--- title: ฝึก Revoice วิชาภาษามือไทยเบื้องต้น (เช้า) 170667 subtitle: date: วันอังคารที่ 18 มิถุนายน 2567 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) จะเป็นการทบทวน นะคะ แปลคำศัพท์ แล้วก็ เรียนรู้ภาษามือไทยใหม่ๆด้วยนะคะ และ เรียนภาษามือ ที่จะใช้คำศัพท์ ร่วมกันนะคะ เข้าใจตรงกันนะคะ ไปที่มหาวิทยาลัยของเรานะคะ แล้วก็อีกอันหนึ่ง ก็เพื่อ ฝึกการสื่อสาร กับเพื่อน ที่เรียนร่วมด้วยกันกับเรานะคะเพื่อนหูดี อุบลแล้วก็วิ่งนะคะ จะได้เรียนภาษามือ ไปด้วยกัน เบอร์ที่จะใช้ในการสื่อสาร ในระหว่างเรียน ในมหาวิทยาลัยนะคะเพราะว่านอกเหนือจากกิจกรรมการเรียน อาจจะมีกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เสียงมันเข้าลำโพง มันเลยหอน สัปดาห์ก่อนนะเรายังไม่ได้เจอกันนะคะสัปดาห์ก่อนที่ให้นักศึกษา หาคำศัพท์ ที่เป็นภาษาเขียนนะคะแล้วก็ ฝึกคำศัพท์ที่เป็นภาษามือควบคู่กันด้วยนะคะ ก็มีส่งเหลือของมึงนะคะของนิ่ง วิ่งยังไม่ได้ส่งคำศัพท์ที่เป็นตัวเขียน ดูแล้วเมื่อคืนยังไม่มีนะคะให้ส่งเข้ามาด้วย เดี๋ยววันนี้ ขายชั่วโมง ตรวจนะคะ แล้วก็ให้นักศึกษา เขียนคำศัพท์ที่นักศึกษาส่งมาค่ะ เขียนให้ถูกต้อง ในรายวิชานี้นะคะ อาจารย์จะฝึก ภาษามือ แล้วก็ภาษาเขียนควบคู่ไปด้วยนะคะ เพื่อที่พวกเรา จะได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ในการเรียนหรือว่าการใช้ชีวิตนะคะ ในการเขียนภาษาไทยได้ถูกต้องด้วยนะคะ ในไทยวิชาก็จะตรวจ งานของสัปดาห์ที่แล้วนะ ที่ให้นักศึกษาไปค้นคว้า คนละ 10 คำ 10 ท่านะคะ แล้วก็ทดสอบทีละคน เราจะทำแบบนี้ทุกๆสัปดาห์นะคะจะให้นักศึกษา เขียนคำศัพท์ แล้วก็ ทำภาษามือ เพื่อจะได้เข้าใจตรงกันระหว่างคำศัพท์ ภาษาเขียน ภาษาเขียนกับภาษามือเข้าใจตรงกันนะคะ เรามาดูรายละเอียดของ วิชาภาษามือไทยเบื้องต้นนะคะ พ่อภาษามือไทยเบื้องต้นก็ 3 หน่วยกิตนะคะ น่าจะประมาณ 15 ชั่วโมง จำไม่ได้เรียน ทั้งหมด หากมีกิจกรรม ก็จะให้นักศึกษาไปร่วมช่วยกิจกรรมของสาขาของคณะนะคะ ว่าจะเป็นคะแนนในส่วนตรงนี้ให้ถั่วเฉลี่ยไปนะคะ จุดประสงค์ หรือจุดมุ่งหมายของรายวิชานี้นะคะ เพื่อที่จะให้นักศึกษา มีทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน แล้วมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่นะคะ ก็คือ งานการบ้าน ของวิชาภาษามือไทยนะคะแล้วก็หน้าที่ในการเรียน ขอนัดใหม่นะ เวลาเรียน 9:00 น นะคะ มาให้ตรงเวลาด้วย เพราะตอนนี้ไม่ใช่มีแค่เรานะคะ ก็จะมีพิราบออนไลน์ทางไกลด้วยนะคะ ที่จะมารอพวกเรา ก็ไม่อยากให้พี่รอหรือและเราไม่อยากรอพี่นะคะเพราะอย่างนั้นให้นักศึกษามาให้ตรงเวลานะคะ มีหน้าที่เรียนก็มาเรียนนะคะหรือถ้าเหตุ ไม่สบาย กรณีใดๆก็แจ้ง ที่ที่ดูแล พี่พลอยกับพี่อุ้ยนะคะ หรือแจ้งอาจารย์ หรือแจ้งเพื่อนๆนะคะ ไม่สบายมาไม่ได้หรือมีเหตุธุระอันใด ก็สามารถลาได้นะคะ แต่ขอให้นักศึกษาแจ้งนะคะ อุปสงค์ที่ 2 เพื่อให้นักศึกษาสามารถ ประยุกต์ใช้ความรู้ให้เป็นหลักในการดำเนินชีวิต แล้วประกอบอาชีพ ได้อย่างมีประสิทธิผล ในห้องนี้มีใครหูตึงไหมคะ วิ่งใช่ไหม แต่ว่าวิ่งเคยได้ยินอยู่ ต้องใช้ภาษามือใช่ไหม ถ้าเรียนวิชานี้ อาจจะไปพูดถึงอนาคตนะถ้าสมมุติว่ามิ่ง เรียนรู้ภาษามือถือ ชำนาญด้านภาษามือมิ่งก็สามารถ พี่จะไปเป็นอาชีพล่ามแปลภาษามือ อย่างที่ทำภาษามือออนไลน์ได้นะคะ ถ้าไม่เป็น นักโปรแกรมเมอร์ อื่นๆเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ก็สามารถนำความรู้ของวิชานี้ ไปประกอบอาชีพอื่นๆได้นะคะ หรือ เป็นจ๊อบ นิดๆหน่อยๆไปใช้บริการที่โรงพยาบาล เพื่อนๆไม่สบายอย่างนี้ค่ะ สามารถให้บริการได้ ข้อได้เปรียบ ของคนหูตึงนะคะ จะสามารถที่จะได้ยิน พอได้ยินแล้วสามารถที่จะใช้ภาษามือภาษาแปลได้นะคะ ไม่ใช่แค่วิ่งนะคะอุบลก็สามารถ ที่จะนำความรู้ตรงนี้ไปประกอบอาชีพได้เหมือนกันนะคะ ส่วนหูหนวก ก็ไม่ใช่แค่ภาษามือนะคะ อาจจะเป็นไม่รู้อนาคตต่อไปอาจจะเป็นคุณครูก็ได้นะคะ ก็นำความรู้ วิชาภาษามือไทย ด้วยการที่เราเรียนภาษามือไทยนะเราก็จะมีเรียนภาษาไทย ควบคู่ไปด้วยนะคะ อาจจะนำความรู้ด้านภาษาไทย ใช้สอนนักเรียน หรือนำภาษาไทย ไปใช้กับงาน ที่ตนได้ทำประกอบอาชีพนะคะอย่างเช่น การออกแบบอย่างนี้ค่ะ ก็จะต้องมีข้อความใช่ไหมคะ ในการออกแบบข้อความ จะมีการสะกดการเขียนคำให้ถูกต้อง นักศึกษาก็จะได้นำความรู้ตรงนี้ไปใช้แล้วก็ไปประยุกต์ใช้ด้วยนะคะ มาส่งที่ 3 นะคะให้นักศึกษาสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ในการติดต่อสื่อสารกันได้อย่างสร้างสรรค์ อาจจะมีวิธีการ หรือแนวทางในการใช้เทคโนโลยีนะคะ อย่างเช่น ใช้บริการ ttrs หรือ การให้บริการ รามออนไลน์ใน ttrs ของห้องเรียนหรือห้องประชุม ในห้องสัมมนา อาจจะขอเป็นครั้งคราวอย่างนี้นะคะ ก็รู้วิธีการว่าจะต้อง เชื่อมต่อกันอย่างไรใช้โปรแกรมอย่างไรอย่างนี้นะคะ อันนี้ก็คือจุดประสงค์ของรายวิชาภาษามือไทยเบื้องต้นนะคะ จำนวนชั่วโมง ที่ใช้เรียนนะคะ ตามตารางเรียนเราจะเป็น 4 ชั่วโมงใช่ไหมคะ แต่ในการปฏิบัติ เราก็อาจจะเรียนแค่ 2 ชั่วโมง แต่อาจารย์จะพยายามให้เราเข้ามาเรียน เพื่อจะได้ใช้ภาษามือในการปฏิบัติ ร่วมกันกับเพื่อนๆนะคะ ที่เป็นทั้งหูดีและหูหนวก เป็นเพื่อนปกตินะคะ ประมาณ 2 ชั่วโมง อีก 2 ชั่วโมง ก็จะเป็นการบรรยายภาคทฤษฎี ในส่วนนี้ ก็อาจจะน้อยลงอาจจะเป็นส่วนต้นๆนะคะของสัปดาห์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 นะคะ เป็นภาคทฤษฎี ว่าจะเล่า ถึงประวัติความเป็นมาของภาษามือไทย แล้วก็ หลักการ แนวทางในการใช้ภาษามือไทยเรานะคะ ในอีก 5 ชั่วโมงก็จะเป็นการศึกษาด้วยตนเอง ก็คือประมาณ 15 ครั้ง อาจจะเป็นอยู่ 5 สัปดาห์นะคะ ให้นักศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง ทำงานทำการบ้านที่บ้านนะคะ วันนี้ ให้นักศึกษาไปอ่านเองก็แล้วกันนะ ในรายละเอียดด้านอื่นๆนะคะ อันนี้คือแผน การเรียนของพวกเรานะคะ เราจะเจอกันอยู่ประมาณ ซัก 14 สัปดาห์นะคะ ถ้าจะเจอกันจริงๆนะ ก็จะมีสอบกลางภาค แล้วก็สอบปลายภาค ว่าจะลดไปนะคะ อาจจะเป็นเก็บคะแนนในชั่วโมงเรียนนะคะ การสอบกลางภาคกับปลายภาค ก็อาจจะไม่มีนะคะ ว่าจะเก็บคะแนนของเรา ในชั่วโมงเรียน ก็จะมีคะแนน ความรับผิดชอบ รายการมาเรียนนะคะ แต่ว่าถ้าป่วยก็ไม่เป็นไรนะคะ ถือว่าก็ให้แจ้งลานะคะ ชั่วโมงแรก จะเป็นการปฐมนิเทศนะ ก็แต่ว่าอาจารย์ก็ไม่ปฐมนิเทศ เป็นให้พวกเราทำงานมาส่งนะคะ ก็จะเป็นการทดสอบ ความรู้ด้วย ทดสอบวิธีการใช้ภาษามือก่อนนะคะ แปลว่า สัปดาห์นี้คือสัปดาห์ที่ 2 อาจารย์อาจจะมีการสลับกันนะ ก็มาปฐมนิเทศที่แจ้งรายละเอียดของรายวิชานะคะ แล้วก็อาจจะรวบรัดนะคะของสัปดาห์นี้ จะให้ความรู้ เกี่ยวกับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน สัปดาห์ที่ 3 ให้ความหมายความสำคัญและหลักการใช้ของภาษามือไทย อาจารย์ก็จะบรรยายนะคะ อาจจะมีให้นักศึกษายกตัวอย่างอาจารย์ยกตัวอย่างด้วยนะคะ อันนี้ของ อภัยอาจารย์พิมพ์ผิด สัปดาห์ที่ 4 เป็นการฝึกบริหารนิ้วมือนะคะ ก็มีการฝึกนำตัวเลขนะคะ อาจจะมีการเล่นเกมร่วมด้วยนะคะเล่นกิจกรรมร่วมด้วยนะคะ เพื่อให้บรรยากาศการเรียนไม่ซีเรียสนะคะ การสะกดตัวอักษร ภาษาอังกฤษ อาจจะมีเล่นเกม เป็นการทบทวนความจำ แต่ละตัวอักษรนะคะ สัปดาห์ที่ 5 ภาษามือไทยในชีวิตประจำวัน การสะกดตัวอักษร ภาษาไทยนะคะ อาจจะมีเกี่ยวข้องกับเรา อย่างในชีวิตประจำวันอยู่ตลอดนะคะ อย่างเช่นบางคำ เราไม่รู้จักคำศัพท์ภาษามือ เราก็จะใช้การสะกดนิ้วมือนะคะ อย่างเช่น วางตัวอย่างนี้ค่ะ นักศึกษาก็ จำไม่ได้หรือสับสน อย่างเช่น ตัวท้อฐานอย่างนี้ ตัวต่อปฏัก ตัวที่ไม่ค่อยได้ใช้ อาจจะลืมไปนะคะ ก็มาฝึกทบทวนด้วยนะคะ แล้วก็ ฝึกการสะกดชื่อนะคะ อันนี้ก็จะไปเกี่ยวกับจุดประสงค์ด้วยนะคะ การสะกดชื่อ หรือสะกดคำต่างๆนะคะ เพราะว่า เวลาเราใช้มือ นาฬิกาสะกดนะคะ เวลาเราไปใช้แป้นพิมพ์ มันจะเรียงลำดับเหมือนกันนะคะ อย่างเช่นคำว่าเรียนอย่างนี้นะคะ เราสะกดมือเรียน แล้วก็สระเอ รอเรือสระอียอยักษ์ นอนหนูใช่ไหมคะ แป้นพิมพ์ เราก็เรียงลำดับเหมือนกันใช่ไหมคะ อันนี้ก็จะเป็นการนำประยุกต์ใช้ ในชีวิตประจำวันได้ด้วยนะคะ การสะกดมือสะกดแป้นพิมพ์ก็จะเรียงลำดับเหมือนกันนะคะ ก็จะช่วยให้เรา พิมพ์คำคำนั้น ได้ถูกต้อง ตามหลักการสะกดภาษาไทยนะคะ แล้วก็ หลักการสะกดภาษามือด้วยนะคะ ถ้าไปสื่อสารกับคนปกติ ว่าจะเข้าใจนะคะ ว่าตัวนี้ เขียนก่อนเขียนหลัง เพราะหูหนวกเรานะ ตามที่อาจารย์เห็น ก็มักจะเขียนตำแหน่ง ของตลาดของวรรณยุกต์ ของส่วนต่างๆ ของการสะกด ผิดตำแหน่งไปก็มีนะคะ นี่ก็จะเป็นการมาทบทวนเราด้วยนะคะ ในสัปดาห์ที่ 7 ก็จะเป็นการบอกเวลา เวลาต่างๆเช้าเที่ยงเย็นตอนเวลามืด เวลาเป็นตัวเลขนะคะ บอกเป็นวัน เกิดวันที่เท่าไร อะไรอย่างนี้ เกิดวันที่อะไรนะคะ การสอบปลายภาค ยังไม่มีนะ จะเป็นการเก็บคะแนนในระหว่างเรียนนะคะ สัปดาห์ที่ 9 ภาษามือในชีวิตประจำวันเรื่อง ครอบครัวและตัวฉันนะคะ ก็จะเป็นบอกในส่วนต่างๆ ของร่างกายเราชอบ ไม่ชอบสีอะไรประมาณนี้นะคะ แล้วก็ครอบครัวลำดับ ญาติพี่น้อง เกี่ยวข้องกันอย่างไร นะคะ ในความสัมพันธ์ของญาติ ของครอบครัวเรานะคะ ในสัปดาห์ที่ 10 ก็จะเป็นเรื่องอาหาร มีใครทำอาหารเป็นบ้างคะ ทำอาหารเป็นไหมเอ่ย ก็อาจจะให้ในสัปดาห์นี้นะคะ อาจจะให้นักศึกษาแต่ละคน มาจำลองเหตุการณ์การใช้ภาษามือ ในการแนะนำการทำอาหารนะคะ อย่างเช่น ครูจะต้มมาม่าอย่างนี้นะคะ ครูก็จะเริ่มจาก ซองมาม่า ตั้งหม้อ เปิดไฟ ใส่น้ำ เป็นลำดับขั้นตอนนะคะ แล้วก็จะมีท่าภาษามือ แล้วก็แนะนำมา กูจะต้มมาม่าควรจะใส่อะไรบ้าง เราก็ใช้ภาษามือแนะนำ ว่ามีมาม่ามีไข่ ผักกาดขาว พ่อจะทำภาษามือควบคู่ไปด้วยนะคะ ก็อาจจะให้นักศึกษา เขียนควบคู่ไป แต่ละสัปดาห์ด้วยนะคะ เขียนมาม่า คำว่ามาม่าเขียนว่าอย่างไร คำว่าไข่ต้มเขียนว่าอย่างไร ด้วยนะคะ จะได้ เรียงลำดับการเขียนภาษาไทยไปด้วยนะ ไปสัปดาห์ที่ 11 มหาวิทยาลัยของฉันนะคะ เราจะมาตกลงร่วมกันนะคะ ว่าสถานที่แต่ละสถานที่ในมหาวิทยาลัย เราใช้ภาษามือกันแบบไหนนะ อย่างเช่นหอใน มีชื่อ อย่างเช่นหอราชพฤกษ์หอกันเกราอย่างนี้ จริงๆไม่มี เราจะมาตกลงกัน ใช้ภาษามือ แบบไหน เราถึงจะใช้เรียกใช้สื่อสารกันได้ ศูนย์ dss ต้องใช้ภาษามือแบบไหน อาคาร 13 ห้องเรียนของเราใช้ภาษามือแบบไหนนะคะ ก็จะมาตกลงกันนะ สัปดาห์ที่ 12 หน่วยสถานที่ เราก็จะมา เรียนรู้ เกี่ยวกับสถานที่ต่างๆ ที่ไม่ใช่ในมหาวิทยาลัยเรา โรงเรียนวัด บ้านสถานที่สำคัญสำคัญ กรุงเทพฯ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิอย่างนี้ค่ะ เราก็อาจจะมีโอกาสได้ไปกรุงเทพฯ อาจจะได้ใช้ภาษามือ พรุ่งนี้นะคะ โรงพยาบาล สถานี ตำรวจ อาจจะได้ไปนะคะ ว่าจะมาเรียนรู้การใช้ภาษามือนะคะ ในสัปดาห์ที่ 13 นะคะ ก็จะให้นักศึกษา เรียนรู้ เรื่องราว จากการใช้ภาษามือนะคะ แล้วให้นักศึกษาแปล หรือสรุปเรื่องราวนั้นๆนะคะ เป็นภาษาเขียน จะทดสอบว่านักศึกษาดูภาษามือแล้วเข้าใจอย่างไร เข้าใจคำศัพท์แบบไหนนะคะ สัปดาห์ที่ 14-15 หลังจากที่นักศึกษา เรียนไปครบแล้วนะคะ อาจจะให้นักศึกษา ทำงานกลุ่ม เราอาจจะ 2 กลุ่มก็ได้ จะให้ทำเป็นเพลงนะคะ เพลงเพลงหนึ่งแล้ว เพลงนั้นมาเป็นภาษามือ แล้วก็อัดวีดีโอ อาจจะอัพลงโซเชียลนะคะ ตื่น เผยแพร่ ว่าในรายวิชาภาษามือเรา เราส่งภาษามือออกไปให้คนได้รู้จัก อาการที่จะพูดคุยกับคนหูหนวก ต้องพูดคุยผ่านอะไรอย่างไร หรืออาจจะเป็น ให้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ที่นักศึกษาชื่นชอบหรือสถานที่ท่องเที่ยว ของจังหวัดสกลนครนะคะ มาเป็นภาษามือ น้องๆนักศึกษาเห็นรุ่นพี่เราไหมคะ ที่ทำโปรเจคนะ เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว ไม่แน่รุ่นเราก็อาจจะได้ทำ เหมือนพี่ก็ได้นะคะ ในการทำคลิปวีดีโอแนะนำที่ท่องเที่ยว ก็ได้ทำภาษามืออัดเป็นคลิปภาษามือนะคะ ก็จะได้ฝึกภาษามือ ให้ถูกต้อง คำศัพท์ของภาษาไทยนะคะ เพื่อที่จะไปเผยแพร่ ให้คนหูดี คนข้างนอกได้รู้ได้เข้าใจ แปลภาษาคำไทยนี้ภาษามืออย่างนี้ พ่อจะได้ไปประยุกต์ใช้ ได้สื่อสาร สับปะรดเอานะ การตัดเกรดนะคะ ก็ตามนี้นะคะ ก็ให้นักศึกษาไปเปิดทบทวนดูนะคะ คะแนนจะมาจากไหน อย่างเราเข้าเรียนทุกคาบนะคะ แล้วก็ มีกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ อาจจะให้อาจารย์อาจจะให้คะแนนจากการสังเกตนะคะ หลังเรียนนะคะ มาทุกคน ตามรายชื่อนะคะ มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม หรืออาจจะมีคะแนน การเขียน Paper เขียนกระดาษเขียนเป็นคำศัพท์นะคะท้ายชั่วโมง กลับไปเขียนที่บ้านให้ส่งใน classroom นะคะ ว่าจะเก็บคะแนนตรงนั้น 3 คะแนน นำคะแนนตรงนั้นนะคะ มารวมกัน ออกเกรดให้นะคะ หนังสือที่ใช้ในการสอบ ถ้าเป็นหนังสือภาษามือไทยเล่ม 1-6 นะคะแล้วก็จะมีเพิ่มเติมนะ เว็บไซต์ ของสมาคม คนหูหนวกแห่งประเทศไทย แล้วก็ ของ nectec นะคะ เว็บไซต์ของเนคเทค ให้นักศึกษาไปค้นคว้าภาษามือนะ เป็น 3 ช่องทางนะคะ ของหนังสือภาษามือไทย ก็อยู่ในเว็บไซต์ก็มีนะคะ เดี๋ยวหลังจากวันนี้ไปอาจารย์จะเพิ่มให้อีกนะคะ ก็จะมีอยู่ 3 ช่องทางนะคะ ที่เราจะสามารถ ไปเรียนรู้ ภาษามือไทยเพิ่มเติมได้นะ หรือเวลาใช้ชีวิตประจำวันอย่างนี้ค่ะ คำศัพท์บางคำภาษาไทยบางคำ เราไม่รู้ว่า ต้องใช้ภาษามือแบบไหน ความหมายแบบไหนนะคะ ก็ให้พวกเราไปสืบค้น ในเว็บไซต์ ที่อาจารย์ส่งให้นะคะ จะได้รู้ว่าภาษามือนี้มันใช้แบบนี้นะเราก็นำภาษามือมาใช้ ในการสื่อสาร ก็คนหูหนวกอื่นๆ ก็จะได้รู้ ได้เข้าใจตรงกัน ภาษาที่เราสื่อไปนะคะ สำหรับการบรรยายรายละเอียด ของวิชาภาษามือไทยก็หมดไปนะคะ เดี๋ยวตอนนี้ อาจารย์จะให้เรา มาละลายพฤติกรรมนะ เดี๋ยวนะคะ ไม่ขยับเขยื้อนตัวนะคะ เดี๋ยวอาจารย์หา ใช่ๆ เดี๋ยวพิราบรอสักครู่นะคะ เดี๋ยวอาจารย์จะให้นักศึกษานะคะทุกคน ได้ขยับเขยื้อน ก่อนที่จะเรียนภาษามือนะ เป็นอวัจนภาษานะคะ เป็นอยู่ในกลุ่มหมวดเดียวกันของภาษามือเรานะ คือการแสดงท่าทาง แผนการเขียนการอ่านการพูดนะคะ เขาเรียกว่าอวัจนภาษา เดี๋ยวอาจารย์จะให้พวกเรานะคะ ทำท่าตามภาพที่อาจารย์ขึ้นโชว์นะคะ เดี๋ยวให้พี่พลอย อุ้ยนะคะช่วยถ่ายรูปน้องๆไว้ในกิจกรรมการเรียนของเรานะคะ จะเพิ่มจำนวนคนเป็นทีละจำนวนนะคะ ให้นักศึกษายืน นักศึกษายืน เคลื่อนไหวนะคะ เป็นการแสดงอวัจนภาษา ในภาษามือเรานะคะ ก็จะมีการแสดง ทำท่ามือใช่ไหมคะ สีหน้า ท่าทาง ตำแหน่งของมือนะคะ อาจารย์ก็ให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการแสดง วัจนภาษานะคะ ด้วยการทำท่า ตามภาพนี้นะคะ แต่ละภาพนะคะ แล้วให้พี่ๆเก็บภาพ เพื่อเป็นภาพความประทับใจ ภาพที่ 1 นะคะทำอย่างไรครับภาพที่ 1 ภาพที่ 1 สีหน้าอย่างไรคะ แสดงสีหน้าออกอย่างไรคะ แสดงสีหน้าด้วย อุบลทำได้ไหมอุบลอยู่ไหน อุบลไปห้องน้ำ ไปนานหรือยัง โอเคใช่ไหมคะอันนี้ เราก็สามารถนำไปใช้ ไอ้ตอนที่เราไปเที่ยวได้นะคะ ไปถ่ายรูปกับเพื่อนๆ โอเคต่อไปค่ะ ภาพที่ 2 นะคะ ทุกคนจะมีปฏิสัมพันธ์กันนะคะ ทำอย่างไรคะ สักครู่ค่ะ วิ่งกับอันนี้จับคู่กันลูก ปฏิสัมพันธ์กันค่า ท่าไหนคะ ทำอย่างไร ต่อไปนะคะ ตับคน ทำอย่างไร 3 คน OK ได้ไหมครับพี่พลอย ต่อไป 4 คน 4 คน 4 คน แต่ละคน คนละท่าค่ะ คนละท่า อาจจะให้พี่อุ้ยกับพี่พลอยช่วยนะคะ 4 คน ให้พี่อุ้ยอยู่ข้างหน้า ใครเป็นแอล แมว คนวีนะคะเอาเป็น V อย่างนี้ก็ได้นะคะ V อย่างนี้ก็ได้นะคะ คนวีนะคะ คนโอ คนโอจะเอาท่าแบบไหน ให้พวกเราในภาพที่ 4 ให้พวกเราประยุกต์เอานะคะอาจจะไม่ทำท่าเหมือนเขาก็ได้นะคะมันอันตรายนะ L L โอนทำอย่างไรคะใครโอน แมว O โอ้อย่างนี้ v e ทำอย่างไร อีนี่นะคะ มิ่งไปอยู่กลุ่มนั้น 4 คน มึงได้ยินไหม พร้อมกันนะคะไหน L กลุ่มนี้กลุ่มนี้ l l L ทำอย่างไรคะ O V V V วีค้างไว้ วีค้างไว้ วีค้างไว้ ดี ค้างไว้ค้างไว้ ค้างไว้ ดีนะคะ aok ต่อไปนะคะจำนวน 5 คนนะคะ 5 คน 5 คนอาจจะไม่ต้องใช้คบก็ได้นะคะต่อกัน ต่อกัน ใครคนที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 4 คนก็ได้กลุ่มละ 4 คนนะคะ กลุ่มละ 4 คน ตรงนี้เลยค่ะ ตรงนี้เลย คนแรกสิ ตรงเลย 4 คน คนนี้ได้แล้ว เดี๋ยวถ่ายรูปก่อน พร้อมนะ 123 123 OK คนสูงน่ะ OK ลดต่ำลงอีก มองกล้องนะคะมองกล้อง 123 123 ต่อไป 6 คน 6 คนให้รวมทั้งห้องเลยนะคะ ให้รวมทั้งห้องเลย รวมเลยข้างหน้าเลยข้างหน้าเลย ข้างหน้าเลย ต้องมีคนอยู่กลาง 6 คน จัดสรรกันดูจะทำอย่างไร เร็วๆเร็วๆ เพราะวิชานี้จะได้เคลื่อนไหวค่ะ วันนี้ให้ทำอะไร บางปู อย่างนี้ การออกแบบด้วยนะคะ เขาทำอย่างไรเอ่ย กางแขนลงมากลางขึ้นไป นั่นแหละ แล้วใครต่อ อุบลกางแขนออก อุบลกางแขนออก กว่าจะได้แต่ละรูป อันนี้อันนี้จับมือกัน มันมี 6 คนนะ โอเคให้บาสเป็นคนออกคำสั่งใช่เหรอ ใช่เหรอทำไมมันเป็นแบบนี้ OK แล้วก็เดี๋ยวให้บาสมายืนร่วมข้างๆเพื่อน รร เอาอีกเหมือนเดิม ยืนยืน กลางดาวกลางดาว ถ่ายรูปกลุ่มไว้นั่นแหละ 123 ต่อไป 7 คนเราเกินแล้วน่ะไม่เป็นอะไรนะ ได้ไหมได้ไหม 7 พอดีที่มี 7 7 คนต่อไป 7 คน ใครจะอยู่น่าจะอยู่หลัง พื้นที่นู่นตรงกลางไม่พอ มาๆจะได้ถ่ายรูปเก็บไว้ เผื่อตอนวันจบ แล้วเอามาเปิดดู วันจบไม่แน่ล่ะอาจจะมีสามี 4 อาจจะได้ไปเที่ยวอีก จะได้จำถ้าไปเที่ยวนะคะถ่ายรูปไปเที่ยว มาๆเข้ามาเร็วๆ ใครก่อน อุบลมาก่อนมานี่ก่อน ไม่ๆอย่างนี้ก็พอ อย่างนี้ เอาคนแรกก่อนคนแรก คนที่ 1 คนที่ 1 อ้วนยืน ยืนตำแหน่งตัวเอง ไหน คน 1 คน 2 คน 3 คน 4 คนที่เท่าไหร่ เอาตัวนี้เหรอตัวผอมๆวางไว้ข้างหลัง ใส่กระโปรงไง เอาอย่างนี้ก็ได้ไหม อันนี้อันนี้ ให้อุบลหมายหรอ โอเคลองทดสอบมือ ช้า เอาเลย กลับรายการนะคะ ภาพต่อกันนะคะ เดี๋ยวเด้อเดี๋ยวรอถ่ายรูปก่อน โอเคมองกล้องมองกล้อง เอาเลยเอาเลย เอาเลยเอาเลยเร็วๆ 123 1 2 3 OK ต่อไปต่อไปภาพนี้ค่ะภาพนี้ภาพนี้ให้ง่าย ต่อกันต่อกัน หันหน้ามาหันหน้ามาทางนี้ หันหน้ามาเข้าโต๊ะ เอาชีทกันเขาชนกัน เข้าชนกันเขาต้องชนกันนะคะ เขาชนกัน พร้อมนะคะมองกล้อง 123 1 2 3 OK ต่อไปภาพนี้ค่ะ มีอยู่ 10 ภาพนะ ยืนอย่างไรก็ได้ก้อยมือต่อกันค่ะแล้วก็ให้เห็นหน้าคนนะคะ ยืนอย่างไรก็ได้ OK ต่อกันแล้วให้เห็นหน้านะคะ มือเดียวนะคะ เอาต่ำลงอีก OK เห็นหน้าครบแล้วใช่ไหม ให้เห็นหน้าครบนะคะให้เห็นหน้าครบ มือใครมือนิ่งมือไอ้นั่นซ้อน เอาหลบมือนะคะ รูปที่ 9 ต่อไปรูปที่ 10 10 ใบพัดค่ะใบพัด เรามี 7 คน ก็อยู่ตรงกลางแล้วก็อยู่ 3 คนทางซ้ายกับขวานะคะ ซ้าย 3 ขวา 3 นะคะ ยืนซ้อนหลังน่ะ เวลาที่คนอวบๆอ้วนๆ เขาจะยืนซ้อนหลังเพื่อน ว่าจะให้คนผอมอยู่ข้างหน้านะคะ ก็ต่อแถวกันนั่นแหละขับ NV ยืน ยื่นวีซ่าเฉยๆ นั่นแหละก็ต่อแถววีไปข้างหลังอ่ะ วันนี้ 2 คน 2 คน ก็ต่อไหล่นะหน้าต่อไหล่ อย่างนั้นแหละ วนไป OK ได้ก็แค่ให้มันเห็นหน้า เออไอ้นี่เออ ให้มันเห็นหน้า ให้มันเห็นหน้า ฟ้า เงยหน้าขึ้นมา OK นิ่งๆเขยิบมานิดนึงโอเคนิดนึง 123 123 OK อันนี้ก็เป็นการ relax กันนะ เพราะว่าเดี๋ยวต่อไปเราจะได้มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนในห้องเรียนนะคะ ก็จะมีการใช้ภาษามือด้วย การใช้การแสดงสีหน้านะคะ ควบคู่กับการใช้ภาษามือนะคะ อันนี้จำนวนกี่คนเอ่ย ภาษามือ ควรทบทวนหูหนวก หนูดีล่ะคะได้ไหม 1 ทำอย่างไรคะ 1 อันนี้ 1 นะคะ อันนี้คือจำนวน 1 คนนะ ภาพหลายๆภาพนี้นะคะเราก็สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันเราได้นะคะ ในเวลาที่เราไปเที่ยวหรือถ่ายรูปกิจกรรม อันนี้ก็จะเป็นถ่ายคนเดียวนะคะ อภัยก็จะเพิ่มจำนวนเพิ่มขึ้นนะคะ สาขามีจำนวนกี่คนคะ 2 นะคะ ต่อไปจำนวน 3 ทำไมไม่สั่งแบบนี้คะ ภาษามือ เพราะว่าอันนี้ก็ได้มีผู้ที่ตั้งภาษามือไว้แล้วนะคะ ก็เลยให้ถามเป็นแบบนี้ทำไมไม่ถามแบบนี้นะคะ เพราะมันเอาภาษามือมาจากอเมริกานะคะ เราก็เลยไม่สามารถที่จะตั้งเองนะคะเพราะว่าเราเอามาจากที่อื่นด้วยนะคะ มาปรับปรุงใช้เป็นของเรานะคะ ก็เลยเป็นสัญลักษณ์แทนศาล คือแบบนี้นะคะ แต่คนหูดีคนทั่วไปเขาก็จะใช้ 3 แบบนี้นะ 3 ที่เป็นนิ้วชี้นิ้วกลางนิ้วนางนะคะ เพราะว่า ไปท่าพระ 3 สัญลักษณ์อีกตัวนึงนะคะ ที่ไม่ใช่เลข 3 นะคะ ต่อไปจำนวนเท่าไหร่คะ จำนวน 4 อันนี้เขาสะกดว่าอย่างไรคะ เขาสะกดว่าอย่างไรเอ่ย ภาษามือว่าอย่างไรคะจำได้ไหม อ๋อแปลว่ารักใช่ไหม รักอันนี้คือถ้าภาษามือไทยนะ ถ้าภาษามือของฝรั่ง ว่าจะเป็นนิ้วมือใช่ไหมคะนิ้วโป้ง นิ้วก้อย อันนี้เขาเรียกว่าสัญลักษณ์ภาษามือนะคะ วันนี้เป็นทั่วไปใช่ไหมคะเป็นทั่วโลกสากลใช่ไหมคะ รู้จักคำว่ารักหรือตัวนี้นะคะ คำว่ารักภาษาอังกฤษในที่นี้มีตัวอะไรบ้างคะ มีตัว L L อย่างไรคะลูก L O V ใช่ไหมคะ พี่เอาแต่ละคน ทำท่าตามสัญลักษณ์ตามตัวอักษรภาษาอังกฤษนะคะ เป็น l o v e คำว่า Love คำว่ารักนะคะ อันนี้ก็ใช้ได้นะคะ เดี๋ยวภาพที่เราถ่ายเมื่อกี้นะ อาจจะไปให้น้อง ทำเป็นภาพ แสดงความยินดีกับพี่ ที่ตกปลาอย่างนี้นะคะ ว่าจะมีเห็นท่า หรือเราต่อไปเราอาจจะเทาท่านี้นะคะตอนที่เราใส่ชุดครุยนะคะ ไปถ่ายถ้าแบบนี้ได้เหมือนกันนะคะภาพอดีตแล้วก็ปัจจุบันนะ สีที่พี่พลอยถ่ายก็จะเป็นภาพอดีตตอนที่เราเรียนอยู่เรามีกิจกรรมอะไรอย่างนี้นะคะ พอเราจบเราใส่ชุดครุยแล้วจะมาถ่ายท่านี้เหมือนเดิม จะเป็นภาพ Before After เป็นอดีตหรือปัจจุบัน อันนี้ก็จะเป็นจำนวนเท่าไหร่ลูกกี่คนคะ จำนวนเท่าไรเอ่ย 5 คนใช่ไหมคะภาษามือ 5 ต่อไปเท่าไหร่คะ บุคคล มีความยุ่งยากไหมคะท่านี้ ถ้านี้มีความยุ่งยากนะคะ แล้วก็มีการพูดคุยสื่อสารกันระหว่างทำกิจกรรม หรืออาจจะมีผู้นำอย่างเช่นบาสเป็นผู้นำ ช่วยประสานให้เพื่อน จับมือเพื่อน หรือว่าชี้บอกตำแหน่งเพื่อนนะคะ ว่าจะได้ภาพที่สวยงามมานะคะเป็นภาพอะไรคะอันนี้ ภาพอะไรคะ ภาพดาวใช่ไหมคะ เราก็จะได้เรียนรู้ภาษามือไปด้วยนะคะ ในการสื่อสารแล้วก็คำศัพท์ ต่อไปอันนี้จำนวนกี่คนคะ จำนวน 7 คนนะคะ นักศึกษาว่า ภาพนี้นะคะ มันเป็น เหมือนกับภาพอะไรคะ ภาพนี้เหมือนภาพอะไรเอ่ย เหมือนดอกไม้ไหม เหมือนดอกไม้ที่กำลังบานหรือคะ เหมือนพัดเหมือนพัดที่พลอยบอกว่าเหมือนพัดใช่ไหมคะ อันนี้เหมือนพัดอะไรได้อีกคะ เหมือนพระอาทิตย์ไหม แสงพระอาทิตย์ยามเช้าหรือยามเย็นได้ไหมคะ แสงกระจายที่แตกออก เหมือนตอนเด็กๆใครวาดภูเขาแล้วก็พระอาทิตย์ใช่ไหม พอจะมีวงกลมแล้วก็มีเส้นเส้นๆใช่ไหมคะ อันนี้ก็เป็นสัญลักษณ์ภาพนะคะ ตัวนี้ล่ะคะ วันนี้มีกี่คนเอ่ย จำนวนกี่คนคะ 8 มี 8 คน มันเป็นผ้าอะไรเอ่ยท่านี้ เหมือนหลังคาไหมคะ เหมือนบ้านโบราณใช่ไหม บ้านไม้ที่แบบเป็นแหลมๆน่ะ เหมือนใช่ไหมคะ อันนี้ก็มาจากการจินตนาการนะคะ อยากถ่ายภาพออกมาให้เป็นเหมือนภาพอะไรนะคะ อันนี้ จำนวนเท่าไหร่คะ จำนวนเท่าไร กี่คน 10 หรือ 9 จำนวนกี่คนคะ อันนี้เป็นการแสดงถึง การรวมพลังกันใช่ไหมคะความสามัคคีใช่ไหมคะ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทุกคนต่างมีจุดหมายเดียวกันนะคะ ก็คือทำฝ่ามือให้มันตรงแล้วก็ตั้งตั้งตั้งชนกัน อันนี้ก็สามารถนำไปถ่ายรูปได้นะคะ แล้วก็ให้เห็นมือจุดที่เด่น แล้วก็มือของใครมีส่วนร่วมอันนี้คือความสามัคคีนะ แล้วก็มีให้เห็นหน้าทุกคนก็คือเข้ามาให้ทำงาน หลังจากเสร็จงานอย่างนี้ค่ะเราสามารถถ่ายเป็นภาพนี้ก็ได้นะคะ ภาพนี้ 10 คนนะคะ ก็จะเป็น ทุกคนมีส่วนร่วม ในรูปนี้นะคะ เป็นการประหยัดพื้นที่นะคะ การถ่ายรูปที่แบบใหม่ ไม่ใช่แค่ 2 นิ้วมินิฮาร์ทใช่ไหมคะ ให้ภาพมันออกมาสวยได้ ทั้งหมดนี้นะคะ ทั้งหมดนี้นะคะก็เป็น การ relax นะคะ ต่อไปเราจะได้เรียนภาษามือก็จะมีการเคลื่อนไหวการสลับ แต่ส่วนมากเราก็จะเน้นในการพูดคุยนะคะ พูดคุยที่เป็นภาษามือคำศัพท์ภาษามือนะ ต่อไปนะคะ ทำไมเราถึงมีภาษามือ เบื้องต้นก่อนนะคะให้เรามารู้จัก ว่าภาษามือทำไมต้องมี เพราะ มีกลุ่มที่มีบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ชื่อเต็มๆมันก็จะบอกว่าทุกคนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน และสื่อความหมายนะคะ เพราะว่าปัญหานี้นะคะ คน ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ก็คือไม่สามารถได้ยิน พอมีบกพร่องทางการได้ยิน ก็จะมี ปัญหาในการสื่อความหมายออกมานะคะ เพราะว่าเขาไม่ได้ยินเขาก็เลยไม่ได้รับเสียงนั้นมานะคะ ก็เลยทำให้เขาเปล่งเสียงนั้นออกไปได้ไม่ชัด เหมือนกับคนปกตินะคะ ถ้าได้รับการฝึกฝน มันก็ยังมีปัญหาอยู่นะคะ สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินและสื่อความหมาย เพราะเขามีปัญหาในการรับฟังมาตั้งแต่ทีแรกเขาจึงไม่สามารถที่จะเรียนเสี่ยงในการ พูดให้ได้เหมือนกับคนปกตินะคะ อันนี้ก็จะเป็นของในส่วนของเพื่อนที่เป็นคนหูตึงนะคะ อย่างเช่นวิ่งอย่างนี้ค่ะ ถ้าไม่ค่อยได้ยินมีการรับสารนั้นเพราะสงสารมันออกไป ว่าจะเป็นเท่ากับ ที่ได้ยินมานะคะ ความหมายของผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินนะคะ ก็คือผู้ที่สูญเสียการได้ยิน คือไม่ได้ยินเลยนะคะหรือประมาณ 89 เดซิเบล เสียงขนาด 89 เดซิเบลขึ้นไปถ้าไม่ได้ยิน มันจะมีเครื่องวัดเสียงนะคะ ถ้าไม่ได้ยิน ก็แสดงว่าเป็นหูหนวก การได้ยินของคนเราก็จะมีอยู่ 2 ข้างนะคะหูข้างซ้ายกับหูข้างขวา ในการวัด การได้ยินนะคะ พ่อจะวัดทั้ง 2 ข้างนะคะ วัดข้างใดข้างหนึ่งที่ได้ยินมากที่สุด จะเอามาคำนวณ มาประเมินการได้ยินนะคะ กลุ่มคนบกพร่องทางการได้ยินนะคะ จะแบ่งอยู่เป็น 2 กลุ่มคือกลุ่มหูตึงนะคะ กลุ่มหูตึง ก็คือสามารถได้ยินเสียง ได้ยินในระดับ ตั้งแต่ 89 DB ลงมานะคะ สามารถได้ยิน ก็เป็นคนบุคคลหูตึงนะคะ หรืออาจจะมากกว่านั้น เป็นเสียงที่เราพูด ต่อหน้ากัน ประมาณซัก 3 เมตร ใช้น้ำเสียงปกติที่สามารถได้ยินน่ะ ก็แสดงว่าเป็นหูปกติ แต่ถ้าเกินนั้นอาจจะได้ใช้การตะโกนใส่กันอย่างนี้ อาจจะเป็นกลุ่มคนหูตึงแล้วนะคะ และกลุ่มที่ 2 ก็จะเป็นกลุ่มของคนหูหนวกนะคะ กลุ่มของคนหูหนวกนี้ ส่วนมากก็จะพ่วงมากับการพูดไม่ได้นะคะ ก็เกิดจากที่เขาไม่ได้ยินไม่ได้ฝึก ไม่ได้รับการได้ยินก็เลยไม่ได้ฝึกการพูดออกไป ก็เลยบกพร่องทางการพูดทางการสื่อสารด้วยนะคะ แม่คนกลุ่มนี้นะคะ ก็จะมีสาเหตุมาจาก 2 ส่วนแต่ส่วนใหญ่ๆ ก็จะเป็นมาจาก เป็นหูหนวกมาตั้งแต่กำเนิดนะคะ ก็คือหูก็ไม่ได้ยิน ปากก็เลยพูดไม่ได้นะคะถ้าเป็นแบบนี้ ในการฝึกพัฒนาการพูด จะไม่มีนะคะ ไม่ได้รับการฝึกพัฒนาการพูดนะคะ แต่ว่าจะเป็นการทดแทนการพูด ก็คือการฝึก ใช้ภาษามือค่ะ ในการฝึกใช้ภาษามือก็จะส่งต่อไปยังโรงเรียนประจำ โรงเรียนเฉพาะทางนะคะ ก็คือโรงเรียนโสตต่างๆ ที่ใช้การสื่อสารที่เป็นภาษามือ แล้วก็อีกสาเหตุที่ 2 ก็มาจาก ไม่สบายตั้งแต่เด็กนะคะ ก็คือไข้ขึ้นสูง ก็เลยมีผลกระทบทำให้แก้วหูอักเสบนะคะ ไม่สามารถได้ยินเสียง อันนี้ก็คือเป็นภายหลัง จากการคลอดนะคะ แล้วก็อีกอาจารย์เห็นเยอะเหมือนกัน พี่เป็นพี่ๆนักศึกษานะคะที่ได้สอบถาม สาเหตุอีกอันหนึ่งก็คือมาจากอุบัติเหตุ การแคะหูค่ะ ผู้ปกครองแค่หูให้ตั้งแต่เด็กนะคะอาจจะเป็นโดนคอตตอนบัด ครีมหรืออะไรต่างๆไปกระทบค่ะ หรือวิ่งซุกซนไปชนนั่นชนนี่ ส่งผลกระทบกระเทือนทำให้แก้วหู ได้รับการกระทบกระเทือนแล้วก็ไม่สามารถทำให้ได้ยินได้นะคะ อันนี้ก็คือสาเหตุของกลุ่มที่เป็นหูหนวกนะคะ อันนี้ก็จะเป็นระดับ คนหูหนวกคนหูตึงนะคะ ถ้าเป็นคนหูตึงก็จะได้ยินเสียงอยู่ตั้งแต่ 26 89 เดซิเบลนะคะ อาการเหมือนมีใช่ไหมคะ มิ่งก็จะถ้าพูดเฉยๆนี่ หรือไม่ได้ใส่ไมค์ก็ไม่ค่อยได้ยินใช่ไหมคะ หรือได้ยินชัด มิ่งไม่ได้ใส่หูฟังใหม่ตอนนี้ ใส่หูฟังนะคะ ถ้าได้ใส่หูฟังก็จะช่วยขยายเสียงไปอีกนะคะ สำหรับคนหูตึงนะใส่หูฟังแล้ว ในการพัฒนาในการสื่อสารนะคะ ต้องมีการฝึก ฟังเสียง เพื่อให้เข้าใจในเสียงนั้นนะคะ ฝึกฟังเสียง ออกเสียง ได้ไม่ชัดนะคะ ก็มีการควบคู่กันไปเพื่อที่จะใช้ในการสื่อสารนะคะ คนหูหนวก มีระดับการได้ยินเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 90 เดซิเบล ถ้า 90 เดซิเบลขึ้นไปไม่ได้ยิน เสียงเพลง หมอลำงานหมอลำอย่างนี้ที่มีลำโพงน่ะ ไม่ได้ยินก็แสดงว่าเป็นหูหนวกสนิท หรือเสียงที่เราเปิดเทปเราตะโกนใส่ นะคะในระดับที่เราตะโกนใส่ไม่ได้ยินนะคะก็แสดงว่าเป็นคนหูหนวก อันนี้คือรายละเอียด ในการตรวจการได้ยินนะ อย่างที่อาจารย์อธิบายไปว่าถ้า ข้างใดข้างหนึ่งที่ไม่ได้ยินมีระดับสูง แต่ไม่ถึง 89 เดซิเบลก็ถือว่า เป็นคนหูหนวกนะคะแต่ถ้าในร้าน 89 ขึ้นไปจนถึง แสดงว่าเป็นคนหูตึงนะคะ ถ้า 90 เกินขึ้นไปอีกก็แสดงว่าเป็นคนหูหนวกนะคะ ขอโทษทีค่ะ ตั้งแต่ 26 ถึง 89 เป็นคนหูตึงนะคะ 89-90 โดยประมาณนะคะแต่ถ้า 90 ขึ้นไปไม่ได้ยิน ก็แสดงว่าเป็นคนหูหนวกนะคะ แต่สำหรับคนปกติขุดดินเราก็ตั้งแต่ 26 พูดต่อหน้ากัน ด้วยน้ำเสียงปกติก็เป็นคนปกติค่ะ อันนี้ก็จะเป็นตาราง การสูญเสียการได้ยิน 6 ระดับนะคะ อันนั้นก็จะเป็นคร่าวๆอันนี้ก็จะเป็นละเอียดทางการแพทย์นะคะ ที่ใช้วัดระดับการได้ยินนะคะ นับสูตรไม่ใช่แพร่ ผู้ที่ตรวจวัดการได้ยินไม่ใช่แพทย์ไม่ใช่คุณหมอนะคะแต่จะเป็นนักสู้ หลักสูตรก็คือจะเป็น คนที่มีความรู้เกี่ยวกับ สดุอุปกรณ์ ที่เป็นผู้ประเมินควบคู่ไปกับแพทย์นะคะ อันนี้ก็จะเป็นตารางการได้ยินนะการตรวจวัด การตรวจวัดก็จะเป็นหลักสูตรนะคะสูตรสัมผัสวิทยานะคะ การตรวจวัดการได้ยินจะมีอยู่ 2 แบบนะคะ แบบอย่างคร่าวๆก็คือ ถ้าเป็นตอนเด็กๆ ก็จะเป็นเรียกชื่อเรียกแล้วหันตามเสียงนะคะ จะถือว่าเป็นปกติ แต่ถ้าเรียกแล้วไม่หัน ก็จะผิดสังเกต แต่ว่าอันนี้ ในระดับเด็กนะคะก็จะมีช่วงอายุหรือพัฒนาการทางด้านร่างกาย ของแต่ละคน แตกต่างกันนะคะบางคนก็จะพัฒนาการช้าหรือร่างกายไม่สมบูรณ์ ในอวัยวะในร่างกายบางส่วน ก็จะทำงานล่าช้าไปด้วยนะคะอย่างเช่นบางคน ร่างกายไม่สมบูรณ์ ก็จะส่งผลให้การได้ยิน ราชภัฏกว่าคนที่รัก ทางด้านร่างกายปกติ ค่ะ การตรวจคร่าวๆนะคะการเรียกหรือจัดรูนหันตามเหลืองหรือของหล่นแล้วหันกลับหลัง มีเสียงอยู่ข้างหลัง มากระทบ หรือมาโดนชนเราอย่างนี้ หันไปมองช่วงทันเวลาอันนี้ถือเป็นคนปกติได้ยินปกตินะคะเป็นการทดสอบเสียง แบบคร่าวๆนะคะแบบที่ 2 การตรวจสอบแบบมาตรฐานก็จะเป็น ให้นักสูตรวิทยานะคะช่วยในการตรวจการประเมิน ก็จะมีเครื่องตรวจ มีการเข้าในห้องที่ไม่มีเสียงรบกวนนะคะ ช่วยในการตรวจวัดการได้ยินของเรานะคะ มีใครเคยไปตรวจวัดการได้ยินไหมคะตอนโตๆแล้ว เพื่อที่จะรับ เครื่องช่วยฟัง พี่น้อยพี่น้อยเคยไปใช่ไหม พี่น้อยเคยไปไหม ตี๋น้อยน่าจะเคยไปนะคะ ที่โรงพยาบาลตรวจเคยไปตรวจการได้ยินเสียงอยู่ใช่ไหม ตอนเด็กๆ จำได้หรือเปล่าเคยได้ไปเข้าห้องตรวจฟังเสียงไหม ก่อนที่จะรับเครื่องฟังน่ะเขาก็จะตรวจการได้ยินก่อนว่าคุณได้ยินหรือไม่ ถ้าไม่ได้ยินคุณก็จะไม่สามารถ วัด ในการรับ เครื่องช่วยฟังนะคะ อาจจะจำไม่ได้นะ แล้วมีได้มีฝึกพูดด้วยไหมคะ ก็มีนะคะ พอได้ใส่เครื่องช่วยฟังแล้วจะต้องได้ฝึกพูดไปด้วยนะคะ อันนี้เป็นการ ทดสอบแบบมาตรฐานนะคะต่อไปเป็นการทดสอบแบบพิเศษ การทดสอบแบบพิเศษนะคะก็ จะมีการวิเคราะห์ ของแพทย์ด้วยนะคะก็คือ การตรวจในแก้วหูในชั้นหูของเรานะคะ มีความผิดปกติอะไรด้วยไหมนะคะหลังจากที่เราประเมินการได้ยินแล้ว อาจจะมี ประเมินในท่านมาตรฐานแล้วก็ต่อไปเป็นการ ประเมินแบบขั้นแบบพิเศษก็จะแบบพิเศษก็จะมีแพทย์เข้ามาด้วย ว่าเราในช่วงอายุนะคะ มันก็จะมีกลุ่มผู้สูงอายุ หูตึงเข้ามาอย่างนี้นะคะ ก็จะมีแพทย์เข้ามาช่วยในส่วนนี้ด้วยนะคะ แก้วหูอาจจะเสื่อมอาจจะลดน้อยลงอาจจะทำให้เสียการได้ยิน ลดน้อยลงไปด้วยอย่างนี้นะคะ หรือทางการแพทย์อาจจะส่องดูว่ามีขี้หูปิด หูมากน้อยแค่ไหนนะคะบางคนอาจจะไม่ได้แคะหูเลย ตั้งแต่เกิดมา อาจจะทำให้ไปปิด หู ปิดแก้วหูทำให้การสั่นสะเทือนของเสียงไม่สามารถเข้าไปถึงแก้วหูได้ อันนี้ก็จะเป็นการตรวจแบบพิเศษเพิ่มขึ้นมาอีกนะคะ ต่อไปนะคะสำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน จะต้องมีภาษาที่ช่วยในการสื่อสารนะคะ และก็มีวิธีการสื่อความหมายนะคะว่าจะต้องใช้วิธีไหนนะคะสำหรับ ผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินนะคะ ถ้าเป็นคนเราปกตินะคะก็จะใช้การสื่อสารโดยการพูดนะ เมื่อเราได้ยินเราก็สามารถ จำได้โดยอัตโนมัตินะคะว่าคำนี้ความหมายว่าอย่างนี้ นะคะ อาจจะมีบางคำที่ไม่คุ้นหูเราก็จะต้องได้เรียนรู้ในความหมายในคำนั้นนะคะ สำหรับหูหนวกแล้วไม่ได้ยิน ต้องทำให้ปัญหาในการเข้าใจภาษาเข้าใจความหมายด้วยนะคะ ฉะนั้นแล้ว พูดว่าจะต้องใช้ทักษะพิเศษก็คือใช้ตา แทนการได้ยินนะคะมาช่วย ในการรับการสื่อสารนะคะ แต่ตาเรานะคะสามารถที่จะมองไปข้างหน้า เห็นได้หลายๆอย่างก็เลยทำให้เรา ไม่สามารถที่จะโฟกัสสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ แม่นยำเท่ากับการได้ยินเสียงถ้าการได้ยินเสียงมันอาจจะได้ยินมีเสียงหนึ่ง มีเสียง 2 หรือส่วนมาก จะมีเสียง 1 อย่างเช่นตอนนี้ถ้าใครเป็นนักศึกษา ที่เป็นคนปกติ ก็จะได้ยินแค่เสียงอาจารย์ที่พูด ก็จะไม่มีอะไรที่มาแทรกก็จะเข้าใจในสิ่งเดียวนะคะ แต่ถ้าเป็นหูหนวกใช้ตาแทนการได้ยินตา จะมองเห็นได้หลายอย่างหลายที่หลายจุดมากนะคะก็เลยไม่สามารถที่จะโฟกัส ในคำคำศัพท์นั้นได้นะคะก็เลยทำให้ มีปัญหาในการจำคำศัพท์นั้นด้วยนะคะ ฉะนั้นแล้วนักศึกษาก็เลยจะต้องผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน จะต้องมาฝึก การพูดหรืออ่านปากนะคะ เพื่อที่จะใช้ในการสื่อสาร มีการฝึกพูดนะคะสำหรับหูหนวกหูหนวกครอบครัวจากพ่อจากแม่ก็ไม่ได้เรียนภาษามือถูกไหมคะ ฉะนั้นหูหนวก จะต้องมีการการอ่านปากจากพ่อแม่ถึงแม้ไม่ได้ยินแต่ก็มีการฝึกอ่านปาก แล้วก็มีการฝึกออกเสียงเพื่อที่จะสื่อให้ผู้ปกครอง ได้เข้าใจถึงสิ่งนั้นที่เราจะสืบไปนะ Step ที่ 2 ก็คือภาษามือ พอพูดมันยากแล้วน่ะแหละ สีหน้ามันก็มีบ้างแต่ว่าบางทีมันอาจ รูปปาก เหมือนกันคล้ายๆกัน ก็เลยไม่สามารถแยกได้ว่าคำนี้ออกเสียงว่าอย่างไรนะคะ จึงมีการใช้ภาษามือเรียนภาษามือแทนการอ่านปากนะคะ แทนคำศัพท์ หูหนวกก็จะต้องได้เรียน ว่าจะได้เรียนภาษามือ เป็นการแทนสื่อสารการแทนการภาษาพูด ในการใช้ภาษามือเราก็จะมีการสะกดนิ้วมือ เข้ามาร่วมด้วยโดยเฉพาะภาษามือไทยเรา อาจจะมี ถ้ามึงที่เป็นตัวสะกด เป็นตัวนำใช่ไหมคะ อย่างเช่นชื่อบางคนอย่างนี้ ชื่อกอไก่กิ๊บเก๋อย่างนี้ ว่าจะมีตัวกอไก่ที่เป็นตัวสะกดมือ มาประกอบท่าตำแหน่งให้เป็นภาษามือ หรือเป็นคำว่า จังหวัดต่างๆอย่างนี้นะค่ะใช่ไหมคะที่สังเกตเห็น ก็จะมีตัวสะกด ตัวสะกดแล้วก็มีเพิ่มถ้านั้นนี้มา เพื่อที่จะเป็นคำศัพท์เฉพาะของสถานที่นั้นๆใช่ไหมคะ อย่างเช่นขอนแก่น ขอนแก่นก็จะเป็นขอไข่ แล้วก็กอไก่ใช่ไหมคะ มีตัวสะกดเข้ามาช่วย ภาษามือ สกลนครใช่ไหมคะ ก็จะมีสเสือเข้ามาช่วยใช่ไหมคะ ในหลายจังหวัดนะก็จะมีอักษรเข้ามาช่วยในภาษามือ แล้วทีนี้บางคำ คำศัพท์ภาษามือ โดยตรงไม่มี เพื่อที่จะให้หูหนวก เข้าใจนะคะก็จะมีการสะกดนิ้วมือ ว่าคำนี้นะคะว่ามันมาจากตัวนี้บางคนอาจจะคุ้นตาหรือว่า ฉันไม่สามารถแปลความหมายได้แปลว่า คำนี้นะ อย่างนี้น่ะค่ะ ก็สะกดมือมานะคะ แล้วก็มาช่วยในการสื่อสารอย่างเช่นบางครั้งที่ล่าม ประเทศหลายๆประเทศนะ จะนึกคำศัพท์ประเทศไม่ได้นะคะก็จะทำการสะกดนิ้วมือ คนหูหนวกก็จะดูการสะกดนิ้วมือประเทศนี้นะ โดยที่ไม่ได้ทำท่าของภาษามือเฉพาะนั้น ก็สามารถเข้าใจได้อย่างนี้นะคะ การอ่านริมฝีปากในการทำภาษามือครอบครัวพ่อแม่หลายๆคนนะ ที่เป็นพ่อแม่หูดี ก็จะมีการอ่านริมฝีปาก คือซื้อให้ลูกได้รู้ ลูกก็จะต้อง กล้องที่ปาก รวมกับสีหน้าอยู่บนใบหน้าด้วยนะคะ ว่าจะต้องการสื่ออะไร กินข้าวกินข้าวอย่างนี้ใช่ไหมคะ มานี่จะมีท่ากิริยาเข้ามาช่วย ถ้าแนะคำพูดนะคะ ถ้าแนะคำพูด ก็จะมีปาก ยังค่ะ ว่าจะมีปากนะคะที่พูดด้วยแล้วก็มีท่ามือ ที่เป็นท่าภาษาธรรมชาติโดยทั่วไปอย่างเช่นมานี่ใช่ไหม เราก็จะมีสีหน้ามีปากมันโดยที่ไม่มีการออกเสียงแล้วก็มือกวักใช่ไหมคะ ใช่ มาร์กี้ก็จะเจอจริงๆใช่ไหมคะมาร์กี้ไปทำงานนะ จะได้คุยกับคนปกติ หรือพี่ๆที่ทำงานด้วยกันนะคะก็จะมีการใช้เขาเรียกว่าภาษาธรรมชาติภาษาแนะนะคะ มีการทำท่ามือหรือพยักหน้ามานี่มานี่อาจจะไม่ได้ใช้มือนะคะ เป็นคำแนะ หรือการให้ผู้ฟังดูอย่างนี้นะคะ ก็ชี้ไปที่ตา ต้องใช้ตาแล้วนะชี้มือนำไป จุดนั้นนะคะ อันนี้ก็เป็นถ้าคำแนะนำและการพูดนะคะ หรือบางคนปากอาจจะ มีอาหารมีน้ำอยู่อย่างนี้นะคะไม่สามารถพูดได้แต่ใช้มือชี้แนะไปด้วยนะคะ หรือ โดนยุงแต่ว่าอยู่กับเพื่อนไกลๆ ทำให้จุ๊บๆไม่ให้พูดนะคะให้ระวังว่ามียุงอยู่ที่หน้าผากนะ มียุงอยู่ที่หน้าผากให้ตบนะให้ระวังนะอย่างนี้นะคะ ก่อนที่มันจะบินไปเป็นการชี้แนะถ้าประกอบนะคะ การสื่อสารรวมสื่อสารรวมทุกวันนี้ มีโซเชียลใช่ไหมคะมีเฟซมี LINE นักศึกษาก็ใช้ช่องทางนี้ในการสื่อสารนะรวมนะคะ มีทั้งการพูดการส่งข้อความเสียงสื่อต่างๆนะคะ มีท่าประกอบมีการพิมพ์เพิ่มมีตุ๊กตาสติ๊กเกอร์ไลน์ใช่ไหมคะ เป็นการสื่อสารรวม มีภาพการ์ตูนที่แสดงความยินดีและมีการยิ้ม ภาพให้ว่าเป็นภาพของขวัญ ร่วมฉลองยินดีและมีคำด้วย ในการ์ตูนสติ๊กเกอร์นั้นว่ายินดีอย่างนี้นะค่ะอันนี้เป็นการสื่อสารรวมหรือบางสัตว์ จะมีเสียงพูดออกมาด้วยใช่ไหมคะ อันนี้ก็จะผ่านไปนะ เด็กหูหนวก กับเด็กตาบอด ใช้สื่อการสื่อสาร ที่แตกต่างกันนะแต่ว่าทำยังไง เกรงใจ ทั้งหูหนวกก็จะใช้ประสาทสัมผัส ทางตานะคะในการ สารแทนการส่งสารก็คือมือแทนการพูดนะคะสำหรับ ตาบอด ก็จะใช้การพูดนะคะ แทนการสื่อสารการได้ยินเป็นการสื่อสารโดยตรงอยู่แล้ว แปลว่า การพูด ก็คือการพูดสื่อสารโดยตรงแต่ว่า บางอย่างเขามองไม่เห็นเขาก็จะใช้ประสาทสัมผัสเหมือนกับคนหูหนวก ในการจับการ รูปการคลำ สรุปนะคะ คนที่สูญเสียประสาทสัมผัสไม่ว่าจะเป็นหูหนวกหรือตาบอดนะ ก็จะใช้ประสาทสัมผัส มือแทน ประสาทสัมผัสที่สูญเสียไปนะคะ ก็จะสามารถพูดคุยสื่อสารได้เหมือนกับคนปกตินะคะ ถ้าพูดไม่ได้ ก็จะใช้ภาษามือท่าทางกิริยา อวัจนภาษา ในการช่วยการสื่อสาร ก็สามารถที่จะสื่อสารได้เทียบเท่ากับคนปกติได้นะคะ ในด้านอารมณ์ทุกคนก็อาจจะเข้าใจบริบทเพื่อนๆนะ ก็ให้มาเพิ่มเติมเอาแล้วกันนะคะ ในส่วนของบุคลิกภาพเดี๋ยวมันก็เป็นไปตามที่เราอยู่ในสังคมนะ บุคลิกภาพของคนหูหนวก ใน 8 ขั้นตอน 8 ระยะจนถึง แก่ไปเลยนะคะ I'm sorry ในการศึกษาของคนหูหนวกนะคะ การศึกษาของคนหูหนวก สวดยอดครับศึกษาของคนจะเป็น การศึกษาใน 2 แบบนะคะ แบบที่ 1 ก็จะเป็นโรงเรียนเฉพาะโรงเรียนเฉพาะก็คือโรงเรียน ต่างๆนะคะ ที่มีในกลุ่มเฉพาะของคนหูหนวกนะคะอีกแบบที่ 2 ก็จะเป็นแบบโรงเรียนเรียนร่วม เรียนร่วมกับคนปกติอย่างเช่นมหาวิทยาลัยของเรานะคะ ก็ถ้าเป็นรุ่นพี่นะ ก็จะมีเพื่อนในห้องเรียนที่เป็นคนปกติแล้วก็มีคน พิการคนพิเศษเข้ามาเรียนร่วมในห้องเรียนนั้นนะคะ แต่ว่าในทางการเรียนนะคะก็จะมี การให้บริการ การให้การสนับสนุน เพื่อที่จะให้ผู้บกพร่องผู้พิการได้เรียนเทียบเท่ากับคนปกติ ถ้าเป็นหูหนวกก็จะมีล่าม เข้ามาแปลในชั้นเรียน มหาวิทยาลัยเราก็จะมีพี่ล่ามแปลในชั้นเรียนนะคะแล้วก็ ที่ราบจากทางออนไลน์ช่วยด้วยนะคะ ก็จะแปล ที่อาจารย์บรรยายในการสื่อสาร ให้นักศึกษาได้เรียน ไปพร้อมกับคนปกติเรา ก็เข้าใจ ในขั้นตอนวิธีการการเรียนนะคะ การศึกษาเฉพาะโรงเรียนนะคะ ถ้าเป็นหูหนวก เป็น เรียกว่าเรียนแบบ 2 ภาษานะคะควบคู่กันไปก็คือภาษาเขียนแล้วก็ภาษามือ เดี๋ยวเราจะได้เรียนกัน ไอ้สองภาษา หมวก จะได้ทบทวนภาษาเขียนไปด้วยแล้วก็ภาษามือนะคะ ในการเรียนของโรงเรียนเฉพาะทางในการสอน หลักสูตรในการสอนก็จะเหมือนของโรงเรียนปกติของนักเรียน สตินะคะ แต่ว่าจะมีการให้บริการสนับสนุนเข้ามาช่วย ถ้าเป็นห้องเรียนของหูหนวกก็จะมีลาภเข้ามาช่วย ภาษามือแปลภาษามือนะคะ มีของมอญเราก็จะมีโน้ตแพ็ค ช่วยจดบันทึก งานต่างๆแทนหูหนวกพระหูหนวกไม่สามารถที่จะมองล่ามแล้วก็มาเขียนได้นะคะ เพราะฉะนั้นก็จะมี การให้บริการ Notepad เจอในห้องเรียนด้วยนะคะ การแบบเรียนร่วม เหมือนรุ่นพี่เรานะคะก็คือมีห้องเรียนแล้วก็มีการให้บริการเพื่อที่จะให้นักศึกษา การนักศึกษาหูหนวกเรียนไปพร้อมกับเพื่อนปกติได้ในเวลาเดียวกันนะคะ ระบบสอนภาษา อันนี้ก็พูดแล้วนะ นี่อันนี้จะเป็นการให้บริการสำหรับคนหูหนวกนะคะ มีการให้บริการสอน ปรับพื้นฐานภาษามือไทยมีลาบในห้องเรียน มีการส่งเสริมการเรียนภาษาไทยมีการให้บริการปรึกษา อย่างเช่นนักศึกษามีคำไทยมาแต่ไม่รู้ภาษามือ ก็นำมาใช้พูดคุยกับพี่หล้าเพื่อนๆนะคะมาตกลงกัน ว่าจะต้องใช้ภาษามือ ยังไง การบริการวิชาการ ก็จะเป็นการให้บริการล่ามเชื่อมโยงกันนะคะ การช่วยตรวจคำบรรยาย การบริการด้านเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเช่นทุกวันนี้ เห็นช่องทีวีใช่ไหมคะก็จะมีล่ามในช่องทีวีช่วยบริการด้านเทคโนโลยี แปลในระหว่างที่ ช่องทีวีนั้นพูด ช่องบรรยายนะคะ การบริการพิเศษ ก็อาจจะมี เพิ่มเติม มีการเขียนคำการใบ้คำไปด้วยถ้าเป็นของเรา ก็จะมีข้างบนใช่ไหมคะ เป็นข้อความเสียงพูดถอดเสียงพูดมาด้วยนะคะเป็นตัวอักษร นะคะ ตัวอักษรเสริมรายวิชาก็จะเป็นพี่ๆช่วยสอนเสริม เพราะบกพร่องทางการได้ยินน่ะจะมีปัญหาในเรื่องภาษานะคะ เพราะฉะนั้นจึงมีการสอนเสริมเพิ่มเติมอีก นะคะ สรุปนะคะวันนี้ ให้นักศึกษาไปอ่านเองแล้วกันนะอาจารย์จะไม่สรุปนะ วันนี้จะให้งานนะคะ ให้งานอีกนะคะ วันนี้จะให้งานนักศึกษาอีกนะก็คือให้นักศึกษา ไป เรียนรู้คำศัพท์ภาษามือ ไปฝึกดีกว่า ไปฝึกจำนวนตัวเลขนะคะ ที่เว็บไซต์ที่อาจารย์ส่งให้ของสมาคมหูหนวกแล้วก็ของนิ เพจนะคะ จำนวนตัวเลข 1-10 หลักสิบหลักร้อยหลักพันหลักหมื่นหลักแสนหลักล้าน ฝึกตัวเลขฝึก ถ้าภาษามือแล้วก็ฝึกเขียนจำนวน เดี๋ยวอาจารย์จะ ทำคำสั่งลงใน classroom นะคะ วันนี้แล้วให้นักเรียนทำส่งมาแล้วก็จะมีสัปดาห์หน้าก็จะให้นักเรียนมาทดสอบ เหมือนเช่นเคยนะคะ ก็จะเก็บคะแนนไปเรื่อยๆนะคะ ก็สำหรับวันนี้อาจารย์ก็จะจบการบรรยายเพียงเท่านี้นะคะ แล้วจะให้นักศึกษาออกมาทีละคนนะคะ มาเขียนคำศัพท์ที่นักศึกษาส่งใน classroom น่ะค่ะ เขียนจำนวน 10 คำแล้วก็ทำภาษามือให้อาจารย์ดู สำหรับใครเดี๋ยวจะให้เวลาพักด้วยนะตั้งแต่ตอนนี้ 10:00 น จนถึง 11:00 น นะคะพอ 11:00 น จะให้มาสอบเดี๋ยวให้นักศึกษาไปทบทวนดู ว่าคำศัพท์ตัวเองเขียนว่าอย่างไร แล้วอาจารย์ไม่ให้มาเขียน อาจารย์นะคะ เขียนคำศัพท์ให้ถูกภาษาม้งให้ตรงกันนะคะ แล้วตอนที่พักใน 15 นาทีนี้ให้นักศึกษาตรวจดูว่าใครเขียนคำศัพท์ในไม่ถูก ให้แก้แล้วก็ให้ส่งใหม่ โอเคนะคะของยังไม่ได้ส่งให้พิมพ์ส่งมาด้วยนะคะแล้วก็มาเขียนส่ง สำหรับวันนี้ก็ขอบคุณที่ล่ามนะคะ เดี๋ยวจะให้นักศึกษาทดสอบนะคะแล้วก็ให้พี่ลาพักผ่อน วันนี้นักศึกษาขอบคุณที่ราบนะคะ นักศึกษาขอบคุณที่ราบค่ะ 123 ขอบคุณที่ราบ ขอบคุณค่ะ ตอนนี้ให้พักผ่อนนะคะ แล้ว 11:00 น สมัครสอบ