﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,002 --> 00:00:08,002

3
00:00:08,008 --> 00:00:12,008

4
00:00:12,009 --> 00:00:16,009

5
00:00:16,010 --> 00:00:20,010

6
00:00:20,012 --> 00:00:24,012
(อาจารย์)  ก็สวัสดีนักศึกษา

7
00:00:24,018 --> 00:00:28,018
นะคะ ของภาคเรียนที่ 1

8
00:00:28,020 --> 00:00:32,020
/2567 นะค

9
00:00:32,022 --> 00:00:36,022
วันนี้เราก็ได้มาเจอกันใน

10
00:00:36,024 --> 00:00:40,024
รายวิชาของภาษามือไทยเบื้องต้น

11
00:00:40,025 --> 00:00:44,025

12
00:00:44,026 --> 00:00:48,026
ภาษามือไทยอีก

13
00:00:48,028 --> 00:00:52,028
ฉันใช้ภาษามือไทยได้แล้ว ทำไมต้องมาใช้ภาษามือไทยอีก

14
00:00:49,091 --> 00:00:53,091

15
00:00:53,093 --> 00:00:57,093
มาใช้ภา

16
00:00:57,095 --> 00:01:01,095

17
00:01:01,096 --> 00:01:05,096

18
00:01:05,098 --> 00:01:09,098
นะคะ ตอนนี้ จะเป็นการทบทวน

19
00:01:09,101 --> 00:01:13,101
นะคะ ในคำศัพท์แล้วก็เรียนรู้

20
00:01:13,102 --> 00:01:17,102
ภาษามือไทยใหม่ ๆ ด้วยนะคะ

21
00:01:17,104 --> 00:01:21,104
และเรียน

22
00:01:21,106 --> 00:01:25,106
ภาษามือ ที่จะใช้คำศัพท์

23
00:01:25,107 --> 00:01:29,107
ร่วมกันนะคะ เข้าใจตรงกันนะคะ

24
00:01:29,108 --> 00:01:33,108
ในที่มหาวิทยาลัยของเรานะคะ

25
00:01:33,110 --> 00:01:37,110
และก็อีกอันหนึ่ง ก็เพื่อ

26
00:01:37,112 --> 00:01:41,112
ฝึกการสื่อสารกับเพื่อน

27
00:01:41,114 --> 00:01:45,114
ที่เรียนร่วมด้วยกันกับเรานะคะ เพื่อนหูดี

28
00:01:45,115 --> 00:01:49,115
อบุล แล้วก็มิ่งนะคะ ก็จะได้เรียนภาษามือ

29
00:01:49,116 --> 00:01:53,116
ไปด้วยกัน เพื่อที่จะใช้ในการสื่อสาร

30
00:01:53,117 --> 00:01:57,117
ในระหว่างเรียน ในมหาวิทยาลัยนะคะ

31
00:01:57,118 --> 00:02:01,118
เพราะว่านอกเหนือจากกิจกรรมการเรียน

32
00:02:01,120 --> 00:02:05,120
ก็อาจจะมีกิจกรรมในชีวิตประจำวัน

33
00:02:05,120 --> 00:02:09,120
เสียงมันเข้า

34
00:02:09,122 --> 00:02:13,122
ลำโพง มันเลยหอน

35
00:02:13,125 --> 00:02:17,125

36
00:02:17,127 --> 00:02:21,127
สัปดาห์ก่อนนะ เรายัง

37
00:02:21,129 --> 00:02:25,129
ไม่ได้เจอกันนะคะ สัปดาห์ก่อนที่ให้นักศึกษา

38
00:02:25,130 --> 00:02:29,130
หาคำศัพท์ ที่เป็นภาษา

39
00:02:29,133 --> 00:02:33,133
เขียนนะคะ แล้วก็ฝึก

40
00:02:33,134 --> 00:02:37,134
คำศัพท์ที่เป็นภาษามือควบคู่กันด้วยนะคะ

41
00:02:37,135 --> 00:02:41,135
ก็มีส่งเหลือของมิ่ง

42
00:02:41,135 --> 00:02:45,135
นะคะ มิ่ง มิ่งยังไม่ได้ส่งคำศัพท์ ที่เป็นตัวเขียน

43
00:02:45,136 --> 00:02:49,136
ตรวจดูแล้วเมื่อคืนยังไม่มีนะคะ

44
00:02:49,138 --> 00:02:53,138
ให้ส่งเข้ามาด้วย เดี๋ยววันนี้ ท้าย

45
00:02:53,140 --> 00:02:57,140
ชั่วโมงจะตรวจนะคะ แล้วก็ให้

46
00:02:57,143 --> 00:03:01,143
นักศึกษา เขียนคำศัพท์ ที่นักศึกษาส่งมา

47
00:03:01,144 --> 00:03:05,144
ค่ะ เขียนให้ถูกต้อง

48
00:03:05,145 --> 00:03:09,145
ในรายวิชานี้นะคะ อาจารย์จะ

49
00:03:09,146 --> 00:03:13,146
ฝึกภาษามือ แล้วก็

50
00:03:13,146 --> 00:03:17,146
ภาษาเขียน ควบคู่ไปด้วยนะคะ เพื่อที่

51
00:03:17,146 --> 00:03:21,146
พวกเราจะได้นำมาใช้ในชีวิต

52
00:03:21,148 --> 00:03:25,148
ประจำวัน ในการเรียน หรือการใช้ชีวิตนะคะ

53
00:03:25,150 --> 00:03:29,150
ในการเขียนภาษาไทยได้ถูกต้องด้วยนะคะ

54
00:03:29,152 --> 00:03:33,152
ในท้ายวิชา

55
00:03:33,153 --> 00:03:37,153
ก็จะตรวจงานของสัปดาห์ที่แล้วนะ

56
00:03:37,154 --> 00:03:41,154
ที่ให้นักศึกษาไปค้นหา คนละ 10 คำ

57
00:03:41,155 --> 00:03:45,155
10 ท่านะคะ แล้วก็ทดสอบทีละคน

58
00:03:45,156 --> 00:03:49,156
เราจะทำแบบนี้ทุก ๆ สัปดาห์

59
00:03:49,156 --> 00:03:53,156
นะคะ จะให้นักศึกษา

60
00:03:53,159 --> 00:03:57,159
เขียนคำศัพท์ แล้วก็ทำภาษามือ

61
00:03:57,160 --> 00:04:01,160
เพื่อจะได้เข้าใจตรงกันระหว่างคำศัพท์กับ

62
00:04:01,161 --> 00:04:05,161
ภาษาเขียน ภาษาเขัยน กับภาษามือ เข้าใจตรวงกันย

63
00:04:05,162 --> 00:04:09,162
เรามาดู

64
00:04:09,165 --> 00:04:13,165
รายละเอียดของวิชาภาษามือไทยเบื้องต้นนะคะ

65
00:04:13,167 --> 00:04:17,167

66
00:04:17,168 --> 00:04:21,168
ก็ภาษามือไทยเบื้องต้น ก็

67
00:04:21,169 --> 00:04:25,169
3 หน่วยกิตนะคะ ก็จะประมาณ

68
00:04:25,171 --> 00:04:29,171
15 ชั่วโมง อาจจะไม่ได้เรียนเต็มทั้งหมด

69
00:04:29,171 --> 00:04:33,171
ถ้าหากมีกิจกรรมก็จะให้นักศึกษาไปร่วม

70
00:04:33,171 --> 00:04:37,171
ช่วยกิจกรรมของสาขาของคณะนะคะ ก็จะ

71
00:04:37,172 --> 00:04:41,172
เป็นคะแนนในส่วนตรงนี้ ให้ถัวเฉลี่ยไปนะคะ

72
00:04:41,174 --> 00:04:45,174

73
00:04:45,176 --> 00:04:49,176

74
00:04:49,178 --> 00:04:53,178
จุดประสงค์

75
00:04:53,180 --> 00:04:57,180
หรือจุดมุ่งหมายของรายวิชานี้

76
00:04:57,181 --> 00:05:01,181
นะคะ ก็เพื่อที่จะให้นักศึกษา

77
00:05:01,182 --> 00:05:05,182
มีทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน

78
00:05:05,183 --> 00:05:09,183
และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่นะคะ

79
00:05:09,184 --> 00:05:13,184
ก็คืองานการบ้านของวิชา

80
00:05:13,185 --> 00:05:17,185
ภาษามือไทยนะคะ แล้วก็หน้าที่ในการเรียน

81
00:05:17,187 --> 00:05:21,187
ขอนัดหมายนะ

82
00:05:21,187 --> 00:05:25,187
เวลาเรียน 9 โมงนะคะ มาให้

83
00:05:25,191 --> 00:05:29,191
เวลาด้วย เพราะตอนนี้ไม่ใช่มีแค่เรา

84
00:05:29,192 --> 00:05:33,192
นะคะ ก็จะมีพี่ล่ามออนไลน์

85
00:05:33,194 --> 00:05:37,194
ทางไกลด้วยนะคะ ที่จะมารอพวกเรา

86
00:05:37,199 --> 00:05:41,199
ก้ไม่อยากให้พี่รอ แล้วเราก็ไม่อยากรอพี่นะคะ

87
00:05:41,200 --> 00:05:45,200
ถ้าอย่างนั้นให้นักศึกษามาให้ตรงเวลานะคะ

88
00:05:45,202 --> 00:05:49,202
มีหน้าที่เรียน ก็มาเรียนนะคะ

89
00:05:49,203 --> 00:05:53,203
หรือถ้าเหตุไม่สบาย

90
00:05:53,214 --> 00:05:57,214
มีเหตุกรณีใด ๆ ก็แจ้ง พี่ที่

91
00:05:57,216 --> 00:06:01,216
ดูแลพี่พลอยกับพี่อุ่ย หรือแจ้ง

92
00:06:01,217 --> 00:06:05,217
อาจารย์ หรือแจ้งเพื่อน ๆ นะคะ

93
00:06:05,219 --> 00:06:09,219
ไม่สบายมาไม่ได้ หรือมีเหตุธุระอันใด

94
00:06:09,221 --> 00:06:13,221
ลาได้นะคะ แต่ขอให้นักศึกษาแจ้งนะคะ

95
00:06:13,222 --> 00:06:17,222
จุดประสงค์ที่ 2

96
00:06:17,223 --> 00:06:21,223
ก็เพื่อให้นักศึกษาสามารถประยุกต์ใช้

97
00:06:21,224 --> 00:06:25,224
ความรู้ให้เป็นหลักในการดำเนินชีวิตและ

98
00:06:25,226 --> 00:06:29,226
ประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิผล

99
00:06:29,228 --> 00:06:33,228
ในห้องนี้

100
00:06:33,229 --> 00:06:37,229
มีใครหูตึงไหมคะ

101
00:06:37,230 --> 00:06:41,230
มิ่งใช่ไหม แต่ว่ามิ่ง

102
00:06:41,231 --> 00:06:45,231
พอได้ยินอยู่นะ แต่ไม่ได้ใช้ภาษามือใช่ไหม

103
00:06:45,233 --> 00:06:49,233
ถ้า...

104
00:06:49,234 --> 00:06:53,234
ถ้าเรียนวิชานี้ อาจจะไปถึง พูดถึงอนาคตนะ ถ้าสมมติว่า

105
00:06:53,235 --> 00:06:57,235
มิ่งเรียนรู้ภาษามือ หรือ

106
00:06:57,236 --> 00:07:01,236
มีความชำนาญด้านภาษามือ มิ่งก็สามารถที่จะไป

107
00:07:01,237 --> 00:07:05,237
เป็นอาชีพล่ามแปลภาษามือ

108
00:07:05,239 --> 00:07:09,239
อย่างที่ ที่ทำภาษามือออนไลน์ได้นะคะ

109
00:07:09,240 --> 00:07:13,240
ไม่เป็นนักโปรแกรมเมอร์ หรือนักเกี่ยวกับเทคโนโลยี

110
00:07:13,243 --> 00:07:17,243
สารสนเทศ ก็สามารถนำความรู้วิชานี้ไปประกอบ

111
00:07:17,243 --> 00:07:21,243
อาชีพอื่น ๆ ได้นะคะ

112
00:07:21,245 --> 00:07:25,245
หรือเป็น Job นิด ๆ หน่อย ๆ นะคะ ไปช่วย

113
00:07:25,246 --> 00:07:29,246
บริการที่โรงพยาบาลหรือเพื่อน ๆ

114
00:07:29,247 --> 00:07:33,247
ไม่สบายอย่างนี้ค่ะ ไปสามารถให้บริการได้

115
00:07:33,247 --> 00:07:37,247
ข้อได้เปรียบของคนหูตึง

116
00:07:37,249 --> 00:07:41,249
นะคะ จะสามารถที่จะได้ยิน พอได้ยินแล้ว

117
00:07:41,250 --> 00:07:45,250
สามารถที่จะใช้ภาษามือสามารถแปลได้นะคะ

118
00:07:45,251 --> 00:07:49,251
ไม่ใช่แค่มิ่งนะคะ อุบลก็สามารถนำ

119
00:07:49,252 --> 00:07:53,252
ความรู้ตรงนี้ไปประกอบอาชีพได้เหมือนกันนะคะ

120
00:07:53,253 --> 00:07:57,253
ส่วนหูหนวก

121
00:07:57,253 --> 00:08:01,253
ก็ไม่ใช่แค่ภาษามือนะคะ อาจจะเป็น

122
00:08:01,255 --> 00:08:05,255
ไม่รู้ว่าอนาคตต่อไปอาจจะไปเป็นคุณครูก็ได้

123
00:08:05,255 --> 00:08:09,255
นะคะ ก็นำความรู้

124
00:08:09,257 --> 00:08:13,257
วิชาภาษามือไทย ด้วยการที่เราเรียน

125
00:08:13,257 --> 00:08:17,257
ภาษามือไทยนะ เราก็จะมีเรียนภาษาไทยควบคู่กันไปด้วย

126
00:08:17,259 --> 00:08:21,259
นะคะ ก็อาจจะนำความรู้ทางด้านภาษาไทย ไปใช้สอน

127
00:08:21,260 --> 00:08:25,260
นักเรียนหรือนำภาษาไทยไปใช้

128
00:08:25,264 --> 00:08:29,264
กับงานที่ตนได้ทำ ประกอบอาชีพนะคะ

129
00:08:29,265 --> 00:08:33,265
อย่างเช่น การออกแบบอย่างนี้ค่ะ

130
00:08:33,266 --> 00:08:37,266
ก็จะต้องมีข้อความใช่ไหมคะ ในการ

131
00:08:37,269 --> 00:08:41,269
ออกแบบข้อความก็ต้องมีการสะกดมีการเขียนคำ

132
00:08:41,270 --> 00:08:45,270
ให้ถูกต้อง นักศึกษาก็จะได้

133
00:08:45,273 --> 00:08:49,273
นำความรู้ตรงนี้ไปใช้แล้วก็ไปประยุกต์ใช้ด้วย

134
00:08:49,274 --> 00:08:53,274
นะคะ จุดประสงค์ที่ 3 นะคะ ให้นักศึกษา

135
00:08:53,274 --> 00:08:57,274
สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

136
00:08:57,275 --> 00:09:01,275
ในการติดต่อสื่อสารกันได้อย่างสร้างสรรค์

137
00:09:01,277 --> 00:09:05,277
อาจจะมีวิธีการหรือแนวทาง

138
00:09:05,277 --> 00:09:09,277
ในการมช้เทคโนโลยีนะคะ

139
00:09:09,279 --> 00:09:13,279
อย่างเช่น ใช้บริการ

140
00:09:13,280 --> 00:09:17,280
TTRS หรือการใช้บริการล่ามออนไลน์

141
00:09:17,280 --> 00:09:21,280
ของ TTRS ในห้องเรียนหรือห้องประชุม ใน

142
00:09:21,282 --> 00:09:25,282
ห้องสัมมนา อาจจะขอเป็นครั้งคราวอย่างนี้นะค

143
00:09:25,283 --> 00:09:29,283
ก็รู้วิธีการว่าจะต้อง

144
00:09:29,285 --> 00:09:33,285
เชื่อมต่อกันอย่างไร ใช้โปรแกรม

145
00:09:33,286 --> 00:09:37,286
อย่างไรอย่างนี้นะคะ

146
00:09:37,287 --> 00:09:41,287
อันนี้ก็คือจุดประสงค์ของรายวิชา

147
00:09:41,288 --> 00:09:45,288
ภาษามือไทยเบื้องต้นนะคะ

148
00:09:45,289 --> 00:09:49,289
จำนวนชั่วโมง

149
00:09:49,290 --> 00:09:53,290
ที่ใช้เรียนนะคะ ตามตารางเรียนเราจะเป็น 4 ชั่วโมง

150
00:09:53,291 --> 00:09:57,291
ใช่ไหมคะ แต่ในการ

151
00:09:57,292 --> 00:10:01,292
ปฎิบัติเราก็อาจจะเรียนแค่ 2 ชั่วโมง

152
00:10:01,294 --> 00:10:05,294
แต่อาจารย์จะพยายามให้เราเข้ามาเรียน เพื่อจะได้

153
00:10:05,294 --> 00:10:09,294
ใช้ภาษามือในการปฏิบัติ

154
00:10:09,296 --> 00:10:13,296
ร่วมกันกับเพื่อน ๆ นะคะ ที่เป็นทั้งหูดี

155
00:10:13,297 --> 00:10:17,297
หู เป็นเพื่อนปกตินะคะ

156
00:10:17,299 --> 00:10:21,299
ประมาณ 2 ชั่วโมง อีก 2 ชั่วโมง จะเปฉฉ็ฉแน

157
00:10:21,301 --> 00:10:25,301
การบรรยายภาคทฤษฎี ในส่วนนี้

158
00:10:25,303 --> 00:10:29,303
ก็อาจจะน้อยลง ก็อาจจะเป็นส่วนต้น ๆ นะคะ ของ

159
00:10:29,304 --> 00:10:33,304
สัปดาห์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 เป็นภาคทฤษฎี

160
00:10:33,305 --> 00:10:37,305
ก็จะเล่าถึง

161
00:10:37,307 --> 00:10:41,307
ประวัติความเป็นมาของภาษามือไทย

162
00:10:41,308 --> 00:10:45,308
แล้วก็หลักการ แนวทาง ในการใช้

163
00:10:45,309 --> 00:10:49,309
ภาษามือไทยเรานะคะ

164
00:10:49,311 --> 00:10:53,311
ในอีก 5 ชั่วโมง ก็จะเป็นการศึกษา

165
00:10:53,314 --> 00:10:57,314
ด้วยตนเอง ก็คือโดยประมาณ 15 ครั้ง

166
00:10:57,315 --> 00:11:01,315
อาจจะเป็นอยู่ 5 สัปดาห์

167
00:11:01,316 --> 00:11:05,316
นะคะ ให้นักศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือ

168
00:11:05,317 --> 00:11:09,317
ทำงาน ทำการบ้านที่บ้านนะคะ

169
00:11:09,318 --> 00:11:13,318

170
00:11:13,318 --> 00:11:17,318

171
00:11:17,320 --> 00:11:21,320
อันนี้ให้นักศึกษาไปอ่านเองแล้วกันนะ

172
00:11:21,323 --> 00:11:25,323
ก็แล้วกันนะ ในรายละเอียดด้านอื่น ๆ นะ

173
00:11:25,324 --> 00:11:29,324

174
00:11:29,324 --> 00:11:33,324
อันนี้คือแผน

175
00:11:33,327 --> 00:11:37,327
การเรียนของพวกเรานะคะ

176
00:11:37,328 --> 00:11:41,328

177
00:11:41,331 --> 00:11:45,331
เราจะเจอกันอยู่ประมาณ

178
00:11:45,333 --> 00:11:49,333
สัก 10... 14 สัปดาห์นะคะ

179
00:11:49,335 --> 00:11:53,335
ถ้าจะเจอกันจริง ๆ นะ

180
00:11:53,340 --> 00:11:57,340
ก็จะมีสอบกลางภาค แล้วก็

181
00:11:57,341 --> 00:12:01,341
สอบปลายภาค ก็จะ

182
00:12:01,346 --> 00:12:05,346
ลดไปนะคะ อาตจจะเป็นเก็บคะแนนในชั่วโมงเรียนนะคะ

183
00:12:05,347 --> 00:12:09,347
การสอบกลางภาค กับปลายภาคก็อาจจะไม่มี

184
00:12:09,348 --> 00:12:13,348
ก็จะเก็บคะแนนของเราในชั่วโมงเรียน ถ้าใคร

185
00:12:13,350 --> 00:12:17,350
มาทุกวันก็จะมีคะแนนความรับผิดชอบ

186
00:12:17,351 --> 00:12:21,351
ในการมาเรียนนะคะ แต่ว่าถ้าป่วย

187
00:12:21,352 --> 00:12:25,352
ก็ไม่เป็นไร ถือว่าให้แจ้งลา

188
00:12:25,353 --> 00:12:29,353
นะคะ

189
00:12:29,354 --> 00:12:33,354
ชั่วโมงแรกก็จะเป็นการ

190
00:12:33,356 --> 00:12:37,356
ปฐมนิเทศนะ แต่ว่าอาจารย์ก็ไม่ปฐมนิเทศนะ

191
00:12:37,358 --> 00:12:41,358
เป็นให้พวกเราทำงาน

192
00:12:41,359 --> 00:12:45,359
มาส่งนะคะ ก็จะเป็นการทดสอบ

193
00:12:45,361 --> 00:12:49,361
ความรู้ด้วย ทดสอบวิธีการใช้ภาษามือก่อนนะคะ

194
00:12:49,362 --> 00:12:53,362
แต่ว่าสัปดาห์นี้ เป็นสัปดาห์ ที่ 2

195
00:12:53,364 --> 00:12:57,364
อาจารย์อาจจะมีการสลับกันนะ อาจจะมีการ

196
00:12:57,365 --> 00:13:01,365
ปฐมนิเทศ ก็มีชี้แจงรายละเอียดรายวิชานะคะ

197
00:13:01,367 --> 00:13:05,367
แล้วก็อาจจะรวบรัดนะคะ

198
00:13:05,369 --> 00:13:09,369
ของสัปดาห์นี้ ก็จะให้ความรู้

199
00:13:09,369 --> 00:13:13,369
ผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินนะคะ

200
00:13:13,370 --> 00:13:17,370
สัปดาห์ที่ 3

201
00:13:17,371 --> 00:13:21,371
ให้ความหมายความสำคัญ และหลักการใช้ของ

202
00:13:21,372 --> 00:13:25,372
ภาษามือไทย อาจารย์ก็จะบรรยายนะคะ

203
00:13:25,373 --> 00:13:29,373
อาจจะมีให้นักศึกษายกตัวอย่าง

204
00:13:29,374 --> 00:13:33,374
อาจารย์ยกตัวอย่างด้วยนะคะ

205
00:13:33,374 --> 00:13:37,374
อันนี้ขออภัยอาจารย์พิมพ์ผิด

206
00:13:37,375 --> 00:13:41,375
สัปดาห์ที่ 4

207
00:13:41,378 --> 00:13:45,378
เป็นการฝึกบริหารนิ้วมือนะคะ

208
00:13:45,379 --> 00:13:49,379
ก็มีการฝึกนับตัวเลขนะคะ

209
00:13:49,381 --> 00:13:53,381
อาจจะมีการเล่นเกมร่วมด้วยนะคะ เล่นกิจกรรม

210
00:13:53,382 --> 00:13:57,382
ร่วมด้วยนะคะ เพื่อให้บรรยายกาศการเรียนไม่ซีเรียสนะคะ

211
00:13:57,382 --> 00:14:01,382
การสะกดตัวอักษร

212
00:14:01,384 --> 00:14:05,384
ภาษาอังกฤษ อาจจะมีเล่นเกม

213
00:14:05,385 --> 00:14:09,385
ในการทบทวนการจำแต่ละตัวอักษร

214
00:14:09,386 --> 00:14:13,386
นะคะ สัปดาห์ที่ 5 ภาษามือ

215
00:14:13,388 --> 00:14:17,388
ไทยในชีวิตประจำวันการสะกด

216
00:14:17,389 --> 00:14:21,389
ตัวอักษรภาษาไทยนะคะ เพราะอาจจะมี

217
00:14:21,390 --> 00:14:25,390
เกี่ยวข้องกับเราอยู่ในชีวิตประจำวันอยู่

218
00:14:25,390 --> 00:14:29,390
ตลอดนะคะ อย่างเช่นบางคำ

219
00:14:29,393 --> 00:14:33,393
เราไม่รู้จักคำศัพท์ภาษามือ

220
00:14:33,394 --> 00:14:37,394
เราก็จะใช้การสะกดนิ้วมือนะคะ

221
00:14:37,395 --> 00:14:41,395
อย่างเช่น บางตัวอย่างนี้ค่ะ

222
00:14:41,396 --> 00:14:45,396
นักศึกษาก็จำไม่ได้หรือสับสน

223
00:14:45,398 --> 00:14:49,398
อย่างเช่น ตัว ฐ ฐานอย่างนี้ค่ะ

224
00:14:49,399 --> 00:14:53,399
ตัว ฏ ปฏัก

225
00:14:53,401 --> 00:14:57,401
ตัวที่ไม่ค่อยได้ใช้อย่างนี้ค่ะ อาจจะลืม

226
00:14:57,403 --> 00:15:01,403
ไปนะคะ ก็ฝึกทบมวนด้วย

227
00:15:01,405 --> 00:15:05,405
แล้วก็ฝึก

228
00:15:05,406 --> 00:15:09,406
การสะกดชื่อนะคะ อันนี้ก็จะไปเกี่ยวกับจุดประสงค์

229
00:15:09,406 --> 00:15:13,406
ด้วยนะคะ การสะกดชื่อหรือ

230
00:15:13,408 --> 00:15:17,408
สะกดคำต่าง ๆ นะคะ เพราะว่า

231
00:15:17,409 --> 00:15:21,409
เวลาเราใช้มือในการสะกดน่ะค่ะ

232
00:15:21,410 --> 00:15:25,410
กับเวลาเราไปใช้แป้นพิมพ์ มันจะ

233
00:15:25,413 --> 00:15:29,413
เรียงลำดับไม่เหมือนกันนะคะ อย่างเช่น คำว่า "

234
00:15:29,415 --> 00:15:33,415
เรียนอย่างนี้ค่ะ เราสะกดมือเรียน เราก็

235
00:15:33,416 --> 00:15:37,416
สระเอ ร เรือ สระอี ย ยักษ์

236
00:15:37,417 --> 00:15:41,417
น หนู ใช่ไหมคะ แป้นพิมพ์

237
00:15:41,418 --> 00:15:45,418
เรียงลำดับเหมือนกันใช่ไหมคะ

238
00:15:45,419 --> 00:15:49,419
อันนี้ก็จะเป็นการนำประยุกต์ใช้

239
00:15:49,420 --> 00:15:53,420
ในชีวิตประจำวันได้ด้วยนะคะ

240
00:15:53,425 --> 00:15:57,425
การสะกดมือ กับสะกด

241
00:15:57,426 --> 00:16:01,426
แป้นพิมพ์ ก็จะเรียงลำดับเหมือนกันนะคะ

242
00:16:01,428 --> 00:16:05,428
ก็จะช่วยให้เรา พิมพ์

243
00:16:05,429 --> 00:16:09,429
คำคำนั้นได้ถูกต้องตาม

244
00:16:09,430 --> 00:16:13,430
การสะกดภาษาไทยนะคะ แล้วก็หลักการ

245
00:16:13,431 --> 00:16:17,431
สะกดภาษามือด้วยนะคะ ถ้าไปสื่อสาร

246
00:16:17,432 --> 00:16:21,432
กับคนปกติ ก็จะเข้าใจนะคะ

247
00:16:21,434 --> 00:16:25,434
ว่าตัวนี้เขียนก่อน เขียนหลัง เพราะหูหนวก

248
00:16:25,435 --> 00:16:29,435
เรานะ ตามที่อาจารย์เห็น ก็มักจะเขียน

249
00:16:29,436 --> 00:16:33,436
ตำแหน่งของสระ ของวรรณยุกต์

250
00:16:33,439 --> 00:16:37,439
ของส่วนต่าง ๆ ของการสะกด

251
00:16:37,442 --> 00:16:41,442
ผิดตำแหน่งไปก็มีนะคะ

252
00:16:41,443 --> 00:16:45,443
นี่ก็จะเป็นการทบทวนเราด้วยนะคะ

253
00:16:45,445 --> 00:16:49,445
ในสัปดาห์ที่ 7 ก็จะเป็น

254
00:16:49,446 --> 00:16:53,446
การบอกเวลา

255
00:16:53,448 --> 00:16:57,448
เวลาต่าง ๆ เช้า เที่ยง เย็น

256
00:16:57,449 --> 00:17:01,449
ตอนเวลามืด บอกเวลาเป็นตัวเลขนะคะ

257
00:17:01,451 --> 00:17:05,451
บอกเป็นวัน เกิด

258
00:17:05,454 --> 00:17:09,454
วันที่เท่าไร อะไรอย่างนี้ เหตุเกิดวันที่เท่าไร

259
00:17:09,455 --> 00:17:13,455
นะคะ

260
00:17:13,456 --> 00:17:17,456
การสอบปลายภาคจะไม่มีนะ จะเป็นการเก็บคะแบบ

261
00:17:17,457 --> 00:17:21,457
ในระหว่างเรียน ในระหว่างการเรียนนะคะ สัปดาห์ที่ 9

262
00:17:21,458 --> 00:17:25,458
ภาษามือในชีวิตประจำวัน เรื่อง ครอบครัว

263
00:17:25,460 --> 00:17:29,460
และตัวฉันนะคะ ก็จะเป็น

264
00:17:29,460 --> 00:17:33,460
ก็จะเป็นบอกในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเรา ชอบ ไม่ชอบ

265
00:17:33,461 --> 00:17:37,461
สีอะไร ประมาณนี้นะคะ แล้วก็ครอบครัว

266
00:17:37,463 --> 00:17:41,463
ลำดับของครอบครัว ญาติ พี่น้อง

267
00:17:41,464 --> 00:17:45,464
เกี่ยวข้องกันอย่างไรนะคะ

268
00:17:45,465 --> 00:17:49,465
ในความสัมพันธ์ของญาติ ของครอบครัวเรา

269
00:17:49,467 --> 00:17:53,467
นะคะ ในสัปดาห์ที่ 10

270
00:17:53,468 --> 00:17:57,468
ก็จะเป็นเรื่องอาหาร

271
00:17:57,469 --> 00:18:01,469
มีใครทำอาหารเป็นบ้างคะ

272
00:18:01,471 --> 00:18:05,471
ทำอาหาร

273
00:18:05,490 --> 00:18:09,490
เป็นไหมเอ่ย

274
00:18:09,492 --> 00:18:13,492
ก็อาจจะใช้ในสัปดาห์นี้นะคะ

275
00:18:13,494 --> 00:18:17,494
อาจจะให้นักศึกษาแต่ละคนมาจำลอง

276
00:18:17,496 --> 00:18:21,496
เหตุการณ์การใช้ภาษามือ ในการแนะนำ

277
00:18:21,497 --> 00:18:25,497
การทำอาหารนะคะ อย่างเช่น

278
00:18:25,498 --> 00:18:29,498
ครูจะต้มมาม่าอย่างนี้นะคะ ครูก็จะเริ่มจาก

279
00:18:29,499 --> 00:18:33,499
เริ่มจากแกะซองมาม่า

280
00:18:33,500 --> 00:18:37,500
ตั้งหม้อ เปิดไฟ ใส่น้ำ

281
00:18:37,500 --> 00:18:41,500
เป็นลำดับขั้นตอนนะคะ แล้วก็จะมีท่าลำดับภาษามือ

282
00:18:41,502 --> 00:18:45,502
ของคำศัพท์แล้วก็แนะนำมา ครุจะต้ม

283
00:18:45,503 --> 00:18:49,503
มาม่าครูจะมีใส่อะไรบ้าง ครูก็จะใช้ภาษามือ

284
00:18:49,504 --> 00:18:53,504
แนะนำ ว่ามีมาม่า มีไข่

285
00:18:53,505 --> 00:18:57,505
มีผักกาดขาว ก็จะทำภาษามือ

286
00:18:57,506 --> 00:19:01,506
ควบคู่ไปด้วยนะคะ ก้อาจจะให้นักศึกษา

287
00:19:01,507 --> 00:19:05,507
เขียนควบคู่ไปทุกสัปดาห์ด้วยนะคะ

288
00:19:05,510 --> 00:19:09,510
เขียน มาม่า คำว่า "มาม่า" เขียนว่าอย่างไร

289
00:19:09,511 --> 00:19:13,511
คำว่า "ไข้ต้ม" เขียนว่าอย่างไร ประกอบกันไว้ด้วย

290
00:19:13,512 --> 00:19:17,512
นะคะ จะได้เรียงลำดับการเขียนภาษาไทยไปด้วยนะ

291
00:19:17,513 --> 00:19:21,513
ต่อไปสัปดาห์ที่ 11

292
00:19:21,514 --> 00:19:25,514
มหาวิทยาลัยของฉันนะคะ

293
00:19:25,515 --> 00:19:29,515
ก็จะมาตกลงร่วมกันนะคะ

294
00:19:29,518 --> 00:19:33,518
ว่าสถานที่แต่ละสถานที่ในมหาวิทยาลัย

295
00:19:33,519 --> 00:19:37,519
เราใช้ภาษามือกันแบบไหนนะ

296
00:19:37,519 --> 00:19:41,519
อย่างเช่น หอใน มีชื่อ

297
00:19:41,520 --> 00:19:45,520
อย่างเช่น หอราชพฤษ์

298
00:19:45,523 --> 00:19:49,523
อยา่งนี้นะคะ แต่ว่าภาษามือจริง ๆ ไม่มี

299
00:19:49,524 --> 00:19:53,524
แต่เราจะมาตกลงกัน

300
00:19:53,526 --> 00:19:57,526
ใช้ภาษามือแบบไหน เราถึงจะ

301
00:19:57,527 --> 00:20:01,527
ใช้เรียก ใช้สื่อสารร่วมกันได้นะคะ

302
00:20:01,528 --> 00:20:05,528
อาคารศูนย์ DNS ต้องใช้ภาษามือแบบไหน

303
00:20:05,529 --> 00:20:09,529
อาคาร 13 ห้องเรียนของเราใช้ภาษามือแบบไหน

304
00:20:09,531 --> 00:20:13,531
อย่างนี้ค่ะ ก็จะมาตกลงกันนะ

305
00:20:13,532 --> 00:20:17,532
สัปดาห์ที่ 12

306
00:20:17,533 --> 00:20:21,533
หน่วยสถานที่ เราก็กลับมา

307
00:20:21,535 --> 00:20:25,535
เรียนรู้กับสถานที่ต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ในมหาวิทยาลัยเรา

308
00:20:25,536 --> 00:20:29,536
โรงเรียน วัด บ้าน

309
00:20:29,537 --> 00:20:33,537
หรือสถานที่สำคัญ ๆ

310
00:20:33,539 --> 00:20:37,539
กุงเทพฯ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

311
00:20:37,541 --> 00:20:41,541
อย่างนี้ค่ะ เราก็อาจจะมีโอกาส

312
00:20:41,542 --> 00:20:45,542
ได้ไปกรุงเทพฯ อาจจะได้ใช้ภาษามือ ใช้

313
00:20:45,544 --> 00:20:49,544
คำศัพท์นี้นะคะ โรงพยาบาล

314
00:20:49,547 --> 00:20:53,547
สถานีตำรวจ อาจจะได้ไป

315
00:20:53,549 --> 00:20:57,549
นะคะ ก็จะมาเรียนรู้กัน ใช้ภาษามือนะคะ

316
00:20:57,551 --> 00:21:01,551

317
00:21:01,552 --> 00:21:05,552
ในสัปดาห์ที่ 13 นะคะ

318
00:21:05,555 --> 00:21:09,555
ก็จะให้นักศึกษา

319
00:21:09,555 --> 00:21:13,555
เรียนรู้เรื่องราว

320
00:21:13,557 --> 00:21:17,557
จากการใช้ภาษามือนะคะ แล้ว

321
00:21:17,558 --> 00:21:21,558
ให้นักศึกษาแปล หรือ

322
00:21:21,559 --> 00:21:25,559
สรุปเรื่องราวนั้น ๆ นะคะ เป็นภาษาเขียน

323
00:21:25,560 --> 00:21:29,560
จะทดสอบว่านักศึกษาดูภาษามือแล้ว

324
00:21:29,561 --> 00:21:33,561
เข้าใจอย่างไร เข้าใจคำศัพท์แบบไหน

325
00:21:33,562 --> 00:21:37,562
นะคะ

326
00:21:37,563 --> 00:21:41,563

327
00:21:41,564 --> 00:21:45,564
สัปดาห์ที่

328
00:21:45,566 --> 00:21:49,566
14-15 หลังจากที่นักศึกษา

329
00:21:49,568 --> 00:21:53,568
เรียนไปครบแล้วนะคะ อาจจะให้นักศึกษา

330
00:21:53,569 --> 00:21:57,569
ทำเป็นงานกลุ่ม ของเรา

331
00:21:57,571 --> 00:22:01,571
อาจจะ 2 กลุ่มก็ได้ อาจจะให้

332
00:22:01,572 --> 00:22:05,572
ทำเป็นเพลงนะคะ เพลง ๆ หนึ่ง แล้ว

333
00:22:05,573 --> 00:22:09,573
แกะเพลงนั้นมาเป็นภาษามือ แล้วก็อัดวิดีโอ อาจจะ

334
00:22:09,573 --> 00:22:13,573
ทำลงโซเซียลนะคะ สื่อ

335
00:22:13,574 --> 00:22:17,574
เผยแพร่ว่าในรายวิชาภาษามือ

336
00:22:17,576 --> 00:22:21,576
เราได้ความรู้แบบไหน เราส่ง

337
00:22:21,577 --> 00:22:25,577
ภาษามือออกไปให้คนได้รู้จักว่า

338
00:22:25,578 --> 00:22:29,578
การที่จะพูดคุยกับคนหูหนวกต้องพูดคุยผ่านอะไร

339
00:22:29,579 --> 00:22:33,579
อย่างไรอย่างนี้ค่ะ

340
00:22:33,580 --> 00:22:37,580
หรือ

341
00:22:37,581 --> 00:22:41,581
อาจจะเป็นให้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว

342
00:22:41,584 --> 00:22:45,584
ที่นักศึกษาชื่อนชอบ หรือสถานที่

343
00:22:45,585 --> 00:22:49,585
ท่องเที่ยวของจังหวัดสกลนครนะคะ ทำเป็น

344
00:22:49,587 --> 00:22:53,587
ภาษามือ น้อง ๆ นักศึกษาเห็น

345
00:22:53,588 --> 00:22:57,588
รุ่นพี่เราไหมคะ ที่เราโปรเจกต์นะ เกี่ยวกับ

346
00:22:57,591 --> 00:23:01,591
สถานที่ท่องเที่ยว อาจจะไม่แน่ รุ่นเราอาจจะ

347
00:23:01,591 --> 00:23:05,591
ทำเหมือนรุ่นพี่ก็ได้นะคะ ในการทำ

348
00:23:05,592 --> 00:23:09,592
คลิปวิดีโอแนะนำท่องเที่ยว แนะนำภาษามือ

349
00:23:09,593 --> 00:23:13,593
อัดเป็นคลิปภาษามือนะคะ

350
00:23:13,594 --> 00:23:17,594
ก็จะได้ฝึกภาษามือ

351
00:23:17,596 --> 00:23:21,596
ให้ถูกต้องกับคำศัพท์

352
00:23:21,599 --> 00:23:25,599
ของภาษาไทยนะคะ เพื่อที่จะไปเผยแพร่

353
00:23:25,599 --> 00:23:29,599
ให้คนหูดี คนข้างนอก

354
00:23:29,600 --> 00:23:33,600
ได้รู้ ได้เข้าใจว่าภาษาคำไทยนี้

355
00:23:33,601 --> 00:23:37,601
ภาษามืออย่างนี้ ก็จะได้ไปประยุกต์ใช้ ไป

356
00:23:37,602 --> 00:23:41,602
ปรับปรุงใช้ ได้สื่อสารกับคนหูหนวกเรานะ

357
00:23:41,603 --> 00:23:45,603
การตัดเกรดนะคะ

358
00:23:45,604 --> 00:23:49,604
ก็ตามนี้นะคะ

359
00:23:49,606 --> 00:23:53,606
ก็ให้นักศึกษาไปเปิดทบทวนดูนะคะ คะแนน

360
00:23:53,607 --> 00:23:57,607
จะมาจากไหน มาจากเราเข้าเรียนทุกคาบนะคะ

361
00:23:57,608 --> 00:24:01,608
แล้วก็มีกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ๆ

362
00:24:01,609 --> 00:24:05,609
อาจจะให้อาจารย์อาจจะให้คะแนน

363
00:24:05,610 --> 00:24:09,610
จากการสังเกตนะคะ จากเรียนนะคะ ว่า

364
00:24:09,612 --> 00:24:13,612
ทุกคน ตามรายชื่อนะคะ

365
00:24:13,613 --> 00:24:17,613
มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม

366
00:24:17,614 --> 00:24:21,614
หรืออาจจะมีคะแนนการเขียน Peper

367
00:24:21,615 --> 00:24:25,615
เขียนกระดาษ เขียนเป็นคำศัพท์ท้ายชั่วโมงนะคะ

368
00:24:25,617 --> 00:24:29,617
หรือกลับไปเขียนที่บ้าน ให้ส่งใน classroom นะคะ

369
00:24:29,618 --> 00:24:33,618
ก็จะเก็บคะแนนตรงนั้น นำ

370
00:24:33,621 --> 00:24:37,621
คะแนนตรงนั้นนะคะ มา

371
00:24:37,622 --> 00:24:41,622
รวมกันเป็นคะแนนออกเกรดให้นะคะ

372
00:24:41,623 --> 00:24:45,623
หนังสือที่ใช้ในการสอน

373
00:24:45,624 --> 00:24:49,624
ก็จะเป็นหนังสือภาษามือไทย เล่ม 1-6

374
00:24:49,627 --> 00:24:53,627
นะคะ แล้วก็จะมีเพิ่มเติมนะ เป็นเว็บไซต์

375
00:24:53,628 --> 00:24:57,628
ของสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย

376
00:24:57,630 --> 00:25:01,630
แล้วก็ของ...

377
00:25:01,631 --> 00:25:05,631
NECTEC นะคะ เว็บไซต์ของ NECTEC

378
00:25:05,631 --> 00:25:09,631
ที่ให้นักศึกษาไปค้นคว้าภาษามือนะ

379
00:25:09,633 --> 00:25:13,633
นี่เป็น 3 ช่องทางนะคะ

380
00:25:13,633 --> 00:25:17,633
ของหนังสือภาษามือไทย ก็อยู่ในเว็บไซต์ก็มีนะคะ

381
00:25:17,634 --> 00:25:21,634
เดี๋ยวหลังจากวันนี้ไป

382
00:25:21,636 --> 00:25:25,636
เดี๋ยวอาจารย์จะเพิ่มให้อีกนะคะ ก็จะมี  3 ช่องทาง

383
00:25:25,637 --> 00:25:29,637
นะคะ ที่เราจะสามารถ

384
00:25:29,638 --> 00:25:33,638
ไปเรียนรู้ภาษามือไทยเพิ่มเติมได้นะคะ

385
00:25:33,639 --> 00:25:37,639
หรือเวลาเราใช้ชีวิตประจำวันอย่างนี้ค่ะ

386
00:25:37,640 --> 00:25:41,640
คำศัพท์บางคำ ภาษาไทยบางคำ

387
00:25:41,641 --> 00:25:45,641
ว่าต้องใช้ภาษามือแบบไหน

388
00:25:45,642 --> 00:25:49,642
ความหมายแบบไหนนะคะ ก็ให้พวกเราไปสืบค้น

389
00:25:49,643 --> 00:25:53,643
ในเว็บไซต์ที่อาจารย์ส่งให้

390
00:25:53,645 --> 00:25:57,645
นะคะ เราจะได้รู้ว่าภาษามือนี้ มัน

391
00:25:57,646 --> 00:26:01,646
ใช้แบบนี้นะ เราก็นำภาษามือนั้นมาใช้

392
00:26:01,647 --> 00:26:05,647
ในการสื่อสาร ก็คนหูหนวก

393
00:26:05,651 --> 00:26:09,651
อื่น ๆ ก็จะได้รู้

394
00:26:09,652 --> 00:26:13,652
ได้เข้าใขตรงกันกับภาษาที่เราสื่อไปนะคะ

395
00:26:13,654 --> 00:26:17,654

396
00:26:17,655 --> 00:26:21,655

397
00:26:21,656 --> 00:26:25,656
สำหรับการบรรยายรายละเอียด

398
00:26:25,657 --> 00:26:29,657
ของวิชาภาษามือไทย ก็หมดไปนะคะ

399
00:26:29,659 --> 00:26:33,659

400
00:26:33,659 --> 00:26:37,659
เดี๋ยวตอนนี้

401
00:26:37,661 --> 00:26:41,661
อาจารย์จะให้เรามาละลายพฤติกรรมนะ

402
00:26:41,662 --> 00:26:45,662
เดี๋ยวนะคะ

403
00:26:45,663 --> 00:26:49,663

404
00:26:49,663 --> 00:26:53,663

405
00:26:53,666 --> 00:26:57,666
ได้ขยับเขยื้อนตัวนะคะ เดี๋ยวอาจารย์หา...

406
00:26:57,669 --> 00:27:01,669

407
00:27:01,671 --> 00:27:05,671

408
00:27:05,672 --> 00:27:09,672
ใช่ ๆ

409
00:27:09,673 --> 00:27:13,673

410
00:27:13,675 --> 00:27:17,675
เดี๋ยวพี่ล่ามรอสักครู่นะคะ

411
00:27:17,678 --> 00:27:21,678

412
00:27:21,680 --> 00:27:25,680

413
00:27:25,681 --> 00:27:29,681

414
00:27:29,683 --> 00:27:33,683

415
00:27:33,684 --> 00:27:37,684

416
00:27:37,688 --> 00:27:41,688

417
00:27:41,690 --> 00:27:45,690

418
00:27:45,691 --> 00:27:49,691

419
00:27:49,699 --> 00:27:53,699

420
00:27:53,703 --> 00:27:57,703

421
00:27:57,708 --> 00:28:01,708

422
00:28:01,714 --> 00:28:05,714

423
00:28:05,719 --> 00:28:09,719

424
00:28:09,723 --> 00:28:13,723

425
00:28:13,725 --> 00:28:17,725

426
00:28:17,728 --> 00:28:21,728

427
00:28:21,731 --> 00:28:25,731

428
00:28:25,733 --> 00:28:29,733
เดี๋ยว

429
00:28:29,734 --> 00:28:33,734
อาจารย์จะให้นักศึกษานะคะ ทุกคน

430
00:28:33,736 --> 00:28:37,736
ได้ขยับเขยื้อนก่อนที่จะเรียนภาษามือนะ

431
00:28:37,737 --> 00:28:41,737
เป็นอวัจภา

432
00:28:41,740 --> 00:28:45,740
นะคะ จะเป็นอยู่ในกลุ่มหมวดเดียวกันของภาษานะ

433
00:28:45,742 --> 00:28:49,742
คือ การแสดงท่าทาง

434
00:28:49,743 --> 00:28:53,743
แทนการเขียน การอ่าน การพูดนะคะ เขา

435
00:28:53,744 --> 00:28:57,744
เรียกว่า อวัจนภาษา

436
00:28:57,745 --> 00:29:01,745
เดี๋ยวอาจารย์จะให้พวกเรานะคะ

437
00:29:01,746 --> 00:29:05,746
ทำท่าตามภาพที่อาจารย์ขึ้นโชว์

438
00:29:05,747 --> 00:29:09,747
นะคะ เดี๋ยวให้พี่พลอย พี่อุ้ยนะคะ

439
00:29:09,750 --> 00:29:13,750
ช่วยถ่ายรูปน้องไว้ในกิจกรรมการเรียน

440
00:29:13,752 --> 00:29:17,752
ของเรานะคะ จาก...

441
00:29:17,753 --> 00:29:21,753
จะเพิ่มจำนวนคนเป็นทีละจำนวนนะคะ

442
00:29:21,754 --> 00:29:25,754
ให้นักศึกษายืนค่ะ นักศึกษายืน

443
00:29:25,755 --> 00:29:29,755
เคลื่อนไหวนะคะ เป็นการแสดง

444
00:29:29,757 --> 00:29:33,757
อวัจนภาษา

445
00:29:33,758 --> 00:29:37,758
ในภาษามือเรา

446
00:29:37,761 --> 00:29:41,761
นะคะ ก็จะมีการแสดง

447
00:29:41,763 --> 00:29:45,763
ทั้งท่ามือใช่ไหมคะ

448
00:29:45,763 --> 00:29:49,763
สีหน้า ท่าทาง ตำแหน่งของมือนะคะ

449
00:29:49,768 --> 00:29:53,768
อาจารย์ก็ให้นักศึกษา

450
00:29:53,769 --> 00:29:57,769
มีส่วนร่วมในการแสดงอวัจนะภาษานะคะ

451
00:29:57,770 --> 00:30:01,770
โดยการทำท่าตามภาพนี้นะคะ

452
00:30:01,772 --> 00:30:05,772
แต่ละภาพนะคะ เดี๋ยวให้พี่ ๆ เก็บภาพ

453
00:30:05,779 --> 00:30:09,779
เพื่อเป็นภาพความประทับใจ ท่าที่ 1 ทำอย่างไรคะ

454
00:30:09,779 --> 00:30:13,779
ท่าที่ 1 ท่าที่ 1

455
00:30:13,780 --> 00:30:17,780
สีหน้าอย่างไรคะ แสดงสีหน้าอย่างไรคะ

456
00:30:17,782 --> 00:30:21,782
แสดงสีหน้าด้วยนะคะ

457
00:30:21,783 --> 00:30:25,783
อุบลทำได้ไหม อยู่ไหนอุบลนี่

458
00:30:25,784 --> 00:30:29,784
อ๋อ อุบลไปห้องน้ำ ไปนานหรือยัง

459
00:30:29,785 --> 00:30:33,785

460
00:30:33,788 --> 00:30:37,788
โอเค ใช่ไหมคะ อันนี้เราก็สามารถ

461
00:30:37,789 --> 00:30:41,789
นำไปใช้ในตอนที่เราไปเที่ยวได้นะคะ

462
00:30:41,791 --> 00:30:45,791
ถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ นะคะ

463
00:30:45,792 --> 00:30:49,792
โอเค ต่อไปค่ะ ภาพที่ 2 นะคะ

464
00:30:49,794 --> 00:30:53,794
ทุกคนจะมีปฏิสัมพันธ์กัน ทำอย่างไรคะ

465
00:30:53,794 --> 00:30:57,794
จับคู่ค่ะ มิ่งกับอันนี้

466
00:30:57,795 --> 00:31:01,795
จับคู่กันลูก

467
00:31:01,799 --> 00:31:05,799
ปฏิสัมพันธ์กันค่ะ

468
00:31:05,801 --> 00:31:09,801
ทำท่าไหนคะ

469
00:31:09,801 --> 00:31:13,801
เขาทำอย่างไรเอ่ย

470
00:31:13,802 --> 00:31:17,802

471
00:31:17,802 --> 00:31:21,802
โอเค ต่อไปนะคะ

472
00:31:21,805 --> 00:31:25,805
จำนวน 3 คน

473
00:31:25,807 --> 00:31:29,807
3 3 ทำอย่างไร 3

474
00:31:29,808 --> 00:31:33,808
3 คน

475
00:31:33,809 --> 00:31:37,809

476
00:31:37,811 --> 00:31:41,811

477
00:31:41,813 --> 00:31:45,813

478
00:31:45,816 --> 00:31:49,816
โอเคได้ไหมคะ พี่พลอย

479
00:31:49,818 --> 00:31:53,818
ต่อไป 4 คน

480
00:31:53,819 --> 00:31:57,819

481
00:31:57,820 --> 00:32:01,820

482
00:32:01,821 --> 00:32:05,821
4 คน 4 คน

483
00:32:05,822 --> 00:32:09,822
แต่ละคนจะ

484
00:32:09,826 --> 00:32:13,826
คนละท่าค่ะ คนละท่า อาจจะให้พี่อุ้ย

485
00:32:13,828 --> 00:32:17,828
กับพี่พลอยช่วยนะคะ 4 คน

486
00:32:17,830 --> 00:32:21,830
ให้พี่อุ้ยอยุ่ข้างหน้า

487
00:32:21,831 --> 00:32:25,831
อันนี้ 1 2 3 4

488
00:32:25,833 --> 00:32:29,833
ใครเป็น L L

489
00:32:29,834 --> 00:32:33,834
คน V นะคะ เอาเป็น V อย่างนี้ก็ได้

490
00:32:33,835 --> 00:32:37,835
นะคะ หรือ V อย่างนี้ก็ได้นะคะ

491
00:32:37,836 --> 00:32:41,836
คน V นะคะ คน O คน O

492
00:32:41,837 --> 00:32:45,837
จะเอาท่าแบบไหน ให้พวกเรา ในภาพที่ 4 ให้พวกเรา

493
00:32:45,839 --> 00:32:49,839
ประยุกต์เอานะคะ อาจจะไม่ทำท่าเหมือนเขาก็ได้นะคะ

494
00:32:49,840 --> 00:32:53,840
อันตรายนะ

495
00:32:53,841 --> 00:32:57,841
L L O ทำอย่างไรคะ คน O

496
00:32:57,842 --> 00:33:01,842

497
00:33:01,843 --> 00:33:05,843
L O

498
00:33:05,846 --> 00:33:09,846
O อย่างนี้

499
00:33:09,847 --> 00:33:13,847
E E ทำอย่างไรนะคะ E ทำอย่างนี้

500
00:33:13,849 --> 00:33:17,849

501
00:33:17,851 --> 00:33:21,851

502
00:33:21,852 --> 00:33:25,852
4 คน

503
00:33:25,854 --> 00:33:29,854

504
00:33:29,858 --> 00:33:33,858
นี่ ได้ยินไหม

505
00:33:33,860 --> 00:33:37,860
พร้อมกันนะคะ ไหน L กลุ่มนี้

506
00:33:37,861 --> 00:33:41,861
L L L O

507
00:33:41,862 --> 00:33:45,862
O ทำอย่างไรคะ O

508
00:33:45,863 --> 00:33:49,863
V V

509
00:33:49,864 --> 00:33:53,864
V (เจ้าหน้าที่) ค้างไว้ ค้างไว้

510
00:33:53,865 --> 00:33:57,865
V ค้างไว้

511
00:33:57,866 --> 00:34:01,866
V

512
00:34:01,867 --> 00:34:05,867
E E ต่อไป

513
00:34:05,869 --> 00:34:09,869

514
00:34:09,870 --> 00:34:13,870
ค้างไว้ ค้างไว้

515
00:34:13,871 --> 00:34:17,871
ค้างไว้

516
00:34:17,873 --> 00:34:21,873
E นะคะ

517
00:34:21,875 --> 00:34:25,875

518
00:34:25,877 --> 00:34:29,877
(อาจารย์)  โอเค ต่อไปจำนวน

519
00:34:29,880 --> 00:34:33,880
คน 5 นะคะ 5 คน

520
00:34:33,881 --> 00:34:37,881
5 คน อาจจะไม่ต้อง

521
00:34:37,881 --> 00:34:41,881
ใช้โต๊ะก็ได้นะคะ ต่อกัน ใคร

522
00:34:41,883 --> 00:34:45,883
คนที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 เอา 4 คน

523
00:34:45,885 --> 00:34:49,885
ก็ได้ กลุ่มละ 4 คนนะคะ

524
00:34:49,886 --> 00:34:53,886
กลุ่มละ 4 คน ตรงนี้เลยค่ะ ตรงโล่ง

525
00:34:53,887 --> 00:34:57,887
ตรงนี้เลย

526
00:34:57,888 --> 00:35:01,888
คนแรกสิ ให้อุบลคนแรก

527
00:35:01,889 --> 00:35:05,889
ตรงเลย 5 คน เอ้ย 4 คน

528
00:35:05,893 --> 00:35:09,893

529
00:35:09,894 --> 00:35:13,894

530
00:35:13,895 --> 00:35:17,895
เร็ว อุบล มาตรงนี้

531
00:35:17,898 --> 00:35:21,898
กลุ่มนี้ได้แล้ว

532
00:35:21,899 --> 00:35:25,899
พร้อมนะ มองกล้อง

533
00:35:25,900 --> 00:35:29,900
1 2 3 เออ 1 2 3

534
00:35:29,902 --> 00:35:33,902
โอเค กลุ่มนี้ยังไม่ได้

535
00:35:33,903 --> 00:35:37,903

536
00:35:37,905 --> 00:35:41,905

537
00:35:41,906 --> 00:35:45,906

538
00:35:45,909 --> 00:35:49,909

539
00:35:49,910 --> 00:35:53,910

540
00:35:53,913 --> 00:35:57,913

541
00:35:57,914 --> 00:36:01,914

542
00:36:01,918 --> 00:36:05,918
1 2 3 โอเค

543
00:36:05,921 --> 00:36:09,921
ต่อไป 6 คน (อาจารย์)

544
00:36:09,923 --> 00:36:13,923
ให้รวมทั้งห้องเลยนะคะ รวมทั้งห้อง

545
00:36:13,924 --> 00:36:17,924
เอา 8 คน

546
00:36:17,925 --> 00:36:21,925
ต้องมีคนอยู่กลาง

547
00:36:21,926 --> 00:36:25,926
6 คน (อาจารย์) จัดสรรกันดูค่ะ

548
00:36:25,928 --> 00:36:29,928
ลองสอนกันดูค่ะ ทำอย่างไร เพราะ

549
00:36:29,929 --> 00:36:33,929
วิชานี้เราจะได้เคลื่อนไหว

550
00:36:33,930 --> 00:36:37,930
ขยับเขยื้อนนะคะ ไม่ใช่นั่งแค่เก้าอี้นะคะ

551
00:36:37,932 --> 00:36:41,932
ทางไหน กลางอย่างนี้

552
00:36:41,933 --> 00:36:45,933
กางอย่างนี้ เออ (อาจารย์ภาวิณี) ช่วยกันออกแบบด้วยนะคะ

553
00:36:45,935 --> 00:36:49,935
ทำอย่างไร เขาทำอย่างไรเอ่ย

554
00:36:49,936 --> 00:36:53,936

555
00:36:53,937 --> 00:36:57,937
ลงมา...

556
00:36:57,938 --> 00:37:01,938
นั่นแหละ แล้วใครต่อนี่ ใครนะ

557
00:37:01,939 --> 00:37:05,939
อุบลกางแขนออก อุบล

558
00:37:05,940 --> 00:37:09,940
ขยับแขนออก (อาจารย์)  กว่าจะไ้แต่ละรูป

559
00:37:09,941 --> 00:37:13,941

560
00:37:13,944 --> 00:37:17,944

561
00:37:17,946 --> 00:37:21,946

562
00:37:21,948 --> 00:37:25,948
มันมี 6 คนนะ

563
00:37:25,949 --> 00:37:29,949
โอเค

564
00:37:29,950 --> 00:37:33,950
ให้ฟ้าเป็นคนจัดสรร (เจ้าหน้าที่) ใช่หรอวะ

565
00:37:33,951 --> 00:37:37,951

566
00:37:37,952 --> 00:37:41,952
โอเค ถ้าย

567
00:37:41,954 --> 00:37:45,954
เดี๋ยวให้บาสเข้ามาร่วมยืนข้าง ๆ เพื่อน

568
00:37:45,954 --> 00:37:49,954

569
00:37:49,958 --> 00:37:53,958
เอาอีก เหมือนเดิม (เจ้าหน้าที่) ยืน ๆ ๆ

570
00:37:53,960 --> 00:37:57,960

571
00:37:57,961 --> 00:38:01,961
โอเค // ถ่ายรูปไว้

572
00:38:01,963 --> 00:38:05,963

573
00:38:05,964 --> 00:38:09,964
ยิ้ม

574
00:38:09,966 --> 00:38:13,966
ต่อไป (เจ้าหน้าที่) เอาไว่ทำรูปตอบจบ

575
00:38:13,969 --> 00:38:17,969

576
00:38:17,971 --> 00:38:21,971
7 คน เราเกินแล้วน่ะ ไม่เป็นอะไรนะ

577
00:38:21,972 --> 00:38:25,972
(เจ้าหน้าที่) เอาเลย (อาจารย์) ได้ไหม ได้ไหม (เจ้าหน้าที่)

578
00:38:25,972 --> 00:38:29,972
7 พอดี (อาจารย์)  7 คน ออกไป 7 คน

579
00:38:29,973 --> 00:38:33,973
ใครจะอยู่หน้าใครจะอยู่หลัง (อาจารย์) ไปพื้นที่ตรงนู้นค่ะ พื้นที่

580
00:38:33,974 --> 00:38:37,974
ตรงนี้ไม่พอ ไปพื้นที่ตรงนู้น

581
00:38:37,975 --> 00:38:41,975

582
00:38:41,976 --> 00:38:45,976
เดี๋ยวตอนวันจบ เอามาเปิดดู (อาจารย์)  ตอน

583
00:38:45,976 --> 00:38:49,976
ไม่แน่ล่ะ

584
00:38:49,978 --> 00:38:53,978
อาจจะปี 3 ปี 4 อาจจะได้ไปเที่ยวอีก

585
00:38:53,980 --> 00:38:57,980
ก็ได้จำท่าไปเที่ยวนะคะ ไปถ่ายรูป

586
00:38:57,982 --> 00:39:01,982
ไปเที่ยว

587
00:39:01,982 --> 00:39:05,982
มา มา เข้ามาเร็ว

588
00:39:05,984 --> 00:39:09,984
เข้าไป ใคร ใครก่อน

589
00:39:09,986 --> 00:39:13,986
อุบลก่อนเหรอ

590
00:39:13,986 --> 00:39:17,986

591
00:39:17,987 --> 00:39:21,987

592
00:39:21,988 --> 00:39:25,988
ไม่ ๆ ยืนก็พอ

593
00:39:25,991 --> 00:39:29,991
ย่ออย่างนี้

594
00:39:29,993 --> 00:39:33,993
คนแรกก่อน คนแรกคนแรก

595
00:39:33,995 --> 00:39:37,995
ยืน ๆ ยืน ๆ ตำแหน่งตัวเอง

596
00:39:37,997 --> 00:39:41,997

597
00:39:41,998 --> 00:39:45,998
(อาจารย์) คน 1 คน 2 คน 3

598
00:39:45,999 --> 00:39:49,999
คน 4 เธอคนที่เท่าไร ตี๋ คนที่เท่าไร

599
00:39:50,000 --> 00:39:54,000

600
00:39:54,001 --> 00:39:58,001
เอาตรงนี้หรอ (อาจารย์ภาวิณี) เอาตัวผอม ๆ ไปอยู่ข้างหลัง

601
00:39:58,002 --> 00:40:02,002

602
00:40:02,005 --> 00:40:06,005
อันนี้ก็ได้ไหม

603
00:40:06,006 --> 00:40:10,006

604
00:40:10,007 --> 00:40:14,007

605
00:40:14,009 --> 00:40:18,009

606
00:40:18,015 --> 00:40:22,015
อุบลหงายเหรอ

607
00:40:22,018 --> 00:40:26,018
โอเค

608
00:40:26,018 --> 00:40:30,018
ลองทดสอบดูนะคะ เอาเลย

609
00:40:30,020 --> 00:40:34,020

610
00:40:34,023 --> 00:40:38,023
จับไหล่กันนะคะ จับต่อ ๆ กัน

611
00:40:38,025 --> 00:40:42,025

612
00:40:42,026 --> 00:40:46,026
เดี๋ยวเด้อ เดี๋ยวรอพี่พลอยถ่ายรูปก่อน

613
00:40:46,028 --> 00:40:50,028

614
00:40:50,031 --> 00:40:54,031
โอเค มองกล้อง

615
00:40:54,032 --> 00:40:58,032
มองกล้อง มองกล้อง

616
00:40:58,034 --> 00:41:02,034
เสร็จแล้ว เสร็จแล้ว เอาเลย เอาเลย เร็ว ๆ เร็ว ๆ

617
00:41:02,036 --> 00:41:06,036
(อาจารย์) 1 2 3

618
00:41:06,037 --> 00:41:10,037
1 2 3 โอเค

619
00:41:10,038 --> 00:41:14,038
ต่อไป ต่อไป ภาพนี้ค่ะ

620
00:41:14,039 --> 00:41:18,039
ภาพนี้ ภาพนี้ง่าย ๆ ต่อกัน ต่อกัน

621
00:41:18,041 --> 00:41:22,041
หันหน้ามา

622
00:41:22,041 --> 00:41:26,041
หันหน้ามาทางนี้ (เจ้าหน้าที่) หันหน้ามาทางไหน

623
00:41:26,043 --> 00:41:30,043
หันหน้ามาเข้าโต๊ะ

624
00:41:30,044 --> 00:41:34,044
ขาชิดกัน เข่าชนกัน

625
00:41:34,045 --> 00:41:38,045
เค่าชนกัน

626
00:41:38,046 --> 00:41:42,046
ต้องชนกันนะคะ เข่า

627
00:41:42,047 --> 00:41:46,047
ชนกัน

628
00:41:46,049 --> 00:41:50,049
พร้อมนะคะ มองกล้อง

629
00:41:50,051 --> 00:41:54,051
1 2 3

630
00:41:54,051 --> 00:41:58,051
1 2 3 โอเค

631
00:41:58,053 --> 00:42:02,053
ต่อไป ภาพนี้ค่ะ

632
00:42:02,054 --> 00:42:06,054
มีอยู่ 10 ภาพนะ ยืนอย่างไร

633
00:42:06,055 --> 00:42:10,055
ก็ได้ แต่ว่าให้มือต่อกันค่ะ แล้วก็ให้เห็นหน้าคน

634
00:42:10,057 --> 00:42:14,057
ยืนอย่างไรก็ได้

635
00:42:14,058 --> 00:42:18,058
โอเค

636
00:42:18,059 --> 00:42:22,059
ต่อกัน แล้วให้เห็นหน้านะคะ (เจ้าหน้าที่) มือเดียว มืือเดียว (อาจารย์ภาวิณี)

637
00:42:22,061 --> 00:42:26,061
มือเดียวนะคะ เอาต่ำลงอีก

638
00:42:26,062 --> 00:42:30,062
โอเค เห็นหน้าครบแล้ว

639
00:42:30,063 --> 00:42:34,063
ใช่ไหม ให้เห็นหน้าครบนะคะ

640
00:42:34,065 --> 00:42:38,065
เห็นหน้าครบ มือใคร

641
00:42:38,066 --> 00:42:42,066
มือมิ่ง ไอ้นั่นซ้อนมือมิ่งน่ะ

642
00:42:42,067 --> 00:42:46,067
ไม่เห็นน่ะ

643
00:42:46,068 --> 00:42:50,068

644
00:42:50,068 --> 00:42:54,068
...มือนะคะ (เจ้าหน้าที่) รูปที่เท่าไรแล้ว (อาจารย์ภาวิณี)

645
00:42:54,070 --> 00:42:58,070
รูปที่ 9 ต่อไปรูปที่

646
00:42:58,071 --> 00:43:02,071
10 10

647
00:43:02,073 --> 00:43:06,073
ใบพัดค่ะ ใบพัด

648
00:43:06,074 --> 00:43:10,074
เรามี 7 คน ก็อยู่ตรงกลาง 3 คน

649
00:43:10,074 --> 00:43:14,074
อยู่ซ้ายกับขวานะคะ ซ้าย 3 ขวา 3

650
00:43:14,075 --> 00:43:18,075
นะคะ ยืนซ้อนหลังน่ะ

651
00:43:18,076 --> 00:43:22,076
เวลาที่คนอวบ ๆ อ้วน ๆ เวลาเข้าถ่ายรูป

652
00:43:22,077 --> 00:43:26,077
เขาจะยืนซ้อนหลังเพื่อน

653
00:43:26,079 --> 00:43:30,079
ก็จะให้คนผอมอยู่ข้างหน้า

654
00:43:30,080 --> 00:43:34,080
นะคะ

655
00:43:34,081 --> 00:43:38,081
ก็ต่อแถวกันนั่นล่ะค่ะ เป็นเหมือน V

656
00:43:38,082 --> 00:43:42,082
เออ ยืน V เฉย ๆ

657
00:43:42,083 --> 00:43:46,083
นั่นแหละ ก็ต่อแถวบีไปข้างหลังน่ะ

658
00:43:46,083 --> 00:43:50,083

659
00:43:50,085 --> 00:43:54,085

660
00:43:54,086 --> 00:43:58,086
2 คน 2 คน (อาจารย์ภาวิณี) ก็ต่อไหล่น่ะ หน้าต่อไหล่

661
00:43:58,090 --> 00:44:02,090
เออ อย่างนั้นแหละ

662
00:44:02,091 --> 00:44:06,091
โอเค

663
00:44:06,093 --> 00:44:10,093
ได้ ก็แค่ให้มันเห็นหน้าไง

664
00:44:10,095 --> 00:44:14,095
(เจ้าหน้าที่) เขยิบเข้าไปอีก (อาจารย์ภาวิณี)

665
00:44:14,097 --> 00:44:18,097
ให้มันเห็นหน้า ให้มันเห็นหน้า (เจ้าหน้าที่)

666
00:44:18,099 --> 00:44:22,099
บาสข้างหน้ามา

667
00:44:22,102 --> 00:44:26,102
บาส...

668
00:44:26,104 --> 00:44:30,104
เออ (อาจารย์ภาวิณี) โอเค (เจ้าหน้าที่) เออ

669
00:44:30,106 --> 00:44:34,106

670
00:44:34,108 --> 00:44:38,108

671
00:44:38,110 --> 00:44:42,110
1 2 3 1 2 3

672
00:44:42,113 --> 00:44:46,113
(อาจารย์ภาวิณี) โอเค (เจ้าหน้าที่) โอเค

673
00:44:46,114 --> 00:44:50,114

674
00:44:50,116 --> 00:44:54,116

675
00:44:54,118 --> 00:44:58,118

676
00:44:58,122 --> 00:45:02,122

677
00:45:02,124 --> 00:45:06,124
อันนี้ก็เป็นการ Relex

678
00:45:06,126 --> 00:45:10,126
กันนะ เพราะว่าเดี๋ยวต่อไป เราจะได้

679
00:45:10,129 --> 00:45:14,129
มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ๆ ในห้องเรียนนะคะ

680
00:45:14,130 --> 00:45:18,130
ก็จะมีการใช้ภาษามือด้วย การใช้

681
00:45:18,132 --> 00:45:22,132
การแสดงสีหน้านะคะ ควบคู่

682
00:45:22,134 --> 00:45:26,134
กับการใช้ภาษามือนะคะ อันนี้จำนวนกี่คนเอ่ย

683
00:45:26,136 --> 00:45:30,136
ภาษามือ ทบทวน ๆ หูหนวก

684
00:45:30,137 --> 00:45:34,137
หูดีล่ะคะ ได้ไหม 1 1 ทำอย่างไรคะ 1

685
00:45:34,138 --> 00:45:38,138
อันนี้ 1 นะคะ อันนี้คือจำนวน 1 คนนะ

686
00:45:38,139 --> 00:45:42,139
ภาพหลาย ๆ ภาพนี้นะคะ

687
00:45:42,140 --> 00:45:46,140
เราก็สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันเราได้นะคะ

688
00:45:46,141 --> 00:45:50,141
ในเวลาที่เราไปเที่ยว หรือถ่ายรูป

689
00:45:50,142 --> 00:45:54,142
กิจกรรม อันนี้ก็จะเป็นถ่ายคนเดียวนะคะ

690
00:45:54,143 --> 00:45:58,143
ต่อไปก็จะเพิ่มจำนวนเพิ่มขึ้นนะคะ ต่อไป

691
00:45:58,144 --> 00:46:02,144
ภาษามือจำนวนกี่คนคะ

692
00:46:02,145 --> 00:46:06,145
2 นะคะ

693
00:46:06,146 --> 00:46:10,146
ต่อไปจำนวน 3 ทำไมไม่ 3 แบบนี้คะ

694
00:46:10,148 --> 00:46:14,148
ภาษามือ

695
00:46:14,150 --> 00:46:18,150
เพราะว่าอันนี้ก็ได้มี

696
00:46:18,151 --> 00:46:22,151
ผู้ที่ตั้งภาษามือไว้แล้วนะคะ

697
00:46:22,152 --> 00:46:26,152
ก็เลยให้ 3 เป็นแบบนี้ ทำไมไม่ 3 แบบนี้นะคะ

698
00:46:26,153 --> 00:46:30,153
เพราะมันเอาภาษามือมาจากอเมริกา

699
00:46:30,156 --> 00:46:34,156
นะคะ เราก็เลยไม่สามารถที่จะ

700
00:46:34,158 --> 00:46:38,158
ตั้งเองนะคะ เพราะว่าเราเอามาจากที่อื่นด้วยนะคะ

701
00:46:38,159 --> 00:46:42,159
มาปรับปรุงใช้เป็นของเรานะคะ ก็เลย

702
00:46:42,160 --> 00:46:46,160
เป็นสัญลักษณ์แทน 3 คือแบบนี้นะคะ

703
00:46:46,161 --> 00:46:50,161
แต่คนหูดีคนทั่วไปเขาก็จะ

704
00:46:50,163 --> 00:46:54,163
ใช้ 3 แบบนี้นะคะ 3 ที่เป็น

705
00:46:54,163 --> 00:46:58,163
นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนางนะคะ

706
00:46:58,165 --> 00:47:02,165
เพราะว่าถ้าในภาษามือนี้ ตัวนี้

707
00:47:02,166 --> 00:47:06,166
นะคะ ก็จะเป็นสัญลักษณ์อีกตัวหนึ่งนะคะ

708
00:47:06,168 --> 00:47:10,168
ที่ไม่ใช่เลข 3 นะคะ

709
00:47:10,170 --> 00:47:14,170
ต่อไปจำนวนเท่าไรคะ จำนวน

710
00:47:14,171 --> 00:47:18,171
4 อันนี้เขาสะกดว่าอย่างไรคะ

711
00:47:18,172 --> 00:47:22,172
เขาสะกดว่าอย่างไรเอ่ย

712
00:47:22,173 --> 00:47:26,173
ภาษามือว่าอย่างไรคะ จำได้ไหม

713
00:47:26,173 --> 00:47:30,173
แปลว่า รัก ใช่ไหมคะ แปลว่า รัก

714
00:47:30,176 --> 00:47:34,176
ถ้าภาษามือของฝรั่งก็จะเป็นนิ้วมือ

715
00:47:34,178 --> 00:47:38,178
ใช่ไหมคะ นิ้วโป้ง นิ้วชี้ แล้วก็นิ้วก้อย

716
00:47:38,179 --> 00:47:42,179
อันนี้เขาเรียกว่าสัญลักษณ์

717
00:47:42,180 --> 00:47:46,180
ท่าภาษามือ" นะคะ อันนี้เป็นทั่วไป

718
00:47:46,180 --> 00:47:50,180
เลยใช่ไหมคะ ทั่วโลกสากล รู้จักคำว่า "รัก"

719
00:47:50,181 --> 00:47:54,181
โดยตัวนี้นะคะ คำว่า "รัก" ภาษาอังกฤษ

720
00:47:54,183 --> 00:47:58,183
ในที่นี้ มีอะไรบ้างคะ มีตัว L

721
00:47:58,185 --> 00:48:02,185
L อย่างไรคะลูก L

722
00:48:02,186 --> 00:48:06,186
O V

723
00:48:06,188 --> 00:48:10,188
E ใช่ไหมคะ ที่เราแต่ละคน

724
00:48:10,190 --> 00:48:14,190
ได้ทำท่าตามสัญลักษณ์ ตามตัวอักษร

725
00:48:14,192 --> 00:48:18,192
ภาษาอังกฤษนะคะ เป็น L-O-

726
00:48:18,193 --> 00:48:22,193
VE คำว่า "Love" แปลวฃว่า

727
00:48:22,194 --> 00:48:26,194
อันนี้ก็ใช้ได้นะคะ อันนี้

728
00:48:26,196 --> 00:48:30,196
เดี๋ยวภาพที่เราถ่ายเมื่อกี้นะ

729
00:48:30,198 --> 00:48:34,198
อาจจะไปให้น้อง ๆ

730
00:48:34,199 --> 00:48:38,199
ทำเป็นภาพ แสดงความ

731
00:48:38,200 --> 00:48:42,200
ความยินดีกับพี่ที่จบไป

732
00:48:42,201 --> 00:48:46,201
อย่างนี้นะคะ ก็จะมีเห็นท่า หรือเราต่อไป

733
00:48:46,203 --> 00:48:50,203
เราอาจจะเอาท่านี้นะคะ ตอนที่เราใส่ชุดครุยนะคะ

734
00:48:50,205 --> 00:48:54,205
ไปถ่ายภาพแบบนี้ได้เหมือนกันนะคะ ภาพอดีต

735
00:48:54,205 --> 00:48:58,205
และก็ปัจจุบันนะ เมื่อกี้ภาพที่พี่พลอยถ่าย

736
00:48:58,207 --> 00:49:02,207
ภาพอดีต ตอนที่เราเรียนอยู่ เรามีกิจกรรมอะไร

737
00:49:02,211 --> 00:49:06,211
อย่างนี้นะคะ พอเราจบเราใส่ชุดครุยอาจจะถ่าย

738
00:49:06,212 --> 00:49:10,212
ท่านี้เหมือนเดิม แต่เป็นภาพ Defore After

739
00:49:10,213 --> 00:49:14,213
หรืออดีตแล้วก็ปัจจุบันนะคะ

740
00:49:14,214 --> 00:49:18,214
อันนี้ก็จะเป็นจำนวนเท่าไรลูก กี่คนคะ

741
00:49:18,215 --> 00:49:22,215
จำนวนเท่าไรเอ่ย

742
00:49:22,216 --> 00:49:26,216
5 คนใช่ไหมคะ ภาษามือ 5 งา

743
00:49:26,217 --> 00:49:30,217
ต่อไป เท่าไรคะ

744
00:49:30,219 --> 00:49:34,219
6 คน มีความยุ่งยากไหมคะท่านี้

745
00:49:34,222 --> 00:49:38,222
ท่านี้มีความยุ่งยากนะคะ แล้วก็มีการพูดคุย

746
00:49:38,223 --> 00:49:42,223
สื่อสารกัน ระหว่างทำกิจกรรมนะ

747
00:49:42,225 --> 00:49:46,225
หรืออาจะมีผู้นำอย่างเช่น บาส

748
00:49:46,225 --> 00:49:50,225
เป็นผู้นำ ช่วยประสานให้เพื่อน

749
00:49:50,228 --> 00:49:54,228
จับมือเพื่อน หรือว่าชี้บอกตำแหน่ง

750
00:49:54,231 --> 00:49:58,231
เพื่อนนะคะ ก็จะได้ภาพที่สวยงามออกมานะคะ

751
00:49:58,232 --> 00:50:02,232
เป็นภาพอะไรคะ อันนี้ เป็นภาพอะไรคะ ภาพดาว

752
00:50:02,233 --> 00:50:06,233
ใช่ไหมคะ เราก็จะได้เรียนรู้ภาษามือ

753
00:50:06,234 --> 00:50:10,234
ไปด้วยนะคะ ในการสื่อสาร แล้วก็คำ

754
00:50:10,235 --> 00:50:14,235
คำศัพท์ ต่อไปอันนี้จำนวน

755
00:50:14,235 --> 00:50:18,235
กี่คนคะ จำนวน 7 คนนะคะ

756
00:50:18,237 --> 00:50:22,237
นักศึกษาว่าภาพนี้น่ะค่ะ

757
00:50:22,239 --> 00:50:26,239
มันเป็นเหมือนกับภาพอะไรคะ

758
00:50:26,243 --> 00:50:30,243

759
00:50:30,245 --> 00:50:34,245
ภาพนี้เหมือนภาพอะไรเอ่ย เหมือนดอกไม้ไหม

760
00:50:34,250 --> 00:50:38,250
เหมือนดอกไม้ที่กำลังบ้านเหรอคะ เหมือนพัด อ๋อ

761
00:50:38,250 --> 00:50:42,250
เหมือนพัด พี่พลอยบอกเหมือนพัดใช่ไหมคะ

762
00:50:42,252 --> 00:50:46,252
เหมือนอะไรได้อีกคะ เหมือน...

763
00:50:46,254 --> 00:50:50,254
พระอาทิตย์ไหม แสงพระอาทิตย์ยามเช้า

764
00:50:50,257 --> 00:50:54,257
หรือยามเย็น ได้ไหมคะ แสงกระจายที่แตกออก

765
00:50:54,259 --> 00:50:58,259
เหมือนตอนเด็ก ๆ ใครวาดภูเขาแล้วพระอาทิตย์

766
00:50:58,260 --> 00:51:02,260
ใช่ไหม ก็จะมีวงกลม แล้วก็มีเส้น ๆ ใช่ไหมคะ

767
00:51:02,261 --> 00:51:06,261
อันนี้ก็

768
00:51:06,265 --> 00:51:10,265
เป็นสัญลักษณ์ภภาพนะคะ ตัวนี้ล่ะคะ

769
00:51:10,266 --> 00:51:14,266
มีจำนวนกี่คนเอ่ย

770
00:51:14,267 --> 00:51:18,267
จำนวนกี่คนคะ 8

771
00:51:18,267 --> 00:51:22,267
มี 8 คน มันเป็นท่าอะไรเอ่ย เหมือนท่าอะไรคะ

772
00:51:22,269 --> 00:51:26,269
ท่านี้ เหมือนหลังคาไหมคะ

773
00:51:26,270 --> 00:51:30,270
เหมือนบ้านโบราณใช่ไหม บ้านไม้เป็นแหลม ๆ

774
00:51:30,271 --> 00:51:34,271
น่ะ เหมือนใช่ไหมคะ

775
00:51:34,272 --> 00:51:38,272
อันนี้ก็

776
00:51:38,272 --> 00:51:42,272
มาจากการจินตนาการนะคะ อยากถ่ายภาพออกมา

777
00:51:42,275 --> 00:51:46,275
ให้เป็นเหมือนภาพอะไรนะคะ

778
00:51:46,276 --> 00:51:50,276
อันนี้จำนวนเท่าไรคะ

779
00:51:50,277 --> 00:51:54,277
จำนวนเท่าไร กี่คน

780
00:51:54,278 --> 00:51:58,278
10 หรือ 9

781
00:51:58,279 --> 00:52:02,279
จำนวนกี่คนคะ

782
00:52:02,281 --> 00:52:06,281
อันนี้

783
00:52:06,283 --> 00:52:10,283
เป็นการแสดงถึงการรวมพลังกัน

784
00:52:10,284 --> 00:52:14,284
ใช่ไหมคะ ความสามัคคีใช่ไหมคะ เป็นอันหนึ่ง

785
00:52:14,285 --> 00:52:18,285
อันเดียวกัน

786
00:52:18,286 --> 00:52:22,286
ทุกคนต่างมีจุดหมายเดียวกันนะคะ ก็คือตั้ง

787
00:52:22,287 --> 00:52:26,287
ฝ่ามือให้มันตรง แล้วก็ตั้ง ๆ ตั้งให้มันตรงกัน

788
00:52:26,289 --> 00:52:30,289
อันนี้ก็สามารถนำไปถ่ายรูป

789
00:52:30,290 --> 00:52:34,290
ได้นะคะ แล้วก็ให้เห็นมือ จุดที่เด่น

790
00:52:34,291 --> 00:52:38,291
แล้วก็มือของใครมีส่วนร่วม อันนี้คือความสามัคคีนะ

791
00:52:38,292 --> 00:52:42,292
แล้วก็มีให้เห็นหน้าทุกคน

792
00:52:42,293 --> 00:52:46,293
ก็คือเข้ามาให้ทำงาน หลังจากเสร็จงาน

793
00:52:46,294 --> 00:52:50,294
อย่างนี้ค่ะ เราสามารถถ่ายเป็นภาพอย่างนี้ก็ได้นะคะ

794
00:52:50,298 --> 00:52:54,298
ภาพนี้

795
00:52:54,299 --> 00:52:58,299
10 คนนะคะ ก็จะเป็น

796
00:52:58,301 --> 00:53:02,301
ทุกคนมีส่วนร่วมในรูปนี้นะคะ

797
00:53:02,304 --> 00:53:06,304
เป็นการประหยัดพื้นที่นะคะ

798
00:53:06,305 --> 00:53:10,305
เป็นการถ่ายรูปที่แบบใหม่ ไม่ใช่แค่

799
00:53:10,306 --> 00:53:14,306
2 นิ้ว MiniHeart ใช่ไหมคะ ก็ให้รูป

800
00:53:14,307 --> 00:53:18,307
มันออกมาสวยได้

801
00:53:18,310 --> 00:53:22,310
ทั้งหมดนี้นะคะ

802
00:53:22,312 --> 00:53:26,312
ทั้งหมดนี้นะคะ ก็เป็น

803
00:53:26,313 --> 00:53:30,313
การรีแลกซ์นะคะ

804
00:53:30,314 --> 00:53:34,314
ต่อไป เราจะได้เรียนภาษามือ ก็จะมีการเคลื่อนไหวกัน

805
00:53:34,316 --> 00:53:38,316
การสลับกัน แต่ส่วนมาก

806
00:53:38,317 --> 00:53:42,317
เราก็จะเน้นในการพูดคุยนะคะ พูดคุยที่เป็น

807
00:53:42,319 --> 00:53:46,319
ภาษามือ คำศัพท์ภาษามือนะ

808
00:53:46,320 --> 00:53:50,320

809
00:53:50,321 --> 00:53:54,321

810
00:53:54,323 --> 00:53:58,323

811
00:53:58,324 --> 00:54:02,324

812
00:54:02,328 --> 00:54:06,328

813
00:54:06,329 --> 00:54:10,329

814
00:54:10,330 --> 00:54:14,330
ต่อไปนะคะ

815
00:54:14,335 --> 00:54:18,335
ทำไมเราถึงมีภาษามือ เบื้องต้น

816
00:54:18,337 --> 00:54:22,337
ก่อนนะคะ ให้เรามารู้จักว่าภาษามือ

817
00:54:22,340 --> 00:54:26,340
ทำไมต้องมี เพราะมีกลุ่ม

818
00:54:26,341 --> 00:54:30,341
ที่มีกลุ่มคนที่มีควาามบกพร่องทางการได้ยิน

819
00:54:30,343 --> 00:54:34,343
ชื่อเต็ม ๆ มันก็จะบอกว่า บุคคล

820
00:54:34,345 --> 00:54:38,345
ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินและสื่อความหมาย

821
00:54:38,346 --> 00:54:42,346
นะคะ เพราะว่า

822
00:54:42,347 --> 00:54:46,347
ปัญหานี้นะคะ คนที่

823
00:54:46,348 --> 00:54:50,348
มีความบกพร่องทางการได้ยิน ก็คือไม่สามารถได้ยิน

824
00:54:50,349 --> 00:54:54,349
พอมีบกพร่องทางการได้ยิน ก็จะ

825
00:54:54,350 --> 00:54:58,350
มีปัญหาในการสื่อความหมายออกมานะคะ เพราะ

826
00:54:58,351 --> 00:55:02,351
เขาไม่ได้ยิน เขาก้เลยไม่ได้รับเสียงนั้นมา

827
00:55:02,352 --> 00:55:06,352
นะคะ ก็เลยทำให้เขาเปล่งเสียงนั้นออกไป

828
00:55:06,353 --> 00:55:10,353
ได้ไม่ชัดเหมือนกับคนปกตินะคะ

829
00:55:10,354 --> 00:55:14,354

830
00:55:14,355 --> 00:55:18,355
ถ้าได้รับการฝึกฝน มันก็

831
00:55:18,358 --> 00:55:22,358
ยังมีปัญหาอยู่นะคะ สำหรับผู้ที่มีความ

832
00:55:22,359 --> 00:55:26,359
บกพร่องทางการได้ยินและสื่อความหมาย เพราะเขามีปัญหาในการรับฟัง

833
00:55:26,359 --> 00:55:30,359
มาตั้งแต่ทีแรก เขาจึงไม่สามารถที่จะ

834
00:55:30,359 --> 00:55:34,359
เลียนเสียงในการพูด ให้ได้เหมือนคนปกติ

835
00:55:34,360 --> 00:55:38,360
นะคะ อันนี้ก็จะเป็นของในส่วนของเพื่อน

836
00:55:38,362 --> 00:55:42,362
ที่เป็นคนหูตึงนะคะ อย่างเช่น มิ่ง อย่างนี้น่ะค่ะ

837
00:55:42,364 --> 00:55:46,364
ถ้าไม่ค่อยได้ยินในการรับสารนั้น

838
00:55:46,365 --> 00:55:50,365
พอส่งสารนั้นออกไป ก็จะเป็นเท่ากับ

839
00:55:50,366 --> 00:55:54,366
ได้ยินมานะคะ

840
00:55:54,367 --> 00:55:58,367
ความหมา

841
00:55:58,368 --> 00:56:02,368
ของผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

842
00:56:02,369 --> 00:56:06,369
นะคะ ก็คือ ผู้ที่สูญเสียการได้ยิน

843
00:56:06,370 --> 00:56:10,370

844
00:56:10,372 --> 00:56:14,372
คือ ไม่ได้ยินเลยนะคะ หรือประมาณ

845
00:56:14,373 --> 00:56:18,373
89 เดซิเบล

846
00:56:18,374 --> 00:56:22,374
เสียงขนาด 89 เดซิเบลขั้นไป ถ้าไม่ได้ยิน

847
00:56:22,375 --> 00:56:26,375
มันจะเครื่องวัดเสียงนะคะ ถ้าไม่ได้ยิน

848
00:56:26,375 --> 00:56:30,375
ก็แสดงว่าเป็นหูหนวก

849
00:56:30,376 --> 00:56:34,376
การได้ยินของคนเราก็จะมีอยู่ 2 ข้างนะคะ หูข้างซ้าย

850
00:56:34,377 --> 00:56:38,377
กับหุข้างขวา ในการวัดการได้ยินนะคะ

851
00:56:38,378 --> 00:56:42,378
ก็จะวัดทั้ง 2 ข้างนะคะ

852
00:56:42,379 --> 00:56:46,379
วัดข้างใดข้างหนึ่งที่ได้ยินมากที่สุด

853
00:56:46,380 --> 00:56:50,380
จะเอามาคำนวณ มาประเมินการได้ยินนะคะ

854
00:56:50,381 --> 00:56:54,381
กลุ่มคนบกพร่องทางการได้ยินนะคะ

855
00:56:54,383 --> 00:56:58,383
จะแบ่งอยู่เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มหูตึง

856
00:56:58,384 --> 00:57:02,384
นะคะ กลุ่มหูตึง ก็คือ

857
00:57:02,385 --> 00:57:06,385
สามารถได้ยินเสียง ได้ยินใน

858
00:57:06,386 --> 00:57:10,386
ระดับตั้งแต่ 89 เดซิเบลลงมานะคะ

859
00:57:10,387 --> 00:57:14,387
สามารถได้ยินก็เป็นกลุ่มคนหูตึงนะคะ

860
00:57:14,388 --> 00:57:18,388
หรืออาจจะมากกว่านั้น

861
00:57:18,389 --> 00:57:22,389
เป็นเสียงที่เราพูด

862
00:57:22,390 --> 00:57:26,390
ต่อหน้ากัน ประมาณสัก

863
00:57:26,391 --> 00:57:30,391
3 เมตร ใช้น้ำเสียงปกติ

864
00:57:30,394 --> 00:57:34,394
ที่สามารถได้ยินนี่ ก็แสดงว่าเป็นคนปกติ แต่ถ้าเกิดว่า

865
00:57:34,395 --> 00:57:38,395
อาจจะได้ใช้การตะโกนใส่กันอย่างนี้

866
00:57:38,396 --> 00:57:42,396
อาจจะเป็นกลุ่มคนหูตึงแล้วนะคะ

867
00:57:42,397 --> 00:57:46,397

868
00:57:46,398 --> 00:57:50,398
และกลุ่มีที่ 2 ก็จะเป็นกลุ่ม

869
00:57:50,399 --> 00:57:54,399
ของคนหูหนวกนะคะ กลุ่มของคนหูหนวกนี่

870
00:57:54,401 --> 00:57:58,401
ส่วนมากก็จะพ่ววงมากับการพูดไม่ได้

871
00:57:58,403 --> 00:58:02,403
นะคะ ก็เกิดจากการที่เขาไม่ได้ยิน ไ

872
00:58:02,405 --> 00:58:06,405
ไม่ได้ฝึก ไม่ได้ยิน ไม่ได้รับ

873
00:58:06,409 --> 00:58:10,409
การพูดออกไป ก็เลยบกพร่องในการพูด

874
00:58:10,410 --> 00:58:14,410
การสื่อสารด้วยนะคะ ในคน

875
00:58:14,411 --> 00:58:18,411
กลุ่มนี้นะคะ ก็

876
00:58:18,412 --> 00:58:22,412
จะมีสาเหตุมาจาก 2 ส่วน แต่ส่วนใหญ่ ๆ ก็

877
00:58:22,413 --> 00:58:26,413
จะเป็นมาจาก...

878
00:58:26,414 --> 00:58:30,414
เป็นหูหนวกมาตั้งแต่กำเนิดนะคะ ก็คือ

879
00:58:30,416 --> 00:58:34,416
หูก็ไม่ได้ยิน ปากก็เลยพูดไม่ได้

880
00:58:34,419 --> 00:58:38,419
นะคะ ถ้าเป็นแบบนี้ ในการฝึกพัฒนา

881
00:58:38,419 --> 00:58:42,419
การพูด จะไม่มีนะคะ ไม่ได้รับการฝึก

882
00:58:42,420 --> 00:58:46,420
พัฒนาการพูดนะคะ แต่ว่าจะ

883
00:58:46,420 --> 00:58:50,420
ทดแทนการพูด ก็คือการฝึก

884
00:58:50,422 --> 00:58:54,422
ใช้ภาษามือค่ะ ในการฝึกใช้ภาษามือ

885
00:58:54,423 --> 00:58:58,423
ก็จะส่งต่อไปยังโรงเรียนประจำ โรงเรียน

886
00:58:58,424 --> 00:59:02,424
เฉพาะทางนะคะ ก็คือโรงเรียนโสตต่าง ๆ

887
00:59:02,425 --> 00:59:06,425
ที่ใช้การสื่อสารที่เป็นภาษามือนะคะ

888
00:59:06,426 --> 00:59:10,426

889
00:59:10,427 --> 00:59:14,427
แล้วก็อีกสาเหตุที่ 2

890
00:59:14,428 --> 00:59:18,428
ก็มาจากไม่สบายตั้งแต่เด็ก

891
00:59:18,430 --> 00:59:22,430
นะคะ ก็คือใช้ขึ้นสูง

892
00:59:22,430 --> 00:59:26,430
ก็เลยมีผลกระทบ ทำให้แก้วหูอักเสบ

893
00:59:26,432 --> 00:59:30,432
นะคะ ไม่สามารถได้ยินเสียงนะคะ อันนี้

894
00:59:30,433 --> 00:59:34,433
ก็คือเป็นภายหลังจากการคลอดนะคะ

895
00:59:34,434 --> 00:59:38,434
แล้วก็อีก... อาจารย์

896
00:59:38,436 --> 00:59:42,436
เห็นเยอะเหมือนกัน ที่เป็นพี่ ๆ นักศึกษานะคะ ที่ได้สอบถาม

897
00:59:42,439 --> 00:59:46,439
สาเหตุอีกอันหนึ่ง ก็คือมาจาก

898
00:59:46,441 --> 00:59:50,441
อุบัติเหตุการแคะหูค่ะ

899
00:59:50,442 --> 00:59:54,442
ผู้ปกครองแคะหูให้ตั้งแต่เด็กนะคะ

900
00:59:54,443 --> 00:59:58,443
อาจจะเป็นโดนคัตตอลบัตทิ่ม หรืออะไรต่าง ๆ

901
00:59:58,443 --> 01:00:02,443
ไปกระทบค่ะ หรือวิ่งซุกซน

902
01:00:02,445 --> 01:00:06,445
ไปชนนั่น ชนนี่ ส่งผลกระทบกระเทือน

903
01:00:06,447 --> 01:00:10,447
ทำให้แก้วหูได้รับการ

904
01:00:10,449 --> 01:00:14,449
กระทบกระเทือน แล้วก็ไม่สามารถทำให้

905
01:00:14,449 --> 01:00:18,449
ได้ยินได้นะคะ

906
01:00:18,450 --> 01:00:22,450
อันนี้ก็คือสาเหตุของกลุ่มที่เป็นหูหนวกนะคะ

907
01:00:22,452 --> 01:00:26,452

908
01:00:26,453 --> 01:00:30,453
อันนี้ก็จะเป็น

909
01:00:30,454 --> 01:00:34,454
ระดับคนหูหนวก คนหูตึงนะคะ

910
01:00:34,456 --> 01:00:38,456
ถ้าเป็นคนหูตึงก็จะำด้ยินเสียงอยู่ตั้งแต่

911
01:00:38,456 --> 01:00:42,456
26-89 เดซิเบลนะคะ

912
01:00:42,458 --> 01:00:46,458
ก็จะเหมือนมิ่งใช่ไหมคะ

913
01:00:46,461 --> 01:00:50,461
มิ่งก็จะถ้าพูดเฉย ๆ

914
01:00:50,463 --> 01:00:54,463
นี่ หรือไม่ได้ใส่ไมค์ก็ไม่ค่อยได้ยินใช่ไหมคะ

915
01:00:54,465 --> 01:00:58,465
หรือได้ยินชัด มิ่งได้ใส่หูฟังไหม

916
01:00:58,466 --> 01:01:02,466
ตอนนี้ อ๋อ ได้ใส่หูฟังนะคะ

917
01:01:02,467 --> 01:01:06,467
ถ้าได้ใส่หูฟังก็จะช่วยขยายเสียงไปอีก

918
01:01:06,468 --> 01:01:10,468
นะะค แต่สำหรับคนหูตึงนะ ใส่หูฟังแล้ว

919
01:01:10,469 --> 01:01:14,469
ในการพัฒนา

920
01:01:14,471 --> 01:01:18,471
ในการสื่อสารนะคะ ต้องมีการฝึกฟังเสียง

921
01:01:18,472 --> 01:01:22,472
เพื่อให้เข้าใจในเสียงนั้นนะคะ ฝึกฟังเสียง

922
01:01:22,473 --> 01:01:26,473
แล้วก็มีการฝึกออกเสียงนะคะ เพระาถ้า

923
01:01:26,474 --> 01:01:30,474
ไม่ฝึกออกเสียง คุณก็จะพูด

924
01:01:30,475 --> 01:01:34,475
เสียงของคำ ๆ นั้น ได้ไม่ชัดนะคะ ก็มีการ

925
01:01:34,476 --> 01:01:38,476
ควบคู่กันไปเพื่อที่จะใช้ในการสื่อสารนะคะ

926
01:01:38,477 --> 01:01:42,477
คนหูหนวก

927
01:01:42,478 --> 01:01:46,478
มีระดับการได้ยินเฉลี่ยน

928
01:01:46,480 --> 01:01:50,480
อยู่ที่ประมาณ 90 เดซิเบล ถ้า

929
01:01:50,481 --> 01:01:54,481
90 เดซิเบลขึ้นไปไม่ได้ยิน

930
01:01:54,483 --> 01:01:58,483
เสียงเพลง

931
01:01:58,485 --> 01:02:02,485
หมอลำ งานหมอลำอย่างนี้ ที่มีลำโพงน่ะ

932
01:02:02,486 --> 01:02:06,486
ที่มีลำโพงน่ะ ไม่ได้ยิน ก็แสดงว่า

933
01:02:06,488 --> 01:02:10,488
เป็นหูหนวกสนิท หรือเสียงที่เรา

934
01:02:10,489 --> 01:02:14,489
เปิดเทป หรือเราตะโกนใส่ ในระดับตั้งแต่เราตะโกนใส่

935
01:02:14,489 --> 01:02:18,489
ใส่ไม่ได้ยินก็แสดงว่าเป็นคนหูหนวก

936
01:02:18,490 --> 01:02:22,490
นะคะ

937
01:02:22,492 --> 01:02:26,492
อันนี้คือรายละเอียดในการตรวจการได้ยิน

938
01:02:26,493 --> 01:02:30,493
นะ อยา่งที่อาจารย์อธิบายไปนะคะ ถ้า

939
01:02:30,494 --> 01:02:34,494
ข้างใดข้างหนึ่งที่ได้ยิน

940
01:02:34,495 --> 01:02:38,495
มีระดับสูง แต่ไม่ถึง 89เดซิเบล

941
01:02:38,496 --> 01:02:42,496
ก็ถือว่าเป็นคนหูหนวก

942
01:02:42,498 --> 01:02:46,498
นะะค แต่ถ้าในระดับ 89 ขึ้นไปถึง 90

943
01:02:46,499 --> 01:02:50,499
ก็แสดงว่าเป็นคนหูตึงนะคะ ถ้า 90

944
01:02:50,500 --> 01:02:54,500
เกินขึ้นไปอีก ก็แสดงว่าเป็นคนหูหนวกนะคะ

945
01:02:54,501 --> 01:02:58,501
โทษทีค่ะ ตั้งแต่ 26-

946
01:02:58,502 --> 01:03:02,502
89 เป็นคนหูตึงนะคะ

947
01:03:02,503 --> 01:03:06,503
89-90 โดยประมาณนะคะ แต่ถ้า

948
01:03:06,505 --> 01:03:10,505
90 ขึ้นไป ไม่ได้ยิน ก็แสดงว่าเป็น

949
01:03:10,506 --> 01:03:14,506
คนหูหนวกนะคะ แต่สำหรับคนปกติ คนหูดีเรา

950
01:03:14,507 --> 01:03:18,507
ก็ตั้งแต่ 26 ก็คือการพูดต่อหน้ากัน

951
01:03:18,508 --> 01:03:22,508
โดยน้ำเสียงปกติค่ะ

952
01:03:22,509 --> 01:03:26,509
ก็เป็นคนปกติ

953
01:03:26,509 --> 01:03:30,509
อันนี้ก็จะเป็น

954
01:03:30,511 --> 01:03:34,511
ตารางการสูญเสียการได้ยิน 6 ระดับนะคะ

955
01:03:34,512 --> 01:03:38,512
อันนั้นก็จะเป็นคร่าว ๆ

956
01:03:38,515 --> 01:03:42,515
อันนี้จะเป็นละเอียดทางการแพทย์นะคะ ที่

957
01:03:42,517 --> 01:03:46,517
ใช้วัดระดับการได้ยิน

958
01:03:46,519 --> 01:03:50,519
นะคะ นักโสต ไม่ใช่

959
01:03:50,519 --> 01:03:54,519
แพทย์ ผู้ที่ตรวจวัดประเมินการได้ยิน

960
01:03:54,521 --> 01:03:58,521
จะไม่ใช่แพทย์ ไม่ใช่คุณหมอนะคะ จะเป็น

961
01:03:58,522 --> 01:04:02,522
นักโสต คือ นักโสตก็จะเป็น

962
01:04:02,523 --> 01:04:06,523
ผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์

963
01:04:06,523 --> 01:04:10,523
ระดับการได้ยินจะเป็นนักโสตที่จะเป็นนักประเมิน

964
01:04:10,525 --> 01:04:14,525
ควบคู่ไปกับแพทย์นะคะ

965
01:04:14,526 --> 01:04:18,526

966
01:04:18,527 --> 01:04:22,527
อันนี้ก็จะเป็นตาราง

967
01:04:22,527 --> 01:04:26,527
การได้ยินนะ การตรวจวัด

968
01:04:26,529 --> 01:04:30,529
การตรวจวัด ก็จะเป็นนักโสต

969
01:04:30,531 --> 01:04:34,531
นะคะ โสตสัมผัสวิทยานะคะ

970
01:04:34,532 --> 01:04:38,532
การตรวจ

971
01:04:38,533 --> 01:04:42,533
วัดการได้ยินจะมีอยู่ 3 แบบนะคะ

972
01:04:42,534 --> 01:04:46,534
แบบอย่างคร่าว ๆ คร่าว ๆ ก็คือ

973
01:04:46,535 --> 01:04:50,535
ถ้าเป็นตอนเด็ก ๆ ก็จะเป็นเรียก

974
01:04:50,538 --> 01:04:54,538
ชื่อ เรียกแล้วหันตามเสียง ก็จะ

975
01:04:54,540 --> 01:04:58,540
ถือว่าปกติ แต่ถ้าเรียกแล้ว

976
01:04:58,541 --> 01:05:02,541
ไม่หัน ก็จะผิดสังเกต แต่่วา

977
01:05:02,543 --> 01:05:06,543
อันนี้ในระดับเด็กน่ะค่ะ

978
01:05:06,544 --> 01:05:10,544
ก้จะมีช่วงอายุ หรือพัฒนาการทางด้านร่างกาย

979
01:05:10,549 --> 01:05:14,549
ของแต่ละคนจะแตกต่างกันนะคะ

980
01:05:14,551 --> 01:05:18,551
แตกต่างกันนะคะ บางคนก็จะพัฒนาการช้าง

981
01:05:18,552 --> 01:05:22,552
หรือร่างกายไม่สมบูรณ์ ในอวัยวะ

982
01:05:22,554 --> 01:05:26,554
ในร่างกาย บางส่วนก็จะทำงาน

983
01:05:26,555 --> 01:05:30,555
ล่าช้าไปด้วยนะคะ อย่างเช่น บางคนร่างกาย

984
01:05:30,555 --> 01:05:34,555
ไม่สมบูรณ์ ก็จะส่งผลให้

985
01:05:34,557 --> 01:05:38,557
การได้ยินหรือการมองเห็นล่าช้า

986
01:05:38,558 --> 01:05:42,558
กว่าคนที่ระดับทางด้านร่างกายปกติ

987
01:05:42,559 --> 01:05:46,559
ค่ะ การตรวจคร่าว ๆ

988
01:05:46,561 --> 01:05:50,561
นะคะ การเรียก หรือเหรียญหล่น หันตามเหรียญ

989
01:05:50,562 --> 01:05:54,562
หรือของหล่น แล้วหันกลับหลัง หรือ

990
01:05:54,562 --> 01:05:58,562
มีเสียงอยู่ข้างหลัง อาจจะมากระทบ

991
01:05:58,564 --> 01:06:02,564
หรือมาโดนชนเราอย่างนี้

992
01:06:02,569 --> 01:06:06,569
หันไปมองช่วงทันเวลา อันนี้คนปกติ

993
01:06:06,570 --> 01:06:10,570
ได้ยินปกตินะคะ เป็นการทดสอบเสียง

994
01:06:10,571 --> 01:06:14,571
แบบคร่าว ๆ นะคะ แบบที่ 2

995
01:06:14,572 --> 01:06:18,572
การตรวจสอบแบบมาตรฐานนะคะ

996
01:06:18,572 --> 01:06:22,572
ก็จะเป็น ให้นักโสต

997
01:06:22,574 --> 01:06:26,574
วิทยานะคะ ช่วยในการตรวจการประเมิน

998
01:06:26,576 --> 01:06:30,576
ก็จะมีเครื่อง เครื่องตรวจ มีการ

999
01:06:30,577 --> 01:06:34,577
เข้าในห้องที่ไม่มีเสียงรบกวนนะคะ

1000
01:06:34,578 --> 01:06:38,578
ช่วยในการตรวจวัดการได้ยิน

1001
01:06:38,580 --> 01:06:42,580
ของเรานะคะ

1002
01:06:42,581 --> 01:06:46,581
มีใครเคย

1003
01:06:46,582 --> 01:06:50,582
ไปตรวจวัดการได้ยินไหมคะ เมื่อตอนโต ๆ แล้ว

1004
01:06:50,584 --> 01:06:54,584
เพื่อที่จะรับเครื่องช่วยฟังน่ะค่ะ

1005
01:06:54,586 --> 01:06:58,586
ตี๋น้อย ตี๋น้อยเคยไปใช่ไหม ตี๋น้อย

1006
01:06:58,587 --> 01:07:02,587
เคยไปไหม

1007
01:07:02,588 --> 01:07:06,588
ตี๋น้อยน่าจะเคยไป

1008
01:07:06,589 --> 01:07:10,589
นะคะ

1009
01:07:10,590 --> 01:07:14,590
ที่โรงพยาบาล ตรวจ เคยไปตรวจ

1010
01:07:14,592 --> 01:07:18,592
กรได้ยินเสียงอยู่ใช่ไหม ตอนเด็ก ๆ

1011
01:07:18,593 --> 01:07:22,593

1012
01:07:22,594 --> 01:07:26,594
จำได้หรือเปล่า

1013
01:07:26,595 --> 01:07:30,595
ได้เคยได้ไปเข้าห้องตรวจฟังเสียงไหม

1014
01:07:30,595 --> 01:07:34,595
ก่อนที่จะรับเครื่องหังน่ะ เขาก็จะต้องตรวจการรับฟัง

1015
01:07:34,597 --> 01:07:38,597
นะคะ ว่าคุณได้ยินหรือไม่ ถ้าไม่ได้ยิน

1016
01:07:38,598 --> 01:07:42,598
คุณก็จะไม่สามารถที่วัด ไปขั้นตอนที่จะ

1017
01:07:42,599 --> 01:07:46,599
รับการ... ได้รับเครื่องช่วยฟังนะคะ

1018
01:07:46,600 --> 01:07:50,600
อาจจะจำไม่ได้นะ

1019
01:07:50,601 --> 01:07:54,601

1020
01:07:54,602 --> 01:07:58,602
แล้วมีได้ฝึกพูดด้วยไหมคะ

1021
01:07:58,606 --> 01:08:02,606

1022
01:08:02,607 --> 01:08:06,607
ก็มีนะคะ ก็ต้อง พอได้ใส่เครื่อง

1023
01:08:06,609 --> 01:08:10,609
ช่วยฟังแล้ว ก็จะต้องได้ฝึกพูดไปด้วยนะคะ

1024
01:08:10,610 --> 01:08:14,610
อันนี้ เป็นการ...

1025
01:08:14,611 --> 01:08:18,611
ทดสอบแบบมาตรฐานนะคะ ต่อไป

1026
01:08:18,611 --> 01:08:22,611
เป็นการทดสอบแบบพิเศษนะคะ

1027
01:08:22,613 --> 01:08:26,613

1028
01:08:26,614 --> 01:08:30,614
การทดสอบแบบพิเศษนะคะ ก็

1029
01:08:30,615 --> 01:08:34,615
จะมีการวิเคราะห์

1030
01:08:34,616 --> 01:08:38,616
ของแพทย์ดว้ยนะคะ ก็คือการตรวจในแก้ว

1031
01:08:38,617 --> 01:08:42,617
หูในชั้นหูของเรามีความผิดปกติอะไร

1032
01:08:42,618 --> 01:08:46,618
ด้วยไหมนะคะ หลังจากที่เราประเมินการได้ยินแล้ว

1033
01:08:46,618 --> 01:08:50,618
อาจจะมี

1034
01:08:50,620 --> 01:08:54,620
ประเมินในขั้นมาตราฐาน ต่อไปก็ประเมิน

1035
01:08:54,621 --> 01:08:58,621
ขั้นแบบพิเศษ แบบพิเศษก็จะมีแพทย์

1036
01:08:58,622 --> 01:09:02,622
เข้ามาช่วยในการวินิจฉัยว่าเรา...

1037
01:09:02,623 --> 01:09:06,623
ในช่วงอายุน่ะค่ะ มันก็จะมีกลุ่ม

1038
01:09:06,624 --> 01:09:10,624
กลุ่มผู้สูงอายุ อาจจะมีหูตึงเข้ามา

1039
01:09:10,625 --> 01:09:14,625
ก็จะมีแพทย์เข้ามาช่วยประเมิน

1040
01:09:14,626 --> 01:09:18,626
ในส่วนนี้ด้วยนะคะ แก้วหูอาจจะเสื่อม อาจจะลด

1041
01:09:18,626 --> 01:09:22,626
น้อยลง อาจจะทำให้เสียง การได้ยิน

1042
01:09:22,627 --> 01:09:26,627
ลดน้อยลงไปด้วยอย่างนี้ค่ะ หรือทางการแพทยือาจจะส่อง

1043
01:09:26,629 --> 01:09:30,629
ดูว่ามีขี้หูปิดหู

1044
01:09:30,632 --> 01:09:34,632
มาก-น้อย แค่ไหนนะคะ บางคนอาจจะแบบไม่เคยแคะหูเลย

1045
01:09:34,633 --> 01:09:38,633
ตั้งแต่เกิดมาอย่างนี้ค่ะ อาจจะทำให้ไปปิด

1046
01:09:38,635 --> 01:09:42,635
หู ปิดแก้วหู ทำให้การสั่นสะเทือนของเสีย

1047
01:09:42,636 --> 01:09:46,636
ของเสียงไม่สามารถเข้าไปถึงแก้วหูได้

1048
01:09:46,638 --> 01:09:50,638
นะคะ อันนี้ก็จะเป็นการตรวจแบบพิเศษ

1049
01:09:50,639 --> 01:09:54,639
เพิ่มขึ้นมาอีกนะคะ

1050
01:09:54,640 --> 01:09:58,640

1051
01:09:58,641 --> 01:10:02,641
ต่อไปนะคะ

1052
01:10:02,644 --> 01:10:06,644
สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

1053
01:10:06,645 --> 01:10:10,645
จะต้องมีภาษาที่ช่วยในการสื่อสาร

1054
01:10:10,647 --> 01:10:14,647
นะคะ

1055
01:10:14,648 --> 01:10:18,648
แล้วก็มีวิธีการสื่อความหมาย

1056
01:10:18,650 --> 01:10:22,650
นะคะ ว่าจะต้องใช้วิธีไหนนะคะ สำหรับ

1057
01:10:22,652 --> 01:10:26,652
ผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินนะคะ

1058
01:10:26,653 --> 01:10:30,653
ถ้าเป็นคนเรา

1059
01:10:30,654 --> 01:10:34,654
ปกตินะคะ ก็จะใช้การสื่อสารโดยการพูดนะ

1060
01:10:34,655 --> 01:10:38,655
เมื่อเราได้ยิน เราก็สามารถ

1061
01:10:38,657 --> 01:10:42,657
จำได้ด้วยอัตโนมัตินะคะ

1062
01:10:42,658 --> 01:10:46,658
ว่าคำนี้ ความหมายว่าอย่างนี้

1063
01:10:46,659 --> 01:10:50,659
อาจจะมีบางคำที่ไม่คุ้นหูเราก็จะต้อง

1064
01:10:50,663 --> 01:10:54,663
ได้เรียนรู้ในความหมาย ในคำนั้น ๆ นะคะ แต่สำหรับ

1065
01:10:54,665 --> 01:10:58,665
หูหนวกแล้ว ไม่ได้ยินก็

1066
01:10:58,668 --> 01:11:02,668
ทำให้มีปัญหาในการเข้าใจภาษา เข้าใจ

1067
01:11:02,669 --> 01:11:06,669
ความหมายด้วยนะคะ ฉะนั้น แล้วหูหนวกก็

1068
01:11:06,670 --> 01:11:10,670
จะต้องใช้ทักษะพิเศษ ก็หรือจะต้องใช้ตา

1069
01:11:10,674 --> 01:11:14,674
แทนการได้ยินนะคะ มาช่วย

1070
01:11:14,675 --> 01:11:18,675
ในการรับการสื่อสารนะคะ

1071
01:11:18,676 --> 01:11:22,676
ฃ

1072
01:11:22,678 --> 01:11:26,678
แต่ต่าเรานะคะ สามารถที่จะมองไป

1073
01:11:26,680 --> 01:11:30,680
ข้างหน้าเห็นได้หลาย ๆ อย่างนะคะ

1074
01:11:30,680 --> 01:11:34,680
ก็เลยทำให้เราไม่สามารถที่จะ

1075
01:11:34,682 --> 01:11:38,682
โฟกัสสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้แม่นยำ

1076
01:11:38,683 --> 01:11:42,683
เท่ากับการได้ยินเสียง ถ้าการได้ยินเสียง มันอาจจะ

1077
01:11:42,684 --> 01:11:46,684
ได้ยินมีเสียง 1 เสียง 2 หรือส่วนมาก

1078
01:11:46,684 --> 01:11:50,684
ก็จะเป็นเสียงหนึ่ง อย่างเช่นตอนนี้ ถ้าใครเป็นนักศึกษา

1079
01:11:50,686 --> 01:11:54,686
ที่เป็นคนปกติ เป็นหูดีนะ ก็จะได้ยิน

1080
01:11:54,687 --> 01:11:58,687
เฉพาะแค่เสียงอาจารย์ที่พูด

1081
01:11:58,689 --> 01:12:02,689
ก็จะไม่มีอะไรที่มาแทรก ก็จะเข้าใจใน

1082
01:12:02,689 --> 01:12:06,689
สิ่งเดียวนะคะ แต่ถ้าเป็นหูหนวก ใช้ตาแทนการได้ยิน

1083
01:12:06,691 --> 01:12:10,691
แทนการได้ยิน ตาจะมองเห็น

1084
01:12:10,694 --> 01:12:14,694
ได้หลายอย่าง หลายที่ หลายจุดมากนะคะ

1085
01:12:14,695 --> 01:12:18,695
ก็เลยไม่สามารถที่จะโฟกัส

1086
01:12:18,696 --> 01:12:22,696
ในคำ ๆ ศัพท์นั้นได้นะคะ

1087
01:12:22,697 --> 01:12:26,697
ก็เลยทำให้มีปัญหาในการจำ

1088
01:12:26,698 --> 01:12:30,698
คำศัพท์นั้นด้วยนะคะ

1089
01:12:30,699 --> 01:12:34,699

1090
01:12:34,702 --> 01:12:38,702
ฉะนั้นแล้ว นักศึกษา

1091
01:12:38,703 --> 01:12:42,703
ก็เลยจะต้องผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินน่ะค่ะ

1092
01:12:42,705 --> 01:12:46,705
จะต้องมาฝึกการพูด

1093
01:12:46,710 --> 01:12:50,710
หรืออ่านปากนะคะ เพื่อที่จะใช้

1094
01:12:50,713 --> 01:12:54,713
ในการสื่อสาร ในการ

1095
01:12:54,714 --> 01:12:58,714
ฝึกพูดนะคะ สำหรับหูหนวก หูหนวกจากพ่อ

1096
01:12:58,716 --> 01:13:02,716
จากแม่ ก็ไม่ได้เรียนภาษามือใช่ไหมคะ

1097
01:13:02,718 --> 01:13:06,718
ฉะนั้น หูหนวกก็จะต้องมีการฝึกอ่านปาก

1098
01:13:06,718 --> 01:13:10,718
จากพ่อแม่ ถึงแม้ว่าไม่ได้ยิน แต่ก้ฝึก

1099
01:13:10,720 --> 01:13:14,720
อ่านปาก แล้วก็ฝึกออกเสียงเพื่อที่จะ

1100
01:13:14,721 --> 01:13:18,721
สื่อให้ผู้ปกครองได้เข้าใจถึง

1101
01:13:18,722 --> 01:13:22,722
สิ่งนั้นที่เราอยากสื่อไปนะ

1102
01:13:22,723 --> 01:13:26,723
สเต็ปที่ 2 ก็คือภาษามือ

1103
01:13:26,724 --> 01:13:30,724
พอพูดมันยากแล้วแหละ

1104
01:13:30,726 --> 01:13:34,726
ท่าปากน่ะ มันก็ สีหน้ามันก็มีบ้าง

1105
01:13:34,727 --> 01:13:38,727
แต่ว่าบางทีมันอาจจะรูปปาก

1106
01:13:38,727 --> 01:13:42,727
คาบปาก เหมือน ๆ กัน คล้าย ๆ กัน ก็เลยไม่สามารถ

1107
01:13:42,729 --> 01:13:46,729
แยกได้ว่าคำนี้พูดออกเสียงว่าอย่างไรนะคะ

1108
01:13:46,730 --> 01:13:50,730
จึงมีการใช้ภาษามือ

1109
01:13:50,731 --> 01:13:54,731
เรียนภาษามือแทนการอ่านปากนะคะ

1110
01:13:54,732 --> 01:13:58,732
แทนคำศัพท์ หูหนวกก็จะต้องได้เรียนนนะคะ

1111
01:13:58,732 --> 01:14:02,732
ต่อไปพวกเราจะได้เรียนภาษามือนะ

1112
01:14:02,734 --> 01:14:06,734
เป็นการแทนสื่อสาร แทนภาษาพูดนะคะ

1113
01:14:06,735 --> 01:14:10,735
ในการใช้

1114
01:14:10,736 --> 01:14:14,736
ภาษามือ เราก็จะมีการสะกดนิ้วมือ

1115
01:14:14,737 --> 01:14:18,737
เข้ามาร่วมด้วย โดยเฉพาะภาษามือไทยเรา

1116
01:14:18,739 --> 01:14:22,739
นะคะ อาจจะมีท่ามือ

1117
01:14:22,740 --> 01:14:26,740
ที่เป็นตัวสะกดตัวไหนใช่ไหมคะ

1118
01:14:26,742 --> 01:14:30,742
อย่างเช่น ชื่อบางคนอย่างนี้

1119
01:14:30,743 --> 01:14:34,743
ชื่อ ก ไก่ กิ๊บเก๋อย่างนี้

1120
01:14:34,744 --> 01:14:38,744
ก็อาจจะมีตัว ก ไก่ ที่อาจจะเป็นตัวสะกดมือ

1121
01:14:38,746 --> 01:14:42,746
มาประกอบท่า ตำแหน่งให้เป็นภาษามือ

1122
01:14:42,746 --> 01:14:46,746
นะคะ หรือเป็นคำว่า

1123
01:14:46,748 --> 01:14:50,748
จังหวัด

1124
01:14:50,749 --> 01:14:54,749
ต่าง  ๆ อย่างนี้ค่ะ ที่เราสังเกตเห็น ที่เป็น

1125
01:14:54,749 --> 01:14:58,749
ตัวสะกดแล้วก็มีเพิ่มท่านั้นนี่

1126
01:14:58,751 --> 01:15:02,751
มา เพื่อจะเป็นคำศัพท์เฉพาะของ

1127
01:15:02,753 --> 01:15:06,753
สถานที่นั้น ๆ ใช่ไหมคะ อย่างเช่น ขอนแก่น

1128
01:15:06,754 --> 01:15:10,754
อย่างเช่น ขอนแก่น ขอนแก่น ก็จะเป็น

1129
01:15:10,755 --> 01:15:14,755
ข ไข่ ข ไข่ แล้วก็

1130
01:15:14,756 --> 01:15:18,756
ก ไก่ ใช่ไหมคะ มีตัวสะกดเข้ามา่ช่วย

1131
01:15:18,758 --> 01:15:22,758
ในภาษามือ สกลนคร

1132
01:15:22,759 --> 01:15:26,759
ใช่ไหมคะ ก็จะมี ส เสือ

1133
01:15:26,760 --> 01:15:30,760
เข้ามาช่วยใช่ไหมคะ หลาย ๆ จังหวัด

1134
01:15:30,762 --> 01:15:34,762
นะ ก็จะมีตัวอักษรเข้ามาช่วยใน

1135
01:15:34,764 --> 01:15:38,764
ภาษามือนะคะ แล้วทีนี้

1136
01:15:38,766 --> 01:15:42,766
บางคำ คำศัพท์ภาษามือ

1137
01:15:42,768 --> 01:15:46,768
โดยตรงไม่มีนะคะ เป็นคำใหม่

1138
01:15:46,772 --> 01:15:50,772
เพื่อที่จะให้หูหนวกเข้าใจนะคะ ก็จะมี

1139
01:15:50,773 --> 01:15:54,773
การสะกดนิ้วมือ

1140
01:15:54,774 --> 01:15:58,774
ว่าคำนี้ มันมาจากตัวนี้ บางคนอาจจะคุ้นตา

1141
01:15:58,775 --> 01:16:02,775
ไม่สามารถแปลความหมายได้ แต่บอกว่านี่คือคำนี้

1142
01:16:02,776 --> 01:16:06,776
นะ อย่างนี้ค่ะ

1143
01:16:06,776 --> 01:16:10,776
ก็สะกดมือมานะคะ

1144
01:16:10,778 --> 01:16:14,778
แล้วก็มาช่วยในการสื่อสาร อย่างเช่น บางครั้งพี่ล่าม

1145
01:16:14,780 --> 01:16:18,780
ประเทศหลาย ๆ ประเทศนะ

1146
01:16:18,781 --> 01:16:22,781
อาจจะนึกคำศัพท์ที่เป็นท่าภาษามือไม่ได้

1147
01:16:22,782 --> 01:16:26,782
ก็จะทำการสะกดนิ้วมือ

1148
01:16:26,783 --> 01:16:30,783
คนหูหนวกจะดูการสะกดนิ้วมือ อ๋อ ประเทศนี้นะ

1149
01:16:30,784 --> 01:16:34,784
โดยที่ไม่ได้ทำท่าของภาษามือเฉพาะนั้น

1150
01:16:34,787 --> 01:16:38,787
นะคะ ก็สามารถเข้าใจได้ อย่างนี้นะคะ

1151
01:16:38,788 --> 01:16:42,788
การอ่านริมฝีปาก

1152
01:16:42,788 --> 01:16:46,788
ในการทำภาษามือ พ่อแม่หลาย ๆ คนนะ

1153
01:16:46,790 --> 01:16:50,790
ที่เป็นพ่อแม่หูดี ก็จะมีการอ่านริมฝีปาก

1154
01:16:50,791 --> 01:16:54,791
นะคะ คือสื่อให้ลูกได้รู้

1155
01:16:54,794 --> 01:16:58,794
ก็คือพูด ลูกก็จะต้องจ้องที่ปาก รวมถึง

1156
01:16:58,795 --> 01:17:02,795
สีหน้า อยู่บนใบหน้าด้วยนะคะ ว่าต้อง

1157
01:17:02,797 --> 01:17:06,797
การสื่ออะไร กินข้าว กินข้าว อย่างนี้ใช่ไหมคะ

1158
01:17:06,798 --> 01:17:10,798
มานี่ อาจจะมีท่ากริยาเข้ามาช่วย

1159
01:17:10,799 --> 01:17:14,799
นะคะ ถ้าแนะ

1160
01:17:14,800 --> 01:17:18,800
คำพูดนะคะ

1161
01:17:18,801 --> 01:17:22,801
ท่าแนะคำพูดก็จะมีปาก...

1162
01:17:22,802 --> 01:17:26,802
ยังค่ะ ก็จะมี

1163
01:17:26,803 --> 01:17:30,803
ปากนะคะ ที่พูดด้วยแล้วก็มีท่ามือ

1164
01:17:30,804 --> 01:17:34,804
ที่เป็นท่าภาษาธรรมชาติ

1165
01:17:34,805 --> 01:17:38,805
โดยทั่วไปนะคะ อย่างเช่น มานี่ใช่ไหม

1166
01:17:38,806 --> 01:17:42,806
เราก็จะมีสีหน้า มีปาก มานี่

1167
01:17:42,807 --> 01:17:46,807
ออกเสียงนะคะ แล้วก็เอามือกวักใช่ไหมคะ

1168
01:17:46,808 --> 01:17:50,808
ใช่ ใช่ไหมคะ มาร์กี้

1169
01:17:50,810 --> 01:17:54,810
ก็จะเจอจริง ๆ ใช่ไหมคะ มากี้ไปทำงานใช่ไหมคะ

1170
01:17:54,812 --> 01:17:58,812
จะได้คุยกับคนปกติ หรือพี่ ๆ ที่ทำงาน

1171
01:17:58,813 --> 01:18:02,813
ด้วยกันนะคะ ก็จะมีการใช่ เรียกว่า "

1172
01:18:02,814 --> 01:18:06,814
ภาษาธรรมชาติ ภาษาแนะนะคะ

1173
01:18:06,815 --> 01:18:10,815
มีการทำท่ามือ หรือผงกหน้า มานี่ มานี่

1174
01:18:10,816 --> 01:18:14,816
อันนี้นะคะ อาจจะไม่ได้ใช้มือเป็นหลัก

1175
01:18:14,817 --> 01:18:18,817
คำแนะ การให้ผู้ฟัง

1176
01:18:18,820 --> 01:18:22,820
ดูอย่างนี้ค่ะ ตา เราชี้ไปที่ตา

1177
01:18:22,821 --> 01:18:26,821
ใช่ไหมคะ คุณต้องใช้ตาแล้วนะ คุณต้องดู

1178
01:18:26,821 --> 01:18:30,821
หรือชี้มือนำไปจุด ๆ นั้น

1179
01:18:30,823 --> 01:18:34,823
อันนี้ก็เป็น

1180
01:18:34,824 --> 01:18:38,824
ท่าคำแนะ พูดแนะ แนะการพูดนะคะ

1181
01:18:38,827 --> 01:18:42,827
หรือบางคนปาก

1182
01:18:42,835 --> 01:18:46,835
อาจจะมีอาหารมีน้ำอยู่อย่างนี้ค่ะ ไม่สามาถ

1183
01:18:46,839 --> 01:18:50,839
มือชี้แนะไปด้วยนะคะ

1184
01:18:50,841 --> 01:18:54,841
หรือ...

1185
01:18:54,843 --> 01:18:58,843
โดนยุง แต่ว่าอยู่กับเพื่อนไกล ๆ อาจจะ

1186
01:18:58,844 --> 01:19:02,844
ทำให้จุ๊ ๆ ไม่ให้พูดนะคะ

1187
01:19:02,844 --> 01:19:06,844
มียุงอยู่ที่หน้าผากนะ ยุง

1188
01:19:06,846 --> 01:19:10,846
อยู่ที่หน้าผาก ให้ตบนะ ให้ระวังนะ

1189
01:19:10,847 --> 01:19:14,847
ก่อนที่มันจะบินไป เป็นการชี้แนะท่า

1190
01:19:14,848 --> 01:19:18,848
ประกอบนะคะ

1191
01:19:18,849 --> 01:19:22,849
การสื่อสารรวม สื่อสารรวม

1192
01:19:22,850 --> 01:19:26,850
ทุกวันนี้ มี

1193
01:19:26,851 --> 01:19:30,851
โซเชียลใช่ไหมคะ มีเฟซฯ มี LINE

1194
01:19:30,852 --> 01:19:34,852
นักศึกษาก็ใช้ช่องทางนี้ในการสื่อสาร

1195
01:19:34,855 --> 01:19:38,855
รวมนะคะ มีทั้งการพูด

1196
01:19:38,857 --> 01:19:42,857
การส่องข้อความ เสียง สื่อต่าง ๆ นะคะ

1197
01:19:42,858 --> 01:19:46,858
มีท่าประกอบ มีการพิมพ์เพิ่ม

1198
01:19:46,859 --> 01:19:50,859
มีตุ๊กตาสติกเกอร์ LINE ใช่ไหม

1199
01:19:50,863 --> 01:19:54,863
สื่อสารรวม สติกเกอร์ไลน์

1200
01:19:54,865 --> 01:19:58,865
มีท่าการ์ตูนที่มีการแสดงความยินดี ก็มีการยิ้ม มี

1201
01:19:58,866 --> 01:20:02,866
ภาพให้ว่าเป็นภาพของขวัญร่วมฉลอง

1202
01:20:02,868 --> 01:20:06,868
ยินดี แล้วมีคำด้วย ใน

1203
01:20:06,870 --> 01:20:10,870
การ์ตูนสติกเกอร์นั้น ว่ามีการยินดี เป็นการ

1204
01:20:10,871 --> 01:20:14,871
สื่อสารรวมนะคะ หรือบางสติเกอร์มันก็จะมีเสียง

1205
01:20:14,872 --> 01:20:18,872
พูดออกมาด้วยใช่ไหมคะ

1206
01:20:18,873 --> 01:20:22,873

1207
01:20:22,874 --> 01:20:26,874

1208
01:20:26,876 --> 01:20:30,876
อันนี้ก็จะผ่านไปนะ

1209
01:20:30,877 --> 01:20:34,877
เด็กหูหนวก

1210
01:20:34,879 --> 01:20:38,879
กับเด็กตาบอด ใช้สื่อการสื่อสาร

1211
01:20:38,880 --> 01:20:42,880
ที่แตกต่างกันนะ แต่ว่าจะ

1212
01:20:42,882 --> 01:20:46,882
ทำอย่างไรถึงจะสื่อสารกันได้ ทั้งหูหนวก ก็จะ

1213
01:20:46,883 --> 01:20:50,883
ใช้ประสาทสัมผัส

1214
01:20:50,885 --> 01:20:54,885
มรการรับสาร แทนการส่งสาร ก็คือมือ

1215
01:20:54,887 --> 01:20:58,887
แทนการพูดนะคะ สำหรับตาบอด

1216
01:20:58,889 --> 01:21:02,889
ก็จะใช้การพูดนะคะ แทนการ

1217
01:21:02,892 --> 01:21:06,892
สื่อสาร การได้ยิน เป็นการรับสารโดยตรง

1218
01:21:06,896 --> 01:21:10,896
อยู่แล้วนะคะ แต่ว่า

1219
01:21:10,896 --> 01:21:14,896
การพูดก็เป็นการสื่อโดยตรง แต่

1220
01:21:14,897 --> 01:21:18,897
บางอย่างเขามองไม่เห็น เขาก็จะใช้ประสาทสัมผัส

1221
01:21:18,899 --> 01:21:22,899
กับเหมือนคนหูหนวก เป็นการจับ การลูบ

1222
01:21:22,900 --> 01:21:26,900
การคลำนะคะ

1223
01:21:26,901 --> 01:21:30,901

1224
01:21:30,902 --> 01:21:34,902

1225
01:21:34,903 --> 01:21:38,903

1226
01:21:38,905 --> 01:21:42,905
สรุปนะคะ คนที่

1227
01:21:42,908 --> 01:21:46,908
สูญเสียประสาทสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นหูหนวก

1228
01:21:46,909 --> 01:21:50,909
หรือตาบอดนะ ก็

1229
01:21:50,909 --> 01:21:54,909
จะใช้ประสาทสัมผัสอื่นแทน

1230
01:21:54,911 --> 01:21:58,911
ประสาทสัมผัสที่สูญเสียไปนะคะ

1231
01:21:58,912 --> 01:22:02,912
ก็จะสามารถ

1232
01:22:02,912 --> 01:22:06,912
พูดคุยสื่อสารได้เหมือนกับคนปกตินะคะ

1233
01:22:06,914 --> 01:22:10,914
ถ้าพูดไม่ได้ก็จะใช้

1234
01:22:10,915 --> 01:22:14,915
ภาษามือ ท่าทาง กริยา อวัจนภาษา

1235
01:22:14,917 --> 01:22:18,917
ในการช่วยในการสื่อสาร ก็จะ

1236
01:22:18,918 --> 01:22:22,918
ที่จะสื่อสารได้ เทียบเท่ากับคนปกติ

1237
01:22:22,919 --> 01:22:26,919
ได้นะคะ

1238
01:22:26,920 --> 01:22:30,920

1239
01:22:30,921 --> 01:22:34,921
ในด้านอารมณ์ เดี๋ยวทุกคนก็จะเข้าใจใน

1240
01:22:34,922 --> 01:22:38,922
บริบทของเพื่อน ๆ นะ ก็ให้มา

1241
01:22:38,924 --> 01:22:42,924
อ่านเพิ่มเติมเอาแล้วกันนะคะ

1242
01:22:42,928 --> 01:22:46,928

1243
01:22:46,929 --> 01:22:50,929
ในส่วนของ

1244
01:22:50,932 --> 01:22:54,932
บุคลิกภาพ เดี๋ยวมันก็เป็นไปตามที่เรา

1245
01:22:54,934 --> 01:22:58,934
อยู่ในสังคมนะ

1246
01:22:58,935 --> 01:23:02,935
บุคลิกภาพ

1247
01:23:02,936 --> 01:23:06,936
ของคนหูหนวก ใน

1248
01:23:06,937 --> 01:23:10,937
8 ขั้นตอนนะคะ 8 ระยะ จนถึง

1249
01:23:10,939 --> 01:23:14,939
แก่ไปเลยนะคะ

1250
01:23:14,940 --> 01:23:18,940

1251
01:23:18,942 --> 01:23:22,942

1252
01:23:22,945 --> 01:23:26,945
ในการศึกษาของคนหูหนวกนะคะ

1253
01:23:26,948 --> 01:23:30,948
การศึกษาของคนหูหนวก

1254
01:23:30,949 --> 01:23:34,949

1255
01:23:34,950 --> 01:23:38,950
ส่วนมากนะคะ การศึกษาของคนหูหนวกจะเป็น

1256
01:23:38,953 --> 01:23:42,953
การศึกษาใน 2 แบบ

1257
01:23:42,954 --> 01:23:46,954
นะคะ แบบที่ 1 ก็จะเป็นโรงเรียนเฉพาะ

1258
01:23:46,955 --> 01:23:50,955
โรงเรียนเฉพาะก็คือโรงเรียนโสตต่างไ

1259
01:23:50,956 --> 01:23:54,956
นะคะ ที่มีในกลุ่มเฉพาะ

1260
01:23:54,957 --> 01:23:58,957
ของคนหูหนวกนะคะ อีกแบบที่ 2 ก็จะเป็น

1261
01:23:58,958 --> 01:24:02,958
โรงเรียนเรียนร่วม เรียนร่วม

1262
01:24:02,959 --> 01:24:06,959
กับคนปกติ อย่างเช่น มหาวิทยาลัยของเรานะคะ

1263
01:24:06,960 --> 01:24:10,960
ก็ถ้าเป็นรุ่นพี่นะ ก็จะมี

1264
01:24:10,962 --> 01:24:14,962
เพื่อนในห้องเรียนที่เป็นคนปกติ แล้วก็จะ

1265
01:24:14,964 --> 01:24:18,964
มีคนพิการ คนพิเศษ เข้ามาเรียน

1266
01:24:18,965 --> 01:24:22,965
ร่วมในห้องเรียนนั้นนะคะ แต่ในทางการเรียน

1267
01:24:22,966 --> 01:24:26,966
ก็จะมีการให้บริการ

1268
01:24:26,967 --> 01:24:30,967
การสนับสนุน เพื่อที่จะให้ผู้บกพร่อง

1269
01:24:30,967 --> 01:24:34,967
ผู้พิการได้เรียนเทียบเท่ากับคนปกติ

1270
01:24:34,969 --> 01:24:38,969
ถ้าเป็นหูหนวกก็จะมีล่ามเข้ามาแปล

1271
01:24:38,971 --> 01:24:42,971
ในชั้นเรียน อย่างในของมหาวิทยาลัยเราก็จะมีพี่ล่าม

1272
01:24:42,972 --> 01:24:46,972
แปลในชั้นเรียนนะคะ แล้วก็พี่ล่ามจากทาง

1273
01:24:46,973 --> 01:24:50,973
ออนไลน์ช่วยด้วยนะคะ ก็จะแปล

1274
01:24:50,974 --> 01:24:54,974
ที่อาจารย์บรรยายแปลในการสื่อสาร ให้นักศึกษา

1275
01:24:54,974 --> 01:24:58,974
ได้เรียนไปพร้อมกับคนปกติเรา

1276
01:24:58,978 --> 01:25:02,978
ก็ได้เข้าใจในขั้นตอน

1277
01:25:02,979 --> 01:25:06,979
วิธีการการเรียนนะคะ

1278
01:25:06,980 --> 01:25:10,980
การศึกษาเฉพาะโรงเรีนยนนะคะ

1279
01:25:10,980 --> 01:25:14,980
ก็ถ้าเป็นหูหนวก

1280
01:25:14,982 --> 01:25:18,982
เขาจะเป็น เรียกว่าเรียนแบบ

1281
01:25:18,983 --> 01:25:22,983
2 ภาษานะคะ ควบคู่กันไป ก็คือภาษาเขียน

1282
01:25:22,984 --> 01:25:26,984
แล้วก็ภาษามือนะคะ เดี๋ยวเราจะำได้เรียนกัน

1283
01:25:26,985 --> 01:25:30,985
ในแบบ 2 ภาษานะคะ หูหนวกก็จะได้

1284
01:25:30,986 --> 01:25:34,986
ทบทวนภาษาเขียนไปด้วยนะคะ แล้วก็ภาษามือ

1285
01:25:34,987 --> 01:25:38,987
นะคะ ในการเรียนของโรงเรียนเฉพาะทาง

1286
01:25:38,991 --> 01:25:42,991
นะคะ ในการสอน หลักสูตร

1287
01:25:42,992 --> 01:25:46,992
ในการสอนก็จะเหมือน

1288
01:25:46,993 --> 01:25:50,993
ของโรงเรียนปกติ ของนักเรียนปกตินะคะ แต่ว่า

1289
01:25:50,994 --> 01:25:54,994
จะมีการให้บริการสนับสนุน

1290
01:25:54,995 --> 01:25:58,995
เข้ามาช่วยนะคะ ถ้าเป็นห้องเรียนของหูหนวก ก็จะมีล่าม

1291
01:25:58,996 --> 01:26:02,996
เข้ามาช่วยภาษามือ แปลภาษามือ

1292
01:26:02,997 --> 01:26:06,997
นะคะ มีของ ม. เรา ก็จะมี Note Trackter

1293
01:26:06,999 --> 01:26:10,999
ช่วยจดบันทึกงานต่าง ๆ

1294
01:26:11,001 --> 01:26:15,001
แทนหูหนวก เพราะหูหนวกไม่สามารถที่จะมองล่าม

1295
01:26:15,002 --> 01:26:19,002
แล้วก้มมาเขียนได้นะคะ ฉะนั้น

1296
01:26:19,003 --> 01:26:23,003
ก็จะต้องมีการให้บริการ Note Tracter

1297
01:26:23,007 --> 01:26:27,007
ด้วยนะคะ

1298
01:26:27,008 --> 01:26:31,008
การแบบเรียนร่วม

1299
01:26:31,009 --> 01:26:35,009
ก็คือเหมือนรุ่นพี่เรา ก็มีห้องเรียน

1300
01:26:35,012 --> 01:26:39,012
แล้วก็มีการให้บริการ เพื่อที่จะให้

1301
01:26:39,015 --> 01:26:43,015
นักศึกษาหูหนวกเรียนไปพร้อมกับเพื่อนปกติได้นะคะ

1302
01:26:43,016 --> 01:26:47,016
ในเวลาเดียวกันนะคะ ระบบ

1303
01:26:47,017 --> 01:26:51,017
สอนภาษา อันนี้ก็

1304
01:26:51,017 --> 01:26:55,017
พูดแล้วนะ นี่

1305
01:26:55,019 --> 01:26:59,019
อันนี้จะเป็นการให้บริการสำหรับคนหูหนวกนะคะ

1306
01:26:59,021 --> 01:27:03,021
มีการให้บริการสอน

1307
01:27:03,022 --> 01:27:07,022
ปรับพื้นฐานภาษามือไทย

1308
01:27:07,023 --> 01:27:11,023
มีล่ามในห้องเรียน มีการส่งเสริม

1309
01:27:11,024 --> 01:27:15,024
การเรียนภาษาไทยนะคะ มีการให้คำ

1310
01:27:15,026 --> 01:27:19,026
ปรึกษา อย่างเช่น นักศึกษา

1311
01:27:19,027 --> 01:27:23,027
มีคำไทยมา แต่ไม่รู้ภาษามือ

1312
01:27:23,027 --> 01:27:27,027
ก็นำมาใช้พูดคุยกับพี่ล่าม ดูเพื่อน ๆ

1313
01:27:27,027 --> 01:27:31,027
มาตกลงกันว่าจะต้องใช้ภาษามือแบบนี้

1314
01:27:31,029 --> 01:27:35,029
อย่างไรนะคะ การบริการวิชาการ

1315
01:27:35,029 --> 01:27:39,029
ก็จะเป็นการให้บริการล่าม

1316
01:27:39,030 --> 01:27:43,030
เชื่อมโยงกันนะคะ การช่วยจดคำบรรยาย

1317
01:27:43,034 --> 01:27:47,034
การบริการด้านเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก

1318
01:27:47,035 --> 01:27:51,035
อย่างเช่น ทุกวันนี้ เห็นช่องทีวี

1319
01:27:51,036 --> 01:27:55,036
ใช่ไหมคะ ก็จะมีล่ามในช่องทีวี

1320
01:27:55,037 --> 01:27:59,037
ช่วยบริการด้านเทคโนโลยี แปล ในระหว่างที่

1321
01:27:59,037 --> 01:28:03,037
ช่องทีวีนั้นพูดบรรยายนะคะ

1322
01:28:03,039 --> 01:28:07,039
การบริการ

1323
01:28:07,040 --> 01:28:11,040
พิเศษ ก็อาจจะมี

1324
01:28:11,044 --> 01:28:15,044
อาจจะมีเพิ่มเติม

1325
01:28:15,045 --> 01:28:19,045
มีการเขียนคำ การให้คำไปด้วย ถ้าเป็นของเรา

1326
01:28:19,046 --> 01:28:23,046
ก็จะมีข้างบนใช่ไหมคะ

1327
01:28:23,048 --> 01:28:27,048
เป็นข้อความเสียงพูด

1328
01:28:27,063 --> 01:28:31,063
ถอดเสียงพูดมาด้วยนะคะ เป็นตัวอักษรนะคะ

1329
01:28:31,064 --> 01:28:35,064
การสอนเสริมรายวิชา ก็จะเป็น

1330
01:28:35,065 --> 01:28:39,065
พี่ ๆ ช่วยสอนเสริม เพราะผู้บกพร่องทางการได้ยิน

1331
01:28:39,066 --> 01:28:43,066
จะมีปัญหาในเรื่องภาษานะคะ

1332
01:28:43,068 --> 01:28:47,068
ฉะนั้น จึงมีการสอนเสริม เพิ่มเติมอีกนะคะ

1333
01:28:47,069 --> 01:28:51,069

1334
01:28:51,070 --> 01:28:55,070
สรุปนะคะ วันนี้

1335
01:28:55,070 --> 01:28:59,070
ให้นักศึกษาไปอ่านเอง

1336
01:28:59,072 --> 01:29:03,072
แล้วกันนะคะ อาจารย์จะไม่สรุปนะ วันนี้

1337
01:29:03,073 --> 01:29:07,073
จะให้งานนะคะ ให้งานอีกนะคะ

1338
01:29:07,074 --> 01:29:11,074

1339
01:29:11,075 --> 01:29:15,075
วันนี้จะให้งานนักศึกษาอีก ก็คือให้นักศึกษา

1340
01:29:15,077 --> 01:29:19,077
ไปเรียนรู้

1341
01:29:19,081 --> 01:29:23,081
คำศัพท์ภาษามือ

1342
01:29:23,081 --> 01:29:27,081
ไปฝึกดีกว่า ไปฝึกจำนวนตัวเลขนะคะ

1343
01:29:27,082 --> 01:29:31,082
ที่เว็บไซต์

1344
01:29:31,084 --> 01:29:35,084
ที่อาจารย์ส่งให้ ของสมาคนคนหูหนวก ที่เว็บไซต์

1345
01:29:35,085 --> 01:29:39,085
ของ NECTEC นะคะ ไปฝึกภาษามือ จำนวนตัวเลข

1346
01:29:39,088 --> 01:29:43,088
1-10

1347
01:29:43,088 --> 01:29:47,088
หลักสิบ หลักร้อย หลักพัน หลักหมื่น

1348
01:29:47,090 --> 01:29:51,090
หลักแสน หลักล้านนะคะ

1349
01:29:51,091 --> 01:29:55,091
ฝึกตัวเลข ฝึกท่าภาษามือ แล้วก็

1350
01:29:55,092 --> 01:29:59,092
ฝึกเขียนจำนวน เดี๋ยวอาจารย์จะ

1351
01:29:59,093 --> 01:30:03,093
ทำคำสั่งลงใน Classroom นะคะ

1352
01:30:03,094 --> 01:30:07,094
วันนี้ แล้วให้นักศึกษาทำส่งมา

1353
01:30:07,095 --> 01:30:11,095
แล้วก็จะมีสัปดาห์หน้าก็จะให้นักศึกษามา

1354
01:30:11,096 --> 01:30:15,096
ทดสอบอีกเหมือนเช่นเคยนะคะ ก็จะเก็บคะแนนไปเนรรื่อย ๆ

1355
01:30:15,097 --> 01:30:19,097
นะคะ ก็สำหรับวันนี้อาจารย์ก็

1356
01:30:19,098 --> 01:30:23,098
จบการบรรยายเพียงเท่านี้นะคะ แล้ว

1357
01:30:23,099 --> 01:30:27,099
จะให้นักศึกษาออกมาทีละคนนะคะ เขียน

1358
01:30:27,100 --> 01:30:31,100
คำศัพท์ที่นักศึกษาส่ง

1359
01:30:31,101 --> 01:30:35,101
เขียน... จำนวน 10 คำ แล้ว

1360
01:30:35,102 --> 01:30:39,102
ทำภาษามือให้อาจารย์ดูนะคะ

1361
01:30:39,103 --> 01:30:43,103
สำหรับใคร เดี๋ยวจะให้เวลาพักด้วยนะ

1362
01:30:43,104 --> 01:30:47,104
ตั้งแต่ตอนนี้ 10 โมง ถึง 11 โมงนะคะ

1363
01:30:47,105 --> 01:30:51,105
พอ 11 โมงจะให้มาสอบ เดี๋ยวให้นักศึกษา

1364
01:30:51,106 --> 01:30:55,106
ไปทบทวนดู ว่าคำศัพท์ตัวเอง

1365
01:30:55,107 --> 01:30:59,107
เขียนว่าอย่างไรนะคะ แล้วอาจารย์จะ

1366
01:30:59,108 --> 01:31:03,108
ให้มาเขียน อยู่ตรงหน้าอาจารย์นะคะ

1367
01:31:03,111 --> 01:31:07,111
เขียนคำศัพท์ให้ถูก ภาษามือให้ตรงกัน

1368
01:31:07,113 --> 01:31:11,113
นะคะ แล้ว

1369
01:31:11,114 --> 01:31:15,114
ตอนที่พักใน 15 นาทีนี้ ให้นักศึกษา

1370
01:31:15,115 --> 01:31:19,115
ตรวจดู ใครเขียนคำศัพท์ไหนไม่ถูก ให้แก้

1371
01:31:19,116 --> 01:31:23,116
ให้ส่งใหม่นะคะ โอเคนะคะ ของมิ่ง

1372
01:31:23,118 --> 01:31:27,118
ยังไม่ได้ส่ง ให้พิมพ์ส่งมาด้วยนะคะ แล้วก็ให้เขียนส่ง

1373
01:31:27,119 --> 01:31:31,119
สำหรับวันนี้ก็ขอบคุณพี่ล่ามนะคะ

1374
01:31:31,122 --> 01:31:35,122
เดี๋ยวจะให้นักศึกษาทดสอบแล้วค่ะ

1375
01:31:35,123 --> 01:31:39,123
พี่ล่ามพักผ่อนนะคะ วันนี้นักศึกษาขอบคุณพี่ล่ามนะคะ

1376
01:31:39,124 --> 01:31:43,124
นักศึกษาขอบคุณ

1377
01:31:43,126 --> 01:31:47,126
พี่ล่ามค่ะ 1 2 3 ขอบคุณพี่ล่ามค่ะ

1378
01:31:47,128 --> 01:31:51,128
ขอบคุณค่ะ ตอนนี้ให้พักผ่อน

1379
01:31:51,130 --> 01:31:55,130
นะคะ แล้ว 11 โมง

1380
01:31:55,132 --> 01:31:59,132
จะมาสอบ

1381
01:31:59,133 --> 01:32:03,133

1382
01:32:03,134 --> 01:32:07,134

1383
01:32:07,137 --> 01:32:11,137

1384
01:32:11,138 --> 01:32:15,138

1385
01:32:15,138 --> 01:32:19,138

1386
01:32:19,142 --> 01:32:23,142

1387
01:32:23,144 --> 01:32:27,144

1388
01:32:27,146 --> 01:32:31,146

1389
01:32:31,148 --> 01:32:35,148

1390
01:32:35,150 --> 01:32:39,150

1391
01:32:39,153 --> 01:32:43,153

1392
01:32:43,154 --> 01:32:47,154

1393
01:32:47,156 --> 01:32:51,156

1394
01:32:51,158 --> 01:32:55,158

1395
01:32:55,159 --> 01:32:59,159

1396
01:32:59,162 --> 01:33:03,162

1397
01:33:03,164 --> 01:33:07,164

1398
01:33:07,166 --> 01:33:11,166

1399
01:33:11,168 --> 01:33:15,168

1400
01:33:15,170 --> 01:33:19,170
แ

1401
01:33:19,173 --> 01:33:23,173

1402
01:33:23,174 --> 01:33:27,174

1403
01:33:27,179 --> 01:33:31,179

1404
01:33:31,180 --> 01:33:35,180

1405
01:33:35,184 --> 01:33:39,184

1406
01:33:39,186 --> 01:33:43,186

1407
01:33:43,189 --> 01:33:47,189

1408
01:33:47,191 --> 01:33:51,191

1409
01:33:51,192 --> 01:33:55,192

1410
01:33:55,197 --> 01:33:59,197

1411
01:33:59,200 --> 01:34:03,200

1412
01:34:03,202 --> 01:34:07,202

1413
01:34:07,205 --> 01:34:11,205

1414
01:34:11,207 --> 01:34:15,207

1415
01:34:15,210 --> 01:34:19,210

1416
01:34:19,212 --> 01:34:23,212

1417
01:34:23,214 --> 01:34:27,214

1418
01:34:27,215 --> 01:34:31,215

1419
01:34:31,218 --> 01:34:35,218

1420
01:34:35,219 --> 01:34:39,219

1421
01:34:39,221 --> 01:34:43,221

1422
01:34:43,225 --> 01:34:47,225

1423
01:34:47,228 --> 01:34:51,228

1424
01:34:51,230 --> 01:34:55,230

1425
01:34:55,233 --> 01:34:59,233

1426
01:34:59,235 --> 01:35:03,235

1427
01:35:03,239 --> 01:35:07,239

1428
01:35:07,241 --> 01:35:11,241

1429
01:35:11,242 --> 01:35:15,242

1430
01:35:15,243 --> 01:35:19,243

1431
01:35:19,246 --> 01:35:23,246

1432
01:35:23,247 --> 01:35:27,247

1433
01:35:27,249 --> 01:35:31,249

1434
01:35:31,251 --> 01:35:35,251

1435
01:35:35,252 --> 01:35:39,252

1436
01:35:39,255 --> 01:35:43,255

1437
01:35:43,257 --> 01:35:47,257

1438
01:35:47,258 --> 01:35:51,258

1439
01:35:51,260 --> 01:35:55,260

1440
01:35:55,262 --> 01:35:59,262

1441
01:35:59,266 --> 01:36:03,266

1442
01:36:03,268 --> 01:36:07,268

1443
01:36:07,269 --> 01:36:11,269

1444
01:36:11,271 --> 01:36:15,271

1445
01:36:15,273 --> 01:36:19,273

1446
01:36:19,274 --> 01:36:23,274

1447
01:36:23,276 --> 01:36:27,276

1448
01:36:27,277 --> 01:36:31,277

1449
01:36:31,279 --> 01:36:35,279

1450
01:36:35,281 --> 01:36:39,281

1451
01:36:39,283 --> 01:36:43,283

1452
01:36:43,291 --> 01:36:47,291

1453
01:36:47,293 --> 01:36:51,293

1454
01:36:51,294 --> 01:36:55,294

1455
01:36:55,297 --> 01:36:59,297

1456
01:36:59,299 --> 01:37:03,299

1457
01:37:03,302 --> 01:37:07,302

1458
01:37:07,304 --> 01:37:11,304

1459
01:37:11,306 --> 01:37:15,306

1460
01:37:15,308 --> 01:37:19,308

1461
01:37:19,309 --> 01:37:23,309

1462
01:37:23,311 --> 01:37:27,311

1463
01:37:27,312 --> 01:37:31,312

1464
01:37:31,314 --> 01:37:35,314

1465
01:37:35,316 --> 01:37:39,316

1466
01:37:39,318 --> 01:37:43,318

1467
01:37:43,320 --> 01:37:47,320

1468
01:37:47,321 --> 01:37:51,321

1469
01:37:51,322 --> 01:37:55,322

1470
01:37:55,324 --> 01:37:59,324

1471
01:37:59,327 --> 01:38:03,327

1472
01:38:03,329 --> 01:38:07,329
[สิ้นสุดการถอดความ]

1473
01:38:07,330 --> 01:38:11,330

1474
01:38:11,332 --> 01:38:15,332

1475
01:38:15,333 --> 01:38:19,333

1476
01:38:19,335 --> 01:38:23,335

1477
01:38:23,338 --> 01:38:27,338

1478
01:38:27,340 --> 01:38:31,340

1479
01:38:31,341 --> 01:38:35,341

1480
01:38:35,343 --> 01:38:39,343

1481
01:38:39,345 --> 01:38:43,345

1482
01:38:43,347 --> 01:38:47,347

1483
01:38:47,349 --> 01:38:51,349

1484
01:38:51,350 --> 01:38:55,350

1485
01:38:55,353 --> 01:38:59,353

1486
01:38:59,355 --> 01:39:03,355

1487
01:39:03,357 --> 01:39:07,357

1488
01:39:07,359 --> 01:39:11,359

1489
01:39:11,360 --> 01:39:15,360

1490
01:39:15,363 --> 01:39:19,363

1491
01:39:19,365 --> 01:39:22,365

1492
01:39:23,366 --> 01:39:26,369

1493
01:39:27,369 --> 01:39:30,371

1494
01:39:31,370 --> 01:39:34,372

1495
01:39:35,373 --> 01:39:38,377

1496
01:39:39,375 --> 01:39:42,377

1497
01:39:43,377 --> 01:39:46,379

1498
01:39:47,378 --> 01:39:50,381

1499
01:39:51,380 --> 01:39:54,382

1500
01:39:55,382 --> 01:39:58,384

1501
01:39:59,384 --> 01:40:02,387

1502
01:40:03,387 --> 01:40:06,390

1503
01:40:07,390 --> 01:40:10,391

1504
01:40:11,393 --> 01:40:14,395

1505
01:40:15,395 --> 01:40:15,395

1506
01:40:19,396 --> 01:40:19,398


