﻿1
00:00:50,359 --> 00:00:51,429
(อาจารย์จักพงศ์) ครับ สวัสดีครับ สวัสดีพี่ล่ามนะครับ  สวัสดีนักเรียนชั้น ม 5/5

2
00:00:51,429 --> 00:00:55,429
2 นะครับ

3
00:01:04,209 --> 00:01:08,209
อันดับแรกนะครับ

4
00:01:08,818 --> 00:01:12,818
เดี๋ยวให้นักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ เดี๋ยวพี่ล่ามจะอธิบายภาษามือให้นักเรียนฟังนะ

5
00:01:14,020 --> 00:01:16,884
โอเคนะครับ เมื่อ

6
00:01:16,884 --> 00:01:18,771
สัปดาห์ที่ผ่านมา คาบที่ผ่านมานะครับ

7
00:01:18,771 --> 00:01:21,974
เราก็ได้เรียน

8
00:01:21,974 --> 00:01:25,820
ในเรื่องของการเขียนประโยค

9
00:01:25,820 --> 00:01:28,819
การเขียนประโยคแบบง่าย ๆ แล้วนะครับ

10
00:01:28,819 --> 00:01:31,903
ทีนี้เราจะมา

11
00:01:31,903 --> 00:01:34,686
ทบทวนกันดูนะครับ ว่า

12
00:01:34,686 --> 00:01:38,686
ประโยคที่คุณครูสอนไปนะครับ

13
00:01:39,341 --> 00:01:41,070
มันหมายถึงอะไร แล้วก็มันจะประกอบไปด้วย

14
00:01:41,070 --> 00:01:45,070
อะไรบ้าง

15
00:01:57,586 --> 00:01:58,700
นะครับ ประโยคนะครับ ก็คือ

16
00:01:58,700 --> 00:02:02,700

17
00:02:03,935 --> 00:02:05,278
คำ 2 คำขึ้นไป ที่นำมาเรียงต่อกันนะครับ แสดงให้รู้นะครับ ว่า

18
00:02:05,278 --> 00:02:07,383
ใคร

19
00:02:07,383 --> 00:02:08,984
ทำอะไร

20
00:02:08,984 --> 00:02:10,581
ที่ไหน

21
00:02:10,581 --> 00:02:14,581
อย่างไร

22
00:02:18,364 --> 00:02:22,325
นักเรียน นักเรียนเคยเคยเห็นคุณครูอธิบายตรงนี้ไปแล้ว นักเรียนเข้าใจไหมครับ ว่า

23
00:02:22,325 --> 00:02:26,325
โครงสร้างของประโยคนี่ มันจะประกอบไปด้วย

24
00:02:27,336 --> 00:02:31,336
จากที่คุณครูเคยบอกนักเรียนใช่ไหมครับ ว่า

25
00:02:31,684 --> 00:02:33,214
ประโยคนี่ จะประกอบไปด้วย

26
00:02:33,214 --> 00:02:35,805
ภาคประธาน

27
00:02:35,805 --> 00:02:38,083
และภาคแสดงจำได้ไหมครับ

28
00:02:38,083 --> 00:02:42,083
จำได้ไหม

29
00:02:42,272 --> 00:02:44,052
ภาคประธานและภาคแสดง และทีนี้

30
00:02:44,052 --> 00:02:45,632
ภาคประธาน

31
00:02:45,632 --> 00:02:49,632
จะหมายถึง

32
00:02:49,880 --> 00:02:51,866
คน สัตว์ สิ่งของ ก็คือเป็นคำนาม

33
00:02:51,866 --> 00:02:54,687
ส่วนภาคแสดง

34
00:02:54,687 --> 00:02:58,296
ประกอบไปด้วยคำกริยาและเป็นกรรม

35
00:02:58,296 --> 00:02:58,972
ส่วนภาคแสดงจะมีแค่คำกริยาอย่างเดียวได้ไหม

36
00:02:58,972 --> 00:03:01,959
ได้

37
00:03:01,959 --> 00:03:02,747
จะมีแค่กรรมอย่างเดียว ไม่มีกริยาได้ไหม

38
00:03:02,747 --> 00:03:06,747
ไม่ได้

39
00:03:08,891 --> 00:03:10,950
เรามาทบทวนกันก่อน

40
00:03:10,950 --> 00:03:14,950
ที่หมายถึงว่าประโยค

41
00:03:16,853 --> 00:03:20,853
หมายถึงคำตั้งแต่ 2 คำขึ้นไปที่นำมาเรียงต่อกัน แล้วจะกลายเป็นประโยค

42
00:03:22,141 --> 00:03:22,936
ถ้ามีคำว่าใคร ทำอะไร

43
00:03:22,936 --> 00:03:24,473
แค่นี้

44
00:03:24,473 --> 00:03:27,657
คือประโยคแล้ว

45
00:03:27,657 --> 00:03:29,974
เช่น คุณครูจะยกตัวอย่าง คำว่า

46
00:03:29,974 --> 00:03:33,974
"ฉันกินข้าว

47
00:03:39,604 --> 00:03:40,879
" ในภาษามือ จะเป็นลักษณะ

48
00:03:40,879 --> 00:03:44,879
ที่ใช้

49
00:03:47,830 --> 00:03:50,101
ฉันข้าวแล้วก็กินใช่ไหมครับ จริง ๆ แล้วภาษา

50
00:03:50,101 --> 00:03:54,101
เขียนที่ถูกต้องน่ะ คือ

51
00:03:54,539 --> 00:03:57,485
ฉันมาก่อน แล้วก็ตามมาด้วยคำว่า "กิน

52
00:03:57,485 --> 00:04:01,485
" แล้วก็ตามมาด้วยคำว่า "ข้าว

53
00:04:03,369 --> 00:04:05,025
" อันนี้คือวิธีเขียนที่ถูกต้อง จะประกอบไปด้วย

54
00:04:05,025 --> 00:04:06,366
ใคร ก็คือฉัน

55
00:04:06,366 --> 00:04:10,366
ทำอะไร

56
00:04:11,506 --> 00:04:14,115
กิน ทำอะไรล่ะกินอะไรล่ะ กินข้าว

57
00:04:14,115 --> 00:04:15,795
ก็คือ

58
00:04:15,795 --> 00:04:18,293
จะประกอบไปด้วย

59
00:04:18,293 --> 00:04:21,246
ภาคประธาน

60
00:04:21,246 --> 00:04:25,246
ภาคประธาน

61
00:04:25,277 --> 00:04:29,178
ก็คือฉัน

62
00:04:29,178 --> 00:04:32,510
ภาคแสดง

63
00:04:32,510 --> 00:04:34,200
ก็คือ

64
00:04:34,200 --> 00:04:35,972
ก

65
00:04:35,972 --> 00:04:38,311
ินข้าว

66
00:04:38,311 --> 00:04:39,991
ภาคแสดงตรงนี้

67
00:04:39,991 --> 00:04:42,967
จะมีอยู่

68
00:04:42,967 --> 00:04:46,029
2 อย่าง ก็คือคำกริยาและกรรม

69
00:04:46,029 --> 00:04:48,553
จะเป็นคำกริยา

70
00:04:48,553 --> 00:04:50,203
ส่วนข้าวก็จะเป็นกรรม

71
00:04:50,203 --> 00:04:52,368
เพราะว่าข้าว

72
00:04:52,368 --> 00:04:56,368
ฉันกินเข้าไป

73
00:04:59,848 --> 00:05:01,101
นี่เป็นโครงสร้างประโยคแบบง่าย ๆ ที่คุณครูเคยให้นักเรียนเขียน

74
00:05:01,101 --> 00:05:03,647
ตามภาพที่

75
00:05:03,647 --> 00:05:07,647
นักเรียนเคย

76
00:05:09,119 --> 00:05:10,765
เรียนไปแล้ว ก็คือคุณครูจะให้รูปภาพรูปภาพหนึ่งใช่ไหมครับ แล้วให้นักเรียนเขียนประโยค

77
00:05:10,765 --> 00:05:14,765
ง่าย ๆ นะ นักเรียนจำได้ไหม

78
00:05:17,813 --> 00:05:21,813

79
00:05:22,956 --> 00:05:26,865
ทีนี้มีใครสงสัยไหมครับ ว่า

80
00:05:26,865 --> 00:05:29,871
คุณครูให้คำว่าใคร ทำอะไร ที่ไหนอย่างไรมานี่ย

81
00:05:29,871 --> 00:05:33,871
มีคนไหนสงสัยไหมครับ ว่ามันคืออะไร

82
00:05:34,690 --> 00:05:38,690
ถ้านักเรียนสงสัย นักเรียนถามคุณครูเลย

83
00:05:41,333 --> 00:05:41,788
เพราะว่าต่อไปคุณครูจะไม่ให้นักเรียนนั่งดูนั่งฟังอยู่ตรงนี้นะ คุณครูจะให้มันออกมาเขียน

84
00:05:41,788 --> 00:05:45,634
หน้านะครับ

85
00:05:45,634 --> 00:05:49,634
คุณครูจะให้นักเรียนออกมาเขียนข้างหน้า

86
00:05:50,695 --> 00:05:54,695
ถ้านักเรียนไม่เข้าใจให้นักเรียนถาม

87
00:05:55,195 --> 00:05:56,643
นักเรียนอย่าตอบเข้าใจค่ะ เข้าใจครับ โดยที่นักเรียน

88
00:05:56,643 --> 00:06:00,643
ไม่รู้เรื่องเลย

89
00:06:03,070 --> 00:06:07,070
เข้าใจไหม

90
00:06:11,746 --> 00:06:14,080
เข้าใจ ถ้านักเรียนตอบเข้าใจ แล้วถ้าคุณครูบอกให้นักเรียนอธิบาย ให้เพื่อนฟังหน้าห้อง นักเรียน

91
00:06:14,080 --> 00:06:18,080
จะพูดได้ไหม จะเล่าได้ไหม

92
00:06:18,569 --> 00:06:20,830
ได้ไหมครับ

93
00:06:20,830 --> 00:06:24,830
นักเรียนเริ่มกดดัน

94
00:06:25,987 --> 00:06:29,987
นักเรียนเริ่มกดดันแล้ว

95
00:06:31,316 --> 00:06:35,316
เราจะเรียนแบบสบาย ๆ

96
00:06:36,069 --> 00:06:39,900
คือ เราตกลงกันก่อนว่าจะเรียนแบบสบาย ๆ เราจะไม่เครียด

97
00:06:39,900 --> 00:06:43,692
ถ้านักเรียนไม่เข้าใจให้นักเรียนถามคุณครู

98
00:06:43,692 --> 00:06:47,692
คุณครูใจดีมากเลยนะ ไม่เคยด่านักเรียนเลยนะ

99
00:06:49,904 --> 00:06:52,462
ครูใจดีมาก ๆ เลย

100
00:06:52,462 --> 00:06:56,462
ถ้าไม่เข้าใจให้ถาม

101
00:07:07,213 --> 00:07:11,213
พี่ล่าม พี่ล่าม สามารถพูดเป็นเสียงออกมาได้ไหมครับ

102
00:07:42,434 --> 00:07:46,434
อ๋อ เอาใหม่ครับ เอาใหม่อีกทีห

103
00:07:50,825 --> 00:07:54,825
นึ่ง ความหมายของประโยคนะครับ

104
00:08:17,281 --> 00:08:20,702
คุณครูจะให้... คุณครูจะให้นักเรียนคุยกันเองปรึกษากันเองว่านักเรียนจะเข้าใจอ

105
00:08:20,702 --> 00:08:21,879
ย่างไร ลอกให้อุ๊บอิ๊บนะครับ

106
00:08:21,879 --> 00:08:25,879
ถามอาย

107
00:08:26,489 --> 00:08:30,489
ว่าในสิ่งที่พี่อุ๊บอิ๊บน่ะสงสัยน่ะ ใช่ไหม

108
00:08:38,889 --> 00:08:41,181
ทีนี้น้องอายบอกคุณครูว่า

109
00:08:41,181 --> 00:08:44,249
อุ๊บอิ๊บหมายถึงอะไร

110
00:08:44,249 --> 00:08:48,249
กำลังจะพูดอะไรจะสื่อสารอะไร

111
00:08:52,434 --> 00:08:54,366
ประโยค

112
00:08:54,366 --> 00:08:58,366
คือคำ

113
00:08:59,809 --> 00:09:00,645
ใช่

114
00:09:00,645 --> 00:09:03,207
ใช่ครับ

115
00:09:03,207 --> 00:09:04,959
ใช่ก็จะประกอบไปด้วย

116
00:09:04,959 --> 00:09:05,905
ประกอบไปด้วย

117
00:09:05,905 --> 00:09:07,113
ใคร

118
00:09:07,113 --> 00:09:08,966
ทำอะไร

119
00:09:08,966 --> 00:09:12,966
ที่ไหน อย่างไร

120
00:09:15,450 --> 00:09:16,095
แค่นี้ แค่เรามีคำว่าเราให้รู้ว่าประโยคนี่ จะประกอบไปด้วยใคร ใครก็คือ

121
00:09:16,095 --> 00:09:17,360
ป

122
00:09:17,360 --> 00:09:20,213
ระธาน ทำอะไร

123
00:09:20,213 --> 00:09:22,179
ที่ไหน อย่างไร นี่คือภาคแสดงทั้งหมดเลย

124
00:09:22,179 --> 00:09:25,166
เช่น

125
00:09:25,166 --> 00:09:26,402
อุ๊บอิ๊บมาโรงเรียนอย่างน

126
00:09:26,402 --> 00:09:27,467
ี้ เป็นใคร

127
00:09:27,467 --> 00:09:29,423
อุ๊บอิ๊บ

128
00:09:29,423 --> 00:09:33,423
ทำอะไร ก็คือมาโรงเรียน

129
00:09:36,536 --> 00:09:40,536
ให้รู้ว่าประโยคมันจะประกอบไปด้วยภาคประธาน และภาคแสดง แค่นั้น

130
00:09:44,136 --> 00:09:45,049
ส่วนประโยคจะเป็นลักษณะอย่างไรน่ะ เอาไว้ก่อนเดี๋ยวคุณครูจะสอน แต่ตอนนี้เราทบทวนกันก่อน ว่า

131
00:09:45,049 --> 00:09:49,049
ประโยค

132
00:09:49,426 --> 00:09:53,426
จะประกอบไปด้วยภาคประธาน และภาคแสดง ส่วนภาคแสดงน่ะ

133
00:09:54,279 --> 00:09:57,388
ประกอบไปด้วยกริยา แล้วก็กรรม ส่วนจะมีแค่กริยาอย่างเดียวก็ได้

134
00:09:57,388 --> 00:10:00,727
มีแค่ 3 อย่างเดียวไม่ได้ต้องมีกิริยา แล้วก็กรรม

135
00:10:00,727 --> 00:10:03,248
ถ้าจะต้องมีกรรมต้องมีกิริยาด้วย

136
00:10:03,248 --> 00:10:07,248
แต่ถ้ามีกริยาอย่างเดียวก็ได้

137
00:10:09,964 --> 00:10:11,990
ทีนี้นักเรียนดูนะครับ

138
00:10:11,990 --> 00:10:13,290
คุณครูให้ประโยคมาบอกว่า

139
00:10:13,290 --> 00:10:17,290
นักเรียนกระโดด

140
00:10:21,517 --> 00:10:25,002
นักเรียนกระโดด ทีนี้ครูถามว่าใครล่ะ

141
00:10:25,002 --> 00:10:27,003
ใครก็คือนักเรียน นักเรียนเป็นประธาน

142
00:10:27,003 --> 00:10:28,997
นักเรียนเป็นประธาน

143
00:10:28,997 --> 00:10:31,803
ภาคแสดง

144
00:10:31,803 --> 00:10:35,141
กระโดดเป็นคำอะไรเ ป็นคำกริยา

145
00:10:35,141 --> 00:10:37,207
ก็คือมีแค่

146
00:10:37,207 --> 00:10:38,752
ประธานกับกริยาแค่นั้น

147
00:10:38,752 --> 00:10:40,536
ก็เป็นประโยคได้แล้วนะ

148
00:10:40,536 --> 00:10:43,614
ท

149
00:10:43,614 --> 00:10:45,015
ีนี้เรามาแต่งประโยคเพิ่มเติมเข้าไปอีกว่า

150
00:10:45,015 --> 00:10:46,417
กระโดดอะไรล่ะ

151
00:10:46,417 --> 00:10:48,942
กระโดดเชือก

152
00:10:48,942 --> 00:10:50,312
ประโยคมันก็คือนักเรียน

153
00:10:50,312 --> 00:10:53,023
กระโดดเชือก

154
00:10:53,023 --> 00:10:55,145
ประธาน ก็คือนักเรียน

155
00:10:55,145 --> 00:10:57,828
กริยา ก็คือกระโดด

156
00:10:57,828 --> 00:11:01,828
กรรม ก็คือเชือก

157
00:11:06,533 --> 00:11:08,504
ทีนี้ประโยคต่อมา

158
00:11:08,504 --> 00:11:12,337
คุณแม่เย็บผ้า

159
00:11:12,337 --> 00:11:14,998
ครูถามว่าใคร ใครทำอะไร คุณแม่

160
00:11:14,998 --> 00:11:16,012
คุณแม่ เพราะฉะนั้น คุณแม่ก็คือ

161
00:11:16,012 --> 00:11:19,984
ประธาน

162
00:11:19,984 --> 00:11:21,324
ทำอะไรล่ะ

163
00:11:21,324 --> 00:11:24,016

164
00:11:24,016 --> 00:11:26,645
เย็บ

165
00:11:26,645 --> 00:11:29,478
คำกริยา

166
00:11:29,478 --> 00:11:30,810
เย็บอะไร เย็บผ้าเป็นกรรม

167
00:11:30,810 --> 00:11:33,768
เย็บผ้าแสดงทั้งหมด

168
00:11:33,768 --> 00:11:37,671
ประกอบเป็นประโยค รวมมาเป็นประโยค

169
00:11:37,671 --> 00:11:40,666
ยกตัวอย่างอีก 1 ประโยค

170
00:11:40,666 --> 00:11:44,195
พี่ใส่กางเกง

171
00:11:44,195 --> 00:11:45,048
ใครล

172
00:11:45,048 --> 00:11:47,633
่ะ

173
00:11:47,633 --> 00:11:51,633
พี่ เพราะฉะนั้น เป็นประธาน

174
00:11:52,589 --> 00:11:54,571
ส่วนภาคแสดง ก็คือใส่กางเกง ทีนี้มาดูบ้าง

175
00:11:54,571 --> 00:11:57,226
กริยาคือคำไหน

176
00:11:57,226 --> 00:11:59,752
กริยาก็คือคำที่

177
00:11:59,752 --> 00:12:02,508
แสดงอาการ

178
00:12:02,508 --> 00:12:04,116
แสดงอาการอย่างไร

179
00:12:04,116 --> 00:12:04,837
เช่น หัวเราะ

180
00:12:04,837 --> 00:12:06,356
วิ่ง

181
00:12:06,356 --> 00:12:08,147
เดิน

182
00:12:08,147 --> 00:12:12,147
ร้อง

183
00:12:12,450 --> 00:12:15,673
คือแสดงอาการว่าทำอะไรอยู่น่ะ

184
00:12:15,673 --> 00:12:19,452
ก็คือให้ดูว่านั่นคือเป็นคำกริยา

185
00:12:19,452 --> 00:12:20,787
อย่าเช่นตรงนี้ พี่ทำอะไรอยู่พี่ใส่อะไร

186
00:12:20,787 --> 00:12:24,787
พี่ใส่กางเกง

187
00:12:24,801 --> 00:12:28,801
กางเกงเป็นกรรม เพราะกางเกงโดนพี่ใส่

188
00:12:30,081 --> 00:12:32,689
มันอาจจะเข้าใจยากนะครับ

189
00:12:32,689 --> 00:12:36,689
การเขียนประโยคน่ะ

190
00:12:37,130 --> 00:12:40,922
มันอาจจะเข้าใจยาก

191
00:12:40,922 --> 00:12:41,813
แต่มันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ เลยของคนหูหนวก

192
00:12:41,813 --> 00:12:45,338
ทุกคน

193
00:12:45,338 --> 00:12:49,338
ที่ต้องไปใช้ในชีวิตประจำวันของเรา

194
00:12:49,656 --> 00:12:52,825
ถ้าเขียนผิด สื่อสารผิด ความหมายทุกอย่างก็ผิด

195
00:12:52,825 --> 00:12:56,030
คุณครูถึง

196
00:12:56,030 --> 00:12:59,415
ให้หลักการในการแต่งประโยค ให้ถูกต้อง

197
00:12:59,415 --> 00:13:03,270
กับนักเรียน เพราะนักเรียน

198
00:13:03,270 --> 00:13:07,270
รู้ไหมครับ ว่าถ้าวันหนึ่ง นักเรียน

199
00:13:07,848 --> 00:13:11,848
จะต้องเรียนจบไป และเรียนจบจากที่นี่ และนักเรียนต้องไปทำงาน

200
00:13:12,170 --> 00:13:16,170
ทำงานแน่นอนนะครับ นักเรียนจะต้องไปอยู่ในสังคมของคนหูดีใช่ไหม

201
00:13:18,040 --> 00:13:22,040
แล้วถ้านักเรียนจะสื่อสารกับคนหูดีน่ะ

202
00:13:23,011 --> 00:13:26,773
นักเรียนคิดว่านักเรียนจะสื่อสารกับเขารู้เรื่องไหมครับ

203
00:13:26,773 --> 00:13:30,773
ถ้านักเรียนไม่เขียน

204
00:13:32,758 --> 00:13:36,758
จะพูดภาษามือกับคนหูดี จะเข้าใจไหม

205
00:13:40,933 --> 00:13:42,597
ไม่เข้าใจเลย เพราะคนหูดี เขาไม่รู้เรื่องภาษามือ แล้วตัวนักเรียนเองก็ไม่ได้ยิน

206
00:13:42,597 --> 00:13:46,597
มีคนหูดี ก็พูด

207
00:13:48,377 --> 00:13:50,155
ต่างคนต่างสื่อสารไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้น จะสื่อสารกันให้เข้าใจได้ นักเรียนจะต้อง

208
00:13:50,155 --> 00:13:54,155
เขียน

209
00:13:54,478 --> 00:13:58,478
คำมันถูกต้อง เขียนสื่อสารคำให้มันถูกต้อง

210
00:14:01,065 --> 00:14:05,065
เพราะถ้าเขียนผิดความหมายทุกอย่างก็ผิด

211
00:14:05,250 --> 00:14:07,080
อย่างเช่น คุณครูจะยกตัวอย่าง

212
00:14:07,080 --> 00:14:11,080
ประโยคหนึ่ง

213
00:14:11,868 --> 00:14:15,868
ประโยคที่ว่า

214
00:14:21,412 --> 00:14:25,412
"ฉันกินข้าว"

215
00:14:40,578 --> 00:14:42,761
คุณครูยกประโยคที่ว่า

216
00:14:42,761 --> 00:14:43,927
ฉันกินข้าว

217
00:14:43,927 --> 00:14:45,883
กับ

218
00:14:45,883 --> 00:14:48,533
กินข้าวฉัน

219
00:14:48,533 --> 00:14:52,533
นักเรียนคิดว่า

220
00:14:52,883 --> 00:14:56,883
นักเรียนคิดว่าอันไหนถูกต้อง

221
00:14:57,074 --> 00:15:01,074
ประโยคไหนถูกต้อง หมายถึงตัวฉันน่ะ กินข้าวนี่

222
00:15:03,287 --> 00:15:06,546
อันบนใช่ไหมครับ แต่ถ้านักเรียนบางคนน่ะ นักเรียนเขียนคำว่า

223
00:15:06,546 --> 00:15:08,979
นักเรียน... คนหูหนวกส่วนมากจะใช้

224
00:15:08,979 --> 00:15:11,208
ใช้คำที่มันสลับกันใช่ไหมครับ

225
00:15:11,208 --> 00:15:12,548
จะใช้คำที่มันสลับกัน

226
00:15:12,548 --> 00:15:14,413
จะเขียนว่า

227
00:15:14,413 --> 00:15:18,413
"กินข้าวฉัน" น่ะ

228
00:15:18,966 --> 00:15:22,966
ถ้าวันหนึ่งนักเรียนไปทำงานน่ะ

229
00:15:27,229 --> 00:15:30,125
ถ้าวันหนึ่งนักเรียนไปทำงาน แล้วนักเรียนเขียนสื่อสารผิด

230
00:15:30,125 --> 00:15:33,628
เป็นประโยคที่ 2 ว่ากินข้าวฉันน่ะ

231
00:15:33,628 --> 00:15:36,467
ต้องให้คนหูดีเขาอ่านน่ะ

232
00:15:36,467 --> 00:15:38,163
เขาจะเข้าใจผิดว่านักเรียนน่ะ

233
00:15:38,163 --> 00:15:42,163
เอาข้าวมาให้

234
00:15:43,989 --> 00:15:47,989
มาให้หูดีน่ะ เป็นคนหูดีกินนะ ไม่ใช่ว่านักเรียนจะไปกินข้าวนะ

235
00:15:51,692 --> 00:15:52,655
เห็นไหมครับ แค่คำมันสลับกันความหมายมันก็เปลี่ยนแล้ว นี่คือความสำคัญว่า

236
00:15:52,655 --> 00:15:55,223
ทำไม

237
00:15:55,223 --> 00:15:56,441
เราถึงต้องมาเรียนเรื่องการแต่งประโยค

238
00:15:56,441 --> 00:16:00,441
แบบนี้

239
00:16:00,803 --> 00:16:02,020
เพราะมันเป็นเรื่องที่สำคัญกับนักเรียนทุกคนเป็นอย่างมากเลย

240
00:16:02,020 --> 00:16:03,679
ว่า

241
00:16:03,679 --> 00:16:06,885
นักเรียนจะต้องเขียน

242
00:16:06,885 --> 00:16:09,594
เขียนอย่างไรให้มันถูกต้องตามโครงสร้าง

243
00:16:09,594 --> 00:16:13,594
ของการแต่งประโยคที่ถูกต้อง

244
00:16:15,045 --> 00:16:19,045
นักเรียนเข้าใจความสำคัญนี้แล้วใช่ไหมครับ

245
00:16:31,847 --> 00:16:32,892
นักเรียนครับ นักเรียน นักเรียนดูพี่ล่าม นักเรียนดูพี่ล่ามนะเดี๋ยวคุณครูจะพูด

246
00:16:32,892 --> 00:16:36,808
อันนี้ให้ฟัง

247
00:16:36,808 --> 00:16:40,808
แค่นักเรียนน่ะ

248
00:16:42,772 --> 00:16:46,772
คุณครูอธิบายอยู่แบบนี้ คุณครูไม่ได้ใช้ภาษามืออธิบายกับนักเรียน พี่ล่าม

249
00:16:48,719 --> 00:16:52,474
เป็นคนที่อธิบายภาษามือกับนักเรียน ถ้านักเรียนไม่มองพี่ล่ามอธิบายภาษามือ

250
00:16:52,474 --> 00:16:55,315
นักเรียนเผลอไปแค่ 1 วินาที 2 วินาที

251
00:16:55,315 --> 00:16:56,755
นักเรียนก็จะไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณครูสอนเลยนะครับ

252
00:16:56,755 --> 00:17:00,755
เพราะนักเรียนไม่ได้ยิน

253
00:17:02,471 --> 00:17:04,478
เมื่อกี้น่ะ คุณครูยกตัวอย่างน้องอิ๊บน่ะ

254
00:17:04,478 --> 00:17:05,512
ก้มหยิบสมุด

255
00:17:05,512 --> 00:17:08,656
ใต้โต๊ะ

256
00:17:08,656 --> 00:17:12,656
อุ๊บอิ๊บเงยหน้าขึ้นมา อุ๊บอิ๊บไม่รู้เรื่องนะครับ

257
00:17:13,764 --> 00:17:17,237
คุณครูรู้เลยว่าพี่ฟังไม่รู้เรื่องไม่รู้เรื่องเลยว่าคุณครูพูดอะไร

258
00:17:17,237 --> 00:17:21,237
ใช่ไหม

259
00:17:23,937 --> 00:17:27,937
ใช่ เพราะฉะนั้น ในเมื่อคุณครูกำลังพูดอยู่ตรงนี้ให้นักเรียนดูพี่ล่ามเลย

260
00:17:29,229 --> 00:17:33,229
คุณครูพยายามที่จะอธิบายให้นักเรียนเข้าใจ ในสิ่งที่คุณครูสอน

261
00:17:37,685 --> 00:17:41,685
พี่ล่ามก็พยายามที่จะอธิบายภาษามือ ให้กับนักเรียนให้เข้าใจ

262
00:17:43,512 --> 00:17:47,512
ถ้านักเรียนจ้องอยู่พี่ล่าม อย่างเดียวเลยว่าพี่น่าจะเป็นคนที่ใช้ภาษามือพูดกับนักเรียน

263
00:17:47,869 --> 00:17:49,478
ถ้านักเรียนไม่เข้าใจ นักเรียนยกมือขึ้นทันที คุณครูจะหยุด

264
00:17:49,478 --> 00:17:50,418
พูดและให้นักเรียน

265
00:17:50,418 --> 00:17:54,418
ออกมาถาม

266
00:17:56,895 --> 00:17:58,424
ทำไมคุณครูถึงให้นักเรียนสนใจขนาดนี้

267
00:17:58,424 --> 00:18:02,424
เพราะว่า

268
00:18:02,657 --> 00:18:03,921
มันเป็นสิ่งที่นักเรียนจะต้องไปใช้ในชีวิตประจำวันของนักเรียน

269
00:18:03,921 --> 00:18:07,508
ในอนาคต

270
00:18:07,508 --> 00:18:10,531
จนวันตายเลย

271
00:18:10,531 --> 00:18:14,531
ถ้านักเรียนเขียนผิด

272
00:18:14,557 --> 00:18:18,557
ทุกอย่างก็จะผิดเพี้ยนไปหมด

273
00:18:24,302 --> 00:18:26,349
เอาล่ะครับ ที่นี้คุณครูจะมาพูดถึงประธาน

274
00:18:26,349 --> 00:18:27,823
ประธานคืออะไร

275
00:18:27,823 --> 00:18:30,643
ประธาน

276
00:18:30,643 --> 00:18:34,643
เป็นคำนามครับ

277
00:18:36,447 --> 00:18:37,336
ประธานจะต้องเป็นคำนาม คำนาม ก็คือจะเป็นคน ที่กล่าวถึงคน

278
00:18:37,336 --> 00:18:38,853
สัตว์

279
00:18:38,853 --> 00:18:39,751
สิ่งของ

280
00:18:39,751 --> 00:18:40,946
คน

281
00:18:40,946 --> 00:18:42,368
ก็หมายถึง

282
00:18:42,368 --> 00:18:43,910
พ่อ แม่

283
00:18:43,910 --> 00:18:44,747
พี่ น้อง

284
00:18:44,747 --> 00:18:46,994
ต่าง ๆ

285
00:18:46,994 --> 00:18:49,802
ลุง ป้า น้า อา ต่าง ๆ

286
00:18:49,802 --> 00:18:52,034
ส่วนสัตว์

287
00:18:52,034 --> 00:18:56,032
ก็หมายถึงสัตว์ทุกชนิดเลย

288
00:18:56,032 --> 00:19:00,032
ที่มีชื่อของมัน ไม่ว่าจะเป็นเสือ สิงห์ กระทิง

289
00:19:00,946 --> 00:19:03,126
ทุกอย่าง สุนัข แมว อย่างนี้

290
00:19:03,126 --> 00:19:06,328
คือการกล่าวถึงสัตว์

291
00:19:06,328 --> 00:19:09,975
เราสามารถนำมาเป็นประธานได้

292
00:19:09,975 --> 00:19:12,228
ส่วนสิ่งของ ก็จะเป็น

293
00:19:12,228 --> 00:19:14,344
โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์

294
00:19:14,344 --> 00:19:18,262
ยางลบ ปากกา

295
00:19:18,262 --> 00:19:21,499
ต่าง ๆ นานา ที่เป็นสิ่งของได้

296
00:19:21,499 --> 00:19:25,499
อาจจะเป็น

297
00:19:26,803 --> 00:19:30,803
หน้าต่างอย่างนี้ โต๊ะ เก้าอี้อย่างนี้ได้หมดครับ

298
00:19:34,031 --> 00:19:38,031
ทีนี้มาดูคำกริยา

299
00:19:39,623 --> 00:19:41,961
มาดูคำกริยา คำกริยา ก็คือคำที่แสดงอาการ

300
00:19:41,961 --> 00:19:42,854
คำที่แสดงอาการ

301
00:19:42,854 --> 00:19:45,719
ของ

302
00:19:45,719 --> 00:19:47,704
คำนามหรือประธาน

303
00:19:47,704 --> 00:19:51,704
ที่อยู่ข้างหน้า

304
00:19:54,072 --> 00:19:56,942
ใช่ คำกริยาก็คือการกระทำ

305
00:19:56,942 --> 00:19:58,673
สิ่งที่กระทำออกมา

306
00:19:58,673 --> 00:20:01,676
เช่น ฟัง

307
00:20:01,676 --> 00:20:03,138
อ่าน

308
00:20:03,138 --> 00:20:06,178
เขียน

309
00:20:06,178 --> 00:20:09,567
หรือทำอะไรเดินอย่างน

310
00:20:09,567 --> 00:20:13,345
ี้ หาวอย่างนี้

311
00:20:13,345 --> 00:20:14,944
อ้าปากอย่างนี้ คือกำลังทำอะไรอยู่น่ะ

312
00:20:14,944 --> 00:20:18,944
มันคือเป็นคำกริยา

313
00:20:19,423 --> 00:20:22,771
ส่วนกรรม

314
00:20:22,771 --> 00:20:24,295
กรรม ก็คือสิ่งที่

315
00:20:24,295 --> 00:20:26,290
ประธาน

316
00:20:26,290 --> 00:20:27,626
ที่เป็นคำนาม

317
00:20:27,626 --> 00:20:30,632
น่ะ ข้างหน้า

318
00:20:30,632 --> 00:20:31,805
น่ะ เป็นคน

319
00:20:31,805 --> 00:20:33,647
กระทำกรรม

320
00:20:33,647 --> 00:20:34,665
คำพวกนี้

321
00:20:34,665 --> 00:20:38,665
อย่างเช่น

322
00:20:38,715 --> 00:20:40,640
ครูยกตัวอย่างคำว่า "ฉันกินข้าว" ฉันคือประธาน

323
00:20:40,640 --> 00:20:42,239
กินคือกริยา

324
00:20:42,239 --> 00:20:44,229
ข้าวคือกรรม

325
00:20:44,229 --> 00:20:45,959
เพราะว่าข้าวน่ะ

326
00:20:45,959 --> 00:20:46,988
ถูกฉันกินเข้าไป

327
00:20:46,988 --> 00:20:49,223
เลยเป็นกรรม

328
00:20:49,223 --> 00:20:51,911
เขาเรียกว่า "กรรม

329
00:20:51,911 --> 00:20:55,911
" เข้าใจไหม

330
00:21:10,360 --> 00:21:12,932
เข้าใจไหมครับ นักเรียนเข้าใจไหม

331
00:21:12,932 --> 00:21:16,932
ครูยกตัวอย่างอีกอันหนึ่ง

332
00:21:19,315 --> 00:21:22,200
น้องเตะฟุตบอล

333
00:21:22,200 --> 00:21:23,493
น้องเป็นประธานใช่ไหมครับ

334
00:21:23,493 --> 00:21:25,864
ใช่ไหม

335
00:21:25,864 --> 00:21:29,864
น้องเป็นประธานใช่ไหม

336
00:21:32,556 --> 00:21:35,211
เตะ เตะ นี่คือเป็นการแสดงอาการใช่ไหมครับ เป็นคำกริยาใช่ไหม

337
00:21:35,211 --> 00:21:37,662
ฟุตบอลเป็นอะไร

338
00:21:37,662 --> 00:21:40,013
เป็นกรรม

339
00:21:40,013 --> 00:21:44,013
ฟุตบอลเป็นกรรม

340
00:21:55,724 --> 00:21:59,724
ฟุตบอลเป็นกรรมเห็นไหมครับ ฉัน น้องเตะฟุตบอล

341
00:22:00,335 --> 00:22:04,335
ก็คือน้องเป็นประธาน เตะก็คือเป็นกริยา ฟุตบอลก็คือเป็นกรรม

342
00:22:10,555 --> 00:22:13,804
ทีนี้คุณครูเคยบอกนักเรียนไปแล้วว่า

343
00:22:13,804 --> 00:22:17,804
ส่วนประกอบของประโยคน่ะ

344
00:22:18,277 --> 00:22:19,743
มันจะมีประธานกับกริยา แค่นี้ถือว่าเป็นประโยคได้ไหม

345
00:22:19,743 --> 00:22:22,452
เป็นได้

346
00:22:22,452 --> 00:22:24,093
เป็นได้นะครับ  อย่างเช่น

347
00:22:24,093 --> 00:22:25,643
ฉันกิน

348
00:22:25,643 --> 00:22:27,367
คำว่า "ฉันกิน" น่ะ

349
00:22:27,367 --> 00:22:31,367
เข้าใจแล้วว่าก

350
00:22:39,095 --> 00:22:40,868
ิน โอเคถ้าอย่างนั้น นักเรียนพักเข้าห้องน้ำก่อนนะ

351
00:22:40,868 --> 00:22:44,868
โอเคครับ

352
00:34:49,173 --> 00:34:53,173
โอเคพร้อมนะครับ

353
00:35:02,328 --> 00:35:04,720
ทีนี้เราช้ามากเลยนะนักเรียน

354
00:35:04,720 --> 00:35:08,720
นักเรียนดูพี่ล่ามนะ

355
00:35:09,421 --> 00:35:10,425
ห้องนี้เราช้ากว่าห้องที่แล้วนะ ห้องที่แล้วก็เรียนไปจนจบแล้วนะ

356
00:35:10,425 --> 00:35:14,425
ห้องนี้ยัง

357
00:35:14,510 --> 00:35:18,510
เพิ่งอยู่ในส่วนประกอบของประโยค ทบทวนไม่เสร็จเลยจะหมดเวลาแล้วนี่

358
00:35:21,295 --> 00:35:23,602
ส่วนประกอบของประโยคนะครับ

359
00:35:23,602 --> 00:35:26,245
ก็จะประกอบไปด้วย

360
00:35:26,245 --> 00:35:30,245
ประธาน แล้วก็กริยา

361
00:35:34,172 --> 00:35:36,499
ภาคประธานและภาคแสดง ฃภาคแสดงประกอบไปด้วยกริยา  แล้วก็กำจะมีกิริยาอย่างเดียวก็ได้

362
00:35:36,499 --> 00:35:38,139
ถือว่าเป็นประโยคได้เหมือนกัน

363
00:35:38,139 --> 00:35:41,372
เห็นไหมครับ

364
00:35:41,372 --> 00:35:45,372
นี่จะเป็นประธาน กริยา แล้วก็กรรมก็ได้

365
00:35:49,008 --> 00:35:49,666
กรรมเหรอครับ ความหมายของกรรมนะครับ ก็คือ

366
00:35:49,666 --> 00:35:52,851
เป็น

367
00:35:52,851 --> 00:35:56,851
คำนามเหมือนกันนี่แหละ เหมือนกันกับ

368
00:35:58,825 --> 00:36:02,825
ประธานเลย อาจจะกล่าวไปถึงคน สัตว์ สิ่งของ และสถานที่ต่าง ๆ ด้วย

369
00:36:03,212 --> 00:36:04,525
กรรมตรงนี้อย่างเช่นพูด ครูเจจะยกตัวอย่างแปลคำว่า

370
00:36:04,525 --> 00:36:08,389
ฉันกินข้าว

371
00:36:08,389 --> 00:36:10,564
ฉันกินข้าว ฉันคือประธาน

372
00:36:10,564 --> 00:36:13,057
กินคือกริยา

373
00:36:13,057 --> 00:36:17,057
ข้าวคือกรรม

374
00:36:20,835 --> 00:36:23,504
เข้าใจไหมครับ

375
00:36:23,504 --> 00:36:27,504
เข้าใจนะ

376
00:36:27,784 --> 00:36:31,784
นักเรียนถามคุณครูว่ากรรมความหมายคืออะไร อธิบายให้ฟังอีกรอบนึงแล้ว

377
00:36:32,619 --> 00:36:34,598
ทีนี้

378
00:36:34,598 --> 00:36:37,724
มาฝึกแต่งประโยคกัน

379
00:36:37,724 --> 00:36:39,708
คุณครูยกตัวอย่างคำว่า

380
00:36:39,708 --> 00:36:43,472
"มานีหัวเราะ

381
00:36:43,472 --> 00:36:45,040
" นักเรียนเห็นไหมครับ มานีนี่คือชื่อคนนะ ชื่อคน

382
00:36:45,040 --> 00:36:47,157
มานีเป็นอะไร

383
00:36:47,157 --> 00:36:48,818
มานีเป็นประธาน

384
00:36:48,818 --> 00:36:50,331
ชวนหัวเราะ

385
00:36:50,331 --> 00:36:52,457
หัวเราะก็คือคำที่

386
00:36:52,457 --> 00:36:56,457
แสดงอาการใช่ไหมครับ

387
00:36:58,649 --> 00:37:02,015
แสดงอาการก็คือเป็นคำกริยา ฉัน มานีหัวเราะ นี่คือเป็นประโยคหนึ่งเลยนะครับ

388
00:37:02,015 --> 00:37:06,015
สามารถเป็นประโยคได้เลยว่ามานีหัวเราะ

389
00:37:07,698 --> 00:37:10,209
สุนัขเห่า สุนัขเป็นประธาน

390
00:37:10,209 --> 00:37:14,209
เห่าคือกริยา

391
00:37:18,351 --> 00:37:19,540
ทีนี้มาดูประธานกริยากรรมบวกกัน 3  3 หัวข้อนะครับ

392
00:37:19,540 --> 00:37:20,768
มีคำว่า

393
00:37:20,768 --> 00:37:22,367
ข้าวหอม

394
00:37:22,367 --> 00:37:26,367
กิน สับปะรด

395
00:37:27,234 --> 00:37:30,634
ทีนี้ข้าวหอมนี่คือชื่อคน

396
00:37:30,634 --> 00:37:34,461
เป็นคนนะครับ เป็นประธาน

397
00:37:34,461 --> 00:37:35,687
คือคำที่แสดงบอกอาการใช่ไหมครับ ก็คือเป็นคำกริยา

398
00:37:35,687 --> 00:37:37,185
สับปะรด

399
00:37:37,185 --> 00:37:39,834
ก็คือเป็นผลไม้

400
00:37:39,834 --> 00:37:43,667
เป็นกรรม

401
00:37:43,667 --> 00:37:46,275
ถ้าสมมติว่า

402
00:37:46,275 --> 00:37:47,669
ฉันกินข้าวเหมือนกัน ฉัน

403
00:37:47,669 --> 00:37:50,748
ก็คือประธาน

404
00:37:50,748 --> 00:37:54,748
กิน ก็คือกริยา ข้าวคือกรรม

405
00:37:59,213 --> 00:38:02,391
พอจะเข้าใจไหม

406
00:38:02,391 --> 00:38:06,391
พอจะเข้าใจตรงนี้ไหมครับ

407
00:38:07,614 --> 00:38:08,771
ต่อมา

408
00:38:08,771 --> 00:38:11,323
ชาลี

409
00:38:11,323 --> 00:38:13,917
อ่านหนังสือ

410
00:38:13,917 --> 00:38:15,964
ชาลีเป็นคนครับ

411
00:38:15,964 --> 00:38:18,433
ชาลีเป็นคนเป็นประธาน

412
00:38:18,433 --> 00:38:19,781
อ่านเป็นกริยา

413
00:38:19,781 --> 00:38:21,248
หนังสือ

414
00:38:21,248 --> 00:38:23,811
เป็นสิ่งของ

415
00:38:23,811 --> 00:38:27,811
เป็นคำนามเหมือนกัน เป็นกรรม

416
00:38:30,667 --> 00:38:32,647
ทีนี้คุณครูจะให้นักเรียน

417
00:38:32,647 --> 00:38:35,026
ฝึกแต่งประโยค

418
00:38:35,026 --> 00:38:36,500
หานักเรียนเห็นภาพไหมครับ

419
00:38:36,500 --> 00:38:40,500
เห็นภาพไหม

420
00:38:41,136 --> 00:38:43,937
นักเรียนดูภาพนะว่ าเด็กคนนี้ เด็กคนนี้กำลังทำอะไรอยู่

421
00:38:43,937 --> 00:38:45,777
กำลังเตะฟุตบอลใช่ไหมครับ

422
00:38:45,777 --> 00:38:49,777
กำลังเล่นฟุตบอลนะ

423
00:38:53,558 --> 00:38:57,558
ทีนี้แต่งประโยคจากภาพได้ ก็คือคุณครูจะตั้งชื่อนะครับ ตั้งชื่อให้เด็กคนนี้ชื่อว่าภาณุ

424
00:39:02,343 --> 00:39:03,731
ภาณุเตะฟุตบอล ภาณุ

425
00:39:03,731 --> 00:39:05,138
ก็คือเด็กคนนี้

426
00:39:05,138 --> 00:39:08,737
ทำอะไรล่ะ

427
00:39:08,737 --> 00:39:11,936
เตะอะไร เตะฟุตบอล

428
00:39:11,936 --> 00:39:14,731
ภาณุเป็นประธาน

429
00:39:14,731 --> 00:39:16,161
เตะเป็นกริยา

430
00:39:16,161 --> 00:39:20,161
ฟุตบอลเป็น

431
00:39:20,901 --> 00:39:24,038
กรรม ภาพต่อมา

432
00:39:24,038 --> 00:39:26,000
เด็กคนนี้ทำอะไรอยู่ครับ

433
00:39:26,000 --> 00:39:29,979
แปรงฟัน

434
00:39:29,979 --> 00:39:31,125
เด็กคนนี้แปรงฟัน ดูที่คุณครูแต่งประโยคให้ว่าอะไร

435
00:39:31,125 --> 00:39:33,511
บอกว่า

436
00:39:33,511 --> 00:39:36,149
น้อง น้อง

437
00:39:36,149 --> 00:39:38,046
หมายถึงว่าน้อง น้อง น้องทำอะไรล่ะ

438
00:39:38,046 --> 00:39:40,484
น้องทำอะไร

439
00:39:40,484 --> 00:39:43,843
น้องแปรงฟัน

440
00:39:43,843 --> 00:39:47,803
นี่เป็นประธาน

441
00:39:47,803 --> 00:39:49,354
แปรง แปรงคืออะไร

442
00:39:49,354 --> 00:39:51,717
แปรงคือคำ

443
00:39:51,717 --> 00:39:54,087
แสดงอาการอยู่ใช่ไหมว่าแปรงอยู่

444
00:39:54,087 --> 00:39:55,549
คำกริยา

445
00:39:55,549 --> 00:39:58,816
ส่วนฟัน

446
00:39:58,816 --> 00:40:00,619
ส่วนฟัน

447
00:40:00,619 --> 00:40:04,619
มันเป็นอะไร

448
00:40:07,600 --> 00:40:10,270
มันเป็นกรรมถูกต้อง มันเป็นกรรมน้องอายเก่งมาก ฟันเป็นกรรม เพราะว่าฟัน

449
00:40:10,270 --> 00:40:11,879
ถูกฉันแปลรง ถูกน้องแปลงใช่ไหม

450
00:40:11,879 --> 00:40:15,879
OK

451
00:40:17,595 --> 00:40:19,404
เด็ก 2 คนทำอะไรครับ

452
00:40:19,404 --> 00:40:22,839
เด็ก 2 คนทำอะไร

453
00:40:22,839 --> 00:40:26,839
อ่านหนังสือใช่ไหม

454
00:40:27,113 --> 00:40:30,093
ทีนี้ เด็ก 2 คนชื่ออะไรล่ะ เดี๋ยวคุณครูจะตั้งชื่อให้ว่า

455
00:40:30,093 --> 00:40:32,672
มานีและมานะ

456
00:40:32,672 --> 00:40:34,829
นี่เป็นชื่อคนนะครับ

457
00:40:34,829 --> 00:40:38,829
มานีและมานะ

458
00:40:40,993 --> 00:40:43,595
นี่เป็นชื่อคน เป็นประธานนะ เป็นประธานนะ

459
00:40:43,595 --> 00:40:45,522
มานีและมานะ ทำอะไร

460
00:40:45,522 --> 00:40:47,006
ทำอะไรเป็นคำกริยา

461
00:40:47,006 --> 00:40:50,285
อ่าน

462
00:40:50,285 --> 00:40:51,422
อ่านอะไร กรรม กรรมคืออะไร

463
00:40:51,422 --> 00:40:53,219
กรรมคืออะไร

464
00:40:53,219 --> 00:40:57,219
กรรมคืออะไร

465
00:40:57,942 --> 00:40:59,111
หนังสืออ่าน อ่านหนังสือ

466
00:40:59,111 --> 00:41:03,111
เห็นไหมครับ

467
00:41:03,755 --> 00:41:07,755
ง่ายนิดเดียวเองการแต่งประโยค ถ้านักเรียนเข้าใจ มันก็จะได้เอง

468
00:41:08,708 --> 00:41:12,708
ทีนี้

469
00:41:13,253 --> 00:41:15,490
เหลือเวลาอีก 30 นาทีนี่

470
00:41:15,490 --> 00:41:17,433
เดี๋ยวคุณครูจะบอก

471
00:41:17,433 --> 00:41:18,510
คุณครูจะแบ่งกลุ่มให้นักเรียน

472
00:41:18,510 --> 00:41:20,360
ช่วยกัน

473
00:41:20,360 --> 00:41:21,517
ออกมา

474
00:41:21,517 --> 00:41:24,808
แบ่งกลุ่ม

475
00:41:24,808 --> 00:41:26,549
กลุ่ม 1 กับกลุ่ม 2 มีอยู่ 2 กลุ่มนะครับ

476
00:41:26,549 --> 00:41:30,549
มีอยู่ 2 กลุ่ม

477
00:41:30,744 --> 00:41:34,744
นักเรียนมีทั้งหมด

478
00:41:37,424 --> 00:41:39,282
มี 8 คน กลุ่มละ 4 คน ใช่ กลุ่มละ 4 คน โดยคุณครูจะให้นักเรียนนับ

479
00:41:39,282 --> 00:41:42,831
1 กับ 2

480
00:41:42,831 --> 00:41:44,284
1 กับ 2 นะ เดี๋ยวครูจะนับ 1 นะ

481
00:41:44,284 --> 00:41:46,385
1 2

482
00:41:46,385 --> 00:41:47,544
1 2

483
00:41:47,544 --> 00:41:49,584
1

484
00:41:49,584 --> 00:41:53,584
2

485
00:41:55,141 --> 00:41:57,367
1 2 คนที่นับ 1 คุณครูนับ นะครับ

486
00:41:57,367 --> 00:42:01,367
ยังอยู่ฝั่งนี้นับหนึ่งมาฝั่งนี้

487
00:42:06,116 --> 00:42:10,116
นับหนึ่งมาฝั่งนี้นะครับ

488
00:42:11,319 --> 00:42:15,319
ส่วนนับ 2 มาฝั่งนี้นะ นับ 1 มาฝั่งนี้นะครับ

489
00:42:53,375 --> 00:42:57,375
โอเค ในเมื่อนักเรียนนั่ง นั่งเป็นกลุ่มกันแล้วนะ ทีนี้

490
00:42:58,664 --> 00:43:02,664
คุณครูจะให้นักเรียนดูภาพนะครับ ดูภาพที่คุณครูเอามาให้นี่

491
00:43:04,674 --> 00:43:08,088
ดู นักเรียนดูพี่ล่ามอธิบาย

492
00:43:08,088 --> 00:43:12,088
คุณครูจะให้นักเรียนนั่งเป็นกลุ่ม

493
00:43:13,427 --> 00:43:14,871
แล้วให้นักเรียนคุยกันปรึกษากัน ช่วยกันแต่งประโยคนะครับ สั้น ๆ

494
00:43:14,871 --> 00:43:16,282
โดยมี

495
00:43:16,282 --> 00:43:18,140
ประธาน

496
00:43:18,140 --> 00:43:19,237
กริยา หรือ

497
00:43:19,237 --> 00:43:22,534
ประธาน

498
00:43:22,534 --> 00:43:26,459
กริยา กรรม 3 องค์ประกอบตรงนี้ไป

499
00:43:26,459 --> 00:43:30,459
โดยที่ห้องเรียนดูภาพ และช่วยกันแต่งประโยคออกมา

500
00:43:32,760 --> 00:43:34,870
คนกลุ่มละ 1 ประโยค แล้วให้ตัวแทน ถ้าเขียนเสร็จแล้ว ให้ตัวแทนออก

501
00:43:34,870 --> 00:43:36,727
มาเขียนหน้ากระดานให้คุณครูนะครับ

502
00:43:36,727 --> 00:43:39,156
แต่ละกลุ่ม

503
00:43:39,156 --> 00:43:42,746
เข้าใจไหมครับ

504
00:43:42,746 --> 00:43:46,746
เข้าใจไหม

505
00:43:48,598 --> 00:43:52,598
ถ้าเข้าใจแล้ว นักเรียนปรึกษากันได้เลยครับ

506
00:45:53,766 --> 00:45:56,694
ทีนี้นะ นักเรียนดูพี่ล่าม นักเรียนดูพี่ล่ามพูดนะ

507
00:45:56,694 --> 00:45:59,723
อธิบายภาษามือ

508
00:45:59,723 --> 00:46:02,655
คุณครูจะบอกว่า

509
00:46:02,655 --> 00:46:05,355
กลุ่มที่ 1 นะครับ กลุ่มที่ 1

510
00:46:05,355 --> 00:46:08,607
บอกคุณครูว่าฉัน

511
00:46:08,607 --> 00:46:12,607
ไปทำงานเกี่ยวข้าว

512
00:46:13,729 --> 00:46:15,735
ประธานคืออะไร ประธานคือใคร

513
00:46:15,735 --> 00:46:19,735
คือฉันใช่ไหม

514
00:46:21,052 --> 00:46:22,963
ป

515
00:46:22,963 --> 00:46:26,228
ระธาน ไปทำงาน

516
00:46:26,228 --> 00:46:29,753
ไปทำงานที่เป็นกิริยาใช่ไหมครับ

517
00:46:29,753 --> 00:46:32,194
ไปทำงาน

518
00:46:32,194 --> 00:46:36,194
เกี่ยวข้าว ไปทำงาน

519
00:46:37,492 --> 00:46:38,731
ไปทำงานนี่คือ... ไปนี่คือกิริยา ทำงานนี่ก็คือเป็นก

520
00:46:38,731 --> 00:46:42,415
รรมแล้ว ขยาย

521
00:46:42,415 --> 00:46:44,298
ไป ขยายคำกริยา และลดส่วน

522
00:46:44,298 --> 00:46:46,242
เกี่ยวนี่ ก็คือเป็นกริยา

523
00:46:46,242 --> 00:46:48,211
ส่วนข้าวนี่เป็นกรรม

524
00:46:48,211 --> 00:46:50,962
อันนี้

525
00:46:50,962 --> 00:46:53,865
อันนี้เป็นการสร้างประโยค

526
00:46:53,865 --> 00:46:57,865
ที่เกินคำสั่งของคุณครู

527
00:46:59,292 --> 00:47:03,292
คุณครูต้องการให้นักเรียนแต่งประโยคแบบง่าย ๆ  โดยที่มีประธาน

528
00:47:04,919 --> 00:47:08,919
กริยากรรมหรือประธานกริยาแค่นั้น แต่นักเรียนเล่นแต่งประโยคมายาวแบบนี้

529
00:47:09,345 --> 00:47:12,738
แสดงว่ากลุ่มนี้ไม่ได้ฟังคำสั่งของคุณครู

530
00:47:12,738 --> 00:47:13,596
โ

531
00:47:13,596 --> 00:47:16,733
อเค แต่ถือว่าเป็นประโยคที่

532
00:47:16,733 --> 00:47:19,064
ถูกต้องไหม ถูกต้องครับ

533
00:47:19,064 --> 00:47:22,673
ถ

534
00:47:22,673 --> 00:47:24,269
ือว่ากลุ่มที่ 1 ทำประโยคให้ถูกต้อง ส่วนกลุ่มที่ 2

535
00:47:24,269 --> 00:47:25,676
โ

536
00:47:25,676 --> 00:47:27,935
อเค ลุงเกี่ยวข้าว

537
00:47:27,935 --> 00:47:31,490
ลุงเป็นประธาน

538
00:47:31,490 --> 00:47:32,877
เกี่ยวเป็นกริยา

539
00:47:32,877 --> 00:47:36,877
ข้าวเป็นกรรม

540
00:47:38,261 --> 00:47:42,261
ถูกต้องครับ ถูกต้อง โอเค ถือว่าถูกต้องทั้ง 2 กลุ่ม

541
00:47:43,982 --> 00:47:45,227
ทีนี้นะครับ ทีนี้คุณครูจะให้นักเรียน

542
00:47:45,227 --> 00:47:47,653
แบ่ง

543
00:47:47,653 --> 00:47:49,856
กลุ่มคุยกันได้เลย

544
00:47:49,856 --> 00:47:53,856
เห็นภาพไหมครับ

545
00:52:03,448 --> 00:52:07,326
นักเรียน นักเรียนดูพี่ล่ามนะทีนี้

546
00:52:07,326 --> 00:52:10,090
ดูพี่ล่ามนะ

547
00:52:10,090 --> 00:52:12,616
ดูดี ๆ นะ คุณครูจะพูดให้พี่ล่ามพูด

548
00:52:12,616 --> 00:52:15,639
ให้นักเรียนเข้าใจนะครับ

549
00:52:15,639 --> 00:52:19,639
กลุ่มที่ 1 นะครับ

550
00:52:21,021 --> 00:52:23,826
กลุ่มที่ 1 นะครับ กลุ่มที่ 1 บอกว่า

551
00:52:23,826 --> 00:52:26,386
ฉันไปทำงานเอาต้นข้าวโพด

552
00:52:26,386 --> 00:52:28,561
นี่เริ่มมาแล้วครับ

553
00:52:28,561 --> 00:52:29,598
เริ่มมาแล้ว

554
00:52:29,598 --> 00:52:31,451
ท

555
00:52:31,451 --> 00:52:35,451
ีนี้ ครูไม่รู้หรอกว่า

556
00:52:36,036 --> 00:52:37,663
นักเรียนจะสื่อสารว่าอะไรน ะเมื่อกี้

557
00:52:37,663 --> 00:52:41,663
ครูเห็นนักเรียน

558
00:52:42,097 --> 00:52:44,935
พูดกันเป็นภาษามือกัน นักเรียนบอกกันว่า

559
00:52:44,935 --> 00:52:48,363
ไปเก็บข้าวโพด

560
00:52:48,363 --> 00:52:50,036
ฉันไปเก็บข้าวโพด

561
00:52:50,036 --> 00:52:51,631
แต่นักเรียน

562
00:52:51,631 --> 00:52:53,430
สื่อสาร

563
00:52:53,430 --> 00:52:56,892
เขียนเป็นออกมาว่า

564
00:52:56,892 --> 00:53:00,886
ฉันไปทำงานเอาต้นข้าวโพด

565
00:53:00,886 --> 00:53:04,886
นักเรียนรู้ไหมว่ามันผิด

566
00:53:04,925 --> 00:53:08,925
นี่แหละคือสิ่งที่สำคัญว่าทำไมคุณครูสั่งให้เขียนประโยคที่ถูกต้อง

567
00:53:28,283 --> 00:53:30,965
คำที่ถูกต้อง ก็คือ

568
00:53:30,965 --> 00:53:32,897
ฉันไปเก็บเกี่ยวข้าวโพดนะ

569
00:53:32,897 --> 00:53:35,089
นี่ใช่ไหม

570
00:53:35,089 --> 00:53:39,089
คือมันต้องมันต้องเป็น

571
00:53:41,799 --> 00:53:44,677
คำ ที่มันบ่งบอกความหมายที่ชัดเจนครับ ถ้านักเรียนจะต้องใช้คำนักเรียนจะต้องใช้คำที่มันถูก

572
00:53:44,677 --> 00:53:48,677
และเจาะจงไปเลย ว่านักเรียนทำอะไร

573
00:53:51,696 --> 00:53:55,696
ถือว่ากลุ่มหนึ่งนี เป็นการใช้ประโยคที่ผิดนะครับ

574
00:53:56,878 --> 00:53:59,144
ส่วนกลุ่มที่ 2 บอกว่า

575
00:53:59,144 --> 00:54:01,271
ฉันไปซื้อข้าวโพด

576
00:54:01,271 --> 00:54:04,403
ฉันเป็นประธาน

577
00:54:04,403 --> 00:54:06,586
ไปซื้อ

578
00:54:06,586 --> 00:54:08,637
เป็นกริยา

579
00:54:08,637 --> 00:54:10,824
ข้าวโพดเป็นกรรม

580
00:54:10,824 --> 00:54:14,824
ถูกต้องครับ

581
00:54:15,737 --> 00:54:19,737
ทีนี้ให้นักเรียน

582
00:54:21,839 --> 00:54:25,839
ระวังคำนะครับ ระวังคำที่นักเรียนจะใช้คำที่มันสลับกัน นี่แหละ

583
00:54:26,687 --> 00:54:28,438
นี่แหละคือสิ่งที่สำคัญ ว่าการเขียนสื่อสาร เขียนสื่อสารผิด

584
00:54:28,438 --> 00:54:32,438
แล้วมันจะความหมายมันจะผิด

585
00:54:46,538 --> 00:54:48,956
ทีนะครับ

586
00:54:48,956 --> 00:54:51,578
เป็นภาพเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง

587
00:54:51,578 --> 00:54:55,578
นั่งอยู่ที่จักรยาน

588
00:54:57,403 --> 00:55:01,403
ให้นักเรียนช่วยกันแต่งประโยคเลยครับ

589
01:01:02,005 --> 01:01:05,248
โอเคนะครับ

590
01:01:05,248 --> 01:01:06,464
ทีนี้นะ นักเรียนดูนักเรียนดูพี่ล่ามนะ นักเรียนดู

591
01:01:06,464 --> 01:01:09,198
พี่ล่ามอธิบาย

592
01:01:09,198 --> 01:01:12,125
ที่นี้จะเป็น จะหยุด

593
01:01:12,125 --> 01:01:15,317
หยุดไว้ตรงนี้ก่อนเพราะว่าหมดเวลาแล้ว

594
01:01:15,317 --> 01:01:18,957
เพราะว่าทีนี้เรามาดูประโยคนะครับ

595
01:01:18,957 --> 01:01:21,439
ที่ภาพตามภาพนี้นะครับ ก็คือ

596
01:01:21,439 --> 01:01:24,238
กลุ่มที่ 1 นะครับ บอกว่า

597
01:01:24,238 --> 01:01:28,153
ฉันไปซื้อจักรยานในตลาดนะครับ

598
01:01:28,153 --> 01:01:29,617
โอเครับ เป็นประโยคที่ถูกต้องนะครับ ก็คือฉันเป็นประธาน

599
01:01:29,617 --> 01:01:33,204
ไปซื้อ

600
01:01:33,204 --> 01:01:37,058
ไปซื้อ ไปซื้อก็คือเป็นคำกริยา

601
01:01:37,058 --> 01:01:41,058
จักรยานตัวนี้ก็คือเป็นกรรมนะครับ ในตลาดก็คือ

602
01:01:41,492 --> 01:01:42,873
ขยายนะครับ ว่าไปซื้อที่ไหน ไปซื้อ... ไปขยายคำกริยาอีกทีหนึ่ง

603
01:01:42,873 --> 01:01:46,873
โอเค ส่วนกลุ่มที่ 1 บอกฉันปั่น

604
01:01:50,024 --> 01:01:51,310

605
01:01:51,310 --> 01:01:52,951
ปั่นเ

606
01:01:52,951 --> 01:01:55,664
ป็น... ปั่นมันเป็น

607
01:01:55,664 --> 01:01:57,481
ส่วนจักรยานเป็น

608
01:01:57,481 --> 01:02:01,481
ok ครับ

609
01:02:03,689 --> 01:02:04,739

610
01:02:04,739 --> 01:02:07,329
โอเค เหนื่อยไหมครับ

611
01:02:07,329 --> 01:02:11,329
เหนื่อยไหมการแต่งประโยคเไหม

612
01:02:13,474 --> 01:02:15,933
อยากจะเรียนอีกเหรอ

613
01:02:15,933 --> 01:02:19,933
อยากเรียนอีกใช่ไหม

614
01:02:20,171 --> 01:02:24,171
ตอนนี้เวลาหมดแล้ว เวลาหมดแล้ว

615
01:02:25,561 --> 01:02:28,775
เวลาหมดแล้วนะครับ  โอเค เดี๋ยวครั้งต่อไป

616
01:02:28,775 --> 01:02:32,775
คุณครูจะมาให้นักเรียนฝึกแต่งประโยคแบบนี้อีกแหละ

617
01:02:36,404 --> 01:02:40,138
โอเคนะครับ เดี๋ยวชั่วโมงต่อไปเจอกันอีกนะ

618
01:02:40,138 --> 01:02:41,028
ในวันจันทร์หน้าค่ะ สำหรับวันนี้คุณครูก็

619
01:02:41,028 --> 01:02:42,973
จบ

620
01:02:42,973 --> 01:02:46,287
เพียงเท่านี้แล้ว

621
01:02:46,287 --> 01:02:48,057
ไปกินข้าวได้แล้วครับ ขอบคุณพี่ล่ามมากนะครับ

622
01:02:48,057 --> 01:02:52,057
ขอบคุณนักเรียนเช่นกันครับ   [สิ้นสุดการถอดความ]

623
01:03:02,715 --> 01:03:06,715
ครับ สวัสดีครับ

