--- title: ฝึก Revoice วิชาภาษามือไทยเบื้องต้น (เช้า) 170667 subtitle: date: วันอังคารที่ 18 มิถุนายน 2567 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์) จะเป็นการทบทวนนะคะ ในคำศัพท์ แล้วก็เรียนรู้ภาษามือไทยใหม่ ๆ ด้วยนะคะ และเรียนภาษามือที่จะใช้คำศัพท์ร่วมกันนะคะ เข้าใจตรงกันนะคะ ในที่มหาวิทยาลัยของเรานะคะ แล้วก็อีกอันหนึ่ง ก็เพื่อฝึกการสื่อสารกับเพื่อนที่เรียนร่วมด้วยกันกับเรานะคะ เพื่อนหูดี อุบลแล้วก็มิ่งนะคะ จะได้เรียนภาษามือไปด้วยกัน เพื่อที่จะใช้ในการสื่อสารในระหว่างเรียน ในมหาวิทยาลัยนะคะ เพราะว่านอกเหนือจากกิจกรรมการเรียน ก็อาจจะมีกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เสียงมันเข้าลำโพง มันเลยหอน สัปดาห์ก่อนนะ เรายังไม่ได้เจอกันนะคะ สัปดาห์ก่อนที่ให้นักศึกษาหาคำศัพท์ที่เป็นภาษาเขียนนะคะ แล้วก็ฝึกคำศัพท์ที่เป็นภาษามือควบคู่กันด้วยนะคะ ก็มีส่งเหลือของมิ่งนะคะ ของนิ่ง มิ่งยังไม่ได้ส่งคำศัพท์ที่เป็นตัวเขียน ตรวจดูแล้วเมื่อคืนยังไม่มีนะคะ ให้ส่งเข้ามาด้วย เดี๋ยววันนี้ท้ายชั่วโมงจะตรวจนะคะ แล้วก็ให้นักศึกษาเขียนคำศัพท์ที่นักศึกษาส่งมาน่ะค่ะ เขียนให้ถูกต้อง ในรายวิชานี้นะคะ อาจารย์จะฝึกภาษามือแล้วก็ภาษาเขียนควบคู่ไปด้วยนะคะ เพื่อที่พวกเราจะได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ในการเรียนหรือว่าการใช้ชีวิตนะคะ ในการเขียนภาษาไทยได้ถูกต้องด้วยนะคะ ในท้ายวิชาก็จะตรวจงานของสัปดาห์ที่แล้วนะ ที่ให้นักศึกษาไปค้นหาคนละ 10 คำ 10 ท่านะคะ แล้วก็ทดสอบทีละคน เราจะทำแบบนี้ทุก ๆ สัปดาห์นะคะ จะให้นักศึกษาเขียนคำศัพท์แล้วก็ทำภาษามือ เพื่อจะได้เข้าใจตรงกัน ระหว่างคำศัพท์กับภาษาเขียน ภาษาเขียนกับภาษามือเข้าใจตรงกันนะคะ เรามาดูรายละเอียดของวิชาภาษามือไทยเบื้องต้นนะคะ ก็ภาษามือไทยเบื้องต้น ก็ 3 หน่วยกิตนะคะ ก็จะประมาณ 15 ชั่วโมง อาจจะไม่ได้เรียนทั้งหมดหากมีกิจกรรม ก็จะให้นักศึกษาไปร่วมช่วยกิจกรรมของสาขาของคณะนะคะ ก็จะเป็นคะแนนในส่วนตรงนี้ให้ถัวเฉลี่ยไปนะคะ จุดประสงค์ หรือจุดมุ่งหมายของรายวิชานี้นะคะ ก็เพื่อที่จะให้นักศึกษามีทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน แล้วมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่นะคะ ก็คืองาน การบ้าน ของวิชาภาษามือไทยนะคะ แล้วก็หน้าที่ในการเรียน ขอนัดหมายนะ เวลาเรียน 9.00 น. นะคะ มาให้ตรงเวลาด้วย เพราะตอนนี้ไม่ใช่มีแค่เรานะคะ ก็จะมีพี่ล่ามออนไลน์ทางไกลด้วยนะคะ ที่จะมารอพวกเรา ก็ไม่อยากให้พี่รอ หรือและเราไม่อยากรอพี่นะคะ เพราะฉะนั้น ให้นักศึกษามาให้ตรงเวลานะคะ มีหน้าที่เรียนก็มาเรียนนะคะ หรือถ้าเหตุไม่สบาย มีเหตุกรณีใด ๆ ก็แจ้งพี่ที่ดูแล พี่พลอยกับพี่อุ้ยนะคะ หรือแจ้งอาจารย์ หรือแจ้งเพื่อน ๆ นะคะ ไม่สบายมาไม่ได้หรือมีเหตุธุระอันใด ก็สามารถลาได้นะคะ แต่ขอให้นักศึกษาแจ้งนะคะ จุดประสงค์ที่ 2 ก็เพื่อให้นักศึกษาสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ ให้เป็นหลักในการดำเนินชีวิต แล้วประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิผล ในห้องนี้มีใครหูตึงไหมคะ มิ่งใช่ไหม แต่ว่ามิ่งพอได้ยินอยู่ แต่ต้องใช้ภาษามือใช่ไหม ถ้าเรียนวิชานี้ อาจจะไปพูดถึงอนาคตนะ ถ้าสมมติว่ามิงเรียนรู้ภาษามือ หรือชำนาญด้านภาษามือ มิ่งก็สามารถพี่จะไปเป็นอาชีพล่ามแปลภาษามือ อย่างพี่ที่ทำภาษามือออนไลน์ได้นะคะ ถ้าไม่เป็นนักโปรแกรมเมอร์ อื่น ๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ก็สามารถนำความรู้ของวิชานี้ไปประกอบอาชีพอื่น ๆ ได้นะคะ หรือเป็นจ๊อบนิด ๆ หน่อย ๆ ไปใช้บริการที่โรงพยาบาล หรือเพื่อน ๆ ไม่สบายอย่างนี้ค่ะ ไปสามารถให้บริการได้ ข้อได้เปรียบของคนหูตึงนะคะ จะสามารถที่จะได้ยิน พอได้ยินแล้วสามารถที่จะใช้ภาษามือภาษาแปลได้นะคะ ไม่ใช่แค่มิ่งนะคะ อุบลก็สามารถที่จะนำความรู้ตรงนี้ไปประกอบอาชีพได้เหมือนกันนะคะ ส่วนหูหนวกก็ไม่ใช่แค่ภาษามือนะคะ อาจจะเป็น... ไม่รู้อนาคตต่อไปอาจจะเป็นคุณครูก็ได้นะคะ ก็นำความรู้วิชาภาษามือไทย ด้วยการที่เราเรียนภาษามือไทยนะ เราก็จะมีเรียนภาษาไทยควบคู่ไปด้วยนะคะ ก็อาจจะนำความรู้ด้านภาษาไทยไปใช้สอนนักเรียน หรือนำภาษาไทยไปใช้กับงานที่ตนได้ทำประกอบอาชีพนะคะ อย่างเช่น การออกแบบอย่างนี้ค่ะ ก็จะต้องมีข้อความใช่ไหมคะ ในการออกแบบข้อความจะมีการสะกด การเขียนคำให้ถูกต้อง นักศึกษาก็จะได้นำความรู้ตรงนี้ไปใช้ แล้วก็ไปประยุกต์ใช้ด้วยนะคะ มาส่งที่ 3 นะคะ ให้นักศึกษาสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ในการติดต่อสื่อสารกันได้อย่างสร้างสรรค์ อาจจะมีวิธีการหรือแนวทางในการใช้เทคโนโลยีนะคะ อย่างเช่น ใช้บริการ TTRS หรือการให้บริการล่ามออนไลน์ใน TTRS ของห้องเรียน หรือห้องประชุมในห้องสัมมนาอาจจะขอเป็นครั้งคราวอย่างนี้นะคะ ก็รู้วิธีการว่าจะต้องเชื่อมต่อกันอย่างไร ใช้โปรแกรมอย่างไรอย่างนี้นะคะ อันนี้ก็คือจุดประสงค์ของรายวิชาภาษามือไทยเบื้องต้นนะคะ จำนวนชั่วโมงที่ใช้เรียนนะคะ ตามตารางเรียนเราจะเป็น 4 ชั่วโมงใช่ไหมคะ แต่ในการปฏิบัติเราก็อาจจะเรียนแค่ 2 ชั่วโมง แต่อาจารย์จะพยายามให้เราเข้ามาเรียน เพื่อจะได้ใช้ภาษามือในการปฏิบัติร่วมกันกับเพื่อน ๆ นะคะ ที่เป็นทั้งหูดีและหูหนวกเป็นเพื่อนปกตินะคะ ประมาณ 2 ชั่วโมง อีก 2 ชั่วโมง ก็จะเป็นการบรรยายภาคทฤษฎี ในส่วนนี้ก็อาจจะน้อยลง อาจจะเป็นส่วนต้น ๆ นะคะ ของสัปดาห์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 นะคะ เป็นภาคทฤษฎี ก็ว่าจะเล่าถึงประวัติความเป็นมาของภาษามือไทย แล้วก็หลักการ แนวทางในการใช้ภาษามือไทยเรานะคะ และอีก 5 ชั่วโมงก็จะเป็นการศึกษาด้วยตนเอง ก็คือประมาณ 15 ครั้ง อาจจะเป็นอยู่ 5 สัปดาห์นะคะ ให้นักศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือทำงาน ทำการบ้านที่บ้านนะคะ อันนี้ให้นักศึกษาไปอ่านเองก็แล้วกันนะ ในรายละเอียดด้านอื่น ๆ นะ อันนี้คือแผนการเรียนของพวกเรานะคะ เราจะเจอกันอยู่ประมาณสัก 14 สัปดาห์นะคะ ถ้าจะเจอกันจริง ๆ นะ ก็จะมีสอบกลางภาค แล้วก็สอบปลายภาค ก็จะลดไปนะคะ อาจจะเป็นเก็บคะแนนในชั่วโมงเรียนนะคะ การสอบกลางภาคกับปลายภาคก็อาจจะไม่มีนะคะ ก็จะเก็บคะแนนของเราในชั่วโมงเรียน ถ้าใครมาทุกวันก็จะมีคะแนน ความรับผิดชอบในการมาเรียนนะคะ แต่ว่าถ้าป่วยก็ไม่เป็นไรนะคะ ก็ถือว่าก็ให้แจ้งลานะคะ ชั่วโมงแรกก็จะเป็นการปฐมนิเทศนะ ก็... แต่ว่าอาจารย์ก็ไม่ปฐมนิเทศ เป็นให้พวกเราทำงานมาส่งนะคะ ก็จะเป็นการทดสอบความรู้ด้วย ทดสอบวิธีการใช้ภาษามือก่อนนะคะ แต่ว่าสัปดาห์นี้คือสัปดาห์ที่ 2 อาจารย์อาจจะมีการสลับกันนะ ก็มาปฐมนิเทศ ชี้แจ้งรายละเอียดของรายวิชานะคะ แล้วก็อาจจะรวบรัดนะคะ ของสัปดาห์นี้จะให้ความรู้เกี่ยวกับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน นะคะ สัปดาห์ที่ 3 ให้ความหมาย ความสำคัญ และหลักการใช้ของภาษามือไทย อาจารย์ก็จะบรรยายนะคะ อาจจะมีให้นักศึกษายกตัวอย่าง อาจารย์ยกตัวอย่างด้วยนะคะ อันนี้ขออภัยอาจารย์พิมพ์ผิด สัปดาห์ที่ 4 เป็นการฝึกบริหารนิ้วมือนะคะ ก็มีการฝึกนำตัวเลขนะคะ อาจจะมีการเล่นเกมร่วมด้วยนะคะ เล่นกิจกรรมร่วมด้วยนะคะ เพื่อให้บรรยากาศการเรียนไม่ซีเรียสนะคะ การสะกดตัวอักษรภาษาอังกฤษ อาจจะมีเล่นเกม ในการทบทวนความจำ แต่ละตัวอักษรนะคะ สัปดาห์ที่ 5 ภาษามือไทยในชีวิตประจำวัน การสะกดตัวอักษรภาษาไทยนะคะ เพราะอาจจะมีเกี่ยวข้องกับเราอยู่ในชีวิตประจำวันอยู่ตลอดนะคะ อย่างเช่น บางคำเราไม่รู้จักคำศัพท์ภาษามือเราก็จะใช้การสะกดนิ้วมือนะคะ อย่างเช่น บางตัวอย่างนี้ค่ะ นักศึกษาก็จำไม่ได้หรือสับสน อย่างเช่น ตัว ฐ ฐาน อย่างนี้ค่ะ ตัวต่อ ฏ ปฏัก ตัวที่ไม่ค่อยได้ใช้ อาจจะลืมไปนะคะ ก็มาฝึกทบทวนด้วยนะคะ แล้วก็ฝึกการสะกดชื่อนะคะ อันนี้ก็จะไปเกี่ยวกับจุดประสงค์ด้วยนะคะ การสะกดชื่อหรือสะกดคำต่าง ๆ นะคะ เพราะว่าเวลาเราใช้มือในการสะกดน่ะค่ะ กับเวลาเราไปใช้แป้นพิมพ์มันจะเรียงลำดับเหมือนกันนะคะ อย่างเช่น คำว่า "เรียน" อย่างนี้นะคะ เราสะกดมือเรียน เราก็ สระเอ ร เรือ สระอี ย ยักษ์ น หนู ใช่ไหมคะ แป้นพิมพ์เราก็เรียงลำดับเหมือนกันใช่ไหมคะ อันนี้ก็จะเป็นการนำประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วยนะคะ การสะกดมือสะกดแป้นพิมพ์ก็จะเรียงลำดับเหมือนกันนะคะ ก็จะช่วยให้เราพิมพ์คำคำนั้นได้ถูกต้องตามหลักการสะกดภาษาไทยนะคะ แล้วก็หลักการสะกดภาษามือด้วยนะคะ ถ้าไปสื่อสารกับคนปกติก็จะเข้าใจนะคะ ว่าตัวนี้เขียนก่อนเขียนหลัง เพราะหูหนวกเรานะ ตามที่อาจารย์เห็นก็มักจะเขียนตำแหน่งของสระ ของวรรณยุกต์ ของส่วนต่าง ๆ ของการสะกดผิดตำแหน่งไปก็มีนะคะ นี่ก็จะเป็นการมาทบทวนเราด้วยนะคะ ในสัปดาห์ที่ 7 ก็จะเป็นการบอกเวลา เวลาต่าง ๆ เช้า เที่ยง เย็น ตอนเวลามืด บอกเวลาเป็นตัวเลขนะคะ บอกเป็นวัน เกิดวันที่เท่าไรอะไรอย่างนี้ เหตุเกิดวันที่อะไรนะคะ การสอบปลายภาคจะไม่มีนะ จะเป็นการเก็บคะแนนในระหว่างเรียนนะคะ ในระหว่างมาเรียนนะคะ สัปดาห์ที่ 9 ภาษามือในชีวิตประจำวัน เรื่องครอบครัวและตัวฉันนะคะ ก็จะเป็นบอกในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเรา ชอบ ไม่ชอบสีอะไรประมาณนี้นะคะ แล้วก็ครอบครัว ลำดับของครอบครัว ญาติ พี่น้อง เกี่ยวข้องกันอย่างไรนะคะ ในความสัมพันธ์ของญาติ ของครอบครัวเรานะคะ ในสัปดาห์ที่ 10 ก็จะเป็นเรื่องอาหาร มีใครทำอาหารเป็นบ้างคะ ทำอาหารเป็นไหมเอ่ย ก็อาจจะให้ในสัปดาห์นี้นะคะ อาจจะให้นักศึกษาแต่ละคนมาจำลองเหตุการณ์การใช้ภาษามือ ในการแนะนำการทำอาหารนะคะ อย่างเช่น ครูจะต้มมาม่าอย่างนี้นะคะ ครูก็จะเริ่มจาก แกะซองมาม่า ตั้งหม้อ เปิดไฟ ใส่น้ำ เป็นลำดับขั้นตอนนะคะ แล้วก็จะมีท่าภาษามือของคำศัพท์ แล้วก็แนะนำมาครูจะต้มมาม่าควรจะใส่อะไรบ้าง เราก็ใช้ภาษามือแนะนำว่ามีมาม่า มีไข่ ผักกาดขาว ก็จะทำภาษามือควบคู่ไปด้วยนะคะ ก็อาจจะให้นักศึกษาเขียนควบคู่ไปทุกสัปดาห์ด้วยนะคะ เขียนมาม่า คำว่า "มาม่า" เขียนว่าอย่างไร คำว่า "ไข่ต้ม" เขียนว่าอย่างไรด้วยนะคะ จะได้เรียงลำดับการเขียนภาษาไทยไปด้วยนะ ต่อไปสัปดาห์ที่ 11 มหาวิทยาลัยของฉันนะคะ ก็จะมาตกลงร่วมกันนะคะ ว่าสถานที่แต่ละสถานที่ในมหาวิทยาลัย เราใช้ภาษามือกันแบบไหนนะ อย่างเช่น หอใน มีชื่อ อย่างเช่น หอราชพฤกษ์ หอกันเกราอย่างนี้ ชื่อภาษามือจริง ๆ ไม่มี เราจะมาตกลงกัน ใช้ภาษามือแบบไหน เราถึงจะใช้เรียกใช้สื่อสารกันได้ อาคารศูนย์ DSS ต้องใช้ภาษามือแบบไหน อาคาร 13 ห้องเรียนของเราใช้ภาษามือแบบไหนนะคะ ก็จะมาตกลงกันนะ สัปดาห์ที่ 12 หน่วยสถานที่ เราก็จะมาเรียนรู้เกี่ยวกับสถานที่ต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ในมหาวิทยาลัยเรา โรงเรียน วัด บ้าน หรือสถานที่สำคัญ ๆ กรุงเทพฯ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิอย่างนี้ค่ะ เราก็อาจจะมีโอกาสได้ไปกรุงเทพฯ อาจจะได้ใช้ภาษามือในคำศัพท์นะคะ โรงพยาบาล สถานีตำรวจ อาจจะได้ไปนะคะ ก็จะมาเรียนรู้การใช้ภาษามือนะคะ ในสัปดาห์ที่ 13 นะคะ ก็จะให้นักศึกษาเรียนรู้เรื่องราวจากการใช้ภาษามือนะคะ แล้วให้นักศึกษาแปลหรือสรุปเรื่องราวนั้น ๆ นะคะ เป็นภาษาเขียน จะทดสอบว่านักศึกษาดูภาษามือแล้วเข้าใจอย่างไร เข้าใจคำศัพท์แบบไหนนะคะ สัปดาห์ที่ 14-15 หลังจากที่นักศึกษาเรียนไปครบแล้วนะคะ อาจจะให้นักศึกษาทำเป็นงานกลุ่ม เราอาจจะ 2 กลุ่มก็ได้ อาจจะให้ทำเป็นเพลงนะคะ เพลง ๆ หนึ่งแล้ว เพลงนั้นมาเป็นภาษามือแล้วก็อัดวิดีโอ อาจจะอัปลงโซเชียลนะคะ สื่อเผยแพร่ว่าในรายวิชาภาษามือเราแบบไหน เราส่งภาษามือออกไปให้คนได้รู้จัก การที่จะพูดคุยกับคนหูหนวก ต้องพูดคุยผ่านอะไร อย่างไรอย่างนี้ค่ะ หรืออาจจะเป็นให้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่นักศึกษาชื่นชอบ หรือสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดสกลนครนะคะ ทำเป็นภาษามือ น้อง ๆ นักศึกษาเห็นรุ่นพี่เราไหมคะ ที่ทำโพรเจกต์นะ เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว ไม่แน่รุ่นเราก็อาจจะได้ทำเหมือนพี่ก็ได้นะคะ ในการทำคลิปวิดีโอแนะนำที่ท่องเที่ยว ก็ได้ทำภาษามือ อัดเป็นคลิปภาษามือนะคะ ก็จะได้ฝึกภาษามือให้ถูกต้อง คำศัพท์ของภาษาไทยนะคะ เพื่อที่จะไปเผยแพร่ให้คนหูดี คนข้างนอกได้รู้ ได้เข้าใจว่าคำภาษาคำไทยนี้ภาษามืออย่างนี้ ก็จะได้ไปประยุกต์ใช้ได้สื่อสารกับเรานะ การตัดเกรดนะคะ ก็ตามนี้นะคะ ก็ให้นักศึกษาไปเปิดทบทวนดูนะคะ คะแนนจะมาจากไหน มาจากเราเข้าเรียนทุกคาบนะคะ แล้วก็มีกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ๆ อาจจะให้... อาจารย์อาจจะให้คะแนนจากการสังเกตนะคะ หลังเรียนนะคะ ว่าทุกคนตามรายชื่อนะคะ มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมหรืออาจจะมีคะแนนการเขียน Paper เขียนกระดาษ เขียนเป็นคำศัพท์นะคะ ท้ายชั่วโมง หรือกลับไปเขียนที่บ้านให้ส่งใน Classroom นะคะ ว่าจะเก็บคะแนนตรงนั้น นับคะแนนนำคะแนนตรงนั้นนะคะ มารวมกันออกเกรดให้นะคะ หนังสือที่ใช้ในการสอบ ถ้าเป็นหนังสือภาษามือไทยเล่ม 1-6 นะคะ แล้วก็จะมีเพิ่มเติมนะ เว็บไซต์ของสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย แล้วก็ของ NECTEC นะคะ เว็บไซต์ของ NECTEC ให้นักศึกษาไปค้นคว้าภาษามือนะ เป็น 3 ช่องทางนะคะ ของหนังสือภาษามือไทย ก็อยู่ในเว็บไซต์ก็มีนะคะ เดี๋ยวหลังจากวันนี้ไปอาจารย์จะเพิ่มให้อีกนะคะ ก็จะมีอยู่ 3 ช่องทางนะคะ ที่เราจะสามารถไปเรียนรู้ภาษามือไทยเพิ่มเติมได้นะคะ หรือเวลาใช้ชีวิตประจำวันอย่างนี้ค่ะ คำศัพท์บางคำ ภาษาไทยบางคำเราไม่รู้ว่าต้องใช้ภาษามือแบบไหน ความหมายแบบไหนนะคะ ก็ให้พวกเราไปสืบค้น ในเว็บไซต์ที่อาจารย์ส่งให้นะคะ ก็จะได้รู้ว่าภาษามือนี้มันใช้แบบนี้นะ เราก็นำภาษามือมาใช้ในการสื่อสาร ก็คนหูหนวกอื่น ๆ ก็จะได้รู้ ได้เข้าใจตรงกันภาษาที่เราสื่อไปนะคะ สำหรับการบรรยายรายละเอียดของวิชาภาษามือไทยก็หมดไปนะคะ เดี๋ยวตอนนี้อาจารย์จะให้เรามาละลายพฤติกรรมนะ เดี๋ยวนะคะ ได้ขยับเขยื้อนตัวนะคะ เดี๋ยวอาจารย์หา... ใช่ ๆ เดี๋ยวพีี่ล่ามรอสักครู่นะคะ เดี๋ยวอาจารย์จะให้นักศึกษานะคะทุกคน ได้ขยับเขยื้อนก่อนที่จะเรียนภาษามือนะ เป็นอวัจนภาษานะคะ เป็นอยู่ในกลุ่มหมวดเดียวกันของภาษามือเรานะ คือ การแสดงท่าทางแทนการเขียน การอ่าน การพูดนะคะ เขาเรียกว่า "อวัจนภาษา" เดี๋ยวอาจารย์จะให้พวกเรานะคะ ทำท่าตามภาพที่อาจารย์ขึ้นโชว์นะคะ เดี๋ยวให้พี่พลอย พี่อุ้ยนะคะ ช่วยถ่ายรูปน้อง ๆ ไว้ในกิจกรรมการเรียนของเรานะคะ จะเพิ่มจำนวนคนเป็นทีละจำนวนนะคะ ให้นักศึกษายืนค่ะ นักศึกษายืน เคลื่อนไหวนะคะ เป็นการแสดงอวัจนภาษา ในภาษามือเรานะคะ ก็จะมีการแสดงทั้งท่ามือใช่ไหมคะ สีหน้า ท่าทาง ตำแหน่งของมือนะคะ อาจารย์ก็ให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการแสดงออกทางวัจนภาษานะคะ ด้วยการทำท่าตามภาพนี้นะคะ แต่ละภาพนะคะ แล้วให้พี่ ๆ เก็บภาพ เพื่อเป็นภาพความประทับใจ ภาพที่ 1 นะคะ ทำอย่างไรคะ ภาพที่ 1 ภาพที่ 1 สีหน้าอย่างไรคะ แสดงสีหน้าออกอย่างไรคะ แสดงสีหน้าด้วยนะคะ อุบลทำได้ไหม อุบลอยู่ไหน // อุบลไปห้องน้ำ (อาจารย์) ไปนานหรือยัง โอเคใช่ไหมคะ อันนี้เราก็สามารถนำไปใช้ในตอนที่เราไปเที่ยวได้นะคะ ถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ โอเคต่อไปค่ะ ภาพที่ 2 นะคะ ทุกคนจะมีปฏิสัมพันธ์กันนะคะ จะทำอย่างไรคะ จับคู่ค่ะ มิ่งกับอันนี้จับคู่กันลูก ปฏิสัมพันธ์กันค่ะ ทำท่าไหนคะ ต้องทำอย่างไรเอ่ย โอเค ต่อไปนะคะ จำนวน 3 คน 3 3 ทำอย่างไร 3 คน โอเค ได้ไหมคะพี่พลอย ต่อไป 4 คน 4 คน 4 คน แต่ละคน จะคนละท่าค่ะ คนละท่า อาจจะให้พี่อุ้ยกับพี่พลอยช่วยนะคะ 4 คน ให้พี่อุ้ยอยู่ข้างหน้า 1 2 3 4 ใครเป็น L L คน V นะคะ เอาเป็น V อย่างนี้ก็ได้นะคะ V อย่างนี้ก็ได้นะคะ คน V นะคะ คน O คน O จะเอาท่าแบบไหนให้พวกเราในภาพที่ 4 ให้พวกเราประยุกต์เอานะคะ อาจจะไม่ทำท่าเหมือนเขาก็ได้นะคะ มันอันตรายนะคะ L L O ทำอย่างไรค ะ ใคร O L O O อย่างนี้ V E ทำอย่างไร E นี่นะคะ มิ่ง มิ่ง มิ่ง ไปอยู่กลุ่มนั้น 4 คน มิ่งได้ยินไหม พร้อมกันนะคะ ไหน L กลุ่มนี้กลุ่มนี้ L L L O ทำอย่างไรคะ O V V V (เจ้าหน้าที่) V ค้างไว้ V ค้างไว้ V ค้างไว้ V ค้างไว้ ค้างไว้ ค้างไว้ (อาจารย์) V นะคะ โอเค ต่อไปนะคะ จำนวน 5 คนนะคะ 5 คน 5 คนอาจจะไม่ต้องใช้ครบก็ได้นะคะ ต่อกันต่อกัน ใครคนที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 4 คนก็ได้กลุ่มละ 4 คนนะคะ กลุ่มละ 4 คน ตรงนี้เลยค่ะ โล่ง ๆ ตรงนี้เลย คนแรกสิ อุบล่ะ ตรงเลย (เจ้าหน้าที่) ได้ 4 คน (อาจารย์) คนนี้ได้แล้ว (เจ้าหน้าที่)เดี๋ยวถ่ายรูปก่อน พร้อมนะ 1 2 3 1 2 3 โอเค ตรงนี้ยังไม่ได้ คนสูงน่ะ โอเค ลดต่ำลงอีก มองกล้องนะคะ มองกล้อง พร้อมนะ 1 2 3 1 2 3 โอเค ต่อไป 6 คน (อาจารย์) 6 คนให้รวมทั้งห้องเลยนะคะ ให้รวมทั้งห้องเลย (เจ้าหน้าที่) รวมเลยข้างหน้าเลย ข้างหน้าเลย ข้างหน้าเลย ต้องมีคนอยู่กลาง 6 คน จัดสรรกันดูจะทำอย่างไร เร็ว ๆ เร็ว ๆ (อาจารย์) เพราะวิชานี้จะได้เคลื่อนไหวค่ะ ขยับเขยื้อนนะคะ วันนี้ให้ทำอะไร กางอย่างนี้อย่างนี้ (อาจารย์) ช่วยกันออกแบบด้วยนะคะ เขาทำอย่างไรเอ่ย (เจ้าหน้าที่) กางแขนลงมากลางขึ้นไป นั่นแหละ แล้วใครต่อ อุบลกางแขนออก อุบลกางแขนออก (อาจารย์) กว่าจะได้แต่ละรูป (เจ้าหน้าที่) อันนี้ อันนี้จับมือกัน (อาจารย์) มันมี 6 คนนะ โอเค ให้บาสเป็นคนออกคำสั่ง (เจ้าหน้าที่) ใช่เหรอ ใช่เหรอ ทำไมมันเป็นแบบนี้ (อาจารย์) โอเค แล้วก็เดี๋ยวให้บาสมายืนร่วมข้าง ๆ เพื่อน รอ ๆ เอาอีกเหมือนเดิม (เจ้าหน้าที่) ยืน ๆ (อาจารย์) กลางดาวกลางดาว ถ่ายรูปกลุ่มไว้นั่นแหละ 1 2 3 ต่อไป 7 คนเราเกินแล้วน่ะ ไม่เป็นอะไรนะ ได้ไหม ได้ไหม (เจ้าหน้าที่) 7 พอดีที่ (อาจารย์) มี 7 7 คนต่อไป 7 คน (เจ้าหน้าที่) ใครจะอยู่น่าจะอยู่หลัง (อาจารย์) พื้นที่นู่นตรงกลางไม่พอ (เจ้าหน้าที่)มา ๆ จะได้ถ่ายรูปเก็บไว้ เผื่อตอนวันจบแล้วเอามาเปิดดู (อาจารย์) วันจบไม่แน่ล่ะอาจจะปี 3 ปี 4 อาจจะได้ไปเที่ยวอีก จะได้จำถ้าไปเที่ยวนะคะ ถ่ายรูปไปเที่ยว (เจ้าหน้าที่) มา ๆ เข้ามาเร็ว ๆ ใครก่อน อุบลมาก่อน มานี่ก่อน ไม่ ๆ อย่างนี้ก็พอ ย่อ ๆ อย่างนี้ เอาคนแรกก่อน คนแรก คนที่ 1 คนที่ 1 อ้วนยืน (อาจารย์) ยืนตำแหน่งตัวเอง คน 1 คน 2 คน 3 คน 4 คนที่เท่าไร เอาตัวนี้เหรอ ตัวผอม ๆ วางไว้ข้างหลัง ใส่กระโปรงไง (เจ้าหน้าที่) เอาอย่างนี้ก็ได้ไหม อันนี้ อันนี้ ให้อุบลหงายเหรอ โอเค ลองทดสอบดูนะคะ เอาเลย จับไหล่กันนะคะ จับต่อ ๆ กันนะคะ เดี๋ยวเด้อ เดี๋ยวรอถ่ายรูปก่อน โอเค มองกล้อง มองกล้อง มองกล้อง มองกล้อง (เจ้าหน้าที่) เอาเลย เอาเลย เอาเลยเอาเลยเร็ว ๆ (อาจารย์) 1 2 3 1 2 3 โอเค ต่อไป ต่อไปภาพนี้ค่ะ ภาพนี้ ภาพนี้ให้ง่าย ๆ ต่อกัน ต่อกัน หันหน้ามา หันหน้ามาทางนี้ (เจ้าหน้าที่) หันหน้ามาทางไหน (อาจารย์) หันหน้ามาเข้าโต๊ะ เอาชิดกัน เข่าชนกัน เข่าชนกัน เข่าต้องชนกันนะคะ เข่าชนกัน พร้อมนะคะ มองกล้อง 1 2 3 1 2 3 โอเค ต่อไปภาพนี้ค่ะ มีอยู่ 10 ภาพนะ ยืนอย่างไรก็ได้ให้มือต่อกันค่ะ แล้วก็ให้เห็นหน้าคนนะคะ ยืนอย่างไรก็ได้ โอเค ต่อกันแล้วให้เห็นหน้านะคะ เอามือเดียว มือเดียวนะคะ เอาต่ำลงอีก โอเค เห็นหน้าครบแล้วใช่ไหม ให้เห็นหน้าครบนะคะ ให้เห็นหน้าครบ มือใครมือมิ่ง มือไอ้นั่นซ้อน เอาหลบมือนะคะ รูปที่ 9 ต่อไปรูปที่ 10 10 10 ใบพัดค่ะ ใบพัด เรามี 7 คน ก็อยู่ตรงกลาง แล้วก็อยู่ 3 คนทางซ้ายกับขวานะคะ ซ้าย 3 ขวา 3 นะคะ ยืนซ้อนหลังน่ะ เวลาที่คนอวบ ๆ อ้วน ๆ เขาจะยืนซ้อนหลังเพื่อน ก็จะให้คนผอมอยู่ข้างหน้านะคะ ก็ต่อแถวกันนั่นแหละ เป็น V ยืน ยื่น V เฉย ๆ นั่นแหละก็ต่อแถว V ไปข้างหลังน่ะ อันนี้ 2 คน 2 คน ก็ต่อไหล่น่ะ ต่อไหล่อย่างนั้นแหละ โอเค ได้ ก็แค่ให้มันเห็นหน้าไง ให้มันเห็นหน้า ให้มันเห็นหน้า (เจ้าหน้าที่) ฟ้าเงยหน้าขึ้นมา (อาจารย์) โอเค (เจ้าหน้าที่) มิ่ง ๆ เขยิบมานิดหนึ่ง (อาจารย์) โอเค นิดหนึ่ง 1 2 3 1 2 3 โอเค อันนี้ก็เป็นการรีแลกซ์กันนะ เพราะว่าเดี๋ยวต่อไปเราจะได้มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนในห้องเรียนนะคะ ก็จะมีการใช้ภาษามือด้วย การใช้การแสดงสีหน้านะคะ ควบคู่กับการใช้ภาษามือนะคะ อันนี้จำนวนกี่คนเอ่ย ภาษามือ ทบทวน ๆ หูหนวก หนูดีล่ะคะ ได้ไหม 1 ทำอย่างไรคะ 1 อันนี้ 1 นะคะ อันนี้คือจำนวน 1 คนนะ ภาพหลาย ๆ ภาพนี้นะคะ เราก็สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันเราได้นะคะ ในเวลาที่เราไปเที่ยวหรือถ่ายรูปกิจกรรม อันนี้ก็จะเป็นถ่ายคนเดียวนะคะ ต่อไปก็จะเพิ่มจำนวนเพิ่มขึ้นนะคะ ภาษามือมีจำนวนกี่คนคะ 2 นะคะ ต่อไปจำนวน 3 ทำไมไม่ 3 แบบนี้คะภาษามือ เพราะว่าอันนี้ก็ได้มีผู้ที่ตั้งภาษามือไว้แล้วนะคะ ก็เลยให้ถามเป็นแบบนี้ ทำไมไม่ 3 แบบนี้นะคะ เพราะมันเอาภาษามือมาจากอเมริกานะคะ เราก็เลยไม่สามารถที่จะตั้งเองนะคะ เพราะว่าเราเอามาจากที่อื่นด้วยนะคะ มาปรับปรุงใช้เป็นของเรานะคะ ก็เลยเป็นสัญลักษณ์แทน 3 คือ แบบนี้นะคะ แต่คนหูดีคนทั่วไปเขาก็จะใช้ 3 แบบนี้นะ 3 ที่เป็นนิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนางนะคะ เพราะว่าในท่าภาษามือนี้ 3 สัญลักษณ์อีกตัวหนึ่งนะคะ ที่ไม่ใช่เลข 3 นะคะ ต่อไปจำนวนเท่าไรคะ จำนวน 4 อันนี้เขาสะกดว่าอย่างไรคะ เขาสะกดว่าอย่างไรเอ่ย ภาษามือว่าอย่างไรคะ จำได้ไหม อ๋อ แปลว่า "รัก" ใช่ไหม รัก อันนี้คือถ้าภาษามือไทยนะ ถ้าภาษามือของฝรั่ง ก็จะเป็นนิ้วมือใช่ไหมคะ นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วก้อย อันนี้เขาเรียกว่าสัญลักษณ์ภาษามือนะคะ อันนี้เป็นทั่วไปใช่ไหมคะ เป็นทั่วโลกสากลใช่ไหมคะ รู้จักคำว่า "รัก" หรือตัวนี้นะคะ คำว่า "รัก" ภาษาอังกฤษในที่นี้มีตัวอะไรบ้างคะ มีตัว L L อย่างไรคะลูก L-O-V-E ใช่ไหมคะ ที่เอาแต่ละคนทำท่าตามสัญลักษณ์ตามตัวอักษรภาษาอังกฤษนะคะ เป็น L-O-V-E คำว่า "Love" คำว่า "รัก" นะคะ อันนี้ก็ใช้ได้นะคะ เดี๋ยวภาพที่เราถ่ายเมื่อกี้นะ อาจจะไปให้น้อง ๆ ทำเป็นภาพแสดงความยินดีกับพี่ที่จบไปอย่างนี้นะคะ ก็จะมีเห็นท่าหรือเราต่อไปเราอาจจะเอาท่านี้นะคะ ตอนที่เราใส่ชุดครุยนะคะ ไปถ่ายท่าแบบนี้ได้เหมือนกันนะคะ ภาพอดีตแล้วก็ปัจจุบันนะ ที่พี่พลอยถ่ายก็จะเป็นภาพอดีตตอนที่เราเรียนอยู่ เรามีกิจกรรมอะไรอย่างนี้นะคะ พอเราจบเราใส่ชุดครุย แล้วจะมาถ่ายท่านี้เหมือนเดิมจะเป็นภาพ Before After เป็นอดีตหรือปัจจุบัน อันนี้ก็จะเป็นจำนวนเท่าไรลูก กี่คนคะ จำนวนเท่าไรเอ่ย 5 คนใช่ไหมคะ ภาษามือ 5 ต่อไปเท่าไรคะ 6 คน มีความยุ่งยากไหมคะ ท่านี้ ท่านี้มีความยุ่งยากนะคะ แล้วก็มีการพูดคุยสื่อสารกันระหว่างทำกิจกรรมนะ หรืออาจจะมีผู้นำ อย่างเช่น บาสเป็นผู้นำ ช่วยประสานให้เพื่อน จับมือเพื่อนหรือว่าชี้บอกตำแหน่งเพื่อนนะคะ ก็จะได้ภาพที่สวยงามมานะคะ เป็นภาพอะไรคะอันนี้ ภาพอะไรคะ ภาพดาวใช่ไหมคะ เราก็จะได้เรียนรู้ภาษามือไปด้วยนะคะ ในการสื่อสารแล้วก็คำศัพท์ ต่อไปอันนี้จำนวนกี่คนคะ จำนวน 7 คนนะคะ นักศึกษาว่าภาพนี้น่ะค่ะ มันเป็นเหมือนกับภาพอะไรคะ ภาพนี้เหมือนภาพอะไรเอ่ย หมือนดอกไม้ไหม เหมือนดอกไม้ที่กำลังบานหรือคะ เหมือนพัด เหมือนพัด พี่พลอยบอกว่าเหมือนพัดใช่ไหมคะ อันนี้เหมือนพัดอะไรได้อีกคะ เหมือนพระอาทิตย์ไหม แสงพระอาทิตย์ยามเช้าหรือยามเย็นได้ไหมคะ แสงกระจายที่แตกออก เหมือนตอนเด็ก ๆ ใครวาดภูเขาแล้วก็พระอาทิตย์ใช่ไหม พอจะมีวงกลมแล้วก็มีเส้น ๆ เส้น ๆ ใช่ไหมคะ อันนี้ก็เป็นสัญลักษณ์ภาพนะคะ ตัวนี้ล่ะคะ วันนี้มีกี่คนเอ่ย จำนวนกี่คนคะ 8 มี 8 คน มันเป็นท่าอะไรเอ่ย ท่านี้ เหมือนหลังคาไหมคะ เหมือนบ้านโบราณใช่ไหม บ้านไม้ที่แบบเป็นแหลม ๆ น่ะ เหมือนใช่ไหมคะ อันนี้ก็มาจากการจินตนาการนะคะ อยากถ่ายภาพออกมาให้เป็นเหมือนภาพอะไรนะคะ อันนี้จำนวนเท่าไรคะ จำนวนเท่าไร กี่คน 10 หรือ 9 จำนวนกี่คนคะ อันนี้เป็นการแสดงถึงการรวมพลังกันใช่ไหมคะ ความสามัคคีใช่ไหมคะ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทุกคนต่างมีจุดหมายเดียวกันนะคะ ก็คือทำฝ่ามือให้มันตรง แล้วก็ตั้ง ๆ ตั้ง ๆ ให้ชนกัน อันนี้ก็สามารถนำไปถ่ายรูปได้นะคะ แล้วก็ให้เห็นมือจุดที่เด่น แล้วก็มือของใครมีส่วนร่วม อันนี้คือความสามัคคีนะ แล้วก็มีให้เห็นหน้าทุกคน ก็คือเข้ามาให้ทำงาน หลังจากเสร็จงานอย่างนี้ค่ะ เราสามารถถ่ายเป็นภาพนี้ก็ได้นะคะ ภาพนี้ 10 คนนะคะ ก็จะเป็น... ทุกคนมีส่วนร่วมในรูปนี้นะคะ เป็นการประหยัดพื้นที่นะคะ การถ่ายรูปที่แบบใหม่ ไม่ใช่แค่ 2 นิ้ว Mini Heart ใช่ไหมคะ ให้ภาพมันออกมาสวยได้ ทั้งหมดนี้นะคะ ทั้งหมดนี้นะคะ ก็เป็นการรีแลกซ์นะคะ ต่อไปเราจะได้เรียนภาษามือก็จะมีการเคลื่อนไหวกัน การสลับกัน แต่ส่วนมากเราก็จะเน้นในการพูดคุยนะคะ พูดคุยที่เป็นภาษามือ คำศัพท์ภาษามือนะต่อไปนะคะ ทำไมเราถึงมีภาษามือ เบื้องต้นก่อนนะคะ ให้เรามารู้จักว่าภาษามือทำไมต้องมี เพราะมีกลุ่มที่มี บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ชื่อเต็ม ๆ มันก็จะบอก ว่าทุกคนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน และสื่อความหมายนะคะ เพราะว่าปัญหานี้นะคะ คนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ก็คือไม่สามารถได้ยิน พอมีบกพร่องทางการได้ยิน ก็จะมีปัญหาในการสื่อความหมายออกมานะคะ เพราะว่าเขาไม่ได้ยิน เขาก็เลยไม่ได้รับเสียงนั้นมานะคะ ก็เลยทำให้เขาเปล่งเสียงนั้น ออกไปได้ไม่ชัดเหมือนกับคนปกตินะคะ ถ้าได้รับการฝึกฝนมันก็ยังมีปัญหาอยู่นะคะ สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินและสื่อความหมาย เพราะเขามีปัญหาในการรับฟังมาตั้งแต่ทีแรก เขาจึงไม่สามารถที่จะเรียนเสียงในการพูด ให้ได้เหมือนกับคนปกตินะคะ อันนี้ก็จะเป็นของในส่วนของเพื่อนที่เป็นคนหูตึงนะคะ อย่างเช่น มิ่งอย่างนี้ค่ะ ถ้าไม่ค่อยได้ยินมีการรับสารนั้น พอส่งสารมันออกไปว่าจะเป็นเท่ากับที่ได้ยินมานะคะ ความหมายของผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินนะคะ ก็คือผู้ที่สูญเสียการได้ยิน คือ ไม่ได้ยินเลยนะคะ หรือประมาณ 89 เดซิเบล เสียงขนาด 89 เดซิเบลขึ้นไป ถ้าไม่ได้ยิน มันจะมีเครื่องวัดเสียงนะคะ ถ้าไม่ได้ยินก็แสดงว่าเป็นหูหนวก การได้ยินของคนเราก็จะมีอยู่ 2 ข้างนะคะ หูข้างซ้ายกับหูข้างขวา ในการวัดการได้ยินนะคะ ก็จะวัดทั้ง 2 ข้างนะคะ วัดข้างใดข้างหนึ่งที่ได้ยินมากที่สุด จะเอามาคำนวณ มาประเมินการได้ยินนะคะ กลุ่มคนบกพร่องทางการได้ยินนะคะ จะแบ่งอยู่เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มหูตึงนะคะ กลุ่มหูตึง ก็คือสามารถได้ยินเสียง ได้ยินในระดับตั้งแต่ 89 เดซิเบลลงมานะคะ สามารถได้ยิน ก็เป็นคนบุคคลหูตึงนะคะ หรืออาจจะมากกว่านั้น เป็นเสียงที่เราพูดต่อหน้ากัน ประมาณสัก 3 เมตร ใช้น้ำเสียงปกติที่สามารถได้ยินน่ะ ก็แสดงว่าเป็นหูปกติ แต่ถ้าเกินนั้น อาจจะได้ใช้การตะโกนใส่กันอย่างนี้ อาจจะเป็นกลุ่มคนหูตึงแล้วนะคะ และกลุ่มที่ 2 ก็จะเป็นกลุ่มของคนหูหนวกนะคะ กลุ่มของคนหูหนวกนี่ ส่วนมากก็จะพ่วงมากับการพูดไม่ได้นะคะ ก็เกิดจากที่เขาไม่ได้ยิน ไม่ได้ฝึก ไม่ได้รับการได้ยิน ก็เลยไม่ได้ฝึกการพูดออกไป ก็เลยบกพร่องทางการพูด ในการสื่อสารด้วยนะคะ ในคนกลุ่มนี้นะคะ ก็จะมีสาเหตุมาจาก 2 ส่วน แต่ส่วนใหญ่ ๆ ก็จะเป็นมาจากเป็นหูหนวกมาตั้งแต่กำเนิดนะคะ ก็คือหูก็ไม่ได้ยิน ปากก็เลยพูดไม่ได้นะคะ ถ้าเป็นแบบนี้ในการฝึกพัฒนาการพูดจะไม่มีนะคะ ไม่ได้รับการฝึกพัฒนาการพูดนะคะ แต่ว่าจะเป็นการทดแทนการพูด ก็คือการฝึกใช้ภาษามือค่ะ ในการฝึกใช้ภาษามือก็จะส่งต่อไปยังโรงเรียนประจำ โรงเรียนเฉพาะทางนะคะ ก็คือโรงเรียนโสตฯ ต่าง ๆ ที่ใช้การสื่อสารที่เป็นภาษามือ แล้วก็อีกสาเหตุที่ 2 ก็มาจากไม่สบายตั้งแต่เด็กนะคะ ก็คือไข้ขึ้นสูง ก็เลยมีผลกระทบทำให้แก้วหูอักเสบนะคะ ไม่สามารถได้ยินเสียงนะคะ อันนี้ก็คือเป็นภายหลังจากการคลอดนะคะ แล้วก็อีก... อาจารย์เห็นเยอะเหมือนกันพี่เป็นพี่ ๆ นักศึกษานะคะ ที่ได้สอบถามสาเหตุอีกอันหนึ่ง ก็คือมาจากอุบัติเหตุการแคะหูค่ะ ผู้ปกครองแค่หูให้ตั้งแต่เด็กนะคะ อาจจะเป็นโดนคอตตอนบัด หรืออะไรต่าง ๆ ไปกระทบค่ะ หรือวิ่งซุกซนไปชนนั่นชนนี่ ส่งผลกระทบกระเทือนทำให้แก้วหูได้รับการกระทบกระเทือน แล้วก็ไม่สามารถทำให้ได้ยินได้นะคะ อันนี้ก็คือสาเหตุของกลุ่มที่เป็นหูหนวกนะคะ อันนี้ก็จะเป็นระดับคนหูหนวก คนหูตึงนะคะ ถ้าเป็นคนหูตึงก็จะได้ยินเสียงอยู่ตั้งแต่ 26-89 เดซิเบลนะคะ ก็จะเหมือนมิ่งใช่ไหมคะ มิ่งก็จะ... ถ้าพูดเฉย ๆ นี่ หรือไม่ได้ใส่ไมค์ก็ไม่ค่อยได้ยินใช่ไหมคะ หรือได้ยินชัด มิ่งได้ใส่หูฟังไหมตอนนี้ ใส่หูฟังนะคะ ถ้าได้ใส่หูฟังก็จะช่วยขยายเสียงไปอีกนะคะ สำหรับคนหูตึงนะ ใส่หูฟังแล้ว ในการพัฒนาในการสื่อสารนะคะ ต้องมีการฝึกฟังเสียง เพื่อให้เข้าใจในเสียงนั้นนะคะ ฝึกฟังเสียง แล้วก็มีการฝึกออกเสียงนะคะ ถ้าไม่ฝึกออกเสียงจะฟังได้ไม่ชัดนะคะ ก็มีการควบคู่กันไป เพื่อที่จะใช้ในการสื่อสารนะคะ คนหูหนวกมีระดับการได้ยินเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 90 เดซิเบล ถ้า 90 เดซิเบลขึ้นไปไม่ได้ยิน เสียงเพลง หมอลำ งานหมอลำอย่างนี้ ที่มีลำโพงน่ะ ไม่ได้ยินก็แสดงว่าเป็นหูหนวกสนิท หรือเสียงที่เราเปิดเทป หรือเราตะโกนใส่ นะคะ ในระดับที่เราตะโกนใส่ไม่ได้ยินนะคะ ก็แสดงว่าเป็นคนหูหนวก อันนี้คือรายละเอียดในการตรวจการได้ยินนะ อย่างที่อาจารย์อธิบายไป ว่าถ้าข้างใดข้างหนึ่งที่ไม่ได้ยินมีระดับสูง แต่ไม่ถึง 89 เดซิเบล ก็ถือว่าเป็นคนหูหนวกนะคะ แต่ถ้าในระดับ 89 ขึ้นไปจนถึงแสดงว่าเป็นคนหูตึงนะคะ ถ้า 90 เกินขึ้นไปอีกก็แสดงว่าเป็นคนหูหนวกนะคะ ขอโทษทีค่ะ ตั้งแต่ 26-89 เป็นคนหูตึงนะคะ 89-90 โดยประมาณนะคะ แต่ถ้า 90 ขึ้นไปไม่ได้ยิน ก็แสดงว่าเป็นคนหูหนวกนะคะ แต่สำหรับคนปกติขุดดินเรา ก็ตั้งแต่ 26 พูดต่อหน้ากัน โดยน้ำเสียงปกติ ก็เป็นคนปกติค่ะ อันนี้ก็จะเป็นตารางการสูญเสียการได้ยิน 6 ระดับนะคะ อันนั้นก็จะเป็นคร่าว ๆ อันนี้ก็จะเป็นละเอียดทางการแพทย์นะคะ ที่ใช้วัดระดับการได้ยินนะคะ นักโสตไม่ใช่แพทย์ ผู้ที่ตรวจวัดการได้ยินไม่ใช่แพทย์ ไม่ใช่คุณหมอนะคะ แต่จะเป็นนักโสต นักโสต ก็คือจะเป็นคนที่มีความรู้เกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์ที่เป็นผู้ประเมินควบคู่ไปกับแพทย์นะคะ อันนี้ก็จะเป็นตารางการได้ยินนะ การตรวจวัด การตรวจวัดก็จะเป็นนักโสตนะคะ โสตสัมผัสวิทยานะคะ การตรวจวัดการได้ยินจะมีอยู่ 3 แบบนะคะ แบบอย่างคร่าว ๆ คร่าว ๆ ก็คือ ถ้าเป็นตอนเด็ก ๆ ก็จะเป็นเรียกชื่อ เรียกแล้วหันตามเสียงนะคะ จะถือว่าเป็นปกติ แต่ถ้าเรียกแล้วไม่หันก็จะผิดสังเกต แต่ว่าอันนี้ในระดับเด็กน่ะค่ะ ก็จะมีช่วงอายุ หรือพัฒนาการทางด้านร่างกายของแต่ละคนแตกต่างกันนะคะ บางคนก็จะพัฒนาการช้า หรือร่างกายไม่สมบูรณ์ ในอวัยวะในร่างกายบางส่วน ก็จะทำงานล่าช้าไปด้วยนะคะ อย่างเช่น บางคนร่างกายไม่สมบูรณ์ ก็จะส่งผลให้การได้ยิน การมองเห็นช้ากว่าคนที่ทางด้านร่างกายปกติค่ะ การตรวจคร่าว ๆ นะคะ การเรียกหรือหันตามเสียง หรือของหล่นแล้วหันกลับหลัง มีเสียงอยู่ข้างหลัง มากระทบหรือมาโดนชนเราอย่างนี้ หันไปมองช่วงทันเวลา อันนี้ถือเป็นคนปกติ ได้ยินปกตินะคะ เป็นการทดสอบเสียง แบบคร่าว ๆ นะคะ แบบที่ 2 การตรวจสอบแบบมาตรฐาน ก็จะเป็นให้นักโสตวิทยานะคะ ช่วยในการตรวจการประเมิน ก็จะมีเครื่องตรวจมีการเข้าในห้องที่ไม่มีเสียงรบกวนนะคะ ช่วยในการตรวจวัดการได้ยินของเรานะคะ มีใครเคยไปตรวจวัดการได้ยินไหมคะ ตอนโต ๆ แล้ว เพื่อที่จะรับเครื่องช่วยฟังน่ะค่ะ ตี๋น้อย ตี๋น้อยเคยไปใช่ไหม ตี๋น้อยเคยไปไหม ตี๋น้อยน่าจะเคยไปนะคะ ที่โรงพยาบาล เคยตรวจ เคยไปตรวจการได้ยินเสียงอยู่ใช่ไหม ตอนเด็ก ๆ จำได้หรือเปล่า เคยได้ไปเข้าห้องตรวจฟังเสียงไหม ก่อนที่จะรับเครื่องฟังน่ะ เขาก็จะตรวจการได้ยินก่อน ว่าคุณได้ยินหรือไม่ ถ้าไม่ได้ยินคุณก็จะไม่สามารถวัดไปขั้นตอนในการรับเครื่องช่วยฟังนะคะ อาจจะจำไม่ได้นะ แล้วมีได้มีฝึกพูดด้วยไหมคะ ก็มีนะคะ พอได้ใส่เครื่องช่วยฟังแล้วจะต้องได้ฝึกพูดไปด้วยนะคะ อันนี้เป็นการทดสอบแบบมาตรฐานนะคะ ต่อไปเป็นการทดสอบแบบพิเศษ การทดสอบแบบพิเศษนะคะ ก็จะมีการวิเคราะห์ของแพทย์ด้วยนะคะ ก็คือการตรวจในแก้วหู ในชั้นหูของเรานะคะ มีความผิดปกติอะไรด้วยไหมนะคะ หลังจากที่เราประเมินการได้ยินแล้ว อาจจะมีประเมินในขั้นมาตรฐาน แล้วก็ต่อไปเป็นการประเมินแบบขั้นแบบพิเศษ ก็จะแบบพิเศษก็จะมีแพทย์เข้ามาด้วย ว่าเรา... ในช่วงอายุนะคะ มันก็จะมีกลุ่มผู้สูงอายุหูตึงเข้ามาอย่างนี้นะคะ ก็จะมีแพทย์เข้ามาช่วยในส่วนนี้ด้วยนะคะ แก้วหูอาจจะเสื่อม อาจจะลดน้อยลง อาจจะทำให้เสียการได้ยินลดน้อยลงไปด้วยอย่างนี้นะคะ หรือทางการแพทย์อาจจะส่องดู ว่ามีขี้หูปิดหูมากน้อยแค่ไหนนะคะ บางคนอาจจะไม่ได้แคะหูเลยตั้งแต่เกิดมาอย่างนี้ค่ะ อาจจะทำให้ไปปิดหู ปิดแก้วหู ทำให้การสั่นสะเทือนของเสียงไม่สามารถเข้าไปถึงแก้วหูได้ อันนี้ก็จะเป็นการตรวจแบบพิเศษเพิ่มขึ้นมาอีกนะคะ ต่อไปนะคะ สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน จะต้องมีภาษาที่ช่วยในการสื่อสารนะคะ และก็มีวิธีการสื่อความหมายนะคะ ว่าจะต้องใช้วิธีไหนนะคะ สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินนะคะ ถ้าเป็นคนเราปกตินะคะ ก็จะใช้การสื่อสารโดยการพูดนะ เมื่อเราได้ยินเราก็สามารถจำได้โดยอัตโนมัตินะคะ ว่าคำนี้ความหมายว่าอย่างนี้นะคะ อาจจะมีบางคำที่ไม่คุ้นหู เราก็จะต้องได้เรียนรู้ในความหมายในคำนั้นนะคะ สำหรับหูหนวกแล้วไม่ได้ยินต้องทำให้ปัญหาในการเข้าใจภาษา เข้าใจความหมายด้วยนะคะ ฉะนั้นแล้ว หูหนวกว่าจะต้องใช้ทักษะพิเศษ ก็คือใช้ตาแทนการได้ยินนะคะ มาช่วยในการรับการสื่อสารนะคะ แต่ตาเรานะคะ สามารถที่จะมองไปข้างหน้าเห็นได้หลาย ๆ อย่าง ก็เลยทำให้เราไม่สามารถที่จะโฟกัสสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้แม่นยำเท่ากับการได้ยินเสียง ถ้าการได้ยินเสียงมันอาจจะได้ยินมีเสียง 1 มีเสียง 2 หรือส่วนมากจะมีเสียง 1 อย่างเช่น ตอนนี้ถ้าใครเป็นนักศึกษาที่เป็นคนปกติ เป็นหูดีนะ ก็จะได้ยินแค่เสียงอาจารย์ที่พูด ก็จะไม่มีอะไรที่มาแทรก ก็จะเข้าใจในสิ่งเดียวนะคะ แต่ถ้าเป็นหูหนวกใช้ตาแทนการได้ยินตา จะมองเห็นได้หลายอย่างหลายที่หลายจุดมากนะคะ ก็เลยไม่สามารถที่จะโฟกัสในคำคำศัพท์นั้นได้นะคะ ก็เลยทำให้มีปัญหาในการจำคำศัพท์นั้นด้วยนะคะ ฉะนั้นแล้ว นักศึกษาก็เลยจะต้อง ผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน จะต้องมาฝึกการพูดหรืออ่านปากนะคะ เพื่อที่จะใช้ในการสื่อสาร มีการฝึกพูดนะคะ สำหรับหูหนวก หูหนวกครอบครัว จากพ่อ จากแม่ ก็ไม่ได้เรียนภาษามือถูกไหมคะ ฉะนั้นหูหนวกจะต้องมีการการอ่านปากจากพ่อแม่ ถึงแม้ไม่ได้ยินแต่ก็มีการฝึกอ่านปาก แล้วก็มีการฝึกออกเสียง เพื่อที่จะสื่อให้ผู้ปกครอง ได้เข้าใจถึงสิ่งนั้นที่เราจะสื่อไปนะ Step ที่ 2 ก็คือภาษามือ พอพูดมันยากแล้วแล้วแหละ สีหน้ามันก็มีบ้าง แต่ว่าบางทีมันอาจรูปปาก ท่าปากเหมือน ๆ กันคล้าย ๆ กัน ก็เลยไม่สามารถแยกได้ ว่าคำนี้ออกเสียงว่าอย่างไรนะคะ จึงมีการใช้ภาษามือเรียนภาษามือแทนการอ่านปากนะคะ แทนคำศัพท์ หูหนวกก็จะต้องได้เรียนนะคะ ต่อไปพวกเราจะได้เรียนภาษามือเป็นการแทนสื่อสารการแทนการภาษาพูดนะคะ ในการใช้ภาษามือเราก็จะมีการสะกดนิ้วมือเข้ามาร่วมด้วย โดยเฉพาะภาษามือไทยเรา อาจจะมีถ้ามือที่เป็นตัวสะกดเป็นตัวนำใช่ไหมคะ อย่างเช่น ชื่อบางคนอย่างนี้ ชื่อ ก ไก่ กิ๊บเก๋อย่างนี้ ก็จะมีตัว ก ไก่ ที่เป็นตัวสะกดมือ มาประกอบท่าตำแหน่งให้เป็นภาษามือนะคะ หรือเป็นคำว่าจังหวัดต่าง ๆ อย่างนี้น่ะค่ะ ใช่ไหมคะ ที่สังเกตเห็นก็จะมีตัวสะกด ตัวสะกด แล้วก็มีเพิ่มถ้านั้นนี้มา เพื่อที่จะเป็นคำศัพท์เฉพาะของสถานที่นั้น ๆ ใช่ไหมคะ อย่างเช่น ขอนแก่น ขอนแก่น ก็จะเป็น ข ไข่ แล้วก็ ก ไก่ ใช่ไหมคะ มีตัวสะกดเข้ามาช่วยภาษามือ สกลนครใช่ไหมคะ ก็จะมี ส เสือ เข้ามาช่วยใช่ไหมคะ ในหลายจังหวัดนะ ก็จะมีอักษรเข้ามาช่วยในภาษามือนะคะ แล้วทีนี้บางคำคำศัพท์ภาษามือโดยตรงไม่มีนะคะ เป็นคำใหม่ เพื่อที่จะให้หูหนวกเข้าใจนะคะ ก็จะมีการสะกดนิ้วมือว่าคำนี้นะคะ ว่ามันมาจากตัวนี้ บางคนอาจจะคุ้นตาหรือว่าฉันไม่สามารถแปลความหมายได้ แต่ว่าคือคำนี้นะ อย่างนี้น่ะค่ะ ก็สะกดมือมานะคะ แล้วก็มาช่วยในการสื่อสาร อย่างเช่น บางครั้งที่ล่ามประเทศหลาย ๆ ประเทศนะ จะนึกคำศัพท์ประเทศไม่ได้นะคะ ก็จะทำการสะกดนิ้วมือ คนหูหนวกก็จะดูการสะกดนิ้วมือ อ๋อ คือ ประเทศนี้นะ โดยที่ไม่ได้ทำท่าของภาษามือ เฉพาะนั้นก็สามารถเข้าใจได้อย่างนี้นะคะ การอ่านริมฝีปากใ นการทำภาษามือครอบครัวพ่อแม่หลาย ๆ คนนะ ที่เป็นพ่อแม่หูดีก็จะมีการอ่านริมฝีปากนะคะ คือ สื่อให้ลูกได้รู้ ลูกก็จะต้องจ้องที่ปาก รวมกับสีหน้าอยู่บนใบหน้าด้วยนะคะ ว่าจะต้องการสื่ออะไร กินข้าว กินข้าวอย่างนี้ใช่ไหมคะ มานี่ อาจจะมีท่ากิริยาเข้ามาช่วย ถ้าแนะคำพูดนะคะ ถ้าแนะคำพูดก็จะมีปาก // ยังไม่เสร็จเหรอ (อาจารย์) ยังค่ะ ว่าจะมีปากนะคะ ที่พูดด้วยแล้วก็มีท่ามือที่เป็นท่าภาษาธรรมชาติโดยทั่วไป อย่างเช่น มานี่ใช่ไหม เราก็จะมีสีหน้ามีปากมัน โดยที่ไม่มีการออกเสียงแล้วก็มือกวักใช่ไหมคะ ใช่ ใช่ไหมคะ มาร์กี้ก็จะเจอจริง ๆ ใช่ไหมคะ มาร์กี้ไปทำงานนะ จะได้คุยกับคนปกตินะคะ หรือพี่ ๆ ที่ทำงานด้วยกันนะคะ ก็จะมีการใช้เขาเรียกว่าภาษาธรรมชาติ ภาษาแนะนะคะ มีการทำท่ามือหรือพยักหน้ามานี่ มานี่ อาจจะไม่ได้ใช้มือนะคะ เป็นคำแนะ หรือการให้ผู้ฟังดูอย่างนี้นะคะ ก็ชี้ไปที่ตาต้องใช้ตาแล้วนะ ชี้มือนำไปจุด ๆ นั้นนะคะ อันนี้ก็เป็นท่าคำแนะนำและการพูดนะคะ หรือบางคนปากอาจจะมีอาหารมีน้ำอยู่อย่างนี้นะคะ ไม่สามารถพูดได้ แต่ใช้มือชี้แนะไปด้วยนะคะ หรือโดนยุง แต่ว่าอยู่กับเพื่อนไกล ๆ ทำให้ จุ๊ ๆ จุ๊ ๆ ไม่ให้พูดนะคะ ให้ระวังว่ามียุงอยู่ที่หน้าผากนะ มียุงอยู่ที่หน้าผากให้ตบนะ ให้ระวังนะอย่างนี้นะคะ ก่อนที่มันจะบินไป เป็นการชี้แนะท่าประกอบนะคะ การสื่อสารรวม สื่อสารรวม ทุกวันนี้มีโซเชียลใช่ไหมคะ มี Face มี LINE นักศึกษาก็ใช้ช่องทางนี้ในการสื่อสารนะรวมนะคะ มีทั้งการพูด การส่งข้อความ เสียง สื่อต่าง ๆ นะคะ มีท่าประกอบ มีการพิมพ์เพิ่ม มีตุ๊กตาสติกเกอร์ LINE ใช่ไหมคะ เป็นการสื่อสารรวมมี ภาพการ์ตูนที่แสดงความยินดีและมีการยิ้ม มีภาพให้ว่าเป็นภาพของขวัญ ร่วมฉลองยินดีและมีคำด้วยในการ์ตูนสติกเกอร์นั้น ว่ายินดีอย่างนี้นะค่ะ อันนี้เป็นการสื่อสารรวม หรือบางสติกเกอร์จะมีเสียงพูดออกมาด้วยใช่ไหมคะ อันนี้ก็จะผ่านไปนะ เด็กหูหนวกกับเด็กตาบอด ใช้สื่อการสื่อสารที่แตกต่างกันนะ แต่ว่าทำอย่างไรจะสื่อสารกันได้ ทางหูหนวกก็จะใช้ประสาทสัมผัสทางตานะคะ ในการสารแทนการส่งสาร ก็คือมือแทนการพูดนะคะ สำหรับตาบอดก็จะใช้การพูดนะคะ แทนการสื่อสารการได้ยินเป็นการสื่อสารโดยตรงอยู่แล้ว แต่ว่าการพูดก็คือการพูดสื่อสารโดยตรง แต่ว่าบางอย่างเขามองไม่เห็น เขาก็จะใช้ประสาทสัมผัสเหมือนกับคนหูหนวก ในการจับการลูบ การคลำ สรุปนะคะ คนที่สูญเสียประสาทสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นหูหนวกหรือตาบอดนะ ก็จะใช้ประสาทสัมผัสอื่น แทนประสาทสัมผัสที่สูญเสียไปนะคะ ก็จะสามารถพูดคุยสื่อสารได้เหมือนกับคนปกตินะคะ ถ้าพูดไม่ได้ก็จะใช้ภาษามือ ท่าทาง กิริยา อวัจนภาษา ในการช่วยการสื่อสาร ก็สามารถที่จะสื่อสารได้เทียบเท่ากับคนปกติได้นะคะ ในด้านอารมณ์ ทุกคนก็อาจจะเข้าใจบริบทเพื่อน ๆ นะ ก็ให้มาเพิ่มเติมเอาแล้วกันนะคะ ในส่วนของบุคลิกภาพ เดี๋ยวมันก็เป็นไปตามที่เราอยู่ในสังคมนะ บุคลิกภาพของคนหูหนวก ใน 8 ขั้นตอน 8 ระยะ จนถึงแก่ไปเลยนะคะ Sorry ในการศึกษาของคนหูหนวกนะคะ การศึกษาของคนหูหนวก ส่วนมากครับ ศึกษาของคนหูหนวกจะเป็นการศึกษาใน 2 แบบนะคะ แบบที่ 1 ก็จะเป็นโรงเรียนเฉพาะ โรงเรียนเฉพาะ ก็คือโรงเรียนโสตฯ ต่าง ๆ นะคะ ที่มีในกลุ่มเฉพาะของคนหูหนวกนะคะ อีกแบบที่ 2 ก็จะเป็นแบบโรงเรียนเรียนร่วม เรียนร่วมกับคนปกติ อย่างเช่น มหาวิทยาลัยของเรานะคะ ก็ถ้าเป็นรุ่นพี่นะ ก็จะมีเพื่อนในห้องเรียนที่เป็นคนปกติ แล้วก็มีคนพิการ คนพิเศษเข้ามาเรียนร่วมในห้องเรียนนั้นนะคะ แต่ว่าในทางการเรียนนะคะ ก็จะมีการให้บริการการให้การสนับสนุน เพื่อที่จะให้ผู้บกพร่องผู้พิการได้เรียนเทียบเท่ากับคนปกติ ถ้าเป็นหูหนวกก็จะมีล่ามเข้ามาแปลในชั้นเรียน อย่างของมหาวิทยาลัยเราก็จะมีพี่ล่ามแปลในชั้นเรียนนะคะ แล้วก็พี่ล่ามจากทางออนไลน์ช่วยด้วยนะคะ ก็จะแปลที่อาจารย์บรรยาย แปลในการสื่อสาร ให้นักศึกษาได้เรียนไปพร้อมกับคนปกติเราก็เข้าใจในขั้นตอนวิธีการการเรียนนะคะ การศึกษาเฉพาะโรงเรียนนะคะ ถ้าเป็นหูหนวกเขาจะเป็นเรียกว่าเรียนแบบ 2 ภาษานะคะ ควบคู่กันไป ก็คือภาษาเขียนแล้วก็ภาษามือเดี๋ยวเราจะได้เรียนกันในแบบ 2 ภาษา หูหนวกจะได้ทบทวนภาษาเขียนไปด้วยแล้วก็ภาษามือนะคะ ในการเรียนของโรงเรียนเฉพาะทางในการสอน หลักสูตรในการสอนก็จะเหมือนของโรงเรียนปกติ ของนักเรียนปกตินะคะ แต่ว่าจะมีการให้บริการสนับสนุนเข้ามาช่วยนะคะ ถ้าเป็นห้องเรียนของหูหนวกก็จะมีล่ามเข้ามาช่วยภาษามือ แปลภาษามือนะคะ มีของ ม. เราก็จะมี Note Tacter ช่วยจดบันทึกงานต่าง ๆ แทนหูหนวก เพราะหูหนวกไม่สามารถที่จะมองล่ามแล้วก็มาเขียนได้นะคะ เพราะฉะนั้น ก็จะมีการให้บริการ Note Tackter เจอในห้องเรียนด้วยนะคะ การแบบเรียนร่วมเหมือนรุ่นพี่เรานะคะ ก็คือมีห้องเรียนแล้วก็มีการให้บริการ เพื่อที่จะให้นักศึกษาการนักศึกษาหูหนวกเรียนไปพร้อมกับเพื่อนปกติได้ในเวลาเดียวกันนะคะ ระบบ 2 ภาษา อันนี้ก็พูดแล้วนะ นี่อันนี้จะเป็นการให้บริการสำหรับคนหูหนวกนะคะ มีการให้บริการสอนปรับพื้นฐานภาษามือไทย มีล่ามในห้องเรียน มีการส่งเสริมการเรียนภาษาไทย มีการให้บริการปรึกษา อย่างเช่นนั กศึกษามีคำไทยมา แต่ไม่รู้ภาษามือ ก็นำมาใช้พูดคุยกับพี่ล่าม หรือเพื่อน ๆ นะคะ มาตกลงกัน ว่าจะต้องใช้ภาษามืออย่างไร การบริการวิชาการ ก็จะเป็นการให้บริการล่ามเชื่อมโยงกันนะคะ การช่วยตรวจคำบรรยาย การบริการด้านเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก อย่างเช่น ทุกวันนี้ในช่องทีวีใช่ไหมคะ ก็จะมีล่ามในช่องทีวีช่วยบริการด้านเทคโนโลยี แปลในระหว่างที่ช่องทีวีนั้นพูดช่องบรรยายนะคะ การบริการพิเศษ ก็อาจจะมีเพิ่มเติมมีการเขียนคำไปด้วย ถ้าเป็นของเราก็จะมีข้างบนใช่ไหมคะ เป็นข้อความเสียงพูด ถอดเสียงพูดมาด้วยนะคะ เป็นตัวอักษรนะคะ ตัวอักษรเสริมรายวิชา ก็จะเป็นพี่ ๆ ช่วยสอนเสริม เพราะบกพร่องทางการได้ยินน่ะ จะมีปัญหาในเรื่องภาษานะคะ เพราะฉะนั้น จึงมีการสอนเสริมเพิ่มเติมอีกนะคะ สรุปนะคะ วันนี้ให้นักศึกษาไปอ่านเองแล้วกันนะ อาจารย์จะไม่สรุปนะ วันนี้จะให้งานนะคะ ให้งานอีกนะคะ วันนี้จะให้งานนักศึกษาอีกนะ ก็คือให้นักศึกษาไปเรียนรู้คำศัพท์ภาษามือ ไปฝึกดีกว่า ไปฝึกจำนวนตัวเลขนะคะ ที่เว็บไซต์ที่อาจารย์ส่งให้ ของสมาคมหูหนวกแล้วก็ของ NECTEC นะคะ จำนวนตัวเลข 1-10 หลักสิบ หลักร้อย หลักพัน หลักหมื่น หลักแสน หลักล้านนะคะ ฝึกตัวเลข ฝึกท่าภาษามือ แล้วก็ฝึกเขียนจำนวน เดี๋ยวอาจารย์จะทำคำสั่งลงใน Classroom นะคะ วันนี้แล้วให้นักเรียนทำส่งมา แล้วก็จะมีสัปดาห์หน้าก็จะให้นักเรียนมาทดสอบเหมือนเช่นเคยนะคะ ก็จะเก็บคะแนนไปเรื่อย ๆ นะคะ ก็สำหรับวันนี้อาจารย์ก็จะจบการบรรยายเพียงเท่านี้นะคะ แล้วจะให้นักศึกษาออกมาทีละคนนะคะ มาเขียนคำศัพท์ที่นักศึกษาส่งใน Classroom น่ะค่ะ เขียนจำนวน 10 คำ แล้วก็ทำภาษามือให้อาจารย์ดูนะคะ สำหรับใครเดี๋ยวจะให้เวลาพักด้วยนะ ตั้งแต่ตอนนี้ 10.00 น. จนถึง 11.00 น. นะคะ พอ 11.00 น. จะให้มาสอบ เดี๋ยวให้นักศึกษาไปทบทวนดู ว่าคำศัพท์ตัวเองเขียนว่าอย่างไรแ ล้วอาจารย์ไม่ให้มาเขียนตรวหน้าอาจารย์นะคะ เขียนคำศัพท์ให้ถูก ภาษามือให้ตรงกันนะคะ แล้วตอนที่พักใน 15 นาทีนี้ ให้นักศึกษาตรวจดู ว่าใครเขียนคำศัพท์ในไม่ถูกให้แก้แล้วก็ให้ส่งใหม่ โอเคนะคะ ของมิ่งยังไม่ได้ส่ง ให้พิมพ์ส่งมาด้วยนะคะ แล้วก็มาเขียนส่ง สำหรับวันนี้ก็ขอบคุณที่ล่ามนะคะ เดี๋ยวจะให้นักศึกษาทดสอบนะคะ แล้วก็ให้พี่ล่ามพักผ่อน วันนี้นักศึกษาขอบคุณที่ล่ามนะคะ นักศึกษาขอบคุณที่ล่ามค่ะ 1 2 3 ขอบคุณที่ล่าม ขอบคุณค่ะ ตอนนี้ให้พักผ่อนนะคะ แล้ว 11.00 น. จะมาสอบ [สิ้นสุดการถอดความ]