﻿1
00:00:13,210 --> 00:00:14,412
(อาจารย์)  จะเป็นการทบทวน

2
00:00:14,412 --> 00:00:16,153
นะคะ

3
00:00:16,153 --> 00:00:17,430
ในคำศัพท์

4
00:00:17,430 --> 00:00:21,430
แล้วก็

5
00:00:21,729 --> 00:00:24,482
เรียนรู้ภาษามือไทยใหม่ ๆ ด้วยนะคะ

6
00:00:24,482 --> 00:00:27,045
และ

7
00:00:27,045 --> 00:00:29,608
เรียนภาษามือ

8
00:00:29,608 --> 00:00:32,118
ที่จะใช้คำศัพท์

9
00:00:32,118 --> 00:00:34,670
ร่วมกันนะคะ

10
00:00:34,670 --> 00:00:38,143
เข้าใจตรงกันนะคะ ใ

11
00:00:38,143 --> 00:00:40,238
นที่มหาวิทยาลัยของเรานะคะ

12
00:00:40,238 --> 00:00:41,962
แล้วก็อีกอันหนึ่ง

13
00:00:41,962 --> 00:00:45,043
ก็เพื่อ

14
00:00:45,043 --> 00:00:46,708
ฝึกการสื่อสาร

15
00:00:46,708 --> 00:00:50,708
กับเพื่อน

16
00:00:50,710 --> 00:00:52,561
ที่เรียนร่วมด้วยกันกับเรานะคะ เพื่อนหูดี

17
00:00:52,561 --> 00:00:54,338
อุบลแล้วก็มิ่งนะคะ

18
00:00:54,338 --> 00:00:55,345
จะได้เรียนภาษามือ

19
00:00:55,345 --> 00:00:58,056
ไปด้วยกัน

20
00:00:58,056 --> 00:00:59,379
เพื่อที่จะใช้ในการสื่อสาร

21
00:00:59,379 --> 00:01:03,379
ในระหว่างเรียน

22
00:01:05,183 --> 00:01:08,872
ในมหาวิทยาลัยนะคะ เพราะว่านอกเหนือจากกิจกรรมการเรียน

23
00:01:08,872 --> 00:01:12,872
ก็อาจจะมีกิจกรรมในชีวิตประจำวัน

24
00:01:15,525 --> 00:01:18,605
เสียงมันเข้าลำโพง

25
00:01:18,605 --> 00:01:22,605
มันเลยหอน

26
00:01:29,691 --> 00:01:32,061
สัปดาห์ก่อนนะ เรายังไม่ได้เจอกันนะคะ สัปดาห์ก่อนที่ให้นักศึกษา

27
00:01:32,061 --> 00:01:36,061
หาคำศัพท์

28
00:01:36,798 --> 00:01:40,798
ที่เป็นภาษาเขียนนะคะ แล้วก็

29
00:01:41,747 --> 00:01:45,747
ฝึกคำศัพท์ที่เป็นภาษามือควบคู่กันด้วยนะคะ

30
00:01:48,284 --> 00:01:51,222
ก็มีส่งเหลือของมิ่งนะคะ ของนิ่ง

31
00:01:51,222 --> 00:01:55,222
มิ่งยังไม่ได้ส่งคำศัพท์ที่เป็นตัวเขียน

32
00:01:55,899 --> 00:01:57,362
ตรวจดูแล้วเมื่อคืนยังไม่มีนะคะ ให้ส่งเข้ามาด้วย

33
00:01:57,362 --> 00:01:58,977
เดี๋ยววันนี้

34
00:01:58,977 --> 00:02:00,958
ท้ายชั่วโมง

35
00:02:00,958 --> 00:02:03,000
จะตรวจนะคะ

36
00:02:03,000 --> 00:02:06,870
แล้วก็ให้นักศึกษา

37
00:02:06,870 --> 00:02:10,625
เขียนคำศัพท์ที่นักศึกษาส่งมาน่ะค่ะ

38
00:02:10,625 --> 00:02:13,824
เขียนให้ถูกต้อง

39
00:02:13,824 --> 00:02:15,817
ในรายวิชานี้นะคะ

40
00:02:15,817 --> 00:02:17,178
อาจารย์จะฝึก

41
00:02:17,178 --> 00:02:20,627
ภาษามือ

42
00:02:20,627 --> 00:02:24,150
แล้วก็ภาษาเขียนควบคู่ไปด้วยนะคะ

43
00:02:24,150 --> 00:02:27,022
เพื่อที่พวกเรา

44
00:02:27,022 --> 00:02:29,912
จะได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน

45
00:02:29,912 --> 00:02:32,983
ในการเรียนหรือว่าการใช้ชีวิตนะคะ

46
00:02:32,983 --> 00:02:36,983
ในการเขียนภาษาไทยได้ถูกต้องด้วยนะคะ

47
00:02:39,429 --> 00:02:42,537
ในท้ายวิชาก็จะตรวจ

48
00:02:42,537 --> 00:02:45,039
งานของสัปดาห์ที่แล้วนะ

49
00:02:45,039 --> 00:02:46,244
ที่ให้นักศึกษาไปค้น

50
00:02:46,244 --> 00:02:48,107
หาคนละ 10 คำ

51
00:02:48,107 --> 00:02:50,796
10 ท่านะคะ

52
00:02:50,796 --> 00:02:54,796
แล้วก็ทดสอบทีละคน

53
00:02:56,568 --> 00:02:59,582
เราจะทำแบบนี้ทุก ๆ สัปดาห์นะคะ จะให้นักศึกษา

54
00:02:59,582 --> 00:03:00,732
เขียนคำศัพท์

55
00:03:00,732 --> 00:03:02,590
แล้วก็

56
00:03:02,590 --> 00:03:05,379
ทำภาษามือ

57
00:03:05,379 --> 00:03:07,649
เพื่อจะได้เข้าใจตรงกัน ระหว่างคำศัพท์

58
00:03:07,649 --> 00:03:10,845
กับภาษาเขียน

59
00:03:10,845 --> 00:03:14,845
ภาษาเขียนกับภาษามือเข้าใจตรงกันนะคะ

60
00:03:15,466 --> 00:03:18,472
เรามาดูรายละเอียดของ

61
00:03:18,472 --> 00:03:22,472
วิชาภาษามือไทยเบื้องต้นนะคะ

62
00:03:27,913 --> 00:03:31,637
ก็ภาษามือไทยเบื้องต้น ก็ 3 หน่วยกิตนะคะ

63
00:03:31,637 --> 00:03:33,472
ก็จะประมาณ 15 ชั่วโมง

64
00:03:33,472 --> 00:03:34,361
อาจจะไม่ได้เรียน

65
00:03:34,361 --> 00:03:36,164
ทั้งหมด

66
00:03:36,164 --> 00:03:40,164
หากมีกิจกรรม

67
00:03:41,173 --> 00:03:45,173
ก็จะให้นักศึกษาไปร่วมช่วยกิจกรรมของสาขาของคณะนะคะ

68
00:03:46,479 --> 00:03:50,479
ก็จะเป็นคะแนนในส่วนตรงนี้ให้ถัวเฉลี่ยไปนะคะ

69
00:03:58,838 --> 00:04:02,735
จุดประสงค์

70
00:04:02,735 --> 00:04:06,719
หรือจุดมุ่งหมายของรายวิชานี้นะคะ

71
00:04:06,719 --> 00:04:10,719
ก็เพื่อที่จะให้นักศึกษา

72
00:04:10,916 --> 00:04:13,894
มีทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน

73
00:04:13,894 --> 00:04:15,679
แล้วมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่นะคะ

74
00:04:15,679 --> 00:04:17,852
ก็คือ

75
00:04:17,852 --> 00:04:21,852
งาน การบ้าน

76
00:04:22,861 --> 00:04:26,381
ของวิชาภาษามือไทยนะคะ แล้วก็หน้าที่ในการเรียน

77
00:04:26,381 --> 00:04:28,955
ขอนัดหมายนะ

78
00:04:28,955 --> 00:04:31,945
เวลาเรียน 9.00 น. นะคะ

79
00:04:31,945 --> 00:04:34,897
มาให้ตรงเวลาด้วย

80
00:04:34,897 --> 00:04:38,897
เพราะตอนนี้ไม่ใช่มีแค่เรานะคะ

81
00:04:39,848 --> 00:04:42,253
ก็จะมีพี่ล่ามออนไลน์ทางไกลด้วยนะคะ

82
00:04:42,253 --> 00:04:46,253
ที่จะมารอพวกเรา

83
00:04:49,938 --> 00:04:53,938
ก็ไม่อยากให้พี่รอ หรือและเราไม่อยากรอพี่นะคะ เพราะฉะนั้น ให้นักศึกษามาให้ตรงเวลานะคะ

84
00:04:57,064 --> 00:04:58,536
มีหน้าที่เรียนก็มาเรียนนะคะ หรือถ้าเหตุ

85
00:04:58,536 --> 00:05:00,789
ไม่สบาย

86
00:05:00,789 --> 00:05:03,340
มีเหตุกรณีใด ๆ ก็แจ้ง

87
00:05:03,340 --> 00:05:06,100
พี่ที่ดูแล

88
00:05:06,100 --> 00:05:07,442
พี่พลอยกับพี่อุ้ยนะคะ

89
00:05:07,442 --> 00:05:09,058
หรือแจ้งอาจารย์

90
00:05:09,058 --> 00:05:13,058
หรือแจ้งเพื่อน ๆ นะคะ

91
00:05:13,350 --> 00:05:15,326
ไม่สบายมาไม่ได้หรือมีเหตุธุระอันใด

92
00:05:15,326 --> 00:05:17,940
ก็สามารถลาได้นะคะ

93
00:05:17,940 --> 00:05:21,940
แต่ขอให้นักศึกษาแจ้งนะคะ

94
00:05:22,631 --> 00:05:24,554
จุดประสงค์ที่ 2

95
00:05:24,554 --> 00:05:28,554
ก็เพื่อให้นักศึกษาสามารถ

96
00:05:29,032 --> 00:05:31,727
ประยุกต์ใช้ความรู้ ให้เป็นหลักในการดำเนินชีวิต

97
00:05:31,727 --> 00:05:33,373
แล้วประกอบอาชีพ

98
00:05:33,373 --> 00:05:37,373
ได้อย่างมีประสิทธิผล

99
00:05:39,606 --> 00:05:43,606
ในห้องนี้มีใครหูตึงไหมคะ

100
00:05:45,388 --> 00:05:47,953
มิ่งใช่ไหม

101
00:05:47,953 --> 00:05:50,499
แต่ว่ามิ่งพอได้ยินอยู่

102
00:05:50,499 --> 00:05:54,499
แต่ต้องใช้ภาษามือใช่ไหม

103
00:05:55,743 --> 00:05:59,666
ถ้าเรียนวิชานี้

104
00:05:59,666 --> 00:06:02,618
อาจจะไปพูดถึงอนาคตนะ ถ้าสมมติว่ามิง

105
00:06:02,618 --> 00:06:06,066
เรียนรู้ภาษามือ

106
00:06:06,066 --> 00:06:10,066
หรือชำนาญด้านภาษามือ มิ่งก็สามารถ

107
00:06:10,178 --> 00:06:13,504
พี่จะไปเป็นอาชีพล่ามแปลภาษามือ

108
00:06:13,504 --> 00:06:15,288
อย่างพี่ที่ทำภาษามือออนไลน์ได้นะคะ

109
00:06:15,288 --> 00:06:16,581
ถ้าไม่เป็น

110
00:06:16,581 --> 00:06:19,535
นักโปรแกรมเมอร์

111
00:06:19,535 --> 00:06:22,459
อื่น ๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ

112
00:06:22,459 --> 00:06:24,575
ก็สามารถนำความรู้ของวิชานี้

113
00:06:24,575 --> 00:06:27,134
ไปประกอบอาชีพอื่น ๆ ได้นะคะ

114
00:06:27,134 --> 00:06:28,546
หรือ

115
00:06:28,546 --> 00:06:32,546
เป็นจ๊อบ

116
00:06:33,239 --> 00:06:35,657
นิด ๆ หน่อย ๆ ไปใช้บริการที่โรงพยาบาล

117
00:06:35,657 --> 00:06:39,259
หรือเพื่อน ๆ ไม่สบายอย่างนี้ค่ะ

118
00:06:39,259 --> 00:06:40,654
ไปสามารถให้บริการได้

119
00:06:40,654 --> 00:06:43,479
ข้อได้เปรียบ

120
00:06:43,479 --> 00:06:45,447
ของคนหูตึงนะคะ

121
00:06:45,447 --> 00:06:49,447
จะสามารถที่จะได้ยิน

122
00:06:49,571 --> 00:06:53,571
พอได้ยินแล้วสามารถที่จะใช้ภาษามือภาษาแปลได้นะคะ

123
00:06:53,908 --> 00:06:57,899
ไม่ใช่แค่มิ่งนะคะ อุบลก็สามารถ

124
00:06:57,899 --> 00:07:00,695
ที่จะนำความรู้ตรงนี้ไปประกอบอาชีพได้เหมือนกันนะคะ

125
00:07:00,695 --> 00:07:04,299
ส่วนหูหนวก

126
00:07:04,299 --> 00:07:08,299
ก็ไม่ใช่แค่ภาษามือนะคะ

127
00:07:11,286 --> 00:07:14,097
อาจจะเป็น... ไม่รู้อนาคตต่อไปอาจจะเป็นคุณครูก็ได้นะคะ

128
00:07:14,097 --> 00:07:16,093
ก็นำความรู้

129
00:07:16,093 --> 00:07:20,093
วิชาภาษามือไทย

130
00:07:21,734 --> 00:07:23,518
ด้วยการที่เราเรียนภาษามือไทยนะ เราก็จะมีเรียนภาษาไทย

131
00:07:23,518 --> 00:07:25,956
ควบคู่ไปด้วยนะคะ

132
00:07:25,956 --> 00:07:27,356
ก็อาจจะนำความรู้ด้านภาษาไทย

133
00:07:27,356 --> 00:07:29,844
ไปใช้สอนนักเรียน

134
00:07:29,844 --> 00:07:31,203
หรือนำภาษาไทย

135
00:07:31,203 --> 00:07:35,203
ไปใช้กับงาน

136
00:07:36,139 --> 00:07:38,324
ที่ตนได้ทำประกอบอาชีพนะคะ อย่างเช่น

137
00:07:38,324 --> 00:07:41,267
การออกแบบอย่างนี้ค่ะ

138
00:07:41,267 --> 00:07:43,567
ก็จะต้องมีข้อความใช่ไหมคะ

139
00:07:43,567 --> 00:07:46,979
ในการออกแบบข้อความ

140
00:07:46,979 --> 00:07:50,979
จะมีการสะกด การเขียนคำให้ถูกต้อง

141
00:07:54,984 --> 00:07:58,984
นักศึกษาก็จะได้นำความรู้ตรงนี้ไปใช้ แล้วก็ไปประยุกต์ใช้ด้วยนะคะ

142
00:08:01,175 --> 00:08:04,902
มาส่งที่ 3 นะคะ ให้นักศึกษาสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

143
00:08:04,902 --> 00:08:08,356
ในการติดต่อสื่อสารกันได้อย่างสร้างสรรค์

144
00:08:08,356 --> 00:08:12,356
อาจจะมีวิธีการ

145
00:08:13,430 --> 00:08:16,487
หรือแนวทางในการใช้เทคโนโลยีนะคะ

146
00:08:16,487 --> 00:08:18,750
อย่างเช่น

147
00:08:18,750 --> 00:08:20,076
ใช้บริการ T

148
00:08:20,076 --> 00:08:22,241
TRS หรือ

149
00:08:22,241 --> 00:08:26,241
การให้บริการ

150
00:08:26,364 --> 00:08:27,967
ล่ามออนไลน์ใน TTRS ของห้องเรียน หรือห้องประชุม

151
00:08:27,967 --> 00:08:31,175
ในห้องสัมมนา

152
00:08:31,175 --> 00:08:34,308
อาจจะขอเป็นครั้งคราวอย่างนี้นะคะ

153
00:08:34,308 --> 00:08:38,308
ก็รู้วิธีการว่าจะต้อง

154
00:08:39,750 --> 00:08:43,750
เชื่อมต่อกันอย่างไร ใช้โปรแกรมอย่างไรอย่างนี้นะคะ

155
00:08:48,276 --> 00:08:52,276
อันนี้ก็คือจุดประสงค์ของรายวิชาภาษามือไทยเบื้องต้นนะคะ

156
00:08:53,859 --> 00:08:55,916
จำนวนชั่วโมง

157
00:08:55,916 --> 00:08:59,549
ที่ใช้เรียนนะคะ

158
00:08:59,549 --> 00:09:03,133
ตามตารางเรียนเราจะเป็น 4 ชั่วโมงใช่ไหมคะ

159
00:09:03,133 --> 00:09:06,474
แต่ในการปฏิบัติ

160
00:09:06,474 --> 00:09:10,044
เราก็อาจจะเรียนแค่ 2 ชั่วโมง

161
00:09:10,044 --> 00:09:13,200
แต่อาจารย์จะพยายามให้เราเข้ามาเรียน

162
00:09:13,200 --> 00:09:15,814
เพื่อจะได้ใช้ภาษามือในการปฏิบัติ

163
00:09:15,814 --> 00:09:19,127
ร่วมกันกับเพื่อน ๆ นะคะ

164
00:09:19,127 --> 00:09:21,834
ที่เป็นทั้งหูดีและหูหนวก

165
00:09:21,834 --> 00:09:24,215
เป็นเพื่อนปกตินะคะ

166
00:09:24,215 --> 00:09:26,252
ประมาณ 2 ชั่วโมง

167
00:09:26,252 --> 00:09:29,232
อีก 2 ชั่วโมง

168
00:09:29,232 --> 00:09:30,677
ก็จะเป็นการบรรยายภาคทฤษฎี

169
00:09:30,677 --> 00:09:34,677
ในส่วนนี้

170
00:09:36,840 --> 00:09:39,203
ก็อาจจะน้อยลง อาจจะเป็นส่วนต้น ๆ นะคะ ของสัปดาห์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 นะคะ

171
00:09:39,203 --> 00:09:40,813
เป็นภาคทฤษฎี

172
00:09:40,813 --> 00:09:44,813
ก็ว่าจะเล่า

173
00:09:45,989 --> 00:09:46,872
ถึงประวัติความเป็นมาของภาษามือไทย

174
00:09:46,872 --> 00:09:48,611
แล้วก็

175
00:09:48,611 --> 00:09:52,081
หลักการ

176
00:09:52,081 --> 00:09:56,081
แนวทางในการใช้ภาษามือไทยเรานะคะ

177
00:09:59,530 --> 00:10:03,309
และอีก 5 ชั่วโมงก็จะเป็นการศึกษาด้วยตนเอง

178
00:10:03,309 --> 00:10:05,471
ก็คือประมาณ 15 ครั้ง

179
00:10:05,471 --> 00:10:07,638
อาจจะเป็นอยู่

180
00:10:07,638 --> 00:10:10,087
5 สัปดาห์นะคะ

181
00:10:10,087 --> 00:10:12,845
ให้นักศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง

182
00:10:12,845 --> 00:10:16,845
หรือทำงาน ทำการบ้านที่บ้านนะคะ

183
00:10:23,587 --> 00:10:26,448
อันนี้

184
00:10:26,448 --> 00:10:29,892
ให้นักศึกษาไปอ่านเองก็แล้วกันนะ

185
00:10:29,892 --> 00:10:33,892
ในรายละเอียดด้านอื่น ๆ นะ

186
00:10:38,921 --> 00:10:41,594
อันนี้คือแผน

187
00:10:41,594 --> 00:10:45,594
การเรียนของพวกเรานะคะ

188
00:10:51,198 --> 00:10:55,011
เราจะเจอกันอยู่ประมาณ

189
00:10:55,011 --> 00:10:58,697
สัก  14 สัปดาห์นะคะ

190
00:10:58,697 --> 00:11:02,102
ถ้าจะเจอกันจริง ๆ นะ

191
00:11:02,102 --> 00:11:03,772
ก็จะมีสอบกลางภาค

192
00:11:03,772 --> 00:11:07,445
แล้วก็สอบปลายภาค

193
00:11:07,445 --> 00:11:10,698
ก็จะลดไปนะคะ

194
00:11:10,698 --> 00:11:13,248
อาจจะเป็นเก็บคะแนนในชั่วโมงเรียนนะคะ

195
00:11:13,248 --> 00:11:14,651
การสอบกลางภาคกับปลายภาค

196
00:11:14,651 --> 00:11:17,322
ก็อาจจะไม่มีนะคะ

197
00:11:17,322 --> 00:11:18,567
ก็จะเก็บคะแนนของเรา

198
00:11:18,567 --> 00:11:21,916
ในชั่วโมงเรียน

199
00:11:21,916 --> 00:11:23,120
ถ้าใครมาทุกวันก็จะมีคะแนน

200
00:11:23,120 --> 00:11:24,468
ความรับผิดชอบ

201
00:11:24,468 --> 00:11:28,468
ในการมาเรียนนะคะ

202
00:11:28,515 --> 00:11:30,988
แต่ว่าถ้าป่วยก็ไม่เป็นไรนะคะ

203
00:11:30,988 --> 00:11:34,988
ก็ถือว่าก็ให้แจ้งลานะคะ

204
00:11:37,725 --> 00:11:39,802
ชั่วโมงแรก

205
00:11:39,802 --> 00:11:43,370
ก็จะเป็นการปฐมนิเทศนะ

206
00:11:43,370 --> 00:11:47,078
ก็... แต่ว่าอาจารย์ก็ไม่ปฐมนิเทศ

207
00:11:47,078 --> 00:11:49,501
เป็นให้พวกเราทำงานมาส่งนะคะ

208
00:11:49,501 --> 00:11:51,228
ก็จะเป็นการทดสอบ

209
00:11:51,228 --> 00:11:54,299
ความรู้ด้วย

210
00:11:54,299 --> 00:11:57,504
ทดสอบวิธีการใช้ภาษามือก่อนนะคะ

211
00:11:57,504 --> 00:12:01,504
แต่ว่า

212
00:12:02,070 --> 00:12:06,070
สัปดาห์นี้คือสัปดาห์ที่ 2 อาจารย์อาจจะมีการสลับกันนะ

213
00:12:06,237 --> 00:12:10,237
ก็มาปฐมนิเทศ ชี้แจ้งรายละเอียดของรายวิชานะคะ

214
00:12:11,747 --> 00:12:13,859
แล้วก็อาจจะรวบรัดนะคะ ของสัปดาห์นี้

215
00:12:13,859 --> 00:12:17,781
จะให้ความรู้

216
00:12:17,781 --> 00:12:21,781
เกี่ยวกับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

217
00:12:22,310 --> 00:12:26,310
นะคะ สัปดาห์ที่ 3

218
00:12:27,307 --> 00:12:30,445
ให้ความหมาย ความสำคัญ และหลักการใช้ของภาษามือไทย

219
00:12:30,445 --> 00:12:34,445
อาจารย์ก็จะบรรยายนะคะ

220
00:12:36,554 --> 00:12:39,683
อาจจะมีให้นักศึกษายกตัวอย่าง อาจารย์ยกตัวอย่างด้วยนะคะ

221
00:12:39,683 --> 00:12:41,207
อันนี้ขอ

222
00:12:41,207 --> 00:12:45,207
อภัยอาจารย์พิมพ์ผิด

223
00:12:47,160 --> 00:12:49,477
สัปดาห์ที่ 4

224
00:12:49,477 --> 00:12:53,477
เป็นการฝึกบริหารนิ้วมือนะคะ

225
00:12:53,682 --> 00:12:57,682
ก็มีการฝึกนำตัวเลขนะคะ

226
00:12:59,432 --> 00:13:02,877
อาจจะมีการเล่นเกมร่วมด้วยนะคะ เล่นกิจกรรมร่วมด้วยนะคะ

227
00:13:02,877 --> 00:13:05,498
เพื่อให้บรรยากาศการเรียนไม่ซีเรียสนะคะ

228
00:13:05,498 --> 00:13:07,349
การสะกดตัวอักษร

229
00:13:07,349 --> 00:13:10,872
ภาษาอังกฤษ

230
00:13:10,872 --> 00:13:13,745
อาจจะมีเล่นเกม

231
00:13:13,745 --> 00:13:15,359
ในการทบทวนความจำ

232
00:13:15,359 --> 00:13:17,089
แต่ละตัวอักษรนะคะ

233
00:13:17,089 --> 00:13:20,931
สัปดาห์ที่ 5

234
00:13:20,931 --> 00:13:23,500
ภาษามือไทยในชีวิตประจำวัน

235
00:13:23,500 --> 00:13:25,094
การสะกดตัวอักษร

236
00:13:25,094 --> 00:13:27,997
ภาษาไทยนะคะ

237
00:13:27,997 --> 00:13:31,375
เพราะอาจจะมีเกี่ยวข้องกับเรา

238
00:13:31,375 --> 00:13:34,642
อยู่ในชีวิตประจำวันอยู่ตลอดนะคะ

239
00:13:34,642 --> 00:13:37,729
อย่างเช่น บางคำ

240
00:13:37,729 --> 00:13:41,495
เราไม่รู้จักคำศัพท์ภาษามือ

241
00:13:41,495 --> 00:13:44,497
เราก็จะใช้การสะกดนิ้วมือนะคะ

242
00:13:44,497 --> 00:13:46,816
อย่างเช่น

243
00:13:46,816 --> 00:13:48,157
บางตัวอย่างนี้ค่ะ

244
00:13:48,157 --> 00:13:50,650
นักศึกษาก็

245
00:13:50,650 --> 00:13:51,942
จำไม่ได้หรือสับสน

246
00:13:51,942 --> 00:13:54,308
อย่างเช่น

247
00:13:54,308 --> 00:13:57,518
ตัว ฐ ฐาน อย่างนี้

248
00:13:57,518 --> 00:14:00,964
ค่ะ ตัวต่อ ฏ ปฏัก

249
00:14:00,964 --> 00:14:03,277
ตัวที่ไม่ค่อยได้ใช้

250
00:14:03,277 --> 00:14:06,302
อาจจะลืมไปนะคะ

251
00:14:06,302 --> 00:14:09,049
ก็มาฝึกทบทวนด้วยนะคะ

252
00:14:09,049 --> 00:14:12,272
แล้วก็

253
00:14:12,272 --> 00:14:15,733
ฝึกการสะกดชื่อนะคะ

254
00:14:15,733 --> 00:14:17,650
อันนี้ก็จะไปเกี่ยวกับจุดประสงค์ด้วยนะคะ

255
00:14:17,650 --> 00:14:20,670
การสะกดชื่อ

256
00:14:20,670 --> 00:14:22,526
หรือสะกดคำต่าง ๆ นะคะ

257
00:14:22,526 --> 00:14:24,759
เพราะว่า

258
00:14:24,759 --> 00:14:26,238
เวลาเราใช้มือ

259
00:14:26,238 --> 00:14:29,817
ในการสะกดน่ะค่ะ

260
00:14:29,817 --> 00:14:33,030
กับเวลาเราไปใช้แป้นพิมพ์

261
00:14:33,030 --> 00:14:36,989
มันจะเรียงลำดับเหมือนกันนะคะ

262
00:14:36,989 --> 00:14:38,941
อย่างเช่น คำว่า "เรียน" อย่างนี้นะคะ

263
00:14:38,941 --> 00:14:40,589
เราสะกดมือเรียน

264
00:14:40,589 --> 00:14:43,161
เราก็ สระเอ

265
00:14:43,161 --> 00:14:44,763
ร เรือ สระอี ย ยักษ์

266
00:14:44,763 --> 00:14:46,349
น หนู ใช่ไหมคะ

267
00:14:46,349 --> 00:14:49,180
แป้นพิมพ์

268
00:14:49,180 --> 00:14:53,180
เราก็เรียงลำดับเหมือนกันใช่ไหมคะ

269
00:14:54,297 --> 00:14:58,069
อันนี้ก็จะเป็นการนำประยุกต์ใช้

270
00:14:58,069 --> 00:15:02,069
ในชีวิตประจำวันได้ด้วยนะคะ

271
00:15:05,595 --> 00:15:08,530
การสะกดมือสะกดแป้นพิมพ์ก็จะเรียงลำดับเหมือนกันนะคะ

272
00:15:08,530 --> 00:15:11,987
ก็จะช่วยให้เรา

273
00:15:11,987 --> 00:15:13,250
พิมพ์คำคำนั้น

274
00:15:13,250 --> 00:15:16,395
ได้ถูกต้อง

275
00:15:16,395 --> 00:15:17,743
ตามหลักการสะกดภาษาไทยนะคะ

276
00:15:17,743 --> 00:15:21,310
แล้วก็

277
00:15:21,310 --> 00:15:24,223
หลักการสะกดภาษามือด้วยนะคะ

278
00:15:24,223 --> 00:15:26,727
ถ้าไปสื่อสารกับคนปกติ

279
00:15:26,727 --> 00:15:28,274
ก็จะเข้าใจนะคะ

280
00:15:28,274 --> 00:15:29,913
ว่าตัวนี้

281
00:15:29,913 --> 00:15:31,468
เขียนก่อนเขียนหลัง

282
00:15:31,468 --> 00:15:33,445
เพราะหูหนวกเรานะ

283
00:15:33,445 --> 00:15:35,829
ตามที่อาจารย์เห็น

284
00:15:35,829 --> 00:15:38,051
ก็มักจะเขียนตำแหน่ง

285
00:15:38,051 --> 00:15:41,446
ของสระ ของวรรณยุกต์

286
00:15:41,446 --> 00:15:43,126
ของส่วนต่าง ๆ

287
00:15:43,126 --> 00:15:46,837
ของการสะกด

288
00:15:46,837 --> 00:15:50,815
ผิดตำแหน่งไปก็มีนะคะ

289
00:15:50,815 --> 00:15:52,078
นี่ก็จะเป็นการมาทบทวนเราด้วยนะคะ

290
00:15:52,078 --> 00:15:56,078
ในสัปดาห์ที่ 7

291
00:15:56,637 --> 00:16:00,637
ก็จะเป็นการบอกเวลา

292
00:16:04,182 --> 00:16:06,501
เวลาต่าง ๆ เช้า เที่ยง เย็น ตอนเวลามืด

293
00:16:06,501 --> 00:16:09,455
บอกเวลาเป็นตัวเลขนะคะ

294
00:16:09,455 --> 00:16:11,608
บอกเป็นวัน

295
00:16:11,608 --> 00:16:12,690
เกิดวันที่เท่าไร

296
00:16:12,690 --> 00:16:15,412
อะไรอย่างนี้

297
00:16:15,412 --> 00:16:19,412
เหตุเกิดวันที่อะไรนะคะ

298
00:16:20,396 --> 00:16:21,487
การสอบปลายภาค

299
00:16:21,487 --> 00:16:25,150
จะไม่มีนะ

300
00:16:25,150 --> 00:16:27,310
จะเป็นการเก็บคะแนนในระหว่างเรียนนะคะ

301
00:16:27,310 --> 00:16:30,324
ในระหว่างมาเรียนนะคะ สัปดาห์ที่ 9

302
00:16:30,324 --> 00:16:32,306
ภาษามือในชีวิตประจำวัน เรื่อง

303
00:16:32,306 --> 00:16:36,306
ครอบครัวและตัวฉันนะคะ

304
00:16:36,950 --> 00:16:38,782
ก็จะเป็นบอกในส่วนต่าง ๆ

305
00:16:38,782 --> 00:16:41,216
ของร่างกายเรา ชอบ

306
00:16:41,216 --> 00:16:44,285
ไม่ชอบสีอะไรประมาณนี้นะคะ

307
00:16:44,285 --> 00:16:45,691
แล้วก็ครอบครัว ลำดับ

308
00:16:45,691 --> 00:16:49,164
ของครอบครัว ญาติ พี่น้อง

309
00:16:49,164 --> 00:16:51,279
เกี่ยวข้องกันอย่างไร

310
00:16:51,279 --> 00:16:52,947
นะคะ

311
00:16:52,947 --> 00:16:55,314
ในความสัมพันธ์ของญาติ

312
00:16:55,314 --> 00:16:59,314
ของครอบครัวเรานะคะ

313
00:17:00,129 --> 00:17:04,129
ในสัปดาห์ที่ 10 ก็จะเป็นเรื่องอาหาร

314
00:17:08,450 --> 00:17:11,965
มีใครทำอาหารเป็นบ้างคะ

315
00:17:11,965 --> 00:17:15,965
ทำอาหารเป็นไหมเอ่ย

316
00:17:18,493 --> 00:17:20,714
ก็อาจจะให้ในสัปดาห์นี้นะคะ

317
00:17:20,714 --> 00:17:24,714
อาจจะให้นักศึกษาแต่ละคน

318
00:17:25,093 --> 00:17:28,399
มาจำลองเหตุการณ์การใช้ภาษามือ

319
00:17:28,399 --> 00:17:29,968
ในการแนะนำการทำอาหารนะคะ

320
00:17:29,968 --> 00:17:33,054
อย่างเช่น

321
00:17:33,054 --> 00:17:35,963
ครูจะต้มมาม่าอย่างนี้นะคะ

322
00:17:35,963 --> 00:17:38,562
ครูก็จะเริ่มจาก

323
00:17:38,562 --> 00:17:40,031
แกะซองมาม่า

324
00:17:40,031 --> 00:17:41,361
ตั้งหม้อ

325
00:17:41,361 --> 00:17:42,591
เปิดไฟ

326
00:17:42,591 --> 00:17:45,211
ใส่น้ำ

327
00:17:45,211 --> 00:17:47,473
เป็นลำดับขั้นตอนนะคะ

328
00:17:47,473 --> 00:17:50,657
แล้วก็จะมีท่าภาษามือ

329
00:17:50,657 --> 00:17:53,754
ของคำศัพท์ แล้วก็แนะนำมา

330
00:17:53,754 --> 00:17:56,114
ครูจะต้มมาม่าควรจะใส่อะไรบ้าง

331
00:17:56,114 --> 00:17:58,282
เราก็ใช้ภาษามือแนะนำ

332
00:17:58,282 --> 00:18:00,083
ว่ามีมาม่า มีไข่

333
00:18:00,083 --> 00:18:04,083
ผักกาดขาว

334
00:18:04,464 --> 00:18:06,611
ก็จะทำภาษามือควบคู่ไปด้วยนะคะ

335
00:18:06,611 --> 00:18:09,265
ก็อาจจะให้นักศึกษา

336
00:18:09,265 --> 00:18:10,794
เขียนควบคู่ไป

337
00:18:10,794 --> 00:18:13,782
ทุกสัปดาห์ด้วยนะคะ

338
00:18:13,782 --> 00:18:15,582
เขียนมาม่า

339
00:18:15,582 --> 00:18:17,775
คำว่า "มาม่า" เขียนว่าอย่างไร

340
00:18:17,775 --> 00:18:20,057
คำว่า "ไข่ต้ม" เขียนว่าอย่างไร

341
00:18:20,057 --> 00:18:21,410
ด้วยนะคะ

342
00:18:21,410 --> 00:18:24,042
จะได้

343
00:18:24,042 --> 00:18:26,806
เรียงลำดับการเขียนภาษาไทยไปด้วยนะ

344
00:18:26,806 --> 00:18:30,370
ต่อไปสัปดาห์ที่ 11

345
00:18:30,370 --> 00:18:34,370
มหาวิทยาลัยของฉันนะคะ

346
00:18:34,438 --> 00:18:38,438
ก็จะมาตกลงร่วมกันนะคะ

347
00:18:39,225 --> 00:18:41,931
ว่าสถานที่แต่ละสถานที่ในมหาวิทยาลัย

348
00:18:41,931 --> 00:18:45,496
เราใช้ภาษามือกันแบบไหนนะ

349
00:18:45,496 --> 00:18:48,626
อย่างเช่น หอใน

350
00:18:48,626 --> 00:18:52,626
มีชื่อ

351
00:18:52,930 --> 00:18:55,749
อย่างเช่น หอราชพฤกษ์ หอกันเกราอย่างนี้

352
00:18:55,749 --> 00:18:58,434
ชื่อภาษามือจริง ๆ ไม่มี

353
00:18:58,434 --> 00:18:59,782
เราจะมาตกลงกัน

354
00:18:59,782 --> 00:19:01,372
ใช้ภาษามือ

355
00:19:01,372 --> 00:19:05,372
แบบไหน

356
00:19:06,160 --> 00:19:07,989
เราถึงจะใช้เรียกใช้สื่อสารกันได้

357
00:19:07,989 --> 00:19:09,790
อาคารศูนย์

358
00:19:09,790 --> 00:19:13,790
DSS ต้องใช้ภาษามือแบบไหน

359
00:19:15,261 --> 00:19:17,795
อาคาร 13 ห้องเรียนของเราใช้ภาษามือแบบไหนนะคะ

360
00:19:17,795 --> 00:19:21,795
ก็จะมาตกลงกันนะ

361
00:19:24,850 --> 00:19:26,755
สัปดาห์ที่ 12 หน่วยสถานที่

362
00:19:26,755 --> 00:19:27,898
เราก็จะมา

363
00:19:27,898 --> 00:19:29,905
เรียนรู้

364
00:19:29,905 --> 00:19:32,144
เกี่ยวกับสถานที่ต่าง ๆ

365
00:19:32,144 --> 00:19:36,144
ที่ไม่ใช่ในมหาวิทยาลัยเรา

366
00:19:36,363 --> 00:19:38,868
โรงเรียน วัด

367
00:19:38,868 --> 00:19:39,685
บ้าน หรือสถานที่สำคัญ

368
00:19:39,685 --> 00:19:43,099
ๆ กรุงเทพฯ

369
00:19:43,099 --> 00:19:47,099
อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิอย่างนี้ค่ะ

370
00:19:48,027 --> 00:19:50,397
เราก็อาจจะมีโอกาสได้ไปกรุงเทพฯ

371
00:19:50,397 --> 00:19:52,319
อาจจะได้ใช้ภาษามือ

372
00:19:52,319 --> 00:19:54,170
ในคำศัพท์นะคะ

373
00:19:54,170 --> 00:19:56,155
โรงพยาบาล

374
00:19:56,155 --> 00:19:57,439
สถานี

375
00:19:57,439 --> 00:19:59,428
ตำรวจ

376
00:19:59,428 --> 00:20:02,818
อาจจะได้ไปนะคะ

377
00:20:02,818 --> 00:20:06,818
ก็จะมาเรียนรู้การใช้ภาษามือนะคะ

378
00:20:09,876 --> 00:20:13,459
ในสัปดาห์ที่ 13 นะคะ

379
00:20:13,459 --> 00:20:16,268
ก็จะให้นักศึกษา

380
00:20:16,268 --> 00:20:19,216
เรียนรู้

381
00:20:19,216 --> 00:20:21,787
เรื่องราว

382
00:20:21,787 --> 00:20:24,463
จากการใช้ภาษามือนะคะ

383
00:20:24,463 --> 00:20:28,463
แล้วให้นักศึกษาแปล

384
00:20:28,658 --> 00:20:30,380
หรือสรุปเรื่องราวนั้น ๆ นะคะ

385
00:20:30,380 --> 00:20:34,380
เป็นภาษาเขียน

386
00:20:36,098 --> 00:20:39,225
จะทดสอบว่านักศึกษาดูภาษามือแล้วเข้าใจอย่างไร

387
00:20:39,225 --> 00:20:43,225
เข้าใจคำศัพท์แบบไหนนะคะ

388
00:20:52,297 --> 00:20:54,452
สัปดาห์ที่ 14-15

389
00:20:54,452 --> 00:20:56,769
หลังจากที่นักศึกษา

390
00:20:56,769 --> 00:20:58,950
เรียนไปครบแล้วนะคะ

391
00:20:58,950 --> 00:21:00,371
อาจจะให้นักศึกษา

392
00:21:00,371 --> 00:21:04,371
ทำเป็นงานกลุ่ม

393
00:21:05,433 --> 00:21:08,635
เราอาจจะ 2 กลุ่มก็ได้

394
00:21:08,635 --> 00:21:10,114
อาจจะให้ทำเป็นเพลงนะคะ

395
00:21:10,114 --> 00:21:13,050
เพลง ๆ หนึ่งแล้ว

396
00:21:13,050 --> 00:21:14,637
เพลงนั้นมาเป็นภาษามือ

397
00:21:14,637 --> 00:21:16,831
แล้วก็อัดวิดีโอ

398
00:21:16,831 --> 00:21:19,196
อาจจะอัปลงโซเชียลนะคะ

399
00:21:19,196 --> 00:21:20,465
ส

400
00:21:20,465 --> 00:21:23,520
ื่อเผยแพร่

401
00:21:23,520 --> 00:21:27,520
ว่าในรายวิชาภาษามือเรา

402
00:21:29,270 --> 00:21:33,270
แบบไหน เราส่งภาษามือออกไปให้คนได้รู้จัก

403
00:21:33,609 --> 00:21:35,926
การที่จะพูดคุยกับคนหูหนวก

404
00:21:35,926 --> 00:21:39,926
ต้องพูดคุยผ่านอะไร อย่างไรอย่างนี้ค่ะ

405
00:21:44,559 --> 00:21:47,502
หรืออาจจะเป็น

406
00:21:47,502 --> 00:21:51,502
ให้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว

407
00:21:51,633 --> 00:21:53,846
ที่นักศึกษาชื่นชอบ หรือสถานที่ท่องเที่ยว

408
00:21:53,846 --> 00:21:55,769
ของจังหวัดสกลนครนะคะ

409
00:21:55,769 --> 00:21:59,769
ทำเป็นภาษามือ

410
00:21:59,902 --> 00:22:02,505
น้อง ๆ นักศึกษาเห็นรุ่นพี่เราไหมคะ

411
00:22:02,505 --> 00:22:05,442
ที่ทำโพรเจกต์นะ

412
00:22:05,442 --> 00:22:07,568
เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว

413
00:22:07,568 --> 00:22:09,606
ไม่แน่รุ่นเราก็อาจจะได้ทำ

414
00:22:09,606 --> 00:22:13,606
เหมือนพี่ก็ได้นะคะ

415
00:22:14,131 --> 00:22:17,114
ในการทำคลิปวิดีโอแนะนำที่ท่องเที่ยว

416
00:22:17,114 --> 00:22:21,114
ก็ได้ทำภาษามือ อัดเป็นคลิปภาษามือนะคะ

417
00:22:21,908 --> 00:22:25,555
ก็จะได้ฝึกภาษามือ

418
00:22:25,555 --> 00:22:28,250
ให้ถูกต้อง

419
00:22:28,250 --> 00:22:31,072
คำศัพท์ของภาษาไทยนะคะ

420
00:22:31,072 --> 00:22:34,207
เพื่อที่จะไปเผยแพร่

421
00:22:34,207 --> 00:22:36,837
ให้คนหูดี

422
00:22:36,837 --> 00:22:40,793
คนข้างนอกได้รู้ ได้เข้าใจ

423
00:22:40,793 --> 00:22:43,540
ว่าคำภาษาคำไทยนี้ภาษามืออย่างนี้

424
00:22:43,540 --> 00:22:44,963
ก็จะได้ไปประยุกต์ใช้

425
00:22:44,963 --> 00:22:47,131
ได้สื่อสาร

426
00:22:47,131 --> 00:22:50,985
กับเรานะ

427
00:22:50,985 --> 00:22:53,933
การตัดเกรดนะคะ

428
00:22:53,933 --> 00:22:57,933
ก็ตามนี้นะคะ

429
00:22:58,037 --> 00:23:00,146
ก็ให้นักศึกษาไปเปิดทบทวนดูนะคะ

430
00:23:00,146 --> 00:23:03,056
คะแนนจะมาจากไหน

431
00:23:03,056 --> 00:23:05,284
มาจากเราเข้าเรียนทุกคาบนะคะ

432
00:23:05,284 --> 00:23:07,461
แล้วก็

433
00:23:07,461 --> 00:23:11,461
มีกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ๆ

434
00:23:12,796 --> 00:23:14,054
อาจจะให้... อาจารย์อาจจะให้คะแนนจากการสังเกตนะคะ

435
00:23:14,054 --> 00:23:15,858
หลังเรียนนะคะ

436
00:23:15,858 --> 00:23:18,789
ว่าทุกคน

437
00:23:18,789 --> 00:23:21,807
ตามรายชื่อนะคะ

438
00:23:21,807 --> 00:23:24,819
มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม

439
00:23:24,819 --> 00:23:28,819
หรืออาจจะมีคะแนน

440
00:23:30,575 --> 00:23:34,575
การเขียน Paper เขียนกระดาษ เขียนเป็นคำศัพท์นะคะ ท้ายชั่วโมง

441
00:23:35,156 --> 00:23:37,630
หรือกลับไปเขียนที่บ้านให้ส่งใน Classroom นะคะ

442
00:23:37,630 --> 00:23:38,717
ว่าจะเก็บคะแนนตรงนั้น

443
00:23:38,717 --> 00:23:40,251
นับคะแนน

444
00:23:40,251 --> 00:23:43,460
นำคะแนนตรงนั้นนะคะ

445
00:23:43,460 --> 00:23:46,033
มารวมกัน

446
00:23:46,033 --> 00:23:50,033
ออกเกรดให้นะคะ

447
00:23:50,808 --> 00:23:54,808
หนังสือที่ใช้ในการสอบ

448
00:23:57,368 --> 00:23:59,272
ถ้าเป็นหนังสือภาษามือไทยเล่ม 1-6 นะคะ แล้วก็จะมีเพิ่มเติมนะ

449
00:23:59,272 --> 00:24:01,063
เว็บไซต์

450
00:24:01,063 --> 00:24:03,825
ของสมาคม

451
00:24:03,825 --> 00:24:06,642
คนหูหนวกแห่งประเทศไทย

452
00:24:06,642 --> 00:24:10,377
แล้วก็

453
00:24:10,377 --> 00:24:12,217
ของ NECTEC นะคะ

454
00:24:12,217 --> 00:24:14,794
เว็บไซต์ของ N

455
00:24:14,794 --> 00:24:18,511
ECTEC ให้นักศึกษาไปค้นคว้าภาษามือนะ

456
00:24:18,511 --> 00:24:21,305
เป็น 3 ช่องทางนะคะ

457
00:24:21,305 --> 00:24:23,644
ของหนังสือภาษามือไทย

458
00:24:23,644 --> 00:24:27,644
ก็อยู่ในเว็บไซต์ก็มีนะคะ

459
00:24:29,790 --> 00:24:32,156
เดี๋ยวหลังจากวันนี้ไปอาจารย์จะเพิ่มให้อีกนะคะ

460
00:24:32,156 --> 00:24:34,390
ก็จะมีอยู่ 3 ช่องทางนะคะ

461
00:24:34,390 --> 00:24:36,051
ที่เราจะสามารถ

462
00:24:36,051 --> 00:24:38,294
ไปเรียนรู้

463
00:24:38,294 --> 00:24:42,294
ภาษามือไทยเพิ่มเติมได้นะคะ

464
00:24:42,464 --> 00:24:45,347
หรือเวลาใช้ชีวิตประจำวันอย่างนี้ค่ะ

465
00:24:45,347 --> 00:24:47,590
คำศัพท์บางคำ ภาษาไทยบางคำ

466
00:24:47,590 --> 00:24:49,706
เราไม่รู้ว่า

467
00:24:49,706 --> 00:24:52,511
ต้องใช้ภาษามือแบบไหน

468
00:24:52,511 --> 00:24:54,466
ความหมายแบบไหนนะคะ

469
00:24:54,466 --> 00:24:56,951
ก็ให้พวกเราไปสืบค้น

470
00:24:56,951 --> 00:24:59,052
ในเว็บไซต์

471
00:24:59,052 --> 00:25:03,052
ที่อาจารย์ส่งให้นะคะ

472
00:25:06,881 --> 00:25:08,088
ก็จะได้รู้ว่าภาษามือนี้มันใช้แบบนี้นะ เราก็นำภาษามือมาใช้

473
00:25:08,088 --> 00:25:12,088
ในการสื่อสาร

474
00:25:12,126 --> 00:25:13,474
ก็คนหูหนวกอื่น ๆ

475
00:25:13,474 --> 00:25:16,618
ก็จะได้รู้

476
00:25:16,618 --> 00:25:18,674
ได้เข้าใจตรงกัน

477
00:25:18,674 --> 00:25:22,674
ภาษาที่เราสื่อไปนะคะ

478
00:25:31,024 --> 00:25:34,436
สำหรับการบรรยายรายละเอียด

479
00:25:34,436 --> 00:25:38,436
ของวิชาภาษามือไทยก็หมดไปนะคะ

480
00:25:42,932 --> 00:25:44,994
เดี๋ยวตอนนี้

481
00:25:44,994 --> 00:25:47,367
อาจารย์จะให้เรา

482
00:25:47,367 --> 00:25:51,263
มาละลายพฤติกรรมนะ

483
00:25:51,263 --> 00:25:55,263
เดี๋ยวนะคะ

484
00:26:01,708 --> 00:26:03,246
ได้ขยับเขยื้อนตัวนะคะ

485
00:26:03,246 --> 00:26:07,246
เดี๋ยวอาจารย์หา...

486
00:26:15,732 --> 00:26:19,732
ใช่ ๆ

487
00:26:23,337 --> 00:26:27,337
เดี๋ยวพีี่ล่ามรอสักครู่นะคะ

488
00:27:38,189 --> 00:27:40,367
เดี๋ยวอาจารย์จะให้นักศึกษานะคะทุกคน

489
00:27:40,367 --> 00:27:42,309
ได้ขยับเขยื้อน

490
00:27:42,309 --> 00:27:46,309
ก่อนที่จะเรียนภาษามือนะ

491
00:27:48,113 --> 00:27:51,429
เป็นอวัจนภาษานะคะ

492
00:27:51,429 --> 00:27:54,540
เป็นอยู่ในกลุ่มหมวดเดียวกันของภาษามือเรานะ

493
00:27:54,540 --> 00:27:58,540
คือ การแสดงท่าทาง

494
00:28:00,053 --> 00:28:02,604
แทนการเขียน การอ่าน การพูดนะคะ

495
00:28:02,604 --> 00:28:06,604
เขาเรียกว่า "อวัจนภาษา

496
00:28:07,091 --> 00:28:11,091
" เดี๋ยวอาจารย์จะให้พวกเรานะคะ

497
00:28:12,592 --> 00:28:13,860
ทำท่าตามภาพที่อาจารย์ขึ้นโชว์นะคะ

498
00:28:13,860 --> 00:28:17,860
เดี๋ยวให้พี่พลอย พี่

499
00:28:19,829 --> 00:28:23,829
อุ้ยนะคะ ช่วยถ่ายรูปน้อง ๆ ไว้ในกิจกรรมการเรียนของเรานะคะ

500
00:28:26,377 --> 00:28:28,683
จะเพิ่มจำนวนคนเป็นทีละจำนวนนะคะ

501
00:28:28,683 --> 00:28:30,013
ให้นักศึกษายืน

502
00:28:30,013 --> 00:28:32,713
ค่ะ นักศึกษายืน

503
00:28:32,713 --> 00:28:36,552
เคลื่อนไหวนะคะ

504
00:28:36,552 --> 00:28:40,552
เป็นการแสดงอวัจนภาษา

505
00:28:44,050 --> 00:28:47,441
ในภาษามือเรานะคะ

506
00:28:47,441 --> 00:28:49,776
ก็จะมีการแสดง

507
00:28:49,776 --> 00:28:51,621
ทั้งท่ามือใช่ไหมคะ

508
00:28:51,621 --> 00:28:52,581
สีหน้า

509
00:28:52,581 --> 00:28:55,126
ท่าทาง

510
00:28:55,126 --> 00:28:59,126
ตำแหน่งของมือนะคะ

511
00:29:01,150 --> 00:29:03,448
อาจารย์ก็ให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการแสดง

512
00:29:03,448 --> 00:29:05,126
ออกทางวัจนภาษานะคะ

513
00:29:05,126 --> 00:29:06,467
ด้วยการทำท่า

514
00:29:06,467 --> 00:29:08,324
ตามภาพนี้นะคะ

515
00:29:08,324 --> 00:29:11,213
แต่ละภาพนะคะ

516
00:29:11,213 --> 00:29:13,562
แล้วให้พี่ ๆ เก็บภาพ

517
00:29:13,562 --> 00:29:17,096
เพื่อเป็นภาพความประทับใจ

518
00:29:17,096 --> 00:29:18,011
ภาพที่ 1 นะคะ ทำอย่างไรคะ ภาพที่ 1

519
00:29:18,011 --> 00:29:20,522
ภาพที่ 1

520
00:29:20,522 --> 00:29:22,751
สีหน้าอย่างไรคะ

521
00:29:22,751 --> 00:29:25,997
แสดงสีหน้าออกอย่างไรคะ

522
00:29:25,997 --> 00:29:29,997
แสดงสีหน้าด้วยนะคะ

523
00:29:30,499 --> 00:29:33,707
อุบลทำได้ไหม อุบลอยู่ไหน

524
00:29:33,707 --> 00:29:35,670
// อุบลไปห้องน้ำ

525
00:29:35,670 --> 00:29:39,670
(อาจารย์) ไปนานหรือยัง

526
00:29:41,507 --> 00:29:43,755
โอเคใช่ไหมคะ อันนี้

527
00:29:43,755 --> 00:29:47,488
เราก็สามารถนำไปใช้ใน

528
00:29:47,488 --> 00:29:49,505
ตอนที่เราไปเที่ยวได้นะคะ

529
00:29:49,505 --> 00:29:52,719
ถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ

530
00:29:52,719 --> 00:29:54,659
โอเคต่อไปค่ะ

531
00:29:54,659 --> 00:29:58,497
ภาพที่ 2 นะคะ

532
00:29:58,497 --> 00:29:59,826
ทุกคนจะมีปฏิสัมพันธ์กันนะคะ

533
00:29:59,826 --> 00:30:01,188
จะทำอย่างไรคะ

534
00:30:01,188 --> 00:30:04,516
จับคู่ค่ะ

535
00:30:04,516 --> 00:30:07,840
มิ่งกับอันนี้จับคู่กันลูก

536
00:30:07,840 --> 00:30:11,840
ปฏิสัมพันธ์กันค่ะ

537
00:30:14,399 --> 00:30:18,399
ทำท่าไหนคะ

538
00:30:18,846 --> 00:30:22,846
ต้องทำอย่างไรเอ่ย

539
00:30:26,615 --> 00:30:30,271
โอเค ต่อไปนะคะ

540
00:30:30,271 --> 00:30:34,271
จำนวน 3 คน

541
00:30:35,005 --> 00:30:38,773
3 3 ทำอย่างไร

542
00:30:38,773 --> 00:30:42,773
3 คน

543
00:30:54,729 --> 00:30:58,522
โอเค ได้ไหมคะพี่พลอย

544
00:30:58,522 --> 00:31:02,522
ต่อไป 4 คน

545
00:31:10,299 --> 00:31:12,214
4 คน

546
00:31:12,214 --> 00:31:14,205
4 คน

547
00:31:14,205 --> 00:31:16,048
แต่ละคน

548
00:31:16,048 --> 00:31:17,603
จะคนละท่าค่ะ

549
00:31:17,603 --> 00:31:21,603
คนละท่า

550
00:31:22,503 --> 00:31:26,503
อาจจะให้พี่อุ้ยกับพี่พลอยช่วยนะคะ 4 คน

551
00:31:27,136 --> 00:31:31,136
ให้พี่อุ้ยอยู่ข้างหน้า 1 2 3 4

552
00:31:32,798 --> 00:31:34,326
ใครเป็น

553
00:31:34,326 --> 00:31:38,326
L L

554
00:31:39,544 --> 00:31:41,978
คน V นะคะ เอาเป็น V อย่างนี้ก็ได้นะคะ

555
00:31:41,978 --> 00:31:45,454
V อย่างนี้ก็ได้นะคะ

556
00:31:45,454 --> 00:31:46,940
คน V นะคะ

557
00:31:46,940 --> 00:31:49,684
คน

558
00:31:49,684 --> 00:31:53,684
O คน O จะเอาท่าแบบไหน

559
00:31:57,729 --> 00:32:00,358
ให้พวกเราในภาพที่ 4 ให้พวกเราประยุกต์เอานะคะ อาจจะไม่ทำท่าเหมือนเขาก็ได้นะคะ มันอันตรายนะ

560
00:32:00,358 --> 00:32:01,930
คะ L

561
00:32:01,930 --> 00:32:05,239
L

562
00:32:05,239 --> 00:32:09,239
O ทำอย่างไรค ะ ใคร

563
00:32:09,413 --> 00:32:10,904
O

564
00:32:10,904 --> 00:32:12,825
L O

565
00:32:12,825 --> 00:32:16,825
O อย่างนี้

566
00:32:18,789 --> 00:32:20,885
V E  ทำอย่างไร

567
00:32:20,885 --> 00:32:24,885
E นี่นะคะ

568
00:32:28,662 --> 00:32:31,421
มิ่ง มิ่ง มิ่ง ไปอยู่กลุ่มนั้น

569
00:32:31,421 --> 00:32:35,421
4 คน

570
00:32:38,636 --> 00:32:42,636
มิ่งได้ยินไหม

571
00:32:45,328 --> 00:32:47,178
พร้อมกันนะคะ ไหน L กลุ่มนี้กลุ่มนี้

572
00:32:47,178 --> 00:32:50,498
L L L

573
00:32:50,498 --> 00:32:52,349
O ทำอย่างไรคะ O

574
00:32:52,349 --> 00:32:53,953
V

575
00:32:53,953 --> 00:32:57,030
V

576
00:32:57,030 --> 00:33:00,256
V

577
00:33:00,256 --> 00:33:02,981
(เจ้าหน้าที่) V ค้างไว้

578
00:33:02,981 --> 00:33:05,245
V ค้างไว้

579
00:33:05,245 --> 00:33:08,612
V ค้างไว้

580
00:33:08,612 --> 00:33:12,612
V

581
00:33:19,058 --> 00:33:20,658
ค้างไว้ ค้างไว้

582
00:33:20,658 --> 00:33:23,965
ค้างไว้

583
00:33:23,965 --> 00:33:27,965
(อาจารย์) V นะคะ

584
00:33:32,920 --> 00:33:36,360

585
00:33:36,360 --> 00:33:38,279
โอเค ต่อไปนะคะ จำนวน 5 คนนะคะ

586
00:33:38,279 --> 00:33:42,279
5 คน

587
00:33:46,128 --> 00:33:47,845
5 คนอาจจะไม่ต้องใช้ครบก็ได้นะคะ ต่อกัน

588
00:33:47,845 --> 00:33:50,600
ต่อกัน

589
00:33:50,600 --> 00:33:53,926
ใครคนที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4

590
00:33:53,926 --> 00:33:56,137
4 คนก็ได้กลุ่มละ 4 คนนะคะ

591
00:33:56,137 --> 00:33:57,969
กลุ่มละ 4 คน

592
00:33:57,969 --> 00:33:59,813
ตรงนี้เลยค่ะ

593
00:33:59,813 --> 00:34:03,813
โล่ง ๆ ตรงนี้เลย

594
00:34:04,343 --> 00:34:08,311
คนแรกสิ อุบล

595
00:34:08,311 --> 00:34:11,398
่ะ ตรงเลย

596
00:34:11,398 --> 00:34:15,398
(เจ้าหน้าที่) ได้ 4 คน

597
00:34:25,356 --> 00:34:27,538
(อาจารย์)  คนนี้ได้แล้ว

598
00:34:27,538 --> 00:34:29,966
(เจ้าหน้าที่)เดี๋ยวถ่ายรูปก่อน

599
00:34:29,966 --> 00:34:32,660
พร้อมนะ

600
00:34:32,660 --> 00:34:35,293
1 2 3

601
00:34:35,293 --> 00:34:37,148
1 2 3

602
00:34:37,148 --> 00:34:41,148
โอเค ตรงนี้ยังไม่ได้

603
00:34:48,556 --> 00:34:52,556
คนสูงน่ะ

604
00:34:53,093 --> 00:34:57,093
โอเค

605
00:35:02,639 --> 00:35:05,342
ลดต่ำลงอีก

606
00:35:05,342 --> 00:35:08,415
มองกล้องนะคะ มองกล้อง

607
00:35:08,415 --> 00:35:10,333
พร้อมนะ 1 2 3

608
00:35:10,333 --> 00:35:13,283
1 2 3 โอเค

609
00:35:13,283 --> 00:35:16,975
ต่อไป 6 คน

610
00:35:16,975 --> 00:35:18,984
(อาจารย์)  6 คนให้รวมทั้งห้องเลยนะคะ

611
00:35:18,984 --> 00:35:22,588
ให้รวมทั้งห้องเลย

612
00:35:22,588 --> 00:35:23,856
(เจ้าหน้าที่) รวมเลยข้างหน้าเลย ข้างหน้าเลย

613
00:35:23,856 --> 00:35:27,856
ข้างหน้าเลย

614
00:35:28,622 --> 00:35:32,622
ต้องมีคนอยู่กลาง

615
00:35:32,626 --> 00:35:34,959
6 คน

616
00:35:34,959 --> 00:35:38,011
จัดสรรกันดูจะทำอย่างไร

617
00:35:38,011 --> 00:35:42,011
เร็ว ๆ เร็ว ๆ (อาจารย์)

618
00:35:42,174 --> 00:35:45,781
เพราะวิชานี้จะได้เคลื่อนไหวค่ะ

619
00:35:45,781 --> 00:35:47,442
ขยับเขยื้อนนะคะ วันนี้ให้ทำอะไร

620
00:35:47,442 --> 00:35:48,962

621
00:35:48,962 --> 00:35:51,597
กางอย่างนี้อย่างนี้

622
00:35:51,597 --> 00:35:54,610
(อาจารย์)  ช่วยกันออกแบบด้วยนะคะ

623
00:35:54,610 --> 00:35:58,610
เขาทำอย่างไรเอ่ย

624
00:36:02,754 --> 00:36:04,272
(เจ้าหน้าที่) กางแขนลงมากลางขึ้นไป

625
00:36:04,272 --> 00:36:08,002
นั่นแหละ

626
00:36:08,002 --> 00:36:10,616
แล้วใครต่อ

627
00:36:10,616 --> 00:36:12,807
อุบลกางแขนออก

628
00:36:12,807 --> 00:36:15,102
อุบลกางแขนออก

629
00:36:15,102 --> 00:36:19,102
(อาจารย์)  กว่าจะได้แต่ละรูป

630
00:36:22,671 --> 00:36:26,671
(เจ้าหน้าที่) อันนี้ อันนี้จับมือกัน

631
00:36:30,334 --> 00:36:34,334
(อาจารย์) มันมี 6 คนนะ

632
00:36:39,009 --> 00:36:42,147
โอเค ให้บาสเป็นคนออกคำสั่ง (เจ้าหน้าที่) ใช่เหรอ

633
00:36:42,147 --> 00:36:45,389
ใช่เหรอ ทำไมมันเป็นแบบนี้

634
00:36:45,389 --> 00:36:49,389
(อาจารย์)  โอเค

635
00:36:52,286 --> 00:36:55,276
แล้วก็เดี๋ยวให้บาสมายืนร่วมข้าง ๆ เพื่อน

636
00:36:55,276 --> 00:36:58,157
รอ ๆ

637
00:36:58,157 --> 00:37:00,334
เอาอีกเหมือนเดิม

638
00:37:00,334 --> 00:37:03,893
(เจ้าหน้าที่) ยืน

639
00:37:03,893 --> 00:37:07,531
ๆ (อาจารย์) กลางดาวกลางดาว

640
00:37:07,531 --> 00:37:10,769
ถ่ายรูปกลุ่มไว้นั่นแหละ

641
00:37:10,769 --> 00:37:14,769
1 2 3

642
00:37:18,397 --> 00:37:22,397
ต่อไป

643
00:37:27,545 --> 00:37:31,080
7 คนเราเกินแล้วน่ะ ไม่เป็นอะไรนะ

644
00:37:31,080 --> 00:37:34,749
ได้ไหม ได้ไหม

645
00:37:34,749 --> 00:37:37,193
(เจ้าหน้าที่) 7 พอดีที่ (อาจารย์)  มี 7

646
00:37:37,193 --> 00:37:39,408
7 คนต่อไป 7 คน

647
00:37:39,408 --> 00:37:43,195
(เจ้าหน้าที่) ใครจะอยู่น่าจะอยู่หลัง

648
00:37:43,195 --> 00:37:47,195
(อาจารย์) พื้นที่นู่นตรงกลางไม่พอ

649
00:37:47,809 --> 00:37:49,736
(เจ้าหน้าที่)มา ๆ จะได้ถ่ายรูปเก็บไว้

650
00:37:49,736 --> 00:37:51,757
เผื่อตอนวันจบ

651
00:37:51,757 --> 00:37:55,757
แล้วเอามาเปิดดู

652
00:37:59,075 --> 00:38:03,075
(อาจารย์)  วันจบไม่แน่ล่ะอาจจะปี 3 ปี 4 อาจจะได้ไปเที่ยวอีก

653
00:38:04,489 --> 00:38:08,489
จะได้จำถ้าไปเที่ยวนะคะ ถ่ายรูปไปเที่ยว

654
00:38:12,403 --> 00:38:16,046
(เจ้าหน้าที่) มา ๆ เข้ามาเร็ว ๆ

655
00:38:16,046 --> 00:38:19,899
ใครก่อน

656
00:38:19,899 --> 00:38:23,899
อุบลมาก่อน มานี่ก่อน

657
00:38:31,876 --> 00:38:33,549
ไม่ ๆ อย่างนี้ก็พอ

658
00:38:33,549 --> 00:38:37,549
ย่อ ๆ อย่างนี้

659
00:38:37,585 --> 00:38:41,585
เอาคนแรกก่อน คนแรก

660
00:38:42,832 --> 00:38:44,953
คนที่ 1 คนที่ 1 อ้วนยืน

661
00:38:44,953 --> 00:38:48,953
(อาจารย์)  ยืนตำแหน่งตัวเอง

662
00:38:48,963 --> 00:38:52,963

663
00:38:53,484 --> 00:38:55,193
คน 1 คน 2 คน 3 คน 4

664
00:38:55,193 --> 00:38:59,193
คนที่เท่าไร

665
00:39:04,030 --> 00:39:06,603
เอาตัวนี้เหรอ ตัวผอม ๆ วางไว้ข้างหลัง

666
00:39:06,603 --> 00:39:09,476
ใส่กระโปรงไง

667
00:39:09,476 --> 00:39:13,476
(เจ้าหน้าที่) เอาอย่างนี้ก็ได้ไหม

668
00:39:21,332 --> 00:39:25,332
อันนี้ อันนี้

669
00:39:27,180 --> 00:39:31,180
ให้อุบลหงายเหรอ

670
00:39:32,681 --> 00:39:33,556
โอเค ลองทดสอบ

671
00:39:33,556 --> 00:39:35,749

672
00:39:35,749 --> 00:39:39,749
ดูนะคะ เอาเลย

673
00:39:42,606 --> 00:39:44,534
จับไหล่กันนะคะ

674
00:39:44,534 --> 00:39:48,534
จับต่อ ๆ กันนะคะ

675
00:39:53,356 --> 00:39:57,356
เดี๋ยวเด้อ เดี๋ยวรอถ่ายรูปก่อน

676
00:40:00,868 --> 00:40:04,868
โอเค มองกล้อง มองกล้อง มองกล้อง

677
00:40:07,203 --> 00:40:08,945
มองกล้อง  (เจ้าหน้าที่) เอาเลย เอาเลย

678
00:40:08,945 --> 00:40:11,558
เอาเลยเอาเลยเร็ว ๆ

679
00:40:11,558 --> 00:40:14,134
(อาจารย์) 1 2 3

680
00:40:14,134 --> 00:40:18,134
1 2 3 โอเค

681
00:40:22,035 --> 00:40:24,644
ต่อไป ต่อไปภาพนี้ค่ะ ภาพนี้ ภาพนี้ให้ง่าย

682
00:40:24,644 --> 00:40:28,644
ๆ ต่อกัน ต่อกัน

683
00:40:28,841 --> 00:40:32,841
หันหน้ามา หันหน้ามาทางนี้

684
00:40:34,298 --> 00:40:38,298
(เจ้าหน้าที่) หันหน้ามาทางไหน (อาจารย์)  หันหน้ามาเข้าโต๊ะ

685
00:40:41,311 --> 00:40:44,965
เอาชิดกัน เข่าชนกัน

686
00:40:44,965 --> 00:40:48,329
เข่าชนกัน เข่าต้องชนกันนะคะ

687
00:40:48,329 --> 00:40:52,329
เข่าชนกัน

688
00:40:55,269 --> 00:40:58,522
พร้อมนะคะ มองกล้อง

689
00:40:58,522 --> 00:41:01,623
1 2 3

690
00:41:01,623 --> 00:41:05,623
1 2 3 โอเค

691
00:41:06,209 --> 00:41:08,860
ต่อไปภาพนี้ค่ะ

692
00:41:08,860 --> 00:41:12,860
มีอยู่ 10 ภาพนะ

693
00:41:15,770 --> 00:41:18,506
ยืนอย่างไรก็ได้ให้มือต่อกันค่ะ แล้วก็ให้เห็นหน้าคนนะคะ

694
00:41:18,506 --> 00:41:22,506
ยืนอย่างไรก็ได้

695
00:41:23,175 --> 00:41:26,198
โอเค

696
00:41:26,198 --> 00:41:29,410
ต่อกันแล้วให้เห็นหน้านะคะ

697
00:41:29,410 --> 00:41:31,987
เอามือเดียว มือเดียวนะคะ

698
00:41:31,987 --> 00:41:34,530
เอาต่ำลงอีก

699
00:41:34,530 --> 00:41:36,967
โอ

700
00:41:36,967 --> 00:41:40,685
เค เห็นหน้าครบแล้วใช่ไหม

701
00:41:40,685 --> 00:41:44,685
ให้เห็นหน้าครบนะคะ ให้เห็นหน้าครบ

702
00:41:46,150 --> 00:41:50,150
มือใครมือมิ่ง มือไอ้นั่นซ้อน

703
00:41:59,069 --> 00:42:03,069
เอาหลบมือนะคะ

704
00:42:03,645 --> 00:42:05,507
รูปที่ 9 ต่อไปรูปที่ 10

705
00:42:05,507 --> 00:42:09,507
10 10

706
00:42:11,110 --> 00:42:12,767
ใบพัดค่ะ ใบพัด

707
00:42:12,767 --> 00:42:16,767
เรามี 7 คน

708
00:42:17,730 --> 00:42:20,649
ก็อยู่ตรงกลาง แล้วก็อยู่ 3 คนทางซ้ายกับขวานะคะ

709
00:42:20,649 --> 00:42:22,869
ซ้าย 3 ขวา 3 นะคะ

710
00:42:22,869 --> 00:42:26,869
ยืนซ้อนหลังน่ะ

711
00:42:27,952 --> 00:42:30,567
เวลาที่คนอวบ ๆ อ้วน ๆ

712
00:42:30,567 --> 00:42:34,567
เขาจะยืนซ้อนหลังเพื่อน

713
00:42:36,092 --> 00:42:40,092
ก็จะให้คนผอมอยู่ข้างหน้านะคะ

714
00:42:42,924 --> 00:42:46,924
ก็ต่อแถวกันนั่นแหละ เป็น V ยืน

715
00:42:48,330 --> 00:42:51,206
ยื่น V เฉย ๆ

716
00:42:51,206 --> 00:42:55,206
นั่นแหละก็ต่อแถว V ไปข้างหลังน่ะ

717
00:43:02,046 --> 00:43:05,070
อันนี้ 2 คน 2 คน

718
00:43:05,070 --> 00:43:06,243
ก็ต่อไหล่น่ะ ต่อไหล่

719
00:43:06,243 --> 00:43:10,243
อย่างนั้นแหละ

720
00:43:10,542 --> 00:43:11,965

721
00:43:11,965 --> 00:43:15,965
โอเค

722
00:43:16,435 --> 00:43:20,435
ได้ ก็แค่ให้มันเห็นหน้าไง

723
00:43:20,550 --> 00:43:22,646

724
00:43:22,646 --> 00:43:24,126
ให้มันเห็นหน้า

725
00:43:24,126 --> 00:43:26,056
ให้มันเห็นหน้า

726
00:43:26,056 --> 00:43:27,514
(เจ้าหน้าที่) ฟ้า

727
00:43:27,514 --> 00:43:31,514
เงยหน้าขึ้นมา

728
00:43:33,551 --> 00:43:37,551
(อาจารย์) โอเค

729
00:43:44,131 --> 00:43:48,131
(เจ้าหน้าที่) มิ่ง ๆ เขยิบมานิดหนึ่ง (อาจารย์)  โอเค นิดหนึ่ง

730
00:43:48,286 --> 00:43:49,641
1 2 3 1 2 3

731
00:43:49,641 --> 00:43:53,641
โอเค

732
00:44:12,493 --> 00:44:16,493
อันนี้ก็เป็นการรีแลกซ์กันนะ

733
00:44:18,468 --> 00:44:21,893
เพราะว่าเดี๋ยวต่อไปเราจะได้มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนในห้องเรียนนะคะ

734
00:44:21,893 --> 00:44:25,254
ก็จะมีการใช้ภาษามือด้วย

735
00:44:25,254 --> 00:44:29,089
การใช้การแสดงสีหน้านะคะ

736
00:44:29,089 --> 00:44:32,046
ควบคู่กับการใช้ภาษามือนะคะ

737
00:44:32,046 --> 00:44:33,690
อันนี้จำนวนกี่คนเอ่ย

738
00:44:33,690 --> 00:44:35,955
ภาษามือ

739
00:44:35,955 --> 00:44:37,810
ทบทวน ๆ หูหนวก

740
00:44:37,810 --> 00:44:41,615
หนูดีล่ะคะ ได้ไหม

741
00:44:41,615 --> 00:44:43,759
1 ทำอย่างไรคะ 1 อันนี้ 1 นะคะ

742
00:44:43,759 --> 00:44:47,759
อันนี้คือจำนวน 1 คนนะ

743
00:44:51,665 --> 00:44:55,665
ภาพหลาย ๆ ภาพนี้นะคะ เราก็สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันเราได้นะคะ

744
00:44:55,948 --> 00:44:59,012
ในเวลาที่เราไปเที่ยวหรือถ่ายรูปกิจกรรม

745
00:44:59,012 --> 00:45:02,545
อันนี้ก็จะเป็นถ่ายคนเดียวนะคะ

746
00:45:02,545 --> 00:45:05,966
ต่อไปก็จะเพิ่มจำนวนเพิ่มขึ้นนะคะ

747
00:45:05,966 --> 00:45:09,508
ภาษามือมีจำนวนกี่คนคะ

748
00:45:09,508 --> 00:45:13,508
2 นะคะ

749
00:45:13,888 --> 00:45:16,437
ต่อไปจำนวน 3

750
00:45:16,437 --> 00:45:17,838
ทำไมไม่ 3 แบบนี้คะ

751
00:45:17,838 --> 00:45:21,838
ภาษามือ

752
00:45:25,659 --> 00:45:29,659
เพราะว่าอันนี้ก็ได้มีผู้ที่ตั้งภาษามือไว้แล้วนะคะ

753
00:45:31,747 --> 00:45:35,747
ก็เลยให้ถามเป็นแบบนี้ ทำไมไม่ 3 แบบนี้นะคะ

754
00:45:35,969 --> 00:45:39,969
เพราะมันเอาภาษามือมาจากอเมริกานะคะ

755
00:45:43,236 --> 00:45:46,287
เราก็เลยไม่สามารถที่จะตั้งเองนะคะ เพราะว่าเราเอามาจากที่อื่นด้วยนะคะ

756
00:45:46,287 --> 00:45:50,210
มาปรับปรุงใช้เป็นของเรานะคะ

757
00:45:50,210 --> 00:45:51,595
ก็เลยเป็นสัญลักษณ์แทน

758
00:45:51,595 --> 00:45:55,595
3 คือ แบบนี้นะคะ

759
00:45:57,597 --> 00:46:01,597
แต่คนหูดีคนทั่วไปเขาก็จะใช้ 3 แบบนี้นะ

760
00:46:02,893 --> 00:46:04,604
3 ที่เป็นนิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนางนะคะ

761
00:46:04,604 --> 00:46:07,130
เพราะว่า

762
00:46:07,130 --> 00:46:10,694
ในท่าภาษามือนี้ 3

763
00:46:10,694 --> 00:46:12,867
สัญลักษณ์อีกตัวหนึ่งนะคะ

764
00:46:12,867 --> 00:46:16,867
ที่ไม่ใช่เลข 3 นะคะ

765
00:46:18,902 --> 00:46:20,238
ต่อไปจำนวนเท่าไรคะ

766
00:46:20,238 --> 00:46:23,897
จำนวน 4

767
00:46:23,897 --> 00:46:26,701
อันนี้เขาสะกดว่าอย่างไรคะ

768
00:46:26,701 --> 00:46:30,701
เขาสะกดว่าอย่างไรเอ่ย

769
00:46:31,395 --> 00:46:33,958
ภาษามือว่าอย่างไรคะ จำได้ไหม

770
00:46:33,958 --> 00:46:36,659
อ๋อ แปลว่า "รัก" ใช่ไหม

771
00:46:36,659 --> 00:46:39,383
รัก อันนี้คือถ้าภาษามือไทยนะ

772
00:46:39,383 --> 00:46:42,028
ถ้าภาษามือของฝรั่ง

773
00:46:42,028 --> 00:46:44,077
ก็จะเป็นนิ้วมือใช่ไหมคะ นิ้วโป้ง

774
00:46:44,077 --> 00:46:48,077
นิ้วชี้ นิ้วก้อย

775
00:46:49,685 --> 00:46:53,685
อันนี้เขาเรียกว่าสัญลักษณ์ภาษามือนะคะ

776
00:46:55,151 --> 00:46:57,836
อันนี้เป็นทั่วไปใช่ไหมคะ เป็นทั่วโลกสากลใช่ไหมคะ

777
00:46:57,836 --> 00:47:01,836
รู้จักคำว่า "รัก" หรือตัวนี้นะคะ

778
00:47:02,141 --> 00:47:03,947
คำว่า "รัก" ภาษาอังกฤษในที่นี้มีตัวอะไรบ้างคะ

779
00:47:03,947 --> 00:47:05,882
มีตัว L

780
00:47:05,882 --> 00:47:06,943
L อย่างไรคะลูก

781
00:47:06,943 --> 00:47:08,368
L

782
00:47:08,368 --> 00:47:10,980
-O

783
00:47:10,980 --> 00:47:13,593
-V

784
00:47:13,593 --> 00:47:15,918
-E ใช่ไหมคะ

785
00:47:15,918 --> 00:47:19,918
ที่เอาแต่ละคน

786
00:47:20,812 --> 00:47:24,812
ทำท่าตามสัญลักษณ์ตามตัวอักษรภาษาอังกฤษนะคะ

787
00:47:25,468 --> 00:47:26,808
เป็น L-O-V-E คำว่า "Love

788
00:47:26,808 --> 00:47:30,808
" คำว่า "รัก" นะคะ

789
00:47:31,879 --> 00:47:34,621
อันนี้ก็ใช้ได้นะคะ

790
00:47:34,621 --> 00:47:37,843
เดี๋ยวภาพที่เราถ่ายเมื่อกี้นะ

791
00:47:37,843 --> 00:47:40,884
อาจจะไปให้น้อง

792
00:47:40,884 --> 00:47:44,884
ๆ ทำเป็นภาพ

793
00:47:46,215 --> 00:47:48,390
แสดงความยินดีกับพี่

794
00:47:48,390 --> 00:47:51,220
ที่จบไปอย่างนี้นะคะ

795
00:47:51,220 --> 00:47:55,220
ก็จะมีเห็นท่า

796
00:47:56,438 --> 00:48:00,438
หรือเราต่อไปเราอาจจะเอาท่านี้นะคะ ตอนที่เราใส่ชุดครุยนะคะ

797
00:48:01,866 --> 00:48:05,866
ไปถ่ายท่าแบบนี้ได้เหมือนกันนะคะ ภาพอดีตแล้วก็ปัจจุบันนะ

798
00:48:07,974 --> 00:48:11,974
ที่พี่พลอยถ่ายก็จะเป็นภาพอดีตตอนที่เราเรียนอยู่ เรามีกิจกรรมอะไรอย่างนี้นะคะ

799
00:48:13,157 --> 00:48:17,157
พอเราจบเราใส่ชุดครุย แล้วจะมาถ่ายท่านี้เหมือนเดิม

800
00:48:17,550 --> 00:48:21,550
จะเป็นภาพ Before After เป็นอดีตหรือปัจจุบัน

801
00:48:23,520 --> 00:48:26,844
อันนี้ก็จะเป็นจำนวนเท่าไรลูก กี่คนคะ

802
00:48:26,844 --> 00:48:30,844
จำนวนเท่าไรเอ่ย

803
00:48:31,003 --> 00:48:34,070
5 คนใช่ไหมคะ ภาษามือ 5

804
00:48:34,070 --> 00:48:36,751
ต่อไปเท่าไรคะ

805
00:48:36,751 --> 00:48:39,528
6

806
00:48:39,528 --> 00:48:42,086
คน มีความยุ่งยากไหมคะ ท่านี้

807
00:48:42,086 --> 00:48:46,086
ท่านี้มีความยุ่งยากนะคะ

808
00:48:46,893 --> 00:48:50,893
แล้วก็มีการพูดคุยสื่อสารกันระหว่างทำกิจกรรมนะ

809
00:48:52,212 --> 00:48:54,308
หรืออาจจะมีผู้นำ อย่างเช่น บาสเป็นผู้นำ

810
00:48:54,308 --> 00:48:56,606
ช่วยประสานให้เพื่อน

811
00:48:56,606 --> 00:48:59,654
จับมือเพื่อน

812
00:48:59,654 --> 00:49:03,654
หรือว่าชี้บอกตำแหน่งเพื่อนนะคะ

813
00:49:05,498 --> 00:49:06,928
ก็จะได้ภาพที่สวยงามมานะคะ เป็นภาพอะไรคะอันนี้

814
00:49:06,928 --> 00:49:08,854
ภาพอะไรคะ

815
00:49:08,854 --> 00:49:12,854
ภาพดาวใช่ไหมคะ

816
00:49:12,892 --> 00:49:15,589
เราก็จะได้เรียนรู้ภาษามือไปด้วยนะคะ

817
00:49:15,589 --> 00:49:19,589
ในการสื่อสารแล้วก็คำศัพท์

818
00:49:21,219 --> 00:49:23,913
ต่อไปอันนี้จำนวนกี่คนคะ

819
00:49:23,913 --> 00:49:26,205
จำนวน 7 คนนะคะ

820
00:49:26,205 --> 00:49:27,675
นักศึกษาว่า

821
00:49:27,675 --> 00:49:29,534
ภาพนี้น่ะค่ะ

822
00:49:29,534 --> 00:49:31,309
มันเป็น

823
00:49:31,309 --> 00:49:35,309
เหมือนกับภาพอะไรคะ

824
00:49:38,198 --> 00:49:40,237
ภาพนี้เหมือนภาพอะไรเอ่ย

825
00:49:40,237 --> 00:49:42,742
หมือนดอกไม้ไหม

826
00:49:42,742 --> 00:49:46,742
เหมือนดอกไม้ที่กำลังบานหรือคะ

827
00:49:47,842 --> 00:49:50,446
เหมือนพัด เหมือนพัด พี่พลอยบอกว่าเหมือนพัดใช่ไหมคะ

828
00:49:50,446 --> 00:49:54,446
อันนี้เหมือนพัดอะไรได้อีกคะ

829
00:49:54,916 --> 00:49:57,815
เหมือนพระอาทิตย์ไหม

830
00:49:57,815 --> 00:50:00,567
แสงพระอาทิตย์ยามเช้าหรือยามเย็นได้ไหมคะ

831
00:50:00,567 --> 00:50:04,548
แสงกระจายที่แตกออก

832
00:50:04,548 --> 00:50:08,283
เหมือนตอนเด็ก ๆ ใครวาดภูเขาแล้วก็พระอาทิตย์ใช่ไหม

833
00:50:08,283 --> 00:50:12,283
พอจะมีวงกลมแล้วก็มีเส้น ๆ เส้น ๆ ใช่ไหมคะ

834
00:50:13,249 --> 00:50:15,884
อันนี้ก็เป็นสัญลักษณ์ภาพนะคะ

835
00:50:15,884 --> 00:50:18,237
ตัวนี้ล่ะคะ

836
00:50:18,237 --> 00:50:21,112
วันนี้มีกี่คนเอ่ย

837
00:50:21,112 --> 00:50:21,942
จำนวนกี่คนคะ

838
00:50:21,942 --> 00:50:25,920
8

839
00:50:25,920 --> 00:50:29,115
มี 8 คน

840
00:50:29,115 --> 00:50:31,514
มันเป็นท่าอะไรเอ่ย ท่านี้

841
00:50:31,514 --> 00:50:33,594
เหมือนหลังคาไหมคะ

842
00:50:33,594 --> 00:50:37,392
เหมือนบ้านโบราณใช่ไหม

843
00:50:37,392 --> 00:50:38,722
บ้านไม้ที่แบบเป็นแหลม ๆ น่ะ

844
00:50:38,722 --> 00:50:42,722
เหมือนใช่ไหมคะ

845
00:50:46,378 --> 00:50:49,821
อันนี้ก็มาจากการจินตนาการนะคะ

846
00:50:49,821 --> 00:50:53,821
อยากถ่ายภาพออกมาให้เป็นเหมือนภาพอะไรนะคะ

847
00:50:54,098 --> 00:50:56,029
อันนี้

848
00:50:56,029 --> 00:50:58,416
จำนวนเท่าไรคะ

849
00:50:58,416 --> 00:50:59,415
จำนวนเท่าไร

850
00:50:59,415 --> 00:51:02,111
กี่คน

851
00:51:02,111 --> 00:51:05,004
10 หรือ 9

852
00:51:05,004 --> 00:51:09,004
จำนวนกี่คนคะ

853
00:51:13,771 --> 00:51:17,771
อันนี้เป็นการแสดงถึง

854
00:51:18,654 --> 00:51:20,434
การรวมพลังกันใช่ไหมคะ ความสามัคคีใช่ไหมคะ

855
00:51:20,434 --> 00:51:24,434
เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

856
00:51:26,731 --> 00:51:30,731
ทุกคนต่างมีจุดหมายเดียวกันนะคะ

857
00:51:31,818 --> 00:51:35,818
ก็คือทำฝ่ามือให้มันตรง แล้วก็ตั้ง ๆ ตั้ง ๆ ให้ชนกัน

858
00:51:36,286 --> 00:51:39,279
อันนี้ก็สามารถนำไปถ่ายรูปได้นะคะ

859
00:51:39,279 --> 00:51:43,279
แล้วก็ให้เห็นมือจุดที่เด่น แล้วก็

860
00:51:44,103 --> 00:51:48,103
มือของใครมีส่วนร่วม อันนี้คือความสามัคคีนะ

861
00:51:49,736 --> 00:51:53,736
แล้วก็มีให้เห็นหน้าทุกคน ก็คือเข้ามาให้ทำงาน

862
00:51:55,360 --> 00:51:58,555
หลังจากเสร็จงานอย่างนี้ค่ะ เราสามารถถ่ายเป็นภาพนี้ก็ได้นะคะ

863
00:51:58,555 --> 00:52:01,321
ภาพนี้

864
00:52:01,321 --> 00:52:03,243
10 คนนะคะ

865
00:52:03,243 --> 00:52:05,669
ก็จะเป็น

866
00:52:05,669 --> 00:52:08,291
... ทุกคนมีส่วนร่วม

867
00:52:08,291 --> 00:52:12,264
ในรูปนี้นะคะ

868
00:52:12,264 --> 00:52:15,003
เป็นการประหยัดพื้นที่นะคะ

869
00:52:15,003 --> 00:52:18,190
การถ่ายรูปที่แบบใหม่

870
00:52:18,190 --> 00:52:21,051
ไม่ใช่แค่ 2 นิ้ว Mini Heart ใช่ไหมคะ

871
00:52:21,051 --> 00:52:25,051
ให้ภาพมันออกมาสวยได้

872
00:52:25,257 --> 00:52:29,257
ทั้งหมดนี้นะคะ

873
00:52:31,366 --> 00:52:33,995
ทั้งหมดนี้นะคะ ก็เป็น

874
00:52:33,995 --> 00:52:34,878
การรีแลกซ์

875
00:52:34,878 --> 00:52:38,878
นะคะ

876
00:52:40,577 --> 00:52:44,577
ต่อไปเราจะได้เรียนภาษามือก็จะมีการเคลื่อนไหวกัน การสลับก

877
00:52:46,657 --> 00:52:50,340
ัน แต่ส่วนมากเราก็จะเน้นในการพูดคุยนะคะ

878
00:52:50,340 --> 00:52:54,340
พูดคุยที่เป็นภาษามือ คำศัพท์ภาษามือนะ

879
00:53:19,643 --> 00:53:23,560
ต่อไปนะคะ

880
00:53:23,560 --> 00:53:26,976
ทำไมเราถึงมีภาษามือ

881
00:53:26,976 --> 00:53:29,972
เบื้องต้นก่อนนะคะ ให้เรามารู้จัก

882
00:53:29,972 --> 00:53:30,806
ว่าภาษามือทำไมต้องมี

883
00:53:30,806 --> 00:53:34,806
เพราะ

884
00:53:36,126 --> 00:53:40,126
มีกลุ่มที่มี บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

885
00:53:42,072 --> 00:53:44,752
ชื่อเต็ม ๆ มันก็จะบอก ว่าทุกคนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

886
00:53:44,752 --> 00:53:48,731
และสื่อความหมายนะคะ

887
00:53:48,731 --> 00:53:50,402
เพราะว่าปัญหานี้นะคะ

888
00:53:50,402 --> 00:53:53,618
คน

889
00:53:53,618 --> 00:53:56,484
ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

890
00:53:56,484 --> 00:53:59,949
ก็คือไม่สามารถได้ยิน

891
00:53:59,949 --> 00:54:01,048
พอมีบกพร่องทางการได้ยิน

892
00:54:01,048 --> 00:54:04,128
ก็จะมี

893
00:54:04,128 --> 00:54:08,128
ปัญหาในการสื่อความหมายออกมานะคะ

894
00:54:08,622 --> 00:54:12,622
เพราะว่าเขาไม่ได้ยิน เขาก็เลยไม่ได้รับเสียงนั้นมานะคะ

895
00:54:13,478 --> 00:54:15,522
ก็เลยทำให้เขาเปล่งเสียงนั้น ออกไปได้ไม่ชัด

896
00:54:15,522 --> 00:54:19,522
เหมือนกับคนปกตินะคะ

897
00:54:23,331 --> 00:54:25,850
ถ้าได้รับการฝึกฝน

898
00:54:25,850 --> 00:54:29,850
มันก็ยังมีปัญหาอยู่นะคะ

899
00:54:30,525 --> 00:54:34,525
สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินและสื่อความหมาย

900
00:54:37,169 --> 00:54:39,907
เพราะเขามีปัญหาในการรับฟังมาตั้งแต่ทีแรก เขาจึงไม่สามารถที่จะเรียนเสียงในการ

901
00:54:39,907 --> 00:54:43,907
พูด ให้ได้เหมือนกับคนปกตินะคะ

902
00:54:45,818 --> 00:54:48,072
อันนี้ก็จะเป็นของในส่วนของเพื่อนที่เป็นคนหูตึงนะคะ

903
00:54:48,072 --> 00:54:52,072
อย่างเช่น มิ่งอย่างนี้ค่ะ

904
00:54:53,322 --> 00:54:55,049
ถ้าไม่ค่อยได้ยินมีการรับสารนั้น พอส่งสารมันออกไป

905
00:54:55,049 --> 00:54:56,701
ว่าจะเป็นเท่ากับ

906
00:54:56,701 --> 00:55:00,701
ที่ได้ยินมานะคะ

907
00:55:07,983 --> 00:55:11,505
ความหมายของผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินนะคะ

908
00:55:11,505 --> 00:55:15,505
ก็คือผู้ที่สูญเสียการได้ยิน

909
00:55:20,167 --> 00:55:22,151
คือ ไม่ได้ยินเลยนะคะ หรือประมาณ

910
00:55:22,151 --> 00:55:26,151
89 เดซิเบล

911
00:55:27,195 --> 00:55:30,203
เสียงขนาด 89 เดซิเบลขึ้นไป ถ้าไม่ได้ยิน

912
00:55:30,203 --> 00:55:31,869
มันจะมีเครื่องวัดเสียงนะคะ

913
00:55:31,869 --> 00:55:35,018
ถ้าไม่ได้ยิน

914
00:55:35,018 --> 00:55:39,018
ก็แสดงว่าเป็นหูหนวก

915
00:55:40,664 --> 00:55:42,077
การได้ยินของคนเราก็จะมีอยู่ 2 ข้างนะคะ หูข้างซ้ายกับหูข้างขวา

916
00:55:42,077 --> 00:55:44,115
ในการวัด

917
00:55:44,115 --> 00:55:48,067
การได้ยินนะคะ

918
00:55:48,067 --> 00:55:51,430
ก็จะวัดทั้ง 2 ข้างนะคะ

919
00:55:51,430 --> 00:55:53,206
วัดข้างใดข้างหนึ่งที่ได้ยินมากที่สุด

920
00:55:53,206 --> 00:55:55,518
จะเอามาคำนวณ

921
00:55:55,518 --> 00:55:59,518
มาประเมินการได้ยินนะคะ

922
00:56:00,202 --> 00:56:04,202
กลุ่มคนบกพร่องทางการได้ยินนะคะ

923
00:56:05,136 --> 00:56:06,676
จะแบ่งอยู่เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มหูตึงนะคะ

924
00:56:06,676 --> 00:56:08,838
กลุ่มหูตึง

925
00:56:08,838 --> 00:56:11,402
ก็คือสามารถได้ยินเสียง

926
00:56:11,402 --> 00:56:15,206
ได้ยินในระดับ

927
00:56:15,206 --> 00:56:17,554
ตั้งแต่ 89 เดซิเบลลงมานะคะ

928
00:56:17,554 --> 00:56:20,140
สามารถได้ยิน

929
00:56:20,140 --> 00:56:22,743
ก็เป็นคนบุคคลหูตึงนะคะ

930
00:56:22,743 --> 00:56:26,743
หรืออาจจะมากกว่านั้น

931
00:56:26,912 --> 00:56:28,701
เป็นเสียงที่เราพูด

932
00:56:28,701 --> 00:56:30,175
ต่อหน้ากัน

933
00:56:30,175 --> 00:56:32,232
ประมาณ

934
00:56:32,232 --> 00:56:36,232
สัก 3 เมตร

935
00:56:36,581 --> 00:56:39,860
ใช้น้ำเสียงปกติที่สามารถได้ยินน่ะ

936
00:56:39,860 --> 00:56:43,840
ก็แสดงว่าเป็นหูปกติ

937
00:56:43,840 --> 00:56:46,901
แต่ถ้าเกินนั้น อาจจะได้ใช้การตะโกนใส่กันอย่างนี้

938
00:56:46,901 --> 00:56:50,901
อาจจะเป็นกลุ่มคนหูตึงแล้วนะคะ

939
00:56:57,106 --> 00:56:59,838
และกลุ่มที่ 2 ก็จะเป็นกลุ่มของคนหูหนวกนะคะ

940
00:56:59,838 --> 00:57:03,838
กลุ่มของคนหูหนวกนี่

941
00:57:04,208 --> 00:57:08,208
ส่วนมากก็จะพ่วงมากับการพูดไม่ได้นะคะ

942
00:57:08,688 --> 00:57:12,688
ก็เกิดจากที่เขาไม่ได้ยิน ไม่ได้ฝึก

943
00:57:12,842 --> 00:57:16,842
ไม่ได้รับการได้ยิน ก็เลยไม่ได้ฝึกการพูดออกไป

944
00:57:17,953 --> 00:57:21,445
ก็เลยบกพร่องทางการพูด ในการสื่อสารด้วยนะคะ

945
00:57:21,445 --> 00:57:25,445
ในคนกลุ่มนี้นะคะ

946
00:57:27,659 --> 00:57:29,303
ก็จะมีสาเหตุมาจาก 2 ส่วน แต่ส่วนใหญ่ ๆ

947
00:57:29,303 --> 00:57:33,303
ก็จะเป็นมาจาก

948
00:57:34,561 --> 00:57:37,898
เป็นหูหนวกมาตั้งแต่กำเนิดนะคะ

949
00:57:37,898 --> 00:57:41,898
ก็คือหูก็ไม่ได้ยิน

950
00:57:42,140 --> 00:57:44,754
ปากก็เลยพูดไม่ได้นะคะ ถ้าเป็นแบบนี้

951
00:57:44,754 --> 00:57:46,601
ในการฝึกพัฒนาการพูด

952
00:57:46,601 --> 00:57:49,482
จะไม่มีนะคะ

953
00:57:49,482 --> 00:57:53,482
ไม่ได้รับการฝึกพัฒนาการพูดนะคะ

954
00:57:53,511 --> 00:57:55,193
แต่ว่าจะเป็นการทดแทนการพูด

955
00:57:55,193 --> 00:57:56,858
ก็คือการฝึก

956
00:57:56,858 --> 00:58:00,858
ใช้ภาษามือค่ะ

957
00:58:02,886 --> 00:58:05,548
ในการฝึกใช้ภาษามือก็จะส่งต่อไปยังโรงเรียนประจำ

958
00:58:05,548 --> 00:58:07,932
โรงเรียนเฉพาะทางนะคะ

959
00:58:07,932 --> 00:58:11,153
ก็คือโรงเรียนโสตฯ ต่าง ๆ

960
00:58:11,153 --> 00:58:15,153
ที่ใช้การสื่อสารที่เป็นภาษามือ

961
00:58:19,072 --> 00:58:20,807
แล้วก็อีกสาเหตุที่ 2

962
00:58:20,807 --> 00:58:24,404
ก็มาจาก

963
00:58:24,404 --> 00:58:26,258
ไม่สบายตั้งแต่เด็กนะคะ

964
00:58:26,258 --> 00:58:30,258
ก็คือไข้ขึ้นสูง

965
00:58:31,649 --> 00:58:34,778
ก็เลยมีผลกระทบทำให้แก้วหูอักเสบนะคะ

966
00:58:34,778 --> 00:58:37,853
ไม่สามารถได้ยินเสียงน

967
00:58:37,853 --> 00:58:40,537
ะคะ อันนี้ก็คือเป็นภายหลัง

968
00:58:40,537 --> 00:58:44,537
จากการคลอดนะคะ

969
00:58:44,706 --> 00:58:48,301
แล้วก็อีก... อาจารย์เห็นเยอะเหมือนกัน

970
00:58:48,301 --> 00:58:52,301
พี่เป็นพี่ ๆ นักศึกษานะคะ ที่ได้สอบถาม

971
00:58:52,548 --> 00:58:54,837
สาเหตุอีกอันหนึ่ง ก็คือมาจากอุบัติเหตุ

972
00:58:54,837 --> 00:58:58,837
การแคะหูค่ะ

973
00:59:01,338 --> 00:59:05,147
ผู้ปกครองแค่หูให้ตั้งแต่เด็กนะคะ อาจจะเป็นโดนคอตตอนบัด

974
00:59:05,147 --> 00:59:09,147
หรืออะไรต่าง ๆ ไปกระทบค่ะ

975
00:59:09,618 --> 00:59:13,618
หรือวิ่งซุกซนไปชนนั่นชนนี่

976
00:59:13,987 --> 00:59:17,987
ส่งผลกระทบกระเทือนทำให้แก้วหู

977
00:59:20,906 --> 00:59:24,906
ได้รับการกระทบกระเทือน แล้วก็ไม่สามารถทำให้ได้ยินได้นะคะ

978
00:59:28,201 --> 00:59:32,201
อันนี้ก็คือสาเหตุของกลุ่มที่เป็นหูหนวกนะคะ

979
00:59:36,399 --> 00:59:39,161
อันนี้ก็จะเป็นระดับ

980
00:59:39,161 --> 00:59:43,161
คนหูหนวก คนหูตึงนะคะ

981
00:59:44,754 --> 00:59:47,185
ถ้าเป็นคนหูตึงก็จะได้ยินเสียงอยู่ตั้งแต่ 26

982
00:59:47,185 --> 00:59:50,379
-89 เดซิเบลนะคะ

983
00:59:50,379 --> 00:59:54,379
ก็จะเหมือนมิ่งใช่ไหมคะ

984
00:59:56,614 --> 00:59:59,934
มิ่งก็จะ... ถ้าพูดเฉย ๆ นี่

985
00:59:59,934 --> 01:00:01,698
หรือไม่ได้ใส่ไมค์ก็ไม่ค่อยได้ยินใช่ไหมคะ

986
01:00:01,698 --> 01:00:04,984
หรือได้ยินชัด

987
01:00:04,984 --> 01:00:06,516
มิ่งได้ใส่หูฟังไหมตอนนี้

988
01:00:06,516 --> 01:00:10,516
ใส่หูฟังนะคะ

989
01:00:13,087 --> 01:00:16,333
ถ้าได้ใส่หูฟังก็จะช่วยขยายเสียงไปอีกนะคะ

990
01:00:16,333 --> 01:00:19,391
สำหรับคนหูตึงนะ ใส่หูฟังแล้ว

991
01:00:19,391 --> 01:00:20,813
ในการพัฒนาในการสื่อสารนะคะ

992
01:00:20,813 --> 01:00:23,292
ต้องมีการฝึก

993
01:00:23,292 --> 01:00:26,323
ฟังเสียง

994
01:00:26,323 --> 01:00:28,166
เพื่อให้เข้าใจในเสียงนั้นนะคะ

995
01:00:28,166 --> 01:00:32,166
ฝึกฟังเสียง

996
01:00:33,109 --> 01:00:37,109
แล้วก็มีการฝึกออกเสียง

997
01:00:38,308 --> 01:00:42,308
นะคะ ถ้าไม่ฝึกออกเสียงจะฟังได้ไม่ชัดนะคะ

998
01:00:44,198 --> 01:00:48,198
ก็มีการควบคู่กันไป เพื่อที่จะใช้ในการสื่อสารนะคะ

999
01:00:48,294 --> 01:00:52,294
คนหูหนวก

1000
01:00:54,338 --> 01:00:58,338
มีระดับการได้ยินเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 90 เดซิเบล

1001
01:00:58,887 --> 01:01:02,887
ถ้า 90 เดซิเบลขึ้นไปไม่ได้ยิน

1002
01:01:04,249 --> 01:01:08,249
เสียงเพลง

1003
01:01:08,785 --> 01:01:12,785
หมอลำ งานหมอลำอย่างนี้ ที่มีลำโพงน่ะ

1004
01:01:12,985 --> 01:01:16,985
ไม่ได้ยินก็แสดงว่าเป็นหูหนวกสนิท

1005
01:01:18,562 --> 01:01:22,562
หรือเสียงที่เราเปิดเทป หรือเราตะโกนใส่

1006
01:01:24,007 --> 01:01:28,007
นะคะ ในระดับที่เราตะโกนใส่ไม่ได้ยินนะคะ ก็แสดงว่าเป็นคนหูหนวก

1007
01:01:29,292 --> 01:01:32,646
อันนี้คือรายละเอียด

1008
01:01:32,646 --> 01:01:36,146
ในการตรวจการได้ยินนะ

1009
01:01:36,146 --> 01:01:40,146
อย่างที่อาจารย์อธิบายไป ว่าถ้า

1010
01:01:41,278 --> 01:01:45,278
ข้างใดข้างหนึ่งที่ไม่ได้ยินมีระดับสูง

1011
01:01:46,366 --> 01:01:49,545
แต่ไม่ถึง 89 เดซิเบล ก็ถือว่า

1012
01:01:49,545 --> 01:01:51,699
เป็นคนหูหนวกนะคะ แต่ถ้าใน

1013
01:01:51,699 --> 01:01:54,946
ระดับ 89 ขึ้นไปจนถึง

1014
01:01:54,946 --> 01:01:58,946
แสดงว่าเป็นคนหูตึงนะคะ

1015
01:02:00,038 --> 01:02:01,854
ถ้า 90 เกินขึ้นไปอีกก็แสดงว่าเป็นคนหูหนวกนะคะ

1016
01:02:01,854 --> 01:02:05,436
ขอโทษทีค่ะ

1017
01:02:05,436 --> 01:02:07,285
ตั้งแต่ 26-89

1018
01:02:07,285 --> 01:02:09,720
เป็นคนหูตึงนะคะ

1019
01:02:09,720 --> 01:02:13,720
89-90 โดยประมาณน

1020
01:02:14,785 --> 01:02:18,173
ะคะ แต่ถ้า 90 ขึ้นไปไม่ได้ยิน

1021
01:02:18,173 --> 01:02:22,173
ก็แสดงว่าเป็นคนหูหนวกนะคะ

1022
01:02:22,805 --> 01:02:24,458
แต่สำหรับคนปกติขุดดินเรา ก็ตั้งแต่ 26

1023
01:02:24,458 --> 01:02:28,458
พูดต่อหน้ากัน

1024
01:02:29,856 --> 01:02:33,856
โดยน้ำเสียงปกติ ก็เป็นคนปกติค่ะ

1025
01:02:37,140 --> 01:02:40,162
อันนี้ก็จะเป็นตาราง

1026
01:02:40,162 --> 01:02:44,162
การสูญเสียการได้ยิน 6 ระดับนะคะ

1027
01:02:47,823 --> 01:02:51,823
อันนั้นก็จะเป็นคร่าว ๆ อันนี้ก็จะเป็นละเอียดทางการแพทย์นะคะ

1028
01:02:51,872 --> 01:02:55,872
ที่ใช้วัดระดับการได้ยินนะคะ

1029
01:02:56,469 --> 01:03:00,469
นักโสตไม่ใช่แพทย์

1030
01:03:04,796 --> 01:03:08,715
ผู้ที่ตรวจวัดการได้ยินไม่ใช่แพทย์ ไม่ใช่คุณหมอนะคะ แต่จะเป็นนัก

1031
01:03:08,715 --> 01:03:11,380
โสต นักโสต ก็คือจะเป็น

1032
01:03:11,380 --> 01:03:13,210
คนที่มีความรู้เกี่ยวกับ

1033
01:03:13,210 --> 01:03:17,210
วัสดุอุปกรณ์

1034
01:03:17,699 --> 01:03:21,699
ที่เป็นผู้ประเมินควบคู่ไปกับแพทย์นะคะ

1035
01:03:31,177 --> 01:03:35,177
อันนี้ก็จะเป็นตารางการได้ยินนะ การตรวจวัด

1036
01:03:39,034 --> 01:03:43,034
การตรวจวัดก็จะเป็นนักโสตนะคะ โสตสัมผัสวิทยานะคะ

1037
01:03:47,437 --> 01:03:51,401
การตรวจวัดการได้ยินจะมีอยู่ 3 แบบนะคะ

1038
01:03:51,401 --> 01:03:53,112
แบบอย่างคร่าว ๆ คร่าว ๆ ก็คือ

1039
01:03:53,112 --> 01:03:57,112
ถ้าเป็นตอนเด็ก ๆ

1040
01:04:00,010 --> 01:04:01,707
ก็จะเป็นเรียกชื่อ เรียกแล้วหันตามเสียงนะคะ

1041
01:04:01,707 --> 01:04:05,236
จะถือว่าเป็นปกติ

1042
01:04:05,236 --> 01:04:07,296
แต่ถ้าเรียกแล้วไม่หัน

1043
01:04:07,296 --> 01:04:08,687
ก็จะผิดสังเกต

1044
01:04:08,687 --> 01:04:12,687
แต่ว่าอันนี้

1045
01:04:16,518 --> 01:04:18,275
ในระดับเด็กน่ะค่ะ ก็จะมีช่วงอายุ หรือพัฒนาการทางด้านร่างกาย

1046
01:04:18,275 --> 01:04:22,275
ของแต่ละคน

1047
01:04:25,690 --> 01:04:29,690
แตกต่างกันนะคะ บางคนก็จะพัฒนาการช้า หรือร่างกายไม่สมบูรณ์

1048
01:04:30,432 --> 01:04:34,432
ในอวัยวะในร่างกายบางส่วน

1049
01:04:35,370 --> 01:04:37,581
ก็จะทำงานล่าช้าไปด้วยนะคะ อย่างเช่น บางคน

1050
01:04:37,581 --> 01:04:41,581
ร่างกายไม่สมบูรณ์

1051
01:04:42,158 --> 01:04:45,387
ก็จะส่งผลให้การได้ยิน

1052
01:04:45,387 --> 01:04:47,336
การมองเห็นช้ากว่าคนที่

1053
01:04:47,336 --> 01:04:48,774
ทางด้านร่างกายปกติ

1054
01:04:48,774 --> 01:04:52,774
ค่ะ

1055
01:04:59,155 --> 01:05:02,903
การตรวจคร่าว ๆ นะคะ การเรียกหรือหันตามเสียง หรือของหล่นแล้วหันกลับหลัง

1056
01:05:02,903 --> 01:05:03,771
มีเสียงอยู่ข้างหลัง

1057
01:05:03,771 --> 01:05:06,931
มากระทบ

1058
01:05:06,931 --> 01:05:10,931
หรือมาโดนชนเราอย่างนี้

1059
01:05:15,926 --> 01:05:19,482
หันไปมองช่วงทันเวลา อันนี้ถือเป็นคนปกติ ได้ยินปกตินะคะ เป็นการทดสอบเสียง

1060
01:05:19,482 --> 01:05:23,482
แบบคร่าว ๆ นะคะ แบบที่ 2

1061
01:05:26,030 --> 01:05:30,030
การตรวจสอบแบบมาตรฐาน ก็จะเป็น

1062
01:05:32,240 --> 01:05:34,074
ให้นักโสตวิทยานะคะ ช่วยในการตรวจการประเมิน

1063
01:05:34,074 --> 01:05:38,074
ก็จะมีเครื่องตรวจ

1064
01:05:39,209 --> 01:05:43,209
มีการเข้าในห้องที่ไม่มีเสียงรบกวนนะคะ

1065
01:05:44,678 --> 01:05:48,678
ช่วยในการตรวจวัดการได้ยินของเรานะคะ

1066
01:05:56,000 --> 01:05:57,474
มีใครเคยไปตรวจวัดการได้ยินไหมคะ ตอนโต ๆ แล้ว

1067
01:05:57,474 --> 01:05:59,135
เพื่อที่จะรับ

1068
01:05:59,135 --> 01:06:02,542
เครื่องช่วยฟังน่

1069
01:06:02,542 --> 01:06:05,109
ะค่ะ ตี๋น้อย ตี๋น้อยเคยไปใช่ไหม

1070
01:06:05,109 --> 01:06:09,109
ตี๋น้อยเคยไปไหม

1071
01:06:12,596 --> 01:06:16,596
ตี๋น้อยน่าจะเคยไปนะคะ

1072
01:06:22,287 --> 01:06:24,715
ที่โรงพยาบาล เคยตรวจ เคยไปตรวจการได้ยินเสียงอยู่ใช่ไหม

1073
01:06:24,715 --> 01:06:28,715
ตอนเด็ก ๆ

1074
01:06:35,349 --> 01:06:39,349
จำได้หรือเปล่า เคยได้ไปเข้าห้องตรวจฟังเสียงไหม

1075
01:06:42,912 --> 01:06:46,230
ก่อนที่จะรับเครื่องฟังน่ะ เขาก็จะตรวจการได้ยินก่อน ว่าคุณได้ยินหรือไม่

1076
01:06:46,230 --> 01:06:46,798
ถ้าไม่ได้ยินคุณก็จะไม่สามารถ

1077
01:06:46,798 --> 01:06:48,517
วัด

1078
01:06:48,517 --> 01:06:50,684
ไปขั้นตอนในการรับ

1079
01:06:50,684 --> 01:06:54,684
เครื่องช่วยฟังนะคะ

1080
01:06:56,911 --> 01:07:00,911
อาจจะจำไม่ได้นะ

1081
01:07:03,646 --> 01:07:07,646
แล้วมีได้มีฝึกพูดด้วยไหมคะ

1082
01:07:10,240 --> 01:07:14,240
ก็มีนะคะ

1083
01:07:15,526 --> 01:07:19,526
พอได้ใส่เครื่องช่วยฟังแล้วจะต้องได้ฝึกพูดไปด้วยนะคะ

1084
01:07:19,718 --> 01:07:23,718
อันนี้เป็นการ

1085
01:07:26,033 --> 01:07:30,033
ทดสอบแบบมาตรฐานนะคะ ต่อไปเป็นการทดสอบแบบพิเศษ

1086
01:07:35,880 --> 01:07:38,507
การทดสอบแบบพิเศษนะคะ ก็

1087
01:07:38,507 --> 01:07:42,507
จะมีการวิเคราะห์

1088
01:07:43,185 --> 01:07:46,857
ของแพทย์ด้วยนะคะ ก็คือ

1089
01:07:46,857 --> 01:07:50,857
การตรวจในแก้วหู ในชั้นหูของเรานะคะ

1090
01:07:52,217 --> 01:07:55,344
มีความผิดปกติอะไรด้วยไหมนะคะ หลังจากที่เราประเมินการได้ยินแล้ว

1091
01:07:55,344 --> 01:07:59,344
อาจจะมี

1092
01:08:00,263 --> 01:08:04,263
ประเมินในขั้นมาตรฐาน แล้วก็ต่อไปเป็นการ

1093
01:08:05,438 --> 01:08:09,438
ประเมินแบบขั้นแบบพิเศษ ก็จะแบบพิเศษก็จะมีแพทย์เข้ามาด้วย

1094
01:08:09,896 --> 01:08:12,708
ว่าเรา... ในช่วงอายุนะคะ

1095
01:08:12,708 --> 01:08:15,967
มันก็จะมีกลุ่มผู้สูงอายุ

1096
01:08:15,967 --> 01:08:19,967
หูตึงเข้ามาอย่างนี้นะคะ

1097
01:08:20,807 --> 01:08:24,807
ก็จะมีแพทย์เข้ามาช่วยในส่วนนี้ด้วยนะคะ

1098
01:08:27,069 --> 01:08:29,894
แก้วหูอาจจะเสื่อม อาจจะลดน้อยลง อาจจะทำให้เสียการได้ยิน

1099
01:08:29,894 --> 01:08:33,894
ลดน้อยลงไปด้วยอย่างนี้นะคะ

1100
01:08:34,105 --> 01:08:38,105
หรือทางการแพทย์อาจจะส่องดู ว่ามีขี้หูปิด

1101
01:08:39,833 --> 01:08:41,282
หูมากน้อยแค่ไหนนะคะ บางคนอาจจะไม่ได้แคะหูเลย

1102
01:08:41,282 --> 01:08:43,625
ตั้งแต่เกิดมา

1103
01:08:43,625 --> 01:08:44,934
อย่างนี้ค่ะ อาจจะทำให้ไปปิด

1104
01:08:44,934 --> 01:08:48,934
หู

1105
01:08:51,734 --> 01:08:55,734
ปิดแก้วหู ทำให้การสั่นสะเทือนของเสียงไม่สามารถเข้าไปถึงแก้วหูได้

1106
01:08:57,487 --> 01:09:01,487
อันนี้ก็จะเป็นการตรวจแบบพิเศษเพิ่มขึ้นมาอีกนะคะ

1107
01:09:11,008 --> 01:09:15,008
ต่อไปนะคะ สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

1108
01:09:16,582 --> 01:09:20,582
จะต้องมีภาษาที่ช่วยในการสื่อสารนะคะ

1109
01:09:28,126 --> 01:09:31,256
และก็มีวิธีการสื่อความหมายนะคะ ว่าจะต้องใช้วิธีไหนนะคะ สำหรับ

1110
01:09:31,256 --> 01:09:35,256
ผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินนะคะ

1111
01:09:39,774 --> 01:09:43,774
ถ้าเป็นคนเราปกตินะคะ ก็จะใช้การสื่อสารโดยการพูดนะ

1112
01:09:44,451 --> 01:09:48,451
เมื่อเราได้ยินเราก็สามารถ

1113
01:09:50,097 --> 01:09:51,104
จำได้โดยอัตโนมัตินะคะ ว่าคำนี้ความหมายว่าอย่างนี้

1114
01:09:51,104 --> 01:09:55,104
นะคะ

1115
01:09:59,224 --> 01:10:02,712
อาจจะมีบางคำที่ไม่คุ้นหู เราก็จะต้องได้เรียนรู้ในความหมายในคำนั้นนะคะ

1116
01:10:02,712 --> 01:10:06,712
สำหรับหูหนวกแล้วไม่ได้ยิน

1117
01:10:09,346 --> 01:10:11,159
ต้องทำให้ปัญหาในการเข้าใจภาษา เข้าใจความหมายด้วยนะคะ

1118
01:10:11,159 --> 01:10:15,159
ฉะนั้นแล้ว

1119
01:10:15,596 --> 01:10:19,511
หูหนวกว่าจะต้องใช้ทักษะพิเศษ ก็คือใช้ตา

1120
01:10:19,511 --> 01:10:23,293
แทนการได้ยินนะคะ มาช่วย

1121
01:10:23,293 --> 01:10:27,293
ในการรับการสื่อสารนะคะ

1122
01:10:32,432 --> 01:10:36,432
แต่ตาเรานะคะ สามารถที่จะมองไปข้างหน้า

1123
01:10:38,285 --> 01:10:42,239
เห็นได้หลาย ๆ อย่าง ก็เลยทำให้เรา

1124
01:10:42,239 --> 01:10:46,239
ไม่สามารถที่จะโฟกัสสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้

1125
01:10:49,126 --> 01:10:50,557
แม่นยำเท่ากับการได้ยินเสียง ถ้าการได้ยินเสียงมันอาจจะได้ยินมีเสียง

1126
01:10:50,557 --> 01:10:52,027
1 มีเสียง 2

1127
01:10:52,027 --> 01:10:56,027
หรือส่วนมาก

1128
01:10:56,860 --> 01:10:58,629
จะมีเสียง 1 อย่างเช่น ตอนนี้ถ้าใครเป็นนักศึกษา

1129
01:10:58,629 --> 01:11:02,629
ที่เป็นคนปกติ

1130
01:11:02,785 --> 01:11:06,785
เป็นหูดีนะ ก็จะได้ยินแค่เสียงอาจารย์ที่พูด

1131
01:11:09,063 --> 01:11:13,063
ก็จะไม่มีอะไรที่มาแทรก ก็จะเข้าใจในสิ่งเดียวนะคะ

1132
01:11:14,458 --> 01:11:18,458
แต่ถ้าเป็นหูหนวกใช้ตาแทนการได้ยินตา

1133
01:11:22,614 --> 01:11:26,614
จะมองเห็นได้หลายอย่างหลายที่หลายจุดมากนะคะ ก็เลยไม่สามารถที่จะโฟกัส

1134
01:11:30,131 --> 01:11:34,131
ในคำคำศัพท์นั้นได้นะคะ ก็เลยทำให้

1135
01:11:34,443 --> 01:11:38,443
มีปัญหาในการจำคำศัพท์นั้นด้วยนะคะ

1136
01:11:48,425 --> 01:11:49,628
ฉะนั้นแล้ว นักศึกษาก็เลยจะต้อง ผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

1137
01:11:49,628 --> 01:11:53,628
จะต้องมาฝึก

1138
01:11:53,867 --> 01:11:57,301
การพูดหรืออ่านปากนะคะ

1139
01:11:57,301 --> 01:12:01,301
เพื่อที่จะใช้ในการสื่อสาร

1140
01:12:08,235 --> 01:12:10,077
มีการฝึกพูดนะคะ สำหรับหูหนวก หูหนวกครอบครัว จากพ่อ จากแม่ ก็ไม่ได้เรียนภาษามือถูกไหมคะ

1141
01:12:10,077 --> 01:12:14,077
ฉะนั้นหูหนวก

1142
01:12:17,153 --> 01:12:21,153
จะต้องมีการการอ่านปากจากพ่อแม่ ถึงแม้ไม่ได้ยินแต่ก็มีการฝึกอ่านปาก

1143
01:12:22,172 --> 01:12:26,172
แล้วก็มีการฝึกออกเสียง เพื่อที่จะสื่อให้ผู้ปกครอง

1144
01:12:26,737 --> 01:12:30,737
ได้เข้าใจถึงสิ่งนั้นที่เราจะสื่อไปนะ

1145
01:12:32,938 --> 01:12:36,938
Step ที่ 2 ก็คือภาษามือ

1146
01:12:37,116 --> 01:12:41,116
พอพูดมันยากแล้วแล้วแหละ

1147
01:12:43,528 --> 01:12:44,915
สีหน้ามันก็มีบ้าง แต่ว่าบางทีมันอาจ

1148
01:12:44,915 --> 01:12:47,344
รูปปาก

1149
01:12:47,344 --> 01:12:51,344
ท่าปากเหมือน ๆ กันคล้าย ๆ กัน

1150
01:12:52,605 --> 01:12:56,605
ก็เลยไม่สามารถแยกได้ ว่าคำนี้ออกเสียงว่าอย่างไรนะคะ

1151
01:12:59,339 --> 01:13:00,749
จึงมีการใช้ภาษามือเรียนภาษามือแทนการอ่านปากนะคะ

1152
01:13:00,749 --> 01:13:04,716
แทนคำศัพท์

1153
01:13:04,716 --> 01:13:07,862
หูหนวกก็จะต้องได้เรียนนะ

1154
01:13:07,862 --> 01:13:11,655
คะ ต่อไปพวกเราจะได้เรียนภาษามือ

1155
01:13:11,655 --> 01:13:15,655
เป็นการแทนสื่อสารการแทนการภาษาพูดนะคะ

1156
01:13:19,693 --> 01:13:23,693
ในการใช้ภาษามือเราก็จะมีการสะกดนิ้วมือ

1157
01:13:24,830 --> 01:13:26,548
เข้ามาร่วมด้วย โดยเฉพาะภาษามือไทยเรา

1158
01:13:26,548 --> 01:13:29,640
อาจจะมี

1159
01:13:29,640 --> 01:13:31,817
ถ้ามือที่เป็นตัวสะกด

1160
01:13:31,817 --> 01:13:34,871
เป็นตัวนำใช่ไหมคะ

1161
01:13:34,871 --> 01:13:38,871
อย่างเช่น ชื่อบางคนอย่างนี้

1162
01:13:40,277 --> 01:13:44,277
ชื่อ ก ไก่ กิ๊บเก๋อย่างนี้

1163
01:13:44,663 --> 01:13:48,663
ก็จะมีตัว ก ไก่ ที่เป็นตัวสะกดมือ

1164
01:13:49,020 --> 01:13:53,020
มาประกอบท่าตำแหน่งให้เป็นภาษามือน

1165
01:13:53,068 --> 01:13:57,068
ะคะ หรือเป็นคำว่า

1166
01:13:59,056 --> 01:14:00,252
จังหวัดต่าง ๆ อย่างนี้น่ะค่ะ ใช่ไหมคะ ที่สังเกตเห็น

1167
01:14:00,252 --> 01:14:04,252
ก็จะมีตัวสะกด

1168
01:14:06,040 --> 01:14:10,040
ตัวสะกด แล้วก็มีเพิ่มถ้านั้นนี้มา

1169
01:14:10,981 --> 01:14:13,664
เพื่อที่จะเป็นคำศัพท์เฉพาะของสถานที่นั้น ๆ ใช่ไหมคะ

1170
01:14:13,664 --> 01:14:17,664
อย่างเช่น ขอนแก่น

1171
01:14:18,385 --> 01:14:21,387
ขอนแก่น ก็จะเป็น ข ไข่

1172
01:14:21,387 --> 01:14:24,528
แล้วก็ ก ไก่ ใช่ไหมคะ

1173
01:14:24,528 --> 01:14:26,397
มีตัวสะกดเข้ามาช่วย

1174
01:14:26,397 --> 01:14:29,349
ภาษามือ

1175
01:14:29,349 --> 01:14:33,349
สกลนครใช่ไหมคะ

1176
01:14:34,719 --> 01:14:38,719
ก็จะมี ส เสือ เข้ามาช่วยใช่ไหมคะ

1177
01:14:40,689 --> 01:14:44,689
ในหลายจังหวัดนะ ก็จะมีอักษรเข้ามาช่วยในภาษามือนะคะ

1178
01:14:45,037 --> 01:14:48,227
แล้วทีนี้บางคำ

1179
01:14:48,227 --> 01:14:50,543
คำศัพท์ภาษามือ

1180
01:14:50,543 --> 01:14:53,996
โดยตรงไม่มีนะคะ เ

1181
01:14:53,996 --> 01:14:57,996
ป็นคำใหม่ เพื่อที่จะให้หูหนวก

1182
01:14:58,421 --> 01:15:02,421
เข้าใจนะคะ ก็จะมีการสะกดนิ้วมือ

1183
01:15:04,327 --> 01:15:08,074
ว่าคำนี้นะคะ ว่ามันมาจากตัวนี้ บางคนอาจจะคุ้นตาหรือว่า

1184
01:15:08,074 --> 01:15:09,254
ฉันไม่สามารถแปลความหมายได้ แต่ว่า

1185
01:15:09,254 --> 01:15:10,994
คือคำนี้นะ

1186
01:15:10,994 --> 01:15:14,994
อย่างนี้น่ะค่ะ

1187
01:15:15,143 --> 01:15:19,143
ก็สะกดมือมานะคะ

1188
01:15:20,216 --> 01:15:24,216
แล้วก็มาช่วยในการสื่อสาร อย่างเช่น บางครั้งที่ล่าม

1189
01:15:25,065 --> 01:15:29,065
ประเทศหลาย ๆ ประเทศนะ

1190
01:15:31,705 --> 01:15:35,705
จะนึกคำศัพท์ประเทศไม่ได้นะคะ ก็จะทำการสะกดนิ้วมือ

1191
01:15:36,522 --> 01:15:40,522
คนหูหนวกก็จะดูการสะกดนิ้วมือ อ๋อ คือ ประเทศนี้นะ

1192
01:15:40,955 --> 01:15:44,493
โดยที่ไม่ได้ทำท่าของภาษามือ เฉพาะนั้น

1193
01:15:44,493 --> 01:15:48,493
ก็สามารถเข้าใจได้อย่างนี้นะคะ

1194
01:15:52,005 --> 01:15:54,051
การอ่านริมฝีปากใ นการทำภาษามือครอบครัวพ่อแม่หลาย ๆ คนนะ

1195
01:15:54,051 --> 01:15:56,983
ที่เป็นพ่อแม่หูดี

1196
01:15:56,983 --> 01:16:00,378
ก็จะมีการอ่านริมฝีปาก

1197
01:16:00,378 --> 01:16:02,754
นะคะ คือ สื่อให้ลูกได้รู้

1198
01:16:02,754 --> 01:16:03,909
ลูกก็จะต้อง

1199
01:16:03,909 --> 01:16:07,067
จ้องที่ปาก

1200
01:16:07,067 --> 01:16:09,605
รวมกับสีหน้าอยู่บนใบหน้าด้วยนะคะ

1201
01:16:09,605 --> 01:16:12,230
ว่าจะต้องการสื่ออะไร

1202
01:16:12,230 --> 01:16:16,230
กินข้าว กินข้าวอย่างนี้ใช่ไหมคะ

1203
01:16:16,980 --> 01:16:20,980
มานี่ อาจจะมีท่ากิริยาเข้ามาช่วย

1204
01:16:22,165 --> 01:16:25,326
ถ้าแนะคำพูดนะคะ

1205
01:16:25,326 --> 01:16:27,268
ถ้าแนะคำพูด

1206
01:16:27,268 --> 01:16:31,116
ก็จะมีปาก

1207
01:16:31,116 --> 01:16:35,116
// ยังไม่เสร็จเหรอ (อาจารย์) ยังค่ะ

1208
01:16:36,730 --> 01:16:40,730
ว่าจะมีปากนะคะ ที่พูดด้วยแล้วก็มีท่ามือ

1209
01:16:42,789 --> 01:16:46,789
ที่เป็นท่าภาษาธรรมชาติโดยทั่วไป อย่างเช่น มานี่ใช่ไหม

1210
01:16:51,488 --> 01:16:53,274
เราก็จะมีสีหน้ามีปากมัน โดยที่ไม่มีการออกเสียงแล้วก็มือกวักใช่ไหมคะ

1211
01:16:53,274 --> 01:16:57,274
ใช่ ใช่ไหมคะ

1212
01:17:00,202 --> 01:17:02,582
มาร์กี้ก็จะเจอจริง ๆ ใช่ไหมคะ มาร์กี้ไปทำงานนะ

1213
01:17:02,582 --> 01:17:06,582
จะได้คุยกับคนปกตินะคะ

1214
01:17:10,476 --> 01:17:14,476
หรือพี่ ๆ ที่ทำงานด้วยกันนะคะ ก็จะมีการใช้เขาเรียกว่าภาษาธรรมชาติ ภาษาแนะนะคะ

1215
01:17:19,190 --> 01:17:20,705
มีการทำท่ามือหรือพยักหน้ามานี่ มานี่ อาจจะไม่ได้ใช้มือนะคะ

1216
01:17:20,705 --> 01:17:24,705
เป็นคำแนะ

1217
01:17:27,305 --> 01:17:30,322
หรือการให้ผู้ฟังดูอย่างนี้นะคะ

1218
01:17:30,322 --> 01:17:34,063
ก็ชี้ไปที่ตา

1219
01:17:34,063 --> 01:17:36,720
ต้องใช้ตาแล้วนะ ชี้มือนำไป

1220
01:17:36,720 --> 01:17:40,720
จุด ๆ นั้นนะคะ

1221
01:17:43,460 --> 01:17:47,460
อันนี้ก็เป็นท่าคำแนะนำและการพูดนะคะ

1222
01:17:48,262 --> 01:17:52,262
หรือบางคนปากอาจจะ

1223
01:17:54,574 --> 01:17:57,217
มีอาหารมีน้ำอยู่อย่างนี้นะคะ ไม่สามารถพูดได้ แต่ใช้มือชี้แนะไปด้วยนะคะ

1224
01:17:57,217 --> 01:18:01,217
หรือ

1225
01:18:03,694 --> 01:18:07,694
โดนยุง แต่ว่าอยู่กับเพื่อนไกล ๆ

1226
01:18:09,928 --> 01:18:13,928
ทำให้ จุ๊ ๆ จุ๊ ๆ ไม่ให้พูดนะคะ ให้ระวังว่ามียุงอยู่ที่หน้าผากนะ

1227
01:18:16,209 --> 01:18:20,209
มียุงอยู่ที่หน้าผากให้ตบนะ ให้ระวังนะอย่างนี้นะคะ

1228
01:18:20,936 --> 01:18:24,936
ก่อนที่มันจะบินไป เป็นการชี้แนะท่าประกอบนะคะ

1229
01:18:29,583 --> 01:18:33,583
การสื่อสารรวม สื่อสารรวม ทุกวันนี้

1230
01:18:35,546 --> 01:18:39,546
มีโซเชียลใช่ไหมคะ มี Face มี LINE

1231
01:18:41,574 --> 01:18:45,574
นักศึกษาก็ใช้ช่องทางนี้ในการสื่อสารนะรวมนะคะ

1232
01:18:48,194 --> 01:18:52,194
มีทั้งการพูด การส่งข้อความ เสียง สื่อต่าง ๆ นะคะ

1233
01:18:55,137 --> 01:18:58,207
มีท่าประกอบ มีการพิมพ์เพิ่ม มีตุ๊กตาสติกเกอร์ LINE ใช่ไหมคะ

1234
01:18:58,207 --> 01:19:02,207
เป็นการสื่อสารรวม

1235
01:19:03,083 --> 01:19:06,675
มี ภาพการ์ตูนที่แสดงความยินดีและมีการยิ้ม

1236
01:19:06,675 --> 01:19:10,675
มีภาพให้ว่าเป็นภาพของขวัญ

1237
01:19:11,477 --> 01:19:15,477
ร่วมฉลองยินดีและมีคำด้วย

1238
01:19:18,739 --> 01:19:21,910
ในการ์ตูนสติกเกอร์นั้น ว่ายินดีอย่างนี้นะค่ะ อันนี้เป็นการสื่อสารรวม หรือบางส

1239
01:19:21,910 --> 01:19:25,910
ติกเกอร์จะมีเสียงพูดออกมาด้วยใช่ไหมคะ

1240
01:19:34,275 --> 01:19:38,275
อันนี้ก็จะผ่านไปนะ

1241
01:19:40,119 --> 01:19:41,461
เด็กหูหนวก

1242
01:19:41,461 --> 01:19:44,732
กับเด็กตาบอด

1243
01:19:44,732 --> 01:19:48,732
ใช้สื่อการสื่อสาร

1244
01:19:49,714 --> 01:19:51,115
ที่แตกต่างกันนะ แต่ว่าทำอย่างไร

1245
01:19:51,115 --> 01:19:54,296
จ

1246
01:19:54,296 --> 01:19:57,199
ะสื่อสารกันได้ ทางหูหนวกก็จะใช้ประสาทสัมผัส

1247
01:19:57,199 --> 01:20:01,199
ทางตานะคะ ในการ

1248
01:20:02,585 --> 01:20:03,235
สารแทนการส่งสาร ก็คือมือแทนการพูดนะคะ สำหรับ

1249
01:20:03,235 --> 01:20:07,079
ตาบอด

1250
01:20:07,079 --> 01:20:11,079
ก็จะใช้การพูดนะคะ

1251
01:20:13,578 --> 01:20:14,447
แทนการสื่อสารการได้ยินเป็นการสื่อสารโดยตรงอยู่แล้ว

1252
01:20:14,447 --> 01:20:18,097
แต่ว่า

1253
01:20:18,097 --> 01:20:21,188
การพูด

1254
01:20:21,188 --> 01:20:25,188
ก็คือการพูดสื่อสารโดยตรง แต่ว่า

1255
01:20:26,519 --> 01:20:28,413
บางอย่างเขามองไม่เห็น เขาก็จะใช้ประสาทสัมผัสเหมือนกับคนหูหนวก

1256
01:20:28,413 --> 01:20:30,079
ในการจับการ

1257
01:20:30,079 --> 01:20:34,079
ลูบ การคลำ

1258
01:20:48,917 --> 01:20:52,917
สรุปนะคะ

1259
01:20:53,805 --> 01:20:57,805
คนที่สูญเสียประสาทสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นหูหนวกหรือตาบอดนะ

1260
01:20:58,783 --> 01:21:01,023
ก็จะใช้ประสาทสัมผัส

1261
01:21:01,023 --> 01:21:04,226
อื่น แทน

1262
01:21:04,226 --> 01:21:08,226
ประสาทสัมผัสที่สูญเสียไปนะคะ

1263
01:21:11,819 --> 01:21:13,843
ก็จะสามารถพูดคุยสื่อสารได้เหมือนกับคนปกตินะคะ

1264
01:21:13,843 --> 01:21:17,843
ถ้าพูดไม่ได้

1265
01:21:18,203 --> 01:21:21,135
ก็จะใช้ภาษามือ ท่าทาง กิริยา

1266
01:21:21,135 --> 01:21:23,504
อวัจนภาษา

1267
01:21:23,504 --> 01:21:27,504
ในการช่วยการสื่อสาร

1268
01:21:28,781 --> 01:21:32,781
ก็สามารถที่จะสื่อสารได้เทียบเท่ากับคนปกติได้นะคะ

1269
01:21:41,787 --> 01:21:45,787
ในด้านอารมณ์ ทุกคนก็อาจจะเข้าใจบริบทเพื่อน ๆ นะ

1270
01:21:47,151 --> 01:21:51,151
ก็ให้มาเพิ่มเติมเอาแล้วกันนะคะ

1271
01:22:01,637 --> 01:22:05,637
ในส่วนของบุคลิกภาพ เดี๋ยวมันก็เป็นไปตามที่เราอยู่ในสังคมนะ

1272
01:22:10,014 --> 01:22:14,014
บุคลิกภาพของคนหูหนวก

1273
01:22:15,478 --> 01:22:17,332
ใน 8 ขั้นตอน 8 ระยะ จนถึง

1274
01:22:17,332 --> 01:22:21,332
แก่ไปเลยนะคะ

1275
01:22:24,558 --> 01:22:28,558

1276
01:22:32,559 --> 01:22:34,883
Sorry ในการศึกษาของคนหูหนวกนะคะ

1277
01:22:34,883 --> 01:22:38,883
การศึกษาของคนหูหนวก

1278
01:22:43,801 --> 01:22:47,801
ส่วนมากครับ ศึกษาของคนหูหนวกจะเป็น

1279
01:22:49,119 --> 01:22:53,119
การศึกษาใน 2 แบบนะคะ

1280
01:22:55,832 --> 01:22:57,034
แบบที่ 1 ก็จะเป็นโรงเรียนเฉพาะ โรงเรียนเฉพาะ ก็คือโรงเรียน

1281
01:22:57,034 --> 01:23:01,034
โสตฯ ต่าง ๆ นะคะ

1282
01:23:06,199 --> 01:23:10,199
ที่มีในกลุ่มเฉพาะของคนหูหนวกนะคะ อีกแบบที่ 2 ก็จะเป็นแบบโรงเรียนเรียนร่วม

1283
01:23:12,175 --> 01:23:15,166
เรียนร่วมกับคนปกติ อย่างเช่น มหาวิทยาลัยของเรานะคะ

1284
01:23:15,166 --> 01:23:19,166
ก็ถ้าเป็นรุ่นพี่นะ

1285
01:23:21,009 --> 01:23:25,009
ก็จะมีเพื่อนในห้องเรียนที่เป็นคนปกติ แล้วก็มีคน

1286
01:23:26,479 --> 01:23:30,381
พิการ คนพิเศษเข้ามาเรียนร่วมในห้องเรียนนั้นนะคะ

1287
01:23:30,381 --> 01:23:32,204
แต่ว่าในทางการเรียนนะคะ ก็จะมี

1288
01:23:32,204 --> 01:23:34,326
การให้บริการ

1289
01:23:34,326 --> 01:23:38,326
การให้การสนับสนุน

1290
01:23:39,668 --> 01:23:43,047
เพื่อที่จะให้ผู้บกพร่องผู้พิการได้เรียนเทียบเท่ากับคนปกติ

1291
01:23:43,047 --> 01:23:45,993
ถ้าเป็นหูหนวกก็จะมีล่าม

1292
01:23:45,993 --> 01:23:49,993
เข้ามาแปลในชั้นเรียน

1293
01:23:51,184 --> 01:23:54,301
อย่างของมหาวิทยาลัยเราก็จะมีพี่ล่ามแปลในชั้นเรียนนะคะ แล้วก็

1294
01:23:54,301 --> 01:23:56,349
พี่ล่ามจากทางออนไลน์ช่วยด้วยนะคะ

1295
01:23:56,349 --> 01:23:59,628
ก็จะแปล

1296
01:23:59,628 --> 01:24:02,126
ที่อาจารย์บรรยาย แปลในการสื่อสาร

1297
01:24:02,126 --> 01:24:04,815
ให้นักศึกษาได้เรียน

1298
01:24:04,815 --> 01:24:06,735
ไปพร้อมกับคนปกติเรา

1299
01:24:06,735 --> 01:24:10,081
ก็เข้าใจ

1300
01:24:10,081 --> 01:24:14,081
ในขั้นตอนวิธีการการเรียนนะคะ

1301
01:24:17,122 --> 01:24:19,882
การศึกษาเฉพาะโรงเรียนนะคะ

1302
01:24:19,882 --> 01:24:22,387
ถ้าเป็นหูหนวก

1303
01:24:22,387 --> 01:24:26,387
เขาจะเป็น

1304
01:24:30,433 --> 01:24:33,012
เรียกว่าเรียนแบบ 2 ภาษานะคะ ควบคู่กันไป ก็คือภาษาเขียนแล้วก็ภาษามือ

1305
01:24:33,012 --> 01:24:34,578
เดี๋ยวเราจะได้เรียนกัน

1306
01:24:34,578 --> 01:24:36,726
ในแบบ 2 ภาษา

1307
01:24:36,726 --> 01:24:40,673
ห

1308
01:24:40,673 --> 01:24:44,673
ูหนวกจะได้ทบทวนภาษาเขียนไปด้วยแล้วก็ภาษามือนะคะ

1309
01:24:46,647 --> 01:24:50,647
ในการเรียนของโรงเรียนเฉพาะทางในการสอน

1310
01:24:54,504 --> 01:24:56,210
หลักสูตรในการสอนก็จะเหมือนของโรงเรียนปกติ ของนักเรียน

1311
01:24:56,210 --> 01:25:00,210
ปกตินะคะ

1312
01:25:01,221 --> 01:25:05,221
แต่ว่าจะมีการให้บริการสนับสนุนเข้ามาช่วยนะคะ

1313
01:25:05,569 --> 01:25:08,818
ถ้าเป็นห้องเรียนของหูหนวกก็จะมีล่ามเข้ามาช่วย

1314
01:25:08,818 --> 01:25:12,377
ภาษามือ แปลภาษามือนะคะ

1315
01:25:12,377 --> 01:25:14,118
มีของ ม.  เราก็จะมี

1316
01:25:14,118 --> 01:25:18,118
Note Tacter ช่วยจดบันทึก

1317
01:25:22,451 --> 01:25:24,835
งานต่าง ๆ แทนหูหนวก เพราะหูหนวกไม่สามารถที่จะมองล่ามแล้วก็มาเขียนได้นะคะ

1318
01:25:24,835 --> 01:25:27,293
เพราะฉะนั้น ก็จะมี

1319
01:25:27,293 --> 01:25:29,265
การให้บริการ Note T

1320
01:25:29,265 --> 01:25:33,265
ackter เจอในห้องเรียนด้วยนะคะ

1321
01:25:36,937 --> 01:25:40,937
การแบบเรียนร่วม

1322
01:25:43,657 --> 01:25:47,657
เหมือนรุ่นพี่เรานะคะ ก็คือมีห้องเรียนแล้วก็มีการให้บริการ เพื่อที่จะให้นักศึกษา

1323
01:25:49,648 --> 01:25:53,648
การนักศึกษาหูหนวกเรียนไปพร้อมกับเพื่อนปกติได้ในเวลาเดียวกันนะคะ

1324
01:25:54,166 --> 01:25:57,339
ระบบ 2 ภาษา

1325
01:25:57,339 --> 01:26:01,339
อันนี้ก็พูดแล้วนะ

1326
01:26:05,023 --> 01:26:08,339
นี่อันนี้จะเป็นการให้บริการสำหรับคนหูหนวกนะคะ

1327
01:26:08,339 --> 01:26:12,339
มีการให้บริการสอน

1328
01:26:14,914 --> 01:26:18,914
ปรับพื้นฐานภาษามือไทย มีล่ามในห้องเรียน

1329
01:26:21,799 --> 01:26:25,799
มีการส่งเสริมการเรียนภาษาไทย มีการให้บริการปรึกษา

1330
01:26:28,227 --> 01:26:32,227
อย่างเช่นนั กศึกษามีคำไทยมา แต่ไม่รู้ภาษามือ

1331
01:26:33,722 --> 01:26:35,771
ก็นำมาใช้พูดคุยกับพี่ล่าม หรือเพื่อน ๆ นะคะ มาตกลงกัน

1332
01:26:35,771 --> 01:26:36,837
ว่าจะต้องใช้ภาษามือ

1333
01:26:36,837 --> 01:26:39,619
อย่างไร

1334
01:26:39,619 --> 01:26:43,619
การบริการวิชาการ

1335
01:26:45,750 --> 01:26:48,388
ก็จะเป็นการให้บริการล่ามเชื่อมโยงกันนะคะ

1336
01:26:48,388 --> 01:26:52,388
การช่วยตรวจคำบรรยาย

1337
01:26:54,933 --> 01:26:58,933
การบริการด้านเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก อย่างเช่น ทุกวันนี้

1338
01:27:02,594 --> 01:27:04,333
ในช่องทีวีใช่ไหมคะ ก็จะมีล่ามในช่องทีวีช่วยบริการด้านเทคโนโลยี

1339
01:27:04,333 --> 01:27:06,381
แปลในระหว่างที่

1340
01:27:06,381 --> 01:27:10,381
ช่องทีวีนั้นพูด

1341
01:27:10,797 --> 01:27:13,868
ช่องบรรยายนะคะ

1342
01:27:13,868 --> 01:27:16,174
การบริการพิเศษ

1343
01:27:16,174 --> 01:27:19,311
ก็อาจจะมี

1344
01:27:19,311 --> 01:27:23,311
เพิ่มเติม

1345
01:27:25,063 --> 01:27:28,549
มีการเขียนคำไปด้วย ถ้าเป็นของเรา

1346
01:27:28,549 --> 01:27:32,549
ก็จะมีข้างบนใช่ไหมคะ

1347
01:27:35,346 --> 01:27:36,426
เป็นข้อความเสียงพูด ถอดเสียงพูดมาด้วยนะคะ เป็นตัวอักษร

1348
01:27:36,426 --> 01:27:40,426
นะคะ

1349
01:27:42,652 --> 01:27:46,652
ตัวอักษรเสริมรายวิชา ก็จะเป็นพี่ ๆ ช่วยสอนเสริม

1350
01:27:47,858 --> 01:27:51,531
เพราะบกพร่องทางการได้ยินน่ะ จะมีปัญหาในเรื่องภาษานะคะ

1351
01:27:51,531 --> 01:27:52,558
เพราะฉะนั้น จึงมีการสอนเสริมเพิ่มเติมอีก

1352
01:27:52,558 --> 01:27:56,558
นะคะ

1353
01:27:59,551 --> 01:28:03,551
สรุปนะคะ วันนี้

1354
01:28:07,316 --> 01:28:09,998
ให้นักศึกษาไปอ่านเองแล้วกันนะ อาจารย์จะไม่สรุปนะ

1355
01:28:09,998 --> 01:28:12,295
วันนี้จะให้งานนะคะ

1356
01:28:12,295 --> 01:28:16,295
ให้งานอีกนะคะ

1357
01:28:21,129 --> 01:28:23,163
วันนี้จะให้งานนักศึกษาอีกนะ ก็คือให้นักศึกษา

1358
01:28:23,163 --> 01:28:26,448
ไป

1359
01:28:26,448 --> 01:28:29,786
เรียนรู้คำศัพท์ภาษามือ

1360
01:28:29,786 --> 01:28:32,807
ไปฝึกดีกว่า

1361
01:28:32,807 --> 01:28:36,807
ไปฝึกจำนวนตัวเลขนะคะ

1362
01:28:39,760 --> 01:28:40,840
ที่เว็บไซต์ที่อาจารย์ส่งให้ ของสมาคมหูหนวกแล้วก็ของ

1363
01:28:40,840 --> 01:28:44,206
NECTEC นะคะ

1364
01:28:44,206 --> 01:28:47,335
จำนวนตัวเลข

1365
01:28:47,335 --> 01:28:51,335
1-10

1366
01:28:53,738 --> 01:28:57,738
หลักสิบ หลักร้อย หลักพัน หลักหมื่น หลักแสน หลักล้าน

1367
01:28:57,845 --> 01:29:01,708
นะคะ ฝึกตัวเลข ฝึก

1368
01:29:01,708 --> 01:29:04,880
ท่าภาษามือ แล้วก็ฝึกเขียนจำนวน

1369
01:29:04,880 --> 01:29:08,820
เดี๋ยวอาจารย์จะ

1370
01:29:08,820 --> 01:29:12,820
ทำคำสั่งลงใน Classroom นะคะ

1371
01:29:16,629 --> 01:29:18,797
วันนี้แล้วให้นักเรียนทำส่งมา แล้วก็จะมีสัปดาห์หน้าก็จะให้นักเรียนมาทดสอบ

1372
01:29:18,797 --> 01:29:21,962
เหมือนเช่นเคยนะคะ

1373
01:29:21,962 --> 01:29:25,962
ก็จะเก็บคะแนนไปเรื่อย ๆ นะคะ

1374
01:29:27,206 --> 01:29:31,161
ก็สำหรับวันนี้อาจารย์ก็จะจบการบรรยายเพียงเท่านี้นะคะ

1375
01:29:31,161 --> 01:29:35,161
แล้วจะให้นักศึกษาออกมาทีละคนนะคะ

1376
01:29:37,192 --> 01:29:41,192
มาเขียนคำศัพท์ที่นักศึกษาส่งใน Classroom น่ะค่ะ

1377
01:29:42,662 --> 01:29:46,662
เขียนจำนวน 10 คำ แล้วก็ทำภาษามือให้อาจารย์ดูนะคะ

1378
01:29:50,073 --> 01:29:54,073
สำหรับใครเดี๋ยวจะให้เวลาพักด้วยนะ ตั้งแต่ตอนนี้ 10.00 น.

1379
01:29:57,436 --> 01:30:01,436
จนถึง 11.00 น. นะคะ พอ 11.00 น. จะให้มาสอบ เดี๋ยวให้นักศึกษาไปทบทวนดู

1380
01:30:02,043 --> 01:30:06,022
ว่าคำศัพท์ตัวเองเขียนว่าอย่างไร

1381
01:30:06,022 --> 01:30:07,940
แ ล้วอาจารย์ไม่ให้มาเขียน

1382
01:30:07,940 --> 01:30:11,940
ตรวหน้าอาจารย์นะคะ

1383
01:30:13,346 --> 01:30:17,346
เขียนคำศัพท์ให้ถูก ภาษามือให้ตรงกันนะคะ

1384
01:30:23,795 --> 01:30:26,191
แล้วตอนที่พักใน 15 นาทีนี้ ให้นักศึกษาตรวจดู ว่าใครเขียนคำศัพท์ในไม่ถูก

1385
01:30:26,191 --> 01:30:30,191
ให้แก้แล้วก็ให้ส่งใหม่

1386
01:30:32,865 --> 01:30:36,410
โอเคนะคะ ของมิ่งยังไม่ได้ส่ง ให้พิมพ์ส่งมาด้วยนะคะ แล้วก็มาเขียนส่ง

1387
01:30:36,410 --> 01:30:40,410
สำหรับวันนี้ก็ขอบคุณที่ล่ามนะคะ

1388
01:30:42,240 --> 01:30:45,880
เดี๋ยวจะให้นักศึกษาทดสอบนะคะ แล้วก็ให้พี่ล่ามพักผ่อน

1389
01:30:45,880 --> 01:30:49,880
วันนี้นักศึกษาขอบคุณที่ล่ามนะคะ

1390
01:30:52,866 --> 01:30:54,766
นักศึกษาขอบคุณที่ล่ามค่ะ 1 2 3 ขอบคุณที่

1391
01:30:54,766 --> 01:30:57,581
ล่าม ขอบคุณค่ะ

1392
01:30:57,581 --> 01:31:01,102
ตอนนี้ให้พักผ่อนนะคะ

1393
01:31:01,102 --> 01:31:02,139
แล้ว 11.00 น

1394
01:31:02,139 --> 01:31:06,139
. จะมาสอบ [สิ้นสุดการถอดความ]

