﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,004 --> 00:00:08,004

3
00:00:08,008 --> 00:00:12,008
[เสียงดนตรี]

4
00:00:12,011 --> 00:00:16,011

5
00:00:16,015 --> 00:00:20,015

6
00:00:20,018 --> 00:00:24,018

7
00:00:24,021 --> 00:00:28,021

8
00:00:28,023 --> 00:00:32,023

9
00:00:32,025 --> 00:00:36,025
(คุณณัฏฐิกา) สวัสดีัค่

10
00:00:36,026 --> 00:00:40,026
สำหรับคลิปนี้นะคะ

11
00:00:40,028 --> 00:00:44,028
จะเรียนเนื้อหาในบทที่ 4 เรื่องของพลังงาน ซึ่งบทนี้

12
00:00:44,029 --> 00:00:48,029
ก็จะเป็นบทเรียนสุดท้ายของหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์

13
00:00:48,031 --> 00:00:52,031
กายภาพ แต่ก่อนอื่นเรามาดูกันก่อนค่ะ ว่าในบทพลังงานมี

14
00:00:52,032 --> 00:00:56,032
หัวข้ออะไรบ้าง ในบทพลังงานนะคะ จะมี

15
00:00:56,033 --> 00:01:00,033
3 หัวข้อค่ะ แต่ในคลิปนี้ เราจะมาเรียนในหัวข้อ

16
00:01:00,034 --> 00:01:04,034
แรกเท่านั้น ก็คือหัวข้อของเชื้อเพลิงนั่นเอง

17
00:01:04,035 --> 00:01:08,035
ที่เราจะไปพูดถึงเรื่องของเชิญเพลิงนั้น นักเรียนรู้ไหมคะ ว่า

18
00:01:08,042 --> 00:01:12,042
พลังงานที่เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวันมีแบบไหนบ้าง

19
00:01:12,042 --> 00:01:16,042
พลังงานที่เราใช้กันในชีวิตประจำวัน

20
00:01:16,043 --> 00:01:20,043
นะคะ มีหลายรูปแบบเลยค่ะ เช่น พลังงาน

21
00:01:20,045 --> 00:01:24,045
ความร้อน พลังงานแสง พลังงานไฟฟ้า

22
00:01:24,045 --> 00:01:28,045
พลังงานิวเคลีย แล้วนักเรียนคิดว่า

23
00:01:28,047 --> 00:01:32,047
พลังงานเหล่านี้ได้มาอย่างไรคะ

24
00:01:32,048 --> 00:01:36,048
พลังงานที่ครูยกตัวอย่าง อาจได้จากปฏิกิริยาเคมี

25
00:01:36,050 --> 00:01:40,050
ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการจัดเรียงตัวใหม่ของ

26
00:01:40,051 --> 00:01:44,051
ธาตุ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงชนิดของธาตุ

27
00:01:44,054 --> 00:01:48,054
หรือ พลังงาน อาจได้มาจากปฏิกิริย

28
00:01:48,056 --> 00:01:52,056
การเปลี่ยนแปลงภายในนิวเคลียสของธาตุ

29
00:01:52,057 --> 00:01:56,057
ชนิดของไอโซโทป ซึ่งปฏิกิริยานี้นะคะ

30
00:01:56,059 --> 00:02:00,059
จะไม่ตอบเป็นปฎิกิริยาเคมีนี้นะคะ

31
00:02:00,059 --> 00:02:04,059
ตัวอย่างของปฏิกิริยาเคมี ก็มีรตัวอย่างมากมายนะคะ

32
00:02:04,060 --> 00:02:08,060
เช่น ปฏิกิริยาการเผาไหม้ หรือบางคนเรียก

33
00:02:08,062 --> 00:02:12,062
"ปฏิกิริยาสันดาป" ปฏิกิริยานี้นะคะ พบ

34
00:02:12,063 --> 00:02:16,063
ในชีวิตประจำวัน โดยปฎิการเผาไหม้นี้

35
00:02:16,066 --> 00:02:20,066
ก็จะให้พลังงาน ที่เรานำมาใช้ประโยชน์มากมาย หลายอย่าง

36
00:02:20,067 --> 00:02:24,067
เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิงก็จะให้

37
00:02:24,067 --> 00:02:28,067
พลังงานความร้อนที่เราสามารถไปไปใช้ในการหุงต้มอาหารได้

38
00:02:28,068 --> 00:02:32,068
หรือให้พลังงานแสง สำหรับการส่องสว่าง

39
00:02:32,069 --> 00:02:36,069
นอกจากนี้นะคะ ปฏิกิริยาอาหาร

40
00:02:36,070 --> 00:02:40,070
ในร่างกายของเรานั้น ยังให้พลังงานกับสิ่งมีชีวิต

41
00:02:40,072 --> 00:02:44,072
สำหรับใช้ในการดำรงชีวิตอีกด้วยค่ะ ปฏิกิริยา

42
00:02:44,073 --> 00:02:48,073
เคมี ที่ให้พลังงานอีกประเภทหนึ่งนะคะ ก็คือ

43
00:02:48,073 --> 00:02:52,073
เคมีไฟฟ้า ซึ่งในปัจจุบัน ก็มีการนำมาใช้ปประโยชน์

44
00:02:52,075 --> 00:02:56,075
ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กันอย่างแพร่หลายเลยค่ะ

45
00:02:56,077 --> 00:03:00,077
สำหรับปฏิกิริยานิวเคลียร์ก็จะได้มาจากการสลาย

46
00:03:00,078 --> 00:03:04,078
ของสารกำมันรังสี

47
00:03:04,079 --> 00:03:08,079
กระแสไฟฟ้า ในฏรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้ค่ะ

48
00:03:08,080 --> 00:03:12,080
เชื้อเพลิงนะคะ ก็จะเป็นการให้

49
00:03:12,080 --> 00:03:16,080
สำหรับปฏิกิริยาเผาไหม้ แล้วนักเรียนรู้จักเชื้อเพลิงอะไรกันบ้างคะ

50
00:03:16,084 --> 00:03:20,084
ลองนึกกันดูสิคะ

51
00:03:20,085 --> 00:03:24,085
นึกกันออกใช่ไหมคะ ตัวอย่างของเชื้อเพลิงนะคะ

52
00:03:24,086 --> 00:03:28,086
เช่น น้ำมัน ถ่านหิน หินน้ำมัน

53
00:03:28,087 --> 00:03:32,087
แก๊ซธรรมชาติ ซึ่งเชื้อเพลิงเหล่านี้นะคะ เรียกว่า "

54
00:03:32,089 --> 00:03:36,089
เชื้อเพลิงที่เราเรียกกันว่า "เชื้อเพลงิ

55
00:03:36,091 --> 00:03:40,091
ซึ่งปัจจุบันนะคะ ก็จะมีการใช้งานมากที่สุด

56
00:03:40,092 --> 00:03:44,092
และส่วนใหญ่นะคะ ก็จะเป็นไฮโดรคาร์บอนค่ะ

57
00:03:44,093 --> 00:03:48,093
จากที่ครูบอกไปเมื่อสักครู่นะคะ ว่าปฏิกิริยาความร้อน

58
00:03:48,094 --> 00:03:52,094
ที่ได้จากปฎิกิริยา

59
00:03:52,094 --> 00:03:56,094
ในการหุงต้มอาหารได้ แต่ก็ยังมีการใช้กับรถยนต์

60
00:03:56,095 --> 00:04:00,095
และยานพาหนะอื่น ๆ และรวมถึงการผลิตไฟฟ้า

61
00:04:00,097 --> 00:04:04,097
อีกด้วยค่ะ ซึ่งในปัจุจุบันนะคะ ประเทศไทยเราใช้แหล่งพลังงาน

62
00:04:04,099 --> 00:04:08,099
ธรรมชาติ เป็นแหล่งพลังงานหลัก

63
00:04:08,100 --> 00:04:12,100
จากรูปนะคะ ก็จะเป็นการให้พลังงานความร้อน ที่เกิดจากการเผาไหม้

64
00:04:12,101 --> 00:04:16,101
ถ่านหินหรือแก๊ซธรรมชาติ ซึ่งนักเรียนก็จะสามารถ

65
00:04:16,102 --> 00:04:20,102
สังเกตเห็นได้ตรงที่ล้อมกรอบสีแดงไว้ตรงนี้นะคะ ซึ่ง

66
00:04:20,103 --> 00:04:24,103
พลังงานความร้อนที่ได้ตรงนี้น่ะค่ะ จะนับไป

67
00:04:24,104 --> 00:04:28,104
ในการหมุนในเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ที่ทำให้เกิดไ

68
00:04:28,105 --> 00:04:32,105
ได้ค่ะ จากที่เรารู้กันแล้วนะคะ ว่า

69
00:04:32,107 --> 00:04:36,107
พลังงานอาจได้มาจากปฏิกิริยาเคมี แล้วนักเรียนรู้ไหมคะ ว่า

70
00:04:36,109 --> 00:04:40,109
เราสามารถเขียนสมาการเคมีได้ด้วย

71
00:04:40,112 --> 00:04:44,112
ค่ะ จากตัวอย่างของการเผาไหม้

72
00:04:44,113 --> 00:04:48,113
ซึ่งโพรเพนจะเป็นเชื้อเพลิงชนิดหนึ่ง

73
00:04:48,114 --> 00:04:52,114
ที่ใช้อยู่ในแก๊สหุงตุ้มค่ะ โดยโพรเพนจะทำปฏิกิริยากับก๊า

74
00:04:52,115 --> 00:04:56,115
ออกซิเจน ได้ผลิดภัณฑ์

75
00:04:56,116 --> 00:05:00,116
และไอน้ำค่ะ เราจะเขียนสูตรเคมีของแก๊สโพรเพน

76
00:05:00,118 --> 00:05:04,118
โพรเพนและแก๊ซออกซิเจน ซึ่งเป็นสารตั้งต้น

77
00:05:04,122 --> 00:05:08,122
ไว้ทางด้านซ้าย ตามด้วยลูกศรค่ะ ซึ่งแสดงทิศทาง

78
00:05:08,123 --> 00:05:12,123
การเกิดปฏิกิริยาเคมี

79
00:05:12,124 --> 00:05:16,124
ของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และไอน้ำนะคะ

80
00:05:16,125 --> 00:05:20,125
ผลิตภัณฑ์ไว้ทางด้านขวา ซึ่งเราจะทำให้

81
00:05:20,126 --> 00:05:24,126
อะตอมรวมของแต่ละธาตุทางด้านซ้ายและด้านขวานะคะ เท่ากัน

82
00:05:24,127 --> 00:05:28,127
จากตัวอย่างนะคะ จากสมการ

83
00:05:28,129 --> 00:05:32,129
คาร์บอนทั้งหมด 3 อะตอม มีไฮโดรเจน 8 อะตอม

84
00:05:32,131 --> 00:05:36,131
ไฮโดรเจน 8 อะตอม และ

85
00:05:36,132 --> 00:05:40,132
10 อะตอมค่ะ นอกจากจำนวนสารตั้งต้นและผลิตภัณฑ์

86
00:05:40,135 --> 00:05:44,135
ที่แสดงในสมการเคมีแล้ว อาจมีสัญลักษณ์อื่น ๆ

87
00:05:44,137 --> 00:05:48,137
ภาวะ หรือปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาเคมี

88
00:05:48,138 --> 00:05:52,138
ด้วย เช่น สถานะของสาร การดูดพลังงาน และ

89
00:05:52,140 --> 00:05:56,140
การคายพลังงาน สำหรับสถานะ

90
00:05:56,141 --> 00:06:00,141
ของสารนั้น จะเขียนอยู่ในวงเล็บ หรือสารเคมี

91
00:06:00,142 --> 00:06:04,142
เนื่องจากปฏิกิริยาเผ้าไหม้โพรเพน

92
00:06:04,143 --> 00:06:08,143
สถานแก๊ซ เราจึงเขียนสมการของเคมี

93
00:06:08,145 --> 00:06:12,145

94
00:06:12,147 --> 00:06:16,147

95
00:06:16,148 --> 00:06:20,148

96
00:06:20,150 --> 00:06:24,150

97
00:06:24,153 --> 00:06:28,153

98
00:06:28,155 --> 00:06:32,155

99
00:06:32,157 --> 00:06:36,157

100
00:06:36,160 --> 00:06:40,160

101
00:06:40,162 --> 00:06:44,162

102
00:06:44,164 --> 00:06:48,164

103
00:06:48,166 --> 00:06:48,168

104
00:06:52,168 --> 00:06:52,170


