﻿1
00:00:19,139 --> 00:00:20,768
(อาจารย์จักรพงศ์) สวัสดีครับ

2
00:00:20,768 --> 00:00:24,768
สวัสดีพี่]ล่าม พี่ล่ามได้ยินนะครับ

3
00:00:25,085 --> 00:00:29,085
โอเค

4
00:00:34,854 --> 00:00:38,759
โอเคนะครับ วันนี้นะครับ

5
00:00:38,759 --> 00:00:42,759
คาบที่ 3 ที่ 4 นะครับ เดี๋ยวเรียนกับ

6
00:00:43,246 --> 00:00:47,246
คุณครูนะวิชาภาษาไทยนะครับ เดี๋ยวนักเรียนดูพี่ล่ามมาอธิบายด้วยนะครับ

7
00:00:48,334 --> 00:00:50,515
ดูพี่ล่ามมาอธิบาย งแล้วก็เดี๋ยวเรามาดูกันนะครับ ว่า

8
00:00:50,515 --> 00:00:52,837
วันนี้คุณครูจะพูดถึง

9
00:00:52,837 --> 00:00:55,902
ในเรื่องของธรรมชาติ

10
00:00:55,902 --> 00:00:58,881
ลักษณะ และพลังของภาษานะครับ ว่า

11
00:00:58,881 --> 00:01:00,523
ธรรมชาติของภาษานี่ มันเป็นอย่างไร

12
00:01:00,523 --> 00:01:01,586
มีลักษณะอย่างไร

13
00:01:01,586 --> 00:01:03,205
แล้วก็

14
00:01:03,205 --> 00:01:04,876
พลังของภาษานี่

15
00:01:04,876 --> 00:01:07,387
มีพลังแค่ไหน

16
00:01:07,387 --> 00:01:11,387
ถึงจะบอกว่าเป็นพลังของภาษาได้

17
00:01:11,981 --> 00:01:15,981
เดี๋ยวเรามาดู

18
00:01:27,680 --> 00:01:28,634
... เดี๋ยวเรามาดูความหมายนะครับ

19
00:01:28,634 --> 00:01:32,634
ว่า

20
00:01:34,348 --> 00:01:36,187
ภาษานี่เขาบอกว่าความภาษาอาจจะแบ่งได้ 2 ประเภท

21
00:01:36,187 --> 00:01:38,558
ก็คือ

22
00:01:38,558 --> 00:01:41,923
ภาษาในความหมายแบบกว้าง

23
00:01:41,923 --> 00:01:45,923
และข้อที่ 2 ก็คือภาษาในความหมายแบบแคบ

24
00:01:48,255 --> 00:01:51,742
เราจะมาดูกันว่าพี่เขาหมายถึงว่าภาษาความหมายแบบกว้าง แบบแคบน่ะ มันคืออะไรนะครับ

25
00:01:51,742 --> 00:01:55,742
เดี๋ยวไปดูเลยข้อที่...

26
00:01:56,876 --> 00:01:58,619
ข้อที่ 1 ภาษาในความหมายแบบกว้างที่เขาพูดถึง ก็คือ

27
00:01:58,619 --> 00:02:01,723
เป็นภาษาที่ใช้พูด

28
00:02:01,723 --> 00:02:03,222
หรืออวัจน... หรือวัจนภาษา

29
00:02:03,222 --> 00:02:05,602
และ

30
00:02:05,602 --> 00:02:09,602
ภาษาที่ใช้ในการเขียน

31
00:02:10,308 --> 00:02:14,308
หรือที่ไม่ใช่คำพูด ก็เรียกว่า "อวัจนภาษา"

32
00:02:20,777 --> 00:02:24,048
ทั้งนี้ภาษาในความหมายกว้างนี่ เขาพูดไปถึง

33
00:02:24,048 --> 00:02:25,518
เป็นภาษาของสัตว์ด้วยนะครับ

34
00:02:25,518 --> 00:02:26,606
สัตว์ต่าง ๆ เลย

35
00:02:26,606 --> 00:02:28,821
แต่ว่า

36
00:02:28,821 --> 00:02:30,781
แต่ว่าในเรื่องของภาษาสัตว์นี่

37
00:02:30,781 --> 00:02:32,378
เขายังไม่มีข้อมูลมากนัก

38
00:02:32,378 --> 00:02:33,611
เขาจึงไม่ได้เอามา

39
00:02:33,611 --> 00:02:35,397
กล่าว

40
00:02:35,397 --> 00:02:39,397
รวมกับภาษาของมนุษย์

41
00:02:42,144 --> 00:02:46,144
ที่ครุพูดถึงภาษาสัตว์นักเรียนเข้าใจ เข้าใจตรงนี้ไหม ว่าภาษาศาสตร์คืออะไร ที่ครูจะพูดถึง

42
00:02:51,502 --> 00:02:52,681
ภาษาสัตว์ ก็คือเป็นภาษาของสัตว์ต่าง ๆ ที่ใช้สื่อสารกัน อย่างเช่น

43
00:02:52,681 --> 00:02:54,872
ครูเจจะยกตัวอย่าง

44
00:02:54,872 --> 00:02:56,394
ยกตัวอย่างแมว

45
00:02:56,394 --> 00:02:57,877
แมว 2 ตัว

46
00:02:57,877 --> 00:02:59,680
ที่อยู่ด้วยกัน

47
00:02:59,680 --> 00:03:01,325
ร้องเหมียว ๆ นะครับ

48
00:03:01,325 --> 00:03:05,325
คุยกัน

49
00:03:06,207 --> 00:03:07,223
ทำไมแมว 2 ตัวถึงเข้าใจกัน เพราะว่า

50
00:03:07,223 --> 00:03:10,327
สัตว์

51
00:03:10,327 --> 00:03:11,774
แต่ละชนิด เขาก็มีภาษาของเขา

52
00:03:11,774 --> 00:03:14,485
เขาก็ใช้สื่อสาร

53
00:03:14,485 --> 00:03:17,210
ของเขาให้เข้าใจเหมือนกัน

54
00:03:17,210 --> 00:03:20,775
ก็เหมือนกับมนุษย์เรา เรามีภาษา

55
00:03:20,775 --> 00:03:24,775
ที่ใช้ในการสื่อสาร ก็อย่างเช่นถ้าเป็น

56
00:03:25,194 --> 00:03:29,194
... ถ้าเป็นคนที่เขาพูดได้ เขาก็จะสื่อสารด้วยคำพูด

57
00:03:34,082 --> 00:03:35,365
ด้วยลักษณะต่าง ๆ แต่ถ้าเป็นบุคคลที่เขาไม่สามารถพูดได้ก็ อย่างเช่น บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน อย่างเช่นนักเรียนเอง

58
00:03:35,365 --> 00:03:35,997
นักเรียนก็จะ

59
00:03:35,997 --> 00:03:37,713
ใช้

60
00:03:37,713 --> 00:03:41,713
ใช้อะไรในการสื่อสาร

61
00:03:42,205 --> 00:03:46,205
ใช้ภาษามือ ใช่ ใช้ภาษามือในการสื่อสาร

62
00:03:50,517 --> 00:03:53,321
นะครับ

63
00:03:53,321 --> 00:03:56,880
ทีนี้สรุปเลย ความหมายแบบกว้าง

64
00:03:56,880 --> 00:04:00,851
สรุปความหมายแบบกว้างนะครับ ก็คือ

65
00:04:00,851 --> 00:04:02,764
พูดในเรื่องของการใช้ภาษา

66
00:04:02,764 --> 00:04:03,721
คำพูด

67
00:04:03,721 --> 00:04:07,408
และ

68
00:04:07,408 --> 00:04:11,408
ที่ไม่ใช่คำพูดด้วย รวมไปถึงภาษาสัตว์ต่าง ๆ

69
00:04:14,705 --> 00:04:16,883
อันนี้ความหมายแบบกว้างนะ แล้วทีนี้นักเรียนนะครับ มาดูความหมายแบบแคบกัน

70
00:04:16,883 --> 00:04:18,346
ความหมายแบบแคบนะครับ

71
00:04:18,346 --> 00:04:19,866
แบบแคบก็คือ

72
00:04:19,866 --> 00:04:21,916
หมายถึงว่า

73
00:04:21,916 --> 00:04:24,102
เป็นภาษาที่ใช้พูด

74
00:04:24,102 --> 00:04:26,274
ภาษาที่ใช้พูด

75
00:04:26,274 --> 00:04:30,274
จะเป็นคำพูดหรือ

76
00:04:31,278 --> 00:04:35,278
ลายลักษณ์อักษร ซึ่งเป็นความหมายแทนคำพูดก็ได้

77
00:04:37,161 --> 00:04:39,620
อันนี้ความหมายแบบแคบนะคะ ความหมายแบบแคบ เขาจะไม่ได้พูดถึงในลักษณะของ

78
00:04:39,620 --> 00:04:43,620
ไปในลักษณะ แบบ

79
00:04:45,098 --> 00:04:48,519
พูดถึงภาษาสัตว์อย่างนี้ แต่เขาแต่เขาแคบลงมาอีกนิดหนึ่ง แทบลงมา

80
00:04:48,519 --> 00:04:52,519
ในลักษณะที่เขาบอกว่าเป็นภาษาที่ใช้ในการพูด

81
00:04:53,753 --> 00:04:56,461
หรือจะเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งเป็นความหมายที่ใช้ในคำพูดก็ได้

82
00:04:56,461 --> 00:05:00,461
อันนี้คือความหมายแบบแคบนะ

83
00:05:00,598 --> 00:05:03,761
ความหมายแบบกว้าง ก็คือพูดไปในลักษณะที่

84
00:05:03,761 --> 00:05:07,761
ใหญ่มากเลยหมายถึงว่าจะเป็น

85
00:05:08,315 --> 00:05:12,315
การใช้ถ้อยคำหรือเขาเรียกว่าวัจนภาษาหรือ

86
00:05:12,670 --> 00:05:14,528
นี่ใช้ไม่ใช่ถ้อยคำเรียกว่าอวัจนภาษา

87
00:05:14,528 --> 00:05:16,982
แล้วก็รวมไปถึงภาษาสัตว์

88
00:05:16,982 --> 00:05:19,839
ต่าง ๆ ที่ใช้ในการสื่อสารกันด้วย

89
00:05:19,839 --> 00:05:22,397
แล้วแคบลงมาอีกนิดหนึ่ง

90
00:05:22,397 --> 00:05:24,944
ข้อที่ 2 หมายถึงว่า

91
00:05:24,944 --> 00:05:26,926
ภาษาที่ใช้ในการพูด

92
00:05:26,926 --> 00:05:28,054
จะเป็นคำพูดหรือ

93
00:05:28,054 --> 00:05:31,789
สัญลักษณ์

94
00:05:31,789 --> 00:05:33,547
ที่ใช้แทนความหมายของคำพูดนั้นก็ได้

95
00:05:33,547 --> 00:05:37,547
ทีนี้นะครับ

96
00:05:38,766 --> 00:05:42,268
ทีนี้เรารู้ความหมายของภาษาในลักษณะความหมาย

97
00:05:42,268 --> 00:05:43,595
กว้าง แล้วก็แบบแคบเรียบร้อยแล้ว แล้วทีนี้

98
00:05:43,595 --> 00:05:44,756
เราจะไปดูสรุป

99
00:05:44,756 --> 00:05:46,228
จริง ๆ ว่า

100
00:05:46,228 --> 00:05:47,513
ภาษา

101
00:05:47,513 --> 00:05:51,513
หมายถึงอะไร

102
00:05:54,446 --> 00:05:56,152
สรุปเลยนะครับ ความหมายของภาษาสรุปแบบสั้น ๆ

103
00:05:56,152 --> 00:05:57,747
แล้วได้ใจความ

104
00:05:57,747 --> 00:05:59,349
หมายถึงว่า

105
00:05:59,349 --> 00:06:00,387
สิ่งที่มนุษย์

106
00:06:00,387 --> 00:06:01,979
ใช้สื่อ

107
00:06:01,979 --> 00:06:05,979
ความเข้าใจกัน

108
00:06:08,840 --> 00:06:12,840
สิ่งที่มนุษย์ใช้สื่อสารทำความเข้าใจกัน

109
00:06:13,099 --> 00:06:14,477
นี่ครับ คือความหมายของภาษาที่เขาสรุปออกมา

110
00:06:14,477 --> 00:06:18,477
สั้น ๆ

111
00:06:19,023 --> 00:06:23,023
ที่เขาสรุปมาจากความหมายแบบกว้างและก็ความหมายแบบแทบออกมาแล้ว

112
00:06:23,408 --> 00:06:24,466
แล้วก็เอามาสรุปเป็นคำพูดสั้น ๆ เพื่อให้เข้าใจกันได้ง่ายขึ้น

113
00:06:24,466 --> 00:06:28,466
ว่า

114
00:06:29,678 --> 00:06:33,366
ภาษาหมายถึงสิ่งที่มนุษย์ใช้สื่อความเข้าใจกัน

115
00:06:33,366 --> 00:06:37,366
นักเรียนเข้าใจใช่ไหมครับ ที่คุณครูพูดนะ

116
00:06:37,613 --> 00:06:41,005
นักเรียนดูพี่ล่ามด้วยนะครับ ดูพี่ล่ามนะ

117
00:06:41,005 --> 00:06:42,540
ถ้าไม่เข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจนักเรียนถามคุณครูได้เลยนะครับ

118
00:06:42,540 --> 00:06:44,988
เข้าใจไหม

119
00:06:44,988 --> 00:06:48,988
ถ้าเข้าใจยกมือหน่อย

120
00:06:51,451 --> 00:06:52,854
แสดงว่าไม่เข้าใจใช่ไหมครั บไม่ได้ยกมือ

121
00:06:52,854 --> 00:06:55,038
เข้าใจไหม

122
00:06:55,038 --> 00:06:58,045
เข้าใจยกมือ

123
00:06:58,045 --> 00:06:59,123
สมมติว่าเข้าใจน่ะ

124
00:06:59,123 --> 00:07:03,123
ยกมือ

125
00:07:10,417 --> 00:07:12,772
โอเค แสดงว่าเข้าใจ ถ้านักเรียนเข้าใจแล้ว เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนจดลงในสมุด ที่คุณครูแจกให้นะคะ

126
00:07:12,772 --> 00:07:15,586
ไปตั้งแต่เริ่มต้นเลย

127
00:07:15,586 --> 00:07:17,641
ความหมายของภาษา โอเค

128
00:07:17,641 --> 00:07:21,641

129
00:11:54,266 --> 00:11:56,442
โอเคนะครับ เดี๋ยวเรามาดูนะครับ

130
00:11:56,442 --> 00:12:00,032
โอเคนะครับ เดี๋ยวเรามาดูนะครับ สไลด์ที่ 2

131
00:12:00,032 --> 00:12:03,832
ความหมายแบบกว้าง

132
00:12:03,832 --> 00:12:06,993
มีนักเรียนคนไหนที่ไม่เข้าใจในสไลด์นี้ไหม

133
00:12:06,993 --> 00:12:10,409
มีไหมครับ

134
00:12:10,409 --> 00:12:12,595
ถ้าเข้าใจแล้วนักเรียนจดลงในสมุด

135
00:12:12,595 --> 00:12:16,595
ได้เลย

136
00:18:31,967 --> 00:18:35,967
ตอนนี้ฝนตกหนักมากเลย

137
00:18:43,868 --> 00:18:45,945
โอเคนะครับ เดี๋ยว

138
00:18:45,945 --> 00:18:49,945
สไลด์ต่อไปนะ

139
00:18:50,690 --> 00:18:54,690
ยังเหรอ โอเค โอเค รอแป๊บหนึ่ง

140
00:20:17,670 --> 00:20:18,900
ต่อไปนะครับ เป็นภาษาในความหมายแคบนะ

141
00:20:18,900 --> 00:20:22,232
สไลด์นี้มี

142
00:20:22,232 --> 00:20:23,994
ข้อสงสัยไหมครับ นักเรียนสงสัยอะไรมีไหม

143
00:20:23,994 --> 00:20:27,994
เ ข้าใจนะ

144
00:20:30,166 --> 00:20:34,166
โอเค นักเรียนเข้าใจจดลงในสมุดได้เลย สไลด์นี้

145
00:24:43,074 --> 00:24:45,267
ต่อไปนะครับ เป็นสรุปรวมว่าภาษาคืออะไรนะครับ

146
00:24:45,267 --> 00:24:49,267
จะได้จดลงในสมุดได้เลย

147
00:26:17,502 --> 00:26:21,502
นักเรียนเสร็จหรือยังครับ

148
00:26:23,337 --> 00:26:27,337
ถ้าเสร็จแล้วนะครับ เดี๋ยว

149
00:26:28,539 --> 00:26:30,504
ต่อไปนะครับ เราจะไปดูว่าประเภทของภาษาในการสื่อสารน่ะ

150
00:26:30,504 --> 00:26:34,504
มันเป็นอย่างไร

151
00:26:36,575 --> 00:26:38,304
เดี๋ยวคุณครูจะอธิบายไปก่อน

152
00:26:38,304 --> 00:26:40,607
เราก็ให้นักเรียนจด

153
00:26:40,607 --> 00:26:44,607
นักเรียนต้องดูพี่ล่ามก่อน

154
00:26:46,902 --> 00:26:49,463
การสื่อสารของมนุษย์นี่

155
00:26:49,463 --> 00:26:53,463
ที่อยู่ร่วมกันในสังคม

156
00:26:53,713 --> 00:26:55,410
อาจสื่อสารกันได้หลายทางนะครับ ตั้งแต่การพูดให้ฟัง

157
00:26:55,410 --> 00:26:58,053
การเขียนให้อ่าน

158
00:26:58,053 --> 00:27:02,053
การส่งผ่านสื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ

159
00:27:03,122 --> 00:27:06,817
อันเป็นการส่งเสริมการใช้ภาษาถ้อยคำ

160
00:27:06,817 --> 00:27:09,384
ถ่ายทอดจากผู้ส่งสารไปยังผู้รับสาร

161
00:27:09,384 --> 00:27:11,759
การตีความ

162
00:27:11,759 --> 00:27:15,759
จากการใช้ถ้อยคำเพียงอย่างเดียว

163
00:27:16,862 --> 00:27:19,250
น่ะอาจไม่ชัดเจนและตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้ส่งสาร

164
00:27:19,250 --> 00:27:20,590
จึงต้องอาศัยพิจารณา

165
00:27:20,590 --> 00:27:21,694
น้ำเสียง

166
00:27:21,694 --> 00:27:23,418
บุคลิก

167
00:27:23,418 --> 00:27:27,418
แววตา

168
00:27:27,838 --> 00:27:31,838
ท่าทางและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย

169
00:27:35,994 --> 00:27:38,351
เดี๋ยวเราจะมาดูว่าภาษาของมนุษย์ แบ่งเป็น 2 ประเภทคืออะไร

170
00:27:38,351 --> 00:27:42,351
นักเรียนเห็นเลข 1 ตรงนี้ไหม

171
00:27:44,367 --> 00:27:48,367
จริง ๆ เป็นเลข 2 นะครับ ครูเจพิมพ์ผิด

172
00:27:49,168 --> 00:27:53,168
ให้เปลี่ยนเป็นเลข 2 นะ

173
00:27:53,392 --> 00:27:57,392
เปลี่ยนเป็น 2

174
00:28:00,439 --> 00:28:02,875
โอเค เดี๋ยว

175
00:28:02,875 --> 00:28:06,875
อย่างไรนักเรียนจดลงในสมุดก่อนเลย

176
00:28:08,394 --> 00:28:12,394
เดี๋ยวเราค่อยไปดูกันว่าภาษาของมนุษย์แบ่งเป็น 2 ประเภทคืออะไร

177
00:43:57,477 --> 00:44:00,410
โอเค พี่ได้ยินไหมครับ

178
00:44:00,410 --> 00:44:04,410

179
00:44:14,344 --> 00:44:15,399
แต่ระหว่างนี้ไม่มีอะไรนะครับ

180
00:44:15,399 --> 00:44:19,399
เดี๋ยวเราไปพร้อมกัน

181
00:47:26,348 --> 00:47:28,589
โ

182
00:47:28,589 --> 00:47:31,298
อเค เดี๋ยวเราจะถามว่า

183
00:47:31,298 --> 00:47:34,271
ภาษาของมนุษย์

184
00:47:34,271 --> 00:47:36,375
ที่เราพูดถึง แบ่งเป็น 2 ประเภทที่ 1

185
00:47:36,375 --> 00:47:39,256
อ

186
00:47:39,256 --> 00:47:40,692
ภาษา

187
00:47:40,692 --> 00:47:44,477
ถ้อยคำ

188
00:47:44,477 --> 00:47:46,690
คุยกันก่อนนะครับ

189
00:47:46,690 --> 00:47:48,407
ข

190
00:47:48,407 --> 00:47:50,782
้อที่  2 อวัจนภาษา

191
00:47:50,782 --> 00:47:54,782
อวัจนภาษา

192
00:47:55,132 --> 00:47:56,288
เป็น

193
00:47:56,288 --> 00:47:58,234
เรื่องของ

194
00:47:58,234 --> 00:47:59,106
สัญลักษณ์ต่าง ๆ

195
00:47:59,106 --> 00:48:01,857
อย่างนี้ครับ

196
00:48:01,857 --> 00:48:03,360
ที่

197
00:48:03,360 --> 00:48:04,961
สามารถสื่อสาร

198
00:48:04,961 --> 00:48:06,915
ได้เข้าใจ

199
00:48:06,915 --> 00:48:08,585
เช่น

200
00:48:08,585 --> 00:48:11,086
ครูยกตัวอย่าง

201
00:48:11,086 --> 00:48:15,086
สัญญาณจราจร

202
00:48:15,690 --> 00:48:19,297
สัญญาณไฟจราจร

203
00:48:19,297 --> 00:48:23,297
นักเรียนรู้จักสัญญาณไฟจราจรอยู

204
00:48:25,440 --> 00:48:29,440
่นะ สัญญาณไฟจราจรพูดได้ไหม สัญญาณไฟ

205
00:48:31,731 --> 00:48:34,472
สัญญาณไฟจราจรพูดได้ไหม

206
00:48:34,472 --> 00:48:37,629
พูดไม่ได้

207
00:48:37,629 --> 00:48:38,676
มันแค่มีกี่สี

208
00:48:38,676 --> 00:48:40,771
สีอะไรบ้าง

209
00:48:40,771 --> 00:48:44,771
สัญญาณไฟจรา

210
00:48:46,459 --> 00:48:48,690
สีแดง สีแดง

211
00:48:48,690 --> 00:48:52,690
สัญญาณไฟจราจร

212
00:48:52,731 --> 00:48:56,222
นักเรียนรู้หมายถึงอะไร

213
00:48:56,222 --> 00:49:00,096
สีเหลืองหมายถึง

214
00:49:00,096 --> 00:49:01,882
นี่แหละ มันต้องเรียนรู้

215
00:49:01,882 --> 00:49:04,100
เพราะว่า

216
00:49:04,100 --> 00:49:08,100
เพราะว่าเขาเ

217
00:49:08,310 --> 00:49:11,083
ขาใช้สัญลักษณ์ ใช้สัญลักษณ์ในการสื่อสาร นักเรียนเข้าใจได้

218
00:49:11,083 --> 00:49:15,083
ก็คือเขาเรียกว่า "อวัจนภาษา"

219
00:49:21,966 --> 00:49:24,314
ฟ้าร้อง โอเคนะเข้าใจนะ

220
00:49:24,314 --> 00:49:26,285
นักเรียนจดเสร็จแล้ว

221
00:49:26,285 --> 00:49:27,241
ใช่ไหมครับ

222
00:49:27,241 --> 00:49:29,106

223
00:49:29,106 --> 00:49:33,106
สไลด์นี้จดเสร็จแล้วนะ เดี๋ยวเราจะไปดูมาก

224
00:49:33,422 --> 00:49:34,891
ลักษณะแบบของภาษาคืออะไร

225
00:49:34,891 --> 00:49:36,216
นักเรียน

226
00:49:36,216 --> 00:49:37,297
อย่าเพิ่งจด

227
00:49:37,297 --> 00:49:38,760
นักเรียน

228
00:49:38,760 --> 00:49:40,921
ด

229
00:49:40,921 --> 00:49:43,081
ูพี่ล่ามอธิบายให้ฟัง

230
00:49:43,081 --> 00:49:44,356
แปลให้นักเรียน

231
00:49:44,356 --> 00:49:48,356
เข้าใจ

232
00:49:48,856 --> 00:49:50,123
ลักษณะและวัจนภาษานะครับ

233
00:49:50,123 --> 00:49:54,123
ภาษา

234
00:49:55,078 --> 00:49:56,460
ที่มีถ้อยคำมีความหมาย

235
00:49:56,460 --> 00:49:59,180
ทั้ง

236
00:49:59,180 --> 00:50:01,153
ทำ

237
00:50:01,153 --> 00:50:03,978
การเลือกสรร

238
00:50:03,978 --> 00:50:07,427
มันเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ในการสื่อสาร

239
00:50:07,427 --> 00:50:09,151
การใช้ภาษาที่เหมาะสม

240
00:50:09,151 --> 00:50:11,453
กับบุคคน

241
00:50:11,453 --> 00:50:12,711
จึงเป็นเรื่องอีก

242
00:50:12,711 --> 00:50:13,729
น

243
00:50:13,729 --> 00:50:15,271
ักเรียนควรศึกษาไว้นะครับ

244
00:50:15,271 --> 00:50:16,989
สรุปสั้น ๆ

245
00:50:16,989 --> 00:50:20,300
ครูจะสรุปให้ฟัง

246
00:50:20,300 --> 00:50:24,300
นักเรียน อย่าเพิ่งคุยกัน

247
00:50:26,408 --> 00:50:27,231
ฟังสรุปสมมติว่าออกมาหน้าห้อง

248
00:50:27,231 --> 00:50:31,231
ได้ไปไหม

249
00:50:33,874 --> 00:50:37,402
ออกมาพูดไปหน่อย

250
00:50:37,402 --> 00:50:39,642
เข้าใจว่าอะไร

251
00:50:39,642 --> 00:50:43,642
เข้าใจไหม

252
00:50:44,392 --> 00:50:46,366
ถ้าไม่เข้าใจ

253
00:50:46,366 --> 00:50:50,366
ให้ดูพี่ล่ามก่อน

254
00:50:51,355 --> 00:50:54,222
ด

255
00:50:54,222 --> 00:50:57,605
ูพี่ล่าม นักเรียนก็ไม่ได้ยินครูพูด

256
00:50:57,605 --> 00:51:01,605
ต้องดูลูก

257
00:51:02,084 --> 00:51:05,967
เพราะว่าครูจะตั้งใจที่จะมา

258
00:51:05,967 --> 00:51:08,550
พูดให้นักเรียนว่านี่ มันคืออะไร

259
00:51:08,550 --> 00:51:11,068
เตรียมการสอน

260
00:51:11,068 --> 00:51:15,068
ครูต้อง

261
00:51:15,388 --> 00:51:19,388
เสมอว่าพูด แล้วมันเข้าใจง่าย ๆ

262
00:51:22,817 --> 00:51:26,817
โอเค สั้น ๆ ลูก

263
00:51:26,891 --> 00:51:29,346
สั้น ๆ เลย ลักษณะและรูปแบบของวัจนภาษา

264
00:51:29,346 --> 00:51:33,346
นี่คืออะไร

265
00:51:37,427 --> 00:51:40,013
ลักษณะของวัจนภาษา

266
00:51:40,013 --> 00:51:42,309
นี่ ก็คือเป็นคำพูดหรือถ้อยคำ

267
00:51:42,309 --> 00:51:43,384
นะ เป็นคำพูด

268
00:51:43,384 --> 00:51:45,247
อาจจะเป็น

269
00:51:45,247 --> 00:51:47,934
สำนวนโวหาร

270
00:51:47,934 --> 00:51:49,097
หรือการเลือกคำต่าง ๆ

271
00:51:49,097 --> 00:51:49,983
หลาย ๆ ชนิด

272
00:51:49,983 --> 00:51:53,983
มาเลย

273
00:51:54,605 --> 00:51:56,366
เป็นเรื่องคืออะไร

274
00:51:56,366 --> 00:51:58,067
สำคัญที่สุด

275
00:51:58,067 --> 00:51:59,794
ก

276
00:51:59,794 --> 00:52:00,717
ารใช้วัจนภาษาต้องใช้ให้เหมาะ

277
00:52:00,717 --> 00:52:03,695
กาละเทศะ

278
00:52:03,695 --> 00:52:06,611
ทำไมครูเจพูดว่าก

279
00:52:06,611 --> 00:52:08,426
ไว้ว่าจะนัดให้เหมาะกับ

280
00:52:08,426 --> 00:52:12,426
อย่างไร

281
00:52:12,967 --> 00:52:14,848
เดี๋ยว

282
00:52:14,848 --> 00:52:17,052
อธิบาย

283
00:52:17,052 --> 00:52:18,530
ข้อสังเกต

284
00:52:18,530 --> 00:52:19,836
ตอนนี้ นั่งอยู่

285
00:52:19,836 --> 00:52:20,611
เสร็จ

286
00:52:20,611 --> 00:52:22,475
ยังครับ

287
00:52:22,475 --> 00:52:26,475
นี้

288
00:52:27,538 --> 00:52:29,560
เดี๋ยวครูเจจะอธิบายก่อน เดี๋ยวจดทีหลัง

289
00:52:29,560 --> 00:52:33,560
เข้าใจไหมครับ

290
00:52:34,307 --> 00:52:38,307
เดี๋ยวครูเจจะอธิบายก่อน แล้วจดทีหลังนะ

291
00:52:38,427 --> 00:52:42,427
ทำไมครูเจถึงบอกว่าให้บอก

292
00:52:42,571 --> 00:52:43,594
นักเรียนด

293
00:52:43,594 --> 00:52:47,179
ูก่อน

294
00:52:47,179 --> 00:52:49,277
คือ

295
00:52:49,277 --> 00:52:52,579
ที่มีความหมายเหมือนกัน

296
00:52:52,579 --> 00:52:54,400
มีที่ใช้ต่างกัน

297
00:52:54,400 --> 00:52:57,133
ใช้คำเหล่านี้

298
00:52:57,133 --> 00:52:59,824
ก็คือคำที่มีความหมาย

299
00:52:59,824 --> 00:53:00,775
คำที่มีความหมายเหมือนกัน

300
00:53:00,775 --> 00:53:01,717
แต่ใช้

301
00:53:01,717 --> 00:53:05,077
ต่างกัน

302
00:53:05,077 --> 00:53:06,839
ตามบุคคลและสถานที่

303
00:53:06,839 --> 00:53:07,798
อย่างเช่น ครูเจยกตัวอย่าง

304
00:53:07,798 --> 00:53:10,542

305
00:53:10,542 --> 00:53:13,839
คำว่า "กิน" นะครับ

306
00:53:13,839 --> 00:53:17,839
สะกดด้วย

307
00:53:18,948 --> 00:53:20,133
ก กอ สระอิ น หนู โรงเรียนรู้ไหมว่า

308
00:53:20,133 --> 00:53:24,133
ที่เขียนคำว่า

309
00:53:24,317 --> 00:53:25,684
จะใช้ทำ

310
00:53:25,684 --> 00:53:26,831
ไม่เหมือนกัน

311
00:53:26,831 --> 00:53:30,685
อย่างเช่น

312
00:53:30,685 --> 00:53:34,601
คำพูดคำพูดธรรมดา

313
00:53:34,601 --> 00:53:36,012
เป็นคำพูดธรรมดาเมื่อไหร่

314
00:53:36,012 --> 00:53:39,995
ที่นักเรียนไปใช้กับพระสงฆ์ หรือพระภิกษุ

315
00:53:39,995 --> 00:53:43,359
นักเรียนจะต้องใช้คำว่า "ฉัน

316
00:53:43,359 --> 00:53:47,261
" อากาศแล้วก็

317
00:53:47,261 --> 00:53:48,372
นักเรียนจะต้องใช้

318
00:53:48,372 --> 00:53:49,962
ทีนี้

319
00:53:49,962 --> 00:53:53,962
นักเรียน

320
00:53:54,215 --> 00:53:55,800
ต้องใช้คำพูดที่สุภาพ

321
00:53:55,800 --> 00:53:57,400
ของคำว่า

322
00:53:57,400 --> 00:53:59,566
"กิิน" ก็คือ

323
00:53:59,566 --> 00:54:03,566
รับประทาน

324
00:54:04,899 --> 00:54:06,174
รับประทาน

325
00:54:06,174 --> 00:54:09,452
นะครับ แล้วทีนี้

326
00:54:09,452 --> 00:54:12,672
ถ้านักเรียน

327
00:54:12,672 --> 00:54:13,726
จะใช้คำว่า "กิน" กับพระบรมวงศ์ได้ไหม ไม่ได้

328
00:54:13,726 --> 00:54:15,019
เพราะ

329
00:54:15,019 --> 00:54:16,641
เขาจะมี

330
00:54:16,641 --> 00:54:18,290
กลุ่มคำ ที่เรียกว่า

331
00:54:18,290 --> 00:54:19,107
"ราชา

332
00:54:19,107 --> 00:54:21,811
" เขา

333
00:54:21,811 --> 00:54:23,646
ใช้คำว่า

334
00:54:23,646 --> 00:54:25,010

335
00:54:25,010 --> 00:54:27,904
"เสวย" ถึงคำว่า

336
00:54:27,904 --> 00:54:28,920
ทุกอย่างก็จะดีมาก

337
00:54:28,920 --> 00:54:30,326
ฉัน

338
00:54:30,326 --> 00:54:31,289
รับประทาน

339
00:54:31,289 --> 00:54:33,522
เสลย

340
00:54:33,522 --> 00:54:36,697

341
00:54:36,697 --> 00:54:37,454
ล้วนหมาย

342
00:54:37,454 --> 00:54:41,454

343
00:54:42,554 --> 00:54:45,365
เพราะว่าคำพูด

344
00:54:45,365 --> 00:54:46,532
ไม่ทำ

345
00:54:46,532 --> 00:54:47,618
เขา

346
00:54:47,618 --> 00:54:51,082
ใช้

347
00:54:51,082 --> 00:54:55,082
ตามกาละเทศะ

348
00:54:55,136 --> 00:54:57,290
นักเรียน นักเรียน

349
00:54:57,290 --> 00:54:59,431
เข้าใจไหมครับ

350
00:54:59,431 --> 00:55:00,699

351
00:55:00,699 --> 00:55:04,699
เข้าใจไหม เข้าใจไหมครับ

352
00:55:14,268 --> 00:55:18,268
เข้าใจ เข้าใจไหม โอเค เดี๋ยวเรากลับมาลักษณะ ให้นักเรียนจดก่อนนะ

353
01:06:54,934 --> 01:06:58,934
ต่อไปเรามาดูข้อที่ 2 กันเลยนะครับ

354
01:07:00,871 --> 01:07:02,978
ข้อที่ 2

355
01:07:02,978 --> 01:07:04,719
ข้อสังเกตในการใช้วัจนภาษา

356
01:07:04,719 --> 01:07:05,806
ข้อ 2 ก็คือ

357
01:07:05,806 --> 01:07:09,397
ที่พูด

358
01:07:09,397 --> 01:07:12,232
เมื่อนำคำพูด

359
01:07:12,232 --> 01:07:13,826
มาเขียน

360
01:07:13,826 --> 01:07:16,103
เป็นภาษา

361
01:07:16,103 --> 01:07:18,131
เขียน จะเขียนไม่ตรงคำพูดนะครับ

362
01:07:18,131 --> 01:07:19,381
อีกครั้งหนึ่งนะครับ

363
01:07:19,381 --> 01:07:23,381
ก็คือ

364
01:07:26,541 --> 01:07:28,890
ครูเจบอกว่าอย่างไร ครูเจบอกให้ดูที่ร้านก่อน

365
01:07:28,890 --> 01:07:32,890
อธิบาย

366
01:07:37,724 --> 01:07:39,372
อ้าว

367
01:07:39,372 --> 01:07:41,632
ดูนะครับ

368
01:07:41,632 --> 01:07:43,410
ครูเจจะอธิบาย

369
01:07:43,410 --> 01:07:45,541
ข้อที่ 2

370
01:07:45,541 --> 01:07:46,745
คำที่พูดเป็นภาษาพูด

371
01:07:46,745 --> 01:07:48,223
เมื่อนำคำ

372
01:07:48,223 --> 01:07:51,064
พูด

373
01:07:51,064 --> 01:07:52,902
เขียนอย่างนี้

374
01:07:52,902 --> 01:07:53,993
เขียนไม่ตรง

375
01:07:53,993 --> 01:07:56,609
เสียง ที่พูด

376
01:07:56,609 --> 01:07:58,934
ภาษาพูด

377
01:07:58,934 --> 01:08:00,440
จะพูดคำว่า

378
01:08:00,440 --> 01:08:01,460
นักเรียนเห็นตัวแดงนี้ไหม ตัวหนังสือสีแดง

379
01:08:01,460 --> 01:08:05,460

380
01:08:05,780 --> 01:08:08,473

381
01:08:08,473 --> 01:08:10,070

382
01:08:10,070 --> 01:08:13,391
คือภาษา

383
01:08:13,391 --> 01:08:15,957
พูด ภาษาพูดว่า

384
01:08:15,957 --> 01:08:17,225

385
01:08:17,225 --> 01:08:18,839
เขา

386
01:08:18,839 --> 01:08:20,056
เอาขนม

387
01:08:20,056 --> 01:08:21,147
ฉันไปแล้ว

388
01:08:21,147 --> 01:08:25,147
ไม่คืนได้ไง

389
01:08:25,986 --> 01:08:29,028
นักเรียนสังเกตภาษาพูด

390
01:08:29,028 --> 01:08:30,571
เขียนแบบนี้ แต่เมื่อไหร่เมื่อนักเรียนเอา

391
01:08:30,571 --> 01:08:32,187
ภาษา

392
01:08:32,187 --> 01:08:36,187
เ

393
01:08:36,565 --> 01:08:38,579
มื่อกี้มาเขียน มันจะไม่... ที่นักเรียน

394
01:08:38,579 --> 01:08:40,050

395
01:08:40,050 --> 01:08:41,414
แล้ว

396
01:08:41,414 --> 01:08:43,893
เขียนเรียบร้อยแล้ว เช่นคำว่า "เขา

397
01:08:43,893 --> 01:08:44,783
" อันนี้เป็น

398
01:08:44,783 --> 01:08:46,327
ค

399
01:08:46,327 --> 01:08:49,050
คำพูด

400
01:08:49,050 --> 01:08:50,525
ขายเครื่องเขา

401
01:08:50,525 --> 01:08:53,871
วันนี้ครับ

402
01:08:53,871 --> 01:08:55,644
มันจะเขียนว่า

403
01:08:55,644 --> 01:08:56,863
เป็นความหมายเดียวกัน

404
01:08:56,863 --> 01:08:58,047
1 อันที่ 1

405
01:08:58,047 --> 01:09:00,716
คำพูด

406
01:09:00,716 --> 01:09:03,232
2 เ

407
01:09:03,232 --> 01:09:07,232
ขียน ภาษาเขียน

408
01:09:09,835 --> 01:09:11,943
ถูกต้อง เข้าใจไหม

409
01:09:11,943 --> 01:09:13,098
โ

410
01:09:13,098 --> 01:09:17,098
อเค จดได้เลย

411
01:14:02,924 --> 01:14:06,924
ทีนี้นะครับ

412
01:14:07,797 --> 01:14:09,902
ไปหัวข้อที่ 3

413
01:14:09,902 --> 01:14:12,094
กันนะ ข้อที่ 3 เขาบอกว่า

414
01:14:12,094 --> 01:14:15,950
คำที่เป็นภาษา

415
01:14:15,950 --> 01:14:17,214
ปาก เ

416
01:14:17,214 --> 01:14:21,214
ป็นอะไร ภาษาปากก็

417
01:14:21,439 --> 01:14:23,227
ก็คำพูด

418
01:14:23,227 --> 01:14:25,598
เยอะแยะ

419
01:14:25,598 --> 01:14:27,453
ยกตัวอย่าง

420
01:14:27,453 --> 01:14:28,220
ภาษาปาก

421
01:14:28,220 --> 01:14:32,220
นะ ภาษาปากเห็นไหม

422
01:14:35,611 --> 01:14:37,773
นักเรียนเห็น

423
01:14:37,773 --> 01:14:39,023
ไหม นักเรียนเห็นตัวหนังสือสีแดง ๆ ไหม

424
01:14:39,023 --> 01:14:40,751
ภาษาปาก อาจเป็นเพราะ

425
01:14:40,751 --> 01:14:41,937
เป็นคนพูด

426
01:14:41,937 --> 01:14:44,240
เยอะแยะ

427
01:14:44,240 --> 01:14:46,157
คำว่า "เยอะแยะ"

428
01:14:46,157 --> 01:14:49,037

429
01:14:49,037 --> 01:14:51,478
เราจะเขียนคำว่า "เยอะแยะ

430
01:14:51,478 --> 01:14:53,549
" ไหม ไม่นะครับ เราจะไม่เขียน เยอะแยะ จะให้นะครับ

431
01:14:53,549 --> 01:14:57,549
มา ๆ

432
01:14:59,503 --> 01:15:03,234
ความหมายเดียวกัน

433
01:15:03,234 --> 01:15:06,287
นักเรียน

434
01:15:06,287 --> 01:15:07,051
ชีวิตกำลังไปครับ

435
01:15:07,051 --> 01:15:08,202

436
01:15:08,202 --> 01:15:11,828
ตามนี้นะ

437
01:15:11,828 --> 01:15:14,677
จริง ๆ แล้ว เราจะเขียน

438
01:15:14,677 --> 01:15:16,143

439
01:15:16,143 --> 01:15:17,860
ใบอนุญาตขับขี่รถ

440
01:15:17,860 --> 01:15:21,016
หรือ

441
01:15:21,016 --> 01:15:24,120
ใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์

442
01:15:24,120 --> 01:15:28,120
ก็คือเขียนให้มันถูกต้อง

443
01:15:29,276 --> 01:15:32,769
โอเคไหมครับ

444
01:15:32,769 --> 01:15:36,109
ถ้าสมมติว่านักเรียน

445
01:15:36,109 --> 01:15:37,881
ไปเจอคำที่เขียนภาษาปากนะครับ คำว่า "เยอะแยะ" อะไรพวกนี้

446
01:15:37,881 --> 01:15:39,781
ให้รู้ไว้เลย

447
01:15:39,781 --> 01:15:41,438
วัจนภาษา

448
01:15:41,438 --> 01:15:44,178

449
01:15:44,178 --> 01:15:48,178
โอเคจดได้เลยครับ

450
01:18:45,476 --> 01:18:48,077
โอเคนะครัย มาต่อข้อสุดท้ายของวันนี้

451
01:18:48,077 --> 01:18:52,077
เพราะว่าห้อง 1

452
01:18:53,571 --> 01:18:55,481
สุดท้ายเหมือนกันนะ จะได้เริ่มต้นพร้อมกัน

453
01:18:55,481 --> 01:18:57,066
เขาบอกว่า

454
01:18:57,066 --> 01:18:59,972
ข้อที่ 4 นะครับ

455
01:18:59,972 --> 01:19:02,439
การใช้สำนวนนะครับ

456
01:19:02,439 --> 01:19:05,287
เป็นลักษณะเด่นข

457
01:19:05,287 --> 01:19:07,799
องการสื่อสารเปรียบเทียบ

458
01:19:07,799 --> 01:19:10,746
สำนวนเหล่านี้

459
01:19:10,746 --> 01:19:14,459
มีความหมายไม่ตรงกับเขียนนะครับ

460
01:19:14,459 --> 01:19:16,094
ยกตัวอย่าง

461
01:19:16,094 --> 01:19:17,401
นะครับ เขาบอกว่า

462
01:19:17,401 --> 01:19:18,680
น้ำท่วมทุ่ง

463
01:19:18,680 --> 01:19:22,680
ผ

464
01:19:23,155 --> 01:19:25,795
ักบุ้งโหลงเหลง แต่เขาไม่ได้มา

465
01:19:25,795 --> 01:19:28,168
แ

466
01:19:28,168 --> 01:19:30,280
ต่เขาหมายถึงว่า

467
01:19:30,280 --> 01:19:33,388
ฟังได้มาก

468
01:19:33,388 --> 01:19:37,388
แต่ได้เนื้อ

469
01:19:38,049 --> 01:19:39,490
นิดเดียว เขาเปรียบเทียบน้ำท่วมทุ่งนี่ ก็คือ

470
01:19:39,490 --> 01:19:42,284
เนื้อหา

471
01:19:42,284 --> 01:19:46,284
สาระที่ฟังมากมายเลย

472
01:19:48,438 --> 01:19:52,438
แต่ส

473
01:19:55,842 --> 01:19:58,595
ิ่งที่ได้นิดเดียว ถ้านักเรียนเห็น

474
01:19:58,595 --> 01:20:02,595
สำนวนแบบนี้ให้รู้เลยว่าเป็นวัจนภาษา โอเค จดได้

475
01:20:06,119 --> 01:20:10,119
ครับ

476
01:22:18,317 --> 01:22:19,475
โอเคนะครับ วันนี้

477
01:22:19,475 --> 01:22:20,611
เวลาของเราก็หมดลงแล้ว

478
01:22:20,611 --> 01:22:23,071

479
01:22:23,071 --> 01:22:24,526
แล้วเจอกันใหม่นะครับ

480
01:22:24,526 --> 01:22:28,526
ขอบคุณพี่ล่ามด้วยนะ ครับ

481
01:22:31,306 --> 01:22:35,306
ครับ สวัสดีครับ

