﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:01,120

2
00:00:01,192 --> 00:00:01,570

3
00:00:06,442 --> 00:00:07,570

4
00:00:08,881 --> 00:00:09,277

5
00:00:13,551 --> 00:00:13,932

6
00:00:16,241 --> 00:00:16,807

7
00:00:16,762 --> 00:00:17,160

8
00:00:17,781 --> 00:00:18,179

9
00:00:18,292 --> 00:00:18,750

10
00:00:19,321 --> 00:00:19,764

11
00:00:19,761 --> 00:00:20,173

12
00:00:20,152 --> 00:00:20,537

13
00:00:20,403 --> 00:00:20,809

14
00:00:20,602 --> 00:00:20,868

15
00:00:21,301 --> 00:00:22,428
ดนตรี

16
00:00:23,801 --> 00:00:24,053

17
00:00:24,051 --> 00:00:24,514

18
00:00:25,471 --> 00:00:31,146
สวัสดีค่ะนักเรียนคลิปนี้นะคะนักเรียนจะได้มาเรียนกับคุณครูณัฐธิกากัน

19
00:00:30,962 --> 00:00:31,547

20
00:00:31,603 --> 00:00:36,914
โดยเราจะเรียนเนื้อหาในบทที่ 4 เรื่องของพลังงานซึ่งบทนี้นะคะจะเป็นบทเรียน

21
00:00:36,791 --> 00:00:40,436
ขายของหนังสือเรียนพื้นฐานวิทยาศาสตร์กายภาพ

22
00:00:40,382 --> 00:00:45,610
ก่อนอื่นเรามาดูกันก่อนดีกว่าค่ะว่าในโหมดพลังงานมีหัวข้ออะไรบ้าง

23
00:00:45,632 --> 00:00:48,875
ในบทพลังงานนะคะจะมีด้วยกัน 3 หัวข้อค่ะ

24
00:00:48,963 --> 00:00:49,387

25
00:00:49,293 --> 00:00:55,343
ในคลิปนี้เราจะมาเรียนกันแค่ในหัวข้อแรกเท่านั้นซึ่งก็คือหัวข้อของเชื้อเพลิงนั่นเอง

26
00:00:55,183 --> 00:00:57,953
ก่อนที่เราจะไปพูดถึงเรื่องของเชื้อเพลิงกันนั้น

27
00:00:57,942 --> 00:01:03,797
นักเรียนรู้กันไหมคะว่าพลังงานที่พวกเราอยู่ในชีวิตประจำวันมีแบบใดบ้าง

28
00:01:05,234 --> 00:01:10,516
พลังงานที่เราใช้กันในชีวิตประจำวันนะคะมีหลายรูปแบบเลยค่ะเช่น

29
00:01:10,682 --> 00:01:12,149
พลังงานความร้อน

30
00:01:12,473 --> 00:01:12,728

31
00:01:12,923 --> 00:01:14,372
พลังงานแสง

32
00:01:14,793 --> 00:01:16,389
พลังงานไฟฟ้า

33
00:01:16,583 --> 00:01:18,294
พลังงานนิวเคลียร์

34
00:01:18,243 --> 00:01:18,694

35
00:01:18,634 --> 00:01:21,762
นักเรียนคิดว่าพลังงานเหล่านี้ได้มาอย่างไรคะ

36
00:01:22,923 --> 00:01:23,198

37
00:01:23,056 --> 00:01:23,288

38
00:01:23,243 --> 00:01:29,322
พลังงานที่ครูยกตัวอย่างอาจได้มาจากปฏิกิริยาเคมีซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่

39
00:01:29,264 --> 00:01:32,203
จากการจัดเรียงตัวใหม่ของอะตอมของธาตุ

40
00:01:32,213 --> 00:01:33,268

41
00:01:33,364 --> 00:01:35,874
โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงชนิดของธาตุ

42
00:01:35,923 --> 00:01:42,675
หรือพลังงานอาจได้มาจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงภายในนิวเคลียสของธาตุ

43
00:01:43,102 --> 00:01:44,104
ทำให้เกิด

44
00:01:44,193 --> 00:01:50,457
การเปลี่ยนแปลงชนิดของธาตุหรือไอโซโทปซึ่งปฏิกิริยานิวเคลียร์นะคะก็จัดเป็นปฏิกิริยาเคมีค่ะ

45
00:01:50,984 --> 00:01:51,493

46
00:01:51,499 --> 00:01:51,775

47
00:01:51,813 --> 00:01:57,195
ตัวอย่างปฏิกิริยาเคมีที่ให้พลังงานก็มีมากมายเลยนะคะเช่น

48
00:01:57,074 --> 00:02:03,672
กิริยาการเผาไหม้หรือที่บางคนเรียกว่าปฏิกิริยาสันดาปซึ่งปฏิกิริยานี้นะคะ

49
00:02:03,735 --> 00:02:09,684
ได้บ่อยในชีวิตประจำวันโดยปฏิกิริยาการเผาไหม้นี้นะคะก็จะให้พลังงานที่เราสามารถนำ

50
00:02:09,554 --> 00:02:11,887
ใช้ประโยชน์ได้มากมายต่างกันเลยค่ะ

51
00:02:12,063 --> 00:02:13,199
เช่น

52
00:02:13,597 --> 00:02:13,811

53
00:02:13,725 --> 00:02:14,113

54
00:02:13,853 --> 00:02:14,118

55
00:02:14,113 --> 00:02:20,325
การเผาไหม้เชื้อเพลิงก็จะทำให้พลังงานความร้อนที่เราสามารถนำไปใช้ในการอุ่นเพิ่มอาหารได้

56
00:02:20,324 --> 00:02:23,581
หรือให้พลังงานแสงสำหรับการส่องสว่าง

57
00:02:23,784 --> 00:02:24,199

58
00:02:24,164 --> 00:02:29,493
นอกจากนี้นะคะปฏิกิริยาการเผาไหม้ของอาหารที่เกิดขึ้นในร่างกายของเรานั้น

59
00:02:29,554 --> 00:02:34,881
จะให้พลังงานแก่สิ่งมีชีวิตสำหรับใช้ในการดำรงชีวิตและการเคลื่อนไหวอีกด้วยค่ะ

60
00:02:34,864 --> 00:02:41,033
สำหรับปฏิกิริยาเคมีที่ให้พลังงานอีกประเภทหนึ่งนะคะก็คือปฏิกิริยาเคมีไฟฟ้า

61
00:02:41,144 --> 00:02:46,215
ซึ่งในปัจจุบันก็มีการนำมาใช้ประโยชน์ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างแพร่หลายเลยค่ะ

62
00:02:47,614 --> 00:02:47,883

63
00:02:47,744 --> 00:02:50,228
สำหรับปฏิกิริยานิวเคลียร์

64
00:02:50,174 --> 00:02:55,790
ได้มาจากการสลายของสารกัมมันตรังสีซึ่งใช้เป็นแหล่งพลังงานในการผลิต

65
00:02:55,814 --> 00:02:58,836
กระแสไฟฟ้าไปโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้ค่ะ

66
00:02:59,275 --> 00:02:59,634

67
00:02:59,464 --> 00:02:59,725

68
00:03:00,036 --> 00:03:05,380
เชื้อเพลิงนะคะก็จะเป็นสารเคมีที่ให้พลังงานสำหรับปฏิกิริยาการเผาไหม้

69
00:03:05,485 --> 00:03:09,658
แล้วนักเรียนรู้จักเชื้อเพลิงอะไรกันบ้างคะลองนึกกันดูสิคะ

70
00:03:11,195 --> 00:03:11,425

71
00:03:11,765 --> 00:03:13,959
นึกไม่ออกใช่ไหมคะ

72
00:03:13,875 --> 00:03:17,524
ตัวอย่างของเชื้อเพลิงนะคะก็อย่างเช่นน้ำมัน

73
00:03:17,595 --> 00:03:18,677
ถ่านหิน

74
00:03:18,685 --> 00:03:19,916
หินน้ำมัน

75
00:03:19,834 --> 00:03:21,046
แก๊สธรรมชาติ

76
00:03:21,055 --> 00:03:26,184
ซึ่งเชื้อเพลิงเหล่านี้นะคะก็จะเป็นเชื้อเพลิงที่เราเรียกกันว่า

77
00:03:26,115 --> 00:03:31,024
เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ซึ่งปัจจุบันนะคะก็จะมีการใช้งานกันมากที่สุดค่ะ

78
00:03:31,174 --> 00:03:35,475
และส่วนใหญ่นะคะก็จะเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนค่ะ

79
00:03:36,115 --> 00:03:42,458
จากที่ครูบอกไปเมื่อสักครู่นะคะว่าพลังงานความร้อนที่ได้จากปฏิกิริยาเผาไหม้เชื้อเพลิงนั้น

80
00:03:42,395 --> 00:03:50,795
สามารถนำไปใช้ในการหุงต้มอาหารได้แต่ก็ยังมีการมาใช้ในรถยนต์และยานพาหนะอื่นๆรวมถึงใช้ในการผลิต

81
00:03:50,655 --> 00:03:52,111
ไฟฟ้าอีกด้วยค่ะ

82
00:03:52,065 --> 00:03:57,856
ซึ่งในปัจจุบันนะคะประเทศไทยเราก็จะใช้แก๊สธรรมชาติเป็นแหล่งพลังงานหลักในการผลิต

83
00:03:57,765 --> 00:03:58,987
กระแสไฟฟ้าค่ะ

84
00:03:58,985 --> 00:04:05,254
จากรูปนะคะก็จะเป็นการให้พลังงานความร้อนที่เกิดจากการเผาไหม้ถ่านหินหรือแก๊สธรรมชาติ

85
00:04:05,765 --> 00:04:08,797
นักเรียนก็สามารถสังเกตเห็นได้ตรงที่

86
00:04:09,166 --> 00:04:11,430
ล้อมกรอบสีแดงไว้ตรงนี้นะคะ

87
00:04:12,174 --> 00:04:12,588

88
00:04:12,556 --> 00:04:19,324
ซึ่งพลังงานความร้อนที่ได้ตรงนี้ค่ะก็จะนำไปผลิตในน้ำที่ใช้ในการหมุนกังหันในการกำเนิด

89
00:04:19,475 --> 00:04:20,874
กระแสไฟฟ้า

90
00:04:20,825 --> 00:04:26,934
ได้ค่ะที่เราดูไปแล้วนะคะว่าพลังงานอาจได้มาจากปฏิกิริยาเคมีและนักเรียนรู้

91
00:04:26,786 --> 00:04:32,468
ได้ไหมคะว่าเราสามารถเขียนแสดงปฏิกิริยาเคมีได้ด้วยสมการเคมีค่ะ

92
00:04:32,675 --> 00:04:38,885
จากตัวอย่างของปฏิกิริยาการเผาไหม้โพรเพนซึ่งโพรเพนนะคะก็จะเป็นเชื้อเพลิงชนิด

93
00:04:38,705 --> 00:04:40,811
หนึ่งที่ใช้อยู่ในแก๊สหุงต้มค่ะ

94
00:04:40,817 --> 00:04:48,597
โดยโพรเพนจะทำปฏิกิริยากับแก๊สออกซิเจนได้ผลิตภัณฑ์เป็นแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และไอน้ำค่ะ

95
00:04:49,596 --> 00:04:55,294
เราจะเขียนสูตรเคมีของแก๊สโพรเพนและแก๊สออกซิเจนนะคะซึ่งเป็นสารตั้งต้น

96
00:04:55,235 --> 00:04:55,546

97
00:04:55,486 --> 00:04:56,893
ไว้ทางด้านซ้าย

98
00:04:56,897 --> 00:04:57,102

99
00:04:57,027 --> 00:04:57,565

100
00:04:57,216 --> 00:05:01,899
ถามด้วยลูกศรค่ะซึ่งแสดงทิศทางการเกิดปฏิกิริยาเคมี

101
00:05:02,336 --> 00:05:04,287
และตามด้วยสูตรของ

102
00:05:04,196 --> 00:05:06,200
คาร์บอนไดออกไซด์

103
00:05:06,247 --> 00:05:10,020
และไอน้ำนะคะซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ไว้ทางด้านขวา

104
00:05:09,896 --> 00:05:15,449
จะต้องทำให้จำนวนอะตอมรวมของแต่ละท่าทางด้านซ้ายและทางด้านขวานะคะเท่ากัน

105
00:05:15,346 --> 00:05:16,994
จากตัวอย่างนะคะ

106
00:05:17,836 --> 00:05:22,349
ของสมการเคมีนะคะก็จะมีจำนวนคาร์บอนทั้งหมด 3 อะตอม

107
00:05:22,326 --> 00:05:22,558

108
00:05:22,716 --> 00:05:25,015
มีไฮโดรเจน 8 อะตอม

109
00:05:24,956 --> 00:05:25,185

110
00:05:25,526 --> 00:05:27,986
แล้วก็มีออกซิเจน 1 อะตอมค่ะ

111
00:05:28,997 --> 00:05:29,305

112
00:05:29,246 --> 00:05:36,731
นอกจากจำนวนสารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์ที่แสดงในสมการเคมีแล้วอาจมีสัญลักษณ์อื่นๆที่ใช้แสดงภาวะหรือป่ะ

113
00:05:36,677 --> 00:05:42,879
อะไรต่างๆที่เกี่ยวข้องในการเกิดปฏิกิริยาเคมีด้วยเช่นสถานะของสาร

114
00:05:42,886 --> 00:05:44,489
การดูดพลังงาน

115
00:05:44,436 --> 00:05:45,954
การคายพลังงาน

116
00:05:47,247 --> 00:05:52,577
สำหรับสถานะของสารนะจะเขียนอยู่ในวงเล็บต่อท้ายสูตรเคมีแต่เนื้อ

117
00:05:52,435 --> 00:05:52,881

118
00:05:53,017 --> 00:05:58,373
ปฏิกิริยาการเผาไหม้ของโพรเพนนะคะสารชนิดอยู่ในสถานะแก๊สเราจึงเปลี่ยนสถานะ

119
00:05:58,457 --> 00:06:01,923
สมการเคมีที่แสดงสถานะของสารได้ดังนี้ค่ะ

120
00:06:05,637 --> 00:06:08,255
สถานการณ์อื่นๆของสารจะใช้

121
00:06:08,387 --> 00:06:12,120
สัญลักษณ์ตามที่แสดงในตารางนี้เลยนะคะ

122
00:06:12,106 --> 00:06:13,468
โลลิ

123
00:06:13,447 --> 00:06:16,786
หมายถึงสารอยู่ในสถานะของแข็ง

124
00:06:16,777 --> 00:06:18,094
รอบมาจากริบบิ้น

125
00:06:18,197 --> 00:06:20,765
หมายถึงสารที่อยู่ในสถานะของเหลว

126
00:06:20,756 --> 00:06:26,660
แก๊สอย่างที่เราไปเมื่อสักครู่นะคะคุณเอคิวหรือเครียดก็คือสารที่มี

127
00:06:26,908 --> 00:06:28,838
น้ำในตัวทำละลายนั้นเองค่ะ

128
00:06:29,147 --> 00:06:35,375
คราวนี้นะคะเรามาดูสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดูดหรือการคายพลังงานของปฏิกิริยาการต่อเลย

129
00:06:35,237 --> 00:06:41,881
สำหรับปฏิกิริยาคายพลังงานนะคะจะเขียนตัวเลขหรือข้อความไว้ทางด้านขวา

130
00:06:42,088 --> 00:06:49,112
ของสมการเคมีค่ะเช่นสมการนี้ราคาก็จะเป็นสมการของปฏิกิริยาการเผาไหม้โพรเพน

131
00:06:49,197 --> 00:06:51,938
เป็นปฏิกิริยาที่คายพลังงาน

132
00:06:53,617 --> 00:06:55,750
20 กิโลเมตรต่อโจนะคะ

133
00:06:55,727 --> 00:06:56,101

134
00:06:56,757 --> 00:06:59,089
ที่ขายออกมาได้ดังนี้ค่ะ

135
00:07:01,688 --> 00:07:07,361
หรือเอาหลอดจะเขียนคำว่าพลังงานหรือเอนเนอร์จีแทนตัวเลขก็ได้นะคะ

136
00:07:08,679 --> 00:07:14,734
ในทำนองเดียวกันนะคะสำหรับปฏิกิริยาหรือพลังงานเราจะเขียนตัวเลขแสดงปริมาณพลังงานที่ใช้ใน

137
00:07:14,567 --> 00:07:17,371
กริยาหรือเขียนคำว่าพลังงาน

138
00:07:17,316 --> 00:07:20,489
เอนเนอร์จีไว้ทางด้านซ้ายของสมการเคมีค่ะ

139
00:07:20,648 --> 00:07:26,512
เล็กสำหรับปฏิกิริยาเคมีที่มีการดูดหรือคายพลังงานในรูปของพลังงานความร้อน

140
00:07:26,360 --> 00:07:31,992
เราก็จะเรียกว่าปฏิกิริยาดูดความร้อนหรือปฏิกิริยาคายความร้อนตามลำดับ

141
00:07:31,928 --> 00:07:32,369

142
00:07:34,107 --> 00:07:38,593
เอามาดูสัญลักษณ์อื่นๆในสมการเคมีเพิ่มเติมกันเลยดีกว่าค่ะ

143
00:07:38,908 --> 00:07:45,175
ในบางปฏิกิริยาเช่นปฏิกิริยาการเผาไหม้จะมีการให้ความร้อนเพื่อให้สารเริ่มทำปกติ

144
00:07:45,058 --> 00:07:46,006
กริยา

145
00:07:46,338 --> 00:07:49,482
ซึ่งสามารถแสดงด้วยสัญลักษณ์เดลต้าได้ค่ะ

146
00:07:50,698 --> 00:07:51,122

147
00:07:51,148 --> 00:07:53,510
หรืออาจจะเขียนคำว่าความร้อน

148
00:07:53,517 --> 00:07:55,793
หรือ heat ไว้บนลูกศรนะคะ

149
00:07:56,528 --> 00:07:56,797

150
00:07:57,299 --> 00:07:57,624

151
00:07:57,558 --> 00:08:03,977
ซึ่งสัญลักษณ์ที่เขาเขียนไว้บนลูกศรนะคะเราจะใช้เพียงเพื่อบอกเงื่อนไขการเกิดปฏิกิริยาเคมีเท่านั้น

152
00:08:04,087 --> 00:08:09,655
ไม่ได้ระบุว่าเป็นปฏิกิริยาดังกล่าวหรือเป็นปฏิกิริยาดูดหรือคายพลังงานค่ะ

153
00:08:10,559 --> 00:08:15,055
นอกจากนี้นะคะปฏิกิริยาเคมีที่ใช้ในตัวเร่งปฏิกิริยา

154
00:08:14,978 --> 00:08:15,495

155
00:08:15,489 --> 00:08:20,520
หรือปฏิกิริยาที่ใช้แสงก็จะมีการเขียนสัญลักษณ์ไว้บนลูกศรเช่นกันค่ะ

156
00:08:20,488 --> 00:08:21,508
เช่น

157
00:08:22,158 --> 00:08:22,538

158
00:08:22,478 --> 00:08:27,467
ปฏิกิริยานี้นะคะก็จะมีการใช้โลหะ Platinum เป็นตัวเลขปฏิกิริยา

159
00:08:27,789 --> 00:08:27,999

160
00:08:28,499 --> 00:08:32,922
ส่วนปฏิกิริยานี้ก็เป็นปฏิกิริยาที่มีการใช้แสงสำหรับ

161
00:08:33,679 --> 00:08:35,563
ใช้ในการเกิดปฏิกิริยานั่นเอง

162
00:08:35,478 --> 00:08:35,920

163
00:08:36,239 --> 00:08:42,231
คราวนี้เรามาลองทำแบบฝึกหัดโจทย์ราคาถามว่าจากสมการเคมีต่อไปนี้

164
00:08:42,588 --> 00:08:49,239
ใดเป็นสารตั้งต้นผลิตภัณฑ์และมีข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาเคมีอย่างไร

165
00:08:49,318 --> 00:08:50,905
นักเรียนลองหยุดคิด

166
00:08:50,848 --> 00:08:52,450
และทำกันได้เลยนะคะ

167
00:08:55,529 --> 00:09:01,023
เรามาดูเฉลยกันเลยดีกว่าค่ะตอนนี้ทุกคนคงทำกันเสร็จแล้วใช่ไหมคะ

168
00:09:00,839 --> 00:09:07,918
กริยานี้นะเราจะเขียนสูตรเคมีของโลหะโซเดียมและน้ำไว้ทางด้านซ้ายดังนั้นสารตั้งต้น

169
00:09:07,759 --> 00:09:10,139
โลหะโซเดียมและน้ำนั้นเองค่ะ

170
00:09:10,399 --> 00:09:15,255
ส่วนผลิตภัณฑ์ก็จะเป็นสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์และแก๊สไฮโดรเจน

171
00:09:15,261 --> 00:09:19,622
และสมการนี้ราคาก็จะมีการเขียนพลังงานไว้ทางด้านขวา

172
00:09:19,489 --> 00:09:23,782
ดังนั้นปฏิกิริยานี้ก็จะเป็นปฏิกิริยาคายพลังงานค่ะ

173
00:09:24,929 --> 00:09:28,219
เรามาดูปฏิกิริยาต่อไปก็เลยดีกว่าค่ะ

174
00:09:28,399 --> 00:09:32,190
เหมือนเดิมนะคะลองหยุดคิดและทำเพื่อตัวเองนั่นก่อนค่ะ

175
00:09:32,430 --> 00:09:32,689

176
00:09:35,891 --> 00:09:41,509
ตอนนี้ทุกคนคงทำกันเสร็จแล้วใช่ไหมคะแล้วเอามาเฉลยไปพร้อมๆกันเลยนะคะ

177
00:09:41,911 --> 00:09:45,948
สำหรับปฏิกิริยานี้สารตั้งต้นก็คือ 1 น้ำค่ะ

178
00:09:46,080 --> 00:09:51,153
ส่วนผลิตภัณฑ์ก็จะเป็นไฮโดรเจนและแก๊สออกซิเจนนั้นเอง

179
00:09:51,651 --> 00:09:51,901

180
00:09:51,781 --> 00:09:55,112
นอกจากนี้นะคะปฏิกิริยานี้ก็ยังมีการใช้

181
00:09:55,492 --> 00:09:56,834
กรดซัลฟิวริก

182
00:09:56,902 --> 00:09:58,839
เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาค่ะ

183
00:09:59,531 --> 00:10:06,281
เรามาดูสรุปเนื้อหาเรื่องเรียนที่เรียนวันนี้ก็เลยดีกว่านะคะพลังงานนะคะที่นำมาใช้ประโยชน์

184
00:10:06,122 --> 00:10:14,294
สีประจำวันของเราอาจได้มาจากปฏิกิริยาเคมีหรือปฏิกิริยานิวเคลียร์โดยพลังงานจากปฏิกิริยาเคมีนะคะอาจจะอยู่ในรูป

185
00:10:14,133 --> 00:10:15,739
ของพลังงานความร้อน

186
00:10:16,003 --> 00:10:17,331
พลังงานแสง

187
00:10:17,603 --> 00:10:19,119
หรือพลังงานไฟฟ้าค่ะ

188
00:10:20,033 --> 00:10:20,391

189
00:10:20,733 --> 00:10:27,210
แล้วก็สำหรับปฏิกิริยาการเผาไหม้เชื้อเพลิงนะคะก็จะเป็นปฏิกิริยาเคมีที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน

190
00:10:27,144 --> 00:10:31,277
ซึ่งจะให้พลังงานที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้แตกต่างกัน

191
00:10:32,844 --> 00:10:33,051

192
00:10:33,164 --> 00:10:33,482

193
00:10:33,485 --> 00:10:39,932
ปฏิกิริยาเคมีนะคะก็จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการจัดเรียงตัวใหม่ของอะตอมของธาตุ

194
00:10:40,404 --> 00:10:43,258
โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงชนิดของธาตุนะคะ

195
00:10:43,864 --> 00:10:48,179
แล้วก็สำหรับปฏิกิริยานิวเคลียร์นะคะก็จะแตกต่างกันค่ะ

196
00:10:48,165 --> 00:10:51,828
ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงภายในนิวเคลียสของธาตุ

197
00:10:52,004 --> 00:10:52,401

198
00:10:52,444 --> 00:10:57,652
ซึ่งนำเปลี่ยนแปลงนี้ราคานำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชนิดของธาตุและไอโซโทปได้ค่ะ

199
00:10:58,025 --> 00:11:02,896
เราสามารถเขียนปฏิกิริยาเคมีแสดงได้ด้วย 2 ประการเคมีนะคะ

200
00:11:03,205 --> 00:11:09,488
โดยการเขียนสมการเคมีค่ะเราจะเขียนสูตรเคมีของสารตั้งต้นไว้ทางด้านซ้ายของลูก

201
00:11:09,296 --> 00:11:10,001
สอน

202
00:11:10,195 --> 00:11:14,956
และเขียนสูตรเคมีของผลิตภัณฑ์นะคะไว้ทางด้านขวาของลูกศร

203
00:11:14,876 --> 00:11:18,152
เราจะต้องทำให้จำนวนอะตอมรวมของแต่ละธาตุ

204
00:11:18,135 --> 00:11:18,460

205
00:11:18,395 --> 00:11:20,963
ทางด้านซ้ายและด้านขวาเท่ากันค่ะ

206
00:11:21,727 --> 00:11:26,124
นอกจากนี้นะคะในสมการเคมีอาจมีสัญลักษณ์อื่นๆ

207
00:11:26,087 --> 00:11:31,286
ที่ใช้แสดงภาวะและปัจจัยต่างๆที่เกี่ยวข้องในการเกิดปฏิกิริยาเคมีค่ะ

208
00:11:31,985 --> 00:11:37,944
สำหรับคลิปนี้นะคะก็จะต้องขอจบลงเพียงเท่านี้ส่วนคลิปหน้ามันก็จะเป็นเรื่องของเธอ

209
00:11:37,747 --> 00:11:41,071
ตอนที่ 2 อย่าลืมติดตามชมกันนะคะ

210
00:11:41,398 --> 00:11:42,608
สวัสดีครับ

211
00:11:42,547 --> 00:11:42,964

212
00:11:42,808 --> 00:11:44,133
เสียงดนตรี

213
00:11:44,408 --> 00:11:44,676


