(อาจารย์เกวลี) วันนี้ก็จะเป็นบทที่ 5 นะคะ เกี่ยวกับการโพรโมตเว็บไซต์ นะคะ เกี่ยวกับของการทำธุรกรรมออนไลน์ ถ้าสมมุติว่าเรามีเว็บไซต์เป็นของตัวเองนี่ การโปรโมทหรือการโฆษณา หรือการทำให้เว็บไซต์ของเราเป็นที่รู้จักนี่ ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมาก นะคะ โดยการประชาสัมพันธ์โพรโมตโพรโมตใด ๆ ของเว็บไซต์ของเรานะคะ เมื่อคือการโฆษณาเว็บไซต์ที่เราสร้างต้องถูกนำไปเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักอย่างทั่วถึงนะคะ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในโลกออนไลน์อะไรก็ได้นะคะ ที่ทำให้เขารู้จักเว็บไซต์ของเรา โดยการโพรโมตเว็บไซต์นี่ มันเป็นวิธีการหรือว่ากลยุทธ์อย่างหนึ่ง ที่เราใช้แจ้งข้อมูลข่าวสาร เชิญชวนให้คนที่เล่นเว็บไซต์นี่ หรือคนที่เข้าชมเว็บไซต์นี่ เขาเข้ามาดูเว็บไซต์ของเราหรือเว็บไซต์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นมา โดยทั่วไปแล้วมักจะวิธีการค้นหาข้อมูลของเราผ่านเครื่องมือต่าง ๆ ทั้งเป็น Web Directory หรือว่าศูนย์รวมเว็บไซต์ กับตัว search engine อย่างเช่นพวก Google ให้เอามาใช้เป็นช่องทางในการโพรโมตเว็บไซต์ของเรานะคะ โดยเริ่มต้นการโพรโมตเว็บไซต์นี่ บางทีเราอาจจะไม่ได้ทำการโพรโมต ออนไลน์ เราอาจจะทำเป็นออฟไลน์ก็ได้ ก็คือเป็นการโฆษณาผ่านทาง สื่อนิตยสาร หนังสือพิมพ์ เอกสารทั่วไป แปะตามบอร์ดประชาสัมพันธ์นะคะ ให้คนสามารถมาอ่านข้อมูล แล้วก็ค่อยตามไปดูที่เว็บไซต์ที่เราทิ้งไว้ให้ หรือตามป้ายประกาศตำแหน่งชุมชน ตามถนนสายหลัก ตามห้างสรรพสินค้า บนตึกนะคะ ก็ถ้าเป็นถนนเส้นที่มีรถนี่ มันก็จะเป็นแหล่งที่ผู้คนผ่านไปมาค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะตามห้างสรรพสินค้าอะไรอย่างนี้ หรือเราจะเห็นอย่างหนึ่ง คือ ข้าง ๆ รถยนต์มันจะมีการติดแบนเนอร์ หรือติดโฆษณาประชาสัมพันธ์อยู่บนรถเลย อย่างมหาวิทยสาลัยเรานี่ ก็จะมีรถฟ้า ๆ จอดอยู่ หรือถ้าเป็นรถของหน่วยงานใด ๆ ก็ตาม เขาก็จะมีการประชติดไปด้วยบางทีก็ติดชื่อเว็บไซต์ไว้ ข้างประตูรถ หรือท้ายรถนะคะ ก็ถือว่าเป็นการประชาสัมพันธ์ รวมถึงรถประจำทางรถบัส รถสองแถวนะคะ ก็จะมีป้ายประชาสัมพันธ์ติดอยู่บนรถด้วย หรือถ้าบางคนเขาก็จะพิมพ์ใส่สิ่งที่เรียกว่า "นามบัตร" พิมพ์ลงไปด้วย เผื่อไปเจรจาธุรกิจ หรือไปประชุม ก็สามารถยื่นนามบัตรที่มีเว็บไซต์นี่ ติดลงไปด้วยนี่ ให้คนที่เราต้องการจะประชาสัมพันธ์ หรือเสื้อผ้าที่สวมใส่ ก็พิมพ์ชื่อเว็บไซต์ลง Web Bได้ถุงกระดาษถุงพลาสติก Packaging ข้าง ๆ ขวด ข้าง ๆ กล่อง เราก็สามารถโพรโมต โพรโมตเว็บไซต์ของเราได้ทุกที่นะคะ ในห้องน้ำค่ะ อยากโพรโมตก็ยังโปรโมทได้เลยอะไรประมาณนี้พอมันมีแบบออฟไลน์แล้วมันก็ต้องมีแบบออนไลน์ นะคะ ก็ใช้อินเตอร์เน็ตนี่แหละ เป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์นะคะ โดยคนที่ต้องการจะรู้ข้อมูลนี่ ก็แค่คลิกเมาส์ กดแท็บเล็ต กดโทรศัพท์นะคะ ก็สามารถสอบถามข้อมูล หรือศึกษาข้อมูลผ่านหน้าเว็บไซต์เราได้ ซึ่งถ้าเป็นการที่ติดต่อข้อมูลเข้ามา ถามแชต เหมือนที่ลงไปเป็นแชตบอท เราจะเรียกว่าเป็นการสื่อสารแบบ 2 ทาง มีปัญหาและมีการตอบนะคะ แล้วทำไมเราถึงต้องโฆษณาผ่านอินเทอร์เน็ตด้วย เมื่อหลายปีที่ผ่านมา ส่วนมากเราจะดูโฆษณา ผ่านทางโทรทัศน์ หรือฟังทางวิทยุน่ะค่ะ ก็ในช่วงที่ผ่านมานี่แน่นอน คนใช้อินเตอร์เน็ตเยอะมากนะคะ ซึ่งคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ แน่นอนจะเป็นคนที่มีความรู้ มีรายได้นะคะ แล้วก็ถือว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญ ที่เราจะทำโฆษณาประชาสัมพันธ์กับเขา แล้วถ้าเราโฆษณาผ่านทางออนไลน์นี่ เราสามารถโฆษณาได้ตลอดเวลานะคะ ประหยัดค่าใช้จ่าย ประหยัดเวลา ไม่ต้องซื้อเวลาในโทรทัศน์ โทรทัศน์เวลาที่เราจะนำเสนอข้อมูลทีหนึ่งนี่ เขาคิดเป็นนาที คิดเป็นวินาที กี่บาท เป็นแสนก็มี แต่ถ้าเราโฆษณาออนไลน์นี่ อาจจะไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายมากขนาดนั้น แล้วก็สามารถประชาสัมพันธ์ได้ทั้งในและต่างประเทศได้ด้วยนะคะ อย่างที่บอกค่าใช้จ่ายถูกกว่า สามารถนำเสนอข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ ข้อความ รูปภาพ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง รวมแล้ว คือมันเป็นมัลติมีเดีย เราสามารถสร้างขึ้นมาได้ ใช้ AI พูดแทนเราก็ได้ นะคะ ใช้ AI นำเสนอสินค้าแทนเราก็ได้ ซึ่งการประชาสัมพันธ์นี่ มันก็มีทั้งความบันเทิงเกม ทำโพรโมชันส่งเสริมการขายได้ง่ายกว่านะคะ แล้วตอนนี้ถ้าเอาจริง ๆ แล้วการดูทีวี เขาก็ดูออนไลน์กันเสียเยอะ ถ้าใครที่ชอบฟังวิทยุก็ฟังวิทยุออนไลน์มากขึ้นนะคะ การโฆษณาแบบออนไลน์มีหลายแบบ แบบแรก ก็โฆษณาบนเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียง นะคะ อย่างเช่น ที่เราเข้ากันบ่อย ๆ คือโNoteboo pantip.comนะคะ ก็จะเป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ทั้งซื้อแบนเนอร์ หรือเป็น text Linkนะคะ ซึ่งแบนเนอร์นี่ จะได้รับการตอบรับค่อนข้างดี เพราะมันเป็นรูปภาพ คนเข้าใจง่าย แล้วก็อาจจะมีช่วงโพรโมชัน คือ ไม่คิดค่าโฆษณา 1 เดือน เดือนที่ 2 ค่อยคิดอะไรก็ว่าไปนะคะ หรือการเข้าไปโพสต์ลงประกาศในเว็บบอร์ดต่าง ๆ ซึ่งมันก็มีพวกเว็บบอร์ด ประกาศขายสินค้า ลงโฆษณานู่นนี่นั่นเยอะแยะมากมาย แบบที่ไม่คิดค่าบริการก็มีเยอะนะคะ แล้วก็หรือการไปแลกเปลี่ยนลิงก์กับพันธมิตร เช่น นาย A กับนาย B เป็นเพื่อนกันทำเว็บไซต์เหมือนกันแลกเปลี่ยนเว็บไซต์กัน มาแปะที่หน้าเว็บของเพื่อนสลับกันก็ได้นะคะ ก็ถ้าเนื้อหาที่มันเกี่ยวข้องกันนี่ มันก็จะมีส่วนช่วยให้คนเข้ามาดูเพิ่ม ในระดับหนึ่ง หรือการไปซื้อโฆษณาบน search engine เช่น Google Yahoo พวกนี้นะคะ การโปรโมทเพจนี้นี่ มันจะตรงจุดมากที่สุดเราก็ถือว่าเป็นอาชีพอาชีพหนึ่งเหมือนกันมันก็จะมีอาชีพหนึ่งเรียกชื่อที่เรียกว่า SCO นะคะ Search engine อะไรสักอย่างนี่แหละ จำไม่ได้ SCO นะคะ จะเป็นคนที่ทำให้คำค้นหาของเรานี่ สามารถค้นหาเจอได้อย่างรวดเร็วแล้วก็อันดับต้น ๆ ผ่านเครื่องมือของเว็บไซต์ที่ดี ของ Google Yahoo แล้วก็วิธีที่แพร่หลายแล้วก็ได้ผลดีที่สุด ณ ตอนนี้นะคะ เช่น ชมพู่ต้องการขายแว่นตา ให้เขาค้นหาคำว่า "แว่นตา" แล้วเจอเว็บไซต์ของชมพู่ เป็นอันดับ 1 ก็ได้ โดยการโปรโมทผ่าน Search Engine ทำอย่างไรก็ได้ให้เขาค้นหาแล้วเจอลิงก์เราเป็นลิงก์แรกนะคะ เป็นอันดับ 1 เช่น ตัวนี้ ตั๋วเครื่องบิน ถ้าคุณใช้การโพรโมตผ่าน Search Engine อย่างเช่น Google เว็บตัวนี้ เว็บแรกหน่อยค่ะ ข้อจะทำโฆษณา หรือมีการหรือมีการกระบวนการใด ๆ ก็ตาม ที่ทำให้คำค้นหา แค่พิมพ์คำว่า "ตั๋วเครื่องบิน" ทำไมไม่ขึ้นแอร์เอเชียล่ะ ทำไมไม่ขึ้นการบินไทย ทำไมไม่ขึ้นนกแอร์ ทำไมถึงขึ้นเว็บนี้เป็นเว็บแรก ใช้เวลาค้นหาจาก 11 ล้านข้อมูล ใช้เวลาแค่ 0.3 วินาที เจอเว็บไซต์เราเลย เขาทำอย่างไรนะคะ แล้วมันก็มีขึ้นคำว่า "Adds" ตัว A กับตัว D ตรงนี้มันแปลว่า Aแปลว่าโฆษณาตัว A กับตัว D ตรงนี้ ย่างไร ให้เว็บไซต์เราขึ้นแบบอันดับ 1 แบบนี้ จากการค้นหาแค่ 0.3 วินาที จาก 11 ร้านข้อมูลตรงนี้ อันนี้คือสิ่งที่เป็นอาชีพได้เหมือนกันนะคะ โดยการโฆษณาเว็บไซต์นี่นะคะ มันก็เป็นการเผยแพร่ข่าวสาร เกี่ยวกับสินค้าและบริการ ให้คนที่ต้องการค้นหาสิ่งนั้น ๆ นะคะ หรือตัวแทนการขายนะคะ เข้ามาเผยแพร่ข้อมูล โดยปกติแล้วการโฆษณานี่ มันจะเป็นการสื่อสารทางเดียวนะคะ ก็จะเป็นการนำเสนอข้อมูล ถ้าเราอยากรู้ ข้อมูลที่เพิ่มเติมเมื่อก่อนนี้ มันก็หาข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้ รู้เท่าที่เขาประชาสัมพันธ์ให้เรา ซึ่งจากข้อมูลกราฟนะคะ ในหน้าจอ จะเห็นได้ว่าอันด้านนี้สิ่งที่สำคัญจะอยู่ตรงนี้ นะคะ กับตรงนี้ จะเห็นได้ว่าโฆษณาบนอินเทอร์เน็ตนะคะ สีเข้ม ๆ มันมีมูลค่าทางการตลาดเพิ่มขึ้น ซึ่งสวนทางกับการโฆษณาผ่านทางโทรทัศน์ ซึ่งมูลค่าของการโฆษณาทางโทรทัศน์น้อยมาก น้อยลงเยอะ เมื่อเทียบกับเมื่อในอดีต คือทุกอย่างจะอยู่บน TV นะ บนโทรทัศน์ เพราะฉะนั้น การโฆษณาผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นเรื่องที่สำคัญมาก มูลค่าสูงมากนะคะ การทำโฆษณาผ่านอินเทอร์เน็ต เลยจะต้องทำโฆษณาให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย แต่ละคน อาจจะมีวิธีการที่มีของรางวัลนะคะ มาจูงใจให้คนเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์เรา แล้วก็ถ้าเราโฆษณาได้ตรงเป้าเราก็จะไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องลงทุนกับการโฆษณาเยอะมาก เพราะเรารู้เรากลุ่มเป้าหมายเราคือใคร อย่างที่บอกค่ะ การโฆษณาผ่านอินเตอร์เน็ตนี่ มันดูได้ 24 ชั่วโมง ตลอดเวลา ยิ่งคนใช้อินเทอร์เน็ตเยอะมากเท่าไร เราก็ยิ่งมีโอกาสที่จะนำเสนอ ข้อมูลเหล่านี้มากขึ้น นะคะ การใช้ Multi Media สามารถเผยแพร่ได้ง่ายนะคะ คำศัพท์ที่ใช้ในการโฆษณาของธุรกิจออนไลน์นะคะ Page ก็คือหน้า HTML ที่แสดงข้อความรูปภาพสาขาต่าง ๆ Ad มาจาก Advertisement ที่แปลว่าโฆษณา View Pop Up คือ โฆษณาที่เด้งขึ้นมาในหน้าเว็บเพจ Add Click ก็คือจำนวนครั้งที่คนกดดูป้ายโฆษณา แบนเนอร์ก็เช่นภาพกราฟิก ที่เป็นรูปภาพข้อความ อาจจะเป็นภาพนิ่งหรือเคลื่อนไหว บนหน้าเว็บไซต์นะคะ สามารถเชื่อมโยงไปยังเว็บเพจอื่น ๆ หรือเว็บไซต์อื่น ๆ ได้ ซึ่งการขายแบนเนอร์ หน่วยวัดจะเป็น Pixel อย่างนี้หน้าเว็บไซต์จะมีพวกสี่เหลี่ยม เขาคิดพื้นที่เป็น Pixel 100 x 100 ก็จะประมาณนี้ อะไรประมาณนี้นะคะ มันก็จะเป็นเป็นได้เหมือนกันแต่มีขนาดเล็ก สามารถเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ หรือว่าเว็บเพจอื่น หรือไว้ดาวน์โหลดโปรแกรมก็ได้ คลิกก็จะเป็นการนับจำนวนแต่ละครั้ง ที่มีคนกดป้ายแบนเนอร์ หรือกดปุ่มนั้น ๆ นะคะ Click ratio ก็จะเป็นสัญลักษณ์ของ ค่าความสำเร็จของป้ายแบนเนอร์นะคะ ว่ามีคนเข้ามาดู 100 Pages หรือ 100 ครั้ง หรือ 100 หน้า แต่มีคนกดดูโฆษณาแค่ 10 ครั้งเอง ก็แสดงว่าผลสำเร็จมีแค่ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นอะไรประมาณนี้นะคะ CPM นะคะ ก็จะเป็นหน่วยวัดต้นทุนนะคะ ที่เราจะต้องจ่ายค่าป้ายโฆษณา คล้าย ๆ กับทำ Content ใน YouTube เขานับยอดวิว แบบนี้ยอดวิวเท่าไร ถึงจะได้รายได้ก็ว่าไป การเข้าถึงมันจะมีการบันทึก เพื่อดูว่าคนเข้ามาดูเว็บไซต์เรานี่ เหมือนที่เราติดปากฮิตกินอาหารหยิบใส่เสื้อผ้าอย่างนั้นคลิปไปเที่ยวตรงนี้ก็คือการวัดความนิยม ความหนาแน่นของข้อมูลนะคะ ว่าเว็บไซต์เรานี่ ช่วงนี้คนเข้ามาดูถล่มทลายเลย เหมือนถ้าเป็นอีกคำหนึ่งของสื่อโซเชียล คือ ติดเทรนด์ คือดังขนาดไหน มีคนนิยมมากหรือเปล่านะคะ กับ interactive Advertisement คือโฆษณาที่สามารถจูงใจ หรือกระทบบางสิ่งบางอย่าง ดูแล้วชอบ ดูแล้วรู้สึกสนใจ นะคะ การ Visit คือ การเข้าเยี่ยมชมแล้วก็จากไปของผู้ชมในแต่ละครั้ง เข้าเว็บไซต์เรา User คนที่ 1 ใช้เวลา 2 นาที User คนที่ 2 ชอบมากอยู่กับเว็บไซต์เรา 3 ชั่วโมง แค่เปิดทิ้งไว้ กับบางคนเข้ามา 2 วิ ไม่ใช่แล้วออก กับยูนิกทีี่ 10 ก็คือวัดจากคนที่เข้ามาดูใช้เรา แล้วสมัครเป็นสมาชิก หรือตอนนี้เว็บไซต์ที่เราจะเห็น ก็คือมันจะมีปุ่มที่ถามว่าอนุญาต ให้เก็บ Cookie หรือเปล่า บางคนใช้เข้าเว็บไซต์อยู่แต่ไม่เคยสนใจ อันนี้ก็เป็นค่าที่เขาจะเก็บไว้นะคะ บางทีเราก็เป็นผู้ใช้งานทั่วไปนี่แหละ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมีความสำคัญอย่างไรนะคะ รูปแบบของการโฆษณาออนไลน์ Banner ทางอีเมลผ่านทางโทรศัพท์ ผ่าน Splash screen หน้าจอเคลื่อนไหว หรือการเช่าพื้นที่โฆษณา โฆษณาผ่านลิงก์ต่าง ๆ หรือทางช่องทางแชทนะคะ อันแรกแบนเนอร์หรือว่าป้ายโฆษณาซึ่งนิยมมาก สามารถคลิกเว็บไซต์เชื่อมโยงไปยังหน้าอื่นหรือเว็บไซต์อื่นก็ได้ แสดงเป็นข้อความรูปภาพ คลิปวิดีโอ เสียง โฆษณานะคะ หน่วยวัดเป็น Pixel ที่ขนาดไม่ใหญ่มาก 7-11 Kb เท่านั้น ถ้าใหญ่เกินไป มันจะมีปัญหาในการเข้าถึงข้อมูล มันจะช้า โหลดหน้าเว็บก็จะช้า Banner ส่วนใหญ่จะเป็นไฟล์เล็ก ๆ ก็คือ .png ซึ่งเราเรียนมาแล้ว .PNG คืออะไร เป็นไฟล์นำเสนอออนไลน์ ที่มีขนาดเล็ก ความละเอียดไม่ได้สูญหายไปมาก ข้อดี ถ้าสนใจข้อมูลสามารถคลิกแบนเนอร์ แล้วลิงก์ไปที่เว็บไซต์ที่เขาสนใจได้เลยนะคะ แล้วก็สามารถกระตุ้นความสนใจ ก่อนที่เขาจะไปเว็บไซต์เราได้ ถ้าเรามี Banner ที่น่าสนใจนะนะคะ แล้วก็สามารถใช้มัลติมีเดีย หรือว่าสื่อผสม ที่กันทำ Banner ได้ แต่ข้อเสีย คือ มันวัดขนาดเป็น Pixมันมีค่าใช้จ่ายมี ค่าใช้จ่ายของขนาดไม่พอ ตำแหน่งการวางก็คิดเงิน ด้านบนเว็บไซต์ ด้านข้าง ด้านล่าง ราคาไม่เท่ากันนะคะ เพราะว่าอย่างที่บอกเขาเรียกว่า "Click Zone" การกำหนด Click Zone แบเข้าใจว่าอยู่บนสุดจะแพง แต่ไม่ใช่ ตำแหน่งที่อยู่ด้านล่างสุดของ บางงานวิจัยเขาบอกว่า มีคนกดมากกว่าอยู่ด้านบนอีก เพราะว่าเขาจะไล่ลงมาดูจนสุด แล้วกดก็มีนะคะ Banner swipping Z แปลว่าสลับกันก็จะเป็นการฝาก Banner ไว้กลับผู้ให้บริการ เป็นเว็บตรงกลาง ไม่มีค่าใช้จ่าย หรือถ้ามีก็น้อยมาก อย่างสมมติว่านาย A อยากโฆษณา website ไปแปะไว้ นาย B ไม่เห็นน่าสนใจ อย่างนั้นเรามาสลับกัน A B B B B A แต่บางครั้งแบนเนอร์ที่เขาจัดมานี่ บางทีเขาไม่ได้คุยกันมาก่อน ขนาดมันจะไม่ได้ ไม่เหมาะสมเท่าไรนะคะ มันก็เลยต้องมีการคุยกัน ตกลงความต้องการร่วมกันก่อน ค่อยไปแปะเว็บไซต์ของกันและกัน อย่างนี้เป็นตัวอย่างเว็บไซต์ ที่ใครอยากแลกเปลี่ยน โฆษณาหน้าเว็บกัน เขาก็จะมาคุยกันอย่างขายรองเท้า หรือขายเป็นวิดีโอก็มาแปะไว้ มีใครสนใจจะสลับเปลี่ยนกันไหมนะคะ ฉันโฆษณาให้คุณ คุณโฆษณาให้ฉัน อะไรประมาณนี้นะคะ ต่อมาอีกอันหนึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนแบนเนอร์นะคะ หลาย ๆ เว็บไซต์นิยมใช้วิธีนี้มากกว่า เพราะง่ายแล้วก็ตรงกันมากกว่านะคะ เช่นนาย A แสดงนาย B นะคะ แต่นาย B อาจจะไม่แสดงของของ A ก็ได้ไปแสดงของซีพีมา แสดง A สลับกันไปสลับกันมาแล้วแต่จะตกลงกัน คุยกันเอง ฉันโฆษณาให้คุณก็ได้ คุณไม่โฆษณาให้ฉันก็ได้ แต่ฉันขึ้นให้นะอะไรก็ว่าไป ซึ่งมันก็จะมีเว็บไซต์ตัวกลาง ที่คอยจัดการการแลกเปลี่ยนแบนเนอร์ให้เหมือนกันนะคะ ก็มาคุยกันนะคะ ก็จะมีค่าใช้จ่ายเล็กน้อยนะคะ แค่ไม่กี่สิบบาท สำหรับการหา Banner ที่น่าสนใจ เป็นพัน ๆ แบนเนอร์ก็ได้ แล้วเขาก็จะเก็บสถิติให้ด้วย ว่ามีคนมาคลิก Banner คุณไหม นะคะ แล้วก็มีระบบป้องกันการโกง นะคะ สแกนให้เบื้องต้นว่าแบนเนอร์ที่มาแปะไว้นี่ เป็นมิจฉาชีพหรือเปล่านะคะ ข้อแตกต่างระหว่าง Banner Swapping กับ Banner ExchangesSwapping นี่ มันเป็นการเชื่อมโยงแค่บริษัทต่อบริษัท คือ 1 ต่อ 1 แบบ Exchange ก็คือเป็นกลุ่ม ๆ มารวมกลุ่มกัน แล้วก็ค่อยมาคุยกันเชื่อมโยงกัน ไม่ได้คุยกันแค่ 1 ต่อ 1 คุยกันหลายคน ห้องนี้ทั้งห้องอาจจะมาคุยกัน ให้ฉันเธอ เธอเอาของคนนั้นคนนี้มา แต่ว่าก็ยังเป็นกลุ่มก้อนเดียวกันอะไรประมาณนี้นะคะ อีเมลเมื่อก่อนก็เป็นที่นิยมมากนะคะ เพราะว่าค่าใช้จ่ายมันน้อย แต่ตอนนี้มันมีการซื้อขาย Email address มันก็เลยทำให้มีอีเมลขยะ ค่อนข้างเยอะ คนเลยไม่ค่อยนิยมนะคะ บางทีก็อาจจะมีการเก็บรวบรวมอีเมลด้วยตัวเอง หรือซื้อก็ได้นะคะ เราไปซื้อมาเลยอีเมล มีให้เป็นอีเมลเพื่อการโฆษณา เหมือนถ้าใครเห็นอีเมลตัวเองตอนนี้น่ะ มันมีอีเมลประหลาด ๆ ส่งมาบางทีอีเมลคุณอาจจะถูกขายไปแล้วก็ได้ขายคือมันจะมีชื่ออีเมลคุณน่ะ ปิดไปตอนที่เขาซื้อขายกันหรือเขาก็จะเก็บมาจากเว็บไซต์ ที่คุณไปสมัครสมาชิกไว้นะคะ เก็บเป็นล้าน ๆ อีเมลเลย แล้วค่อยมาขาย นี่เว็บไซต์สำหรับขายข้อมูลอีเมล แบบถูกกฎหมายด้วยนะ เพราะตอนที่คุณสมัครสมาชิก คุณกดติ๊กถูกไปแล้ว ว่าฉันให้คุณเอาข้อมูลฉันไปใช้ก็ได้ จนบางครั้งก็จำไม่ได้ด้วยซ้ำ ว่าเราให้ข้อมูลเว็บไซต์ไหนไปนะคะ อีเมล แต่ปัญหาของอีเมลอย่างที่บอก พอมันมีอีเมลเข้ามาเยอะมาก ๆ บางทีโฆษณาที่เราทำไปนี่ มันไปเข้าถังขยะ หรือมันเข้าใจว่าเป็นอีเมลมิจฉาชีพ อะไรประมาณนี้นะคะ คนที่เราต้องการจะส่งข้อมูลให้เมื่อกี้ เขาก็ไม่รับข้อมูลของเรา หรือบางคนไม่ชอบเช็กอีเมลเลย เขาก็จะไม่รู้ข้อมูลเราเหมือนกัน อะไรประมาณนี้ กับการโฆษณาผ่านทางโทรศัพท์ มันก็สามารถโฆษณาได้ทุกที่ทุกเวลาเหมือนกันนะคะ ซึ่งบางคนไม่รู้หรอกว่าคุณก็ลงโฆษณา เช่น คุณโหลด Application ฟรีมา มันจะมี Banner เล็ก ๆ ข้างล่างโฆษณา หรือเล่นเกมก็ตามเล่นไปสักแป๊บ มันก็จะมีโฆษณาเด้งขึ้นมา นับถอยหลัง 10 วิ แล้วคุณจะได้เล่นต่อ อันนี้เป็นการโฆษณาผ่านทางโทรศัพท์ ที่ฝังมากับแอปพลิเคชันฟรีต่าง ๆ ที่คุณโหลด ต่อมาเป็น Splash screen ซึ่งจะเป็นการโฆษณาในช่วงเวลาสั้น ๆ อาจจะหายไปเอง หรือคุณต้องกดปิดนะคะ เช่น ตัวนี้ เห็นบ่อยเลยเว็บขายของออนไลน์ พิเศษลูกค้าใหม่ พิเศษ 7 เดือน 7 8 เดือน 8 มีโพรโมชันอะไรขึ้นมา จะเห็นได้ว่ามันจะมีปุ่มกากบาท ถ้าไม่อยากรู้ ก็ค่อยกดออก หรือบางเว็บไซต์ ไม่ต้องกดออกก็ได้ อย่างอีกแบบหนึ่ง เว็บสีม่วง ๆ ดูไปประมาณ 5 วินาที มันจะออกให้เอง คุณไม่สนใจ มันก็จะกดออกให้นะคะ อันนี้เรียกว่า Splash screen ถ้าไม่ชอบก็กดปิดแค่นั้นเอง ต่อมาเป็น Spot Leasing ก็จะเป็นพื้นที่เฉพาะในการเช่าโฆษณาบนหน้า Search Engine ก็มันจะเป็นการระบุช่วงเวลา แล้วก็ระบุตำแหน่งตรงไหนของเว็บไซต์นะคะ ข้อดี คือ เราสามารถเลือกได้หมด เราจะทำอะไร ข้อเสียคือมันแพง อย่างเดียวเลย แพง เช่น เว็บไซต์ที่เป็นเว็บไซต์ของคนไทย ที่อยู่มานานแล้ว รู้จักบ้างหรือไม่รู้จักบ้างนะคะ บางคนอาจจะไม่รู้จัก ทำไมต้องเข้าเว็บนี้ นี่เป็นเว็บไซต์เล็ก ๆ ตั้งแต่การใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศไทย คำค้นหาการโฆษณา ถ้าคุณอยากให้มีคำค้นหาคุณขึ้นข้างบนแบบนี้ ตรวจหวย ทำนายฝัน ราคาทอง ฟังเพลงออนไลน์ จ่ายสตางค์ ถ้ากดเลือกฟังเพลงออนไลน์ ปุ๊บ เว็บไซต์คุณ ถ้าเป็นเกี่ยวกับเพลงออนไลน์ จะขึ้นเป็นอันดับ 1 แล้วเขามีระบบคิดสตางค์ ถ้าเขาโฆษณาให้ แล้วไม่มีใครกดไปดูแลคุณ โฆษณาของเราคือไม่ต้องจ่าย เพราะฉะนั้น เขามั่นใจมากกว่ามีคนกดดูเว็บไซต์คุณแน่นอน มีคนกดเยอะ หรือกดกี่ครั้งว่าไปคุณค่อยจ่ายสตางค์เขานะคะ ซึ่งเขาก็สามารถบอกว่าเขาสามารถร่วมมือกับ Google ทำให้เว็บไซต์คุณดังได้ อันนี้คือเหมือนเขาเป็นตัวแทน อย่างที่อาจารย์บอกคือ SEO ทำงานกับ Search engine ให้คุณได้ด้วย มีสตางค์ไหมแค่นั้นเอง หรือคุณไม่อยากทำผ่าน Google ไม่ทำผ่านเว็บไซต์อื่น คุณจะทำผ่าน Google โดยตรงก็ได้ แต่ฉันคุณอยากโฆษณาคลาสออกกำลังกาย พิมพ์คำว่า "ฉันอยากออกกำลังกาย" ปุ๊บให้ขึ้นเว็บไซต์คุณที่ 1 ค่าใช้จ่ายหลักหมื่น เป็นหมื่นแค่อยากให้ค้นหาปุ๊บเจอชื่อคุณเลย เป็นเบื้องต้นนะคะ สมมุติใครเรียนไปจบไปแล้ว อยากไปทำงานบริษัท เขาอยากให้น้องทำอย่างไร ให้เว็บไซต์เราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ อันนี้ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่ง ที่คุณสามารถทำอาชีพได้นะคะ มีอาชีพนี้ เกิดขึ้นด้วย อาจจะไม่ต้องจ้าง Google คุณสามารถทำเองได้ มันก็จะมีช่องทางในการเขียน Code หรืออะไรก็ว่าไป เพื่อพัฒนาเว็บไซต์คุณ เป็นอาชีพเหมือนกันนะคะ อาชีพพี่ทำอย่างไรก็ได้ให้เว็บไซต์เราค้นหาใน Google แล้วได้ โฆษณาผ่าน URL ก็ไปลงทะเบียนโฆษณาผ่าน search engine นะคะ ก็ไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายสูง แต่คุณต้องเขียน Meta Tag ได้ ซึ่งไม่ต้องแท็กนี้ น่าจะเคยเรียนต่อคุณเขียนเรียนวิชาเขียนเว็บแล้ว ทำอย่างไรก็ได้ให้คำค้นหาของเว็บไซต์คุณน่ะ มันง่าย แล้วมันก็สามารถค้นหาแล้วเจอเลยนะคะ ข้อดี คือ มันใช้ค่าใช้จ่ายน้อย เมื่อกี้หลักหมื่น อันนี้อาจจะไม่ได้แพงขนาดนั้นนะคะ เราก็ต้องไปลงทะเบียนเว็บไซต์ เราที่ Search ก่อนแล้วเขาจะให้กำหนด keyword คำค้นหาอย่างเช่นร้านคุณขายเสื้อผ้า ขายกิ๊บ คุณจะต้องใช้คำ keyword ที่ทำอย่างไรก็ได้ให้มันสื่อถึงร้านคุณมากที่สุดนะคะ แต่ข้อเสีย คือ บางที Meta Tag ส่วนใหญ่มีความซับซ้อน มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เสื้อผ้าผู้หญิง นู่นนี่นั่นโน่นไม่ใช่แค่นั้น มีคำที่ทำซ้อนกว่านั้นเพื่อทำอย่างไรก็ได้ ทุกครั้งให้ Search Engiมันหาเว็บไซต์เราให้เจอให้ได้ซึ่งการทำงานก็เรียนแรกเราไป ทำงาน Search Enที่มันเรียกว่าเซิร์ฟบอร์ดเปิด RobotมันจะมีAI ที่คอยทำหน้าที่วิ่งผ่านข้อความจากหน้าเว็บไซต์ต่าง ๆ แล้วมันก็จะมาจัดลำดับคำค้นหาเก็บไว้กับตัวมันเองนะคะ พอสิ่งที่เขาต้องการนี่ เลยบอกว่าอยากให้มาลงทะเบียนเ พื่อที่มันจะได้หาได้ง่ายขึ้นนะคะ ซึ่งบางคนไม่รู้ ก็ไม่เคยลงทะเบียน แล้วทำไม ทำไมมันไม่ดังอย่างน้อย คุณต้องมาลงทะเบียนให้มันรู้จักคุณก่อน เพื่อให้มันค้นหาคุณได้เร็วขึ้น อย่างเช่นตัวนี้ มันเป็นหน้าตาของของ Google นี่แหละนะคะ อาจารย์เคยลองเข้าไปเล่นแล้ ก็ไปลองดูว่าถ้าคุณมีเว็บไซต์แล้วคุณอยากจะให้มันค้นหาเราเจอได้เร็ว ๆ คุณไปลงทะเบียนกับมัน ให้มันรู้จักคุณ เหมือนไปแนะนำตัวเราให้มันรู้จักก่อน มันจะได้หาเราเจอได้เร็วขึ้นนะคะ ก็อันนี้เป็นอีกช่องทางหนึ่ง สำหรับการโพรโมตเว็บไซต์ แต่ไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายนะ แค่เหมือนไปทำความรู้จักกันก่อน ต่อมา พาคุณอยากสนใจ Google คุณอาจจะไปหาเว็บ Directory คือเว็บไซต์ที่ศูนย์รวมข่าวสารนู่นนี่นั่นโน่น ก็ไปลงทะเบียนเหมือนกัน แล้วก็อธิบายตัวเองว่าเว็บไซต์ของเราคืออะไร ใส่คำอธิบายสั้น ๆ แต่ถ้าขี้เกียจลงไปคือบางทีน่ะ เราโฆษณาผ่านแค่ใน search engine ไม่พอ ถ้าเราอยากให้เว็บไซต์เรามันดังจริง ๆ เราต้องไปโฆษณากับ Web Directory ด้วยนะคะ ซึ่งการโพรโมตในเว็บไดเร็กทอรีนี่ มันมีทั้งเสียเงิน แล้วก็ไม่เสียสตางค์แปลถ้าอยากให้มันอยู่ในระดับต้น ๆ อยา่งำก็ต้องเสียตังค์นะคะ แต่ถ้าไม่อยากเสียสตางค์ ก็อาจจะต้องกำหนดวัหมวดหมู่ให้ชัดเจน แต่อย่างไรก็ตามในโลกของธุรกิจบางทีมันก็ต้องใช้เงินแก้ปัญหานะคะ อย่างเช่นตัวนี้เว็บไซต์ของคนไทย มันก็ยังมีผลอยู่พวกมันเชื่อมไปกับหลายเว็บไซต์เหมือนกัน เขามีพันธมิตรเยอะกว่า เขามีเพื่อนร่วมธุรกิจเยอะ อันนี้ก็เป็นหน้าตา เผื่อใครอยากไปเพิ่มเว็บไซต์ออนไลน์ เข้าไปเพิ่มเว็บไซต์ของตัวเองนะคะ การโพรโมตผ่านนอกจาก Google แล้วก็ยังมี Yahoo ก็สามารถไปลองสมัครใช้งานได้ เขาบอกว่านี่ เขามีผู้เชี่ยวชาญสามารถให้คำช่วยเหลือคุณนี่ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันเลยนะ คุยได้เลย ถ้าคุณต้องการจะเว็บไซต์นะคะ กไม่ต้อง Search มันจะเป็นคำค้นหานะคะ จากเว็บไซต์ประเภทต่าง ๆ ทำให้ค้นหาเร็วขึ้น ก็เหมือนคล้าย ๆ คำ คำสั้น ๆ อธิบายตัวเราได้ง่าย หรืออธิบายเว็บไซต์ของเราได้ง่าย โดยใช้คำสั่งที่เรียกว่า "Meta Tag" นะคะ ไ Meta tag จะไม่ปรากฏบนหน้าจอ Browser มันจะอยู่แค่ผลของการ Search เฉย ๆ มันจะไม่ขึ้นมันจะไม่รู้ว่าเราใส่ไม่ได้ Tag อะไร คนที่ใช้งานจะไม่รู้ แต่ search engine จะรู้ ส่วนประกอบจะมีอยู่อันแรกคือ Title ก็คือชื่อเว็บไซต์ต้องสั้น กระชับ ชัดเจน เหมือนอาทิตย์ก่อน ที่ว่าการตั้งชื่อเว็บไซต์ ต้องให้เข้าใจง่าย Description คือ คำบรรยายข้อมูล ว่าเว็บไซต์เราหรือเพจของเรานี่ มันเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร ซึ่งไม่ควรเกิน 25 คำ keyword ต้องเป็นคำหลักที่ Search Engine ใช้ในการจัดหมวดหมู่ แล้วก็สามารถนำทางให้เข้ามาเยี่ยมชมได้ง่าย คำสั่งเป็นประมาณนี้อย่างเช่น Title Tag Title ก็คือใส่ชื่ออันนี้เป็นเหมือนการโฆษณา เว็บไซต์คณะ ด้านบนของ Browser มันจะขึ้นชื่อนี้นะคะ ถ้าใช้คำสั่ง Meta tag ที่ถูกต้อง ด้านบนจะเป็นชื่อคณะ คำอธิบายก็จะเป็นข้อมูลคณะ ที่โปรแกรมวิชาต่าง ๆ keyword จะไม่โชว์ ถ้าพิมพ์ใน Google Sci snru แบบนี้ Sci snru แบบนี้คณะวิทยาศาสตร์แบบนี้ มันจะเจอเว็บไซต์ของเรานะคะ เป็นต้น เป็นตัวอย่าง ซึ่งคำสั่งให้เบื้องต้นพวกนี้น่าจะเคยเรียนมาแล้ว เป็นพื้นฐานเนาะอย่างเช่น ตัวนี้ค่ะ อันนี้ URL นะ อันนี้เป็น Title อยู่ด้านบนตรงนี้นะคะ Title อยู่ด้านบน keyword ต้องให้ถูก ถ้าธุรกิจต้องมีคำว่าอะไรบ้าง หางานต้องมีคำว่าอะไรบ้าง หมวดเกมมีอะไรบ้าง นะคะ ถ้าเราใช้ Meta Tag แล้ว อาจรับรองอาจจะไม่มีการการันตีว่าจะอยู่ในระดับต้น ๆ แต่ทำให้เกิดปัญหาง่ายขึ้นนะคะ ตอนนี้แน่นอน Google ก็ยังเป็นอันดับ 1 ของ Search Engine อยู่ดี นะคะ อยู่ดี อันนี้เป็นใส่ keyword เล่นด้วยตัวไหนนี้ น่าจะทราบแล้ว อีกตัว อย่าใส่พวก Flash Animation spasm เยอะ เกินไป มันโหลดช้า แล้วก็เว็บไซต์เข้าออกแบบด้วยเฟรม มันบางทีหน้ามันถูกฟิก เกินเวลา ไปดูในโทรศัพท์ดูยาก อันนี้เป็นคำอธิบายเนื้อหาจากเว็บไซต์การโฆษณาด้วยสื่อผสมอื่นอาจจะเป็น Chat Room หรือส่งข้อความพูดคุยกันกลุ่มเป้าหมายนะคะ อาจจะไม่จำกัดครั้งนะคะ อาจจะมีโบว์ชัวร์ นามบัตร แคตตาล็อก หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ทีวี ก็ได้นะคะ แต่จริง ๆ แล้วของพวกนี้ มันก็จะมีราคา โดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์ มันก็จะมีทั้งการออกแบบการไป ที เขาเข้าไปแล้วมันก็หาไม่เจอบ้างนู่นนี่นั่นโน่น เราเลยนิยมใช้แบบออนไลน์มากกว่า นะคะ กับกลยุทธ์นะคะ ถ้าเราจะโฆษณาบนเว็บ แน่นอนเราควรจะมีกิจกรรมส่งเสริมการขายทันที่ ที่ข้อมูลนี้ขึ้นไปบนเว็บ เช่น เราก็จะเรื่องต้นไปก่อนว่าวันที่ 7 เดือน 7 ที่ผ่านมาวันก่อนเราจะมีโพรโมชันนะ นู่นนี่นั่น พอถึงวันจริง ๆ เราก็มีการส่งเสริมการขายขึ้นทันที เช่น มีส่วนลด มีค่าจัดส่งฟรี มีการซื้อครบกี่ชิ้น ได้ราคาพิเศษอะไรก็ว่าไปนะคะ ซึ่งถ้าอยากให้มันมีผลลัพธ์ที่ดี นะคะ เราก็ต้องมีใช้เครื่องมือค้นหา ที่เรามั่นใจ ว่ามันสามารถเผยแพร่ได้เป็นหลัก อย่างเช่น Search Engine หรือว่าเว็บที่ได้รับความนิยมมาก ๆ นะคะ อาจจะมีการทำอีเมลแนะนำตัวไป ถ้าเราสมมติว่าเราไปสมัครสมาชิก มีคนมาสมัครสมาชิกเว็บไซต์เราเองดีกว่านะคะ เราจะมีอีเมลตอบกลับว่า ขอบคุณที่สมัครเว็บไซต์ แล้วหน้าเว็บไซต์เรามีอะไรบ้างนะคะ แล้วก็สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือ การสร้างระบบสมาชิก ทำให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นคนพิเศษขึ้นมานะคะ ซื้อของยอดครบเท่านี้ครั้งต่อไปให้ส่วนลดอะไรก็ว่าไป รวมถึงเว็บไซต์ราคาสินค้า ข้อมูลสินค้า ต้องปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันตลอดเวลา ไม่ใช่ว่าหน้าเว็บไซต์บอกว่าของหมดจริง ๆ ของเพิ่งมาเติมสต๊อกสรุปไม่มีใครซื้อ เพราะคุณว่าของหมดนี่ เขาก็ไม่ซื้อสิ อะไรแบบนี้นะคะ แล้วก็ต้องรับฟังคำติชม การรีวิวของลูกค้าทุกคน อย่าเพิ่งไปต่อล้อต่อเถียงเขา ลองเช็กดูก่อนว่าเป็นความจริงหรือเปล่านะคะ สิ่งที่ต้องพิจารณาในการออกแบบ ต้องสวย ต้องเด่น ดึงดูดความสนใจ แล้วก็สื่อความหมายที่มันตรงกับสิ่งที่เราต้องการจะนำเสนอ แล้วก็ตรงกับกลุ่มเป้าหมายด้วย เช่น ถ้าขายของให้คนอายุประมาณพวกคุณ มันก็ต้องเป็นอะไรที่ทันสมัย หรือเป็นมินิมอล เก๋ ๆ เท่ ๆ ถ้าเป็นลายไทย ลายผ้าไทย พวกคุณก็คงจะไม่สนใจนะคะ วันนี้ก็เลยมีงานให้ทำนะคะ ลอง... เข้าไปใน Google หรือ Yahoo ก็ได้ เช่นคุณสนใจเกี่ยวกับ อะไรดีล่ะ ขนมจีน ขนมเมืองจีน ลอง search ใน Google สิ เว็บใส่มันเว็บไซต์ตัวไหน มันรวบคำนิดหนึ่ง Sorry เว็บไซต์ตัวไหนที่คุณสนใจจะซื้อขนมจากเมืองจีน มันขึ้นเว็บไซต์อะไรอันดับ 1 แล้วลองดูสิว่าเว็บไซต์นั้นน่ะ เว็บไซต์แรกคืออะไร ใช้เวลาในการค้นหากี่วินาที จากข้อมูลกี่ชุดนะคะ แล้วลองเข้าไปดูสิ ว่าเว็บไซต์นั้นน่ะ มีการโฆษณาเว็บไซต์ไหม มี Pop up หรือเปล่า มี Splash screไหมมี Spot Leasing มี Banner หรือเปล่า ข้อ 2 ถ้าสมมติว่าคุณจะเป็นเจ้าของเว็บไซต์เว็บไซต์หนึ่งขายสินค้านะคะ ให้ลองเอาตัวอย่างจากหน้านี้ ลองเขียนคำสั่งอธิบายหน้าเว็บไซต์ตัวเองดูสิ เปลี่ยนข้อมูลของอาจารย์ออก เป็นเว็บไซต์ที่คุณกำลังคิดว่าคุณจะเปิดร้าน ลองดูสิว่าคุณจะเขียนว่าอย่างไร จากตัวอย่างหน้านี้นะ ลองเขียนดูสิ อย่างเช่นบางคนจะขายขนมนำเข้าจากจีน มันควรจะชื่อร้านว่าอะไร คำค้นหา keyword คืออะไร คำอธิบายคืออะไร ขนมจากจีนมีทุกยี่ห้อ มีทั้งเผ็ดทั้งไม่เผ็ด มีทั้งถูกจนถึงแพงมากมีทุกชนิดอะไรก็เขียนไป ลองดูินะคะ แสดงว่าวันนี้น่ะ มี2 ข้อ ข้อแรกลองไปหาดูว่าไอ้คำค้นหาที่คุณค้นหานี่ มันอยู่อันดับที่เท่าไร เว็บไซต์ที่คุณอาจจะรู้จักหรือไม่รู้จักก็ได้ นะคะ ใช้เวลากี่วินาทีในการค้นหา มีกี่ข้อมูลข้อ 2 ก็ไปดูคำสั่ง จากนั้นลองเปลี่ยนดูสิ ว่าถ้าเป็นเว็บไซต์คุณเอง ตั้งค่า Meta taว่ายังไงเริ่มทำได้ค่ะ