﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:01,480

2
00:00:01,462 --> 00:00:01,697

3
00:00:07,931 --> 00:00:08,352

4
00:00:10,561 --> 00:00:10,801

5
00:00:11,712 --> 00:00:11,998

6
00:00:16,901 --> 00:00:17,595

7
00:00:17,671 --> 00:00:18,004

8
00:00:17,990 --> 00:00:18,445

9
00:00:18,570 --> 00:00:19,016

10
00:00:20,171 --> 00:00:20,522

11
00:00:21,581 --> 00:00:21,974

12
00:00:23,621 --> 00:00:24,781
สวัสดีค่ะ

13
00:00:24,851 --> 00:00:26,184
สำหรับคลิปนี้นะคะ

14
00:00:26,260 --> 00:00:26,497

15
00:00:26,510 --> 00:00:30,072
กูก็จะมาแนะนำวิธีการใช้แนวคิดการเชิงคำนวณ

16
00:00:29,962 --> 00:00:30,308

17
00:00:30,281 --> 00:00:32,588
การหาครนแบบง่ายๆค่ะ

18
00:00:32,582 --> 00:00:33,013

19
00:00:33,103 --> 00:00:36,424
ประสงค์ในการเรียนรู้สำหรับที่นักเรียนศึกษาคลิปนี้นะคะ

20
00:00:36,563 --> 00:00:38,360
ประกอบไปด้วย 3 ข้อค่ะ

21
00:00:38,544 --> 00:00:40,257
ก็คือข้อที่ 1 นะคะ

22
00:00:40,782 --> 00:00:42,513
ใช้หลักการของแนวคิด

23
00:00:42,393 --> 00:00:44,709
เครื่องคำนวณการแก้ปัญหาได้ค่ะ

24
00:00:44,892 --> 00:00:47,295
ข้อที่ 2 นะคะปฏิบัติการ

25
00:00:47,453 --> 00:00:47,844

26
00:00:48,153 --> 00:00:49,709
ขั้นตอนวิธีเปรียบ

27
00:00:49,822 --> 00:00:57,308
แล้วขั้นตอนวิธีที่แก้ปัญหาจากโจทย์ที่กำหนดและข้อ 3 ค่ะใช้ขั้นตอนวิธีการแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ

28
00:00:57,183 --> 00:00:58,908
ชีวิตประจำวันได้ค่ะ

29
00:00:59,623 --> 00:00:59,858

30
00:01:00,521 --> 00:01:01,481
แล้วมันรู้จัก

31
00:01:01,481 --> 00:01:04,227
ถามเรื่องมากหรือหัวเราะกันก่อนเลยค่ะ

32
00:01:04,103 --> 00:01:04,476

33
00:01:04,421 --> 00:01:09,696
ระบบของจำนวนเต็มสองจำนวนก็คือตัวเลขจำนวนเต็มบวกที่มีค่ามากที่สุด

34
00:01:09,873 --> 00:01:12,940
สามารถหาจำนวนเต็มสองจำนวนนั้นลงตัว

35
00:01:13,132 --> 00:01:14,223
นั่นเองค่ะ

36
00:01:14,873 --> 00:01:15,147

37
00:01:15,192 --> 00:01:16,992
ดอมนะคะ

38
00:01:17,813 --> 00:01:19,000
เราจะพบว่า

39
00:01:19,032 --> 00:01:24,358
สามารถหาหัวเราะเบาได้จากจำนวนเต็มบวกได้ตั้งแต่ 1 2 3 ไปเรื่อยๆ

40
00:01:24,483 --> 00:01:26,074
ถึงค่าที่น้อยที่สุด

41
00:01:26,083 --> 00:01:26,401

42
00:01:26,404 --> 00:01:32,230
อาหารเช้า 2 จำนวนและเก็บค่าที่มากที่สุดที่หาร 2 ลงไว้เมื่อกี้

43
00:01:32,102 --> 00:01:33,696
จำนวนแล้วนะคะ

44
00:01:33,703 --> 00:01:34,816
จำนวนชิ้น

45
00:01:34,732 --> 00:01:37,680
ที่สุดที่หารด้วย 2 ลงตัว

46
00:01:37,731 --> 00:01:41,030
กูจะเป็นตัวหารร่วมมากหรือหอรอมนั่นเองค่ะ

47
00:01:42,033 --> 00:01:42,251

48
00:01:42,163 --> 00:01:45,597
วิธีการดังกล่าวไม่ยากเลยใช่ไหมคะถ้าเป็น

49
00:01:45,743 --> 00:01:46,040

50
00:01:46,002 --> 00:01:47,223
นอนน้อย

51
00:01:47,163 --> 00:01:49,673
ถ้าเป็นเลขจำนวนมากๆแบบนี้ล่ะคะ

52
00:01:49,852 --> 00:01:52,354
เราควรใช้วิธีดึงไม่ได้แน่เลย

53
00:01:52,413 --> 00:01:53,519
ใช่ไหมคะ

54
00:01:53,563 --> 00:01:58,273
เราจะสามารถขายหัวเราะมาขอจำนวนมากๆแบบนี้ได้อย่างไรกันล่ะคะ

55
00:01:58,242 --> 00:01:58,514

56
00:01:58,622 --> 00:02:02,233
วันนี้ครูเขาจะขอเสนอวิธีการหารร่วมมากแบบ

57
00:02:02,332 --> 00:02:02,714

58
00:02:02,853 --> 00:02:03,308

59
00:02:03,563 --> 00:02:04,322
ดูคลิป

60
00:02:04,582 --> 00:02:07,167
เรามารู้จักยุคผลิตขึ้นก่อนเลยค่ะ

61
00:02:07,143 --> 00:02:07,402

62
00:02:07,463 --> 00:02:08,362
ยุคเหล็ก

63
00:02:08,423 --> 00:02:09,024

64
00:02:09,003 --> 00:02:10,634
วิทยาศาสตร์ชาวกรีก

65
00:02:10,853 --> 00:02:12,302
ที่มีชีวิตอยู่ซ้ำ

66
00:02:12,273 --> 00:02:14,875
รถปีก่อนคริสตศักราชโดย

67
00:02:14,772 --> 00:02:15,322

68
00:02:15,413 --> 00:02:17,274
วิธีหาหอรอมอ

69
00:02:17,203 --> 00:02:19,580
หนังสือที่ชื่อว่าอะไร

70
00:02:19,573 --> 00:02:19,999

71
00:02:20,473 --> 00:02:20,892

72
00:02:21,302 --> 00:02:21,731

73
00:02:21,564 --> 00:02:22,891
ซื้อชุดนี้

74
00:02:22,843 --> 00:02:23,113

75
00:02:23,094 --> 00:02:25,615
ประกอบไปด้วยทั้งหมด 13 เล่ม

76
00:02:25,973 --> 00:02:31,782
มีเนื้อหาคณิตศาสตร์เช่นเรขาคณิตจำนวนอตรรกยะทฤษฎีคำนวณฯลฯ

77
00:02:32,063 --> 00:02:36,742
ที่ถือว่าเป็นต้นแบบของคณิตศาสตร์ในปัจจุบันเลยทีเดียวค่ะ

78
00:02:36,683 --> 00:02:38,502
รู้จักยุคคุยกันแล้วนะคะ

79
00:02:38,793 --> 00:02:39,187

80
00:02:39,244 --> 00:02:42,808
เรามารู้จักวิธีขั้นตอนการหาครนของยูคลิด

81
00:02:42,634 --> 00:02:44,001
ไม่ใช้กันเลยค่ะ

82
00:02:45,392 --> 00:02:45,843

83
00:02:45,523 --> 00:02:50,912
ขั้นตอนที่ 1 นะคะแล้วก็จะขาดจำนวนที่เราต้องการเขียนทางเรามาต่อกัน

84
00:02:51,022 --> 00:02:54,000
ตอนที่ 2 นะคะพิจารณาจำนวนที่น้อยกว่า

85
00:02:53,916 --> 00:02:54,214

86
00:02:54,363 --> 00:02:54,658

87
00:02:54,613 --> 00:02:56,607
ถ้ามีค่าเท่ากับศูนย์

88
00:02:56,793 --> 00:02:58,204
คำตอบก็คือ

89
00:02:58,203 --> 00:03:00,892
เนื้อที่มากกว่าแล้วก็จบการทำงาน

90
00:03:01,093 --> 00:03:01,361

91
00:03:01,343 --> 00:03:05,014
ค่าที่นอนกรณีคืน 14 ถึงไม่เท่ากับ 0

92
00:03:04,863 --> 00:03:07,102
ฉะนั้นเราจะทำขั้นตอนถัดไปค่ะ

93
00:03:08,253 --> 00:03:11,852
หาจำนวนที่มากกว่าด้วยจำนวนที่น้อยกว่า

94
00:03:12,174 --> 00:03:12,408

95
00:03:12,494 --> 00:03:16,450
ขนาดนั้นนะคะเราจะเขียนเสร็จที่ได้จากการขานแทนจำนวนที่มากกว่า

96
00:03:17,684 --> 00:03:22,374
พิจารณาจำนวนที่น้อยกว่าอีกครั้งหนึ่งค่ะมีค่าเท่ากับ 0 หรือไม่

97
00:03:22,543 --> 00:03:25,135
ตอนนี้เงื่อนไขของเรายังไม่เป็นจริงนะคะ

98
00:03:25,373 --> 00:03:27,759
ว่าจะทำงานในขั้นตอนถัดไปค่ะ

99
00:03:28,374 --> 00:03:28,596

100
00:03:28,824 --> 00:03:32,584
ก่อนกลับไปนะคะเราก็จะพิจารณาฝ่ายจำนวนที่มากกว่า

101
00:03:32,733 --> 00:03:34,203
จำนวนที่น้อยกว่า

102
00:03:34,594 --> 00:03:38,128
ที่ราชการทหารแทนจำนวนที่มากกว่าอีกครั้งค่ะ

103
00:03:38,493 --> 00:03:38,731

104
00:03:38,693 --> 00:03:38,950

105
00:03:38,883 --> 00:03:42,022
ได้จากการหารของเราก็คือ 0

106
00:03:42,473 --> 00:03:42,754

107
00:03:42,663 --> 00:03:45,449
เงื่อนไขของเราก็จะเป็นจริงแล้วนะคะ

108
00:03:45,867 --> 00:03:49,284
เราจะพบว่าพรบของ 21 และ 14

109
00:03:49,323 --> 00:03:50,812
ก็คือเจ็บนั่นเองค่ะ

110
00:03:51,373 --> 00:03:51,688

111
00:03:51,693 --> 00:03:53,490
สามารถสรุปขั้นตอน

112
00:03:53,875 --> 00:03:54,196

113
00:03:54,253 --> 00:03:56,099
ของยูคลิดได้ดังนี้ค่ะ

114
00:03:59,774 --> 00:04:00,158

115
00:04:00,093 --> 00:04:04,061
พร้อมบวกของจำนวน 187 กับ 100

116
00:04:03,993 --> 00:04:04,252

117
00:04:04,124 --> 00:04:07,703
221 จากตัวอย่างในหนังสือเรียนกันดูนะคะ

118
00:04:07,973 --> 00:04:08,463

119
00:04:09,054 --> 00:04:13,421
ในรอบที่ 1 นะคะจำนวนที่น้อยกว่ายังไม่ไปส่งคำนวนตึกของกัน

120
00:04:13,473 --> 00:04:14,173

121
00:04:14,124 --> 00:04:16,111
121 ด้วย 180

122
00:04:16,044 --> 00:04:16,690

123
00:04:16,614 --> 00:04:21,498
$34 ที่เขียนแทน 221 ด้วย 34 ในรอบที่ 2 ค่ะ

124
00:04:22,704 --> 00:04:22,968

125
00:04:23,476 --> 00:04:26,976
ในรอบที่ 2 นะคะจำนวนที่น้อยกว่าก็ยังไม่ไปศูนย์ค่ะ

126
00:04:26,933 --> 00:04:30,764
กำหนดสิทธิ์ของการ 587 ได้ 34 ได้ 11

127
00:04:30,654 --> 00:04:31,072

128
00:04:31,165 --> 00:04:35,267
เราก็จะเขียนเชียร์ 187 ด้วย 17 นะที่ 3 ค่ะ

129
00:04:37,693 --> 00:04:37,914

130
00:04:38,014 --> 00:04:38,337

131
00:04:38,333 --> 00:04:44,158
รอบที่ 3 นะคะจำนวนที่น้อยกว่าก็ยังไม่เป็น 0 ค่ะเสียของการหาร 30

132
00:04:44,033 --> 00:04:46,200
417 ได้ 0

133
00:04:46,084 --> 00:04:49,605
งั้นเราจะแก้ 34 ด้วย 0 ในรอบที่ 4 ค่ะ

134
00:04:50,315 --> 00:04:50,570

135
00:04:51,854 --> 00:04:52,312

136
00:04:51,973 --> 00:04:52,206

137
00:04:52,104 --> 00:04:52,340

138
00:04:52,554 --> 00:04:57,995
เวลาที่ 4 นะคะจำนวนที่น้อยกว่ามีค่าเป็นศูนย์รวมของ 180

139
00:04:57,934 --> 00:04:58,696

140
00:04:58,774 --> 00:05:00,189
221

141
00:05:00,434 --> 00:05:02,436
คือ 11 นั่นเองค่ะ

142
00:05:03,964 --> 00:05:04,198

143
00:05:04,345 --> 00:05:04,784

144
00:05:04,733 --> 00:05:07,193
เห็นว่าเราใช้แค่ 4 รอบเท่านั้นก็ได้

145
00:05:07,164 --> 00:05:15,447
จำนวนของครมของ 187 กับ 221 แล้วใช่ไหมคะถ้านักเรียนลองสังเกตดูใช่ไหมคะนักเรียน

146
00:05:14,653 --> 00:05:16,410
ว่าในแต่ละรอบนี้

147
00:05:16,324 --> 00:05:20,324
จะมีรูปแบบการทำงานที่มีลักษณะคล้ายกันในลักษณะนี้ค่ะ

148
00:05:20,294 --> 00:05:20,527

149
00:05:20,933 --> 00:05:22,160
ใช่ไหมล่ะคะ

150
00:05:22,414 --> 00:05:26,358
ราคาลงมาทำขั้นตอนวิธีการหาหรมของยูคลิด

151
00:05:26,253 --> 00:05:26,542

152
00:05:26,826 --> 00:05:29,732
ใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันค่ะ

153
00:05:30,675 --> 00:05:30,879

154
00:05:31,125 --> 00:05:36,776
สำนักงานนะคะถ้านักเรียนต้องการแบ่งกลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 221 คน

155
00:05:38,934 --> 00:05:39,766

156
00:05:40,155 --> 00:05:40,441

157
00:05:40,414 --> 00:05:42,155
ศึกษาปีที่ 2

158
00:05:42,075 --> 00:05:43,531
247 คน

159
00:05:43,677 --> 00:05:44,648
การแบ่ง

160
00:05:44,646 --> 00:05:45,351

161
00:05:45,283 --> 00:05:46,871
กิจกรรมพัฒนา

162
00:05:47,015 --> 00:05:48,473
นวัตกรรมไอที

163
00:05:49,184 --> 00:05:52,843
ลูกทุ่งต้องมีนักเรียนเข้าการและต้องไม่มีการค้าชั้น

164
00:05:52,714 --> 00:05:58,554
เราจะสามารถแบ่งกลุ่มตามเงื่อนไขดังกล่าวโดยให้แต่ละกลุ่มมีจำนวนสมาชิกมากที่สุดได้แก่

165
00:05:58,475 --> 00:05:59,766
มากี่คนคะ

166
00:05:59,815 --> 00:06:00,120

167
00:06:00,654 --> 00:06:00,892

168
00:06:02,004 --> 00:06:02,304

169
00:06:07,254 --> 00:06:10,372
เอาแล้วค่ะไปดูเฉลยก็เลย

170
00:06:12,895 --> 00:06:13,146

171
00:06:13,726 --> 00:06:15,156
อย่าคิดนะคะ

172
00:06:15,195 --> 00:06:15,483

173
00:06:15,895 --> 00:06:16,144

174
00:06:16,096 --> 00:06:18,216
ขั้นตอนวิธี

175
00:06:18,145 --> 00:06:21,103
วิธีคิดแบบนึงของเชิงคำนวณ

176
00:06:21,984 --> 00:06:25,786
ทำให้เราแก้ปัญหาได้อย่างระดับขั้นตอนมากขึ้นนะคะ

177
00:06:26,285 --> 00:06:30,111
จบไปแล้วก็ยังทำอยู่ไหมทำไมกิจกรรมกันนะคะ

178
00:06:30,504 --> 00:06:30,745

179
00:06:30,765 --> 00:06:33,971
สอนใช้ขั้นตอนของการหาครนของยูคลิด

180
00:06:33,905 --> 00:06:37,219
หางพรบของตัวได้ 2 ชุดนี้กันดูนะคะ

181
00:06:40,054 --> 00:06:41,367
เสียงดนตรี

182
00:06:43,894 --> 00:06:53,894


