ภาษาไทยนะคะ ก็ภาษามือไทยนะคะ ตอนนี้จะเป็นการทบทวนนะคะ ในคำศัพท์ แล้วก็เรียนรู้ภาษาไทยภาษามือไทยใหม่ ๆ ด้วยนะคะ และเรียนภาษามือที่จะใช้คำศัพท์ร่วมกันนะคะ เข้าใจตรงกันนะคะ ใน... ในที่มหาวิทยาลัยของเรานะคะ แล้วก็อีกอันหนึ่ง ก็เพื่อฝึกการสื่อสาร กับเพื่อนที่เรียนร่วมด้วยกันกับเรานะคะ เพื่อนหู ดี อุบล แล้วกกนะคะ ก็จะได้เรียนภาษามือไปด้วยกัน เพื่อที่จะใช้ในการสื่อสารในระหว่างเรียนในมหาวิทยาลัยนะคะ เพราะว่านอกเหนือจากกิจกรรมการเรียน อาจจะมีกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เสียงมันเข้าลำโพง สัปดาห์ก่อนนะเรายังไม่ได้เจอกันนะคะ สัปดาห์ก่อนที่ให้นักศึกษาหาคำศัพท์ที่เป็นภาษาเขียนนะคะ แล้วก็ฝึกคำศัพท์ที่เป็นภาษามือ ควบคู่กันด้วยนะคะ ก็มีส่งเหลือของมิ่งนะคะ มิ่งนี่ ยังไม่ได้ส่งคำศัพท์ที่เป็นตัวเขียน ตรวจดูแล้วเมื่อคืนยังไม่มีนะคะ ให้ส่งเข้ามาด้วย เดี๋ยววันนี้ ท้ายชั่วโมงจะตรวจนะคะ แล้วก็ให้นักศึกษาเขียนคำศัพท์ที่นักศึกษาส่งมาค่ะ เขียนให้ถูกต้อง ในรายวิชานี้นะคะ อาจารย์จะฝึกภาษามือ แล้วก็ภาษาเขียนควบคู่ไปด้วยนะคะ เพื่อที่พวกเราพวกเราจะได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ในการเรียน หรือการใช้ชีวิตนะคะ ในการเขียนภาษาไทยได้ถูกต้องด้วยนะคะ ในท้ายวิชา ก็จะตรวจงาน ของสัปดาห์ที่แล้วนะ ที่ให้นักศึกษาไปค้นหา คนละ 10 คำ 10 ท่านะคะ แล้วก็ทดสอบทีละคน เราจะทำแบบนี้ทุก ๆ สัปดาห์นะคะ จะให้นักศึกษาเขียนคำศัพท์ แล้วก็ทำภาษามือ เพื่อจะได้เข้าใจตรงกันระหว่างคำศัพท์กับภาษาเขียน ภาษาเขียนกับภาษามือเข้าใจตรงกันนะคะ เรามาดูรายละเอียด ของวิชาภาษามือไทยเบื้องต้นนะคะ ก็ภาษามือไทยเบื้องต้น ก็ 3 หน่วยกิตนะคะ น่าจะประมาณ 15 ชั่วโมง อาจจะไม่ได้เรียนรวมทั้งหมด ถ้าหากมีกิจกรรม ก็จะให้นักศึกษาไปร่วมช่วยกิจกรรมของสาขา ของคณะนะคะ ก็จะเป็นคะแนนในส่วนตรงนี้ให้ถัวเฉลี่ยไปนะคะ จุดประสงค์ หรือจุดมุ่งหมายของรายวิชานี้นะคะ ก็เพื่อที่จะให้นักศึกษาทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่นะคะ ก็คืองานการบ้าน ของวิชาภาษามือไทยนะคะ แล้วก็หน้าที่ในการเรียน ขอนัดหมายนะ เวลาเรียน 9 โมง นะคะ มาให้ตรงเวลาด้วย เพราะตอนนี้ไม่ใช่มีแค่เรานะคะ ก็จะมีพี่ล่ามออนไลน์ทางไกลด้วยนะคะ พี่จะมารอพวกเราก็ไม่อยากให้พี่รอ แล้วเราก็ไม่อยากรอพี่นะคะ ถ้าอย่างนั้นให้นักศึกษามาให้ตรงเวลานะคะ มีหน้าที่เรียนก็มาเรียนนะคะ หรือถ้าเหตุไม่สบาย มีเหตุกรณีใด ๆ ก็แจ้งพี่ที่ดูแล พี่พลอยกับพี่อุ้ยนะคะ หรือแจ้งอาจารย์ หรือแจ้งเพื่อน ๆ นะคะ ไม่สบาย มาไม่ได้ หรือมีธุระอันใด ก็สามารถลาได้นะคะ แต่ขอให้นักศึกษาแจ้งนะคะ จุดประสงค์ที่ 2 ก็เพื่อให้นักศึกษาสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ ให้เป็นหลักในการดำเนินชีวิต และประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิผล ห้องนี้มีใครหูตึงไหมคะ มิ่งใช่ไหม แต่ว่ามิ่งพอได้ยินอยู่นะ แต่ไม่ได้ใช้ภาษามือใช่ไหม ถ้าเรียนวิชานี้ อาจจะไปถึงพูดถึงอนาคตนะ ถ้าสมมุติว่ามิ่งเรียนรู้ภาษามือ หรือมีความชำนาญทางด้านภาษามือ ก็สามารถที่จะไปเป็นอาชีพล่ามแปลภาษามือ ที่ทำล่ามออนไลน์ได้นะคะ ถ้าไม่เป็นนะ โปรแกรมเมอร์เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศก็สามารถนำความรู้ของวิชานี้ไปประกอบอื่น ๆ ได้นะคะ หรือเป็น Job นิด ๆ หน่อย ๆ นะคะ ไปช่วยบริการที่โรงพยาบาลหรือเพื่อน ที่ไม่สบายได้ค่ะ สามารถให้บริการได้ ข้อได้เปรียบของคนหูตึงนะคะ จะสามารถที่จะได้ยิน พอได้ยินแล้ว สามารถที่จะใช้ภาษามือ ภาษาแปลได้นะคะ ไม่ใช่แตค่มิ่งนะคะ อุบลก็สามารถนำความรู้ตรงนี้ ไปประกอบอาชีพได้เหมือนกันนะคะ หูหนวกก็ไม่ใช่แค่ภาษามือนะคะ อาจจะเป็น ไม่รู้ว่าอนาคตต่อไป อาจจะไปเป็นคุณครูก็ได้นะคะ นำความรู้วิชาภาษามือไทย ด้วยการที่เราเรียนภาษามือไทยนะ เราก็จะมีเรียนภาษาไทยควบคู่ไปด้วยนะคะ ก็อาจจะนำความรู้ทางด้านภาษาไทยไปใช้สอนนักเรียน หรือนำภาษาไทย ไปใช้กับงานที่ตนได้ทำประกอบอาชีพนะคะ อย่างเช่น การออกแบบ อย่างนี้ค่ะ จะต้องมีข้อความใช่ไหมคะ การออกแบบ ข้อความก็ต้องมีการสะกด การเขียนคำให้ถูก นักศึกษาก็จะได้นำความรู้ตรงนี้ไป ไปใช้ แล้วก็ไปประยุกต์ใช้ด้วยนะคะ จุดประสงค์ที่ 3 นะคะ ให้นักศึกษาสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ในการติดต่อสื่อสารกันได้อย่างสร้างสรรค์ อาจจะมีวิธีการ หรือแนวทางในการใช้เทคโนโลยีนะคะ อย่างเช่นใช้บริการ TTRSหรือใช้บริการล่ามออนไลน์ข ในห้องเรียนหรือในห้องประชุมในห้องสัมมนาจะขอเป็นค้างวมีนะคะ ก็รู้วิธีการว่าจะต้อง เชื่อมต่อกันอย่างไร ใช้โปรแกรมอย่างไรนะคะ อันนี้ก็คือจุดประสงค์ของรายวิชาภาษามือไทยเบื้องต้นนะคะ จำนวน ชั่วโมงที่ใช้เรียนนะคะ ตามตารางเรียนเราจะเป็น 4 ชั่วโมงใช่ไหมคะ แต่ในการปฏิบัติเราก็อาจจะเรียนแค่ 2 ชั่วโมง แต่อาจารย์จะพยายามให้เราเข้ามาเรียนเพื่อจะได้ใช้ภาษามือ ในการปฏิบัติร่วมกันกับเพื่อน ๆ นะคะ เป็นทั้งหูดี และเพื่อนหูปกตินะคะ ประมาณ 2 ชั่วโมง อีก 2 ชั่วโมงก็จะเป็น การบรรยายภาคทฤษฎี ในส่วนนี้ ก็อาจจะน้อยลง อาจจะเป็นส่วนต้น ๆ นะคะ ของสัปดาห์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 นะคะ เป็นภาพทฤษฎี เล่าถึงประวัติความเป็นมาของภาษามือไทย แล้วก็หลัการอ่าน แนวทางในการใช้ภาษามือไทยเรานะคะ และอีก 5 ชั่วโมง ก็จะเป็นการศึกษาด้วยตนเอง ก็คือในประมาณ 15 ครั้ง อาจจะเป็นอยู่ 5 สัปดาห์นะคะ ให้นักศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือทำงาน ทำการบ้านที่บ้านนะคะ อันนี้ให้นักศึกษาไปอ่านเองก็แล้วกันนะ ในรายละเอียดด้านอื่น ๆ อันนี้คือแผนการเรียนของพวกเรานะคะ เราจะเจอกันอยู่ประมาณสัก 14 สัปดาห์นะคะ ถ้าจะเจอกันจริง ๆ นะ ก็จะมีสอบกลางภาค และก็สอบปลายภาค ก็จะลดไปนะคะ อาจจะเป็นเก็บคะแนนในชั่วโมงเรียนนะคะ การสอบกลางภาค กับปลายภาคก็อาจจะไม่มีนะคะ ก็จะเก็บคะแนนของเราในชั่วโมงเรียน ถ้าใครมาทุกวัน จะมีคะแนนความรับผิดชอบในการมาเรียนนะคะ แต่ว่าถ้าป่วย ก็ไม่เป็นไรนะคะ ถือว่าก็ให้แจ้งลานะคะ ชั่วโมงแรกก็จะเป็นการปฐมนิเทศนะ ก็แต่ว่าอาจารย์ก็ไม่ปฐมนิเทศนะ เป็นงานให้พวกเราทำงานมาส่ง ก็จะเป็นการทดสอบความรู้ด้วยทดสอบวิธีการใช้ภาษามือก่อนนะคะ แต่ว่าอันนี้คือสัปดาห์นี้ คือสัปดาห์ที่ 2 อาจารย์อาจจะมีการสลับกันนะ ก็มาปฐมนิเทศ ชี้แจงรายละเอียดของรายวิชานะคะ ก็อาจจะรวบรัดนะคะ ของสัปดาห์นี้ ก็จะให้ความรู้ เกี่ยวกับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน สัปดาห์ที่ 3 ให้ความหมายความสำคัญและหลักการคล้ายของภาษามือไทย อาจารย์ก็จะบรรยายนะคะ อาจจะมีให้นักศึกษายกตัวอย่าง อาจารย์ยกตัวอย่างด้วยนะคะ อันนี้ขออภัย อาจารย์พิมพ์ผิด สัปดาห์ที่ 4 เป็นการฝึกบริหารนิ้วมือนะคะ มีการฝึกนับตัวเลขนะคะ อาจจะมีการเล่นเกมร่วมด้วยนะคะ เล่นกิจกรรมร่วมด้วยนะคะ เพื่อให้บรรยากาศการเรียนไม่ซีเรียสนะคะ การสะกดตัวอักษรภาษาอังกฤษ อาจจะมีเล่นเกม ในการทบทวนการจำแต่ละตัวอักษรนะคะ สัปดาห์ที่ 5 ภาษามือไทยในชีวิตประจำวัน การสะกดตัวอักษรภาษาไทยนะคะ เพราะอาจจะมีเกี่ยวข้องกับเรา อยู่ในชีวิตประจำวันอยู่ตลอดนะคะ อย่างเช่น บางคำเราอาจจะยังไม่รู้จักคำศัพท์ภาษามือ เราก็จะใช้การสะกดนิ้วมือนะคะ อย่างเช่น บางตัวอย่างนี้ค่ะ นักศึกษาก็จำไม่ได้หรือสับสน อย่างเช่นตัว ฐ ฐาน ตัว ฏ ปฏัก ตัวที่ไม่ค่อยได้ใช้นี้ค่ะ อาจจะลืมไปนะคะ ก็ทบทวนด้วยนะคะ แล้วก็ฝึกการสะกดชื่อนะคะ อันนี้ก็จะไปเกี่ยวกับจุดประสงค์ด้วยนะคะ การสะกดชื่อหรือสะกดคำต่าง ๆ นะคะ เพราะว่าเวลาเราใช้มือในการสะกดน่ะค่ะ กับเวลาเราไปใช้แป้นพิมพ์ มันจะเรียงลำดับเหมือนกันนะคะ อย่างเช่นคำว่า "เรียน" อย่างนี้ค่ะ เราสะกดมือเรียน เราก็ สระเอ ร เรือ สระ อี ย ยักษ์ น หนู แป้นพิมพ์เราก็เรียงลำดับ เหมือนกันใช่ไหมคะ อันนี้ก็จะเป็นการนำประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วยนะคะ การสะกดมือกับสะกดแป้นพิมพ์ก็จะเรียงลำดับเหมือนกันนะคะ ก็จะช่วยให้เราพิมพ์คำ ๆ นั้นได้ถูกต้อง ตามหลักการสะกดภาษาไทยนะคะ แล้วก็หลักการสะกดภาษามือด้วยนะคะ ถ้าไปสื่อสารกับคนปกติ ก็จะเข้าใจนะคะ ว่าตัวนี้เขียนก่อน เขียนหลัง เพราะหูหนวกเรานะ ตามที่อาจารย์เห็น ก็มักจะเขียนตำแหน่งของสระของวรรณยุกต์ส่วนต่าง ๆ การสะกดผิดตำแหน่งไปก็มีนะคะ นี่ก็จะเป็นการมาทบทวนเราด้วยนะคะ ในสัปดาห์ที่ 7 ก็จะเป็นการบอกเวลา เวลาต่าง ๆ เช้า เที่ยง เย็น ตอนเวลามืด บอกเวลาเป็นตัวเลขนะคะ บอกเป็นวัน เกิดวันที่เท่าไร อะไรอย่างนี้ เหตุเกิดวันที่อะไรนะคะ การสอบปลายภาคจะไม่มีนะ จะเป็นการคะแนนในระหว่างเรียน ในระหว่างการเรียนนะคะ สัปดาห์ที่ 9 ภาษามือในชีวิตประจำวัน เรื่องครอบครัวและตัวฉันนะคะ ก็จะเป็นบอกในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเรา ชอบ ไม่ชอบสีอะไร ก็ครอบครัว ลำดับของครอบครัว ญาติพี่น้อง เกี่ยวข้องกันอย่างไรนะคะ ในความสัมพันธ์ของญาติ ของครอบครัวเรานะคะ ในสัปดาห์ที่ 10 ก็จะเป็นเรื่องอาหาร อาหารเป็นบ้างคะ ทำอาหารเป็นไหมเอ่ย ก็อาจจะให้ ในสัปดาห์นี้นะคะ อาจจะให้นักศึกษาแต่ละคน มาจำลองเหตุการณ์การใช้ภาษามือ ในการแนะนำ การทำอาหารนะคะ เช่น ครูจะต้มมาม่านะคะ ครูก็จะเริ่มจากแกะซองมาม่า ตั้งหม้อเปิดไฟ น้ำ ลำดับขั้นตอนนะคะ แล้วก็จะมีท่าภาษามือของคำศัพท์ แล้วก็แนะนำมา ครูจะต้มมาม่า ครูจะมีใส่อะไรบ้าง ก็จะใส่ภาษามือแนะนำว่ามาม่ามีไข่ ผักกาดขาว ก็จะทำภาษามือควบคู่ไปด้วยนะคะ ก็อาจจะให้นักศึกษาเขียนกูไปทุกสัปดาห์ด้วยนะคะ มาม่า คำว่า "มาม่า" มาม่าเขียนว่าอย่างไร ไข่ต้มเขียนว่าอย่างไร กันไปด้วยนะคะ ได้เรียงลำดับการเขียนภาษาไทยได้ด้วยนะ ปลายสัปดาห์ที่ 11 มหาวิทยาลัยของฉันนะคะ ก็ตกลงร่วมกันนะคะ ว่าสถานที่แต่ละสถานที่ในมหาวิทยาลัยเราใช้ภาษามือกันแบบไหนนะ อย่างเช่น หอใน มีชื่อ อย่างเช่น หอราชพฤกษ์ หอกันเกราอย่างนี้นะคะ แต่ว่าภาษามือจริง ๆ ไม่มีเราจะมาตกลงกัน ใช้ภาษามือแบบไหน เราถึงจะใช้เรียก ใช้สื่อสารร่วมกันได้ อาคารศูนย์ DNS ต้องใช้ภาษามือแบบไหน อาคาร 13 ห้องเรียนของเรา ใช้ภาษามือ ก็จะมาตกลงกัน สัปดาห์ที่ 12 หน่วยสถานที่ แล้วก็เราจะมาเรียนรู้กับสถานที่ต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ในมหาวิทยาลัยเรา โรงเรียน วัด บ้าน หรือสถานที่สำคัญ ๆ กรุงเทพฯ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อย่างนี้ค่ะ เราก็อัดอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมีโอกาสได้ไปกรุงเทพฯอาจจะได้ใช้ภาษามือหาโรงพยาบาลสถานีตำรวจจะได้ไปนะคะ เรียนรู้การใช้ภาษามือนะคะ ในสัปดาห์ที่ 13 นะคะ ก็จะให้นักศึกษา เรียนรู้ เรื่องราวจากการใช้ภาษามือนะคะ แล้วให้นักศึกษาแปล หรือสรุปเรื่องราวนั้น ๆ นะคะ มาเป็นภาษาเขียน จะทดสอบว่านักศึกษา ดูภาษามือแล้ว เข้าใจอย่างไร เข้าใจคำสั่งแบบไหนนะคะ สัปดาห์ที่ 14-15 หลังจากที่นักศึกษาเรียนไปครบแล้วนะคะ อาจจะให้นักศึกษาทำเป็นงานกลุ่ม ของเราอาจจะ 2 กลุ่มก็ได้ อาจจะให้ทำเป็นเพลงนะคะ เพลง ๆ หนึ่ง แล้วแกะเพลงนั้นมาเป็นภาษามือ แล้วก็อัดวิดีโอ อาจจะให้ทำลงโซเชียลนะคะ สื่อเผยแพร่ว่ารายวิชาภาษามือ เราได้ความรู้แบบไหน ส่งภาษามือออกไปให้คนได้รู้จัก การพูดคุยกับคนหูหนวก ต้องพูดคุยผ่านอะไรอย่างไร อย่างนี้ค่ะ หรืออาจจะเป็นให้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่นักศึกษาชื่นชอบ หรือสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดสกลนครนะคะ ทำเป็นภาษามือ น้อง ๆ นักศึกษาเห็นรุ่นพี่เราไหมคะ ที่ทำโพรเจกต์นะ เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว อาจไม่แน่ รุ่นเราก็อาจจะได้ทำเหมือนรุ่นพี่ได้นะคะ ในการทำคลิปวิดีโอแนะนำท่องเที่ยว เราก็จะทำภาษามือ อัดเป็นคลิปภาษามือ ก็จะได้ฝึกภาษามือ ให้ถูกต้องคำศัพท์ของภาษาไทยนะคะ เพื่อที่จะไปเผยแพร่ให้คนหนูดี คนข้างนอกได้รู้ ได้เข้าใจ ว่าภาษาคำไทยนี้ ภาษามืออย่างนี้ ก็จะได้ไปประยุกต์ใช้ ปรับปรุงใช้ ได้สื่อสารกับคนหูหนวกเรานะการตัดเกรดนะคะ ก็ตามนี้นะคะ ก็ให้นักศึกษาไปเปิดทบทวนดูนะคะ คะแนนจะมาจากไหน มาจากเราเข้าเรียนทุกคาบนะคะ และก็มีกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ๆ อาจจะให้ อาจารย์อาจจะให้คะแนน จากการสังเกตนะคะ ทุกคนตามรายชื่อนะคะ มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม หรืออาจจะมีคะแนนการเขียน Paper กระดาษ เขียนเป็นคำศัพท์ ท้ายชั่วโมงกลับไปเขียนที่บ้านให้ส่งใน classroom นะคะ คะแนนตรงนั้นทำคะแนนนำคะแนนตรงนั้นนะคะ รวมกัน เป็นคะแนนออกเกรดให้นะคะ หนังสือที่ใช้ในการสอน ก็จะเป็นหนังสือภาษามือไทยเล่ม 1-6 นะคะ แล้วก็จะมีเพิ่มเติมนะ เว็บไซต์ของสมาคมคนหูหนวก แห่งประเทศไทย แล้วก็ของ NECTEC นะคะ เว็บไซต์ของ NECTEC ที่ให้นักศึกษาไปค้นคว้าภาษามือนะ เป็น 3 ช่องทางนะคะ หนังสือภาษามือไทย ก็อยู่ในเว็บไซต์ก็มีนะคะ เดี๋ยวหลังจากวันนี้ไป เดี๋ยวอาจารย์จะเพิ่มให้อีกนะคะ ก็จะมีอยู่ 3 ช่องทางนะคะ ที่เราจะสามารถไปเรียนรู้ ภาษาไทยเพิ่มเติมได้นะคะ หรือเวลาใช้ชีวิตประจำวัน คำศัพท์บางคำ ภาษาไทยบางคำ เราไม่รู้ว่าใช้ภาษามือแบบไหน ความหมายแบบไหนนะคะ ก็ให้พวกเราไปสืบค้นเว็บไซต์ที่อาจารย์ส่งให้นะคะ จะได้รู้ว่าภาษามือนี้มันใช้แบบนี้นะ เราก็นำมาใช้ในการ คนหูหนวกอื่น ๆ ก็จะได้รู้ เข้าใจตรงกันกับภาษาที่เราส่งไปนะคะ สำหรับการบรรยายรายละเอียดของวิชาภาษามือไทยก็หมดไปนะคะ เดี๋ยวตอนนี้ อาจารย์จะให้เรามาละลายพฤติกรรม นะ เดี๋ยวนะคะ ได้ขยับเขยื้อนตัวนะคะ เดี๋ยวอาจารย์หา... ใช่ ๆ เดี๋ยวพี่ล่ามรอสักครู่นะคะ เดี๋ยวอาจารย์จะให้นักศึกษานะคะ ทุกคนได้ขยับเขยื้อน ก่อนที่จะเรียนภาษามือนะ เป็นอวัจนภาษานะคะ จะเป็นอยู่ในกลุ่มหมวดเดียวกันของภาษามือเรานะ คือ การแสดงท่าทาง การเขียน การอ่าน การพูดนะคะ เขาเรียกว่า "อวัจนภาษา" เดี๋ยวอาจารย์จะให้พวกเรานะคะ ทำท่าตามภาพ ที่อาจารย์ขึ้นโชว์นะคะ เดี๋ยวให้พี่พลอย พี่อุ้ยนะคะ ช่วยถ่ายรูปน้อง ๆ ไว้ในกิจกรรมการเรียนของเรานะคะ จะเพิ่มจำนวนคน เป็นทีละจำนวนนะคะ ให้นักศึกษายืนค่ะ นักศึกษายืน เคลื่อนไหวนะคะ เป็นการแสดงอวัจนภาษา ในภาษามือเรานะคะ ก็จะมีการแสดงทั้งท่าใช่ไหมคะ สีหน้า ท่าทาง ตำแหน่งของมือนะคะ อาจารย์ก็ให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการแสดงออก ทางวัจนภาษานะคะ โดยการทำท่าตามภาพนี้นะคะ แต่ละภาพ และให้พี่ ๆ เก็บภาพ เพื่อเป็นภาพความประทับใจนะคะ ทำอย่างไรคะ ที่ 1อย่างไรคะ แสดงสีหน้าออกยังไงคะแสดงสีหน้าด้วยนะคะ ขอไปห้องน้ำ ไปนานหรือยังคะ โอเคใช่ไหมคะ อันนี้ เราก็สามารถนำไปใช้ในตอนที่เราไปเที่ยวได้นะคะ ถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ โอเค ต่อไปค่ะ ภาพที่ 2 นะคะ ทุกคนจะมีปฏิสัมพันธ์กันนะคะ จะทำอย่างไรคะ จับคู่ค่ะ อันนี้กันอันนี้จับคู่กันลูก ปฏิสัมพันธ์กันค่ะ ทำท่าไหนคะ เขาทำอย่างไรเอ่ย โอเคต่อไปนะคะ จำนวน 3 คน 3 3 ทำอย่างไร 3 3 คน โอเค ได้ไหมคะ พี่พลอย ต่อไป 4 คน 4 คน 4 คน แต่ละคน คนละท่าค่ะ จะให้พี่อุ้ยกับพี่พลอยช่วยนะคะ 4 คน ให้พี่อุ้ยอยู่ข้างหน้า 1 2 3 4 ใครเป็น L L คน V มีนะคะ เอาเป็น V อย่างนี้ก็ได้นะคะ หรือเป็น V อย่างนี้ก็ได้นะคะ นะคะ คน O คน O จะเอาท่าแบบไหน ให้พวกเรานะคะประยุกต์เอานะคะ อาจจะไม่ทำท่าเหมือนเขาก็ได้ อันตรายนะคะ L L o ทำอย่างไรคะ L L กลุ่มนี้ l l l ต่อไปนะคะ จำนวน 5 คนนะคะ 5 คน 5 คน อาจจะไม่ใช้โต๊ะก็ได้ ที่ 2 ที่ 3 4 คน ก็ได้กลุ่มละ 4 คนนะคะ คนแรกอุบลน่ะ ให้อุบลคนแรก พร้อมนะ 1 2 3 1 2 3 6 คน รวมทั้งห้องเลยนะคะ วิชานี้เราจะได้เคลื่อนไหว ขยับเขยื้อนนะคะ ช่วยกันออกแบบด้วยนะคะ ทำยังไงเอ่ย กว่าจะได้แต่ละรูป มันมี มันมี 6 คนเด้ OK ไอ้บาสก็มาร่วม เหมือนเดิมคนเราเกินแล้วน่ะ ไม่เป็นไร ได้ไหม ได้ไหม พื้นที่โน่นไปตรงนู้นตรงนี้ไม่พอ ไม่แน่ล่ะ อาจจะปี 3 ปี 4 อาจจะได้ไปเที่ยวอีก ไปเที่ยวนะคะ ถ่ายรูปไปเที่ยว ยืน ๆ ยืนตำแหน่งตัวเอง คน 1 คน 2 คน 3 คน 4 คนเท่าไร คนที่เท่าไร ตัวผอม ๆ ไปอยู่ข้างหลัง โอเค ลองทดสอบดูนะคะ เอาเลย จับไหล่กันนะคะ จับต่อ ๆ กันนะคะ เดี๋ยวรอพี่พลอยถ่ายรูปก่อน 123 123 โอเค ต่อไป ต่อไป ภาพนี้ค่ะ ภาพนี้ง่าย ๆ หันหน้า มาหันหน้ามาทางนี้นะคะ เข่าชนกัน เข่าชิดกัน เข่าต้องชนกันนะคะ เข่าชนกัน พร้อมนะคะ พร้อมแล้วมองกล้อง 1 2 3 1 2 3 โอเค ต่อไปภาพนี้ค่ะ มีอยู่ 10 ภาพนะ ยืนอย่างไรก็ได้แต่ว่าให้มือต่อกันค่ะ แล้วก็ให้เห็นหน้าคนนะคะ ต่อกันและให้เห็นหน้านะคะ เอามือเดียวนะคะ เอาต่ำลงอีก เห็นหน้าครบแล้วใช่ไหม เห็นหน้าครบนะคะ มือนะคะ รูปที่ 9 ต่อไปรูปที่ 10 ใบพัดค่ะ ใบพัด เรามี 7 คน อยู่ตรงกลาง แล้วก็อีก 3 คนอยู่ซ้าย 3 ขวา 3 นะคะ เวลาที่คนอวบ ๆ อ้วน ๆ เวลาเขาถ่ายรูปเขาจะยืนซ้อนหลังเพื่อน ก็จะให้คนผอมอยู่ข้างหน้านะคะ ก็ต่อแถวกันนั่นแหละ เป็นเหมือน เป็น V ยืน V เฉย ๆ แถว V ไปข้างหลังนั่นแหละ ก็ต่อไหล่น่ะ หน้าต่อไหล่ เออ อย่างนั้นแหละ โอเค ได้ ก็แค่ให้มันเห็นหน้า ไม่เห็นหน้า 1 2 3 1 2 3 (อาจารย์ภาวิณี) โอเค อันนี้ก็เป็นการรีแลกซ์กันนะ เพราะว่าเดี๋ยวต่อไป เราก็จะได้มีปฏิสัมพันธ์ กับเพื่อนในห้องเรียนนะคะ จะมีการใช้ภาษามือด้วย การใช้การแสดงสีหน้า ขอบคุณผู้กับการใช้ภาษามือนะคะ อันนี้จำนวนกี่คนเอ่ย ภาษามือ ทบทวน ทบทวน หูหนวก หูดีนะคะ ได้ไหม 1 ทำอย่างไรคะ 1 ิดหนึ่งงนะคะ อันนี้คือจำนวน 1 คนนะ ภาพหลาย ๆ ภาพนี้นะคะ เราก็สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันเราได้นะคะ เวลาที่เราไปเที่ยว หรือถ่ายรูป กิจกรรม อันนี้ก็จะเป็นถ่ายคนเดียวนะคะ ต่อไป ก็จะเพิ่มจำนวนเพิ่มขึ้นนะคะ ต่อไป ภาษามือจำนวนกี่คนคะ 2 นะคะ ต่อไปจำนวน 3 ทำไมไม่ 3 แบบนี้คะ ภาษามือ เพราะว่าอันนี้ก็มีผู้ที่ตั้งภาษามือไว้แล้วนะคะ ก็เลยให้ 3 เป็นแบบนี้ ทำไมไม่ 3 แบบนี้นะคะ เพราะมันเอาภาษามือมาจากอเมริกานะคะ เราก็เลยไม่สามารถที่จะตั้งเองนะคะ เพราะว่าเราเอามาจากที่อื่นด้วยนะคะ มาปรับปรุงใช้ เป็นของเรานะคะ ก็เลยเป็นสัญลักษณ์ แทน 3 คือแบบนี้นะคะ แต่คนหุดี คนทั่วไป เขาก็จะใช้ 3 แบบนี้ เป็นนิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนางนะคะ เพราะว่าไม่ได้ภาษามือนี้ แบบนี้นะคะ ก็จะเป็นสัญลักษณ์อีกตัวหนึ่งนะคะ ที่ไม่ใช่เลข 3 นะคะ ต่อไป จำนวนเท่าไรคะ จำนวน 4 อันนี้เขาสะกดว่าอย่างไรคะ เขาสะกดว่าอย่างไรเอ่ย ภาษามือว่าอย่างไรคะ จำได้ไหม แปลว่า รัก ใช่ไหมคะ รัก อันนี้คือถ้าภาษามือไทยนะ ถ้าภาษามือของฝรั่ง ก็จะเป็นนิ้วมือใช่ไหมคะ นิ้วโป้ง นิ้วชี้ แล้วก็นิ้วก้อย อันนี้เขาเรียกว่าสัญลักษณ์ภาษามือนะคะ อันนี้เป็นทั่วไปเลยใช่ไหมคะ ทั่วโลกสากลนะคะ คำว่า "รัก" ตัวนี้นะคะ คำว่า รัก ภาษาอังกฤษในที่นี้มีตัวอะไรบ้าง คะ มีตัว L L อย่างไรคะลูก L O V E ใช่ไหมคะ ที่เราแต่ละคนได้ทำท่าตามสัญลักษณ์ ตามตัวอักษรภาษาอังกฤษนะคะ เป็น l o v e คำว่า "Love" รักนะคะ อันนี้ก็ใช้ได้นะคะ เดี๋ยวภาพที่เราถ่ายเมื่อกี้นะ อาจจะไปให้น้อง ๆ ทำเป็นภาพแสดงความยินดีกับพี่ ที่จบไปอย่างนี้นะคะ ก็จะมีเห็นท่า หรือเราต่อไปเราอาจจะเอาท่านี้นะคะ ตอนที่เราใส่ชุดครุยนะคะ ไปถ่ายท่าแบบนี้ได้เหมือนกันนะคะ แบบภาพอดีต แล้วก็ปัจจุบัน นะ เมื่อกี้ที่พี่พลอยถ่าย น่าจะเป็นภาพอดีตตอนที่เราเรียนอยู่เรามีกิจกรรมอะไรนะคะ พอเราจบ เราใส่ชุดครุย อาจจะมาถ่ายท่านี้เหมือนเดิม จะเป็นภาพ Before After หรืออดีตและก็ปัจจุบันนะคะ อันนี้ก็จะเป็นจำนวนเท่าไรลูก กี่คนคะ จำนวนเท่าไรเอ่ย 5 คนใช่ไหมคะ ภาษามือ 5 ต่อไปเท่าไรคะ คนมีความยุ่งยากไหมคะท่านี้ ท่านี้มีความยุ่งยากนะคะ และก็มีการพูดคุยสื่อสารกันระหว่างทำกิจกรรมนำ หรืออาจจะมีผู้นำ อย่างเช่น บาสเป็นผู้นำ สื่อสาร ช่วยประสานให้เพื่อน จับมือเพื่อน หรือว่าชี้บอกตำแหน่งเพื่อนนะคะ ก็จะได้ภาพที่สวยงามออกมานะคะ เป็นภาพอะไรคะ อันนี้ ภาพอะไรคะ ภาพดาวใช่ไหมคะ เราก็จะได้เรียนรู้ภาษามือไปด้วยนะคะ ในการสื่อสารแล้วก็คำศัพท์ ต่อไปอันนี้จำนวนกี่คนคะ จำนวน 7 คนนะคะ นักศึกษาว่าภาพนี้น่ะค่ะ มันเป็นเหมือนกับภาพอะไรคะ ภาพนี้เหมือนภาพอะไรเอ่ย เหมือนดอกไม้ไหม เหมือนดอกไม้ที่กำลังบานหรอคะ เหมือนพัด เหมือนพัด พี่พลอยบอกว่าเหมือนพัดใช่ไหมคะ ภาพนี้เหมือนอะไรได้อีกคะ เหมือนพระอาทิตย์ไหท แสงพระอาทิตย์ยามเช้าหรือยามเย็นได้ไหมคะ แสงกระจายที่แตกออกมาตอนเด็ก ๆ ใครวาดภูเขา แล้วก็พระอาทิตย์ใช่ไหม ก็จะมีวงกลมแล้วก็มีเส้นเส้น ๆ ใช่ไหมคะ อันนี้ก็เป็นสัญลักษณ์ภาพนะคะ ตัวนี้ล่ะคะ มีจำนวนกี่คนเอ่ย จำนวนกี่คนคะ 8 มี 8 คน มันเป็นท่าอะไรเอ่ย เหมือนอะไรคะท่านี้ เหมือนหลังคาไหมคะ เหมือนบ้านโบราณใช่ไหม บ้านไม้ที่แบบเป็นแหลม ๆ น่ะ เหมือนใช่ไหมคะ อันนี้ก็มาจากการจินตนาการนะคะ อยากถ่ายภาพออกมา ให้เป็นเหมือนภาพอะไร อันนี้จำนวนเท่าไรคะ จำนวนเท่าไร กี่คน 10 หรือ 9 กี่คนคะอันนี้เป็นการแสดงถึงการรวมพลังกันใช่ไหมคะ ความสามัคคีใช่ไหมคะ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทุกคนต่างมีจุดหมายเดียวกันนะคะ ก็คือทำฝ่ามือให้มันตรง แล้วจะตั้ง ๆ ๆ ต่อกัน ก็สามารถนำไปถ่ายรูปได้นะคะ แล้วก็ให้เห็นมือจุดที่เด่น แล้วก็มือของใครมีส่วนร่วม อันนี้คือความสามัคคีนะ แล้วก็มีเห็นหน้าทุกคน ก็คือเข้ามาได้ทำงาน หลังจากเสร็จงานนี้ค่ะ เราสามารถถ่ายเป็นภาพนี้ก็ได้นะคะ ภาพนี้ 10 คนนะคะ ก็จะเป็นทุกคนมีส่วนร่วมในรูปนี้นะคะ เป็นการประหยัดพื้นที่นะคะ เป็นการถ่ายรูปที่แบบใหม่ ไม่ใช่แค่ 2 นิ้ว มินิฮาร์ตใช่ไหมคะ ก็ให้ภาพมันออกมาสวยได้ ทั้งหมดนี้นะคะ ทั้งหมดนี้นะคะ ก็เป็นการรีแลกซ์นะคะ ต่อไปเราจะได้เรียนภาษามือ ก็จะมีการเคลื่อนไหวกันการสลับกัน ส่วนมากเราก็จะเน้นในการพูดคุยนะคะ ที่เป็นภาษามือคำศัพท์ภาษามือ ต่อไปนะคะ ทำไมเราถึงมีภาษามือ เบื้องต้นก่อนนะคะ ให้เรามารู้จักว่าภาษามือ ทำไมต้องมี เพราะกลุ่มที่มี กลุ่มคนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ชื่อเต็ม ๆ มันก็จะบอกว่า บุคคลคนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินและสื่อความหมายนะคะ เพราะว่าปัญหานี้นะคะ คนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ก็คือไม่สามารถได้ยิน พอมีบกพร่องทางการได้ยิน ก็จะมีปัญหาในการสื่อความหมายออกมานะคะ เพราะว่าเขาไม่ได้ยิน เขาก็เลยไม่ได้รับเสียงนั้นมานะคะ ก็เลยทำให้เขาเปร่งเสียงนั้นออกไปได้ไม่ชัดเหมือนกับคนปกตินะคะ ถ้าได้รับการฝึกฝน มันก็ยังมีปัญหาอยู่นะคะ สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินและสื่อความหมาย เพราะเขามีปัญหาในการรับฟังมาตั้งแต่ทีแรก เขาจึงไม่สามารถที่จะเลียนเสียง ในการพูด ให้ได้เหมือนกับคนปกตินะคะ อันนี้ก็จะเป็นของในส่วนของเพื่อนที่เป็นคนหูตึงนะคะ อย่างเช่นมิ่งอย่างนี้ค่ะ ถ้าไม่ค่อยได้ยินการรับสารนั้น พอส่งสารนั้นออกไป ก็จะเป็นเท่ากับที่ได้ยินมานะคะ ความหมายของผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน นะคะ ก็คือผู้ที่สูญเสียการได้ยิน คือ ไม่ได้ยินเลยนะคะ หรือประมาณ 89 เดซิเบล เสียงขนาด 89 เดซิเบลขึ้นไป ถ้าไม่ได้ยิน มันจะมีเครื่องวัดเสียงนะคะ ถ้าไม่ได้ยิน ก็แสดงว่าเป็นหูหนวก การได้ยินของคนเราก็จะมีอยู่ 2 ข้างนะคะ ก็จะมีหูข้างซ้ายกับหูข้างขวานะคะ ในการวัดการได้ยินนะคะ ก็จะวัดทั้ง 2 ข้างนะคะ วัดข้างใดข้างหนึ่งที่ได้ยินมากที่สุด จะเอามาคำนวณมาประเมินการได้ยินนะคะ กลุ่มคนบกพร่องทางการได้ยินนะคะ จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มหูตึงนะคะ กลุ่มหูตึงนะคะ ก็คือสามารถได้ยินเสียง ได้ยินในระดับ 89 เดซิเบลลงมานะคะ สามารถได้ยิน ก็เป็นคนกลุ่มคนหูตึงนะคะ หรืออาจจะมากกว่านั้น เป็นเสียงที่เราพูดต่อหน้ากัน ประมาณสัก 3 เมตร ใช้น้ำเสียงปกติที่สามารถได้ยินน่ะ ก็แสดงว่าเป็นคนปกติ แต่ถ้าเกินนั้น อาจจะได้ใช้กันตะโกนใส่กันนี้ อาจจะเป็นคนหูตึงแล้วนะคะ และกลุ่มที่ 2 ก็จะเป็นกลุ่มของคนหูหนวกนะคะ กลุ่มของคนหูหนวกนี่ ส่วนมากก็จะพ่วงมากับการพูดไม่ได้นะคะ ก็เกิดจากถ้าเกิดจากที่เขาไม่ได้ยิน ไม่ได้ฝึก ไม่ได้รับการได้ยิน ก็เลยไม่ได้ฝึกการพูดออกไป ก็เลยบกพร่องในการพูดการสื่อสารด้วยนะคะ ให้คนกลุ่มนี้นะคะ ก็จะมีสาเหตุมาจาก 2 ส่วน แต่ส่วนใหญ่ ๆ ก็จะเป็นมาจาก เป็นหูหนวกมาตั้งแต่กำเนิดนะคะ ก็คือหูก็ไม่ได้ยิน ปากก็เลยพูดไม่ได้นะคะ ถ้าเป็นแบบนี้ ในการฝึกพัฒนาการพูดจะไม่มีนะคะ ไม่ได้รับการฝึกพัฒนาการพูด นะคะ แต่ว่าจะเป็นการทดแทนการพูด ก็คือการฝึกใช้ภาษามือค่ะ ในการฝึกใช้ภาษามือ ก็จะส่งต่อไปยังโรงเรียนประจำ โรงเรียนเฉพาะทางนะคะ ก็คือโรงเรียนโสตต่าง ๆ ที่ใช้การสื่อสารที่เป็นภาษามือนะคะ แล้วก็อีกสาเหตุที่ 2 ก็มาจากไม่สบายตั้งแต่เด็กนะคะ ก็คือไข้ขึ้นสูง ก็เลยมีผลกระทบ ทำให้แก้วหูอักเสบนะคะ ไม่สามารถได้ยินเสียง อันนี้ก็คือเป็นภายหลัง จากการคลอดนะคะ แล้วก็อีก อาจารย์เห็นเยอะเหมือนกัน ที่เป็นพี่ ๆ นักศึกษานะคะ ที่ได้สอบถาม สาเหตุอีกอันหนึ่ง ก็คือมาจากอุบัติเหตุการแคะหูค่ะ ผู้ปกครองแคะหูให้ตั้งแต่เด็กนะคะ อาจจะเป็นโดนคัตตอนบัตทิ่ม หรืออะไรต่าง ๆ ไปกระทบค่ะ หรือว่าวิ่งซุกซนไปชนนั่นชนนี่ ส่งผลกระทบกระเทือน ทำให้แก้วหูได้รับการกระทบกระเทือน แล้วก็ไม่สามารถทำให้ได้ยินได้นะคะ อันนี้ก็คือสาเหตุของกลุ่มที่เป็นหูหนวกนะคะ อันนี้ก็จะเป็นระดับคนหูหนวก คนหูตึงนะคะ ถ้าเป็นคนหูตึง ก็จะได้ยินเสียงอยู่ ตั้งแต่ 26 ถึง 89 เดซิเบลนะคะ อันนี้ก็จะเป็นเหมือนมิ่ใช่ไหมคะ จะถ้าพูดเฉย ๆ นี่ หรือไม่ได้ใส่ไมค์ก็ไม่ค่อยได้ยินใช่ไหมคะ หรือได้ยินชัด มิ่ง มิ่งไม่ได้ใส่หูฟังไหมตอนนี้ ได้ใส่หูฟังนะคะ ถ้าได้ใส่หูฟังก็จะช่วยขยายเสียงไปอีกนะคะ สำหรับคนหูตึงนะ ใส่หูฟังแล้ว ในการพัฒนาในการสื่อสารนะคะ ต้องมีการฝึกฟังเสียง เพื่อให้เข้าใจในเสียงนั้นนะคะ ฝึกฟังเสียง แล้วก็มีการฝึกออกเสียงนะคะ เพราะถ้าไม่ฝึกออกเสียง คุณก็จะพูดเสียงของคำ ๆ นั้นได้ไม่ชัดนะคะ ก็มีการควบคู่กันไป เพื่อที่จะใช้ในการสื่อสารนะคะ คนหูหนวกมีระดับการได้ยินเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 90 เดซิเบล ถ้า 90 เดซิเบล ขึ้นไป ไม่ได้ยิน เสียงเพลง หมอลำ งานหมอลำอย่างนี้ ที่มีลำโพงน่ะ ไม่ได้ยิน ก็แสดงว่าเป็นหูหนวกสนิท หรือเสียงที่เราเปิดเทป หรือเราตะโกนใส่น่ะค่ะ ในระดับตั้งแต่เราตะโกนใส่ไม่ได้ยิน ก็แสดงว่าเป็นคนหูหนวกน่ะค่ะ อันนี้คือรายละเอียดในการได้ยินนะ ที่อาจารย์อธิบายไปนะคะ ถ้าข้างใดข้างหนึ่งที่ได้ยินมีระดับสูง แต่ไม่ถึง 89 เดซิเบล ก็ถือว่าคนหูหนวกนะคะ แต่ถ้าในระดับ 89 ขึ้นไป ถึง 90 ก็แสดงว่าเป็นคนหูตึงนะคะ ถ้า 90 เกินขึ้นไปอีก ก็แสดงว่าเป็นคนหูหนวกนะคะ โทษทีค่ะ ตั้งแต่ 26 ถึง 89 เป็นคนหูตึงนะคะ 89-90 โดยประมาณนะคะ แต่ถ้า 90 ขึ้นไปไม่ได้ยิน ก็แสดงว่าเป็นคนหูหนวกนะคะ แต่สำหรับคนปกติคนหูดีเรา ก็ตั้งแต่ 26 ก็คือการพูดต่อหน้ากัน เสียงปกติค่ะ ก็เป็นคนปกติ อันนี้ก็จะเป็นตาราง การสูญเสียการได้ยิน 6 ระดับนะคะ อันนั้นก็จะเป็นคร่าว ๆ อันนี้จะเป็นละเอียดทางการแพทย์นะคะ ที่ใช้วัดระดับการได้ยินนะคะ นักโสตไม่ใช่แพทย์ ผู้ที่ตรวจวัดประเมินการได้ยิน จะไม่ใช่แพทย์ ไม่ใช่คุณหมอนะคะ จะเป็นนักโสต คือนักโสตก็จะเป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์ การวัดระดับการได้ยินนะคะ จะเป็นนักโสตที่เป็นผู้ประเมินควบคู่ไปกับแพทย์นะคะ อันนี้ก็จะเป็นตารางการได้ยินนะ การตรวจวัด การตรวจวัด ก็จะเป็นนักโสตนะคะ โสต+สัมผัสวิทยา การตรวจวัดการได้ยิน จะมีอยู่ 3 แบบนะคะ แบบอย่างคร่าว ๆ คร่าว ๆ ก็คือถ้าเป็นตอนเด็ก ๆ น่าจะเป็นเรียกชื่อ เรียกแล้วหันตามเสียง นะคะ ก็จะถือว่าปกติ แต่ถ้าเรียกแล้วไม่หัน ก็จะผิดสังเกต แต่ว่าอันนี้ ในระดับเด็กนะคะ ก็จะมีช่วงอายุหรือพัฒนาการทางด้านร่างกาของแต่ละคนจะแตกต่างกันนะคะ บางคนก็จะพัฒนาการช้า หรือร่างกายไม่สมบูรณ์ ในอวัยวะในร่างกาย บางส่วนก็จะทำงานล่าช้าไปด้วยนะคะ อย่างเช่น บางคนร่างกายไม่สมบูรณ์ ก็จะส่งผลให้การได้ยิน หรือการมองเห็นล่าช้ากว่า คนที่ระดับทางด้านร่างกายปกติค่ะ การตรวจคร่าว ๆ นะคะ การเรียกหรือเหรียญหล่นอย่างนี้ แล้วหันตามเหรียญหรือของหล่น แล้วกันกลับหลัง หรือมีเสียงอยู่ข้างหลัง อาจจะมากระทบหรือมาโดนชนเราอย่างนี้ หันไปมองช่วงทันเวลา อันนี้ถือว่าเป็นคนปกติ ได้ยินปกตินะคะ การทดสอบเสียง แบบคร่าว ๆ นะคะ แบบที่ 2 การตรวจสอบแบบมาตรฐานนะคะ ก็จะเป็นให้นักโสตวิทยานะคะ ช่วยในการตรวจการประเมิน ก็จะมีเครื่อง เครื่องตรวจ มีการเข้าในห้อง ที่ไม่มีเสียงรบกวนนะคะ ช่วยในการตรวจวัดการได้ยินของเรานะคะ มีใครเคยไปตรวจวัดการได้ยินไหมคะ ตอนโต ๆ แล้ว เพื่อที่จะรับเครื่องช่วยฟังน่ะค่ะ ตี๋น้อย ตี๋น้อยเคยไปใช่ไหม ตี๋น้อยเคยไปไหม ตี๋น้อยน่าจะเคยไปนะคะ ที่โรงพยาบาล เคยไปตรวจการได้ยินเสียงอยู่ใช่ไหม ตอนเด็ก ๆ จำได้หรือเปล่า ได้เคยได้ไปเข้าห้องตรวจฟังเสียงไหม ที่จะรับเครื่องฟัง เขาก็จะต้องตรวจการได้ยินก่อนนะคะ ว่าคุณได้ยินหรือไม่ ถ้าไม่ได้ยิน คุณก็จะไม่สามารถที่จะวัดไปขั้นตอนที่จะรับการ ได้รับเครื่องช่วยฟังนะคะ อาจจะจำไม่ได้นะ แล้วมีได้ฝึกพูดด้วยไหมคะ ก็มีนะคะ ก็ต้อง พอได้ใส่เครื่องช่วยฟังแล้ว จะต้องได้ฝึกฝึกพูดไปด้วยนะคะ อันนี้เป็นการทดสอบ แบบมาตรฐานนะคะ ต่อไปเป็นการทดสอบแบบพิเศษนะคะ การทดสอบแบบพิเศษนะคะ ก็จะมีการวิเคราะห์ ของแพทย์ด้วยนะคะ ก็คือการตรวจในแก้วหู ในชั้นหูของเรานะคะ มีความผิดมีอะไรด้วยไหมนะคะ หลังจากที่เราประเมินการได้ยินแล้ว อาจจะมีประเมินในขั้นมาตรฐาน แล้วต่อไปก็เป็นการประเมินของขั้นแบบพิเศษ แบบพิเศษก็จะมีแพทย์เข้ามาช่วยในการวินิจฉัย ว่าเราในช่วงอายุน่ะค่ะ มันก็จะมีกลุ่ม กลุ่มผู้สูงอายุ จึงเข้ามานี้ค่ะ จะมีแพทย์เข้ามาช่วยประเมินในส่วนนี้ด้วยนะคะ แก้วหูอาจจะเสื่อม อาจจะลดน้อยลง อาจจะทำให้เสียงได้ยินลดน้อยลงไปด้วย หรือทางการแพทย์อาจจะส่องดูว่ามีขี้หูปิดหูมากน้อยแค่ไหนนะคะ บางคนอาจจะแบบไม่ได้แคะหูเลยตั้งแต่เกิดมาอย่างนี้ค่ะ อาจจะทำให้ไปปิดหู ปิดแก้วหู ทำให้การสั่นสะเทือนของเสียงไม่สามารถเข้าไปถึงแก้วหูได้ นะคะ อันนี้ก็จะเป็นการตรวจแบบพิเศษเพิ่มขึ้นมาอีกนะคะ ต่อไปนะคะ สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน จะต้องมีภาษาที่ช่วย ในการสื่อสารนะคะ แล้วก็มีวิธีการสื่อความหมายนะคะ ว่าจะต้องใช้วิธีไหนนะคะ สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินนะคะ ถ้าเป็นคนเราปกตินะคะ ก็จะใช่การสื่อสารโดยการพูดนะ เมื่อเราได้ยิน เราก็สามารถจำได้โดยอัตโนมัตินะคะ ว่าคำนี้ความหมายว่าอย่างนี้นะคะ อาจจะมีบางคำที่ไม่คุ้นหู เราก็จะต้องได้เรียนรู้ แปลความหมายในคำนั้น ๆ นะคะ แต่สำหรับหูหนวกแล้ว ไม่ได้ยิน ก็ทำให้มีปัญหาในการเข้าใจภาษาเข้าใจความหมายด้วยนะคะ ฉะนั้นแล้ว หูหนวกก็เลยจะต้องใช้ทักษะพิเศษก็คือใช้ตาแผนการได้ยินนะคะ มาช่วยในการรับการสื่อสารนะคะ แต่ตาเรานะคะ สามารถที่จะมองไปข้างหน้า เห็นได้หลาย ๆ อย่างนะคะ ก็เลยทำให้เราไม่สามารถที่จะโฟกัสสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ แม่นยำเท่ากับการได้ยินเสียง ถ้าการได้ยินเสียง อาจจะได้ยินมีเสียง 1 เสียง 2 หรือส่วนมากก็จะเป็นเสียง 1 อย่างเช่น ตอนนี้ถ้าใครเป็นนักศึกษา ที่เป็นคนปกติ เป็นหูดีนะ ก็จะได้ยินเฉพาะแค่เสียงอาจารย์ที่พูด ก็ไม่มีอะไรที่มาแทรก เข้าใจในสิ่งเดียวนะคะ แต่ถ้าเป็นหูหนวก ใช้ตาแทนการได้ยิน ตาจะมองเห็นได้หลายอย่างหลายที่ หลายจุดมาก ก็เลยไม่สามารถที่จะโฟกัส ในคำ คำศัพท์นั้นได้นะคะ ก็เลยทำให้มีปัญหา ในการจำคำศัพท์นั้นด้วยนะคะ ฉะนั้นแล้ว นักศึกษาก็เลยจะต้องผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินน่ะค่ะ จะต้องมาฝึกการพูดหรืออ่านปากนะคะ เพื่อที่จะใช้ในการสื่อสารวิธีการฝึกพูดนะคะ สำหรับหูหนวกหูหนวก จากครอบครัว จากพ่อ จากแม่ ก็ไม่ได้เรียนภาษามือใช่ไหมคะ หูหนวกก็จะต้องมีการอ่านปากกับพ่อแม่ ถึงแม้ว่าไม่ได้ยิน แต่ก็มีการฝึกอ่านปาก แล้วก็ฝึกเสียง เพื่อที่จะสื่อให้ผู้ปกครอง ได้เข้าใจสิ่งนั้น ที่เราอยากสื่อไปนะ สเต็ปที่ 2 ก็คือภาษามือ พอพูดมันยากแล้วแหละ ท่าปากน่ะ มันก็ สีหน้ามันก็มีบ้าง แต่ว่าบางทีมันอาจจะรูปปาก ถ้าปากเหมือนกันคล้าย ๆ กัน ก็เลยไม่สามารถแยกได้ว่าคำนี้พูดออกเสียงว่าอย่างไรนะคะ จึงมีการใช้ภาษามือ เรียนภาษามือ แผทนการอ่านปากนะคะ แทนคำศัพท์ ก็จะต้องได้เรียนต่อไป พวกเราจะได้เรียนภาษามือ การแทนสื่อสารแทนภาษาพูดนะคะ ในการใช้ภาษามือ เราก็จะมีการสะกดนิ้วมือ เข้ามาร่วมด้วย โดยเฉพาะภาษามือไทยเรานะคะ อาจจะมีท่ามือที่เป็นตัวสะกด เป็นตัวนำใช่ไหมคะ อย่างเช่น ชื่อบางคนอย่างนี้ ชื่อ ก ไก่ กิ๊บเก๋ อย่างนี้ ก็อาจจะมีตัวก ไก่ ที่เป็นตัวสะกดภาษามือค่ะ ประกอบท่าตำแหน่ง ให้เป็นภาษามือนะคะ หรือเป็นคำว่า... จังหวัดต่าง ๆ อย่างนี้ค่ะ ใช่ไหมคะ ที่สังเกตเห็น ก็จะมีตัวสะกด ตัวสะกดแล้วก็มีเพิ่มถ้านั้นนี่มา ก็จะเป็นคำศัพท์เฉพาะของสถานที่นั้น ๆ ใช่ไหมคะ อย่างเช่น ขอนแก่น ขอนแก่น ก็จะเป็น ข ไข่... ข ไข่ แล้วก็ ก ไก่ ใช่ไหมคะ มีตัวสะกดเข้ามาช่วยภาษามือ สกลนครใช่ไหมคะ ก็จะมี ส เสือ เข้ามาช่วยใช่ไหมคะ หลาย ๆ จังหวัดนะ ก็จะมีตัวอักษรเข้ามาช่วยในภาษามือ แล้วทีนี้บางคำ คำศัพท์ภาษามือโดยตรงไม่มีนะคะ เป็นคำใหม่ เพื่อที่จะให้หูหนวกเข้าใจนะคะ ก็จะมีการสะกดนิ้วมือ ว่าคำนี้นะคะ มันมาแต่ตัวนี้ บางคนอาจจะคุ้นตา แปลว่าสามารถแปลความหมายได้นี่คือคำนี้นะ อย่างนี้ค่ะ ก็สะกดมือมานะคะ แล้วก็มาช่วยในการสื่อสาร อย่างเช่น บางครั้งที่ล่ามประเทศหลาย ๆ ประเทศนะ อาจจะนึกคำศัพท์ที่เป็นท่าภาษามือไม่ได้อย่างนี้ค่ะ ก็จะทำการสะกดนิ้วมือ คนหูหนวกก็จะดูการสแกนนิ้วมือ คือประเทศนี้นะ โดยที่ไม่ได้ทำท่าของภาษามือเฉพาะนั้นนะคะ ก็สามารถเข้าใจได้ อย่างนี้นะคะ การอ่านริมฝีปาก ในการทำภาษามือ ครอบครัว พ่อแม่หลาย ๆ คนนะ พี่เป็นพ่อแม่หูดี ก็จะมีการอ่านริมฝีปากนะคะ คือ จะสื่อให้ลูกได้รู้ พูด ลูกก็จะต้องจ้องที่ปาก แล้วก็รวมกับสีหน้าอยู่บนใบหน้าด้วย อาจจะต้องการสื่ออะไรกินข้าว กินข้าว หรือใช่ไหมคะ มานี่ อาจจะมีถ้ากริยาเข้ามาช่วยนะคะ ถ้าแนะคำพูดนะคะ ท่าแนะคำพูด ก็จะมีปาก ก็จะมีปากนะคะ พูดด้วย แล้วก็มีท่ามือ ที่เป็นท่าภาษาธรรมชาติ โดยทั่วไปเช่นมานี่ใช่ไหม สีหน้ามีปากโดยไม่มีออกการออกเสียงนะคะ แล้วก็มือกวักใช่ไหมคะ ใช่ ใช่ไหมคะ มาร์กี้่ก็จะเจอจริง ๆ ใช่ไหมคะ มาร์กี้ไปทำงานจะได้คุยกับคนปกติ หรือพี่ที่ทำงานด้วยกันนะคะ น่าจะมีการใช้เขาเรียกว่า "ภาษาธรรมชาติ" วิธีการทำท่ามือ หรือผงกหน้ามานี่ มานี่ เป็นการ ผู้ฟังดูชี้ไปที่ตาใช่ไหมคะ คุณต้องใช้ตาแล้วนะ คุณต้องดูที่มือน้ำ จุดนั้ นอันนี้ก็เป็นท่าคำแนะ แนะนำพูดนะคะ หรือบางคนอาจจะมีอาหารมีน้ำอยู่เนี่ยค่ะ ไม่สามารถพูดได้แต่ใช้มือชี้แนะไปด้วยหรือโดนยุงแต่ว่าอยู่กับเพื่อนใกล้ ๆ ทำให้จุ๊บ ๆ ในพูดนะคะ แต่ว่าอยู่ที่หน้าผากนะยุ่งอยู่ที่หน้าผากหาให้โตเพื่อให้ระวังหน้าอย่างนี้ค่ะ ให้เบา ๆ ก่อนที่มันจะบินไป เป็นการชี้แนะถ้าประกอบนะคะ การสื่อสารรวม สื่อสารรวม ทุกวันนี้ มี Social ใช่ไหมคะ มี Facebook มี LINE นักศึกษาก็ใช้ช่องทางนี้ ในการสื่อสารรวมนะคะ มีทั้งการพูดส่งข้อความเสียงสื่อต่าง ๆ นะคะ นิทานประกอบมีการพิมพ์เพิ่มตุ๊กตาสติ๊กเกอร์ไลน์ใช่ไหมคะ สติ๊กเกอร์ไลน์การ์ตูนที่แสดงความยินดีก็มีการยิ้มมีภาพให้เราเป็นภาพของขวัญร่วมฉลองยินดี มีคำด้วย ในการ์ตูนสติกเกอร์นั้น ยินดี นี้เป็นการสื่อสารรวม หรือบางสติกเกอร์ มันก็จะมีเสียงพูดออกมาด้วยใช่ไหมคะ อันนี้ก็จะผ่านไปนะ เด็กหูหนวกกับเด็กตาบอด ใช้สื่อการสื่อสารที่แตกต่างกันนะ แต่ว่าทำอย่างไรถึงจะสื่อสารกันได้ ทั้งหูหนวกจะใช้ประสาทสัมผัสโดยการทางตานะคะ ในการรับสาร ส่งสาร ก็คือมือนะคะ สำหรับตาบอด ก็จะใช้การพูดนะคะ แทนการสื่อสารการได้ยิน เป็นการรับสารโดยตรงอยู่แล้วนะคะ แต่ว่าการพูด ก็เป็นการสื่อโดยตรง แต่บางอย่างเขามองไม่เห็น เขาก็จะใช้ประสาทสัมผัส เหมือนคนหูหนวกนะคะ เป็นการจับ การลูบ การคลำนะคะ สรุปนะคะ คนที่สูญเสียประสาทสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นหูหนวก หรือตาบอดนะ ก็จะใช้ประสาทสัมผัสอื่น แทนประสาทสัมผัสที่สูญเสียไปนะคะ ก็จะสามารถพูดคุย สื่อสารได้เหมือนกับคนปกตินะคะ ถ้าพูดไม่ได้ ภาษามือ ท่าทาง กิริยา อวัจนภาษา ในการช่วยในการสื่อสาร ก็สามารถที่จะสื่อสารได้ เทียบเท่ากับคนได้นะคะ ด้านอารมณ์ทุกคนก็อาจจะเข้าใจบริบท เพื่อน ๆ ก็ให้มาเพิ่มเติมเอาก็แล้วกันนะคะ ในส่วนของบุคลิกภาพเดี๋ยวมันก็เป็นไปตามที่เราอยู่ในสังคมนะ บุคลิกภาพของคนหูหนวกใน 8 ขั้นตอนนะคะ 8 ระยะ จนถึงแก่ไปเลยนะคะ ในการศึกษาของคนหูหนวกนะคะ การศึกษาของคนหูหนวก ส่วนมากนะคะ การศึกษาของคนหูหนวกจะเป็น การศึกษาใน 2 แบบนะคะ แบบที่ 1 ก็จะเป็นโรงเรียนเฉพาะ โรงเรียนเฉพาะ ก็คือโรงเรียนโสตต่าง ๆ นะคะ ที่มีในกลุ่มเฉพาะของคนหูหนวกนะคะ แบบที่ 2 ก็จะเป็นโรงเรียนเรียนร่วม เรียนร่วมกับคนปกติ อย่างเช่น มหาวิทยาลัยของเรา ถ้าเป็นรุ่นพี่นะ ก็จะเป็นเพื่อนในห้องเรียนที่เป็นคนปกติ แล้วก็มีคนการคนพิเศษเข้ามาเรียนร่วมในห้องเรียนนั้นนะคะ แต่ว่าในทางการเรียนนะคะ ก็จะมีการให้บริการการสนับสนุน เพื่อที่จะให้ผู้บกพร่อง ผู้พิการได้เรียนเทียบเท่ากับคนปกติ ถ้าเป็นหูหนวกก็จะมีล่าม เข้ามาแปลในชั้นเรียนนะคะ มหาวิทยาลัยเราก็จะมีที่ล่าม แปลในชั้นเรียนนะคะ แล้วก็ทางออนไลน์ช่วยด้วยนะคะ ก็จะแปล เป็นการบรรยายแปลในการสื่อสารให้นักศึกษาได้เรียนไปพร้อมกับปกติเรา ก็ได้เข้าใจในขั้นตอน วิธีการการเรียนนะคะ การศึกษาเฉพาะโรงเรียนนะคะ ก็ถ้าเป็นหูหนวก เขาจะเป็นเรียกว่าเรียนแบบ 2 ภาษานะคะ ควบคู่กันไป ก็คือภาษาเขียน แล้วก็ภาษามือนะคะ เดี๋ยวเราจะได้เรียนกัน ก็จะได้ทบทวนภาษาเขียนไปด้วยนะคะ แล้วก็ภาษามือนะคะ ในการเรียนของโรงเรียนเฉพาะทางนะคะ ในการสอน หลักสูตรในการสอนก็จะเหมือนของโรงเรียนปกติ ของนักเรียนปกตินะคะ แต่ว่าจะมีการให้บริการสนับสนุนเข้ามาช่วยนะคะ ถ้าเป็นห้องเรียนของหูหนวกก็จะมีล่ามเข้ามาช่วยภาษามือแปลภาษามือนะคะ ของ ม. เราก็จะมี Note Taker ให้ช่วยจดบันทึกงานต่าง ๆ แทนหูหนวก หูหนวกไม่สามารถที่จะมองล่าม แล้วก็มาเขียนได้นะคะ ฉะนั้น ก็จะต้องมีการให้บริการ Note Taker ในห้องเรียนด้วยค่ะ การแบบเรียนร่วมก็คือเหมือนรุ่นพี่เรานะคะ ก็คือมีห้องเรียนแล้วก็มีการให้บริการเ พื่อที่จะให้นักศึกษาพิการ นักศึกษาหูหนวก เรียนไปพร้อมกับเพื่อนปกติในเวลาเดียวกันนะคะ ระบบสอนภาษา อันนี้ก็พูดแล้วนะ อันนี้จะเป็นการให้บริการ สำหรับคนหูหนวกนะคะ วิธีการให้บริการสอน ปรับพื้นฐานภาษามือไทย มีล่ามในห้องเรียน การส่งเสริมการเรียนภาษาไทยนะคะ มีการให้บริการปรึกษา อย่างเช่น นักศึกษามีคำไทยมา แต่ไม่รู้ภาษามือ ก็นำมาใช้พูดคุยกับพี่ล่ามรือเพื่อน ๆ นะคะ หรือตกลงกันว่าจะต้องใช้ภาษามือแบบนี้อย่างไร การใช้บริการวิชาการ น่าจะเป็นการให้บริการล่ามเชื่อมโยงกันนะคะ การช่วยจดคำบรรยาย การบริการด้านเทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก อย่างเช่น ทุกวันนี้ เห็นช่องทีวีใช่ไหมคะ ก็จะมีล่าม ช่องทีวีช่วยบริการด้านเทคโนโลยี ในระหว่างที่ช่องทีวีนั้นพูดบรรยายนะคะ การบริการพิเศษอาจจะมีเพิ่มเติม มีการเขียนคำ การให้คำไปด้วย ถ้าเป็นของเรา ก็จะมีข้างบนใช่ไหมคะ เป็นข้อความ เสียงพูดถอดเสียงพูดมาด้วยนะคะ เป็นตัวอักษร การสอนเสริมรายวิชา ก็จะเป็นพี่ ๆ ช่วยสอนเสริม เพราะบกพร่องทางการได้ยิน จะมีปัญหาในเรื่องภาษา ฉะนั้น จึงมีการสอนเสริมเพิ่มเติมอีกนะคะ สรุปนะคะ วันนี้ให้นักศึกษาไปอ่านเองละกันนะคะ อาจารย์จะไม่สรุปนะ วันนี้จะให้งานนะคะ ให้งานอีกนะคะ วันนี้จะให้งานนักศึกษาอีก ก็คือให้นักศึกษาไปเรียนรู้คำศัพท์ภาษามือ ไปฝึกดีกว่า ไปฝึกจำนวนตัวเลขนะคะ ที่เว็บไซต์ที่อาจารย์ส่งให้ ของสมาคมคนหูหนวก แล้วก็ของ nectec นะคะ ฝึกภาษามือ จำนวนตัวเลข 1-10 หลัก 10 หลักร้อย หลักพัน หลักหมือน หลักล้าน ฝึกตัวเลขฝึกท่าภาษามือ และก็ฝึกเขียนจำนวน เดี๋ยวอาจารย์จะทำคำสั่งลงใน Classroom นะคะ วันนี้แล้วให้นักศึกษาทำส่งม าแล้วก็จะมีสัปดาห์หน้า ก็จะให้นักศึกษามาทดสอบอีกเหมือนเช่นเคยนะคะ เก็บคะแนนไปเรื่อย ๆ นะคะ ก็สำหรับวันนี้เดี๋ยวอาจารย์จะจบการบรรยายเพียงเท่านี้นะคะ แล้วจะให้นักศึกษา ออกมาทีละคนนะคะ มาเขียนคำศัพท์ ที่นักศึกษาส่งใน Classroom มาค่ะ เขียน 10 จำนวน 10 คำ แล้วก็ทำภาษามือ ให้อาจารย์ดูนะคะ สำหรับใครเดี๋ยวจะให้เวลาพักด้วยนะ แต่ตอนนี้ 10 โมง จนถึง 11 โมง นะคะ 11 โมง จะให้มาสอบชวนดูคำศัพท์ตัวเองเขียนว่าอย่างไรนะคะ แล้วอาจารย์จะไม่ให้มาเขียนอยู่ตรงหน้าอาจารย์เขียนคำศัพท์ให้ถูก ภาษามือให้ตรงกันนะคะ แล้วตอนที่พักใน 15 นาทีนี้ ให้นักศึกษาตรวจดู ใครเขียนคำศัพท์ไหนไม่ถูก ให้แก้แล้วก็ให้ส่งใหม่นะคะ โอเคนะคะ ของมิ่งยังไม่ได้ส่ง ให้พิมพ์ส่งมาด้วยนะคะ แล้วก็มาเขียนส่ง สำหรับวันนี้ก็ขอบคุณพี่ล่ามนะคะ เดี๋ยวจะให้นักศึกษาทดสอบแล้วค่ะ เดี๋ยวก็ให้พี่ล่ามพักผ่อนนะคะ วันนี้นักศึกษาขอบคุณที่ล่ามนะคะ นักศึกษาขอบคุณพี่ล่ามค่ะ 123 ขอบคุณที่ล่ามค่ะ ขอบคุณค่ะ ตอนนี้ให้พักผ่อนนะคะ แล้ว 11 โมง จะมาสอบ