﻿1
00:00:51,973 --> 00:00:55,973
(อาจารย์เกวลี) โอเค

2
00:00:57,037 --> 00:01:01,037
เดี๋ยววันนี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายนะคะ ที่

3
00:01:05,461 --> 00:01:06,729
ไว้สำหรับทำ

4
00:01:06,729 --> 00:01:10,729
ธุรกรรมออนไลน์ แล้วก็เกี่ยวกับการซื้อขาย

5
00:01:15,683 --> 00:01:18,785
ออนไลน์นะคะ เราจะเรียกกฎหมายพวกนี้ว่า

6
00:01:18,785 --> 00:01:22,785
กฎหมายของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นะคะ ซึ่งไอ้กฎหมายนี้นี่ มันมีตั้งแต่ 2541

7
00:01:24,036 --> 00:01:27,785
ในยุคสมัยนั้นนี่ คณะรัฐมนตรี

8
00:01:27,785 --> 00:01:30,410
เขาให้ทำโครงการพัฒนากฎหมาย

9
00:01:30,410 --> 00:01:34,148
เทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ ซึ่งใน

10
00:01:34,148 --> 00:01:38,148
หมายพาณิชย์

11
00:01:46,628 --> 00:01:49,971
อิเล็กทรอนิกส์นี่ จะอยู่ในนั้นด้วย ตั้งแต่การแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับรายมือชื่อที่เป็นลักษณะดิจิทัลนะคะ

12
00:01:49,971 --> 00:01:53,971
การโอนเงิน การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

13
00:01:56,858 --> 00:02:00,858
อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐาน

14
00:02:02,450 --> 00:02:06,450
ของสารสนเทศ ที่สามารถใช้งานได้ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน

15
00:02:09,663 --> 00:02:13,663
นะคะ ก็จะเป็นหลัก ๆ ของกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศในยุคนั้น อันแรก จะเกี่ยวข้องกับ

16
00:02:14,514 --> 00:02:14,690
การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์นะคะ

17
00:02:14,690 --> 00:02:18,690
ก็เพื่อให้รับรองสถานะทางกฎหมายของข้อมูล

18
00:02:22,595 --> 00:02:24,658
ถ้าอยู่ในรูปแบบออนไลน์ หรือในรูปแบบดิจิทัลให้

19
00:02:24,658 --> 00:02:28,658
เสมอด้วยกระดาษ อย่างเช่น คุณพิมพ์

20
00:02:29,955 --> 00:02:32,087
ยืมเงินออนไลน์ ตกลงเซ็นสัญญากัน

21
00:02:32,087 --> 00:02:36,087
ผ่าน Line หรือผ่าน Messenger อะไรก็ตาม

22
00:02:42,332 --> 00:02:46,332
ถือว่าการทำธุรกรรมนั้นสมบูรณ์แล้วนะคะ ตอนนี้เขาก็เลยบอกว่า ถึงแม้คุณจะแชตยืมนู้นนี่นั่น

23
00:02:50,893 --> 00:02:53,813
ก็ถือว่าเป็นการยืมที่มีหลักฐานนะคะ โดยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

24
00:02:53,813 --> 00:02:56,061
อย่างที่บอก ก็คือมันจะแปลงข้อมูลที่เป็นตัวหนังสือ

25
00:02:56,061 --> 00:03:00,061
หรือเป็นใด ๆ ก็ตามที่เป็นตัวเลขดิจิทัล 2 หลัก

26
00:03:03,422 --> 00:03:07,422
อันนี้เราเรียนมาตั้งแต่ปี 1 แล้วว่าข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบดิจิทัลนี่ พอคอมพิวเตอร์เก็บข้อมูล

27
00:03:10,188 --> 00:03:12,914
มันจะเก็บเป็นตัวเลขแค่ 0 กับ 1 รวมกัน เป็นตัวอักษร

28
00:03:12,914 --> 00:03:16,914
หรือกลายเป็นตัวเลขใด ๆ ก็ว่าไปนะคะ

29
00:03:19,980 --> 00:03:23,721
ข้อมูลที่เป็นรูปแบบดิจิทัลมันจะถูกแปลงเป็นเลขฐาน 2

30
00:03:23,721 --> 00:03:26,570
อย่างเช่น คำว่า "ธุรกรรม" มันจะแปลง

31
00:03:26,570 --> 00:03:29,048
เป็นเลข 0 กับเลข 1 เยอะ ๆ จนมันประกอบกันเป็นคำ

32
00:03:29,048 --> 00:03:31,360
นะคะ

33
00:03:31,360 --> 00:03:35,360
สารสำคัญของกฎหมายการแลกเปลี่ยนข้อมูลทาง

34
00:03:42,914 --> 00:03:45,427
อย่างเช่น ขอบเขต คำนิยาม การตีความนะคะ การรับรองข้อมูล การเกิดและความสมบูรณ์

35
00:03:45,427 --> 00:03:49,427
ของสัญญา เช่น คุณทำสัญญาในไลน์

36
00:03:50,856 --> 00:03:52,641
ใน Messenger มันก็ถือว่าคุณ

37
00:03:52,641 --> 00:03:56,641
ยืนยันตัวตนแล้ว อะไรก็ว่าไปนะคะ ข้อมูลยืนยันการรับส่ง

38
00:03:58,610 --> 00:04:00,047
สถานการณ์เวลาในการรับส่งข้อมูล ถึงแม้ว่าคุณ

39
00:04:00,047 --> 00:04:04,047
จะลบแชต แต่เขาแคปเก็บไว้อะไรแบบนี้นะคะ

40
00:04:06,891 --> 00:04:10,891
การรับรองสถานะของข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล

41
00:04:11,339 --> 00:04:13,584
หรือว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นะคะ มันจะต้องสามารถอ่านได้

42
00:04:13,584 --> 00:04:15,834
นะคะ แล้วก็สามารถแปลงออกมาเป็นข้อมูล

43
00:04:15,834 --> 00:04:17,280
ที่อ้างอิงภายหลังได้

44
00:04:17,280 --> 00:04:21,280
ประโยชน์ของกฎหมายฉบับนี้นะคะ ก็คือ

45
00:04:25,576 --> 00:04:29,576
เกี่ยวกับการตรวจสอบข้อมูล ลดการผิดพลาด ประหยัด

46
00:04:31,491 --> 00:04:31,605
กำลังคน ประหยัดเวลานะคะ แล้วก็มีประสิทธิภาพ

47
00:04:31,605 --> 00:04:33,915
ในการทำธุรกรรมนะ

48
00:04:33,915 --> 00:04:37,915
แต่มันก็มีปัญหาเหมือนกัน

49
00:04:40,305 --> 00:04:44,305
เช่น การตีความความสมบูรณ์ของเนื้อหากฎหมาย เช่น

50
00:04:45,557 --> 00:04:47,203
ไม่ ฉันอาจจะถูกปลอมแปลงแชตขึ้นมา

51
00:04:47,203 --> 00:04:51,203
นะคะ ฉันไม่ได้มีลงรายชื่อตรงนั้น

52
00:04:53,819 --> 00:04:56,963
ถือว่ามันไม่สมบูรณ์อะไรก็ว่าไปนะคะ

53
00:04:56,963 --> 00:05:00,531
พอมันมีการปลอมแปลงนี่ มันเลยยากว่า สรุปแล้ว

54
00:05:00,531 --> 00:05:01,754
อะไรคือต้นฉบับ เหมือนแค่ตอนนี้

55
00:05:01,754 --> 00:05:05,754
เขายังบอกว่าปลอมสลีปโอนเงิน

56
00:05:09,025 --> 00:05:13,025
ตรวจสอบได้ ตอนนี้ก็เริ่มตรวจสอบได้ง่ายอยู่แล้ว

57
00:05:15,943 --> 00:05:19,943
แต่ถ้าเป็นแม่ค้าตามร้านกับข้าว ตามร้านรถเข็นอะไรอย่างนี้นะคะ เขาจะรู้วิธีการตรวจสอบไหม

58
00:05:22,013 --> 00:05:26,013
ว่าสลิปจริง สลิปปลอม

59
00:05:29,579 --> 00:05:33,579
ก็ขาดพยานหลักฐาน Hard Disk ถูกทำลาย ตัวกล้องวงจรปิด

60
00:05:36,680 --> 00:05:40,680
การเก็บข้อมูลถูกทำลายทำอย่างไรนะคะ การเกิดขึ้นของสัญญาคุณยืมเงินกัน เมื่อไหร่ ตอนไหน อย่างไร

61
00:05:46,363 --> 00:05:50,363
ได้ไหมนะคะ ก็ต้องมาพิสูจน์กัน ต่อมาเป็นกฎหมายเกี่ยวกับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือว่าชื่อดิจิทัล

62
00:05:55,755 --> 00:05:58,097
นะคะ ก็ให้รับรองการใช้รายมือ

63
00:05:58,097 --> 00:05:58,580
ชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่ากระบวนการอะไรก็ตาม

64
00:05:58,580 --> 00:06:02,580
ให้เหมือนกับการที่เราเซ็นรับรองเอกสาร

65
00:06:02,960 --> 00:06:06,960
ด้วยปากกา มีค่าเท่ากันนะคะ

66
00:06:08,821 --> 00:06:12,821
แต่ไม่ใช่ว่าคุณไปสแกนลายเซ็นมา แล้วมาแปะ

67
00:06:17,721 --> 00:06:21,721
ลงไปใน Word นี่ มันไม่ใช่ลายมืออิเล็กทรอนิกส์

68
00:06:21,882 --> 00:06:25,882
เขาไม่นับอย่างนั้น อันนี้คือใครทำปลอมก็ได้ ถ่ายรูปมา

69
00:06:26,476 --> 00:06:30,476
ไม่ได้นะคะ ไอ้ตัวลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronic Signatures Law

70
00:06:34,857 --> 00:06:37,170
นะคะ มันจะเป็นการที่เอาอักขระ ตัวเลข เสียง หรือสัญลักษณ์ใด ๆ

71
00:06:37,170 --> 00:06:41,021
ที่สร้างขึ้นโดยวิธีการดิจิทัล หรืออิเล็กทรอนิกส์

72
00:06:41,021 --> 00:06:45,021
ขึ้นมา แล้วมันจะเป็นรหัสกำกับไปในเอกสาร

73
00:06:49,539 --> 00:06:53,539
แล้วมันจะไปขึ้นในเอกสารว่าลายมือชื่อดิจิทัลตัวนี้เป็นของคุณจริง ๆ

74
00:06:54,518 --> 00:06:57,657
นะคะ ไม่ใช่ว่าแค่เอาลายเซ็นมาแล้วสแกนแปะลง ไม่นับ

75
00:06:57,657 --> 00:07:01,657
นะคะ ซึ่งการติดต่อที่จะต้องใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอ

76
00:07:07,048 --> 00:07:10,340
นิกส์ที่จะต้องใช้ตัวลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์นี่ บางทีมันก็จะมีการติดต่อ โดยการส่งเอกสารออนไลน์

77
00:07:10,340 --> 00:07:10,383
ส่งอีเมล การแชตโต้ตอบ

78
00:07:10,383 --> 00:07:14,383
กันนะคะ หรืออาจจะเป็นการ

79
00:07:21,402 --> 00:07:21,944
ติดต่อทางเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ นะคะ ทำไมต้องยืนยันตัวบุคคล

80
00:07:21,944 --> 00:07:25,944
เพราะถ้าคุณอยู่ในโลกออนไลน์ ไม่มีใครรู้

81
00:07:28,690 --> 00:07:32,690
ว่าคุณเป็นใคร คุณเป็นคนพิมพ์จริง ๆ หรือเปล่า

82
00:07:37,394 --> 00:07:41,394
บอกว่าผมพิมพ์ แต่ผมไม่ได้กด Enter แล้วใครกด ใคร เราไม่รู้ บางทีคุณเล่นเกมกับใครคุณก็ยังไม่รู้เลยว่าเขาเป็นใคร

83
00:07:43,821 --> 00:07:47,821
คุยกับใครในโลกออนไลน์ บางทีคุณไม่รู้ว่าคุยกับใครด้วยซ้ำ

84
00:07:54,307 --> 00:07:58,307
วิธีการเขาก็เลยสร้างสิ่งที่แทนตัวตนขึ้นมา เพื่อแสดงความสัมพันธ์ของข้อมูลกับตัวบุคคล

85
00:07:59,809 --> 00:08:03,809
นะคะ ให้ยืืนยันได้ว่าไอ้ข้อมูลตัวนี้ใคร

86
00:08:10,025 --> 00:08:13,353
เป็นเจ้าของ ยืนยันบุคคลโดยใครนะคะ แล้วเขาจะต้องยอมรับ แล้วก็ผูกพันกับข้อมูล

87
00:08:13,353 --> 00:08:17,353
นั้น ๆ นะคะ

88
00:08:20,202 --> 00:08:24,202
ไอ้ตัว Electronic Signature

89
00:08:32,120 --> 00:08:36,120
มีอะไรบ้าง สิ่งแรกที่เขานับ คือ มี Username Password ถ้า

90
00:08:42,543 --> 00:08:42,805
... แล้วมีใด ๆ เกิดขึ้นใน Account นั้น ๆ แสดงว่า

91
00:08:42,805 --> 00:08:44,891
คุณยืนยันตัวตนแล้ว ต่อมาเป็นเทคโนโลยี

92
00:08:44,891 --> 00:08:45,721
ชีวภาพ สแกนหน้า สแกนนิ้ว

93
00:08:45,721 --> 00:08:49,721
นะคะ ถ้าสแกนผ่าน ก็คือว่าเป็นการยืนยัน

94
00:08:55,688 --> 00:08:55,740
ตัวตนคุณแล้ว กับการใช้ระบบกุญแจ

95
00:08:55,740 --> 00:08:59,740
Public Key นะคะ

96
00:09:00,873 --> 00:09:04,873
การใช้ E-mal Address

97
00:09:05,505 --> 00:09:09,505
ถ้า E-Mail Accout นี้

98
00:09:15,099 --> 00:09:18,998
เขามี Password อยู่แล้ว เพื่อยืนยันจาก E-Mail Address นี้

99
00:09:18,998 --> 00:09:21,929
นะคะ อันนี้คือ

100
00:09:21,929 --> 00:09:23,675
Electronic Signatures เบื้องต้น

101
00:09:23,675 --> 00:09:27,675
ไม่ได้ บอกว่า Accout นี้  Face

102
00:09:31,103 --> 00:09:35,103
ไม่ใช่ เป็นไปไม่ได้ เขาจะรู้ Username Password เขาได้อย่างไร คุณจะปัดความรับผิดชอบ

103
00:09:38,684 --> 00:09:42,684
คุณไปโพสต์ว่าให้คนอื่นบอก ฉันไม่ได้ทำ คุณปฏิเสธไม่ได้นะคะ

104
00:09:46,425 --> 00:09:50,013
E-mail เหมือนการที่คุณมีชื่อและที่อยู่ มีตัวตนอยู่บนเครือข่าย

105
00:09:50,013 --> 00:09:53,990
นักศึกษาทุกคนก็จะมีอีเมลส่วนตัวที่มหาวิทยาลัย

106
00:09:53,990 --> 00:09:57,990
แจกให้ เพื่อยืนยันตัวตนของตัวเองอยู่แล้ว

107
00:09:58,982 --> 00:10:02,982
นะคะ การใช้ E-mail ก็คือคน ๆ หนึ่งจะส่งจดหมายหรืออะไรก็ตาม ก็ส่งผ่าน

108
00:10:09,827 --> 00:10:12,984
E-mail Address บางคนก็มีหลาย E-mail ก็ได้

109
00:10:12,984 --> 00:10:15,084
ก็ถ้าบางทีคุณมี E-mail มากกว่า 1

110
00:10:15,084 --> 00:10:19,084
มันก็ต้องตรวจสอบว่าอันไหนคือสิ่งที่คุณใช้

111
00:10:23,147 --> 00:10:27,147
จริง ๆ นะคะ อาจจะมีชื่อคล้าย ๆ กันปลอมแปลง

112
00:10:29,478 --> 00:10:33,478
อาจจะเป็นชื่อเหมือนอาจารย์ก็ได้ แต่ไอ้ @ ข้างหลังน่ะ

113
00:10:35,119 --> 00:10:39,119
มันอาจจะไม่ใช่ snru mail ก็ได้

114
00:10:40,318 --> 00:10:44,318
อาจจะเป็นอีเมลอื่นนะคะ ปัญหาที่เกิดขึ้น ถ้าคุณใช้ Gmail

115
00:10:49,872 --> 00:10:50,148
ธรรมดาส่งไป อาจจะเป็นชื่อคนเดียวกัน

116
00:10:50,148 --> 00:10:54,148
แต่ เอ๊ะ ทำไมไม่ใช่อีเมลมหาวิทยาลัย

117
00:10:56,535 --> 00:11:00,535
ใช่คนเดียวกันหรือเปล่า ไม่ใช่

118
00:11:04,440 --> 00:11:08,440
ดนัยเป็นคนส่ง ดนัย snru เป็น

119
00:11:09,636 --> 00:11:13,636
คนเดียวกันไหมนะคะ แล้วบางทีเรายืนยันตัวตน สมมติว่าใช้อีเมลมหาวิทยาลัยนี่ อย่างน้อย ๆ

120
00:11:18,345 --> 00:11:20,008
เรายืนยันตัวตนได้ว่า เราเป็นคนในองค์กรนี้จริง ๆ นะ

121
00:11:20,008 --> 00:11:21,612
พอเรายืนยันตัวตนได้ยาก เขาเลยอยากให้ใช้ไอ้ตัว

122
00:11:21,612 --> 00:11:25,612
Digital Signature หรือ Electronic Signatures นี่

123
00:11:33,727 --> 00:11:37,727
ที่เพิ่มขึ้นมาในการเข้ารหัส E-mail ไปอีกชั้นหนึ่ง

124
00:11:38,257 --> 00:11:42,257
นะคะ ซึ่งกรณีนี้คือทุกคนนะคะ จะต้องตกลงกันก่อน เดี๋ยวฉฉัน

125
00:11:44,023 --> 00:11:44,061
กุญแจคุณนะ เก็บไว้ เราจะต้องรู้จักกันก่อน

126
00:11:44,061 --> 00:11:46,525
ถ้ามีข้อความส่งมาจากฉัน

127
00:11:46,525 --> 00:11:50,525
คุณจะต้องใช้กุญแจที่ฉันส่งให้เท่านั้นนะ เปิด

128
00:11:56,223 --> 00:12:00,223
ก่อนถึงจะอ่านได้ ถ้า Email

129
00:12:01,057 --> 00:12:05,057
อ่านไม่ได้นะคะ ไอ้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์นี่ เขาเลย

130
00:12:07,541 --> 00:12:11,541
ให้ความสำคัญกับความถูกต้อง แล้วก็การยกเลิกนะคะ ความถูกต้องของ

131
00:12:13,296 --> 00:12:17,296
คนที่รับผิดชอบ ความถูกต้องของการเซ็นลายเซ็นต์ดิจิทัล

132
00:12:23,022 --> 00:12:26,633
ของคน ๆ นั้น หรือของหน่วยงาน ความรับผิดชอบ ความสัมพันธ์ของผู้ใช้งาน

133
00:12:26,633 --> 00:12:29,414
ก็คือจะต้องถูกต้อง ทั้งผู้ส่งและผู้รับ

134
00:12:29,414 --> 00:12:33,414
ประเทศที่มีกฎหมายรับรองนะคะ การใช้

135
00:12:34,328 --> 00:12:38,328
Digital Signerger นี่

136
00:12:43,061 --> 00:12:43,807
ประเทศทางฝั่งยุโรป ทางฝั่งเอเชียก็มี

137
00:12:43,807 --> 00:12:45,064
บางประเทศนะคะ  กฎหมายฉบับที่ 3 จะเป็นกฎหมาย

138
00:12:45,064 --> 00:12:46,872
เกี่ยวกับการโอนเงินนะคะ ทางดิจิทัล

139
00:12:46,872 --> 00:12:50,872
หรือทางอิเล็กทรอนิกส์นี่ล่ะ ก็

140
00:12:54,815 --> 00:12:58,815
เป็นกฎหมายที่ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมมากขึ้น

141
00:13:01,080 --> 00:13:05,080
นะคะ ซึ่งพัฒนาการของเงินนี่ มันตั้งแต่ยุคโบราณ ก็คือเราไม่มีสตางค์

142
00:13:06,456 --> 00:13:10,456
จะเป็นการแลกเปลี่ยนสินค้า บ้านนี้มีมะละกอ

143
00:13:13,584 --> 00:13:14,447
บ้านนี้มีผักเอามาแลกกัน มีการวิวัฒนาการ

144
00:13:14,447 --> 00:13:15,472
เพิ่มขึ้น เริ่มเป็นเงิน เงินที่เกิดจาก

145
00:13:15,472 --> 00:13:18,533
ก้อนหิน เงินที่เกิดจากโลหะที่มีค่า

146
00:13:18,533 --> 00:13:22,533
เป็นเงิน เป็นทอง เป็นทองแดงอะไรก็ว่ากันไปนะคะ

147
00:13:27,879 --> 00:13:31,879
พอพัฒนามากขึ้น ต่อมาก็จะเป็นพวกธนบัตร บัตรเครดิต จนถึงปัจจุบัน

148
00:13:34,483 --> 00:13:38,483
เป็นเงินอิเล็กทรอนิกส์ เป็น Digital Money

149
00:13:39,460 --> 00:13:43,460
นะคะ รวมถึงพวกเหรียญคริปโตต่าง ๆ ด้วย

150
00:13:45,110 --> 00:13:45,703
โดยกฎหมายการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ก็คือ

151
00:13:45,703 --> 00:13:49,688
มันจะให้ความสำคัญกับการ

152
00:13:49,688 --> 00:13:53,688
พิสูจน์เจตนาในการโอนเงิน ในการจ่ายสตางค์นั่นแหละ

153
00:13:53,791 --> 00:13:57,772
นะคะ คุณโอนเงินให้เขาทำไม อ๋อ ซื้อของ

154
00:13:57,772 --> 00:13:58,775
อ๋อ เป็นหนี้ โดยไม่ใช่ฟอกเงินใช่ไหม

155
00:13:58,775 --> 00:14:02,775
นะคะ เจ้าหนี้ ลูกหนี้

156
00:14:03,797 --> 00:14:07,797
ทำอย่างไร ลูกหนี้มีสตางค์อยู่แต่ไม่ใช้

157
00:14:08,904 --> 00:14:12,904
แล้วจะให้เงินเขาคืนอย่างไร การจ่ายสตางค์

158
00:14:17,214 --> 00:14:21,214
การยกเลิกการชำระเงินในเวลานะคะ ความรับผิดชอบของการเสียหายที่เกิดขึ้นจากการ

159
00:14:23,955 --> 00:14:27,955
โอนเงินผิด โอนเงินโดยมิชอบนะคะ การโอนเงินระหว่างประเทศ พวกแก๊ง

160
00:14:32,422 --> 00:14:34,026
คอลเซนเตอร์ทั้งหลาย กฎหมายฉบับนี้จะถูกเอามาใช้

161
00:14:34,026 --> 00:14:38,026
นะคะ ต่อมา กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครอง

162
00:14:40,576 --> 00:14:44,576
ข้อมูลส่วนบุคคลนะคะ ชื่อที่เราคุ้นเคย

163
00:14:48,839 --> 00:14:50,402
ตอนนี้ก็คือ PDPA เอาหน้าเราไปโพสต์

164
00:14:50,402 --> 00:14:54,402
เอาข้อมูลเราไปเปิดเผย เผยแพร่โดยที่เราไม่

165
00:14:54,554 --> 00:14:58,554
ได้เต็มใจจะบอกนะคะ ผิดกฎหมายนะคะ ผิดกฎหมาย สมมติว่าวันนี้มีคนมา

166
00:15:01,320 --> 00:15:05,320
ถ่ายรูปห้องเรียนห้องนี้ไปโพสต์ ถ้าคุณไม่โอเค

167
00:15:07,113 --> 00:15:11,113
ถ้าฉันกำลังหาวพอดี กำลังอ้าปากพอดี

168
00:15:12,187 --> 00:15:12,813
รูปมันไม่สวย ผิดกฎหมาย เขาฟ้องได้

169
00:15:12,813 --> 00:15:16,813
ไม่ได้ขออนุญาตไปโพสต์ได้อย่างไร อะไรก็ว่าไอ

170
00:15:23,217 --> 00:15:25,895
้ข้อมูลส่วนบุคคลอะไรบ้าง ที่เราไม่สามารถเปิดเผยได้ ข้อมูล ชื่อ ที่อยู่ อายุ เพศ พวกนี้ถ้าคุณไม่ยินยอม

171
00:15:25,895 --> 00:15:29,895
ก็เปิดเผยไม่ได้ แล้วก็ข้อมูลที่ห้ามจัดเก็บ

172
00:15:36,997 --> 00:15:39,233
โดยเด็ดขาดแล้วก็ห้ามเผยแพร่โดยเด็ดขาด

173
00:15:39,233 --> 00:15:39,959
เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์

174
00:15:39,959 --> 00:15:43,949
ความเชื้อ คุณจะเชื้อศาสนาอะไรก็เรื่องของคุณ

175
00:15:43,949 --> 00:15:47,949
ลัทธิก็เรื่องของคุณ ความเห็นทางการเมือง ข้อมูลทางสุขภาพ

176
00:15:55,230 --> 00:15:56,417
ข้อมูลพวกนี้ห้ามจัดเก็บโดยเด็ดขาด บางคนไปทำวิจัย

177
00:15:56,417 --> 00:15:58,431
เกี่ยวกับข้อมูลความเจ็บป่วยของคน

178
00:15:58,431 --> 00:16:02,431
ตอนนี้ถ้าคุณไม่มีสิทธิ์

179
00:16:08,284 --> 00:16:10,447
หรือได้รับอนุญาต คุณไม่สามารถทำวิจัยนั้น ๆ ได้

180
00:16:10,447 --> 00:16:11,252
หรือถ้าไม่ผ่านการอบรมทางจริยธรรม ก็ไม่สามารถ

181
00:16:11,252 --> 00:16:14,390
ทำข้อมูลพวกนี้ได้ หรือทำวิจัยเหล่านี้ได้

182
00:16:14,390 --> 00:16:18,390
แล้วก็ถ้าทำหัวข้อวิจัย

183
00:16:21,011 --> 00:16:23,250
ทำหัวข้อวิจัยจะขึ้นปี 4 แล้ว

184
00:16:23,250 --> 00:16:27,250
แม้กระทั่งเก็บข้อมูลแบบสอบถาม

185
00:16:28,954 --> 00:16:30,389
นักศึกษาทุกคนในห้องนี้ก็ต้องขอ

186
00:16:30,389 --> 00:16:34,221
จริธรรมทุกคน

187
00:16:34,221 --> 00:16:38,221
ถึงแม้ว่าจะเก็บข้อมูลความพึงพอใจก็เถ

188
00:16:47,251 --> 00:16:48,812
อะ ก็ต้องขออนุญาตนะคะ แล้วคุณก็ต้องอบรมจริยธรรมด้วย ไม่ใช่ฉันแค่

189
00:16:48,812 --> 00:16:52,812
ถามว่าเล่นเกมนี้ชอบไหม ชอบ ไม่ชอบ นี่คือ

190
00:16:55,558 --> 00:16:59,558
ข้อมูลที่กระทบความรู้สึก ถึงแม้ว่าเขาจะชอบก็ตาม คุณก็ต้องอบรมจริยธรรม

191
00:17:02,900 --> 00:17:06,728
ต้องขออนุญาตคณะกรรมการจริยธรรมของมหาวิทยาลัย

192
00:17:06,728 --> 00:17:09,885
เพื่อเก็บข้อมูลด้วย อันนี้บอกไว้สำหรับ

193
00:17:09,885 --> 00:17:10,289
คนที่จะทำหัวข้อโครงงาน

194
00:17:10,289 --> 00:17:13,185
ต้องขออนุญาตนะคะ โดย

195
00:17:13,185 --> 00:17:17,185
สิทธิของความเป็นเจ้าของข้อมูลของคุณนะคะ

196
00:17:21,794 --> 00:17:25,794
เขาจะต้องรู้ว่าคุณจะเอาข้อมูลไปทำอะไร

197
00:17:28,535 --> 00:17:32,535
คุณจะยินยอมให้เขาเก็บข้อมูลไหม แล้วคุณสามารถเอาข้อมูลไปประมวลผลได้ไหม

198
00:17:35,252 --> 00:17:38,714
แล้วคุณสามารถตรวจสอบผลของข้อมูลที่คุณให้ไปได้ไหมนะคะ กฎหมายเกี่ยวกับ

199
00:17:38,714 --> 00:17:42,714
อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นงานที่เราจะต้องทำ

200
00:17:46,787 --> 00:17:48,350
ก็จะเกี่ยวข้องกับการลงโทษผู้กระทำผิด

201
00:17:48,350 --> 00:17:51,320
ต่อการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ ระบบข้อมูล

202
00:17:51,320 --> 00:17:55,320
ระบบเครือข่ายนะคะ เพื่อเป็นหลักประกัน

203
00:17:59,143 --> 00:18:00,924
สิทธิเสรีภาพ แล้วก็การคุ้มครอง

204
00:18:00,924 --> 00:18:04,924
การอยู่ร่วมกันของสังคม ไม่ใช่อยู่ดี ๆ อยากโพสต์ อยาก Hack

205
00:18:10,977 --> 00:18:14,977
อยากไปพังคอมฯ เพื่อน อยากไปเปิดดูสิเพื่อนทำอะไร ไปลบไฟล์ในเครื่องเขาทั้งหมดอย่างนี้ไม่ได้

206
00:18:16,725 --> 00:18:20,725
นะคะ ตัวอย่าง อาชญากรรมที่เกิดขึ้น เช่น การโจรกรรมเงินในบัญชี

207
00:18:23,388 --> 00:18:27,020
ของลูกค้าธนาคาร การขโมยความลับของบริษัท

208
00:18:27,020 --> 00:18:31,020
การปล่อยไวรัส การปลอมแปลงเอกสารนะคะ

209
00:18:33,389 --> 00:18:35,001
การขโมย Domain Name ขโมย Account

210
00:18:35,001 --> 00:18:39,001
Hack เฟซ ตัดต่อภาพ หมิ่นประมาท

211
00:18:42,185 --> 00:18:46,185
โพสต์รูปภาพที่ไม่เหมาะสมนะคะ การเข้าไปโพสต์ให้คนอื่นเสียหาย

212
00:18:47,421 --> 00:18:51,421
อันนี้เป็นคดีอาชญากรรมทั้งหมดเลยนะคะ อย่างในประเทศไทย บางทีก็โดน

213
00:18:56,104 --> 00:18:59,586
แอบใช้อินเทอร์เน็ตบ้าง โดนขโมย Banner บ้างนะคะ

214
00:18:59,586 --> 00:19:01,050
โดนขโมยข้อมูลบริษัท

215
00:19:01,050 --> 00:19:05,050
บางบริษัทไล่พนักงานออก

216
00:19:12,005 --> 00:19:16,005
ไปแก้ไขเว็บไซต์ให้กลายเป็นเว็บโป๊อย่างนั้น

217
00:19:17,139 --> 00:19:21,139
นะคะ ส่ง E-mail โดยใช้ E-mail ผู้ริหารด่าคนอื่น

218
00:19:23,108 --> 00:19:24,012
ติดตั้งโปรแกรม Scan หาข้อมูล

219
00:19:24,012 --> 00:19:28,012
ของคนในออฟฟิศ ใช้อีเมลขององค์การไปในทางเสียชื่อเสียง อย่างเช่น ม. เรานี่

220
00:19:31,989 --> 00:19:35,989
นักศึกษาก็จะมีอีเมลของมหาวิทยาลัย บางคนก็

221
00:19:36,020 --> 00:19:40,020
ไปทำสิ่งที่ไม่ดีเขาก็ตามมาถึงมหาวิทยาลัยนะคะ แต่ปัญหา ก็คือ

222
00:19:40,957 --> 00:19:44,957
บางทีนี่เราหาพยานหลักฐานได้ยาก อย่างเขาเอา Hard Disk

223
00:19:49,003 --> 00:19:52,762
ไปทิ้ง เหมือนในข่าวบางที่น่ะ

224
00:19:52,762 --> 00:19:54,497
คนยิงกัน เอา Hard Disk ไปถ่วงน้ำ เจอไหม เจอ แต่มันก็ยาก

225
00:19:54,497 --> 00:19:58,497
กว่าจะกู้ข้อมูลมาได้นะคะ บางคนเอาค้อนทุบ

226
00:20:05,114 --> 00:20:08,970
ให้มันแตก ก็หาหลักฐานไม่ได้แล้ว ทุบกล้อง

227
00:20:08,970 --> 00:20:12,970
นะคะ แล้วก็บางอย่างในการค้นหานี่ เมื่อก่อนจะต้องขอคำสั่งศาล

228
00:20:13,911 --> 00:20:17,911
ขอค้นบ้าน แต่ถ้าเป็นคดีทางคอมพิวเตอร์นี่

229
00:20:25,895 --> 00:20:29,895
ถ้าเป็นคดีที่ตำรวจเขามีหลักฐานปุ๊บนี่ เขาเข้าไปค้นบ้านได้เลยนะคะ กับถ้าสมมติคนกระทำผิด เดี๋ยวนี้พวกโจร

230
00:20:32,019 --> 00:20:36,019
ทางออนไลน์นี่ เขาอยู่ต่างประเทศ

231
00:20:41,043 --> 00:20:45,043
เราจะทำอย่างไรนะคะ เหมือนที่เขาบอกว่าบางทีคอลเซ็นเตอร์ไปตั้งอยู่ที่ไหนนะ

232
00:20:48,594 --> 00:20:52,594
ประเทศเพื่อนบ้านเรา โยงสายโทรศัพท์เข้ามาในประเทศบ้าง โยงออกไปต่างประเทศบ้าง เราจะทำอย่างไรดีนะคะ

233
00:20:58,791 --> 00:21:00,669
กับอีกอันอย่างหนึ่ง คือ อายุของคนที่ทำผิด บางคนยังเป็นเด็ก

234
00:21:00,669 --> 00:21:02,582
อยู่เลย กฎหมายยังไม่ครอบคลุม

235
00:21:02,582 --> 00:21:06,582
หรือเป็นเด็กจริง ๆ ที่รู้เท่าไม่ถึงการจริง ๆ

236
00:21:11,732 --> 00:21:13,491
เป็นเด็กที่ฉลาดมากสามารถ Hack ข้อมูลได้

237
00:21:13,491 --> 00:21:17,491
เราจะลงโทษเขาอย่างไรนะคะ อันนี้ก็ยังเป็นปัญหาอยู่

238
00:21:19,789 --> 00:21:23,789
เรื่องอายุของเด็กที่บางทีอาจจะมี

239
00:21:26,637 --> 00:21:30,637
เด็กที่มากระทำผิดก็มีนะคะ มันจะมีในกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ

240
00:21:32,762 --> 00:21:36,762
มันจะมีพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์

241
00:21:38,028 --> 00:21:42,028
เพื่อรับรองการทำธุรกรรม กระทำสัญญา

242
00:21:44,050 --> 00:21:47,636
นะคะ ในการซื้อขายออนไลน์ เช่น ข้อแรก ห้ามปฏิเสธว่า

243
00:21:47,636 --> 00:21:50,656
ข้อมูลนี้นะ ฉันไม่ได้ทำ ฉันไม่ได้ลงชื่อไว้

244
00:21:50,656 --> 00:21:54,656
แล้วก็ห้ามปฏิเสธว่าลายมือชื่อดิจิทัลนี่ ฉันไม่ได้

245
00:22:02,899 --> 00:22:06,899
สร้างขึ้นมานะคะ แล้วมันมีการระบุอยู่ว่าคุณปฏิเสธไม่ได้นะคะ แล้วก็

246
00:22:09,392 --> 00:22:13,392
การเก็บรักษาข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องมีต้นฉบับ

247
00:22:17,300 --> 00:22:17,979
ตามกฎหมายนะคะ แล้วก็การรับข้อมูลออนไลน์

248
00:22:17,979 --> 00:22:21,979
หรือข้อมูลที่เป็นดิจิทัล ให้ถือว่ามีผล

249
00:22:25,772 --> 00:22:29,772
นับตั้งแต่ข้อมูลนี้ได้เข้าสู่ระบบ

250
00:22:30,259 --> 00:22:34,259
ทั้งระบบข้อมูลทั้งระบบออนไลน์ในการรับข้อมูลเข้าสู่ระบบ

251
00:22:40,055 --> 00:22:44,055
ปุ๊บ ถือว่ามีผลในตอนนั้นเลยนะคะ แล้วก็บทบาทของภาครัฐ

252
00:22:45,513 --> 00:22:46,720
ที่มีผลว่าหน่วยงานรัฐบาลนี่

253
00:22:46,720 --> 00:22:50,720
สามารถให้บริการประชาชนอะไรได้บ้างนะคะ แล้วก็

254
00:22:53,278 --> 00:22:54,730
เจ้าหน้าที่ก็จะต้องมีความระมัดระวัง

255
00:22:54,730 --> 00:22:58,730
เพื่อตรวจสอบลายมือชื่อ

256
00:23:00,859 --> 00:23:03,053
บางคนใช้ลายมือชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาต

257
00:23:03,053 --> 00:23:07,053
จะมีกฎหมายรองรับอย่างไรนะคะ แล้วก็

258
00:23:07,260 --> 00:23:11,260
สิ่งที่ทุกคนจะต้องให้ความสำคัญในฐานะ

259
00:23:14,784 --> 00:23:18,784
ทั้งคนที่ทำงานในด้าน IT และ

260
00:23:21,476 --> 00:23:25,476
ทางผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ ทาง พรบ. คอมฯ

261
00:23:27,390 --> 00:23:28,824
เราจะพูดสั้น ๆ พรบ.คอมพ์ พรบ.คอมพ์

262
00:23:28,824 --> 00:23:32,824
ที่มา ก็คือคนใช้คอมพิวเตอร์มากขึ้น การอยู่ร่วมกัน

263
00:23:34,938 --> 00:23:35,600
ในสังคมออนไลน์ก็จะต้องมีการควบคุม

264
00:23:35,600 --> 00:23:39,600
นะคะ มันจะเป็นกฎหมายที่คุณ

265
00:23:41,185 --> 00:23:45,185
รองรับสิ่งที่คุณทำในคอมพิวเตอร์ หรือทำในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

266
00:23:48,024 --> 00:23:48,080
ใด ๆ สิ่งที่พูด สิ่ง

267
00:23:48,080 --> 00:23:51,671
ที่เขียนเหมือนเวลาที่คุณว่าใคร

268
00:23:51,671 --> 00:23:55,328
หรือคุณโพสต์ใส่ใคร ไม่ว่าจะเป็น

269
00:23:55,328 --> 00:23:59,328
พูดปากเปล่า หรือพูดทางคอมพิวเตอร์ ก็ผิด

270
00:24:01,161 --> 00:24:03,857
เท่ากันนะคะ สื่อลามกด้วยนะ

271
00:24:03,857 --> 00:24:07,857
ไม่ว่าจะเป็นการรับ การส่ง การโพสต์ ก็ผิด

272
00:24:09,342 --> 00:24:10,931
นะคะ อย่างถ้าสมมติว่า

273
00:24:10,931 --> 00:24:14,445
เราทำงานทางด้าน IT นะ แล้วคุณจะต้องดูแล

274
00:24:14,445 --> 00:24:18,445
ฝั่งหลังบ้านนะคะ ฝั่ง Server

275
00:24:27,267 --> 00:24:31,267
หรือถ้าคุณเป็น Web Admin หรือมีการโพสต์ใด ๆ ก็ตาม ที่คุณเป็น Admi

276
00:24:35,413 --> 00:24:39,413
t คุณจะต้องเก็บข้อมูล IP Address วันที่ และเวลา

277
00:24:41,912 --> 00:24:45,017
อย่างในมหาลัยเรา ถ้าคุณใช้อินเทอร์เน็ต

278
00:24:45,017 --> 00:24:49,017
คุณจะต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน ก็คือ Username Password มันก็จะบอกว่าคุณใช้งานกี่โมง

279
00:24:52,952 --> 00:24:56,952
แล้วใช้งานได้ถึงกี่โมง ทุกการกระทำที่คุณใช้งานจากอินเทอร์เน็ตในม.  จะต้อง

280
00:25:00,750 --> 00:25:00,921
เก็บไว้ คุณเล่นเกม คุณเข้าเว็บ

281
00:25:00,921 --> 00:25:02,482
พนัน คุณดูเว็บลามก หรือ

282
00:25:02,482 --> 00:25:06,482
คุณทำอะไรก็ตามนะคะ จะถูกเก็บไว้หมด

283
00:25:12,585 --> 00:25:14,443
นะคะ ถ้าเป็นเว็บไซต์ทางการค้าอาจจะมีการเก็บเลขบัตรเครดิต

284
00:25:14,443 --> 00:25:18,443
เขาก็จะมีบอกเลยว่าต้องเก็บข้อมูลไว้กี่วัน

285
00:25:21,525 --> 00:25:23,823
กี่โมง กี่ชั่วโมง กี่เดือน ก็ว่าไปนะคะ

286
00:25:23,823 --> 00:25:27,823
โดยผู้ให้บริการจะต้องจัดเก็บข้อมูล

287
00:25:28,966 --> 00:25:32,966
มี 4 ประเภทใหญ่ ๆ ในประเทศเรานะคะ ก็คือเจ้าของกิจการ

288
00:25:36,739 --> 00:25:40,633
โทรคมนาคมระบบโทรศัพท์ ดาวเทียม แม้กระทั่งคุณใช้

289
00:25:40,633 --> 00:25:44,633
ข้อมูลในเน็ตเขาก็เก็บนะคะ การใช้คอมพิวเตอร

290
00:25:47,440 --> 00:25:47,621
ไม่ว่าอินเทอร์เน็ตผ่านไร้สาย มีสาย ที่อยู่ในองค์กร ก็ต้องเก็บ

291
00:25:47,621 --> 00:25:50,421
คนให้เช่าระบบคอมพิวเตอร์

292
00:25:50,421 --> 00:25:54,421
เป็น Host ต่าง ๆ หรือคุณเช่า Server เขาไว้

293
00:26:02,392 --> 00:26:06,392
เขาก็ต้องเก็บข้อมูลคุณ การให้บริการข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน Web Board

294
00:26:06,719 --> 00:26:06,956
Web Service ต่าง ๆ ทุกอย่างต้องเก็บนะคะ

295
00:26:06,956 --> 00:26:10,956
ข้อมูลอะไรบ้างที่จะต้องเก็บ

296
00:26:14,880 --> 00:26:18,873
หลัก ๆ มี 2 ประเภท ก็คือการจราจรบนคอมพิวเตอร์

297
00:26:18,873 --> 00:26:18,950
นะคะ จะต้องเก็บไม่น้อยกว่า 90 วัน

298
00:26:18,950 --> 00:26:22,950
ก็คือ 3 เดือนนี่ คุณเล่นอินเทอร์เน็ต 3 เดือนใน ม. นี่ เขาเก็บหมด

299
00:26:27,942 --> 00:26:31,942
นะคะ  IP ไหนเล่น เครื่องอยู่

300
00:26:32,318 --> 00:26:33,665
ตรงไหน ปลายทางที่คุณเล่นคืออะไร เส้นทางที่คุณ

301
00:26:33,665 --> 00:26:37,665
เข้าไปเล่นนี่ เส้นทางไหนบ้าง ใช้ข้อมูล

302
00:26:38,722 --> 00:26:42,722
กี่ Mbes กี่ GB เก็บหมด

303
00:26:43,409 --> 00:26:47,409
ข้อมูลผู้ใช้บริการ ไม่ว่าจะเสียเงินหรือฟรี

304
00:26:50,209 --> 00:26:54,130
ก็ตาม ก็ต้องเก็บ Username Password ต้องเก็บ 90 วัน

305
00:26:54,130 --> 00:26:54,693
เหมือนกันนะคะ โทษของ พรบ.คอมฯ

306
00:26:54,693 --> 00:26:58,693
นะคะ ไป Hack ข้อมูลคนอื่น ก็

307
00:27:03,521 --> 00:27:04,312
คุก 6 เดือน หรือปรับ 10,000 เผยแพร่

308
00:27:04,312 --> 00:27:08,312
บางคน Hack แล้วรู้ว่ามีจุดอ่อนตรงไหน

309
00:27:09,904 --> 00:27:11,734
แล้วไปบอกคนอื่นเพื่อให้ทำสิ่งที่ไม่ดี

310
00:27:11,734 --> 00:27:15,734
ก็คุก 1 เดือน ปรับอีก 10,000 ดูข้อมูล

311
00:27:21,983 --> 00:27:24,748
คนอื่นโดยมิชอบ คุก 2 ปี ปรับ 40,000 การดักดูข้อมูลคนอื่น คุก 3 ปี

312
00:27:24,748 --> 00:27:27,795
ปรับ 60,000 การไปก่อกวนข้อมูลคอมพิวเตอร์คนอื่น

313
00:27:27,795 --> 00:27:31,341
คุก 5 ปี ปรับ 100,000

314
00:27:31,341 --> 00:27:35,341
เมื่อกี้รบกวนแค่เครื่องเดียวนะ ถ้ารบกวน

315
00:27:40,080 --> 00:27:40,844
ทั้งระบบ ก็คุก 5 ปี ปรับอีก 100,000 บาท

316
00:27:40,844 --> 00:27:44,127
นะคะ ส่งข้อมูลรบกวน หรือส่งสแปม

317
00:27:44,127 --> 00:27:48,127
ให้หาคนอื่นนะคะ โทษจำคุกมันผิดขอโทษที

318
00:27:50,815 --> 00:27:50,872
ก็ปรับ 100,000 เผยแพร่

319
00:27:50,872 --> 00:27:54,872
ชุดคำสั่ง ที่อาจจะเป็นโค้ดโปรแกรมเฉพาะ

320
00:27:57,678 --> 00:27:59,943
ก็คุก 1 ปี ปรับ 20,000

321
00:27:59,943 --> 00:28:03,943
แต่ถ้าเป็นโทษที่หนักขึ้น

322
00:28:06,462 --> 00:28:10,462
แต่ถ้ากระทำต่อความมั่นคงต่อประเทศ หรือความมั่นคงของระบบ

323
00:28:11,619 --> 00:28:13,586
พื้นฐานของประเทศ ถ้า

324
00:28:13,586 --> 00:28:17,586
สร้างความเสียหายก็คุก 1 ปี ถึง 10 ปี ปรับ 200,000

325
00:28:17,645 --> 00:28:21,645
ความมั่นคงของประเทศ 3 ปี ถึง 15 ปี

326
00:28:24,351 --> 00:28:28,351
ที่ติดคุก ปรับสูงสุด 300,000 แต่ถ้าสิ่งที่คุณทำ แล้วทำให้เกิดอันตราย

327
00:28:30,736 --> 00:28:33,688
ถึงชีวิต เช่น ไปปิดสัญญาณไฟแดง แล้วรถชนกัน

328
00:28:33,688 --> 00:28:37,688
มีอุบัติเหตุเยอะมาก หรืออาจจะจำคุก 10 ปี

329
00:28:43,499 --> 00:28:45,011
จำคุก 10-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต

330
00:28:45,011 --> 00:28:49,011
หรือถึงขั้นประหารชีวิตเลย เพราะมันร้ายแรงต่อคนหมู่มาก

331
00:28:49,912 --> 00:28:53,912
นะคะ เพราะฉะนั้น ก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์อย่างระมัดระวัง อย่าคึกคะนอง

332
00:28:54,205 --> 00:28:56,352
อย่าทดลองในสิ่งที่ไม่ควรทำ

333
00:28:56,352 --> 00:28:58,717
นะคะ ถ้า

334
00:28:58,717 --> 00:29:02,717
ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเอาข้อมูลคุณไปเผยแพร่

335
00:29:07,192 --> 00:29:11,192
เขาก็อาจจะโดนจำคุก 2-5 ปี หรือ

336
00:29:11,303 --> 00:29:11,368
ก็ปรับ 100,000 บาท ถ้าคุณตัดต่อรูปคนอื่น

337
00:29:11,368 --> 00:29:14,660
ทำให้เขาเสียหาย แล้วเขาไปฟ้อง

338
00:29:14,660 --> 00:29:18,660
ติดคุก 3 ปี ปรับ 600,000 บาท เพราะฉะนั้น บางทีเรา

339
00:29:21,611 --> 00:29:25,611
ตลก เพื่อนเราตลก แต่เขาไม่ตลกด้วย เราก็อย่าทำ

340
00:29:28,846 --> 00:29:32,846
นะคะ หน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกกระทรวง DE

341
00:29:34,607 --> 00:29:37,879
สำนักงานตรวจแห่งชาติ DSI

342
00:29:37,879 --> 00:29:41,318
กรมสะสมคดีพิเศษอะไรพวกนี้นะคะ

343
00:29:41,318 --> 00:29:43,825
เป็นคนดูแลข้อมูลพวกนี้อยู่ และอีกอย่างหนึ่ง

344
00:29:43,825 --> 00:29:47,825
นะคะ สำหรับใครจะทำหัวข้อโครงงานในอนาคตด้วย

345
00:29:51,621 --> 00:29:52,517
นะคะ จะเป็นเกี่ยวกับลิขสิทธิ์กับสิทธิบัตร

346
00:29:52,517 --> 00:29:56,517
ลิขสิทธิ์ ก็คือสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา

347
00:30:00,356 --> 00:30:04,356
นะคะ อาจจะเป็นเกี่ยวกับงานที่เราทำขึ้น หรืออาจจะมีทำซ้ำ

348
00:30:05,337 --> 00:30:09,337
ดัดแปลง เผยแพร่ ลิขสิทธิ์จะเป็นผลงาน

349
00:30:10,690 --> 00:30:14,690
ที่เกิดจากสติปัญญา ความรู้ ความวิริยะ อุส

350
00:30:19,538 --> 00:30:22,881
าหะ ซึ่งเราจะถือว่าเป็นทรัพย์สินทางปัญญา อะไรบ้าง เช่น หนังสือ ท่าเต้น การรำ การทำท่าทาง การวาดภาพนะคะ

351
00:30:22,881 --> 00:30:26,881
การทำเนื้อร้อง ทำดนตรีนะคะ การ

352
00:30:28,041 --> 00:30:29,400
ถ่ายวิดีโอ พวกนี้

353
00:30:29,400 --> 00:30:33,400
ภาพยนตร์ การบันทึกเสียง

354
00:30:35,302 --> 00:30:38,639
การเผยแพร่ภาพหรือสิ่งอื่นใดก็ตามนะคะ

355
00:30:38,639 --> 00:30:42,639
ทั้งทางวรรณคดี ทางวิทยาศาสตร์ ทางศิลปะ

356
00:30:49,331 --> 00:30:51,062
อะไรบ้างที่ไม่ถือว่ามีลิขสิทธิ์ ข่าว ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริงนะคะ

357
00:30:51,062 --> 00:30:55,062
กฎหมายรัฐธรรมนูญ ระเบียบ ประกาศคำสั่งต่าง ๆ คำแปล

358
00:30:59,170 --> 00:31:03,170
คำพิพากษา คำแปล อันนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ คุณเอามาใช้

359
00:31:07,349 --> 00:31:11,349
ได้ หรือคุณเอามาเผยแพร่ได้นะคะ ซึ่งลิขสิทธิ์ ถ้าคุณสร้างสรรค์ผลงานปึ๊บ

360
00:31:12,756 --> 00:31:16,756
คุ้มครองทันที เช่น วันนี้ฉันแต่งเพลงเสร็จ

361
00:31:18,524 --> 00:31:22,428
ฉันมั่นใจว่าเพลงนี้ไม่ซ้ำกับใครแน่นอน

362
00:31:22,428 --> 00:31:23,798
ณ ตอนนั้นนะคะ สิทธิ์ ก็คือ เจ้าของผลงานมีสิทธิ์

363
00:31:23,798 --> 00:31:26,971
แต่เพียงผู้เดียวนะคะ

364
00:31:26,971 --> 00:31:30,971
ห้ามให้คนอื่นทำซ้ำ ดัดแปลง จำหน่าย คัดลอก

365
00:31:39,428 --> 00:31:42,130
นะคะ สามารถเอาไปเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ อาจจะมีค่าใช้จ่าย หรือ

366
00:31:42,130 --> 00:31:46,130
ไม่มีค่าใช้จ่ายก็ได้ ลิขสิทธิ์มีระยะเวลา

367
00:31:50,803 --> 00:31:54,803
นะคะ ได้ 50 ปี อย่างเพลงอย่างนี้ที่คุณแต่งนะคะ หลังจากนี้ 50 ปี ใครเอาไปใช้ก็ได้

368
00:31:59,763 --> 00:32:02,745
นะคะ แต่ในระยะเวลา 50 ปีนี้ ถ้าใครอยากใช้

369
00:32:02,745 --> 00:32:06,745
เพลงคุณ เขาต้องมาจ่ายสตางค์ให้คุณอะไรก็ว่าไปนะคะ

370
00:32:08,798 --> 00:32:12,798
สิทธิบัตรมี 2 ความหมาย จะเป็นหนังสือรับรองที่ออกโดยภาครัฐ

371
00:32:18,604 --> 00:32:22,604
สิ่งประดิษฐ์ที่คิดค้นออกมานะคะ แล้วก็อีกประเภทหนึ่ง ก็คือสิทธิบัตรพิเศษ

372
00:32:23,307 --> 00:32:27,307
ให้สิทธิ์เด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียว ในการ

373
00:32:28,773 --> 00:32:29,931
แสวงหากำไร จากสิ่งที่คุณคิดค้นขึ้นมาได้นะคะ

374
00:32:29,931 --> 00:32:33,931
เช่น คุณคิดค้นอุปกรณ์ IOT มาชิ้นหนึ่งน่ะ

375
00:32:38,127 --> 00:32:40,207
แล้วคุณไปจดสิทธิบัตร ถ้าใครอยากทำ

376
00:32:40,207 --> 00:32:44,207
IOT ชิ้นนี้เหมือนกับคุณ ก็ต้องมาจ่ายสตางค์ให้คุณก่อน

377
00:32:45,533 --> 00:32:49,533
เป็นต้นนะคะ สิทธิบัตรมี 2 แบบ สิทธิบัตรการประดิษฐ์ และออกแบบผลิตภัณฑ์

378
00:32:54,108 --> 00:32:58,108
อย่างถ้าสมมติใครทำ Application ทำ

379
00:32:59,587 --> 00:32:59,652
ใครทำอุปกรณ์ IOT คุณก็ไปจดสิทธิบัตร

380
00:32:59,652 --> 00:33:03,652
ได้ ถ้าอย่างใครจะเอาอุปกรณ์คุณไปใช้ หรือใช้ความคิดคุณนี่

381
00:33:07,382 --> 00:33:11,382
เขาก็ต้องมาจ่ายสตางค์นะคะ อายุมีสิ่งประดิษฐ์อายุ 20 ปี

382
00:33:13,091 --> 00:33:13,154
แต่ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์มีอายุ 10 ปีนะ

383
00:33:13,154 --> 00:33:14,179
ความแตกต่าง ลิขสิทธิ์

384
00:33:14,179 --> 00:33:18,179
คุณจะเป็นเจ้าของสิทธินั้นทันทีที่คุณ

385
00:33:20,653 --> 00:33:24,653
พัฒนา หรือสร้างสรรค์ผลงานเสร็จ ไม่ต้องไปขึ้นทะเบียนก็ได้

386
00:33:31,602 --> 00:33:35,602
นะคะ แต่ลิขสิทธิ์นี่ สามารถซื้อขาย และมอบ

387
00:33:38,098 --> 00:33:42,098
มรดกได้นะคะ แต่สิทธิบัตรนี่ คุณจะต้องไปจดทะเบียนเท่านั้น แล้วก็ต้องเป็นผลงานใหม่ ไม่เคยไป

388
00:33:45,611 --> 00:33:46,477
เผยแพร่มาจากที่ไหนมาเลยในประเทศ ต่างประเทศก็ไม่มี

389
00:33:46,477 --> 00:33:50,477
เสียค่าธรรมเนียมนะคะ จะมีการคุ้มครองตามสิ่งที่คุณไปจดเป็นสิทธิบัตร

390
00:33:53,536 --> 00:33:57,536
การประดิษฐ์ หรือการออกแบบก็ว่าไปนะคะ

391
00:33:58,457 --> 00:34:02,073
วันนี้งานที่จะให้ทำนะคะ

392
00:34:02,073 --> 00:34:06,073
คดีมันเยอะมาก ลองไปหา

393
00:34:07,720 --> 00:34:11,720
ตัวอย่างอาชญากรรทางอินเทอร์เน็ต หรือภัยที่เกิดจาก

394
00:34:19,059 --> 00:34:23,059
การใช้งานอินเทอร์เน็ตมาสัก 2 อย่าง ข่าวเยอะมากเลยนะคะ แก๊งคอลเซ็นเตอร์มีทุกวัน

395
00:34:25,926 --> 00:34:29,926
แต่นอกจากคอลเซนเตอร์แล้วมีอะไรอีกลองไปหาดูนะคะ แล้วก็ไปลองหาตัวอย่าง

396
00:34:32,515 --> 00:34:33,690
ผลงานที่จดทะเบียนสิทธิบัตร แล้ว

397
00:34:33,690 --> 00:34:37,690
สิ่งที่เป็นลิขสิทธิ์มา Search ได้เลย

398
00:34:42,260 --> 00:34:46,260
ชื่อผลงาน ใครเป็นเจ้าของผลงาน แล้วเว็บไซต์มาจากไหนนะคะ ทำใส่ Word หรือทำใส่อะไรก็ตาม

399
00:34:46,488 --> 00:34:50,488
ส่งใน Classroom เหมือนเดิมนะคะ มี 2 ข้อ นะคะ ข้อ 1-2 ข้อ ตัวอย่าง ข้อ 2

400
00:34:53,096 --> 00:34:57,096
มีสิทธิบัตร 1 อย่าง ลิขสิทธิ์ 1 อย่าง

401
00:34:57,411 --> 00:35:01,411
โอเค เริ่มทำได้ค่ะ

402
00:43:35,951 --> 00:43:39,951
[สิ้นสุดการถอดความ]

