﻿1
00:00:09,223 --> 00:00:13,223
[เสียงดนตรี]

2
00:00:44,129 --> 00:00:48,129
(คุณครูชาญณรงค์) สวัสดีครับ นักเรียนทุกคนวันนี้มาพบกับชาญณรงค์ พูนเพิ่ม นะครับ

3
00:00:49,268 --> 00:00:53,116
ในคลิปนี้เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับเนื้อหาบทที่ 4 เรื่องพลังงานครับ

4
00:00:53,116 --> 00:00:55,054
แต่เนื้อหาที่เราจะเรียนรู้มีอะไรบ้าง

5
00:00:55,054 --> 00:00:57,184
เดี๋ยวเราไปดูรายละเอียดกันเลยนะครับ

6
00:00:57,184 --> 00:00:58,573
ในบทพลังงานนี้

7
00:00:58,573 --> 00:01:02,573
จะมีอยู่ด้วยกัน

8
00:01:03,576 --> 00:01:07,576
3 หัวข้อนะครับ ในคลิปนี้เราจะมาเรียนรู้ในหัวข้อที่ 2 เรื่องแบตเตอรี่นะครับ

9
00:01:08,247 --> 00:01:09,384
จากที่ผ่านมา นักเรียนคงจะทราบกันแล้วนะครับ ว่า

10
00:01:09,384 --> 00:01:13,384
พลังงานนั้น

11
00:01:15,127 --> 00:01:16,803
มาจากแหล่งต่าง ๆ ที่หลากหลายนะครับ ในหัวข้อนักเรียนจะได้รู้จักกับ

12
00:01:16,803 --> 00:01:18,923
แหล่งพลังงานที่

13
00:01:18,923 --> 00:01:22,923
อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น

14
00:01:24,626 --> 00:01:28,089
แบตเตอรี่นะครับ ที่พบเห็นในชีวิตประจำวันดังรูปนะครับ รูปแรกเป็นถ่านไฟฉายนะครับ

15
00:01:28,089 --> 00:01:29,492
ถัดมาเป็นถ่านอัลคาไลน์

16
00:01:29,492 --> 00:01:33,492
ข้างล่างนะครับ

17
00:01:35,104 --> 00:01:39,104
เป็นแบตเตอรี่ตะกั่วในรถยนต์ และสุดท้ายนะครับ เป็นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนนะครับ

18
00:01:40,328 --> 00:01:44,328
นักเรียนคิดดูนะครับ ว่าพลังงานที่ได้จากแบตเตอรี่เป็นพลังงานรูปแบบใดครับ

19
00:01:48,338 --> 00:01:51,565
พลังงานที่ได้จากแบตเตอรี่เป็นพลังงานไฟฟ้านะครับ

20
00:01:51,565 --> 00:01:55,565
โดยในแบตเตอรี่จะเกิดปฏิ

21
00:01:56,928 --> 00:01:57,735
กิริยาเคมีที่มีการถ่ายโอนอิเล็กตรอนเรียกว่าปฏิกิริยา

22
00:01:57,735 --> 00:02:00,956
ร

23
00:02:00,956 --> 00:02:03,515
ีดอกซ์ เช่น ในถ่านไฟฉายนั้น

24
00:02:03,515 --> 00:02:07,302
ในขั้วสังกะสี ซึ่งเป็นขั้วลบ

25
00:02:07,302 --> 00:02:10,301
จะออกมาอิเล็กตรอนจะเป็น

26
00:02:10,301 --> 00:02:13,435
เคลื่อนที่ซึ่งเป็นคาร์บอนที่เคลือบ

27
00:02:13,435 --> 00:02:13,938
อิเล็กตรอนHeineken

28
00:02:13,938 --> 00:02:17,523
นะครับ

29
00:02:17,523 --> 00:02:18,692
ะทำให้

30
00:02:18,692 --> 00:02:21,756
เกิดกระแสไฟฟ้า

31
00:02:21,756 --> 00:02:24,149
คลื่นซึ่งมีทิศทางตรงกันข้ามกับ

32
00:02:24,149 --> 00:02:26,643
การเคลื่อนที่อิเล็กตรอนนะครับ และในฐาน

33
00:02:26,643 --> 00:02:28,055
ไฟฉายจะมีอิเล็กโทรไลต์

34
00:02:28,055 --> 00:02:29,121
ช่วยในการนำไฟฟ้า

35
00:02:29,121 --> 00:02:33,121
ระหว่างขั้วอีกด้วยนะครับ

36
00:03:13,141 --> 00:03:17,141
ถ่านไฟฉายเป็นแบตเตอรี่ที่ไม่สามารถนำมาบรรจุเพื่อใช้ใหม่ได้นะครับ

37
00:03:18,229 --> 00:03:21,155
ซึ่งจะแตกต่างจากแบตเตอรี่ในมือถือหรือแบตเตอรี่ในตะกั่วรถยนต์นะครับ

38
00:03:21,155 --> 00:03:25,016
ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ที่สามารถนำไป

39
00:03:25,016 --> 00:03:27,052
บรรจุใหม่ได้ โดยปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นใน

40
00:03:27,052 --> 00:03:29,738
กระบวนการประจุ

41
00:03:29,738 --> 00:03:33,738
ที่เกิดขึ้นในปฏิกิริยารีดอกซ

42
00:03:34,884 --> 00:03:37,114
์ที่เกิดขึ้นตรงกันข้ามในการให้กระแสไฟฟ้านะครับ สารที่เป็นองค์ประกอบ

43
00:03:37,114 --> 00:03:38,449
ในแบตเตอรี่ส่วนใหญ่เป็นสารเคมีที่อันตราย

44
00:03:38,449 --> 00:03:39,947
ซึ่งเป็น

45
00:03:39,947 --> 00:03:43,947
แบตเตอรี่

46
00:03:47,626 --> 00:03:49,414
ที่ทิ้งในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้นะครับ เช่น ในถังขยะนี้นะครับ จะมีคำว่า

47
00:03:49,414 --> 00:03:51,784

48
00:03:51,784 --> 00:03:55,784
บอกไว้นะครับ

49
00:03:56,468 --> 00:03:58,816
ที่บอกว่าโครงการการแกล้งดินอันเนื่องมาจาก

50
00:03:58,816 --> 00:04:02,005
ราชดำริ

51
00:04:02,005 --> 00:04:04,850
พ

52
00:04:04,850 --> 00:04:07,495
ระบาทสมเด็จชนกาธิเบศ โทรหาสมเด็จ

53
00:04:07,495 --> 00:04:08,311
มีดินเปรี้ยวซึ่งมีสภาพ

54
00:04:08,311 --> 00:04:11,173
การเป็นกรด

55
00:04:11,173 --> 00:04:12,842
ซึ่งไม่สามารถเพาะปลูกได้

56
00:04:12,842 --> 00:04:15,842
โดยการกำจัด

57
00:04:15,842 --> 00:04:17,303
กำมะถันเป็นการกำจัด

58
00:04:17,303 --> 00:04:19,067
ร

59
00:04:19,067 --> 00:04:23,067
ีดอกซ์ในออกซิเจนได้ครับ

60
00:04:23,971 --> 00:04:25,037
นอกจากในแบตเตอรี่แล้วยังมีปฏิกิริยารีดอก

61
00:04:25,037 --> 00:04:29,037
ซ์ที่พบเห็นใน

62
00:04:30,983 --> 00:04:32,010
ชีวิตประจำวันอีกจำนวนมากนะครับ เช่น ปฏิกิริยาการเผาไหม้หรือการหุง

63
00:04:32,010 --> 00:04:33,998
มาหานะครับ

64
00:04:33,998 --> 00:04:35,149
ปฏิกิริยาการ

65
00:04:35,149 --> 00:04:38,997
เกิดสนิมของโลหะ

66
00:04:38,997 --> 00:04:42,997
ปฏิกิริยาในการสังเคราะห์ด้วยแสงนะครับ

67
00:04:43,153 --> 00:04:45,497
และยังมีปฏิกิริยาเคมีในการหายใจ

68
00:04:45,497 --> 00:04:49,497
ปฏิกิริยาเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับ

69
00:04:50,685 --> 00:04:54,685
กระแสไฟฟ้าในแบตเตอรี่นะครับ นักเรียนมาลองทำแบบฝึกหัดกันนะครับ

70
00:04:55,354 --> 00:04:56,670
เราจะมาพิจารณาข้อความเกี่ยวกับ

71
00:04:56,670 --> 00:04:58,546
ปฏิกิริยารีดอกซ์

72
00:04:58,546 --> 00:05:02,185
แล้วดูว่าข้อไหนผิด

73
00:05:02,185 --> 00:05:05,884
ข้อไหนถูกนะครับ นักเรียนเอาคิดไปก่อนนะครับ

74
00:05:05,884 --> 00:05:08,291
เสร็จแล้วเดี๋ยวเราค่อยมาดูเฉลยกันนะครับ

75
00:05:08,291 --> 00:05:12,291
[เสียงดนตรี

76
00:05:13,289 --> 00:05:16,239
] เอาล่ะครับ

77
00:05:16,239 --> 00:05:18,096
เรามาดูเฉลยกันนะครับ

78
00:05:18,096 --> 00:05:20,525
ข้อ 1

79
00:05:20,525 --> 00:05:23,072
ปฏิกิริยารีดอกซ์ให้

80
00:05:23,072 --> 00:05:24,610
กระแสไฟฟ้าเสมอ เป็นอย่างไรครับ

81
00:05:24,610 --> 00:05:28,193
ข้อนี้ถูกหรือผิด

82
00:05:28,193 --> 00:05:31,653
ครับ ข้อนี้ผิดนะครับ

83
00:05:31,653 --> 00:05:32,810
เพราะว่ามีปฏิกิริยารีดอก

84
00:05:32,810 --> 00:05:36,810
ซ์ที่ไม่ได้ให้

85
00:05:36,929 --> 00:05:40,929
กระแสไฟฟ้าอยู่หลายปฏิกิริยาเลยนะครับ เช่น

86
00:05:41,065 --> 00:05:42,955
ปฏิกิริยาเผาไหม้ ปฏิกิริยาไฟฟ้า ปฏิกิริยาสนิมที่ไม่เกี่ยวกับ

87
00:05:42,955 --> 00:05:46,955
สายไฟฟ้าเลยนะครับ

88
00:05:48,711 --> 00:05:49,718
ลูกน้องปฏิกิริยารีดอกซ์ให้ความร้อนและแสงสว่างเสมอ ข้อนี้เป็นอย่างไรครับ

89
00:05:49,718 --> 00:05:52,092
ถูกหรือผิดครับ

90
00:05:52,092 --> 00:05:54,071
แน่นอน

91
00:05:54,071 --> 00:05:55,633
ข้อนี้ผิดครับ

92
00:05:55,633 --> 00:05:59,633
แน่นอนแล้วครับ

93
00:06:00,188 --> 00:06:02,913
ปฏิกิริยารีดอกซ์ไม่ได้ให้ความร้อนและแสงสว่างเลยนะครับ

94
00:06:02,913 --> 00:06:04,031
เช่น ปฏิกิริยาในแบตเตอรี่ครับ

95
00:06:04,031 --> 00:06:07,092
ข้อ 3 ครับ

96
00:06:07,092 --> 00:06:07,851
ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในแบตเตอรี่

97
00:06:07,851 --> 00:06:09,530
เป็น

98
00:06:09,530 --> 00:06:13,530

99
00:06:15,404 --> 00:06:16,835
ปฏิกิริยารีดอกซ์ครับ แน่นอนครับ ข้อนี้ถูกครับ และข้อสุดท้ายนะครับ ปฏิกิริยารีดอก

100
00:06:16,835 --> 00:06:20,148
มีการถ่ายโอน

101
00:06:20,148 --> 00:06:21,772
อิเล็กตรอนระหว่างสารเคมีเสมอแน่นอนครับ

102
00:06:21,772 --> 00:06:24,380
ข้อนี้ถูกแล้วครับ

103
00:06:24,380 --> 00:06:28,380
ก็เป็นไปตามความหมายปฏิกิริยา

104
00:06:31,498 --> 00:06:35,498
รีดอกซ์ที่ได้สอนไปเมื่อกี้นะครับ เดี๋ยวเรามาสรุปเนื้อหาที่เราเรียนไปเมื่อกี้กันนะครับ

105
00:06:35,908 --> 00:06:38,743
ปฏิกิริยารีดอกซ์เป็นปฏิกิริยาเคมีที่มีการถ่ายโอน

106
00:06:38,743 --> 00:06:41,379
ตอนระหว่างสารนะครับ และปฏิรูป

107
00:06:41,379 --> 00:06:45,379
กิริยารีดอกซ์มีทั้งที่ให้

108
00:06:48,104 --> 00:06:52,104
กระแสไฟฟ้าเช่นปฏิกิริยาในแบตเตอรี่และไม่ให้กระแสไฟฟ้า เช่น ปฏิกิริยาการเผาไหม้

109
00:06:55,955 --> 00:06:56,425
ปฏิกิริยาการเกิดสนิมของโลหะ ปฏิกิริยาในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง และในวันนี้นักเรียนก็จะได้รู้

110
00:06:56,425 --> 00:06:58,153
เกี่ยวกับ

111
00:06:58,153 --> 00:07:01,175
เรื่องแบตเตอรี่ไปแล้ว

112
00:07:01,175 --> 00:07:02,358
แล้ววันนี้จะให้ทุกคนเรียนรู้ต่างกันไปนะครับ

113
00:07:02,358 --> 00:07:05,840
ขอบคุณครับ

114
00:07:05,840 --> 00:07:09,840
[เสียงดนตรี]

