﻿1
00:00:11,471 --> 00:00:12,960
ภาษาไทยนะคะ ก็ภาษามือไทยนะคะ ตอนนี้จะเป็นการ

2
00:00:12,960 --> 00:00:15,966
ทบทวน

3
00:00:15,966 --> 00:00:18,423
นะคะ ในคำศัพท์

4
00:00:18,423 --> 00:00:21,180
แล้วก็เรียนรู้ภาษาไทย

5
00:00:21,180 --> 00:00:24,943
ภาษามือไทยใหม่ ๆ ด้วยนะคะ

6
00:00:24,943 --> 00:00:26,934
และ

7
00:00:26,934 --> 00:00:29,547
เรียนภาษามือ

8
00:00:29,547 --> 00:00:33,547
ที่จะใช้คำศัพท์

9
00:00:34,504 --> 00:00:37,809
ร่วมกันนะคะ เข้าใจตรงกันนะคะ ใน...

10
00:00:37,809 --> 00:00:40,188
ในที่มหาวิทยาลัยของเรานะคะ

11
00:00:40,188 --> 00:00:41,661
แล้วก็อีกอันห

12
00:00:41,661 --> 00:00:44,799
นึ่ง ก็เพื่อ

13
00:00:44,799 --> 00:00:48,799
ฝึกการสื่อสาร

14
00:00:49,260 --> 00:00:53,260
กับเพื่อนที่เรียนร่วมด้วยกันกับเรานะคะ เพื่อนหู ดี

15
00:00:53,286 --> 00:00:54,611
อุบล แล้วกกนะคะ ก็จะได้เรียนภาษามือ

16
00:00:54,611 --> 00:00:58,611
ไปด้วยกัน

17
00:00:59,276 --> 00:01:01,274
เพื่อที่จะใช้ในการสื่อสารในระหว่างเรียน

18
00:01:01,274 --> 00:01:05,245
ในมหาวิทยาลัยนะคะ

19
00:01:05,245 --> 00:01:08,817
เพราะว่านอกเหนือจากกิจกรรมการเรียน

20
00:01:08,817 --> 00:01:12,817
อาจจะมีกิจกรรมในชีวิตประจำวัน

21
00:01:14,726 --> 00:01:18,040
เสียงมันเข้าลำโพง

22
00:01:18,040 --> 00:01:22,040

23
00:01:27,277 --> 00:01:29,585
สัปดาห์ก่อนนะเรายังไม่ได้เจอกันนะคะ

24
00:01:29,585 --> 00:01:31,770
สัปดาห์ก่อนที่ให้นักศึกษา

25
00:01:31,770 --> 00:01:35,157
หาคำศัพท์

26
00:01:35,157 --> 00:01:36,310
ที่เป็นภาษาเขียนนะคะ

27
00:01:36,310 --> 00:01:40,310
แล้วก็

28
00:01:41,293 --> 00:01:45,293
ฝึกคำศัพท์ที่เป็นภาษามือ ควบคู่กันด้วยนะคะ

29
00:01:46,824 --> 00:01:50,341
ก็มีส่งเหลือของมิ่งนะคะ มิ่ง

30
00:01:50,341 --> 00:01:54,341
นี่ ยังไม่ได้ส่งคำศัพท์ที่เป็นตัวเขียน

31
00:01:56,060 --> 00:01:58,473
ตรวจดูแล้วเมื่อคืนยังไม่มีนะคะ ให้ส่งเข้ามาด้วย เดี๋ยววันนี้

32
00:01:58,473 --> 00:02:01,366
ท้ายชั่วโมง

33
00:02:01,366 --> 00:02:02,774
จะตรวจนะคะ แล้วก็

34
00:02:02,774 --> 00:02:06,683
ให้นักศึกษา

35
00:02:06,683 --> 00:02:09,881
เขียนคำศัพท์ที่นักศึกษาส่งมาค่ะ

36
00:02:09,881 --> 00:02:13,881
เขียนให้ถูกต้อง

37
00:02:14,095 --> 00:02:15,432
ในรายวิชานี้นะคะ อาจารย์จะ

38
00:02:15,432 --> 00:02:19,432
ฝึก

39
00:02:20,248 --> 00:02:21,776
ภาษามือ แล้วก็ภาษาเขียนควบคู่ไปด้วยนะคะ

40
00:02:21,776 --> 00:02:23,638
เพื่อที่พวกเรา

41
00:02:23,638 --> 00:02:26,561
พวกเราจะ

42
00:02:26,561 --> 00:02:29,223
ได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน

43
00:02:29,223 --> 00:02:31,428
ในการเรียน หรือการใช้ชีวิตนะคะ

44
00:02:31,428 --> 00:02:32,809
ในการเขียนภาษาไทยได้

45
00:02:32,809 --> 00:02:36,809
ถูกต้องด้วยนะคะ

46
00:02:38,968 --> 00:02:42,095
ในท้ายวิชา ก็จะตรวจ

47
00:02:42,095 --> 00:02:44,533
งาน ของสัปดาห์ที่แล้วนะ

48
00:02:44,533 --> 00:02:45,943
ที่ให้นักศึกษาไปค้นหา

49
00:02:45,943 --> 00:02:47,990
คนละ 10 คำ

50
00:02:47,990 --> 00:02:50,375
10 ท่านะคะ

51
00:02:50,375 --> 00:02:54,375
แล้วก็ทดสอบทีละคน

52
00:02:56,336 --> 00:03:00,189
เราจะทำแบบนี้ทุก ๆ สัปดาห์นะคะ จะให้นักศึกษา

53
00:03:00,189 --> 00:03:04,189
เขียนคำศัพท์ แล้วก็

54
00:03:04,523 --> 00:03:06,767
ทำภาษามือ เพื่อจะได้เข้าใจตรงกันระหว่างคำศัพท์

55
00:03:06,767 --> 00:03:10,090
กับภาษาเขียน

56
00:03:10,090 --> 00:03:14,090
ภาษาเขียนกับภาษามือเข้าใจตรงกันนะคะ

57
00:03:15,929 --> 00:03:17,920
เรามาดูรายละเอียด ของวิชาภาษา

58
00:03:17,920 --> 00:03:21,920
มือไทยเบื้องต้นนะคะ

59
00:03:27,515 --> 00:03:31,377
ก็ภาษามือไทยเบื้องต้น ก็ 3 หน่วยกิตนะคะ

60
00:03:31,377 --> 00:03:32,775
น่าจะประมาณ 15 ชั่วโมง อาจจะ

61
00:03:32,775 --> 00:03:36,775
ไม่ได้เรียน

62
00:03:38,154 --> 00:03:40,803
รวมทั้งหมด ถ้าหากมีกิจกรรม ก็จะให้นักศึกษาไปร่วมช่วย

63
00:03:40,803 --> 00:03:44,803
กิจกรรมของสาขา ของคณะนะคะ

64
00:03:45,855 --> 00:03:49,855
ก็จะเป็นคะแนนในส่วนตรงนี้ให้ถัวเฉลี่ยไปนะคะ

65
00:03:58,262 --> 00:04:02,213
จุดประสงค์

66
00:04:02,213 --> 00:04:03,458
หรือจุดมุ่งหมายของรายวิชานี้นะคะ

67
00:04:03,458 --> 00:04:06,465
ก็

68
00:04:06,465 --> 00:04:10,465
เพื่อที่จะให้นักศึกษา

69
00:04:11,533 --> 00:04:13,580
ทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน และมีความรับผิด

70
00:04:13,580 --> 00:04:15,104
ชอบต่อหน้าที่นะคะ

71
00:04:15,104 --> 00:04:19,104
ก็คือ

72
00:04:20,497 --> 00:04:22,091
งานการบ้าน ของวิชาภาษามือไทยนะคะ แล้วก็หน้าที่

73
00:04:22,091 --> 00:04:26,091
ในการเรียน

74
00:04:26,145 --> 00:04:29,014
ขอนัดหมายนะ

75
00:04:29,014 --> 00:04:31,331
เวลาเรียน 9 โมง นะคะ

76
00:04:31,331 --> 00:04:34,663
มาให้ตรงเวลาด้วย

77
00:04:34,663 --> 00:04:36,575
เพราะตอนนี้ไม่ใช่มีแค่เรานะคะ

78
00:04:36,575 --> 00:04:39,459
ก็จะมีพี่

79
00:04:39,459 --> 00:04:41,506
ล่ามออนไลน์ทางไกลด้วยนะคะ

80
00:04:41,506 --> 00:04:45,506
พี่จะมารอพวกเรา

81
00:04:46,273 --> 00:04:49,642
ก็ไม่อยากให้พี่รอ แล้วเราก็ไม่อยากรอพี่นะคะ

82
00:04:49,642 --> 00:04:53,642
ถ้าอย่างนั้นให้นักศึกษามาให้ตรงเวลานะคะ

83
00:04:54,350 --> 00:04:56,189
มีหน้าที่เรียนก็มาเรียนนะคะ

84
00:04:56,189 --> 00:05:00,110
หรือถ้าเหตุ

85
00:05:00,110 --> 00:05:02,848
ไม่สบาย มีเหตุกรณีใด ๆ ก็แจ้ง

86
00:05:02,848 --> 00:05:06,503
พี่ที่ดูแล

87
00:05:06,503 --> 00:05:08,356
พี่พลอยกับพี่อุ้ยนะคะ หรือแจ้งอาจารย์

88
00:05:08,356 --> 00:05:12,356
หรือแจ้งเพื่อน ๆ นะคะ

89
00:05:12,748 --> 00:05:15,387
ไม่สบาย มาไม่ได้ หรือมีธุระอันใด

90
00:05:15,387 --> 00:05:17,686
ก็สามารถลาได้นะคะ แต่

91
00:05:17,686 --> 00:05:21,686
ขอให้นักศึกษาแจ้งนะคะ

92
00:05:24,391 --> 00:05:28,391
จุดประสงค์ที่ 2 ก็เพื่อให้นักศึกษาสามารถ

93
00:05:29,296 --> 00:05:30,836
ประยุกต์ใช้ความรู้ ให้เป็นหลักในการดำเนินชีวิต

94
00:05:30,836 --> 00:05:31,985
และประกอบอาชีพ

95
00:05:31,985 --> 00:05:32,748
ได้อย่างมี

96
00:05:32,748 --> 00:05:36,748
ประสิทธิผล

97
00:05:38,909 --> 00:05:42,909
ห้องนี้มีใครหูตึงไหมคะ

98
00:05:48,955 --> 00:05:52,955
มิ่งใช่ไหม แต่ว่ามิ่งพอได้ยินอยู่นะ แต่ไม่ได้ใช้ภาษามือใช่ไหม

99
00:05:59,057 --> 00:06:03,057
ถ้าเรียนวิชานี้ อาจจะไปถึงพูดถึงอนาคตนะ ถ้าสมมุติว่าม

100
00:06:03,842 --> 00:06:06,556
ิ่งเรียนรู้ภาษามือ หรือมีความชำนาญทางด้านภาษามือ

101
00:06:06,556 --> 00:06:09,846
ก็สามารถที่จะไปเป็น

102
00:06:09,846 --> 00:06:13,846
อาชีพล่ามแปลภาษามือ

103
00:06:14,577 --> 00:06:18,577
ที่ทำล่ามออนไลน์ได้นะคะ ถ้าไม่เป็นนะ

104
00:06:22,203 --> 00:06:23,945
โปรแกรมเมอร์เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศก็สามารถนำความรู้ของวิชานี้ไปประกอบ

105
00:06:23,945 --> 00:06:27,186
อื่น ๆ ได้นะคะ

106
00:06:27,186 --> 00:06:30,870
หรือเป็น Job

107
00:06:30,870 --> 00:06:33,559
นิด ๆ หน่อย ๆ นะคะ ไปช่วยบริการ

108
00:06:33,559 --> 00:06:35,281
ที่โรงพยาบาลหรือเพื่อน

109
00:06:35,281 --> 00:06:38,098
ที่ไม่สบายได้ค่ะ

110
00:06:38,098 --> 00:06:40,651
สามารถให้บริการได้

111
00:06:40,651 --> 00:06:42,710
ข้อได้เปรียบของ

112
00:06:42,710 --> 00:06:44,684
คนหูตึงนะคะ

113
00:06:44,684 --> 00:06:48,684
จะสามารถที่จะได้ยิน

114
00:06:49,066 --> 00:06:52,710
พอได้ยินแล้ว สามารถที่จะใช้ภาษามือ ภาษาแปลได้นะคะ

115
00:06:52,710 --> 00:06:56,710
ไม่ใช่แตค่มิ่งนะคะ อุบลก็สามารถ

116
00:06:57,521 --> 00:07:00,459
นำความรู้ตรงนี้ ไปประกอบอาชีพได้เหมือนกันนะคะ

117
00:07:00,459 --> 00:07:04,246
หูหนวก

118
00:07:04,246 --> 00:07:05,279
ก็ไม่ใช่แค่ภาษามือนะคะ

119
00:07:05,279 --> 00:07:09,279
อาจจะเป็น

120
00:07:10,655 --> 00:07:14,655
ไม่รู้ว่าอนาคตต่อไป อาจจะไปเป็นคุณครูก็ได้นะคะ

121
00:07:15,712 --> 00:07:18,726
นำความรู้วิชาภาษามือไทย

122
00:07:18,726 --> 00:07:22,434
ด้วยการที่เราเรียนภาษามือไทย

123
00:07:22,434 --> 00:07:26,434
นะ เราก็จะมีเรียนภาษาไทยควบคู่ไปด้วยนะคะ

124
00:07:27,172 --> 00:07:30,505
ก็อาจจะนำความรู้ทางด้านภาษาไทยไปใช้สอนนักเรียน หรือ

125
00:07:30,505 --> 00:07:34,230
นำภาษาไทย ไปใช้กับงาน

126
00:07:34,230 --> 00:07:35,421
ที่ตนได้ทำประกอบอาชีพนะคะ

127
00:07:35,421 --> 00:07:37,879
อย่างเช่น

128
00:07:37,879 --> 00:07:40,764
การออกแบบ อย่างนี้ค่ะ

129
00:07:40,764 --> 00:07:44,764
จะต้องมีข้อความใช่ไหมคะ

130
00:07:45,548 --> 00:07:49,548
การออกแบบ ข้อความก็ต้องมีการสะกด การเขียนคำให้ถูก

131
00:07:51,651 --> 00:07:54,699
นักศึกษาก็จะได้นำความรู้ตรงนี้ไป

132
00:07:54,699 --> 00:07:58,699
ไปใช้ แล้วก็ไปประยุกต์ใช้ด้วยนะคะ

133
00:08:01,016 --> 00:08:02,036
จุดประสงค์ที่ 3 นะคะ ให้นักศึกษาสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

134
00:08:02,036 --> 00:08:04,526
ในการ

135
00:08:04,526 --> 00:08:07,844
ติดต่อสื่อสารกันได้อย่างสร้างสรรค์

136
00:08:07,844 --> 00:08:11,844
อาจจะมีวิธีการ

137
00:08:12,025 --> 00:08:16,025
หรือแนวทางในการใช้เทคโนโลยีนะคะ

138
00:08:18,519 --> 00:08:19,624
อย่างเช่นใช้บริการ

139
00:08:19,624 --> 00:08:23,624
TTRSหรือ

140
00:08:25,076 --> 00:08:26,761
ใช้บริการล่ามออนไลน์ข ในห้องเรียนหรือในห้องประชุม

141
00:08:26,761 --> 00:08:28,224
ในห้องสัมมนา

142
00:08:28,224 --> 00:08:30,487
จะขอเป็น

143
00:08:30,487 --> 00:08:33,159
ค้างวมีนะคะ

144
00:08:33,159 --> 00:08:37,159
ก็รู้วิธีการว่าจะต้อง

145
00:08:39,136 --> 00:08:43,136
เชื่อมต่อกันอย่างไร ใช้โปรแกรมอย่างไรนะคะ

146
00:08:48,041 --> 00:08:52,041
อันนี้ก็คือจุดประสงค์ของรายวิชาภาษามือไทยเบื้องต้นนะคะ

147
00:08:52,455 --> 00:08:53,543
จำนวน

148
00:08:53,543 --> 00:08:55,615
ชั่วโมง

149
00:08:55,615 --> 00:08:59,307
ที่ใช้เรียนนะคะ

150
00:08:59,307 --> 00:09:01,265
ตามตารางเรียนเราจะเป็น 4 ชั่วโมงใช่ไหมคะ

151
00:09:01,265 --> 00:09:02,751
แต่ในการ

152
00:09:02,751 --> 00:09:06,751
ปฏิบัติ

153
00:09:08,970 --> 00:09:09,937
เราก็อาจจะเรียนแค่ 2 ชั่วโมง แต่อาจารย์จะพยายามให้เราเข้ามาเรียน

154
00:09:09,937 --> 00:09:12,822
เพื่อจะได้

155
00:09:12,822 --> 00:09:15,563
ใช้ภาษามือ ในการปฏิบัติ

156
00:09:15,563 --> 00:09:18,415
ร่วมกันกับเพื่อน ๆ นะคะ

157
00:09:18,415 --> 00:09:21,201
เป็นทั้งหูดี และ

158
00:09:21,201 --> 00:09:23,644
เพื่อนหูปกตินะคะ

159
00:09:23,644 --> 00:09:26,078
ประมาณ 2 ชั่วโมง

160
00:09:26,078 --> 00:09:28,623
อีก 2 ชั่วโมงก็จะเป็น

161
00:09:28,623 --> 00:09:30,158
การบรรยายภาคทฤษฎี

162
00:09:30,158 --> 00:09:32,546
ในส่วนนี้

163
00:09:32,546 --> 00:09:33,641
ก็อาจจะน้อยลง อาจจะเป็นส่วนต้น ๆ

164
00:09:33,641 --> 00:09:37,132
นะคะ ของ

165
00:09:37,132 --> 00:09:38,371
สัปดาห์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 นะคะ เป็นภาพ

166
00:09:38,371 --> 00:09:40,773
ทฤษฎี

167
00:09:40,773 --> 00:09:44,773
เล่าถึง

168
00:09:45,122 --> 00:09:46,828
ประวัติความเป็นมาของภาษามือไทย

169
00:09:46,828 --> 00:09:47,991
แล้วก็

170
00:09:47,991 --> 00:09:51,695
หลัการอ่าน

171
00:09:51,695 --> 00:09:53,689
แนวทางในการใช้ภาษามือไทยเรานะคะ

172
00:09:53,689 --> 00:09:57,689
และอีก

173
00:09:59,680 --> 00:10:02,964
5 ชั่วโมง ก็จะเป็นการศึกษาด้วยตนเอง ก็คือในประมาณ

174
00:10:02,964 --> 00:10:04,517
15 ครั้ง

175
00:10:04,517 --> 00:10:06,750
อาจจะเป็นอยู่

176
00:10:06,750 --> 00:10:10,750
5 สัปดาห์นะคะ

177
00:10:12,167 --> 00:10:16,167
ให้นักศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือทำงาน ทำการบ้านที่บ้านนะคะ

178
00:10:25,968 --> 00:10:28,558
อันนี้ให้นักศึกษาไปอ่านเองก็แล้วกันนะ

179
00:10:28,558 --> 00:10:32,558
ในรายละเอียดด้านอื

180
00:10:38,336 --> 00:10:40,954
่น ๆ อันนี้คือแผน

181
00:10:40,954 --> 00:10:44,954
การเรียนของพวกเรานะคะ

182
00:10:50,646 --> 00:10:52,935
เราจะเจอกันอยู่ประมาณส

183
00:10:52,935 --> 00:10:54,415
ัก 14

184
00:10:54,415 --> 00:10:58,220
สัปดาห์นะคะ

185
00:10:58,220 --> 00:11:02,220
ถ้าจะเจอกันจริง ๆ นะ

186
00:11:03,293 --> 00:11:07,293
ก็จะมีสอบกลางภาค และก็สอบปลายภาค

187
00:11:10,127 --> 00:11:14,127
ก็จะลดไปนะคะ อาจจะเป็นเก็บคะแนนในชั่วโมงเรียนนะคะ

188
00:11:14,274 --> 00:11:18,274
การสอบกลางภาค กับปลายภาคก็อาจจะไม่มีนะคะ

189
00:11:19,020 --> 00:11:20,811
ก็จะเก็บคะแนนของเราในชั่วโมงเรียน ถ้าใครมาทุกวัน

190
00:11:20,811 --> 00:11:24,066
จะมีคะแนน

191
00:11:24,066 --> 00:11:28,066
ความรับผิดชอบในการมาเรียนนะคะ

192
00:11:28,298 --> 00:11:30,491
แต่ว่าถ้าป่วย ก็ไม่เป็นไรนะคะ ถือว่า

193
00:11:30,491 --> 00:11:34,491
ก็ให้แจ้งลานะคะ

194
00:11:39,164 --> 00:11:42,988
ชั่วโมงแรกก็จะเป็นการปฐมนิเทศนะ

195
00:11:42,988 --> 00:11:46,110

196
00:11:46,110 --> 00:11:48,231
ก็แต่ว่าอาจารย์ก็ไม่ปฐมนิเทศนะ เป็นงานให้พวกเราทำงานมาส่ง

197
00:11:48,231 --> 00:11:49,363
ก็จะเป็นการ

198
00:11:49,363 --> 00:11:53,363
ทดสอบ

199
00:11:54,044 --> 00:11:58,044
ความรู้ด้วยทดสอบวิธีการใช้ภาษามือก่อนนะคะ

200
00:12:01,657 --> 00:12:05,091
แต่ว่าอันนี้คือสัปดาห์นี้ คือสัปดาห์ที่ 2 อาจารย์อาจจะมีการสลับกันนะ ก็มา

201
00:12:05,091 --> 00:12:09,091
ปฐมนิเทศ ชี้แจงรายละเอียดของรายวิชานะคะ

202
00:12:13,151 --> 00:12:17,151
ก็อาจจะรวบรัดนะคะ ของสัปดาห์นี้ ก็จะให้ความรู้

203
00:12:17,251 --> 00:12:21,251
เกี่ยวกับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

204
00:12:21,794 --> 00:12:25,794
สัปดาห์ที่

205
00:12:27,127 --> 00:12:29,937
3 ให้ความหมายความสำคัญและหลักการคล้ายของภาษามือไทย

206
00:12:29,937 --> 00:12:33,767
อาจารย์ก็จะบรรยายนะคะ

207
00:12:33,767 --> 00:12:35,511
อาจจะมีให้นักศึกษายกตัวอย่าง

208
00:12:35,511 --> 00:12:39,511
อาจารย์ยกตัวอย่างด้วยนะคะ

209
00:12:39,779 --> 00:12:43,779
อันนี้ขออภัย อาจารย์พิมพ์ผิด

210
00:12:49,476 --> 00:12:51,596
สัปดาห์ที่ 4 เป็นการฝึกบริหารนิ้วมือนะคะ

211
00:12:51,596 --> 00:12:53,382
มีการฝึก

212
00:12:53,382 --> 00:12:55,744
นับตัวเลขนะคะ

213
00:12:55,744 --> 00:12:59,289
อาจจะมีการเล่นเกม

214
00:12:59,289 --> 00:13:02,569
ร่วมด้วยนะคะ เล่นกิจกรรมร่วมด้วยนะคะ

215
00:13:02,569 --> 00:13:05,241
เพื่อให้บรรยากาศการเรียนไม่ซีเรียสนะคะ

216
00:13:05,241 --> 00:13:07,100
การสะกดตัวอักษร

217
00:13:07,100 --> 00:13:10,290
ภาษาอังกฤษ

218
00:13:10,290 --> 00:13:12,780
อาจจะมีเล่นเกม

219
00:13:12,780 --> 00:13:16,678
ในการทบทวนการจำ

220
00:13:16,678 --> 00:13:20,353
แต่ละตัวอักษรนะคะ สัปดาห์ที่ 5

221
00:13:20,353 --> 00:13:23,106
ภาษามือไทยในชีวิตประจำวัน

222
00:13:23,106 --> 00:13:25,282
การสะกดตัวอักษร

223
00:13:25,282 --> 00:13:27,451
ภาษาไทยนะคะ เพราะ

224
00:13:27,451 --> 00:13:29,773
อาจจะมีเกี่ยวข้องกับเรา

225
00:13:29,773 --> 00:13:30,790
อยู่ในชีวิตประจำวันอยู่

226
00:13:30,790 --> 00:13:34,357
ตลอดนะคะ

227
00:13:34,357 --> 00:13:35,834
อย่างเช่น บางคำ

228
00:13:35,834 --> 00:13:37,607
เราอาจจะยังไม่รู้จัก

229
00:13:37,607 --> 00:13:41,325
คำศัพท์ภาษามือ

230
00:13:41,325 --> 00:13:44,111
เราก็จะใช้การสะกดนิ้วมือนะคะ

231
00:13:44,111 --> 00:13:47,753
อย่างเช่น

232
00:13:47,753 --> 00:13:49,956
บางตัวอย่างนี้ค่ะ นักศึกษาก็

233
00:13:49,956 --> 00:13:53,202
จำไม่ได้หรือสับสน

234
00:13:53,202 --> 00:13:57,099
อย่างเช่นตัว

235
00:13:57,099 --> 00:14:01,051
ฐ ฐาน ตัว

236
00:14:01,051 --> 00:14:03,350
ฏ ปฏัก ตัวที่ไม่ค่อยได้ใช้นี้ค่ะ

237
00:14:03,350 --> 00:14:05,816
อาจจะลืมไปนะคะ ก็

238
00:14:05,816 --> 00:14:08,265
ทบทวนด้วยนะคะ

239
00:14:08,265 --> 00:14:11,654
แล้วก็ฝึก

240
00:14:11,654 --> 00:14:13,511
การสะกดชื่อนะคะ

241
00:14:13,511 --> 00:14:15,841
อันนี้ก็จะไปเกี่ยวกับ

242
00:14:15,841 --> 00:14:17,809
จุดประสงค์ด้วยนะคะ

243
00:14:17,809 --> 00:14:20,378
การสะกดชื่อหรือ

244
00:14:20,378 --> 00:14:21,974
สะกดคำต่าง ๆ นะคะ

245
00:14:21,974 --> 00:14:25,558
เพราะว่า

246
00:14:25,558 --> 00:14:28,839
เวลาเราใช้มือในการสะกดน่ะค่ะ

247
00:14:28,839 --> 00:14:31,835
กับเวลาเราไปใช้แป้นพิมพ์

248
00:14:31,835 --> 00:14:33,116
มันจะเรียงลำดับเหมือนกันนะคะ

249
00:14:33,116 --> 00:14:35,429
อย่างเช่น

250
00:14:35,429 --> 00:14:38,197
คำว่า "เรียน" อย่างนี้ค่ะ

251
00:14:38,197 --> 00:14:42,197
เราสะกดมือเรียน เราก็

252
00:14:43,314 --> 00:14:47,314
สระเอ ร เรือ สระ อี ย ยักษ์

253
00:14:48,697 --> 00:14:50,977
น หนู แป้นพิมพ์เราก็เรียงลำดับ เหมือนกันใช่ไหมคะ

254
00:14:50,977 --> 00:14:53,691
อันนี้ก็

255
00:14:53,691 --> 00:14:57,597
จะเป็นการนำประยุกต์ใช้

256
00:14:57,597 --> 00:15:01,597
ในชีวิตประจำวันได้ด้วยนะคะ

257
00:15:03,897 --> 00:15:05,602
การสะกดมือกับสะกดแป้นพิมพ์ก็จะเรียงลำดับ

258
00:15:05,602 --> 00:15:07,450
เหมือนกันนะคะ

259
00:15:07,450 --> 00:15:11,450
ก็จะช่วยให้เรา

260
00:15:13,366 --> 00:15:14,486
พิมพ์คำ ๆ นั้นได้ถูกต้อง ตามหลัก

261
00:15:14,486 --> 00:15:16,817
การสะกด

262
00:15:16,817 --> 00:15:19,874
ภาษาไทยนะคะ แล้วก็

263
00:15:19,874 --> 00:15:23,545
หลักการสะกดภาษามือด้วยนะคะ

264
00:15:23,545 --> 00:15:24,437
ถ้าไปสื่อสารกับคนปกติ

265
00:15:24,437 --> 00:15:26,592
ก็จะ

266
00:15:26,592 --> 00:15:28,922
เข้าใจนะคะ ว่า

267
00:15:28,922 --> 00:15:31,023
ตัวนี้เขียนก่อน เขียนหลัง เพราะ

268
00:15:31,023 --> 00:15:32,469
หูหนวกเรานะ

269
00:15:32,469 --> 00:15:34,232
ตามที่อาจารย์เห็น

270
00:15:34,232 --> 00:15:37,558
ก็มักจะเขียน

271
00:15:37,558 --> 00:15:40,885
ตำแหน่งของสระของวรรณยุกต์

272
00:15:40,885 --> 00:15:42,559
ส่วนต่าง ๆ

273
00:15:42,559 --> 00:15:46,410
การสะกด

274
00:15:46,410 --> 00:15:50,410
ผิดตำแหน่งไปก็มีนะคะ

275
00:15:51,238 --> 00:15:54,391
นี่ก็จะเป็นการมาทบทวนเราด้วยนะคะ ในสัปดาห์ที่ 7

276
00:15:54,391 --> 00:15:55,873
ก็จะเป็นการ

277
00:15:55,873 --> 00:15:59,873
บอกเวลา

278
00:16:01,517 --> 00:16:03,166
เวลาต่าง ๆ เช้า เที่ยง เย็น

279
00:16:03,166 --> 00:16:05,236
ตอนเวลามืด

280
00:16:05,236 --> 00:16:08,820
บอกเวลาเป็นตัวเลข

281
00:16:08,820 --> 00:16:12,480
นะคะ บอกเป็นวัน

282
00:16:12,480 --> 00:16:14,387
เกิดวันที่เท่าไร อะไรอย่างนี้ เหตุเกิด

283
00:16:14,387 --> 00:16:18,387
วันที่อะไรนะคะ

284
00:16:21,372 --> 00:16:24,479
การสอบปลายภาคจะไม่มีนะ จะเป็นการ

285
00:16:24,479 --> 00:16:26,744
คะแนนในระหว่างเรียน ในระหว่างการเรียนนะคะ

286
00:16:26,744 --> 00:16:30,744
สัปดาห์ที่ 9

287
00:16:31,903 --> 00:16:33,937
ภาษามือในชีวิตประจำวัน เรื่องครอบครัวและตัวฉันนะคะ

288
00:16:33,937 --> 00:16:37,937
ก็จะเป็น

289
00:16:39,628 --> 00:16:43,628
บอกในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเรา ชอบ ไม่ชอบสีอะไร

290
00:16:45,013 --> 00:16:48,899
ก็ครอบครัว ลำดับของครอบครัว ญาติพี่น้อง

291
00:16:48,899 --> 00:16:51,590
เกี่ยวข้องกันอย่างไร

292
00:16:51,590 --> 00:16:54,868
นะคะ ในความสัมพันธ์ของญาติ

293
00:16:54,868 --> 00:16:58,868
ของครอบครัวเรานะคะ

294
00:16:59,772 --> 00:17:03,772
ในสัปดาห์ที่ 10 ก็จะเป็นเรื่องอาหาร

295
00:17:07,301 --> 00:17:10,969
อาหารเป็นบ้างคะ

296
00:17:10,969 --> 00:17:14,969
ทำอาหารเป็นไหมเอ่ย

297
00:17:17,997 --> 00:17:20,316
ก็อาจจะให้ ในสัปดาห์นี้นะคะ

298
00:17:20,316 --> 00:17:22,164
อาจจะให้นักศึกษาแต่ละคน

299
00:17:22,164 --> 00:17:24,990
มาจำลอง

300
00:17:24,990 --> 00:17:28,012
เหตุการณ์การใช้ภาษามือ

301
00:17:28,012 --> 00:17:29,466
ในการแนะนำ การทำอาหารนะคะ

302
00:17:29,466 --> 00:17:32,663
เช่น

303
00:17:32,663 --> 00:17:33,756
ครูจะต้มมาม่านะคะ

304
00:17:33,756 --> 00:17:35,157
ครูก็

305
00:17:35,157 --> 00:17:39,157
จะเริ่มจาก

306
00:17:39,535 --> 00:17:40,987
แกะซองมาม่า ตั้งหม้อ

307
00:17:40,987 --> 00:17:42,275
เปิดไฟ

308
00:17:42,275 --> 00:17:46,275
น้ำ

309
00:17:47,277 --> 00:17:49,581
ลำดับขั้นตอนนะคะ แล้วก็จะมีท่าภาษามือของคำศัพท์

310
00:17:49,581 --> 00:17:52,897
แล้วก็แนะนำมา

311
00:17:52,897 --> 00:17:54,996
ครูจะต้มมาม่า ครูจะมีใส่อะไรบ้าง ก็จะ

312
00:17:54,996 --> 00:17:57,547
ใส่ภาษามือแนะนำว่า

313
00:17:57,547 --> 00:17:59,700
มาม่าม

314
00:17:59,700 --> 00:18:03,700
ีไข่ ผักกาดขาว

315
00:18:05,929 --> 00:18:07,260
ก็จะทำภาษามือควบคู่ไปด้วยนะคะ ก็อาจจะให้นักศึกษา

316
00:18:07,260 --> 00:18:09,897
เขียน

317
00:18:09,897 --> 00:18:13,897
กูไปทุกสัปดาห์ด้วยนะคะ

318
00:18:14,264 --> 00:18:16,918
มาม่า คำว่า "มาม่า" มาม่าเขียนว่าอย่างไร

319
00:18:16,918 --> 00:18:19,080
ไข่ต้มเขียนว่าอย่างไร

320
00:18:19,080 --> 00:18:22,744
กันไปด้วยนะคะ

321
00:18:22,744 --> 00:18:26,688
ได้เรียงลำดับการเขียนภาษาไทยได้ด้วยนะ

322
00:18:26,688 --> 00:18:30,321
ปลายสัปดาห์ที่ 11

323
00:18:30,321 --> 00:18:31,447
มหาวิทยาลัยของฉันนะคะ

324
00:18:31,447 --> 00:18:34,549

325
00:18:34,549 --> 00:18:38,478
ก็ตกลงร่วมกันนะคะ ว่า

326
00:18:38,478 --> 00:18:41,750
สถานที่แต่ละสถานที่ในมหาวิทยาลัย

327
00:18:41,750 --> 00:18:45,591
เราใช้ภาษามือกันแบบไหน

328
00:18:45,591 --> 00:18:49,591
นะ อย่างเช่น หอใน มีชื่อ

329
00:18:50,957 --> 00:18:53,004
อย่างเช่น หอราชพฤกษ์ หอกันเกราอย่างนี้นะคะ

330
00:18:53,004 --> 00:18:54,746
แต่ว่าภาษามือ

331
00:18:54,746 --> 00:18:57,288
จริง ๆ ไม่มี

332
00:18:57,288 --> 00:18:59,275
เราจะมาตกลงกัน

333
00:18:59,275 --> 00:19:00,949
ใช้ภาษามือ

334
00:19:00,949 --> 00:19:04,949
แบบไหน

335
00:19:05,003 --> 00:19:09,003
เราถึงจะใช้เรียก ใช้สื่อสารร่วมกันได้

336
00:19:09,106 --> 00:19:13,106
อาคารศูนย์ DNS ต้องใช้ภาษามือแบบไหน

337
00:19:13,762 --> 00:19:16,695
อาคาร 13 ห้องเรียนของเรา ใช้ภาษามือ

338
00:19:16,695 --> 00:19:20,695
ก็จะมาตกลงกัน

339
00:19:24,110 --> 00:19:25,932
สัปดาห์ที่ 12 หน่วยสถานที่

340
00:19:25,932 --> 00:19:29,932
แล้วก็เราจะมา

341
00:19:31,309 --> 00:19:33,748
เรียนรู้กับสถานที่ต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ในมหาวิทยาลัยเรา

342
00:19:33,748 --> 00:19:37,748
โรงเรียน วัด บ้าน

343
00:19:47,463 --> 00:19:47,616
หรือสถานที่สำคัญ ๆ กรุงเทพฯ

344
00:19:47,616 --> 00:19:47,677
อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อย่างนี้ค่ะ เราก็อัด

345
00:19:47,677 --> 00:19:47,814
อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

346
00:19:47,814 --> 00:19:50,101
มีโอกาสได้ไปกรุงเทพฯ

347
00:19:50,101 --> 00:19:53,860
อาจจะได้ใช้ภาษามือ

348
00:19:53,860 --> 00:19:55,703
หาโรงพยาบาล

349
00:19:55,703 --> 00:19:57,200
สถานี

350
00:19:57,200 --> 00:19:59,048
ตำรวจ

351
00:19:59,048 --> 00:20:01,948
จะได้ไปนะคะ

352
00:20:01,948 --> 00:20:05,948
เรียนรู้การใช้ภาษามือนะคะ

353
00:20:09,239 --> 00:20:10,639
ในสัปดาห์ที่ 13 นะคะ

354
00:20:10,639 --> 00:20:12,762
ก็

355
00:20:12,762 --> 00:20:15,065
จะให้นักศึกษา

356
00:20:15,065 --> 00:20:17,358
เรียนรู้

357
00:20:17,358 --> 00:20:19,156
เรื่อง

358
00:20:19,156 --> 00:20:21,249
ราวจ

359
00:20:21,249 --> 00:20:23,912
ากการใช้ภาษามือนะคะ

360
00:20:23,912 --> 00:20:27,912
แล้วให้นักศึกษาแปล

361
00:20:29,445 --> 00:20:33,445
หรือสรุปเรื่องราวนั้น ๆ นะคะ มาเป็นภาษาเขียน

362
00:20:33,782 --> 00:20:35,631
จะทดสอบว่านักศึกษา ดูภาษามือแล้ว

363
00:20:35,631 --> 00:20:38,182
เข้าใจอย่างไร

364
00:20:38,182 --> 00:20:42,182
เข้าใจคำสั่งแบบไหนนะคะ

365
00:20:51,449 --> 00:20:53,756
สัปดาห์ที่ 14-15

366
00:20:53,756 --> 00:20:56,010
หลังจากที่นักศึกษา

367
00:20:56,010 --> 00:20:57,985
เรียนไปครบแล้วนะคะ

368
00:20:57,985 --> 00:20:59,394
อาจจะให้นักศึกษา

369
00:20:59,394 --> 00:21:03,394
ทำเป็นงานกลุ่ม

370
00:21:04,978 --> 00:21:07,718
ของเราอาจจะ 2 กลุ่มก็ได้

371
00:21:07,718 --> 00:21:09,652
อาจจะให้ทำเป็นเพลงนะคะ

372
00:21:09,652 --> 00:21:12,076
เพลง ๆ หนึ่ง แล้ว

373
00:21:12,076 --> 00:21:16,074
แกะเพลงนั้นมาเป็นภาษามือ

374
00:21:16,074 --> 00:21:20,074
แล้วก็อัดวิดีโอ อาจจะให้ทำลงโซเชียลนะคะ

375
00:21:20,659 --> 00:21:23,690
สื่อเผยแพร่ว่า

376
00:21:23,690 --> 00:21:27,690
รายวิชาภาษามือ เราได้ความรู้แบบไหน

377
00:21:28,371 --> 00:21:32,371
ส่งภาษามือออกไปให้คนได้รู้จัก

378
00:21:32,390 --> 00:21:35,546
การพูดคุยกับคนหูหนวก

379
00:21:35,546 --> 00:21:39,546
ต้องพูดคุยผ่านอะไรอย่างไร อย่างนี้ค่ะ

380
00:21:43,674 --> 00:21:46,867
หรืออาจจะเป็น

381
00:21:46,867 --> 00:21:49,624
ให้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว

382
00:21:49,624 --> 00:21:53,171
ที่นักศึกษาชื่นชอบ หรือสถานที่

383
00:21:53,171 --> 00:21:55,065
ท่องเที่ยวของจังหวัดสกลนครนะคะ

384
00:21:55,065 --> 00:21:59,065
ทำเป็นภาษามือ

385
00:21:59,921 --> 00:22:03,399
น้อง ๆ นักศึกษาเห็นรุ่นพี่เราไหมคะ ที่ทำ

386
00:22:03,399 --> 00:22:07,399
โพรเจกต์นะ เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว

387
00:22:07,743 --> 00:22:09,014
อาจไม่แน่ รุ่นเราก็อาจจะได้ทำเหมือนรุ่นพี่

388
00:22:09,014 --> 00:22:12,793
ได้นะคะ

389
00:22:12,793 --> 00:22:15,309
ในการทำคลิปวิดีโอแนะนำท่องเที่ยว เราก็จะ

390
00:22:15,309 --> 00:22:16,778
ทำภาษามือ อัดเป็นคลิป

391
00:22:16,778 --> 00:22:20,247
ภาษามือ

392
00:22:20,247 --> 00:22:21,521
ก็จะได้ฝึก

393
00:22:21,521 --> 00:22:24,593
ภาษามือ

394
00:22:24,593 --> 00:22:27,497
ให้ถูกต้อง

395
00:22:27,497 --> 00:22:30,430
คำศัพท์ของภาษาไทยนะคะ

396
00:22:30,430 --> 00:22:31,395
เพื่อที่จะไปเผยแพร่

397
00:22:31,395 --> 00:22:34,919
ให้คน

398
00:22:34,919 --> 00:22:36,769
หนูดี คนข้างนอกได้รู้

399
00:22:36,769 --> 00:22:39,821
ได้เข้าใจ ว่า

400
00:22:39,821 --> 00:22:43,821
ภาษาคำไทยนี้ ภาษามืออย่างนี้

401
00:22:45,844 --> 00:22:49,844
ก็จะได้ไปประยุกต์ใช้ ปรับปรุงใช้ ได้สื่อสารกับคนหูหนวกเรานะ

402
00:22:50,738 --> 00:22:53,406
การตัดเกรดนะคะ

403
00:22:53,406 --> 00:22:57,203
ก็ตามนี้นะคะ

404
00:22:57,203 --> 00:22:59,959
ก็ให้นักศึกษาไปเปิดทบทวนดูนะคะ

405
00:22:59,959 --> 00:23:02,730
คะแนนจะมาจากไหน มาจาก

406
00:23:02,730 --> 00:23:04,457
เราเข้าเรียนทุกคาบนะคะ

407
00:23:04,457 --> 00:23:07,204
และก็

408
00:23:07,204 --> 00:23:11,204
มีกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ๆ

409
00:23:11,942 --> 00:23:15,420
อาจจะให้ อาจารย์อาจจะให้คะแนน จากการสังเกตนะคะ

410
00:23:15,420 --> 00:23:18,606
ทุกคน

411
00:23:18,606 --> 00:23:20,784
ตามรายชื่อนะคะ

412
00:23:20,784 --> 00:23:24,784
มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม

413
00:23:26,835 --> 00:23:27,970
หรืออาจจะมีคะแนนการเขียน Paper กระดาษ

414
00:23:27,970 --> 00:23:30,204
เขียนเป็นคำศัพท์

415
00:23:30,204 --> 00:23:34,204
ท้ายชั่วโมง

416
00:23:34,881 --> 00:23:36,797
กลับไปเขียนที่บ้านให้ส่งใน classroom นะคะ

417
00:23:36,797 --> 00:23:40,136
คะแนนตรงนั้น

418
00:23:40,136 --> 00:23:44,136
ทำคะแนนนำคะแนนตรงนั้นนะคะ

419
00:23:45,015 --> 00:23:49,015
รวมกัน เป็นคะแนนออกเกรดให้นะคะ

420
00:23:51,138 --> 00:23:54,172
หนังสือที่ใช้ในการสอน ก็จะเป็น

421
00:23:54,172 --> 00:23:57,054
หนังสือภาษามือไทยเล่ม 1-6

422
00:23:57,054 --> 00:23:58,776
นะคะ แล้วก็จะมีเพิ่มเติมนะ

423
00:23:58,776 --> 00:24:02,752
เว็บไซต์

424
00:24:02,752 --> 00:24:05,744
ของสมาคมคนหูหนวก แห่งประเทศไทย แล้วก็

425
00:24:05,744 --> 00:24:09,019
ของ

426
00:24:09,019 --> 00:24:10,757
NECTEC นะคะ

427
00:24:10,757 --> 00:24:14,292
เว็บไซต์ของ

428
00:24:14,292 --> 00:24:18,292
NECTEC ที่ให้นักศึกษาไปค้นคว้าภาษามือ

429
00:24:18,719 --> 00:24:20,572
นะ เป็น 3 ช่องทางนะคะ

430
00:24:20,572 --> 00:24:23,108
หนังสือภาษามือไทย

431
00:24:23,108 --> 00:24:27,108
ก็อยู่ในเว็บไซต์ก็มีนะคะ เดี๋ยว

432
00:24:28,582 --> 00:24:31,065
หลังจากวันนี้ไป เดี๋ยวอาจารย์จะเพิ่มให้อีกนะคะ

433
00:24:31,065 --> 00:24:33,752
ก็จะมีอยู่ 3 ช่องทางนะคะ

434
00:24:33,752 --> 00:24:37,734
ที่เราจะสามารถ

435
00:24:37,734 --> 00:24:39,779
ไปเรียนรู้ ภาษาไทยเพิ่มเติมได้นะคะ

436
00:24:39,779 --> 00:24:42,041
หรือเวลา

437
00:24:42,041 --> 00:24:45,021
ใช้ชีวิตประจำวัน

438
00:24:45,021 --> 00:24:47,252
คำศัพท์บางคำ ภาษาไทยบางคำ

439
00:24:47,252 --> 00:24:49,454
เราไม่รู้ว่า

440
00:24:49,454 --> 00:24:51,812
ใช้ภาษามือแบบไหน

441
00:24:51,812 --> 00:24:53,957
ความหมายแบบไหนนะคะ

442
00:24:53,957 --> 00:24:57,057
ก็ให้พวกเราไปสืบค้น

443
00:24:57,057 --> 00:25:01,057
เว็บไซต์ที่อาจารย์ส่งให้นะคะ

444
00:25:03,594 --> 00:25:06,618
จะได้รู้ว่าภาษามือนี้มันใช้แบบนี้นะ

445
00:25:06,618 --> 00:25:10,618
เราก็นำมาใช้ในการ

446
00:25:12,410 --> 00:25:15,595
คนหูหนวกอื่น ๆ ก็จะได้รู้

447
00:25:15,595 --> 00:25:17,706
เข้าใจตรงกัน

448
00:25:17,706 --> 00:25:21,706
กับภาษาที่เราส่งไปนะคะ

449
00:25:30,841 --> 00:25:33,795
สำหรับการบรรยายรายละเอียดของ

450
00:25:33,795 --> 00:25:37,795
วิชาภาษามือไทยก็หมดไปนะคะ

451
00:25:44,149 --> 00:25:46,837
เดี๋ยวตอนนี้ อาจารย์จะให้เรา

452
00:25:46,837 --> 00:25:50,837
มาละลายพฤติกรรม

453
00:26:01,575 --> 00:26:05,575
นะ เดี๋ยวนะคะ ได้ขยับเขยื้อนตัวนะคะ เดี๋ยวอาจารย์หา...

454
00:26:14,134 --> 00:26:18,134
ใช่ ๆ

455
00:26:22,478 --> 00:26:26,478
เดี๋ยวพี่ล่ามรอสักครู่นะคะ

456
00:27:37,610 --> 00:27:39,662
เดี๋ยวอาจารย์จะให้นักศึกษานะคะ ทุกคน

457
00:27:39,662 --> 00:27:41,977
ได้ขยับเขยื้อน

458
00:27:41,977 --> 00:27:45,977
ก่อนที่จะเรียนภาษามือ

459
00:27:46,833 --> 00:27:50,757
นะ เป็นอวัจนภาษานะคะ

460
00:27:50,757 --> 00:27:53,686
จะเป็นอยู่ในกลุ่มหมวดเดียวกันของภาษามือเรา

461
00:27:53,686 --> 00:27:55,045
นะ คือ การแสดงท่าทาง

462
00:27:55,045 --> 00:27:59,045

463
00:28:01,131 --> 00:28:05,131
การเขียน การอ่าน การพูดนะคะ เขาเรียกว่า "อวัจนภาษา"

464
00:28:06,645 --> 00:28:08,205
เดี๋ยวอาจารย์จะให้พวกเรานะคะ

465
00:28:08,205 --> 00:28:11,531
ทำท่า

466
00:28:11,531 --> 00:28:14,200
ตามภาพ ที่อาจารย์ขึ้นโชว์นะคะ

467
00:28:14,200 --> 00:28:16,423
เดี๋ยวให้พี่พลอย พี่อุ้ยนะคะ

468
00:28:16,423 --> 00:28:19,349
ช่วยถ่ายรูปน้อง ๆ

469
00:28:19,349 --> 00:28:23,349
ไว้ในกิจกรรมการเรียนของเรานะคะ

470
00:28:25,860 --> 00:28:29,445
จะเพิ่มจำนวนคน เป็นทีละจำนวนนะคะ

471
00:28:29,445 --> 00:28:32,694
ให้นักศึกษายืนค่ะ นักศึกษายืน

472
00:28:32,694 --> 00:28:36,418
เคลื่อนไหวนะคะ

473
00:28:36,418 --> 00:28:40,418
เป็นการแสดงอวัจนภาษา

474
00:28:43,658 --> 00:28:44,993
ในภาษามือเรานะคะ

475
00:28:44,993 --> 00:28:47,178
ก็จะมี

476
00:28:47,178 --> 00:28:49,668
การแสดงท

477
00:28:49,668 --> 00:28:52,401
ั้งท่าใช่ไหมคะ

478
00:28:52,401 --> 00:28:54,957
สีหน้า ท่าทาง

479
00:28:54,957 --> 00:28:58,368
ตำแหน่งของมือนะคะ

480
00:28:58,368 --> 00:29:02,308
อาจารย์ก็ให้นักศึกษา

481
00:29:02,308 --> 00:29:06,174
มีส่วนร่วมในการแสดงออก ทางวัจนภาษานะคะ

482
00:29:06,174 --> 00:29:07,545
โดยการทำท่าตามภาพนี้นะคะ

483
00:29:07,545 --> 00:29:10,168
แต่ละภา

484
00:29:10,168 --> 00:29:14,168
พ และให้พี่ ๆ เก็บภาพ

485
00:29:15,691 --> 00:29:19,691
เพื่อเป็นภาพความประทับใจนะคะ ทำอย่างไรคะ ที่ 1

486
00:29:21,337 --> 00:29:25,337
อย่างไรคะ แสดงสีหน้าออกยังไงคะ

487
00:29:25,742 --> 00:29:29,742
แสดงสีหน้าด้วยนะคะ

488
00:29:32,282 --> 00:29:34,579
ขอไปห้องน้ำ

489
00:29:34,579 --> 00:29:38,579
ไปนานหรือยังคะ

490
00:29:41,068 --> 00:29:43,621
โอเคใช่ไหมคะ อันนี้

491
00:29:43,621 --> 00:29:47,621
เราก็สามารถนำไปใช้ใน

492
00:29:48,249 --> 00:29:52,249
ตอนที่เราไปเที่ยวได้นะคะ ถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ

493
00:29:52,269 --> 00:29:54,117
โอเค ต่อไปค่ะ

494
00:29:54,117 --> 00:29:58,117
ภาพที่ 2 นะคะ

495
00:29:59,061 --> 00:30:00,517
ทุกคนจะมีปฏิสัมพันธ์กันนะคะ จะทำอย่างไรคะ

496
00:30:00,517 --> 00:30:04,517
จับคู่ค่ะ

497
00:30:07,188 --> 00:30:11,188
อันนี้กันอันนี้จับคู่กันลูก ปฏิสัมพันธ์กันค่ะ

498
00:30:14,026 --> 00:30:18,026
ทำท่าไหนคะ

499
00:30:18,409 --> 00:30:22,409
เขาทำอย่างไรเอ่ย

500
00:30:25,822 --> 00:30:29,796
โอเคต่อไปนะคะ

501
00:30:29,796 --> 00:30:33,796
จำนวน 3 คน

502
00:30:34,488 --> 00:30:38,488
3 3 ทำอย่างไร 3

503
00:30:38,629 --> 00:30:42,629
3 คน

504
00:30:53,316 --> 00:30:55,862
โอเค ได้ไหมคะ พี่พลอย

505
00:30:55,862 --> 00:30:57,469
ต่อไป  4 คน

506
00:30:57,469 --> 00:31:01,469

507
00:31:09,525 --> 00:31:11,380
4 คน

508
00:31:11,380 --> 00:31:12,781
4 คน

509
00:31:12,781 --> 00:31:15,495
แต่ละคน

510
00:31:15,495 --> 00:31:19,495
คนละท่าค่ะ

511
00:31:20,361 --> 00:31:22,311
จะให้พี่อุ้ยกับพี่พลอยช่วยนะคะ

512
00:31:22,311 --> 00:31:26,311
4 คน

513
00:31:28,591 --> 00:31:32,137
ให้พี่อุ้ยอยู่ข้างหน้า 1 2 3 4

514
00:31:32,137 --> 00:31:36,137
ใครเป็น L L

515
00:31:39,601 --> 00:31:41,545
คน V มีนะคะ เอาเป็น V อย่างนี้ก็ได้นะคะ หรือเ

516
00:31:41,545 --> 00:31:44,552
ป็น V อย่างนี้ก็ได้นะคะ

517
00:31:44,552 --> 00:31:48,552
นะคะ

518
00:31:49,144 --> 00:31:51,866
คน O คน O จะเอาท่าแบบไหน ให้พวกเรา

519
00:31:51,866 --> 00:31:54,578
นะคะ

520
00:31:54,578 --> 00:31:58,578
ประยุกต์เอานะคะ อาจจะไม่ทำท่าเหมือนเขาก็ได้

521
00:31:59,618 --> 00:32:03,069
อันตรายนะคะ

522
00:32:03,069 --> 00:32:07,069
L L o ทำอย่างไรคะ

523
00:32:43,650 --> 00:32:47,650
L L  กลุ่มนี้ l l l

524
00:32:50,939 --> 00:32:54,939

525
00:33:36,506 --> 00:33:37,939
ต่อไปนะคะ จำนวน 5 คนนะคะ

526
00:33:37,939 --> 00:33:41,939
5 คน

527
00:33:44,429 --> 00:33:48,429
5 คน อาจจะไม่ใช้โต๊ะก็ได้

528
00:33:49,561 --> 00:33:52,818
ที่ 2 ที่ 3

529
00:33:52,818 --> 00:33:56,818
4 คน ก็ได้กลุ่มละ 4 คนนะคะ

530
00:34:06,464 --> 00:34:10,464
คนแรกอุบลน่ะ ให้อุบลคนแรก

531
00:34:32,595 --> 00:34:34,520
พร้อมนะ  1 2 3

532
00:34:34,520 --> 00:34:38,520
1 2 3

533
00:35:18,242 --> 00:35:22,242
6 คน รวมทั้งห้องเลยนะคะ

534
00:35:40,727 --> 00:35:44,727
วิชานี้เราจะได้เคลื่อนไหว ขยับเขยื้อนนะคะ

535
00:35:51,144 --> 00:35:53,760
ช่วยกันออกแบบด้วยนะคะ

536
00:35:53,760 --> 00:35:57,760
ทำยังไงเอ่ย

537
00:36:14,843 --> 00:36:18,843
กว่าจะได้แต่ละรูป

538
00:36:29,917 --> 00:36:33,917
มันมี มันมี 6 คนเด้

539
00:36:36,234 --> 00:36:40,234
OK

540
00:36:48,851 --> 00:36:52,851
ไอ้บาสก็มาร่วม

541
00:36:57,358 --> 00:37:01,358
เหมือนเดิม

542
00:37:25,757 --> 00:37:28,035
คนเราเกินแล้ว

543
00:37:28,035 --> 00:37:32,035
น่ะ ไม่เป็นไร

544
00:37:34,993 --> 00:37:38,993
ได้ไหม ได้ไหม

545
00:37:40,710 --> 00:37:44,710
พื้นที่โน่นไปตรงนู้นตรงนี้ไม่พอ

546
00:37:56,273 --> 00:37:58,095
ไม่แน่ล่ะ อาจจะปี 3 ปี 4

547
00:37:58,095 --> 00:38:02,095
อาจจะได้ไปเที่ยวอีก

548
00:38:05,460 --> 00:38:09,460
ไปเที่ยวนะคะ ถ่ายรูปไปเที่ยว

549
00:38:43,608 --> 00:38:47,608
ยืน ๆ  ยืนตำแหน่งตัว

550
00:38:53,425 --> 00:38:54,964
เอง คน 1 คน 2 คน 3 คน 4 คนเท่าไร

551
00:38:54,964 --> 00:38:58,964
คนที่เท่าไร

552
00:39:03,696 --> 00:39:07,696
ตัวผอม ๆ ไปอยู่ข้างหลัง

553
00:39:32,269 --> 00:39:36,254
โอเค ลองทดสอบดูนะคะ

554
00:39:36,254 --> 00:39:40,254
เอาเลย

555
00:39:43,017 --> 00:39:47,017
จับไหล่กันนะคะ จับต่อ ๆ กันนะคะ

556
00:39:51,083 --> 00:39:55,083
เดี๋ยวรอพี่พลอยถ่ายรูปก่อน

557
00:40:14,042 --> 00:40:18,042
123 123 โอเค

558
00:40:21,533 --> 00:40:25,533
ต่อไป ต่อไป ภาพนี้ค่ะ ภาพนี้ง่าย ๆ

559
00:40:28,971 --> 00:40:32,971
หันหน้า มาหันหน้ามาทางนี้นะคะ

560
00:40:41,646 --> 00:40:44,011
เข่าชนกัน

561
00:40:44,011 --> 00:40:47,546
เข่าชิดกัน เข่าต้องชนกันนะคะ

562
00:40:47,546 --> 00:40:51,546
เข่าชนกัน

563
00:40:54,644 --> 00:40:58,644
พร้อมนะคะ พร้อมแล้วมองกล้อง 1 2 3

564
00:41:00,963 --> 00:41:04,963
1 2 3

565
00:41:08,653 --> 00:41:12,653
โอเค ต่อไปภาพนี้ค่ะ มีอย

566
00:41:15,086 --> 00:41:19,086
ู่ 10 ภาพนะ ยืนอย่างไรก็ได้แต่ว่าให้มือต่อกันค่ะ แล้วก็ให้เห็นหน้าคนนะคะ

567
00:41:25,463 --> 00:41:27,042
ต่อกันและให้เห็นหน้า

568
00:41:27,042 --> 00:41:28,798
นะคะ เอามือเดียว

569
00:41:28,798 --> 00:41:31,177
นะคะ

570
00:41:31,177 --> 00:41:35,177
เอาต่ำลงอีก

571
00:41:36,482 --> 00:41:40,482
เห็นหน้าครบแล้วใช่ไหม

572
00:41:41,625 --> 00:41:45,625
เห็นหน้าครบนะคะ

573
00:41:57,775 --> 00:42:01,775
มือนะคะ

574
00:42:03,683 --> 00:42:07,683
รูปที่ 9 ต่อไปรูปที่ 10

575
00:42:11,624 --> 00:42:15,020
ใบพัดค่ะ ใบพัด เรามี 7 คน

576
00:42:15,020 --> 00:42:19,020
อยู่ตรงกลาง แล้วก็อีก 3 คนอยู่

577
00:42:19,813 --> 00:42:23,813
ซ้าย 3 ขวา 3 นะคะ

578
00:42:23,877 --> 00:42:27,877
เวลาที่คน

579
00:42:28,410 --> 00:42:32,410
อวบ ๆ อ้วน ๆ เวลาเขาถ่ายรูปเขาจะยืนซ้อนหลังเพื่อน

580
00:42:34,893 --> 00:42:38,893
ก็จะให้คนผอมอยู่ข้างหน้านะคะ

581
00:42:42,507 --> 00:42:46,507
ก็ต่อแถวกันนั่นแหละ เป็นเหมือน เป็น V

582
00:42:47,217 --> 00:42:50,663
ยืน V เฉย ๆ

583
00:42:50,663 --> 00:42:54,663
แถว V ไปข้างหลังนั่นแหละ

584
00:43:03,952 --> 00:43:07,952
ก็ต่อไหล่น่ะ หน้าต่อไหล่ เออ

585
00:43:10,596 --> 00:43:14,596
อย่างนั้นแหละ โอเค ได้

586
00:43:16,429 --> 00:43:20,429
ก็แค่ให้มันเห็นหน้า ไม่เห็นหน้า

587
00:43:41,789 --> 00:43:45,789

588
00:43:45,913 --> 00:43:47,257
1 2 3

589
00:43:47,257 --> 00:43:51,257
1 2 3 (อาจารย์ภาวิณี) โอเค

590
00:44:08,815 --> 00:44:11,266
อันนี้ก็เป็นการ

591
00:44:11,266 --> 00:44:14,152
รีแลกซ์กันนะ

592
00:44:14,152 --> 00:44:18,124
เพราะว่าเดี๋ยวต่อไป เราก็จะได้

593
00:44:18,124 --> 00:44:21,345
มีปฏิสัมพันธ์ กับเพื่อนในห้องเรียนนะคะ

594
00:44:21,345 --> 00:44:24,856
จะมีการใช้ภาษามือด้วย

595
00:44:24,856 --> 00:44:28,856
การใช้การแสดงสีหน้า

596
00:44:28,986 --> 00:44:31,442
ขอบคุณผู้กับการใช้ภาษามือนะคะ

597
00:44:31,442 --> 00:44:32,905
อันนี้จำนวนกี่คนเอ่ย

598
00:44:32,905 --> 00:44:36,689
ภาษามือ

599
00:44:36,689 --> 00:44:38,872
ทบทวน ทบทวน หูหนวก หูดีนะคะ ได้ไหม

600
00:44:38,872 --> 00:44:40,902
1 ทำอย่างไรคะ 1

601
00:44:40,902 --> 00:44:43,305
ิดหนึ่งงนะคะ

602
00:44:43,305 --> 00:44:47,305
อันนี้คือจำนวน 1 คน

603
00:44:50,668 --> 00:44:54,452
นะ ภาพหลาย ๆ ภาพนี้นะคะ เราก็สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันเราได้นะคะ

604
00:44:54,452 --> 00:44:55,719
เวลาที่เราไปเที่ยว หรือถ่ายรูป

605
00:44:55,719 --> 00:44:58,858
กิจกรรม

606
00:44:58,858 --> 00:45:01,875
อันนี้ก็จะเป็นถ่ายคนเดียวนะคะ

607
00:45:01,875 --> 00:45:05,099
ต่อไป ก็จะเพิ่มจำนวนเพิ่มขึ้นนะคะ

608
00:45:05,099 --> 00:45:09,099
ต่อไป ภาษามือจำนวนกี่คนคะ

609
00:45:09,551 --> 00:45:12,457
2 นะคะ

610
00:45:12,457 --> 00:45:15,516
ต่อไปจำนวน

611
00:45:15,516 --> 00:45:17,090
3 ทำไมไม่ 3 แบบนี้คะ

612
00:45:17,090 --> 00:45:20,772
ภาษามือ

613
00:45:20,772 --> 00:45:24,772
เพราะว่าอันนี้

614
00:45:25,989 --> 00:45:29,989
ก็มีผู้ที่ตั้งภาษามือไว้แล้วนะคะ

615
00:45:30,840 --> 00:45:33,506
ก็เลยให้ 3 เป็นแบบนี้ ทำไมไม่ 3 แบบนี้นะคะ

616
00:45:33,506 --> 00:45:35,678
เพราะมันเอาภาษามือมาจาก

617
00:45:35,678 --> 00:45:39,678
อเมริกานะคะ

618
00:45:42,167 --> 00:45:44,982
เราก็เลยไม่สามารถที่จะตั้งเองนะคะ เพราะว่าเราเอามาจากที่อื่นด้วยนะคะ

619
00:45:44,982 --> 00:45:46,194
มาปรับปรุงใช้ เป็นของเรานะคะ

620
00:45:46,194 --> 00:45:50,194
ก็เลย

621
00:45:50,816 --> 00:45:52,086
เป็นสัญลักษณ์ แทน 3 คือแบบนี้นะคะ

622
00:45:52,086 --> 00:45:56,086
แต่ค

623
00:45:56,226 --> 00:45:57,851

624
00:45:57,851 --> 00:46:01,324
นหุดี คนทั่วไป เขาก็จะใช้ 3

625
00:46:01,324 --> 00:46:05,324
แบบนี้ เป็นนิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนางนะคะ

626
00:46:06,121 --> 00:46:10,092
เพราะว่าไม่ได้ภาษามือนี้

627
00:46:10,092 --> 00:46:12,007
แบบนี้นะคะ ก็จะเป็นสัญลักษณ์อีกตัวหนึ่งนะคะ

628
00:46:12,007 --> 00:46:16,007
ที่ไม่ใช่เลข 3 นะคะ

629
00:46:17,773 --> 00:46:19,851
ต่อไป จำนวนเท่าไรคะ

630
00:46:19,851 --> 00:46:21,128
จำนวน 4

631
00:46:21,128 --> 00:46:23,143
อันนี้เขาสะกด

632
00:46:23,143 --> 00:46:25,861
ว่าอย่างไรคะ

633
00:46:25,861 --> 00:46:29,861
เขาสะกดว่าอย่างไรเอ่ย

634
00:46:30,068 --> 00:46:32,073
ภาษามือว่าอย่างไรคะ จำได้ไหม

635
00:46:32,073 --> 00:46:36,073
แปลว่า รัก ใช่ไหมคะ

636
00:46:37,570 --> 00:46:38,262
รัก อันนี้คือถ้าภาษามือไทยนะ ถ้าภาษามือของฝรั่ง

637
00:46:38,262 --> 00:46:40,057
ก

638
00:46:40,057 --> 00:46:43,355
็จะเป็นนิ้วมือใช่ไหมคะ

639
00:46:43,355 --> 00:46:47,355
นิ้วโป้ง นิ้วชี้ แล้วก็นิ้วก้อย

640
00:46:48,742 --> 00:46:52,742
อันนี้เขาเรียกว่าสัญลักษณ์ภาษามือนะคะ

641
00:46:53,164 --> 00:46:55,235
อันนี้เป็นทั่วไปเลยใช่ไหมคะ ทั่วโลกสากลนะคะ

642
00:46:55,235 --> 00:46:56,662
คำว่า "รัก

643
00:46:56,662 --> 00:47:00,662
" ตัวนี้นะคะ

644
00:47:01,193 --> 00:47:04,451
คำว่า รัก ภาษาอังกฤษในที่นี้มีตัวอะไรบ้าง คะ

645
00:47:04,451 --> 00:47:08,451
มีตัว L L อย่างไรคะลูก

646
00:47:10,869 --> 00:47:14,864
L O V E

647
00:47:14,864 --> 00:47:16,536
ใช่ไหมคะ ที่เราแต่ละคน

648
00:47:16,536 --> 00:47:19,879
ได้ทำท่า

649
00:47:19,879 --> 00:47:20,557
ตามสัญลักษณ์ ตามตัวอักษรภาษาอังกฤษ

650
00:47:20,557 --> 00:47:24,557
นะคะ

651
00:47:24,669 --> 00:47:26,325
เป็น l o v e คำว่า "Love

652
00:47:26,325 --> 00:47:30,325
" รักนะคะ

653
00:47:31,515 --> 00:47:34,286
อันนี้ก็ใช้ได้นะคะ เดี๋ยว

654
00:47:34,286 --> 00:47:35,928
ภาพที่เราถ่ายเมื่อกี้นะ

655
00:47:35,928 --> 00:47:39,928
อาจจะไปให้

656
00:47:40,180 --> 00:47:44,180
น้อง ๆ ทำเป็นภาพ

657
00:47:44,587 --> 00:47:48,041
แสดงความยินดีกับพี่

658
00:47:48,041 --> 00:47:52,041
ที่จบไปอย่างนี้นะคะ

659
00:47:52,708 --> 00:47:54,729
ก็จะมีเห็นท่า หรือเราต่อไปเราอาจจะเอาท่านี้นะคะ

660
00:47:54,729 --> 00:47:58,729
ตอนที่เราใส่ชุดครุยนะคะ

661
00:48:00,613 --> 00:48:02,597
ไปถ่ายท่าแบบนี้ได้เหมือนกันนะคะ แบบภาพอดีต แล้วก็ปัจจุบัน

662
00:48:02,597 --> 00:48:06,597
นะ เมื่อกี้ที่พี่พลอยถ่าย

663
00:48:07,888 --> 00:48:10,775
น่าจะเป็นภาพอดีตตอนที่เราเรียนอยู่เรามีกิจกรรมอะไรนะคะ

664
00:48:10,775 --> 00:48:12,516
พอเราจบ เราใส่ชุดครุย อาจจะมาถ่าย

665
00:48:12,516 --> 00:48:16,516
ท่านี้เหมือนเดิม

666
00:48:16,629 --> 00:48:20,629
จะเป็นภาพ Before After หรืออดีตและก็ปัจจุบัน

667
00:48:20,856 --> 00:48:22,427
นะคะ อันนี้ก็จะเป็นจำนวนเท่าไรลูก

668
00:48:22,427 --> 00:48:25,772
กี่คนคะ

669
00:48:25,772 --> 00:48:29,772
จำนวนเท่าไรเอ่ย

670
00:48:30,208 --> 00:48:32,317
5 คนใช่ไหมคะ ภาษามือ

671
00:48:32,317 --> 00:48:33,821
5  ต่อไป

672
00:48:33,821 --> 00:48:37,821
เท่าไรคะ

673
00:48:38,793 --> 00:48:42,793
คนมีความยุ่งยากไหมคะท่านี้

674
00:48:45,310 --> 00:48:46,167
ท่านี้มีความยุ่งยากนะคะ และก็มีการพูดคุยสื่อสารกันระหว่างทำกิจ

675
00:48:46,167 --> 00:48:50,167
กรรม

676
00:48:51,480 --> 00:48:54,028
นำ หรืออาจจะมีผู้นำ อย่างเช่น บาสเป็นผู้น

677
00:48:54,028 --> 00:48:56,698
ำ สื่อสาร ช่วยประสานให้เพื่อน

678
00:48:56,698 --> 00:48:59,297
จับมือเพื่อน หรือว่า

679
00:48:59,297 --> 00:49:03,297
ชี้บอกตำแหน่งเพื่อนนะคะ

680
00:49:04,510 --> 00:49:06,005
ก็จะได้ภาพที่สวยงามออกมานะคะ เป็นภาพอะไรคะ อันนี้

681
00:49:06,005 --> 00:49:10,005
ภาพอะไรคะ

682
00:49:11,868 --> 00:49:14,859
ภาพดาวใช่ไหมคะ เราก็จะได้เรียนรู้ภาษามือไปด้วยนะคะ

683
00:49:14,859 --> 00:49:18,859
ในการสื่อสารแล้วก็คำศัพท์

684
00:49:20,164 --> 00:49:21,561
ต่อไปอันนี้จำนวนกี่คนคะ

685
00:49:21,561 --> 00:49:23,365
จำนวน

686
00:49:23,365 --> 00:49:25,334
7 คนนะคะ

687
00:49:25,334 --> 00:49:27,342
นักศึกษาว่า

688
00:49:27,342 --> 00:49:28,639
ภาพนี้น่ะค่ะ

689
00:49:28,639 --> 00:49:30,865
มันเป็น

690
00:49:30,865 --> 00:49:34,865
เหมือนกับภาพอะไรคะ

691
00:49:36,812 --> 00:49:39,252
ภาพนี้เหมือนภาพอะไรเอ่ย

692
00:49:39,252 --> 00:49:41,309
เหมือนดอกไม้

693
00:49:41,309 --> 00:49:44,252
ไหม เหมือนดอกไม้ที่กำลังบานหรอคะ

694
00:49:44,252 --> 00:49:46,557

695
00:49:46,557 --> 00:49:48,478
เหมือนพัด เหมือนพัด พี่พลอยบอกว่าเหมือนพัดใช่ไหมคะ

696
00:49:48,478 --> 00:49:50,788
ภาพนี้เหมือนอะไรได้อีกคะ

697
00:49:50,788 --> 00:49:54,788
เหมือน

698
00:49:56,239 --> 00:49:59,733
พระอาทิตย์ไหท แสงพระอาทิตย์ยามเช้าหรือยามเย็นได้ไหมคะ

699
00:49:59,733 --> 00:50:03,362
แสงกระจายที่แตกออกมาตอนเด็ก ๆ

700
00:50:03,362 --> 00:50:07,362
ใครวาดภูเขา แล้วก็พระอาทิตย์ใช่ไหม

701
00:50:07,463 --> 00:50:10,961
ก็จะมีวงกลมแล้วก็มีเส้นเส้น ๆ ใช่ไหมคะ

702
00:50:10,961 --> 00:50:12,878
อันนี้ก็

703
00:50:12,878 --> 00:50:16,878
เป็นสัญลักษณ์ภาพนะคะ

704
00:50:17,217 --> 00:50:20,510
ตัวนี้ล่ะคะ มีจำนวนกี่คน

705
00:50:20,510 --> 00:50:22,296
เอ่ย จำนวนกี่คนคะ

706
00:50:22,296 --> 00:50:24,997
8

707
00:50:24,997 --> 00:50:28,039
มี 8 คน

708
00:50:28,039 --> 00:50:30,188
มันเป็นท่าอะไรเอ่ย เหมือนอะไรคะท่านี้

709
00:50:30,188 --> 00:50:32,825
เหมือนหลังคาไหมคะ

710
00:50:32,825 --> 00:50:35,979
เหมือนบ้านโบราณใช่ไหม

711
00:50:35,979 --> 00:50:37,825
บ้านไม้ที่แบบเป็นแหลม ๆ น่ะ

712
00:50:37,825 --> 00:50:41,825
เหมือนใช่ไหมคะ

713
00:50:42,536 --> 00:50:46,536
อันนี้ก็

714
00:50:48,968 --> 00:50:52,968
มาจากการจินตนาการนะคะ อยากถ่ายภาพออกมา ให้เป็นเหมือนภาพอะไร

715
00:50:55,158 --> 00:50:57,144
อันนี้จำนวนเท่าไรคะ

716
00:50:57,144 --> 00:50:58,694
จำนวนเท่าไร

717
00:50:58,694 --> 00:51:02,288
กี่คน

718
00:51:02,288 --> 00:51:04,331
10 หรือ 9

719
00:51:04,331 --> 00:51:08,331
กี่คนคะ

720
00:51:12,913 --> 00:51:16,913
อันนี้เป็นการแสดงถึง

721
00:51:17,545 --> 00:51:19,755
การรวมพลังกันใช่ไหมคะ ความสามัคคีใช่ไหมคะ

722
00:51:19,755 --> 00:51:23,755
เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

723
00:51:26,712 --> 00:51:30,195
ทุกคนต่างมีจุดหมายเดียวกันนะคะ ก็คือทำ

724
00:51:30,195 --> 00:51:34,195
ฝ่ามือให้มันตรง แล้วจะตั้ง ๆ ๆ ต่อกัน

725
00:51:34,238 --> 00:51:38,238
ก็สามารถนำไป

726
00:51:39,392 --> 00:51:43,392
ถ่ายรูปได้นะคะ แล้วก็ให้เห็นมือจุดที่เด่น แล้วก็

727
00:51:43,403 --> 00:51:44,564
มือของใครมีส่วนร่วม อันนี้คือความสามัคคีนะ

728
00:51:44,564 --> 00:51:48,564
แ

729
00:51:48,573 --> 00:51:52,573
ล้วก็มีเห็นหน้าทุกคน ก็คือเข้ามาได้ทำงาน

730
00:51:54,209 --> 00:51:57,358
หลังจากเสร็จงานนี้ค่ะ เราสามารถถ่ายเป็นภาพนี้ก็ได้นะคะ

731
00:51:57,358 --> 00:52:01,104
ภาพนี้

732
00:52:01,104 --> 00:52:02,643
10 คนนะคะ

733
00:52:02,643 --> 00:52:05,113
ก็จะเป็น

734
00:52:05,113 --> 00:52:09,113
ทุกคนมีส่วนร่วม

735
00:52:10,700 --> 00:52:12,617
ในรูปนี้นะคะ เป็นการประหยัดพื้นที่นะคะ

736
00:52:12,617 --> 00:52:14,092
เป็นการถ่ายรูป

737
00:52:14,092 --> 00:52:17,453
ที่แบบใหม่

738
00:52:17,453 --> 00:52:20,314
ไม่ใช่แค่ 2 นิ้ว มินิฮาร์ตใช่ไหมคะ

739
00:52:20,314 --> 00:52:24,314
ก็ให้ภาพมันออกมาสวยได้

740
00:52:25,672 --> 00:52:29,672
ทั้งหมดนี้นะคะ

741
00:52:31,327 --> 00:52:33,942
ทั้งหมดนี้นะคะ ก็เป็น

742
00:52:33,942 --> 00:52:37,942
การรีแลกซ์นะคะ

743
00:52:40,491 --> 00:52:44,463
ต่อไปเราจะได้เรียนภาษามือ ก็จะมีการเคลื่อนไหวกันการสลับกัน

744
00:52:44,463 --> 00:52:45,748
ส่วนมากเราก็จะเน้นในการ

745
00:52:45,748 --> 00:52:49,211
พูดคุยนะคะ

746
00:52:49,211 --> 00:52:53,211
ที่เป็นภาษามือคำศัพท์ภาษามือ

747
00:53:18,599 --> 00:53:21,929
ต่อไปนะคะ

748
00:53:21,929 --> 00:53:25,929
ทำไมเราถึงมีภาษามือ

749
00:53:27,304 --> 00:53:29,546
เบื้องต้นก่อนนะคะ ให้เรามารู้จักว่าภาษามือ

750
00:53:29,546 --> 00:53:31,936
ทำไมต้องมี เพราะ

751
00:53:31,936 --> 00:53:35,723
กลุ่มที่มี

752
00:53:35,723 --> 00:53:38,482
กลุ่มคนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

753
00:53:38,482 --> 00:53:41,357
ชื่อเต็ม ๆ มันก็จะบอกว่า

754
00:53:41,357 --> 00:53:43,967
บุคคลคนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

755
00:53:43,967 --> 00:53:45,489
และสื่อความหมายนะคะ

756
00:53:45,489 --> 00:53:48,500
เพราะว่า

757
00:53:48,500 --> 00:53:49,545
ปัญหานี้นะคะ

758
00:53:49,545 --> 00:53:53,378
คน

759
00:53:53,378 --> 00:53:56,289
ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ก็คือ

760
00:53:56,289 --> 00:54:00,289
ไม่สามารถได้ยิน พอ

761
00:54:01,619 --> 00:54:03,829
มีบกพร่องทางการได้ยิน ก็จะมีปัญหาในการสื่อความหมายออกมานะคะ

762
00:54:03,829 --> 00:54:06,196
เพราะว่าเขาไม่ได้ยิน

763
00:54:06,196 --> 00:54:07,995
เขาก็เลยไม่ได้รับเสียง

764
00:54:07,995 --> 00:54:09,720
นั้นมานะคะ

765
00:54:09,720 --> 00:54:11,803
ก็เลยทำให้เขา

766
00:54:11,803 --> 00:54:14,865
เปร่งเสียงนั้นออกไป

767
00:54:14,865 --> 00:54:18,865
ได้ไม่ชัดเหมือนกับคนปกตินะคะ

768
00:54:22,277 --> 00:54:26,184
ถ้าได้รับการฝึกฝน

769
00:54:26,184 --> 00:54:30,184
มันก็ยังมีปัญหาอยู่นะคะ สำหรับผู้ที่มี

770
00:54:31,746 --> 00:54:33,930
ความบกพร่องทางการได้ยินและสื่อความหมาย เพราะเขามีปัญหาในการรับฟังมาตั้งแต่ทีแรก

771
00:54:33,930 --> 00:54:37,921
เขาจึงไม่สามารถที่จะ

772
00:54:37,921 --> 00:54:41,582
เลียนเสียง ในการพูด ให้ได้เหมือนกับ

773
00:54:41,582 --> 00:54:43,151
คนปกตินะคะ อันนี้ก็จะเป็นของ

774
00:54:43,151 --> 00:54:46,912
ในส่วนของเพื่อน

775
00:54:46,912 --> 00:54:48,877
ที่เป็นคนหูตึงนะคะ อย่างเช่นมิ่งอย่างนี้ค่ะ

776
00:54:48,877 --> 00:54:50,914
ถ้าไม่ค่อยได้ยิน

777
00:54:50,914 --> 00:54:53,377
การรับสารนั้น

778
00:54:53,377 --> 00:54:54,739
พอส่งสารนั้นออกไป ก็จะเป็น

779
00:54:54,739 --> 00:54:56,676
เท่ากับ

780
00:54:56,676 --> 00:55:00,676
ที่ได้ยินมานะคะ

781
00:55:03,773 --> 00:55:07,181
ความหมาย

782
00:55:07,181 --> 00:55:08,782
ของผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

783
00:55:08,782 --> 00:55:11,176
นะคะ ก็คือ

784
00:55:11,176 --> 00:55:15,176
ผู้ที่สูญเสียการได้ยิน

785
00:55:19,553 --> 00:55:21,997
คือ ไม่ได้ยินเลยนะคะ หรือประมาณ

786
00:55:21,997 --> 00:55:25,997
89 เดซิเบล

787
00:55:26,041 --> 00:55:29,493
เสียงขนาด 89 เดซิเบลขึ้นไป ถ้าไม่ได้ยิน

788
00:55:29,493 --> 00:55:31,401
มันจะมีเครื่องวัดเสียงนะคะ

789
00:55:31,401 --> 00:55:34,735
ถ้าไม่ได้ยิน

790
00:55:34,735 --> 00:55:38,735
ก็แสดงว่าเป็นหูหนวก

791
00:55:40,077 --> 00:55:41,588
การได้ยินของคนเราก็จะมีอยู่ 2 ข้างนะคะ ก็จะมีหูข้างซ้ายกับหูข้างขวานะคะ

792
00:55:41,588 --> 00:55:43,319
ในการวัด

793
00:55:43,319 --> 00:55:47,319
การได้ยินนะคะ

794
00:55:48,990 --> 00:55:50,758
ก็จะวัดทั้ง 2 ข้างนะคะ วัดข้างใดข้างหนึ่ง

795
00:55:50,758 --> 00:55:52,301
ที่ได้ยินมากที่สุด

796
00:55:52,301 --> 00:55:54,981
จะเอามาคำนวณ

797
00:55:54,981 --> 00:55:58,981
มาประเมินการได้ยินนะคะ

798
00:55:59,448 --> 00:56:01,917
กลุ่มคนบกพร่องทางการได้ยินนะคะ

799
00:56:01,917 --> 00:56:03,952
จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม

800
00:56:03,952 --> 00:56:06,575
คือกลุ่มหูตึงนะคะ

801
00:56:06,575 --> 00:56:08,172
กลุ่มหูตึงนะคะ ก็คือ

802
00:56:08,172 --> 00:56:10,680
สามารถได้ยินเสียง

803
00:56:10,680 --> 00:56:14,680
ได้ยินในระดับ

804
00:56:14,992 --> 00:56:18,146
89 เดซิเบลลงมานะคะ

805
00:56:18,146 --> 00:56:21,757
สามารถได้ยิน ก็เป็นคนกลุ่มคนหูตึงนะคะ

806
00:56:21,757 --> 00:56:25,757
หรืออาจจะมากกว่านั้น

807
00:56:26,054 --> 00:56:28,285
เป็นเสียงที่เราพูด

808
00:56:28,285 --> 00:56:31,863
ต่อหน้ากัน

809
00:56:31,863 --> 00:56:34,580
ประมาณสัก 3 เมตร

810
00:56:34,580 --> 00:56:36,112
ใช้น้ำเสียงปกติ

811
00:56:36,112 --> 00:56:38,464
ที่สามารถได้ยิน

812
00:56:38,464 --> 00:56:39,701
น่ะ ก็แสดงว่าเป็นคนปกติ

813
00:56:39,701 --> 00:56:43,135
แต่ถ้าเกินนั้น

814
00:56:43,135 --> 00:56:44,002
อาจจะได้ใช้กันตะโกนใส่กันนี้

815
00:56:44,002 --> 00:56:44,826
อาจจะเป็น

816
00:56:44,826 --> 00:56:46,607

817
00:56:46,607 --> 00:56:50,607
คนหูตึงแล้วนะคะ

818
00:56:56,729 --> 00:56:58,701
และกลุ่มที่ 2 ก็จะเป็นกลุ่มของคนหูหนวกนะคะ

819
00:56:58,701 --> 00:57:02,701
กลุ่มของคนหูหนวกนี่

820
00:57:04,477 --> 00:57:06,855
ส่วนมากก็จะพ่วงมากับการพูดไม่ได้นะคะ

821
00:57:06,855 --> 00:57:07,632
ก็เกิดจากถ้าเกิดจากที่เขาไม่ได้ยิน

822
00:57:07,632 --> 00:57:11,632
ไม่ได้ฝึก

823
00:57:12,056 --> 00:57:16,056
ไม่ได้รับการได้ยิน ก็เลยไม่ได้ฝึกการพูดออกไป

824
00:57:16,901 --> 00:57:20,590
ก็เลยบกพร่องในการพูดการสื่อสารด้วยนะคะ

825
00:57:20,590 --> 00:57:22,610
ให้คนกลุ่มนี้นะคะ

826
00:57:22,610 --> 00:57:24,090
ก็

827
00:57:24,090 --> 00:57:27,412
จะมีสาเหตุ

828
00:57:27,412 --> 00:57:28,596
มาจาก 2 ส่วน แต่ส่วนใหญ่ ๆ ก็

829
00:57:28,596 --> 00:57:32,596
จะเป็นมาจาก

830
00:57:33,767 --> 00:57:36,967
เป็นหูหนวกมาตั้งแต่กำเนิดนะคะ

831
00:57:36,967 --> 00:57:40,967
ก็คือหูก็ไม่ได้ยิน

832
00:57:41,409 --> 00:57:43,879
ปากก็เลยพูดไม่ได้นะคะ ถ้าเป็นแบบนี้

833
00:57:43,879 --> 00:57:45,343
ในการฝึกพัฒนาการพูด

834
00:57:45,343 --> 00:57:48,002
จะไม่มีนะคะ

835
00:57:48,002 --> 00:57:52,002
ไม่ได้รับการฝึกพัฒนาการพูด

836
00:57:53,302 --> 00:57:54,193
นะคะ แต่ว่าจะเป็นการทดแทนการพูด ก็คือ

837
00:57:54,193 --> 00:57:58,193
การฝึก

838
00:57:58,713 --> 00:58:02,713
ใช้ภาษามือค่ะ ในการฝึกใช้ภาษามือ

839
00:58:05,936 --> 00:58:09,936
ก็จะส่งต่อไปยังโรงเรียนประจำ โรงเรียนเฉพาะทางนะคะ ก็คือโรงเรียนโสตต่าง ๆ

840
00:58:10,936 --> 00:58:14,936
ที่ใช้การสื่อสารที่เป็นภาษามือนะคะ

841
00:58:18,611 --> 00:58:20,469
แล้วก็อีกสาเหตุที่ 2

842
00:58:20,469 --> 00:58:24,469
ก็มาจาก

843
00:58:25,271 --> 00:58:29,271
ไม่สบายตั้งแต่เด็กนะคะ ก็คือไข้ขึ้นสูง

844
00:58:29,838 --> 00:58:31,922
ก็เลยมีผลกระทบ ทำให้แก้วหู

845
00:58:31,922 --> 00:58:33,788
อักเสบนะคะ

846
00:58:33,788 --> 00:58:36,425
ไม่สามารถได้ยินเสียง

847
00:58:36,425 --> 00:58:39,624
อันนี้ก็คือเป็นภายหลัง

848
00:58:39,624 --> 00:58:41,859
จากการคลอดนะคะ

849
00:58:41,859 --> 00:58:45,859
แล้วก็อีก

850
00:58:47,248 --> 00:58:50,448
อาจารย์เห็นเยอะเหมือนกัน ที่เป็นพี่ ๆ นักศึกษานะคะ ที่ได้สอบถาม

851
00:58:50,448 --> 00:58:51,850
สาเหตุอีกอันหนึ่ง ก็คือมาจาก

852
00:58:51,850 --> 00:58:54,026
อุบัติเหตุ

853
00:58:54,026 --> 00:58:58,026
การแคะหูค่ะ

854
00:59:00,811 --> 00:59:01,468
ผู้ปกครองแคะหูให้ตั้งแต่เด็กนะคะ อาจจะเป็นโดนคัตตอนบัต

855
00:59:01,468 --> 00:59:03,639
ท

856
00:59:03,639 --> 00:59:07,415
ิ่ม หรืออะไรต่าง ๆ ไปกระทบ

857
00:59:07,415 --> 00:59:09,594
ค่ะ หรือว่าวิ่งซุกซน

858
00:59:09,594 --> 00:59:11,657
ไปชนนั่นชนนี่

859
00:59:11,657 --> 00:59:12,782
ส่งผลกระทบกระเทือน

860
00:59:12,782 --> 00:59:16,782
ทำให้แก้วหู

861
00:59:16,786 --> 00:59:20,430
ได้รับการกระทบกระเทือน แล้วก็

862
00:59:20,430 --> 00:59:24,430
ไม่สามารถทำให้ได้ยินได้นะคะ

863
00:59:27,676 --> 00:59:31,676
อันนี้ก็คือสาเหตุของกลุ่มที่เป็นหูหนวกนะคะ

864
00:59:36,243 --> 00:59:38,999
อันนี้ก็จะเป็นระดับ

865
00:59:38,999 --> 00:59:42,999
คนหูหนวก คนหูตึงนะคะ

866
00:59:45,246 --> 00:59:49,246
ถ้าเป็นคนหูตึง ก็จะได้ยินเสียงอยู่ ตั้งแต่ 26 ถึง 8

867
00:59:49,479 --> 00:59:53,479
9 เดซิเบลนะคะ อันนี้ก็จะเป็นเหมือนมิ่ใช่ไหมคะ

868
00:59:53,683 --> 00:59:55,864
จะ

869
00:59:55,864 --> 00:59:59,161
ถ้าพูดเฉย ๆ นี่

870
00:59:59,161 --> 01:00:00,906
หรือไม่ได้ใส่ไมค์ก็ไม่ค่อยได้ยินใช่ไหมคะ

871
01:00:00,906 --> 01:00:02,846
หรือได้ยินชัด

872
01:00:02,846 --> 01:00:05,756
มิ่ง มิ่งไม่ได้ใส่หูฟังไหมตอนนี้

873
01:00:05,756 --> 01:00:09,756
ได้ใส่หูฟังนะคะ

874
01:00:11,700 --> 01:00:15,306
ถ้าได้ใส่หูฟังก็จะช่วยขยายเสียงไปอีกนะคะ

875
01:00:15,306 --> 01:00:18,916
สำหรับคนหูตึงนะ ใส่หูฟังแล้ว

876
01:00:18,916 --> 01:00:20,124
ในการพัฒนาในการสื่อสารนะคะ

877
01:00:20,124 --> 01:00:22,687
ต้องมีการฝึก

878
01:00:22,687 --> 01:00:26,687
ฟังเสียง

879
01:00:27,855 --> 01:00:29,620
เพื่อให้เข้าใจในเสียงนั้นนะคะ ฝึกฟังเสียง แล้วก็มีการ

880
01:00:29,620 --> 01:00:32,819
ฝึกออกเสียงนะคะ

881
01:00:32,819 --> 01:00:36,819
เพราะถ้าไม่ฝึกออกเสียง

882
01:00:37,183 --> 01:00:41,183
คุณก็จะพูดเสียงของคำ ๆ นั้นได้ไม่ชัด

883
01:00:42,997 --> 01:00:46,997
นะคะ ก็มีการควบคู่กันไป เพื่อที่จะใช้ในการสื่อสารนะคะ

884
01:00:48,001 --> 01:00:50,107
คนหูหนวก

885
01:00:50,107 --> 01:00:52,885
มีระดับการได้ยิน

886
01:00:52,885 --> 01:00:54,080
เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 90

887
01:00:54,080 --> 01:00:56,926
เดซิเบล

888
01:00:56,926 --> 01:00:58,185
ถ้า 90 เดซิเบล ขึ้นไป

889
01:00:58,185 --> 01:01:02,147
ไม่ได้ยิน

890
01:01:02,147 --> 01:01:03,514
เสียง

891
01:01:03,514 --> 01:01:06,322
เพลง

892
01:01:06,322 --> 01:01:07,855
หมอลำ งานหมอลำอย่างนี้

893
01:01:07,855 --> 01:01:11,855
ที่มีลำโพงน่ะ

894
01:01:12,102 --> 01:01:16,102
ไม่ได้ยิน ก็แสดงว่าเป็นหูหนวกสนิท

895
01:01:17,638 --> 01:01:21,321
หรือเสียงที่เราเปิดเทป หรือเราตะโกนใส่น่ะค่ะ

896
01:01:21,321 --> 01:01:22,908
ในระดับตั้งแต่เราตะโกนใส่ไม่ได้ยิน ก็แสดงว่า

897
01:01:22,908 --> 01:01:26,908
เป็นคนหูหนวกน่ะค่ะ

898
01:01:29,442 --> 01:01:31,742
อันนี้คือรายละเอียดใน

899
01:01:31,742 --> 01:01:35,095
การได้ยินนะ

900
01:01:35,095 --> 01:01:39,095
ที่อาจารย์อธิบายไปนะคะ ถ้า

901
01:01:40,025 --> 01:01:44,025
ข้างใดข้างหนึ่งที่ได้ยินมีระดับสูง

902
01:01:45,370 --> 01:01:49,370
แต่ไม่ถึง 89 เดซิเบล ก็ถือว่า

903
01:01:52,795 --> 01:01:56,795
คนหูหนวกนะคะ แต่ถ้าในระดับ 89 ขึ้นไป ถึง 90 ก็แสดงว่าเป็นคน

904
01:01:57,192 --> 01:01:59,283
หูตึงนะคะ ถ้า 90 เกินขึ้นไปอีก ก็แสดงว่า

905
01:01:59,283 --> 01:02:01,078
เป็นคนหูหนวกนะคะ

906
01:02:01,078 --> 01:02:04,041
โทษทีค่ะ

907
01:02:04,041 --> 01:02:06,595
ตั้งแต่ 26 ถึง 89

908
01:02:06,595 --> 01:02:09,934
เป็นคนหูตึงนะคะ

909
01:02:09,934 --> 01:02:12,229
89-90 โดยประมาณนะคะ

910
01:02:12,229 --> 01:02:15,834
แต่ถ้า 90 ขึ้นไป

911
01:02:15,834 --> 01:02:19,513
ไม่ได้ยิน ก็แสดงว่าเป็นคนหูหนวก

912
01:02:19,513 --> 01:02:23,513
นะคะ แต่สำหรับคนปกติคนหูดีเ

913
01:02:23,707 --> 01:02:26,342
รา ก็ตั้งแต่ 26 ก็คือการพูดต่อหน้ากัน

914
01:02:26,342 --> 01:02:29,140
เสียงปกติค่ะ

915
01:02:29,140 --> 01:02:33,140
ก็เป็นคนปกติ

916
01:02:35,998 --> 01:02:39,009
อันนี้ก็จะเป็นตาราง

917
01:02:39,009 --> 01:02:43,009
การสูญเสียการได้ยิน 6 ระดับนะคะ

918
01:02:43,941 --> 01:02:47,027
อันนั้นก็จะเป็นคร่าว ๆ อันนี้จะเป็น

919
01:02:47,027 --> 01:02:51,027
ละเอียดทางการแพทย์นะคะ ที่

920
01:02:51,526 --> 01:02:55,526
ใช้วัดระดับการได้ยินนะคะ

921
01:02:56,772 --> 01:03:00,772
นักโสตไม่ใช่แพทย์

922
01:03:03,781 --> 01:03:07,781
ผู้ที่ตรวจวัดประเมินการได้ยิน จะไม่ใช่แพทย์ ไม่ใช่คุณหมอนะคะ จะเป็นนักโ

923
01:03:10,110 --> 01:03:13,577
สต คือนักโสตก็จะเป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์

924
01:03:13,577 --> 01:03:16,825
การวัดระดับการได้ยินนะคะ จะเป็นนักโสต

925
01:03:16,825 --> 01:03:20,825
ที่เป็นผู้ประเมินควบคู่ไปกับแพทย์นะคะ

926
01:03:28,405 --> 01:03:30,462
อันนี้ก็จะเป็นตารางการได้ยิน

927
01:03:30,462 --> 01:03:34,462
นะ การตรวจวัด

928
01:03:37,828 --> 01:03:41,828
การตรวจวัด ก็จะเป็นนักโสตนะคะ โสต+สัมผัสวิทยา

929
01:03:45,265 --> 01:03:47,244
การตรวจวัดการได้ยิน จะมีอยู่

930
01:03:47,244 --> 01:03:50,398
3 แบบนะคะ

931
01:03:50,398 --> 01:03:52,489
แบบอย่างคร่าว ๆ  คร่าว ๆ ก็คือ

932
01:03:52,489 --> 01:03:54,157
ถ้าเป็นตอนเด็ก ๆ

933
01:03:54,157 --> 01:03:55,765
น่าจะเป็น

934
01:03:55,765 --> 01:03:58,329
เรียกชื่อ

935
01:03:58,329 --> 01:04:01,662
เรียกแล้วหันตามเสียง

936
01:04:01,662 --> 01:04:04,605
นะคะ ก็จะถือว่าปกติ

937
01:04:04,605 --> 01:04:08,598
แต่ถ้าเรียกแล้วไม่หัน

938
01:04:08,598 --> 01:04:11,399
ก็จะผิดสังเกต แต่ว่าอันนี้

939
01:04:11,399 --> 01:04:15,399
ในระดับเด็กนะคะ

940
01:04:15,714 --> 01:04:19,157
ก็จะมีช่วงอายุหรือพัฒนาการทางด้านร่างกา

941
01:04:19,157 --> 01:04:23,157
ของแต่ละคนจะแตกต่างกันนะคะ

942
01:04:25,116 --> 01:04:26,439
บางคนก็จะพัฒนาการช้า หรือร่างกายไม่สมบูรณ์

943
01:04:26,439 --> 01:04:28,584
ใน

944
01:04:28,584 --> 01:04:29,970
อวัยวะในร่างกาย

945
01:04:29,970 --> 01:04:33,649
บางส่วน

946
01:04:33,649 --> 01:04:34,645
ก็จะทำงานล่าช้าไปด้วยนะคะ อย่างเช่น

947
01:04:34,645 --> 01:04:38,645
บางคน

948
01:04:39,650 --> 01:04:43,650
ร่างกายไม่สมบูรณ์ ก็จะส่งผลให้

949
01:04:44,604 --> 01:04:46,439
การได้ยิน หรือการมองเห็นล่าช้ากว่า คนที่ระดับ

950
01:04:46,439 --> 01:04:50,439
ทางด้านร่างกายปกติ

951
01:04:51,946 --> 01:04:55,946
ค่ะ การตรวจคร่าว ๆ นะคะ

952
01:04:56,036 --> 01:04:56,687
การเรียกหรือเหรียญหล่นอย่างนี้ แล้วหันตามเหรียญ

953
01:04:56,687 --> 01:04:58,582
หรือของหล่น

954
01:04:58,582 --> 01:05:02,582
แล้วกันกลับหลัง หรือ

955
01:05:02,972 --> 01:05:04,683
มีเสียงอยู่ข้างหลัง อาจจะมากระทบ

956
01:05:04,683 --> 01:05:07,402
หรือมา

957
01:05:07,402 --> 01:05:10,526
โดนชนเราอย่างนี้ หันไปมอง

958
01:05:10,526 --> 01:05:12,836
ช่วงทันเวลา อันนี้ถือว่าเป็น

959
01:05:12,836 --> 01:05:14,561
คนปกติ ได้ยินปกตินะคะ

960
01:05:14,561 --> 01:05:18,064
การทดสอบเสียง

961
01:05:18,064 --> 01:05:21,106
แบบคร่าว ๆ นะคะ แบบที่ 2

962
01:05:21,106 --> 01:05:23,481
การตรวจสอบ

963
01:05:23,481 --> 01:05:24,672
แบบมาตรฐานนะคะ

964
01:05:24,672 --> 01:05:26,162
ก็จะเป็น

965
01:05:26,162 --> 01:05:30,162
ให้นัก

966
01:05:31,244 --> 01:05:32,869
โสตวิทยานะคะ ช่วยในการตรวจการประเมิน

967
01:05:32,869 --> 01:05:34,037
ก็จะมีเครื่อง

968
01:05:34,037 --> 01:05:36,595
เครื่องตรวจ

969
01:05:36,595 --> 01:05:38,767
มีการเข้าในห้อง

970
01:05:38,767 --> 01:05:41,067
ที่ไม่มีเสียงรบกวนนะคะ

971
01:05:41,067 --> 01:05:41,970
ช่วยในการตรวจ

972
01:05:41,970 --> 01:05:44,236
วัด

973
01:05:44,236 --> 01:05:48,236
การได้ยินของเรานะคะ

974
01:05:55,554 --> 01:05:58,796
มีใครเคยไปตรวจวัดการได้ยินไหมคะ ตอนโต ๆ แล้ว เพื่อที่จะ

975
01:05:58,796 --> 01:06:01,589
รับเครื่องช่วยฟังน่ะค่ะ

976
01:06:01,589 --> 01:06:04,152
ตี๋น้อย ตี๋น้อยเคยไปใช่ไหม

977
01:06:04,152 --> 01:06:08,152
ตี๋น้อยเคยไปไหม

978
01:06:11,405 --> 01:06:15,405
ตี๋น้อยน่าจะเคยไปนะคะ

979
01:06:17,396 --> 01:06:21,129
ที่โรงพยาบาล

980
01:06:21,129 --> 01:06:22,598
เคยไปตรวจการได้ยินเสียงอยู่ใช่ไหม

981
01:06:22,598 --> 01:06:26,598
ตอนเด็ก ๆ

982
01:06:33,169 --> 01:06:34,400
จำได้หรือเปล่า ได้เคยได้ไปเข้าห้องตรวจ

983
01:06:34,400 --> 01:06:37,076
ฟังเสียงไหม

984
01:06:37,076 --> 01:06:40,164
ที่จะรับเครื่องฟัง

985
01:06:40,164 --> 01:06:42,192
เขาก็จะต้องตรวจการได้ยินก่อนนะคะ

986
01:06:42,192 --> 01:06:43,405
ว่าคุณได้ยินหรือไม่

987
01:06:43,405 --> 01:06:47,405
ถ้าไม่ได้ยิน

988
01:06:47,808 --> 01:06:50,464
คุณก็จะไม่สามารถที่จะวัดไปขั้นตอนที่จะรับ

989
01:06:50,464 --> 01:06:54,464
การ ได้รับเครื่องช่วยฟังนะคะ

990
01:06:56,045 --> 01:07:00,045
อาจจะจำไม่ได้นะ

991
01:07:01,941 --> 01:07:05,941
แล้วมีได้ฝึกพูดด้วยไหมคะ

992
01:07:13,224 --> 01:07:14,812
ก็มีนะคะ ก็ต้อง พอได้ใส่เครื่องช่วยฟังแล้ว จะต้องได้ฝึก

993
01:07:14,812 --> 01:07:18,812
ฝึกพูดไปด้วยนะคะ

994
01:07:18,824 --> 01:07:22,824
อันนี้เป็นการ

995
01:07:25,408 --> 01:07:29,408
ทดสอบ แบบมาตรฐานนะคะ ต่อไปเป็นการทดสอบแบบพิเศษนะคะ

996
01:07:34,591 --> 01:07:38,185
การทดสอบแบบพิเศษนะคะ ก็

997
01:07:38,185 --> 01:07:42,185
จะมีการวิเคราะห์

998
01:07:45,132 --> 01:07:46,338
ของแพทย์ด้วยนะคะ ก็คือการตรวจในแก้วหู ในชั้นหู

999
01:07:46,338 --> 01:07:48,051
ของเรานะคะ มีความผิด

1000
01:07:48,051 --> 01:07:51,420
มีอะไรด้วยไหม

1001
01:07:51,420 --> 01:07:54,389
นะคะ หลังจากที่เราประเมินการได้ยินแล้ว

1002
01:07:54,389 --> 01:07:58,389
อาจจะมี

1003
01:08:00,792 --> 01:08:04,792
ประเมินในขั้นมาตรฐาน แล้วต่อไปก็เป็นการประเมินของขั้นแบบพิเศษ

1004
01:08:05,234 --> 01:08:06,307
แบบพิเศษก็จะมีแพทย์เข้ามาช่วยในการวินิจฉัย ว่า

1005
01:08:06,307 --> 01:08:08,949
เรา

1006
01:08:08,949 --> 01:08:10,862
ในช่วงอายุน่ะค่ะ

1007
01:08:10,862 --> 01:08:13,105
มันก็จะมีกลุ่ม

1008
01:08:13,105 --> 01:08:15,161
กลุ่มผู้สูงอายุ

1009
01:08:15,161 --> 01:08:19,161
จึงเข้ามานี้ค่ะ

1010
01:08:20,855 --> 01:08:24,855
จะมีแพทย์เข้ามาช่วยประเมินในส่วนนี้ด้วยนะคะ แก้วหู

1011
01:08:25,031 --> 01:08:26,485
อาจจะเสื่อม อาจจะลดน้อยลง อาจจะทำให้เสียง

1012
01:08:26,485 --> 01:08:29,327
ได้ยิน

1013
01:08:29,327 --> 01:08:32,317
ลดน้อยลงไปด้วย

1014
01:08:32,317 --> 01:08:34,241
หรือทางการแพทย์อาจจะส่องดูว่า

1015
01:08:34,241 --> 01:08:37,751
มีขี้หูปิดหู

1016
01:08:37,751 --> 01:08:41,023
มากน้อยแค่ไหนนะคะ บางคนอาจจะแบบ

1017
01:08:41,023 --> 01:08:43,282
ไม่ได้แคะหูเลยตั้งแต่เกิดมา

1018
01:08:43,282 --> 01:08:47,282
อย่างนี้ค่ะ อาจจะทำให้ไปปิดห

1019
01:08:48,586 --> 01:08:51,422
ู ปิดแก้วหู ทำให้การสั่นสะเทือนของเสียง

1020
01:08:51,422 --> 01:08:55,422
ไม่สามารถเข้าไปถึงแก้วหูได้

1021
01:08:56,421 --> 01:09:00,421
นะคะ อันนี้ก็จะเป็นการตรวจแบบพิเศษเพิ่มขึ้นมาอีกนะคะ

1022
01:09:10,709 --> 01:09:12,920
ต่อไปนะคะ สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

1023
01:09:12,920 --> 01:09:14,328
จะต้องมีภาษา

1024
01:09:14,328 --> 01:09:16,605
ที่ช่วย

1025
01:09:16,605 --> 01:09:20,605
ในการสื่อสารนะคะ

1026
01:09:20,873 --> 01:09:24,873
แล้วก็

1027
01:09:27,156 --> 01:09:31,005
มีวิธีการสื่อความหมายนะคะ ว่าจะต้องใช้วิธีไหนนะคะ สำหรับ

1028
01:09:31,005 --> 01:09:35,005
ผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินนะคะ

1029
01:09:36,636 --> 01:09:39,610
ถ้าเป็นคนเราปกตินะคะ ก็จะ

1030
01:09:39,610 --> 01:09:43,610
ใช่การสื่อสารโดยการพูดน

1031
01:09:43,692 --> 01:09:47,272
ะ เมื่อเราได้ยิน เราก็สามารถ

1032
01:09:47,272 --> 01:09:49,612
จำได้โดยอัตโนมัตินะคะ ว่า

1033
01:09:49,612 --> 01:09:50,782
คำนี้ความหมายว่าอย่างนี้

1034
01:09:50,782 --> 01:09:54,782
นะคะ

1035
01:09:56,189 --> 01:10:00,189
อาจจะมีบางคำที่ไม่คุ้นหู เราก็จะต้องได้เรียนรู้

1036
01:10:00,264 --> 01:10:01,693
แปลความหมายในคำนั้น ๆ นะคะ แต่สำหรับหูหนวกแล้ว

1037
01:10:01,693 --> 01:10:04,336
ไม่ได้ยิน

1038
01:10:04,336 --> 01:10:08,336
ก็ทำให้

1039
01:10:08,925 --> 01:10:11,296
มีปัญหาในการเข้าใจภาษาเข้าใจความหมายด้วยนะคะ

1040
01:10:11,296 --> 01:10:14,746
ฉะนั้นแล้ว หูหนวกก็เลยจะต้อง

1041
01:10:14,746 --> 01:10:16,803
ใช้ทักษะพิเศษก็คือใช้

1042
01:10:16,803 --> 01:10:19,419
ตาแผนการได้ยินนะคะ

1043
01:10:19,419 --> 01:10:23,137
มาช่วยในการ

1044
01:10:23,137 --> 01:10:27,137
รับการสื่อสารนะคะ

1045
01:10:30,532 --> 01:10:32,116
แต่ตาเรานะคะ สามารถที่จะ

1046
01:10:32,116 --> 01:10:34,483
มองไปข้างหน้า

1047
01:10:34,483 --> 01:10:36,449
เห็นได้หลาย ๆ อย่างนะคะ

1048
01:10:36,449 --> 01:10:37,607
ก็เลยทำให้

1049
01:10:37,607 --> 01:10:41,607
เรา

1050
01:10:41,623 --> 01:10:45,623
ไม่สามารถที่จะโฟกัสสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้

1051
01:10:45,976 --> 01:10:49,311
แม่นยำเท่ากับการได้ยินเสียง ถ้าการได้ยินเสียง

1052
01:10:49,311 --> 01:10:53,311
อาจจะได้ยินมีเสียง 1 เสียง 2

1053
01:10:53,529 --> 01:10:56,077
หรือส่วนมากก็จะเป็นเสียง 1 อย่างเช่น ตอนนี้

1054
01:10:56,077 --> 01:10:58,779
ถ้าใครเป็นนักศึกษา

1055
01:10:58,779 --> 01:11:01,987
ที่เป็นคนปกติ เป็นหูดี

1056
01:11:01,987 --> 01:11:05,827
นะ ก็จะได้ยินเฉพาะแค่เสียงอาจารย์

1057
01:11:05,827 --> 01:11:08,424
ที่พูด ก็ไม่มีอะไรที่มาแทรก

1058
01:11:08,424 --> 01:11:10,419
เข้าใจในสิ่งเดียวนะคะ

1059
01:11:10,419 --> 01:11:12,803
แต่ถ้าเป็นหูหนวก

1060
01:11:12,803 --> 01:11:16,628
ใช้ตาแทนการได้ยิน

1061
01:11:16,628 --> 01:11:19,214
ตาจะมองเห็นได้

1062
01:11:19,214 --> 01:11:22,476
หลายอย่างหลายที่ หลายจุดมาก

1063
01:11:22,476 --> 01:11:26,476
ก็เลยไม่สามารถที่จะโฟกัส

1064
01:11:27,470 --> 01:11:29,121
ในคำ คำศัพท์นั้นได้นะคะ

1065
01:11:29,121 --> 01:11:33,121
ก็เลยทำให้

1066
01:11:33,863 --> 01:11:37,863
มีปัญหา ในการจำคำศัพท์นั้นด้วยนะคะ

1067
01:11:44,421 --> 01:11:47,082
ฉะนั้นแล้ว นักศึกษาก็เลยจะต้อง

1068
01:11:47,082 --> 01:11:48,867
ผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

1069
01:11:48,867 --> 01:11:51,047
น่ะค่ะ จะต้องมาฝึก

1070
01:11:51,047 --> 01:11:53,100
การพูด

1071
01:11:53,100 --> 01:11:56,486
หรืออ่านปากนะคะ

1072
01:11:56,486 --> 01:12:00,486
เพื่อที่จะใช้ในการสื่อสาร

1073
01:12:02,093 --> 01:12:06,093
วิธีการฝึกพูดนะคะ สำหรับหูหนวก

1074
01:12:06,951 --> 01:12:10,333
หูหนวก จากครอบครัว จากพ่อ จากแม่ ก็ไม่ได้เรียนภาษามือใช่ไหมคะ

1075
01:12:10,333 --> 01:12:12,637
หูหนวกก็จะต้องมีการ

1076
01:12:12,637 --> 01:12:16,063
อ่านปากกับพ่อแม่

1077
01:12:16,063 --> 01:12:17,596
ถึงแม้ว่าไม่ได้ยิน แต่ก็มีการฝึกอ่านปาก

1078
01:12:17,596 --> 01:12:18,570
แล้วก็ฝึก

1079
01:12:18,570 --> 01:12:22,049
เสียง

1080
01:12:22,049 --> 01:12:25,413
เพื่อที่จะสื่อให้ผู้ปกครอง

1081
01:12:25,413 --> 01:12:29,413
ได้เข้าใจสิ่งนั้น ที่เราอยากสื่อไป

1082
01:12:30,377 --> 01:12:31,973
นะ สเต็ปที่ 2 ก็คือ

1083
01:12:31,973 --> 01:12:34,467
ภาษามือ

1084
01:12:34,467 --> 01:12:37,103
พอพูดมันยากแล้วแหละ

1085
01:12:37,103 --> 01:12:38,261
ท่าปากน่ะ มันก็

1086
01:12:38,261 --> 01:12:40,242
สีหน้า

1087
01:12:40,242 --> 01:12:42,025
มันก็มีบ้าง แต่ว่า

1088
01:12:42,025 --> 01:12:44,417
บางที

1089
01:12:44,417 --> 01:12:46,321
มันอาจจะรูปปาก ถ้าปาก

1090
01:12:46,321 --> 01:12:50,321
เหมือนกันคล้าย ๆ กัน

1091
01:12:51,218 --> 01:12:55,218
ก็เลยไม่สามารถแยกได้ว่าคำนี้พูดออกเสียงว่าอย่างไรนะคะ

1092
01:12:56,449 --> 01:12:58,797
จึงมีการใช้ภาษามือ เรียนภาษามือ

1093
01:12:58,797 --> 01:13:00,310
แผทนการอ่านปากนะคะ

1094
01:13:00,310 --> 01:13:04,310
แทนคำศัพท์

1095
01:13:06,366 --> 01:13:10,253
ก็จะต้องได้เรียนต่อไป พวกเราจะได้เรียนภาษามือ

1096
01:13:10,253 --> 01:13:14,253
การแทนสื่อสารแทนภาษาพูดนะคะ

1097
01:13:16,047 --> 01:13:19,186
ในการใช้ภาษามือ

1098
01:13:19,186 --> 01:13:21,960
เราก็จะมีการสะกดนิ้วมือ

1099
01:13:21,960 --> 01:13:24,057
เข้ามาร่วมด้วย โดยเฉพาะ

1100
01:13:24,057 --> 01:13:25,665
ภาษามือไทยเรานะคะ

1101
01:13:25,665 --> 01:13:27,371
อาจจะมี

1102
01:13:27,371 --> 01:13:30,737
ท่ามือ

1103
01:13:30,737 --> 01:13:33,744
ที่เป็นตัวสะกด เป็นตัวนำใช่ไหมคะ

1104
01:13:33,744 --> 01:13:36,464
อย่างเช่น ชื่อบางคนอย่างนี้

1105
01:13:36,464 --> 01:13:40,464
ชื่อ

1106
01:13:42,663 --> 01:13:43,908
ก ไก่ กิ๊บเก๋ อย่างนี้ ก็อาจจะมีตัวก ไก่ ที่เป็นตัว

1107
01:13:43,908 --> 01:13:45,981
สะกดภาษามือค่ะ

1108
01:13:45,981 --> 01:13:48,213
ประกอบท่าตำแหน่ง

1109
01:13:48,213 --> 01:13:52,048
ให้เป็นภาษามือน

1110
01:13:52,048 --> 01:13:55,397
ะคะ หรือเป็นคำว่า

1111
01:13:55,397 --> 01:13:59,397
... จังหวัดต่าง ๆ อย่างนี้ค่ะ

1112
01:13:59,429 --> 01:14:03,429
ใช่ไหมคะ ที่สังเกตเห็น ก็จะมีตัวสะกด

1113
01:14:04,311 --> 01:14:05,497
ตัวสะกดแล้วก็มีเพิ่มถ้านั้นนี่มา

1114
01:14:05,497 --> 01:14:09,427
ก็จะเป็น

1115
01:14:09,427 --> 01:14:12,294
คำศัพท์เฉพาะของสถานที่นั้น ๆ ใช่ไหมคะ

1116
01:14:12,294 --> 01:14:14,657
อย่างเช่น ขอนแก่น

1117
01:14:14,657 --> 01:14:16,206
ขอนแก่น

1118
01:14:16,206 --> 01:14:17,910
ก็จะเป็น

1119
01:14:17,910 --> 01:14:20,739
ข ไข่

1120
01:14:20,739 --> 01:14:23,428
... ข ไข่ แล้วก็ ก ไก่ ใช่ไหมคะ

1121
01:14:23,428 --> 01:14:25,353
มีตัวสะกดเข้ามาช่วย

1122
01:14:25,353 --> 01:14:28,497
ภาษามือ

1123
01:14:28,497 --> 01:14:30,670
สกลนครใช่ไหมคะ

1124
01:14:30,670 --> 01:14:31,947
ก็จะมี

1125
01:14:31,947 --> 01:14:33,247
ส เสือ

1126
01:14:33,247 --> 01:14:37,247
เข้ามาช่วย

1127
01:14:38,891 --> 01:14:40,102
ใช่ไหมคะ หลาย ๆ จังหวัดนะ ก็จะมีตัวอักษรเข้ามาช่วย

1128
01:14:40,102 --> 01:14:44,102
ในภาษามือ

1129
01:14:44,134 --> 01:14:48,134
แล้วทีนี้บางคำ

1130
01:14:50,044 --> 01:14:53,615
คำศัพท์ภาษามือโดยตรงไม่มีนะคะ เป็นคำใหม่

1131
01:14:53,615 --> 01:14:56,632
เพื่อที่จะให้หูหนวก

1132
01:14:56,632 --> 01:14:57,689
เข้าใจนะคะ ก็จะมีการสะกด

1133
01:14:57,689 --> 01:15:00,833
นิ้วมือ

1134
01:15:00,833 --> 01:15:03,093
ว่าคำนี้นะคะ มันมาแต่ตัวนี้

1135
01:15:03,093 --> 01:15:05,346
บางคนอาจจะคุ้นตา แปลว่า

1136
01:15:05,346 --> 01:15:07,648
สามารถแปลความหมายได้

1137
01:15:07,648 --> 01:15:11,648
นี่คือคำนี้นะ อย

1138
01:15:13,859 --> 01:15:17,859
่างนี้ค่ะ ก็สะกดมือมานะคะ

1139
01:15:19,830 --> 01:15:22,907
แล้วก็มาช่วยในการสื่อสาร อย่างเช่น บางครั้งที่ล่าม

1140
01:15:22,907 --> 01:15:26,907
ประเทศหลาย ๆ ประเทศ

1141
01:15:27,389 --> 01:15:31,089
นะ อาจจะนึกคำศัพท์ที่เป็นท่าภาษามือไม่ได้

1142
01:15:31,089 --> 01:15:34,564
อย่างนี้ค่ะ ก็จะทำการสะกดนิ้วมือ

1143
01:15:34,564 --> 01:15:35,886
คนหูหนวกก็จะดูการสแกนนิ้วมือ คือ

1144
01:15:35,886 --> 01:15:39,886
ประเทศนี้นะ

1145
01:15:41,946 --> 01:15:45,946
โดยที่ไม่ได้ทำท่าของภาษามือเฉพาะนั้นนะคะ ก็สามารถเข้าใจได้

1146
01:15:47,352 --> 01:15:51,352
อย่างนี้นะคะ การอ่านริมฝีปาก

1147
01:15:51,559 --> 01:15:53,343
ในการทำภาษามือ ครอบครัว พ่อแม่หลาย ๆ คนนะ

1148
01:15:53,343 --> 01:15:56,546
พี่เป็นพ่อแม่หูดี

1149
01:15:56,546 --> 01:15:59,347
ก็จะมีการอ่านริมฝีปากนะคะ

1150
01:15:59,347 --> 01:16:02,263
คือ จะสื่อให้ลูกได้รู้

1151
01:16:02,263 --> 01:16:03,512
พูด ลูกก็จะต้องจ้องที่ปาก

1152
01:16:03,512 --> 01:16:06,049
แล้วก็รวม

1153
01:16:06,049 --> 01:16:10,049
กับสีหน้าอยู่บนใบหน้าด้วย

1154
01:16:11,017 --> 01:16:15,017
อาจจะต้องการสื่ออะไรกินข้าว กินข้าว หรือใช่ไหมคะ

1155
01:16:15,954 --> 01:16:19,954
มานี่ อาจจะมีถ้ากริยาเข้ามาช่วย

1156
01:16:21,310 --> 01:16:24,853
นะคะ ถ้าแนะคำพูดนะคะ

1157
01:16:24,853 --> 01:16:26,935
ท่าแนะคำพูด

1158
01:16:26,935 --> 01:16:30,935
ก็จะมีปาก

1159
01:16:32,979 --> 01:16:35,912
ก็จะมีปากนะคะ

1160
01:16:35,912 --> 01:16:38,025
พูดด้วย แล้วก็มีท่ามือ

1161
01:16:38,025 --> 01:16:42,025
ที่เป็นท

1162
01:16:42,281 --> 01:16:46,281
่าภาษาธรรมชาติ โดยทั่วไปเช่นมานี่ใช่ไหม

1163
01:16:46,793 --> 01:16:50,650
สีหน้ามีปาก

1164
01:16:50,650 --> 01:16:52,371
โดยไม่มีออกการออกเสียงนะคะ แล้วก็มือกวักใช่ไหมคะ

1165
01:16:52,371 --> 01:16:56,371
ใช่

1166
01:16:59,042 --> 01:17:01,463
ใช่ไหมคะ มาร์กี้่ก็จะเจอจริง ๆ ใช่ไหมคะ มาร์กี้ไปทำงาน

1167
01:17:01,463 --> 01:17:04,724
จะได้คุยกับคนปกติ

1168
01:17:04,724 --> 01:17:08,269
หรือพี่ที่ทำงานด้วยกันนะคะ

1169
01:17:08,269 --> 01:17:12,269
น่าจะมีการใช้เขาเรียกว่า "ภาษาธรรมชาติ"

1170
01:17:17,983 --> 01:17:18,988
วิธีการทำท่ามือ หรือผงกหน้ามานี่ มานี่

1171
01:17:18,988 --> 01:17:22,988
เป็น

1172
01:17:25,838 --> 01:17:28,398
การ ผู้ฟังดู

1173
01:17:28,398 --> 01:17:32,398
ชี้ไปที่ตาใช่ไหมคะ

1174
01:17:33,061 --> 01:17:36,097
คุณต้องใช้ตาแล้วนะ คุณต้องดูที่มือน้ำ

1175
01:17:36,097 --> 01:17:40,097
จุดนั้ น

1176
01:17:42,445 --> 01:17:45,992
อันนี้ก็เป็นท่าคำแนะ แนะนำพูดนะคะ

1177
01:17:45,992 --> 01:17:47,599
หรือบางคน

1178
01:17:47,599 --> 01:17:51,599
อาจจะ

1179
01:17:52,868 --> 01:17:54,229
มีอาหารมีน้ำอยู่เนี่ยค่ะ ไม่สามารถพูดได้แต่ใช้มือชี้แนะ

1180
01:17:54,229 --> 01:17:57,140
ไปด้วย

1181
01:17:57,140 --> 01:18:00,361
หรือ

1182
01:18:00,361 --> 01:18:02,746
โดนยุง

1183
01:18:02,746 --> 01:18:06,194
แต่ว่าอยู่กับเพื่อนใกล้ ๆ

1184
01:18:06,194 --> 01:18:09,393
ทำให้จุ๊บ ๆ ในพูดนะคะ แต่ว่า

1185
01:18:09,393 --> 01:18:13,393
อยู่ที่หน้าผากนะ

1186
01:18:14,851 --> 01:18:17,286
ยุ่งอยู่ที่หน้าผากหาให้โตเพื่อให้ระวังหน้าอย่างนี้ค่ะ

1187
01:18:17,286 --> 01:18:20,107
ให้เบา ๆ ก่อนที่มันจะบินไป

1188
01:18:20,107 --> 01:18:24,107
เป็นการชี้แนะถ้าประกอบนะคะ

1189
01:18:25,205 --> 01:18:27,183
การสื่อสารรวม

1190
01:18:27,183 --> 01:18:29,320
สื่อสารรวม

1191
01:18:29,320 --> 01:18:33,320
ทุกวันนี้

1192
01:18:34,585 --> 01:18:36,937
มี Social ใช่ไหมคะ มี Facebook มี LINE

1193
01:18:36,937 --> 01:18:40,937
นักศึกษาก็

1194
01:18:42,398 --> 01:18:45,005
ใช้ช่องทางนี้ ในการสื่อสารรวมนะคะ มีทั้งการพูด

1195
01:18:45,005 --> 01:18:47,748
ส่งข้อความ

1196
01:18:47,748 --> 01:18:51,640
เสียงสื่อต่าง ๆ นะคะ

1197
01:18:51,640 --> 01:18:54,693
นิทานประกอบมีการพิมพ์เพิ่ม

1198
01:18:54,693 --> 01:18:58,136
ตุ๊กตาสติ๊กเกอร์ไลน์ใช่ไหมคะ

1199
01:18:58,136 --> 01:19:02,136
สติ๊กเกอร์ไลน์

1200
01:19:02,561 --> 01:19:05,824
การ์ตูนที่แสดงความยินดีก็มีการยิ้ม

1201
01:19:05,824 --> 01:19:08,774
มีภาพให้เราเป็นภาพของขวัญ

1202
01:19:08,774 --> 01:19:09,864
ร่วมฉลองยินดี

1203
01:19:09,864 --> 01:19:13,864
มีคำ

1204
01:19:14,224 --> 01:19:16,613
ด้วย ในการ์ตูนสติกเกอร์นั้น ยินดี

1205
01:19:16,613 --> 01:19:20,613
นี้เป็นการสื่อสารรวม

1206
01:19:21,402 --> 01:19:25,402
หรือบางสติกเกอร์ มันก็จะมีเสียงพูดออกมาด้วยใช่ไหมคะ

1207
01:19:33,443 --> 01:19:37,443
อันนี้ก็จะผ่านไปนะ

1208
01:19:41,150 --> 01:19:42,729
เด็กหูหนวกกับเด็กตาบอด

1209
01:19:42,729 --> 01:19:44,262
ใช้สื่อ

1210
01:19:44,262 --> 01:19:47,024
การสื่อสาร

1211
01:19:47,024 --> 01:19:49,701
ที่แตกต่างกันนะ แต่ว่า

1212
01:19:49,701 --> 01:19:53,701
ทำอย่างไรถึงจะสื่อสารกันได้

1213
01:19:53,973 --> 01:19:56,851
ทั้งหูหนวกจะใช้ประสาทสัมผัสโดยการ

1214
01:19:56,851 --> 01:19:59,610
ทางตานะคะ ในการรับสาร

1215
01:19:59,610 --> 01:20:00,983
ส่งสาร ก็คือมือ

1216
01:20:00,983 --> 01:20:02,908
นะคะ

1217
01:20:02,908 --> 01:20:05,278
สำหรับตาบอด

1218
01:20:05,278 --> 01:20:07,969
ก็จะใช้การพูด

1219
01:20:07,969 --> 01:20:11,969
นะคะ แทนการ

1220
01:20:13,363 --> 01:20:17,363
สื่อสารการได้ยิน เป็นการรับสารโดยตรงอยู่แล้วนะคะ แต่ว่า

1221
01:20:21,480 --> 01:20:23,724
การพูด ก็เป็นการสื่อโดยตรง แต่บางอย่างเขามองไม่เห็น

1222
01:20:23,724 --> 01:20:27,724
เขาก็จะใช้ประสาทสัมผัส

1223
01:20:29,063 --> 01:20:33,063
เหมือนคนหูหนวกนะคะ เป็นการจับ การลูบ การคลำนะคะ

1224
01:20:46,605 --> 01:20:49,752
สรุปนะคะ

1225
01:20:49,752 --> 01:20:52,716
คนที่สูญเสียประสาทสัมผัส

1226
01:20:52,716 --> 01:20:56,647
ไม่ว่าจะเป็นหูหนวก หรือตาบอด

1227
01:20:56,647 --> 01:20:58,571
นะ ก็จะ

1228
01:20:58,571 --> 01:21:02,145
ใช้ประสาทสัมผัสอื่น

1229
01:21:02,145 --> 01:21:06,145
แทนประสาทสัมผัสที่สูญเสียไปนะคะ

1230
01:21:09,653 --> 01:21:11,251
ก็จะสามารถพูดคุย สื่อสารได้เหมือนก

1231
01:21:11,251 --> 01:21:13,116
ับคนปกตินะคะ

1232
01:21:13,116 --> 01:21:17,116
ถ้าพูดไม่ได้

1233
01:21:17,483 --> 01:21:19,777
ภาษามือ ท่าทาง กิริยา

1234
01:21:19,777 --> 01:21:22,037
อวัจนภาษา

1235
01:21:22,037 --> 01:21:24,152
ในการช่วยในการสื่อสาร

1236
01:21:24,152 --> 01:21:26,716
ก็สามารถที่จะ

1237
01:21:26,716 --> 01:21:28,170
สื่อสารได้ เทียบเท่ากับคน

1238
01:21:28,170 --> 01:21:32,170
ได้นะคะ

1239
01:21:37,334 --> 01:21:39,899
ด้านอารมณ์

1240
01:21:39,899 --> 01:21:41,117
ทุกคนก็อาจจะเข้าใจบริบท

1241
01:21:41,117 --> 01:21:45,117
เพื่อน ๆ

1242
01:21:45,700 --> 01:21:49,700
ก็ให้มาเพิ่มเติมเอาก็แล้วกันนะคะ

1243
01:21:59,511 --> 01:22:01,615
ในส่วนของบุคลิกภาพเดี๋ยวมันก็เป็นไปตามที่เรา

1244
01:22:01,615 --> 01:22:05,615
อยู่ในสังคม

1245
01:22:09,600 --> 01:22:13,326
นะ บุคลิกภาพของคนหูหนวก

1246
01:22:13,326 --> 01:22:14,482
ใน 8 ขั้นตอนนะคะ 8 ระยะ

1247
01:22:14,482 --> 01:22:17,168
จนถึง

1248
01:22:17,168 --> 01:22:21,168
แก่ไปเลยนะคะ

1249
01:22:32,505 --> 01:22:34,415
ในการศึกษาของคนหูหนวกนะคะ

1250
01:22:34,415 --> 01:22:38,415
การศึกษาของคนหูหนวก

1251
01:22:43,056 --> 01:22:47,056
ส่วนมากนะคะ การศึกษาของคนหูหนวกจะเป็น

1252
01:22:48,637 --> 01:22:51,970
การศึกษาใน 2 แบบนะคะ

1253
01:22:51,970 --> 01:22:54,130
แบบที่ 1 ก็จะเป็นโรงเรียนเฉพาะ

1254
01:22:54,130 --> 01:22:56,649
โรงเรียนเฉพาะ ก็คือโรงเรียน

1255
01:22:56,649 --> 01:23:00,649
โสตต่าง ๆ นะคะ

1256
01:23:01,189 --> 01:23:03,494
ที่มีในกลุ่มเฉพาะของคนหูหนวกนะคะ

1257
01:23:03,494 --> 01:23:05,024
แบบที่ 2 ก็จะเป็น

1258
01:23:05,024 --> 01:23:09,024
โรงเรียนเรียนร่วม

1259
01:23:11,628 --> 01:23:14,456
เรียนร่วมกับคนปกติ อย่างเช่น มหาวิทยาลัยของเรา

1260
01:23:14,456 --> 01:23:16,475
ถ้าเป็นรุ่นพี่

1261
01:23:16,475 --> 01:23:18,669
นะ ก็จะเป็นเพื่อน

1262
01:23:18,669 --> 01:23:20,488
ในห้องเรียนที่เป็นคนปกติ

1263
01:23:20,488 --> 01:23:24,488
แล้วก็มีคน

1264
01:23:25,609 --> 01:23:28,222
การคนพิเศษเข้ามาเรียนร่วมในห้องเรียนนั้นนะคะ

1265
01:23:28,222 --> 01:23:29,695
แต่ว่าในทางการเรียนนะคะ

1266
01:23:29,695 --> 01:23:32,573
ก็จะมี

1267
01:23:32,573 --> 01:23:35,790
การให้บริการการสนับสนุน

1268
01:23:35,790 --> 01:23:39,599
เพื่อที่จะให้ผู้บกพร่อง

1269
01:23:39,599 --> 01:23:42,133
ผู้พิการได้เรียนเทียบเท่ากับคนปกติ

1270
01:23:42,133 --> 01:23:45,460
ถ้าเป็นหูหนวกก็จะมีล

1271
01:23:45,460 --> 01:23:49,460
่าม เข้ามาแปลในชั้นเรียนนะคะ

1272
01:23:49,960 --> 01:23:53,420
มหาวิทยาลัยเราก็จะมีที่ล่าม แปลในชั้นเรียนนะคะ แล้วก็

1273
01:23:53,420 --> 01:23:55,192
ทางออนไลน์ช่วยด้วยนะคะ

1274
01:23:55,192 --> 01:23:58,917
ก็จะแปล

1275
01:23:58,917 --> 01:24:00,621
เป็นการบรรยายแปลในการสื่อสาร

1276
01:24:00,621 --> 01:24:03,233
ให้นักศึกษาได้

1277
01:24:03,233 --> 01:24:05,169
เรียนไปพร้อมกับ

1278
01:24:05,169 --> 01:24:09,169
ปกติเรา ก็ได้เข้าใจ

1279
01:24:09,681 --> 01:24:13,681
ในขั้นตอน วิธีการการเรียนนะคะ

1280
01:24:16,190 --> 01:24:17,354
การศึกษาเฉพาะโรงเรียนนะคะ

1281
01:24:17,354 --> 01:24:20,181
ก็

1282
01:24:20,181 --> 01:24:24,181
ถ้าเป็นหูหนวก เขาจะเป็น

1283
01:24:26,604 --> 01:24:29,947
เรียกว่าเรียนแบบ 2 ภาษานะคะ ควบคู่กันไป ก็คือ

1284
01:24:29,947 --> 01:24:31,556
ภาษาเขียน แล้วก็ภาษามือนะคะ

1285
01:24:31,556 --> 01:24:35,556
เดี๋ยวเราจะได้เรียนกัน

1286
01:24:39,455 --> 01:24:43,455
ก็จะได้ทบทวนภาษาเขียนไปด้วยนะคะ แล้วก็ภาษามือนะคะ

1287
01:24:44,817 --> 01:24:48,817
ในการเรียนของโรงเรียนเฉพาะทางนะคะ ในการสอน

1288
01:24:49,371 --> 01:24:50,680
หลักสูตรในการสอน

1289
01:24:50,680 --> 01:24:54,680
ก็จะเหมือน

1290
01:24:54,827 --> 01:24:58,613
ของโรงเรียนปกติ ของนักเรียนปกตินะคะ

1291
01:24:58,613 --> 01:25:00,915
แต่ว่าจะมีการให้บริการสนับสนุน

1292
01:25:00,915 --> 01:25:04,739
เข้ามาช่วย

1293
01:25:04,739 --> 01:25:07,759
นะคะ ถ้าเป็นห้องเรียนของหูหนวกก็จะมีล่ามเข้ามาช่วย

1294
01:25:07,759 --> 01:25:11,759
ภาษามือแปลภาษามือนะคะ

1295
01:25:12,485 --> 01:25:13,399
ของ ม. เราก็จะมี Note Taker ให้ช่วย

1296
01:25:13,399 --> 01:25:17,399
จดบันทึก

1297
01:25:18,425 --> 01:25:21,948
งานต่าง ๆ แทนหูหนวก หูหนวกไม่สามารถที่จะ

1298
01:25:21,948 --> 01:25:25,948
มองล่าม แล้วก็มาเขียนได้นะคะ

1299
01:25:27,953 --> 01:25:31,953
ฉะนั้น ก็จะต้องมีการให้บริการ Note Taker ในห้องเรียนด้วยค่ะ

1300
01:25:38,020 --> 01:25:41,211
การแบบเรียนร่วมก็คือเหมือนรุ่นพี่เรานะคะ ก็คือมี

1301
01:25:41,211 --> 01:25:42,741
ห้องเรียนแล้วก็มีการให้บริการ

1302
01:25:42,741 --> 01:25:44,160
เ พื่อที่จะให้นักศึกษา

1303
01:25:44,160 --> 01:25:46,595
พิการ นักศึกษาหูหนวก

1304
01:25:46,595 --> 01:25:48,895
เรียนไปพร้อมกับเพื่อนปกติ

1305
01:25:48,895 --> 01:25:52,754
ในเวลาเดียวกันนะคะ

1306
01:25:52,754 --> 01:25:56,550
ระบบสอนภาษา

1307
01:25:56,550 --> 01:26:00,550
อันนี้ก็พูดแล้วนะ

1308
01:26:03,726 --> 01:26:05,171
อันนี้จะเป็นการให้บริการ สำหรับคนหูหนวกนะคะ

1309
01:26:05,171 --> 01:26:07,470

1310
01:26:07,470 --> 01:26:11,470
วิธีการให้บริการสอน

1311
01:26:11,651 --> 01:26:12,999
ปรับพื้นฐานภาษามือไทย

1312
01:26:12,999 --> 01:26:14,303
ม

1313
01:26:14,303 --> 01:26:17,407
ีล่ามในห้องเรียน

1314
01:26:17,407 --> 01:26:20,610
การส่งเสริมการเรียนภาษาไทยนะคะ

1315
01:26:20,610 --> 01:26:21,952
มีการให้บริการปรึกษา

1316
01:26:21,952 --> 01:26:25,533
อย่างเช่น

1317
01:26:25,533 --> 01:26:27,114
นักศึกษามีคำไทยมา

1318
01:26:27,114 --> 01:26:31,114
แต่ไม่รู้ภาษามือ

1319
01:26:32,455 --> 01:26:36,258
ก็นำมาใช้พูดคุยกับพี่ล่ามรือเพื่อน ๆ นะคะ

1320
01:26:36,258 --> 01:26:38,266
หรือตกลงกันว่าจะต้องใช้ภาษามือแบบนี้อย่างไร

1321
01:26:38,266 --> 01:26:42,266
การใช้บริการวิชาการ

1322
01:26:43,630 --> 01:26:45,269
น่าจะเป็นการให้บริการล่าม

1323
01:26:45,269 --> 01:26:47,714
เชื่อมโยงกันนะคะ

1324
01:26:47,714 --> 01:26:51,543
การช่วยจดคำบรรยาย

1325
01:26:51,543 --> 01:26:53,088
การบริการด้านเทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก

1326
01:26:53,088 --> 01:26:54,487
อย่างเช่น

1327
01:26:54,487 --> 01:26:57,893
ทุกวันนี้

1328
01:26:57,893 --> 01:27:01,552
เห็นช่องทีวีใช่ไหมคะ ก็จะมี

1329
01:27:01,552 --> 01:27:03,334
ล่าม ช่องทีวีช่วยบริการด้านเทคโนโลยี

1330
01:27:03,334 --> 01:27:05,837
ในระหว่างที่

1331
01:27:05,837 --> 01:27:07,300
ช่องทีวีนั้น

1332
01:27:07,300 --> 01:27:11,300
พูดบรรยายนะคะ

1333
01:27:12,952 --> 01:27:15,819
การบริการพิเศษ

1334
01:27:15,819 --> 01:27:18,568
อาจจะมี

1335
01:27:18,568 --> 01:27:22,568
เพิ่มเติม

1336
01:27:22,740 --> 01:27:24,344
มีการเขียนคำ การให้คำไปด้วย

1337
01:27:24,344 --> 01:27:28,013
ถ้าเป็นของเรา

1338
01:27:28,013 --> 01:27:32,013
ก็จะมีข้างบนใช่ไหมคะ

1339
01:27:34,671 --> 01:27:38,671
เป็นข้อความ เสียงพูดถอดเสียงพูดมาด้วยนะคะ เป็นตัวอักษร

1340
01:27:39,087 --> 01:27:43,087
การสอนเสริมรายวิชา ก็จะเป็น

1341
01:27:45,746 --> 01:27:49,746
พี่ ๆ ช่วยสอนเสริม เพราะบกพร่องทางการได้ยิน จะมีปัญหาในเรื่องภาษา

1342
01:27:50,796 --> 01:27:54,796
ฉะนั้น จึงมีการสอนเสริมเพิ่มเติมอีกนะคะ

1343
01:28:00,087 --> 01:28:04,087
สรุปนะคะ วันนี้

1344
01:28:06,369 --> 01:28:09,374
ให้นักศึกษาไปอ่านเองละกันนะคะ อาจารย์จะไม่สรุปนะ

1345
01:28:09,374 --> 01:28:11,425
วันนี้จะให้งานนะคะ

1346
01:28:11,425 --> 01:28:15,425
ให้งานอีกนะคะ

1347
01:28:20,016 --> 01:28:24,016
วันนี้จะให้งานนักศึกษาอีก ก็คือให้นักศึกษา

1348
01:28:25,866 --> 01:28:28,841
ไปเรียนรู้คำศัพท์ภาษามือ

1349
01:28:28,841 --> 01:28:29,881
ไปฝึกดีกว่า

1350
01:28:29,881 --> 01:28:32,393
ไปฝึก

1351
01:28:32,393 --> 01:28:36,393
จำนวนตัวเลขนะคะ

1352
01:28:40,137 --> 01:28:43,603
ที่เว็บไซต์ที่อาจารย์ส่งให้ ของสมาคมคนหูหนวก แล้วก็ของ nectec นะคะ

1353
01:28:43,603 --> 01:28:47,041
ฝึกภาษามือ จำนวนตัวเลข

1354
01:28:47,041 --> 01:28:49,919
1-10

1355
01:28:49,919 --> 01:28:53,415
หลัก 10 หลักร้อย หล

1356
01:28:53,415 --> 01:28:57,415

1357
01:28:59,392 --> 01:29:01,395
ักพัน หลักหมือน หลักล้าน ฝึกตัวเลขฝึกท่าภาษามือ และก็

1358
01:29:01,395 --> 01:29:03,845
ฝึกเขียนจำนวน

1359
01:29:03,845 --> 01:29:05,944
เดี๋ยวอาจารย์จะ

1360
01:29:05,944 --> 01:29:08,252
ทำคำสั่ง

1361
01:29:08,252 --> 01:29:12,252
ลงใน Classroom นะคะ

1362
01:29:14,990 --> 01:29:16,706
วันนี้แล้วให้นักศึกษาทำส่งม าแล้วก็จะมีสัปดาห์หน้า ก็จะให้นักศึกษา

1363
01:29:16,706 --> 01:29:18,307
มาทดสอบอีก

1364
01:29:18,307 --> 01:29:20,565
เหมือนเช่นเคยนะคะ

1365
01:29:20,565 --> 01:29:23,695
เก็บคะแนนไปเรื่อย ๆ นะคะ

1366
01:29:23,695 --> 01:29:26,910
ก็สำหรับวันนี้เดี๋ยวอาจารย์จะ

1367
01:29:26,910 --> 01:29:30,609
จบการบรรยายเพียงเท่านี้นะคะ

1368
01:29:30,609 --> 01:29:33,370
แล้วจะให้นักศึกษา ออกมาทีละคนนะคะ

1369
01:29:33,370 --> 01:29:35,721
มาเขียนคำศัพท์

1370
01:29:35,721 --> 01:29:39,721
ที่นักศึกษาส่งใน Classroom มาค่ะ

1371
01:29:40,284 --> 01:29:41,874
เขียน 10 จำนวน 10 คำ แล้วก็ทำภาษามือ

1372
01:29:41,874 --> 01:29:45,874
ให้อาจารย์ดูนะคะ

1373
01:29:46,686 --> 01:29:49,972
สำหรับใครเดี๋ยวจะให้เวลาพักด้วยนะ

1374
01:29:49,972 --> 01:29:51,796
แต่ตอนนี้ 10 โมง จนถึง

1375
01:29:51,796 --> 01:29:53,748
11 โมง นะคะ

1376
01:29:53,748 --> 01:29:57,010
11 โมง จะให้มาสอบ

1377
01:29:57,010 --> 01:29:59,045
ชวนดู

1378
01:29:59,045 --> 01:30:01,634
คำศัพท์ตัวเอง

1379
01:30:01,634 --> 01:30:05,068
เขียนว่าอย่างไรนะคะ

1380
01:30:05,068 --> 01:30:07,406
แล้วอาจารย์จะไม่ให้มาเขียน

1381
01:30:07,406 --> 01:30:11,406
อยู่ตรงหน้าอาจารย์

1382
01:30:12,693 --> 01:30:16,693
เขียนคำศัพท์ให้ถูก ภาษามือให้ตรงกันนะคะ

1383
01:30:19,808 --> 01:30:20,823
แล้วตอนที่พักใน 15 นาทีนี้ ให้นักศึกษา

1384
01:30:20,823 --> 01:30:24,823
ตรวจดู

1385
01:30:25,282 --> 01:30:29,282
ใครเขียนคำศัพท์ไหนไม่ถูก ให้แก้แล้วก็ให้ส่งใหม่นะคะ

1386
01:30:30,597 --> 01:30:33,837
โอเคนะคะ ของมิ่งยังไม่ได้ส่ง ให้พิมพ์ส่งมาด้วยนะคะ

1387
01:30:33,837 --> 01:30:35,878
แล้วก็มาเขียนส่ง สำหรับวันนี้ก็

1388
01:30:35,878 --> 01:30:39,023
ขอบคุณพี่ล่ามนะคะ

1389
01:30:39,023 --> 01:30:41,181
เดี๋ยวจะให้นักศึกษาทดสอบแล้วค่ะ

1390
01:30:41,181 --> 01:30:44,563
เดี๋ยวก็ให้พี่ล่ามพักผ่อนนะคะ

1391
01:30:44,563 --> 01:30:48,563
วันนี้นักศึกษาขอบคุณที่ล่ามนะคะ

1392
01:30:51,360 --> 01:30:54,192
นักศึกษาขอบคุณพี่ล่ามค่ะ 123 ขอบคุณที่ล่ามค่ะ

1393
01:30:54,192 --> 01:30:57,615
ขอบคุณค่ะ

1394
01:30:57,615 --> 01:31:00,800
ตอนนี้ให้พักผ่อนนะคะ

1395
01:31:00,800 --> 01:31:04,800
แล้ว 11 โมง จะมาสอบ

