﻿1
00:00:34,600 --> 00:00:36,724
[เสียงดนตรี] สวัสดีค่ะ นักเรียนคะ

2
00:00:36,724 --> 00:00:38,502
พบกับครูอ้อมอีกเช่นเคยนะคะ

3
00:00:38,502 --> 00:00:40,544
วิชาเทคโนโลยี

4
00:00:40,544 --> 00:00:44,417
การออกแบบและเทคโนโลยีค่ะ

5
00:00:44,417 --> 00:00:45,613
ในวิชานี้นะคะ ประกอบด้วย 7 บท ซึ่ง

6
00:00:45,613 --> 00:00:46,505
3 บทแรกนั้น

7
00:00:46,505 --> 00:00:48,811
เกี่ยวข้องกับ

8
00:00:48,811 --> 00:00:50,982
น่ารู้นะคะ

9
00:00:50,982 --> 00:00:54,969
ในวันนี้ก็ยังคงอยู่ที่

10
00:00:54,969 --> 00:00:58,969
บทที่ 1 อยู่นะคะ ซึ่งเป็นข้อที่ 2 นะคะ

11
00:01:00,697 --> 00:01:04,214
วันนี้เราจะได้เรียนในหัวข้อระบบทางเทคโนโลยีและระบบทางเทคโนโลยี

12
00:01:04,214 --> 00:01:06,824
ก่อนอื่นครูอ้อมขอแจ้ง

13
00:01:06,824 --> 00:01:10,824
ในหัวข้อนี้ก่อนนะคะ

14
00:01:12,567 --> 00:01:16,567
หาครูบอกว่านักเรียนจะสามารถวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีได้

15
00:01:18,231 --> 00:01:19,584
นอกจากนี้อยากให้นักเรียนสามารถวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน

16
00:01:19,584 --> 00:01:22,177
และระบบย่อย

17
00:01:22,177 --> 00:01:26,177
เทคโนโลยีที่ซับซ้อนได้

18
00:01:27,608 --> 00:01:30,334
สามารถอธิบายความสัมพันธ์ของระบบย่อย

19
00:01:30,334 --> 00:01:33,826
ของระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนได้

20
00:01:33,826 --> 00:01:37,826
เพื่อให้นักเรียนตั้งใจให้บรรลุวัตถุประสงค์นี้นะคะ

21
00:01:39,428 --> 00:01:43,428
ก่อนหน้านี้นะคะ เราเรียนเรื่องระบบคืออะไร

22
00:01:45,387 --> 00:01:46,599
ใช่ไหมคะ แล้วเราก็ทราบว่าระบบนั้นมีทั้งระบบทางธรรมชาติ และระบบที่

23
00:01:46,599 --> 00:01:48,800
มนุษย์สร้างขึ้น

24
00:01:48,800 --> 00:01:51,393
แล้วระบบทางเทคโนโลยี

25
00:01:51,393 --> 00:01:54,750
ล่ะ ระบบทางเทคโนโลยี

26
00:01:54,750 --> 00:01:56,007
ก็เป็นระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นนะคะ

27
00:01:56,007 --> 00:01:57,688
ซึ่งหมายถึง

28
00:01:57,688 --> 00:02:00,692
ส่วนต่าง ๆ

29
00:02:00,692 --> 00:02:04,295
ประกอบเข้าด้วยกัน

30
00:02:04,295 --> 00:02:08,295
นะคะ แล้วก็ทำงานร่วมกันให้บรรลุวัตถุประสงค์

31
00:02:08,314 --> 00:02:12,126
นะคะ ซึ่งระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นตรงนี้ เพื่อ

32
00:02:12,126 --> 00:02:16,126
อำนวยความสะดวกหรือแก้ปัญหาให้กับมนุษย์นั่นเองนะคะ

33
00:02:18,706 --> 00:02:21,052
ในชีวิตประจำวันเรานี่นะคะ มากมายเลยนะคะ ระบบทางเทคโนโลยี

34
00:02:21,052 --> 00:02:25,052
ก็อย่างเช่น ระบบการคมนาคมขนส่ง

35
00:02:27,727 --> 00:02:31,587
ระบบอุตสาหกรรมต่าง ๆ นะคะ เป็นต้น

36
00:02:31,587 --> 00:02:34,348
ภาพระบบทางเทคโนโลยีแล้ว

37
00:02:34,348 --> 00:02:38,226
นักเรียนทำแผนภาพและนี้ได้หรือเปล่า

38
00:02:38,226 --> 00:02:40,994
คือ องค์ประกอบของระบบทางเทคโนโลยีค่ะ

39
00:02:40,994 --> 00:02:43,807
ประกอบด้วยอะไรบ้าง

40
00:02:43,807 --> 00:02:47,012
ระบบทางเทคโนโลยี

41
00:02:47,012 --> 00:02:50,991
ที่เราเรียนมาในช่วง ม.ต้น นะคะ

42
00:02:50,991 --> 00:02:51,795
ป้อน input

43
00:02:51,795 --> 00:02:54,312
นะคะ

44
00:02:54,312 --> 00:02:56,621
วันที่ 2 นะคะ ก็คือ

45
00:02:56,621 --> 00:03:00,234
กระบวนการ

46
00:03:00,234 --> 00:03:02,816
process จากนั้นก็จะเป็นผลผลิตหรือ output นะคะ

47
00:03:02,816 --> 00:03:03,918
ระบบทางเทคโนโลยีบางระบบนั้น

48
00:03:03,918 --> 00:03:07,465
ก็สามารถมี

49
00:03:07,465 --> 00:03:11,465
ข้อมูลย้อนกลับ หรือ feedback นักเรียนพอ

50
00:03:13,070 --> 00:03:17,070
จำได้นะคะ สำหรับองค์ประกอบของระบบทางเทคโนโลยี

51
00:03:19,729 --> 00:03:23,729
ขอทบทวนกันหน่อยว่าแต่ละส่วนนั้นคืออะไรบ้าง

52
00:03:26,161 --> 00:03:27,893
เนื้อหาอาจจะบังนิดหนึ่ง ครูเอาตัวเองออกจากเนื้อหาแล้ว หน้าแรก

53
00:03:27,893 --> 00:03:29,385
เมื่อก่อนค่ะ

54
00:03:29,385 --> 00:03:32,101
input

55
00:03:32,101 --> 00:03:34,473
นะคะ

56
00:03:34,473 --> 00:03:38,473
คือสิ่งที่ป้อนเข้าสู่ระบบ

57
00:03:40,757 --> 00:03:42,043
ซึ่งอาจมีได้มากกว่า 1 อย่างนะคะ เมื่อมีตัวป้อนแล้วก็ส่งกระบวนการนะคะ

58
00:03:42,043 --> 00:03:45,321
กระบวนการควบ คือ

59
00:03:45,321 --> 00:03:47,751
กิจกรรมหรือการดำเนินการที่นำมา

60
00:03:47,751 --> 00:03:50,249
ป้อนนั้นเข้ามา

61
00:03:50,249 --> 00:03:54,145
ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นผลผลิต

62
00:03:54,145 --> 00:03:57,334
กระบวนการในระบบหนึ่งนั้นน่

63
00:03:57,334 --> 00:04:01,334
ะอาจมีมากกว่า 1 กระบวนการก็ได้นะคะ

64
00:04:01,461 --> 00:04:04,710
จากนั้นก็จะเป็นส่วนของผลผลิต output

65
00:04:04,710 --> 00:04:07,482
ผลที่ได้จากการทำงานร่วมกับตัว

66
00:04:07,482 --> 00:04:09,963
ร่วมกันของตัวป้อน

67
00:04:09,963 --> 00:04:12,341
กระบวนและกระบวนการของระบบนะคะ

68
00:04:12,341 --> 00:04:13,929
ผลผลิตนี่อาจยัง

69
00:04:13,929 --> 00:04:15,800
หมายถึง

70
00:04:15,800 --> 00:04:19,800
ส่วนที่ได้

71
00:04:22,261 --> 00:04:25,066
กระบวนการที่เราอาจต้องการหรือไม่ต้องการก็ได้เช่นพวกของเสียหรือเศษวัสดุ

72
00:04:25,066 --> 00:04:28,779
เป็นผลผลิตได้เหมือนกัน

73
00:04:28,779 --> 00:04:29,999
นะคะ ในบางระบบนั้นอาจมีส่วนที่เรียกว่า

74
00:04:29,999 --> 00:04:33,872
ข้อมูลย้อนกลับ

75
00:04:33,872 --> 00:04:35,274
หรือ feedback ใช่ไหมค่ะ ข้อมูลที่ใช้ในการ

76
00:04:35,274 --> 00:04:37,323
ควบคุมหรือ

77
00:04:37,323 --> 00:04:39,568
ป้อนกลับให้ระบบทำงานได้

78
00:04:39,568 --> 00:04:41,832
ตามวัตถุประสงค์

79
00:04:41,832 --> 00:04:45,832
ดีไม่มีก็ได้

80
00:04:48,539 --> 00:04:50,267
นะคะ เมื่อเราทราบองค์ประกอบทางเทคโนโลยีแล้วนะคะ ครูอยากให้นักเรียนมาช่วย

81
00:04:50,267 --> 00:04:52,752
วิเคราะห์

82
00:04:52,752 --> 00:04:54,947
ระบบทางเทคโนโลยีของ

83
00:04:54,947 --> 00:04:55,966
หม้อหุงข้าว

84
00:04:55,966 --> 00:04:59,966
นะคะ หม้อหุงข้าว

85
00:05:00,173 --> 00:05:01,914
มีตัวอะไรบ้าง มีอะไรเป็นกระบวนการ

86
00:05:01,914 --> 00:05:04,493
มีผลผลิตอย่างไร

87
00:05:04,493 --> 00:05:08,493
มีข้อมูลย้อนกลับหรือไม่

88
00:05:12,282 --> 00:05:16,282
นักเรียนลองพิจารณานะครับ ว่าจะวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีของหม้อหุงข้าวได้อย่างไร

89
00:05:16,805 --> 00:05:18,282
ก่อนอื่นค่ะนักเรียน

90
00:05:18,282 --> 00:05:22,282
ในการที่เราจะ

91
00:05:23,386 --> 00:05:24,462
วิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีได้ เราต้องรู้ส่วนประกอบหรือ

92
00:05:24,462 --> 00:05:26,563
โครงสร้าง

93
00:05:26,563 --> 00:05:30,563
ของเทคโนโลยีนั้น ๆ ก่อน

94
00:05:32,784 --> 00:05:35,863
นะคะ ในที่นี้คือหม้อหุงข้าว เรามาดูกันว่าโครงสร้างหรือว่าส่วนประกอบของเขานั้นคืออะไร

95
00:05:35,863 --> 00:05:38,797
ในรูปนักเรียนนักเรียน

96
00:05:38,797 --> 00:05:42,797
ทำความร้อนเครื่องอยู่ใต้

97
00:05:44,144 --> 00:05:45,308
เครื่องของหม้อหุงข้าวนะคะ มีสวิตซ์ที่เราใช้กดเปิด-ปิดใช่ไหมคะ

98
00:05:45,308 --> 00:05:48,450
และก็มี

99
00:05:48,450 --> 00:05:51,141
ภายในนั้นมีแม่เหล็กและขดลวดสปริง

100
00:05:51,141 --> 00:05:53,671
นี่คือโครงสร้างหลัก ๆ ของหม้อหุงข้าว

101
00:05:53,671 --> 00:05:54,852
นะคะ ตัวเครื่อง ส

102
00:05:54,852 --> 00:05:57,097
วิตช์ เครื่องความร้อน

103
00:05:57,097 --> 00:06:01,097
แม่เหล็ก

104
00:06:01,775 --> 00:06:04,981
อันนี้ทำงานสัมพันธ์กันแน่นอนเลยเพราะว่าเขาก็เป็น

105
00:06:04,981 --> 00:06:06,685
ประกอบหรือเป็นหนึ่งในระบบของหม้อหุงข้าว

106
00:06:06,685 --> 00:06:10,678
เมื่อเราทราบ

107
00:06:10,678 --> 00:06:14,678
ส่วนประกอบแล้วเราก็ต้องทราบหลักการทำงานของหม้อหุงข้าวใช่

108
00:06:16,286 --> 00:06:19,436
ไหมคะ ครูขยายนะคะ จากภาพเล็กกลายมาเป็นภาพ

109
00:06:19,436 --> 00:06:21,416
ใหญ่นะคะ นักเรียนจะเห็นส่วนของสวิตช์ ส่วนของสัมผัส

110
00:06:21,416 --> 00:06:25,416
ส่วนของขดลวดสปริง

111
00:06:27,264 --> 00:06:30,342
แม่เหล็กถาวรแม่เหล็กเฟอร์โรนะคะ ซึ่งอยู่ภายในแผ่นความร้อนที่เป็น

112
00:06:30,342 --> 00:06:32,641
ใต้ตัวเครื่องของหม้อหุงข้าวนะคะ

113
00:06:32,641 --> 00:06:35,601
การทำงานเริ่มต้นที่ไหน

114
00:06:35,601 --> 00:06:37,953
เมื่อเรากดสวิตช์ค่ะนั

115
00:06:37,953 --> 00:06:41,953
กเรียนนะคะ

116
00:06:45,071 --> 00:06:46,967
จุดที่ 2 ที่อยู่ที่จุดสัมผัสสามารถเชื่อมกันได้

117
00:06:46,967 --> 00:06:49,078
เมื่อเชื่อมกันได้แล้วล่ะคะ

118
00:06:49,078 --> 00:06:50,051
ทำให้ขดลวดสปริงตัวนี้

119
00:06:50,051 --> 00:06:52,250

120
00:06:52,250 --> 00:06:54,825
หดตัว เมื่อหดตัวนะคะ

121
00:06:54,825 --> 00:06:56,388
พ่อทำให้แม่เหล็กถาวร

122
00:06:56,388 --> 00:06:58,653
แม่เหล็ก

123
00:06:58,653 --> 00:06:59,532
มีแรงดึงดูดกันและกัน

124
00:06:59,532 --> 00:07:03,532
ทำให้

125
00:07:04,439 --> 00:07:06,350
แรงแม่เหล็ก เมื่อเกิดแรงแม่เหล็กแล้วนะคะ

126
00:07:06,350 --> 00:07:08,538
สัมผัสกันแล้วนะคะ ก็ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้า

127
00:07:08,538 --> 00:07:11,189
เข้าสู่แผ่นความร้อน

128
00:07:11,189 --> 00:07:15,189
ก็เลยทำให้

129
00:07:17,322 --> 00:07:18,241
หม้อหุงข้าว ทำให้น้ำในหม้อหุงข้าวนั้นนะคะ เมื่อผ่านไปสักระยะหนึงนะคะ

130
00:07:18,241 --> 00:07:19,728
น้ำเดือด

131
00:07:19,728 --> 00:07:23,082
อุณหภูมิสูง

132
00:07:23,082 --> 00:07:26,321
สูบน้ำภายในหม้อน้ำแห้งนะคะ

133
00:07:26,321 --> 00:07:28,119
แม่น้ำภายในหม้อน้ำแห้งและมีอุณหภูมิสูงมาก

134
00:07:28,119 --> 00:07:30,352
แม่เหล็กเฟอร์โรตัวนี้

135
00:07:30,352 --> 00:07:32,925
มีแรงแม่เหล็กน้อยลง

136
00:07:32,925 --> 00:07:36,340
เมื่อมีแรงแม่เหล็กน้อยลง

137
00:07:36,340 --> 00:07:39,868
แรงระหว่างแม่เหล็กทั้ง 2 นี้ก็มีค่าน้อย

138
00:07:39,868 --> 00:07:43,169
น้อยกว่าแรงดันของขดลวดสปริง

139
00:07:43,169 --> 00:07:46,732
ก่อนหน้านี้ นั้นเขา 6 ตัวอยู่

140
00:07:46,732 --> 00:07:48,287
เมื่อแรงแม่เหล็กน้อยลง

141
00:07:48,287 --> 00:07:50,108
ขดลวดสปริงมากกว่า

142
00:07:50,108 --> 00:07:54,108
ทำให้ขดลวดสปริงนั้น

143
00:07:56,492 --> 00:07:59,980
เมื่อดันกลับ ก็เลยทำให้จุดถูกดันกลับไปด้วย

144
00:07:59,980 --> 00:08:03,952
พอดันกลับไปเท่านั้นแหละนะคะ ก็ทำให้

145
00:08:03,952 --> 00:08:06,037
ไม่สามารถเชื่อมกันได้แล้วนะคะ

146
00:08:06,037 --> 00:08:07,101
นั่นคือกระแสไฟฟ้าก็ไม่สามารถ

147
00:08:07,101 --> 00:08:11,101
เข้าสู่

148
00:08:11,302 --> 00:08:15,302
ผ่านความร้อนได้นะคะ

149
00:08:15,798 --> 00:08:19,798
ทบทวนนะคะ ให้ความร้อน

150
00:08:20,416 --> 00:08:22,653
สัมผัสสปริง หดตัวนะคะ แม่เหล็กถาวร

151
00:08:22,653 --> 00:08:26,489
ก็เลยปิดกับแม่เหล็ก

152
00:08:26,489 --> 00:08:30,489
เฟอร์โร จากนั้นนะคะ ก็ติดกับแผ่นความร้อนที่ก้นหม้อ

153
00:08:32,778 --> 00:08:36,778
น้ำจึงเดือดและภูมิสูงขึ้นจนน้ำแห้ง

154
00:08:38,702 --> 00:08:42,702
สปริงดีดตัวแยกจากกัน แล้วก็ไม่มีกระแสไฟฟ้า

155
00:08:43,908 --> 00:08:47,232
ผ่านหม้อหุงข้าวนะคะ ถ้าเราทราบหลักการแล้ว

156
00:08:47,232 --> 00:08:50,365
สรุปเป็นตัวป้อนกระบวนการและผลผลิตได้หรือไม่

157
00:08:50,365 --> 00:08:51,372
เมื่อกี้นะคะ

158
00:08:51,372 --> 00:08:52,466
ตัวป้อน

159
00:08:52,466 --> 00:08:56,466
คืออะไรคะ

160
00:08:57,010 --> 00:08:58,206
ก็ต้องเป็นพลังงานไฟฟ้าใช่ไหมคะ ต้องมีข้าว

161
00:08:58,206 --> 00:09:01,637
ต้องมีน้ำ

162
00:09:01,637 --> 00:09:02,983
ใ่ชไหมคะ นั่นคือตัวป้อน กระบวนการ

163
00:09:02,983 --> 00:09:05,731
เป็นกระบวนการ

164
00:09:05,731 --> 00:09:07,171
เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นความร้อนนั่นเอง

165
00:09:07,171 --> 00:09:08,508
จึงทำให้น้ำ

166
00:09:08,508 --> 00:09:11,268
เดือดได้

167
00:09:11,268 --> 00:09:15,084
นะคะ ผลผลิตที่เราต้องการล่ะ

168
00:09:15,084 --> 00:09:17,599
ผลผลิตนั้นก็คือข้าวที่หุงสุกเรียบร้อยแล้ว

169
00:09:17,599 --> 00:09:19,057
ในระบบนี้

170
00:09:19,057 --> 00:09:22,312
มีข้อมูลย้อนกลับ

171
00:09:22,312 --> 00:09:24,781
ข้อมูลย้อนกลับนั้น ก็คือส่วนที่

172
00:09:24,781 --> 00:09:26,566
ส่งข้อมูลให้ระบบตัดไฟทำงาน

173
00:09:26,566 --> 00:09:30,566
เมื่อน้ำแห้งนั่นเอง

174
00:09:31,742 --> 00:09:33,222
นี่คือการวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีนะคะ

175
00:09:33,222 --> 00:09:37,222
จะสังเกตว่ามี

176
00:09:37,507 --> 00:09:40,215
ตัวป้อนกระบวนการผลผลิตข้อมูลย้อนกลับครบทั้ง 4 ส่วนเลย

177
00:09:40,215 --> 00:09:42,888
นะคะ แต่นักเรียนทราบไหมว่า

178
00:09:42,888 --> 00:09:44,239
ระบบทางเทคโนโลยี

179
00:09:44,239 --> 00:09:45,267
บางระบบนั้น

180
00:09:45,267 --> 00:09:49,267
ไม่ได้

181
00:09:49,317 --> 00:09:52,399
มีแค่กระบวนการเพียงกระบวนการเดียว

182
00:09:52,399 --> 00:09:56,399
นะคะ บางทีนั้นมีส่วนประกอบที่

183
00:09:56,797 --> 00:10:00,797
ซับซ้อนกว่านั้น ในส่วนนี้เราเรียกว่า

184
00:10:03,728 --> 00:10:07,285
"ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน" คือ เทคโนโลยี

185
00:10:07,285 --> 00:10:10,972
ที่ประกอบด้วย ระบบย่อยตั้งแต่ 2 ระบบขึ้นไปค่ะ

186
00:10:10,972 --> 00:10:13,132
เขาก็ทำงานร่วมกันนะคะ ก็เพื่อให้สามารถ

187
00:10:13,132 --> 00:10:16,176
ทำงานได้ตามวัตถุประสงค์

188
00:10:16,176 --> 00:10:19,286
อย่างเช่น ในรูปนี้นะคะ ก็จะเป็นรูปของ

189
00:10:19,286 --> 00:10:22,818
ระบบการทำงานของเครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติ

190
00:10:22,818 --> 00:10:25,385
เครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติประกอบด้วยระบบ

191
00:10:25,385 --> 00:10:29,385
ทั้งมีระบบให้พลังงาน

192
00:10:30,753 --> 00:10:32,710
นะคะ ระบบขับเคลื่อน ระบบตรวจจับทิศทาง ระบบ

193
00:10:32,710 --> 00:10:34,679
การดูดฝุ่นนะคะ

194
00:10:34,679 --> 00:10:38,679
หลาย ๆ ระบบย่อยน

195
00:10:41,283 --> 00:10:45,283
ี้ หรือว่าเป็นระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนนั่นเองนะคะ

196
00:10:46,698 --> 00:10:50,698
เราจะวิเคราะห์อย่างไรล่ะ ถ้าเป็นระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน

197
00:10:51,212 --> 00:10:54,339
ครูโชว์แผนผังตัวนี้ให้นักเรียนดู เพื่อให้นักเรียนสังเกตว่า

198
00:10:54,339 --> 00:10:56,057
ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนนั้น

199
00:10:56,057 --> 00:10:58,102
ในบางระบบนะคะ

200
00:10:58,102 --> 00:11:00,850
ระบบย่อยของเขานี่

201
00:11:00,850 --> 00:11:04,850
อยู่ภายในส่วนกระบวนการ

202
00:11:05,004 --> 00:11:09,004
นะคะ นักเรียนจะสังเกตว่าเมื่อมีตัวป้อน

203
00:11:13,146 --> 00:11:17,146
ตัวป้อนก็ถูกแยกย่อยมาเป็นระบบย่อยภายในส่วนของกระบวนการก็มีตัวป้อนกระบวนการผลผลิต

204
00:11:20,498 --> 00:11:24,498
แล้วก็ยังมีระบบย่อยระบบที่เขาเป็นตัวป้อนกระบวนการผลผลิต

205
00:11:25,472 --> 00:11:27,787
อีกครั้งนะคะ จากในรูปนี้นักเรียนคิดว่ามีระบบย่อยกี่ระบบคะ

206
00:11:27,787 --> 00:11:31,787
1 2 3

207
00:11:33,997 --> 00:11:36,234
นะคะ จัดแผนผังนี้มีระบบย่อยอยู่ 3 ระบบนะคะ

208
00:11:36,234 --> 00:11:39,054
ซึ่งอยู่ภายในระบบหลัก

209
00:11:39,054 --> 00:11:40,515
ก็คือตัวป้อนกระบวนการ

210
00:11:40,515 --> 00:11:44,014
แล้วก็ผลผลิต เราก็สามารถ

211
00:11:44,014 --> 00:11:46,702
เขียนรูปแบบการวิเคราะห์ได้แบบนี้ได้ด้วย

212
00:11:46,702 --> 00:11:49,085
แต่บางระบบนั้นนะคะ

213
00:11:49,085 --> 00:11:51,024
อาจจะเป็นรูปแบบนี้ก็ได้ค่ะ นักเรียน

214
00:11:51,024 --> 00:11:53,252
ตัวใหญ่ ๆ นะ

215
00:11:53,252 --> 00:11:55,993
ตัวป้อนก็ตัวใหญ่ ๆ นะคะ

216
00:11:55,993 --> 00:11:59,993
ผลผลิตหลักนี้นะคะ

217
00:12:00,072 --> 00:12:02,307
ในระหว่างทางจากตัวป้อนผลผลิตหลักนั้น

218
00:12:02,307 --> 00:12:04,427
ประกอบไปด้วยระบบย่อยค่ะ

219
00:12:04,427 --> 00:12:06,662
อาจจะเป็นกระบวนการที่ 1

220
00:12:06,662 --> 00:12:09,455
แล้วก็ได้ผลผลิตออกมา

221
00:12:09,455 --> 00:12:12,938
แล้วผลผลิตในขั้นที่ 1 นี่แหละ

222
00:12:12,938 --> 00:12:14,089
จะกลายไปเป็นตัวป้อนของกระบวนการที่ 2

223
00:12:14,089 --> 00:12:17,534
เป็นได้

224
00:12:17,534 --> 00:12:19,264
ก็ได้เหมือนกัน

225
00:12:19,264 --> 00:12:21,514
กระบวนการที่ 2

226
00:12:21,514 --> 00:12:23,916
ผลผลิตจากกระบวนการที่ 1

227
00:12:23,916 --> 00:12:26,606
อันที่ 2

228
00:12:26,606 --> 00:12:28,653
ทำให้เกิดผลผลิตที่ 2

229
00:12:28,653 --> 00:12:31,973
กลายเป็นคนผลิต

230
00:12:31,973 --> 00:12:33,739
หลักในระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนตัวนั้น

231
00:12:33,739 --> 00:12:37,339
ซึ่ง

232
00:12:37,339 --> 00:12:40,805
ข้อมูลย้อนกลับนั้นนะคะ ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ทั้ง

233
00:12:40,805 --> 00:12:44,805
อยู่ระหว่างระบบย่อย หรือทั้งหมดก็ได้เหมือนกันนะคะ

234
00:12:44,847 --> 00:12:47,738
เราทราบรูปแบบการวิเคราะห์แล้ว

235
00:12:47,738 --> 00:12:49,994
ครูมีตัวอย่างให้นักเรียนนะคะ

236
00:12:49,994 --> 00:12:53,994
ครูมีตัวอย่างให้นักเรียน คือ

237
00:12:54,030 --> 00:12:58,030
ระบบเครื่องปรับอากาศ

238
00:12:59,390 --> 00:13:02,239
นะคะ นักเรียนหลายคนคุ้นเคยกับเครื่องปรับอากาศ นักเรียนรู้หรือไม่ว่า

239
00:13:02,239 --> 00:13:04,050
เครื่องปรับอากาศนั้นมีส่วนประกอบอะไรบ้าง

240
00:13:04,050 --> 00:13:06,532
และมีหลักการทำงานอย่างไร

241
00:13:06,532 --> 00:13:08,441
มีระบบย่อยคืออะไรบ้าง

242
00:13:08,441 --> 00:13:12,441
เรามาเรียนรู้กันนะคะ

243
00:13:13,290 --> 00:13:14,927
จากในรูปนะคะ

244
00:13:14,927 --> 00:13:17,123
จากในรูปนักเรียนจะเห็นว่า

245
00:13:17,123 --> 00:13:18,916
ระบบ

246
00:13:18,916 --> 00:13:19,999
เครื่องปรับอากาศนั้น

247
00:13:19,999 --> 00:13:22,750
สามารถ

248
00:13:22,750 --> 00:13:25,063
วิเคราะห์ได้เป็นภาพรวม

249
00:13:25,063 --> 00:13:28,833
นะคะ สามารถวิเคราะห์เป็นภาพรวม

250
00:13:28,833 --> 00:13:29,803
เอาเป็นระบบรวม ๆ ก่อนนะคะ ระบบหลักก็จะมี

251
00:13:29,803 --> 00:13:31,274

252
00:13:31,274 --> 00:13:33,213
ตัวป้อน กระบวนการ

253
00:13:33,213 --> 00:13:35,188
ข้อมูลย้อนกลับ

254
00:13:35,188 --> 00:13:37,834
ซึ่ง

255
00:13:37,834 --> 00:13:41,326
ตัวป้อนก็คืออากาศภายในห้อง

256
00:13:41,326 --> 00:13:43,407
กระบวนการควบคุมการทำงานของเครื่อง

257
00:13:43,407 --> 00:13:45,487
ให้ลดลง ในห้อง

258
00:13:45,487 --> 00:13:46,249
และผลผลิตก็คือ

259
00:13:46,249 --> 00:13:47,807
อากาศ

260
00:13:47,807 --> 00:13:49,547
อุณหภูมิลดลง

261
00:13:49,547 --> 00:13:53,348
ส่วนข้อมูลย้อนกลับ

262
00:13:53,348 --> 00:13:56,474
อุณหภูมิห้องใช่ไหมคะ เมื่ออุณหภูมิห้องเป็นไปตาม

263
00:13:56,474 --> 00:14:00,050
ตัวเครื่องก็ปรับการทำงานอีกครั้ง

264
00:14:00,050 --> 00:14:01,834
นะคะ แต่นักเรียนสังเกตหรือไม่ว่า

265
00:14:01,834 --> 00:14:05,834
ถ้าวิเคราะห์จริง ๆ แล้ว

266
00:14:06,072 --> 00:14:09,197
ในส่วนของกระบวนการที่ทำให้อุณหภูมิลดลงตรงนี้

267
00:14:09,197 --> 00:14:11,895
มีระบบย่อยอื่น ๆ อีกนะคะ

268
00:14:11,895 --> 00:14:13,893
สามารถแจกแจงระบบย่อยลงไปได้อีก

269
00:14:13,893 --> 00:14:17,893
เราลองไปดูค่ะ ว่าเขา

270
00:14:18,615 --> 00:14:22,341
มีหน้าที่อะไรบ้างนะคะ ระบบย่อยนั้นมีหน้าที่อะไรบ้าง

271
00:14:22,341 --> 00:14:23,809
ระบบย่อยของเครื่องปรับอากาศค่ะ

272
00:14:23,809 --> 00:14:25,933
อาจจะมีระบบ

273
00:14:25,933 --> 00:14:27,903
นะคะ

274
00:14:27,903 --> 00:14:29,189
4 ระบบด้วยกันนะคะ

275
00:14:29,189 --> 00:14:30,465
เริ่มต้นที่

276
00:14:30,465 --> 00:14:32,710
ระบบคอยล์เย็น

277
00:14:32,710 --> 00:14:35,392
ระบบอัดความดัน

278
00:14:35,392 --> 00:14:37,558
แล้วระบบคอยล์ร้อน

279
00:14:37,558 --> 00:14:38,414
ระบบลดความดัน

280
00:14:38,414 --> 00:14:42,104
นะคะ

281
00:14:42,104 --> 00:14:44,074
ระบบนี้จะรวมกันกลายเป็นการทำงานของเครื่องปรับอากาศ

282
00:14:44,074 --> 00:14:47,509
ที่มีการทำงานที่ซับซ้อน

283
00:14:47,509 --> 00:14:48,740
เพราะว่าในแต่ละระบบนี้นะคะ

284
00:14:48,740 --> 00:14:50,010
ก็จะมี i

285
00:14:50,010 --> 00:14:51,002

286
00:14:51,002 --> 00:14:53,650
nput process output

287
00:14:53,650 --> 00:14:54,630
ในทุก ๆ ระบบเลยนะคะ

288
00:14:54,630 --> 00:14:56,211
นี่คือกัน

289
00:14:56,211 --> 00:14:59,690
วิเคราะห์ระบบย่อย

290
00:14:59,690 --> 00:15:02,987
แต่ระบบย่อยนี้สัมพันธ์กันอย่างไร

291
00:15:02,987 --> 00:15:04,658
พอถูกถึงความสำคัญ นักเรียนต้อง

292
00:15:04,658 --> 00:15:06,985
โยงให้ได้ว่า

293
00:15:06,985 --> 00:15:09,032
อันไหนมาก่อน อันไหนมาหลัง

294
00:15:09,032 --> 00:15:10,860
ระบบไหนทำงานก่อน

295
00:15:10,860 --> 00:15:13,201
ระบบใดทำงานทีหลัง

296
00:15:13,201 --> 00:15:16,151
ต่อไปเป็นการ

297
00:15:16,151 --> 00:15:20,151
เขียนความสัมพันธ์ของระบบย่อยทั้ง 4 นี้นะคะ

298
00:15:22,337 --> 00:15:25,172
การทำงานของเครื่องปรับอากาศเริ่มที่ไหนคะนักเรียน

299
00:15:25,172 --> 00:15:26,394
ใช่ค่ะ มันเริ่มที่

300
00:15:26,394 --> 00:15:30,394
เมื่ออากาศ

301
00:15:31,807 --> 00:15:34,015
ผ่านเข้าสู่ตัวเครื่องนะคะ มันจะเริ่มต้นที่ระบบคอยล์เย็น

302
00:15:34,015 --> 00:15:38,015
ระบบคอยล์เย็นค่ะ

303
00:15:38,698 --> 00:15:41,903
ระบบคอยล์เย็นนี้ ตัว input ก็คือสารทำความเย็นที่มีอุณหภูมิ

304
00:15:41,903 --> 00:15:43,504
สารทำความเย็นภายในตัวเครื่องนะคะ

305
00:15:43,504 --> 00:15:46,477
เย็นนี้นะคะ

306
00:15:46,477 --> 00:15:50,477
มีอุณหภูมิต่ำค่ะ และมีสถานะเป็นแก๊ส

307
00:15:51,570 --> 00:15:53,304
กระบวนการของคอยล์เย็นนี่แหละ ก็คือการดูดความร้อนของสารทำความเย็นนี้แหละ

308
00:15:53,304 --> 00:15:55,228
สภาพอากาศภายในห้อง

309
00:15:55,228 --> 00:15:56,964
ว่าร้อนอยู่นะคะ

310
00:15:56,964 --> 00:15:59,920
สารทำความเย็น

311
00:15:59,920 --> 00:16:01,436
สารทำความเย็นตัวนี้จะดูดความร้อน

312
00:16:01,436 --> 00:16:04,889
เพราะฉะนั้น

313
00:16:04,889 --> 00:16:07,269
Output อุณหภูมิสูงขึ้น

314
00:16:07,269 --> 00:16:10,115
ส่วนนี้นะคะ

315
00:16:10,115 --> 00:16:14,115
สารทำความเย็นมีอุณหภูมิสูงขึ้น

316
00:16:15,995 --> 00:16:19,423
และอยู่ในสถานะแก๊สอยู่ แล้วไปไหนคะ

317
00:16:19,423 --> 00:16:21,343
ความร้อนจากอากาศทำให้ตัวเองอ่ะ

318
00:16:21,343 --> 00:16:23,527
มีอุณหภูมิสูงขึ้น

319
00:16:23,527 --> 00:16:24,575
ยังอยู่ในสถานะแก๊สอยู่

320
00:16:24,575 --> 00:16:28,575
ไปไหนต่อ

321
00:16:30,960 --> 00:16:34,960
สารทำความเย็นตัวนี้ถูกส่งต่อไปที่ระบบอัดความดันค่ะ

322
00:16:37,303 --> 00:16:40,883
แน่นอนนะคะ ผลผลิตจากระบบคอยล์เย็นเป็น input ของระบบอัดความดัน

323
00:16:40,883 --> 00:16:42,625
นะคะ พอไปที่ระบบอัดความดัน

324
00:16:42,625 --> 00:16:46,625
สารทำความเย็นตรงนี้

325
00:16:47,144 --> 00:16:49,811
โดนเพิ่มความดันขึ้นสูง ๆ

326
00:16:49,811 --> 00:16:51,781
ๆ ๆ ทำให้สารความเย็นสารทำความเย็น

327
00:16:51,781 --> 00:16:53,650
เปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว

328
00:16:53,650 --> 00:16:57,575
แต่อุณหภูมิ

329
00:16:57,575 --> 00:17:00,383
ยังสูงอยู่นะคะ ผลผลิตที่ได้จากระบบอัดความดัน

330
00:17:00,383 --> 00:17:02,539
ก็เลยกลายเป็นสารทำความเย็น

331
00:17:02,539 --> 00:17:04,713
ที่อยู่ในสถานะของเหลว

332
00:17:04,713 --> 00:17:07,223
อุณหภูมิและความดันสูง

333
00:17:07,223 --> 00:17:11,127
นะคะ นักเรียนทันนะคะ

334
00:17:11,127 --> 00:17:14,596
ตอนนี้สารทำความเย็นเปลี่ยนสถานะแล้วนะคะ

335
00:17:14,596 --> 00:17:18,596
ออกจากระบบอัดความดันแล้วก็เลยเปลี่ยนสถานะ

336
00:17:19,270 --> 00:17:21,898
อยู่ในของเหลว เป็นของเหลวแล้ว

337
00:17:21,898 --> 00:17:24,387
อุณหภูมิสูงอยู่

338
00:17:24,387 --> 00:17:25,939
เขาถูกส่งผ่านไปที่

339
00:17:25,939 --> 00:17:29,939
ระบบคอยล์ร้อน

340
00:17:33,602 --> 00:17:35,574
ระบบคอยล์ร้อนนี่อยู่ภายนอกนะคะ อยู่ภายนอกอาคารนะคะ อยู่ภายนอกห้องนะคะ

341
00:17:35,574 --> 00:17:39,364
สารทำความเย็นตัวนี้

342
00:17:39,364 --> 00:17:42,136
จะถูกผ่านเข้าไปในระบบคอยล์ร้อนนะคะ

343
00:17:42,136 --> 00:17:45,340
ถ่ายเทความร้อนให้อากาศ

344
00:17:45,340 --> 00:17:48,769
นะคะ ให้อากาศภายนอก

345
00:17:48,769 --> 00:17:50,209
เมื่อเขาถ่ายเทความร้อนไปแปลว่าตัวเก่านั้น

346
00:17:50,209 --> 00:17:54,209
อุณหภูมิลดลง

347
00:17:54,334 --> 00:17:57,585
อุณหภูมิลดลงแล้ว

348
00:17:57,585 --> 00:17:59,438
ยังอยู่ในสถานะของเหลวอยู่นะคะ

349
00:17:59,438 --> 00:18:01,211
ความดันก็ยังสูงอยู่

350
00:18:01,211 --> 00:18:02,200
เมื่อ

351
00:18:02,200 --> 00:18:05,095
มีการ

352
00:18:05,095 --> 00:18:06,426
ส่งผ่านไปส่งผ่านมาที่ระบบ

353
00:18:06,426 --> 00:18:10,426
ลดความดัน

354
00:18:11,197 --> 00:18:13,925
สารทำความเย็นก็ถูกลดความดันลง

355
00:18:13,925 --> 00:18:17,824
จนถูกเปลี่ยนเป็นสถานะแก๊ส

356
00:18:17,824 --> 00:18:18,673
เป็นสถานะแก๊สที่มีอุณหภูมิ

357
00:18:18,673 --> 00:18:22,673
ลดลง

358
00:18:22,776 --> 00:18:26,776
แล้วจึงผ่านเข้ามาถึงระบบคอยล์เย็นอีก

359
00:18:28,562 --> 00:18:31,314
เช่นเคย เพราะฉะนั้น การทำงานก็จะสัมพันธ์กันไปตาม

360
00:18:31,314 --> 00:18:33,634
วงจรลูกศรที่ครูอธิบาย

361
00:18:33,634 --> 00:18:35,049
นะคะ ระบบคอยล์เย็น

362
00:18:35,049 --> 00:18:38,144
ความดัน

363
00:18:38,144 --> 00:18:39,805
คอยล์ร้อน แล้วก็ระบบลดความดัน

364
00:18:39,805 --> 00:18:41,574
นี่คือการทำงานที่

365
00:18:41,574 --> 00:18:43,066
ของระบบย่อย

366
00:18:43,066 --> 00:18:43,749
เครื่องปรับอากาศ

367
00:18:43,749 --> 00:18:47,002
นะคะ

368
00:18:47,002 --> 00:18:51,002
แต่ละช่วง แต่ละช่วงก็จะมี input process output

369
00:18:52,675 --> 00:18:54,965
นะคะ เราเห็นแล้วว่าเครื่องปรับอากาศนั้นมีระบบย่อยหลายระบบเลย

370
00:18:54,965 --> 00:18:57,417
แล้วตัวอื่นล่ะคะ

371
00:18:57,417 --> 00:19:01,007
นักเรียนเห็นรูปแล้ว

372
00:19:01,007 --> 00:19:02,772
นักเรียนผู้ชายอาจจะถนัดมากเลย

373
00:19:02,772 --> 00:19:04,515
นะคะ นักเรียนผู้ชายอาจจะถนัดมากเลย

374
00:19:04,515 --> 00:19:06,492
โอ้

375
00:19:06,492 --> 00:19:09,766
รถจักรยานยนต์

376
00:19:09,766 --> 00:19:13,766
มีระบบให้อะไรบ้างคะ นักเรียน

377
00:19:14,636 --> 00:19:18,636
มีระบบย่อยอะไรบ้าง

378
00:19:20,518 --> 00:19:24,498
ครูยังไม่ให้นักเรียนคิดตอนนี้นะคะ ครูขอฝากเป็นกิจกรรม

379
00:19:24,498 --> 00:19:25,338
ระบบย่อยของเทคโนโลยีนะคะ

380
00:19:25,338 --> 00:19:29,338
แน่นอน

381
00:19:30,216 --> 00:19:34,216
เมื่อเราคิดระบบย่อยของเทคโนโลยีแปลว่านักเรียนต้องเขียน

382
00:19:35,762 --> 00:19:37,132
ส่วนต่าง ๆ ของระบบรวมใช่ไหมคะ มีตัวป้อน

383
00:19:37,132 --> 00:19:38,157
กระบวนการ

384
00:19:38,157 --> 00:19:39,571
ผลผลิต

385
00:19:39,571 --> 00:19:41,849
และข้อมูลย้อนกลับ

386
00:19:41,849 --> 00:19:43,016
ของการทำงานของรถจักรยานยนต์นี่

387
00:19:43,016 --> 00:19:45,724
แหละ

388
00:19:45,724 --> 00:19:47,895
พร้อมเขียนอธิบายภาพนักเรียน

389
00:19:47,895 --> 00:19:49,259
ระบบย่อยอาหารมีอะไรบ้าง

390
00:19:49,259 --> 00:19:53,032
ตัวที่ 1

391
00:19:53,032 --> 00:19:55,440
ป้อนอะไรกระบวนการอะไรผลผลิตอะไร

392
00:19:55,440 --> 00:19:57,125
เขียนแผนภาพ

393
00:19:57,125 --> 00:19:59,037
ความ

394
00:19:59,037 --> 00:20:00,901
สัมพันธ์ของระบบย่อยมัน ๆ

395
00:20:00,901 --> 00:20:03,126
คำอธิบาย

396
00:20:03,126 --> 00:20:04,603
ดูนะคะ

397
00:20:04,603 --> 00:20:06,606
รถจักรยานยนต์

398
00:20:06,606 --> 00:20:08,210
ระบบย่อยอะไรบ้าง

399
00:20:08,210 --> 00:20:12,210
ในระบบย่อย

400
00:20:12,351 --> 00:20:13,245
นั้นประกอบด้วย ตัวป้อนกระบวนการผลผลิตอะไรบ้าง

401
00:20:13,245 --> 00:20:14,876
และ

402
00:20:14,876 --> 00:20:17,372
ระบบย่อยนั้น

403
00:20:17,372 --> 00:20:19,535
มีความสัมพันธ์กันอย่างไร

404
00:20:19,535 --> 00:20:23,535
นะคะ ก็เขียนเป็น

405
00:20:24,459 --> 00:20:25,615
แผนผังแสดงความสัมพันธ์หรือแผนภาพแสดงความสัมพันธ์

406
00:20:25,615 --> 00:20:27,348
ของระบบย่อย

407
00:20:27,348 --> 00:20:30,586
พร้อมคำอธิบายด้วย

408
00:20:30,586 --> 00:20:34,586
เหมือนตัวอย่างของเครื่องปรับอากาศ

409
00:20:35,684 --> 00:20:39,684
เลย ครูจะให้เวลานักเรียนไปทำกิจกรรมนะคะ สักประมาณ

410
00:20:44,693 --> 00:20:47,400
15 นาทีค่ะ [เสียงดนตรี] เป็นอย่างไรบ้างคะนักเรียน

411
00:20:47,400 --> 00:20:48,988
สำหรับการคิดวิเคราะห์ระบบย่อย

412
00:20:48,988 --> 00:20:51,678
ของรถจักรยานยนต์

413
00:20:51,678 --> 00:20:55,115
ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ

414
00:20:55,115 --> 00:20:57,566
จากนี้นะคะ นักเรียนคนใดนะคะ ยัง

415
00:20:57,566 --> 00:21:01,566
สงสัยเกี่ยวกับระบบการทำงาน

416
00:21:01,926 --> 00:21:02,899
ของเครื่องปรับอากาศ อยากดูให้ละเอียดนะคะ นักเรียนสามารถ

417
00:21:02,899 --> 00:21:06,899
ติดตาม

418
00:21:08,792 --> 00:21:11,042
ตามลิงก์ที่ครูให้ไว้นะคะ หรือนักเรียนคนใดต้องการทบทวนความรู้เกี่ยวกับ

419
00:21:11,042 --> 00:21:14,537
เรื่องของเทคโนโลยีนะคะ

420
00:21:14,537 --> 00:21:17,380
มีความหมายอย่างไรบ้าง

421
00:21:17,380 --> 00:21:18,653
ไปที่ลิงก์ที่ครูให้ไว้นะคะ

422
00:21:18,653 --> 00:21:20,641
หลังจาก

423
00:21:20,641 --> 00:21:22,357
วันนี้นะคะ ก็คงจะ

424
00:21:22,357 --> 00:21:24,404
หยุดการ

425
00:21:24,404 --> 00:21:28,404
อธิบายเรื่องของ

426
00:21:29,658 --> 00:21:33,658
ระบบทางเทคโนโลยีและระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนนะคะ อยากให้นักเรียน

427
00:21:34,108 --> 00:21:37,620
เข้าใจว่านะคะ ระบบทางเทคโนโลยีหนึ่ง ๆ นั้นประกอบด้วย

428
00:21:37,620 --> 00:21:41,620
ระบบย่อยหลายระบบทำงานสัมพันธ์กันนะคะ

429
00:21:43,683 --> 00:21:47,031
ทั้งนี้ก็เพื่อให้เทคโนโลยีนั้นนะคะ สามารถทำงานได้บรรลุตามวัตถุประสงค์นั่นเองนะคะ

430
00:21:47,031 --> 00:21:49,975
ระบบทางเทคโนโลยีที่มีหลายระบบนั้นเราเรียกว่า

431
00:21:49,975 --> 00:21:53,348
"ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน

432
00:21:53,348 --> 00:21:55,070
" นะคะ ซึ่งความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์ระบบตรงนี้นี่แหละนะคะ

433
00:21:55,070 --> 00:21:58,899
จะช่วยให้นักเรียนสามารถ

434
00:21:58,899 --> 00:22:02,550
ตรวจสอบการทำงาน หรือสามารถแก้ไข

435
00:22:02,550 --> 00:22:04,654
หรือแม้กระทั่งพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีนั้น ๆ ได้

436
00:22:04,654 --> 00:22:08,654
นะคะ ก็หวังว่านักเรียนจะ

437
00:22:11,351 --> 00:22:12,279
ใช้ความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อนในหัวข้อต่อไปได้นะคะ

438
00:22:12,279 --> 00:22:13,290
สำหรับวันนี้

439
00:22:13,290 --> 00:22:17,290
สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]

