สถิติประเทศกลุ่มอาเซียนรวมทั้งไปเปรียบเทียบกับอีก 3 ประเทศ นั่นก็คือญี่ปุ่นเกาหลีใต้และจีนนี้ เราจะเห็นว่าประเทศมีสัดส่วนของประชากรถึงร้อยละ 15.36 เป็นผู้สูงวัย จากประชากรทั้งหมดนะคะ ร้อยละ 15.36 เป็นกลุ่มผู้สูงวัย ถ้าเทียบกับประเทศที่เอามาเปรียบเทียบกันได้ประเทศไทยหรือว่าอยู่ในอันดับ 4นอกจากญี่ปุ่นเกาหลีใต้ และจีน และเป็นสัดส่วนที่เป็นอันดับ 1 เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศอาเซียน เพราะฉะนั้น ในฐานะที่เราเป็นคนหนึ่งอยู่ในสังคมผู้สูงวัย แล้วก็ต้องเรียนรู้การรักษาพยาบาลประเด็นหนึ่งนะคะ นั่นก็คือเทคโนโลยีทางการแพทย์นี้ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยดำรงเผ่าพันธุ์มนุษย์ฉะนั้นจึงจำเป็นและมีความสำคัญต้องเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีด้านนี้ อีกเรื่อง ด้านหนึ่งค่ะ สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมแน่นอนค่ะ ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีการพัฒนาโดยไม่ตระหนักถึงกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ก็จะเกิดมลภาวะด้านต่าง ๆ อย่างเช่น มลภาวะทางอากาศ ซึ่งเกิดจากการขยายตัว ของเมือง ของชุมชนเมือง การใช้รถยนต์ ธุรกิจ ภาคธุรกิจอุตสาหกรรม ถึงสารปนเปื้อนที่ปล่อยลงสู่แม่น้ำ ลำคลอง หรือทะเล จากการผลิตระบบทางอุตสาหกรรมหรือชุมชนที่มีความหนาแน่น รวมถึงการกำจัดขยะที่ไม่เป็นระบบ ก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาทางการจัดการขยะได้ด้วย เพราะฉะนั้น เราจึงต้องเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อที่จะช่วยกัน ให้เรียนรู้ และใช้เทคโนโลยีนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดสิ่งแวดล้อมด้วย จึงเป็นที่มาของหัวข้อที่เราจะได้เรียนในวันนี้นะคะ ก่อนอื่น ขอทบทวนก่อนว่า เอ๊ะ สาเหตุหรือปัจจัยการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและนักเรียนจำได้หรือเปล่าคะ ในหัวข้อที่แล้ว มีกี่สาเหตุ หรือมีกี่ปัจจัยคะ มี 5 สาเหตุ 5 ปัจจัย ค่ะ นั่นก็กคือความต้องการของมนุษย์เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาใช่ไหมคะ เป็นปัญหาเห็นเลยร่วมกันกับองค์ความรู้และความก้าวหน้าของศาสตร์ต่าง ๆ สังคมและวัฒนธรรมรวมถึงสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะฉะนั้น ในวันนี้ใน เรื่องของการพิจารณาลักษณะ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีนี่ เราต้องพิจารณาเหล่านี้เสมอ องค์ประกอบหนึ่ง ที่จะช่วยพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีใดด้วยนะคะ เรามาเริ่มพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีทางการแพทย์และด้านสุขภาพนะคะ อุปกรณ์ ที่นักเรียนเห็นในภาพนี้ เรียกว่า "เครื่องเป่าความดันลม" CPAP เครื่องเป่าความดันลมที่มีลักษณะอย่างไร เป็นเทคโนโลยีหนึ่งนะคะ ที่ช่วยเปิดขยายทางเดินหายใจสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนกรน นอนหลับไม่สนิท หรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เรพาะฉะนั้น จึงมีเทคโนโลยีขึ้นมา เรียก "เครื่องเป่าความดันลมนี่แหละ" นะคะ หลักการเครื่องออกความดันลมืทำงานอย่างไร ก็มีการดูดอากาศจากภายนอกเข้าสู่ตัวเครื่องนี้นะคะ แผ่นกรองฝุ่น แล้วจึงผลิตแรงดันอากาศนั้นพาเข้าไปทางท่อนะคะ จนถึงส่วนครอบจมูกผู้ใช้ แล้วก็ผ่านเข้าไปสู่ระบบทางเดินหายใจของผู้ใช้นั่นเอง เพราะฉะนั้น มีสาเหตุปัจจัยทำให้เกิดเทคโนโลยีตัวนี้ขึ้นมา ก็ด้วยเนื่องจากว่า มนุษย์นี่ล่ะค่ะ มีความต้องการแก้ปัญหาการนอนกรนและ การนอนหลับไม่สนิท รวมถึงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ก็สามารถทำให้เครื่องเป่าความดันลม หรือ CPAP ขึ้นมาได้นักเรียนเห็นสภาพรูปแบบนี้ เห็นลักษณะการใช้งานที่ผู้ใช้ต้องนอนอยู่แบบนี้ นักเรียนคิดว่าจะมีข้อจำกัด หรือว่ามีปัญหาในการใช้หรือเปล่าคะ นักเรียนลองคิดนะคะ ว่า เอ๊ะ มีข้อจำกัดไหม สามารถช่วยในการนอนกรนและด้วยได้แล้วนะ แน่นอนค่ะ ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม ที่มีผู้ใช้ที่มีลักษณะแตกต่างกันนี่ ปัญหาความไม่สะดวกก็ต้องเกิดขึ้นแน่นอน อย่างเช่น ในเรื่องของเครื่อง CPAP นี่ เรื่องของขนาดอุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมมีสามารถเกิดขึ้นได้แน่นอน เพราะว่าหน้าตาของแต่ละคนแตกต่างกันใช่ไหมคะ รูปร่าง หน้าตา อุปกรณ์ก็อาจจะไม่เหมาะกับบางคน หรือกรณีที่มีการใช้เป็นเวลานาน ๆ ก็จะมีอาการข้างเคียงเช่นอาการคัดจมูก ปวดจมูก เลือดกำเดาไหล หรือมีอาการเกิดรอยกดทับ เพราะว่าใช้นานเกินไป แบบนี้ก็ถือว่าเป็นข้อจำกัดของเครื่อง CPAP ที่ทำให้ไม่สะดวกต่อการใช้งาน ถ้าเป็นแบบนี้ นักเรียนสามารถคาดการณ์ได้ไหมคะ ว่าแล้วเครื่องนอนกรน... เครื่องช่วยแก้ปัญฆาในการนอนกรน ในอนาคตควรจะเป็นผู้แบบไหน จะเป็นแบบไหนได้บ้างคะ เพื่อที่จะหรือว่าแก้ปัญหาข้อจำกัด ที่เครื่องCPAP มีปัญหานี้อยู่ นักเรียนลองคิดนะคะ อาจจะยังคิดไม่ออก แต่ว่าตอนนี้นะคะ แนวโน้มที่จะเกิดขึ้น เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหาการนอนกรนนี่ค่ะ มันมีกลุ่มผุ้วิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์นะคะ สามารถพัฒนาเครื่องมือที่เรียกว่า "หมอนตุ๊กตา" ค่ะนักเรียน หมอนตุ๊กตา ช่วยลดปัญหาการนอนได้อย่างไร เพราะว่ามีไมโครโฟนตรวจจับเสียงกรนค่ะ แล้วก็นอกจากนี้ก็ยังมีอุปกรณ์ที่ตรวจวัดความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด ติดไว้ที่ปลายนิ้วของผู้ป่วยด้วย หลังจากที่มีการได้รับสัญญาณแล้วไ ด้ตรวจจับเสียงกรนแล้ว ก็จะส่งสัญญาณไปให้สามารถยกแขนยันศีรษะผู้ป่วย ให้เปลี่ยนท่านอนได้ เพื่อที่จะได้หายใจได้สะดวก คล่องยิ่งขึ้น นี่ก็คือสามารถแก้ปัญหาเรื่องของ ไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไรมาครอบจมูกก็จะเกิดความสะดวก ก็ถือว่าเป็นแนวโน้มที่จะเกิดดีขึ้น สังเกตว่าการพัฒนาประเภทนี้ เป็นการแก้ปัญหาเรื่องของความไม่สะดวกของผู้ใช้ได้ การคาดการณ์นี้ตั้งอยู่บนคาบปัญหาสภาพการใช้งานที่มันไม่สะดวกการใช้งานนั่นเอง ท้ายที่สุดแล้ว อันนี้ก็ยังคงเป็นแค่แนวโน้มของเทคโนโลยีอยู่นะคะ ยังเป็นแบบฉบับต้นแบบจริงจังอยู่ในระดับการทดลองอยู่ เพราะฉะนั้นก็ยังไม่ได้นำมาใช้จริงผู้ป่วยอีกอย่างนึงค่ะ เรื่องของการเปลี่ยนแปลง หูฟังที่แพทย์ใช้ตรวจสุขภาพผถ้าเขาก่อนหน้านี้นะคะ หูฟังในยุคร้านนั่งทำจากไม้ที่นอนทำจากไม้ต้องมีปัญหาเรื่องถุงหูฟังนี่แหละ ที่มันมีขนาดใหญ่เกินไป มีน้ำหนักมากเกินไป พกพาไม่สะดวก และก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องการแก้ไขปัญหานี้ รวมถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านวัสดุ และองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เกี่ยวข้องกับเสียงนี่ ทำให้สามารถพัฒนาต่อยอด ผลิตมาเป็นหูฟังแพทย์ทั่วไป ทำให้มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา อย่างไรก็ตาม หูฟังแพทย์ทั่วไปนี่ ตอนนี้ก็ยังข้อจำกัดอยู่ อย่างเช่น มีเสียงรบกวน และผู้ใช้ หรือว่าแพทย์ผู้วินิจฉัยนี่ ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะบุคคล ไม่สามารถบันทึกเสียงที่ได้ยินเป็นสัญญาณภาพให้เห็นได้ เพราะฉะนั้น ก็ต้องแก้ปัญหาเข้าไปอีก ตอนนี้เนื่องจากมีความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์ จึงุสามารถพัฒนาหูฟังแทบเป็นหูฟังเล็กเชื่อมต่อผ่านสัญญาณ Blutooth ได้แล้วนะคะ นั่นก็สามารถทำให้เห็นสัญญาณมีการแปลงสัญญาณเสียง ทำให้วินิจฉัยได้แม่นยำยิ่งขึ้น อย่างนี้แหละค่ะ คือ ตัวอย่างเปลี่ยนแปลงที่มีทางการแพทย์ ที่เกิดจากข้อจำกัด ขณะใช้ไป ใช้ไป ก็เกิดข้อจำกัด ก็มีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ ไม่แน่ว่าในอนาคตนี่ หูฟังแพทย์อาจจะอยู่ในรูปแบบอื่น ก็ต้องถูกพัฒนาปรับปรุงไปตามสภาพปัญหาที่เป็นอยู่ นี่ก็เป็นตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงทางการแพทย์นะคะ แล้วตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีทางด้านสิ่งแวดล้อมล่ะคะ นักเรียนถึงเทคโนโลยีใดบ้าง บรรจุภัณฑ์ นักเรียนคะ ตอนนี้มีปัญหากันมากเรื่องของสิ่งแวดล้อม ที่บรรจุภัณฑ์ที่เป็นประเภทพลาสติกหรือวัสดุที่ย่อยสลายยาก อย่างเช่น เริ่มต้นที่เราพิจารณากันบรรจุภัณฑ์ประเภทโฟม จริง ๆ แล้วก็มีข้อดีนะคะ ก็มีข้อดีอยู่ เช่น ถ้าสะดวกเราไม่ต้องล้าง เพราะฉะนั้น ก็สอดคล้องกับวิถีชีวิตที่มันรีบเร่งทำงาน แต่อย่างไรก็ตามเขาก็มีข้อจำกัดข้อ เสีย เพราะว่าว่ามีองค์ประกอบ คือ สารสไตล์ริน เป็นอันตรายต่อร่างกายทั้งเกิดจากอะไรจากการผลิตเกิดจากส่วนเกินในกระบวนการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ซึ่งมีปัญหาเรื่องการย่อยสลาย จึงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้น ถึงแม้จะสะดวก เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมมากเลยนะคะ เพราะฉะนั้น ก็ต้องมีการขนาดประตูกันสุพรรณแบบนี้ไปอีกพัฒนาแบบไหนคะตอนนี้ค่ะ วันนี้มีบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ ซึ่งวัสดุธรรมชาตินี้ทำจากอะไร ก็ะทำจากใบไม้ค่ะ ในตรงนี้นะคะ รูปที่ครูนำมานี่ ก็เป็นพัฒนาโดยคณะกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำใบทองกวาวมาขึ้นรูปเป็นจานและทานตกลงได้ใส่น้ำร้อนก็ได้สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ นี่ก็ถือว่าเป็นการแก้ไขข้อจำกัดของโฟมใช่ไหมคะ แต่ เอ๊ะ ถ้านักเรียนไปในแง่ของข้อจำกัด ที่เรา ถ้าเราใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากใบทองกวาวนี่ นักเรียนคิดว่ามันจะมีปัญหาหรือข้อจำกัดอะไรบ้างคะ ลองคิดดูนะคะ ว่าบรรจุภัณฑ์จากธรรมชาตินี่ จะมีข้อจำกัดอะไรบ้างนักเรียนมีเวลาคิดนะคะ อยากให้นักเรียนลองคิดซัก 30 วินาที เพื่อที่จะเป็นแนวทางในการวิเคราะห์ต่อไป ครูจะเริ่มจับเวลานะคะ ว่า เอ๊ะ มีข้อจำกัดอะไรบ้าง ตอนนี้เราอาจจะยังไม่ใช้ แต่พอเราเห็นรูป หรือเห็นบรรจภัณฑ์นี่ นึกถึงอะไรบ้าง ครูจะจับเวลานะคะ เริ่มคหมดเวลาค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะ นักเรียนสามารถคิดข้อจำกัด หรืออาจจะเป็นปัญหาที่่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการใช้บรรจุภัณฑ์ชนิดนี้ได้ไหมคะ อันนี้เป็นสิ่งที่ครูคิดไว้ได้นะคะ แบบเร็ว ๆ นะคะ ครูคิดว่า เรื่องความคงทน หรือยาเวลาในการใช้งานนี่ มันจะคงทนได้สักประมาณเท่าไรนะ อาจจะมีปัญหาเรื่องความคงทนก็ได้ แล้วครูก็เก็บมาคิดอีกว่า ไปทองกวาวนี่ เป็นวัตถุดิบที่มีเฉพาะถิ่นหรือไม่ ถ้าหากว่าครูอยากผลิตในการค้าไปเลย อยากผลิตจำนวนมาก ๆ นี่ วัตถุดิบตัวนี้ ใบทองกวาวนี้ จะมีเพียงพอสำหรับการผลิตหรือเปล่าพื ชของกินหรือเปล่าอาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ข้อจำกัดที่กูคิดได้แบบเร็ว ๆ นะคะ นักเรียนอาจจะมีมากกว่านี้นะคะ ถ้ามองในแง่ข้อจำกัดในหัวข้อนี้ นักเรียนคิดว่าบรรจุภัณฑ์ที่ต้องผลิตจากวัสดุธรรมชาติ เพื่อทดแทนนี่ต้องมีลักษณะอย่างไรคะ ที่จะสามารถพัฒนาต่อจากภาชนะ หรือบรรจุภัณฑ์ที่จากใบทองกวาวนี่ มีลักษณะเป็นอย่างไร ก็ถือว่าเป็นการคาดการณ์ เป็นการคาดการณ์ในอนาคต นักเรียนลองพิจารณาข้อจำกัดที่เราสมมติว่าจะเกิดขึ้นภาพวาดนะคะ เราไปดูกันว่าลักษณะในอนาคตของบรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาตินี้จะเป็นอย่างไร แน่นอนค่ะ จากข้อจำกัดที่กูคิดไว้ 3 ประเด็นนะคะ นักเรียนจะอาจจะสามารถแยกออกไป ประเด็น ในแง่ที่เรียกว่าเป็นวัตถุดิบ นั่นก็คือใบทองกวาวนี่ กับข้อจำกัดถ้าต้องการผลิตจำนวนมากกว่าเป็น พืชไม่มี ถ้ามองในแง่ของความคงทน นั่นก็แปลว่าครูมองในประเด็นของคุณภาพ ว่าจะสามารถมี คุณุภาพเพราะฉะนั้นในการคาดการณ์กูก็ต้องคาดการณ์เพื่อแก้ไขข้อจำกัดนี้ เพราะฉะนั้น การพัฒนาในอนาคต จะต้องมีแนวทางอย่าง เช่น ใช้วัตถุดิบ หรือพืช หรืออะไรก็ตามที่มีอยู่ทั่วไป หาง่าย มีปริมาณมาก เพราะเราบอกว่ามันอัดมีข้อจำกัดในจำนวนมาก ของการผลิตนั้นเราก็ต้องใช้ที่มีปริมาณมากไว้ก่อนและในอนาคตมันก็อาจจะมีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ที่จะทำให้วัสดุนี้ มีความอดทนมากยิ่งขึ้น และสามารถย่อยสลายตามธรรมชาติได้ดีอีกด้วย เพราะฉะนั้น ครูก็คิดว่าน่าจะมี หรือว่าน่าจะพัฒนาได้ นี่ก็คือการคาดการณ์ของครูนะคะ ซึ่งมันจะออกมาในลักษณะไหนล่ะ อาจจะออกมาในลักษณะ เป็นจาน ชาม เป็นบรรจุภัณฑ์จากหญ้า ครูเห็นว่าย่ามันมีอยู่ทั่วไปและมีปริมาณมาก เลือดจากทางข้าวจากใบไม้ก็ได้ใช่ไหมคะ แล้วก็ต้องด้วยความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์ที่ครูคิดว่ามัน อาจจะพัฒนาไปแล้วตอนอนาคตนั้น น่าจะมีความคงทนมากขึ้นกันน้ำ กันไฟ ย่อยสลายได้เร็ว หรืออาจจะมีการพัฒนาเป็นบรรจุภัณฑ์ที่รับประทานได้เลย สามารถลดขยะได้เลย หรืออาจจะมีคุณสมบัติพิเศษอื่น ๆ ก็ได้ ซึ่งเราก็ตั้งอยู่บนพื้นฐาน นี่ก็คือเป็นตัวอย่างของการคาดการณ์เทคโนโลยีในอนาคต เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์นะคะ โดยครูใช้พื้นฐาน ก็คือข้อจำกัดที่คิดว่าอีกตัวอย่างหนึ่งค่ะ เรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนะคะ เป็นตัวอย่างของการพิจารณาการเปลี่ยนแปลงเชื้อเพลิงรถยนต์ นักเรียนทราบดีว่ารถยนต์นั้นต้องใช้เชื้อเพลิง ในยุคเริ่มต้นนั้น ปัจจุบันก็มีนะคะ การใช้น้ำมันเบนซิน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบ การนำมาผสมสารเพิ่มคุณภาพ โดยมีหัวเทียนเป็นเครื่องจุดระเบิดใช่ไหมคะ แต่ข้อจำกัดของเขา ก็คือก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศ เพราะฉะนั้นจึงมีการพัฒนาเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ เกิดจากการใช้น้ำมันเบนซินผสมแอลกอฮอล์ที่หน้ากากได้จ้ะทางการเกษตร ก็จะเป็นการใช้ประโยชน์ในทางการเกษตรได้ด้วยนะคะ ตัวนี้นะคะ ก็จะมีประโยชน์ตรงที่ว่าเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ พืชผลทางการเกษตร แล้วก็สามารถลดภาวะทางอากาศได้ 20-25 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังไม่ดีที่สุด ก็ยังมีการพัฒนามาอีก เรียกว่า "รถยนต์ไฮบริด" เป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมันเชื้อเพลิง และไฟฟ้า ซึ่งสามารถลดมลภาวะทางอากาศ ได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เลยทีเดียว นักเรียนคิดว่าหยุดอยู่แค่นี้ไหมคะ ยังค่ะ ยังนะคะ เพราะว่ายังมีเทคโนโลยีอื่นมาทดแทนได้อีกนะคะ นั่นก็คือยนต์ไฟฟ้าค่ะ รถยนต์ไฟฟ้านี่ ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า แม่นอนไม่เกิดให้... ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ... มลพิษทางอากาศนะคะ กักเก็บไฟฟ้าไว้ในแบตเตอรี่แล้วก็นำมาใช้ในการขับเคลื่อนมอเตอร์ ดูเหมือนว่าจะแก้ไขปัญหาด้านมลภาวะทางอากาศได้แล้ว แล้วนักเรียนคิดว่ารถยนต์ไปป่านี่มีข้อจำกัดไหมคะ หรือว่ามันจะถูกพัฒนาไปในทิศทางไหนคิดนะคะ น่าจะคิดนะคะ ว่าขนาดว่าลดมลภาวะได้แล้ว มีข้อจำกัดอะไรอีก ถ้านักเรียนพิจารณานะคะ รถไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้าตอนนี้ ส่วนใหญ่นั้นเป็นรถยนต์รุ่นเล็กนะคะ ใช้สำหรับใช้ในเมือง ในระยะสั้น ๆ ต้องมีสถานีบริการชาร์จไฟฟ้าอยู่เป็นระยะ ๆ แล้วก็มี การชาร์จนี่ ต้องใช้เวลานานจึงไม่สะดวกเลย จึงต้องมีการพัฒนา ต้องมีการพัฒนา เพื่อให้ลบข้อจำกัดข้อนี้นะคะ นักเรียนคิดว่าอะไรจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้คะ ในอนาคตอาจจะเป็นอย่างนี้ค่ะ รูปร่างหน้าตาของรถยนต์ น่าสนใจไหมคะ ก็เพราะว่ามีแนวคิดการพัฒนาตั้งอยู่บนพื้นฐานที่เรียกว่า เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นรถยนต์รุ่นเล็ก ใช่เดินทางไประยะสั้น ๆ เพราะฉะนั้น ต้องมีการพัฒนา หาแหล่งพลังงานที่มีอยู่ทั่วไป จะได้ไม่ต้องใช้สถานีชาร์จไฟฟ้า นั่นก็คือการใช้แผงโซล่าเซลล์นั่นเอง ให้โซล่าเซลล์เป็นหลังคารถไปเลย แล้วก็เปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้า น่าจะมีการพัฒนาความเร็ว แล้วก็พัฒนาประสิทธิภาพของเครื่องยนต์นั้นให้สามารถเดินทางได้ไกล ก็เป็นการคาดการณ์ในอนาคต ซึ่งจะต้องใช้ความรู้ในหลาย ๆ ด้านเลย อย่างเช่น วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ แล้วก็... ในด้านต่าง ๆ ช่วยในการเลื่อนโซล่าเซลล์อันนี้ก็เป็นแนวคิดการพัฒนาพี่ปัญญาเพื่อให้นำไปสู่การใช้รถยนต์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แล้วก็มีประสิทธิภาพดี นี่ก็เป็นตัวอย่างเทคนิคการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ดี งทางด้านสิ่งแวดล้อมด้วยนะคะ เรียนสังเกตไหมคะ ว่าที่ผ่านมาครูได้นำเสนอ ได้นำเสนอการคาดการณ์ ครูใช้หลักการอะไรในการคาดการณ์คะ เช่น การภาพการบรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ ครูก็คาดการณ์เฉพาะจำกัดใช่ไหมคะ หรืออย่างเช่นรถยนต์ไฟฟ้า ครูคิดแนวคิดการพัฒนานี่ เกิดจากข้อจำกัดที่เกิดจากการใช้งานหรอความรู้ เพราะฉะนั้นการที่ใช้ในการคาดการณ์เทคโนโลยีในอนาคตนะคะ ต้องเป็นการคาดการณ์บนฐานความรู้ที่น่าเชื่อถือ และก็มีความเป็นไปได้ นอกจากนี้ก็ต้องลืมไม่ได้เลย ต้องพิจารณาจากสาเหตุ หรือปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีนั้น ๆ ซึ่งแน่นอนค่ะ ปัญหาและความต้องการของมนุษย์นี่แหละ เป็นตัวผลัดดันที่สำคัญ รวมถึงความก้าวหน้าของศาสตร์ต่าง ๆ ร่วมด้วย รวมถึงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ก็เป็นเป็นสาเหตุ นี่ก็คือเป็นหลักการที่ทำให้เราได้สามารถคาดการณ์เทคโนโลยีในอนาคตได้นะคะ สำหรับนักเรียนคนใดที่อยากศึกษาเพิ่มเติม เกี่ยวกับอุปกรณ์เทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่เรียกว่า "CPAP" นำลิงก์นี้หรือว่าใช้คิวอาร์โค้ดนี้ ไปเพิ่มเติมได้รวมถึงหมอนตุ๊กตาด้วยนะคะ ที่จัดได้ว่าเป็นต้นแบบอยู่แล้วก็เป็นอันว่าเขามีหลักการทำงานอย่างไร รวมถึงบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติด้วย ก็น่าสนใจเลยทีเดียวค่ะ นักเรียนอาจจะต้องไปศึกษาเพิ่มเติม เห็นแนวคิดในการพัฒนาเทคโนโลยีคต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้น สำหรับวันนี้นะคะ ครูก็อยากสรุปว่า ปัญหาหรือความต้องการของมนุษย์นี่ล่ะค่ะ สำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนา รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี นอกจากนี้ก็ต้องเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับสาเหตุและปัจจัยต่าง ๆ ครูเคยได้กล่าวไว้นะคะ เพราะฉะนั้น ความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีนี้แหละ ความสามารถในการวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ ที่จะทำให้นักเรียนนั้นรู้เท่าทันเทคโนโลยี สามารถคาดการณ์เทคโนโลยีในอนาคตได้ เพราะฉะนั้น เมื่อคาดการณ์ได้แล้วเมื่อตระหนักได้แล้ว มันมีทั้งดีไม่ดี จะทำให้เรารู้เท่ากันและใช้ดีนั้นยังและเป็นประโยชน์ ก็หวังว่าในเนื้อหาบทที่ 2 เรื่องการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอธิบายเข้าใจและนำไปใช้ได้อย่างยิ่งขึ้นนะคะ เพราะต่อไปค่ะ สวัสดีค่ะ