--- title: ท32101 ภาษาไทย 3 ม.5/1 (เช้า) 260867 subtitle: date: วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2567 เวลา 08.30 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์) สวัสดีครับ พี่ล่าม แป๊บหนึ่งนะครับ น้องยังไม่ครบครับ โอเคครับ สวัสดีครับ สวัสดีพี่ล่ามครับ สวัสดีนักเรียนชั้นม. 5/1 ครับ ครับ สำหรับชั่วโมงที่แล้วนะครับ คุณครูได้สอนในเรื่องของการแต่งประโยคไปนะครับ ประโยคแบบสั้น ๆ นะ แล้ววันนี้นะครับ คุณครูจะทบทวนก่อน แล้วก็เดี๋ยวจะให้นักเรียนเรียนเกี่ยวกับการแต่งประโยค แล้วจะบอกว่าลักษณะของประโยคเป็นประโยคแบบไหนอย่างนี้นะครับ เดี๋ยวก่อนอื่นเลยนะครับ เรามาทบทวนกันก่อน นักเรียนเอาสมุดขึ้นมาไหมครับ สมุด อย่างนั้นไม่เป็นไรครับ เดี๋ยววันนี้เดี๋ยวคุณครูจะสอน แล้วก็จะให้นักเรียนทำกิจกรรมร่วมกัน ช่วยกัน โอเคนะครับ มาดูก่อนนะครับ ว่าประโยคคืออะไร ประโยค ก็คือคำ 2 คำขึ้นไปที่นำมาเรียงต่อกัน แสดงให้รู้ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร อย่างที่คุณครูเคยสอนไปแล้วนะครับ นักเรียนจำได้ไหม ครั้งก่อนที่ว่าคุณครู... คุณครูจะมีรูปภาพให้ 1 รูปใช่ไหมครับ จะมีรูปภาพให้ 1 รูปใช่ไหมครับ แล้วก็ให้นักเรียนเขียนแต่งประโยคจากรูปภาพที่นักเรียนเห็น แต่งประโยคจากรูปภาพที่นักเรียนเห็น ในรูปภาพนั้น คุณครูก็จะถามเรื่องเรียนใช่ไหมครับ ว่ามีใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร นักเรียนพอจะเข้าใจไหมครับ นักเรียนทบทวนไปพร้อมกับคุณครูนะครับ นักเรียนทบทวนไปพร้อมกับคุณครูนะครับ ว่าประโยคที่นักเรียนเขียนส่งคุณครูเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา ประโยค นักเรียน ที่นักเรียนแต่งประโยคและเขียนส่งครูที่ผ่านมาน่ะ ประโยคหนึ่งมันจะประกอบไปด้วย ว่ามันจะบอกว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร อย่างเช่นนะครับ คุณครูจะยกตัวอย่าง โอเคครับ โอเคนะครับ นักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ ครูยกตัวอย่างประโยค 1 ประโยค น้องกินข้าวที่โรงอาหาร ทีนี้นักเรียนจำไว้นะครับ ว่าประโยคประกอบด้วยคำ 2 คำนะครับ ใคร ทำอะไร ที่ไหนอะไรอาทิตย์นีไม่อยู่ที่คุณครูเขียนลงกระดาษให้ว่าน้องกินข้าวที่โรงอาหาร ที่นี้ครูจะถามว่าในประโยค ครูจะถามว่าใคร ทำอะไร ก็คือใคร น้อง ทำอะไร ทำอะไรกินข้าว ที่ไหนไหน ที่โรงอาหาร โอเค นี่แหละฃครับ ประโยค 1 ประโยค จะประกอบไปด้วยว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร จะบอกหรือประโยคมันก็แค่คำว่าใคร ทำอะไร ไม่บอกว่าที่ไหนก็ได้อย่างเช่น ข้าวเป็นประโยคประกอบไปด้วยและภาคแสดงครูได้สอนไปแล้ว ภาคประธานและภาคแดสง ภาคประธาน ก็คือบอกว่าเป็นใคร เป็นคำนาม คน สัตว์ สิ่งของ ส่วนภาคแสดง จะประกอบไปด้วยคำกริยา กรรมO โอเค อันนี้เป็น ส่วนประกอบนะครับ นักเรียน นักเรียนมองเห็นไหมครับ มองเห็นหน้าจอ ยกตัวอย่าง 1 ประโยค ประโยคที่มีนักเรียน ครูจะถามว่าภาคประธานคืออะไร คำตอบ ก็คือประกอบนะครับ ยกตัวอย่าง ทีนี้ครูจะถามคือนักเรียนนักเรียนทำอะไร ทีนี้ไปดูภาพทำอะไรอยู่ กระโดด ต่อไป ประโยค นักเรียนกระโดด ทีนี้ครูจะถามว่ารูปประธานน่ะคือใคร ก็คือนักเรียน ส่วนภาคแสดง ภาคแสดงประกอบด้วยกริยา และกรรมใช่ไหมครับ จะถามว่าทำอะไร นักเรียนคนนี้กระโดด กระโดดที่เป็นกริยา ทีนี้กรรม นักเรียนเข้าใจเข้าใจไหม ถ้านักเรียนเข้าไปรับนะครับ คุณครูบอกวันนี้ตอนนี้สิ่งที่เราเรียนไปเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา ที่คุณครูให้นักเรียนประโยคจากเรียนไปแล้วนะ แต่งประโยคได้ดีทีเดียว ก็ชื่นชมทุกคนเลย ที่เขียนประโยคส่งครูได้ ดีมาก ๆ เลย บ้านให้อภเรียนรู้กันควรจะอยู่ตรงไหน นะครับ โอเค ประธานนะครับ ประธานจะประกอบไปด้วย คน สัตว์ สิ่งของ คือ คำนามนั่นเอง คน ก็คือ น้องย่า พี่น้อง ตัด ช้าง ม้า วัว ควาย เก้าอี้ บ่งบอกว่าเป็นสิ่งของ ทีนี้คำกริยา กำลังทำอะไรอยู่ทหมายถึงว่าคำนาม อย่างเช่น ฟัง ฟัง กำลังวิ่งอยู่ วิ่ง ๆ ๆ อ่าน คือเป็นคำกริยา เช่น น้องกินข้าว ครูบอกไปเมื่อกี้ กินก็คือกริยา โอเคครับ คำนี้ก็คน สัตว์ เหมือนกันเช่น เมื่อกี้ยกตัวอย่าง น้องกระโดดเชือก น้องกระโดดเชือก น้องกระโดด เป็นกริยา เชื่อ เป็นกรรมเชื่อสิสิ่งของ นักเรียนพอจะนึกออกไหมครับ ว่าประธาน กริยา กรรม นักเรียนเข้าใจไหม เข้าใจคำว่ากริยา นักเรียนสามารถบอกคุณครูได้ว่าประทานคืออใครสามารถบอกครูได้ว่าประธานคืออะไร ใครสามารถบอกครูได้ว่าประธานคืออะไร เจ็ทพูดให้เพื่อนฟัง เชิญครับ อย่างนี้ ประธานคืออะไรครับ (ล่าม) ก็คือคน น้อง หรือเด็ก ๆ ค่ะ (อาจารย์จักรพงศ์) โอเค ถ้าอย่างนั้น น้องเจ็ทเข้าใจ ประธานคืออะไรครับ หันหน้าไปหาเพื่อน ไหน มีใคร มีใครที่บอกได้ไหม ว่าประธานคืออะไรอีก ได้ไหม พี่บีมได้ไหม ประธานคืออะไร บอกเพื่อน บอกได้ไหม เชิญ เชิญก่อนครับ มีใครบอกได้ไหม ความหมายของประธานคืออะไร มีใครบอกได้ไหมครับ คุณครูอธิบายไปแล้ว แล้วก็ทำได้ด้วย แล้วทีนี้เราจะมาทบทวนกันประธานคืออะไร นักเรียนรู้แหละ ทีนี้เดี๋ยวครูพูดให้ให้ตั้งแต่เริ่มต้นกันมาเลย นักเรียนดูพี่ล่ามกันดี ๆ นะ คุณครูจะอธิบายแล้วนะ ประโยคมันจะประกอบไปด้วย ภาคประธาน ภาคแสดง ภาคประธาน ภาคแสดง ส่วนประธานจะอยู่ข้างหน้า จะอยู่ข้างหน้านะครับ ภาคประธานจะเป็นคำนาม คือ คน กล่าวถึงคน กล่าวถึงสิ่งของต่าง ๆ นะครับ ส่วนภาคแสดง ส่วนภาคแสดง ประกอบด้วย กริยาแล้วก็กรรม ก็คือบอกว่า กริยาก็คือทำอะไรอยู่ กิน เดิน นอน วิ่ง เดิน อ่าน ฟัง วิ่ง เดิน ส่วนกรรม ส่วนกรรมนั้น ก็คือเป็นคำนามเหมือนกัน เป็นคำนามเหมือนกัน ก็คือคำที่กล่าวถึงคน สัตว์ สิ่งของเหมือนกัน อย่างเช่น คุณครูยกตัวอย่าง ฉันหิวข้าว อันนี้ครบองค์ประกอบเลยนะครับ ฉัน เป็นประธาน กริยา เป็นกริยา ข้าวเป็นกรรม เข้าใจหรือยังครับ เข้าใจหรือยัง จะให้คุณครูยกตัวอย่างอีกไหม ยกเพิ่มอีกไหมครับ ยกตัวอย่าง อย่างเช่น ฉันไปโรงเรียน ฉัน เป็นประธาน ไป คือ กริยา โรงเรียน ก็คือกรรม จะประกอบไปด้วยแบบนี้แหละครับ ส่วนของเขา ส่วนประกอบของประโยคจะประกอบไปด้วยแบบนี้ นักเรียนเข้าใจไหมครับ เข้าใจไหม เข้าใจนะ โอเค พอนักเรียนเข้าใจเรียบร้อยแล้วนะ จะให้นักเรียนแบ่งกลุ่มนะ ครูจะให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ให้เรียนให้นักเรียนออกมาเขียนหน้ากระดานแต่ละกลุ่ม ว่าใครจะสามารถแต่งประโยคได้เยอะกว่ากัน แล้วถูกต้องด้วยนะ จะต้องถูกต้องตามประโยคด้วยนะ แล้วบางทีอาจจะไม่ครบ กรรมอาจจะไม่มี นี่ เห็นไหมครับ ส่วนประกอบของประโยค บางทีประกอบด้วย ประธาน กริยา กรรม ก็แค่นั้นมันจะไม่มีกรรม อย่างเช่น ฉันกำลังนอน ประโยคบอกว่าฉันกำลังนอน ฉันเป็นประธาน กำลังนอน ก็คือภาคแสดงเป็นคำกริยา ส่วนประกอบของอันนี้คือครบยกตัวอย่าง ฉันกินข้าว ประธานฉัน กินเป็นกริยา ข้าวเป็นกรรม ทีนี้นะครับ นักเรียนเห็นไหม ประโยคให้นักเรียนมา ก็คือมานีหัวเราะ ประกอบไปด้วย มานีเป็นประธาน หัวเราะเป็นกริยา มานีนี่ ก็คือชื่อคนนะครับ ชื่อคน ครูเคยบอกแล้วจะเป็นคำนาม คำนาม ก็คือหมายถึง คน สัตว์ สิ่งของ กริยา ก็คือ เดี๋ยวนะครับ สมมุติว่าคุณครูสอนไปแล้ว แล้วคุณครูจะไปหานักเรียน เหรียญ 5 สตางค์นะให้เดินออกมาว่านิยามแต่งประโยคประโยคของนักเรียนหูหนวกสำคัญมาก ๆ เลยนะ สำคัญมาก ๆ ถ้าสมมติว่านักเรียนไปอยู่ในสังคมคนหูดี แล้วนักเรียนคิดว่าคนหูดีจะเข้าใจภาษาของเราไหม ไม่เข้าใจนะ เข้าใจเลย เขาไม่ได้ติดเราก็เช่นกันภาษา... ทีนี้เราถามกับคนหูดีอย่างไร แล้วการเขียนถูกต้องด้วยนะครับ เขียนแล้วผิดพลาด แล้วพออ่านแล้วมีคนอ่านไม่เข้าใจ คนอ่านไปเข้าใจ มันจะผิดความหมายไปเลยนะ นักเรียนใช้คำว่าข้าว ฉัน นักเรียนเขียนสลับกัน หมายถึงว่าเขาคนนั้นกินข้าวของเรานะ เขาก็จะว่าเรา ทั้งที่เราก็บอกเห็นไหมแค่นี้ มันก็ความหมายผิดเพี้ยนไปแล้ว นี่คือสิ่งที่สำคัญว่าทำไมเรียนการเขียนความหมายที่ถูกต้อง อันนี้คือความสำคัญของมัน ทีนี้ ประโยคที่ครูให้มา ก็คือมาลีหัวเราะ มีคำกริยา ก็จะมีตามหลังมันไม่มีกรรม และภาคแสดง ต่อมา สุนัข ต่อมา สุนัขเห่านะครับ สุนัขเป็นก็คือคำนาม ก็คือเห่า เห่านี่เป็นคำกริยา สั้น ๆ ทีนี้มาดูประโยคที่ประกอบไปด้วยประธาน กริยา กรรม ข้าวหอม ข้าวหอมคือชื่อคนนะครับ ข้าวหอม กิน สับปะรดนี่คือกรรม หลายคนอาจจะฟังไม่ทัน ประธานหมายถึงคน สัตว์ สิ่งของ ที่เรากล่าวถึง ข้าวหอมนี่คือชื่อคน เป็นประธาน ส่วนกริยา หมายถึง แสดงอาการ ของคำนาม ทำอะไร ข้าวหอมกิน ส่วนประธาน ก็คือที่บ่งบอกว่าหมายถึงว่าประธานทำอะไร มีผลต่อกันตรงนี้ ก็คือสับปะรด สับปะรด ข้าวหอมก็เลยเป็นกรรม เข้าใจไหมครับ นักเรียนเข้าใจ พอที่จะเข้าใจนิดหนึ่งไหม พอที่เข้าใจประกอบด้วย ประธาน กริยา แล้วก็กรรม พอเข้าใจไหม มันยากครับ แต่มันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ มันเป็นเรื่องที่นักเรียนจะต้องใช้ในชีวิตประจำวันของนักเรียนเลย เป็นสิ่งที่ไม่อยากเรียนหรอก ภาษาไทยเป็นสิ่งที่วุ่นวาย ทำให้ปวดหัว อะไรก็ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้ สำคัญมาก ๆ นักเรียนมันจะสามารถยอดไม่เข้าใจตรงไหน ถามคุณครู ถามพี่ล่าม แล้วค่อย ๆ ทำให้เข้าใจ อธิบายละเอียดทีนี้นะครับ นักเรียนเห็นภาพไหม เห็นภาพไหมว่าอันนี้คืออะไร ยีราฟใช่ไหม ยีราฟใช่ไหม อันนี้เป็นแพนด้า หมีแพนด้า นักเรียนดูหมีแพนด้าทำอะไรอยู่ บอกคุณครูได้ไหม หมีแพนด้ากำลังเกาะยีราฟอยู่ใช่ไหมกำลังเกาะอยู่ใช่ไหม ทีนี้ นักเรียนช่วย นักเรียนช่วยกัน บอกว่าหมีแพนด้ากับยีราฟทำอะไร บอกคุณครูนี่ ว่าจะกำลังทำอะไรอยู่หมีแพนด้า ทีนี้ แต่งประโยคง่าย ๆ เลย หมีแพนด้าเกาะยีราฟ แค่นี้ เกาะหลังกินแล้วครับ ประโยค แพนด้ากอดยีราฟ แพนด้า คือประธานงาน กริยาเป็นกอด ส่วนยีราฟเป็นกรรม โอเคนะ ทีนี้เรียนเห็นภาพไหมครับ ประโยค ก็คือภานุเตะฟุตบอล ภานะคือชื่อนะ ชื่อของเด็กคนนี้นะครับ ฟุตบอลเห็นไหม คือประโยคภานุเป็นประธาน ฟุตบอลเป็นกรรม ทีนี้ถ้าไม่มีประโยคตรงนี้ นักเรียนสามารถแต่งเพิ่มเติมอีก ได้อีกไหม ถ้าเรามอง... ได้ไหม ได้ไหม ได้ ภาณุก็คือประธาน ประโยคต่อไป นักเรียนเห็นไหมว่าเขาทำอะไรอยู่ แปรงฟัน ทีนี้ตั้งชื่อให้เขาหรือว่าน้องแต่งประโยคให้เป็นน้อง น้องนี่คือคนนี้นะครับ น้องทำอะไร น้องแปลงฟัน หมายถึงน้อง เป็นประธาน ส่วนแปรงฟันเป็นกริยา ฟันคือกรรม โอเค อีกภาพหนึ่ง 2 คนนี้ครูตั้งชื่อให้เป็น มานีกับมานะ มานีและมานะอ่านหนังสือ มานีมานะ หมายถึงทำอะไรล่ะ ทำอะไร อ่านอยู่ อ่านก็อ่านอยู่ อะไรล่ะ หนังสือเป็นกรรม ทีนี้ ทีนี้คุณครูจะให้นักเรียนออกมาเขียนหน้ากระดาน ออกมาเขียนทีละคนเลย ครูจแบ่ง จะแบ่งกลุ่มนับ 1 นับ 2 แป๊บนึง2นับ 1 1 2 แป๊บหนึ่งนะแป๊บหนึ่ง โอเค คนที่นับ 1 คนที่นับ 1 นะครับ คนที่นับ 1 มาอยู่ฝั่งนี้ มาอยู่ฝั่งนี้ คนที่นับ 1 คนที่นับ 1 มาอยู่ฝั่งนี้ โอเค ส่วนคนที่นับ 2 มาอยู่ฝั่งนี้นะครับ โอเค ทีนี้ ทีนี้คุณครูจะให้นักเรียนช่วยกันในกลุ่มของตัวเอง ให้นักเรียนปรึกษากันว่า ภาเห็นสามารถเขียนเป็นประโยคให้ออกออกมาเขียนให้ดูสามารถแปลได้ว่าอะไรบ้าง โอเคนะครับ ปรึกษากัน ภาพนี่ สามารถแต่งประโยคอะไรได้บ้าง คุยกันนะ นักเรียนคุยกันนะครับ โอเคนะครับ นักเรียนดู ดูก่อน ทีนี้ครูเดินไปดูนักเรียนแต่งประโยคได้แล้ว ตัวแทนของผมให้แล้วมันเขียนว่าถูกต้องตามโครงสร้างประโยคไหม โอเคครับ เชิญกลุ่มที่นับ 1 ส่วนกลุ่มที่ 2 กลุ่มที่ออกมาเขียนนะครับ dโอเค ทีนี้นักเรียนดูพี่ล่าม นักเรียนดูพี่ล่าม บอกนักเรียนเขียนถูกนะครับ กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ 1 บอกว่าลุงทำนาข้าว ทีนี้คุณครูจะบอกว่านักเรียนเขียนถูกหรือผิด คำว่า "ลุง" โอเค นักเรียนแทนคนที่มาเป็นรลุง คำนาม ประธาน ถูกต้องครับ ทำอะไร ทำนาข้าว ทำนาข้าว กลุ่มที่ 1 ถือว่าถูกครับ ปรบมือให้ตัวเอง โอเคกลุ่มที่ 2เขียนบอกว่าพ่อไปเกี่ยวข้าว ประธานคือ คือใคร พ่อ เก่งมาก ทำอะไร ไปเกี่ยวข้าว โอเค พ่อเป็นประธาน ไปเป็นกริยา เกี่ยวข้าว ไปเกี่ยวก็คือกริยา ข้าวเป็นกรรม ส่วนประกอบครบ ทั้ง 2 กลุ่มครับ ให้ทุกคนด้วยทีย์นี้นัดต่อไปถ้าต่อไป ทีนี้มาคุยกันเลยครับ คุยกันก่อนนะ ถ้าเสร็จแล้ว เชิญครับ ตัวแทนออกมาเขียนได้เลย ตัวแทนออกมาเขียนได้เลย นักเรียนจำไว้นะครับ ว่าประโยคจะประกอบไปด้วย ประกอบไปด้วยภาคประธาน แล้วก็ภาคแสดง ก็คือภาพตรงนี้ คือ ข้าวโพด ข้าวโพดนะ นักเรียนเห็นข้าวโพด จะต้องดูประธานแล้วก็มีกริยาแล้วก็มีกรรมบวกไปด้วย นักเรียนพอจะเข้าใจใช่ไหม คุยกันก่อน แล้วออกมาเขียนประโยคนะครับ โอเคนะครับ กลุ่มที่ 1 นะคะ เมื่อเห็นภาพข้าวโพดแล้วนะครับ เขียนประโยคได้ว่าน้องต้มข้าวโพด น้องต้มข้าวโพด ข้าวโพด ก็คือประธาน ประธานก็คือน้องนะ ต้ม ก็คือเป็นคำกริยา ส่วนข้าวโพด โอเคเก่งมากครับ กลุ่มที่ 2 แต่งประโยคว่าน้องกินข้าวโพด ก็คือกินก็คือกริยา ข้าวโพดกรรม ปรบมือ มาดูภาพถัดไป ทีนี้ ใครกำลังอยู่ที่ไหนนะ โอเค เรามาดูประโยคกันนะครับ นักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ กลุ่มที่ 1 นะครับ บอกว่าน้องไปเล่นที่จักรยาน น้องไปเล่นที่จักรยาน ประธาน ประธานก็คือน้อง ไปเล่นคือกริยา เป็นYaris โอเคห้องพักเพื่อนไปเล่นจักรยาน เพื่อนไปเล่นจักรยาน ทำไม 2 กลุ่มนี้แต่งประโยคคล้าย ๆ กันเลย แต่นักเรียนรู้ไหมว่ามันต่างกัน ประโยคถ้าเรามองดูดี ๆ ถ้าคำว่าน้องแล้วก็คำว่าเพื่อน เหมือนกันใช่ไหม ทั้ง 2 กลุ่มเขาใช้กันความหมายไม่เหมือนกันนะ กลุ่ม 2 บอกว่าเพื่อนไปเล่นจัเพื่อนไปเล่นจักรยาน ก็คือไปเล่นจักรยานโดยตรงเลย แต่กลุ่ม 1 บอกว่าน้องไปเล่นที่จักรยาน เป้าหมายของจักรยานไม่ได้อย่างเดียวหมายถึงนะครับ คำเดียวที่มาเติมเห็นไหมความหมายเปลี่ยนไปหมดเลย ครูว่ากลุ่มแต่ละกลุ่มแต่งประโยคได้ดีคุณครูชื่นชม ภาพต่อไป เด็กคนนี้กำลังทำอะไรอยู่นะ ทีนี้จะต้องมีการอธิบายอย่างลึกซึ้งแล้ว เพราะว่าทั้งสองกลุ่มนะครับ เขียนออกมาใช้คำที่สลับกัน ใช้คำที่สลับกัน กลุ่มที่ 1 เขียนว่า บอกว่าผู้ชายไปฝึกที่ว่ายน้ำ ซึ่งการเขียน เป็นการเขียนที่ไม่ถูกต้อง นักเรียนต้องเขียนว่าชายไปฝึก อันนี้คือคำ...ชายไปฝึกว่ายน้ำนะครับ ชายเป็นชื่อคนนะคะ ชายเป็นประธานนะครับ ว่ายน้ำเป็นอะไรครับ ถือว่าเป็นการเขียนสื่อสารที่อย่างน้อยถึงแม้ว่าครับ แต่ความหมาย โอเค ถือว่าเขียนได้ครับ แค่นั้นเอ งให้อยู่นะกลุ่มที่ 2 น้องไปว่ายน้ำ ถือว่าใช้ภาษาได้ดีนะครับ โอเค มีนักเรียนไหนที่จะไปเข้าห้องน้ำอีกไหม มีไหมครับ ไปห้องน้ำไหม โอเค โอเค เดี๋ยวพักสัก 5 นาทีนะ โอเคครับผม โอเคนะครับ พร้อมยัง พร้อมแล้วใช่ไหม ทีนี้เมื่อกี้เป็นการทบทวนไป เมื่อกี้เป็นการทบทวน ทีนี้เราจะมาวิเคราะห์ประโยคกัน ก่อนอื่นเลยนะครับ จะมาดูว่ามันจะเป็นประโยคชนิดไห น ประโยคอันแรกนะครับ จะเป็นบอกเล่า ประโยคที่ 2 เป็นประโยค คำถาม ประโยคร้อง ประโยคที่ 5 จะเป็นประโยคคำสั่ง ทีนี้ ความหมายของแต่งประโยค ประโยคบอกเล่านะครับ ประโยคบอกเล่า ก็คือประโยคที่มีใจความบอกให้รู้ว่าทำอะไรอย่างไรเฉย ๆ แค่บอกเฉย ๆ ว่าฉันกินข้าว ฉันไปโรงเรียน แค่บอกเฉย ๆ มาดูตัวอย่าง ตัวอย่างประโยค ลูกแกะกลัวหมาป่า แค่เขาบอก ไม่ได้บอกว่าทำอะไร ที่ไหน แค่บอกว่าลูกแกะกลัวหมาป่าเฉย ๆ อันนี้ลูกแกะเถียงหมาป่า ต่อมา หมาป่าตะครุบลูกแกะ คือ บอกเฉย ๆ ไม่ได้ให้ทำอะไร นี่คือประโยคบอกเล่า ประโยคบอกเล่าธรรมดาเฉย ๆ นะครับ ต่อไป ประโยคคำถาม ประโยคคำถาม ประโยคที่มีใจความ ซักถาม ถามเพื่อต้องการคำตอบ จะมีคำว่า ใช่หรือไม่ นักเรียนจำคำพูดไว้นะ นักเรียนเห็นคำพวกนี้เมื่อไหร่ เป็นประโยคคำถาม ใช่หรือไม่ ใคร ทำอะไร ที่ไหน ทำไม อย่างไร จะอยู่ในที่เป็นประโยคคำถาม ตัวอย่างเช่นนะ ตัวอย่างเช่น บ้านของมดดำทำจากใบไม้ใช่หรือไม่ นักเรียนเห็นไหมนี่ ถ้ามีคำนี้เมื่อไหร่ เป็นประโยคถามทันทีเลย ประโยคที่ 2 ใครสร้างโรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ส่วนตรงนี้ใคร สร้างโรงเรียน นี่คือถาม อันที่ 3 นักเรียนสามารถปฏิบัติตนเป็นคนดีได้อย่างไร นักเรียนจำคำที่ครูบอกได้ไหม ว่ามีคำว่าใช่หรือไม่ใครอย่างไร พวกนี้มันจะเป็นประโยคคำถาม ทีนี้ประโยคคำถามครูถามอีกนะ บ้านของฉันอยู่ที่ไหน เห็นไหมมีคำว่าที่ไหนแล้ว ประโยคคำถาม ต่อมาทำไมคนและสัตว์ต้องมีบ้าน เห็นไหมครับ คำว่าทำไม จะเป็นประโยคคำถาม ต่อมานะครับ ความเพียรพยายาม ช่วยให้ความสำเร็จอย่างไร เห็นไหม มีคำพวกนี้ นี่คือประโยคคำถามทั้งหมดเลย ที่นี้ มันจะมีใบงานงานให้นักเรียนทำนะ มีใบงานให้นักเรียนทำ ว่าคุณครูจะให้นักเรียนบอกของประโยคว่าประโยคที่ยกตัวอย่าง ว่าประโยคจะเป็นประโยคบอกเล่า ประโยคคำถามอย่างนี้ ให้นักเรียนเขียนว่าเป็นประโยคอะไร เดี๋ยวจะมีใบงานให้ไปถ้าตอบแต่ครั้งนี้ ครูจะให้นักเรียนเรียนก่อน ให้เรียนเก่ง ต่อไปเป็นประโยคคำสั่งไหมครับ ประโยคคำสั้ง ประโยคคำสั่ง ก็คือประโยคที่มีเนื้อหาหรือสิ่งที่ทำ จะชอบมีคำว่า จง อย่า ห้าม ต้อง อยู่ในประโยคด้วย จะมีพวกนี้อยู่ในประโยคด้วย นักเรียนเคยเห็นใบงานที่คุณครูให้นักเรียนทำไหมครับ มันจะมีคำชี้แจงใช่ไหมครับ บนใบงาน ให้นักทำ ให้นะทำอะไรก็ว่าไป เห็นป้ายหน้าห้องไหม เห็นป้ายหน้าห้องไหม ไม่มี ไม่มีใครสังเกตุเลยเหรอ คุณครูจะยกตัวอย่างอันไหนดี มาดูตัวอย่างกัน มาดูตัวอย่างประโยคคำสั่งกัน อย่าวิ่งห้องเรียน นี่ เห็นไหม ต้องมีคำว่าอย่า ประโยคที่ 2 จงแปรงฟันก่อนนอน คำว่า จง บอกว่าให้แปรงฟันก่อนนอน ต่อมานะ ห้ามส่งเสียงดัง ห้ามในห้องสมุด เป็นคำศัพท์อย่างรุนแรง ถ้าใครส่งเสียงในห้อง จะโดยทำโทษ ผิดกฎของห้องสมุดเข้า ถ้าคนอื่นเขาอ่านหนังสืออยู่ ก็คือเป็นคำศัพท์ก็มา ต้องช่วยกันต้องช่วยกันรักษาความสะอาดห้องสุขา คำสั่งว่าทุกคนน่ะ ต้องช่วยกันทำความสะอาดห้องสุขา ห้องส้วมตลอดเวลาต้องช่วยกันนะ นี่คือคำสั่งนะครับ ทีนี้มาดูประโยคขอร้อง ประโยคขอร้องนะครับ ประโยคขอร้อง ก็คือประโยคที่มีเนื้อความขอความช่วยเหลือเชิญชวนให้สิ่งใดสิ่งหนึ่ ง จะมีคำว่ากรุณา โปรด ช่วย วาน อยู่หน้าประโยคเหรอ ป้ายหน้าห้อง เห็นป้ายหน้าห้องใช่ไหม ที่บอกว่ากรุณาถอดรองเท้าก่อนเข้าห้องเรียน มีไหม มีไหมเคยเห็นไหม นี่คือประโยคขอร้อง จะมีคำว่า "กรุณา" แล้วมีคำว่า "โปรด" เคยเห็นไหม ครูจะยกตัวอย่าง ประโยคที่ 1 กรุณาใช้น้ำอย่างประหยัด เป็นประโยคขอร้องใช่ไหมครับว่า กรุณาใช้น้ำย่างประหยัดหน่อยอย่างนี้ใช่ไหมครับ ประโยคที่ 2 โปรดรักษาความสะอาด ก็คือขอร้อง หน่อย ขอร้อง 3 โปรดทิ้งลงในหินก็คือโปรดเถอะ ทิ้งขยะน่ะ ให้ลงถังขยะนะ ห้ามทิ้งเกลื่อนกล่านนะ นี่คือประโยคขอร้อง แล้วก็ต่อมานะครับ ช่วยปิดครั้งห้องก่อนออกจากห้อง เห็นป้ายทุกห้องเลย ว่าให้ปิดไฟ ปิดพัดลม ตรวจสอบไฟทุกครั้งก่อนออกจากห้อง คือ ช่วยกัน ขอร้องล่ะ ให้ช่วยกัน ทุกคนให้ช่วยก่อนออกจากห้องนี่ ปิดไฟ ปิดพัดลม ปิดหน้าต่าง ช่วยตรวจสอบดู เช็กดูให้มีความสะอาดเรียบร้อยห้องเรียนนะครับ ก็คือการขอร้อง ทีนี้ เป็นประโยคปฏิเสธนะครับ เป็นประโยคปฏิเสธ ก็คือมีใจความไม่ยอมรับ ไม่ยอมรับ จะชอบมีคำว่า "ไม่" มิได้ ไม่ได้ ใช่ ไม่ใช่ อยู่ในประโยคอยู่เสมอ ถ้านักเรียน... จะเป็นประโยคปฏิเสธเสมอนะครับ ตัวอย่างเช่น ฉันไม่รู้จักพ่อของฉัน ก็คือตัวฉันเองนี่ ไม่รู้จักกันเลย นี่คือปฏิเสธนะครับ ก็คือไม่รู้จัก คือ การปฏิเสธ ไม่รู้จักนะครับ คือ การปฏิเสธ ต่อมา ข้าพระเจ้ามิได้ทำน้ำในลำธานขุ่นนะ คือฉันไม่ได้ทำนะ มันมีได้นั่นแหละ ถามที่สุภาพที่มานิดนึงคำพวกนี้พิเศษต่อมานะ ผมไม่ชอบอากาศร้อน ไม่อากาศร้อน ก็คือปฏิเสธไปเลยว่าไม่ชอบ ต่อมานะครับ ฉันไม่ใช่คนนิสัยพาลอย่างหมาป่า ก็คือไม่ใช่ ก็คือเป็นประโยคปฏิเสธไปแล้ว โอเคนะครับ เข้าใจไหม พอจะเข้าใจประโยค เดี๋ยวครั้งต่อไปนะ ต่อไปคุณครูก็จะให้งาน ครูจะให้นักดู คุณครูจะให้เป็นลักษณะ คำเป็นประโยคแบบนี้ ให้นักเรียนตอบว่าเป็นประโยคแบบไหน มันคือทั้งหมดสอนนักเรียนไปแล้ว ก็มีประโยคคำถาม ประโยคปฏิเสธ ประโยคขอร้อง ประโยคคำสั่ง ให้นักเรียนสังเกต ให้นักเรียนตอบคำถามที่คุณครูให้มาน่ะ เป็นประโยคชนิดไห น ครูจะมี5ประโยคมาให้ เข้าใจไหม เข้าใจแล้ว ย่างไรงทบทวนการเงินก่อนนะครับ พอจะเข้าใจไหม คุณครูสอนไป วันนี้ครูพูดยาว ๆ เลย 1 ชั่วโมง เกี่ยวกับเรื่องประโยค พอจะเข้าใจไหม เพิ่มเติม เพิ่มเติมเกี่ยวกับเพิ่มเติมอีกไหม อยากเพิ่มเติมไหม อยากจะฝึกแต่งประโยคเพิ่มเติมอีกไหม อยากฝึกอีกไหมครับ ถ้าอยากฝึกเดี๋ยวคุณครูจะหาเนื้อหาที่มันเพิ่มขึ้น มาให้นักเรียนอ่านเขียนเข้าใจที่ถูกต้อง ว่ามันควรที่จะไหนมาเรียงถูกต้อง โอเค ให้นักเรียนเตรียมตัวเรียนคาบต่อไปได้เลยครับ เดี๋ยวอันนี้ถ้ายังไม่เข้าใจหัวข้อไหน ถ้ายัง... ถ้ายังสงสัยอยู่ ถ้าอยากจะเกี่ยวกับเขียนประโยค เขียนแครี่ สมุดบันทึก อยากจะเขียนวิชาต่าง ๆ ตอบคำถามอย่างนี้ เช่น วิชาเขียนในลักษณะบรรยาย ให้นักเรียน ให้นักเรียนส่งงาน การเขียนคำที่มันอาจจะผิดเพี้ยน นักเรียนสามารถถามครูได้เลย เดี๋ยวคุณครูจะให้ตัวแทนเพื่อนออกมาเล่าสรุป ว่าวันนี้สอนเรื่องอะไรบ้างนะครับ ให้นักเรียนเล่านะครับ ว่าวันนี้คุณครูสอนเรื่องอะไรบ้าง แล้วนักเรียนได้ความรู้นำไปใช้อย่างไร ได้ดูนะครับ โอเคไหม เล่าให้เพื่อน ๆ ฟังเลย หันหน้าไปหาเพื่อน ๆ เลย ไม่เป็นไร หันหน้าไปหาเพื่อน ๆ ใครอยากจะเล่าอะไรให้เพื่อนฟังอีกไหม มีไหมครับ มีไหมครับ เชิญ เชิญน้องบีมหน้าห้องครับ โอเค ไม่ต้องอายครับ หันไปหาเพื่อนเลย ไม่ต้องอาบ กล้าแสดงออก โอเค เอาใหม่ เพื่อบอกให้เอาใหม่ หน้าหัน หันหน้าขึ้น โอเค แนะนำตัวก่อน แนะนำตัว ทีนี้ดูพี่ล่ามนะดูพี่ล่ามนะ ทำไมถึงให้ออกมาข้างหน้า นี่เป็นการทำโทษของคุณคนี่เป็นการพ่อหนูที่ราบรอหนูไม่ถามเลยแล้วหนูก็ไม่ว่ากูพูดไม่ได้ยินสิ่งที่หนูต้องอยู่บ้าน มันคืออะไร ทีนี้หนูก็เลย ก็เลยไม่รู้ว่าจะพูดอะไร อันนี้คือบทลงโทษไม่ได้ดู แล้วทีนี้ต่อไปการเขียนได้ไหมถ้าหนูไม่ตั้งใจเรียน โอเค หรือว่าถ้าสมมติว่ามีครั้งหน้านะครับ ข้อตกลงว่าถ้าครูสอนอยู่จะให้นักเรียนแมนยูห*นักเรียนนายฟังไปนั่ง โอเคครับ หมดเวลาสำหรับวันนี้แล้ วเอาเค้กมาแล้ว ครับ ขอบคุณครับ [สิ้นสุดการถอดความ]