﻿1
00:00:22,024 --> 00:00:26,024
[เสียงดนตรี]

2
00:00:37,189 --> 00:00:41,189
สวัสดีค่ะ นักเรียนคะคุณครูอ้อมนะคะ

3
00:00:43,176 --> 00:00:46,496
วันนี้ก็ยินดีที่ได้มีโอกาสมาจากการเรียนรู้ในวิชาเทคโนโลยีการออกแบบ

4
00:00:46,496 --> 00:00:50,496
เทคโนโลยีสำหรับนักเรียนชั้น

5
00:00:51,930 --> 00:00:55,675
ปีที่ 4 นะคะ ในวิชานี้นะคะ จะมีหัวข้ออะไรบ้าง

6
00:00:55,675 --> 00:00:59,675
ขอชี้แจงก่อนอื่นเลยนะคะ ในวิชา

7
00:01:01,633 --> 00:01:03,799
เทคโนโลยีการออกแบบและเทคโนโลยีของเรานี่ประกอบบทซึ่ง 7 บทนั้น

8
00:01:03,799 --> 00:01:07,799
ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนค่ะ

9
00:01:09,657 --> 00:01:13,424
ส่วนแรกเรียกว่าเทคโนโลยีน่ารู้ ซึ่งประกอบด้วย 3 บทเรียนด้วยกันนะคะ

10
00:01:13,424 --> 00:01:17,424
ก็จะได้จัดการเรียนรู้กับพวกรวมทั้ง 3 บทเลย

11
00:01:19,205 --> 00:01:21,495
วันนี้ของบทที่ 1 ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน

12
00:01:21,495 --> 00:01:25,495
ซึ่งหัวข้อแรกของวันนี้เลย

13
00:01:28,271 --> 00:01:32,259
ชื่อว่าระบบคืออะไรนะคะ ก็จะได้พูดถึงความหมายของระบบ

14
00:01:32,259 --> 00:01:36,259
คืออะไร แล้วก็ระบบทางธรรมชาติ

15
00:01:37,443 --> 00:01:41,222
นะคะ ระบบทางเทคโนโลยีหรือระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นนั่นเองนะคะ

16
00:01:41,222 --> 00:01:43,822
ก่อนอื่นขอชี้แจงจุดประสงค์

17
00:01:43,822 --> 00:01:45,766
นะคะ เมื่อนักเรียนเรียนรู้หัวข้อ

18
00:01:45,766 --> 00:01:49,766
ระบบคืออะไรนี่นะคะ

19
00:01:52,395 --> 00:01:53,696
นักเรียนสามารถอธิบายความหมายของระบบได้นะคะ สามารถเชื่อมโยง

20
00:01:53,696 --> 00:01:57,384
ความสัมพันธ์

21
00:01:57,384 --> 00:01:58,638
ขององค์ประกอบต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกันภายในระบบได้

22
00:01:58,638 --> 00:02:01,296
นะคะ

23
00:02:01,296 --> 00:02:04,704
ก็ขอให้นักเรียนตั้งใจเรียนเพื่อที่จะบรรลุ

24
00:02:04,704 --> 00:02:08,704
จุดประสงข์การเรียนรู้ของทั้ง 2 ข้อนะคะ

25
00:02:09,896 --> 00:02:12,712
ก่อนอื่นเลยนะครับ นักเรียนบอกความสัมพันธ์

26
00:02:12,712 --> 00:02:14,898
ของ 2 ภาพนี้นะคะ

27
00:02:14,898 --> 00:02:18,221
อาจจะยังเห็นไม่ชัดเจน ครูอ้อม

28
00:02:18,221 --> 00:02:20,459
เอาตัวเองออกจากภาพก่อนนะคะ

29
00:02:20,459 --> 00:02:24,459
ออกหรือยังเอ่ย

30
00:02:26,512 --> 00:02:29,825
ออกแล้วนะค้านะ ครูจะได้เห็นชัดมากขึ้นนะ

31
00:02:29,825 --> 00:02:33,825
2 ภาพนี้สัมพันธ์กันอย่างไรคะนักเรียน

32
00:02:40,031 --> 00:02:42,787
วิธีการง่าย ๆ ที่จะใช้ที่เรามักจะใช้ในการมองภาพหรือว่า

33
00:02:42,787 --> 00:02:45,308
หาความสัมพันธ์ของ 2 ภาพ ก็คือการนึกถึงคำ

34
00:02:45,308 --> 00:02:48,270
คำที่เกี่ยวข้องกับภาพนี้

35
00:02:48,270 --> 00:02:50,558
มีอะไรบ้าง คะครู อ้อมคิดนะ

36
00:02:50,558 --> 00:02:54,558
คิดถึงคำว่า "เค้ก

37
00:02:57,431 --> 00:02:58,947
" คิดถึงขนมหวาน คิดถึงอาหาร คิดถึงแม่คิดถึงลูก มีครอบครัว

38
00:02:58,947 --> 00:03:01,138
มีความสุข

39
00:03:01,138 --> 00:03:03,367
ความอิ่ม ความอร่อย

40
00:03:03,367 --> 00:03:05,047
กับอีกภาพหนึ่ง

41
00:03:05,047 --> 00:03:06,724
ข้าง ๆ กัน

42
00:03:06,724 --> 00:03:10,724
มีต้นไม้ มีแสง

43
00:03:14,799 --> 00:03:16,037
มีด้วยนะคะ มีสถานที่ครูอ้อมคิดถึงคำว่า "บ้าน" บางคนอาจคิดถึงการจัดบ้าน การจัดสวนนะคะ

44
00:03:16,037 --> 00:03:17,721
หรือ

45
00:03:17,721 --> 00:03:19,703
อาจจะคิดถึงแสง

46
00:03:19,703 --> 00:03:23,306
อากาศดี

47
00:03:23,306 --> 00:03:25,787
มีพืชมักมาตกแต่ง มีต้นไม้มี ธรรมชาติ

48
00:03:25,787 --> 00:03:28,389
คิดได้หมดเลยค่ะ

49
00:03:28,389 --> 00:03:30,595
คำแล้วเราก็

50
00:03:30,595 --> 00:03:34,595
ลองหาความสัมพันธ์ดู

51
00:03:35,148 --> 00:03:39,148
สิอาจจะได้มาเป็นประโยคเลยอาจจะได้คำว่า "บ้านแสนสุข

52
00:03:40,408 --> 00:03:41,483
" หรืออาจจะได้คำว่า "แสนสุข" นะคะ หรืออาจจะเช้านี้

53
00:03:41,483 --> 00:03:44,115
แสนอร่อย

54
00:03:44,115 --> 00:03:47,518
ก็ได้นะคะ

55
00:03:47,518 --> 00:03:50,394
เริ่มต้นเจาะภาพนักเรียนกำลังทานอาหาร

56
00:03:50,394 --> 00:03:54,394
นักเรียนกำลังทานอาหาร

57
00:03:55,818 --> 00:03:58,412
จะไปถึงภายในร่างกายของเด็กคนนี้เลยนะคะ เมื่อทานอาหารแล้ว

58
00:03:58,412 --> 00:04:01,817
อาหารถูกย่อยระบบทางเดินอาหาร

59
00:04:01,817 --> 00:04:04,554
ถูกดูดซึมนะคะ

60
00:04:04,554 --> 00:04:08,554
เมื่อย่อยแล้วก็ถุงดูดซึม

61
00:04:10,325 --> 00:04:11,414
ร้านอาหารร่างกายของเราก็เอาไปใช้ประโยชน์ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายใช่ไหมคะ

62
00:04:11,414 --> 00:04:14,545
แน่นอนเมื่อ

63
00:04:14,545 --> 00:04:16,731
มนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ได้ก็ต้องมีการหายใจ

64
00:04:16,731 --> 00:04:19,476
เมื่อมีการหายใจ

65
00:04:19,476 --> 00:04:22,806
เราก็ปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาค่ะ

66
00:04:22,806 --> 00:04:25,586
สัมพันธ์กันแล้วกับภาพที่สุดของพร้อมอะไรคะ

67
00:04:25,586 --> 00:04:29,419
ไม้หรือพืชต่าง ๆ นั้น

68
00:04:29,419 --> 00:04:32,034
ใช้คาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

69
00:04:32,034 --> 00:04:33,631
ได้ใช้

70
00:04:33,631 --> 00:04:37,631
จากมนุษย์นะ

71
00:04:38,403 --> 00:04:40,999
ได้ใช้คาร์บอนไดออกไซด์จากมนุษย์ เมื่อใช้ไปแล้ว ก็เกิด

72
00:04:40,999 --> 00:04:43,627
ปล่อยออกซิเจนออกมาค่ะ

73
00:04:43,627 --> 00:04:47,451
แล้วก็กลับไปถึงมนุษย์

74
00:04:47,451 --> 00:04:51,451
เพราะว่ามนุษย์ของเรานั้นใช้ออกซิเจนในการหายใจ

75
00:04:51,477 --> 00:04:55,471
สิ่งที่ครูอ้อมกำลังพยายามเชื่อมโยง ก็คือว่า

76
00:04:55,471 --> 00:04:58,944
เราอาจเห็น 2 ภาพที่อาจจะไม่สัมพันธ์กัน

77
00:04:58,944 --> 00:05:01,382
แต่จริง ๆ แล้วมันสัมพันธ์กันอยู่นะคะ เริ่มที่มนุษย์

78
00:05:01,382 --> 00:05:02,980
วนเวียนไปถึง

79
00:05:02,980 --> 00:05:04,252
พืช แล้วก็กลับมาที่มนุษย์

80
00:05:04,252 --> 00:05:08,252
อีกเหมือนกัน

81
00:05:11,461 --> 00:05:12,593
นี่แหละคะ ถ้าเรามองทุกอย่างเป็นอยู่ภายใต้ระบบใดระบบหนึ่ง เราก็จะเห็นความสัมพันธ์ของส่วนต่าง

82
00:05:12,593 --> 00:05:16,259
อย่างนั้น

83
00:05:16,259 --> 00:05:19,050
วันนี้ก็จะเป็นส่วนที่เราจะต้องได้เรียนนะคะ

84
00:05:19,050 --> 00:05:23,050
ถ้าพูดถึงระบบ

85
00:05:25,824 --> 00:05:29,693
นักเรียนคิดว่ามีระบบอะไรบ้างที่นักเรียนรู้จักคะ

86
00:05:29,693 --> 00:05:31,136
ครูอ้อมให้เวลาคิดสักประมาณ 30 วินาทีนะ

87
00:05:31,136 --> 00:05:33,152
นักเรียนได้กี่คำ

88
00:05:33,152 --> 00:05:37,152
ระบบอะไรบ้างที่รู้จัก

89
00:05:38,096 --> 00:05:39,932
เริ่มต้นจับเวลานะคะ 30 วินาที

90
00:05:39,932 --> 00:05:41,800
อาจจะโน้ต ๆ ไว้

91
00:05:41,800 --> 00:05:45,800
ค่ะ ว่านักเรียนได้กี่คำกัน เริ่ม

92
00:06:09,670 --> 00:06:13,383
จะหมดเวลาแล้วค่ะ

93
00:06:13,383 --> 00:06:16,517
หมดเวลา

94
00:06:16,517 --> 00:06:19,089
ได้กี่คำกันคะ

95
00:06:19,089 --> 00:06:19,787
ได้กี่คำกันเอ่ย

96
00:06:19,787 --> 00:06:23,787
ระบบ

97
00:06:27,085 --> 00:06:29,143
หลายคนอาจจะซ้ำกันกับครูอ้อมนะ ระบบอะไรบ้างที่ครูอ้อมพูดถึง มีซ้ำกันหรือเปล่า

98
00:06:29,143 --> 00:06:30,811
ระบบบำบัดน้ำเสีย

99
00:06:30,811 --> 00:06:34,811
เสียงตามสาย

100
00:06:37,081 --> 00:06:39,513
ที่เราคุ้นเคยดี ระบบการศึกษาระบบรับนักเรียน นักเรียน ม.4 ผ่านมาแล้ว

101
00:06:39,513 --> 00:06:43,513
ภายในร่างกายก็ยังมีระบบหมุนเวียนเลือด

102
00:06:44,462 --> 00:06:48,462
การจัดส่งสินค้าหรือระบบประสาทในร่างกายของเราใช่ไหมคะ

103
00:06:49,953 --> 00:06:52,815
ระบบต่าง ๆ แบบนี้มีเยอะเลย นักเรียนอาจจะได้เยอะกว่าครูนะคะ

104
00:06:52,815 --> 00:06:56,243
ครูให้สังเกตว่าเรานี้

105
00:06:56,243 --> 00:06:58,489
แล้วมันมีอะไรที่มันเหมือนกันคะ

106
00:06:58,489 --> 00:07:01,681
ลองคิด

107
00:07:01,681 --> 00:07:05,681
สิ มันมีอะไรที่เหมือนกัน คำว่า "ระบบ" เหล่านี้

108
00:07:05,784 --> 00:07:09,784
ครูอ้อมตั้งข้อสังเกตค่ะ ว่า

109
00:07:11,400 --> 00:07:13,422
ตามที่ทุกระบบมันต้องมีส่วนประกอบมากกว่า 1 อย่างใช่ไหมคะ

110
00:07:13,422 --> 00:07:14,493
อย่างเช่นการรับนักเรียนนี่

111
00:07:14,493 --> 00:07:18,493
มีนักเรียนแหละ

112
00:07:20,705 --> 00:07:24,705
มีคนที่มารับนักเรียนใช่ไหมคะ หรือมากกว่าหนึ่งอย่างแน่นอนต้องทำงานสัมพันธ์กันค่ะ

113
00:07:26,478 --> 00:07:30,478
นักเรียนต้องเอาเอกสารมาให้พวกรับสมัครใช่ไหมคะ เพื่อให้อะไรคะ

114
00:07:33,560 --> 00:07:37,560
ทำงานสัมพันธ์กัน แล้วรวมกันแล้วก็ต้องบรรลุเป้าหมาย ก็คือสามารถนักเรียนได้อย่าง

115
00:07:39,724 --> 00:07:43,724
ดีใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นนี่ คือที่มาของคำว่าความหมายของระบบ

116
00:07:44,974 --> 00:07:48,974
ค่ะ นักเรียนหาคำว่า "ระบบ" ทั่วไปนั้นหมายถึงสิ่งต่าง ๆ

117
00:07:49,212 --> 00:07:50,710
ดินมีส่วนประกอบตั้งแต่ 2 ส่วนขึ้นไป มารวมกันนะ

118
00:07:50,710 --> 00:07:54,710
มารวมกันเพื่ออะไรล่ะ

119
00:07:57,956 --> 00:08:00,108
เราก็ทำงานให้สัมพันธ์กันค่ะ เพื่อที่จะให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์นั้นได้หรือตามหน้าที่ของสิ่งที่

120
00:08:00,108 --> 00:08:01,023
สร้างขึ้นเมื่อใดนั่นเองนะคะ

121
00:08:01,023 --> 00:08:05,023
ถ้าสังเกต

122
00:08:07,014 --> 00:08:08,903
นะคะ ระบบนี่มันจะมีก็คือทางธรรมชาตินะคะ

123
00:08:08,903 --> 00:08:09,651
กับระบบที่มนุษย์สร้างขึ้น

124
00:08:09,651 --> 00:08:13,651
นะ

125
00:08:15,125 --> 00:08:18,165
คะ หลังจากนี้เราจะไปดูตัวอย่างนะครับ ว่าระบบทางธรรมชาตินั้นเป็นอย่างไร

126
00:08:18,165 --> 00:08:19,392
ระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นนั้นเป็นอย่างไร

127
00:08:19,392 --> 00:08:20,966
โอเคนะ

128
00:08:20,966 --> 00:08:24,966
เราเริ่มกันที่ระบบ

129
00:08:28,021 --> 00:08:32,021
ทางธรรมชาติค่ะ ครูอ้อมยกตัวอย่างเมื่อกี้เองนะคะ ระบบย่อยอาหารของมนุษย์นะคะ

130
00:08:33,753 --> 00:08:37,753
นักเรียนจะเห็นส่วนประกอบหลายเลย ที่เกี่ยวข้อง

131
00:08:39,780 --> 00:08:40,656
ที่มีเยอะเลยนะคะ ที่เกี่ยวกับระบบย่อยอาหารนะมีก่อนอาหารมี

132
00:08:40,656 --> 00:08:43,252

133
00:08:43,252 --> 00:08:44,458
ครูอ้อมขอยกตัวอย่างนะ

134
00:08:44,458 --> 00:08:48,458
ว่ามี

135
00:08:48,941 --> 00:08:50,411
หลอดอาหาร มีกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก

136
00:08:50,411 --> 00:08:53,270
ไส้ใหญ่

137
00:08:53,270 --> 00:08:54,887
มีจนถึงทวารหนักเลย

138
00:08:54,887 --> 00:08:57,403
เพราะฉะนั้น

139
00:08:57,403 --> 00:09:00,715
สิ่งเหล่านี้ล่ะค่ะ

140
00:09:00,715 --> 00:09:04,715
ที่เป็นส่วนประกอบของระบบย่อยอาหาร

141
00:09:05,928 --> 00:09:07,989
ส่วนประกอบของระบบย่อยอาหารแล้วต้องมีอะไรคะเมื่อกี้นี้

142
00:09:07,989 --> 00:09:09,615
ต้องทำงานสัมพันธ์กัน

143
00:09:09,615 --> 00:09:13,615
ทำงานสัมพันธ์กันแล้ว

144
00:09:14,067 --> 00:09:18,067
วัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ของระบบย่อยอาหารคืออะไรล่ะ ก็เพื่อย่อย

145
00:09:18,935 --> 00:09:22,935
อาหารให้รับประทานที่รับประทานนั้นให้ละเอียด

146
00:09:23,590 --> 00:09:25,466
แล้วก็ดูดซึมสารอาหารไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายใช่ไหมคะ

147
00:09:25,466 --> 00:09:29,466
นั่นคือบรรลุวัตถ

148
00:09:30,927 --> 00:09:32,501
ุประสงค์แล้วนะคะ นี่คือตัวอย่างของระบบทางธรรมชาตินะคะ

149
00:09:32,501 --> 00:09:34,742
แต่ถ้าเกิด

150
00:09:34,742 --> 00:09:36,853
มีความ

151
00:09:36,853 --> 00:09:37,944
ผิดพลาดขึ้นมาล่ะคะ

152
00:09:37,944 --> 00:09:40,559
อย่างเช่น

153
00:09:40,559 --> 00:09:44,559
ถ้าเราเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด

154
00:09:46,789 --> 00:09:49,586
จะส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะในระบบย่อยอาหารอื่น ๆ อย่างไรคะ

155
00:09:49,586 --> 00:09:53,586
เราอยากรู้ว่ามัน

156
00:09:55,122 --> 00:09:59,122
จะส่งอย่างไร เราก็ต้องดูที่อวัยวะที่พืชถึงเมื่อกี้นี้

157
00:10:01,449 --> 00:10:05,449
ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้ใหญ่

158
00:10:07,240 --> 00:10:09,547
เกิดปัญหาตั้งแต่ที่ปักหมุดเลยใช่ไหมคะ ออกมาหลอดอาหาร

159
00:10:09,547 --> 00:10:11,509
เพราะอาหารก็ต้องทำงานหนัก

160
00:10:11,509 --> 00:10:14,152
ขึ้นค่ะ เพราะมันไม่ละเอียด

161
00:10:14,152 --> 00:10:18,152
กระเพาะอาหารก็ต้องออกแรงหรือว่าต้องใช้

162
00:10:18,274 --> 00:10:20,052
พลังงานเพิ่มขึ้นในการบีบรัดอาหารใช่ไหมคะ

163
00:10:20,052 --> 00:10:22,616
ถ้ายังบีบรัดอาหารไม่ละเอียด

164
00:10:22,616 --> 00:10:24,375
แล้วกระเพาะอาหารเองก็ต้อง

165
00:10:24,375 --> 00:10:25,735
หลั่งน้ำย่อยออกมามาก

166
00:10:25,735 --> 00:10:28,565
กว่าปกติ

167
00:10:28,565 --> 00:10:32,197
เพื่อที่จะให้อาหารนั้นละเอียด

168
00:10:32,197 --> 00:10:34,774
ใช่ไหมคะ แน่นอนค่ะ ถ้าทำงานหนัก

169
00:10:34,774 --> 00:10:38,774
ขึ้นมาแบบนี้ กระเพาะอาหารหลั่ง

170
00:10:38,851 --> 00:10:42,851
ปกติเหล่านี้ อาจจะนำไปสู่ภาวะผิดปกติ ก็คือ

171
00:10:44,794 --> 00:10:48,794
ภาวะอาหารไม่ย่อยนะคะ ส่งผลต่อภาพรวมของสุขภาพของ

172
00:10:50,482 --> 00:10:54,482
ผู้ทานอาหารได้นะคะ สิ่งที่ครูอ้อมพยายามบอก ก็คือถ้า

173
00:10:54,722 --> 00:10:58,722
ข้อ 1 ในระบบนั้นทำงานผิดปกติ

174
00:10:58,867 --> 00:11:02,312
ขึ้นมานะคะ มันก็จะส่งผลต่อภาพรวมของระบบนั้น

175
00:11:02,312 --> 00:11:05,970
ให้สามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์

176
00:11:05,970 --> 00:11:06,545
อวัยวะต่าง ๆ ในระบบย่อยอาหารได้

177
00:11:06,545 --> 00:11:10,128

178
00:11:10,128 --> 00:11:14,128
นะคะ ขอยกตัวอย่างอีก 1 ตัวสำหรับระบบ

179
00:11:15,687 --> 00:11:17,875
ทางตามธรรมชาตินะคะ นั่นคือหายใจแบบในรูปนะคะนักเรียน

180
00:11:17,875 --> 00:11:19,675
นัก

181
00:11:19,675 --> 00:11:21,850
เรียนอาจจะเห็นว่ามีอวัยวะ

182
00:11:21,850 --> 00:11:24,102
ที่เกี่ยวข้องหลายอย่างเลยนะคะ

183
00:11:24,102 --> 00:11:25,945
ยกตัวอย่างเช่น จมูก

184
00:11:25,945 --> 00:11:27,806
โพร่งจมูก คอหอย

185
00:11:27,806 --> 00:11:28,969
กล่องเสียง หลอดลม

186
00:11:28,969 --> 00:11:30,614
มีกระ

187
00:11:30,614 --> 00:11:31,897
บังลมใช่ไหมคะ

188
00:11:31,897 --> 00:11:35,249
แน่นอนว่า

189
00:11:35,249 --> 00:11:36,839
อวัยวะเหล่านี้ต้องทำงานให้สัมพันธ์กัน

190
00:11:36,839 --> 00:11:40,839
เพื่อบรรลุ

191
00:11:43,921 --> 00:11:45,674
จุดประสงค์ ก็คือการแลกเปลี่ยนแก๊สออกซิเจนกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ระหว่างปอดกับอากาศภายนอกนั่นเอง

192
00:11:45,674 --> 00:11:49,674
ใช่ไหมคะ

193
00:11:51,501 --> 00:11:55,170
พืชบ้างค่ะ ระบบทางธรรมชาติ อย่างเช่น ระบบลำเลียงน้ำของพืช

194
00:11:55,170 --> 00:11:55,805
จุดประสงค์การลำเลียงน้ำของพืช ก็เพื่อลำเลียงน้ำ

195
00:11:55,805 --> 00:11:59,805
ในดิน

196
00:12:01,776 --> 00:12:03,700
ไปจนถึงใบเพื่อใช้ในการกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงใช่ไหมคะ

197
00:12:03,700 --> 00:12:06,058
มีอะไรบ้างล่ะที่

198
00:12:06,058 --> 00:12:06,968
เกี่ยวกับระบบลำเลียงน้ำของพืช

199
00:12:06,968 --> 00:12:10,233
ก็มี

200
00:12:10,233 --> 00:12:11,429
รากใช่ไหมคะ นำน้ำจากดินนะ

201
00:12:11,429 --> 00:12:14,011
ก็ต้องเป็นราก

202
00:12:14,011 --> 00:12:17,544
ลำเลียงต้องมีใบ

203
00:12:17,544 --> 00:12:21,238
ทุกอย่างเรานี้ล้วนอยู่ในระบบลำเลียงน้ำ

204
00:12:21,238 --> 00:12:25,017
ของพืชใช่ไหมคะ นี่คือตัวอย่างของระบบทางธรรมชาติ

205
00:12:25,017 --> 00:12:27,368
นะคะ ถ้าตัวอย่างอื่น ๆ ล่ะมีเยอะเลย

206
00:12:27,368 --> 00:12:28,928
นักเรียนลองคิดดูสิคะ

207
00:12:28,928 --> 00:12:32,928
ระบบนิเวศ

208
00:12:33,264 --> 00:12:34,943
สืบพันธุ์ ภูมิคุ้มกัน กล้ามเนื้อ สารพิษหนัง

209
00:12:34,943 --> 00:12:38,350

210
00:12:38,350 --> 00:12:39,832
ระบบเหล่านี้คือระบบทั้งหมดเลยค่ะ นักเรียนคะ

211
00:12:39,832 --> 00:12:43,832
ระบบ

212
00:12:44,686 --> 00:12:47,722
ธรรมชาติไปแล้วเราจะยกตัวอย่างระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นบ้าง

213
00:12:47,722 --> 00:12:49,365
นักเรียนเห็นปากกานี้

214
00:12:49,365 --> 00:12:53,365
อันนี้มีความพิเศษ

215
00:12:55,620 --> 00:12:58,331
ปากกาลูกเลื่อนส่วนใหญ่ใช้วิธีการกด ก็ไส้ดินสอก็ได้ออกมาใช่ไหมครับ

216
00:12:58,331 --> 00:13:01,719
ที่ครูให้มา

217
00:13:01,719 --> 00:13:03,267
มันใช้การควบคุมแบบหมุนตึ๊ก ๆ ๆ ค่ะ

218
00:13:03,267 --> 00:13:06,150
หมุน

219
00:13:06,150 --> 00:13:07,224
ใช่มันถึงจะพูดออกมาใช่ไหมคะ

220
00:13:07,224 --> 00:13:10,153
ถ้า

221
00:13:10,153 --> 00:13:14,153
การลูกเลื่อนตัวนี้

222
00:13:16,710 --> 00:13:20,710
นักเรียนวิเคราะห์ว่ามีอะไรบ้าง ส่วนประกอบของระบบอันนี้

223
00:13:21,664 --> 00:13:25,664
วิธีการก็คือดูที่โครงสร้างของมันที่เรามองเห็นก่อนเลยค่ะ

224
00:13:25,668 --> 00:13:29,668
โครงสร้างที่มองเห็นโครงสร้างภายนอก

225
00:13:31,172 --> 00:13:34,039
เลยนักเรียน มีอะไรบ้าง นี่ไง หัวปากกาไงล่ะคะ

226
00:13:34,039 --> 00:13:36,148
เขาก็คือป้องกันการกระแทก

227
00:13:36,148 --> 00:13:40,148
และยึดไส้ปากกาไว้

228
00:13:40,690 --> 00:13:44,690
หน้าที่ของเขาหลัก ๆ ก็คือ

229
00:13:46,000 --> 00:13:47,395
อัตโนมัติเขียนได้สะดวกแล้วก็บรรจุไส้ปากกาภายใน

230
00:13:47,395 --> 00:13:51,395
ป

231
00:13:51,570 --> 00:13:55,570
ากกาบางรุ่นก็มีที่เหน็บปากกาด้วย ก็เอาไว้กว่าวัสดุอื่น

232
00:13:55,832 --> 00:13:56,698
ๆ ยึดกับกระเป๋าอะไรอย่างนี้นะ นี่คือโครงสร้างภายนอกที่เราเห็น

233
00:13:56,698 --> 00:13:59,069
นะคะ

234
00:13:59,069 --> 00:14:00,419
ถ้าเราแกะมันออกมานะคะ

235
00:14:00,419 --> 00:14:02,319
เราก็จะเห็น

236
00:14:02,319 --> 00:14:04,398
ประกอบภายในของมัน

237
00:14:04,398 --> 00:14:08,007
แน่นอนหัวปากกา

238
00:14:08,007 --> 00:14:10,149
นะคะ นอกจากป้องกันกระแทกแล้ว มันยังทำหน้าที่ในการควบคุม

239
00:14:10,149 --> 00:14:11,942
การเข้าออกของไส้ปากกาด้วย

240
00:14:11,942 --> 00:14:15,942
ภายใน

241
00:14:16,560 --> 00:14:18,783
อาการนั้นก็คงต้องมีสปริงใช่ไหมคะ ควบคู่

242
00:14:18,783 --> 00:14:21,853
เป็นสำหรับควบคุมการเคลื่อน

243
00:14:21,853 --> 00:14:22,513
ที่ของไส้ปากการ่วมกับหัวปากกา

244
00:14:22,513 --> 00:14:26,513
แน่นอน

245
00:14:27,496 --> 00:14:30,157
ล่ะ จะเขียนได้ต้องมีไส้ปากกาที่บรรจุหมึกไว้อยู่

246
00:14:30,157 --> 00:14:33,686
นะคะ เอาไว้สำหรับเขียนนะ

247
00:14:33,686 --> 00:14:37,686
นี่คือระบบปากกาลูกลื่นที่ครูยกตัวอย่าง

248
00:14:40,782 --> 00:14:42,723
เราใช้วิธีการวิเคราะห์ระบบการดูโครงสร้างภายนอก และโครงสร้างภายใน ดูหน้าที่ของเขา

249
00:14:42,723 --> 00:14:46,723
สังเกตเข้าสัมพันธ์กันนะคะ

250
00:14:46,865 --> 00:14:50,865
ถ้าครูหมุนปากกาออกมา หมึกก็จะถูก

251
00:14:51,687 --> 00:14:52,806
กระจายเข้าไปยังไส้ปากกาใช่ไหมคะ ทำให้เราสามารถเขียนได้

252
00:14:52,806 --> 00:14:56,806
นะคะ

253
00:14:57,637 --> 00:15:00,452
ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาล่ะคะ

254
00:15:00,452 --> 00:15:04,452
ถ้าเกิดปัญหาว่า

255
00:15:06,585 --> 00:15:09,770
นักเรียนนี่

256
00:15:09,770 --> 00:15:11,859
หัวปากกาแตกค่ะนักเรียนจะทำอย่างไรคะ

257
00:15:11,859 --> 00:15:14,682
ต่อการเขียนของนักเรียนค่ะ

258
00:15:14,682 --> 00:15:18,682
หัวปากกาแตก

259
00:15:20,294 --> 00:15:23,106
มันก็จะมีส่วนที่เกี่ยวข้อง

260
00:15:23,106 --> 00:15:26,963
คืนทำให้เรา

261
00:15:26,963 --> 00:15:27,928
ไม่สะดวกต่อการควบคุมการหมุนไส้ปากกา

262
00:15:27,928 --> 00:15:31,928
นะคะ

263
00:15:32,769 --> 00:15:35,081
ไส้ปากกาก็โยกไปมาควบคุมการเขียนเส้นไม่ชัดเจน

264
00:15:35,081 --> 00:15:39,081
ดังนั้น เราจะเห็นว่าส่วน

265
00:15:40,722 --> 00:15:42,017
ในส่วนหนึ่งก็ตามที่มันทำงานไม่สมบูรณ์ มันก็จะมีผลไปถึง

266
00:15:42,017 --> 00:15:43,747
รวม

267
00:15:43,747 --> 00:15:44,345
ของระบบ

268
00:15:44,345 --> 00:15:45,359

269
00:15:45,359 --> 00:15:49,359
นะคะ อย่างเช่นตัวนี้

270
00:15:51,955 --> 00:15:54,703
อาจถึงขั้นเขียนไม่ได้เลยก็ต้องซื้อปากกาใหม่ใช่ไหมคะ นั่นคือความสัมพันธ์ของแต่ละส่วน

271
00:15:54,703 --> 00:15:55,679
ในแต่ละระบบ

272
00:15:55,679 --> 00:15:59,032
นะคะ

273
00:15:59,032 --> 00:16:03,032
โทรศัพท์มือถือค่ะ

274
00:16:03,905 --> 00:16:05,907
นักเรียนคุ้นเคยมากเลย นักเรียนเคยแกะไหม มันมีอะไรบ้าง

275
00:16:05,907 --> 00:16:09,251
มันมีอะไรบ้าง คะ

276
00:16:09,251 --> 00:16:10,265
นักเรียนอาจเคยเห็นนะว่าหนูรู้ค่ะ ว่ามีแต่

277
00:16:10,265 --> 00:16:12,169
แบตเตอรี่

278
00:16:12,169 --> 00:16:15,275
เป็นแหล่งให้พลังงานค่ะ

279
00:16:15,275 --> 00:16:16,856
ส่วนที่ชอบมักจะเป็นปัญหานะ

280
00:16:16,856 --> 00:16:20,152
แบตเตอรี่

281
00:16:20,152 --> 00:16:24,152
นอกจากนี้นะคะนักเรียน ก็จะมีอะไรอีกคะ

282
00:16:25,795 --> 00:16:28,929
มีหน่วยควบคุมระบบเสียงคุมไมโครโฟน ควบคุมลำโพง

283
00:16:28,929 --> 00:16:32,929
มีชุดกล้องนักเรียนชอบถ่ายรูปนะ

284
00:16:33,221 --> 00:16:34,440
มีเอาไว้สำหรับบันทึกภาพถ่าย มีวิดีโอก็ได้นะ

285
00:16:34,440 --> 00:16:36,022
หน้าจอนะ

286
00:16:36,022 --> 00:16:38,996
แสดงผลนะ

287
00:16:38,996 --> 00:16:39,606
เราสามารถรับส่งข้อมูลโดยการพิมพ์

288
00:16:39,606 --> 00:16:41,781
สัมผัส

289
00:16:41,781 --> 00:16:45,781
ระบบพิมพ์สัมผัสก็ได้นะคะ

290
00:16:47,442 --> 00:16:51,442
ถ้าพิจารณาไปที่ภายใน แน่นอนโทรศัพท์ก็ต้องมีแผงวงจรใช่ไหมคะ

291
00:16:52,720 --> 00:16:56,338
ซึ่งแผงวงจรนั้นก็จะประกอบด้วยหน่วยประมวลผลต่าง ๆ ใช่ไหมคะ

292
00:16:56,338 --> 00:17:00,338
มีหน่วยประมวลผล มีหน่วยความจำนะคะ

293
00:17:03,302 --> 00:17:06,016
มีหน่วยควบคุมหน้าจอสัมผัสด้วยนะคะ อันนี้เป็นการยกตัวอย่างว่าระบบโทรศัพท์มือถือของเรานี่

294
00:17:06,016 --> 00:17:07,607
ข้างในของมันมีส่วนต่าง ๆ มากมาย

295
00:17:07,607 --> 00:17:10,873
ใช่ไหมคะ

296
00:17:10,873 --> 00:17:11,944
เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับการ

297
00:17:11,944 --> 00:17:13,365
วิเคราะห์

298
00:17:13,365 --> 00:17:17,365
ระบบ

299
00:17:18,010 --> 00:17:20,357
นะคะ ทั้งทางธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น

300
00:17:20,357 --> 00:17:24,357
อาจจะมีหลาย ๆ ระบบกว่านี้ค่ะนักเรียนคะ

301
00:17:27,654 --> 00:17:31,654
อันนี้ครูก็ยกตัวอย่างมาเล็กน้อยนะคะ ถ้านักเรียนสนใจเพิ่มเติมการหายใจของมนุษย์เป็นอย่างไร นักเรียนสามารถไป

302
00:17:34,748 --> 00:17:38,748
ลิงก์ที่ครูแนบไว้ตรงนี้นะคะ เพราะฉะนั้น ในวันนี้นะคะ ครูก็ขอ

303
00:17:40,691 --> 00:17:41,988
ชื่นชมนักเรียนนะคะ ที่เรียนจนถึงสุดท้ายเลยสำหรับหัวข้อนี้

304
00:17:41,988 --> 00:17:43,806
ก็หวังว่านักเรียน

305
00:17:43,806 --> 00:17:47,806
จะมีความเข้าใจ

306
00:17:49,288 --> 00:17:51,499
และสามารถนำความรู้ที่เกี่ยวกับระบบตัวนี้ไปใช้ในหัวข้อต่อไปได้นะคะ

307
00:17:51,499 --> 00:17:52,073
พบกันใหม่ในหัวข้อต่อไป

308
00:17:52,073 --> 00:17:52,909
นะคะ

309
00:17:52,909 --> 00:17:55,141
สวัสดีค่ะ

310
00:17:55,141 --> 00:17:59,141
[เสียงดนตรี]

