﻿1
00:00:25,957 --> 00:00:29,957
(อาจารย์)  ก็สวัสดีนักศึกษา

2
00:00:33,478 --> 00:00:34,856
นะคะ ของภาคเรียนที่ 1

3
00:00:34,856 --> 00:00:35,492
/2567 นะคะ

4
00:00:35,492 --> 00:00:39,492
วันนี้เราก็ได้มาเจอกันใน

5
00:00:41,185 --> 00:00:45,185
รายวิชาของภาษามือไทยเบื้องต้น

6
00:00:50,160 --> 00:00:54,160
ภาษามือไทยอีก

7
00:00:55,270 --> 00:00:59,270
ฉันใช้ภาษามือไทยได้แล้ว ทำไมต้องมาใช้ภาษามือไทยอีก

8
00:01:07,037 --> 00:01:11,037
มาใช้ภาษามือไทย

9
00:01:19,040 --> 00:01:21,576
นะคะ ตอนนี้ จะเป็นการทบทวนนะคะ ในคำศัพท์แล้วก็เรียนรู้ภาษามือไทยใหม่ ๆ ด้วยนะคะ

10
00:01:21,576 --> 00:01:25,386
และเรียน

11
00:01:25,386 --> 00:01:29,386
ภาษามือที่จะใช้คำศัพท์

12
00:01:31,223 --> 00:01:34,571
ร่วมกันนะคะ เข้าใจตรงกันนะคะ

13
00:01:34,571 --> 00:01:37,751
ในที่มหาวิทยาลัยของเรานะคะ

14
00:01:37,751 --> 00:01:41,286
และก็อีกอันหนึ่ง ก็เพื่อ

15
00:01:41,286 --> 00:01:45,286
ฝึกการสื่อสารกับเพื่อน

16
00:01:47,759 --> 00:01:51,759
ที่เรียนร่วมด้วยกันกับเรานะคะ เพื่อนหูดี

17
00:01:53,579 --> 00:01:57,047
อุบล แล้วก็มิ่งนะคะ ก็จะได้เรียนภาษามือ

18
00:01:57,047 --> 00:01:59,203
ไปด้วยกัน เพื่อที่จะใช้ในการสื่อสาร

19
00:01:59,203 --> 00:02:03,203
ในระหว่างเรียน ในมหาวิทยาลัยนะคะ

20
00:02:04,111 --> 00:02:07,042
เพราะว่านอกเหนือจากกิจกรรมการเรียน

21
00:02:07,042 --> 00:02:09,217
ก็อาจจะมีกิจกรรมในชีวิตประจำวัน

22
00:02:09,217 --> 00:02:13,217
เสียงมันเข้า

23
00:02:14,172 --> 00:02:18,172
ลำโพง มันเลยหอน

24
00:02:20,289 --> 00:02:24,289
สัปดาห์ก่อนนะ เรายัง

25
00:02:28,597 --> 00:02:31,359
ไม่ได้เจอกันนะคะ สัปดาห์ก่อน ที่ให้นักศึกษา

26
00:02:31,359 --> 00:02:35,359
หาคำศัพท์ ที่เป็นภาษา

27
00:02:36,197 --> 00:02:39,571
เขียนนะคะ แล้วก็ฝึก

28
00:02:39,571 --> 00:02:43,121
คำศัพท์ที่เป็นภาษามือควบคู่กันด้วยนะคะ

29
00:02:43,121 --> 00:02:47,121
ก็มีส่ง เหลือของมิ่ง

30
00:02:48,250 --> 00:02:52,250
นะคะ มิ่ง มิ่งยังไม่ได้ส่งคำศัพท์ ที่เป็นตัวเขียน

31
00:02:55,233 --> 00:02:55,363
ตรวจดูแล้วเมื่อคืน ยังไม่มีนะคะ

32
00:02:55,363 --> 00:02:58,178
ให้ส่งเข้ามาด้วย เดี๋ยววันนี้ ท้าย

33
00:02:58,178 --> 00:03:02,178
ชั่วโมง จะตรวจนะคะ แล้วก็ให้

34
00:03:04,209 --> 00:03:08,209
นักศึกษาเขียนคำศัพท์ที่นักศึกษาส่งมา

35
00:03:12,815 --> 00:03:14,161
ค่ะ เขียนให้ถูกต้องในรายวิชานี้นะคะ อาจารย์จะ

36
00:03:14,161 --> 00:03:18,161
ฝึกภาษามือ แล้วก็

37
00:03:20,121 --> 00:03:23,934
ภาษาเขียน ควบคู่ไปด้วยนะคะ เพื่อที่

38
00:03:23,934 --> 00:03:26,813
พวกเราจะได้นำมาใช้ในชีวิต

39
00:03:26,813 --> 00:03:30,813
ประจำวัน ในการเรียน หรือการใช้ชีวิตนะคะ

40
00:03:31,507 --> 00:03:32,870
ในการเขียนภาษาไทยได้ถูกต้องด้วยนะคะ

41
00:03:32,870 --> 00:03:36,870
ในท้ายวิชา

42
00:03:39,134 --> 00:03:41,957
ก็จะตรวจงานของสัปดาห์ที่แล้วนะ

43
00:03:41,957 --> 00:03:45,957
ที่ให้นักศึกษาไปค้นหา คนละ 10 คำ

44
00:03:47,647 --> 00:03:49,590
10 ท่านะคะ แล้วก็ทดสอบทีละคน

45
00:03:49,590 --> 00:03:53,590
เราจะทำแบบนี้ทุก ๆ สัปดาห์

46
00:03:57,934 --> 00:04:01,934
นะคะ จะให้นักศึกษาเขียนคำศัพท์ แล้วก็ทำภาษามือ

47
00:04:06,722 --> 00:04:07,142
เพื่อจะได้เข้าใจตรงกัน ระหว่างคำศัพท์กับ

48
00:04:07,142 --> 00:04:11,142
ภาษาเขียน ภาษาเขียนกับภาษามือ เข้าใจตรวงกัน

49
00:04:19,109 --> 00:04:20,334
เรามาดูรายละเอียดของวิชาภาษามือไทยเบื้องต้นนะคะ

50
00:04:20,334 --> 00:04:24,334
ก็ภาษามือไทยเบื้องต้น ก็

51
00:04:31,864 --> 00:04:34,859
3 หน่วยกิตนะคะ ก็จะประมาณ 15 ชั่วโมง อาจจะไม่ได้เรียนเต็มทั้งหมด

52
00:04:34,859 --> 00:04:38,859
ถ้าหากมีกิจกรรม ก็จะให้นักศึกษาไปร่วม

53
00:04:40,764 --> 00:04:44,764
ช่วยกิจกรรมของสาขาของคณะนะคะ ก็จะ

54
00:04:49,936 --> 00:04:52,764
เป็นคะแนนในส่วนตรงนี้ ให้ถัวเฉลี่ยไปนะคะ

55
00:04:52,764 --> 00:04:56,764
จุดประสงค์

56
00:04:59,894 --> 00:05:02,997
หรือจุดมุ่งหมายของรายวิชานี้

57
00:05:02,997 --> 00:05:06,997
นะคะ ก็เพื่อที่จะให้นักศึกษา

58
00:05:11,022 --> 00:05:11,214
มีทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน

59
00:05:11,214 --> 00:05:15,214
และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่นะคะ

60
00:05:18,380 --> 00:05:19,749
ก็คืองานการบ้านของวิชา

61
00:05:19,749 --> 00:05:20,741
ภาษามือไทยนะคะ แล้วก็หน้าที่ในการเรียน

62
00:05:20,741 --> 00:05:24,741
ขอนัดหมายนะ

63
00:05:26,651 --> 00:05:30,651
เวลาเรียน 9 โมงนะคะ มาให้ตรง

64
00:05:31,550 --> 00:05:34,087
เวลาด้วย เพราะตอนนี้ไม่ใช่มีแค่เรา

65
00:05:34,087 --> 00:05:38,087
นะคะ ก็จะมีพี่ล่ามออนไลน์

66
00:05:39,668 --> 00:05:42,613
ทางไกลด้วยนะคะ ที่จะมารอพวกเรา

67
00:05:42,613 --> 00:05:46,613
ก็ไม่อยากให้พี่รอ แล้วเราก็ไม่อยากรอพี่นะคะ

68
00:05:50,039 --> 00:05:51,320
ถ้าอย่างนั้นให้นักศึกษามาให้ตรงเวลานะคะ

69
00:05:51,320 --> 00:05:55,230
มีหน้าที่เรียน ก็มาเรียนนะคะ

70
00:05:55,230 --> 00:05:59,230
หรือถ้าเหตุไม่สบาย

71
00:05:59,419 --> 00:06:03,419
มีเหตุกรณีใด ๆ ก็แจ้ง พี่ที่

72
00:06:03,454 --> 00:06:07,103
ดูแล พี่พลอยกับพี่อุ่ย หรือแจ้ง

73
00:06:07,103 --> 00:06:10,491
อาจารย์ หรือแจ้งเพื่อน ๆ นะคะ

74
00:06:10,491 --> 00:06:14,491
ไม่สบาย มาไม่ได้ หรือมีเหตุธุระอันใด

75
00:06:22,194 --> 00:06:24,512
ลาได้นะคะ แต่ขอให้นักศึกษาแจ้งนะคะ จุดประสงค์ที่ 2

76
00:06:24,512 --> 00:06:28,512
ก็เพื่อให้นักศึกษาสามารถประยุกต์ใช้

77
00:06:30,294 --> 00:06:31,092
ความรู้ให้เป็นหลัก ในการดำเนินชีวิต และ

78
00:06:31,092 --> 00:06:35,092
ประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิผล

79
00:06:36,409 --> 00:06:39,752
ในห้องนี้

80
00:06:39,752 --> 00:06:40,427
มีใครหูตึงไหมคะ

81
00:06:40,427 --> 00:06:44,427
มิ่งใช่ไหม  แต่ว่ามิ่ง

82
00:06:46,382 --> 00:06:50,382
พอได้ยินอยู่นะ แต่ไม่ได้ใช้ภาษามือใช่ไหม

83
00:06:55,487 --> 00:06:59,487
ถ้า... ถ้าเรียนวิชานี้ อาจจะพูดถึงอนาคตนะ ถ้าสมมติว่า

84
00:07:03,428 --> 00:07:04,038
มิ่งเรียนรู้ภาษามือ หรือ

85
00:07:04,038 --> 00:07:08,038
มีความชำนาญด้านภาษามือ มิ่งก็สามารถที่จะไป

86
00:07:11,561 --> 00:07:11,809
เป็นอาชีพล่ามแปลภาษามือ

87
00:07:11,809 --> 00:07:13,986
อย่างพี่ที่ทำภาษามือออนไลน์ได้นะคะ

88
00:07:13,986 --> 00:07:17,986
ไม่เป็นนักโปรแกรมเมอร์  หรือนักเกี่ยวกับเทคโนโลยี

89
00:07:23,365 --> 00:07:27,365
สารสนเทศ ก็สามารถนำความรู้วิชานี้ไปประกอบ

90
00:07:27,839 --> 00:07:31,839
อาชีพอื่น ๆ ได้นะคะ หรือเป็น Job นิด ๆ หน่อย ๆ นะคะ ไปช่วย

91
00:07:32,956 --> 00:07:35,368
บริการที่โรงพยาบาล ิหรือเพื่อน ๆ

92
00:07:35,368 --> 00:07:39,368
ไม่สบายอย่างนี้ค่ะ สามารถให้บริการได้

93
00:07:43,185 --> 00:07:43,528
ข้อได้เปรียบของคนหูตึง

94
00:07:43,528 --> 00:07:47,528
นะคะ จะสามารถที่จะได้ยิน พอได้ยินแล้ว

95
00:07:49,854 --> 00:07:51,235
สามารถที่จะใช้ภาษามือสามารถแปลได้นะคะ

96
00:07:51,235 --> 00:07:55,235
ไม่ใช่แค่มิ่งนะคะ อุบลก็สามารถนำ

97
00:07:57,343 --> 00:07:58,803
ความรู้ตรงนี้ ไปประกอบอาชีพได้เหมือนกันนะคะ

98
00:07:58,803 --> 00:08:01,939
ส่วนหูหนวก

99
00:08:01,939 --> 00:08:05,939
ก็ไม่ใช่แค่ภาษามือนะคะ อาจจะเป็น...

100
00:08:07,190 --> 00:08:11,190
ไม่รู้ว่าอนาคตต่อไป อาจจะไปเป็นคุณครูก็ได้

101
00:08:18,360 --> 00:08:18,847
นะคะ ก็นำความรู้วิชาภาษามือไทย ด้วยการที่เราเรียน

102
00:08:18,847 --> 00:08:22,847
ภาษามือไทยนะ เราก็จะมีเรียนภาษาไทยควบคู่กันไปด้วย

103
00:08:24,260 --> 00:08:28,260
นะคะ ก็อาจจะนำความรู้ทางด้านภาษาไทย ไปใช้สอน

104
00:08:31,600 --> 00:08:35,600
นักเรียน หรือนำภาษาไทยไปใช้กับงานที่ตนได้ทำ ประกอบอาชีพนะคะ

105
00:08:37,550 --> 00:08:38,563
อย่างเช่น การออกแบบอย่างนี้ค่ะ

106
00:08:38,563 --> 00:08:42,563
ก็จะต้องมีข้อความใช่ไหมคะ ในการ

107
00:08:45,070 --> 00:08:46,915
ออกแบบข้อความ ก็ต้องมีการสะกด มีการเขียนคำ

108
00:08:46,915 --> 00:08:50,915
ให้ถูกต้อง นักศึกษาก็จะได้

109
00:08:53,027 --> 00:08:56,070
นำความรู้ตรงนี้ไปใช้ แล้วก็ไปประยุกต์ใช้ด้วย

110
00:08:56,070 --> 00:09:00,070
นะคะ จุดประสงค์ที่ 3 นะคะ ให้นักศึกษา

111
00:09:02,210 --> 00:09:02,612
สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

112
00:09:02,612 --> 00:09:06,612
ในการติดต่อสื่อสารกันได้อย่างสร้างสรรค์

113
00:09:07,928 --> 00:09:09,825
อาจจะมีวิธีการ หรือแนวทาง

114
00:09:09,825 --> 00:09:13,825
ในการใช้เทคโนโลยีนะคะ

115
00:09:16,102 --> 00:09:18,050
อย่างเช่น ใช้บริการ

116
00:09:18,050 --> 00:09:22,050
TTRS หรือการใช้บริการล่ามออนไลน์

117
00:09:26,137 --> 00:09:29,153
ของ TTRS ในห้องเรียน หรือห้องประชุม ใน

118
00:09:29,153 --> 00:09:33,153
ห้องสัมมนา อาจจะขอเป็นครั้งคราวอย่างนี้นะค

119
00:09:39,232 --> 00:09:41,081
ะ ก็รู้วิธีการว่าจะต้องเชื่อมต่อกันอย่างไร ใช้โปรแกรม

120
00:09:41,081 --> 00:09:45,081
อย่างไรอย่างนี้นะคะ อันนี้ ก็คือจุดประสงค์ของรายวิชา

121
00:09:52,376 --> 00:09:53,869
ภาษามือไทยเบื้องต้นนะคะ จำนวนชั่วโมง

122
00:09:53,869 --> 00:09:57,869
ที่ใช้เรียนนะคะ ตามตารางเรียนเราจะเป็น 4 ชั่วโมง

123
00:10:01,728 --> 00:10:05,728
ใช่ไหมคะ แต่ในการ

124
00:10:07,896 --> 00:10:08,181
ปฎิบัติ เราก็อาจจะเรียนแค่ 2 ชั่วโมง

125
00:10:08,181 --> 00:10:12,181
แต่อาจารย์จะพยายามให้เราเข้ามาเรียน เพื่อจะได้

126
00:10:12,238 --> 00:10:15,429
ใช้ภาษามือในการปฏิบัติ

127
00:10:15,429 --> 00:10:19,429
ร่วมกันกับเพื่อน ๆ นะคะ ที่เป็นทั้งหูดี

128
00:10:27,242 --> 00:10:29,912
เป็นเพื่อนปกตินะคะ ประมาณ 2 ชั่วโมง อีก 2 ชั่วโมง จะเป

129
00:10:29,912 --> 00:10:32,839
็นการบรรยายภาคทฤษฎี ในส่วนนี้

130
00:10:32,839 --> 00:10:36,839
ก็อาจจะน้อยลง ก็อาจจะเป็นส่วนต้น ๆ นะคะ ของ

131
00:10:41,562 --> 00:10:44,744
สัปดาห์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 เป็นภาคทฤษฎี ก็จะเล่าถึง

132
00:10:44,744 --> 00:10:47,021
ประวัติความเป็นมาของภาษามือไทย

133
00:10:47,021 --> 00:10:51,021
แล้วก็หลักการ แนวทางในการใช้

134
00:10:53,863 --> 00:10:55,012
ภาษามือไทยเรานะคะ

135
00:10:55,012 --> 00:10:59,012
ในอีก 5 ชั่วโมง ก็จะเป็นการศึกษา

136
00:11:00,898 --> 00:11:04,898
ด้วยตนเอง ก็คือโดยประมาณ 15 ครั้ง

137
00:11:05,219 --> 00:11:09,219
อาจจะเป็นอยู่ 5 สัปดาห์

138
00:11:09,414 --> 00:11:11,790
นะคะ ให้นักศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือ

139
00:11:11,790 --> 00:11:15,790
ทำงาน ทำการบ้านที่บ้านนะคะ

140
00:11:16,522 --> 00:11:20,522

141
00:11:22,581 --> 00:11:26,581
อันนี้ให้นักศึกษาไปอ่านเองแล้วกันนะ

142
00:11:29,054 --> 00:11:32,498
ในรายละเอียดด้านอื่น ๆ นะ

143
00:11:32,498 --> 00:11:36,498
อันนี้คือแผน

144
00:11:39,326 --> 00:11:43,326
การเรียนของพวกเรานะคะ

145
00:11:44,518 --> 00:11:48,518
เราจะเจอกันอยู่ประมาณ

146
00:11:50,228 --> 00:11:54,228
สัก 10... 14 สัปดาห์นะคะ

147
00:11:57,606 --> 00:11:59,268
ถ้าจะเจอกันจริง ๆ นะ

148
00:11:59,268 --> 00:12:03,268
ก็จะมีสอบกลางภาค แล้วก็

149
00:12:06,831 --> 00:12:10,831
สอบปลายภาค ก็จะลดไปนะคะ อาจจะเป็นเก็บคะแนนในชั่วโมงเรียนนะคะ

150
00:12:16,147 --> 00:12:16,616
การสอบกลางภาค กับปลายภาค ก็อาจจะไม่มี

151
00:12:16,616 --> 00:12:20,175
ก็จะเก็บคะแนนของเราในชั่วโมงเรียน ถ้าใคร

152
00:12:20,175 --> 00:12:23,320
มาทุกวัน ก็จะมีคะแนนความรับผิดชอบ

153
00:12:23,320 --> 00:12:27,320
ในการมาเรียนนะคะ แต่ว่าถ้าป่วย

154
00:12:28,688 --> 00:12:29,903
ก็ไม่เป็นไร ถือว่าให้แจ้งลา

155
00:12:29,903 --> 00:12:32,551
นะคะ

156
00:12:32,551 --> 00:12:36,551
ชั่วโมงแรกก็จะเป็นการ

157
00:12:39,526 --> 00:12:43,526
ปฐมนิเทศนะ แต่ว่าอาจารย์ก็ไม่ปฐมนิเทศนะ

158
00:12:50,274 --> 00:12:51,227
แต่เป็นให้พวกเราทำงานมาส่งนะคะ ก็จะเป็นการทดสอบ

159
00:12:51,227 --> 00:12:55,227
ความรู้ด้วย ทดสอบวิธีการใช้ภาษามือก่อนนะคะ

160
00:12:56,125 --> 00:13:00,125
แต่ว่าสัปดาห์นี้ เป็นสัปดาห์ ที่ 2

161
00:13:07,309 --> 00:13:11,309
อาจารย์อาจจะมีการสลับกันนะ อาจจะมีการปฐมนิเทศ ก็มีชี้แจงรายละเอียดรายวิชานะคะ

162
00:13:12,892 --> 00:13:14,202
แล้วก็อาจจะรวบรัดนะคะ

163
00:13:14,202 --> 00:13:18,202
ของสัปดาห์นี้ ก็จะให้ความรู้

164
00:13:19,278 --> 00:13:20,513
ผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินนะคะ

165
00:13:20,513 --> 00:13:21,401
สัปดาห์ที่ 3

166
00:13:21,401 --> 00:13:25,401
ให้ความหมายความสำคัญและหลักการใช้ของ

167
00:13:27,264 --> 00:13:31,264
ภาษามือไทย อาจารย์ก็จะบรรยายนะคะ

168
00:13:33,351 --> 00:13:34,913
อาจจะมีให้นักศึกษายกตัวอย่าง

169
00:13:34,913 --> 00:13:38,913
อาจารย์ยกตัวอย่างด้วยนะคะ

170
00:13:39,433 --> 00:13:43,433
อันนี้ขออภัยอาจารย์พิมพ์ผิด

171
00:13:43,525 --> 00:13:47,525
สัปดาห์ที่ 4

172
00:13:53,695 --> 00:13:54,275
เป็นการฝึกบริหารนิ้วมือนะคะ ก็มีการฝึกนับตัวเลขนะคะ

173
00:13:54,275 --> 00:13:58,275
อาจจะมีการเล่นเกมร่วมด้วยนะคะ เล่นกิจกรรม

174
00:14:00,149 --> 00:14:04,149
ร่วมด้วยนะคะ เพื่อให้บรรยายกาศการเรียนไม่ซีเรียสนะคะ

175
00:14:10,402 --> 00:14:14,402
การสะกดตัวอักษรภาษาอังกฤษ อาจจะมีเล่นเกมในการทบทวนการจำ แต่ละตัวอักษร

176
00:14:15,184 --> 00:14:19,184
นะคะ สัปดาห์ที่ 5 ภาษามือ

177
00:14:21,343 --> 00:14:21,648
ไทยในชีวิตประจำวัน การสะกด

178
00:14:21,648 --> 00:14:25,648
ตัวอักษรภาษาไทยนะคะ เพราะอาจจะมี

179
00:14:26,239 --> 00:14:30,239
เกี่ยวข้องกับเรา อยู่ในชีวิตประจำวันอยู่

180
00:14:31,694 --> 00:14:34,415
ตลอดนะคะ อย่างเช่นบางคำ

181
00:14:34,415 --> 00:14:38,264
เราไม่รู้จักคำศัพท์ภาษามือ

182
00:14:38,264 --> 00:14:42,264
เราก็จะใช้การสะกดนิ้วมือนะคะ

183
00:14:42,392 --> 00:14:46,392
อย่างเช่น บางตัวอย่างนี้ค่ะ

184
00:14:48,391 --> 00:14:52,391
นักศึกษาก็จำไม่ได้ หรือสับสน

185
00:14:54,383 --> 00:14:55,586
อย่างเช่น ตัว ฐ ฐานอย่างนี้ค่ะ

186
00:14:55,586 --> 00:14:59,586
ตัว ฏ ปฏัก

187
00:15:00,176 --> 00:15:04,176
ตัวที่ไม่ค่อยได้ใช้อย่างนี้ค่ะ อาจจะลืม

188
00:15:06,739 --> 00:15:08,568
ไปนะคะ ก็ฝึกทบทวนด้วย

189
00:15:08,568 --> 00:15:11,027
แล้วก็ฝึก

190
00:15:11,027 --> 00:15:15,027
การสะกดชื่อนะคะ อันนี้ก็จะไปเกี่ยวกับจุดประสงค์

191
00:15:18,930 --> 00:15:20,457
ด้วยนะคะ การสะกดชื่อ หรือ

192
00:15:20,457 --> 00:15:23,582
สะกดคำต่าง ๆ นะคะ เพราะว่า

193
00:15:23,582 --> 00:15:27,011
เวลาเราใช้มือในการสะกดน่ะค่ะ

194
00:15:27,011 --> 00:15:30,970
กับเวลาเราไปใช้แป้นพิมพ์ มันจะ

195
00:15:30,970 --> 00:15:34,970
เรียงลำดับไม่เหมือนกันนะคะ อย่างเช่น คำว่า "

196
00:15:39,086 --> 00:15:41,760
เรียน" อย่างนี้ค่ะ เราสะกดมือเรียน เราก็

197
00:15:41,760 --> 00:15:44,577
สระเอ ร เรือ สระอี ย ยักษ์

198
00:15:44,577 --> 00:15:48,577
น หนู ใช่ไหมคะ แป้นพิมพ์

199
00:15:50,399 --> 00:15:53,058
เรียงลำดับเหมือนกันใช่ไหมคะ

200
00:15:53,058 --> 00:15:57,058
อันนี้ก็จะเป็นการนำประยุกต์ใช้

201
00:15:57,367 --> 00:16:01,367
ในชีวิตประจำวันได้ด้วยนะคะ การสะกดมือกับสะกด

202
00:16:04,523 --> 00:16:06,725
แป้นพิมพ์ ก็จะเรียงลำดับเหมือนกันนะคะ

203
00:16:06,725 --> 00:16:10,117
ก็จะช่วยให้เรา พิมพ์

204
00:16:10,117 --> 00:16:14,117
คำคำนั้นได้ถูกต้องตาม

205
00:16:17,387 --> 00:16:17,532
การสะกดภาษาไทยนะคะ แล้วก็หลักการ

206
00:16:17,532 --> 00:16:21,532
สะกดภาษามือด้วยนะคะ ถ้าไปสื่อสาร

207
00:16:22,304 --> 00:16:26,289
กับคนปกติ ก็จะเข้าใจนะคะ

208
00:16:26,289 --> 00:16:30,289
ว่าตัวนี้เขียนก่อน เขียนหลัง เพราะหูหนวก

209
00:16:32,059 --> 00:16:36,059
เรานะ ตามที่อาจารย์เห็น ก็มักจะเขียน

210
00:16:36,060 --> 00:16:39,768
ตำแหน่งของสระ ของวรรณยุกต์

211
00:16:39,768 --> 00:16:43,733
ของส่วนต่าง ๆ ของการสะกด

212
00:16:43,733 --> 00:16:46,171
ผิดตำแหน่งไป ก็มีนะคะ

213
00:16:46,171 --> 00:16:50,171
นี่ก็จะเป็นการทบทวนเราด้วยนะคะ

214
00:16:51,733 --> 00:16:53,951
ในสัปดาห์ที่ 7 ก็จะเป็น

215
00:16:53,951 --> 00:16:56,734
การบอกเวลา

216
00:16:56,734 --> 00:17:00,734
เวลาต่าง ๆ เช้า เที่ยง เย็น

217
00:17:01,579 --> 00:17:05,579
ตอนเวลามืด  บอกเวลาเป็นตัวเลขนะคะ

218
00:17:06,635 --> 00:17:10,635
บอกเป็นวัน เกิด

219
00:17:11,982 --> 00:17:15,982
วันที่เท่าไร อะไรอย่างนี้ เหตุเกิดวันที่อะไร

220
00:17:20,770 --> 00:17:24,770
นะคะ การสอบปลายภาคจะไม่มีนะ จะเป็นการเก็บคะแบบ

221
00:17:28,559 --> 00:17:29,501
ในระหว่างเรียน ในระหว่างการเรียนนะคะ สัปดาห์ที่ 9

222
00:17:29,501 --> 00:17:33,501
ภาษามือในชีวิตประจำวัน เรื่อง ครอบครัว

223
00:17:34,646 --> 00:17:38,646
และตัวฉันนะคะ ก็จะเป็นก็จะเป็นบอกในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเรา ชอบ ไม่ชอบ

224
00:17:45,997 --> 00:17:49,997
สีอะไร ประมาณนี้นะคะ แล้วก็ครอบครัว ลำดับของครอบครัว ญาติ พี่น้อง

225
00:17:51,095 --> 00:17:55,095
เกี่ยวข้องกันอย่างไรนะคะ ในความสัมพันธ์ของญาติ ของครอบครัวเรา

226
00:17:57,940 --> 00:17:58,020
นะคะ ในสัปดาห์ที่ 10

227
00:17:58,020 --> 00:18:01,390
ก็จะเป็นเรื่องอาหาร

228
00:18:01,390 --> 00:18:05,390
มีใครทำอาหารเป็นบ้างคะ

229
00:18:07,576 --> 00:18:10,998
ทำอาหาร

230
00:18:10,998 --> 00:18:13,254
เป็นไหมเอ่ย

231
00:18:13,254 --> 00:18:17,254
ก็อาจจะให้ในสัปดาห์นี้นะคะ

232
00:18:20,278 --> 00:18:22,613
อาจจะให้นักศึกษาแต่ละคนมาจำลอง

233
00:18:22,613 --> 00:18:26,613
เหตุการณ์การใช้ภาษามือ ในการแนะนำ

234
00:18:29,886 --> 00:18:33,886
การทำอาหารนะคะ อย่างเช่น ครูจะต้มมาม่าอย่างนี้นะคะ ครูก็จะ

235
00:18:42,945 --> 00:18:46,945
เริ่มจากแกะซองมาม่า ตั้งหม้อ เปิดไฟ ใส่น้ำ เป็นลำดับขั้นตอนนะคะ แล้วก็จะมีท่าลำดับภาษามือ

236
00:18:51,044 --> 00:18:53,727
ของคำศัพท์ แล้วก็แนะนำมา ครูจะต้ม

237
00:18:53,727 --> 00:18:57,078
มาม่า ครูจะมีใส่อะไรบ้าง ครูก็จะใช้ภาษามือ

238
00:18:57,078 --> 00:18:57,927
แนะนำ ว่ามีมาม่า มีไข่

239
00:18:57,927 --> 00:19:01,927
มีผักกาดขาว ก็จะทำภาษามือ

240
00:19:02,565 --> 00:19:06,565
ควบคู่ไปด้วยนะคะ ก็อาจจะให้นักศึกษา

241
00:19:12,323 --> 00:19:16,323
เขียนควบคู่ไปทุกสัปดาห์ด้วยนะคะ เขียน มาม่า คำว่า "มาม่า" เขียนว่าอย่างไร

242
00:19:18,573 --> 00:19:19,510
คำว่า "ไข้ต้ม" เขียนว่าอย่างไร ประกอบกันไว้ด้วย

243
00:19:19,510 --> 00:19:23,510
นะคะ จะได้เรียงลำดับการเขียนภาษาไทยไปด้วยนะ

244
00:19:28,623 --> 00:19:29,746
ต่อไปสัปดาห์ที่ 11 มหาวิทยาลัยของฉันนะคะ

245
00:19:29,746 --> 00:19:33,746
ก็จะมาตกลงร่วมกันนะคะ

246
00:19:34,243 --> 00:19:38,243
ว่าสถานที่แต่ละสถานที่ในมหาวิทยาลัย

247
00:19:44,864 --> 00:19:45,942
เราใช้ภาษามือกันแบบไหนนะ อย่างเช่น หอใน มีชื่อ

248
00:19:45,942 --> 00:19:49,942
อย่างเช่น หอราชพฤษ์

249
00:19:56,533 --> 00:19:58,193
กันเกลา อยา่งนี้นะคะ แต่ว่าภาษามือจริง ๆ ไม่มี

250
00:19:58,193 --> 00:19:58,326
แต่เราจะมาตกลงกัน

251
00:19:58,326 --> 00:20:02,326
ใช้ภาษามือแบบไหน เราถึงจะ

252
00:20:03,723 --> 00:20:06,196
ใช้เรียก ใช้สื่อสารร่วมกันได้นะคะ

253
00:20:06,196 --> 00:20:10,196
อาคารศูนย์ DNS ต้องใช้ภาษามือแบบไหน

254
00:20:18,503 --> 00:20:22,503
อาคาร 13 ห้องเรียนของเรา ใช้ภาษามือแบบไหน อย่างนี้ค่ะ ก็จะมาตกลงกันนะ สัปดาห์ที่ 12

255
00:20:23,877 --> 00:20:27,877
หน่วยสถานที่ เราก็กลับมา

256
00:20:29,112 --> 00:20:33,112
เรียนรู้กับสถานที่ต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ในมหาวิทยาลัยเรา

257
00:20:34,338 --> 00:20:38,338
โรงเรียน, วัด, บ้าน หรือสถานที่สำคัญ ๆ

258
00:20:39,505 --> 00:20:43,505
กรุงเทพฯ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

259
00:20:48,719 --> 00:20:52,478
อย่างนี้ค่ะ เราก็อาจจะมีโอกาสได้ไปกรุงเทพฯ อาจจะได้ใช้ภาษามือ ใช้

260
00:20:52,478 --> 00:20:54,234
คำศัพท์นี้นะคะ โรงพยาบาล,

261
00:20:54,234 --> 00:20:58,234
สถานีตำรวจ อาจจะได้ไป

262
00:21:00,958 --> 00:21:04,958
นะคะ ก็จะมาเรียนรู้กัน ใช้ภาษามือนะคะ

263
00:21:05,265 --> 00:21:09,265
ในสัปดาห์ที่ 13 นะคะ

264
00:21:09,472 --> 00:21:13,472
ก็จะให้นักศึกษา

265
00:21:18,328 --> 00:21:22,328
เรียนรู้เรื่องราวจากการใช้ภาษามือนะคะ แล้ว

266
00:21:22,330 --> 00:21:26,330
ให้นักศึกษาแปล หรือ

267
00:21:26,384 --> 00:21:30,384
สรุปเรื่องราวนั้น ๆ นะคะ มาเป็นภาษาเขียน

268
00:21:34,776 --> 00:21:35,097
จะทดสอบว่านักศึกษาดูภาษามือแล้ว

269
00:21:35,097 --> 00:21:39,097
จะเข้าใจอย่างไร เข้าใจคำศัพท์แบบไหน

270
00:21:39,957 --> 00:21:43,957
นะคะ

271
00:21:46,678 --> 00:21:50,576
สัปดาห์ที่

272
00:21:50,576 --> 00:21:54,576
14-15 หลังจากที่นักศึกษา

273
00:21:55,101 --> 00:21:59,101
เรียนไปครบแล้วนะคะ อาจจะให้นักศึกษา

274
00:22:00,969 --> 00:22:01,606
ทำเป็นงานกลุ่มของเรา

275
00:22:01,606 --> 00:22:05,606
อาจจะ 2 กลุ่มก็ได้ อาจจะให้

276
00:22:06,848 --> 00:22:10,848
ทำเป็นเพลงนะคะ เพลง ๆ หนึ่ง แล้ว

277
00:22:11,070 --> 00:22:15,070
แกะเพลงนั้นมาเป็นภาษามือ แล้วก็อัดวิดีโอ อาจจะ

278
00:22:18,408 --> 00:22:21,335
ทำลงโซเซียลนะคะ สื่อ

279
00:22:21,335 --> 00:22:23,737
เผยแพร่ว่าในรายวิชาภาษามือ

280
00:22:23,737 --> 00:22:26,609
เราได้ความรู้แบบไหน เราส่ง

281
00:22:26,609 --> 00:22:30,609
ภาษามือออกไป ให้คนได้รู้จัก ว่า

282
00:22:31,699 --> 00:22:35,699
การที่จะพูดคุยกับคนหูหนวกต้องพูดคุยผ่านอะไร

283
00:22:41,344 --> 00:22:41,367
อย่างไรอย่างนี้ค่ะ หรือ

284
00:22:41,367 --> 00:22:45,367
อาจจะเป็นให้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว

285
00:22:46,914 --> 00:22:50,914
ที่นักศึกษาชื่นชอบ หรือสถานที่

286
00:22:57,573 --> 00:23:01,573
ท่องเที่ยวของจังหวัดสกลนครนะคะ ทำเป็นภาษามือ น้อง ๆ นักศึกษาเห็น

287
00:23:02,776 --> 00:23:04,958
รุ่นพี่เราไหมคะ ที่เราโปรเจกต์นะ เกี่ยวกับ

288
00:23:04,958 --> 00:23:08,958
สถานที่ท่องเที่ยว อาจจะไม่แน่ รุ่นเราอาจจะ

289
00:23:11,326 --> 00:23:15,326
ทำเหมือนรุ่นพี่ก็ได้นะคะ ในการทำคลิปวิดีโอแนะนำท่องเที่ยว แนะนำภาษามือ

290
00:23:18,262 --> 00:23:18,294
อัดเป็นคลิปภาษามือนะคะ

291
00:23:18,294 --> 00:23:22,294
ก็จะได้ฝึกภาษามือ

292
00:23:24,515 --> 00:23:27,792
ให้ถูกต้องกับคำศัพท์

293
00:23:27,792 --> 00:23:31,792
ของภาษาไทยนะคะ เพื่อที่จะไปเผยแพร่

294
00:23:33,107 --> 00:23:35,277
ให้คนหูดี คนข้างนอก

295
00:23:35,277 --> 00:23:39,277
ได้รู้ ได้เข้าใจ ว่าภาษาคำไทยนี้

296
00:23:42,020 --> 00:23:45,008
ภาษามืออย่างนี้ ก็จะได้ไปประยุกต์ใช้ ไป

297
00:23:45,008 --> 00:23:49,008
ปรับปรุงใช้ ได้สื่อสารกับคนหูหนวกเรานะ

298
00:23:49,891 --> 00:23:51,914
การตัดเกรดนะคะ

299
00:23:51,914 --> 00:23:54,401
ก็ตามนี้นะคะ

300
00:23:54,401 --> 00:23:58,401
ก็ให้นักศึกษาไปเปิดทบทวนดูนะคะ คะแนน

301
00:23:59,911 --> 00:24:03,152
จะมาจากไหน มาจากเราเข้าเรียนทุกคาบนะคะ

302
00:24:03,152 --> 00:24:07,152
แล้วก็มีกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ๆ

303
00:24:07,266 --> 00:24:11,266
อาจจะให้... อาจารย์อาจจะให้คะแนน

304
00:24:16,224 --> 00:24:17,703
จากการสังเกตนะคะ จากเรียนนะคะ ว่าทุกคน ตามรายชื่อนะคะ

305
00:24:17,703 --> 00:24:21,480
มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม

306
00:24:21,480 --> 00:24:25,480
หรืออาจจะมีคะแนนการเขียน Peper

307
00:24:33,537 --> 00:24:35,062
เขียนกระดาษ เขียนเป็นคำศัพท์ท้ายชั่วโมงนะคะ

308
00:24:35,062 --> 00:24:39,062
หรือกลับไปเขียนที่บ้าน ให้ส่งใน Classroom นะคะ

309
00:24:41,779 --> 00:24:43,022
ก็จะเก็บคะแนนตรงนั้น นำคะแนนตรงนั้นนะคะ มา

310
00:24:43,022 --> 00:24:45,445
รวมกันเป็นคะแนนออกเกรดให้นะคะ

311
00:24:45,445 --> 00:24:49,445
หนังสือที่ใช้ในการสอน

312
00:24:51,997 --> 00:24:55,997
ก็จะเป็นหนังสือภาษามือไทย เล่ม 1-6

313
00:24:58,815 --> 00:25:02,815
นะคะ แล้วก็จะมีเพิ่มเติมนะ เป็นเว็บไซต์

314
00:25:04,326 --> 00:25:06,700
ของสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย

315
00:25:06,700 --> 00:25:10,700
แล้วก็ของ... NECTEC นะคะ เว็บไซต์ของ NECTEC

316
00:25:13,307 --> 00:25:17,307
ที่ให้นักศึกษาไปค้นคว้าภาษามือนะ

317
00:25:19,302 --> 00:25:23,302
นี่เป็น 3 ช่องทางนะคะ ของหนังสือภาษามือไทย ก็อยู่ในเว็บไซต์ก็มีนะคะ

318
00:25:25,852 --> 00:25:27,861
เดี๋ยวหลังจากวันนี้ไป

319
00:25:27,861 --> 00:25:31,861
เดี๋ยวอาจารย์จะเพิ่มให้อีกนะคะ ก็จะมี 3 ช่องทาง

320
00:25:38,016 --> 00:25:38,790
นะคะ ที่เราจะสามารถไปเรียนรู้ภาษามือไทยเพิ่มเติมได้นะคะ

321
00:25:38,790 --> 00:25:42,512
หรือเวลาเราใช้ชีวิตประจำวันอย่างนี้ค่ะ

322
00:25:42,512 --> 00:25:46,512
คำศัพท์บางคำ ภาษาไทยบางคำ

323
00:25:50,773 --> 00:25:54,773
เราไม่รู้ว่าต้องใช้ภาษามือแบบไหน ความหมายแบบไหนนะคะ ก็ให้พวกเราไปสืบค้น

324
00:25:56,711 --> 00:25:58,274
ในเว็บไซต์ที่อาจารย์ส่งให้

325
00:25:58,274 --> 00:26:02,274
นะคะ เราจะได้รู้ว่าภาษามือนี้ มัน

326
00:26:07,860 --> 00:26:08,748
ใช้แบบนี้นะ เราก็นำภาษามือนั้น มาใช้

327
00:26:08,748 --> 00:26:10,759
ในการสื่อสาร ก็คนหูหนวก

328
00:26:10,759 --> 00:26:14,306
อื่น ๆ ก็จะได้รู้

329
00:26:14,306 --> 00:26:18,306
ได้เข้าใจตรงกันกับภาษาที่เราสื่อไปนะคะ

330
00:26:25,454 --> 00:26:29,454
สำหรับการบรรยายรายละเอียด

331
00:26:31,413 --> 00:26:35,413
ของวิชาภาษามือไทย ก็หมดไปนะคะ

332
00:26:37,164 --> 00:26:41,164
เดี๋ยวตอนนี้

333
00:26:42,127 --> 00:26:46,127
อาจารย์จะให้เรามาละลายพฤติกรรมนะ

334
00:26:46,768 --> 00:26:50,768
เดี๋ยวนะคะ

335
00:26:52,735 --> 00:26:56,735

336
00:26:58,248 --> 00:27:02,248
ได้ขยับเขยื้อนตัวนะคะ เดี๋ยวอาจารย์หา...

337
00:27:08,926 --> 00:27:12,926
ใช่ ๆ

338
00:27:16,932 --> 00:27:20,932
เดี๋ยวพี่ล่ามรอสักครู่นะคะ

339
00:28:32,867 --> 00:28:35,408
เดี๋ยว

340
00:28:35,408 --> 00:28:39,408
อาจารย์จะให้นักศึกษานะคะ ทุกคน

341
00:28:39,479 --> 00:28:43,479
ได้ขยับเขยื้อนก่อนที่จะเรียนภาษามือนะ

342
00:28:47,140 --> 00:28:51,140
เป็นอวัจ

343
00:28:55,681 --> 00:28:59,681
นนะคะ จะเป็นอยู่ในกลุ่มหมวดเดียวกันของภาษานะ คือ การแสดงท่าทางแทนการเขียน การอ่าน การพูดนะคะ เขา

344
00:29:02,237 --> 00:29:06,237
เรียกว่า "อวัจนภาษา"ฃ เดี๋ยวอาจารย์จะให้พวกเรานะคะ

345
00:29:07,914 --> 00:29:11,914
ทำท่าตามภาพที่อาจารย์ขึ้นโชว์

346
00:29:12,260 --> 00:29:16,260
นะคะ เดี๋ยวให้พี่พลอย พี่อุ้ยนะคะ

347
00:29:18,669 --> 00:29:20,726
ช่วยถ่ายรูปน้องไว้ในกิจกรรมการเรียน

348
00:29:20,726 --> 00:29:22,931
ของเรานะคะ จาก...

349
00:29:22,931 --> 00:29:26,481
จะเพิ่มจำนวนคนเป็นทีละจำนวนนะคะ

350
00:29:26,481 --> 00:29:30,481
ให้นักศึกษายืนค่ะ นักศึกษายืน

351
00:29:33,193 --> 00:29:35,916
เคลื่อนไหวนะคะ เป็นการแสดง

352
00:29:35,916 --> 00:29:36,972
อวัจนภาษา

353
00:29:36,972 --> 00:29:40,972
ในภาษามือเรา

354
00:29:42,872 --> 00:29:46,872
นะคะ ก็จะมีการแสดง

355
00:29:48,635 --> 00:29:50,483
ทั้งท่ามือใช่ไหมคะ

356
00:29:50,483 --> 00:29:54,483
สีหน้า ท่าทาง ตำแหน่งของมือนะคะ

357
00:29:55,378 --> 00:29:59,238
อาจารย์ก็ให้นักศึกษา

358
00:29:59,238 --> 00:30:03,238
มีส่วนร่วม ในการแสดงอวัจนภาษานะคะ

359
00:30:10,217 --> 00:30:13,027
โดยการทำท่าตามภาพนี้นะคะ แต่ละภาพนะคะ เดี๋ยวให้พี่ ๆ เก็บภาพ

360
00:30:13,027 --> 00:30:16,497
เพื่อเป็นภาพความประทับใจ ท่าที่ 1 ทำอย่างไรคะ

361
00:30:16,497 --> 00:30:20,370
ท่าที่ 1 ท่าที่ 1

362
00:30:20,370 --> 00:30:22,356
สีหน้าอย่างไรคะ แสดงสีหน้าออกอย่างไรคะ

363
00:30:22,356 --> 00:30:25,050
แสดงสีหน้าด้วยนะคะ

364
00:30:25,050 --> 00:30:29,050
อุบลทำได้ไหม อยู่ไหนอุบลนี่

365
00:30:33,147 --> 00:30:37,147
อ๋อ อุบลไปห้องน้ำ  ไปนานหรือยัง

366
00:30:39,256 --> 00:30:43,256
โอเค ใช่ไหมคะ อันนี้เราก็สามารถ

367
00:30:45,041 --> 00:30:47,611
นำไปใช้ ในตอนที่เราไปเที่ยวได้นะคะ

368
00:30:47,611 --> 00:30:51,611
ถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ นะคะ

369
00:30:53,752 --> 00:30:57,752
โอเค ต่อไปค่ะ ภาพที่ 2 นะคะ ทุกคนจะมีปฏิสัมพันธ์กัน ทำอย่างไรคะ

370
00:31:04,292 --> 00:31:04,825
จับคู่ค่ะ มิ่งกับอันนี้

371
00:31:04,825 --> 00:31:08,825
จับคู่กันลูก

372
00:31:12,135 --> 00:31:13,680
ปฏิสัมพันธ์กันค่ะ ทำท่าไหนคะ

373
00:31:13,680 --> 00:31:17,680
เขาทำอย่างไรเอ่ย

374
00:31:21,109 --> 00:31:24,930
โอเค ต่อไปนะคะ

375
00:31:24,930 --> 00:31:28,930
จำนวน 3 คน

376
00:31:28,988 --> 00:31:32,988
3 3 ทำอย่างไร 3

377
00:31:33,770 --> 00:31:37,770
3 คน

378
00:31:49,287 --> 00:31:53,287
โอเค ได้ไหมคะพี่พลอย

379
00:31:58,301 --> 00:32:02,301
ต่อไป 4 คน

380
00:32:05,124 --> 00:32:09,124
4 คน 4 คน

381
00:32:10,557 --> 00:32:14,010
แต่ละคนจะ...

382
00:32:14,010 --> 00:32:18,010
คนละท่าค่ะ คนละท่า อาจจะให้พี่อุ้ย

383
00:32:20,584 --> 00:32:23,565
กับพี่พลอยช่วยนะคะ ใน 4 คน

384
00:32:23,565 --> 00:32:27,565
ให้พี่อุ้ยอยู่ข้างหน้า

385
00:32:31,012 --> 00:32:31,139
อันนี้ 1 2 3 4

386
00:32:31,139 --> 00:32:33,533
ใครเป็น L L

387
00:32:33,533 --> 00:32:37,533
คน V นะคะ เอาเป็น V อย่างนี้ก็ได้

388
00:32:41,772 --> 00:32:44,548
นะคะ หรือ V อย่างนี้ก็ได้นะคะ

389
00:32:44,548 --> 00:32:48,548
คน V นะคะ คน O คน O

390
00:32:48,650 --> 00:32:52,650
จะเอาท่าแบบไหน ให้พวกเรา... ในภาพที่ 4 ให้พวกเรา

391
00:32:56,525 --> 00:32:58,035
ประยุกต์เอานะคะ อาจจะไม่ทำท่าเหมือนเขาก็ได้นะคะ อันตรายนะ

392
00:32:58,035 --> 00:33:02,035
L L O ทำอย่างไรคะ คน O

393
00:33:06,890 --> 00:33:10,890
L O

394
00:33:13,828 --> 00:33:15,827
O อย่างนี้

395
00:33:15,827 --> 00:33:19,827
E E ทำอย่างไรนะคะ E ทำอย่างนี้

396
00:33:21,099 --> 00:33:25,099

397
00:33:27,316 --> 00:33:31,316
4 คน

398
00:33:33,121 --> 00:33:37,121
นี่ ได้ยินไหม

399
00:33:40,452 --> 00:33:44,452
พร้อมกันนะคะ ไหน L กลุ่มนี้

400
00:33:46,291 --> 00:33:47,795
L L L O

401
00:33:47,795 --> 00:33:49,259
O ทำอย่างไรคะ O

402
00:33:49,259 --> 00:33:53,259
V V

403
00:33:54,037 --> 00:33:58,037
V (เจ้าหน้าที่) ค้างไว้ ค้างไว้

404
00:34:02,942 --> 00:34:04,224
V ค้างไว้

405
00:34:04,224 --> 00:34:07,724
V

406
00:34:07,724 --> 00:34:11,724
E E ต่อไป

407
00:34:13,014 --> 00:34:17,014
ค้างไว้ ค้างไว้

408
00:34:20,249 --> 00:34:23,985
ค้างไว้

409
00:34:23,985 --> 00:34:27,985
E นะคะ

410
00:34:29,032 --> 00:34:33,032
(อาจารย์)  โอเค ต่อไปจำนว

411
00:34:40,603 --> 00:34:44,603
น 5 คนนะคะ 5 คน 5 คน อาจจะไม่ต้อง

412
00:34:47,095 --> 00:34:47,494
ใช้โต๊ะก็ได้นะคะ ต่อกัน ใคร

413
00:34:47,494 --> 00:34:51,494
คนที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 เอา 4 คน

414
00:34:55,489 --> 00:34:59,489
ก็ได้  กลุ่มละ 4 คนนะคะ กลุ่มละ 4 คน ตรงนี้เลยค่ะ ตรงโล่ง

415
00:34:59,885 --> 00:35:03,885
ตรงนี้เลย

416
00:35:08,676 --> 00:35:10,088
คนแรกสิ ให้อุบลคนแรก

417
00:35:10,088 --> 00:35:14,088
ตรงเลย 5 คน เอ้ย 4 คน

418
00:35:17,089 --> 00:35:21,089
เร็ว อุบล มาตรงนี้

419
00:35:27,367 --> 00:35:31,367
กลุ่มนี้ได้แล้ว พร้อมนะ มองกล้อง

420
00:35:32,523 --> 00:35:36,523
1 2 3 เออ 1 2 3

421
00:35:37,762 --> 00:35:41,762
โอเค กลุ่มนี้ยังไม่ได้

422
00:35:53,087 --> 00:35:57,087

423
00:36:07,862 --> 00:36:10,854
1 2 3 โอเค

424
00:36:10,854 --> 00:36:14,854
(เจ้าหน้าที่) ต่อไป 6 คน (อาจารย์)

425
00:36:18,866 --> 00:36:21,906
ให้รวมทั้งห้องเลยนะคะ รวมทั้งห้องเอา 8 คน

426
00:36:21,906 --> 00:36:25,906
ต้องมีคนอยู่กลาง

427
00:36:32,502 --> 00:36:36,502
6 คน จัดสรรกันดูค่ะ

428
00:36:39,051 --> 00:36:41,888
ลองสอนกันดูค่ะ ทำอย่างไร เพราะวิชานี้เราจะได้เคลื่อนไหว

429
00:36:41,888 --> 00:36:45,888
ขยับเขยื้อนนะคะ ไม่ใช่นั่งแค่เก้าอี้นะคะ

430
00:36:50,130 --> 00:36:54,130
(เจ้าหน้าที่) ทางไหน กลางอย่างนี้ กางอย่างนี้ เออ (อาจารย์) ช่วยกันออกแบบด้วยนะคะ

431
00:36:57,435 --> 00:36:58,270
ทำอย่างไร เขาทำอย่างไรเอ่ย

432
00:36:58,270 --> 00:37:02,270
ลงมา...

433
00:37:04,266 --> 00:37:07,807
นั่นแหละ แล้วใครต่อนี่ ใครนะ

434
00:37:07,807 --> 00:37:11,807
(เจ้าหน้าที่) อุบลกางแขนออก อุบล

435
00:37:14,995 --> 00:37:18,995
ขยับแขนออก (อาจารย์) กว่าจะไ้แต่ละรูป

436
00:37:31,890 --> 00:37:35,417
มันมี 6 คนนะ โอเค

437
00:37:35,417 --> 00:37:39,417
ให้ฟ้าเป็นคนจัดสรร (เจ้าหน้าที่) ใช่เหรอ

438
00:37:45,883 --> 00:37:47,660
โอเค

439
00:37:47,660 --> 00:37:51,660
เดี๋ยวให้บาสเข้ามาร่วมยืนข้าง ๆ เพื่อน

440
00:37:53,166 --> 00:37:57,166
เอาอีก เหมือนเดิม ยืน ๆ ๆ

441
00:38:04,788 --> 00:38:08,788
โอเค ถ่ายรูปไว้

442
00:38:09,473 --> 00:38:13,175
ยิ้ม

443
00:38:13,175 --> 00:38:17,175
(อาจารย์) ต่อไป (เจ้าหน้าที่) เอาไว้ทำรูปตอบจบ

444
00:38:27,912 --> 00:38:29,223
7 คน เราเกินแล้วน่ะ ไม่เป็นอะไรนะ

445
00:38:29,223 --> 00:38:33,223
เอาเลย (อาจารย์) ได้ไหม ได้ไหม (เจ้าหน้าที่)

446
00:38:34,875 --> 00:38:38,283
7 พอดี (อาจารย์) 7 คน ออกไป 7 คน

447
00:38:38,283 --> 00:38:42,283
ใครจะอยู่หน้าใครจะอยู่หลัง ไปพื้นที่ตรงนู้นค่ะ พื้นที่

448
00:38:47,663 --> 00:38:51,663
ตรงนี้ไม่พอ ไปพื้นที่ตรงนู้น เดี๋ยวตอนวันจบ เอามาเปิดดู  ตอน

449
00:38:59,922 --> 00:39:02,569
ไม่แน่ล่ะ อาจจะปี 3 ปี 4 อาจจะได้ไปเที่ยวอีก

450
00:39:02,569 --> 00:39:04,570
ก็ได้จำท่าไปเที่ยวนะคะ ไปถ่ายรูป

451
00:39:04,570 --> 00:39:05,211
ไปเที่ยว

452
00:39:05,211 --> 00:39:09,211
มา มา เข้ามาเร็ว

453
00:39:14,585 --> 00:39:15,158
เข้าไป (เจ้าหน้าที่) ใคร ใครก่อน

454
00:39:15,158 --> 00:39:19,158
อุบลก่อนเหรอ

455
00:39:25,305 --> 00:39:29,305
ไม่ ๆ ยืนก็พอ

456
00:39:33,982 --> 00:39:34,428
ย่ออย่างนี้

457
00:39:34,428 --> 00:39:38,428
คนแรกก่อน คนแรก คนแรก

458
00:39:39,828 --> 00:39:43,828
ยืน ๆ  (อาจารย์) ยืน ๆ ตำแหน่งตัวเอง

459
00:39:55,941 --> 00:39:59,532
คน 1 คน 2 คน 3 คน 4 เธอคนที่เท่าไร ตี๋ คนที่เท่าไร

460
00:39:59,532 --> 00:40:03,532
เอาตรงนี้หรอ เอาตัวผอม ๆ ไปอยู่ข้างหลัง

461
00:40:08,264 --> 00:40:08,601

462
00:40:08,601 --> 00:40:12,601
อันนี้ก็ได้ไหม

463
00:40:21,390 --> 00:40:25,390
อุบลหงายเหรอ

464
00:40:27,681 --> 00:40:31,520
โอเค

465
00:40:31,520 --> 00:40:35,520
ลองทดสอบดูนะคะ เอาเลย

466
00:40:37,247 --> 00:40:41,247
จับไหล่กันนะคะ จับต่อ ๆ กัน

467
00:40:50,953 --> 00:40:54,734
เดี๋ยวเด้อ เดี๋ยวรอพี่พลอยถ่ายรูปก่อน

468
00:40:54,734 --> 00:40:58,734
โอเค มองกล้อง

469
00:41:02,224 --> 00:41:06,224
มองกล้อง มองกล้อง (เจ้าหน้าที่) เสร็จแล้ว เสร็จแล้ว เอาเลย เอาเลย เร็ว ๆ เร็ว ๆ

470
00:41:11,654 --> 00:41:14,856
(อาจารย์) 1 2 3 1 2 3 โอเค

471
00:41:14,856 --> 00:41:18,856
ต่อไป ต่อไป ภาพนี้ค่ะ

472
00:41:20,961 --> 00:41:24,961
ภาพนี้ ภาพนี้ง่าย ๆ ต่อกัน ต่อกัน

473
00:41:25,251 --> 00:41:28,579
หันหน้ามา

474
00:41:28,579 --> 00:41:32,579
หันหน้ามาทางนี้ (เจ้าหน้าที่) หันหน้ามาทางไหน

475
00:41:36,537 --> 00:41:40,537
หันหน้ามาเข้าโต๊ะ (อาจารย์) ขาชิดกัน เข่าชนกัน

476
00:41:42,000 --> 00:41:45,983
เข่าชนกัน

477
00:41:45,983 --> 00:41:48,641
ต้องชนกันนะคะ เข่า

478
00:41:48,641 --> 00:41:51,217
ชนกัน

479
00:41:51,217 --> 00:41:55,217
พร้อมนะคะ มองกล้อง

480
00:41:55,615 --> 00:41:59,592
1 2 3

481
00:41:59,592 --> 00:42:02,023
1 2 3 โอเค

482
00:42:02,023 --> 00:42:06,023
ต่อไป ภาพนี้ค่ะ

483
00:42:07,818 --> 00:42:10,758
มีอยู่ 10 ภาพนะ ยืนอย่างไร

484
00:42:10,758 --> 00:42:14,758
ก็ได้ แต่ว่าให้มือต่อกันค่ะ แล้วก็ให้เห็นหน้าคน

485
00:42:17,168 --> 00:42:20,336
ยืนอย่างไรก็ได้

486
00:42:20,336 --> 00:42:23,457
โอเค

487
00:42:23,457 --> 00:42:27,457
ต่อกัน แล้วให้เห็นหน้านะคะ (เจ้าหน้าที่) มือเดียว มืือเดียว (อาจารย์)

488
00:42:32,135 --> 00:42:36,135
มือเดียวนะคะ เอาต่ำลงอีก โอเค เห็นหน้าครบแล้ว

489
00:42:42,383 --> 00:42:45,600
ใช่ไหม ให้เห็นหน้าครบนะคะ เห็นหน้าครบ มือใคร

490
00:42:45,600 --> 00:42:48,017
มือมิ่ง ไอ้นั่นซ้อนมือมิ่งน่ะ

491
00:42:48,017 --> 00:42:52,017
ไม่เห็นน่ะ

492
00:42:53,200 --> 00:42:57,200
หลบมือนะคะ (เจ้าหน้าที่) รูปที่เท่าไรแล้ว (อาจารย์)

493
00:43:07,164 --> 00:43:10,577
รูปที่ 9 ต่อไปรูปที่ 10 10 ใบพัดค่ะ ใบพัด

494
00:43:10,577 --> 00:43:14,577
เรามี 7 คน ก็อยู่ตรงกลาง 3 คน

495
00:43:19,432 --> 00:43:21,198
อยู่ซ้ายกับขวานะคะ ซ้าย 3 ขวา 3

496
00:43:21,198 --> 00:43:25,198
นะคะ ยืนซ้อนหลังน่ะ

497
00:43:26,785 --> 00:43:30,396
เวลาที่คนอวบ ๆ อ้วน ๆ เวลาเข้าถ่ายรูป

498
00:43:30,396 --> 00:43:30,656
เขาจะยืนซ้อนหลังเพื่อน

499
00:43:30,656 --> 00:43:34,656
ก็จะให้คนผอมอยู่ข้างหน้า

500
00:43:37,318 --> 00:43:39,327
นะคะ

501
00:43:39,327 --> 00:43:43,327
ก็ต่อแถวกันนั่นล่ะค่ะ เป็นเหมือน V

502
00:43:47,821 --> 00:43:49,633
เออ ยืน V เฉย ๆ

503
00:43:49,633 --> 00:43:53,633
นั่นแหละ ก็ต่อแถว V ไปข้างหลังน่ะ

504
00:43:57,233 --> 00:44:01,233
(เจ้าหน้าที่) 2 คน 2 คน (อาจารย์) ก็ต่อไหล่น่ะ หน้าต่อไหล่

505
00:44:11,197 --> 00:44:15,160
เออ อย่างนั้นแหละ โอเค

506
00:44:15,160 --> 00:44:16,610
ได้ ก็แค่ให้มันเห็นหน้าไง

507
00:44:16,610 --> 00:44:20,610
(เจ้าหน้าที่) เขยิบเข้าไปอีก (อาจารย์)

508
00:44:22,759 --> 00:44:26,759
ให้มันเห็นหน้า ให้มันเห็นหน้า (เจ้าหน้าที่)

509
00:44:27,717 --> 00:44:28,445
บาสข้างหน้ามา

510
00:44:28,445 --> 00:44:30,698
บาส...

511
00:44:30,698 --> 00:44:34,698
เออ (อาจารย์) โอเค (เจ้าหน้าที่) เออ

512
00:44:43,383 --> 00:44:47,383
1 2 3 1 2 3

513
00:44:48,060 --> 00:44:52,060
(อาจารย์) โอเค (เจ้าหน้าที่) โอเค

514
00:45:11,451 --> 00:45:13,778
อันนี้ก็เป็นการ Relex

515
00:45:13,778 --> 00:45:16,992
กันนะ เพราะว่าเดี๋ยวต่อไป เราจะได้

516
00:45:16,992 --> 00:45:20,992
มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ๆ ในห้องเรียนนะคะ

517
00:45:22,364 --> 00:45:25,368
ก็จะมีการใช้ภาษามือด้วย การใช้

518
00:45:25,368 --> 00:45:29,368
การแสดงสีหน้านะคะ ควบคู่

519
00:45:29,787 --> 00:45:33,787
กับการใช้ภาษามือนะคะ อันนี้จำนวนกี่คนเอ่ย

520
00:45:35,832 --> 00:45:36,923
ภาษามือ ทบทวน ๆ หูหนวก

521
00:45:36,923 --> 00:45:40,923
หูดีล่ะคะ ได้ไหม 1 1 ทำอย่างไรคะ 1

522
00:45:41,515 --> 00:45:44,929
อันนี้ 1 นะคะ อันนี้คือจำนวน 1 คนนะ

523
00:45:44,929 --> 00:45:48,929
ภาพหลาย ๆ ภาพนี้นะคะ

524
00:45:50,773 --> 00:45:52,405
เราก็สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันเราได้นะคะ

525
00:45:52,405 --> 00:45:56,405
ในเวลาที่เราไปเที่ยว หรือถ่ายรูป

526
00:45:57,367 --> 00:45:58,800
กิจกรรม อันนี้ก็จะเป็นถ่ายคนเดียวนะคะ

527
00:45:58,800 --> 00:46:02,800
ต่อไปก็จะเพิ่มจำนวนเพิ่มขึ้นนะคะ ต่อไป

528
00:46:08,245 --> 00:46:09,341
ภาษามือจำนวนกี่คนคะ 2 นะคะ

529
00:46:09,341 --> 00:46:13,341
ต่อไปจำนวน 3 ทำไมไม่ 3 แบบนี้คะ

530
00:46:17,729 --> 00:46:18,675
ภาษามือ

531
00:46:18,675 --> 00:46:22,675
เพราะว่าอันนี้ก็ได้มี

532
00:46:23,117 --> 00:46:26,947
ผู้ที่ตั้งภาษามือไว้แล้วนะคะ

533
00:46:26,947 --> 00:46:30,947
ก็เลยให้ 3 เป็นแบบนี้ ทำไมไม่ 3 แบบนี้นะคะ

534
00:46:33,295 --> 00:46:37,295
เพราะมันเอาภาษามือมาจากอเมริกา

535
00:46:42,479 --> 00:46:44,343
นะคะ เราก็เลยไม่สามารถที่จะตั้งเองนะคะ เพราะว่าเราเอามาจากที่อื่นด้วยนะคะ

536
00:46:44,343 --> 00:46:46,682
มาปรับปรุงใช้เป็นของเรานะคะ ก็เลย

537
00:46:46,682 --> 00:46:50,682
เป็นสัญลักษณ์แทน 3 คือแบบนี้นะคะ

538
00:46:56,629 --> 00:46:58,388
แต่คนหูดี คนทั่วไป เขาก็จะ

539
00:46:58,388 --> 00:46:58,640
ใช้ 3 แบบนี้นะคะ 3 ที่เป็น

540
00:46:58,640 --> 00:47:02,640
นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนางนะคะ

541
00:47:04,635 --> 00:47:08,635
เพราะว่าในท่าภาษามือนี้ ตัวนี้

542
00:47:12,014 --> 00:47:12,637
นะคะ ก็จะเป็นสัญลักษณ์อีกตัวหนึ่งนะคะ

543
00:47:12,637 --> 00:47:14,558
ที่ไม่ใช่เลข 3 นะคะ

544
00:47:14,558 --> 00:47:18,558
ต่อไปจำนวนเท่าไรคะ จำนวน

545
00:47:20,107 --> 00:47:24,107
4  อันนี้เขาสะกดว่าอย่างไรคะ

546
00:47:25,820 --> 00:47:25,963
เขาสะกดว่าอย่างไรเอ่ย

547
00:47:25,963 --> 00:47:29,963
ภาษามือว่าอย่างไรคะ จำได้ไหม

548
00:47:32,775 --> 00:47:36,775
แปลว่า รัก ใช่ไหมคะ แปลว่า รัก

549
00:47:38,866 --> 00:47:42,866
ถ้าภาษามือของฝรั่ง ก็จะเป็นนิ้วมือ

550
00:47:46,903 --> 00:47:50,090
ใช่ไหมคะ นิ้วโป้ง นิ้วชี้ แล้วก็นิ้วก้อย อันนี้เขาเรียกว่า "สัญลักษณ์

551
00:47:50,090 --> 00:47:52,090
ท่าภาษามือ" นะคะ อันนี้เป็นทั่วไป

552
00:47:52,090 --> 00:47:56,090
เลยใช่ไหมคะ ทั่วโลกสากล รู้จักคำว่า "รัก"

553
00:48:02,301 --> 00:48:03,732
โดยตัวนี้นะคะ คำว่า "รัก" ภาษาอังกฤษ

554
00:48:03,732 --> 00:48:06,912
ในที่นี้ มีอะไรบ้างคะ มีตัว L

555
00:48:06,912 --> 00:48:07,364
L อย่างไรคะลูก L

556
00:48:07,364 --> 00:48:10,332
O V

557
00:48:10,332 --> 00:48:14,332
E ใช่ไหมคะ ที่เราแต่ละคน

558
00:48:15,499 --> 00:48:19,499
ได้ทำท่าตามสัญลักษณ์ ตามตัวอักษร

559
00:48:26,088 --> 00:48:30,088
ภาษาอังกฤษนะคะ เป็น L-O-

560
00:48:30,800 --> 00:48:34,800
V-E คำว่า "Love" แปลว่า

561
00:48:36,138 --> 00:48:39,233
อันนี้ก็ใช้ได้นะคะ อันนี้เดี๋ยวภาพที่เราถ่ายเมื่อกี้นะ อาจจะไปให้น้อง ๆ

562
00:48:39,233 --> 00:48:43,233
ทำเป็นภาพ แสดงความ

563
00:48:44,650 --> 00:48:47,757
ความยินดีกับพี่ที่จบไป

564
00:48:47,757 --> 00:48:51,666
อย่างนี้นะคะ ก็จะมีเห็นท่า หรือเรา... ต่อไป

565
00:48:51,666 --> 00:48:55,666
เราอาจจะเอาท่านี้นะคะ ตอนที่เราใส่ชุดครุยนะคะ

566
00:48:57,920 --> 00:49:01,920
ไปถ่ายภาพแบบนี้ได้เหมือนกันนะคะ ภาพอดีต

567
00:49:07,053 --> 00:49:08,702
และก็ปัจจุบันนะ เมื่อกี้ภาพที่พี่พลอยถ่าย

568
00:49:08,702 --> 00:49:10,994
ภาพอดีต ตอนที่เราเรียนอยู่ เรามีกิจกรรมอะไร

569
00:49:10,994 --> 00:49:14,633
อย่างนี้นะคะ พอเราจบ เราใส่ชุดครุยอาจจะถ่าย

570
00:49:14,633 --> 00:49:18,633
ท่านี้เหมือนเดิม แต่เป็นภาพ Begor After

571
00:49:23,259 --> 00:49:26,873
หรืออดีตแล้วก็ปัจจุบันนะคะ อันนี้ก็จะเป็นจำนวนเท่าไรลูก กี่คนคะ

572
00:49:26,873 --> 00:49:27,871
จำนวนเท่าไรเอ่ย

573
00:49:27,871 --> 00:49:31,871
5 คนใช่ไหมคะ ภาษามือ 5

574
00:49:35,323 --> 00:49:39,323
ต่อไป เท่าไรคะ 6 คน มีความยุ่งยากไหมคะท่านี้

575
00:49:40,816 --> 00:49:44,816
ท่านี้มีความยุ่งยากนะคะ แล้วก็มีการพูดคุย

576
00:49:45,144 --> 00:49:49,144
สื่อสารกัน ระหว่างทำกิจกรรมนะ

577
00:49:50,786 --> 00:49:54,054
หรืออาจะมีผู้นำอย่างเช่น บาส

578
00:49:54,054 --> 00:49:56,042
เป็นผู้นำ ช่วยประสานให้เพื่อน

579
00:49:56,042 --> 00:50:00,042
จับมือเพื่อน หรือว่าชี้บอกตำแหน่ง

580
00:50:01,645 --> 00:50:05,645
เพื่อนนะคะ ก็จะได้ภาพที่สวยงามออกมานะคะ

581
00:50:07,250 --> 00:50:08,559
เป็นภาพอะไรคะ อันนี้ เป็นภาพอะไรคะ ภาพดาว

582
00:50:08,559 --> 00:50:12,343
ใช่ไหมคะ เราก็จะได้เรียนรู้ภาษามือ

583
00:50:12,343 --> 00:50:13,776
ไปด้วยนะคะ ในการสื่อสาร แล้วก็

584
00:50:13,776 --> 00:50:17,776
คำศัพท์ ต่อไปอันนี้จำนวน

585
00:50:22,835 --> 00:50:22,884
กี่คนคะ จำนวน 7 คนนะคะ

586
00:50:22,884 --> 00:50:26,884
นักศึกษาว่าภาพนี้น่ะค่ะ

587
00:50:27,560 --> 00:50:31,102
มันเป็นเหมือนกับภาพอะไรคะ

588
00:50:31,102 --> 00:50:35,102

589
00:50:41,025 --> 00:50:45,025
ภาพนี้เหมือนภาพอะไรเอ่ย เหมือนดอกไม้ไหม เหมือนดอกไม้ที่กำลังบานเหรอคะ เหมือนพัด อ๋อ

590
00:50:50,341 --> 00:50:54,050
เหมือนพัด พี่พลอยบอกเหมือนพัดใช่ไหมคะ เหมือนอะไรได้อีกคะ เหมือน...

591
00:50:54,050 --> 00:50:58,050
พระอาทิตย์ไหม  แสงพระอาทิตย์ยามเช้า

592
00:51:00,392 --> 00:51:01,318
หรือยามเย็น ได้ไหมคะ แสงกระจายที่แตกออก

593
00:51:01,318 --> 00:51:05,318
เหมือนตอนเด็ก ๆ ใครวาดภูเขา แล้วพระอาทิตย์

594
00:51:06,460 --> 00:51:10,460
ใช่ไหม ก็จะมีวงกลม แล้วก็มีเส้น ๆ ใช่ไหมคะ

595
00:51:14,012 --> 00:51:18,012
อันนี้ก็เป็นสัญลักษณ์ภภาพนะคะ ตัวนี้ล่ะคะ

596
00:51:19,527 --> 00:51:21,544
มีจำนวนกี่คนเอ่ย จำนวนกี่คนคะ 8

597
00:51:21,544 --> 00:51:25,544
มี 8 คน มันเป็นท่าอะไรเอ่ย เหมือนท่าอะไรคะ

598
00:51:30,533 --> 00:51:30,720
ท่านี้ เหมือนหลังคาไหมคะ

599
00:51:30,720 --> 00:51:34,720
เหมือนบ้านโบราณใช่ไหม บ้านไม้เป็นแหลม ๆ

600
00:51:38,245 --> 00:51:39,586
น่ะ เหมือนใช่ไหมคะ

601
00:51:39,586 --> 00:51:42,404
อันนี้ก็

602
00:51:42,404 --> 00:51:46,404
มาจากการจินตนาการนะคะ อยากถ่ายภาพออกมา

603
00:51:52,031 --> 00:51:56,031
ให้เป็นเหมือนภาพอะไรนะคะ อันนี้จำนวนเท่าไรคะ

604
00:51:56,904 --> 00:51:57,909
จำนวนเท่าไร กี่คน

605
00:51:57,909 --> 00:52:01,909
10 หรือ 9

606
00:52:02,368 --> 00:52:05,606
จำนวนกี่คนคะ

607
00:52:05,606 --> 00:52:09,606
อันนี้

608
00:52:13,689 --> 00:52:14,732
เป็นการแสดงถึงการรวมพลังกัน

609
00:52:14,732 --> 00:52:18,732
ใช่ไหมคะ การสามัคคีใช่ไหมคะ เป็นอันหนึ่ง

610
00:52:22,298 --> 00:52:22,628
อันเดียวกัน

611
00:52:22,628 --> 00:52:26,628
ทุกคนต่างมีจุดหมายเดียวกันนะคะ ก็คือตั้ง

612
00:52:35,090 --> 00:52:39,090
ฝ่ามือให้มันตรง แล้วก็ตั้ง ๆ ตั้งให้มันตรงกัน อันนี้ก็สามารถนำไปถ่ายรูป

613
00:52:39,637 --> 00:52:39,714
ได้นะคะ แล้วก็ให้เห็นมือ จุดที่เด่น

614
00:52:39,714 --> 00:52:43,714
แล้วก็มือของใครมีส่วนร่วม อันนี้ คือ ความสามัคคีนะ

615
00:52:49,089 --> 00:52:52,351
แล้วก็มีให้เห็นหน้าทุกคน ก็คือเข้ามาให้ทำงาน หลังจากเสร็จงาน

616
00:52:52,351 --> 00:52:56,351
อย่างนี้ค่ะ เราสามารถถ่ายเป็นภาพอย่างนี้ก็ได้นะคะ

617
00:52:57,133 --> 00:53:00,015
ภาพนี้

618
00:53:00,015 --> 00:53:01,470
10 คนนะคะ ก็จะเป็น...

619
00:53:01,470 --> 00:53:05,470
ทุกคนมีส่วนร่วมในรูปนี้นะคะ

620
00:53:07,368 --> 00:53:10,199
เป็นการประหยัดพื้นที่นะคะ

621
00:53:10,199 --> 00:53:14,199
เป็นการถ่ายรูปที่แบบใหม่ ไม่ใช่แค่

622
00:53:18,904 --> 00:53:22,904
2 นิ้ว MiniHeart ใช่ไหมคะ ก็ให้รูป

623
00:53:25,015 --> 00:53:26,339
มันออกมาสวยได้ ทั้งหมดนี้นะคะ

624
00:53:26,339 --> 00:53:30,339
ทั้งหมดนี้นะคะ ก็เป็น

625
00:53:32,234 --> 00:53:35,773
การรีแลกซ์นะคะ

626
00:53:35,773 --> 00:53:39,773
ต่อไป เราจะได้เรียนภาษามือ ก็จะมีการเคลื่อนไหวกัน

627
00:53:41,815 --> 00:53:42,839
การสลับกัน แต่ส่วนมาก

628
00:53:42,839 --> 00:53:46,839
เราก็จะเน้นในการพูดคุยนะคะ พูดคุยที่เป็น

629
00:53:55,971 --> 00:53:59,971
ภาษามือ คำศัพท์ภาษามือนะ

630
00:54:20,273 --> 00:54:23,424
ต่อไปนะคะ ทำไมเราถึงมีภาษามือ เบื้องต้น

631
00:54:23,424 --> 00:54:27,424
ก่อนนะคะ ให้เรามารู้จักว่าภาษามือ

632
00:54:30,890 --> 00:54:34,890
ทำไมต้องมี เพราะมีกลุ่มที่มี กลุ่มคนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

633
00:54:40,183 --> 00:54:42,761
ชื่อเต็ม ๆ มันก็จะบอก ว่าบุคคล

634
00:54:42,761 --> 00:54:46,761
ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินและสื่อความหมาย

635
00:54:47,454 --> 00:54:51,454
นะคะ เพราะว่าปัญหานี้นะคะ คนที่

636
00:54:55,888 --> 00:54:59,888
มีความบกพร่องทางการได้ยิน ก็คือไม่สามารถได้ยิน

637
00:55:02,608 --> 00:55:05,169
พอมีบกพร่องทางการได้ยิน ก็จะมีปัญหาในการสื่อความหมายออกมานะคะ เพราะว่า

638
00:55:05,169 --> 00:55:09,169
เขาไม่ได้ยิน เขาก็เลยไม่ได้รับเสียงนั้นมา

639
00:55:10,153 --> 00:55:14,153
นะคะ ก็เลยทำให้เขาเปล่งเสียงนั้นออกไป

640
00:55:14,793 --> 00:55:17,728
ได้ไม่ชัด เหมือนกับคนปกตินะคะ

641
00:55:17,728 --> 00:55:21,728
ถ้าได้รับการฝึกฝน มันก็

642
00:55:25,769 --> 00:55:27,584
ยังมีปัญหาอยู่นะคะ สำหรับผู้ที่มีความ

643
00:55:27,584 --> 00:55:31,584
บกพร่องทางการได้ยินและสื่อความหมาย เพราะเขามีปัญหาในการรับฟัง

644
00:55:35,885 --> 00:55:36,995
มาตั้งแต่ทีแรก เขาจึงไม่สามารถที่จะ

645
00:55:36,995 --> 00:55:40,995
เลียนเสียงในการพูด ให้ได้เหมือนคนปกติ

646
00:55:44,919 --> 00:55:45,247
นะคะ อันนี้ก็จะเป็นของในส่วนของเพื่อน

647
00:55:45,247 --> 00:55:49,247
ที่เป็นคนหูตึงนะคะ อย่างเช่น มิ่ง อย่างนี้น่ะค่ะ

648
00:55:50,066 --> 00:55:50,873
ถ้าไม่ค่อยได้ยินในการรับสารนั้น

649
00:55:50,873 --> 00:55:54,873
พอส่งสารนั้นออกไป ก็จะเป็นเท่ากับ

650
00:56:01,801 --> 00:56:03,875
ได้ยินมานะคะ ความหมาย

651
00:56:03,875 --> 00:56:07,875
ของผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

652
00:56:08,280 --> 00:56:12,280
นะคะ ก็คือผู้ที่สูญเสียการได้ยิน

653
00:56:15,439 --> 00:56:19,439
คือ ไม่ได้ยินเลยนะคะ หรือประมาณ

654
00:56:21,134 --> 00:56:25,134
89 เดซิเบล

655
00:56:25,484 --> 00:56:29,484
เสียงขนาด 89 เดซิเบลขั้นไป ถ้าไม่ได้ยิน

656
00:56:33,136 --> 00:56:33,522
มันจะเครื่องวัดเสียงนะคะ ถ้าไม่ได้ยิน

657
00:56:33,522 --> 00:56:35,031
ก็แสดงว่าเป็นหูหนวก

658
00:56:35,031 --> 00:56:39,031
การได้ยินของคนเราก็จะมีอยู่ 2 ข้างนะคะ หูข้างซ้าย

659
00:56:43,786 --> 00:56:47,786
กับหูข้างขวา ในการวัดการได้ยินนะคะ

660
00:56:48,095 --> 00:56:52,095
ก็จะวัดทั้ง 2 ข้างนะคะ วัดข้างใดข้างหนึ่ง ที่ได้ยินมากที่สุด

661
00:56:52,571 --> 00:56:55,407
จะเอามาคำนวณ มาประเมินการได้ยินนะคะ

662
00:56:55,407 --> 00:56:59,407
กลุ่มคนบกพร่องทางการได้ยินนะคะ

663
00:57:02,998 --> 00:57:04,497
จะแบ่งอยู่เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มหูตึง

664
00:57:04,497 --> 00:57:06,640
นะคะ กลุ่มหูตึง ก็คือ

665
00:57:06,640 --> 00:57:10,640
สามารถได้ยินเสียง ได้ยินใน

666
00:57:12,367 --> 00:57:16,367
ระดับตั้งแต่ 89 เดซิเบลลงมานะคะ

667
00:57:21,751 --> 00:57:21,804
สามารถได้ยิน ก็เป็นกลุ่มคนหูตึงนะคะ หรืออาจจะมากกว่านั้น

668
00:57:21,804 --> 00:57:25,804
เป็นเสียงที่เราพูด

669
00:57:26,702 --> 00:57:30,702
ต่อหน้ากัน ประมาณสัก

670
00:57:34,630 --> 00:57:35,633
3 เมตร ใช้น้ำเสียงปกติ

671
00:57:35,633 --> 00:57:39,633
ที่สามารถได้ยินนี่ ก็แสดงว่าเป็นคนปกติ แต่ถ้าเกิดว่า

672
00:57:47,431 --> 00:57:50,633
อาจจะได้ใช้การตะโกนใส่กันอย่างนี้ อาจจะเป็นกลุ่มคนหูตึงแล้วนะคะ

673
00:57:50,633 --> 00:57:54,633
และกลุ่มที่ 2 ก็จะเป็นกลุ่ม

674
00:58:00,704 --> 00:58:04,704
ของคนหูหนวกนะคะ กลุ่มของคนหูหนวกนี่ ส่วนมากก็จะพ่วงมากับการพูดไม่ได้

675
00:58:07,104 --> 00:58:08,139
นะคะ ก็เกิดจากการที่เขาไม่ได้ยิน

676
00:58:08,139 --> 00:58:12,139
ไม่ได้ฝึก ไม่ได้ยิน ไม่ได้รับ

677
00:58:18,224 --> 00:58:20,990
การพูดออกไป ก็เลยบกพร่องในการพูด การสื่อสารด้วยนะคะ ในคน

678
00:58:20,990 --> 00:58:24,338
กลุ่มนี้นะคะ ก็

679
00:58:24,338 --> 00:58:28,338
จะมีสาเหตุมาจาก 2 ส่วน แต่ส่วนใหญ่ ๆ ก็

680
00:58:30,153 --> 00:58:30,821
จะเป็นมาจาก...

681
00:58:30,821 --> 00:58:34,821
เป็นหูหนวกมาตั้งแต่กำเนิดนะคะ ก็คือ

682
00:58:39,327 --> 00:58:39,516
หูก็ไม่ได้ยิน ปากก็เลยพูดไม่ได้

683
00:58:39,516 --> 00:58:43,516
นะคะ ถ้าเป็นแบบนี้ ในการฝึกพัฒนา

684
00:58:46,856 --> 00:58:48,076
การพูด  จะไม่มีนะคะ ไม่ได้รับการฝึก

685
00:58:48,076 --> 00:58:52,076
พัฒนาการพูดนะคะ แต่ว่าจะ

686
00:58:56,083 --> 00:59:00,083
ทดแทนการพูด ก็คือการฝึกใช้ภาษามือค่ะ ในการฝึกใช้ภาษามือ

687
00:59:00,836 --> 00:59:04,796
ก็จะส่งต่อไปยังโรงเรียนประจำ โรงเรียน

688
00:59:04,796 --> 00:59:08,796
เฉพาะทางนะคะ ก็คือโรงเรียนโสตต่าง ๆ

689
00:59:13,281 --> 00:59:15,850
ที่ใช้การสื่อสารที่เป็นภาษามือนะคะ

690
00:59:15,850 --> 00:59:18,069
แล้วก็อีกสาเหตุที่ 2

691
00:59:18,069 --> 00:59:22,069
ก็มาจากไม่สบายตั้งแต่เด็ก

692
00:59:25,422 --> 00:59:27,014
นะคะ ก็คือไข้ขึ้นสูง

693
00:59:27,014 --> 00:59:31,014
ก็เลยมีผลกระทบ ทำให้แก้วหูอักเสบ

694
00:59:35,980 --> 00:59:39,980
นะคะ ไม่สามารถได้ยินเสียงนะคะ อันนี้ ก็คือเป็นภายหลังจากการคลอดนะคะ

695
00:59:40,567 --> 00:59:42,981
แล้วก็อีก... อาจารย์

696
00:59:42,981 --> 00:59:46,981
เห็นเยอะเหมือนกัน ที่เป็นพี่ ๆ นักศึกษานะคะ ที่ได้สอบถาม

697
00:59:50,757 --> 00:59:52,316
สาเหตุอีกอันหนึ่ง ก็คือมาจาก

698
00:59:52,316 --> 00:59:55,904
อุบัติเหตุ การแคะหูค่ะ

699
00:59:55,904 --> 00:59:59,904
ผู้ปกครองแคะหูให้ตั้งแต่เด็กนะคะ

700
01:00:00,245 --> 01:00:04,245
อาจจะเป็นโดนคัตเตอร์บัตทิ่ม หรืออะไรต่าง ๆ

701
01:00:07,448 --> 01:00:08,320
ไปกระทบค่ะ หรือวิ่งซุกซน

702
01:00:08,320 --> 01:00:12,320
ไปชนนั่น  ชนนี่ ส่งผลกระทบกระเทือน

703
01:00:14,991 --> 01:00:16,192
ทำให้แก้วหูได้รับการ

704
01:00:16,192 --> 01:00:19,221
กระทบกระเทือน แล้วก็ไม่สามารถทำให้

705
01:00:19,221 --> 01:00:22,457
ไม่ได้ยินได้นะคะ

706
01:00:22,457 --> 01:00:26,457
อันนี้ก็คือสาเหตุของกลุ่มที่เป็นหูหนวกนะคะ

707
01:00:32,267 --> 01:00:36,267
อันนี้ก็จะเป็น

708
01:00:38,739 --> 01:00:39,224
ระดับคนหูหนวก คนหูตึงนะคะ

709
01:00:39,224 --> 01:00:43,224
ถ้าเป็นคนหูตึงก็ได้ยินเสียงอยู่ ตั้งแต่

710
01:00:49,395 --> 01:00:50,561
26-89 เดซิเบลนะคะ ก็จะเหมือนมิ่งใช่ไหมคะ

711
01:00:50,561 --> 01:00:54,561
มิ่ง ก็จะถ้าพูดเฉย ๆ

712
01:00:56,541 --> 01:01:00,541
นี่ หรือไม่ได้ใส่ไมค์ก็ไม่ค่อยได้ยินใช่ไหมคะ

713
01:01:04,433 --> 01:01:05,599
หรือได้ยินชัด มิ่งได้ใส่หูฟังไหม

714
01:01:05,599 --> 01:01:07,909
ตอนนี้ อ๋อ ได้ใส่หูฟังนะคะ

715
01:01:07,909 --> 01:01:11,909
ถ้าได้ใส่หูฟัง ก็จะช่วยขยายเสียงไปอีก

716
01:01:13,137 --> 01:01:17,137
นะคะ แต่สำหรับคนหูตึงนะ ใส่หูฟังแล้ว

717
01:01:22,658 --> 01:01:24,636
ในการพัฒนา ในการสื่อสารนะคะ ต้องมีการฝึกฟังเสียง

718
01:01:24,636 --> 01:01:28,210
เพื่อให้เข้าใจในเสียงนั้นนะคะ ฝึกฟังเสียง

719
01:01:28,210 --> 01:01:32,210
แล้วก็มีการฝึกออกเสียงนะคะ เพระาถ้า

720
01:01:33,160 --> 01:01:35,359
ไม่ฝึกออกเสียง คุณก็จะพูด

721
01:01:35,359 --> 01:01:39,359
เสียงของคำ ๆ นั้น ได้ไม่ชัดนะคะ ก็ มีการ

722
01:01:41,605 --> 01:01:44,296
ควบคู่กันไป เพื่อที่จะใช้ในการสื่อสารนะคะ

723
01:01:44,296 --> 01:01:48,071
คนหูหนวก

724
01:01:48,071 --> 01:01:52,071
มีระดับการได้ยินเฉลี่ย

725
01:01:53,539 --> 01:01:57,539
อยู่ที่ประมาณ 90 เดซิเบล ถ้า

726
01:01:58,675 --> 01:02:01,903
90 เดซิเบลขึ้นไป ไม่ได้ยิน

727
01:02:01,903 --> 01:02:05,903
เสียงเพลง

728
01:02:10,344 --> 01:02:13,175
หมอลำ งานหมอลำอย่างนี้ ที่มีลำโพงน่ะ ไม่ได้ยิน ก็แสดงว่า

729
01:02:13,175 --> 01:02:16,005
เป็นหูหนวกสนิท หรือเสียงที่เรา

730
01:02:16,005 --> 01:02:20,005
เปิดเทป หรือเราตะโกนใส่ ในระดับตั้งแต่เราตะโกนใส่

731
01:02:26,706 --> 01:02:26,751
ไม่ได้ยิน ก็แสดงว่าเป็นคนหูหนวกนะคะ

732
01:02:26,751 --> 01:02:30,751
อันนี้คือรายละเอียดในการตรวจการได้ยิน

733
01:02:31,604 --> 01:02:35,604
นะ อย่างที่อาจารย์อธิบายไปนะคะ ถ้า

734
01:02:39,442 --> 01:02:40,297
ข้างใดข้างหนึ่งที่ได้ยิน

735
01:02:40,297 --> 01:02:44,297
มีระดับสูง แต่ไม่ถึง 89 เดซิเบล

736
01:02:44,569 --> 01:02:48,104
ก็ถือว่าเป็นคนหูหนวก

737
01:02:48,104 --> 01:02:52,104
นะคะ แต่ถ้าในระดับ 89 ขึ้นไป ถึง 90

738
01:02:58,281 --> 01:03:02,281
ก็แสดงว่าเป็นคนหูตึงนะคะ ถ้า 90 เกินขึ้นไปอีก ก็แสดงว่าเป็นคนหูหนวกนะคะ

739
01:03:04,687 --> 01:03:08,687
โทษทีค่ะ ตั้งแต่ 26-89 เป็นคนหูตึงนะคะ

740
01:03:10,471 --> 01:03:13,082
89-90 โดยประมาณนะคะ แต่ถ้า

741
01:03:13,082 --> 01:03:16,702
90 ขึ้นไป ไม่ได้ยิน ก็แสดงว่าเป็น

742
01:03:16,702 --> 01:03:20,702
คนหูหนวกนะคะ แต่สำหรับคนปกติ คนหูดีเรา

743
01:03:21,319 --> 01:03:25,319
ก็ตั้งแต่ 26 ก็คือการพูดต่อหน้ากัน

744
01:03:26,390 --> 01:03:27,618
โดยน้ำเสียงปกติค่ะ

745
01:03:27,618 --> 01:03:29,736
ก็เป็นคนปกติ

746
01:03:29,736 --> 01:03:33,736
อันนี้ก็จะเป็น

747
01:03:39,285 --> 01:03:43,285
ตาราง การสูญเสียการได้ยิน 6 ระดับนะคะ

748
01:03:47,920 --> 01:03:49,035
อันนั้นก็จะเป็นคร่าว ๆ อันนี้จะเป็นละเอียดทางการแพทย์นะคะ ที่

749
01:03:49,035 --> 01:03:51,258
ใช้วัดระดับการได้ยิน

750
01:03:51,258 --> 01:03:55,258
นะคะ นักโสต ไม่ใช่

751
01:03:58,728 --> 01:04:02,728
แพทย์ ผู้ที่ตรวจวัดประเมินการได้ยิน

752
01:04:04,211 --> 01:04:06,419
จะไม่ใช่แพทย์ ไม่ใช่คุณหมอนะคะ จะเป็น

753
01:04:06,419 --> 01:04:07,477
นักโสต คือ นักโสตก็จะเป็น

754
01:04:07,477 --> 01:04:11,477
ผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์

755
01:04:16,258 --> 01:04:18,655
ระดับการได้ยิน จะเป็นนักโสตที่จะเป็นนักประเมิน

756
01:04:18,655 --> 01:04:21,775
ควบคู่ไปกับแพทย์นะคะ

757
01:04:21,775 --> 01:04:25,775
อันนี้ก็จะเป็นตาราง

758
01:04:32,768 --> 01:04:36,768
การได้ยินนะ การตรวจวัด การตรวจวัด ก็จะเป็นนักโสต

759
01:04:39,086 --> 01:04:42,241
นะคะ โสตสัมผัสวิทยานะคะ

760
01:04:42,241 --> 01:04:46,241
การตรวจ

761
01:04:48,320 --> 01:04:48,678
วัดการได้ยิน จะมีอยู่ 3 แบบนะคะ

762
01:04:48,678 --> 01:04:51,494
แบบอย่างคร่าว ๆ คร่าว ๆ ก็คือ

763
01:04:51,494 --> 01:04:55,494
ถ้าเป็นตอนเด็ก ๆ ก็จะเป็นเรียก

764
01:04:56,381 --> 01:05:00,381
ชื่อ เรียกแล้วหันตามเสียง ก็จะ

765
01:05:02,698 --> 01:05:03,940
ถือว่าปกติ แต่ถ้าเรียกแล้ว

766
01:05:03,940 --> 01:05:07,495
ไม่หัน ก็จะผิดสังเกต แต่ว่า

767
01:05:07,495 --> 01:05:11,495
อันนี้ในระดับเด็กน่ะค่ะ

768
01:05:11,927 --> 01:05:15,927
ก็จะมีช่วงอายุ หรือพัฒนาการทางด้านร่างกาย

769
01:05:21,314 --> 01:05:23,661
ของแต่ละคนจะแตกต่างกันนะคะ แตกต่างกันนะคะ บางคนก็จะพัฒนาการช้า

770
01:05:23,661 --> 01:05:27,661
หรือร่างกายไม่สมบูรณ์ ในอวัยวะ

771
01:05:27,680 --> 01:05:31,680
ในร่างกาย บางส่วนก็จะทำงาน

772
01:05:32,449 --> 01:05:36,438
ล่าช้าไปด้วยนะคะ อย่างเช่น บางคนร่างกาย

773
01:05:36,438 --> 01:05:40,438
ไม่สมบูรณ์ ก็จะส่งผลให้

774
01:05:42,801 --> 01:05:44,659
การได้ยิน หรือการมองเห็น ล่าช้า

775
01:05:44,659 --> 01:05:48,659
กว่าคนที่ระดับทางด้านร่างกายปกติ

776
01:05:50,697 --> 01:05:52,309
ค่ะ การตรวจคร่าว ๆ

777
01:05:52,309 --> 01:05:56,309
นะคะ การเรียก หรือเหรียญหล่น หันตามเหรียญ

778
01:06:00,447 --> 01:06:00,602
หรือของหล่น แล้วหันกลับหลัง หรือ

779
01:06:00,602 --> 01:06:04,602
มีเสียงอยู่ข้างหลัง อาจจะมากระทบ

780
01:06:11,312 --> 01:06:14,533
หรือมาโดนชนเราอย่างนี้ หันไปมองช่วงทันเวลา อันนี้คนปกติ

781
01:06:14,533 --> 01:06:15,227
ได้ยินปกตินะคะ เป็นการทดสอบเสียง

782
01:06:15,227 --> 01:06:19,227
แบบคร่าว ๆ นะคะ แบบที่ 2

783
01:06:21,834 --> 01:06:24,044
การตรวจสอบแบบมาตรฐานนะคะ

784
01:06:24,044 --> 01:06:28,044
ก็จะเป็น... ให้นักโสต

785
01:06:31,128 --> 01:06:32,587
วิทยานะคะ ช่วยในการตรวจการประเมิน

786
01:06:32,587 --> 01:06:36,587
ก็จะมีเครื่อง เครื่องตรวจ มีการ

787
01:06:39,763 --> 01:06:43,763
เข้าในห้องที่ไม่มีเสียงรบกวนนะคะ ช่วยในการตรวจวัดการได้ยิน

788
01:06:44,718 --> 01:06:45,925
ของเรานะคะ

789
01:06:45,925 --> 01:06:49,925
มีใครเคย

790
01:06:51,631 --> 01:06:55,631
ไปตรวจวัดการได้ยินไหมคะ ตอนโต ๆ แล้ว

791
01:06:58,961 --> 01:07:02,961
เพื่อที่จะรับเครื่องช่วยฟังน่ะค่ะ

792
01:07:03,546 --> 01:07:07,546
ตี๋น้อย ตี๋น้อยเคยไปใช่ไหม ตี๋น้อย

793
01:07:08,062 --> 01:07:12,062
เคยไปไหม ตี๋น้อยน่าจะเคยไป

794
01:07:13,134 --> 01:07:13,947
นะคะ

795
01:07:13,947 --> 01:07:17,947
ที่โรงพยาบาล ตรวจ เคยไปตรวจ

796
01:07:22,305 --> 01:07:26,305
การได้ยินเสียงอยู่ใช่ไหม ตอนเด็ก ๆ

797
01:07:30,549 --> 01:07:32,532
จำได้หรือเปล่า

798
01:07:32,532 --> 01:07:36,072
เคยได้ไปเข้าห้องตรวจฟังเสียงไหม

799
01:07:36,072 --> 01:07:40,072
ก่อนที่จะรับเครื่องน่ะ เขาก็จะต้องตรวจการรับฟัง

800
01:07:48,427 --> 01:07:52,169
นะคะ ว่าคุณได้ยินหรือไม่ ถ้าไม่ได้ยิน คุณก็จะไม่สามารถที่วัด ไปขั้นตอนที่จะ

801
01:07:52,169 --> 01:07:56,169
รับการ... ได้รับเครื่องช่วยฟังนะคะ อาจจะจำไม่ได้นะ

802
01:07:58,799 --> 01:08:02,799
แล้วมีได้ฝึกพูดด้วยไหมคะ

803
01:08:06,492 --> 01:08:10,492
ก็มีนะคะ ก็ต้องพอได้ใส่เครื่อง

804
01:08:14,696 --> 01:08:16,937
ช่วยฟังแล้ว ก็จะต้องได้ฝึกพูดไปด้วยนะคะ

805
01:08:16,937 --> 01:08:18,651
อันนี้ เป็นการ...

806
01:08:18,651 --> 01:08:22,651
ทดสอบแบบมาตรฐานนะคะ ต่อไป

807
01:08:26,861 --> 01:08:29,783
เป็นการทดสอบแบบพิเศษนะคะ

808
01:08:29,783 --> 01:08:33,783
การทดสอบแบบพิเศษนะคะ ก็

809
01:08:35,017 --> 01:08:39,017
จะมีการวิเคราะห์

810
01:08:39,637 --> 01:08:43,637
ของแพทย์ด้วยนะคะ ก็คือการตรวจในแก้ว

811
01:08:51,420 --> 01:08:52,425
หู ในชั้นหูของเรา มีความผิดปกติอะไร

812
01:08:52,425 --> 01:08:53,682
ด้วยไหมนะคะ หลังจากที่เราประเมินการได้ยินแล้ว

813
01:08:53,682 --> 01:08:55,913
อาจจะมี

814
01:08:55,913 --> 01:08:59,913
ประเมินในขั้นมาตราฐาน ต่อไปก็ประเมิน

815
01:09:03,361 --> 01:09:06,866
ขั้นแบบพิเศษ แบบพิเศษ ก็จะมีแพทย์

816
01:09:06,866 --> 01:09:07,580
เข้ามาช่วยในการวินิจฉัย ว่าเรา...

817
01:09:07,580 --> 01:09:11,580
ในช่วงอายุน่ะค่ะ มันก็จะมีกลุ่ม

818
01:09:12,874 --> 01:09:16,874
... กลุ่มผู้สูงอายุ อาจจะมีหูตึงเข้ามา

819
01:09:21,242 --> 01:09:22,178
ก็จะมีแพทย์เข้ามาช่วยประเมิน

820
01:09:22,178 --> 01:09:26,178
ในส่วนนี้ด้วยนะคะ  แก้วหูอาจจะเสื่อม อาจจะลด

821
01:09:28,818 --> 01:09:32,818
น้อยลง อาจจะทำให้เสียงการได้ยินลดน้อยลงไปด้วยอย่างนี้ค่ะ หรือทางการแพทย์อาจจะส่อง

822
01:09:37,962 --> 01:09:41,962
ดู ว่ามีขี้หูปิดหูมาก-น้อย แค่ไหนนะคะ บางคนอาจจะแบบไม่เคยแคะหูเลย

823
01:09:48,019 --> 01:09:52,019
ตั้งแต่เกิดมาอย่างนี้ค่ะ อาจจะทำให้ไปปิดหู ปิดแก้วหู ทำให้การสั่นสะเทือน

824
01:09:56,582 --> 01:09:58,820
ของเสียง ไม่สามารถเข้าไปถึงแก้วหูได้นะคะ อันนี้ก็จะเป็นการตรวจแบบพิเศษ

825
01:09:58,820 --> 01:10:02,820
เพิ่มขึ้นมาอีกนะคะ

826
01:10:03,672 --> 01:10:07,634
ต่อไปนะคะ

827
01:10:07,634 --> 01:10:11,634
สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

828
01:10:14,434 --> 01:10:15,768
จะต้องมีภาษาที่ช่วยในการสื่อสาร

829
01:10:15,768 --> 01:10:18,807
นะคะ

830
01:10:18,807 --> 01:10:22,807
แล้วก็มีวิธีการสื่อความหมาย

831
01:10:23,691 --> 01:10:27,691
นะคะ ว่าจะต้องใช้วิธีไหนนะคะ สำหรับ

832
01:10:32,549 --> 01:10:34,066
ผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินนะคะ

833
01:10:34,066 --> 01:10:38,066
ถ้าเป็นคนเรา

834
01:10:39,690 --> 01:10:41,300
ปกตินะคะ ก็จะใช้การสื่อสารโดยการพูดนะ

835
01:10:41,300 --> 01:10:45,251
เมื่อเราได้ยิน เราก็สามารถ

836
01:10:45,251 --> 01:10:48,234
จำได้ด้วยอัตโนมัตินะคะ

837
01:10:48,234 --> 01:10:52,234
ว่าคำนี้ ความหมายว่าอย่างนี้

838
01:10:52,728 --> 01:10:55,787
อาจจะมีบางคำที่ไม่คุ้นหู เราก็จะต้อง

839
01:10:55,787 --> 01:10:59,787
ได้เรียนรู้ในความหมาย ในคำนั้น ๆ นะคะ แต่สำหรับ

840
01:11:03,029 --> 01:11:03,513
หูหนวกแล้ว ไม่ได้ยิน ก็

841
01:11:03,513 --> 01:11:07,513
ทำให้มีปัญหาในการเข้าใจภาษา เข้าใจ

842
01:11:12,937 --> 01:11:13,532
ความหมายด้วยนะคะ ฉะนั้นแล้ว หูหนวกก็

843
01:11:13,532 --> 01:11:17,532
จะต้องใช้ทักษะพิเศษ ก็หรือจะต้องใช้ตา

844
01:11:21,573 --> 01:11:25,573
แทนการได้ยินนะคะ มาช่วยในการรับการสื่อสารนะคะ

845
01:11:26,274 --> 01:11:27,521

846
01:11:27,521 --> 01:11:31,521
แต่ตาเรานะคะ สามารถที่จะมองไป

847
01:11:32,900 --> 01:11:34,859
ข้างหน้าเห็นได้หลาย ๆ อย่างนะคะ

848
01:11:34,859 --> 01:11:38,859
ก็เลยทำให้เราไม่สามารถที่จะ

849
01:11:44,687 --> 01:11:45,981
โฟกัสสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ แม่นยำ

850
01:11:45,981 --> 01:11:49,981
เท่ากับการได้ยินเสียง ถ้าการได้ยินเสียง มันอาจจะ

851
01:11:55,849 --> 01:11:59,849
ได้ยินมีเสียง 1 เสียง 2 หรือส่วนมากก็จะเป็นเสียงหนึ่ง อย่างเช่นตอนนี้ ถ้าใครเป็นนักศึกษา

852
01:12:03,354 --> 01:12:07,164
ที่เป็นคนปกติ เป็นหูดีนะ ก็จะได้ยินเฉพาะแค่เสียงอาจารย์ที่พูด

853
01:12:07,164 --> 01:12:09,551
ก็จะไม่มีอะไรที่มาแทรก ก็จะเข้าใจใน

854
01:12:09,551 --> 01:12:13,551
สิ่งเดียวนะคะ แต่ถ้าเป็นหูหนวก ใช้ตาแทนการได้ยิน

855
01:12:20,039 --> 01:12:21,194
ตาจะมองเห็นได้หลายอย่าง หลายที่ หลายจุดมากนะคะ

856
01:12:21,194 --> 01:12:23,740
ก็เลยไม่สามารถที่จะโฟกัส

857
01:12:23,740 --> 01:12:27,740
ในคำ ๆ ศัพท์นั้นได้นะคะ

858
01:12:30,975 --> 01:12:32,293
ก็เลยทำให้มีปัญหาในการจำ

859
01:12:32,293 --> 01:12:36,293
คำศัพท์นั้นด้วยนะคะ

860
01:12:38,112 --> 01:12:42,112
ฉะนั้นแล้ว นักศึกษา

861
01:12:51,225 --> 01:12:51,638
ก็เลยจะต้องผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินน่ะค่ะ

862
01:12:51,638 --> 01:12:54,144
จะต้องมาฝึกการพูด

863
01:12:54,144 --> 01:12:56,280
หรืออ่านปากนะคะ เพื่อที่จะใช้

864
01:12:56,280 --> 01:13:00,280
ในการสื่อสาร ในการ

865
01:13:02,385 --> 01:13:06,385
ฝึกพูดนะคะ สำหรับหูหนวก หูหนวกจากพ่อ

866
01:13:06,735 --> 01:13:08,414
จากแม่ ก็ไม่ได้เรียนภาษามือใช่ไหมคะ

867
01:13:08,414 --> 01:13:12,355
ฉะนั้น หูหนวกก็จะต้องมีการฝึกอ่านปาก

868
01:13:12,355 --> 01:13:16,355
จากพ่อแม่ ถึงแม้ว่าไม่ได้ยิน แต่ก็ฝึก

869
01:13:18,687 --> 01:13:19,631
อ่านปาก แล้วก็ฝึกออกเสียง เพื่อที่จะ

870
01:13:19,631 --> 01:13:23,631
สื่อให้ผู้ปกครองได้เข้าใจถึง

871
01:13:29,408 --> 01:13:33,408
สิ่งนั้น ที่เราอยากสื่อไปนะ สเต็ปที่ 2 ก็คือภาษามือ

872
01:13:38,430 --> 01:13:42,430
พอพูดมันยากแล้วแหละ ท่าปากน่ะ มันก็ สีหน้ามันก็มีบ้าง

873
01:13:42,569 --> 01:13:46,569
แต่ว่าบางทีมันอาจจะรูปปาก

874
01:13:47,721 --> 01:13:51,721
คาบปาก เหมือน ๆ กัน คล้าย ๆ กัน ก็เลยไม่สามารถ

875
01:13:55,106 --> 01:13:56,177
แยกได้ ว่าคำนี้พูดออกเสียงว่าอย่างไรนะคะ จึงมีการใช้ภาษามือ

876
01:13:56,177 --> 01:13:59,342
เรียนภาษามือแทนการอ่านปากนะคะ

877
01:13:59,342 --> 01:14:03,342
แทนคำศัพท์ หูหนวกก็จะต้องได้เรียนนนะคะ

878
01:14:12,680 --> 01:14:15,758
ต่อไปพวกเราจะได้เรียนภาษามือนะ เป็นการแทนสื่อสารแทนภาษาพูดนะคะ

879
01:14:15,758 --> 01:14:17,307
ในการใช้

880
01:14:17,307 --> 01:14:21,307
ภาษามือ เราก็จะมีการสะกดนิ้วมือ

881
01:14:22,409 --> 01:14:24,874
เข้ามาร่วมด้วย โดยเฉพาะภาษามือไทยเรา

882
01:14:24,874 --> 01:14:27,225
นะคะ อาจจะมีท่ามือ

883
01:14:27,225 --> 01:14:31,225
ที่เป็นตัวสะกดตัวนำใช่ไหมคะ

884
01:14:31,500 --> 01:14:35,500
อย่างเช่น ชื่อบางคนอย่างนี้

885
01:14:38,017 --> 01:14:41,414
ชื่อ ก ไก่ กิ๊บเก๋อย่างนี้

886
01:14:41,414 --> 01:14:45,414
ก็อาจจะมีตัว ก ไก่ ที่อาจจะเป็นตัวสะกดมือ

887
01:14:46,956 --> 01:14:48,220
มาประกอบท่า ตำแหน่งให้เป็นภาษามือ

888
01:14:48,220 --> 01:14:52,220
นะคะ หรือเป็นคำว่า

889
01:14:56,279 --> 01:15:00,279
จังหวัด

890
01:15:00,681 --> 01:15:04,596
ต่าง  ๆ อย่างนี้ค่ะ ที่เราสังเกตเห็น ที่เป็น

891
01:15:04,596 --> 01:15:08,596
ตัวสะกด แล้วก็มีเพิ่มท่านั้นนี่มา เพื่อจะเป็นคำศัพท์เฉพาะของ

892
01:15:13,832 --> 01:15:17,832
สถานที่นั้น ๆ ใช่ไหมคะ อย่างเช่น ขอนแก่น ขอนแก่น ก็จะเป็น

893
01:15:21,675 --> 01:15:25,675
ข ไข่ ข ไข่ แล้วก็ ก ไก่ ใช่ไหมคะ มีตัวสะกดเข้ามาช่วย

894
01:15:29,330 --> 01:15:29,886
ในภาษามือ สกลนคร

895
01:15:29,886 --> 01:15:33,019
ใช่ไหมคะ ก็จะมี ส เสือ

896
01:15:33,019 --> 01:15:37,019
เข้ามาช่วยใช่ไหมคะ หลาย ๆ จังหวัด

897
01:15:37,478 --> 01:15:41,478
นะ  ก็จะมีตัวอักษรเข้ามาช่วยใน

898
01:15:43,048 --> 01:15:43,454
ภาษามือนะคะ แล้วทีนี้

899
01:15:43,454 --> 01:15:47,454
บางคำ คำศัพท์ภาษามือ

900
01:15:47,591 --> 01:15:50,483
โดยตรงไม่มีนะคะ เป็นคำใหม่

901
01:15:50,483 --> 01:15:54,483
เพื่อที่จะให้หูหนวกเข้าใจนะคะ  ก็จะมี

902
01:15:59,640 --> 01:16:01,216
การสะกดนิ้วมือ

903
01:16:01,216 --> 01:16:05,216
ว่าคำนี้ มันมาจากตัวนี้ บางคนอาจจะคุ้นตา

904
01:16:08,854 --> 01:16:10,524
ไม่สามารถแปลความหมายได้ แต่บอกว่านี่คือคำนี้

905
01:16:10,524 --> 01:16:13,495
นะ อย่างนี้ค่ะ

906
01:16:13,495 --> 01:16:16,103
ก็สะกดมือมานะคะ

907
01:16:16,103 --> 01:16:20,103
แล้วก็มาช่วยในการสื่อสาร อย่างเช่น บางครั้งพี่ล่าม

908
01:16:25,812 --> 01:16:29,812
ประเทศหลาย ๆ ประเทศนะ อาจจะนึกคำศัพท์ที่เป็นท่าภาษามือไม่ได้

909
01:16:34,944 --> 01:16:38,944
ก็จะทำการสะกดนิ้วมือ คนหูหนวกจะดูการสะกดนิ้วมือ อ๋อ ประเทศนี้นะ

910
01:16:41,988 --> 01:16:45,988
โดยที่ไม่ได้ทำท่าของภาษามือเฉพาะนั้นนะคะ ก็สามารถเข้าใจได้ อย่างนี้นะคะ

911
01:16:46,992 --> 01:16:50,595
การอ่านริมฝีปาก

912
01:16:50,595 --> 01:16:54,595
ในการทำภาษามือ พ่อแม่หลาย ๆ คนนะ

913
01:16:58,107 --> 01:17:01,774
ที่เป็นพ่อแม่หูดี ก็จะมีการอ่านริมฝีปาก

914
01:17:01,774 --> 01:17:03,270
นะคะ คือ สื่อให้ลูกได้รู้

915
01:17:03,270 --> 01:17:07,270
ก็คือพูด ลูกก็จะต้องจ้องที่ปาก รวมถึง

916
01:17:07,913 --> 01:17:11,913
สีหน้าอยู่บนใบหน้าด้วยนะคะ ว่าต้อง

917
01:17:12,795 --> 01:17:16,795
การสื่ออะไร กินข้าว กินข้าว อย่างนี้ใช่ไหมคะ มานี่ อาจจะมีท่ากริยาเข้ามาช่วย

918
01:17:19,086 --> 01:17:21,048
นะคะ ถ้าแนะ

919
01:17:21,048 --> 01:17:25,048
คำพูดนะคะ

920
01:17:27,208 --> 01:17:29,661
ท่าแนะคำพูด ก็จะมีปาก...

921
01:17:29,661 --> 01:17:33,661
ยังค่ะ ก็จะมี

922
01:17:33,677 --> 01:17:36,666
ปากนะคะ ที่พูดด้วย แล้วก็มีท่ามือ

923
01:17:36,666 --> 01:17:40,222
ที่เป็นท่าภาษาธรรมชาติ

924
01:17:40,222 --> 01:17:43,182
โดยทั่วไปนะคะ อย่างเช่น มานี่ใช่ไหม

925
01:17:43,182 --> 01:17:47,182
เราก็จะมีสีหน้า มีปาก มานี่

926
01:17:52,774 --> 01:17:53,771
โดยที่ไม่ออกเสียงนะคะ แล้วก็เอามือกวักใช่ไหมคะ

927
01:17:53,771 --> 01:17:56,171
ใช่ ใช่ไหมคะ มาร์กี้

928
01:17:56,171 --> 01:18:00,171
ก็จะเจอจริง ๆ ใช่ไหมคะ มาร์กี้ไปทำงานใช่ไหมคะ

929
01:18:02,217 --> 01:18:05,753
จะได้คุยกับคนปกติ หรือพี่ ๆ ที่ทำงาน

930
01:18:05,753 --> 01:18:08,443
ด้วยกันนะคะ ก็จะมีการใช้ เรียกว่า "

931
01:18:08,443 --> 01:18:12,443
ภาษาธรรมชาติ" "ภาษาแนะ" นะคะ

932
01:18:14,859 --> 01:18:18,859
มีการทำท่ามือ หรือผงกหน้า มานี่ มานี่

933
01:18:20,479 --> 01:18:24,479
อันนี้นะคะ อาจจะไม่ได้ใช้มือเป็นหลัก

934
01:18:25,857 --> 01:18:29,857
คำแนะ การให้ผู้ฟังดูอย่างนี้ค่ะ ตา เราชี้ไปที่ตา

935
01:18:30,514 --> 01:18:33,415
ใช่ไหมคะ คุณต้องใช้ตาแล้วนะ คุณต้องดู

936
01:18:33,415 --> 01:18:37,415
หรือชี้มือนำไปจุด ๆ นั้น

937
01:18:37,682 --> 01:18:39,649
อันนี้ก็เป็น

938
01:18:39,649 --> 01:18:43,649
ท่าคำแนะ พูดแนะ แนะการพูดนะคะ

939
01:18:44,558 --> 01:18:47,950
หรือบางคนปาก

940
01:18:47,950 --> 01:18:51,950
อาจจะมีอาหารมีน้ำอยู่อย่างนี้ค่ะ ไม่สามารถใช้

941
01:19:00,783 --> 01:19:04,783
มือชี้แนะไปด้วยนะคะ หรือ... โดนยุง แต่ว่าอยู่กับเพื่อนไกล ๆ อาจจะ

942
01:19:09,201 --> 01:19:11,838
ทำให้จุ๊ ๆ ไม่ให้พูดนะคะ

943
01:19:11,838 --> 01:19:13,333
มียุงอยู่ที่หน้าผากนะ ยุง

944
01:19:13,333 --> 01:19:17,333
อยู่ที่หน้าผาก ให้ตบนะ ให้ระวังนะ

945
01:19:19,337 --> 01:19:22,422
ก่อนที่มันจะบินไป เป็นการชี้แนะท่า

946
01:19:22,422 --> 01:19:24,326
ประกอบนะคะ

947
01:19:24,326 --> 01:19:28,326
การสื่อสารรวม สื่อสารรวม

948
01:19:28,939 --> 01:19:31,140
ทุกวันนี้ มี

949
01:19:31,140 --> 01:19:35,140
โซเชียลใช่ไหมคะ มีเฟซฯ มี LINE

950
01:19:40,138 --> 01:19:43,935
นักศึกษาก็ใช้ช่องทางนี้ในการสื่อสาร

951
01:19:43,935 --> 01:19:46,861
รวมนะคะ มีทั้งการพูด

952
01:19:46,861 --> 01:19:49,481
การส่องข้อความ เสียง สื่อต่าง ๆ นะคะ

953
01:19:49,481 --> 01:19:52,447
มีท่าประกอบ มีการพิมพ์เพิ่ม

954
01:19:52,447 --> 01:19:56,447
มีตุ๊กตาสติกเกอร์ LINE ใช่ไหม

955
01:20:04,805 --> 01:20:08,805
สื่อสารรวม สติกเกอร์ LINE มีท่าการ์ตูนที่มีการแสดงความยินดี ก็มีการยิ้ม มี

956
01:20:09,913 --> 01:20:13,741
ภาพให้ว่าเป็นภาพของขวัญร่วมฉลองยินดี แล้วมีคำด้วย ใน

957
01:20:13,741 --> 01:20:17,741
การ์ตูนสติกเกอร์นั้น ว่ามีการยินดี เป็นการ

958
01:20:23,285 --> 01:20:23,749
สื่อสารรวมนะคะ หรือบางสติกเกอร์ มันก็จะมีเสียง

959
01:20:23,749 --> 01:20:26,558
พูดออกมาด้วยใช่ไหมคะ

960
01:20:26,558 --> 01:20:30,558

961
01:20:31,955 --> 01:20:34,153
อันนี้ก็จะผ่านไปนะ

962
01:20:34,153 --> 01:20:38,153
เด็กหูหนวก

963
01:20:39,801 --> 01:20:43,801
กับเด็กตาบอด ใช้สื่อการสื่อสาร

964
01:20:44,543 --> 01:20:48,543
ที่แตกต่างกันนะ แต่ว่า

965
01:20:51,118 --> 01:20:55,118
ทำอย่างไรถึงจะสื่อสารกันได้ ทั้งหูหนวก ก็จะ

966
01:20:56,550 --> 01:21:00,417
ใช้ประสาทสัมผัส

967
01:21:00,417 --> 01:21:04,417
มีการรับสารแทนการส่งสาร ก็คือมือ

968
01:21:07,304 --> 01:21:09,386
แทนการพูดนะคะ สำหรับตาบอด ก็จะใช้การพูดนะคะ แทนการ

969
01:21:09,386 --> 01:21:13,229
สื่อสารการได้ยิน เป็นการรับสารโดยตรง

970
01:21:13,229 --> 01:21:14,527
อยู่แล้วนะคะ แต่ว่า

971
01:21:14,527 --> 01:21:18,527
การพูดก็เป็นการสื่อโดยตรง แต่

972
01:21:20,035 --> 01:21:24,035
บางอย่างเขามองไม่เห็น เขาก็จะใช้ประสาทสัมผัส

973
01:21:27,792 --> 01:21:31,792
กับ... เหมือนคนหูหนวก เป็นการจับ การลูบ

974
01:21:32,777 --> 01:21:36,777
การคลำนะคะ

975
01:21:42,150 --> 01:21:46,150
สรุปนะคะ คนที่

976
01:21:47,494 --> 01:21:51,494
สูญเสียประสาทสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นหูหนวก

977
01:21:54,229 --> 01:21:56,015
หรือตาบอดนะ ก็

978
01:21:56,015 --> 01:21:59,884
จะใช้ประสาทสัมผัสอื่น แทน

979
01:21:59,884 --> 01:22:03,884
ประสาทสัมผัสที่สูญเสียไปนะคะ

980
01:22:06,237 --> 01:22:08,639
ก็จะสามารถ

981
01:22:08,639 --> 01:22:12,639
พูดคุยสื่อสารได้เหมือนกับคนปกตินะคะ

982
01:22:15,647 --> 01:22:17,499
ถ้าพูดไม่ได้ ก็จะใช้

983
01:22:17,499 --> 01:22:21,499
ภาษามือ ท่าทาง กริยา อวัจนภาษา

984
01:22:22,773 --> 01:22:26,773
ในการช่วย ในการสื่อสาร ก็จะ

985
01:22:30,606 --> 01:22:34,606
สื่อสารได้ เทียบเท่ากับคนปกติได้นะคะ

986
01:22:40,156 --> 01:22:44,156
ในด้านอารมณ์ เดี๋ยวทุกคนก็จะเข้าใจใน

987
01:22:46,568 --> 01:22:50,285
บริบทของเพื่อน ๆ นะ ก็ให้มาอ่านเพิ่มเติมเอาแล้วกันนะคะ

988
01:22:50,285 --> 01:22:54,285
ในส่วนของ

989
01:22:57,180 --> 01:23:01,180
บุคลิกภาพ เดี๋ยวมันก็เป็นไปตามที่เรา

990
01:23:03,612 --> 01:23:07,612
อยู่ในสังคมนะ บุคลิกภาพ

991
01:23:10,980 --> 01:23:14,168
ของคนหูหนวก ใน

992
01:23:14,168 --> 01:23:16,442
8 ขั้นตอนนะคะ 8 ระยะ  จนถึง

993
01:23:16,442 --> 01:23:20,442
แก่ไปเลยนะคะ

994
01:23:26,133 --> 01:23:30,133
ในการศึกษาของคนหูหนวกนะคะ

995
01:23:32,377 --> 01:23:34,989
การศึกษาของคนหูหนวก

996
01:23:34,989 --> 01:23:38,989

997
01:23:41,204 --> 01:23:45,204
ส่วนมากนะคะ การศึกษาของคนหูหนวกจะเป็น

998
01:23:45,472 --> 01:23:47,808
... การศึกษาใน 2 แบบ

999
01:23:47,808 --> 01:23:51,808
นะคะ แบบที่ 1 ก็จะเป็นโรงเรียนเฉพาะ

1000
01:23:54,071 --> 01:23:58,071
โรงเรียนเฉพาะ ก็คือโรงเรียนโสตต่าง

1001
01:24:02,791 --> 01:24:05,068
ๆ นะคะ ที่มีในกลุ่มเฉพาะของคนหูหนวกนะคะ อีกแบบที่ 2 ก็จะเป็น

1002
01:24:05,068 --> 01:24:08,433
โรงเรียนเรียนร่วม เรียนร่วม

1003
01:24:08,433 --> 01:24:12,433
กับคนปกติ อย่างเช่น มหาวิทยาลัยของเรานะคะ

1004
01:24:20,480 --> 01:24:24,480
ก็ถ้าเป็นรุ่นพี่นะ ก็จะมีเพื่อนในห้องเรียนที่เป็นคนปกติ  แล้วก็จะ

1005
01:24:28,911 --> 01:24:32,911
มีคนพิการ คนพิเศษ เข้ามาเรียนร่วมในห้องเรียนนั้นนะคะ แต่ในทางการเรียน

1006
01:24:33,343 --> 01:24:37,061
ก็จะมีการให้บริการการสนับสนุน เพื่อที่จะให้ผู้บกพร่อง

1007
01:24:37,061 --> 01:24:41,000
ผู้พิการ ได้เรียนเทียบเท่ากับคนปกติ

1008
01:24:41,000 --> 01:24:45,000
ถ้าเป็นหูหนวก ก็จะมีล่ามเข้ามาแปล

1009
01:24:48,223 --> 01:24:49,049
ในชั้นเรียน อย่างในของมหาวิทยาลัยเรา ก็จะมีพี่ล่าม

1010
01:24:49,049 --> 01:24:53,049
แปลในชั้นเรียนนะคะ แล้วก็พี่ล่ามจากทาง

1011
01:24:57,675 --> 01:25:01,675
ออนไลน์ช่วยด้วยนะคะ ก็จะแปลที่อาจารย์บรรยายแปลในการสื่อสาร ให้นักศึกษา

1012
01:25:08,687 --> 01:25:11,637
ได้เรียนไปพร้อมกับคนปกติเรา ก็ได้เข้าใจในขั้นตอน

1013
01:25:11,637 --> 01:25:15,637
วิธีการการเรียนนะคะ การศึกษาเฉพาะโรงเรียนนะคะ

1014
01:25:22,165 --> 01:25:25,322
ก็ถ้าเป็นหูหนวก เขาจะเป็น เรียกว่า "เรียนแบบ

1015
01:25:25,322 --> 01:25:29,322
2 ภาษา" นะคะ ควบคู่กันไป ก็คือภาษาเขียน

1016
01:25:30,250 --> 01:25:34,250
แล้วก็ภาษามือนะคะ เดี๋ยวเราจะำได้เรียนกัน

1017
01:25:37,654 --> 01:25:41,654
ในแบบ 2 ภาษานะคะ หูหนวกก็จะได้ทบทวนภาษาเขียนไปด้วยนะคะ แล้วก็ภาษามือ

1018
01:25:44,512 --> 01:25:45,450
นะคะ ในการเรียนของโรงเรียนเฉพาะทาง

1019
01:25:45,450 --> 01:25:49,019
นะคะ ในการสอน หลักสูตร

1020
01:25:49,019 --> 01:25:52,055
ในการสอน ก็จะเหมือน

1021
01:25:52,055 --> 01:25:56,055
ของโรงเรียนปกติ ของนักเรียนปกตินะคะ แต่ว่า

1022
01:25:57,611 --> 01:26:00,247
จะมีการให้บริการสนับสนุน

1023
01:26:00,247 --> 01:26:04,247
เข้ามาช่วยนะคะ ถ้าเป็นห้องเรียนของหูหนวก ก็จะมีล่าม

1024
01:26:12,829 --> 01:26:16,829
เข้ามาช่วยภาษามือ แปลภาษามือนะคะ มีของ ม. เรา ก็จะมี Note Trackter

1025
01:26:19,095 --> 01:26:23,095
ช่วยจดบันทึกงานต่าง ๆ แทนหูหนวก เพราะหูหนวกไม่สามารถที่จะมองล่าม

1026
01:26:25,198 --> 01:26:29,198
แล้วก้มมาเขียนได้นะคะ ฉะนั้น ก็จะต้องมีการให้บริการ Note Tetater

1027
01:26:35,313 --> 01:26:39,313
ด้วยนะคะ การแบบเรียนร่วม

1028
01:26:40,563 --> 01:26:41,250
ก็คือเหมือนรุ่นพี่เรา ก็มีห้องเรียน

1029
01:26:41,250 --> 01:26:45,250
แล้วก็มีการให้บริการ เพื่อที่จะให้

1030
01:26:49,907 --> 01:26:53,380
นักศึกษาหูหนวกเรียนไปพร้อมกับเพื่อนปกติได้นะคะ ในเวลาเดียวกันนะคะ ระบบ

1031
01:26:53,380 --> 01:26:55,711
สอนภาษา อันนี้ก็

1032
01:26:55,711 --> 01:26:59,345
พูดแล้วนะ นี่

1033
01:26:59,345 --> 01:27:03,345
อันนี้จะเป็นการให้บริการสำหรับคนหูหนวกนะคะ

1034
01:27:04,944 --> 01:27:08,493
มีการให้บริการสอน

1035
01:27:08,493 --> 01:27:12,305
ปรับพื้นฐานภาษามือไทย

1036
01:27:12,305 --> 01:27:16,290
มีล่ามในห้องเรียน มีการส่งเสริม

1037
01:27:16,290 --> 01:27:20,290
การเรียนภาษาไทยนะคะ มีการให้คำ

1038
01:27:21,433 --> 01:27:25,433
ปรึกษา อย่างเช่น นักศึกษา

1039
01:27:31,077 --> 01:27:34,749
มีคำไทยมา แต่ไม่รู้ภาษามือ ก็นำมาใช้พูดคุยกับพี่ล่าม ดูเพื่อน ๆ

1040
01:27:34,749 --> 01:27:35,938
มาตกลงกัน ว่าจะต้องใช้ภาษามือแบบนี้

1041
01:27:35,938 --> 01:27:39,938
อย่างไรนะคะ การบริการวิชาการ

1042
01:27:43,093 --> 01:27:45,585
ก็จะเป็นการให้บริการล่าม

1043
01:27:45,585 --> 01:27:49,585
เชื่อมโยงกันนะคะ การช่วยจดคำบรรยาย

1044
01:27:50,389 --> 01:27:53,078
การบริการด้านเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก

1045
01:27:53,078 --> 01:27:57,078
อย่างเช่น ทุกวันนี้ เห็นช่องทีวี

1046
01:28:00,067 --> 01:28:04,067
ใช่ไหมคะ ก็จะมีล่ามในช่องทีวี ช่วยบริการด้านเทคโนโลยี แปลในระหว่างที่

1047
01:28:07,970 --> 01:28:11,970
ช่องทีวีนั้นพูดบรรยายนะคะ การบริการ

1048
01:28:14,323 --> 01:28:18,323
พิเศษ ก็อาจจะมีเพิ่มเติม

1049
01:28:20,306 --> 01:28:24,306
มีการเขียนคำ การให้คำไปด้วย ถ้าเป็นของเรา

1050
01:28:25,572 --> 01:28:29,572
ก็จะมีข้างบนใช่ไหมคะ

1051
01:28:31,932 --> 01:28:31,938
เป็นข้อความ เสียงพูด

1052
01:28:31,938 --> 01:28:35,938
ถอดเสียงพูดมาด้วยนะคะ เป็นตัวอักษรนะคะ

1053
01:28:36,336 --> 01:28:39,495
การสอนเสริมรายวิชา  ก็จะเป็น

1054
01:28:39,495 --> 01:28:43,495
พี่ ๆ ช่วยสอนเสริม เพราะผู้บกพร่องทางการได้ยินน

1055
01:28:49,461 --> 01:28:53,461
่ะ จะมีปัญหาในเรื่องภาษานะคะ ฉะนั้น จึงมีการสอนเสริม เพิ่มเติมอีกนะคะ

1056
01:28:54,320 --> 01:28:58,320
สรุปนะคะ วันนี้...

1057
01:29:01,713 --> 01:29:05,713
ให้นักศึกษาไปอ่านเอง

1058
01:29:06,043 --> 01:29:10,043
แล้วกันนะคะ อาจารย์จะไม่สรุปนะ วันนี้

1059
01:29:11,137 --> 01:29:15,137
จะให้งานนะคะ ให้งานอีกนะคะ

1060
01:29:15,561 --> 01:29:19,561
วันนี้จะให้งานนักศึกษาอีก ก็คือให้นักศึกษา

1061
01:29:23,875 --> 01:29:27,875
ไปเรียนรู้คำศัพท์ภาษามือ

1062
01:29:29,175 --> 01:29:33,175
ไปฝึกดีกว่า ไปฝึกจำนวนตัวเลขนะคะ

1063
01:29:35,690 --> 01:29:39,690
ที่เว็บไซต์

1064
01:29:39,907 --> 01:29:43,907
ที่อาจารย์ส่งให้ ของสมาคนคนหูหนวก ที่เว็บไซต์

1065
01:29:48,258 --> 01:29:52,258
ของ NECTEC นะคะ ไปฝึกภาษามือ จำนวนตัวเลข 1-10 หลักสิบ หลักร้อย หลักพัน หลักหมื่น

1066
01:30:00,343 --> 01:30:04,343
หลักแสน หลักล้านนะคะ ฝึกตัวเลข ฝึกท่าภาษามือ แล้วก็ฝึกเขียนจำนวน เดี๋ยวอาจารย์จะ

1067
01:30:08,914 --> 01:30:10,052
ทำคำสั่งลงใน Classroom นะคะ

1068
01:30:10,052 --> 01:30:12,568
วันนี้ แล้วให้นักศึกษาทำส่งมา

1069
01:30:12,568 --> 01:30:16,568
แล้วก็จะมีสัปดาห์หน้า ก็จะให้นักศึกษามา

1070
01:30:18,301 --> 01:30:22,301
ทดสอบอีกเหมือนเช่นเคยนะคะ ก็จะเก็บคะแนนไปเรื่อย ๆ

1071
01:30:28,672 --> 01:30:29,324
นะคะ ก็สำหรับวันนี้ อาจารย์ก็จบการบรรยายเพียงเท่านี้นะคะ แล้ว

1072
01:30:29,324 --> 01:30:33,324
จะให้นักศึกษาออกมาทีละคนนะคะ เขียน

1073
01:30:35,011 --> 01:30:39,011
คำศัพท์ที่นักศึกษาส่ง

1074
01:30:44,691 --> 01:30:46,653
มาใน Classroom เขียน... จำนวน 10 คำ แล้วทำภาษามือให้อาจารย์ดูนะคะ

1075
01:30:46,653 --> 01:30:47,853
สำหรับใคร เดี๋ยวจะให้เวลาพักด้วยนะ

1076
01:30:47,853 --> 01:30:51,853
ตั้งแต่ตอนนี้ 10 โมง ถึง 11 โมงนะคะ

1077
01:30:55,210 --> 01:30:57,280
พอ 11 โมง จะให้มาสอบ เดี๋ยวให้นักศึกษา

1078
01:30:57,280 --> 01:31:00,770
ไปทบทวนดู ว่าคำศัพท์ตัวเอง

1079
01:31:00,770 --> 01:31:04,770
เขียนว่าอย่างไรนะคะ แล้วอาจารย์จะ

1080
01:31:06,314 --> 01:31:10,314
ให้มาเขียน อยู่ตรงหน้าอาจารย์นะคะ

1081
01:31:12,308 --> 01:31:16,150
เขียนคำศัพท์ให้ถูก ภาษามือให้ตรงกัน

1082
01:31:16,150 --> 01:31:20,150
นะคะ แล้วตอนที่พักใน 15 นาทีนี้ ให้นักศึกษา

1083
01:31:21,442 --> 01:31:25,442
ตรวจดู ใครเขียนคำศัพท์ไหนไม่ถูก ให้แก้

1084
01:31:30,483 --> 01:31:34,483
ให้ส่งใหม่นะคะ โอเคนะคะ ของมิ่งยังไม่ได้ส่ง ให้พิมพ์ส่งมาด้วยนะคะ แล้วก็ให้เขียนส่ง

1085
01:31:35,533 --> 01:31:37,504
สำหรับวันนี้ก็ขอบคุณพี่ล่ามนะคะ

1086
01:31:37,504 --> 01:31:41,504
เดี๋ยวจะให้นักศึกษาทดสอบแล้วค่ะ

1087
01:31:45,017 --> 01:31:47,271
พี่ล่ามพักผ่อนนะคะ วันนี้นักศึกษาขอบคุณพี่ล่ามนะคะ

1088
01:31:47,271 --> 01:31:50,437
นักศึกษาขอบคุณ

1089
01:31:50,437 --> 01:31:52,545
พี่ล่ามค่ะ 1 2 3 ขอบคุณพี่ล่ามค่ะ

1090
01:31:52,545 --> 01:31:56,545
ขอบคุณค่ะ ตอนนี้ให้พักผ่อน

1091
01:32:00,248 --> 01:32:04,248
นะคะ แล้ว 11 โมงจะมาสอบ

1092
01:33:29,116 --> 01:33:33,116
แ

1093
01:38:17,272 --> 01:38:21,272
[สิ้นสุดการถอดความ]

