00:03:44,333
มาแผ่นหนึ่งครับ

71
00:03:44,333 --> 00:03:46,420
แล้วลองวาดแผนที่เส้นทาง

72
00:03:46,420 --> 00:03:47,774
จากโรงเรียนไปยังบ้านของนักเรียนนะครับ

73
00:03:47,774 --> 00:03:49,126
ถ้าพร้อมแล้ว

74
00:03:49,126 --> 00:03:53,126
ลงมือวาดได้เลยครับ

75
00:03:56,931 --> 00:03:58,665
เมื่อนักเรียนวาดแผนที่เสร็จแล้ว

76
00:03:58,665 --> 00:03:59,615
เรามาทดลอง

77
00:03:59,615 --> 00:04:00,773
เดินทาง

78
00:04:00,773 --> 00:04:04,773
ตามแผนที่กันครับ

79
00:04:28,972 --> 00:04:32,972
ให้นักเรียนยกตัวอย่างนะครับ

80
00:04:34,370 --> 00:04:37,805
การนำการคิดเชิงนามธรรม ไปใช้ในการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน เช่น

81
00:04:37,805 --> 00:04:39,043
การสร้างแบบจำลองของเกม ที่นักเรียนเคยเล่น

82
00:04:39,043 --> 00:04:40,445
หรือแบบจำลอง

83
00:04:40,445 --> 00:04:42,681
ของการเดินทางท่องเที่ยว

84
00:04:42,681 --> 00:04:43,897
กับครอบครัวนะครับ ในวันหยุด

85
00:04:43,897 --> 00:04:47,373
เสร็จแล้วก็

86
00:04:47,373 --> 00:04:50,563
เอามานำเสนอ แล้วอธิบายให้เพื่อนในกลุ่มฟังนะครับ

87
00:04:50,563 --> 00:04:51,565
หลังจากนั้น ก็แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันนะครับ

88
00:04:51,565 --> 00:04:53,103
ว่า

89
00:04:53,103 --> 00:04:54,250
ถ้าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น

90
00:04:54,250 --> 00:04:55,131
เราไม่ได้

91
00:04:55,131 --> 00:04:57,096
เอา

92
00:04:57,096 --> 00:04:58,705
การคิดเชิงนามธรรมมาใช้

93
00:04:58,705 --> 00:04:59,968
จะให้ผลลัพธ์ที่เหมือน

94
00:04:59,968 --> 00:05:03,968
หรือต่างกันอย่างไร

95
00:05:10,095 --> 00:05:11,171
หลังจากที่นักเรียนได้เรียนรู้

96
00:05:11,171 --> 00:05:12,615
เกี่ยวกับการ

97
00:05:12,615 --> 00:05:13,822
คิดเชิงนามธรรมแล้วนะครับ

98
00:05:13,822 --> 00:05:17,583
จะทำให้นักเรียน

99
00:05:17,583 --> 00:05:18,996
สามารถจัดการกับแนวคิด หรือว่าปัญหาที่มีความซับซ้อนได้

100
00:05:18,996 --> 00:05:20,606
โดยการลดทอน

101
00:05:20,606 --> 00:05:21,950
สิ่งที่ไม่สำคัญออกไป

102
00:05:21,950 --> 00:05:22,639
แล้วก็คงไว้

103
00:05:22,639 --> 00:05:23,931
เฉพาะ

104
00:05:23,931 --> 00:05:25,973
สาระสำคัญ

105
00:05:25,973 --> 00:05:27,249
หรือแนวคิดหรือปัญหานั้น ๆ นะครับ

106
00:05:27,249 --> 00:05:28,033
สุดท้าย

107
00:05:28,033 --> 00:05:29,417
เอาไว้ว่า

108
00:05:29,417 --> 00:05:30,866
อะไรก็ตัดได้

109
00:05:30,866 --> 00:05:32,519
อย่าตัดใจ

110
00:05:32,519 --> 00:05:33,467
จากวิทยาการคำนวณ

111
00:05:33,467 --> 00:05:34,931
สวัสดีครับ

112
00:05:34,931 --> 00:05:38,931
[เสียงดนตรี]

