﻿1
00:00:20,778 --> 00:00:24,778
(อาจารย์เชาวนี) ค่ะ สวัสดีค่ะ ได้ยินเสียงไหมคะ โอเคค่ะ นักเรียนคะวันนี้

2
00:00:25,824 --> 00:00:27,564
แต่ละคนนะคะ แต่ละคนดูหน้าตาไม่ค่อยสดชื่นเลย

3
00:00:27,564 --> 00:00:31,286
อะไรกันหรือเปล่าวันนี้น่ะ

4
00:00:31,286 --> 00:00:33,350
ต้องคิดแล้วมาก็แบบ

5
00:00:33,350 --> 00:00:37,350
ไม่ค่อยสบายใช่ไหมลูก

6
00:00:38,750 --> 00:00:40,779
เพราะว่านักเรียนฝนกันหรือเปล่า ช่วงนี้ฝนตกหนักนะคะ ฤดูฝนแล้ว

7
00:00:40,779 --> 00:00:43,702
ฝากนักเรียนทุกคนนะคะ

8
00:00:43,702 --> 00:00:44,596
ดูแลสุขภาพของตัวเอง

9
00:00:44,596 --> 00:00:47,766
ด้วย อย่าเดินตามฝน

10
00:00:47,766 --> 00:00:49,719
ดูแลสุขภาพตัวเองนะคะ โดยเฉพาะ

11
00:00:49,719 --> 00:00:52,316
ผมตัวเองนี่

12
00:00:52,316 --> 00:00:52,907
ถ้ามันเปียกแล้วมันจะทำให้ไม่สบาย

13
00:00:52,907 --> 00:00:54,961
น ะ

14
00:00:54,961 --> 00:00:58,961
แล้วก็ฝากดูน้องด้วยนะคะ

15
00:01:01,395 --> 00:01:04,259
เริ่มกินกันดีกว่า เพราะว่าครั้งที่แล้วนะคะ

16
00:01:04,259 --> 00:01:05,936
เราไม่ได้ใช้บริการ

17
00:01:05,936 --> 00:01:09,302
พี่ล่าม ครูจะมาทุก ๆ วัน

18
00:01:09,302 --> 00:01:10,689
สิ่งที่เราเรียนไปนะคะ เรื่องของ

19
00:01:10,689 --> 00:01:14,689
ยกกำลังนี่

20
00:01:16,290 --> 00:01:19,048
มีอะไรบ้าง ที่หลบเรียนไปนะคะ ครั้งที่แล้วขายของ

21
00:01:19,048 --> 00:01:20,036
เลขยกกำลังนะ ที่ครู

22
00:01:20,036 --> 00:01:24,036
จะยัง

23
00:01:25,747 --> 00:01:27,184
ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นะคะ ก็เราเรียนเรื่องสมบัติของไปแล้ว

24
00:01:27,184 --> 00:01:28,954
ผ่านไปแล้ว

25
00:01:28,954 --> 00:01:32,696
2 ข้อด้วยกันนะคะ

26
00:01:32,696 --> 00:01:36,408
วันนี้เราจะมาทบทวนกันนะคะ

27
00:01:36,408 --> 00:01:37,295
นักเรียนเห็นภาพนี้ไหม

28
00:01:37,295 --> 00:01:41,295
รู้จักไหม

29
00:01:42,758 --> 00:01:46,416
อันนี้คือที่ไหนคะ ใช่ อยู่ที่อุดรเรานี่เองนะคะ

30
00:01:46,416 --> 00:01:50,416
อันนี้คือบ้านเชียงนะคะ บ้านเชียง

31
00:01:52,505 --> 00:01:56,505
หลายคนอาจจะงง เลขยกกำลังได้อะไรแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรานะคะ

32
00:01:57,000 --> 00:02:01,000
ในชีวิตประจำวันของเราเกี่ยวกันอย่างไรสิ่งที่ห้องนะคะ

33
00:02:01,054 --> 00:02:01,768
อย่างเช่น โบราณสถานหรือว่า

34
00:02:01,768 --> 00:02:05,768
ประวัติศาสตร์

35
00:02:06,782 --> 00:02:08,970
มันสามารถคำนวณโดยใช้เลขยกกำลัง

36
00:02:08,970 --> 00:02:12,970
ที่มีพื้นฐานนะคะ

37
00:02:15,988 --> 00:02:19,988
อันนี้บ้านเชียง เขาบอก โอ้โห มีอายุเป็นพัน ๆ ปี

38
00:02:19,991 --> 00:02:22,611
พันปีอย่างไรนะคะ มันก็จะมีสูตร

39
00:02:22,611 --> 00:02:23,827
ที่สามารถคำนวณนะ

40
00:02:23,827 --> 00:02:25,419
คำรวณว่า

41
00:02:25,419 --> 00:02:28,073
นี่ ไห

42
00:02:28,073 --> 00:02:29,438
อายุกี่ปีมาแล้วนะค

43
00:02:29,438 --> 00:02:30,035
ะ โครงกระดูก

44
00:02:30,035 --> 00:02:32,603
นี่ มนุษย์

45
00:02:32,603 --> 00:02:35,938
นะคะ ตายไปกี่ปีมาแล้ว

46
00:02:35,938 --> 00:02:39,260
เขาใช้อะไรในการคำนวณนะคะ

47
00:02:39,260 --> 00:02:41,140
มันจะมีส่วนของเลขยกกำลัง

48
00:02:41,140 --> 00:02:42,159
เข้ามามีส่วน

49
00:02:42,159 --> 00:02:46,159
เกี่ยวข้อง

50
00:02:49,929 --> 00:02:53,088
อันนี้ลูกอาจจะได้เรียนในวิชาวิทยาศาสตร์ ก็คือการคำนวณหาค่าครึ่งชีวิต

51
00:02:53,088 --> 00:02:56,526
จะเป็นตัวที่หา

52
00:02:56,526 --> 00:03:00,526
หาว่าอายุของอายุของสิ่งมีชีวิต

53
00:03:01,623 --> 00:03:05,623
ต่าง ๆที่ตายลงไปแล้วนี่ตายไปแล้วนานกี่ปีแล้วนะคะ

54
00:03:11,811 --> 00:03:15,395
นี่ เพราะอะไร ทำไมมันถึงต้องหาตัวนี้นะคะ

55
00:03:15,395 --> 00:03:19,395
ค่าตัวนี้ เห็นไหม คะ จากสูตร เห็นไหม

56
00:03:24,346 --> 00:03:25,984
T เลขยกกำลัง  1 ส่วน 2 เลขยกกำลัง n ตัวนี้คือเลขยกกำลังนะคะ ลูก ในสูตรนี้

57
00:03:25,984 --> 00:03:29,984
ก็จะมี

58
00:03:33,428 --> 00:03:35,172
ยกกำลังมาเป็นทหารในการคิดและการคิดค่าต่าง ๆ เหล่านี้สามารถนำไปใช้

59
00:03:35,172 --> 00:03:37,014
ชีวิตประจำวัน

60
00:03:37,014 --> 00:03:39,757
เราได้ ทำไมเราต้องหาว่า

61
00:03:39,757 --> 00:03:42,489
โบราณคดี

62
00:03:42,489 --> 00:03:44,823
อันนี้กระดูกของสัตว์

63
00:03:44,823 --> 00:03:46,394
บางทีไปพบโ

64
00:03:46,394 --> 00:03:49,209
บราณคดี ที่คืออะไร ลูก

65
00:03:49,209 --> 00:03:50,985
อะไรนะ

66
00:03:50,985 --> 00:03:53,448
อยู่กาฬสินธุ์น่ะ

67
00:03:53,448 --> 00:03:54,325
ใหญ่มากเลย

68
00:03:54,325 --> 00:03:58,325
อะไรคะ

69
00:03:59,325 --> 00:04:01,315
รู้ไหม

70
00:04:01,315 --> 00:04:03,757
ใครเคยไปกาฬสินธุ์

71
00:04:03,757 --> 00:04:07,757
ใครเคยไปกาฬสินธุ์

72
00:04:10,129 --> 00:04:13,265
มันจะมีสัตว์ดึกดำบรรพ์มากเลย เป็นกระดูกของเขาน่น่ะ เจอเยอะมากเลย แล้ว

73
00:04:13,265 --> 00:04:16,055
ก็จะมีรูปปั้นนะคะ อยู่ตรงถนนตรงทางเข้านะ

74
00:04:16,055 --> 00:04:18,035
เขาเรียกว่าอะไร

75
00:04:18,035 --> 00:04:21,571
ไม่รู้

76
00:04:21,571 --> 00:04:23,610
ไม่เคยไปเที่ยวกาฬสินธุ์เลยเหรอ

77
00:04:23,610 --> 00:04:26,563
ใช่ จังหวัดกาฬสินธุ์

78
00:04:26,563 --> 00:04:28,939
มันจะมีรูปที่มันตายไปแล้วน่ะลูก

79
00:04:28,939 --> 00:04:32,939
อะไ

80
00:04:34,502 --> 00:04:37,619
ร อันนี้ครูจะไม่บอกนะคะ

81
00:04:37,619 --> 00:04:40,754
ครูจะไม่บอก ให้ให้ลูกไปหาเองนะ

82
00:04:40,754 --> 00:04:44,754
ไปค้นหาเองเลย

83
00:04:47,488 --> 00:04:49,492
นนี้มันอยู่ใกล้ตัวเรามากเลยนะของเรานี่ มันจะมีบ้านเชียงมีโครงกระดูกนะคะ

84
00:04:49,492 --> 00:04:51,220
ที่เป็น

85
00:04:51,220 --> 00:04:53,663
เรียกว่าอะไรน่ะ

86
00:04:53,663 --> 00:04:55,624
ขึ้นชื่อของอุดรธานี

87
00:04:55,624 --> 00:04:59,624
แล้วก็

88
00:05:02,354 --> 00:05:05,105
มีอายุที่ยาวนาน เหมือนสินจังหวัดกาฬสินธุ์ ก็จะมีสัตว์ประเภท

89
00:05:05,105 --> 00:05:06,633
หนึ่ง ดึกดำบรรพ์มากเลย นี้ไม่มีแล้วนะ

90
00:05:06,633 --> 00:05:08,085
วันนี้ไม่มีแล้ว

91
00:05:08,085 --> 00:05:11,910
ชนิดนี้

92
00:05:11,910 --> 00:05:14,313
ก็ไม่มีสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่เขาสามารถ

93
00:05:14,313 --> 00:05:16,743
ขุดนะคะ ขุดลงไปพบซ

94
00:05:16,743 --> 00:05:18,546
าก คำนวณได้ว่า

95
00:05:18,546 --> 00:05:22,389
อายุเท่าไ

96
00:05:22,389 --> 00:05:23,520
ร มันเป็นตัวบ่งบอกนะคะ บ่งบอกอะไร

97
00:05:23,520 --> 00:05:25,885
วัฒนธรรม

98
00:05:25,885 --> 00:05:28,274
วิถีชีวิตของอดีต

99
00:05:28,274 --> 00:05:32,274
ของคนรุ่นหลังเรา

100
00:05:32,325 --> 00:05:36,325
ตั้งแต่บรรพบุรุษของเราดำเนินชีวิตมาอย่างไรนะคะ

101
00:05:36,841 --> 00:05:40,841
อันนี้คือประโยชน์ของเขาตัวของเรามาก

102
00:05:43,540 --> 00:05:45,940
อันนี้มาใช้อย่างไร ใครเคยดูข่าวบ้างลูก ตอนนี้ข่าวน่ะ

103
00:05:45,940 --> 00:05:48,323
ฆาตกรรมเยอะมากเลยใช่ไหมคะ

104
00:05:48,323 --> 00:05:49,775
ข่าวฆาตกรรมนี่เยอะ

105
00:05:49,775 --> 00:05:53,775
แล้วตำรวจน่ะ

106
00:05:54,022 --> 00:05:55,448
เขาไปหาสืบค้นได้อย่างไรว่าคนตายนี่

107
00:05:55,448 --> 00:05:56,254
เขาตายมา

108
00:05:56,254 --> 00:06:00,254
นานหรือยัง

109
00:06:01,911 --> 00:06:03,259
บางทีมีคนสูญหายนะคะ ไปแจ้งความไว้

110
00:06:03,259 --> 00:06:07,007
ไปแจ้งความไว้

111
00:06:07,007 --> 00:06:11,007
ว่าญาติของตัวเองนี่หายออกจากบ้านไป

112
00:06:11,908 --> 00:06:15,190
บางคน 5 ปี 6 ปี บางคน 2 ปีนะคะ ที่ไปเจอ

113
00:06:15,190 --> 00:06:16,634
ตำรวจไปเจอแล้ว เขาสามารถระบุได้อย่างไรว่า

114
00:06:16,634 --> 00:06:19,713
ศพคนนี้

115
00:06:19,713 --> 00:06:21,321
ตายไปแล้วนานกี่ปีนะคะ

116
00:06:21,321 --> 00:06:23,005
เขาก็ใช้นี่ล่ะค่ะค่า

117
00:06:23,005 --> 00:06:27,005
ครึ่งชีวิตนี้ล่ะค่ะ

118
00:06:27,948 --> 00:06:29,248
มาคำนวณในการหาอายุของสิ่งที่สิ่งมีชีวิตที่ตายไปแล้วนะคะ

119
00:06:29,248 --> 00:06:31,897
โอเคนะ

120
00:06:31,897 --> 00:06:34,817
อันนี้คือสิ่งที่อยู่รอบตัว ในการนำ

121
00:06:34,817 --> 00:06:38,817
เรื่องของเลขยกกำลังมาไปใช้ประโยชน์นะคะ

122
00:06:39,405 --> 00:06:42,594
และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง เริ่มมาใกล้ตัวเราแล้วลูก

123
00:06:42,594 --> 00:06:45,870
ใกล้ตัวเราแล้ว ในเรื่องของการฝากเงินนะคะ

124
00:06:45,870 --> 00:06:49,870
เการฝากงินในธนาคาร การออมเงิน น

125
00:06:53,216 --> 00:06:54,037
ี่ เมื่อเอาเงินมาฝากลูก ลูกจะรู้ รู้จักคำนี้แน่เลย คำว่า "ดอกเบี้ย

126
00:06:54,037 --> 00:06:54,991
" รู้จักไหม

127
00:06:54,991 --> 00:06:57,224
ดอกเบี้ย

128
00:06:57,224 --> 00:07:01,224
คืออะไร

129
00:07:02,218 --> 00:07:04,160
ดอกเบี้ยเงินฝากเอาเงินไปฝากธนาคารสิ้นปีมา

130
00:07:04,160 --> 00:07:06,383
เพิ่มเงินออก

131
00:07:06,383 --> 00:07:07,369
เบี้ยมาในเงินต้นของเรา

132
00:07:07,369 --> 00:07:10,832
นะคะ ซึ่งตัวนี้

133
00:07:10,832 --> 00:07:14,541
มันก็จะมีวิธีคิด มีสูตรคำนวณของเขา

134
00:07:14,541 --> 00:07:16,720
ถูกนำมาใช้นะคะ ก็คือเลขยกกำลังนี่แหละ

135
00:07:16,720 --> 00:07:18,762
เอามาใช้ในการคิดคำนวณ

136
00:07:18,762 --> 00:07:22,762
เงินที่จะได้มา

137
00:07:23,936 --> 00:07:27,936
นี่ เห็นไหมมันจะใกล้ตัวเราแล้ว เข้ามาในชีวิตประจำตัว

138
00:07:28,540 --> 00:07:32,117
ของเราแล้ว ถ้าเราได้เรียนรู้เรื่องเลขยกกำลังนะคะ ก็จะสามารถ

139
00:07:32,117 --> 00:07:35,743
นำไปคิดวางแผนในอนาคตของเราได้นะคะ

140
00:07:35,743 --> 00:07:39,198
นะคะ

141
00:07:39,198 --> 00:07:41,637
อันนี้คือสูตร สูตรของการหาจำนวนเงิน

142
00:07:41,637 --> 00:07:42,330
ถ้าเราอยากรู้อนาคต

143
00:07:42,330 --> 00:07:46,330
นะ ว่า

144
00:07:47,525 --> 00:07:51,525
เราจะซื้อรถ ซื้อบ้าน หลังจากที่เรียนจบ

145
00:07:52,706 --> 00:07:54,319
ตอนนี้เราวางแผนนะลูก เราไปทำงาน เราไปทำงานได้เงินเดือน เดือนละเท่าไร

146
00:07:54,319 --> 00:07:56,256
เอาไปฝากธนาคาร

147
00:07:56,256 --> 00:07:58,756
ที่ไหนที่จะได้เงิน

148
00:07:58,756 --> 00:08:02,021
ที่จะไปซื้อบ้านหรือว่าบ้าน

149
00:08:02,021 --> 00:08:04,007
อันนี้ก็จะสามารถวางแผนชีวิตได้ไหมคะ

150
00:08:04,007 --> 00:08:06,051
เห็นไหม สูตรมันก็จะมีเลขยกกำลัง

151
00:08:06,051 --> 00:08:10,051
เลขตัวนี้คือเลขยกกำลัง

152
00:08:14,759 --> 00:08:16,363
ทบทวน ทบทวน เลขยกกำลังตอน ม. ต้น

153
00:08:16,363 --> 00:08:20,363
ที่ลูกได้เรียนมานะคะ

154
00:08:21,681 --> 00:08:25,681
กฎของเขาน่ะ

155
00:08:29,072 --> 00:08:31,171
มันจะเกี่ยวกับการคูณ เกี่ยวกับการคูณ ลูกให้จำไว้ว่าอะไรก็ตามที่คูณกับ 0

156
00:08:31,171 --> 00:08:34,714
อะไรก็ตามที่คูณกับ 0

157
00:08:34,714 --> 00:08:36,171
ค่ามันจะเท่ากับ 0 เสมอ อย่างเช่น 3 นี่

158
00:08:36,171 --> 00:08:37,451
3 x 0

159
00:08:37,451 --> 00:08:41,451
เท่ากับเท่าไร

160
00:08:42,596 --> 00:08:43,586
3 x 0 เท่ากับเท่าไร 0 ใช่อะไรก็

161
00:08:43,586 --> 00:08:45,006
ตามคูณ

162
00:08:45,006 --> 00:08:47,479
ค๔ณ

163
00:08:47,479 --> 00:08:51,190
สูตรนะเท่ากับศูนย์น่ะ

164
00:08:51,190 --> 00:08:54,367
อันนี้ลูกต้องจำเลยนะอันนี้จำให้ได้นะคะ

165
00:08:54,367 --> 00:08:56,603
เพราะมันจะเป็นฐานในการคำนวณต่อไป

166
00:08:56,603 --> 00:09:00,603
แล้วอีกอันหนึ่ง

167
00:09:04,910 --> 00:09:06,743
เมื่อกี้คูณ 0 ใช่ไหมเอาไปคูณกับ 1 ลูกคูณกับ 1

168
00:09:06,743 --> 00:09:10,743
เท่ากับ

169
00:09:11,023 --> 00:09:14,148
ของมันเองนะคะ อย่างเช่น 3 * 1

170
00:09:14,148 --> 00:09:16,001
3 * 1 ได้เท่าไหร่

171
00:09:16,001 --> 00:09:20,001
ก็ได้ 3 เหมือนเดิมนะคะ

172
00:09:20,383 --> 00:09:23,504
แม้ว่าเราจะเอาครูถาม 10 x 1 50 x 1  ได้เท่าไร

173
00:09:23,504 --> 00:09:25,490
ได้เท่าไหร่ลูก

174
00:09:25,490 --> 00:09:27,682
50 x 1 ได้เท่าไหร่

175
00:09:27,682 --> 00:09:29,522
ได้เท่าไหร่

176
00:09:29,522 --> 00:09:32,671
ตอบได้ไหม

177
00:09:32,671 --> 00:09:33,284
ถูกต้อง 50 x  1

178
00:09:33,284 --> 00:09:34,649

179
00:09:34,649 --> 00:09:38,649
ใช่ ก็เท่ากับ 50

180
00:09:39,310 --> 00:09:43,310
มันเข้ากับตัวนี้เลยนะคะ มันจะเหมือนกัน

181
00:09:45,542 --> 00:09:49,542
ค่าไหนก็ตามที่คูณกับ 1 จะเท่ากับตัวมันเอง อันนี้คือสิ่งที่ลูกจะต้องจำเอาไว้นะคะ

182
00:09:51,691 --> 00:09:52,515
วิธีการเขียนสัญลักษณ์

183
00:09:52,515 --> 00:09:56,107
การคูณ

184
00:09:56,107 --> 00:09:58,974
ถ้าลูกไปเจอแบบนี้ ให้ลูกเข้าใจเลยว่า

185
00:09:58,974 --> 00:10:02,206
มันคือการคูณนะนะคะ

186
00:10:02,206 --> 00:10:04,187
จะใช้เครื่องหมายคูณเลยก็ได้

187
00:10:04,187 --> 00:10:06,964
ระหว่างจำนวน 2 จำนวน

188
00:10:06,964 --> 00:10:08,869
หรือว่าลูกจะใช้วงเล็บแทนก็ได้นะคะ

189
00:10:08,869 --> 00:10:12,869
ตัวนี้เราใช้วงเล็บ

190
00:10:13,517 --> 00:10:14,630
เห็นไหม อันนี้ อันที่ 2 ไม่มีสัญลักษณ์การคูณ

191
00:10:14,630 --> 00:10:16,731
แต่มันหมายถึง

192
00:10:16,731 --> 00:10:19,797
การคูณนะคะ เอาวงเล็บ

193
00:10:19,797 --> 00:10:21,945
มาติดกัน  2 วงเล็บนะคะ

194
00:10:21,945 --> 00:10:23,910
มันหมายถึงการคูณ หรือ

195
00:10:23,910 --> 00:10:26,097
มันชิดกันแบบนี้

196
00:10:26,097 --> 00:10:28,923
มีแค่วงเล็บใดวงเล็บห

197
00:10:28,923 --> 00:10:32,923
นึ่ง อันนี้ของใส่วงเล็บใน b นะคะ

198
00:10:33,228 --> 00:10:35,818
ตรงกลางไม่มีสัญลักษณ์การคูณ

199
00:10:35,818 --> 00:10:39,818
แต่มันหมายถึงคูณนะคะ

200
00:10:41,923 --> 00:10:45,470
อันนี้คือวิธีการเขียนการคูณทั้งหมดเลย หรืออย่างนี้ ตัวนี้ ตัวสุดท้ายนะ

201
00:10:45,470 --> 00:10:48,697
a กับ B เห็นไหม มันไม่มีสัญลักษณ์การคูณเลย

202
00:10:48,697 --> 00:10:50,702
แต่มันเป็นจำนวนที่เอามาชิดกัน

203
00:10:50,702 --> 00:10:53,173
นี่ ใส่สัญลักษณ์แบบนี้

204
00:10:53,173 --> 00:10:57,173
ก็มันหมายถึงการคูณนะคะ

205
00:10:57,661 --> 00:10:59,969
อันนี้คือสิ่งที่ลูกต้องรู้ เวลาลูกไปเจ อ

206
00:10:59,969 --> 00:11:03,969
เท่าไร

207
00:11:04,886 --> 00:11:05,684
อันนี้ตอบง่ายมากเลยจากเมื่อกี้ อะไรก็ตาม คูณ 0 ก็เท่ากับ

208
00:11:05,684 --> 00:11:07,156

209
00:11:07,156 --> 00:11:10,916
0 นะคะ

210
00:11:10,916 --> 00:11:14,610
อันนี้อะไรก็ตามที่คุณกับ 1 ก็เท่ากับ 1

211
00:11:14,610 --> 00:11:16,831
ถ้าเป็น 2 x 2 x 2 x 2

212
00:11:16,831 --> 00:11:18,162
เปลี่ยนแล้วนะ 2 x 2 เป็น 6

213
00:11:18,162 --> 00:11:19,844
ไ

214
00:11:19,844 --> 00:11:22,142
ม่ใช่ 4 นั่นเองถูกต้อง

215
00:11:22,142 --> 00:11:23,428
แล้ว 3 x  3

216
00:11:23,428 --> 00:11:25,927
9 นะคะ

217
00:11:25,927 --> 00:11:28,345
แสดงว่าลูกโอเคแล้วนี่

218
00:11:28,345 --> 00:11:29,674
เก่งแล้วอันนี้คือการคูณ

219
00:11:29,674 --> 00:11:31,443
แต่มันคูณกัน

220
00:11:31,443 --> 00:11:32,552
2 ตัวถูกหรือเปล่าคะ

221
00:11:32,552 --> 00:11:33,670
0

222
00:11:33,670 --> 00:11:37,670
x 0

223
00:11:39,568 --> 00:11:42,050
1 x 1 2 x 2  3 x  3 มาดูข้อที่ 5 มันเพิ่มจำนวนเข้ามานะคะ

224
00:11:42,050 --> 00:11:44,369
ศูนย์คูณกันอยู่ 3 ตัว

225
00:11:44,369 --> 00:11:47,348
แต่มันก็ต้องทับกับ 0 เหมือนเดิม

226
00:11:47,348 --> 00:11:50,747
เพราะ 0 คูณอะไรก็ตามจะเท่ากับ 0 นะคะ

227
00:11:50,747 --> 00:11:51,983
1 คูณกัน 3 ครั้งก็เท่ากับ 1

228
00:11:51,983 --> 00:11:54,502
ตามกฎของเรานะ

229
00:11:54,502 --> 00:11:55,661
2 x 2 x 2

230
00:11:55,661 --> 00:11:57,953
เป็น 6 เหรอลูก

231
00:11:57,953 --> 00:12:00,325
มันไม่ใช่บวกนะ

232
00:12:00,325 --> 00:12:02,550
ไม่ใช่แล้ว

233
00:12:02,550 --> 00:12:06,550
เวลาการคูณนะคะ

234
00:12:07,669 --> 00:12:08,916
เราต้องคูณ 2 ตัวละ 2 คูณ 2 เป็น 4 นะคะ

235
00:12:08,916 --> 00:12:10,670
เราได้ 4 แล้ว

236
00:12:10,670 --> 00:12:13,019
คูณ 2 เพิ่ม

237
00:12:13,019 --> 00:12:16,770
4 x 2 เป็นเท่าไร

238
00:12:16,770 --> 00:12:17,853
ไม่ใช่ 6 เพราะว่ามันไม่ใช่ + 4 x 2

239
00:12:17,853 --> 00:12:18,969
เป็น 8

240
00:12:18,969 --> 00:12:20,514
ถูกต้อง

241
00:12:20,514 --> 00:12:22,300
เพราะฉะนั้น

242
00:12:22,300 --> 00:12:24,624
ลูกต้องคิดดี ๆ นะคะ

243
00:12:24,624 --> 00:12:26,984
ต้องมองดี ๆ ว่ามันเป็นบวกหรือเป็นลบ

244
00:12:26,984 --> 00:12:30,984
สัญลักษณ์นี่ที่สำคัญ

245
00:12:32,220 --> 00:12:34,546
ถ้ามันคิดกันแบบนี้ ลูกจะต้องหาคำตอบที่คูณกัน 2 ตัวแรกก่อน

246
00:12:34,546 --> 00:12:35,595
2 x 2 ได้ 4 นะคะ

247
00:12:35,595 --> 00:12:37,006
เป็น 4 แล้ว

248
00:12:37,006 --> 00:12:38,218
เอามาคูณ 2

249
00:12:38,218 --> 00:12:39,910
ก็คือ 4

250
00:12:39,910 --> 00:12:41,672
+ 4 นั่นเองนะคะ

251
00:12:41,672 --> 00:12:43,496
เหมือนกัน

252
00:12:43,496 --> 00:12:45,620
3 x 3 เป็น

253
00:12:45,620 --> 00:12:47,838
3 x 3

254
00:12:47,838 --> 00:12:50,308
เป็น 9 แล้วใช่ไหมเป็น 9

255
00:12:50,308 --> 00:12:53,343
ทันี้ 9 x 2 เป็นเท่าไร

256
00:12:53,343 --> 00:12:53,861
1

257
00:12:53,861 --> 00:12:55,575
8

258
00:12:55,575 --> 00:12:59,575
ถูกแล้วนะคะ

259
00:13:02,301 --> 00:13:05,173
อันนี้คือวิธีการคูณ ลูกจะสังเกตเห็นว่าจำนวนนี้มันเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นใช่ไหม

260
00:13:05,173 --> 00:13:06,160
การคูณ แต่ตัวเลขที่มันคูณนี่

261
00:13:06,160 --> 00:13:08,078
มันเหมือนกัน

262
00:13:08,078 --> 00:13:09,703
มันเหมือนกัน

263
00:13:09,703 --> 00:13:12,210
111

264
00:13:12,210 --> 00:13:13,597
222  เหมือนกันเลยนะคะ

265
00:13:13,597 --> 00:13:15,426
ง่ายขึ้น

266
00:13:15,426 --> 00:13:19,426
เขาก็เลย

267
00:13:19,458 --> 00:13:20,825
เอาตัวที่คูณกันนี่ ที่มันเหมือนกันนะลูก

268
00:13:20,825 --> 00:13:24,114
ที่มันเหมือนกันนี่

269
00:13:24,114 --> 00:13:25,381
เอามาเขียนตัวข้างล่าง เป็นตัว a นะคะ

270
00:13:25,381 --> 00:13:27,419
หมายถึง ฐาน

271
00:13:27,419 --> 00:13:30,243
a นี่ หมายถึงฐาน

272
00:13:30,243 --> 00:13:31,728
แล้วจำนวน

273
00:13:31,728 --> 00:13:33,199
นับจำนวนนะ

274
00:13:33,199 --> 00:13:35,128
มี a กี่ตัว

275
00:13:35,128 --> 00:13:36,712
a นี่มีกี่ตัว

276
00:13:36,712 --> 00:13:39,997
สมมตินับได้

277
00:13:39,997 --> 00:13:42,734
n คือ

278
00:13:42,734 --> 00:13:44,544
อยู่ข้างบนเอนะคะ เรื่องข้างบนนะคะ

279
00:13:44,544 --> 00:13:46,660
ห้ามเขียนตรงกับ a นะลูก

280
00:13:46,660 --> 00:13:47,990
เยื้องขวามือของเอนะคะ

281
00:13:47,990 --> 00:13:49,452
เวลาเขียนสัญญ

282
00:13:49,452 --> 00:13:53,452
ลักษณ์เลขยกกำลัง

283
00:13:55,632 --> 00:13:59,632
โอเคไหม เข้าใจนะ ตามทันนะลูก

284
00:14:00,295 --> 00:14:02,060
สรุป ก็คือสัญลักษณ์ของเลขยกกำลัง เขียน

285
00:14:02,060 --> 00:14:04,589
ได้โดย a ยกกำลัง

286
00:14:04,589 --> 00:14:05,809
nมี a เป็นฐาน

287
00:14:05,809 --> 00:14:09,809
any เป็นฐาน

288
00:14:10,035 --> 00:14:12,939
น่าจะเป็นตัวที่คุณเหมือนกันเลย

289
00:14:12,939 --> 00:14:16,939
AIA เหมือนกันนะคะ

290
00:14:17,609 --> 00:14:19,663
นับจำนวนว่า n ไปกี่ตัวจะอยู่ข้างบนนะคะ

291
00:14:19,663 --> 00:14:22,773
คูณกันกี่ครั้งนั่นเองนะคะ

292
00:14:22,773 --> 00:14:24,398
ใบงานนี้

293
00:14:24,398 --> 00:14:25,398
ครูเคยให้ได้

294
00:14:25,398 --> 00:14:27,265
ทำแล้ว

295
00:14:27,265 --> 00:14:30,348
นะคะ ยังจำกันได้ไหม

296
00:14:30,348 --> 00:14:34,348
เมื่อกี้ เวลาเราอ่าน

297
00:14:36,061 --> 00:14:37,515
วิธีการอ่าน วิธีการอ่านนะถ้าหูดีหูดีเขาอ่านไปเจออย่างนี้

298
00:14:37,515 --> 00:14:38,961
เขาจะเอาถ่านมาก่อน

299
00:14:38,961 --> 00:14:42,961
ตามนั้น

300
00:14:43,623 --> 00:14:45,189
เขียนด้วยตัวหนังสือเวลาอ่าน ก็คือยกกำลัง

301
00:14:45,189 --> 00:14:46,994
ยกกำลังอะไร

302
00:14:46,994 --> 00:14:49,178
เลข 5 ตามมา

303
00:14:49,178 --> 00:14:50,492
ฐานคืออะไรคะ

304
00:14:50,492 --> 00:14:54,097
ฐาน คือ A

305
00:14:54,097 --> 00:14:57,335
ท่าไร่คะข้อนี้ เท่าไร จริงเหรอ

306
00:14:57,335 --> 00:14:58,975
315 เอาจริง ๆ 3 หรือ 5 ลูก

307
00:14:58,975 --> 00:15:01,964
3

308
00:15:01,964 --> 00:15:03,111
ลูกดูนะอันนี้คือฐาน

309
00:15:03,111 --> 00:15:04,295
ช่องนี้นะคะ

310
00:15:04,295 --> 00:15:06,682
ช่องนี้เลย

311
00:15:06,682 --> 00:15:08,196
พื้นฐาน

312
00:15:08,196 --> 00:15:09,657
ดีขึ้นอยู่ข้างล่าง

313
00:15:09,657 --> 00:15:12,364
อยู่ข้างล่าง

314
00:15:12,364 --> 00:15:15,035
a คืออยู่ข้างล่าง เลขที่อยู่ข้างล่างนะคะ เอามา

315
00:15:15,035 --> 00:15:19,035
เลขชี้กำลังคือเท่าไหร่

316
00:15:20,649 --> 00:15:21,549
งานวันนี้เวลาอ่าน ก็คือ 2

317
00:15:21,549 --> 00:15:22,859
2

318
00:15:22,859 --> 00:15:24,538
ยกกำลัง

319
00:15:24,538 --> 00:15:27,282
5

320
00:15:27,282 --> 00:15:28,948
เวลาเขียนฐาน

321
00:15:28,948 --> 00:15:30,691
เท่ารคะ

322
00:15:30,691 --> 00:15:34,691
ตัวนี้ 2

323
00:15:35,479 --> 00:15:36,253
2 เลขยกกำลัง 5 หรือ 4 เห็นไหมนี่

324
00:15:36,253 --> 00:15:37,463
เลขอะไร

325
00:15:37,463 --> 00:15:40,101
เลขอะไรคะ นี่

326
00:15:40,101 --> 00:15:43,465
เลข 6 เพราะฉะนั้น ตัวนี้ต้อง

327
00:15:43,465 --> 00:15:45,487
6 มองดี ๆ เห็นไหม

328
00:15:45,487 --> 00:15:48,110
ขิง ใช่ไหม เลข 6 ลูก

329
00:15:48,110 --> 00:15:49,260
อันนี้ลูกเข้าใจนะ

330
00:15:49,260 --> 00:15:52,533
นี่นะคะ

331
00:15:52,533 --> 00:15:53,812
จะมีตัวอย่างที่มันต่างกัน

332
00:15:53,812 --> 00:15:55,566
อันนี้มันติดลบ

333
00:15:55,566 --> 00:15:59,430
เลขฐานมันติดลบ

334
00:15:59,430 --> 00:16:02,904
เราก็เอา -4 มาเหมือนเดิม

335
00:16:02,904 --> 00:16:06,186
ไม่มีข้อแม้อะไรเลยนะคะตัวนี้

336
00:16:06,186 --> 00:16:09,842
ก็คือหยิบตัวนี้ คือ เป็นฐาน ฐานเป็นเท่าไร

337
00:16:09,842 --> 00:16:13,558
ห้ามลืมเด็ดขาด บางคนน่ะลืมนะคะ

338
00:16:13,558 --> 00:16:15,193
บางคนลืม เขียนแค่ 4 อย่างนี้ มันก็ไม่ถูกแล้ว

339
00:16:15,193 --> 00:16:17,011
นะ มันก็ไม่ถูกแล้ว

340
00:16:17,011 --> 00:16:19,190
ถ้าเป็นเศษส่วนล่ะ

341
00:16:19,190 --> 00:16:21,743
เศษส่วนก็เหมือนกันค่ะ

342
00:16:21,743 --> 00:16:22,721
ให้มองว่าเศษส่วนตัวนี้

343
00:16:22,721 --> 00:16:26,721
เป็น a

344
00:16:27,130 --> 00:16:28,016
เป็นฐาน เพราะฉะนั้น ฐานตัวนี้ก็คือ 1 ส่วน 2 นะคะ

345
00:16:28,016 --> 00:16:30,059
ช่องนี้

346
00:16:30,059 --> 00:16:31,094
ฐาน ก็คือ 1 ส่วน 2

347
00:16:31,094 --> 00:16:32,254
เลขชี้กำลัง

348
00:16:32,254 --> 00:16:33,403
มองข้างบน

349
00:16:33,403 --> 00:16:35,511
เท่าไรคะ

350
00:16:35,511 --> 00:16:37,049
เท่าไ

351
00:16:37,049 --> 00:16:37,938
ร 3 นั่นเอง

352
00:16:37,938 --> 00:16:39,480
ถูกต้อง

353
00:16:39,480 --> 00:16:41,732
และตัวนี้

354
00:16:41,732 --> 00:16:43,715
0.5 ลูก

355
00:16:43,715 --> 00:16:46,599
0.5 ตัวนี

356
00:16:46,599 --> 00:16:47,867
มองของข้างบนมันมีเลขชี้กำลังไหมน่ะ

357
00:16:47,867 --> 00:16:49,990
มีไหม

358
00:16:49,990 --> 00:16:53,990
มันไม่มี

359
00:16:55,029 --> 00:16:58,774
ถ้ามันไม่มี ให้ลูกจำไว้เสมอว่าเลขชี้กำลังเท่ากับ 1

360
00:16:58,774 --> 00:17:02,307
ถ้าสมมติมันไม่มีนะคะ

361
00:17:02,307 --> 00:17:04,024
เลขชี้กำลังตัวนี้จะเท่ากับ 1 เสมอ

362
00:17:04,024 --> 00:17:08,024
เขาไม่นิยมเขียนกัน

363
00:17:12,559 --> 00:17:14,994
ถ้าเป็นหนึ่งนี่ เขาจะไม่ได้เขียน เขาจะเขียนแค่ตัวเดียวนะคะ เขาเขียนแค่เลขฐานพอ

364
00:17:14,994 --> 00:17:16,838
ฐาน ก็คือ 0.5

365
00:17:16,838 --> 00:17:19,387
เลขชี้กำลังคือ 1

366
00:17:19,387 --> 00:17:23,387
ใช่

367
00:17:23,783 --> 00:17:27,783
ถ้าเขาเขียนตัวเลขมาอย่างนี้

368
00:17:30,596 --> 00:17:32,239
ไม่มีข้างบน ไม่มีเลขชี้กำลังเลย ให้ลูกคิดเลยว่าเลขกำลังที่เขาคิด

369
00:17:32,239 --> 00:17:34,961
มาให้ คือ 1 เสมอ

370
00:17:34,961 --> 00:17:38,313
เข้าใจนะ

371
00:17:38,313 --> 00:17:41,501
ถามได้ ข้อไหนลูก

372
00:17:41,501 --> 00:17:45,501
0.5

373
00:17:47,413 --> 00:17:50,751
0.5 ตรงฐาน คือ 0.5

374
00:17:50,751 --> 00:17:53,860
แล้วเลขชี้กำลังเท่ากับเท่าไ

375
00:17:53,860 --> 00:17:57,860
ร ไม่ใช่เท่ากับ 0.5

376
00:17:59,203 --> 00:18:00,943
ความหมาย ความหมายอะไรดี เดี๋ยวนะ มันก็คือ 1

377
00:18:00,943 --> 00:18:04,943
จริง ๆ จริง ๆ น่ะ

378
00:18:05,179 --> 00:18:09,179
มันก็คือเลข 1 ข้างบน เลข 1 ข้างบนตัวนี้

379
00:18:09,319 --> 00:18:13,319
เพราะฉะนั้น เลขชี้กำลัง คือ 1

380
00:18:14,006 --> 00:18:18,006
แต่โดยทั่วไป คนทั่วไปเขาไม่นิยมเขียนกันลูก

381
00:18:18,719 --> 00:18:22,719
เขาจะไม่เขียนเลข 1 ใส่

382
00:18:25,563 --> 00:18:29,563
ให้รู้ได้อัตโนมัติเลยว่าอันนี้คือเลขชี้กำลัง คือ 1 คือ มันไม่มีมาคูณเพิ่มนะ

383
00:18:33,166 --> 00:18:36,061
มันไม่ได้เอา 0.5 มาคูณกัน 2 ครั้ง มันมีแค่ 0.5 ตัวเดียว เวลาเรานับมีกี่

384
00:18:36,061 --> 00:18:39,470
ตัว มันมีแค่ตัวเดียวถูกไหม เพราะฉะนั้น

385
00:18:39,470 --> 00:18:41,874
ข้างบนมันเป็น 1 เขาก็เลยไม่เขียน

386
00:18:41,874 --> 00:18:43,339
กันนะคะ ตัวนี้ล่ะ

387
00:18:43,339 --> 00:18:47,339
ได้เท่าไร

388
00:18:49,440 --> 00:18:51,458
0 เลขยกกำลัง 8

389
00:18:51,458 --> 00:18:53,465
0 x 0 x 0 เป็นเท่าไ

390
00:18:53,465 --> 00:18:55,254
ร อันนี้เลขชี้กำลัง

391
00:18:55,254 --> 00:18:59,254
8 นะคะ

392
00:19:01,191 --> 00:19:03,354
อันนี้หนาง่ายถ้ากูเข้าใจว่าอันไหนเป็นถ่านอันไหนเป็นเลขชี้กำลัง

393
00:19:03,354 --> 00:19:07,354
ลูกก็สามารถบอกได้นะคะ

394
00:19:09,523 --> 00:19:11,393
ใช่ อันนี้ 0 เป็นฐาน ข้างบนเลขชี้กำลัง คือ

395
00:19:11,393 --> 00:19:11,908
8 นะคะ

396
00:19:11,908 --> 00:19:14,017
8

397
00:19:14,017 --> 00:19:15,452
ถามไหม

398
00:19:15,452 --> 00:19:19,452
เข้าใจแล้วนะ

399
00:19:19,775 --> 00:19:23,415
เข้าใจแล้ว

400
00:19:23,415 --> 00:19:27,415
ทีนี้ดูนะคะ

401
00:19:28,407 --> 00:19:30,841
แบบฝึกตัวนี้ รู้แล้ว รู้แล้ว เดี๋ยวให้หนูทำ แต่ว่ายังไม่ใช่ตอนนี้นะ

402
00:19:30,841 --> 00:19:32,090
เดี๋ยวจะให้ทำหลังจากสอน

403
00:19:32,090 --> 00:19:35,933
อีก 1 เรื่องก่อน

404
00:19:35,933 --> 00:19:37,920
ร อนะ เดี๋ยวครูจะเพิ่ม

405
00:19:37,920 --> 00:19:40,261
บท

406
00:19:40,261 --> 00:19:44,261
สมบัติการคูณนะคะ

407
00:19:47,816 --> 00:19:51,816
วันนี้เนื่องจากเราสอนช้าแล้วนะคะ ครูก็จะสอน

408
00:19:53,570 --> 00:19:55,357
ผ่านพี่ล่ามะนี่้เยอะ ๆ เลยนะคะ แล้วก็ให้ทำใบงานกันทีหลัง

409
00:19:55,357 --> 00:19:59,357
ดีไหม

410
00:20:02,918 --> 00:20:06,918
อันนี้คือสมบัติของเลขยกกำลังลูก

411
00:20:07,861 --> 00:20:11,861
อันนี้ก็ต้องจำเหมือนกัน ต้องจำเหมือนกันนะ

412
00:20:14,476 --> 00:20:15,989
ครูบอกว่า a เลขยกกำลังคืออะไร ยกกำลัง n เมื่อไหร่ก็ตาม

413
00:20:15,989 --> 00:20:19,295
n =

414
00:20:19,295 --> 00:20:22,933
0 มันก็จะมีค่าเท่ากับ 1 เสมอนะ

415
00:20:22,933 --> 00:20:25,707
ไม่ว่า a จะเป็นเปลี่ยนเป็นเลข 6

416
00:20:25,707 --> 00:20:29,507
นะลูก 6 เลขยกกำลัง 0 เท่ากับเท่าไร

417
00:20:29,507 --> 00:20:31,223
6 เลขยกกำลัง  0 = 1

418
00:20:31,223 --> 00:20:35,223
1

419
00:20:36,503 --> 00:20:39,081
20 ^ 80 ก็เหมือนกันค่าที่มันเปลี่ยน

420
00:20:39,081 --> 00:20:40,814
ว่าเล่นกำลังข้างบนน่ะ

421
00:20:40,814 --> 00:20:41,777
0 หมดเลย

422
00:20:41,777 --> 00:20:43,743
คำตอบ

423
00:20:43,743 --> 00:20:47,099
1 เสมอ

424
00:20:47,099 --> 00:20:51,099
จำให้ได้นะ จำได้นะตัวนี้

425
00:20:52,031 --> 00:20:56,031
แบบฝึกหัดข้อที่ 2 ลูก

426
00:20:59,390 --> 00:21:00,848
สมบัติของเลขยกกำลังข้อที่ 2 ฝั่งขวากับฝั่งซ้ายสิ่งที่เห็นก็คือ

427
00:21:00,848 --> 00:21:03,998
ฝั่งหนึ่ง

428
00:21:03,998 --> 00:21:05,092
เป็นเศษส่วนอีกฝั่งหนึ่งไม่ใช่เศษส่วนนะคะ

429
00:21:05,092 --> 00:21:07,588
และ

430
00:21:07,588 --> 00:21:10,226
สีแดง เห็นไหมคะ เลขชี้กำลัง

431
00:21:10,226 --> 00:21:14,129
มันจะตรงกันข้ามนะ มันจะตรงกันข้ามนะ

432
00:21:14,129 --> 00:21:16,591
จำให้ได้ ถ้าฝั่งหนึ่งไม่ใช่เศษส่วน

433
00:21:16,591 --> 00:21:19,504
Aเลขยกกำลัง ^

434
00:21:19,504 --> 00:21:22,345
เลขชี้กำลังข้างบนติดลบ

435
00:21:22,345 --> 00:21:23,640
อีกฝั่งจะเท่ากับ

436
00:21:23,640 --> 00:21:24,470
1

437
00:21:24,470 --> 00:21:28,470
ป่วน

438
00:21:30,872 --> 00:21:34,872
ฝั่งนี้ลงมาเลยนะคะ อันนี้นะไอ้ a ยกกำลัง

439
00:21:35,021 --> 00:21:36,835
เอาลบมาด้วยไหมทำไมเอาลบลงมาด้วย

440
00:21:36,835 --> 00:21:37,712
จาก 1

441
00:21:37,712 --> 00:21:40,073
ยก

442
00:21:40,073 --> 00:21:44,073
ยกกำลัง n

443
00:21:44,408 --> 00:21:46,087
ที่สำคัญสังเกต ฝั่งด้านนี้ติดลบ

444
00:21:46,087 --> 00:21:50,087
ข้ างหน้า

445
00:21:52,564 --> 00:21:55,701
อีกฝั่งหนึ่งจะไม่ติดลบนะ ลบจะไม่มาด้วย เข้าใจนะ ฝั่งหนึ่งเป็นจำนวนเต็มแล้ว อ

446
00:21:55,701 --> 00:21:58,747
ีกฝั่งหนึ่งจะเป็นเศษส่วน

447
00:21:58,747 --> 00:22:00,035
มันจะสำหรับ

448
00:22:00,035 --> 00:22:01,308
ฝั่งซ้ายขวา

449
00:22:01,308 --> 00:22:04,623
นะคะ ก็ได้

450
00:22:04,623 --> 00:22:06,281
ให้ดูให้จับประเด็นตรงนี้ให้ได้

451
00:22:06,281 --> 00:22:10,281
แค่นั้นเองนะคะ

452
00:22:11,789 --> 00:22:15,328
ข้างบนยกกำลัง a เลขยกกำลัง n เป็นบวก และฟังนี้ล่ะ

453
00:22:15,328 --> 00:22:17,079
ฝั่งขวามือเศษ 1 a ยกกำลัง

454
00:22:17,079 --> 00:22:21,079
ลบนะคะ

455
00:22:22,090 --> 00:22:26,090
ข้างบนเป็นบวก ข้างล่างเป็นลบ แค่สลับแค่นั้นเอง

456
00:22:28,083 --> 00:22:29,939
ไ

457
00:22:29,939 --> 00:22:33,619
ใช่ สลับกัน

458
00:22:33,619 --> 00:22:37,619
ถ้าฝั่งหนึ่งเป็นบวก อีกฝั่งหนึ่งจะติดลบนะคะ

459
00:22:38,792 --> 00:22:41,762
พอเปลี่ยนค่าอีกทางหนึ่ง เหมือนกันค่ะ กับตัวอย่างนี้ลูก

460
00:22:41,762 --> 00:22:45,762
จริง ๆ ง่ายมากนะสมบัติข้อนี้

461
00:22:47,560 --> 00:22:49,869
อันนี้น่ะ 3 ยกกำลัง -8  เพราะฝั่งนี้หายไปแล้วใช่ไหม

462
00:22:49,869 --> 00:22:53,869
ลบหายไปแล้ว

463
00:22:56,572 --> 00:22:58,628
เข้าใจอยู่นะ มองไม่ตอบครูเลย ครูก็เลยไม่รู้ว่าเข้าใจ

464
00:22:58,628 --> 00:23:02,628
หรือเปล่า เข้าใจแล้วนะลูกนะ

465
00:23:05,786 --> 00:23:06,734
ถามหน่อย อันนี้ง่ายนั้นง่ายมากเลย

466
00:23:06,734 --> 00:23:07,513
ข้อแรก

467
00:23:07,513 --> 00:23:09,658
กฎข้อแรก

468
00:23:09,658 --> 00:23:11,713
7 เลขยกกำลัง 0 เท่าไ

469
00:23:11,713 --> 00:23:15,713
ร เท่าไรลูก

470
00:23:15,950 --> 00:23:19,950
7 ยกกำลัง 0 ได้เท่าไร

471
00:23:21,683 --> 00:23:25,683
ได้ 1 นะคะ ทำไมได้ 1 ก็มันเป็นสมบัติข้อแรกใช่ไหม

472
00:23:27,614 --> 00:23:29,232
ชื่อครู a กกำลัง 0 เท่ากับ 1 เสมอ นี่เท่ากับ 1 นะคะ

473
00:23:29,232 --> 00:23:32,787
ข้อที่ 2 ล่ะ เท่าไร

474
00:23:32,787 --> 00:23:35,699
ข้อที่ 2 เท่าไร

475
00:23:35,699 --> 00:23:38,179
ก็ 1 นั่นเอง

476
00:23:38,179 --> 00:23:41,141
ข้อ 3

477
00:23:41,141 --> 00:23:43,487

478
00:23:43,487 --> 00:23:47,487
ข้อ 3 อะไรเหรอ จะต้องทำเป็นเศษส่วน

479
00:23:49,266 --> 00:23:50,086
ถูกต้องต้อง เป็นหนึ่งข้างบนข้างล่างยกลง

480
00:23:50,086 --> 00:23:51,490
มา 3

481
00:23:51,490 --> 00:23:54,569
ยกกำลัง 7

482
00:23:54,569 --> 00:23:58,569
ลบหายไป โอเคนะ

483
00:24:05,574 --> 00:24:09,574
ถ้าครูจะให้ออกมาเขียนข้างหน้า ทำได้ไหม หรือว่าจะเขียนในสมุดของตัวเอง

484
00:24:10,941 --> 00:24:13,031
เอาแบบไหน จะเขียนในสมุดหรือเขียนบนกระดาน

485
00:24:13,031 --> 00:24:17,031
เขียนในสมุดนะ

486
00:24:18,898 --> 00:24:22,898
ถ้าอย่างนั้น ถ้าใครสงสัยนะคะ ยังไม่เข้าใจนะลูก ถ้ายังไม่เข้าใจ

487
00:24:24,690 --> 00:24:28,690
ถ้าไม่เข้าใจต้องถามนะคะ

488
00:24:29,270 --> 00:24:33,270
อันนี้แค่สลับเฉย ๆ

489
00:24:35,946 --> 00:24:37,522
ก็จะเป็น 1 ส่วน 10 ยกกำลัง 7 นะคะ ข้อนี้นะคะ

490
00:24:37,522 --> 00:24:41,522
สลับแล้วข

491
00:24:43,918 --> 00:24:47,918
้อนี้ มันของเลข 7 เลขชี้กำลังของลูกว่าเป็นอะไร

492
00:24:49,033 --> 00:24:50,638
ถูกต้อง

493
00:24:50,638 --> 00:24:54,638
-8

494
00:24:56,337 --> 00:24:57,680
-0 เพราะว่าพอขึ้นมาข้างบนเป็น

495
00:24:57,680 --> 00:24:59,535
- 8

496
00:24:59,535 --> 00:25:00,682
ตัวนี้ล่ะ

497
00:25:00,682 --> 00:25:02,220
9

498
00:25:02,220 --> 00:25:06,220
ยกกำลังอะไรลูก

499
00:25:10,051 --> 00:25:14,051
-2 เหรอขิง เอาใหม่ เอาดี ๆ คือ 2 นะคะ ลูกต้องดูอย่าจำสลับนะคะ

500
00:25:16,805 --> 00:25:19,868
นิดเดียวบ่อย ๆ เยอะ ๆ แล้วลูกก็จะได้

501
00:25:19,868 --> 00:25:21,046
อันนี้เดี๋ยวจะให้จับคู่ทำ

502
00:25:21,046 --> 00:25:23,246
แบบนี้

503
00:25:23,246 --> 00:25:25,788
ใบงานนี้

504
00:25:25,788 --> 00:25:27,726
โยงเส้นนะลูก

505
00:25:27,726 --> 00:25:29,574
โยงเส้น ม

506
00:25:29,574 --> 00:25:32,992
ันคู่กับตัวไหน หาคู่ให้เขาหน่อย

507
00:25:32,992 --> 00:25:36,361
เดี๋ยวกูจะแจกใบงานแล้วก็ให้ลูกทำ

508
00:25:36,361 --> 00:25:40,361
กี่ซมการคูณ

509
00:25:40,519 --> 00:25:42,575
เลขยกกำลังมี 2 ข้อแล้วนะคะ ที่ครูสอน ต่อไป

510
00:25:42,575 --> 00:25:46,575
สมบัติข้อต่อไปลูก

511
00:26:02,774 --> 00:26:06,774
มาข้อ 3

512
00:26:09,071 --> 00:26:13,071
ตามทันไหม ตามทันไหม แบบฝึกเดี๋ยวครูจะให้ลูกทำทีหลังนะคะ

513
00:26:16,957 --> 00:26:19,094
ข้อที่ 1 ข้อที่ 2 นั่งดี ๆ พี่ขิงนั่งดี ๆ เราจะเริ่มเลื้อยแล้ว เราจะรอ

514
00:26:19,094 --> 00:26:23,094
ใช่ไหมง่วงใช่ไหม

515
00:26:23,453 --> 00:26:24,726
ง่วงไม่ ง่วงไม่ง่วงถ้าไม่ง่วงฟังต่อนะ

516
00:26:24,726 --> 00:26:28,150
ฟังต่อนะ

517
00:26:28,150 --> 00:26:32,150
ทีนี้สมบัติข้อที่ 3 ลูก

518
00:26:35,303 --> 00:26:37,941
ข้างล่างเหมือนกัน เอามาคูณกัน เลขชี้กำลัง

519
00:26:37,941 --> 00:26:41,941
ข้างบนอันหนึ่งเป็น n

520
00:26:44,275 --> 00:26:45,913
อันหนึ่งเป็นเอ็นนะคะ ความหมายก็คือเอาเลขชี้กำลังออกกันนะคะ

521
00:26:45,913 --> 00:26:49,356
เอามาบวกกัน

522
00:26:49,356 --> 00:26:53,356
ตัวอย่างนี้ เห็นไหม a ยกกำลัง 2

523
00:26:55,017 --> 00:26:57,980
คูณด้วย a เลขยกกำลัง 4 ลูก นี่ มันเหมือนกันใช่ไหมเท่ากับ

524
00:26:57,980 --> 00:27:01,980
ข้างบนคือตัวนี้

525
00:27:03,470 --> 00:27:07,470
มา 4 นะครับ คำตอบ คือ A เลขยกกำลัง 6 นั่นเอง

526
00:27:09,295 --> 00:27:13,295
อันนี้ดูนะสังเกตแค่ว่า a a เหมือนกัน

527
00:27:15,066 --> 00:27:19,066
เลขชี้กำลังเอาข้างบนน่ะมันไม่เหมือนกัน เลขฐานเหมือนกัน

528
00:27:21,285 --> 00:27:24,883
ฐานข้างล่างนี่มันเป็นตัวเราสามารถเอาเลขชี้กำลังมา

529
00:27:24,883 --> 00:27:28,883
รวมกันมาบวกกันด้านในคำตอบนะคะ

530
00:27:29,848 --> 00:27:33,101
ตัวอย่าง ง่ายมาก

531
00:27:33,101 --> 00:27:34,686
เลขฐานเหมือนกัน คือ 5

532
00:27:34,686 --> 00:27:38,686
เพราะฉะนั้น

533
00:27:41,261 --> 00:27:44,182
เอาเลขชี้กำลังมาบวกกันเลย 3 + 2 หาร 5

534
00:27:44,182 --> 00:27:47,770
เหมือนกันกับตัวอย่างที่ 3 ลูก

535
00:27:47,770 --> 00:27:51,634
ถึงแม้จะเป็นเศษส่วนอย่างต่ำ

536
00:27:51,634 --> 00:27:54,651
เป็นเศษส่วนแต่ฐานตัวนี้ี้เหมือนกันไหม

537
00:27:54,651 --> 00:27:56,474
1 ส่วน 3 กับ 1 ส่วน 3 เหมือนหรือต่างกันลูก

538
00:27:56,474 --> 00:28:00,474
มันเหมือนกัน

539
00:28:02,708 --> 00:28:05,350
1 ส่วน 3 1 2 3 เหมือนกันเลขฐาน ๆ เราก็เลยเอา

540
00:28:05,350 --> 00:28:06,159
2 กับ 6 นี่ มารวมกัน

541
00:28:06,159 --> 00:28:07,957
เป็น

542
00:28:07,957 --> 00:28:10,317
8 นั่นเอง

543
00:28:10,317 --> 00:28:13,511
ง่ายไหม อันนี้ง่ายไหม

544
00:28:13,511 --> 00:28:17,511
แค่ลูกจำให้ได้ว่า

545
00:28:18,457 --> 00:28:19,651
เอาเลขชี้กำลังที่มีฐานเหมือนกันคูณกัน

546
00:28:19,651 --> 00:28:23,651
นะคะ

547
00:28:27,347 --> 00:28:28,674
เราเอาเลขยกกำลังที่มีฐานเหมือนกันมาคูณกัน หมายถึงเอาเลขชี้กำลังกันมาบวก

548
00:28:28,674 --> 00:28:32,674
กันเท่านั้นนะคะ

549
00:28:33,732 --> 00:28:37,732
อันนี้เดี๋ยวให้ลูกทำนะคะ

550
00:28:38,630 --> 00:28:42,630
ลองใจเย็น ๆ เข้าใจแล้วนะเข้าใจนะ

551
00:28:44,260 --> 00:28:45,703
ข้อ 3 กฎข้อ 3 ไปเรียบร้อยแล้ว เหมือนกันลูก

552
00:28:45,703 --> 00:28:49,703
แม้ว่าครูจะเพิ่มจำนวน

553
00:28:50,503 --> 00:28:54,503
ทำงานอยู่ 3 ค่าด้วยกัน 10 เลขยกกำลัง 5

554
00:28:57,715 --> 00:28:58,992
x 10 เลขยกกำลัง 2 x 10 เลขยกกำลัง -2 มันเป็นการคูณเลขยกกำลังที่มีฐานเหมือนกัน

555
00:28:58,992 --> 00:29:00,383
ใช่ไหม

556
00:29:00,383 --> 00:29:04,383
พริกขิง

557
00:29:06,953 --> 00:29:08,818
ขิงดูนะ 10 10 10 เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ฐานเหมือนกัน

558
00:29:08,818 --> 00:29:12,818
ก็คือ

559
00:29:14,585 --> 00:29:16,557
10 เอาชี้กำลังมากรวมกันเลยนะคะ ข้างบน

560
00:29:16,557 --> 00:29:20,557
5 +

561
00:29:20,876 --> 00:29:22,204
2  ลบด้วยเท่าไร เท่ากับ -2

562
00:29:22,204 --> 00:29:26,204
เหลือเท่าไ

563
00:29:26,629 --> 00:29:28,079
ร คำตอบ ก็คือเหลือ 5 เหลือ 5

564
00:29:28,079 --> 00:29:32,079
ใช่ไหม

565
00:29:36,888 --> 00:29:39,642
ตัวนี้บวกกันได้ 7 ลูก  มันจะเหลือเท่าไรทีนี้

566
00:29:39,642 --> 00:29:43,642
ใช่ เหลือ 5

567
00:29:45,231 --> 00:29:47,025
ทีนี้มาดูข้อที่ 4 ตัวอย่างข้อที่ 4

568
00:29:47,025 --> 00:29:51,025
เห็นไหมคะ ว่าม

569
00:29:51,860 --> 00:29:53,426
ันแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มนะ ที่มีฐานเหมือนกัน

570
00:29:53,426 --> 00:29:57,426
อันหนึ่งชุดหนึ่ง

571
00:29:59,065 --> 00:30:03,065
99 เป็นฐานเหมือนกันอยู่ 2 ตัว อีกชุดหนึ่ง คือ 10 ถูกไหมคะ

572
00:30:05,003 --> 00:30:09,003
เพราะฉะนั้น เวลาไปเขียน เราต้องแยกเขียน ตัวนี้ 99

573
00:30:09,850 --> 00:30:11,007
จะเป็น 99 ข้างบนข้างบนเลขชี้กำลังคืออะไร คะ

574
00:30:11,007 --> 00:30:14,610
2

575
00:30:14,610 --> 00:30:16,253
2 + 2 เสร็จแล้วตัวนี้

576
00:30:16,253 --> 00:30:18,203
เสร็จแล้ว คูณด้วย

577
00:30:18,203 --> 00:30:22,203
10

578
00:30:22,474 --> 00:30:25,093
เลขชี้กำลัง คือ 5 + 2

579
00:30:25,093 --> 00:30:27,852
คำตอบก็จะได้

580
00:30:27,852 --> 00:30:31,852
99 เลขยกกำลังอะไรคะ

581
00:30:33,282 --> 00:30:36,122
2 + 2 ร่วมกันเป็นอะไรคะ 4 99 เลขยกกำลัง 4

582
00:30:36,122 --> 00:30:38,791
คูณด้วย 10 ยกกำลังอะไร

583
00:30:38,791 --> 00:30:40,722
5 กับ 2 รวมเป็น

584
00:30:40,722 --> 00:30:43,674
นะคะ 7 เป็น 7

585
00:30:43,674 --> 00:30:46,451
นั่นเอง

586
00:30:46,451 --> 00:30:50,451
สิ่งที่ลูกจะต้องสังเกตก็คือ

587
00:30:52,666 --> 00:30:56,666
สิ่งที่ลูกจะต้องดูฐานอันไหนมันเหมือนกัน

588
00:30:57,717 --> 00:31:01,374
ใช่ ฐานอันไหนที่มันเหมือนกัน ลูกจะต้องจับมารวมกัน

589
00:31:01,374 --> 00:31:05,374
จับมารวมกันนะคะ

590
00:31:05,483 --> 00:31:06,690
แล้วก็เลขชี้กำลังนี

591
00:31:06,690 --> 00:31:10,690
่มาบวก ก็จะได้คำตอบ

592
00:31:12,656 --> 00:31:16,656
นะคะ แม้ว่าโจทย์นี้กูจะเพิ่มการคูณที่มีฐานเข้าไปเยอะ ๆ

593
00:31:18,950 --> 00:31:22,950
ต่างกันเยอะ ๆ นะคะ ลูกถ้าเข้าใจหลักการนี้ ลูกก็สามารถหาคำตอบได้

594
00:31:30,832 --> 00:31:34,832
อันนี้คือเฉลยนะคะ ต่อไป สมบัติข้อที่ 4 ลูก

595
00:31:38,078 --> 00:31:42,078
สมบัติ ข้อที่ 4 เมื่อกี้เห็นคือคูณใช่ไหมคะ

596
00:31:42,480 --> 00:31:46,480
แต่ว่าตอนนี้เปลี่ยนแล้วนะ

597
00:31:47,496 --> 00:31:49,741
เป็นเศษส่วนนะคะ a เลขยกกำลัง n นี่ อยู่ข้างบน

598
00:31:49,741 --> 00:31:53,741
ส่วนเศษส่วนส่วนด้วย

599
00:31:56,249 --> 00:31:59,799
a เลขยกกำลัง m อยู่ข้างล่าง ไอ้เศษสดนี้มันหมายถึงการหานะคะ มันเป็นการหาร

600
00:31:59,799 --> 00:32:03,799
เมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกเห็นสัญลักษณ์เป็น

601
00:32:05,117 --> 00:32:09,117
ส่วนแบบนี้ แล้วเป็นเลขยกกำลังนะคะ มันหมายถึง

602
00:32:11,597 --> 00:32:13,592
a ยกกำลัง n ข้างบนนะคะ เป็นตัวตั้ง และเอาเลขชี้กำลังนี้

603
00:32:13,592 --> 00:32:17,592
ข้างล่างมาลบออก

604
00:32:17,751 --> 00:32:20,114
เอาตัวข้างล่างมาลบออกนะ

605
00:32:20,114 --> 00:32:24,114
ต่างจากเมื่อกี้นะ

606
00:32:26,194 --> 00:32:30,194
สมบัติข้อที่ 3 นี่ต่าง สมบัติข้อที่ 3 เป็นการคูณ ถ้าเป็นการคูณ

607
00:32:30,555 --> 00:32:32,447
เอาเลขชี้กำลังมาบวกแต่ถ้าเป็นเศษส่วน

608
00:32:32,447 --> 00:32:33,837
เอาเลขชี้กำลังมาลบออก

609
00:32:33,837 --> 00:32:37,837
เข้าใจนะ

610
00:32:38,113 --> 00:32:42,113
ดูตัวอย่างลูก ง่าย

611
00:32:42,608 --> 00:32:44,353
ข้างบนเป็นเลขชี้กำลัง คือ 6 ใช่ไหมคะ แล้วก็ลบออก

612
00:32:44,353 --> 00:32:45,735
เอา 3 ไปลบออก

613
00:32:45,735 --> 00:32:47,276
คำตอบคือเท่าไ

614
00:32:47,276 --> 00:32:48,290
ร 3

615
00:32:48,290 --> 00:32:50,933
ง่ายไหม

616
00:32:50,933 --> 00:32:54,933
ถ้าเราดูตามกฎ

617
00:32:55,625 --> 00:32:58,865
ตามที่เขาบอกมานะคะ เราก็จะสามารถหาคำตอบได้ง่ายมาก

618
00:32:58,865 --> 00:33:02,865
อันนี้คือตัวอย่าง

619
00:33:03,841 --> 00:33:05,593
อันนี้คือแบบฝึกที่ลูกจะต้องทำวันนี้นะคะ

620
00:33:05,593 --> 00:33:07,323
มีกี่ชุดแล้ว

621
00:33:07,323 --> 00:33:08,471
นี่ แบบฝึก

622
00:33:08,471 --> 00:33:12,323
เยอะหรือยัง

623
00:33:12,323 --> 00:33:15,370
4 4 ชุดแล้วนะ แ

624
00:33:15,370 --> 00:33:17,070
บบฝึกวันนี้น่ะ เยอะไหม ลูกว่าเยอะไหม

625
00:33:17,070 --> 00:33:21,070
นิดเดียวนะคะ

626
00:33:21,801 --> 00:33:25,801
อย่างละ 10 ข้อเองนะ

627
00:33:29,348 --> 00:33:31,948
อันนี้คือตัวสรุป

628
00:33:31,948 --> 00:33:35,572
หมดแล้ว

629
00:33:35,572 --> 00:33:38,250
อันนี้คือสิ่งที่ครูทบทวน

630
00:33:38,250 --> 00:33:39,445
ที่ครูสอนไปสัปดาห์

631
00:33:39,445 --> 00:33:43,445
ก่อนหน้านั้น

632
00:33:46,357 --> 00:33:50,357
แบบฝึกเดี๋ยวมาทำทีหลัง ลูกเข้าใจไหมคะ  ตั้งแต่ข้อที่ 1 จนถึงข้อที่ 4

633
00:33:54,171 --> 00:33:56,818
พอเข้าใจนะ พอเข้าใจ วันนี้ที่เราจะเริ่มอีกอันหนึ่งนะคะ

634
00:33:56,818 --> 00:34:00,818
ต่อไปเลยนะ

635
00:34:04,329 --> 00:34:07,328
ใบงานใหม่

636
00:34:07,328 --> 00:34:11,328
ลูก ใบงานตัวนี้

637
00:34:11,533 --> 00:34:13,881
มันจะเป็นกฎอีกข้อหนึ่งนะคะ

638
00:34:13,881 --> 00:34:15,548
อีกข้อหนึ่ง

639
00:34:15,548 --> 00:34:19,117
ต่อมา คือ

640
00:34:19,117 --> 00:34:20,722
ข้อที่ 5 ลูกสังเกตนะ มันมีวงเล็บ

641
00:34:20,722 --> 00:34:22,204
เห็นไหม

642
00:34:22,204 --> 00:34:25,133
ที่มันเป็นวงเล็บ

643
00:34:25,133 --> 00:34:27,675

644
00:34:27,675 --> 00:34:30,798
ซ้อนเลขชี้กำลังนะคะ ดูนะ

645
00:34:30,798 --> 00:34:33,875
a เลขยกกำลัง 5

646
00:34:33,875 --> 00:34:35,069
แล้วเอา a เลขยกกำลัง 5 ไปยกกำลังอีก

647
00:34:35,069 --> 00:34:37,642
4 ครั้ง

648
00:34:37,642 --> 00:34:39,398
มันเหมือนกัน

649
00:34:39,398 --> 00:34:41,199
น่ะ เพราะฉะนั้น

650
00:34:41,199 --> 00:34:43,704
ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามลูก

651
00:34:43,704 --> 00:34:46,550
ที่เป็นแบบ

652
00:34:46,550 --> 00:34:49,252
นี้ เลขยกกำลังที่เป็นเลขชี้กำลัง

653
00:34:49,252 --> 00:34:51,150
ซ้อนกันแบบนี้มันหมายถึงการคูณนะคะ

654
00:34:51,150 --> 00:34:53,352
มันหมายถึงการคูณ

655
00:34:53,352 --> 00:34:57,352
นะ

656
00:35:39,439 --> 00:35:43,439
มาแล้ว ตัวนี้ คือ การคูณนะคะ

657
00:35:46,717 --> 00:35:49,773
ตัวนี้ คือ การคูณ

658
00:35:49,773 --> 00:35:53,773
งงไหม เห็นสัญลักษณ์แบบนี้

659
00:35:53,958 --> 00:35:55,720
งงหรือไม่งง

660
00:35:55,720 --> 00:35:59,720
ยาก

661
00:36:00,055 --> 00:36:02,599
กาก้าบอกว่ายาก มันไม่ได้ยากเลยลูก

662
00:36:02,599 --> 00:36:04,506
มันแค่สัญลักษณ์แบบนี้

663
00:36:04,506 --> 00:36:05,129
ตามลูก ตามไปเลย

664
00:36:05,129 --> 00:36:08,033
นี่

665
00:36:08,033 --> 00:36:09,176
a ยกกำลัง  m อยู่ในวงเล็บ

666
00:36:09,176 --> 00:36:10,912
n ตัวนี้

667
00:36:10,912 --> 00:36:14,912
เวลาเราเขียน

668
00:36:16,573 --> 00:36:20,573
ครูบอก ครูทบทวนตั้งแต่ตอนแรกใช่ไหม ถ้ามันเป็นแบบนี้

669
00:36:20,718 --> 00:36:23,017
ตัวแปรที่มาชิดกันแบบนี้ มันหมายถึงการคูณนะคะ

670
00:36:23,017 --> 00:36:25,895
ที่เราเขียนนะ อย่างเช่น ตัวนี้

671
00:36:25,895 --> 00:36:28,405
2

672
00:36:28,405 --> 00:36:32,198
... A ยกกำลัง 2 คูณทั้งหมด

673
00:36:32,198 --> 00:36:32,651
ยกกำลัง 3 มันก็หมายถึงผ่าน คือ A

674
00:36:32,651 --> 00:36:36,651
นะคะ

675
00:36:38,870 --> 00:36:39,733
2 ตัวอยู่ข้างในนี่มาเป็นข้างหน้าคูณด้วย 3 คูณ 3 คือข้างบน

676
00:36:39,733 --> 00:36:41,102
เป็น 6

677
00:36:41,102 --> 00:36:43,193
แค่นั้นเอง

678
00:36:43,193 --> 00:36:44,352
ไม่มีอะไรยาก

679
00:36:44,352 --> 00:36:46,470
ใช่

680
00:36:46,470 --> 00:36:50,000
จำให้ได้

681
00:36:50,000 --> 00:36:50,596
ถ้าเมื่อไหร่รูปแบบมันแบบนี้นะคะ

682
00:36:50,596 --> 00:36:54,596
เลข

683
00:36:57,994 --> 00:36:59,694
นี่ กำลังซ้อนซ้อนกันแบบนี้ มันหมายถึงการเอาเ

684
00:36:59,694 --> 00:37:03,694
ลขชี้กำลังมาคูณกันนะคะ

685
00:37:06,239 --> 00:37:10,239
พี่ขิง พี่ขิงตอบครูหน่อยลูก

686
00:37:10,310 --> 00:37:11,515
อย่างนี้ ตัวอย่างที่ 2

687
00:37:11,515 --> 00:37:14,625
a กำลัง

688
00:37:14,625 --> 00:37:18,251
4 ทั้งหมดไปยกกำลัง 4 มันก็คือ

689
00:37:18,251 --> 00:37:20,257
aยกกำลัง 4

690
00:37:20,257 --> 00:37:21,959
n นะคะ ตัวนี้

691
00:37:21,959 --> 00:37:25,959
ก็คือตัว n

692
00:37:27,335 --> 00:37:28,464
ตัวข้างนอก ก็คือตัว N เอามาคูณกัน 4 x 4 เป็นเท่าไร

693
00:37:28,464 --> 00:37:31,833
16

694
00:37:31,833 --> 00:37:33,223
16 ไม่ใช่ 19

695
00:37:33,223 --> 00:37:36,536
4

696
00:37:36,536 --> 00:37:38,864
4 4 เอามารวมกันเป็นเท่าไร

697
00:37:38,864 --> 00:37:40,803
ถูกต้อง

698
00:37:40,803 --> 00:37:41,677
4 x 4 เป็น 16

699
00:37:41,677 --> 00:37:44,069
นะคะ

700
00:37:44,069 --> 00:37:47,196
แล้วตัวนี้ล่ะ

701
00:37:47,196 --> 00:37:48,821
เอ๊ะ มันติดลบน่ ะ

702
00:37:48,821 --> 00:37:50,463
ยังจำได้ไหม

703
00:37:50,463 --> 00:37:53,614
ที่ครูเคยสอนมา

704
00:37:53,614 --> 00:37:54,489
เต็มลบคูณเต็มบวก

705
00:37:54,489 --> 00:37:58,109
จะเท่ากับ

706
00:37:58,109 --> 00:38:01,117
เต็มลบคำตอบนะคะ

707
00:38:01,117 --> 00:38:05,117
ดูนะ ตัวนี้ข้างในติดลบ

708
00:38:06,290 --> 00:38:08,505
ต้องเอามาด้วย ห้ามลืม สัญลักษณ์มันเป็นอย่างไรล

709
00:38:08,505 --> 00:38:09,626
ูก ลูกก็ต้องเอาให้ครบ

710
00:38:09,626 --> 00:38:12,981

711
00:38:12,981 --> 00:38:16,496
ใช่ -2 ตรงนี้ก็ต้องเป็น -2 เอาไปคูณด้วย

712
00:38:16,496 --> 00:38:19,661
3 2 x 3 เป็น 6

713
00:38:19,661 --> 00:38:21,574
ห้ามลืมสัญลักษณ์ข้างหน้า

714
00:38:21,574 --> 00:38:25,018
ลบนี่เอามาด้วย

715
00:38:25,018 --> 00:38:28,419
ฉะนั้น คำตอบ ก็คือ

716
00:38:28,419 --> 00:38:32,419
A ยกกำลัง - 6 นั่นเอง

717
00:38:33,280 --> 00:38:34,346
อันนี้ทำเองได้ไหมคะ

718
00:38:34,346 --> 00:38:37,002
ใช่

719
00:38:37,002 --> 00:38:38,070
เ ท่ากับ

720
00:38:38,070 --> 00:38:41,924
a a a

721
00:38:41,924 --> 00:38:45,426
ข้างบนจะเป็น 5 x 4

722
00:38:45,426 --> 00:38:49,154
ถูกต้อง

723
00:38:49,154 --> 00:38:53,154
เข้าใจแล้วนะ

724
00:38:54,102 --> 00:38:58,102
คำต อบ a ยกกำลัง 20 นั่นเอง ทีนี้

725
00:38:59,815 --> 00:39:02,291
ข้อ 2 ตัวนี้คืออะไร คะ 4 x 6 เป็นเท่าไร

726
00:39:02,291 --> 00:39:06,291
4 x 6 เป็น

727
00:39:09,179 --> 00:39:11,452
นับนิ้วใหญ่เลย

728
00:39:11,452 --> 00:39:14,853
20 เท่าไรนะ

729
00:39:14,853 --> 00:39:17,228
6 x 4 20 เท่าไรนะ

730
00:39:17,228 --> 00:39:21,228
21... ถูกต้อง

731
00:39:21,461 --> 00:39:22,682
กาก้าไปนับนิ้วบวก ถูกต้องนะคะ เท่าไร ลูก

732
00:39:22,682 --> 00:39:25,003
24

733
00:39:25,003 --> 00:39:29,003
เก่งมาก

734
00:39:29,519 --> 00:39:30,556
อันนี้เป็นพื้นฐานง่าย ๆ

735
00:39:30,556 --> 00:39:34,556

736
00:39:35,416 --> 00:39:39,416
ตัวนี้ล่ะลูก เอามาคูณกัน 7 x 5 เป็นเท่าไร

737
00:39:39,648 --> 00:39:43,648
ไปเรื่อย ๆ

738
00:39:44,850 --> 00:39:48,683
เพิ่มทีละ 5 นิ่ง ๆ นะ 35

739
00:39:48,683 --> 00:39:51,174
ตอบเร็วแสดงว่าแอบดูสูตรคูณแม่เลยใช่ไหม

740
00:39:51,174 --> 00:39:55,174
แอบดูสูตรคูณ 35

741
00:39:56,450 --> 00:40:00,450
ถูกต้อง 35 นะคะ อันนี้ก็เหมือนกัน จำให้ได้นะคะ

742
00:40:04,858 --> 00:40:06,821
ถ้ามันอยู่ในกฎสมบัติอย่างนี้มันหมายถึงเอามาคุณกันนะคะ เดี๋ยวให้ลูกเอาไปทำเองวันนี้ครูมีแบบ

743
00:40:06,821 --> 00:40:10,203
ฝึก แล้วให้ลูกไปฝึกเองนะคะ

744
00:40:10,203 --> 00:40:12,380
มาสมบัติข้อที่ 6 แล้วลูก

745
00:40:12,380 --> 00:40:15,643
ใกล้แล้ ว ใกล้แล้วนะลูก

746
00:40:15,643 --> 00:40:17,109
สมบัติข้อที่ 6 นะคะ ตัวนี้

747
00:40:17,109 --> 00:40:19,309
เลขฐาน

748
00:40:19,309 --> 00:40:23,309
ฐานของเรา คือ

749
00:40:25,176 --> 00:40:29,176
A กับ B มันไม่ได้มันอันเดียวแล้วมันมา 2 ตัวเลยทีนี้

750
00:40:30,961 --> 00:40:32,421
ฐาน 2 ตัวนะคะ a กับ B อยู่ในวงเล็บนะลูกมันอยู่ในวงเล็บแสดงว่ามาทั้งหมด

751
00:40:32,421 --> 00:40:34,803
น่ะมันยกกำลัง

752
00:40:34,803 --> 00:40:38,803
เท่ากันนะคะ

753
00:40:41,141 --> 00:40:44,159
เราจะสามารถแยกตัวนี้ออกได้เวลาเราเขียนแบบนี้อีก

754
00:40:44,159 --> 00:40:46,072
ถังนึงเอา Mr หมายถึงเอ

755
00:40:46,072 --> 00:40:48,952
เอาเอ็นมาตัวนึง

756
00:40:48,952 --> 00:40:52,952
B

757
00:40:53,120 --> 00:40:55,441
เอ็งเขียนได้อย่างนี้ง่ายมาก

758
00:40:55,441 --> 00:40:57,081
เหมือนตัวนี้

759
00:40:57,081 --> 00:40:59,558
ตัวอย่างที่ 1 รูป

760
00:40:59,558 --> 00:41:03,558
วันนี้ส่งของใช่ไหม

761
00:41:03,722 --> 00:41:05,127
คูณ 3 ทั้งหมดยกกำลัง 2 กำลังเข้าไป

762
00:41:05,127 --> 00:41:07,141
ให้ 2 นะคะ

763
00:41:07,141 --> 00:41:10,359
เอาเลขยกกำลัง

764
00:41:10,359 --> 00:41:12,396
เลขยกกำลังเลขชี้กำลังนี่

765
00:41:12,396 --> 00:41:16,396
เอาเข้าไปให้ 3 คูณเหมือนกัน

766
00:41:16,593 --> 00:41:20,323
นะ หิวข้าวจังเลยนะ

767
00:41:20,323 --> 00:41:21,042
จริงหรือเปล่าเข้าใจเข้าใจไหมนี่

768
00:41:21,042 --> 00:41:23,196
ลิง

769
00:41:23,196 --> 00:41:26,974
จริง ๆ นะ นี่ไง

770
00:41:26,974 --> 00:41:29,447
แค่รู้วิธีการก็จะสามารถทำได้นะคะ

771
00:41:29,447 --> 00:41:31,866
ต

772
00:41:31,866 --> 00:41:35,866
ัวนี้ก็ง่ายมาก

773
00:41:35,932 --> 00:41:38,476
วงเล็บออกนะคะ เอาเลขชี้กำลังเข้าไป

774
00:41:38,476 --> 00:41:41,034
เอา 6 5 กับ 6

775
00:41:41,034 --> 00:41:43,115
เอาไปเราก็แค่เอา

776
00:41:43,115 --> 00:41:44,943
3 กับ 5

777
00:41:44,943 --> 00:41:48,943
เอาวงเล็บออกนะคะ

778
00:41:49,182 --> 00:41:51,049
เอาวงเล็บนี่เอาออกเลยเมื่อไหร่

779
00:41:51,049 --> 00:41:52,185
ถ้าไม่มีวงเล็บ

780
00:41:52,185 --> 00:41:53,278
แสดงว่า

781
00:41:53,278 --> 00:41:55,388
เลขยกกำลัง

782
00:41:55,388 --> 00:41:56,558
ถามพี่จะเอาอยู่ข้างบนเล็ก

783
00:41:56,558 --> 00:41:58,126
หาด้วยนะ

784
00:41:58,126 --> 00:42:02,126
เข้าใจแล้วนะ

785
00:42:02,700 --> 00:42:06,700
เข้าใจมากหรือน้อยเข้าใจมากเลยนะ

786
00:42:07,393 --> 00:42:10,211
นิติเขาแบบฝึก

787
00:42:10,211 --> 00:42:11,390
ให้ลูกได้ทำเองนะคะ

788
00:42:11,390 --> 00:42:13,311
เข้าใจแล้วนะ

789
00:42:13,311 --> 00:42:16,912
จำได้ไหมนี่

790
00:42:16,912 --> 00:42:20,912
วันนี้มันถึงสมบัติข้อที่ 6 แล้วนะลูก

791
00:42:21,866 --> 00:42:24,565
ต่อไปเป็นการทำแบบฝึกหัดทั้งหมดเลยนะคะ ครูจะพยายามหาแบบฝึก

792
00:42:24,565 --> 00:42:27,087
ให้ลูกได้ทำนะคะ จะได้ฝึก

793
00:42:27,087 --> 00:42:28,580
จะเป็นแบบฐานต่อไป

794
00:42:28,580 --> 00:42:32,580
ต่อมา สุดท้าย

795
00:42:32,622 --> 00:42:35,917
ในวงเล็บเหมือนกัน แต่เป็นเศษส่วน

796
00:42:35,917 --> 00:42:37,561
ขิงบอกเยอะมากเลยวันนี้

797
00:42:37,561 --> 00:42:40,468
มากเลยใช่ไหมลูก

798
00:42:40,468 --> 00:42:42,177

799
00:42:42,177 --> 00:42:43,513
มาก ได้ไหม งานไง

800
00:42:43,513 --> 00:42:47,513
ครูจะมี

801
00:42:48,433 --> 00:42:51,526
แบบสัญลักษณ์แบบนี้ให้ลูกในแบบฝึกแล้วให้ลูกได้เขียน

802
00:42:51,526 --> 00:42:53,801
นะคะ ดูสุดท้าย ดูสุดท้ายนะ

803
00:42:53,801 --> 00:42:54,841
สมบัติข้อที่ 7 แล้วลูก

804
00:42:54,841 --> 00:42:56,354
นะคะ

805
00:42:56,354 --> 00:42:59,908
ข้างบนเป็น n

806
00:42:59,908 --> 00:43:02,141
เลขชี้กำลังเป็น n แยกวงเล็บออกเหมือนเดิม

807
00:43:02,141 --> 00:43:06,008
วงเล็บออกลบออกฝั่งนี้

808
00:43:06,008 --> 00:43:10,008
เราจะต้องยกกำลัง N นะคะ

809
00:43:10,079 --> 00:43:11,355
เอาเลขชี้กำลังเข้าไปใส่ในวงเล็บ

810
00:43:11,355 --> 00:43:15,355
แค่นั้นเอง

811
00:43:16,961 --> 00:43:20,961
เห็นไหม n

812
00:43:21,257 --> 00:43:23,918
เอามาให้ a นะ b b ก็มีเหมือนกันตัดวงเล็บออก

813
00:43:23,918 --> 00:43:27,918
ดูตัวอย่างหนังตัวนี้นะ

814
00:43:29,819 --> 00:43:31,835
สองส่วนสามทั้งหมดยกกำลัง 3 ตัวนี้ออกเอาออก

815
00:43:31,835 --> 00:43:32,569
เ

816
00:43:32,569 --> 00:43:35,912
ราจะต้องไปเพิ่ม เพิ่ม

817
00:43:35,912 --> 00:43:39,903
เสลขชี้กำลังให้ทั้ง 2 ตัว

818
00:43:39,903 --> 00:43:43,016
2 คนเดิมนะคะ พอดีกำลัง 3

819
00:43:43,016 --> 00:43:44,566
เท่ากับ 2 ยกกำลัง 3 ส่วนด้วยข้างล่าง

820
00:43:44,566 --> 00:43:48,566
3 ถูกไหม

821
00:43:49,249 --> 00:43:51,570
ก็เลยเอาเลขชี้กำลังมาใส่ให้ 3 เหมือนกัน

822
00:43:51,570 --> 00:43:54,156
กาก้าเข้าใจไหมลูก

823
00:43:54,156 --> 00:43:56,487
โอเคไหม ได้นะคะ

824
00:43:56,487 --> 00:43:58,765
พยักหน้าแสดงว่าเข้าใจนะคะ

825
00:43:58,765 --> 00:44:02,765
อันนี้ก็เหมือนกัน ใช่

826
00:44:04,770 --> 00:44:08,770
นี่ เอาวงเล็บออก เอา 6 เข้าไป ให้ทั้ง 2 ค่าเลย

827
00:44:09,724 --> 00:44:11,446
งมีอะไรสงสัยไหม

828
00:44:11,446 --> 00:44:14,536
ไม่มีเลย

829
00:44:14,536 --> 00:44:16,998
ครูจะให้ทำแบบฝึกแล้วนะ

830
00:44:16,998 --> 00:44:19,085
หมดแล้วนะคะ

831
00:44:19,085 --> 00:44:23,085
มีคำถามไหม

832
00:44:23,270 --> 00:44:27,270
มีไหม มีไหม มีไหม คำถาม

833
00:44:29,861 --> 00:44:31,702
ตอนนี้ลูกกำลังมองไปที่

834
00:44:31,702 --> 00:44:35,702
เพดานอยู่ใช่ไหม

835
00:44:38,038 --> 00:44:40,007
ตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว มันมีตุ๊กแกอยู่ตัวหนึ่งนะคะ ตั้งแต่ตอนเช้า ครู

836
00:44:40,007 --> 00:44:44,007
ตกใจเหมือนกัน

837
00:44:45,400 --> 00:44:49,400
อันนี้มันยังไม่ตาย ตัวใหญ่มาก ไม่เป็นไรเราเลี้ยงเขาไว้ตรงนี้แหละลูก

838
00:44:49,775 --> 00:44:53,775
ถ้าใครว่าง ใครง่วงนอนก็หันไปคุยกับตุ๊กแกได้นะ

839
00:44:54,853 --> 00:44:58,853
เดี๋ยวมันก็ไปนะคะ เดี๋ยวมันก็ไป มันเป็นธรรมชาติ

840
00:44:59,000 --> 00:45:03,000

841
00:45:03,419 --> 00:45:04,258
ลูก มันเป็นธรรมชาติ ที่บ้านใครเคยกินไหมนี่

842
00:45:04,258 --> 00:45:08,258
กินมีไหม

843
00:45:08,900 --> 00:45:11,612
ใครกินตุ๊กแกยกมือขึ้น

844
00:45:11,612 --> 00:45:14,572
กินเหรอ

845
00:45:14,572 --> 00:45:16,880
จริงเหรอ

846
00:45:16,880 --> 00:45:18,217
เคยกินไหม

847
00:45:18,217 --> 00:45:22,217
ไม่เคย

848
00:45:22,355 --> 00:45:26,355
แถว ๆ บ้าน

849
00:45:27,588 --> 00:45:28,269
ครูเคยเห็นนะ ไม่ ๆ เคยเห็นนะ ครูก็ไม่เคย

850
00:45:28,269 --> 00:45:32,269
กิน

851
00:45:33,620 --> 00:45:35,069
กูเคยเห็นในทีวีกูเห็นในทีวีที่เขาไปซื้อตุ๊กแกน่ะ

852
00:45:35,069 --> 00:45:37,514
ส่งจีน

853
00:45:37,514 --> 00:45:40,321
จีนน่ะชอบกินของแปลก ๆ

854
00:45:40,321 --> 00:45:40,955
มีไหม

855
00:45:40,955 --> 00:45:42,326
มีนะ

856
00:45:42,326 --> 00:45:46,326
ที่บ้าน

857
00:45:46,481 --> 00:45:48,393
ไปจับตุ๊กแกแล้วก็มีแม่ค้า

858
00:45:48,393 --> 00:45:51,644
งู

859
00:45:51,644 --> 00:45:55,115
ใช่ อันนี้ก็เป็นตำนานเหมือนกันนะ

860
00:45:55,115 --> 00:45:59,115
งูกินตับตุ๊กแก ใครเคยฟังบ้าง

861
00:45:59,816 --> 00:46:02,864
ตอนเด็ก ๆ นะคะ แม่ครูเล่าให้ฟัง

862
00:46:02,864 --> 00:46:06,864
ตอนกลางคืนนี่แหละ

863
00:46:08,885 --> 00:46:11,349
ได้ยินเสียงตุ๊กแกตอนกลางคืนก็ไม่งอแงร้องไห้ไงเขาก็เลยขู่นะคะ

864
00:46:11,349 --> 00:46:15,349
ขู่ว่าไง นี่อย่าร้องไห้นะ

865
00:46:16,073 --> 00:46:17,204
ตุ๊กแกร้องเดี๋ยวตุ๊กแกจะมากินตับ

866
00:46:17,204 --> 00:46:21,204
นะคะ นี่

867
00:46:21,749 --> 00:46:23,651
เป็นเรื่องที่เล่ามา แต่จริง ๆ มันไม่ใช่หรอก

868
00:46:23,651 --> 00:46:25,598
แต่ จริง ๆ ก็คือเขามาขู่เรานั่นแหละ

869
00:46:25,598 --> 00:46:26,623
ห้ามไปทำร้าย

870
00:46:26,623 --> 00:46:30,464
นะคะ

871
00:46:30,464 --> 00:46:34,464
ครูเห็นแล้ว สายตากากาก้าน่ะ

872
00:46:37,372 --> 00:46:40,555
กล้าทักไปทำร้ายเขาให้เขาเป็นแบบนี้แหละเดี๋ยวเขาก็ไปเขาไป

873
00:46:40,555 --> 00:46:42,593
กินแมลงลูกเขาไม่ได้ทำร้ายเรา

874
00:46:42,593 --> 00:46:46,593
เขาไม่ได้ทำร้ายเรานะคะ

875
00:46:46,691 --> 00:46:50,007
หนีเรียนเข้าใจไหม ถามห

876
00:46:50,007 --> 00:46:51,540
น่อย ครั้งแรกที่เจอกันกับพี่ล

877
00:46:51,540 --> 00:46:55,204
่าม ตั้งแต่เปิดเทอมมา

878
00:46:55,204 --> 00:46:58,408
อันตราย มีไหม

879
00:46:58,408 --> 00:46:59,621
ครูก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ถ้า

880
00:46:59,621 --> 00:47:01,224
ไปกินตุ๊กแก

881
00:47:01,224 --> 00:47:05,224
อันตราย มีไหม

882
00:47:06,418 --> 00:47:08,651
มันก็ต้องผ่านกระบวนการวิธีการทำลูก เราก็ไม่รู้ว่า

883
00:47:08,651 --> 00:47:10,469
ขั้นตอนวิธีการทำ

884
00:47:10,469 --> 00:47:13,946
อาหารของเขาน่ะ

885
00:47:13,946 --> 00:47:14,996
มันปลอดภัย เอาสิ่งที่

886
00:47:14,996 --> 00:47:16,400
อันตรายออก

887
00:47:16,400 --> 00:47:20,400
เขาก็คงทานได้แหละ

888
00:47:24,271 --> 00:47:25,393
ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่กินกันนะคะ เพราะฉะนั้น ของทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้มีคุณนะคะ

889
00:47:25,393 --> 00:47:26,790
มีคุณ

890
00:47:26,790 --> 00:47:30,790
มีประโยชน์ คู่กันกับมีโทษ

891
00:47:31,951 --> 00:47:35,014
เพียงแต่ว่าเราจะมีวิธีการอย่างไรเท่านั้นเองนะ

892
00:47:35,014 --> 00:47:37,115
ถามหมดหรือยัง

893
00:47:37,115 --> 00:47:39,989
กูจะแจกแบบฝึกแล้ว

894
00:47:39,989 --> 00:47:43,989
หมดแล้วหมดแล้ ว

895
00:47:49,882 --> 00:47:52,862
ให้ทำแบบฝึกนะคะ วันนี้แบบฝึกทั้งหมดทำให้เรียบร้อยถ้าใครทำยังไม่เสร็จอนุญาตให้ไปทำ

896
00:47:52,862 --> 00:47:55,583
การตั้งครรภ์แล้วเอามาส่งครูนะคะ

897
00:47:55,583 --> 00:47:58,114
วันนี้ต

898
00:47:58,114 --> 00:47:59,642
อนบ่าย ตอนบ่ายทำอะไร

899
00:47:59,642 --> 00:48:01,380
ลูก ๆ

900
00:48:01,380 --> 00:48:05,138
ตื่นเต้นกันใช่ไหม

901
00:48:05,138 --> 00:48:07,094
พรุ่งนี้มีกิจกรรมไหว้ครู

902
00:48:07,094 --> 00:48:11,094
ตอนเช้านะคะ กิจกรรมไหว้ครูตอนเช้านะค

903
00:48:11,270 --> 00:48:13,033
ะ แล้วตอนบ่ายเป็นกิจกรรมอะไร

904
00:48:13,033 --> 00:48:14,444
วันสุนทรภู่

905
00:48:14,444 --> 00:48:15,427
ครูเข้าใจแหละ

906
00:48:15,427 --> 00:48:17,493
มาตอนนี้

907
00:48:17,493 --> 00:48:20,985
ใจไม่ได้อยู่กับครูเลย

908
00:48:20,985 --> 00:48:22,953
ตอนนี้งานไหว้ครูจิตใจอยู่

909
00:48:22,953 --> 00:48:25,262
ส้มตำ

910
00:48:25,262 --> 00:48:29,262
เพราะฉะนั้น วันนี้

911
00:48:30,206 --> 00:48:34,206
ทำแบบฝึกให้เสร็จนะคะ วันนี้ทำแบบฝึกให้เสร็จก็จะไป

912
00:48:38,218 --> 00:48:39,750
ทำกิจกรรมตอนเช้ามีกิจกรรมวันไหว้ครูนะคะ ตอนบ่ายก็จะเป็นกิจกรรมวันสุนทรภู่นะคะ

913
00:48:39,750 --> 00:48:43,750
นิดนึงนะลูก

914
00:48:45,806 --> 00:48:47,048
แต่งกายพรุ่งนี้ให้เรียบร้อยนะคะ วันไหว้ครูจะต้องอะไรคะ

915
00:48:47,048 --> 00:48:48,586
ผม

916
00:48:48,586 --> 00:48:52,586
ผม

917
00:48:52,748 --> 00:48:54,475
อยากให้ลูกน้อยมัดโบว์ให้เรียบร้อย

918
00:48:54,475 --> 00:48:56,431
ชุดนักเรียนนะคะ

919
00:48:56,431 --> 00:49:00,431
ก็ให้เรียบร้อยด้วย

920
00:49:01,171 --> 00:49:03,321
อ่านนะ

921
00:49:03,321 --> 00:49:07,321
เดี๋ยวครูจะแจกแบบฝึกนะคะ

922
00:49:07,701 --> 00:49:10,625
เดี๋ยววันนี้นี้ต้องขอบคุณพี่ลล่ามมากนะคะ

923
00:49:10,625 --> 00:49:14,231
ตอนช่วงเช้าติดปัญหานิดหน่อย

924
00:49:14,231 --> 00:49:16,751
เดี๋ยว

925
00:49:16,751 --> 00:49:20,751
ขอบคุณพี่ล่างก่อนเลยนะคะ

926
00:49:24,424 --> 00:49:26,584
ช่วงต่อไป

927
00:49:26,584 --> 00:49:30,204
ครูจะให้ทำแบบฝึกนะคะ

928
00:49:30,204 --> 00:49:34,204
ขอบคุณมากนะคะ

