﻿1
00:00:13,323 --> 00:00:17,323
(อาจารย์) โอเคค่ะ

2
00:00:17,576 --> 00:00:21,576
ล่ามได้ยินไหมคะ

3
00:00:24,456 --> 00:00:28,456
โอเค วันนี้ก็จะเป็นบทที่ 3 นะคะ

4
00:00:29,761 --> 00:00:32,667
ซึ่งก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการชำระเงิน

5
00:00:32,667 --> 00:00:35,608
ของการทำธุรกรรม

6
00:00:35,608 --> 00:00:39,608
หรือว่าการทำธุรกิจออนไลน์ด้วยนะคะ

7
00:00:40,218 --> 00:00:41,532
โดยก่อนที่เราจะจ่ายเงินได้

8
00:00:41,532 --> 00:00:43,580
นี่ มันก็ต้อง

9
00:00:43,580 --> 00:00:46,460
... สิ่งสำคัญที่เรา

10
00:00:46,460 --> 00:00:50,460
ต้องคิดถึงนะคะ ก็คือเรื่องความปลอดภัย

11
00:00:51,894 --> 00:00:55,894
ก็คือโดยให้ความปลอดภัยนี่นับว่าเป็นเรื่องที่เราจะต้องให้ความสำคัญมากที่สุด

12
00:00:58,549 --> 00:01:02,142
เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับความปลอดภัยที่เรามาใช้นี่ มันจะเป็นการเข้ารหัสด้วยกุญแจ

13
00:01:02,142 --> 00:01:06,142
ซึ่งหลัก ๆ แล้วมันจะมีกุญแจ 2 ดอกนะคะ

14
00:01:07,076 --> 00:01:11,076
มีกุญแจที่เรียกว่า Public Key

15
00:01:11,292 --> 00:01:13,131
นะคะ เป็นกุญแจสาธารณะแล้วก็ Private Key ที่เป็นกุญแจส่วนตัว

16
00:01:13,131 --> 00:01:17,131
ซึ่งอย่างน้อยแล้วนี่

17
00:01:18,464 --> 00:01:21,329
องค์กรที่เขาจะใช้กุญแจสาธารณะได้นี่

18
00:01:21,329 --> 00:01:24,866
เขาจะต้องมีองค์กรรับรองความถูกต้อง

19
00:01:24,866 --> 00:01:27,180
ไม่ใช่ว่าคุณไปเอากุญแจของใครก็ไม่รู้มาใช้

20
00:01:27,180 --> 00:01:31,180
แล้วคุณบอกว่าคุณใช้กุญแจ

21
00:01:31,858 --> 00:01:35,858
แล้วน่ะ แต่ทำไมยังไม่มีความปลอดภัยในการใช้งาน

22
00:01:35,930 --> 00:01:38,758
ก็เพราะว่ากุญแจนั้นอาจจะไม่ได้ถูกรับรองโดยองค์กร

23
00:01:38,758 --> 00:01:40,929
ที่ให้การรับรองที่ถูกต้องนะคะ

24
00:01:40,929 --> 00:01:42,984
ซึ่งกุญแจนี้

25
00:01:42,984 --> 00:01:45,625
เราจะไม่ได้ถึง

26
00:01:45,625 --> 00:01:49,625
กุญแจที่เป็นกุญแจเปิดประตูบ้าน

27
00:01:50,240 --> 00:01:53,674
มันจะเป็นกุญแจที่แทนด้วยเลขรหัสทางคณิตศาสตร์นะคะ

28
00:01:53,674 --> 00:01:57,674
ใช้หลักคณิตศาสตร์ในการคำนวณรหัส

29
00:01:58,814 --> 00:02:02,814
เพื่อเข้ารหัสข้อความหรือข้อมูล

30
00:02:02,997 --> 00:02:06,997
ผู้รับแล้วก็ผู้ส่งได้อย่างเฉพาะเจาะจงนะคะ

31
00:02:09,740 --> 00:02:13,740
มันอยู่ดี ๆ สร้างไม่ได้ มันจะต้องได้รับการรับรองด้วยแหละความหมายนะคะ

32
00:02:15,615 --> 00:02:18,997
ซึ่งระบบที่จะใช้สำหรับการเข้ารหัสนี่

33
00:02:18,997 --> 00:02:22,997
รวมถึงการรักษาความปลอดภัยที่จะต้องมี อย่างแรก

34
00:02:27,953 --> 00:02:31,953
มันจะต้องสามารถพิสูจน์ตัวตนของผู้รับผู้ส่งได้นะคะ ไม่ว่าคุณจะยืนยันตัวเองด้วยอะไร ด้วยการสแกนใบหน้า

35
00:02:33,554 --> 00:02:35,156
สแกนบัตรประชาชน รหัสหลังบัตรประชาชนที่เป็นเลเซอร์อะไรก็ว่าไปนะคะ

36
00:02:35,156 --> 00:02:39,156
ต่อมา

37
00:02:40,011 --> 00:02:41,620
การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลเขาจะดูด้วยว่าข้อมูลที่ถูก

38
00:02:41,620 --> 00:02:43,580
เก็บไว้เก็บข้อมูล

39
00:02:43,580 --> 00:02:45,442
อย่างไร เก็บไว้ที่ไหน

40
00:02:45,442 --> 00:02:47,508
มีการเข้ารหัสหรือเปล่านะคะ

41
00:02:47,508 --> 00:02:49,746
รวมถึง

42
00:02:49,746 --> 00:02:53,746
การที่เราจะต้อง

43
00:02:55,538 --> 00:02:59,538
การันตีความถูกต้องของข้อมูล ไม่ให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนจากสิ่งที่เราระบุไปตอนแรก

44
00:03:02,960 --> 00:03:04,153
เอาง่าย ๆ เลยวันเกิดที่คุณใส่กับการแสดงผลหรือการนำไปประมวลผล

45
00:03:04,153 --> 00:03:08,153
จะต้องตรงกัน

46
00:03:08,648 --> 00:03:11,563
คุณบอกคุณเกิด พ.ศ. 2540

47
00:03:11,563 --> 00:03:13,214
ก็จะต้องเป็น 2540

48
00:03:13,214 --> 00:03:17,084
47 ก็ต้องเป็น

49
00:03:17,084 --> 00:03:21,084
47 อายุ 18 ก็ต้องเป็น 18 นะคะ เพราะไม่คาดเคลื่อน

50
00:03:22,805 --> 00:03:26,805
แล้วเหมือนอย่างเช่นที่อยู่เขาจะถามว่าที่อยู่สำหรับส่งเอกสารที่อยู่ปัจจุบัน

51
00:03:28,836 --> 00:03:30,846
ใช้ที่อยู่เดียวกันไหม หรือว่าเป็นที่อยู่ที่เปลี่ยนแปลงไปก็ต้องแจ้งนะคะ

52
00:03:30,846 --> 00:03:34,846
แล้วก็

53
00:03:36,152 --> 00:03:37,458
ไม่ว่าคุณจะพิมพ์ข้อความอะไร หรือส่งข้อมูลอะไร ไม่ว่าภาพ เสียง

54
00:03:37,458 --> 00:03:40,355
ข้อความ

55
00:03:40,355 --> 00:03:41,823
คุณจะปฏิเสธความเป็น

56
00:03:41,823 --> 00:03:42,967
เจ้าของข้อมูลไม่ได้

57
00:03:42,967 --> 00:03:44,633
นะคะ

58
00:03:44,633 --> 00:03:48,052
อย่างเช่น

59
00:03:48,052 --> 00:03:50,934
คุณจะบอกว่าอันนี้คุณไม่ได้ส่งไม่ได้

60
00:03:50,934 --> 00:03:54,934
เพราะมันมีสิ่งที่เรียกว่าลายเซ็นดิจิทัล

61
00:03:55,767 --> 00:03:58,424
หรือว่ารายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ติดไปด้วย ก็คือคุณเข้ารหัสแล้วว่ามันเป็นของคุณ

62
00:03:58,424 --> 00:04:00,465
คุณยืนยันแล้วว่าข้อมูลนี้เป็นของคุณ

63
00:04:00,465 --> 00:04:04,465
คุณจะปฏิเสธไม่ได้นะคะ

64
00:04:05,225 --> 00:04:09,225
การชำระเงินออนไลน์นะคะ

65
00:04:09,915 --> 00:04:13,915
จากผลวิจัยถ้าเป็นองค์กรขนาดใหญ่นี่

66
00:04:16,166 --> 00:04:19,419
เขามั่นใจกับการใช้วิธีการหักบัญชีธนาคารมากกว่า

67
00:04:19,419 --> 00:04:23,277
นะคะ

68
00:04:23,277 --> 00:04:27,277
แต่ถ้าเป็นในขณะที่เป็นผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อ

69
00:04:28,348 --> 00:04:32,348
อย่างเช่น คนที่เรียนจบไปแล้วทำงานมีรายได้ประจำเขาก็จะมีบัตรเครดิต

70
00:04:35,340 --> 00:04:36,463
สิ่งที่นิยมจ่ายมากที่สุด อย่างเช่น ชอปปิงออนไลน์ shopee Lazada เขาจะนิยมจ่ายด้วย

71
00:04:36,463 --> 00:04:37,246
เครดิตเสียมากกว่า

72
00:04:37,246 --> 00:04:39,196
เพราะ

73
00:04:39,196 --> 00:04:42,029
จะบอกว่าความสะดวกสบาย

74
00:04:42,029 --> 00:04:44,284
การมีโพรโมชันต่าง ๆ

75
00:04:44,284 --> 00:04:48,284
ได้เงินคืนอะไรก็ว่าไป

76
00:04:48,737 --> 00:04:52,551
ส่วนมากเขาจะอ้างอิงจากการจัดโพรโมชันส่งเสริมการขาย

77
00:04:52,551 --> 00:04:53,183
แล้วก็ในประเทศไทยก็เหมือนกัน

78
00:04:53,183 --> 00:04:57,183
นะคะ

79
00:04:58,194 --> 00:05:02,194
รองลงมา นอกจากบัตรเครดิตแล้วเราก็ใช้วิธีการโอนเงิน

80
00:05:02,299 --> 00:05:03,521
รวมถึงการจัดเก็บเงินปลายทาง

81
00:05:03,521 --> 00:05:07,521
บริการจ่ายตรง

82
00:05:09,553 --> 00:05:11,509
อาจจะไม่มีบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตการ์ด Debit Card คืออะไร บางทีทุกคนอาจจะมีอยู่

83
00:05:11,509 --> 00:05:13,213
อยู่แล้วแต่ก็ไม่เคยใช้นะคะ

84
00:05:13,213 --> 00:05:14,187
รวมถึงการ

85
00:05:14,187 --> 00:05:15,207
ลง

86
00:05:15,207 --> 00:05:17,219
หรือ

87
00:05:17,219 --> 00:05:19,193
ก็ได้

88
00:05:19,193 --> 00:05:23,193
มาดูกัน

89
00:05:24,399 --> 00:05:25,963
แนวทางในการพัฒนาเพื่อชำระเงิน

90
00:05:25,963 --> 00:05:28,330
เดี๋ยวนี้จ่ายเงินให้ภาค

91
00:05:28,330 --> 00:05:32,112
ใช้บริการ Internet Banking

92
00:05:32,112 --> 00:05:34,175
นะคะ มันก็จะเป็นการทำเว็บแอปพลิเคชัน

93
00:05:34,175 --> 00:05:38,175
ขึ้นมา

94
00:05:38,546 --> 00:05:42,546
การสร้างลิงก์ที่เรียกว่าระหว่าง

95
00:05:42,719 --> 00:05:46,410
ขายกับตัว Application ของร้านค้ากับระบบธนาคาร

96
00:05:46,410 --> 00:05:50,410
ต้องการซื้อสินค้า

97
00:05:50,601 --> 00:05:54,245
สามารถ Genarate QR Code หรือว่าการใช้ QR Code

98
00:05:54,245 --> 00:05:58,245
ก็ให้คุณไก่เงินแล้วก็เข้าบัญชีของร้านค้าได้โดยตรงนะคะ

99
00:06:01,464 --> 00:06:05,464
ระบบจะแจ้งเตือนเลยว่ายอดเข้าแล้วเหมือนที่เวลาเราไปกินข้าวหรือไปซื้อของ

100
00:06:05,720 --> 00:06:08,634
อย่างนี้ บางทีคุณยังไม่ทันหันหน้าจอโชว์สลิปด้วยซ้ำ

101
00:06:08,634 --> 00:06:12,634
บอกมันแล้วว่าเงินมันเข้าแล้วค่ะ

102
00:06:14,299 --> 00:06:18,299
ก็บริการ Internet Banking นี่

103
00:06:19,369 --> 00:06:23,369
ก็ได้รับความนิยมแล้วก็รักษาความปลอดภัยได้อย่างดีและเป็นมาตรฐาน

104
00:06:25,486 --> 00:06:28,351
แต่บางคนก็จะโดนโกงว่าปลอมสลิปนู่นนี่นั่นโน่นไม่กดโอนจริงอันนี้

105
00:06:28,351 --> 00:06:30,197
หรือว่าตัวลูกค้าเองก็ต้องเช็

106
00:06:30,197 --> 00:06:34,197
กช่วย

107
00:06:34,681 --> 00:06:38,681
เขาเรียกว่าตรวจสอบอีกครั้งเพื่อความมั่นใจนะคะ

108
00:06:39,491 --> 00:06:42,457
หรือการจ่ายเงินที่เป็น Micro payment

109
00:06:42,457 --> 00:06:45,952
Micro ก็คือมันแปลว่าเล็ก ๆ

110
00:06:45,952 --> 00:06:49,359
เราไม่ต้องพกกระเป๋าสตางค์ก็ได้

111
00:06:49,359 --> 00:06:53,359
เราอาจจะมีบัตรเครดิตใบเดียวที่มีชิปการ์ดอยู่นะคะ

112
00:06:56,139 --> 00:07:00,139
หรือถ้าเป็นต่างประเทศคุณมีโทรศัพท์เครื่องเดียว คุณก็สามารถเอาไปซื้อของเอาไปเที่ยวเอาไปเดินทางได้แล้ว

113
00:07:01,460 --> 00:07:04,279
ถ้าเป็นประเทศที่เขารองรับการใช้กระเป๋าสตางค์ดิจิ

114
00:07:04,279 --> 00:07:07,509
ทัลโดยโทรศัพท์ หรือ Apple Watch ก็ได้

115
00:07:07,509 --> 00:07:09,435
สามารถเดินขึ้นรถไฟ

116
00:07:09,435 --> 00:07:11,943
ซื้อของในห้าง

117
00:07:11,943 --> 00:07:12,769
ก็เอาโทรศัพท์ไปแตะ

118
00:07:12,769 --> 00:07:16,769
นะคะ

119
00:07:17,552 --> 00:07:19,137
ซื้อของในเซเว่นก็เอาโทรศัพท์ไปแตะ

120
00:07:19,137 --> 00:07:21,074
ไม่ได้สแกนนะ

121
00:07:21,074 --> 00:07:22,410
เอาโทรศัพท์ไปไว้ใกล้ ๆ

122
00:07:22,410 --> 00:07:23,340
มันก็สามารถจ่าย

123
00:07:23,340 --> 00:07:25,666
เงินได้เลย

124
00:07:25,666 --> 00:07:28,219
นะคะ ซึ่งมันก็จะ

125
00:07:28,219 --> 00:07:29,826
ทำให้ความปลอดภัย

126
00:07:29,826 --> 00:07:32,872
มันมีมากขึ้น

127
00:07:32,872 --> 00:07:34,261
เพราะว่าบางทีก่อนที่เราจะจ่ายสตางค์

128
00:07:34,261 --> 00:07:38,261
นี่ ถ้าเป็นระบบ wallet

129
00:07:39,778 --> 00:07:42,204
ในโทรศัพท์บางเครื่องเขาต้องให้เราสแกนหน้าก่อนหรือสแกนลายนิ้วมือหรือใส่รหัสความปลอดภัยก่อน

130
00:07:42,204 --> 00:07:46,204
ที่จะจ่ายเงิน

131
00:07:48,014 --> 00:07:52,014
ไม่ใช่ว่าใครเอาโทรศัพท์เราไปแตะจ่ายได้ เป็นต้นนะคะ มันก็จะปลอดภัยมากยิ่งขึ้นแหละ

132
00:07:52,701 --> 00:07:56,701
เป็นการยืนยันเพิ่มขึ้นไปอีกว่าเป็นเราจริง ๆ นะที่ไปจ่ายสตางค์นะคะ

133
00:08:01,711 --> 00:08:05,711
องค์ประกอบหลักของการชำระเงินแน่นอนต้องมีลูกค้า มีสถาบันทางการเงิน หรือว่าเป็นธนาคารนั่นแหละ

134
00:08:07,695 --> 00:08:10,123
เดี๋ยวก็มีคนที่คอยกำหนดกฎระเบียบมาตรฐานต่าง ๆ รวมถึง

135
00:08:10,123 --> 00:08:12,651
ธนาคารธนาคารเดียวไม่ได้

136
00:08:12,651 --> 00:08:15,440
มันจะต้องเป็นเครือข่ายของธนาคาร

137
00:08:15,440 --> 00:08:19,440
เหมือนสมัยที่พวกคุณเป็นเด็ก ๆ

138
00:08:19,589 --> 00:08:23,589
ไม่รู้จะเรื่องและหรือยังหรือยังไม่รู้เรื่อง

139
00:08:24,029 --> 00:08:28,029
เหมือนกัน การจะโอนเงินต่างธนาคารแล้วต้องเสียสตางค์

140
00:08:29,194 --> 00:08:30,669
10 บาท 20 บาทว่าไป ตามยอดจำนวนเงินที่คุณจะโอนนะ

141
00:08:30,669 --> 00:08:34,669
แต่ปัจจุบัน

142
00:08:35,109 --> 00:08:36,831
นี่ ถ้าเป็นการโอนเงินให้เพื่อนต่างธนาคาร

143
00:08:36,831 --> 00:08:37,545
ถ้าไม่เกินจำนวน

144
00:08:37,545 --> 00:08:39,322
ที่กำหนด

145
00:08:39,322 --> 00:08:42,097
โอนผ่านได้เลย

146
00:08:42,097 --> 00:08:44,836
โอนโดยใช้โทรศัพท์ได้เลยนะคะ

147
00:08:44,836 --> 00:08:46,240
อันนี้คือเครือข่ายธนาคารเขา

148
00:08:46,240 --> 00:08:47,007
ตกลงร่วมกัน

149
00:08:47,007 --> 00:08:51,007
นะคะ

150
00:08:51,154 --> 00:08:55,154
ก็จะเป็นความร่วมมือกันอะไรก็ว่าไป

151
00:08:56,134 --> 00:09:00,134
โดยการสร้างระบบชำระเงินนี่

152
00:09:00,468 --> 00:09:04,468
โดยธุรกิจทั่ว ๆ ไปแล้ว หรือว่าผู้ขายทั่ว ๆ ไปนี่

153
00:09:04,470 --> 00:09:08,167
เขาอาจจะพัฒนาระบบจ่ายเงินเองก็ได้

154
00:09:08,167 --> 00:09:11,190
โดยต้องพัฒนาทั้งโปรแกรม

155
00:09:11,190 --> 00:09:14,563
แล้วก็ติดตั้งบน web Server

156
00:09:14,563 --> 00:09:15,714
ซึ่งส่วนมากถ้าเป็นผู้ค้ารายย่อยที่เขา

157
00:09:15,714 --> 00:09:16,484
ไม่ทำ มันลงทุนเยอะ

158
00:09:16,484 --> 00:09:20,380
นะคะ

159
00:09:20,380 --> 00:09:24,180
ถ้าเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่เขาทำเอง

160
00:09:24,180 --> 00:09:25,962
แน่นอน หรือองค์กรขนาดใหญ่เหมือนกันไม่ทำ

161
00:09:25,962 --> 00:09:29,962
ฉันไปซื้อมาเลย

162
00:09:31,465 --> 00:09:34,362
หรือเช่าก็ได้ เช่าเป็นรายเดือนรายปีทำสัญญาให้เขาดูแลให้

163
00:09:34,362 --> 00:09:35,774
ถ้าไม่เช่า

164
00:09:35,774 --> 00:09:37,199
อยากพัฒนาเอง

165
00:09:37,199 --> 00:09:38,614
แต่ไม่มีคน

166
00:09:38,614 --> 00:09:41,294
ไม่มีกำลังคน

167
00:09:41,294 --> 00:09:45,294
ไม่อยากดูแลสวัสดิการ

168
00:09:45,963 --> 00:09:47,618
เขาก็จะไปสร้างบริษัทมืออาชีพมาพัฒนาที่เรียกว่า

169
00:09:47,618 --> 00:09:51,618
Outsource นะคะ

170
00:09:55,877 --> 00:09:57,754
มาพัฒนาให้ก็ได้ ไม่ต้องจ่ายอะไรเงินเดือนให้เขาเราก็ไปจ้างเขามาเขาก็ดูแลตัวเองส่งงานให้ทันเวลาก็จบ กับอีก

171
00:09:57,754 --> 00:10:00,726
อีกแบบหนึ่ง

172
00:10:00,726 --> 00:10:02,177
ค่ะ เหมาะกับผู้ค้ารายย่อย

173
00:10:02,177 --> 00:10:03,942
ลายเล็ก ๆ นะคะ

174
00:10:03,942 --> 00:10:07,942
ธุรกิจไม่ใหญ่มาก

175
00:10:11,016 --> 00:10:15,016
เข้าไปใช้บริการของระบบชำระเงินของธนาคารเลือกมาเลยธนาคารใดธนาคารหนึ่งก็ได้

176
00:10:15,043 --> 00:10:16,413
สังเกตง่าย ๆ ปัจจุบันถ้านักศึกษาเดินไปสแกนจ่ายสตางค์

177
00:10:16,413 --> 00:10:20,072
ร้านอะไรก็ได้

178
00:10:20,072 --> 00:10:23,877
จะเห็นป้ายที่เขาตั้ง QR Code แต่ละร้าน

179
00:10:23,877 --> 00:10:27,756
โลโก้ธนาคารแต่ละคนไม่เหมือนกัน

180
00:10:27,756 --> 00:10:29,537
บางคนใช้แบงก์สีม่วง บางคนใช้แบงก์สีเขียว

181
00:10:29,537 --> 00:10:32,591
ใช้แบงก์สีฟ้า

182
00:10:32,591 --> 00:10:33,944
บางคนใช้แบงก์สีชมพูแล้วแต่

183
00:10:33,944 --> 00:10:35,670
เลือกเลย

184
00:10:35,670 --> 00:10:38,381
ธนาคารที่

185
00:10:38,381 --> 00:10:40,789
คุณสะดวก

186
00:10:40,789 --> 00:10:44,712
มีบัญชีอยู่แล้ว

187
00:10:44,712 --> 00:10:46,778
อาจจะเป็นแบงก์สีเหลืองหน้า ม. เราก็ได้นะคะ

188
00:10:46,778 --> 00:10:49,588
ก็เลือกตามที่

189
00:10:49,588 --> 00:10:50,906
รังไข่ออกได้เลย

190
00:10:50,906 --> 00:10:52,270
หรือ

191
00:10:52,270 --> 00:10:54,388

192
00:10:54,388 --> 00:10:58,388
บางธนาคารเขาก็จะมีโพรโมชันให้

193
00:11:01,996 --> 00:11:05,902
เช่น เวลาทำธุรกรรมมาก ๆ อาจจะลดค่าธรรมเนียมอะไรก็ว่าไปมีสิทธิพิเศษให้นะคะ

194
00:11:05,902 --> 00:11:07,965
สิ่งที่จำเป็น

195
00:11:07,965 --> 00:11:11,965
ในการจ่ายเงิน

196
00:11:13,175 --> 00:11:15,092
แน่นอน การเข้ารหัสถอดรหัสเพื่อรักษาความปลอดภัยของการทำธุรกรรม

197
00:11:15,092 --> 00:11:18,353
จะเห็นได้ว่าเวลาคุณจ่าย

198
00:11:18,353 --> 00:11:22,353
เงินในโทรศัพท์

199
00:11:24,074 --> 00:11:25,440
เพื่อสามารถตอบ

200
00:11:25,440 --> 00:11:27,783
ปลอดภัย

201
00:11:27,783 --> 00:11:31,367
คือความถูกต้องของการโอนเงินได้

202
00:11:31,367 --> 00:11:35,367
รวมถึง

203
00:11:36,950 --> 00:11:39,472
ถ้าเป็นธุรกิจที่มีการทำธุรกรรมร่วมกับธนาคารหรือผู้ค้ารายอื่น

204
00:11:39,472 --> 00:11:41,241
คุณจะต้องมีการสร้าง

205
00:11:41,241 --> 00:11:42,539
ลายเซ็นดิจิทัล

206
00:11:42,539 --> 00:11:46,539
ขึ้นมา

207
00:11:49,142 --> 00:11:53,142
เพราะเอกสารบางอย่างเราไม่ได้เซ็นด้วยลายเซ็นตัวเอง ไม่ได้เซ็นสดนะ เอาปากกาเซ็นต่อหน้า

208
00:11:54,325 --> 00:11:58,325
ลายเซ็นดิจิทัล ไม่ใช่ให้คุณเอาลายเซ็นคุณไปสแกนแล้วไปวางใน Word

209
00:11:59,241 --> 00:12:01,791
ใน PowerPoint ไปวางในเอกสาร อันนั้นเขาไม่ได้เรียกว่า "ลายเซ็นดิจิทัล"

210
00:12:01,791 --> 00:12:05,791
ลายเซ็นดิจิตอลจะต้องมีการเข้ารหัส

211
00:12:09,226 --> 00:12:13,226
เพื่อยืนยันได้ว่าอะไรเซ็นนี้เป็นลายเซ็นที่คุณเอามาสร้างใส่ในเอกสารนี้

212
00:12:13,986 --> 00:12:15,285
จริง ๆ ไม่ใช่แค่เอารูปมาวาง อันนี้คือลายเซ็นดิจิทัล

213
00:12:15,285 --> 00:12:18,915
ไม่ใช่

214
00:12:18,915 --> 00:12:21,904
ผู้ซื้อจะต้องมีลายเซ็นดิจิทัล

215
00:12:21,904 --> 00:12:25,904
ร้านค้าก็จะต้องมีใบรับรองดิจิทัล

216
00:12:28,268 --> 00:12:32,268
ว่าเป็นร้านค้าที่มีอยู่จริง เชื่อถือได้ ไม่ใช่ว่าทำไฟล์หลอกขึ้นมาไม่ใช่

217
00:12:32,408 --> 00:12:35,682
ต้องสามารถตรวจสอบได้โดยองค์กรที่น่าเชื่อถือนะคะ

218
00:12:35,682 --> 00:12:39,682
เขาจะออกใบรับรองให้ว่าร้านนี้มีตัวตนจริง

219
00:12:43,027 --> 00:12:44,390
ถ้าร้านใครเป็นร้านขายของชำ เมื่อก่อนถ้าคุณจะขายแอลกอฮอล์

220
00:12:44,390 --> 00:12:48,390
ขายเหล้า

221
00:12:49,980 --> 00:12:53,980
ขายเหล้าหรือขายเครื่องดื่มใด ๆ ก็ตาม

222
00:12:56,288 --> 00:12:59,519
มันจะต้องมีป้ายใบอนุญาตกับกรมสรรพสามิตอะไรก็ว่าไปมาแปะ ว่าร้านนี้ถูกต้องนะ

223
00:12:59,519 --> 00:13:00,533
เสียภาษีเรียบร้อย

224
00:13:00,533 --> 00:13:03,689
ใบรับรอง Digital ก็เหมือนกัน

225
00:13:03,689 --> 00:13:04,064
จะเป็นคนออกโดยองค์กรที่

226
00:13:04,064 --> 00:13:06,599
เป็นที่รองรับ

227
00:13:06,599 --> 00:13:09,919
แล้วก็ควบคุมโดย

228
00:13:09,919 --> 00:13:13,919
รัฐบาล

229
00:13:14,584 --> 00:13:18,584
นะคะ สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ ถ้ามีข้อผิดพลาด

230
00:13:20,736 --> 00:13:22,873
วิเคราะห์หรือข้อปัญหาสามารถตรวจสอบได้นะคะ

231
00:13:22,873 --> 00:13:26,166
โดย

232
00:13:26,166 --> 00:13:28,151
สิ่งที่จำเป็นที่จะต้องมีในการจ่ายสตางค์

233
00:13:28,151 --> 00:13:32,151
ง่าย ๆ ข้อมูลต้องถูกต้อง

234
00:13:37,633 --> 00:13:41,633
แล้วต้องมีส่วนเกี่ยวข้อง ป้องกันความลับ

235
00:13:42,485 --> 00:13:43,774
ป้องกันการปฏิเสธป้องกันโจรกรรม

236
00:13:43,774 --> 00:13:47,774
เช่น

237
00:13:49,302 --> 00:13:52,600
คุณจะบอกว่าคุณสั่งซื้อไปแต่ไม่จ่ายสตางค์บอกว่าฉันไม่ได้สั่งไม่ได้

238
00:13:52,600 --> 00:13:55,093
เพราะว่ามันเป็น Account

239
00:13:55,093 --> 00:13:56,390
มันต้องใส่อีเมลใส่ password

240
00:13:56,390 --> 00:14:00,390
ก่อนที่มันจะสั่งซื้อได้

241
00:14:01,659 --> 00:14:05,659
ก็เป็นสิ่งที่จำเป็น

242
00:14:06,956 --> 00:14:09,070
หรืออาจจะมีบริการบาง อย่างเช่น การป้องกันภัยทางไซเบอร์

243
00:14:09,070 --> 00:14:12,604
มาเกี่ยวข้องด้วยนะคะ

244
00:14:12,604 --> 00:14:15,266
เงื่อนไขในการ

245
00:14:15,266 --> 00:14:18,763
เลือกระบบชำระการเงินที่ดี อย่างแรก

246
00:14:18,763 --> 00:14:22,763
ต้องเป็น

247
00:14:23,075 --> 00:14:27,075
ธนาคารที่สามารถทำธุรกรรมระหว่างประเทศได้ด้วยนะคะ

248
00:14:28,372 --> 00:14:30,912
โดยมันจะมีข้อตกลงของธนาคารกลางนะคะ

249
00:14:30,912 --> 00:14:32,109
วางหลักการในการชำระเงิน

250
00:14:32,109 --> 00:14:34,567
ไว้

251
00:14:34,567 --> 00:14:35,794
แล้วก็การหักบัญชี

252
00:14:35,794 --> 00:14:37,074
ซึ่งหลักการนี้

253
00:14:37,074 --> 00:14:38,311
เขาจะมีอยู่ 10 ข้อ

254
00:14:38,311 --> 00:14:42,005
ข้อแรก

255
00:14:42,005 --> 00:14:44,827
ระบบการจ่ายเงินจะต้องถูกต้องตามกฎหมายนะคะ

256
00:14:44,827 --> 00:14:48,209
มีกฎระเบียบที่เข้าใจได้

257
00:14:48,209 --> 00:14:51,934
อธิบายถึงความเสี่ยงทั้งหมดที่อาจจะเกิดขึ้น

258
00:14:51,934 --> 00:14:55,934
มีกระบวนการบริหารความเสี่ยงนะคะ

259
00:14:56,825 --> 00:14:59,844
ถ้ามันมีความรับผิดชอบเกิดขึ้นใครเป็นผู้รับผิดชอบนะคะ

260
00:14:59,844 --> 00:15:01,788
การจ่ายสตางค์

261
00:15:01,788 --> 00:15:04,160
ต้องเกิดภายในวันนั้น

262
00:15:04,160 --> 00:15:05,724
คุณซื้อของตอนเที่ยง

263
00:15:05,724 --> 00:15:06,687
เงินต้องเข้า

264
00:15:06,687 --> 00:15:10,687
ภายในเที่ยง

265
00:15:10,819 --> 00:15:13,775
ภายในเที่ยงเลยก็ได้ หรือภายในวันนี้ไม่เกินเที่ยงคืน

266
00:15:13,775 --> 00:15:15,067
จะสังเกตได้ว่าบางธนาคาร

267
00:15:15,067 --> 00:15:17,357
ห

268
00:15:17,357 --> 00:15:21,167
ลัง 5 ทุ่มครึ่ง คุณจะโอนเงินไม่ได้

269
00:15:21,167 --> 00:15:23,875
ทำธุรกรรมอื่นไม่ได้เติมเงินโทรศัพท์ก็ไม่ได้

270
00:15:23,875 --> 00:15:26,387
จ่ายบิลค่าไฟค่าน้ำไม่ได้

271
00:15:26,387 --> 00:15:29,163
เพราะมันเป็นช่วงคาบเกี่ยว

272
00:15:29,163 --> 00:15:31,780
ถ้าสมมติว่า

273
00:15:31,780 --> 00:15:35,242
คุณจ่ายเงิน 5 ทุ่ม 30

274
00:15:35,242 --> 00:15:37,634
แต่ระบบมันทำงานไม่เสร็จมันจะผิดกฎหมาย

275
00:15:37,634 --> 00:15:41,169
อันนั้นน่ะ 5

276
00:15:41,169 --> 00:15:45,169
ทุ่ม 30 เขาเลยจะให้ทำอะไรเพราะว่าด้วยกฎนี้ค่ะ

277
00:15:45,954 --> 00:15:49,407
ทุกอย่างจะเกิดขึ้นภายในวันเดียวกันกับวันที่คุณทำธุรกรรม

278
00:15:49,407 --> 00:15:52,605
เพราะฉะนั้น คุณจ่ายค่าน้ำ

279
00:15:52,605 --> 00:15:53,423
สมมติสาย 5 ทุ่มครึ่ง แต่ระบบมันตัดไม่เสร็จ

280
00:15:53,423 --> 00:15:54,876
กฎหมาย

281
00:15:54,876 --> 00:15:55,814
แล้ว เป็นต้น

282
00:15:55,814 --> 00:15:59,814
นะคะ

283
00:16:00,991 --> 00:16:02,681
การชำระเงินจะต้องเป็นราคาสุทธิ

284
00:16:02,681 --> 00:16:03,658
ยอดภายในวันนั้น

285
00:16:03,658 --> 00:16:04,319
ไม่ใช่ว่า

286
00:16:04,319 --> 00:16:06,505

287
00:16:06,505 --> 00:16:09,988
คุยวันนี้ 180

288
00:16:09,988 --> 00:16:13,055
ไปตัดยอดเป็น 190 ไม่ได้นะคะ

289
00:16:13,055 --> 00:16:16,490
การชำระเงิน

290
00:16:16,490 --> 00:16:19,039
ต้องจ่ายผ่านธนาคารกลาง

291
00:16:19,039 --> 00:16:23,039
ก็คือธนาคารที่ได้รับความเชื่อถือนะคะ

292
00:16:24,702 --> 00:16:27,944
แล้วต้องเป็นระบบการชำระเงินที่มีการรักษาความปลอดภัยในการดำเนิน การ

293
00:16:27,944 --> 00:16:31,944
ทำธุรกรรม

294
00:16:33,015 --> 00:16:37,015
ชำระหนี้ตามกฎหมายจะต้องมีประสิทธิภาพต่อเศรษฐกิจนะคะ

295
00:16:37,164 --> 00:16:40,877
มีเป้าหมาย มีเงื่อนไขในการที่เราจะเป็นสมาชิก

296
00:16:40,877 --> 00:16:44,877
สามารถอ่านเงื่อนไขได้อย่างเปิดเผยนะคะ

297
00:16:47,147 --> 00:16:49,634
ผู้บริหารจะต้องมีการจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส

298
00:16:49,634 --> 00:16:53,634
แล้วก็มีความรับผิดชอบ

299
00:16:56,445 --> 00:17:00,445
ก็ทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้ให้บริการ ผู้จัดการเงิน จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้นั่นเองนะคะ

300
00:17:01,755 --> 00:17:03,958
ระบบชำระเงินส่วนใหญ่

301
00:17:03,958 --> 00:17:07,534
ตอนนี้ก็อาจจะเป็นเงินสดนะคะ

302
00:17:07,534 --> 00:17:11,534
ถ้าเป็นองค์กรขนาดใหญ่จ่ายเป็นเช็ค

303
00:17:11,616 --> 00:17:14,386
เป็นบัตรเดบิต เครดิตบัตร การโอนเงินนะคะ

304
00:17:14,386 --> 00:17:15,713
ซึ่งในการทำ

305
00:17:15,713 --> 00:17:19,713
ธุรกิจออนไลน์

306
00:17:20,086 --> 00:17:21,864
นี่ ส่วนมากทุกอย่างมันจะอยู่ในโลกออนไลน์นะ

307
00:17:21,864 --> 00:17:25,027
เวลาเราจ่ายสตางค์นี่

308
00:17:25,027 --> 00:17:27,958
เราก็จะใช้บัตรเครดิตเสียมากกว่า

309
00:17:27,958 --> 00:17:31,958
หรือการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้นะคะ

310
00:17:34,445 --> 00:17:36,900
สิ่งพวกนี้เราก็เรียกว่าเป็น E payment ก็คืออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ใช่ไหม

311
00:17:36,900 --> 00:17:38,184
เป็น Electronpayment

312
00:17:38,184 --> 00:17:42,184
ขายผ่านออนไลน์ทั้งหมด

313
00:17:43,349 --> 00:17:46,262
เรื่องการทำระบบจ่ายสตางค์ออนไลน์นี่

314
00:17:46,262 --> 00:17:48,763
มันทำให้

315
00:17:48,763 --> 00:17:50,086
การทำธุรกิจ

316
00:17:50,086 --> 00:17:52,620
รวมกันนี่

317
00:17:52,620 --> 00:17:56,620
มันสะดวกแล้วก็เร็วขึ้นนะคะ

318
00:17:57,307 --> 00:18:01,307
ก็แต่มันก็จะมีสิ่งที่

319
00:18:04,031 --> 00:18:06,639
ภาครัฐเขามองว่ามันยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

320
00:18:06,639 --> 00:18:10,639
แล้วก็

321
00:18:11,473 --> 00:18:15,363
มันก็เป็นการที่ทำให้เงินมันหมุนเข้าสู่ระบบได้เร็วขึ้นนะคะ

322
00:18:15,363 --> 00:18:19,363
โดยการจ่ายเงินออนไลน์นี่

323
00:18:20,330 --> 00:18:21,976
มันจะเป็นการจ่ายเงินระหว่างผู้ซื้อกับผู้โอน หรือผู้รับสินค้า

324
00:18:21,976 --> 00:18:25,976
นะคะ

325
00:18:27,859 --> 00:18:31,506
ซึ่งเงินจำนวนนี่ถามว่ามันจะลอยเข้าไปในกระเป๋าไหม

326
00:18:31,506 --> 00:18:33,174

327
00:18:33,174 --> 00:18:36,351

328
00:18:36,351 --> 00:18:38,882
สมมติเรามี 500 บาท เราจะจ่ายไป

329
00:18:38,882 --> 00:18:41,972
เงินมันเข้ากระเป๋าเลยนะ

330
00:18:41,972 --> 00:18:45,972
เป็นแค่การเปลี่ยนสีของเงินเป็นของใครแค่นั้นเอง

331
00:18:51,043 --> 00:18:52,600
นะคะ โดยปกติแล้วนี่ตั้งแต่ปี 2565 ก็เป็นช่างเริ่ม

332
00:18:52,600 --> 00:18:56,600
ๆ ช่วงโควิดนะ

333
00:18:58,547 --> 00:19:02,329
คน 1 คน

334
00:19:02,329 --> 00:19:05,611
จะทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์

335
00:19:05,611 --> 00:19:08,587
การโอนเงินหรือรับเงินนี่

336
00:19:08,587 --> 00:19:12,587
348

337
00:19:12,783 --> 00:19:16,783
รายการต่อคนต่อปีนี่แทบจะพูดได้ว่าเกือบทุกวัน

338
00:19:18,596 --> 00:19:20,009
คุณจะต้องมีการโอนเงินหรือรับเงินผ่านช่องทาง

339
00:19:20,009 --> 00:19:21,714
E Banking

340
00:19:21,714 --> 00:19:25,714
Mobile Banking

341
00:19:25,791 --> 00:19:28,497
โอนซื้อข้าวแค่วันหนึ่งนี่

342
00:19:28,497 --> 00:19:30,652
ใครกินข้าว 3 มื้อแล้วโอน

343
00:19:30,652 --> 00:19:34,652
สตางค์ผ่าน QR Code

344
00:19:37,170 --> 00:19:38,861
บอกมันแล้วก็อย่างน้อย 3 ครั้งแล้ว 3-4 ครั้ง แล้วข้าวก็ครั้งหนึ่ง

345
00:19:38,861 --> 00:19:40,457
ชาไข่มุกก็ครั้งหนึ่ง

346
00:19:40,457 --> 00:19:44,291
ผลไม้ก็ครั้งหนึ่ง

347
00:19:44,291 --> 00:19:46,217
ซื้อของเซเว่นก็สแกนผ่านแ

348
00:19:46,217 --> 00:19:47,825
อปอีกที่หนึ่งเหมือนกัน

349
00:19:47,825 --> 00:19:51,825
นะคะ

350
00:19:53,000 --> 00:19:55,700
รวมถึงการทำธุรกรรมแบบดั้งเดิมน้อยลง

351
00:19:55,700 --> 00:19:56,573
ก็คือการเดินไปที่ธนาคารและถอนส

352
00:19:56,573 --> 00:20:00,573
ตางค์ น้อย

353
00:20:00,889 --> 00:20:02,556
เอาง่าย ๆ เลยค่ะ ในตัวคนบางคนตอนนี้

354
00:20:02,556 --> 00:20:06,029
เงินสดก็ไม่มี

355
00:20:06,029 --> 00:20:10,029
เพราะเดี๋ยวนี้ไม่ไปกดสตางค์โอนอย่างเดียวนะคะ

356
00:20:11,243 --> 00:20:13,081
แต่พอหมดโควิค

357
00:20:13,081 --> 00:20:15,304
คนก็เริ่มกลับมากด

358
00:20:15,304 --> 00:20:17,743
สตางค์เยอะขึ้น เพราะร้านค้า

359
00:20:17,743 --> 00:20:21,743
บางร้านก็ไม่รับเงินโอนก็มี

360
00:20:22,661 --> 00:20:25,507
นะคะ ก็รูปแบบธุรกิจบางคนก็

361
00:20:25,507 --> 00:20:27,459
แตกต่างกันไป บางคนก็รู้สึกว่า

362
00:20:27,459 --> 00:20:31,027
โอนเงินเดี๋ยวภาษีเยอะ

363
00:20:31,027 --> 00:20:35,027
มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องไปทำความเข้าใจกับเขา

364
00:20:36,308 --> 00:20:39,312
นะคะ จากข้อมูลนะคะ จะเห็นได้ว่า

365
00:20:39,312 --> 00:20:43,312
การทำธุรกรรมออนไลน์

366
00:20:45,067 --> 00:20:46,481
มันเป็นสีเขียวเกือบทุกวัอัน ก็คือมันเติบโตขึ้นมามีเพิ่มมากขึ้น

367
00:20:46,481 --> 00:20:47,376
ทุกปีนะคะ

368
00:20:47,376 --> 00:20:51,376
ทุกปี

369
00:20:53,341 --> 00:20:57,341
การจ่ายเงินนะคะ

370
00:20:58,134 --> 00:21:01,562
ด้วยบัตรเครดิตเพิ่ม แต่เดบิตลดลง

371
00:21:01,562 --> 00:21:04,135
เดี๋ยวจะอธิบายว่าบัตรเครดิตกับเดบิตต่างกันอย่างไร

372
00:21:04,135 --> 00:21:06,738
การจ่ายสตาง์ด้วยเช็กน้อยลง

373
00:21:06,738 --> 00:21:10,094
การจ่ายเงินสดด้วยการโอน

374
00:21:10,094 --> 00:21:14,094
ผ่านทางช่องทางสถาบันการเงินมีเพิ่มขึ้นนะคะ เครื่อง

375
00:21:15,516 --> 00:21:17,700
ATM

376
00:21:17,700 --> 00:21:21,485
อันนี้ทุกคนก็น่าจะรู้จักกันดี

377
00:21:21,485 --> 00:21:23,625
ใช้กันมา ทุกคนน่าจะมีบัตร ATM นะคะ

378
00:21:23,625 --> 00:21:26,973
บัตรที่ไปกดสตางค์ที่ตู้นะ

379
00:21:26,973 --> 00:21:29,926
ก็สะดวกสบายในการใช้บริการ

380
00:21:29,926 --> 00:21:33,594
มีเยอะมีทุกมุมนะคะ

381
00:21:33,594 --> 00:21:35,701
เครื่องรับบัตร ณ จุดขาย

382
00:21:35,701 --> 00:21:39,701
มันจะเรียกว่าเป็น "point of Sale

383
00:21:39,842 --> 00:21:43,833
" เป็นเครื่องที่ไว้แบบติ๊ดบัตรเครดิต

384
00:21:43,833 --> 00:21:47,833
สแกนจ่าย QR Code

385
00:21:50,570 --> 00:21:52,774
Mr.DIY สแกน QR ค่ะ เขาก็จะสร้างเครื่องให้คุณจ่ายเงิน

386
00:21:52,774 --> 00:21:56,774
ต

387
00:21:57,111 --> 00:21:59,226
ิ๊ด ๆ ๆ หรือเรียกว่าเป็นการใช้บาร์โค้ดสแกน

388
00:21:59,226 --> 00:22:01,143
อันนั้นเขาเรียกว่า "เครื่อง point of Sale

389
00:22:01,143 --> 00:22:03,956
" เครื่อง pos นะคะ

390
00:22:03,956 --> 00:22:05,799
เครื่องที่ให้บริการณจุดขาย

391
00:22:05,799 --> 00:22:08,586
บัตรพลาสติก

392
00:22:08,586 --> 00:22:12,504
น่ก็จะมีทั้งบัตร

393
00:22:12,504 --> 00:22:16,504
เดบิต บัตร ATM แล้วก็มีบัตรเดบิต แล้วก็บัตรอะไรอีก

394
00:22:17,267 --> 00:22:21,267
ล่ะ บัตรนักศึกษาเดินนี้ก็เป็นบัตร ATM ในตัวแล้วก็มี

395
00:22:21,806 --> 00:22:25,806
สามารถใช้ในการทั้งกดเงินแล้วก็ชำระบริการของสินค้าได้

396
00:22:27,795 --> 00:22:30,479
ซึ่งแม่เหล็กก็คือบัตรพลาสติกนี่แหละ

397
00:22:30,479 --> 00:22:33,629
มีอยู่ 3 ชนิดนะคะ

398
00:22:33,629 --> 00:22:36,026
แบบแรก

399
00:22:36,026 --> 00:22:40,026
เป็นแบบออนไลน์

400
00:22:41,917 --> 00:22:44,759
มันจะเก็บข้อมูลบนแถบแม่เหล็กที่ถูกอ่านได้อย่างเดียวโดยเครื่องอ่านเท่านั้น

401
00:22:44,759 --> 00:22:46,352
ทั้งบัตร ATM ธรรมดาบัตรเดบิต

402
00:22:46,352 --> 00:22:49,826
บัตรเครดิต

403
00:22:49,826 --> 00:22:51,756
บัตร ATM ธรรมดา

404
00:22:51,756 --> 00:22:55,756
สังเกตได้ว่า

405
00:22:57,151 --> 00:23:00,257
มันจะมีไม่มีสัญลักษณ์ว่า VISA ไม่มีสัญลักษณ์

406
00:23:00,257 --> 00:23:04,257
Master Card ไม่มีสัญลักษณ์ใด ๆ หน้าบัตร

407
00:23:04,522 --> 00:23:06,352
นั่นคือมันกดสตางค์ได้อย่างเดียว

408
00:23:06,352 --> 00:23:10,352
นะคะ

409
00:23:10,956 --> 00:23:14,603
ถ้าเป็นบัตร Debit Card

410
00:23:14,603 --> 00:23:18,603
หน้าตาจะคล้าย ๆ กับบัตรเครดิตการ์ดทุก ๆ อย่าง

411
00:23:18,737 --> 00:23:22,006
เช่น บัตร ATM ของคุณในกระเป๋าตอนนี้

412
00:23:22,006 --> 00:23:24,019
อาจจะมีสัญลักษณ์ Visa หรือสัญลักษณ์ mastercard

413
00:23:24,019 --> 00:23:27,434
บัตรเดบิตคืออะไร

414
00:23:27,434 --> 00:23:30,911
บัตรเดบิต คือ คุณสามารถใช้บัตรนี้

415
00:23:30,911 --> 00:23:33,199
รูดหรือแตะบัตรจ่าย

416
00:23:33,199 --> 00:23:35,900
ที่เครื่อง pos ได้

417
00:23:35,900 --> 00:23:37,838
ถ้าคุณ

418
00:23:37,838 --> 00:23:40,743
มีเงินในบัญชี อันนี้เดบิตนะ คือจะปิดนะ

419
00:23:40,743 --> 00:23:44,743
โทรศัพท์

420
00:23:45,538 --> 00:23:48,267
ซึ่งแตกต่างจากบัตรเครดิตการ์ด

421
00:23:48,267 --> 00:23:52,267
Credit Card คือเขาจะให้

422
00:23:52,870 --> 00:23:54,505
วงเงิน ก็คือเขาสามารถให้คุณซื้อสินค้าได้

423
00:23:54,505 --> 00:23:55,924
ซื้อไปก่อน

424
00:23:55,924 --> 00:23:57,832
สิ้นเดือนค่อยจ่าย

425
00:23:57,832 --> 00:24:01,188
เขาเรียกว่าเครดิต

426
00:24:01,188 --> 00:24:03,927
ก็คือให้ความเชื่อถือของคุณไปก่อน

427
00:24:03,927 --> 00:24:07,927
นะคะ แล้วสิ้นเดือนค่อยว่ากัน

428
00:24:09,358 --> 00:24:13,358
ส่วนมากแล้วบัตรเครดิตนี่

429
00:24:15,497 --> 00:24:19,497
ได้จบใหม่เงินเดือน 15,000 ก็สามารถทำบัตรเครดิตของตัวเองได้แล้วนะคะ

430
00:24:22,497 --> 00:24:25,896
ต่อมาเป็นบัตรแบบออฟไลน์ ซึ่งอันนี้พวกคุณยังไม่เกิดแน่นอน

431
00:24:25,896 --> 00:24:27,894
มันจะเก็บข้อมูลแบบแม่เหล็กนะคะ

432
00:24:27,894 --> 00:24:31,894
โดยเครื่องอ่านบัตร

433
00:24:32,774 --> 00:24:36,774
แล้วมันก็ค่อยเปลี่ยนแปลงข้อมูลบนบัตร

434
00:24:37,300 --> 00:24:40,018
เอ็งที่หลัง เมื่อก่อนนี้คือบัตรโทรศัพท์

435
00:24:40,018 --> 00:24:42,246
สมัยอาจารย์เด็ก ๆ เลยด้วยซ้ำ

436
00:24:42,246 --> 00:24:46,246
คุณมีเงินซื้อบัตร 100 บาท

437
00:24:46,792 --> 00:24:48,552
คุณก็สามารถเอาไอ้บัตรนี้ไปเสียบที่ตู้

438
00:24:48,552 --> 00:24:50,471
โทรศัพท์สาธารณะ

439
00:24:50,471 --> 00:24:51,738
แล้วก็โทรได้

440
00:24:51,738 --> 00:24:55,738
100 บาท

441
00:24:56,453 --> 00:24:59,891
สังเกตได้ว่าวันนี้ตั้งแต่ปี 2536

442
00:24:59,891 --> 00:25:03,754
คุณยังเป็นอะไรอยู่ก็ไม่รู้อยู่เลย

443
00:25:03,754 --> 00:25:05,875
แล้วมาใช้งานอย่างไร จะเห็นแถบสีขาวตรงนี้

444
00:25:05,875 --> 00:25:07,572
ตรงนี้ค่ะ ตรงล่าง

445
00:25:07,572 --> 00:25:09,493
แทนเงิน 100 บาท

446
00:25:09,493 --> 00:25:11,000
คุณโทรไป 10 บาท

447
00:25:11,000 --> 00:25:13,739
แล้วก็ถูก

448
00:25:13,739 --> 00:25:16,065
ตอกข้อมูลไปว่าเคยใช้ไปแล้ว 10 บาท

449
00:25:16,065 --> 00:25:18,547
50 บาทก็ตอบไปแล้วครึ่งหนึ่ง

450
00:25:18,547 --> 00:25:22,547
ใช้หมดโทรศัพท์ตัดเลย

451
00:25:24,682 --> 00:25:27,828
นี่ค่ะ มันจะเป็นแบบนี้ เป็นแบบนี้สีดำ ๆ นี

452
00:25:27,828 --> 00:25:31,828
่ แสดงว่าคุณใช้ใกล้จะหมดแล้วเหลืออีกนิดหนึ่ง

453
00:25:32,241 --> 00:25:33,746
อันนี้เป็นแบบโบราณมากนะคะ

454
00:25:33,746 --> 00:25:35,925
เป็นแบบออฟไลน์

455
00:25:35,925 --> 00:25:39,466
ใช้ที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะ

456
00:25:39,466 --> 00:25:41,311
กับอีกอันหนึ่ง

457
00:25:41,311 --> 00:25:45,311
บัตรแบบผสม

458
00:25:45,683 --> 00:25:48,362
สามารถแสดงข้อมูลได้ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์

459
00:25:48,362 --> 00:25:50,850
โดยตัวบัตรจะมีแถบแม่เหล็ก

460
00:25:50,850 --> 00:25:54,850
นะคะ อยู่ 2 แท่ง

461
00:25:56,373 --> 00:25:59,635
สามารถใช้เพื่อแสดงข้อมูลของเจ้าของบัตรก็ได้

462
00:25:59,635 --> 00:26:01,225
หรือแสดงข้อมูลสิ่งที่บันทึกอยู่ในบัตรก็ได้

463
00:26:01,225 --> 00:26:03,450
โดยที่หน้าบัตร

464
00:26:03,450 --> 00:26:07,124
ก็คือ

465
00:26:07,124 --> 00:26:11,124
เป็นข้อมูลเบื้องต้นในบัตรว่าบัตรใบนี้เก็บอะไรบ้าง

466
00:26:15,113 --> 00:26:19,113
บัตรอัจฉริยะหรือว่า Smart Card อันนี้ทุกคนมีอยู่แล้ว บัตรประชาชน

467
00:26:19,976 --> 00:26:23,235
มันจะมีไมโครชิพฝังมาอยู่เวลาเราไปธนาคารหรือไปธุรกรรมใด ๆ ก็ตาม

468
00:26:23,235 --> 00:26:27,235
เราไม่ต้องกรอกข้อมูลแล้ว เขาเสียบบัตรประชาชน

469
00:26:27,688 --> 00:26:31,688
ปิดข้อมูลออกมาปุ๊บ แล้วค่อยคุยเซ็นรับรองได้แป๊บเดียวเสร็จนะคะ

470
00:26:33,602 --> 00:26:37,602
ไม่ว่าจะเป็นบัตรประชาชนหรือว่าบัตรเครดิตตอนนี้

471
00:26:39,369 --> 00:26:41,712
ก็เป็นชิปไมโครชิพตรงนี้เสียบเข้าไปนะคะ เพื่ออ่านข้อมูลในบัตร

472
00:26:41,712 --> 00:26:45,712
บัตรเครดิตรูปนี้

473
00:26:46,346 --> 00:26:50,346
จะมีทั้งแบบรูดบัตรก็ได้หรือเสียบบัตรก็ได้หรือแตะบัตรก็ได้นะคะ

474
00:26:51,653 --> 00:26:54,093
หลักการทำงานของ Smart Card นะคะ ไอ้ตัวเป็นชิปเมื่อกี้นี้

475
00:26:54,093 --> 00:26:55,098
มันจะเป็นการสร้างกุญแจ

476
00:26:55,098 --> 00:26:59,080
คู่กัน

477
00:26:59,080 --> 00:27:02,391
เป็น Private Key กับ Public Key

478
00:27:02,391 --> 00:27:04,904
ถ้ากุญแจ 2 ดอกนี้เป็น Public Key

479
00:27:04,904 --> 00:27:06,955
เราจะเรียกว่าเป็นกุญแจ

480
00:27:06,955 --> 00:27:09,049
sympathetic เป็นกุญแจเหมือนกัน

481
00:27:09,049 --> 00:27:12,523
ถ้าเกิดเป็น

482
00:27:12,523 --> 00:27:14,078
กุญแจที่ต่างกันเรียกว่าอะตอมเมทริกซ์ก็คือต่างกัน

483
00:27:14,078 --> 00:27:15,536
Public คือ

484
00:27:15,536 --> 00:27:18,882
สมมุติว่า

485
00:27:18,882 --> 00:27:20,828
คุณอยากส่งข้อมูลให้ใครก็ตาม

486
00:27:20,828 --> 00:27:24,590
คุณจะต้องมีกุญแจ 2 ดอก

487
00:27:24,590 --> 00:27:28,297
จะต้องส่งกุญแจสาธารณะไปให้เขา

488
00:27:28,297 --> 00:27:32,297
เก็บไว้นะคะ

489
00:27:32,589 --> 00:27:34,628
ถ้าวันไหนที่คุณส่งข้อมูลไป

490
00:27:34,628 --> 00:27:37,601
คุณจะเข้ารหัสข้อมูล

491
00:27:37,601 --> 00:27:40,215
ถ้าใครมีกุญแจสาธารณะที่คุณแจกให้

492
00:27:40,215 --> 00:27:43,359
เขาจะเปิดข้อมูลนั้นไม่ได้

493
00:27:43,359 --> 00:27:47,359
ซึ่งกุญแจเหล่านี้เราไม่ได้ทำเอง

494
00:27:49,697 --> 00:27:51,051
มันจะต้องทำโดยองค์กรที่มีใบรับรอง รับรองกุญแจนั้นให้

495
00:27:51,051 --> 00:27:55,001
แล้วก็ฝังลงไป

496
00:27:55,001 --> 00:27:57,858
นะคะ ข้อดีของ Smart Card

497
00:27:57,858 --> 00:28:00,567
บัตรชิปนะคะ ที่มีชิป

498
00:28:00,567 --> 00:28:04,567
มันน่าเชื่อถือกว่าเก็บได้มากกว่า

499
00:28:05,219 --> 00:28:08,212
ลดการปลอมแปลงข้อมูลได้นะคะ

500
00:28:08,212 --> 00:28:11,538
ใช้กับอุปกรณ์พกพาได้หลายชนิด

501
00:28:11,538 --> 00:28:12,215
โทรศัพท์คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต นู่นนี่นั่นโน่น

502
00:28:12,215 --> 00:28:15,174

503
00:28:15,174 --> 00:28:16,986
ขอแค่มีตัวที่สามารถใช้ตัว

504
00:28:16,986 --> 00:28:20,986
ชิปการ์ดได้

505
00:28:22,582 --> 00:28:24,339
ใช้งานได้กว้างขวางมากขึ้นระบบสุขภาพก็ได้ระบบ

506
00:28:24,339 --> 00:28:28,063
ธนาคารก็ได้สะดวกกว่า

507
00:28:28,063 --> 00:28:32,063
การชำระเงิน

508
00:28:32,555 --> 00:28:36,555
หลัก ๆ แล้วในโลกธุรกิจมันจะมีอยู่ 6 รูปแบบ

509
00:28:39,632 --> 00:28:43,165
แบบแรกเข้าแล้วมันเป็นการโอนเงินที่มีคุณค่าสูงนะคะ

510
00:28:43,165 --> 00:28:46,409
ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานการเงิน

511
00:28:46,409 --> 00:28:50,409
ที่รองรับการจ่ายเงินที่มีมูลค่าสูงมาก ๆ

512
00:28:51,211 --> 00:28:55,211
ซึ่งจะต้องทำผ่านระบบของธนาคารแห่งประเทศไทย

513
00:28:56,019 --> 00:28:58,049
นะคะ ก็จะค่อนข้างมีความปลอดภัยสูง

514
00:28:58,049 --> 00:29:01,621
นะคะ เงินที่โอน

515
00:29:01,621 --> 00:29:04,461
มันคงไม่ใช่หลัก 10 บาท 20 บาท แน่นอนนะคะ

516
00:29:04,461 --> 00:29:08,461
อาจเป็นหลักล้านขึ้นไปนะคะ

517
00:29:09,767 --> 00:29:11,915
การโอนเงินค่าหลายรายการนะคะ

518
00:29:11,915 --> 00:29:15,915
อันนี้ก็

519
00:29:16,632 --> 00:29:20,632
จะเป็นการโอนเงินที่ทำทีละหลาย ๆ รายการ เช่น การโอนเงินเดือน

520
00:29:21,118 --> 00:29:22,241
ครูมี 300 คนเขาจะโอนทีเดียว

521
00:29:22,241 --> 00:29:26,241
นะคะ

522
00:29:30,660 --> 00:29:34,660
เรื่องจะโอนหลายรายการก็ได้แต่รายการนั้นจะไม่เกิน 2,000,000 บาท

523
00:29:35,691 --> 00:29:37,581
ซึ่งเงินจะไม่เกิน 2 ล้านบาทแล้วถ้าเป็นองค์กรทั่วไปที่เราสามารถ

524
00:29:37,581 --> 00:29:39,005
เข้าถึงได้นี่นะคะ

525
00:29:39,005 --> 00:29:42,474

526
00:29:42,474 --> 00:29:46,009
เช่น การที่เรียกว่า sameday กับ Next Day

527
00:29:46,009 --> 00:29:47,093
ก็คือโอนวันนี้ได้ภายในวันนี้

528
00:29:47,093 --> 00:29:49,575
กลับบ้าน

529
00:29:49,575 --> 00:29:52,278
ถ้าเป็นเงินเดือนเขาอาจจะโอนให้

530
00:29:52,278 --> 00:29:56,278
แต่เงินเข้าเช้าวันนี้ก็ได้

531
00:29:59,337 --> 00:30:03,337
ก็จะเป็น

532
00:30:03,442 --> 00:30:06,059
ในโทรศัพท์บ้างก็ หรือ Counter ธนาคารก็ได้

533
00:30:06,059 --> 00:30:10,059
ทำด้วยตัวเองได้

534
00:30:10,446 --> 00:30:13,963
หรือเป็นการโอนเงินรายย่อยอีกนะคะ

535
00:30:13,963 --> 00:30:17,963
เป็นการโอนเงินออนไลน์เหมือนกัน

536
00:30:19,131 --> 00:30:23,131
อาจจะทำโดยระบบของธนาคารหรือเว็บไซต์ก็ได้นะคะ

537
00:30:24,266 --> 00:30:25,920
การใช้บัตรพลาสติกเพื่อการใช้เงิน

538
00:30:25,920 --> 00:30:28,192
บัตรเดบิต

539
00:30:28,192 --> 00:30:32,192
ใช้บัตรเครดิต ก็ได้

540
00:30:33,852 --> 00:30:37,473
อิเล็กทรอนิกส์

541
00:30:37,473 --> 00:30:41,351
รูปแบบลูกเสือต่าง ๆ

542
00:30:41,351 --> 00:30:42,940
เป็นแบบพลาสติกก็ได้ อาจจะเป็นแบบว่าอะไรก็ได้

543
00:30:42,940 --> 00:30:45,273
ซึ่งนักศึกษาที่

544
00:30:45,273 --> 00:30:48,061
ซื้อเกมออนไลน์ก็

545
00:30:48,061 --> 00:30:50,053
รู้หลักการใช้ wallet มากกว่านะคะ

546
00:30:50,053 --> 00:30:54,053
แล้วมีบัตรเงินสด

547
00:30:55,207 --> 00:30:56,812
ไม่มีเงินสดก็จะไม่มีเครดิต ก็

548
00:30:56,812 --> 00:30:59,336
เข้าไปใน

549
00:30:59,336 --> 00:31:03,336
Wallet แล้วก็ไปซื้อสินค้าก็ได้นะคะ

550
00:31:08,187 --> 00:31:10,595
เลข 3 หลักสุดท้ายที่อยู่หลังบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตสำคัญอย่างไร

551
00:31:10,595 --> 00:31:12,315
วันนี้ไว้เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง

552
00:31:12,315 --> 00:31:16,315
นะคะ อยู่ด้านหลังแบบนี้

553
00:31:16,819 --> 00:31:19,986
ทำไมเวลาคนโดนแฮกข้อมูลนี่

554
00:31:19,986 --> 00:31:21,422
เหมือนบางทีเด็กปั๊มขโมยข้อมูลอย่างนี้

555
00:31:21,422 --> 00:31:24,340
เลขนี้

556
00:31:24,340 --> 00:31:27,978
สำคัญตรงที่ว่าเวลา

557
00:31:27,978 --> 00:31:31,978
คุณจ่ายเงินออนไลน์เขาจะถามเลขนี้เพื่อยืนยันอีกครั้งหนึ่ง

558
00:31:32,917 --> 00:31:36,428
เมื่อก่อนเขาคิดว่าเลข 3 หลักตัวนี้มันก็สำคัญพอแล้วแต่จริง ๆ ไม่ใช่แล้ว

559
00:31:36,428 --> 00:31:39,316
เขาก็เลยเพิ่ม

560
00:31:39,316 --> 00:31:41,218
เพิ่มความปลอดภัยข้อมูลอีกครั้งหนึ่ง

561
00:31:41,218 --> 00:31:42,374
การใช้เลข

562
00:31:42,374 --> 00:31:45,520
otp

563
00:31:45,520 --> 00:31:47,591
otp ย่อมาจาก One Time password

564
00:31:47,591 --> 00:31:48,845
จะส่งมา

565
00:31:48,845 --> 00:31:52,845
เลขโทรศัพท์ของคุณ

566
00:31:53,027 --> 00:31:55,689
เป็นเลขรหัสไส้กรอกก่อนที่จะจ่ายตังค์ออนไลน์

567
00:31:55,689 --> 00:31:57,039
ขอเลข 3 หลักอันนี้คือใคร

568
00:31:57,039 --> 00:31:59,369
จดไว้ก็ได้

569
00:31:59,369 --> 00:32:02,268
ไปซื้อของแล้วเขาแอบกดบัตร

570
00:32:02,268 --> 00:32:06,268
ก็คุณก็เสียตังค์แล้ว

571
00:32:06,529 --> 00:32:08,631
จ่ายเงินออฟไลน์ ก็คือเก็บเงินปลายทางบ้าง

572
00:32:08,631 --> 00:32:12,631
จ่ายเงินด้วยตัวเองบ้าง

573
00:32:12,771 --> 00:32:16,050
จ่ายเงินที่ไปรษณีย์ หรือไปจ่ายที่เซเว่น

574
00:32:16,050 --> 00:32:18,617
หรือจ่ายเงินสด ตอนที่เขามาส่งก็ได้

575
00:32:18,617 --> 00:32:22,054
อันนี้เขาเรียกว่า "ออฟไลน์" นะ ก็คือ

576
00:32:22,054 --> 00:32:26,054
ไม่ได้ผ่านโทรศัพท์ไม่ได้ผ่านเว็บไซต์

577
00:32:28,784 --> 00:32:29,842
การจ่ายเงินแบบอื่นก็ได้จ่ายที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสก็ได้

578
00:32:29,842 --> 00:32:31,516
เช่น

579
00:32:31,516 --> 00:32:34,751
ที่คาด

580
00:32:34,751 --> 00:32:37,334
เครื่องบินคุณต้องไปจ่ายที่

581
00:32:37,334 --> 00:32:39,079
เซเว่นก็ได้ซื้อก็จ่ายได้

582
00:32:39,079 --> 00:32:40,902
ขอลดค่าจ่ายเซเว่น

583
00:32:40,902 --> 00:32:43,117
บ้านก็จ่ายเซเว่น

584
00:32:43,117 --> 00:32:47,117
อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

585
00:32:47,230 --> 00:32:51,230
วันนี้ก็เลยมีงานให้ทำ 5 ข้อ

586
00:32:51,898 --> 00:32:55,898
นะคะ เนื้อหาหลาย ๆ อย่างนี้

587
00:32:57,821 --> 00:33:01,821
อยู่ในสไลด์อยู่แล้วหรือควรจะไปหาเพิ่มเติมอีกก็ได้นะคะ 5 ข้อ

588
00:33:02,375 --> 00:33:05,012
ก็ทำแล้วก็ถึง ส่งใน Claเหมือนเดิม 5 ข้อ

589
00:33:05,012 --> 00:33:09,012
เริ่มทำได้เลยค่ะ

