﻿1
00:00:31,610 --> 00:00:35,610
เสียงดนตรี

2
00:00:37,517 --> 00:00:41,292
(ดร.พิมพร) สวัสดีค่ะ นักเรียนคะ พบกับครูอ้อมอีกเช่นเคยนะคะ

3
00:00:41,292 --> 00:00:43,845
ในวิชาเทคโนโลยีการออกแบบ และเทคโนโลยีค่ะ

4
00:00:43,845 --> 00:00:47,845
รายวิชานี้นะคะ

5
00:00:49,422 --> 00:00:53,422
ประกอบด้วย 7 บท ซึ่ง 3 บท แรกการเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีน่ารู้นะคะ

6
00:00:55,578 --> 00:00:59,578
ในวันนี้ก็ยังคงอยู่ที่บทที่ 1 อยู่นะคะ ซึ่งเป็นหัวข้อที่ 2 นะคะ

7
00:01:01,475 --> 00:01:02,173
วันนี้เราจะได้เรียนในหัวข้อระบบ ทางเทคโนโลยี และระบบทางเทคโนโลยีที่ซับ

8
00:01:02,173 --> 00:01:06,173
ซ้อนค่ะ

9
00:01:06,526 --> 00:01:08,185
ก่อนอื่นครูอ้อมขอแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้

10
00:01:08,185 --> 00:01:12,185
แค่นี้ก่อนนะคะ

11
00:01:13,151 --> 00:01:17,151
รูคาดหวังว่านักเรียนจะสามารถวิเคราะห์ ระบบทางเทคโนโลยีได้นะคะ

12
00:01:18,691 --> 00:01:22,219
นอกจากนี้ก็อยากให้นักเรียนสามารถวิเคราะห์ ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน

13
00:01:22,219 --> 00:01:23,047
และระบบย่อยของระบบทางเทคโนโลยีที่ซับ

14
00:01:23,047 --> 00:01:24,862
ซ้อนได้

15
00:01:24,862 --> 00:01:28,632
นอกจากนี้ก็ยังต้อง

16
00:01:28,632 --> 00:01:32,632
สามารถอธิบายความสัมพันธ์ของระบบย่อย

17
00:01:33,556 --> 00:01:34,555
ในระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนได้ ก็ขอให้นักเรียนตั้งใจ

18
00:01:34,555 --> 00:01:36,175
ก็บรรลุ

19
00:01:36,175 --> 00:01:40,175
ประสงค์นี้นะคะ

20
00:01:40,340 --> 00:01:41,414
ก่อนหน้านี้นะคะ เราเรียนเรื่องระบบคืออะไร

21
00:01:41,414 --> 00:01:45,414
ใช่ไหมคะ

22
00:01:47,463 --> 00:01:49,818
แล้วเราก็ทราบว่าระบบนั้น มีทางระบบทางธรรมชาติ และระบบที่มนุษย์สร้างขึ้น

23
00:01:49,818 --> 00:01:50,770
แล้วระบบทางเทคโนโลยีล่ะ

24
00:01:50,770 --> 00:01:54,770
ค่ะ

25
00:01:55,078 --> 00:01:58,547
ระบบทางเทคโนโลยี ก็เป็นระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นนะคะ

26
00:01:58,547 --> 00:02:02,439
ซึ่งหมายถึงกลุ่มของส่วนต่าง ๆ

27
00:02:02,439 --> 00:02:06,160
ตั้งแต่ 2 ส่วนขึ้นไป ประกอบเข้าด้วยกันนะคะ

28
00:02:06,160 --> 00:02:07,316
แล้วก็ทำงานร่วมกันให้บรรลุวัตถุประสงค์นะคะ

29
00:02:07,316 --> 00:02:11,316
ซึ่งระบบ

30
00:02:12,976 --> 00:02:16,976
ที่มนุษย์สร้างขึ้นตรงนี้ ก็เพื่ออำนวยความสะดวก หรือแก้ปัญหาให้กับมนุษย์นั่นเองนะคะ

31
00:02:19,707 --> 00:02:23,707
เราเห็นในชีวิตประจำวันเรานี่นะคะ เราเห็นมากมายเลยระบบทางเทคโนโลยี

32
00:02:24,908 --> 00:02:27,569
ก็อย่างเช่นระบบคมนาคมขนส่ง ระบบการผลิตในอุตสาหกรรมต่าง ๆ นะคะ

33
00:02:27,569 --> 00:02:28,785
หรือระบบรีไซเคิลขยะ

34
00:02:28,785 --> 00:02:32,510
เป็นต้นนะคะ

35
00:02:32,510 --> 00:02:34,045
เมื่อทราบระบบทางเทคโนโลยีนี้แล้ว

36
00:02:34,045 --> 00:02:35,600
นักเรียนนำแผนภาพ

37
00:02:35,600 --> 00:02:39,600
สีได้หรือเปล่า

38
00:02:40,006 --> 00:02:41,671
อุปกรณ์ทางเทคโนโลยี

39
00:02:41,671 --> 00:02:45,671
ประกอบด้วยอะไรบ้าง

40
00:02:47,941 --> 00:02:50,208
อันนี้เป็นระบบทางเทคโนโลยี ที่เราเคยเรียนมาในช่วงชั้นมต้นนะคะ

41
00:02:50,208 --> 00:02:53,203
ส่วนแรกค่ะ

42
00:02:53,203 --> 00:02:54,873
ตัวป้อนหรือ input นะคะ

43
00:02:54,873 --> 00:02:57,773
สว2นะคะ

44
00:02:57,773 --> 00:02:59,285
กระบวนการนะคะ หรือ process

45
00:02:59,285 --> 00:03:01,904
จากนั้น

46
00:03:01,904 --> 00:03:02,740
น่าจะเป็นผลผลิตหรือ output นะคะ

47
00:03:02,740 --> 00:03:06,740
ในระบบ

48
00:03:06,944 --> 00:03:08,589
ทางเทคโนโลยีบางระบบ สามารถมีข้อมูล

49
00:03:08,589 --> 00:03:12,589
หรือ feedback ได้ด้วย

50
00:03:15,020 --> 00:03:19,020
นักเรียนน่าจะพอจำได้นะคะ สำหรับองค์ประกอบของระบบทางเทคโนโลยีนะคะ

51
00:03:20,482 --> 00:03:24,482
ขอทบทวนกันหน่อย ว่าแต่ละส่วนนั้นคืออะไรบ้างนะคะ

52
00:03:25,322 --> 00:03:28,002
เนื้อหาอ

53
00:03:28,002 --> 00:03:32,002
าจจะบังนิดหนึ่ง ครูเอาตัวเองออกจากทหารแล้ว

54
00:03:35,278 --> 00:03:38,067
ค่ะ ตัวป้อน input นะคะ ส่วนสีเขียวนี้นะคะ ก็คือพี่พรเข้าสู่ระบบ

55
00:03:38,067 --> 00:03:42,067
ซึ่งอาจมีได้มากกว่า 1 อย่างนะคะ

56
00:03:43,603 --> 00:03:45,352
ก่อนแล้วค่อยออกมายังกระบวนการนะคะ กระบวนการ

57
00:03:45,352 --> 00:03:46,863
การดำเนินการ

58
00:03:46,863 --> 00:03:50,863
ที่นำมาน่ะ

59
00:03:53,165 --> 00:03:55,570
ตัวป้อนนั้น เข้ามาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เป็นผลผลิตตามวัตถุประสงค์นะคะ

60
00:03:55,570 --> 00:03:58,550
กระบวนการใดระบบหนึ่งนั้นน่ะ

61
00:03:58,550 --> 00:04:02,550
อาจมีมากกว่า 1 กระบวนการก็ได้นะคะ

62
00:04:03,210 --> 00:04:05,849
นั้นก็จะเป็นส่วนของผลผลิตหรือ output นะคะ

63
00:04:05,849 --> 00:04:07,254
ก็คือผลที่ได้จากการทำงานร่วมกับ

64
00:04:07,254 --> 00:04:08,353
รวมกัน

65
00:04:08,353 --> 00:04:10,968
ของตัวป้อน

66
00:04:10,968 --> 00:04:12,520
และกระบวนการของระบบนะคะ

67
00:04:12,520 --> 00:04:15,006
ผลผลิตนี้

68
00:04:15,006 --> 00:04:16,996
ยังอาจหมายถึง

69
00:04:16,996 --> 00:04:20,996
ส่วนที่ได้

70
00:04:23,082 --> 00:04:25,913
จากกระบวนการที่เราอาจจะต้องการ หรือไม่ต้องการก็ได้นะคะ เช่นพวกของเสียหรือเศษ

71
00:04:25,913 --> 00:04:28,747
วัสดุ ก็ถือว่าเป็นผลผลิตได้ด้วยเหมือนกันนะคะ

72
00:04:28,747 --> 00:04:30,729
ในบางระบบนั้นอาจมีส่วน

73
00:04:30,729 --> 00:04:32,907
เรียกว่าข้อมูลย้อนกลับ

74
00:04:32,907 --> 00:04:35,782
หรือ Feedback ใช่ไหมคะ

75
00:04:35,782 --> 00:04:39,497
นั่นก็คือข้อมูลที่ใช้ในการควบคุม

76
00:04:39,497 --> 00:04:42,452
ปรับให้ระบบทำงานได้ตามวัตถุประสงค์

77
00:04:42,452 --> 00:04:46,452
ซึ่งอาจมีหรือไม่มีก็ได้นะคะ

78
00:04:49,283 --> 00:04:50,243
เมื่อเราสร้างองค์ประกอบทางเทคโนโลยีแล้วนะคะ อยากให้นักเรียนมาช่วยกัน

79
00:04:50,243 --> 00:04:53,203
นะคะ

80
00:04:53,203 --> 00:04:55,501
วิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยี

81
00:04:55,501 --> 00:04:56,979
ของหม้อหุงข้าวนะคะ

82
00:04:56,979 --> 00:04:59,549
หม้อหุงข้าว

83
00:04:59,549 --> 00:05:01,337
มีตัวป้อนอะไรบ้าง

84
00:05:01,337 --> 00:05:03,313
มีอะไรเป็นกระบวนการ

85
00:05:03,313 --> 00:05:05,929
มีผลผลิตอย่างไรนะคะ

86
00:05:05,929 --> 00:05:09,929
และมีข้อมูลย้อนกลับหรือไม่

87
00:05:13,380 --> 00:05:17,380
นักเรียนลองพิจารณาดูนะคะ ว่าจะวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยี ของหม้อหุงข้าวได้อย่างไร

88
00:05:17,891 --> 00:05:21,587
ก่อนอื่นค่ะนักเรียน

89
00:05:21,587 --> 00:05:23,881
ในการที่เราจะวิเคราะห์ ระบบทางเทคโนโลยีได้

90
00:05:23,881 --> 00:05:25,472
เราต้องมีส่วนประกอบ

91
00:05:25,472 --> 00:05:28,113
หรือโครงสร้าง

92
00:05:28,113 --> 00:05:30,853
ของเทคโนโลยีนั้น ๆ ก่อนนะคะ

93
00:05:30,853 --> 00:05:34,616
ในที่นี้คือหม้อหุงข้าว

94
00:05:34,616 --> 00:05:36,563
เรามาดูว่าโครงสร้างหรือส่วนประกอบคืออะไร

95
00:05:36,563 --> 00:05:40,563
จากในรูปนะคะนักเรียน

96
00:05:41,760 --> 00:05:45,696
นักเรียนเห็นแผ่นความร้อนนะคะ ซึ่งอยู่ใต้โต๊ะเครื่องของหุงข้าวนะคะ

97
00:05:45,696 --> 00:05:46,680
มีสวิตช์ที่เราใช้กดเปิด ปิดใช่ไหมคะ

98
00:05:46,680 --> 00:05:49,650
แล้วก็มี

99
00:05:49,650 --> 00:05:53,489
ในนั้นมีแม่เหล็กและขดลวดสปริง

100
00:05:53,489 --> 00:05:56,100
นี่คือโครงสร้างหลักของหม้อหุงข้าวนะคะ

101
00:05:56,100 --> 00:05:57,142
เครื่องสวิตช์แผ่นความร้อน

102
00:05:57,142 --> 00:05:58,473
และแม่เหล็ก

103
00:05:58,473 --> 00:06:01,099
และขดลวดสปริง

104
00:06:01,099 --> 00:06:05,099
อันนี้

105
00:06:06,878 --> 00:06:10,878
สัมพันธ์อันแน่นอน เพราะเขาเป็นส่วนประกอบหรือเป็นหนึ่ง ในระบบของหม้อหุงข้าว

106
00:06:12,742 --> 00:06:16,742
เมื่อเราทราบประกอบแล้ว เราต้องทราบหลักการทำงานของหม้อหุงข้าวนะ

107
00:06:19,354 --> 00:06:21,010
จากภาพเล็กกลายเป็นภาพใหญ่นะคะ จะเห็นผลของสวิ

108
00:06:21,010 --> 00:06:22,752
ตช์ ส่วนของ

109
00:06:22,752 --> 00:06:24,487
ส่วนของขดลวดสปริง

110
00:06:24,487 --> 00:06:26,145
มีแม่เหล็กถาวร

111
00:06:26,145 --> 00:06:28,525
แม่เหล็กเฟอร์โรนะคะ

112
00:06:28,525 --> 00:06:31,362
อยู่ภายในแผ่นความร้อน

113
00:06:31,362 --> 00:06:33,426
ที่เป็นอยู่ใต้โต๊ะเครื่องของหม้อหุงข้าวนะคะ

114
00:06:33,426 --> 00:06:36,505
การทำงานเริ่มต้นที่ไหน

115
00:06:36,505 --> 00:06:39,465
เริ่มต้นที่เมื่อเรากดสวิตช์ค่ะ นักเรียน

116
00:06:39,465 --> 00:06:43,465
กดสวิตช์ลงมานะคะ

117
00:06:43,476 --> 00:06:47,148
จุดที่ 2 ที่อยู่ในตัวสัมผัส ให้นักเรียนปกตินะคะ

118
00:06:47,148 --> 00:06:50,620
ก็จะได้นะคะ

119
00:06:50,620 --> 00:06:53,131
เมื่อเชื่อมกันได้แล้วนะคะ ทำให้ขดลวดสปริงนี้

120
00:06:53,131 --> 00:06:55,298
ตัวหดตัวนะคะ

121
00:06:55,298 --> 00:06:57,297
เมื่อขดตัวทำให้แม่เหล็กถาวร

122
00:06:57,297 --> 00:06:59,963
แม่เหล็กเฟอร์โรนี้

123
00:06:59,963 --> 00:07:02,335
มีแรงดึงดูดกันและกัน

124
00:07:02,335 --> 00:07:05,372
ทำให้เกิดแรงแม่เหล็กนะคะ

125
00:07:05,372 --> 00:07:07,688
แม่เหล็กแล้วสัมผัสกันแล้วนะคะ

126
00:07:07,688 --> 00:07:10,194
ก็ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้า

127
00:07:10,194 --> 00:07:14,194
ไหลเข้าสู่แผ่นความร้อน

128
00:07:15,954 --> 00:07:18,557
ก็เลยทำให้หม้อหุงข้าว ทำให้น้ำในหม้อหุงข้าวนั้นเดือดได้นะคะ

129
00:07:18,557 --> 00:07:21,135
เมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่งนะคะ

130
00:07:21,135 --> 00:07:24,721
น้ำเดือดที่อุณหภูมิสูง

131
00:07:24,721 --> 00:07:26,709
อุณหภูมิสูงและน้ำภายในหม้อต้ม

132
00:07:26,709 --> 00:07:30,709
น้ำภายในหม้อน้ำแห้ง

133
00:07:32,103 --> 00:07:34,258
เมื่อน้ำแห้ง อุณหภูมิสูงมากแม่เหล็กเฟอร์โรตัวนี้ จะมีแรงแม่เหล็กน้อยนะคะ

134
00:07:34,258 --> 00:07:37,781
มีแรงแม่เหล็กน้อยลง

135
00:07:37,781 --> 00:07:41,114
แรงระหว่างแม่เหล็กทั้ง 2 ก็จะมีค่าน้อย

136
00:07:41,114 --> 00:07:44,263
น้อยกว่าแรงดันของขดลวดสปริงตรงนี้

137
00:07:44,263 --> 00:07:48,263
ก่อนหน้านี้เขา 6 ตัวอยู่

138
00:07:49,188 --> 00:07:52,335
เพราะฉะนั้นเมื่อแรงแม่เหล็กน้อยลง ขดลวดสปริงก็มีแรงมากกว่า

139
00:07:52,335 --> 00:07:53,527
ทำให้ขดลวดสปริงนั้น

140
00:07:53,527 --> 00:07:55,006
กลับนะคะ

141
00:07:55,006 --> 00:07:58,204
เมื่อดันกลับ

142
00:07:58,204 --> 00:08:00,550
ก็ทำให้ปุ่มสัมผัสนี้ดันมาด้วยนะคะ

143
00:08:00,550 --> 00:08:01,676
กลับไปเท่านั้นแหละนะคะ

144
00:08:01,676 --> 00:08:03,995
ทำให้

145
00:08:03,995 --> 00:08:07,752
ไม่สามารถเชื่อมต่อได้แล้วนะคะ

146
00:08:07,752 --> 00:08:09,673
นั่นคือกระแสไฟฟ้าก็ไม่สามารถเข้าสู่

147
00:08:09,673 --> 00:08:13,673
แผ่นความร้อนได้นะคะ

148
00:08:15,690 --> 00:08:17,996
บททบทวนนะคะ เมื่อกดสวิตซ์ให้ความร้อนนะคะ

149
00:08:17,996 --> 00:08:20,501
ไฟฟ้าให้ความร้อนผ่านจุดสัมผัส

150
00:08:20,501 --> 00:08:22,884
สปริงหดตัวนะคะ

151
00:08:22,884 --> 00:08:24,280
แม่เหล็กถาวรก็เลยกลับติด

152
00:08:24,280 --> 00:08:28,280
แม่เหล็กเฟอร์โร

153
00:08:30,489 --> 00:08:34,489
จากนั้นนะคะแกนสวิตช์ก็ติดขับความร้อน ที่ก้นหม้อไฟฟ้าก็ให้ความร้อนได้นะ

154
00:08:34,540 --> 00:08:38,540
เพื่อจนทำให้นะคะ

155
00:08:41,441 --> 00:08:45,441
ขดลวดสปริงดึงดิตัวสัมผัสแยกจากกัน แล้วก็ไม่มีกระแสไฟฟ้าผ่านหม้อหุงข้าวนะคะ

156
00:08:47,403 --> 00:08:49,084
ถ้าเราทราบหลักการแล้ว สรุปเป็นตัวป้อนกระบวนการ และ

157
00:08:49,084 --> 00:08:53,084
ผลผลิตได้หรือไม่

158
00:08:53,871 --> 00:08:57,871
เมื่อกี้นะคะ ตัวป้อนคืออะไร

159
00:08:59,706 --> 00:09:01,329
ต้องเป็นพลังงานไฟฟ้าใช่ไหมคะ ต้องกินข้าวต้องมีน้ำใช่ไหมคะ

160
00:09:01,329 --> 00:09:05,329
คือจบนะคะ

161
00:09:07,046 --> 00:09:09,590
กระบวนการย่อย เป็นกระบวนการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้า เป็นพลังงานความร้อนนั่นเอง

162
00:09:09,590 --> 00:09:12,283
จึงทำให้น้ำเดือดได้นะคะ

163
00:09:12,283 --> 00:09:12,968
ที่เราต้องการล่ะ

164
00:09:12,968 --> 00:09:16,855
นะคะ

165
00:09:16,855 --> 00:09:18,221
ผลผลิตนั้น ก็คือข้าวที่หุงสุกเรียบร้อยแล้วนะคะ

166
00:09:18,221 --> 00:09:19,680
ในระบบนี้

167
00:09:19,680 --> 00:09:20,913
มีข้อมูลย้อนกลับ

168
00:09:20,913 --> 00:09:24,913
ใช่ไหม

169
00:09:25,794 --> 00:09:27,969
คะ ข้อมูลย้อนกลับนั้น ก็คือส่วนที่ส่งข้อมูลให้ระบบไปทำงาน

170
00:09:27,969 --> 00:09:31,969
เมื่อน้ำแห้งนั่นเองนะคะ

171
00:09:32,319 --> 00:09:36,319
การวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีนะคะ

172
00:09:36,993 --> 00:09:39,034
สังเกตว่าป้อนกระบวนการผลผลิตข้อมูลย้อนกลับ

173
00:09:39,034 --> 00:09:42,188
ทั้ง 4 ส่วนเลยนะคะ

174
00:09:42,188 --> 00:09:45,071
แต่นักเรียนไหมว่า

175
00:09:45,071 --> 00:09:49,071
ระบบทางเทคโนโลยีนั้น ระบบนั้น

176
00:09:49,479 --> 00:09:50,968
ไม่ได้มีแค่กระบวนการ

177
00:09:50,968 --> 00:09:54,852
กระบวนการเดียวนะคะ

178
00:09:54,852 --> 00:09:56,218
บางทีมีส่วนประกอบที่ซับซ้อนกว่านั้น

179
00:09:56,218 --> 00:09:57,555
ซึ่งใน

180
00:09:57,555 --> 00:10:00,891
เราเรียกว่า

181
00:10:00,891 --> 00:10:04,891
"ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน" นะคะ

182
00:10:08,225 --> 00:10:12,225
ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน ก็คือเทคโนโลยีที่ประกอบด้วย ระบบย่อยตั้งแต่ 2 ระบบขึ้นไปค่ะ

183
00:10:14,494 --> 00:10:18,494
เขาก็ทำงานร่วมกันนะคะ ก็เพื่อให้สามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์

184
00:10:20,140 --> 00:10:24,065
อย่างเช่นในรูปนี้นะคะ ก็จะเป็นในรูปของระบบ การทำงานของเครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติ

185
00:10:24,065 --> 00:10:26,194
เครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติประกอบด้วย ระบบ

186
00:10:26,194 --> 00:10:28,804
ทั้งมีระบบให้พลังงาน

187
00:10:28,804 --> 00:10:31,048
ระบบขับเคลื่อน

188
00:10:31,048 --> 00:10:33,106
ระบบตรวจจับทิศทางนะคะ

189
00:10:33,106 --> 00:10:35,404
ระบบการดูดฝุ่นนะคะ

190
00:10:35,404 --> 00:10:37,733
ซึ่งหลาย ๆ ระบบย่อยนี้

191
00:10:37,733 --> 00:10:41,733
ต้องทำงานร่วมกันนะคะ

192
00:10:42,078 --> 00:10:46,078
ซึ่งถือว่าเป็นระบบทางเทคโนโลยี ที่ซับซ้อนนั่นเองนะคะ

193
00:10:48,093 --> 00:10:52,093
เราจะวิเคราะห์อย่างไรล่ะ ถ้าเป็นระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน

194
00:10:55,437 --> 00:10:57,541
ครูโชว์แผนผังตัวนี้ ให้นักเรียนดู เพื่อให้นักเรียนสังเกตว่าระบบทางเทคโนโลยี ที่ซับซ้อนนั้น

195
00:10:57,541 --> 00:10:59,649
ในบางระบบนะคะ

196
00:10:59,649 --> 00:11:01,821
ระบบย่อยของเขานี่

197
00:11:01,821 --> 00:11:02,956
อยู่ภายในส่วนกระบวนการ

198
00:11:02,956 --> 00:11:06,366
นะคะ

199
00:11:06,366 --> 00:11:10,366
นักเรียนจะสังเกต ว่าเมื่อมีตัวป้อนนะคะ

200
00:11:10,461 --> 00:11:14,461
ตัวป้อนนั้น ก็ถูกแยกออกมาเป็นระบบแยกย่อย

201
00:11:14,956 --> 00:11:16,220
ส่วนของกระบวนการ ก็มีตัวป้อนกระบวนการผลผลิต

202
00:11:16,220 --> 00:11:20,220
1 ระบบ

203
00:11:21,014 --> 00:11:23,667
และมีระบบย่อยระบบ 2 ตัวเป็นตัวเก่า

204
00:11:23,667 --> 00:11:27,420
กระบวนการผลผลิตอีกครั้งนะคะ

205
00:11:27,420 --> 00:11:28,720
ในรูนี้นักเรียนคิดว่ามีระบบย่อยกี่ระบบคะ

206
00:11:28,720 --> 00:11:29,820
1

207
00:11:29,820 --> 00:11:30,649
2

208
00:11:30,649 --> 00:11:31,454
ถาม

209
00:11:31,454 --> 00:11:35,454
นะคะ

210
00:11:35,532 --> 00:11:39,532
แผนผังนี้มีระบบย่อยอยู่ 3 ระบบนะคะ

211
00:11:40,344 --> 00:11:44,344
ซึ่งอยู่ในภายในระบบหลัก คือตัวต้นกระบวนการ แล้วก็ผลผลิต

212
00:11:44,876 --> 00:11:47,964
เรา ก็สามารถเขียนรูปแบบการวิเคราะห์ได้ แบบนี้ได้ด้วยนะคะ

213
00:11:47,964 --> 00:11:50,709
วางระบบนั้นนะคะ

214
00:11:50,709 --> 00:11:52,345
เป็นรูปแบบนี้ก็ได้ค่ะ นักเรียน

215
00:11:52,345 --> 00:11:54,397
นักเรียนเห็นตัวใหญ่ ๆ นะ

216
00:11:54,397 --> 00:11:57,679
ตัวป้อนก็ตัวใหญ่ ๆ นะคะ

217
00:11:57,679 --> 00:12:01,580
ผลผลิตหลักนี้นะคะ ก็คือตัวใหญ่ ๆ

218
00:12:01,580 --> 00:12:03,437
ในระหว่างทางจากตัวป้อนถึงตัวผลผลิตหลักนั้น

219
00:12:03,437 --> 00:12:05,691
ประกอบไปด้วยระบบย่อยค่ะ อาจ

220
00:12:05,691 --> 00:12:07,715
เป็นกระบวนการที่ 1

221
00:12:07,715 --> 00:12:10,431
แล้วก็ได้ผลผลิตออกมา

222
00:12:10,431 --> 00:12:14,431
แล้วผลผลิตในขั้นที่ 1 นี้แหละ

223
00:12:15,085 --> 00:12:15,810
กลายไปเป็นตัวป้อน ของกระบวนการที่ออกเป็นได้

224
00:12:15,810 --> 00:12:19,033
นะคะ

225
00:12:19,033 --> 00:12:20,620
แบบนี้ก็ได้เหมือนกันนะคะ

226
00:12:20,620 --> 00:12:23,242
กระบวนการที่ 2

227
00:12:23,242 --> 00:12:27,242
ใช้ผลผลิตจากกระบวนการที่ 1 นะคะ

228
00:12:27,559 --> 00:12:31,559
กระบวนการที่ 2 ก็ทำให้เกิดผลผลิตที่ 2

229
00:12:32,919 --> 00:12:36,919
แล้วจึงกลายเป็นผลผลิตหลัก ในระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนตัวนั้น

230
00:12:39,964 --> 00:12:42,269
ข้อมูลย้อนกลับนะคะ ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ทั้งอยู่ระหว่าง

231
00:12:42,269 --> 00:12:46,238
ระบบย่อย หรือทั้งหมดก็ได้เหมือนกัน

232
00:12:46,238 --> 00:12:48,553
เราทราบรูปแบบการวิเคราะห์แล้ว

233
00:12:48,553 --> 00:12:50,792
ครูมีตัวอย่างให้นักเรียนนะคะ

234
00:12:50,792 --> 00:12:51,666
มีตัวอย่างให้นักเรียน

235
00:12:51,666 --> 00:12:55,187
คือ

236
00:12:55,187 --> 00:12:59,187
ระบบเครื่องปรับอากาศนะคะ

237
00:13:01,436 --> 00:13:05,436
นักเรียนหลายคนขับเครื่องปรับอากาศ นักเรียนรู้หรือไม่ว่า

238
00:13:05,907 --> 00:13:08,270
เครื่องปรับอากาศนั้นมีอะไรบ้าง และมีหลักการทำงานอย่างไร

239
00:13:08,270 --> 00:13:10,134
มีระบบย่อยคืออะไรบ้าง

240
00:13:10,134 --> 00:13:14,134
เรามาเรียนรู้กันนะคะ

241
00:13:14,235 --> 00:13:16,546
จากในรูปนะคะ

242
00:13:16,546 --> 00:13:20,546
จากในรูปนักเรียนจะเห็นว่า

243
00:13:21,003 --> 00:13:23,525
ระบบเครื่องปรับอากาศนั้น สามารถ

244
00:13:23,525 --> 00:13:27,525
วิเคราะห์ได้เป็นภาพรวม

245
00:13:29,645 --> 00:13:32,237
นะคะ สามารถวิเคราะห์เป็นภาพรวม เอาเป็นระบบรวม ๆ ก่อนนะคะ ระบบหลัก

246
00:13:32,237 --> 00:13:33,195
ก็จะมีตัวป้อน กระบวนการ

247
00:13:33,195 --> 00:13:35,230
ผลผลิต

248
00:13:35,230 --> 00:13:39,230
และข้อมูลย้อนกลับนะคะ

249
00:13:39,536 --> 00:13:43,420
ซึ่งตัวป้อน ก็คืออากาศภายในห้องนะคะ

250
00:13:43,420 --> 00:13:44,233
ก็คือการทำงานของเครื่อง เพื่อปรับอุณหภูมิ

251
00:13:44,233 --> 00:13:45,855
ของห้องให้

252
00:13:45,855 --> 00:13:47,018
ผลผลิต

253
00:13:47,018 --> 00:13:48,963
อากาศ

254
00:13:48,963 --> 00:13:50,566
ที่มีอุณหภูมิลดลง

255
00:13:50,566 --> 00:13:54,566
ส่วนข้อมูลทั้งปรับ

256
00:13:56,171 --> 00:13:58,179
ก็เป็นอุณหภูมิห้องใช่ไหมคะ เมื่ออุณหภูมิห้องเป็นไป ตามต้องการตัวเครื่อง

257
00:13:58,179 --> 00:14:01,457
กับการทำงานอีกครั้งนะคะ

258
00:14:01,457 --> 00:14:03,247
นักเรียนสังเกตหรือไม่ว่า

259
00:14:03,247 --> 00:14:07,163
ถ้าวิเคราะห์จริง ๆ แล้ว

260
00:14:07,163 --> 00:14:10,090
ในส่วนของกระบวนการที่ทำให้อุณหภูมิลดลงตรงนี้

261
00:14:10,090 --> 00:14:13,473
มีระบบย่อยอื่น ๆ อีกนะคะ

262
00:14:13,473 --> 00:14:14,904
สามารถแจกแจงระบบย่อยลงไปได้อีก

263
00:14:14,904 --> 00:14:17,330
เอาลองไปดูค่ะ

264
00:14:17,330 --> 00:14:19,952
ว่าเขามีหน้าที่อะไรบ้างนะคะ

265
00:14:19,952 --> 00:14:23,952
ระบบย่อยนั้น มีหน้าที่อะไรบ้าง

266
00:14:24,217 --> 00:14:25,492
ระบบย่อยของเครื่องปรับอากาศค่ะ

267
00:14:25,492 --> 00:14:26,728
อาจจะมีระบบ

268
00:14:26,728 --> 00:14:29,160
ตรงนี้นะคะ

269
00:14:29,160 --> 00:14:31,688
มี 4 ระบบด้วยกัน

270
00:14:31,688 --> 00:14:33,966
เริ่มต้นที่ระบบคอยล์เย็น

271
00:14:33,966 --> 00:14:36,219
ระบบอัดความดัน

272
00:14:36,219 --> 00:14:38,854
แล้วระบบคอยล์ร้อน

273
00:14:38,854 --> 00:14:42,297
ระบบลดความดันนะคะ

274
00:14:42,297 --> 00:14:45,978
ทุกระบบนี้ ก็รวมกันกลายเป็น

275
00:14:45,978 --> 00:14:48,195
การทำงานของเครื่องปรับอากาศ ที่เป็นการทำงานร้อน

276
00:14:48,195 --> 00:14:49,720
ในแต่ละระบบ

277
00:14:49,720 --> 00:14:50,832
input

278
00:14:50,832 --> 00:14:51,751
process

279
00:14:51,751 --> 00:14:54,257
output

280
00:14:54,257 --> 00:14:57,430
ในทุก ๆ ระบบเลยนะคะ

281
00:14:57,430 --> 00:15:00,841
นี่คือการวิเคราะห์

282
00:15:00,841 --> 00:15:04,841
ระบบย่อย แต่ระบบย่อยนี้สัมพันกันอย่างไร

283
00:15:05,787 --> 00:15:08,035
พอพูดถึงความสัมพันธ์นักเรียนต้องยกให้ได้ว่า

284
00:15:08,035 --> 00:15:10,059
อันไหนมาก่อน อันไหนมาหลัง

285
00:15:10,059 --> 00:15:12,252
ระบบไหนทำงานก่อน

286
00:15:12,252 --> 00:15:16,252
ระบบใดทำงานทีหลัง

287
00:15:17,379 --> 00:15:20,466
ต่อไปเป็นการเขียนความสัมพันธ์ของระบบย่อยทั้ง 4 นี้นะคะ

288
00:15:20,466 --> 00:15:24,163
เ ริ่มต้นที่ความสัมพันธ์

289
00:15:24,163 --> 00:15:26,983
การทำงานของเครื่องปรับอากาศ มันเริ่มที่ไหนคะ นักเรียน

290
00:15:26,983 --> 00:15:28,057
ใช่ค่ะ มันเริ่มที่เมื่ออากาศ

291
00:15:28,057 --> 00:15:32,057
เข้าสู่

292
00:15:33,059 --> 00:15:34,901
ผ่านเข้าสู่ตัวเครื่องนะคะ มันจะเริ่มต้นที่ระบบคอยล์เย็น

293
00:15:34,901 --> 00:15:38,734
ระบบคอยล์เย็นค่ะ

294
00:15:38,734 --> 00:15:40,341
ระบคอยล์เย็นนี้ ตัว input ก็คือสารทำความเย็น

295
00:15:40,341 --> 00:15:44,341
อุณหภูมิต่ำ

296
00:15:44,653 --> 00:15:47,933
สารทำความเย็น ภายในตัวเครื่องนะครับ ภายในเย็นนี้นะคะ

297
00:15:47,933 --> 00:15:51,933
มีอุณหภูมิต่ำค่ะ และมีสถานะเป็น

298
00:15:52,744 --> 00:15:55,873
แก๊ส กระบวนการของคอยล์เย็น ก็คือการดูดความร้อน ของสารทำความเย็นนี้แหละ

299
00:15:55,873 --> 00:15:57,746
อากาศภายในห้องอากาศร้อนอยู่นะคะ

300
00:15:57,746 --> 00:16:01,134
ผ่านสารทำความเย็น

301
00:16:01,134 --> 00:16:05,134
สารทำความเย็นตอนนี้ จะดูดความร้อนตามอากาศนะคะ

302
00:16:05,715 --> 00:16:08,616
เพราะฉะนั้น  Output ก็คือสารทำความเย็นให้มีอุณหภูมิสูงขึ้น

303
00:16:08,616 --> 00:16:11,103
ส่วนนี้ล่ะคะ

304
00:16:11,103 --> 00:16:13,412
สารทำความเย็น มีอุณหภูมิสูงขึ้น

305
00:16:13,412 --> 00:16:14,957
และอยู่ในสถานะแก๊สอยู่

306
00:16:14,957 --> 00:16:16,897
แล้วไปไหนคะ

307
00:16:16,897 --> 00:16:18,141
สารทำความเย็นนี้ไปไหน

308
00:16:18,141 --> 00:16:18,914
ดูดความร้อน

309
00:16:18,914 --> 00:16:20,514
อากาศ

310
00:16:20,514 --> 00:16:22,322
ทำให้ตัวเองนี่

311
00:16:22,322 --> 00:16:24,693
มีอุณหภูมิสูงขึ้น

312
00:16:24,693 --> 00:16:25,642
อยู่ในสถานะแก๊ส

313
00:16:25,642 --> 00:16:29,642
ต่อ ไปไหนต่อ

314
00:16:31,445 --> 00:16:34,358
ต่อไปที่ระบบอัดความดันค่ะ

315
00:16:34,358 --> 00:16:36,575
แน่นอนนะคะ

316
00:16:36,575 --> 00:16:38,387
ผลผลิตกับคอยล์เย็น input

317
00:16:38,387 --> 00:16:39,173
ออกระบบอัดความดัน

318
00:16:39,173 --> 00:16:43,173
นะคะ

319
00:16:44,079 --> 00:16:47,182
เข้าไปที่ระบบความดันอากาศ ทำความเย็น ตรงนี้

320
00:16:47,182 --> 00:16:50,650
โดนเพิ่มความดันสูง

321
00:16:50,650 --> 00:16:52,805
ทำให้สารความเย็นตัวนี้

322
00:16:52,805 --> 00:16:56,400
เปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว

323
00:16:56,400 --> 00:17:00,400
แต่อุณหภูมิยังสูงอยู่นะคะ

324
00:17:01,066 --> 00:17:03,568
ผลผลิตที่ได้จากระบบอัดความดัน ก็เลยเป็นสารทำความเย็

325
00:17:03,568 --> 00:17:05,734
น ที่อยู่ในสถานะของเหลว

326
00:17:05,734 --> 00:17:08,685
มีอุณหภูมิและความดันสูง

327
00:17:08,685 --> 00:17:12,685
นะคะ นักเรียนยังทันนะคะ

328
00:17:13,126 --> 00:17:15,239
ตอนนี้สารทำความเย็น เปลี่ยนสถานะแล้วนะคะ

329
00:17:15,239 --> 00:17:18,108
ออกจากระบบ

330
00:17:18,108 --> 00:17:20,085
อัดความดัน แล้วเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว

331
00:17:20,085 --> 00:17:22,715
เป็นของเหลวแล้ว

332
00:17:22,715 --> 00:17:25,687
ยังมีอุณหภูมิสูงอยู่

333
00:17:25,687 --> 00:17:26,629
เขาถูกส่งผ่านไปที่ระบบ

334
00:17:26,629 --> 00:17:30,629
ค

335
00:17:30,674 --> 00:17:34,674
อยล์ร้อน ระบบคอยล์ร้อน

336
00:17:35,138 --> 00:17:39,138
ภายนอกนะคะ อยู่ภายนอกตัวอาคารนะคะ อยู่ภายนอกห้องนะคะ

337
00:17:39,936 --> 00:17:41,095
สารทำความเย็นตัวนี้ จะถูกผ่านเข้าไปในระบบคอยล์ร้อนนะคะ

338
00:17:41,095 --> 00:17:43,036
โดย

339
00:17:43,036 --> 00:17:45,011
ถ่ายเทความร้อนให้อากาศ

340
00:17:45,011 --> 00:17:46,365
นะคะ

341
00:17:46,365 --> 00:17:50,365
ให้อากาศภายนอก

342
00:17:51,310 --> 00:17:55,310
เมื่อเขาถ่ายเทความร้อนไป แปลว่าตัวเขานั้น อุณหภูมิลดลงค่ะ

343
00:17:55,325 --> 00:17:57,975
ได้สารทำความเย็นที่อุณหภูมิลดลงแล้ว

344
00:17:57,975 --> 00:18:00,263
แต่ยังอยู่ในสถานะของเหลวอยู่นะคะ

345
00:18:00,263 --> 00:18:04,242
ความดันก็ยังสูงอยู่

346
00:18:04,242 --> 00:18:07,887
เมื่อมีการส่งผ่านไป

347
00:18:07,887 --> 00:18:11,887
ส่งผ่านมาที่ระบบลดความดัน

348
00:18:12,204 --> 00:18:14,636
สารทำความเย็น ก็ถูกลดความดันลง

349
00:18:14,636 --> 00:18:16,217
คนถูกเปลี่ยนเป็นสถานะแก๊ส

350
00:18:16,217 --> 00:18:19,543
นะคะ

351
00:18:19,543 --> 00:18:23,543
เป็นสถานะแก๊สที่มีอุณหภูมิลดลง

352
00:18:23,610 --> 00:18:25,253
แล้วจึงผ่านเข้ามาถึงระบบคอยล์เย็นอีก

353
00:18:25,253 --> 00:18:28,632
เช่นเคย

354
00:18:28,632 --> 00:18:32,632
เพราะฉะนั้น การทำงานก็จะสัมพันธ์กัน

355
00:18:32,646 --> 00:18:34,805
ไป ตามวงจรลูกศรที่ครูอธิบายนะคะ

356
00:18:34,805 --> 00:18:36,637
ระบบคอยล์เย็น

357
00:18:36,637 --> 00:18:37,924
ระบบอัดความดัน

358
00:18:37,924 --> 00:18:39,701
คอยล์ร้อน

359
00:18:39,701 --> 00:18:43,701
และระบบลดความดัน

360
00:18:44,243 --> 00:18:48,243
นี่คือการทำงานที่ของระบบย่อย ในเครื่องปรับอากาศนะคะ

361
00:18:49,119 --> 00:18:53,119
แต่ละช่วง แต่ละช่วง ก็จะมี input process output

362
00:18:54,373 --> 00:18:56,141
นะคะ เราเห็นแล้วว่าเครื่องปรับอากาศนั้น มีระบบย่อยอยู่หลายระบบเลย

363
00:18:56,141 --> 00:18:59,035
แล้วก็อื่นล่ะคะ

364
00:18:59,035 --> 00:19:02,221
นักเรียนเห็นรูปแล้ว

365
00:19:02,221 --> 00:19:05,114
นักเรียนผู้ชายอาจถนัดมากเลยนะคะ

366
00:19:05,114 --> 00:19:07,464
นักเรียนอาจจะถนัดมากเลย

367
00:19:07,464 --> 00:19:11,110
รถจักรยานยนต์

368
00:19:11,110 --> 00:19:15,110
มีระบบย่อยอะไรบ้างคะ นักเรียน

369
00:19:15,656 --> 00:19:18,908
มีระบบย่อยอะไรบ้าง

370
00:19:18,908 --> 00:19:21,267
ครูยังไม่ให้นักเรียนคิดตอนนี้นะคะ

371
00:19:21,267 --> 00:19:25,029
ครูขอฝากเป็นกิจกรรม

372
00:19:25,029 --> 00:19:29,029
คิดวิเคราะห์ระบบย่อยของเทคโนโลยีนะคะ

373
00:19:29,260 --> 00:19:31,576
แน่นอน เมื่อเราคิดระบบย่อยของเทคโนโลยี

374
00:19:31,576 --> 00:19:35,576
แปลว่านักเรียนต้องเขียน

375
00:19:38,798 --> 00:19:40,453
ส่วนต่าง ๆ ของระบบรวมใช่ไหมคะ มีตัวป้อนกระบวนการ ผลผลิต

376
00:19:40,453 --> 00:19:42,185
และข้อมูลย้อนกลับ

377
00:19:42,185 --> 00:19:44,955
นะคะ

378
00:19:44,955 --> 00:19:47,092
ของการทำงานของรถจักรยานยนต์นี่แหละ

379
00:19:47,092 --> 00:19:49,098
พร้อมเขียนอธิบายค่ะนักเรียน

380
00:19:49,098 --> 00:19:53,098
ว่าระบบย่อยอาหารมีอะไรบ้าง

381
00:19:54,081 --> 00:19:58,081
ระบบย่อยที่ 1 มีตัวป้อนอะไร กระบวนการอะไร ผลผลิตอะไรนะคะ

382
00:19:59,715 --> 00:20:01,795
การเขียนแผนภาพแสดงความสัมพันธ์ ของระบบย่อยนั้น ๆ

383
00:20:01,795 --> 00:20:04,107
พร้อมคำอธิบาย

384
00:20:04,107 --> 00:20:07,303
นักเรียนไปฝึกดูนะคะ

385
00:20:07,303 --> 00:20:08,976
รถจักรยานยนต์มีระบบย่อยอะไรบ้าง

386
00:20:08,976 --> 00:20:10,498
ในระบบย่อยนั้น

387
00:20:10,498 --> 00:20:13,264
ประกอบด้วย

388
00:20:13,264 --> 00:20:14,472
ตัวป้อน กระบวนการผลผลิตอะไรบ้าง

389
00:20:14,472 --> 00:20:18,472
และ

390
00:20:18,577 --> 00:20:21,150
ระบบย่อยนั้น มีความสัมพันธ์กันอย่างไรนะคะ

391
00:20:21,150 --> 00:20:22,671
ก็เขียนเป็นแผนผัง

392
00:20:22,671 --> 00:20:26,671
แสดงความ

393
00:20:29,056 --> 00:20:30,839
... แผนผังหรือแผนภาพ แสดงความสัมพันธ์ของระบบย่อย พร้อมคำอธิบายด้วยนะคะ

394
00:20:30,839 --> 00:20:32,102
เหมือนตัวอย่างของป

395
00:20:32,102 --> 00:20:36,102
รับอากาศเลย

396
00:20:36,139 --> 00:20:38,446
ครูจะให้เวลานักเรียนไปทำกิจกรรมนะคะ

397
00:20:38,446 --> 00:20:42,446
ประมาณ 15 นาทีค่ะ

398
00:20:42,904 --> 00:20:46,904
[เสียงดนตรี

399
00:20:47,346 --> 00:20:50,173
] (ดร.พิมพร) เป็นอย่างไรบ้างคะ นักเรียนคะ สำหรับการฝึก

400
00:20:50,173 --> 00:20:52,474
วิเคราะห์ระบบย่อย ของรถจักรยานยนต์

401
00:20:52,474 --> 00:20:55,839
ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ

402
00:20:55,839 --> 00:20:59,831
หลังจากนี้นะคะ ถ้านักเรียนคนใดนะคะ

403
00:20:59,831 --> 00:21:03,733
ยังสงสัยเกี่ยวกับระบบการทำงาน ของเครื่องปรับอากาศ

404
00:21:03,733 --> 00:21:07,116
อยากดูให้ละเอียดนะคะ อยากเรียนสามารถติดตาม

405
00:21:07,116 --> 00:21:09,364
ตามลิงก์ ที่ครูให้ไว้นะคะ

406
00:21:09,364 --> 00:21:13,364
หรือนักเรียนคนใด

407
00:21:14,739 --> 00:21:16,554
การทบทวนความรู้ เรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยี ว่ามีความหมายอย่างไร ตอบด้วย

408
00:21:16,554 --> 00:21:20,554
ระบบอะไรบ้างนะคะ

409
00:21:22,307 --> 00:21:23,867
เข้าไปที่ลิงก์ที่ครูให้ไว้นะคะ  สำหรับตัวนี้นะคะ ก็คงจะ

410
00:21:23,867 --> 00:21:27,867
ขอหยุดการอธิบาย

411
00:21:29,248 --> 00:21:31,154
เรื่องของระบบทางเทคโนโลยี และระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนนะคะ

412
00:21:31,154 --> 00:21:34,781
อยากให้นักเรียน

413
00:21:34,781 --> 00:21:38,781
เข้าใจว่านะคะ ระบบทางเทคโนโลยี 1

414
00:21:39,045 --> 00:21:43,045
ประกอบด้วย ระบบย่อยหลาย ๆ ระบบทำงานสัมพันธ์กันนะคะ

415
00:21:45,147 --> 00:21:49,147
ครั้งนี้ก็เพื่อให้เทคโนโลยีนั้น สามารถทำงานได้บรรลุตามวัตถุประสงค์น้ำอีกนะคะ

416
00:21:50,772 --> 00:21:54,051
ทางเทคโนโลยีที่ มีหลายระบบนั้น เราเรียกว่าระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน

417
00:21:54,051 --> 00:21:58,051
เป็นความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์ตรงนี้แหละ

418
00:21:59,727 --> 00:22:03,727
ช่วยให้นักเรียนสามารถตรวจสอบการทำงาน หรือสามารถแก้ไข

419
00:22:07,120 --> 00:22:10,049
หรือแม้กระทั่งพัฒนา ต่อยอดพัฒนาเทคโนโลยีนั้น ๆ ได้นะคะ ก็หวังว่านักเรียนจะใช้ความรู้

420
00:22:10,049 --> 00:22:12,730
การวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน

421
00:22:12,730 --> 00:22:14,905
ในหัวข้อต่อไปได้นะคะ

422
00:22:14,905 --> 00:22:16,880
สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

423
00:22:16,880 --> 00:22:20,880
[เสียงดนตรี]

