﻿1
00:00:16,742 --> 00:00:20,742

2
00:00:36,175 --> 00:00:40,175
(คุณณัฏฐิกา) สวัสดีค่ะนักเรียน

3
00:00:50,991 --> 00:00:54,991
สำหรับคลิปนี้นะคะ จะเรียนเนื้อหาในบทที่ 4 เรื่องของพลังงาน ซึ่งบทนี้

4
00:00:56,408 --> 00:00:59,138
ก็จะเป็นบทเรียนสุดท้ายของหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์

5
00:00:59,138 --> 00:01:00,878
กายภาพ แต่ก่อนอื่น เรามาดูกันก่อนค่ะ ว่าในบทพลังงานมี

6
00:01:00,878 --> 00:01:04,878
หัวข้ออะไรบ้าง ในบทพลังงานนะคะ จะมีด้วยกัน

7
00:01:06,693 --> 00:01:10,693
3 หัวข้อค่ะ แต่ในคลิปนี้ เราจะมาเรียนในหัวข้อ

8
00:01:12,240 --> 00:01:12,737
แรกเท่านั้น ซึ่งก็คือหัวข้อของเชื้อเพลิงนั่นเอง

9
00:01:12,737 --> 00:01:16,737
แต่ก่อนที่เราจะไปพูดถึงเรื่องของเชิญเพลิงกันถนั้น นักเรียนรู้ไหมคะ ว่า

10
00:01:17,399 --> 00:01:21,399
พลังงานที่เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวันมีแบบไหนบ้าง

11
00:01:23,365 --> 00:01:27,365
พลังงานที่เราใช้กันในชีวิตประจำวัน

12
00:01:28,373 --> 00:01:32,168
นะคะ มีหลายรูปแบบเลยค่ะ เช่น พลังงานความร้อน พลังงานแสง พลังงานไฟฟ้า

13
00:01:32,168 --> 00:01:36,168
พลังงานิวเคลียร์ แล้วนักเรียนคิดว่า

14
00:01:40,098 --> 00:01:44,098
พลังงานเหล่านี้ได้มาอย่างไรคะ พลังงานที่ครูยกตัวอย่าง อาจได้มาจากปฏิกิริยาเคมี

15
00:01:49,395 --> 00:01:50,522
ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการจัดเรียงตัวใหม่ของ

16
00:01:50,522 --> 00:01:54,522
ธาตุ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงชนิดของธาตุ

17
00:01:57,365 --> 00:02:01,365
หรือการได้พลังงาน อาจได้มาจากปฏิกิริย

18
00:02:03,023 --> 00:02:07,023
การเปลี่ยนแปลงภายในนิวเคลียสของธาตุชนิดของไอโซโทป ซึ่งปฏิกิริยานี่นะคะ

19
00:02:09,720 --> 00:02:13,413
จะไม่จัดเป็นปฏิกิริยาเคมีนี้นะคะ

20
00:02:13,413 --> 00:02:16,439
ตัวอย่างของปฏิกิริยาเคมี ก็มีตัวอย่างมากมายนะคะ

21
00:02:16,439 --> 00:02:18,737
เช่น ปฏิกิริยาการเผาไหม้ หรือบางคนเรียกว่า

22
00:02:18,737 --> 00:02:22,737
"ปฏิกิริยาสันดาป" ซึ่งปฏิกิริยานี้นะคะ จะพบได้บ่อย

23
00:02:25,057 --> 00:02:29,057
ในชีวิตประจำวัน โดยปฏิกิริยาการเผาไหม้นี้

24
00:02:30,981 --> 00:02:32,801
ก็จะให้พลังงาน ที่เรานำมาใช้ประโยชน์มากมายหลายอย่าง

25
00:02:32,801 --> 00:02:36,801
เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิงก็จะให้พลังงานความร้อนที่เราสามารถไปไปใช้ในการหุงต้มอาหารได้

26
00:02:38,224 --> 00:02:40,417
หรือให้พลังงานแสง สำหรับการส่องสว่าง

27
00:02:40,417 --> 00:02:44,417
นอกจากนี้นะคะ ปฏิกิริยา อาหาร

28
00:02:50,671 --> 00:02:54,671
ในร่างกายของเรานั้น ยังให้พลังงานกับสิ่งมีชีวิตสำหรับใช้ในการดำรงชีวิตอีกด้วยค่ะ สำหรับปฏิกิริยา

29
00:02:55,717 --> 00:02:59,717
เคมีอีกประเภทหนึ่งนะคะ ที่ให้พลังงานอีกประเภทหนึ่งนะคะ ก็คือ

30
00:03:00,196 --> 00:03:04,196
เคมีไฟฟ้า ซึ่งในปัจจุบัน ก็มีการนำมาใช้ประโยชน์

31
00:03:07,042 --> 00:03:11,042
ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กันอย่างแพร่หลายเลยค่ะ สำหรับปฏิกิริยานิวเคลียร์ ก็จะได้มาจากการสลาย

32
00:03:11,768 --> 00:03:15,105
ของสารกำมันตรังสี

33
00:03:15,105 --> 00:03:17,686
กระแสไฟฟ้า ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้ค่ะ

34
00:03:17,686 --> 00:03:21,686
เชื้อเพลิงนะคะ จะเป็นสารเคมีการให้

35
00:03:23,892 --> 00:03:27,892
สำหรับปฏิกิริยาเผาไหม้ แล้วนักเรียนรู้จักเชื้อเพลิงอะไรกันบ้างคะ

36
00:03:29,519 --> 00:03:30,082
ลองนึกกันดูสิคะ

37
00:03:30,082 --> 00:03:34,082
นึกกันออกใช่ไหมคะ ตัวอย่างของเชื้อเพลิงนะคะ ก็อย่าง

38
00:03:36,928 --> 00:03:40,928
เช่น น้ำมัน ถ่านหิน หินน้ำมัน แก๊ซธรรมชาติ ซึ่งเชื้อเพลิงเหล่านี้นะคะ เป็นเชื้อเพิลงที่เรียกว่า "

39
00:03:42,621 --> 00:03:46,621
เชื้อเพลิงที่เราเรียกกันว่า "เชื้อเพล

40
00:03:51,057 --> 00:03:54,697
ิงน้ำมัน" ซึ่งปัจจุบันนะคะ ก็จะมีการใช้งานมากที่สุด

41
00:03:54,697 --> 00:03:58,300
และส่วนใหญ่นะคะ ก็จะเป็นไฮโดรคาร์บอนค่ะ จากที่ครูบอกไปเมื่อสักครู่นะคะ ว่าปฏิกิริยาความร้อน

42
00:03:58,300 --> 00:04:01,136
ที่ได้จากปฏิกิริยาเผาไหม้เชื้อเพลิงนั้

43
00:04:01,136 --> 00:04:05,136
น สามารถในการหุงต้มอาหารได้ แต่ก็ยังมีการใช้กับรถยนต์

44
00:04:10,873 --> 00:04:14,873
และยานพาหนะอื่น ๆ และรวมถึงการผลิตไฟฟ้าอีกด้วยค่ะ ซึ่งในปัจุจุบันนะคะ ประเทศไทยเราก็จะใช้แก๊สธรรมชาติ ในการใช้แหล่งพลังงาน

45
00:04:16,033 --> 00:04:17,698
ธรรมชาติ เป็นแหล่งพลังงานหลัก

46
00:04:17,698 --> 00:04:21,698
จากรูปนะคะ ก็จะเป็นการให้พลังงานความร้อน ที่เกิดจากการเผาไหม้

47
00:04:26,439 --> 00:04:26,907
ถ่านหินหรือแก๊ซธรรมชาติ ซึ่งนักเรียนก็จะสามารถ

48
00:04:26,907 --> 00:04:29,544
สังเกตเห็นได้ตรงที่ล้อมกรอบสีแดงไว้ตรงนี้นะคะ ซึ่ง

49
00:04:29,544 --> 00:04:33,544
พลังงานความร้อนที่ได้ตรงนี้น่ะค่ะ

50
00:04:38,132 --> 00:04:42,132
ก็จะนำไปผลิตพลังงานไฟฟ้า ในการหมุนในเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ที่ทำให้เกิดไ

51
00:04:43,072 --> 00:04:46,281
ด้ค่ะ จากที่เรารู้กันแล้วนะคะ ว่าพลังงานอาจได้มาจากปฏิกิริยาเคมี แล้วนักเรียนรู้ไหมคะ ว่า

52
00:04:46,281 --> 00:04:50,281
เราสามารถเขียนสมาการเคมีได้ด้วย

53
00:04:55,076 --> 00:04:57,308
ค่ะ จากตัวอย่างของการเผาไหม้ซึ่งโพรเพนจะเป็นเชื้อเพลิงชนิดหนึ่ง

54
00:04:57,308 --> 00:05:01,308
ที่ใช้อยู่ในแก๊สหุงตุ้มค่ะ โดยโพรเพนจะทำปฏิกิริยากับแก๊สออกซิเจตน ที่ใช้อยู่ในแก๊สหุงตุ้มค่ะ โดยโพรเพนจะทำปฏิกิริยากับก๊า

55
00:05:07,083 --> 00:05:10,624
ออกซิเจน ได้ผลิดภัณฑ์

56
00:05:10,624 --> 00:05:13,085
และไอน้ำค่ะ เราจะเขียนสูตรเคมีของแก๊สโพรเพน

57
00:05:13,085 --> 00:05:15,708
โพรเพนและแก๊ซออกซิเจน ซึ่งเป็นสารตั้งต้น

58
00:05:15,708 --> 00:05:18,924
ไว้ทางด้านซ้าย ตามด้วยลูกศรค่ะ ซึ่งแสดงทิศทาง

59
00:05:18,924 --> 00:05:21,105
การเกิดปฏิกิริยาเคมี

60
00:05:21,105 --> 00:05:25,105
และตามด้วยสูตรของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และไอน้ำนะคะ

61
00:05:27,804 --> 00:05:28,755
ผลิตภัณฑ์ไว้ทางด้านขวา ซึ่งเราจะทำให้

62
00:05:28,755 --> 00:05:32,755
อะตอมรวมของแต่ละธาตุทางด้านซ้ายและด้านขวานะคะ เท่ากัน

63
00:05:34,644 --> 00:05:38,644
จากตัวอย่างนะคะ แต่ละด้านของสมการ

64
00:05:42,002 --> 00:05:44,677
เคมีนะคะ ประกอบด้วย คาร์บอนทั้งหมด 3 อะตอม มีไฮโดรเจน 8 อะตอม

65
00:05:44,677 --> 00:05:47,893
ไฮโดรเจน 8 อะตอม และ

66
00:05:47,893 --> 00:05:50,068
10 อะตอมค่ะ นอกจากจำนวนสารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์

67
00:05:50,068 --> 00:05:54,068
ที่แสดงในสมการเคมีแล้ว อาจใช้สัญลักษณ์อื่น ๆ

68
00:05:56,883 --> 00:06:00,883
ที่แสดงภาวะ หรือปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาเคมี

69
00:06:02,423 --> 00:06:06,183
ด้วย เช่น สถานะของสาร การดูดพลังงาน และการคายพลังงาน สำหรับสถานะ

70
00:06:06,183 --> 00:06:10,183
ของสารนั้น จะเขียนอยู่ในวงเล็บ ต่อท้ายสูตรเคมี

71
00:06:10,802 --> 00:06:14,802
เนื่องจากปฏิกิริยาเผ้าไหม้โพรเพน

72
00:06:18,190 --> 00:06:22,190
สถานแก๊ซ เราจึงเขียนสมการของเคมี

