﻿1
00:00:19,700 --> 00:00:23,700

2
00:00:41,008 --> 00:00:45,008
[เสียงดนตรี] สวัสดีค่ะ นักเรียนคะ พบกับครูอ้อมอีกเช่นเคยในวิชาเทคโนโลยีการออกแบบและเทคโนโลยีค่ะ

3
00:00:46,191 --> 00:00:50,191
นักเรียนทราบแล้วว่าวิชานี้ประกอบด้วย เนื้อหา 7 บทซึ่ง 3 บทแรก

4
00:00:52,853 --> 00:00:54,357
ในส่วนที่เรียกว่าเทคโนโลยีน่ารู้วันนี้เป็นวันที่ 2 ในบทที่ 2 นะคะ

5
00:00:54,357 --> 00:00:57,317
ชื่อเรื่องว่า

6
00:00:57,317 --> 00:01:01,317
ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

7
00:01:01,409 --> 00:01:05,409
จุดประสงค์ของหัวข้อดีก็คือนักเรียนสามารถ

8
00:01:07,143 --> 00:01:11,143
วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทางการแพทย์และสิ่งแวดล้อมได้ รวมถึงต้องสามารถ

9
00:01:13,032 --> 00:01:16,410
คาดการณ์อัตราแนวโน้มเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้เช่นเดียวกันจะวิเคราะห์อย่างไร

10
00:01:16,410 --> 00:01:20,410
คาดการณ์อย่างไรวันนี้เราจะได้เรียนรู้กันนะคะ

11
00:01:21,075 --> 00:01:23,696
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องเป็นเรื่องของเทคโนโลยีทางการแพทย์

12
00:01:23,696 --> 00:01:27,057
แล้วทำไมต้องเป็นด้านสิ่งแวดล้อม

13
00:01:27,057 --> 00:01:31,057
ก็เพราะว่าในสถานการณ์ของโลกปัจจุบัน

14
00:01:34,404 --> 00:01:36,573
กลุ่มประชากรที่จัดว่าเป็นกลุ่มผู้สูงวัยหรืออายุ 60 ปีขึ้นไปมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

15
00:01:36,573 --> 00:01:37,989
เพราะฉะนั้น อาจจะ

16
00:01:37,989 --> 00:01:40,492
เนื่องมาจากสาเหตุ

17
00:01:40,492 --> 00:01:41,566
อัตราการเกิดลดลง

18
00:01:41,566 --> 00:01:44,790
หรือ

19
00:01:44,790 --> 00:01:48,790
ประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาล

20
00:01:48,823 --> 00:01:51,370
มาขึ้นก็จะทำให้ผู้สูงอายุมีจำนวนมาก

21
00:01:51,370 --> 00:01:53,040
ทั่วโลก แม้แต่สถิติของ

22
00:01:53,040 --> 00:01:57,040
ประเทศกลุ่มอาเซียน

23
00:01:58,001 --> 00:01:59,703
รวมทั้งไปเปรียบเทียบกับต่างประเทศนั้น ก็คือญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และปีนี้

24
00:01:59,703 --> 00:02:00,805
เราจะเห็นว่าประเทศ

25
00:02:00,805 --> 00:02:04,805
ไทย

26
00:02:09,256 --> 00:02:12,325
มีสัดส่วนของประชากรถึงร้อยละ 15.36 เป็นผู้สูงวัยจากประชากร ทั้งหมดนะคะ

27
00:02:12,325 --> 00:02:14,002
15.30

28
00:02:14,002 --> 00:02:18,002
กลุ่มผู้สูงวัย

29
00:02:19,189 --> 00:02:21,482
ถ้าเทียบกับกลุ่มประเทศที่เอามาเปรียบเทียบกันนักเรียนจะเห็นว่าข้อมูลนี้ ประเทศไทย

30
00:02:21,482 --> 00:02:24,376
ถือว่าอยู่ในอันดับ 4

31
00:02:24,376 --> 00:02:28,376
รองจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน

32
00:02:30,777 --> 00:02:31,714
และเป็นสัดส่วนที่เป็นอันดับ 1 เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศอาเซียน เพราะฉะนั้น ในฐานะที่เรา

33
00:02:31,714 --> 00:02:35,714
เป็น

34
00:02:37,580 --> 00:02:39,181
คนหนึ่งที่กำลังจะอยู่ในสังคมผู้สูงวัย เราต้องเรียนรู้การรักษาพยาบาล

35
00:02:39,181 --> 00:02:43,181
รวมถึง

36
00:02:44,979 --> 00:02:46,129
อีกทางประเด็นหนึ่งนั่นก็คือเทคโนโลยีทางการแพทย์นี่ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่

37
00:02:46,129 --> 00:02:47,423
ช่วย

38
00:02:47,423 --> 00:02:51,423
ดำรงเผ่าพันธุ์มนุษย์

39
00:02:53,025 --> 00:02:56,391
ดังนั้น มีความจำเป็นมีความสัมพันธ์ที่จะต้องเรียนรู้กัน

40
00:02:56,391 --> 00:02:59,741
ในส่วนของเทคโนโลยีด้านนี้

41
00:02:59,741 --> 00:03:03,741
อีกด้านหนึ่งค่ะ สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม

42
00:03:04,830 --> 00:03:08,830
แน่นอนค่ะ ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีการพัฒนาโดยไม่ตระหนัก

43
00:03:10,311 --> 00:03:12,154
ถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมนี้ก็จะเกิดมลภาวะด้านต่าง ๆ อย่างเช่น

44
00:03:12,154 --> 00:03:16,154
มลภาวะทางอากาศ

45
00:03:17,229 --> 00:03:18,882
ซึ่งเกิดจากการขยายตัวของเมืองหรือชุมชนเมือง การใช้รถยนต์

46
00:03:18,882 --> 00:03:20,925
หรือการ

47
00:03:20,925 --> 00:03:24,925
ทำธุรกิจ

48
00:03:25,424 --> 00:03:29,424
ภาคธุรกิจภาคอุตสาหกรรม ก็อาจจะเกิดมลภาวะทางอากาศ

49
00:03:29,530 --> 00:03:30,673
รวมถึงสารปนเปื้อนที่ถูกปล่อยลงสู่แม่น้ำลำคลอง

50
00:03:30,673 --> 00:03:32,472
หรือทะเล

51
00:03:32,472 --> 00:03:34,706
จากการผลิต

52
00:03:34,706 --> 00:03:37,842
ระบบทางอุตสาหกรรม

53
00:03:37,842 --> 00:03:41,842
ชุมชนที่มีความหนาแน่น รวมถึง

54
00:03:44,148 --> 00:03:48,148
การกำจัดขยะที่ไม่เป็นระบบก็อาจก่อให้เกิดปัญหาทาง

55
00:03:49,795 --> 00:03:52,517
การจัดการขยะได้ด้วย เพราะฉะนั้น เราจึงต้องเรียนรู้เรื่องของเทคโนโลยีการ

56
00:03:52,517 --> 00:03:55,028
อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อที่จะช่วย

57
00:03:55,028 --> 00:03:59,028
กันให้

58
00:04:00,882 --> 00:04:03,226
เรียนรู้และใช้เทคโนโลยีนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

59
00:04:03,226 --> 00:04:06,607
นั่นจึงเป็นที่มาของ

60
00:04:06,607 --> 00:04:09,625
หัวข้อที่เราจะได้เรียนในวันนี้นะคะ

61
00:04:09,625 --> 00:04:11,738
ก่อนอื่นขอทบทวนก่อนว่า

62
00:04:11,738 --> 00:04:15,344
เอ๊ะ สาเหตุหรือการ

63
00:04:15,344 --> 00:04:16,992
เปลี่ยนไปของเทคโนโลยีนักเรียนจำได้ไหม หัวข้อที่แล้ว

64
00:04:16,992 --> 00:04:18,474
มือกี่สาเหตุ

65
00:04:18,474 --> 00:04:21,803
มีกี่ปัจจัยคะ

66
00:04:21,803 --> 00:04:25,803
มี 5 สาเหตุ

67
00:04:27,943 --> 00:04:30,831
มี 5 ปัจจัยค่ะ นั่นคือความต้องการของมนุษย์เพื่อที่จะแก้ไขปัญหา

68
00:04:30,831 --> 00:04:34,831
ใช่ไหมคะ เป็นสาเหตุหรือปัจจัยหลักเลย

69
00:04:37,008 --> 00:04:41,008
องค์การกับองค์ความรู้และความก้าวหน้าของศาสตร์ต่าง ๆ เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

70
00:04:42,239 --> 00:04:46,239
รวมถึงสิ่งแวดล้อมด้วยนะคะ ในวันนี้เรื่องของการพิจารณาลักษณะ

71
00:04:48,466 --> 00:04:52,466
การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีนี่ เราก็ต้องคำนึงถึงสาเหตุหรือปัจจัยเหล่านี้เสมอ

72
00:04:54,603 --> 00:04:56,714
เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่จะช่วยพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีได้ด้วยนะคะ

73
00:04:56,714 --> 00:04:59,077
เรามาเริ่มพิจารณา

74
00:04:59,077 --> 00:05:02,875
การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีกันค่ะ

75
00:05:02,875 --> 00:05:04,823
เริ่มการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีทางการแพทย์

76
00:05:04,823 --> 00:05:07,791
และด้านสุขภาพนะคะ

77
00:05:07,791 --> 00:05:09,855
อุปกรณ์ที่นักเรียนเห็นในภาพนี้

78
00:05:09,855 --> 00:05:13,642
เรียกว่า

79
00:05:13,642 --> 00:05:17,642
"เครื่องเป่าความดันลม" หรือ

80
00:05:18,616 --> 00:05:20,303
"CPAP" เครื่องเป่าความดันลมมีลักษณะอย่างไรเป็นเทคโนโลยี 1

81
00:05:20,303 --> 00:05:24,303
ที่ชุด

82
00:05:25,482 --> 00:05:27,074
เปิดขยายทางเดินหายใจสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนกรน

83
00:05:27,074 --> 00:05:28,607
นอนหลับไม่สนิท

84
00:05:28,607 --> 00:05:32,607
หรืออาจมีภาวะ

85
00:05:32,843 --> 00:05:34,854
หยุดหายใจขณะหลับ เพราะฉะนั้น จึงมีเทคโนโลยี

86
00:05:34,854 --> 00:05:38,854
ตอนนี้ขึ้นมา

87
00:05:39,022 --> 00:05:40,523
เรียกว่า "เครื่องเป่าความดันลม" นี่แหละ เครื่องเป่าความดันลม

88
00:05:40,523 --> 00:05:44,523
ทำงานอย่างไร

89
00:05:45,268 --> 00:05:47,910
ก็มีการดูดอากาศภายนอกเข้าสู่ตัวนี้นะคะ

90
00:05:47,910 --> 00:05:51,910
แผ่นกรองฝุ่น

91
00:05:52,302 --> 00:05:53,651
แล้วจึงผลิตแรงดันอากาศนั้นผ่าน

92
00:05:53,651 --> 00:05:54,679
เข้าไป

93
00:05:54,679 --> 00:05:55,952
ทางท่อ

94
00:05:55,952 --> 00:05:57,955
นะคะ

95
00:05:57,955 --> 00:05:58,992
จนถึง

96
00:05:58,992 --> 00:06:01,083
ส่วนครอบ

97
00:06:01,083 --> 00:06:05,083
จมูกสำหรับผู้ใช้

98
00:06:06,886 --> 00:06:08,461
แล้วก็ผ่านเข้าไปสู่ระบบทางเดินหายใจของผู้ใช้นั่นเอง

99
00:06:08,461 --> 00:06:12,461
เพราะฉะนั้น

100
00:06:13,992 --> 00:06:16,600
มีสาเหตุหรือปัจจัยที่ทำให้เกิดเทคโนโลยีตรงนี้ขึ้นมา

101
00:06:16,600 --> 00:06:20,600
ก็ด้วยเนื่องจากว่า

102
00:06:21,894 --> 00:06:25,252
มนุษย์นี่ล่ะค่ะ มีความต้องการแก้ปัญหาการนอนกรนหรือการนอนหลับไม่สนิท

103
00:06:25,252 --> 00:06:29,227
รวมถึงความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

104
00:06:29,227 --> 00:06:30,819
ก็สามารถทำให้ผลิตเครื่องเป่าความดันลมหรือ CPAP

105
00:06:30,819 --> 00:06:32,811
ขึ้นมาได้

106
00:06:32,811 --> 00:06:36,811
เอ๊ะ นักเรียนเห็นสภาพ

107
00:06:39,145 --> 00:06:41,482
แบบนี้ เห็นลักษณะการใช้งานที่ผู้ใช้ทุกวันนี้นักเรียนคิดว่า

108
00:06:41,482 --> 00:06:44,018
มีจำกัดหรือว่ามี

109
00:06:44,018 --> 00:06:47,823
ปัญหาในการใช้หรือเปล่าคะ

110
00:06:47,823 --> 00:06:49,664
ให้นักเรียนลองคิดนะ

111
00:06:49,664 --> 00:06:52,919
คะ เอ๊ะ จะมีข้อจำกัดไหม

112
00:06:52,919 --> 00:06:56,258
ช่วยในการนอนกรนด้านแล้วนะ

113
00:06:56,258 --> 00:07:00,258
แน่นอนเขาอ่ะ

114
00:07:00,577 --> 00:07:04,077
อะไรเขาว่าหาเมื่อมีผู้ใช้ที่มีลักษณะแตกต่างกันนี่

115
00:07:04,077 --> 00:07:07,748
ปัญหาหรือความไม่สะดวกก็ต้องเกิดขึ้น

116
00:07:07,748 --> 00:07:11,245
ไปแน่นอน อย่างเช่น ในเรื่องของเครื่อง CPAP นี่

117
00:07:11,245 --> 00:07:15,245
เรื่องของขนาดอุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสม

118
00:07:17,186 --> 00:07:18,724
สามารถคืนได้แน่นอนเพราะหน้าตาของแต่ละคนนี่แตกต่างกันใช่ไหมคะ

119
00:07:18,724 --> 00:07:19,897
เพราะฉะนั้น รูปร่างหน้าตา

120
00:07:19,897 --> 00:07:22,192
ฉะนั้นอุปกรณ์

121
00:07:22,192 --> 00:07:23,669
ก็อาจไม่เหมาะสมสำหรับบางคน

122
00:07:23,669 --> 00:07:26,095
หรือมีที่

123
00:07:26,095 --> 00:07:30,095
มี

124
00:07:30,423 --> 00:07:34,423
การใช้งานก็จะมีอาการข้างเคียง

125
00:07:35,676 --> 00:07:39,676
อย่างเช่น อาการคัดจมูก ปวดจมูก เลือดกำเดาไหล หรือมีอาการ

126
00:07:42,467 --> 00:07:44,575
เกิดรอยกดทับใช้นานเกินไป แบบนี้ก็ถือว่าเป็นข้อจำกัดของเครื่อง

127
00:07:44,575 --> 00:07:45,917
CPAP ที่ทำให้ไม่สะดวก

128
00:07:45,917 --> 00:07:49,917
ต่อการใช้งาน

129
00:07:50,522 --> 00:07:51,735
ถ้าเป็นแบบนี้นักเรียนสามารถคาดการณ์ได้ไหมคะ ว่า

130
00:07:51,735 --> 00:07:53,652
แล้ว

131
00:07:53,652 --> 00:07:57,652
เครื่องช่วย

132
00:07:58,067 --> 00:08:02,067
นอนกรน เครื่องช่วยแก้ปัญหานอนกรนในอนาคตมันควรจะเป็นรูปแบบไหน

133
00:08:02,270 --> 00:08:04,079
นักเรียนคิดว่าในไหนได้บ้างคะ เพื่อที่จะ

134
00:08:04,079 --> 00:08:06,674
แก้

135
00:08:06,674 --> 00:08:10,674
ไข หรือ

136
00:08:12,008 --> 00:08:14,785
แก้ปัญหาข้อจำกัดที่ณปัจจุบันนี้เครื่อง CPAP มีปัญหาอยู่

137
00:08:14,785 --> 00:08:18,240
ให้นักเรียนลองคิดนะคะ

138
00:08:18,240 --> 00:08:22,240
อาจยังคิดไม่ออกแต่ว่า

139
00:08:22,298 --> 00:08:26,298
ตอนนี้นะค่ะ แนวโน้มที่จะเกิดขึ้น

140
00:08:26,619 --> 00:08:30,619
เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหาการนอนกรนนี่ค่ะ

141
00:08:32,641 --> 00:08:34,079
มันมีกลุ่มผู้วิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์นะคะ

142
00:08:34,079 --> 00:08:35,881
สามารถพัฒนา

143
00:08:35,881 --> 00:08:39,881
เครื่องมือที่เรียกว่า

144
00:08:41,058 --> 00:08:42,421
"หมอนตุ๊กตา" ค่ะนักเรียน หมอนตุ๊กตาช่วยลดปัญหาการนอนลง

145
00:08:42,421 --> 00:08:46,197
นอนอย่างไร

146
00:08:46,197 --> 00:08:50,197
เพราะว่ามีไมโครโฟนตรวจจับเสียงกรนค่ะ

147
00:08:51,475 --> 00:08:53,622
แล้วก็นอกจากนี้ก็ยังมีอุปกรณ์ที่ตรวจวัดความเข้มข้นของ

148
00:08:53,622 --> 00:08:56,909
ออกซิเจนในเลือด

149
00:08:56,909 --> 00:08:59,454
ที่ปลายนิ้วมือของผู้ไปด้วย หลังจากที่

150
00:08:59,454 --> 00:09:03,454
มีการรับสัญญาณ

151
00:09:04,018 --> 00:09:08,018
ตรวจสอบเสียงกรนแล้ว ก็จะส่งสัญญาณไปให้ตุ๊กตานี่

152
00:09:09,445 --> 00:09:12,255
แขนดันดันศีรษะของผู้ใหญ่ให้เปลี่ยนท่านอนได้ เพื่อที่จะหายใจได้สะดวก

153
00:09:12,255 --> 00:09:16,255
คล่องยิ่งขึ้น

154
00:09:17,395 --> 00:09:21,395
นี่ก็สามารถแก้ปัญหาไม่ต้องมีอะไรมาครอบจมูก ก็จะเกิด

155
00:09:23,390 --> 00:09:27,390
ความสะดวกต่อผู้ใช้ใช่ไหมคะ ก็ถือว่าเป็นแนวโน้มที่จะเกิดเทคโนโลยีขึ้น

156
00:09:27,471 --> 00:09:30,503
สังเกตว่าการพัฒนาเทคโนโลยีประเภทนี้

157
00:09:30,503 --> 00:09:33,268
เป็นการแก้ปัญหา

158
00:09:33,268 --> 00:09:35,455
เรื่องของความไม่สะดวกของผู้ใช้ได้

159
00:09:35,455 --> 00:09:36,600
นักเรียนจะเห็นนะคะ ว่า

160
00:09:36,600 --> 00:09:40,600
การ

161
00:09:43,075 --> 00:09:45,388
คาการณ์นี้ต้องมีอยู่บนพื้นฐานสภาพปัญหาหรือว่าสภาพการใช้งานนั่นเอง ที่มันไม่สะดวก

162
00:09:45,388 --> 00:09:49,388
ต่อการใช้งานนั่นเอง

163
00:09:50,952 --> 00:09:52,823
ท้ายที่สุดแล้วตัวนี้ก็ยังคงเป็นแนวโน้มหรือเทคโนโลยีอยู่นะคะ

164
00:09:52,823 --> 00:09:54,345
เป็นต้นฉบับต้นแบบ

165
00:09:54,345 --> 00:09:57,611
ยังอยู่ในระดับ

166
00:09:57,611 --> 00:10:01,022
การทดลองอยู่ เพราะฉะนั้น ก็ยังอยู่ใน

167
00:10:01,022 --> 00:10:04,155
ยังไม่ได้นำมาใช้จริงในผู้ป่วยนะคะ

168
00:10:04,155 --> 00:10:06,913
อีกตัวอย่างหนึ่งค่ะ

169
00:10:06,913 --> 00:10:10,913
เรื่องของการเปลี่ยนแปลงหูฟัง

170
00:10:10,950 --> 00:10:13,687
ที่แพทย์ใช้ตรวจสภาพของผู้ป่วย

171
00:10:13,687 --> 00:10:14,399
ก่อนหน้านี้นะคะ หูฟัง

172
00:10:14,399 --> 00:10:16,500
ในยุค

173
00:10:16,500 --> 00:10:20,165
โบราณนั้นทำจากไม้

174
00:10:20,165 --> 00:10:20,814
แน่นอนทำจากไม้ก็ต้องมีปัญหาเรื่องของ

175
00:10:20,814 --> 00:10:24,814
ขนาด

176
00:10:27,185 --> 00:10:28,817
ของหูฟังนี่แหละ ที่มันมีขนาดใหญ่เกินไป มีน้ำหนักมากเกินไป พกพาไม่สะดวก

177
00:10:28,817 --> 00:10:31,311
และ

178
00:10:31,311 --> 00:10:35,311
ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้

179
00:10:36,642 --> 00:10:40,642
ต้องการแก้ไขปัญหานี้ รวมถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านวัสดุ

180
00:10:40,740 --> 00:10:42,122
และองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับเสียงนี่

181
00:10:42,122 --> 00:10:44,131
ทำให้สามารถ

182
00:10:44,131 --> 00:10:48,131
ใช้ผลิต

183
00:10:49,909 --> 00:10:52,478
หรือว่าพัฒนาต่อยอดมาเป็นหูฟังแพทย์ทั่วไปอย่างที่นักเรียนเห็นในรูป

184
00:10:52,478 --> 00:10:53,856
ก็จะสามารถทำให้มีขนาดเล็ก

185
00:10:53,856 --> 00:10:56,557
มีน้ำหนักเบา

186
00:10:56,557 --> 00:10:57,508
อย่างไรก็ตามหูฟังแพทย์ทั่วไปนี่

187
00:10:57,508 --> 00:10:59,565
ตอนนี้ก็ยัง

188
00:10:59,565 --> 00:11:01,447
มีข้อจำกัดอยู่

189
00:11:01,447 --> 00:11:04,568
อย่างเช่น มีเสียงรบกวน

190
00:11:04,568 --> 00:11:05,721
แล้วผู้ใช้หรือว่าแพทย์ผู้

191
00:11:05,721 --> 00:11:07,514
วินิจฉัย

192
00:11:07,514 --> 00:11:09,175
นี่ ก็ต้องใช้ความชำนาญ

193
00:11:09,175 --> 00:11:11,137
เฉพาะบุคคล

194
00:11:11,137 --> 00:11:14,868
ไม่สามารถ

195
00:11:14,868 --> 00:11:17,017
บันทึกเสียงเป็นสัญญาณภาพให้เห็นได้เพราะฉะนั้น

196
00:11:17,017 --> 00:11:18,205
ก็ต้องแก้ปัญหาไปอีก

197
00:11:18,205 --> 00:11:22,205
ตอนนี้

198
00:11:22,376 --> 00:11:23,253
เนื่องจากมีความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์

199
00:11:23,253 --> 00:11:25,651
จึงสามารถ

200
00:11:25,651 --> 00:11:29,651
พัฒนาหูฟังแพทย์เป็น

201
00:11:31,007 --> 00:11:32,498
หูฟังอิเล็กทรอนิกส์ เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านสัญญาณ Bluetooth ได้แล้วนะคะ

202
00:11:32,498 --> 00:11:34,162
นั่นก็สามารถ

203
00:11:34,162 --> 00:11:38,162
ทำให้เห็นสัญญาณ

204
00:11:40,179 --> 00:11:44,179
มีการแปลงสัญญาณเสียงเป็นสัญญาณภาพ ทำให้วินิจฉัยได้แม่นยำยิ่งขึ้น

205
00:11:45,883 --> 00:11:48,455
อย่างนี้แหละค่ะ คือตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีทางการแพทย์

206
00:11:48,455 --> 00:11:52,455
ที่เกิดจากข้อจำกัด

207
00:11:54,553 --> 00:11:58,553
ขณะใช้ไปใช้ไปก็เกิดข้อจำกัด ก็มีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ

208
00:11:59,287 --> 00:12:00,680
เรื่อย ๆ ก็ไม่แน่ว่าในอนาคตอนาคตนี้ หูฟังแพทย์อาจจะอยู่ในรูปแบบอื่น

209
00:12:00,680 --> 00:12:04,680
ก็

210
00:12:04,939 --> 00:12:07,386
ต้องถูกพัฒนาปรับปรุงไปตามสภาพปัญหาที่เป็นอยู่

211
00:12:07,386 --> 00:12:09,085
นี่ก็เป็นตัวอย่างของการเปลี่ยน

212
00:12:09,085 --> 00:12:13,085
ทางการแพทย์นะคะ

213
00:12:14,270 --> 00:12:15,943
ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีทางด้านสิ่งแวดล้อม

214
00:12:15,943 --> 00:12:17,268
ล่ะคะ นักเรียน

215
00:12:17,268 --> 00:12:18,811
ถึง

216
00:12:18,811 --> 00:12:21,256
เทคโนโลยีอะไรบ้าง

217
00:12:21,256 --> 00:12:22,453
บรรจุภัณฑ์ค่ะนักเรียนคะ

218
00:12:22,453 --> 00:12:25,856
ตอนนี้

219
00:12:25,856 --> 00:12:28,794
มีปัญหากันมากเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่

220
00:12:28,794 --> 00:12:30,812
มีบรรจุภัณฑ์ที่เป็นพลาสติก

221
00:12:30,812 --> 00:12:31,969
หรือวัสดุที่เป็นย่อยสลายยาก

222
00:12:31,969 --> 00:12:35,969
อย่างเช่น

223
00:12:36,044 --> 00:12:40,044
เริ่มต้นที่เราพิจารณากันบรรจุภัณฑ์ประเภทโฟม

224
00:12:40,405 --> 00:12:41,380
จริง ๆ แล้วก็มีข้อดีอยู่นะคะ ก็มีข้อดีอยู่ อย่างเช่น

225
00:12:41,380 --> 00:12:45,380
พกพาสะดวก

226
00:12:46,576 --> 00:12:48,095
เราไม่ต้องล้าง เพราะฉะนั้น ก็ต้องสอดคล้องกับวิถีชีวิตที่มันต้องรีบเร่ง

227
00:12:48,095 --> 00:12:51,355
ต้องทำงานใช่ไหมคะ

228
00:12:51,355 --> 00:12:53,210
อย่างไรก็ตามเขาก็มีข้อจำกัดข้อเสีย

229
00:12:53,210 --> 00:12:55,401
เพราะมีองค์ประกอบ

230
00:12:55,401 --> 00:12:56,983
คือ สารสไตรีน

231
00:12:56,983 --> 00:13:00,766
ซึ่งเป็น

232
00:13:00,766 --> 00:13:04,766
อันตรายต่อร่างกาย รวมทั้งเกิดจากการผลิต

233
00:13:07,380 --> 00:13:11,380
ที่เกิดจากส่วนเกินในกระบวนการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ซึ่งมีปัญหาเรื่องการย่อยสลาย

234
00:13:11,878 --> 00:13:12,806
จึงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้น ถึงแม้จะสะดวก

235
00:13:12,806 --> 00:13:16,806
แต่

236
00:13:18,939 --> 00:13:20,942
ถ้ามองในแง่สิ่งแวดล้อมนั้นเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมมากเลยนะคะ ต้องมีการ

237
00:13:20,942 --> 00:13:23,149
พัฒนาหรือ

238
00:13:23,149 --> 00:13:25,766
บรรจุภัณฑ์แบบนี้ไปอีก

239
00:13:25,766 --> 00:13:28,067
นักเรียนคิดว่าต้องพัฒนาแบบไหนคะ

240
00:13:28,067 --> 00:13:30,820
ตอนนี้ค่ะ

241
00:13:30,820 --> 00:13:33,364
อันนี้มีบรรจุภัณฑ์ที่ทำจาก

242
00:13:33,364 --> 00:13:36,792
วัสดุธรรมชาติ

243
00:13:36,792 --> 00:13:38,844
ซึ่งสกัดธรรมชาตินี้ทำจากอะไร

244
00:13:38,844 --> 00:13:40,603
ก็ทำจาก

245
00:13:40,603 --> 00:13:43,247
ใบไม้ค่ะ

246
00:13:43,247 --> 00:13:47,030
ในตรงนี้นะคะ

247
00:13:47,030 --> 00:13:50,775
รูปที่ครูนำมาก็เป็นพัฒนาวิศวกรรมศาสตร์

248
00:13:50,775 --> 00:13:52,887
นำใบทอง

249
00:13:52,887 --> 00:13:54,520
กวาวมาขึ้นรูปเป็นจานและ

250
00:13:54,520 --> 00:13:57,203
ชาม บรรจุภัณฑ์

251
00:13:57,203 --> 00:13:59,790
ใส่น้ำร้อนก็ได้

252
00:13:59,790 --> 00:14:03,790
สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ

253
00:14:04,415 --> 00:14:06,180
ก็ถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาข้อจำกัดของโฟม

254
00:14:06,180 --> 00:14:07,601
ใช่ไหมคะ

255
00:14:07,601 --> 00:14:10,997
แต่ เอ๊ะ ถ้านักเรียน

256
00:14:10,997 --> 00:14:14,997
คิดไปในแง่ของข้อจำกัดที่เรา

257
00:14:18,583 --> 00:14:20,727
ถ้าเราใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากใบทองกวาวนี่ นักเรียนคิดว่ามันจะมีปัญหาหรือข้อจำกัดอะไรบ้างคะ

258
00:14:20,727 --> 00:14:23,744
นักเรียกคิดนะคะ ว่า

259
00:14:23,744 --> 00:14:25,921
บรรจุภัณฑ์จากธรรมชาตินี่

260
00:14:25,921 --> 00:14:29,921
จะมีข้อจำกัดอะไรบ้าง

261
00:14:32,083 --> 00:14:36,083
นักเรียนมีเวลาคิดนะคะ

262
00:14:42,653 --> 00:14:45,394
อยากให้นักเรียนลองคิดสั ก30 วินาทีเพื่อที่จะเป็นแนวทางในการวิเคราะห์ต่อไป

263
00:14:45,394 --> 00:14:47,895
ครูจะเริ่มจับเวลานะ

264
00:14:47,895 --> 00:14:49,520
คะ ว่า เอ๊ะ มีข้อจำกัดอะไรบ้าง

265
00:14:49,520 --> 00:14:53,439

266
00:14:53,439 --> 00:14:55,324
ยังไม่ใช้หรือเห็นบรรจุภัณฑ์ทราบข้อมูล

267
00:14:55,324 --> 00:14:58,222
นี่มีปัญหาอะไรบ้าง

268
00:14:58,222 --> 00:15:00,191
จับเวลานะคะ

269
00:15:00,191 --> 00:15:04,191
เริ่มค่ะ

270
00:15:31,576 --> 00:15:33,954
หมดเวลาค่ะ

271
00:15:33,954 --> 00:15:37,399
เป็นอย่างไรบ้างคะ

272
00:15:37,399 --> 00:15:38,492
นักเรียนสามารถคิดค้นข้อจำกัด

273
00:15:38,492 --> 00:15:42,492
หรือ

274
00:15:45,224 --> 00:15:48,493
อาจจะเป็นปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการใช้บรรจุภัณฑ์ชนิดนี้ได้ไหมคะ

275
00:15:48,493 --> 00:15:49,892
อันนี้เป็นสิ่งที่ครูคิดไว้

276
00:15:49,892 --> 00:15:51,252
ได้นะคะ แบบเร็ว ๆ

277
00:15:51,252 --> 00:15:53,573
นะคะ ครูคิดว่า

278
00:15:53,573 --> 00:15:57,496
ด้วยความคงทน

279
00:15:57,496 --> 00:16:01,496
หรือระยะเวลาในการใช้งานมันจะคงทนได้สักประมาณ

280
00:16:02,087 --> 00:16:04,107
เท่าไรนะ อาจจะมีปัญหาเรื่องความคงทนก็ได้

281
00:16:04,107 --> 00:16:06,124
แล้วครูก็ยังคิดอีกว่า

282
00:16:06,124 --> 00:16:06,942
ใบทองกวาว

283
00:16:06,942 --> 00:16:10,942
นี่เป็น

284
00:16:12,361 --> 00:16:16,361
วัตถุดิบมีเฉพาะถิ่นหรือไม่ ถ้าหากว่าครูอยากผลิต

285
00:16:16,440 --> 00:16:17,469
ในการค้าไปเลยอย่างที่จำนวนมาก ๆ นี่

286
00:16:17,469 --> 00:16:20,991
หยิบตัวนี้

287
00:16:20,991 --> 00:16:24,991
อยู่ไหม ใบทองกวาวจะมีเพียงพอต่อการผลิตหรือเปล่า

288
00:16:25,901 --> 00:16:29,901
เป็นพืชท้องถิ่นหรือเปล่าอาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้

289
00:16:31,974 --> 00:16:35,331
นี่คือเป็นข้อจำกัดที่กูคิดได้แบบเร็ว ๆ นะคะ นักเรียนอาจจะมีมากกว่านี้นะคะ

290
00:16:35,331 --> 00:16:37,688
ถ้ามองในแง่กข้อจำกัดในหัวข้อนี้

291
00:16:37,688 --> 00:16:39,097
นักเรียนคิดว่า

292
00:16:39,097 --> 00:16:43,097
บรรจุภัณฑ์ที่

293
00:16:43,485 --> 00:16:45,987
จะต้องผลิตจากวัสดุธรรมชาติเพื่อทดแทนโฟมนี่

294
00:16:45,987 --> 00:16:48,073
ต้องมีลักษณะอย่างไรคะ ที่จะสามารถ

295
00:16:48,073 --> 00:16:51,203
พัฒนาต่อจาก

296
00:16:51,203 --> 00:16:52,941
ภาชนะ หรือบรรจุภัณฑ์

297
00:16:52,941 --> 00:16:54,749
ที่จากใบทองกวาว

298
00:16:54,749 --> 00:16:58,749
นักเรียนคิดว่าต้องมี

299
00:17:01,783 --> 00:17:04,117
ลักษณะอย่างไร นี่ก็ถือว่าเป็นการคาดการณ์เป็นการคาดการณ์ในอนาคต โดยพิจารณาจากข้อจำกัด

300
00:17:04,117 --> 00:17:05,869
ที่เราสมมติว่าจะเกิดขึ้น

301
00:17:05,869 --> 00:17:06,645
หรือคาดว่าจะเกิดขึ้น

302
00:17:06,645 --> 00:17:10,645
นะคะ

303
00:17:13,364 --> 00:17:17,364
ลักษณะในอนาคตของบรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาตินี้จะเป็นอย่างไร

304
00:17:20,135 --> 00:17:21,927
แน่นอนค่ะ จากข้อจำกัดที่ครูคิดไว้ 3 ประเด็นนะคะ นักเรียนจะสามารถแยกออกไป

305
00:17:21,927 --> 00:17:22,848
เป็นประเด็นในแง่ที่เรียกว่า

306
00:17:22,848 --> 00:17:26,848
วัตถุดิบ

307
00:17:28,370 --> 00:17:30,329
นั่นก็คือใบทองกวาวอาจมีข้อจำกัดผลิตจำนวนมาก ๆ

308
00:17:30,329 --> 00:17:32,727
เพราะเป็นพืชท้องถิ่น

309
00:17:32,727 --> 00:17:36,727
บางท้องถิ่นอาจจะไม่มี

310
00:17:39,475 --> 00:17:41,116
มองในแง่ของความคงทนนั่นก็แปลว่าครูมองในแง่ของคุณภาพของบรรจุภัณฑ์ชนิดนี้

311
00:17:41,116 --> 00:17:43,670
จะสามารถมี

312
00:17:43,670 --> 00:17:45,854
คุณภาพประสิทธิภาพที่ดีหรือเปล่า

313
00:17:45,854 --> 00:17:47,846
เพราะฉะนั้น

314
00:17:47,846 --> 00:17:50,601
ครูก็ต้องคาดการณ์ครูต้อง

315
00:17:50,601 --> 00:17:52,137
การเพื่อแก้ไขข้อจำกัดนี้

316
00:17:52,137 --> 00:17:56,137
เพราะฉะนั้น

317
00:17:56,639 --> 00:17:58,922
การพัฒนาในอนาคต ก็จะต้องมีแนวทาง อย่างเช่น

318
00:17:58,922 --> 00:18:01,371
ใช้วัตถุดิบหรือพืชหรือ

319
00:18:01,371 --> 00:18:05,290
อะไรก็ตามที่มีอยู่ทั่วไป

320
00:18:05,290 --> 00:18:09,290
หาง่าย มีปริมาณมาก เพราะ

321
00:18:10,880 --> 00:18:12,417
เรามองว่ามันอาจมีข้อจำกัดในเรื่องของการผลิตจำนวนมาก เพราะฉะนั้น เราก็ต้องใช้

322
00:18:12,417 --> 00:18:14,446
วัตถุดิบหรือพืช

323
00:18:14,446 --> 00:18:18,446
ที่มีปริมาณมากไว้ก่อน

324
00:18:19,304 --> 00:18:21,471
และในอนาคตมันก็อาจจะมีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์

325
00:18:21,471 --> 00:18:23,523
ที่จะทำให้วัสดุนี้

326
00:18:23,523 --> 00:18:27,523
มีความคงทนมากยิ่งขึ้น

327
00:18:28,146 --> 00:18:32,146
และสามารถย่อยสลายตามธรรมชาติได้ดีอีกด้วย

328
00:18:34,388 --> 00:18:37,801
เพราะฉะนั้น ครูก็คิดว่าน่าจะมีหรือว่าน่าจะพัฒนาได้นี่ก็คือการคาดการณ์ของคุณครูนะคะ

329
00:18:37,801 --> 00:18:40,405
ซึ่งมันจะออกมาในลักษณะไหนล่ะ

330
00:18:40,405 --> 00:18:44,405
ก็อาจจะออกมาในลักษณะ

331
00:18:47,438 --> 00:18:51,407
เป็นจานชามหรือบรรจุภัณฑ์จากหญ้า เพราะเห็นว่ามีหญ้ามีอยู่ทั่วไปและมีปริมาณมาก

332
00:18:51,407 --> 00:18:55,407
จากใบไม้ก็ได้ใช่ไหมคะ

333
00:18:56,609 --> 00:18:57,853
และก็ต้องด้วยความก้าวหน้าของวิทย์ที่ครูคิดว่า

334
00:18:57,853 --> 00:18:59,496
พัฒนาไปแล้ว

335
00:18:59,496 --> 00:19:01,758
น้าตอนอนาคตนั้น

336
00:19:01,758 --> 00:19:04,805
ก็อาจจะมีความคงทนมากยิ่งขึ้น

337
00:19:04,805 --> 00:19:08,805
กันน้ำ กันไฟ หรือว่าย่อยสลายได้เร็ว

338
00:19:09,384 --> 00:19:12,405
หรืออาจจะมีการพัฒนาเป็นบรรจุภัณฑ์ที่รับประทานได้เลย

339
00:19:12,405 --> 00:19:16,405
จะสามารถลดขยะได้เลยนะคะ

340
00:19:16,909 --> 00:19:19,593
เราจะมีคุณสมบัติพิเศษอื่น ๆ ก็ได้ ซึ่งเราก็

341
00:19:19,593 --> 00:19:23,593
ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อจำกัดตร

342
00:19:24,276 --> 00:19:26,091
งนี้ นี่ก็คือเป็นตัวอย่างของการคาดการณ์เทคโนโลยี

343
00:19:26,091 --> 00:19:27,885
ในอนาคต

344
00:19:27,885 --> 00:19:31,885
เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์นะคะ

345
00:19:33,821 --> 00:19:35,908
โดยครูใช้พื้นฐาน ก็คือข้อจำกัดที่เราคิดว่า มันอาจจะเกิดข้อ

346
00:19:35,908 --> 00:19:38,410
จำกัดในเรื่องของการใช้นั่นเอง

347
00:19:38,410 --> 00:19:41,040
อีกตัวอย่างหนึ่งค่ะ

348
00:19:41,040 --> 00:19:42,897
เรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนะคะ

349
00:19:42,897 --> 00:19:45,197
ตัวอย่างของการ

350
00:19:45,197 --> 00:19:47,005
พิจารณาการเปลี่ยนแปลง

351
00:19:47,005 --> 00:19:51,005
เชื้อเพลิงรถยนต์

352
00:19:52,337 --> 00:19:53,996
นักเรียนทราบดีว่ารถยนต์นั้นต้องใช้เชื้อเพลิง ในยุคเริ่มต้นนั้น

353
00:19:53,996 --> 00:19:56,316
ปัจจุบันก็มี

354
00:19:56,316 --> 00:19:58,999
นะคะ การใช้น้ำมันเบนซิน

355
00:19:58,999 --> 00:19:59,945
ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการ

356
00:19:59,945 --> 00:20:03,351
กลั่นน้ำมันดิบ

357
00:20:03,351 --> 00:20:05,368
การนำมาผสมสารเพิ่มคุณภาพ

358
00:20:05,368 --> 00:20:07,751
โดยมีหัวเทียน

359
00:20:07,751 --> 00:20:10,252
เป็นเครื่องจุดระเบิดใช่ไหมคะ

360
00:20:10,252 --> 00:20:11,738
แต่ข้อจำกัดของเขา ก็คือต่อ

361
00:20:11,738 --> 00:20:13,329
ขอให้เกิดมลภาวะ

362
00:20:13,329 --> 00:20:15,473
ทางอากาศจากการเผาไหม้

363
00:20:15,473 --> 00:20:17,047
เพราะฉะนั้น จึงมีการพัฒนาเป็น

364
00:20:17,047 --> 00:20:21,047
น้ำมันแก๊สโซฮอล์

365
00:20:21,727 --> 00:20:24,735
น้ำมันแก๊สโซฮอล์เกิดจากการใช้น้ำมันเบนซิน

366
00:20:24,735 --> 00:20:27,858
ผสมแอลกอฮอล์ที่สกัดได้จากพืชผลทางการเกษตร

367
00:20:27,858 --> 00:20:29,085
ก็จะเป็นการใช้ประโยชน์ในทางการเกษตรได้ด้วย

368
00:20:29,085 --> 00:20:30,906
นะคะ

369
00:20:30,906 --> 00:20:34,607
ตัวนี้นะคะ

370
00:20:34,607 --> 00:20:36,259
ก็จะมีประโยชน์ตรงที่ว่ามันเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

371
00:20:36,259 --> 00:20:37,552
กับพืชผลทางการเกษตร

372
00:20:37,552 --> 00:20:41,361
แล้วก็สามารถลด

373
00:20:41,361 --> 00:20:44,917
ภาวะทางอากาศ 20-25 เปอร์เซ็นต์

374
00:20:44,917 --> 00:20:47,738
แต่ก็ยังไม่ดีที่สุด ก็ยังมีการพัฒนามาอีก

375
00:20:47,738 --> 00:20:51,195
เรียกว่า "รถยนต์ไฮบริด

376
00:20:51,195 --> 00:20:52,158
" รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงและไฟฟ้า

377
00:20:52,158 --> 00:20:54,640
ซึ่ง

378
00:20:54,640 --> 00:20:57,853
สามารถลดมลภาวะ

379
00:20:57,853 --> 00:20:59,365
ทางอากาศได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

380
00:20:59,365 --> 00:21:00,866
นักเรียน

381
00:21:00,866 --> 00:21:02,216
หยุดแค่นี้

382
00:21:02,216 --> 00:21:03,232
ไหมคะ ยังค่ะ

383
00:21:03,232 --> 00:21:03,996
ยังนะคะ

384
00:21:03,996 --> 00:21:05,086
เพราะว่า

385
00:21:05,086 --> 00:21:07,386
ยังมี

386
00:21:07,386 --> 00:21:09,810
เทคโนโลยี

387
00:21:09,810 --> 00:21:10,934
อื่นมาทดแทนได้อีกนะคะ

388
00:21:10,934 --> 00:21:12,829
นั่นก็็คือ

389
00:21:12,829 --> 00:21:14,900
รถยนต์ไฟฟ้าค่ะ

390
00:21:14,900 --> 00:21:16,781
รถยนต์ไฟฟ้านี่

391
00:21:16,781 --> 00:21:18,170
ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า

392
00:21:18,170 --> 00:21:20,145
แน่นอนไม่เกิด

393
00:21:20,145 --> 00:21:22,581
ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ

394
00:21:22,581 --> 00:21:26,581
มลพิษทางอากาศนะคะ

395
00:21:27,942 --> 00:21:31,942
กักเก็บไฟฟ้าในไว้แบตเตอรี่ แล้วก็นำมาใช้ในการขับเคลื่อนมอเตอร์

396
00:21:32,912 --> 00:21:34,936
ดูเหมือนว่าจะแก้ไขปัญหาด้านมลภาวะทางอากาศได้แล้ว

397
00:21:34,936 --> 00:21:37,320
แล้วนักเรียนคิดว่า

398
00:21:37,320 --> 00:21:41,159
รถยนต์ไฟฟ้านี่่มีข้อจำกัด

399
00:21:41,159 --> 00:21:43,559
ไหมคะ หรือว่ามันจะถูกพัฒนาไปในทิศทางไหน

400
00:21:43,559 --> 00:21:47,269
น่าคิดนะคะ ว่า

401
00:21:47,269 --> 00:21:49,756
ขนาดว่าลดมลภาวะได้แล้ว

402
00:21:49,756 --> 00:21:53,756
มีข้อจำกัดอะไรอีก

403
00:21:54,628 --> 00:21:55,854
ถ้านักเรียนพิจารณานะคะ ก็จะเห็นว่า

404
00:21:55,854 --> 00:21:59,004
รถไฟฟ้า

405
00:21:59,004 --> 00:22:00,185
รถยนต์ไฟฟ้าตอนนี้ ส่วนใหญ่มันเป็นรถยนต์รุ่นเล็ก

406
00:22:00,185 --> 00:22:03,455
นะคะ ใช้สำหรับ

407
00:22:03,455 --> 00:22:07,455
ใช้ในเมืองในระยะสั้น ๆ

408
00:22:08,962 --> 00:22:09,673
ต้องมีสถานีบริการชาร์จไฟฟ้าอยู่เป็นระยะ ๆ แล้วก็มี

409
00:22:09,673 --> 00:22:10,586
งาน

410
00:22:10,586 --> 00:22:13,318
ชาร์จ

411
00:22:13,318 --> 00:22:15,836
ต้องใช้ระยะเวลานาน เพราะฉะนั้น จึงไม่สะดวกเลย

412
00:22:15,836 --> 00:22:17,994
จึงต้องมีการพัฒนา

413
00:22:17,994 --> 00:22:19,146
จึงต้องมีการพัฒนา

414
00:22:19,146 --> 00:22:21,374
เพื่อให้

415
00:22:21,374 --> 00:22:23,085
ลบข้อจำกัด

416
00:22:23,085 --> 00:22:24,721
ข้อนี้นะคะ

417
00:22:24,721 --> 00:22:26,590
นักเรียนคิดว่า

418
00:22:26,590 --> 00:22:29,199
อะไรจะสามารถ

419
00:22:29,199 --> 00:22:30,621
แก้ไขปัญหานี้ได้คะ

420
00:22:30,621 --> 00:22:32,187
ในอนาคต

421
00:22:32,187 --> 00:22:34,148
อาจจะเป็นอย่างนี้ค่ะ

422
00:22:34,148 --> 00:22:36,321
รูปร่างหน้าตาของรถยนต์

423
00:22:36,321 --> 00:22:38,779
น่าสนใจไหมคะ

424
00:22:38,779 --> 00:22:41,051
ก็เพราะว่ามีแนวคิดการพัฒนา

425
00:22:41,051 --> 00:22:42,736
อยู่บนพื้นฐานที่เรียกว่า

426
00:22:42,736 --> 00:22:43,933
... เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้า

427
00:22:43,933 --> 00:22:46,432
รถยนต์รุ่นเล็ก

428
00:22:46,432 --> 00:22:49,320
ใช้เดินทางในระยะสั้น ๆ เพราะฉะนั้น

429
00:22:49,320 --> 00:22:52,010
ก็เลยมีแนวคิดว่าต้องมีการพัฒนา

430
00:22:52,010 --> 00:22:53,370
หาแหล่งพลังงานที่มีอยู่

431
00:22:53,370 --> 00:22:57,271
ทั่วไป

432
00:22:57,271 --> 00:23:00,115
จะได้ไม่ต้องใช้สถานีชาร์จไฟฟ้า

433
00:23:00,115 --> 00:23:01,689
นั่นก็คือการใช้แผงโซล่าเซลล์นั่นเอง

434
00:23:01,689 --> 00:23:03,673
ใช้โซล่าเซลล์

435
00:23:03,673 --> 00:23:07,299
หลังคารถไปเลย

436
00:23:07,299 --> 00:23:09,383
แล้วก็เปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้า

437
00:23:09,383 --> 00:23:10,968
น่าจะมีการพัฒนา

438
00:23:10,968 --> 00:23:14,968
ความเร็ว

439
00:23:16,143 --> 00:23:20,143
แล้วก็พัฒนาประสิทธิภาพของเครื่องยนต์นั้นให้สามารถเดินทางนั้นได้ไกล

440
00:23:20,720 --> 00:23:21,671
นี่ก็เป็นการคาดการณ์ในอนาคตซึ่งจะต้องใช้

441
00:23:21,671 --> 00:23:24,361
ความรู้

442
00:23:24,361 --> 00:23:27,515
ในหลาย ๆ ด้านเลย อย่างเช่น วิทยาศาสตร์

443
00:23:27,515 --> 00:23:29,688
วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยีในด้านต่าง ๆ

444
00:23:29,688 --> 00:23:30,450
ที่ช่วยในการขับเคลื่อน

445
00:23:30,450 --> 00:23:31,799
เครื่องยนต์

446
00:23:31,799 --> 00:23:34,504
ที่ใช้โซล่าเซลล์

447
00:23:34,504 --> 00:23:35,320
นี้ นี่ก็เป็นแนวคิดการพัฒนา

448
00:23:35,320 --> 00:23:37,193
หลายบริษัท

449
00:23:37,193 --> 00:23:40,844
ที่พยายามทำอยู่

450
00:23:40,844 --> 00:23:44,232
เพื่อนำไปสู่การใช้รถยนต์ที่

451
00:23:44,232 --> 00:23:45,958
เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แล้วก็มีประสิทธิภาพดี

452
00:23:45,958 --> 00:23:47,731
นี่ก็เป็นตัวอย่าง

453
00:23:47,731 --> 00:23:48,956
ของของการเปลี่ยนเทคโนโลยี

454
00:23:48,956 --> 00:23:50,952
ทางด้าน

455
00:23:50,952 --> 00:23:54,024
สิ่งแวดล้อมด้วยนะคะ

456
00:23:54,024 --> 00:23:57,036
นักเรียนสังเกตไหมคะ ว่า

457
00:23:57,036 --> 00:23:59,709
ที่ผ่านมาครูได้นำเสนอ

458
00:23:59,709 --> 00:24:02,385
ครูได้นำเสนอการคาดการณ์

459
00:24:02,385 --> 00:24:03,960
ต้องใช้หลักการอะไรในการคาดการณ์คะ

460
00:24:03,960 --> 00:24:07,960
เช่น

461
00:24:08,587 --> 00:24:12,015
งานคัดการบรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ

462
00:24:12,015 --> 00:24:14,150
ครูก็คาดการณ์จากข้อจำกัดใช่ไหมคะ

463
00:24:14,150 --> 00:24:15,926
จากข้อจำกัดที่

464
00:24:15,926 --> 00:24:17,465
คิดว่าอาจจะเกิดขึ้น

465
00:24:17,465 --> 00:24:19,135
หรืออย่างเช่น

466
00:24:19,135 --> 00:24:22,339
รถยนต์ไฟฟ้า

467
00:24:22,339 --> 00:24:26,339
ครูแนวคิดการพัฒนา

468
00:24:26,893 --> 00:24:29,925
นี่ เกิดจากข้อจำกัดที่เกิดจากการใช้ในระบบตอนนี้

469
00:24:29,925 --> 00:24:31,931
โฆษณาหลักการที่ใช้ในการคาดการณ์

470
00:24:31,931 --> 00:24:35,931
เทคโนโลยีในอนาคตนะคะ

471
00:24:36,431 --> 00:24:38,206
ต้องเป็นการคาดการณ์บนฐานความรู้ที่น่าเชื่อถือ

472
00:24:38,206 --> 00:24:39,905
และก็มีความเป็นไปได้

473
00:24:39,905 --> 00:24:41,374
นอกจากนี้ก็ต้อง

474
00:24:41,374 --> 00:24:43,807
ลืมไม่ได้เลย

475
00:24:43,807 --> 00:24:47,029
ต้องพิจารณาจากสาเหตุหรือปัจจัย

476
00:24:47,029 --> 00:24:49,489
ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีนั้น ๆ

477
00:24:49,489 --> 00:24:51,736
ซึ่งแน่นอนค่ะ มีเรื่องของ

478
00:24:51,736 --> 00:24:54,515
ปัญหาและความต้องการของมนุษย์นี่แหละ

479
00:24:54,515 --> 00:24:58,515
เป็นตัวผลักดันที่สำคัญ

480
00:25:00,526 --> 00:25:02,117
รวมถึงความก้าวหน้าของศาสตร์ต่าง ๆ ร่วมด้วยสังคมเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

481
00:25:02,117 --> 00:25:03,155
หรือสาเหตุ

482
00:25:03,155 --> 00:25:04,552
เช่นกัน

483
00:25:04,552 --> 00:25:06,644
นี่ก็คือ

484
00:25:06,644 --> 00:25:10,644
เป็นหลักการที่ทำให้

485
00:25:11,124 --> 00:25:13,531
เราได้สามารถคาดการณ์เทคโนโลยีในอนาคตนั้นได้นะคะ

486
00:25:13,531 --> 00:25:15,576
สำหรับนักเรียนคนใดที่

487
00:25:15,576 --> 00:25:16,096
อยากศึกษาเพิ่มเติม

488
00:25:16,096 --> 00:25:20,020
เกี่ยวกับ

489
00:25:20,020 --> 00:25:22,621
อุปกรณ์ หรือเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เรียกว่า

490
00:25:22,621 --> 00:25:23,898
"CPAP" นะคะ นักเรียนครูสามารถ

491
00:25:23,898 --> 00:25:27,456
ตามลิงก์นี้

492
00:25:27,456 --> 00:25:30,821
ใช้คิวอาร์โค้ดนี้ไปศึกษาเพิ่มเติมได้

493
00:25:30,821 --> 00:25:34,821
รวมถึงหมอนตุ๊กตาด้วยนะคะ เป็นเทคโนโลยี

494
00:25:37,646 --> 00:25:41,137
ต้นแบบ ดูหน้าตาก็

495
00:25:41,137 --> 00:25:43,520
สุพรรณที่ผลิตจากวัสดุด้วย

496
00:25:43,520 --> 00:25:44,780
I

497
00:25:44,780 --> 00:25:46,199
ศ

498
00:25:46,199 --> 00:25:47,049
ึกษาเพิ่มเติม

499
00:25:47,049 --> 00:25:48,949
จะได้

500
00:25:48,949 --> 00:25:50,047
แนวคิดในการทำ

501
00:25:50,047 --> 00:25:52,159
พัฒนา

502
00:25:52,159 --> 00:25:54,642
ให้ดียิ่งขึ้น

503
00:25:54,642 --> 00:25:55,946
ส

504
00:25:55,946 --> 00:25:59,091
ำหรับวันนี้ครูสรุปว่า

505
00:25:59,091 --> 00:26:00,967
นี่แหละค่ะ

506
00:26:00,967 --> 00:26:02,343
สาเหตุ

507
00:26:02,343 --> 00:26:04,650

508
00:26:04,650 --> 00:26:06,817
การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี

509
00:26:06,817 --> 00:26:09,893
นอกจากนี้

510
00:26:09,893 --> 00:26:13,042
ก็ต้องเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา

511
00:26:13,042 --> 00:26:14,937
อยู่กับสาเหตุหรือปัจจัยต่าง ๆ ที่

512
00:26:14,937 --> 00:26:15,439
ครูได้กล่าวไว้นะ

513
00:26:15,439 --> 00:26:18,717
เพราะฉะนั้น

514
00:26:18,717 --> 00:26:22,717
เป็นแปลงของนี้แหละ

515
00:26:23,061 --> 00:26:24,719
การวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ

516
00:26:24,719 --> 00:26:26,700
เปลี่ยนนั้น

517
00:26:26,700 --> 00:26:27,919
มีกี่

518
00:26:27,919 --> 00:26:29,932
สามารถ

519
00:26:29,932 --> 00:26:33,932
แนะนำได้

520
00:26:35,999 --> 00:26:39,243
ใช่แล้วนักเรียนก็ต้อง

521
00:26:39,243 --> 00:26:40,199
ผลกระทบของเทคโนโลยีด้วย ซึ่ง

522
00:26:40,199 --> 00:26:41,984
มีทั้งดี

523
00:26:41,984 --> 00:26:45,860
และมีทั้งไม่ดี

524
00:26:45,860 --> 00:26:47,443
ก็จะทำให้เรารู้เท่าทันและใช้เทคโนโลยีนั้นได้อย่าง

525
00:26:47,443 --> 00:26:48,536
คุ้มค่าและเป็นประโยชน์

526
00:26:48,536 --> 00:26:52,536
ก็หวังว่า

527
00:26:53,114 --> 00:26:56,233
ในเนื้อหาบทที่ 2 เรื่องของการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ซึ่ง

528
00:26:56,233 --> 00:27:00,114
ครูได้อธิบายให้นักเรียนได้ฟังนั้น

529
00:27:00,114 --> 00:27:01,616
ก็จะสามารถทำให้นักเรียนเข้าใจและนำไปใช้ได้อย่าง

530
00:27:01,616 --> 00:27:04,762
ดียิ่งขึ้นนะคะ

531
00:27:04,762 --> 00:27:08,264
พบกันใหม่ในหัวข้อถัดไป สวัสดีค่ะ

532
00:27:08,264 --> 00:27:12,264
[เสียงดนตรี]

