--- title: วิชาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (เช้า) 270867 subtitle: date: วันอังคารที่ 27 สิงหาคม 2567 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์) โอเคค่ะ เดี๋ยวเริ่มเลยนะคะ วันนี้จะเป็นบทที่ 9 จะเกี่ยวข้องกับการประมูลทางอิเล็กทรอนิกส์นะคะ การประมูลในที่นี้ คือ บางทีมันจะไม่ใช่แค่การประมูลสิ่งของ บางทีมันจะเป็นการประมูลเพื่อบริการบางอย่างนะคะ หรือเพื่อ... ไม่ได้ซื้อแค่ซื้อสินค้าชิ้นเดียว อาจจะเป็นการประมูลที่เกิดขึ้นจากทางหน่วยงานราชการก็ได้นะคะ ซึ่งการประมูลนี่ มันหมายถึงเราเสนอซื้อหรือเสนอขายสินค้าหรือบริการระหว่างผู้ซื้อผู้ขายนี่อาจจะมีมากกว่า 1 คนหรือหลายคนเข้ามาแข่งกันในช่วงเวลาที่เรากำหนดนะคะ ซึ่งปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่มันจะเป็นการประมูลทางอิเล็กทรอนิกส์นะคะ หรือการประมูลออนไลน์นี่แหละ อาจจะประมูลผ่านคอมพิวเตอร์หรือผ่านโทรศัพท์ก็ได้นะคะ ซึ่งเราจะใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ต หรือว่าไอ้ระบบอินเทอร์เน็ตที่เราซื้อ package อย่างนี้แหละนะคะ แต่การประมูลนี่ มันจะมีช่วงเวลาอย่างเช่น ให้เสนอราคามาก่อนเที่ยง ใครเสนอราคามาถึงเที่ยงปุ๊บปิดระบบ แล้วก็มาดูกันว่าใครเสนอราคาซื้อหรือเสนอราคาขายที่ดีที่สุดคนนั้นก็ชนะการประมูลนะคะ โดยรูปแบบของการประมูลนี่มันแบ่งตามวิวัฒนาการของกระบวนการประมูลนะคะ การประมูลมี 2 แบบ แบบดั้งเดิมกับแบบอิเล็กทรอนิกส์นะคะ แบบดั้งเดิม พูดง่าย ๆ คือ แบบออฟไลน์ ทำกันแบบเหมือนเปิดห้อง 1 ห้องมา เช่าโรงแรม ห้องประชุม โรงแรม หรือว่าเปิดหอประชุม จังหวัดหรือหอประชุมมหาลัยนะคะ ซึ่งหน่วยงานภาครัฐเอกชนเมื่อก่อนนี่ เขาจะใช้การประมูลแบบนี้นะคะ ซึ่งจากเดิมนี่ ถ้าเป็นทางการประมูลนี่เขาจะเรียกว่าเหมือนห้องคอมพิวเตอร์ห้องเราอย่างนี ้เขาจะเรียกว่าเป็นพัสดุ มีคอมพิวเตอร์นะคะ มีจอ มีเมาส์ คีย์บอร์ด มีโต๊ะ มีเก้าอี้นะคะ อันนี้คือพัสดุทั้งหมดจะมีเลขกำกับ ซึ่งการจะซื้อสิ่งเหล่านี้นี่ จะเป็นหนึ่งในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างนะคะ นะคะ ไม่ใช่ว่าอาจารย์อยากซื้อก็ไปซื้อมาเลยอยากซื้อผ่าน Shopee Lazada ไม่ได้นะคะ ถ้าเป็นการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นพัสดุทางภาครัฐหรือเอกชน เขาจะทำในลักษณะที่ถ้าอาจารย์อยากจะได้คอมพิวเตอร์ 30 เครื่อง ก็ประกาศ เมื่อก่อนอาจจะประกาศในฝาผนัง หรือเป็นป้ายประกาศของมหาวิทยาลัย ว่าเราอยากซื้อคอมพิวเตอร์ 30 เครื่องนะ ใครสนใจจะเสนอราคามา ใครให้ราคาดีที่สุด มหาวิทยาลัยจะซื้อกับคนนั้น อันนี้คือเรียกว่า "การประมูล" ซึ่งเมื่อก่อนนี่ที่ผู้ขายนี่สามารถเสนอราคาได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ก็คือใส่ซองมานะคะ โดยผู้ซื้อกับผู้ขายนี่ทุกคนจะต้องมาอยู่ในห้องเดียวกันพอถึงวันที่ครบกำหนดนะคะ อยู่ห้องเดียวกันทั้งหมด แล้วก็เปิดซองพร้อมกัน เพื่อแสดงให้เห็นว่าใครให้ราคาดีที่สุด อย่างเช่น คอมพิวเตอร์ 30 เครื่องในห้องนี้นี่ ราคาที่มหาวิทยาวิทยาลัยรับได้ อาจจะบอกว่า 1 แสนบาท อะไรก็ว่าไป มีคนเสนอ 120,000 เกินแล้ว มีคนหนึ่งเสนอ 99,000 ต่ำกว่า 100,000 แล้วนะคะ คนนี้ก็อาจจะเป็นคนชนะก็ได้ จนกระทั่งมีราคาที่ดีที่สุดคุณภาพสินค้าเป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด เป็นต้นนะคะ แต่ข้อจำกัดของการประมูลแบบเดิมนี่ คือ ทุกคนจะต้องเดินทางมาอยู่ที่เดียวกัน บางคนอาจจะอยู่ต่างจังหวัด อยู่ใกล้ ๆ ไม่สะดวกที่จะเดินทางมา เลยทำให้ตัวเลือกที่จะทำให้เราเลือกซื้อสินค้านี่มันมีน้อย อย่างจังหวัดที่บางจังหวัดเขาบอกว่าเขาซื้อแล้วของราคาที่ดีกว่า เขาอยู่ไกลน่ะ เขาเดินทางมาเขาก็ไม่คุ้ม กับบางทีเวลาที่ให้คนมายื่นซอง หรือคนที่มาเสนอราคานี่มันน้อยเกินไปนะคะ บางทีมันมีเวลาตัดสินใจน้อย เช่น เขากำลังตัดสินใจว่าเขาจะคุ้มค่าไหม กับการที่จะมาเสนอราคาที่สกลนครอะไรแบบนี้นะคะ หรือบางทีมันอาจจะมีการแอบจ่ายใต้โต๊ะล็นะคะ ล็อกราคา หรือว่าบางทีจะต้องมีการจ่ายค่านายหน้า ก็คือถ้าคุณต้องการจะเข้าประมูลคุณต้องจ่ายค่าธรรมเนียมก่อน ถึงจะเข้าประมูลได้ หรือว่าต้องเสียค่าเช่า ให้เช่าที่ห้องประชุมของโรงแรมนะคะ หรือตามที่ที่จัดการประมูล เสียค่าโฆษณา เสียค่าจ้างพนักงาน เสียค่าอาหาร เสียค่าดูแลต่าง ๆ เยอะแยะมากมายนะคะ มันเลยวิวัฒนาการที่เพิ่มขึ้นมา คือ เป็นการประมูลแบบอิเล็กทรอนิกส์ คือ การประมูลออนไลน์ ใช้อินเทอร์เน็ต ใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ อยู่ที่ไหนก็ประมูลได้ นะคะ อยู่ยะลาอยู่สุรินทร์ อยู่เชียงใหม่ ก็สามารถประมูลงานที่สกลนครได้นะคะ แต่การประมูลนี่มันจะมีสิ่งที่เรียกว่า "ตลาดกลาง" มันเป็นตัวกลางเว็บไซต์ที่ให้บริการเป็นคนที่ทำหน้าที่จัดการประมูลให้ เป็นตัวกลางระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขา ย ผู้เสนอราคา ผู้กำหนดราคา อะไรก็ว่าไปนะคะ ซึ่งอันนี้เป็นภาคเอกชน แต่ถ้าเป็นทางภาครัฐ เขาก็จะมีศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ สมมติว่านักศึกษาจบไป ที่บ้านมีกิจการ ไปสานต่อกิจการขายอุปกรณ์ไอทีของที่บ้าน อยากลองทำดูสิว่าเป็นอย่างไร ก็สามารถเข้าไปดูข้อมูลของจัดซื้อจัดจ้างของทางภาครัฐได้ มันก็จะไม่ได้มีแค่ข้อมูลในจังหวัดเรา มันจะมีข้อมูลทั้งประเทศ ให้คุณเข้าไปดูว่าคุณอยากไปสู้ราคากับที่ไหน ลองดูสินะคะ ลองเริ่มธุรกิจของตัวเอง ดูนะคะ อาจจะเป็นเกี่ยวกับห้องคอมพิวเตอร์ หรือห้อง Server หรือคอมพิวเตอร์ขององค์กรใด ๆ ก็ตาม คุณก็สามารถเข้าไปดูได้ ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ ทางด้านนี้ หรือทางด้านอื่นก็ว่าไป มันไม่ได้มีแค่พัสดุที่เป็นคอมพิวเตอร์ อาคารเรียนก็ได้ถ้าบ้านเป็นผู้รับเหมาอะไรอย่างนี้นะคะ ข้อดีคือคุณไม่ต้องเดินทาง คุณอยู่ที่บ้าน ขอแค่มีอินเทอร์เน็ต แล้วก็การประมูลออนไลน์นี่ มันสามารถเสนอราคาได้หลายครั้ง เหมือนบางทีมันต้องสู้กัน ตัดราคาแข่งกัน หรือเสนอราคาเพิ่มแข่งกัน มีความสงสัยเ พราะว่าเราสามารถทราบข้อมูลแบบออนไลน์ Real Time ก็คือข้อมูล ณ ปัจจุบันนี่ราคามันอยู่ที่เท่าไรนะคะ มีความยืดหยุ่นกว่า เพราะว่ามันมีการประมูลหลายรูปแบบนะคะ ลดต้นทุนในการจัดทำเอกสาร เพราะว่าทุกอย่างออนไลน์ เราก็ส่งเป็นเอกสารออนไลน์ไปนะตะ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเช่าสถานที่ ไม่ต้องเสียค่าอาหารว่าง อาหารกลางวันนะคะ เปิดโอกาสให้ผู้เสนอราคารายใหม่ ๆ นี่เข้าร่วมได้ อาจจะเป็นคนต่างถิ่น หรือคนที่เพิ่งเริ่มธุรกิจ อยากลองดูนะคะ เมื่อก่อนนะคะ เทียบเป็นภาพ ก็คนที่ต้องการสินค้าเขาก็จะกำหนดราคา ไม่ว่าเขาจะซื้อหรือว่าเขาจะขาย แล้วเขาก็จะร่างข้อกำหนดขึ้นมา ก็จะร่างข้อกำหนดต่าง ๆ ออกมานะคะ โดยที่พอเขาร่างเสร็จปุ๊บ ก็จะให้คนเสนอราคามา แล้วก็คัดเลือกคนที่จะมาซื้อหรือจะมาขาย ที่มีศักยภาพหรือราคาที่เหมาะสมกับเรานะคะ อาจจะมีการเจรจาต่อรองเกิดขึ้น เช่น คุณจะทำราคาถูกกว่านี้ได้ไหม หรือคุณจะมีของแถมให้เราได้อีกหรือเปล่า ถ้าตกลงกันได้ก็ตัดสินผู้ชนะก็จัดส่งสินค้าชำระเงิน อันนี้เป็นแบบเดิมนะคะ แต่ถ้าในยุคปัจจุบัน ถ้าเป็นการประมูลแบบออนไลน์ เรากำหนดราคาเสร็จปุ๊บ ร่างเอกสาร ข้อกำหนดต่าง ๆ แล้วก็เปิดหนังออนไลน์ ทุกคนเห็นราคาพร้อมกัน ทุกคนสามารถเสนอราคาสู้กันได้ในระยะเวลาที่กำหนด ทุกอย่างตกลงกันได้ เห็นได้ว่าจะไม่มีการเจรจาต่อรองเกิดขึ้น เพราะทุกคนจะรู้ข้อมูลพร้อมกัน ถ้าคุณยอม หรือคุณสามารถเปลี่ยนแปลงราคาได้คุณก็เป็นผู้ชนะไปนะคะ ก็จะมีการจัดส่งสินค้าชำระเงินเหมือนกัน ซึ่งชนิดของการประมูลแบบแรกเป็นประมูลขายนะคะ มันจะเป็นการประมูลที่เริ่มขึ้นจากความต้องการที่เขาจะขายสินค้า โดยจะกำหนดความต้องการให้คนซื้อนี่เข้ามาเสนอราคาแข่งกันนะคะ เช่น บริษัทนี้อยากขายคฤหาสน์หลังหนึ่ง ก็เปิดประมูลนะคะ ใครให้ราคาสูงที่สุดคนนั้นชนะ ลักษณะเดียวกันกับที่ตอนนี้ที่เห็นง่าย ๆ ก็คือตรงเหมือนสี่แยกบ้านธาตุ เขาก็จะมีป้ายประกาศว่าประมูลทะเบียนรถยนต์ ใครชอบเลขไหนเข้าไปประมูล ใครให้ราคาสูงที่สุดของเลขทะเบียนนั้นได้รับสินค้า ได้รับป้ายประมูลนั้นไป อันนี้เป็นการประมูลขาย นะคะ ก็จะเป็นลักษณะที่เราจะเพิ่มราคาสู้กันไปเรื่อย ๆ ตามระยะเวลาที่กำหนดให้ให้ราคาสูงที่สุดชนะนะคะ ส่วนการประมูลซื้อ จะเจอในลักษณะของหน่วยงานราชการหรือเอกชนที่ต้องการซื้อสินค้าจำนวนเยอะ ๆ หรือสินค้าบางอย่างที่เราอยากได้ เราก็กำหนดไว้ ใครให้ราคาต่ำที่สุดเราจะซื้อ เช่น อยากได้รถยนต์ รถกระบะคันหนึ่งนะคะ เอามาใช้ในโรงเรียนหรือใช้ในมหาวิทยาลัย ราคากลางตั้งไว้ที่ 950,000 บาท สมมติว่านะคะ ถ้าใครมาบอกว่าผมขาย 945,000 อีกคนบอก 930000คนที่ให้ราคาต่ำที่สุดในสิ่งที่เราต้องการ แล้วก็คุณภาพรวม ถึงรายละเอียดสินค้าตรงตามที่เรากำหนด คนนั้นชนะนะคะ เหมือนในห้องนี้ เหมือนที่บอกว่าอาจารย์จะให้คอมพิวเตอร์ 30 เครื่อง การตั้งราคากลางไว้ว่าฉันจะซื้อไม่เกิน 1 แสนบาท ใครให้ราคาต่ำกว่า 1 แสนบาท คนนั้นชนะนะคะ เป็นแบบนี้ กราฟจะตรงข้ามกับการประมูลขาย ใครให้ราคาที่ต่ำที่สุดในสิ่งที่เราต้องการ รวมถึงคุณภาพยังเป็นคุณภาพตามที่เรากำหนด คนนั้นชนะ ก็คือบางทีคนที่เขามานี่เขายอมเอากำไรน้อยอะไรประมาณนี้นะคะ ชนิดของการประมูลอีกชนิดหนึ่ง คือ One Knock Auction คือการเคาะ เหมือนเราเห็นในหนัง บางทีอาจจะเคยเห็นในหนังบ้างนะคะ ก็คือมีเวลากำหนด ใครยกราคาแข่งกันนะคะ ให้... ให้นับ 1-3 ใครให้ราคาดีที่สุด คนนั้นชนะ อาจจะเคยเห็นในหนังบ้า ง เช่น ประมูลขายภาพงานศิลปะ ว่าจะมีแต่ละคนก็จะมารวมอยู่ในห้องเดียวกัน หรือว่าในช่องทางออนไลน์พร้อมกัน กดประมูลแข่งกัน เขาเรียกว่า "ยกป้าย" นะคะ โดยการประมูลอย่างนี้ บางครั้งคนขายนี่เขาไม่สามารถกำหนดราคาเริ่มต้นได้ ให้คนเสนอซื้อเข้ามาก่อน นะคะ เช่น ประมูลขายภาพศิลปะชิ้นนี้ ให้คนเสนอราคาเข้ามา ปิดราคาตอนเที่ยง ใครเสนอมาเท่าไร ราคาสุดท้ายคนนั้นชนะ ให้เพิ่มทีละ 500 หรือ 5,000 หรือ 50,000 บาท อะไรก็ว่าไปนะคะ อีกแบบหนึ่ง จะเป็นแบบ English Auction เขาเรียกว่าเป็นการที่เราตั้งราคาเริ่มต้น หลังจากนั้นจะให้ทุกคน Bid B-i-d นี่นะคะ โดยที่ให้ทุกคนเสนอราคาเพิ่มขึ้นสูงไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะไม่มีใครมาเสนอแล้ว จนกระทั่งเวลาหมดลง ใครที่เสนอราคาดีที่สุดคนสุดท้าย ก็ถือว่าชนะการประมูล เพราะว่านี้คือทุกคนจะรู้ราคา ส่วนมากก็เห็นใน Facebook บ้างนะคะ เช่น มาประมูลขาย Art Toy เริ่มต้นที่ 200 สมมติเป็นรูปลาบูบู บิดละ 50 บาท ก็หมายความว่าคุณจะต้องเพิ่มราคาขั้นต่ำคืออย่างน้อย 50 บาท เริ่มต้น 200 ก็จะเป็น 250 300 350 ไปเรื่อย ๆ จนกว่าใครเสนอราคานี้ สมมุติว่าถึง 2,050 บาท ไม่มีใครเสนอต่อแล้ว แสดงว่าลาบูตัวนี้จะขายที่ราคา 2,050 บาท เป็นต้นนะคะ ตอบมาเป็นแบบอย่าง Yankee นะคะ เจ้าสินค้าแต่ละชนิดมาขายหลายชิ้น นะคะ ก็มาเสนอขายนะคะ ก็ส่วนมากจะไม่ได้ขายทีละชิ้นค่ะ ขายเยอะ ๆ เพิ่มราคาสูงแข่งกันจนกว่าที่จะไม่มีใครสู้ราคาได้ก็ชนะประมูลไป ก็จะประมูลไปเรื่อย ๆ จนกว่าสินค้าจะหมดนะคะ ก็จะเป็นการจัด ไม่ได้มีแค่สินค้าชิ้นเดียว ก็จะเป็นการเอาสินค้ามาวางเรียงไว้ ว่าวันนี้จะมีอะไรขายบ้าง เอาอะไรมาให้ประมูลบ้างนะคะ ก็เริ่มประมูลไปเรื่อย ๆ จนกว่าของจะหมด แบบ Dutch ก็จะเป็นการที่เสนอราคาที่สูงมาก ๆ สมมติว่าอาจารย์จะขายรถ อาจารย์ตั้งราคาไว้ล้านหนึ่ง เงียบไม่มีใครซื้อขาย 900,000 ยังเงียบอยู่ ไม่มีใครซื้อถึง 800,000 คนเริ่มขยับตัวบางทีอาจจะเป็นของที่คนต้องการมาก ๆ เขาจะไม่รอให้สินค้าลดราคาลงมากเกินไป เพราะว่ากลัวจะตกไปเป็นของคนอื่น บางครั้ง สมมติว่าอาจารย์ตั้งราคาแล้ว ลาบูบู อาจารย์ขาย 3,000 เงียบ ราคาที่บางคนยอมรับได้ที่ 2,000 อาจารย์เริ่มลดมาที่ 2,100 บางคนอาจจะซื้อเลย เพราะว่าถ้ากลัวต่ำกว่านี้นี่ คนจะมาสู้ราคาเยอะ สินค้าบางชนิดมันเลยอาจจะสูงกว่าราคาที่เราคาดการณ์ไว้ว่าเขาจะซื้อ อย่างอาจารย์อาจจะคิดว่าเขาจะซื้อตอน 1,900 บาท แต่เขาซื้อตั้ง 2,000 บาท ได้กำไรแล้ว 200 แต่จะต้องเป็นสินค้าที่คุณมั่นใจว่าคนต้องการจะซื้อจริง ๆ มันถึงจะเหมาะกับการเลือกชนิดของการประมูลแบบนี้นะคะ ต่อมาเป็นแบบ Free Fall นะคะ ใกล้ ๆ กับ Yankee แตกต่างกันตรงที่ว่ามันจะมีสินค้าแค่ชนิดเดียวนะคะ แล้วก็มันจะค่อย ๆ ลดราคาลงมา ตามช่วงเวลาที่กำหนดนะคะ ไม่ใช่ว่ามีคน... เราเสนอเองนะ แต่แค่เรากำหนดเวลาไว้ว่าเราจะลดราคาตอนไหนบ้าง ถ้าใครหยุดราคาประมูลเป็นคนแรก คนแรกเท่านั้นนะคะ ก็ชนะการประมูลไปเลย ต่อมาเป็น Sealed Bid ก็คือการ Seal ก็คือปิดซอง ยื่นซองพร้อมกัน โดยไม่ทราบข้อมูลของคนอื่นเลยว่าเขาจะเสนอราคาเท่าไรบ้าง มี 2 ชนิด เป็น First กับ Second นะคะ แบบเฟิรนี่คือคนที่ยื่นซองเสนอราคาดีที่สุด นะคะ จะต้องจ่ายตามราคาที่ยื่นหรือราคาที่กำหนด ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ใช้ในการประมูลของทางภาครัฐ แบบที่ 2 คนที่ชนะ ก็คือคนที่ยื่นเสนอราคาดีที่สุด แต่จ่ายจริงในราคาที่ลองลงมา ซึ่งทฤษฎีของนักเศรษฐศาสตร์ นะคะ แต่ทั้งสองวิธีนี้นี่จะไม่รับความนิยมเที่ยวมาใช้บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ส่วนมากจะเป็นนิยมในการประมูลแบบออฟไลน์ นะคะ ซึ่งหน่วยงานราชการบางทีก็ยังใช้แบบนี้อยู่นะคะ กับอีกแบบหนึ่งเป็นแบบ Doubled Auction เป็นการประมูลทั้ง 2 ฝ่าย คือ คนซื้อคนขายเสนอราคามาในจำนวนสินค้าที่คุณต้องการ แล้วก็มาจับคู่สินค้าที่เหมาะสมนะคะ ก็เริ่มต้นจากสิ่งที่ต่ำที่สุดแล้วก็เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ จับคู่กัน โดยการประมูลแบบนี้นี่ มันเป็นได้ทั้งแบบเปิดและแบบปิดนะคะ ส่วนมากจะเป็นนิยมในการซื้อหุ้น มันจะมีถ้าใครเริ่มเทรดแล้วตั้งแต่อายุยังน้อยนี่ จะเริ่มเห็นแล้วว่าคุณตั้งราคาไว้ คุณจะซื้อหุ้นราคานี้ มีคนตั้งราคาขายราคานี้ มันจะเขาเรียกว่าอะไรไหม Match กันหรือว่าตรงกันที่ไหนค่อยซื้อค่อยขายได้ เป็นลักษณะของการซื้อหุ้นนั่นแหละ เหมือนสมมติคุณอยากได้หุ้นอะไรดีล่ะ หุ้นของ KFC สมมติ คุณบอกว่าหุ้นละ 3 บาท คุณถึงจะซื้อ แต่ตอนนี้เขาเสนอขายที่ 3.50 บาท คุณแม่ซื้อไม่ได้ จนกว่าที่คนมาขายในราคา 3 บาท เท่าที่คุณต้องการจะซื้อ คุณถึงจะซื้อได้ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ การเตรียมตัวก่อนที่จะร่วมประมูลนะคะ ก็ต้องเตรียมพร้อม หาข้อมูล หาเกี่ยวกับการประมูลให้ได้มากที่สุดนะคะ เงื่อนไขในการประมูลเป็นอย่างไร กฎเกณฑ์กฎหมายวิธีการเข้าร่วม เอกสารต่าง ๆ ชนิดการประมูลที่เขาใช้ ระยะเวลาที่เขาให้ประมูล ราคากลาง ราคากลางในตลาด ราคาที่คุณสามารถ หามาขายหรือหามาซื้อได้อะไรก็ว่าไปนะคะ แล้วหาข้อมูลไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ กำเงินไว้แล้วฉันอยากประมูลจังเลย แต่ไม่มีความรู้นี่ ไม่ได้ ในระหว่างการประมูลนี่คุณจะต้องรู้ว่าคุณจะประมูลขายอะไร ตลาดกลางของบริษัทอะไร สินค้าที่คุณต้องการคืออะไรนะคะ การจัดเตรียมข้อมูลการชำระเงิน ข้อมูลการจัดส่ง Profile ทุกอย่างเรียบร้อยไหมนะคะ อย่างเช่น มันจะมีบริษัทที่เขาให้ประมูลรถยนต์ที่ยึดมาจากธนาคาร คุณอยากประมูลรถคันนี้ เขาจะมีรายละเอียดบอกว่ารถคันนี้เป็นอย่างไร นู่น นี่ นั่น โน่น และจะต้องชำระค่าธรรมเนียมการประมูล 10,000 บาท บวกภาษี 7 เปอร์เซ็นต์ ก็จะเป็น 10,700 คุณต้องจ่ายก่อนที่คุณจะเข้าประมูล ไม่ว่ารถจะราคาเท่าไร คุณต้องจ่ายราคาเท่านี้ก่อน เป็นหลักประกันว่าคุณไม่ได้มาประมูลเล่น ๆ นะคะ ก็จะเป็นการลงทะเบียนนะคะ ดูข้อกำหนด รายละเอียดต่าง ๆ นะคะ มีการส่งอีเมลแจ้งนะคะ มีตลาดกลางตอบกลับมาว่ารายละเอียดการประมูลวันไหน อะไร ย่างไรนะคะ ก็สมัครสมาชิก ว่าข้อมูลเราเป็นใคร ยืนยันตัวตนนะคะ ขั้นตอนการชำระเงินเป็นอย่างไรบ้าง ก็เข้าไปอ่านนะคะ แล้วก็มีการตัดสินผู้ชนะ มีการทำสัญญาซื้อขายส่งสินค้า อันนี้เป็นขั้นตอนมาตรฐานที่เกิดขึ้น ถ้าคุณเข้าร่วมการประมูลนะคะ หลังจากที่คุณประมูลเสร็จแล้ว มันก็จะมีทั้งการจัดส่งสินค้า จ่ายเงินอย่างไรนะคะ มีการส่ง... บางเว็บก็ส่งการ์ดมายินดีด้วยนะคะ เป็นบริการหลังการขาย หลังการใช้บริการของเขานะคะ ก็มีให้โหวตคะแนนการให้บริการว่าการประมูลครั้งนี้เป็นอย่างไรนะคะ มีการส่งเอกสารทั้งใบส่งสินค้า ใบกำกับภาษีใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงินเอกสารต่าง ๆ นะคะ ก็จะเป็นเอกสารหรือสิ่งที่ต้องทำหลังจากการประมูลเกิดขึ้น ซึ่งการประมูลนี่ มันก็สามารถเข้าไปประมูลในเว็บไซต์ที่เป็นที่รู้จักได้เยอะแยะมากมายนะคะ จะมีทั้ง eBay นะคะ สินค้ามันก็มีการจัดหมวดหมู่ว่าคุณต้องการประมูลอะไรนะคะ ข่าวการประมูลของเว็บไซต์ ถ้าเป็นเอกชนก็มี ทางราชการก็มี ก็สามารถเข้าไปติดตามได้นะคะ มีตัวอย่างสาธิต Demo การประมูลให้ดูนะคะ ใครสนใจก็ไปหาข้อมูลดูได้ ในเว็บไซต์ตลาดกลางใหญ่ ๆ นี่ เขาจะมีวิธีการประมูล ทำเป็นคลิปให้ดูอยู่นะคะ มีการสนับสนุนการเขียนใบเสนอราคา ควรจะเขียนอย่างไรนะคะ การปิดประกาศประมูลสินค้า ต้องประกาศ มีข้อมูลอะไรบ้างนะคะ มีเครื่องมือที่ช่วยรายงานหรือ Monitor ให้ผู้ร่วมประมูลทราบตลอดเวลาของการประมูลว่าราคาตอนนี้เป็นอย่างไร เหลือเวลาเท่าไร มีเมลแจ้งว่ามีการประมูลที่ไหนบ้างนะคะ ข้อดีของการประมูลออนไลน์ ก็คือมันเป็นอีกช่องทางในการเพิ่มรายได้นะคะ สามารถกำหนดราคาได้ แล้วก็ตัดพ่อค้าคนกลางออกไป ตัดการต่อรองออกไปนะคะ แล้วก็ลดเวลาในการทำโฆษณานะคะ แล้วก็สามารถขายได้ง่ายขึ้น เขาว่าอย่างนั้นนะคะ ถ้าใครขายสินค้าที่ในลักษณะประมูล มันจะไม่ใช่สินค้าแบบทั่ว ๆ ไปน่ะ มันจะเป็นอาจจะเป็นสินค้าบางอย่างที่เหมาะกับการประมูล เช่น งานศิลปะของเก่าอะไรก็ว่าไปนะคะ คนซื้อก็ข้อดี คือ มันไม่เจอสินค้าที่หายาก สินค้าบางอย่างเขาไม่ขายทั่วไป จะเห็นได้ทำงานประมูลวันที่อาจารย์ ยกตัวอย่าง คือ ของเก่าของโบราณ หรือของแรร์ไอเทม ของหายากทั้งหลาย ประมูลการ์ดยูกิ ประมูล Art Toy ตัว Secret อะไรก็ว่าไปนะคะ แล้วก็มันมีความตื่นเต้นให้เราลุ้นนะคะ การประมูลบางชนิดนี่เราสามารถปิดบังตัวตนได้ ให้คนที่เป็นเว็บไซต์หรือตลาดกลางเป็นคนรับสินค้าแทนเราก็ได้ ประมูลที่ไหนก็ได้ ซื้อของที่ไหนก็ได้ บนโลกนะคะ นั่งเรียนอยู่ ก็ถ้าจะประมูลจริง ๆ ก็ประมูลได้ แบบนี้นะคะ ส่วนคนที่เป็นผู้ดำเนินการประมูลตลาดกลางนี่ มันก็มีพันธมิตรทางธุรกิจมากขึ้น ได้รับค่าธรรมเนียม คือ เขาดูแลการประมูลให้ เขาก็ได้ค่าธรรมเนียมว่าใครสนใจเข้ามาก็ต้องจ่ายสตางค์นะคะ นอกจากได้รายได้แล้วยังได้รายได้จากการโฆษณาอีกนะคะ ถ้าเป็นตลาดกลางให้ทางภาครัฐนี่ ก็จะยิ่งมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น แต่ข้อเสี ย คือ บางครั้งเราถูกหลอก บางครั้งถ้ามึงออนไลน์แล้วไม่เห็นของจริงนะคะ บางครั้งข้อมูลของเราถูกโจรกรรม บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตก็มี นะคะ ซอฟต์แวร์ที่สนับสนุน ถ้าเป็นซอฟต์แวร์ที่ไม่ใช่ Web Browser นี่ การประมูลมันมีน้อยนะคะ ปริมาณในการซื้อขายบางทีมันไม่คุ้มกับสิ่งที่เราลงทุนก็มีนะคะ บางครั้งสิ่งที่เราซื้อมาหรือขายไป ราคามันไม่เท่ากับสิ่งที่มันควรจะเป็นก็อาจจะเกิดขึ้นได้ การโกงก็เยอะ เอารูปปลอมมาใส่ การจูงใจด้วยข้อความ บอกสินค้าสุขราคาคุณภาพสูงมาก แต่สิ่งที่ได้จริงมามันอาจจะไม่เป็นอย่างนั้น ของปลอมก็มี ถ้าสมมติการประมูลที่ไม่มีผู้เชี่ยวชาญ หรือการประมูลที่แบบเรารับประกันนู่น นี่ นั่น โน่น แต่ไม่มีคนมายืนยันหรือว่าหาหน่วยงานมายืนยันไม่ได้ก็ยาก สินค้าบางอย่างเราประมูลมาได้ราคาต่ำก็จริง แต่ค่าส่งมันแพง บางครั้งคนขายเขาไม่ได้คาดหวังกับราคาสินค้า เขาไปบวกเอาตรงที่ราคาขนส่งนะคะ เหมือนของบางอย่าง คุณได้ราคามาซื้อได้ 9 บาท ค่าส่ง 300 อย่างนี้ สรุป ขับมอเตอร์ไซค์ไปซื้อดีกว่าไหม นะคะ บางคนเขาไม่ส่งสินค้าให้ก็โดนโกง บางคนต้องการของฟรี ก็มาโกหกว่ายังไม่รับสินค้า ร้องเรียนมา ของบอกว่าชำรุดแกะกล่องแล้วจริง ๆ คือแบบเปลี่ยนใจ ไม่เอาแล้ว หรือบอกว่าของชำรุด จริง ๆ แล้ว เหมือนที่เราเจอกันนะคะ ว่าทำไมต้องถ่ายวีดีโอตอนเปิดกล่อง แต่ก็มีคนมาแย้งว่าแล้วทำไมคนขายไม่ถ่ายวีดีโอตอนที่แพ็ก เป็นต้น มันก็จะโกงกันไป โกงกันมาแบบนี้นะคะ บางคนอยากได้สินค้าดีกว่าเดิมก็ไปร้องเรียน จนเขายอมเปลี่ยนสินค้าให้ เขาก็ถูกโกงนั่นแหละนะคะ การป้องกัน ก็คือบางทีเราก็ต้องมีการพิสูจน์ตัวตนนะคะ การตรวจสอบสินค้าเป็นของจริงบางอย่างค่อนข้างยาก อาศัยความเชี่ยวชาญนะคะ แล้วก็บางทีเวลาเขาซื้อของนะ เราก็จะไปอ่านเว็บบอร์ด อ่าน Comment ที่เขา Comment เราก็จะสามารถดูได้ว่า เออ คนที่เขาเคยซื้อหรือเขาเคยประมูลมามันมีข้อคิดเห็นอะไรเกิดขึ้นบ้างนะคะ การประมูลผ่านโทรศัพท์ ส่วนมากจะเป็นเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้น เราทำผ่านโทรศัพท์นะ เพราะว่าตอนนี้บางคนก็เปิดหน้าจอเทรด 6 จอ บางคนก็เทรดผ่านโทรศัพท์ ก็สามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวตลอดเวลา ดูพอร์ตที่เรามีไว้นะคะ ก็บางครั้งเราใช้โทรศัพท์ มีข้อจำกัดอยู่ บางคนบอกว่าเพจหุ้นมันต้องมีหลายจอนู่นนี่นั่นโน่น โทรศัพท์มันมีแค่ตัวเดียวนะ บางทีเราก็เปรียบเทียบหุ้นหรือว่าดูกราฟอะไรไม่ถนัด ระยะเวลาในการใช้งานก็ค่อนข้างจำกัด มันต้องใช้แบตเตอรี่นะ แล้วก็การเปิดประมูลมันมีเวลา มีช่วงเวลาที่ประมูลได้ เสนอราคาได้ ขายได้ พักเที่ยง ปิดตลาด อันนี้เป็นการทำงานของตลาดหุ้นอยู่แล้วนะคะ ก็วันนี้ก็จะลอง อันนี้ทำเองนะ อย่าใช้แชต นะ อยากรู้จริง ๆ ใช้ทำไมล่ะ อยากรู้ว่าเคยใช้ไหม ถ้าไม่เคยน่ะ ทำไมไม่เคย แล้วเคยรู้อะไรเกี่ยวกับการประมูลไหม แค่อยากถามว่าคุณคิดว่าประมูลนี่มันเป็นประโยชน์กับใคร ระหว่างคนซื้อหรือคนขาย หรือคนที่ดำเนินการประมูล ลองใช้วิจารณญาณ ใช้... คนรวยประมูลทุกอย่างไหม บางคนเขาก็ไม่ประมูลนะ เขาก็ซื้อเลย ก็ลองลองหาข้อมูลดูสิ ว่าคนซื้อ คนขาย คนดำเนินการคนไหนเขาได้ประโยชน์มากที่สุดในการประมูล ลองดู อธิบายด้วย อย่าเพิ่งใช้แต่แชต ลองหาข้อมูลดูนิดหน่อย แชตมันก็ไม่รู้ทุกอย่างหรอก ทำเสร็จแล้วส่งใน Classroom เลยนะคะ ขออนุญาตค่ะพี่ล่าม เดี๋ยวขออนุญาตให้พี่ล่ามได้พักค่ะ น้องจะได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ