﻿1
00:00:40,230 --> 00:00:44,230
// สวัสดีค่ะ นักเรียนคะคุณครูอ้อมนะคะ วันนี้ก็ยินดีที่ได้มีโอกาสได้มาจากการเรียนรู้

2
00:00:45,381 --> 00:00:49,381
ในวิชาเทคโนโลยีการออกแบบ และเทคโนโลยีสำหรับนักเรียนชั้น

3
00:00:51,579 --> 00:00:55,579
มัธยมศึกษาปีที่ 4 นะคะ วิชานี้นะคะ จะมีหัวข้ออะไรบ้าง

4
00:00:58,786 --> 00:01:00,031
ก่อนอื่นเลยนะคะ ในวิชาเทคโนโลยีการออกแบบและเทคโนโลยีของเรานี่นะคะ

5
00:01:00,031 --> 00:01:01,493
ป

6
00:01:01,493 --> 00:01:03,651
ระกอบด้วย 7 บ

7
00:01:03,651 --> 00:01:06,455
ท 7 บท นั้น ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนค่ะ

8
00:01:06,455 --> 00:01:10,455
ส่วนแรกเรียกว่าเทคโนโลยีน่ารู้

9
00:01:13,023 --> 00:01:16,436
ซึ่งประกอบด้วย 3 บทเรียนด้วยกันนะคะ จะได้จัดการเรียนรู้กับพวกเราทั้ง 3 คนบทเลย

10
00:01:16,436 --> 00:01:19,017
วันนี้เป็นเรื่องของบทที่ 1

11
00:01:19,017 --> 00:01:23,017
ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน

12
00:01:23,236 --> 00:01:24,187
ซึ่งหัวข้อแรกของวันนี้เลยนะคะ ก็ชื่อว่าระบบ

13
00:01:24,187 --> 00:01:28,187
คืออะไรนะคะ

14
00:01:31,529 --> 00:01:32,983
ครูอ้อมจะได้พูดถึงความหมายของระบบว่าคืออะไร แล้วก็ระบบทางธรรมชาติ

15
00:01:32,983 --> 00:01:36,983
กับระบบ

16
00:01:38,828 --> 00:01:42,407
ทางเทคโนโลยีหรือเป็นระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นนั้นเอง ก่อนอื่น

17
00:01:42,407 --> 00:01:46,407
ครูอ้อมขอชี้แจงจุดประสงค์นะคะ เมื่อนักเรียนเรียนรู้เรื่อง

18
00:01:50,197 --> 00:01:52,907
หัวข้อเรื่องระบบคืออะไร นี่นะคะ ครูก็คาดหวังให้นักเรียนสามารถอธิบายความหมายของระบบได้นะคะ

19
00:01:52,907 --> 00:01:54,678
เชื่อมโยงความสัมพันธ์

20
00:01:54,678 --> 00:01:57,126
องค์ประกอบต่าง ๆ

21
00:01:57,126 --> 00:02:01,126
ที่เกี่ยวเนื่องกันภายในระบบได้

22
00:02:03,902 --> 00:02:06,284
นะคะ ขอให้นักเรียนตั้งใจเรียนเพื่อที่จะบรรลุจุดประสงค์การเรียนรู้ของเรามีทั้ง 2 ข้อนะคะ

23
00:02:06,284 --> 00:02:09,456
ก่อนอื่นเลย

24
00:02:09,456 --> 00:02:11,498
นะคะ ครูอยากให้นักเรียนบอกความสัมพันธ์

25
00:02:11,498 --> 00:02:14,857
ของ 2 ภาพนี้

26
00:02:14,857 --> 00:02:18,672
อาจจะยังเห็นไม่ชัดเจน เดี๋ยวค

27
00:02:18,672 --> 00:02:22,672
รูอ้อมเอาตัวเองออกจากภาพก่อนนะคะ

28
00:02:26,056 --> 00:02:29,228
ออกแล้ว จะเห็นชัดมากขึ้น

29
00:02:29,228 --> 00:02:33,228
นะ 2 ภาพนี้สัมพันธ์กันอย่างไรนักเรียน

30
00:02:36,332 --> 00:02:40,332
วิธีการง่าย ๆ ที่เรามักจะใช้

31
00:02:42,348 --> 00:02:44,924
เอามาใช้ในการมองภาพหรือว่าหาความสัมพันธ์ของ 2 ภาพ ก็คือการยึดถึงคำ

32
00:02:44,924 --> 00:02:47,506
คำที่เกี่ยวข้องกับภาพนี้

33
00:02:47,506 --> 00:02:49,734
มีอะไรบ้างล่ะคะ

34
00:02:49,734 --> 00:02:53,506
เค้ก อาจจะไม่ใช่เค้น คิดถึงเค้ก

35
00:02:53,506 --> 00:02:57,499
ขนมหวานคิดถึงอาหาร

36
00:02:57,499 --> 00:02:58,495
คิดถึงแม่ คิดถึงลูก มีคำว่า "ครอบครัว

37
00:02:58,495 --> 00:03:00,163
" มีความสุข

38
00:03:00,163 --> 00:03:02,805
ความอิ่ม ความอร่อย

39
00:03:02,805 --> 00:03:04,584
อีกภาพหนึ่ง

40
00:03:04,584 --> 00:03:06,499
ข้าง ๆ กัน

41
00:03:06,499 --> 00:03:10,456
ต้นไม้มีแสงมี

42
00:03:10,456 --> 00:03:14,456
ลบด้วยนะคะ มีสถานที่ควรยึดถือคำว่า "บ้าน

43
00:03:14,954 --> 00:03:16,619
" บางคนคิดถึงการจัดบ้านการจัดสวน

44
00:03:16,619 --> 00:03:17,585
หรืออาจจะคิดถึง

45
00:03:17,585 --> 00:03:19,119
แสง

46
00:03:19,119 --> 00:03:23,112
อากาศดี

47
00:03:23,112 --> 00:03:27,112
มีพืชสวน มาตกแต่ง มีต้นไม้ มีธรรมชาติ

48
00:03:29,758 --> 00:03:33,045
คิดได้หมดเลยค่ะ พอได้คำแล้ว เราก็ลองหาความสัมพันธ์

49
00:03:33,045 --> 00:03:34,362
ดูสิ บางคนอาจจะได้มาเป็นประโยคเลย อาจจะได้คำว่า

50
00:03:34,362 --> 00:03:38,362
"บ้านแสนสุข

51
00:03:38,493 --> 00:03:39,758
" จะได้คำว่า "บ้านแสนสุข" ก็ได้นะคะ

52
00:03:39,758 --> 00:03:43,758
หรืออาจะเป็นเช้านี้

53
00:03:45,959 --> 00:03:47,312
แสนอร่อย

54
00:03:47,312 --> 00:03:49,986
ก็ได้นะคะ

55
00:03:49,986 --> 00:03:53,986
ครูอ้อมอาจจะเจาะที่ทานอาหาร

56
00:03:55,329 --> 00:03:57,940
จะไปถึงภายในร่างกายของเด็กคนนี้เลยนะคะ เมื่อทานอาหารแล้ว

57
00:03:57,940 --> 00:04:00,456
ระบบทางเดินอาหาร

58
00:04:00,456 --> 00:04:04,456
ถูกดูดซึมนะค

59
00:04:05,960 --> 00:04:09,113
ะ เมื่อย่อยแล้ว ก็ถูกดูดซึมสารอาหาร

60
00:04:09,113 --> 00:04:13,113
เอาไปใช้ประโยชน์ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

61
00:04:14,296 --> 00:04:16,211
ใช่ไหมคะ แน่นอน เมืออมนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ได้ก็ต้องมีการหายใจ

62
00:04:16,211 --> 00:04:19,107
เมื่อมีการหายใจ

63
00:04:19,107 --> 00:04:22,633
เราก็ปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาค่ะ

64
00:04:22,633 --> 00:04:25,420
สัมพันธ์กันแล้วกับภาพที่ 2 เพราะว่าอะไรคะ

65
00:04:25,420 --> 00:04:29,222
ต้นไม้หรือพืชต่าง ๆ นั้น

66
00:04:29,222 --> 00:04:31,448
ใช้คาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

67
00:04:31,448 --> 00:04:33,381
ได้ใช้

68
00:04:33,381 --> 00:04:35,670
จากมนุษย์

69
00:04:35,670 --> 00:04:37,841
นะ ได้ใช้คาร์บอนไดออกไซด์จากมนุษย์

70
00:04:37,841 --> 00:04:40,548
เมื่อใช้ไปแล้วก็

71
00:04:40,548 --> 00:04:43,113
ปลดปล่อยออกซิเจนออกมาค่ะ

72
00:04:43,113 --> 00:04:47,045
และก็กลับไปถึงมนุษย์

73
00:04:47,045 --> 00:04:51,020
เพราะว่ามนุษย์ของเรานัดใช้ออกซิเจนในการหายใจ

74
00:04:51,020 --> 00:04:55,020
สิ่งที่ครูอ้อมกำลังจะพยายามเชื่อมโยง ก็คือว่า

75
00:04:55,298 --> 00:04:57,464
เราอาจเห็น 2 ภาพที่อาจจะไม่สัมพันธ์กัน

76
00:04:57,464 --> 00:04:58,673
แต่จริง ๆ แล้ว มันสำพันธ์กันอยู่นะคะ

77
00:04:58,673 --> 00:05:00,914
เริ่มที่มนุษย์

78
00:05:00,914 --> 00:05:02,841
วนเวียนไปถึงพืช

79
00:05:02,841 --> 00:05:04,060
แล้วก็กลับมาที่มนุษย์

80
00:05:04,060 --> 00:05:08,060
เหมือนกัน

81
00:05:12,039 --> 00:05:13,604
นี่แหละค่ะ ถ้าเรามองทุกอย่างเป็นอยู่ภายใต้ระบบใดระบบหนึ่งแล้วก็จะเห็นความสัมพันธ์ของส่วนต่าง ๆ นั้น

82
00:05:13,604 --> 00:05:15,572
ซึ่งวันนี้ก็จะ

83
00:05:15,572 --> 00:05:18,875
เป็นส่วนที่เราจะต้องไปเรียน

84
00:05:18,875 --> 00:05:21,799
นะคะ ถ้าพูดถึงระบบ

85
00:05:21,799 --> 00:05:24,903
เรียนคิดว่า

86
00:05:24,903 --> 00:05:27,745
มีระบบอะไรบ้าง ที่นักเรียนรู้จักคะ

87
00:05:27,745 --> 00:05:29,303
ครูอ้อมให้เวลาคิดสักประมาณ

88
00:05:29,303 --> 00:05:30,965
30 วินาทีน

89
00:05:30,965 --> 00:05:32,962
ะ นักเรียนได้กี่คำ

90
00:05:32,962 --> 00:05:36,962
ระบบอะไรบ้างที่รู้จัก

91
00:05:40,005 --> 00:05:44,005
เริ่มต้นจับเวลานะคะ 30 วินาที อาจจะโน้ต ๆ ไว้ค่ะ ว่านักเรียนได้กี่คำกัน เริ่ม

92
00:06:09,350 --> 00:06:13,350
จะหมดเวลาแล้วค่ะ

93
00:06:16,224 --> 00:06:18,521
หมดเวลา ได้กี่คำกันค่ะ

94
00:06:18,521 --> 00:06:19,643
ได้กี่คำกันเอ่ย

95
00:06:19,643 --> 00:06:23,374
ระบบ

96
00:06:23,374 --> 00:06:26,845
หลายคนอาจจะซ้ำกันกับครูอ้อม

97
00:06:26,845 --> 00:06:30,845
นะ ระบบอะไรบ้าง ที่ครูอ้อนนึกถึง มีซ้ำกันหรือเปล่า

98
00:06:31,714 --> 00:06:33,103
ระบบบำบัด น้ำเสียระบบ เสียงตามสาย

99
00:06:33,103 --> 00:06:36,082
ระบบการศึกษา

100
00:06:36,082 --> 00:06:38,999
ระบบนักเรียนนักเรียน ม.4

101
00:06:38,999 --> 00:06:40,990
ร่างกายก็ยังมีระบบหมุนเวียนเลือด

102
00:06:40,990 --> 00:06:43,233
จัดส่งสินค้า

103
00:06:43,233 --> 00:06:47,233
ระบบประสาทในร่างกายของเรา

104
00:06:47,467 --> 00:06:50,503
ระบบต่าง ๆ นี่มีเยอะเลย นักเรียนอาจจะได้เยอะกว่าครู

105
00:06:50,503 --> 00:06:52,072
นะคะ ครูอ้อมให้สังเกตว่า

106
00:06:52,072 --> 00:06:55,643
ระบบเหล่านี้ีีนี่

107
00:06:55,643 --> 00:06:59,643
ถ้าถูกเรียกว่าระบบแล้วมันมีอะไรที่เหมือนกัน

108
00:07:01,114 --> 00:07:05,010
มันมีอะไรที่เหมือนกันคำว่าระบบเหล่านี้

109
00:07:05,010 --> 00:07:09,010
ครูอ้อมตั้งข้อสังเกตค่ะ ว่า

110
00:07:09,773 --> 00:07:12,773
อะไรก็ตามที่ถูกเรียกว่าระบบแล้วมันต้องมีส่วนประกอบมากกว่า 1 อย่าง

111
00:07:12,773 --> 00:07:14,273
ใช่ไหมคะ อย่างเช่นการรับนักเรียนนี่

112
00:07:14,273 --> 00:07:18,273
นักเรียน

113
00:07:18,331 --> 00:07:20,265
มีคนที่มารับนักเรียนมากกว่าหนึ่งอย่างแน่นอน

114
00:07:20,265 --> 00:07:23,851
ต้องทำงานสัมพันธ์กันค่ะ

115
00:07:23,851 --> 00:07:26,213
นักเรียนต้องเอาเอกสารมาให้ผู้รับสมัคร

116
00:07:26,213 --> 00:07:30,213
ใช่ไหมคะ เพื่อให้อะไรคะ

117
00:07:31,890 --> 00:07:33,211
เพื่อทำงานสัมพันธ์กันแล้วรวมกันแล้วนี่ ก็ต้องบรรลุเป้าหมาย ก็คือ

118
00:07:33,211 --> 00:07:36,101
รับนักเรียนได้อย่างไร

119
00:07:36,101 --> 00:07:40,101

120
00:07:40,139 --> 00:07:44,139
ได้อย่างดั นี่คือที่มาของคำว่าความหมายของระบบการเรียน

121
00:07:44,815 --> 00:07:48,815
เพราะคำว่าระบบนะคะ โดยทั่วไปนั้นหมายถึงสิ่งต่าง ๆ

122
00:07:49,085 --> 00:07:52,746
ที่มีส่วนประกอบ 2 ส่วนขึ้นไปมารวมกันน

123
00:07:52,746 --> 00:07:56,746
ะ รวมกันเพื่ออะไร เขาก็ทำงานให้สัมพันธ์กันค่ะ

124
00:07:59,523 --> 00:08:00,738
ทำงานให้ตรงตามวัตถุประสงค์นั้นได้หรือเปล่า หน้าที่ของสิ่งที่สร้างขึ้นมาได้นั่นเองนะคะ

125
00:08:00,738 --> 00:08:02,309
สังเกต

126
00:08:02,309 --> 00:08:05,720
ระบบเนี้ย

127
00:08:05,720 --> 00:08:08,632
จะมีอยู่ 2 ส่วนหลัก ๆ ก็คือระบบทางธรรมชาติ

128
00:08:08,632 --> 00:08:09,498
นะคะ กับระบบที่มนุษย์สร้างขึ้น

129
00:08:09,498 --> 00:08:13,498

130
00:08:15,265 --> 00:08:17,805
นะ หลังจากนี้เราทำอะไรไปดูตัวอย่างนะคะ ว่าระบบทางธรรมชาตินั้นเป็นอย่างไร

131
00:08:17,805 --> 00:08:20,271
ระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นเป็นอย่างไร

132
00:08:20,271 --> 00:08:20,995
เราเริ่มกันที่

133
00:08:20,995 --> 00:08:24,002
ระบบ

134
00:08:24,002 --> 00:08:27,012
ทางธรรมชาติค่ะ ครูอ้อมยกตัวอย่าง

135
00:08:27,012 --> 00:08:27,903
เมื่อกี้เอง ระบบย่อยอาหารของมนุษย์

136
00:08:27,903 --> 00:08:29,580
นะคะ

137
00:08:29,580 --> 00:08:33,580
อยากดูมันจะเห็น

138
00:08:33,747 --> 00:08:34,897
ส่วนประกอบหลายเลยหลายอวัยวะที่เกี่ยวข้อง

139
00:08:34,897 --> 00:08:37,196
นี่มีเยอะเลยนะคะ

140
00:08:37,196 --> 00:08:39,483
ที่เกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหารน

141
00:08:39,483 --> 00:08:43,483
ะ มีปาก มีหลอดอาหาร มี

142
00:08:44,055 --> 00:08:45,454
หลายอย่าง ครูอ้อมขอยกตัวอย่าง มีปาก

143
00:08:45,454 --> 00:08:48,711
มีหลอดอาหาร

144
00:08:48,711 --> 00:08:50,186
มีกระเพาะอาหารนะคะ มีลำไส้เล็ก

145
00:08:50,186 --> 00:08:54,059
ลำไส้ใหญ่

146
00:08:54,059 --> 00:08:56,811
มีจนถึงทวารหนักเลย เพราะฉะนั้น

147
00:08:56,811 --> 00:08:59,933
สิ่งเหล่านี้แหละค่ะ

148
00:08:59,933 --> 00:09:03,510
มีส่วนประกอบของระบบย่อยอาหาร

149
00:09:03,510 --> 00:09:05,176
เมื่อมีส่วนประกอบของระบบย่อยอาหารแล้ว

150
00:09:05,176 --> 00:09:07,426
มีอะไรคะ เมื่อกี้นี้

151
00:09:07,426 --> 00:09:09,468
ต้องทำงานสัมพันธ์กัน

152
00:09:09,468 --> 00:09:13,386
ทำงานสัมพันธ์กันแล้ว

153
00:09:13,386 --> 00:09:17,386
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ของระบบย่อยอาหารคืออะไรล่ะ

154
00:09:22,221 --> 00:09:26,221
ก็เพื่อย่อยอาหารให้รับประทานที่รับประทานอาหารให้ละเอียด แล้วก็ดูดซึมสารอาหารไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

155
00:09:29,022 --> 00:09:33,022
นั่นก็คือบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว

156
00:09:33,404 --> 00:09:34,135
นี่คือตัวอย่างของระบบทางธรรมชาติ แต่ถ้าเกิดบางจุด

157
00:09:34,135 --> 00:09:36,667
มีความ

158
00:09:36,667 --> 00:09:40,101
พลาดขึ้นมาล่ะคะ

159
00:09:40,101 --> 00:09:44,101
อย่างเช่น ถ้าเราเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด

160
00:09:46,277 --> 00:09:49,280
จะส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะในระบบย่อยอาหารอื่น ๆ อย่างไรคะ

161
00:09:49,280 --> 00:09:52,348
ถ้าเราอยากรู้ว่ามันจะ

162
00:09:52,348 --> 00:09:56,348
ส่งผลอย่างไรแล้วก็ต้องมาดูที่อวัยวะ

163
00:09:57,017 --> 00:10:01,017
ที่พูดถึงเมื่อกี้นี้ปากหลอดอาหารกระเพาะอาหาร

164
00:10:02,879 --> 00:10:06,879
ลำไส้เล็กลำไส้ใหญ่ทวารหนักละเอียดคือเกิดปัญหาตั้งแต่ปากเลย

165
00:10:07,076 --> 00:10:10,179
แน่นอนอวัยวะต่อมาหลอดอาหาร

166
00:10:10,179 --> 00:10:11,876
กระเพาะอาหารก็ต้องทำงานหนักค่ะ ก็มันมาก็มันไม่ละเอียด

167
00:10:11,876 --> 00:10:14,001
อาหารก็จะต้อง

168
00:10:14,001 --> 00:10:17,094
ออกแรงหรือว่าต้องใช้

169
00:10:17,094 --> 00:10:21,094
พลังงานเพิ่มขึ้นในการบีบรัดอาหาร

170
00:10:21,646 --> 00:10:22,948
ใช่ไหมคะ ไม่ละเอียดกระเพาะอาหารเองก็ต้อง

171
00:10:22,948 --> 00:10:25,070
หลั่งน้ำย่อย

172
00:10:25,070 --> 00:10:26,992
ออกมามากกว่าปกติ

173
00:10:26,992 --> 00:10:28,264
เพื่อที่จะให้

174
00:10:28,264 --> 00:10:32,264
อาหารนั้นละเอียด

175
00:10:35,586 --> 00:10:36,870
แน่นอนค่ะ ถ้าทำงานหนักขึ้นมาแบบนี้ กระเพาะอาหารหลั่งน้ำย่อยมากกว่าปกติแบบนี้

176
00:10:36,870 --> 00:10:37,622
อาจจะนำไปสู่

177
00:10:37,622 --> 00:10:39,228
ภาวะ

178
00:10:39,228 --> 00:10:40,705
ผิดปกติ ก็คือภาวะ

179
00:10:40,705 --> 00:10:44,432
อาหารไม่ย่อย

180
00:10:44,432 --> 00:10:46,472
นะคะ ส่งผลต่อภาพรวมของสุขภาพของ

181
00:10:46,472 --> 00:10:50,236
ผู้ทานอาหารได้

182
00:10:50,236 --> 00:10:54,040
นะคะ สิ่งที่ครูอ้วนกำลังพยายามบอก ก็คือว่า

183
00:10:54,040 --> 00:10:58,040
อวัยวะใดอวัยวะหนึ่งในระบบนั้นทำงานผิดปกติ

184
00:10:58,368 --> 00:10:59,938
ขึ้นมานะคะ มันก็จะส่งผลต่อภาพรวมของระบบนั้น

185
00:10:59,938 --> 00:11:02,299
เพื่อที่ให้นักเรียน

186
00:11:02,299 --> 00:11:03,572
สามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของ

187
00:11:03,572 --> 00:11:05,553
อวัยวะต่าง ๆ

188
00:11:05,553 --> 00:11:09,553
ในระบบย่อยอาหารได้นะคะ

189
00:11:09,856 --> 00:11:12,164
ขอยกตัวอย่างอีก 1 ตัว สำหรับระบบ

190
00:11:12,164 --> 00:11:15,145
ทางธรรมชาตินะคะ

191
00:11:15,145 --> 00:11:18,041
นั่นคือระบบหายใจ

192
00:11:18,041 --> 00:11:19,145
แบบในรูปนะคะ นักเรียนอาจจะเห็นว่า

193
00:11:19,145 --> 00:11:23,145
อวัยวะ

194
00:11:23,327 --> 00:11:25,505
ที่เกี่ยวข้องหลายอย่างเลยนะคะ ขอยกตัวอย่างเช่น

195
00:11:25,505 --> 00:11:27,584
จมูก โพรงจมูก คอหอย

196
00:11:27,584 --> 00:11:28,553
กล่องเสียง หลอดลม

197
00:11:28,553 --> 00:11:32,553

198
00:11:34,126 --> 00:11:35,344
มีปอด กระบังลมใช่ไหมคะ แน่นอนว่าอวัยวะเหล่านี้

199
00:11:35,344 --> 00:11:37,844
สัมพันธ์กัน

200
00:11:37,844 --> 00:11:40,712
เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ ก็คือการ

201
00:11:40,712 --> 00:11:43,721
แลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจน กับคาร์บอนไดออกไซด์

202
00:11:43,721 --> 00:11:47,721
ระหว่างปอดกับอากาศภายนอกกันอีก

203
00:11:48,556 --> 00:11:50,842
เอาพืชบ้างค่ะ ระบบทางธรรมชาติ

204
00:11:50,842 --> 00:11:53,946
เช่นระบบลำเลียงน้ำของพืช

205
00:11:53,946 --> 00:11:54,966
จุดประสงค์การลำเลียงน้ำของพืช เพื่อ

206
00:11:54,966 --> 00:11:58,966
ลำเลียงน้ำ

207
00:11:59,185 --> 00:12:01,127
ในดิน เพื่อใช้ในกระบวนการ

208
00:12:01,127 --> 00:12:05,127
ของสังเคราะห์แสงใช่ไหมคะ

209
00:12:05,279 --> 00:12:09,279
มีอะไรบ้าง ล่ะที่เกี่ยวกับระบบลำเลียงน้ำของพืช

210
00:12:12,404 --> 00:12:13,528
นำน้ำจากดินนะ ก็ต้องเป็นรากมีท่อลำเลียง

211
00:12:13,528 --> 00:12:17,114
ต้องมีใบ

212
00:12:17,114 --> 00:12:21,011
อยู่ในระบบลำเลียงน้ำของพ

213
00:12:21,011 --> 00:12:23,285
ืชใช่ไหมคะ นี่คือตัวอย่างของระบบทางธรรมชาติ

214
00:12:23,285 --> 00:12:24,423
นะคะ ถ้าเป็นอย่างอื่นล่ะ

215
00:12:24,423 --> 00:12:26,526
เยอะเลย

216
00:12:26,526 --> 00:12:30,526

217
00:12:32,323 --> 00:12:36,323
ระบบภูมิคุ้มกันก้อนเนื้อประสาทผิวหนัง

218
00:12:36,459 --> 00:12:40,459
ระบบสุริยะเหล่านี้ คือระบบทางธรรมชาติหมดเลยค่ะ

219
00:12:41,987 --> 00:12:44,204
ระบบทางธรรมชาติไปแล้วเราจะยกตัวอย่าง

220
00:12:44,204 --> 00:12:46,601
ระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นบ้าน

221
00:12:46,601 --> 00:12:50,601
นักเรียนเห็นปากกานี้

222
00:12:51,908 --> 00:12:55,908
ปากกานี้มีความพิเศษ ส่วนใหญ่นั้นใช้วิธีการใดคะ

223
00:12:57,626 --> 00:12:59,594
แล้วก็ไส้ออกมาใช่ไหมคะ ปากกาที่ครูให้มา

224
00:12:59,594 --> 00:13:01,120
มันใช้การควบคุม

225
00:13:01,120 --> 00:13:04,517
แบบหมุนค่ะ

226
00:13:04,517 --> 00:13:08,517
ฝนตก ๆ แล้วมันก็ออกมา

227
00:13:09,419 --> 00:13:12,542
ถ้าระบบปากกาลูกลื่นของตัวนี้

228
00:13:12,542 --> 00:13:15,237
นักเรียนวิเคราะห์ได้ไหมคะ

229
00:13:15,237 --> 00:13:17,867
ว่ามีอะไรบ้าง ที่เป็นส่วนประกอบของระบบในที่นี้

230
00:13:17,867 --> 00:13:21,372
วิธีการ

231
00:13:21,372 --> 00:13:25,372
ก็คือดูที่โครงสร้างของมันที่เรามองเห็น

232
00:13:25,780 --> 00:13:29,780
โครงสร้างที่มองเห็นเลย โครงส้รางภายนอก นักเรียน

233
00:13:29,847 --> 00:13:33,847
นี่ไงหัวปากกาเลยคะ

234
00:13:35,528 --> 00:13:37,821
หน้าที่ของเขาก็คือป้องกันการกระแทกและยึดไส้ปากกาไว้ใช่ไหมคะ

235
00:13:37,821 --> 00:13:39,621
เราเห็นนามปากกาค่ะ

236
00:13:39,621 --> 00:13:43,621
หน้าที่หลัก ๆ ของเขา ก็คือ

237
00:13:44,222 --> 00:13:46,687
ให้สามารถเขียนให้สะดวกแล้วก็บรรจุไส้ปากกาภายใน

238
00:13:46,687 --> 00:13:50,687
บางปากกาบางรุ่น

239
00:13:52,969 --> 00:13:55,332
ปากกาด้วยนะคะ ก็เอาไว้ยึดกับวัสดุยึดกับกระเป๋าอะไรอย่างงี้นะ

240
00:13:55,332 --> 00:13:59,332
โ ครงสร้างภายนอก

241
00:14:00,604 --> 00:14:01,920
ถ้าเราแกะมันออกมานะคะ เราก็จะเห็น

242
00:14:01,920 --> 00:14:05,920
ออกภายในของมัน

243
00:14:07,196 --> 00:14:09,758
นอกจากป้องกันการกระแทก และมันยังทำหน้าที่ในการ

244
00:14:09,758 --> 00:14:13,758
ควบคุมการเข้าออกของให้ประกันด้วย

245
00:14:16,046 --> 00:14:19,091
ภายในปากกามันก็ยังต้องมีสปริงค์ใช่ไหมคะ

246
00:14:19,091 --> 00:14:22,287
สำหรับควบคุมการเคลื่อนที่ของไส้ปากกา

247
00:14:22,287 --> 00:14:26,287
แน่นอนล่ะ จ

248
00:14:26,913 --> 00:14:29,783
ะเขียนได้ต้องมีไส้ปากกาที่บรรจุหมึกไว้อยู่

249
00:14:29,783 --> 00:14:32,977
เอาไว้สำหรับเขียนนะ

250
00:14:32,977 --> 00:14:36,443
นี่คือระบบปากกาลูกลื่นที่

251
00:14:36,443 --> 00:14:37,339
เราใช้วิธีการวิเคราะห์ระบบด้วยกันดูโครงสร้าง

252
00:14:37,339 --> 00:14:40,680
ภายนอก

253
00:14:40,680 --> 00:14:43,371
แล้วก็ดูโครงสร้างภายในอยู่หน้าที่ของเขา

254
00:14:43,371 --> 00:14:45,204
เราก็เขียนความสัมพันธ์กันนะคะ

255
00:14:45,204 --> 00:14:46,309
ปากกาก็บอกมา

256
00:14:46,309 --> 00:14:49,178
มันก็จะถูก

257
00:14:49,178 --> 00:14:51,406
เข้าไปยังไส้ปากกาใช่ไหมคะ

258
00:14:51,406 --> 00:14:55,406
ทำให้เราสามารถเขียนได้

259
00:14:57,151 --> 00:14:59,638
เกิดปัญหาขึ้นมาล่ะคะ

260
00:14:59,638 --> 00:15:03,638
ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา ว่า

261
00:15:04,721 --> 00:15:06,852
ปากกาของนักเรียนนี่

262
00:15:06,852 --> 00:15:09,184
หัวปากกาแตกค

263
00:15:09,184 --> 00:15:10,904
่ะนักเรียน จะส่งผลอย่างไรคะ

264
00:15:10,904 --> 00:15:14,122
ในการเขียนของนักเรียน

265
00:15:14,122 --> 00:15:17,494
หัวปากกาแตก

266
00:15:17,494 --> 00:15:19,737
มันก็จะมี

267
00:15:19,737 --> 00:15:23,737
ส่วนที่เกี่ยวข้อง

268
00:15:26,117 --> 00:15:30,117
ก็คือไส้ปากกาใช่ไหมคะ ทำให้เราไม่สะดวกต่อการควบคุมการหมุนไส้ปากกา

269
00:15:30,564 --> 00:15:32,137
นะคะ ไส้ปากกาก็โยกไปมา ควบคุมการเขียนยาก

270
00:15:32,137 --> 00:15:33,638
เส้นไม่ชัดเจน

271
00:15:33,638 --> 00:15:37,415
เราจะเห็นว่า

272
00:15:37,415 --> 00:15:39,269
ส่วนใดส่วนหนึ่งอะไรก็ตามที่

273
00:15:39,269 --> 00:15:40,510
มันทำงานไม่สมบูรณ์ มันก็จะ

274
00:15:40,510 --> 00:15:41,928
มีผลไปถึง

275
00:15:41,928 --> 00:15:43,456
ภาพรวม

276
00:15:43,456 --> 00:15:44,158
ของระบบ

277
00:15:44,158 --> 00:15:48,158
นะคะ

278
00:15:48,320 --> 00:15:51,806
อย่างเช่น ตัวนี้อาจเขียนไม่ได้เลย ก็ต้องซื้อปากกาใหม่

279
00:15:51,806 --> 00:15:54,199
นั่นคือความสัมพันธ์ของแต่ละส่วน

280
00:15:54,199 --> 00:15:57,933
ในแต่ละระบบ

281
00:15:57,933 --> 00:16:01,933
นะคะ โทรศัพท์มือถือค่ะ

282
00:16:03,249 --> 00:16:07,249
นักเรียนคุ้นเคยมากเลย นักเรียนเคยแกะดูไหม ว่ามันมีอะไรบ้าง

283
00:16:09,463 --> 00:16:11,567
นักเรียนอาจเคยเห็นนะ หนูรู้ค่ะ ว่ามีแบตเตอรี่ค่ะ

284
00:16:11,567 --> 00:16:14,954
ให้พลังงานค่ะ

285
00:16:14,954 --> 00:16:18,770
ส่วนที่ชอบมักจะเป็นปัญหานะ

286
00:16:18,770 --> 00:16:22,770
แบตเตอรี่ นอกจากนี้นักเรียนก็จะมี

287
00:16:25,632 --> 00:16:28,110
หน่วยควบคุมระบบเสียงค่ะ ผู้ควบคุมไมโครโฟน ควบคุมลำโพงนะคะ

288
00:16:28,110 --> 00:16:32,110
มีชุดกล้องถ่ายรูป

289
00:16:32,610 --> 00:16:35,346
เอาไว้สำหรับบันทึกภาพถ่าย มีวีดีโอก็ได้

290
00:16:35,346 --> 00:16:37,984
นะ หน้าจอแสดงผล

291
00:16:37,984 --> 00:16:39,459
นะ สามารถรับส่งข้อมูลโดยการ

292
00:16:39,459 --> 00:16:41,680
พิมพ์สัมผัส

293
00:16:41,680 --> 00:16:44,502
ระบบพิมพ์สัมผัสก็ได้

294
00:16:44,502 --> 00:16:48,502
ถ้าพิจารณาไปที่ภายในแน่นอน

295
00:16:51,425 --> 00:16:55,425
ตอนนั้นก็จะประกอบด้วย หน่วยประมวลผลต่าง ๆ ใช่ไ

296
00:16:56,502 --> 00:16:59,236
หมคะ มีหน่วยประมวลผลมี หน่วยความจำนะคะ มีหน

297
00:16:59,236 --> 00:17:01,090
่วยควบคุมหน้าจอสัมผัสด้วย

298
00:17:01,090 --> 00:17:02,974
อันนี้เป็นการยกตัวอย่าง

299
00:17:02,974 --> 00:17:05,797
ว่าระบบโทรศัพท์มือถือของเรานี่

300
00:17:05,797 --> 00:17:09,797
ข้างในของมันก็มีส่วนต่าง ๆ มากมาย

301
00:17:10,393 --> 00:17:11,867
เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับการ

302
00:17:11,867 --> 00:17:13,205
วิเคราะห์

303
00:17:13,205 --> 00:17:15,693
ระบบ

304
00:17:15,693 --> 00:17:17,302
ธรรมชาติและ

305
00:17:17,302 --> 00:17:21,302
สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น

306
00:17:23,726 --> 00:17:27,726
นักเรียนอันนี้ครูอ้อมก็ยกตัวอย่างมาเล็กน้อยนะคะ

307
00:17:30,185 --> 00:17:34,185
อย่างไรสามารถไปค้นได้นะคะ ที่

308
00:17:34,489 --> 00:17:36,722
ลิงก์ที่ครูแนบไว้ตรงนี้ เพราะฉะนั้นในวันนี้นะคะ ครูก็ขอ

309
00:17:36,722 --> 00:17:37,804
ชื่นชมนักเรียนนะคะ พี่

310
00:17:37,804 --> 00:17:40,586
เรียนจนถึง

311
00:17:40,586 --> 00:17:41,302
สุดท้ายเลยสำหรับหัวข้อนี้ ก็

312
00:17:41,302 --> 00:17:43,378
โทรศัพท์ก็ต้องมีแผงวงจรใช่ไหมคะ

313
00:17:43,378 --> 00:17:46,885
มีความเข้าใจและ

314
00:17:46,885 --> 00:17:50,885
สามารถนำความรู้เกี่ยวกับระบบสุริยะ

315
00:17:51,463 --> 00:17:52,415
ไปใช้ในหัวข้อต่อไปได้นะคะ ว่ากันใหม่ในหัวข้อต่อไปนะคะ

316
00:17:52,415 --> 00:17:56,415
สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]

