(อาจารย์จักพงศ์) ครับ สวัสดีครับ สวัสดีพี่ล่ามนะครับ สวัสดีนักเรียนชั้น ม 5/52 นะครับ อันดับแรกนะครับ เดี๋ยวให้นักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ เดี๋ยวพี่ล่ามจะอธิบายภาษามือให้นักเรียนฟังนะ โอเคนะครับ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คาบที่ผ่านมานะครับ เราก็ได้เรียนในเรื่องของการเขียนประโยค การเขียนประโยคแบบง่าย ๆ แล้วนะครับ ทีนี้เราจะมาทบทวนกันดูนะครับ ว่าประโยคที่คุณครูสอนไปนะครับ มันหมายถึงอะไร แล้วก็มันจะประกอบไปด้วยอะไรบ้าง นะครับ ประโยคนะครับ ก็คือคำ 2 คำขึ้นไป ที่นำมาเรียงต่อกันนะครับ แสดงให้รู้นะครับ ว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร นักเรียน นักเรียนเคยเคยเห็นคุณครูอธิบายตรงนี้ไปแล้ว นักเรียนเข้าใจไหมครับ ว่าโครงสร้างของประโยคนี่ มันจะประกอบไปด้วยจากที่คุณครูเคยบอกนักเรียนใช่ไหมครับ ว่าประโยคนี่ จะประกอบไปด้วยภาคประธาน และภาคแสดงจำได้ไหมครับ จำได้ไหม ภาคประธานและภาคแสดง และทีนี้ ภาคประธาน จะหมายถึงคน สัตว์ สิ่งของ ก็คือเป็นคำนาม ส่วนภาคแสดง ประกอบไปด้วยคำกริยาและเป็นกรรม ส่วนภาคแสดงจะมีแค่คำกริยาอย่างเดียวได้ไหม ได้ จะมีแค่กรรมอย่างเดียว ไม่มีกริยาได้ไหม ไม่ได้ เรามาทบทวนกันก่อน ที่หมายถึงว่าประโยคหมายถึงคำตั้งแต่ 2 คำขึ้นไปที่นำมาเรียงต่อกัน แล้วจะกลายเป็นประโยค ถ้ามีคำว่าใคร ทำอะไร แค่นี้ คือประโยคแล้ว เช่น คุณครูจะยกตัวอย่าง คำว่า "ฉันกินข้าว" ในภาษามือ จะเป็นลักษณะที่ใช้ ฉันข้าวแล้วก็กินใช่ไหมครับ จริง ๆ แล้วภาษาเขียนที่ถูกต้องน่ะ คือฉันมาก่อน แล้วก็ตามมาด้วยคำว่า "กิน" แล้วก็ตามมาด้วยคำว่า "ข้าว" อันนี้คือวิธีเขียนที่ถูกต้อง จะประกอบไปด้วยใคร ก็คือฉัน ทำอะไร กิน ทำอะไรล่ะกินอะไรล่ะ กินข้าว ก็คือจะประกอบไปด้วยภาคประธาน ภาคประธาน ก็คือฉัน ภาคแสดง ก็คือกินข้าว ภาคแสดงตรงนี้ จะมีอยู่ 2 อย่าง ก็คือคำกริยาและกรรม จะเป็นคำกริยา ส่วนข้าวก็จะเป็นกรรม เพราะว่าข้าวฉันกินเข้าไป นี่เป็นโครงสร้างประโยคแบบง่าย ๆ ที่คุณครูเคยให้นักเรียนเขียนตามภาพที่นักเรียนเคยเรียนไปแล้ว ก็คือคุณครูจะให้รูปภาพรูปภาพหนึ่งใช่ไหมครับ แล้วให้นักเรียนเขียนประโยคง่าย ๆ นะ นักเรียนจำได้ไหม ทีนี้มีใครสงสัยไหมครับ ว่าคุณครูให้คำว่าใคร ทำอะไร ที่ไหนอย่างไรมานี่ย มีคนไหนสงสัยไหมครับ ว่ามันคืออะไร ถ้านักเรียนสงสัย นักเรียนถามคุณครูเลย เพราะว่าต่อไปคุณครูจะไม่ให้นักเรียนนั่งดูนั่งฟังอยู่ตรงนี้นะ คุณครูจะให้มันออกมาเขียนหน้านะครับ คุณครูจะให้นักเรียนออกมาเขียนข้างหน้า ถ้านักเรียนไม่เข้าใจให้นักเรียนถามนักเรียนอย่าตอบเข้าใจค่ะ เข้าใจครับ โดยที่นักเรียนไม่รู้เรื่องเลย เข้าใจไหม เข้าใจ ถ้านักเรียนตอบเข้าใจ แล้วถ้าคุณครูบอกให้นักเรียนอธิบาย ให้เพื่อนฟังหน้าห้อง นักเรียนจะพูดได้ไหม จะเล่าได้ไหม ได้ไหมครับ นักเรียนเริ่มกดดัน นักเรียนเริ่มกดดันแล้ว เราจะเรียนแบบสบาย ๆ คือ เราตกลงกันก่อนว่าจะเรียนแบบสบาย ๆ เราจะไม่เครียด ถ้านักเรียนไม่เข้าใจให้นักเรียนถามคุณครู คุณครูใจดีมากเลยนะ ไม่เคยด่านักเรียนเลยนะ ครูใจดีมาก ๆ เลย ถ้าไม่เข้าใจให้ถาม พี่ล่าม พี่ล่าม สามารถพูดเป็นเสียงออกมาได้ไหมครับ อ๋อ เอาใหม่ครับ เอาใหม่อีกทีหนึ่ง ความหมายของประโยคนะครับ คุณครูจะให้... คุณครูจะให้นักเรียนคุยกันเองปรึกษากันเองว่านักเรียนจะเข้าใจอย่างไร ลอกให้อุ๊บอิ๊บนะครับ ถามอายว่าในสิ่งที่พี่อุ๊บอิ๊บน่ะสงสัยน่ะ ใช่ไหม ทีนี้น้องอายบอกคุณครูว่าอุ๊บอิ๊บหมายถึงอะไร กำลังจะพูดอะไรจะสื่อสารอะไร ประโยค คือคำ ใช่ ใช่ครับ ใช่ก็จะประกอบไปด้วย ประกอบไปด้วย ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร แค่นี้ แค่เรามีคำว่าเราให้รู้ว่าประโยคนี่ จะประกอบไปด้วยใคร ใครก็คือประธาน ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร นี่คือภาคแสดงทั้งหมดเลย เช่น อุ๊บอิ๊บมาโรงเรียนอย่างนี้ เป็นใคร อุ๊บอิ๊บทำอะไร ก็คือมาโรงเรียน ให้รู้ว่าประโยคมันจะประกอบไปด้วยภาคประธาน และภาคแสดง แค่นั้น ส่วนประโยคจะเป็นลักษณะอย่างไรน่ะ เอาไว้ก่อนเดี๋ยวคุณครูจะสอน แต่ตอนนี้เราทบทวนกันก่อน ว่าประโยคจะประกอบไปด้วยภาคประธาน และภาคแสดง ส่วนภาคแสดงน่ะ ประกอบไปด้วยกริยา แล้วก็กรรม ส่วนจะมีแค่กริยาอย่างเดียวก็ได้ มีแค่ 3 อย่างเดียวไม่ได้ต้องมีกิริยา แล้วก็กรรมถ้าจะต้องมีกรรมต้องมีกิริยาด้วย แต่ถ้ามีกริยาอย่างเดียวก็ได้ ทีนี้นักเรียนดูนะครับ คุณครูให้ประโยคมาบอกว่านักเรียนกระโดด นักเรียนกระโดด ทีนี้ครูถามว่าใครล่ะ ใครก็คือนักเรียน นักเรียนเป็นประธาน นักเรียนเป็นประธาน ภาคแสดง กระโดดเป็นคำอะไรเ ป็นคำกริยา ก็คือมีแค่ประธานกับกริยาแค่นั้น ก็เป็นประโยคได้แล้วนะ ทีนี้เรามาแต่งประโยคเพิ่มเติมเข้าไปอีกว่ากระโดดอะไรล่ะ กระโดดเชือก ประโยคมันก็คือนักเรียนกระโดดเชือก ประธาน ก็คือนักเรียน กริยา ก็คือกระโดด กรรม ก็คือเชือก ทีนี้ประโยคต่อมา คุณแม่เย็บผ้า ครูถามว่าใคร ใครทำอะไร คุณแม่ คุณแม่ เพราะฉะนั้น คุณแม่ก็คือประธาน ทำอะไรล่ะ เย็บ คำกริยา เย็บอะไร เย็บผ้าเป็นกรรม เย็บผ้าแสดงทั้งหมดประกอบเป็นประโยค รวมมาเป็นประโยค ยกตัวอย่างอีก 1 ประโยค พี่ใส่กางเกง ใครล่ะ พี่ เพราะฉะนั้น เป็นประธาน ส่วนภาคแสดง ก็คือใส่กางเกง ทีนี้มาดูบ้างกริยาคือคำไหน กริยาก็คือคำที่แสดงอาการ แสดงอาการอย่างไร เช่น หัวเราะ วิ่ง เดิน ร้อง คือแสดงอาการว่าทำอะไรอยู่น่ะ ก็คือให้ดูว่านั่นคือเป็นคำกริยา อย่าเช่นตรงนี้ พี่ทำอะไรอยู่พี่ใส่อะไร พี่ใส่กางเกง กางเกงเป็นกรรม เพราะกางเกงโดนพี่ใส่ มันอาจจะเข้าใจยากนะครับ การเขียนประโยคน่ะ มันอาจจะเข้าใจยาก แต่มันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ เลยของคนหูหนวกทุกคน ที่ต้องไปใช้ในชีวิตประจำวันของเรา ถ้าเขียนผิด สื่อสารผิด ความหมายทุกอย่างก็ผิด คุณครูถึงให้หลักการในการแต่งประโยค ให้ถูกต้อง กับนักเรียน เพราะนักเรียนรู้ไหมครับ ว่าถ้าวันหนึ่ง นักเรียนจะต้องเรียนจบไป และเรียนจบจากที่นี่ และนักเรียนต้องไปทำงาน ทำงานแน่นอนนะครับ นักเรียนจะต้องไปอยู่ในสังคมของคนหูดีใช่ไหม แล้วถ้านักเรียนจะสื่อสารกับคนหูดีน่ะ นักเรียนคิดว่านักเรียนจะสื่อสารกับเขารู้เรื่องไหมครับ ถ้านักเรียนไม่เขียน จะพูดภาษามือกับคนหูดี จะเข้าใจไหม ไม่เข้าใจเลย เพราะคนหูดี เขาไม่รู้เรื่องภาษามือ แล้วตัวนักเรียนเองก็ไม่ได้ยิน มีคนหูดี ก็พูดต่างคนต่างสื่อสารไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้น จะสื่อสารกันให้เข้าใจได้ นักเรียนจะต้องเขียนคำมันถูกต้อง เขียนสื่อสารคำให้มันถูกต้อง เพราะถ้าเขียนผิดความหมายทุกอย่างก็ผิด อย่างเช่น คุณครูจะยกตัวอย่างประโยคหนึ่ง ประโยคที่ว่า "ฉันกินข้าว" คุณครูยกประโยคที่ว่าฉันกินข้าว กับกินข้าวฉัน นักเรียนคิดว่า นักเรียนคิดว่าอันไหนถูกต้อง ประโยคไหนถูกต้อง หมายถึงตัวฉันน่ะ กินข้าวนี่ อันบนใช่ไหมครับ แต่ถ้านักเรียนบางคนน่ะ นักเรียนเขียนคำว่า นักเรียน... คนหูหนวกส่วนมากจะใช้ใช้คำที่มันสลับกันใช่ไหมครับ จะใช้คำที่มันสลับกัน จะเขียนว่า "กินข้าวฉัน" น่ะ ถ้าวันหนึ่งนักเรียนไปทำงานน่ะ ถ้าวันหนึ่งนักเรียนไปทำงาน แล้วนักเรียนเขียนสื่อสารผิดเป็นประโยคที่ 2 ว่ากินข้าวฉันน่ะ ต้องให้คนหูดีเขาอ่านน่ะ เขาจะเข้าใจผิดว่านักเรียนน่ะ เอาข้าวมาให้มาให้หูดีน่ะ เป็นคนหูดีกินนะ ไม่ใช่ว่านักเรียนจะไปกินข้าวนะ เห็นไหมครับ แค่คำมันสลับกันความหมายมันก็เปลี่ยนแล้ว นี่คือความสำคัญว่าทำไมเราถึงต้องมาเรียนเรื่องการแต่งประโยคแบบนี้ เพราะมันเป็นเรื่องที่สำคัญกับนักเรียนทุกคนเป็นอย่างมากเลย ว่านักเรียนจะต้องเขียน เขียนอย่างไรให้มันถูกต้องตามโครงสร้าง ของการแต่งประโยคที่ถูกต้อง นักเรียนเข้าใจความสำคัญนี้แล้วใช่ไหมครับ นักเรียนครับ นักเรียน นักเรียนดูพี่ล่าม นักเรียนดูพี่ล่ามนะเดี๋ยวคุณครูจะพูดอันนี้ให้ฟัง แค่นักเรียนน่ะ คุณครูอธิบายอยู่แบบนี้ คุณครูไม่ได้ใช้ภาษามืออธิบายกับนักเรียน พี่ล่ามเป็นคนที่อธิบายภาษามือกับนักเรียน ถ้านักเรียนไม่มองพี่ล่ามอธิบายภาษามือ นักเรียนเผลอไปแค่ 1 วินาที 2 วินาที นักเรียนก็จะไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณครูสอนเลยนะครับ เพราะนักเรียนไม่ได้ยิน เมื่อกี้น่ะ คุณครูยกตัวอย่างน้องอิ๊บน่ะ ก้มหยิบสมุดใต้โต๊ะ อุ๊บอิ๊บเงยหน้าขึ้นมา อุ๊บอิ๊บไม่รู้เรื่องนะครับ คุณครูรู้เลยว่าพี่ฟังไม่รู้เรื่องไม่รู้เรื่องเลยว่าคุณครูพูดอะไร ใช่ไหม ใช่ เพราะฉะนั้น ในเมื่อคุณครูกำลังพูดอยู่ตรงนี้ให้นักเรียนดูพี่ล่ามเลย คุณครูพยายามที่จะอธิบายให้นักเรียนเข้าใจ ในสิ่งที่คุณครูสอน พี่ล่ามก็พยายามที่จะอธิบายภาษามือ ให้กับนักเรียนให้เข้าใจ ถ้านักเรียนจ้องอยู่พี่ล่าม อย่างเดียวเลยว่าพี่น่าจะเป็นคนที่ใช้ภาษามือพูดกับนักเรียนถ้านักเรียนไม่เข้าใจ นักเรียนยกมือขึ้นทันที คุณครูจะหยุดพูดและให้นักเรียนออกมาถาม ทำไมคุณครูถึงให้นักเรียนสนใจขนาดนี้ เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่นักเรียนจะต้องไปใช้ในชีวิตประจำวันของนักเรียนในอนาคต จนวันตายเลย ถ้านักเรียนเขียนผิด ทุกอย่างก็จะผิดเพี้ยนไปหมด เอาล่ะครับ ที่นี้คุณครูจะมาพูดถึงประธาน ประธานคืออะไร ประธานเป็นคำนามครับ ประธานจะต้องเป็นคำนาม คำนาม ก็คือจะเป็นคน ที่กล่าวถึงคน สัตว์ สิ่งของ คนก็หมายถึงพ่อ แม่ พี่ น้อง ต่าง ๆ ลุง ป้า น้า อา ต่าง ๆ ส่วนสัตว์ ก็หมายถึงสัตว์ทุกชนิดเลยที่มีชื่อของมัน ไม่ว่าจะเป็นเสือ สิงห์ กระทิง ทุกอย่าง สุนัข แมว อย่างนี้ คือการกล่าวถึงสัตว์ เราสามารถนำมาเป็นประธานได้ ส่วนสิ่งของ ก็จะเป็นโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ ยางลบ ปากกาต่าง ๆ นานา ที่เป็นสิ่งของได้ อาจจะเป็น หน้าต่างอย่างนี้ โต๊ะ เก้าอี้อย่างนี้ได้หมดครับ ทีนี้มาดูคำกริยา มาดูคำกริยา คำกริยา ก็คือคำที่แสดงอาการ คำที่แสดงอาการของคำนามหรือประธานที่อยู่ข้างหน้า ใช่ คำกริยาก็คือการกระทำ สิ่งที่กระทำออกมา เช่น ฟัง อ่าน เขียน หรือทำอะไรเดินอย่างนี้ หาวอย่างนี้ อ้าปากอย่างนี้ คือกำลังทำอะไรอยู่น่ะ มันคือเป็นคำกริยา ส่วนกรรม กรรม ก็คือสิ่งที่ประธาน ที่เป็นคำนามน่ะ ข้างหน้าน่ะ เป็นคนกระทำกรรม คำพวกนี้ อย่างเช่น ครูยกตัวอย่างคำว่า "ฉันกินข้าว" ฉันคือประธาน กินคือกริยา ข้าวคือกรรม เพราะว่าข้าวน่ะถูกฉันกินเข้าไป เลยเป็นกรรม เขาเรียกว่า "กรรม" เข้าใจไหม เข้าใจไหมครับ นักเรียนเข้าใจไหม ครูยกตัวอย่างอีกอันหนึ่ง น้องเตะฟุตบอล น้องเป็นประธานใช่ไหมครับ ใช่ไหม น้องเป็นประธานใช่ไหม เตะ เตะ นี่คือเป็นการแสดงอาการใช่ไหมครับ เป็นคำกริยาใช่ไหม ฟุตบอลเป็นอะไร เป็นกรรม ฟุตบอลเป็นกรรมฟุตบอลเป็นกรรมเห็นไหมครับ ฉัน น้องเตะฟุตบอล ก็คือน้องเป็นประธาน เตะก็คือเป็นกริยา ฟุตบอลก็คือเป็นกรรม ทีนี้คุณครูเคยบอกนักเรียนไปแล้วว่าส่วนประกอบของประโยคน่ะ มันจะมีประธานกับกริยา แค่นี้ถือว่าเป็นประโยคได้ไหม เป็นได้ เป็นได้นะครับ อย่างเช่นฉันกิน คำว่า "ฉันกิน" น่ะ เข้าใจแล้วว่ากิน โอเคถ้าอย่างนั้น นักเรียนพักเข้าห้องน้ำก่อนนะ โอเคครับ โอเคพร้อมนะครับ ทีนี้เราช้ามากเลยนะนักเรียน นักเรียนดูพี่ล่ามนะ ห้องนี้เราช้ากว่าห้องที่แล้วนะ ห้องที่แล้วก็เรียนไปจนจบแล้วนะห้องนี้ยังเพิ่งอยู่ในส่วนประกอบของประโยค ทบทวนไม่เสร็จเลยจะหมดเวลาแล้วนี่ ส่วนประกอบของประโยคนะครับ ก็จะประกอบไปด้วยประธาน แล้วก็กริยา ภาคประธานและภาคแสดง ฃภาคแสดงประกอบไปด้วยกริยา แล้วก็กำจะมีกิริยาอย่างเดียวก็ได้ ถือว่าเป็นประโยคได้เหมือนกัน เห็นไหมครับ นี่จะเป็นประธาน กริยา แล้วก็กรรมก็ได้ กรรมเหรอครับ ความหมายของกรรมนะครับ ก็คือเป็นคำนามเหมือนกันนี่แหละ เหมือนกันกับประธานเลย อาจจะกล่าวไปถึงคน สัตว์ สิ่งของ และสถานที่ต่าง ๆ ด้วย กรรมตรงนี้อย่างเช่นพูด ครูเจจะยกตัวอย่างแปลคำว่า ฉันกินข้าว ฉันกินข้าว ฉันคือประธาน กินคือกริยา ข้าวคือกรรม เข้าใจไหมครับ เข้าใจนะ นักเรียนถามคุณครูว่ากรรมความหมายคืออะไร อธิบายให้ฟังอีกรอบนึงแล้วทีนี้มาฝึกแต่งประโยคกัน คุณครูยกตัวอย่างคำว่า "มานีหัวเราะ" นักเรียนเห็นไหมครับ มานีนี่คือชื่อคนนะ ชื่อคน มานีเป็นอะไร มานีเป็นประธาน ชวนหัวเราะ หัวเราะก็คือคำที่แสดงอาการใช่ไหมครับ แสดงอาการก็คือเป็นคำกริยา ฉัน มานีหัวเราะ นี่คือเป็นประโยคหนึ่งเลยนะครับ สามารถเป็นประโยคได้เลยว่ามานีหัวเราะ สุนัขเห่า สุนัขเป็นประธาน เห่าคือกริยา ทีนี้มาดูประธานกริยากรรมบวกกัน 3 3 หัวข้อนะครับ มีคำว่า ข้าวหอม กิน สับปะรด ทีนี้ข้าวหอมนี่คือชื่อคน เป็นคนนะครับ เป็นประธาน คือคำที่แสดงบอกอาการใช่ไหมครับ ก็คือเป็นคำกริยา สับปะรด ก็คือเป็นผลไม้ เป็นกรรม ถ้าสมมติว่าฉันกินข้าวเหมือนกัน ฉัน ก็คือประธาน กิน ก็คือกริยา ข้าวคือกรรม พอจะเข้าใจไหม พอจะเข้าใจตรงนี้ไหมครับ ต่อมา ชาลีอ่านหนังสือ ชาลีเป็นคนครับ ชาลีเป็นคนเป็นประธาน อ่านเป็นกริยา หนังสือเป็นสิ่งของ เป็นคำนามเหมือนกัน เป็นกรรม ทีนี้คุณครูจะให้นักเรียน ฝึกแต่งประโยค หานักเรียนเห็นภาพไหมครับ เห็นภาพไหม นักเรียนดูภาพนะว่ าเด็กคนนี้ เด็กคนนี้กำลังทำอะไรอยู่ กำลังเตะฟุตบอลใช่ไหมครับ กำลังเล่นฟุตบอลนะ ทีนี้แต่งประโยคจากภาพได้ ก็คือคุณครูจะตั้งชื่อนะครับ ตั้งชื่อให้เด็กคนนี้ชื่อว่าภาณุ ภาณุเตะฟุตบอล ภาณุ ก็คือเด็กคนนี้ ทำอะไรล่ะ เตะอะไร เตะฟุตบอล ภาณุเป็นประธาน เตะเป็นกริยา ฟุตบอลเป็นกรรม ภาพต่อมา เด็กคนนี้ทำอะไรอยู่ครับ แปรงฟัน เด็กคนนี้แปรงฟัน ดูที่คุณครูแต่งประโยคให้ว่าอะไร บอกว่าน้อง น้องหมายถึงว่าน้อง น้อง น้องทำอะไรล่ะ น้องทำอะไร น้องแปรงฟัน นี่เป็นประธาน แปรง แปรงคืออะไร แปรงคือคำแสดงอาการอยู่ใช่ไหมว่าแปรงอยู่ คำกริยา ส่วนฟัน ส่วนฟันมันเป็นอะไรมันเป็นกรรมถูกต้อง มันเป็นกรรมน้องอายเก่งมาก ฟันเป็นกรรม เพราะว่าฟันถูกฉันแปลรง ถูกน้องแปลงใช่ไหม OKเด็ก 2 คนทำอะไรครับ เด็ก 2 คนทำอะไร อ่านหนังสือใช่ไหม ทีนี้ เด็ก 2 คนชื่ออะไรล่ะ เดี๋ยวคุณครูจะตั้งชื่อให้ว่า มานีและมานะ นี่เป็นชื่อคนนะครับ มานีและมานะ นี่เป็นชื่อคน เป็นประธานนะ เป็นประธานนะ มานีและมานะ ทำอะไร ทำอะไรเป็นคำกริยา อ่าน อ่านอะไร กรรม กรรมคืออะไร กรรมคืออะไร กรรมคืออะไร หนังสืออ่าน อ่านหนังสือเห็นไหมครับ ง่ายนิดเดียวเองการแต่งประโยค ถ้านักเรียนเข้าใจ มันก็จะได้เอง ทีนี้ เหลือเวลาอีก 30 นาทีนี่ เดี๋ยวคุณครูจะบอก คุณครูจะแบ่งกลุ่มให้นักเรียนช่วยกัน ออกมาแบ่งกลุ่มกลุ่ม 1 กับกลุ่ม 2 มีอยู่ 2 กลุ่มนะครับ มีอยู่ 2 กลุ่ม นักเรียนมีทั้งหมด มี 8 คน กลุ่มละ 4 คน ใช่ กลุ่มละ 4 คน โดยคุณครูจะให้นักเรียนนับ 1 กับ 2 1 กับ 2 นะ เดี๋ยวครูจะนับ 1 นะ 1 2 1 2 1 2 1 2 คนที่นับ 1 คุณครูนับ นะครับ ยังอยู่ฝั่งนี้นับหนึ่งมาฝั่งนี้ นับหนึ่งมาฝั่งนี้นะครับ ส่วนนับ 2 มาฝั่งนี้นะ นับ 1 มาฝั่งนี้นะครับ โอเค ในเมื่อนักเรียนนั่ง นั่งเป็นกลุ่มกันแล้วนะ ทีนี้คุณครูจะให้นักเรียนดูภาพนะครับ ดูภาพที่คุณครูเอามาให้นี่ ดู นักเรียนดูพี่ล่ามอธิบาย คุณครูจะให้นักเรียนนั่งเป็นกลุ่ม แล้วให้นักเรียนคุยกันปรึกษากัน ช่วยกันแต่งประโยคนะครับ สั้น ๆ โดยมีประธาน กริยา หรือประธาน กริยา กรรม 3 องค์ประกอบตรงนี้ไป โดยที่ห้องเรียนดูภาพ และช่วยกันแต่งประโยคออกมา คนกลุ่มละ 1 ประโยค แล้วให้ตัวแทน ถ้าเขียนเสร็จแล้ว ให้ตัวแทนออกมาเขียนหน้ากระดานให้คุณครูนะครับ แต่ละกลุ่ม เข้าใจไหมครับ เข้าใจไหม ถ้าเข้าใจแล้ว นักเรียนปรึกษากันได้เลยครับ ทีนี้นะ นักเรียนดูพี่ล่าม นักเรียนดูพี่ล่ามพูดนะอธิบายภาษามือ คุณครูจะบอกว่ากลุ่มที่ 1 นะครับ กลุ่มที่ 1 บอกคุณครูว่าฉันไปทำงานเกี่ยวข้าว ประธานคืออะไร ประธานคือใคร คือฉันใช่ไหม ประธาน ไปทำงาน ไปทำงานที่เป็นกิริยาใช่ไหมครับ ไปทำงานเกี่ยวข้าว ไปทำงาน ไปทำงานนี่คือ... ไปนี่คือกิริยา ทำงานนี่ก็คือเป็นกรรมแล้ว ขยายไป ขยายคำกริยา และลดส่วนเกี่ยวนี่ ก็คือเป็นกริยา ส่วนข้าวนี่เป็นกรรม อันนี้ อันนี้เป็นการสร้างประโยค ที่เกินคำสั่งของคุณครู คุณครูต้องการให้นักเรียนแต่งประโยคแบบง่าย ๆ โดยที่มีประธาน กริยากรรมหรือประธานกริยาแค่นั้น แต่นักเรียนเล่นแต่งประโยคมายาวแบบนี้ แสดงว่ากลุ่มนี้ไม่ได้ฟังคำสั่งของคุณครู โอเค แต่ถือว่าเป็นประโยคที่ถูกต้องไหม ถูกต้องครับ ถือว่ากลุ่มที่ 1 ทำประโยคให้ถูกต้อง ส่วนกลุ่มที่ 2 โอเค ลุงเกี่ยวข้าว ลุงเป็นประธาน เกี่ยวเป็นกริยา ข้าวเป็นกรรม ถูกต้องครับ ถูกต้อง โอเค ถือว่าถูกต้องทั้ง 2 กลุ่ม ทีนี้นะครับ ทีนี้คุณครูจะให้นักเรียน แบ่งกลุ่มคุยกันได้เลย เห็นภาพไหมครับ นักเรียน นักเรียนดูพี่ล่ามนะทีนี้ดูพี่ล่ามนะ ดูดี ๆ นะ คุณครูจะพูดให้พี่ล่ามพูดให้นักเรียนเข้าใจนะครับ กลุ่มที่ 1 นะครับ กลุ่มที่ 1 นะครับ กลุ่มที่ 1 บอกว่าฉันไปทำงานเอาต้นข้าวโพด นี่เริ่มมาแล้วครับ เริ่มมาแล้ว ทีนี้ ครูไม่รู้หรอกว่านักเรียนจะสื่อสารว่าอะไรน ะเมื่อกี้ครูเห็นนักเรียนพูดกันเป็นภาษามือกัน นักเรียนบอกกันว่าไปเก็บข้าวโพด ฉันไปเก็บข้าวโพด แต่นักเรียนสื่อสาร เขียนเป็นออกมาว่าฉันไปทำงานเอาต้นข้าวโพด นักเรียนรู้ไหมว่ามันผิด นี่แหละคือสิ่งที่สำคัญว่าทำไมคุณครูสั่งให้เขียนประโยคที่ถูกต้อง คำที่ถูกต้อง ก็คือฉันไปเก็บเกี่ยวข้าวโพดนะ นี่ใช่ไหม คือมันต้องมันต้องเป็นคำ ที่มันบ่งบอกความหมายที่ชัดเจนครับ ถ้านักเรียนจะต้องใช้คำนักเรียนจะต้องใช้คำที่มันถูก และเจาะจงไปเลย ว่านักเรียนทำอะไร ถือว่ากลุ่มหนึ่งนี เป็นการใช้ประโยคที่ผิดนะครับ ส่วนกลุ่มที่ 2 บอกว่าฉันไปซื้อข้าวโพด ฉันเป็นประธาน ไปซื้อเป็นกริยา ข้าวโพดเป็นกรรม ถูกต้องครับ ทีนี้ให้นักเรียนระวังคำนะครับ ระวังคำที่นักเรียนจะใช้คำที่มันสลับกัน นี่แหละ นี่แหละคือสิ่งที่สำคัญ ว่าการเขียนสื่อสาร เขียนสื่อสารผิด แล้วมันจะความหมายมันจะผิด ทีนะครับ เป็นภาพเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง นั่งอยู่ที่จักรยาน ให้นักเรียนช่วยกันแต่งประโยคเลยครับ โอเคนะครับ ทีนี้นะ นักเรียนดูนักเรียนดูพี่ล่ามนะ นักเรียนดูพี่ล่ามอธิบายที่นี้จะเป็น จะหยุดหยุดไว้ตรงนี้ก่อนเพราะว่าหมดเวลาแล้ว เพราะว่าทีนี้เรามาดูประโยคนะครับ ที่ภาพตามภาพนี้นะครับ ก็คือกลุ่มที่ 1 นะครับ บอกว่าฉันไปซื้อจักรยานในตลาดนะครับ โอเครับ เป็นประโยคที่ถูกต้องนะครับ ก็คือฉันเป็นประธาน ไปซื้อ ไปซื้อ ไปซื้อก็คือเป็นคำกริยา จักรยานตัวนี้ก็คือเป็นกรรมนะครับ ในตลาดก็คือขยายนะครับ ว่าไปซื้อที่ไหน ไปซื้อ... ไปขยายคำกริยาอีกทีหนึ่ง โอเค ส่วนกลุ่มที่ 1 บอกฉันปั่นปั่นเป็น... ปั่นมันเป็น ส่วนจักรยานเป็นok ครับ โอเค เหนื่อยไหมครับ เหนื่อยไหมการแต่งประโยคเไหมอยากจะเรียนอีกเหรอ อยากเรียนอีกใช่ไหม ตอนนี้เวลาหมดแล้ว เวลาหมดแล้ว เวลาหมดแล้วนะครับ โอเค เดี๋ยวครั้งต่อไป คุณครูจะมาให้นักเรียนฝึกแต่งประโยคแบบนี้อีกแหละ โอเคนะครับ เดี๋ยวชั่วโมงต่อไปเจอกันอีกนะในวันจันทร์หน้าค่ะ สำหรับวันนี้คุณครูก็จบเพียงเท่านี้แล้ว ไปกินข้าวได้แล้วครับ ขอบคุณพี่ล่ามมากนะครับ ขอบคุณนักเรียนเช่นกันครับ [สิ้นสุดการถอดความ] ครับ สวัสดีครับ