﻿1
00:00:35,648 --> 00:00:39,648
[เสียงดนตรี]

2
00:00:44,362 --> 00:00:48,362
สวัสดีค่ะนักเรียน สำหรับคลิปนี้นะคะ นักเรียนจะได้มาเรียนกับคุณครูณัฏธิกากัน

3
00:00:50,129 --> 00:00:53,655
โดยเราจะเรียนเนื้อหาในบทที่ 4 เรื่อง ของพลังงาน ซึ่งบทนี้นะคะ จะเป็นบทเรียน

4
00:00:53,655 --> 00:00:57,655
ขายของหนังสือเรียนพื้นฐานวิทยาศาสตร์กายภาพ

5
00:00:58,825 --> 00:01:02,094
ก่อนอื่นเรามาดูกันก่อนดีกว่าค่ะ ว่าในโหมดพลังงานมีหัวข้ออะไรบ้าง

6
00:01:02,094 --> 00:01:06,094
ในบทพลังงานนะคะ จะมีด้วยกัน 3 หัวข้อค่ะ

7
00:01:08,560 --> 00:01:11,169
ในคลิปนี้เราจะมาเรียนกันแค่ในหัวข้อแรกเท่านั้น ซึ่งก็คือหัวข้อของเชื้อเพลิงนั่นเอง

8
00:01:11,169 --> 00:01:15,169
ก่อนที่เราจะไปพูดถึงเรื่องของเชื้อเพลิงกันนั้น

9
00:01:17,013 --> 00:01:21,013
นักเรียนรู้กันไหมคะ ว่าพลังงานที่พวกเราอยู่ในชีวิตประจำวันมีแบบใดบ้าง

10
00:01:23,733 --> 00:01:25,371
พลังงานที่เราใช้กันในชีวิตประจำวันนะคะ มีหลายรูปแบบเลยค่ะ เช่น

11
00:01:25,371 --> 00:01:27,590
พลังงานความร้อน

12
00:01:27,590 --> 00:01:29,605
พลังงานแสง

13
00:01:29,605 --> 00:01:31,510
พลังงานไฟฟ้า

14
00:01:31,510 --> 00:01:34,979
พลังงานนิวเคลียร์

15
00:01:34,979 --> 00:01:38,979
แล้วนักเรียนคิดว่าพลังงานเหล่านี้ได้มาอย่างไรคะ

16
00:01:42,544 --> 00:01:45,425
พลังงานที่ครูยกตัวอย่างอาจได้มาจากปฏิกิริยาเคมี ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่

17
00:01:45,425 --> 00:01:49,097
เกิดจากการจัดเรียงตัวใหม่ของอะตอมของธาตุ

18
00:01:49,097 --> 00:01:53,097
โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงชนิดของธาตุ

19
00:01:55,894 --> 00:01:57,319
หรือพลังงานอาจได้มาจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงภายในนิวเคลียสของธาตุ

20
00:01:57,319 --> 00:02:01,319
ทำให้เกิด

21
00:02:03,676 --> 00:02:07,676
การเปลี่ยนแปลงชนิดของธาตุหรือไอโซโทป ซึ่งปฏิกิริยานิวเคลียร์นะคะ ก็จะไม่จัดเป็นปฏิกิริยาเคมีค่ะ

22
00:02:10,428 --> 00:02:14,428
ตัวอย่างปฏิกิริยาเคมีที่ให้พลังงานก็มีมากมายเลยนะคะ เช่น

23
00:02:16,891 --> 00:02:20,891
กิริยาการเผาไหม้ หรือที่บางคนเรียกว่า "ปฏิกิริยาสันดาป" ซึ่งปฏิกิริยานี้นะคะ

24
00:02:22,901 --> 00:02:25,106
ใช้ได้บ่อยในชีวิตประจำวัน โดยปฏิกิริยาการเผาไหม้นี้นะคะ ก็จะให้พลังงานที่เราสามารถนำ

25
00:02:25,106 --> 00:02:26,413
ใช้ประโยชน์ได้มากมายต่างกันเลยค่ะ

26
00:02:26,413 --> 00:02:30,413
เช่น

27
00:02:33,543 --> 00:02:36,797
การเผาไหม้เชื้อเพลิง ก็จะทำให้พลังงานความร้อนที่เราสามารถนำไปใช้ในการอุ่นเพิ่มอาหารได้

28
00:02:36,797 --> 00:02:40,797
หรือให้พลังงานแสงสำหรับการส่องสว่าง

29
00:02:42,712 --> 00:02:46,712
นอกจากนี้นะคะ ปฏิกิริยาการเผาไหม้ของอาหารที่เกิดขึ้นในร่างกายของเรานั้น

30
00:02:48,107 --> 00:02:52,107
จะให้พลังงานแก่สิ่งมีชีวิตสำหรับใช้ในการดำรงชีวิตและการเคลื่อนไหวอีกด้วยค่ะ

31
00:02:54,247 --> 00:02:58,247
สำหรับปฏิกิริยาเคมีที่ให้พลังงานอีกประเภทหนึ่งนะคะ ก็คือปฏิกิริยาเคมีไฟฟ้า

32
00:02:59,434 --> 00:03:03,434
ซึ่งในปัจจุบันก็มีการนำมาใช้ประโยชน์ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างแพร่หลายเลยค่ะ

33
00:03:03,449 --> 00:03:07,449
สำหรับปฏิกิริยานิวเคลียร์

34
00:03:09,005 --> 00:03:12,055
ก็จะได้มาจากการสลายของสารกัมมันตรังสี ซึ่งใช้เป็นแหล่งพลังงานในการผลิต

35
00:03:12,055 --> 00:03:16,055
กระแสไฟฟ้าไปโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ได้ค่ะ

36
00:03:18,595 --> 00:03:22,595
ซึ่งเชื้อเพลิงนะคะ ก็จะเป็นสารเคมีที่ให้พลังงานสำหรับปฏิกิริยาการเผาไหม้

37
00:03:22,873 --> 00:03:26,873
แล้วนักเรียนรู้จักเชื้อเพลิงอะไรกันบ้างคะ ลองนึกกันดูสิคะ

38
00:03:27,175 --> 00:03:30,744
นึกไม่ออกใช่ไหมคะ

39
00:03:30,744 --> 00:03:31,902
ตัวอย่างของเชื้อเพลิงนะคะ ก็อย่างเช่น น้ำมัน

40
00:03:31,902 --> 00:03:33,131
ถ่านหิน

41
00:03:33,131 --> 00:03:34,261
หินน้ำมัน

42
00:03:34,261 --> 00:03:38,261
แก๊สธรรมชาติ

43
00:03:39,402 --> 00:03:43,402
ซึ่งเชื้อเพลิงเหล่านี้นะคะ ก็จะเป็นเชื้อเพลิงที่เราเรียกกันว่า

44
00:03:44,242 --> 00:03:48,242
"เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์" ซึ่งปัจจุบันนะคะ ก็จะมีการใช้งานกันมากที่สุดค่ะ

45
00:03:48,696 --> 00:03:52,696
และส่วนใหญ่นะคะ ก็จะเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนค่ะ

46
00:03:55,678 --> 00:03:59,678
จากที่ครูบอกไปเมื่อสักครู่นะคะ ว่าพลังงานความร้อนที่ได้จากปฏิกิริยาเผาไหม้เชื้อเพลิงนั้น

47
00:04:04,015 --> 00:04:05,332
สามารถนำไปใช้ในการหุงต้มอาหารได้ แต่ก็ยังมีการมาใช้ในรถยนต์และยานพาหนะอื่น ๆ รวมถึงใช้ในการผลิต

48
00:04:05,332 --> 00:04:09,332
ไฟฟ้าอีกด้วยค่ะ

49
00:04:11,077 --> 00:04:12,201
ซึ่งในปัจจุบันนะคะ ประเทศไทยเราก็จะใช้แก๊สธรรมชาติเป็นแหล่งพลังงานหลักในการผลิต

50
00:04:12,201 --> 00:04:16,201
กระแสไฟฟ้าค่ะ

51
00:04:18,472 --> 00:04:22,017
จากรูปนะคะ ก็จะเป็นการให้พลังงานความร้อนที่เกิดจากการเผาไหม้ถ่านหิน หรือแก๊สธรรมชาติ

52
00:04:22,017 --> 00:04:24,647
ซึ่งนักเรียนก็จะสามารถสังเกตเห็นได้ตรงที่

53
00:04:24,647 --> 00:04:28,647
ล้อมกรอบสีแดงไว้ตรงนี้นะคะ

54
00:04:32,542 --> 00:04:34,091
ซึ่งพลังงานความร้อนที่ได้ตรงนี้ค่ะ ก็จะนำไปผลิตในน้ำที่ใช้ในการหมุนกังหันในการกำเนิด

55
00:04:34,091 --> 00:04:38,091
กระแสไฟฟ้า

56
00:04:40,149 --> 00:04:44,149
ได้ค่ะ ทีนี้เราดูไปแล้วนะคะ ว่าพลังงานอาจได้มาจากปฏิกิริยาเคมี และนักเรียนรู้

57
00:04:45,683 --> 00:04:49,683
ได้ไหมคะว่าเราสามารถเขียนแสดงปฏิกิริยาเคมีได้ด้วยสมการเคมีค่ะ

58
00:04:52,102 --> 00:04:54,025
จากตัวอย่างของปฏิกิริยาการเผาไหม้โพรเพนซึ่งโพรเพนนะคะ ก็จะเป็นเชื้อเพลิงชนิด

59
00:04:54,025 --> 00:04:58,025
หนึ่งที่ใช้อยู่ในแก๊สหุงต้มค่ะ

60
00:05:01,812 --> 00:05:05,812
โดยโพรเพนจะทำปฏิกิริยากับแก๊สออกซิเจนได้ผลิตภัณฑ์เป็นแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และไอน้ำค่ะ

61
00:05:08,512 --> 00:05:10,110
เราจะเขียนสูตรเคมีของแก๊สโพรเพนและแก๊สออกซิเจนนะคะ ซึ่งเป็นสารตั้งต้น

62
00:05:10,110 --> 00:05:14,110
ไว้ทางด้านซ้าย

63
00:05:15,116 --> 00:05:17,502
ตามด้วยลูกศรค่ะ ซึ่งแสดงทิศทางการเกิดปฏิกิริยาเคมี

64
00:05:17,502 --> 00:05:19,419
และตามด้วยสูตรของ

65
00:05:19,419 --> 00:05:23,237
คาร์บอนไดออกไซด์

66
00:05:23,237 --> 00:05:27,237
และไอน้ำนะคะ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ไว้ทางด้านขวา

67
00:05:28,664 --> 00:05:30,210
จะต้องทำให้จำนวนอะตอมรวมของแต่ละท่าทางด้านซ้ายและทางด้านขวานะคะ เท่ากัน

68
00:05:30,210 --> 00:05:34,210
จากตัวอย่างนะคะ

69
00:05:35,568 --> 00:05:38,230
ของสมการเคมีนะคะ ก็จะมีจำนวนคาร์บอนทั้งหมด 3 อะตอม

70
00:05:38,230 --> 00:05:41,201
มีไฮโดรเจน 8 อะตอม

71
00:05:41,201 --> 00:05:45,201
แล้วก็มีออกซิเจน 10 อะตอมค่ะ

72
00:05:49,949 --> 00:05:53,949
นอกจากจำนวนสารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์ที่แสดงในสมการเคมีแล้ว อาจมีสัญลักษณ์อื่น ๆ ที่ใช้แสดงภาวะหรือ

73
00:05:56,109 --> 00:05:57,707
สารอะไรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการเกิดปฏิกิริยาเคมีด้วย เช่น สถานะของสาร

74
00:05:57,707 --> 00:05:59,170
การดูดพลังงาน

75
00:05:59,170 --> 00:06:03,170
การคายพลังงาน

76
00:06:05,797 --> 00:06:09,797
สำหรับสถานะของสารน่าจะเขียนอยู่ในวงเล็บต่อท้ายสูตรเคมี แต่เนื้อ

77
00:06:11,589 --> 00:06:15,139
ของปฏิกิริยาการเผาไหม้ของโพรเพนนะคะ สารชนิดอยู่ในสถานะแก๊สเราจึงเปลี่ยนสถานะ

78
00:06:15,139 --> 00:06:19,139
สมการเคมีที่แสดงสถานะของสารได้ดังนี้ค่ะ

79
00:06:21,472 --> 00:06:25,340
สถานการณ์อื่น ๆ ของสาร จะใช้

80
00:06:25,340 --> 00:06:26,684
สัญลักษณ์ตามที่แสดงในตารางนี้เลยนะคะ

81
00:06:26,684 --> 00:06:30,001

82
00:06:30,001 --> 00:06:31,308
Loliq หมายถึงสารอยู่ในสถานะของแข็ง

83
00:06:31,308 --> 00:06:33,983
รอบมาจากริบบิ้น

84
00:06:33,983 --> 00:06:37,983
หมายถึงสารที่อยู่ในสถานะของเหลว

85
00:06:39,875 --> 00:06:42,053
แก๊สอย่างที่เราไปเมื่อสักครู่นะคะ คุณเอคิว หรือก็คือสารที่มี

86
00:06:42,053 --> 00:06:46,053
น้ำในตัวทำละลายนั้นเองค่ะ

87
00:06:48,593 --> 00:06:52,593
คราวนี้นะคะ เรามาดูสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดูด หรือการคายพลังงานของปฏิกิริยาการต่อเลย

88
00:06:55,096 --> 00:06:59,096
สำหรับปฏิกิริยาคายพลังงานนะคะ จะเขียนตัวเลขหรือข้อความไว้ทางด้านขวา

89
00:07:02,333 --> 00:07:05,156
ของสมการเคมีค่ะ เช่น สมการนี้นะคะ ก็จะเป็นสมการของปฏิกิริยาการเผาไหม้โพรเพน

90
00:07:05,156 --> 00:07:08,967
เป็นปฏิกิริยาที่คายพลังงาน

91
00:07:08,967 --> 00:07:12,305
20 กิโลเมตรต่อโจนะคะ

92
00:07:12,305 --> 00:07:16,305
ที่ขายออกมาได้ดังนี้ค่ะ

93
00:07:20,582 --> 00:07:24,582
หรือเอาหลอดจะเขียนคำว่า "พลังงาน" หรือ "เอนเนอร์" จีแทนตัวเลขก็ได้นะคะ

94
00:07:27,961 --> 00:07:30,589
ในทำนองเดียวกันนะคะ  สำหรับปฏิกิริยาหรือพลังงาน เราจะเขียนตัวเลขแสดงปริมาณพลังงานที่ใช้ใน

95
00:07:30,589 --> 00:07:33,711
กริยาหรือเขียนคำว่าพลังงาน

96
00:07:33,711 --> 00:07:37,711
"เอนเนอร์จีไว้ทางด้านซ้ายของสมการเคมีค่ะ

97
00:07:39,729 --> 00:07:43,729
เล็กสำหรับปฏิกิริยาเคมีที่มีการดูด หรือคายพลังงานในรูปของพลังงานความร้อน

98
00:07:45,208 --> 00:07:49,208
เราก็จะเรียกว่า "ปฏิกิริยาดูดความร้อน" หรือ" ปฏิกิริยาคายความร้อนตามลำดับ

99
00:07:51,808 --> 00:07:55,808
เอามาดูสัญลักษณ์อื่น ๆ ในสมการเคมีเพิ่มเติมกันเลยดีกว่าค่ะ

100
00:07:58,390 --> 00:07:59,221
ในบางปฏิกิริยา เช่น ปฏิกิริยาการเผาไหม้ จะมีการให้ความร้อนเพื่อให้สารเริ่มทำปกติ

101
00:07:59,221 --> 00:08:02,701
กริยา

102
00:08:02,701 --> 00:08:06,701
ซึ่งสามารถแสดงด้วยสัญลักษณ์เดลต้าได้ค่ะ

103
00:08:06,727 --> 00:08:09,009
หรืออาจจะเขียนคำว่า "ความร้อน

104
00:08:09,009 --> 00:08:13,009
" หรือ "heat" ไว้บนลูกศรนะคะ

105
00:08:17,195 --> 00:08:21,195
ซึ่งสัญลักษณ์ที่เขาเขียนไว้บนลูกศรนะคะ เราจะใช้เพียงเพื่อบอกเงื่อนไขการเกิดปฏิกิริยาเคมีเท่านั้น

106
00:08:22,873 --> 00:08:26,873
ไม่ได้ระบุว่าเป็นปฏิกิริยาดังกล่าว หรือเป็นปฏิกิริยาดูดหรือคายพลังงานค่ะ

107
00:08:28,272 --> 00:08:32,272
นอกจากนี้นะคะ ปฏิกิริยาเคมีที่ใช้ในตัวเร่งปฏิกิริยา

108
00:08:33,740 --> 00:08:34,727
หรือปฏิกิริยาที่ใช้แสง ก็จะมีการเขียนสัญลักษณ์ไว้บนลูกศรเช่นกันค่ะ

109
00:08:34,727 --> 00:08:38,727
เช่น

110
00:08:40,687 --> 00:08:44,687
ปฏิกิริยานี้นะคะ ก็จะมีการใช้โลหะ Platinum เป็นตัวเลขปฏิกิริยา

111
00:08:46,139 --> 00:08:48,779
ส่วนปฏิกิริยานี้ก็เป็นปฏิกิริยาที่มีการใช้แสงสำหรับ

112
00:08:48,779 --> 00:08:52,779
ใช้ในการเกิดปฏิกิริยานั่นเอง

113
00:08:55,449 --> 00:08:59,449
ค่ะ คราวนี้เรามาลองทำแบบฝึกหัดโจทย์กันดีกว่าค่ะ จากคำถามว่าจากสมการเคมีต่อไปนี้

114
00:09:02,458 --> 00:09:04,124
ข้อใดเป็นสารตั้งต้นผลิตภัณฑ์และมีข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาเคมีอย่างไร

115
00:09:04,124 --> 00:09:05,666
นักเรียนลองหยุดคิด

116
00:09:05,666 --> 00:09:09,666
และทำกันได้เลยนะคะ

117
00:09:14,241 --> 00:09:18,241
เรามาดูเฉลยกันเลยดีกว่าค่ะ ตอนนี้ทุกคนคงทำกันเสร็จแล้วใช่ไหมคะ

118
00:09:21,134 --> 00:09:23,362
ปฏิกริยานี้นะเราจะเขียนสูตรเคมีของโลหะโซเดียม และน้ำไว้ทางด้านซ้ายดังนั้นสารตั้งต้น

119
00:09:23,362 --> 00:09:27,362
โลหะโซเดียมและน้ำนั้นเองค่ะ

120
00:09:28,470 --> 00:09:32,470
ส่วนผลิตภัณฑ์ก็จะเป็นสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ และแก๊สไฮโดรเจน

121
00:09:32,843 --> 00:09:36,843
และสมการนี้นะคะ ก็จะมีการเขียนพลังงานไว้ทางด้านขวา

122
00:09:36,997 --> 00:09:40,997
ดังนั้น ปฏิกิริยานี้ก็จะเป็นปฏิกิริยาคายพลังงานค่ะ

123
00:09:41,438 --> 00:09:45,409
เรามาดูปฏิกิริยาต่อไปก็เลยดีกว่าค่ะ

124
00:09:45,409 --> 00:09:49,409
เหมือนเดิมนะคะ ลองหยุดคิดและทำเพื่อตัวเองกันก่อนค่ะ

125
00:09:54,726 --> 00:09:58,726
ตอนนี้ทุกคนคงทำกันเสร็จแล้วใช่ไหมคะ เราลองมาเฉลยไปพร้อม ๆ กันเลยนะคะ

126
00:09:59,164 --> 00:10:03,164
สำหรับปฏิกิริยานี้สารตั้งต้น ก็คือ 1. น้ำค่ะ

127
00:10:04,368 --> 00:10:08,327
ส่วนผลิตภัณฑ์ก็จะเป็นไฮโดรเจนและแก๊สออกซิเจนนั้นเอง

128
00:10:08,327 --> 00:10:10,049
นอกจากนี้นะคะ ปฏิกิริยานี้ก็ยังมีการใช้

129
00:10:10,049 --> 00:10:12,054
กรดซัลฟิวริก

130
00:10:12,054 --> 00:10:16,054
เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาค่ะ

131
00:10:19,496 --> 00:10:23,496
เรามาดูสรุปเนื้อหาเรื่องเรียนที่เรียนวันนี้ก็เลยดีกว่านะคะ พลังงานนะคะ ที่นำมาใช้ประโยชน์

132
00:10:27,512 --> 00:10:28,956
สีประจำวันของเรา อาจได้มาจากปฏิกิริยาเคมีหรือปฏิกิริยานิวเคลียร์โดยพลังงานจากปฏิกิริยาเคมีนะคะ อาจจะอยู่ในรูป

133
00:10:28,956 --> 00:10:30,553
ของพลังงานความร้อน

134
00:10:30,553 --> 00:10:32,334
พลังงานแสง

135
00:10:32,334 --> 00:10:36,334
หรือพลังงานไฟฟ้าค่ะ

136
00:10:40,432 --> 00:10:44,432
แล้วก็สำหรับปฏิกิริยาการเผาไหม้เชื้อเพลิงนะคะ ก็จะเป็นปฏิกิริยาเคมีที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน

137
00:10:44,494 --> 00:10:48,494
ซึ่งจะให้พลังงานที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้แตกต่างกัน

138
00:10:53,155 --> 00:10:56,473
ได้มากมายเลยค่ะ โดยปฏิกิริยาเคมีนะคะ ก็จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการจัดเรียงตัวใหม่ของอะตอมของธาตุ

139
00:10:56,473 --> 00:11:00,473
โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงชนิดของธาตุนะคะ

140
00:11:01,394 --> 00:11:05,047
แล้วก็สำหรับปฏิกิริยานิวเคลียร์นะคะ ก็จะแตกต่างกันค่ะ

141
00:11:05,047 --> 00:11:09,047
ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงภายในนิวเคลียสของธาตุ

142
00:11:10,867 --> 00:11:14,867
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้นะคะ เราก็นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชนิดของธาตุและไอโซโทปได้ค่ะ

143
00:11:16,111 --> 00:11:20,111
เราสามารถเขียนปฏิกิริยาเคมีแสดงได้ด้วย 2 ประการ ซึ่งเคมีนะคะ

144
00:11:22,704 --> 00:11:23,221
โดยการเขียนสมการเคมีค่ะ เราจะเขียนสูตรเคมีของสารตั้งต้นไว้ทางด้านซ้ายของลูก

145
00:11:23,221 --> 00:11:27,221

146
00:11:28,173 --> 00:11:31,368
และเขียนสูตรเคมีของผลิตภัณฑ์นะคะ ไว้ทางด้านขวาของลูกศร

147
00:11:31,368 --> 00:11:34,178
ซึ่งเราจะต้องทำให้จำนวนอะตอมรวมของแต่ละธาตุ

148
00:11:34,178 --> 00:11:38,178
ไปทางด้านซ้ายและด้านขวาเท่ากันค่ะ

149
00:11:39,341 --> 00:11:43,341
นอกจากนี้นะคะ ในสมการเคมีอาจมีสัญลักษณ์อื่น ๆ

150
00:11:44,501 --> 00:11:48,501
ที่ใช้แสดงภาวะและปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการเกิดปฏิกิริยาเคมีค่ะ

151
00:11:51,161 --> 00:11:54,288
สำหรับคลิปนี้นะคะ ก็จะต้องขอจบลงเพียงเท่านี้ ส่วนคลิปหน้ามันก็จะเป็นเรื่องของ

152
00:11:54,288 --> 00:11:55,835
ตอนที่ 2 อย่าลืมติดตามชมกันนะคะ

153
00:11:55,835 --> 00:11:57,348
สวัสดีค

154
00:11:57,348 --> 00:12:01,348
่ะ [เสียงดนตรี]

