﻿1
00:00:11,931 --> 00:00:15,931
(อาจารย์เกวลี) หลังสุด

2
00:00:17,823 --> 00:00:21,823
รหัสอะไรนะครับ รหัส...

3
00:00:21,957 --> 00:00:25,142
28 ภาคภูมิ

4
00:00:25,142 --> 00:00:29,142
บวกแค่นี้แหละ

5
00:00:32,705 --> 00:00:35,971
พวกนี้คนเดิม ๆ

6
00:00:35,971 --> 00:00:39,971
เดชมงคล

7
00:00:43,347 --> 00:00:47,347
วันนี้กฤติกร มา

8
00:00:50,108 --> 00:00:54,108
ทัดเทพ

9
00:00:56,018 --> 00:01:00,018
เสียงมันออกไหมน่ะ

10
00:01:04,017 --> 00:01:08,017
เหรอ ออกไหม เหมือนเสียงไม่ออก

11
00:01:22,787 --> 00:01:26,787
ได้ยินไหม โอเคได้แล้ว ก็มันออกอยู่ใช่ไหม อันนี้คือออก

12
00:01:32,757 --> 00:01:32,796
อยู่ใช่ไหม บางวันเหมือนอาจารย์พูดคนเดียว โอเคค่ะ

13
00:01:32,796 --> 00:01:36,796
วันนี้จะเป็นบทที่ 10 นะคะ เกี่ยวกับเรื่อง

14
00:01:37,658 --> 00:01:41,580
SEO นี่ อันนี้คือไม่ออก

15
00:01:41,580 --> 00:01:45,580
SEO นะคะ ก็

16
00:01:45,972 --> 00:01:48,129
มันเป็นเรื่องที่ได้รับความนิยม เกี่ยวกับ

17
00:01:48,129 --> 00:01:50,009
การทำธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบันมากนะคะ

18
00:01:50,009 --> 00:01:54,009
มันก็คือการปรับแต่งเซ็บไซต์ ซึ่งถ้า

19
00:01:56,990 --> 00:02:00,990
ใครอยากไปฝึกงาน มันจะมีตำแหน่งงาน

20
00:02:04,723 --> 00:02:04,750
ตำแหน่งงานที่ทำเกี่ยวกับ SEO อยู่แล้วนะคะ

21
00:02:04,750 --> 00:02:08,750
แล้วก็จะมีความสำคัญมากกับธุรกิจ e-Commerce ในปัจจุ

22
00:02:14,511 --> 00:02:18,511
บันด้วย ไอ้การปรับแต่งเว็บไซต์หรือว่า SEO

23
00:02:18,813 --> 00:02:22,813
นี่มันเป็นอย่างนี้

24
00:02:30,816 --> 00:02:34,816
มา ไม่กระพริบ... เหมือน

25
00:02:35,397 --> 00:02:39,397
เสียงไมค์มันเข้านะ แต่เครื่องเสียงไม่ออก

26
00:02:43,380 --> 00:02:47,052
เพราะว่าไอ้นี่มันกระพริบ ไมค์มันรับได้อยู่

27
00:02:47,052 --> 00:02:48,496
เป็นกับตัว

28
00:02:48,496 --> 00:02:49,065
เครื่องเสียง เครื่องเสียง

29
00:02:49,065 --> 00:02:53,065
คราวนี้ความสัม... นี่ไม่ออกอีกแล้ว

30
00:02:56,674 --> 00:02:57,913
ตัวนี้

31
00:02:57,913 --> 00:03:01,913
ไอ้ตัว SEO นี่ค่ะ

32
00:03:06,978 --> 00:03:10,377
มันเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์นะคะ คือ ทำอย่างไรก็ได้ให้

33
00:03:10,377 --> 00:03:14,377
เว็บไซต์เรานี่ Search แล้วเจอหน้าแรกบน Search Engines

34
00:03:22,260 --> 00:03:26,260
ไม่ว่าจะเป็น Google ฺ

35
00:03:26,838 --> 00:03:27,193
หรือ Bring โดยการเขียน มันจะเขียนเกี่ยวกับบทความ

36
00:03:27,193 --> 00:03:31,193
นะคะ การใช้ Keyword ซึ่งมันจะต้องเป็นการเขียนข้อความที่ต้องสอดแทรก Keyword

37
00:03:38,310 --> 00:03:39,552
สำหรับการค้นหาให้เจอด้วย คือไม่ว่า

38
00:03:39,552 --> 00:03:40,441
User จะค้นหาคำไหนก็ตาม มันจะต้อง

39
00:03:40,441 --> 00:03:44,441
เจอเป็นส่วนหนึ่งของเว็บไซต์คุณ นั่นแสดงว่า

40
00:03:46,243 --> 00:03:50,243
ไอ้การทำ SEO นี่ มันจะต้องมีกระบวนการคิด

41
00:03:51,690 --> 00:03:55,690
นะคะ แล้วก็มันก็ต้องมีการปรับปรุง

42
00:03:56,271 --> 00:03:56,294
ประสิทธิภาพของเว็บไซต์ ให้ดีต่อ User

43
00:03:56,294 --> 00:03:59,303
หรือว่าผู้ใช้งานมากที่สุด ก็คือทำอย่างไรก็ได้นะคะ

44
00:03:59,303 --> 00:04:03,303
ก็จะมีการรปรับแต่งการค้นหาของเว็บไซต์เรา

45
00:04:06,194 --> 00:04:10,194
อยู่เสมอนะคะ อย่างเช่น อันดับมันตก เราค้นหาดู

46
00:04:13,300 --> 00:04:14,157
แล้วเจอเว็บไซต์เราเป็นอันดับที่ 5 เราต้องมาดูแล้ว ว่า

47
00:04:14,157 --> 00:04:18,157
ทำไมมันถึงไม่เจอเว็บไซต์เราเป็นอันดับที่ 1 คำค้นหาของเรา

48
00:04:19,191 --> 00:04:23,191
อาจจะยังไม่ครอบคลุมหรือเปล่านะคะ ซึ่งหลัก ๆ

49
00:04:26,782 --> 00:04:30,782
แล้วการทำ SEO ทำให้มันประสบความสำเร็จ

50
00:04:30,814 --> 00:04:32,748
อยู่ในหน้าแรกของ Google ให้ได้ แล้วก็เป็นเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือนะคะ มันจะถือว่าเป็น

51
00:04:32,748 --> 00:04:36,474
การที่มอบประสบการณ์

52
00:04:36,474 --> 00:04:40,474
ที่มีประโยชน์และประสบการณ์ความพึงพอใจสูงสุด

53
00:04:45,535 --> 00:04:46,133
นั่นคือ เหมือนที่เราเคยเรียนมาแล้ว ในวิชา SCO

54
00:04:46,133 --> 00:04:50,133
ออกแบบ User Experience เขาใช้งาน

55
00:04:51,515 --> 00:04:55,515
มาแบบไหน เขามีความเคยชินที่ที่ใช้การค้นหาหรือการดูข้อมูลเว็บไซต์

56
00:05:01,885 --> 00:05:02,576
อย่างไร เราจะต้องเอาอันนั้นมาวิเคราะห์ในการทำ SEO ของเราด้วย

57
00:05:02,576 --> 00:05:06,576
ซึ่งเราเรียนมาแล้ว UX UI นะคะ ไอ้ตัว SEO นี่ อย่างที่บอกค่ะ มันเป็น

58
00:05:12,584 --> 00:05:16,584
การปรับแต่งเว็บไซต์ ซึ่งมันจะมีแบบที่

59
00:05:17,325 --> 00:05:18,513
ต้องปรับแต่งในรูปแบบของการเขียนโค้ดด้วย เพื่อให้ความเร็วในการเรียกใช้เว็บไซต์นี่

60
00:05:18,513 --> 00:05:22,513
มัน... ไอ้ตัวผู้ใช่งานนี่ เขาจะรู้สึกว่า

61
00:05:27,934 --> 00:05:31,934
ทำไมเว็บไซต์บางเว็บไซต์มันโหลดช้าจัง เขาก็ไม่ดู

62
00:05:32,575 --> 00:05:36,575
นะคะ เหมือนเมื่อก่อน ตอนช่วงปีต้น ๆ ที่คุณเรียนมา อาจารย์บางท่านหรืออาจารย์นี่แหละ

63
00:05:39,844 --> 00:05:39,936
อาจจะบอกว่าโปรแกรมเดียวกัน ถามว่า

64
00:05:39,936 --> 00:05:43,936
คนหนึ่งเขียน 100 บรรทัด อีกคนเขียน 300 บรรทัด

65
00:05:49,774 --> 00:05:49,875
ได้ผลลัพธ์เท่ากัน ถามว่าผิดไหม ไม่ผิด แต่ต่างกันที่ความเร็ว

66
00:05:49,875 --> 00:05:53,607
ยิ่งคุณเขียนโค้ดจำนวนบรรทัดเยอะ เรียกใช้คำสั่งเยอะ

67
00:05:53,607 --> 00:05:57,607
เกินความจำเป็น มันก็จะมีผลในการประมวลผล ซึ่งทำให

68
00:05:58,622 --> 00:06:02,493
้อาจจะทำให้เว็บไซต์คุณน่ะ โหลดขึ้นมาช้า

69
00:06:02,493 --> 00:06:06,493
แล้วตอนนี้ คือ ทุกคนแข่งกันเรื่องความเร็ว

70
00:06:08,261 --> 00:06:09,447
ขนาดแค่เว็บไซต์ หรือบางทีคุณเล่นเน็ตน่ะ Facebook ขึ้นมาช้า

71
00:06:09,447 --> 00:06:13,447
เปิดวิดีโอแล้วดูช้า คุณยังรู้สึกไม่ค่อยชอบ

72
00:06:15,503 --> 00:06:18,172
การใช้งานเว็บไซต์ก็เหมือนกันนะคะ

73
00:06:18,172 --> 00:06:21,590
รวมถึงเนื้อหา Content ที่ใส่ ก็ควรต้อง

74
00:06:21,590 --> 00:06:22,520
ใช้ระยะเวลาในการโหลดนาน แล้วสิ่งที่คุณใส่มา

75
00:06:22,520 --> 00:06:26,520
จะต้องเป็นสิ่งที่เนื้อหาเหมาะสม ไม่ยืดเยื้อ

76
00:06:30,047 --> 00:06:34,047
ไม่ออกทะเลไปไกล แล้วมันก็ต้องเกี่ยวข้อง

77
00:06:38,861 --> 00:06:39,096
กับสิ่งที่คุณต้องการนำเสนอด้วย เพราะฉะนั้น ยิ่งคุณใส่ข้อมูลที่ไม่ตรง การแสดงผลในหน้าแรก ๆ

78
00:06:39,096 --> 00:06:43,096
ของ Google นี่ เป็นไปได้ยากมา ถ้าคุณปรับแต่งให้โหลด

79
00:06:49,096 --> 00:06:52,619
เว็บไซต์ได้เร็ว ข้อมูลตรงเป๊ะ รูปภาพ

80
00:06:52,619 --> 00:06:56,619
ไม่มีขนาดไฟล์ใหญ่มาก แล้วก็รูปภาพทุกภาพที่ใส่ คุณจะต้องใส่ Alternative Link

81
00:06:58,617 --> 00:07:02,617
รูปภาพที่คุณจะคลิกนี่ มันจะลิงก์ไปไหน ต้องกำหนดด้วย

82
00:07:04,822 --> 00:07:07,354
การที่แค่เอาเมาส์ไปชี้ที่คำสั่ง

83
00:07:07,354 --> 00:07:08,603
บนเว็บไซต์ ว่าถ้ากดลิงก์นี้มันจะไปไหน

84
00:07:08,603 --> 00:07:12,217
อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ Google พิจารณานะคะ

85
00:07:12,217 --> 00:07:16,217
ไม่ใช่ว่าบางคน เอาเมาส์ไปแค่... เอาเมาส์ไปแตะนิดหนึ่ง

86
00:07:20,342 --> 00:07:24,342
จะเกิดอะไรขึ้นไม่มีไกด์เลยนี่ มันก็... ถามว่ามันจะเกิด

87
00:07:26,934 --> 00:07:30,934
มันก็ไม่... ถามผิดไหม ไม่ผิดค่ะ แต่ว่าประสบการณ์ของผู้ใช้งานนี่มันอาจจะไม่ได้ประสบการณ์ที่่ดี คุณอาจจะ

88
00:07:38,939 --> 00:07:41,499
... พึงพอใจ เว็บนี้ดีจังเลยนะคะ

89
00:07:41,499 --> 00:07:44,344
ก็บอกแล้วว่าสิ่งที่กำลังจะกด จะเกิดอะไรขึ้นนะคะ ไอ้ตัว SEO นี่

90
00:07:44,344 --> 00:07:48,344
มันจะเป็นกระบวนการที่ได้รับ Oganic Traffic

91
00:07:54,945 --> 00:07:58,856
ธรรมชาติ Traffic เรียกว่า

92
00:07:58,856 --> 00:07:59,428
เทียบเป็นภาษาไทย ก็คือการที่

93
00:07:59,428 --> 00:08:03,428
เราโดยที่เป็นธรรมชาติ ไม่ได้ซื้อมา ไม่ได้จ้างเขามา

94
00:08:04,712 --> 00:08:08,712
มันเป็นการค้นหา แล้วทุกคนแบบรู้เลย

95
00:08:09,948 --> 00:08:13,401
จะต้องเข้ามาใช้เว็บไซต์เรา เช่น ต้องการจะ

96
00:08:13,401 --> 00:08:17,401
ค้นหาข้อมูลบุคคล เราก็จะเข้าไปหาใน Google เสร็จ อาจจะ Google แล้วอยากรู้ว่า

97
00:08:19,949 --> 00:08:21,698
เอ๊ะ นักศึกษาคนนั้นชื่ออะไร

98
00:08:21,698 --> 00:08:25,698
รู้ชื่อเขาแล้ว แต่อยากรู้ว่าเขาเป็นใคร

99
00:08:28,329 --> 00:08:30,859
เราอาจจะเข้าไป Search ใน Facebook นาย ก นามสกุลอะไรก็ว่าไป

100
00:08:30,859 --> 00:08:34,738
ทำอย่างไรก็ได้ให้เว็บไซต์เราขึ้นเป็นอันดับต้น ๆ ที่เขาคิดถึง

101
00:08:34,738 --> 00:08:34,995
ที่จะเข้ามาใช้งานนั่นแหละนะคะ

102
00:08:34,995 --> 00:08:38,995
แล้วก็ไม่ว่าเขาจะค้นหา

103
00:08:41,322 --> 00:08:43,901
อาจจะเป็นคำพูดเกี่ยวกับร้านขายขนม

104
00:08:43,901 --> 00:08:47,901
พิมพ์ร้านขายขนม ปุ๊บ ทำอย่างไรก็ได้ให้ร้านของเรานี่

105
00:08:49,456 --> 00:08:53,456
ติดอันดับการค้นหาหน้าแรกนะคะ หรือเรียกว่

106
00:08:58,968 --> 00:09:01,647
า "SERP" ก็คือ Search

107
00:09:01,647 --> 00:09:04,179
Engine Results หน้าแรก ๆ หน้าบน ๆ ของการค้นหา ของ

108
00:09:04,179 --> 00:09:05,985
Google หรือ search engine อื่น ๆ ก็ตาม ซึ่งมันเป็นผลดี

109
00:09:05,985 --> 00:09:09,985
เพราะถ้ามันขึ้นหน้าแรก น้อยคนที่จะกด

110
00:09:10,505 --> 00:09:14,505
กดน้อยมากที่จะไม่กด น้อยมากที่จะกด

111
00:09:16,938 --> 00:09:20,938
หน้า 2 หน้า 3 เวลาคุณ Search Google คุณต้องดูผล

112
00:09:21,536 --> 00:09:23,823
ลัพธ์หน้าแรกก่อนอยู่แล้วนะคะ อย่างเช่น ตัวอย่าง ขนม

113
00:09:23,823 --> 00:09:27,823
นำเข้านะ เหมือนร้านที่เพื่อนต้องการทำงานนะ ขนม...

114
00:09:38,979 --> 00:09:42,783
สมมติอย่างนี้ เราค้นใน Google เกี่ยวกับ...

115
00:09:42,783 --> 00:09:46,783
นี่ ถ้ามันมีคำว่า "Sponser"

116
00:09:50,983 --> 00:09:54,983
แบบนี้นะคะ นั่นคือเขาจ่ายเงิน เพื่อให้คำค้นหาของเรานี่ใหขึ้นเว็บไซต์เขาก่อน ทำไม Shopee อยู่

117
00:10:02,617 --> 00:10:04,138
อันดับ 1 2 3 4 5 แทบจะอยู่อันดับ 5

118
00:10:04,138 --> 00:10:08,138
แต่สังเกตว่า Shopee ไม่มีเครื่องหมาย

119
00:10:09,761 --> 00:10:13,761
Shopee เป็น Organic เนื่องจากมีคนนิยมเข้าเว็บไซต์ Shopee

120
00:10:18,784 --> 00:10:21,338
Shopee  ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินให้ก็ได้ นี่

121
00:10:21,338 --> 00:10:25,338
ถ้าไม่นับว่า 1 2 3 4 ตัวนี้

122
00:10:26,997 --> 00:10:30,596
ที่มีคำว่า "Sponsor" ที่จ่ายสตางค์ ให้ Google

123
00:10:30,596 --> 00:10:34,596
Shopee ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง แล้วร้านนี้ กับ Facebook ตัวนี้ เป็นร้านเดี

124
00:10:39,000 --> 00:10:40,905
ยวกัน 2 อันนี้ เป็นร้านเดียวกัน เพราะใช้คำใช้คำว่าค้นหาอะไร อย่างแรกเลย

125
00:10:40,905 --> 00:10:44,905
นำเข้าจากจีน เห็นไหม คำค้นหาของอาจารย์ตรงกับเขา แทบจะ

126
00:10:50,898 --> 00:10:52,982
ทุกคำที่เป็นคีย์เวิร์ด อ

127
00:10:52,982 --> 00:10:54,486
ันนี้คือการใช้ SEO นะคะ ทำอย่างไร

128
00:10:54,486 --> 00:10:58,486
ถึงจะให้คำค้นหามันขึ้นแบบนี้ ยิ่งมีคน

129
00:11:03,679 --> 00:11:07,679
รู้จักธุรกิจของคุณมากขึ้น ยิ่งรู้จักองค์กร

130
00:11:09,878 --> 00:11:13,878
มากขึ้น มันจะยิ่งดึงดูดคนมาดูเว็บไซต์ เหมือนที่บอกเมื่อกี้ Shopee ไม่เห็นจำเป็นต้องซื้อโฆษ

131
00:11:19,019 --> 00:11:21,631
ณาเลย ก็ใช่ไง เพราะมีคนเข้า Shopee วันหนึ่งไม่รู้กี่คน ็ใช่ไง เพราะมีคนเข้า Shopee วันหนึ่งไม่รู้กี่คน

132
00:11:21,631 --> 00:11:21,830
ยิ่งคนเข้าไปดูเว็บไซต์มากขึ้น โอกาส

133
00:11:21,830 --> 00:11:25,792
ที่เราจะทำการตลาดกับเขาก็ได้ง่ายขึ้น

134
00:11:25,792 --> 00:11:29,792
สร้างความน่าเชื่อถือ เพราะว่าเว็บไซต์เรา Search เจอในหน้าแรกของ Google เลย

135
00:11:33,966 --> 00:11:37,911
ยิ่งคนเข้ามาดูเยอะ โอกาสในการเพิ่มยอดขายมัน

136
00:11:37,911 --> 00:11:40,022
ก็เยอะ เพราะเหตุนี้เลย

137
00:11:40,022 --> 00:11:40,964
เจ้าของเว็บไซต์ เจ้าของกิจการต่าง ๆ อยากทำให้แบรนด์ตัวเอง

138
00:11:40,964 --> 00:11:44,200
เติบโต หรือว่าทำให้องค์กรตัวเองเป็นที่รู้จัก

139
00:11:44,200 --> 00:11:48,200
เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้เยอะจริง ๆ นอกจากที่เขาจะทำเป็น

140
00:11:55,031 --> 00:11:57,444
Oganic Search

141
00:11:57,444 --> 00:11:58,205
ที่เราพูด ก็คือ ยิง Ads ยิง Ads

142
00:11:58,205 --> 00:11:59,860
โทรศัพท์ของทุกคนตอนนี้ บางทีเราคุยกับเพื่อน

143
00:11:59,860 --> 00:12:03,860
หรือเราค้นหาอะไรบ่อย ๆ หรือเราดูคลิปอะไรบ่อย ๆ

144
00:12:09,874 --> 00:12:11,541
มันก็จะมีแต่คลิปพวกนั้นแหละ มันก็จะมี

145
00:12:11,541 --> 00:12:15,460
เหมือนชมพู่ดูแต่คลิปกินอาหารจีน

146
00:12:15,460 --> 00:12:19,037
มันก็จะมีแต่คลิปกินอาหารจีนขึ้นมาอยู่นั่นแหละ เพราะ AI

147
00:12:19,037 --> 00:12:22,230
มันเจอแล้ว ว่าชมพู่ชอบกินอาหารจีน

148
00:12:22,230 --> 00:12:26,230
อะไรแบบนี้ เหมือนบางคนชอบดูสตรีมเกม

149
00:12:29,813 --> 00:12:33,706
ขึ้นมาให้ดู หรือบางทีเราไม่ได้เปิดอะไรดู แต่เราคุยกับเพื่อน แต่แอปพลิเคชันโทรศัพท์บางแอป

150
00:12:33,706 --> 00:12:37,706
ตอนที่คุณติดตั้ง อาจจะไม่ได้สงัเกตว่ามันจะขอเข้าใช้งาน

151
00:12:42,385 --> 00:12:45,860
ไมโครโฟน ขอเข้าใช้งานกล้อง โดยเฉพาะ Android

152
00:12:45,860 --> 00:12:48,667
ซึ่งเราก็กดตกลงไปเลย แล้วบางทีเราคุยกับเพื่อนอยู่ว่าอยากกินส้มตำจังเลย

153
00:12:48,667 --> 00:12:52,667
สักพัก ใน Facebook หรือใน

154
00:12:58,430 --> 00:13:02,430
แอปพลิเคชันใด ๆ ก็ตาม ก็จะมีแต่

155
00:13:02,787 --> 00:13:05,656
คลิปตำส้มตำอยู่นั่นแหละ เขาไม่ได้แอบฟังนะ ในเมื่อคุณอนุญาตให้มันเปิด

156
00:13:05,656 --> 00:13:09,656
ไมโครโฟนเอง เขาก็เลยทำการยิงสิ่งที่คุณคุยกัน สิ่งที่คุณต้องการมาให้ดูนะคะ

157
00:13:09,844 --> 00:13:13,844
ซึ่งตัวการปรับแต่งผลลัพธ์

158
00:13:19,060 --> 00:13:20,385
ของเว็บไซต์นี่ ทำอย่างไรให้เว็บไซต์เราอยู่ในอันดับต้น ๆ นั่นคือการค้นหาด้วย Keyword

159
00:13:20,385 --> 00:13:24,385
ที่อาจารย์ค้นหา คือขนมนำเข้าจากจีน Keyword

160
00:13:30,390 --> 00:13:30,596
สำคัญ ก็คือเราจะต้องรู้เลย ว่าอย่างน้อย

161
00:13:30,596 --> 00:13:34,596
กลุ่มเป้าหมายเราจะใช้คำค้นหาอะไรบ้าง ซึ่งต้องเป็น

162
00:13:35,374 --> 00:13:39,374
คำค้นหาเกี่ยวกับองค์กรหรือธุรกิจของเรา การทำ SEO ที่ดี การที่เว็บเราทำเสร็จแล้ว

163
00:13:44,422 --> 00:13:48,422
ควรจะอยู่หน้าแรก ไม่ควรเกิน

164
00:13:48,691 --> 00:13:51,516
หน้าที่ 2 เพราะว่าถ้าเกินหน้า 2

165
00:13:51,516 --> 00:13:55,516
ไปแล้วนี่ คนจะไม่ค่อยกดเข้าไปดูแล้ว ยิ่งอยู่หน้าแรกเท่าไร อัตราการกดลิงก์ กด

166
00:13:59,517 --> 00:13:59,890
เข้าสู่เว็บไซต์มากขึ้นเท่านั้น

167
00:13:59,890 --> 00:14:03,890
ยิ่งเว็บอันดับต้น ๆ นี่ คนกดแน่นอน เพราะว่าเขา

168
00:14:04,814 --> 00:14:08,814
มั่นใจ ว่าคำที่เขาค้นหามันจะอยู่ในเว็บไซต์นั้นแน่ ๆ

169
00:14:09,959 --> 00:14:13,140
นะคะ ทำไมต้องทำให้มันอยู่หน้าแรกล่ะ

170
00:14:13,140 --> 00:14:16,515
ถ้าทำ SEO แล้ว

171
00:14:16,515 --> 00:14:20,515
ถ้าใส่คีย์เวิร์ด ใส่คำที่ต้องการ

172
00:14:22,167 --> 00:14:25,372
ผลลัพธ์มันจะสอดคล้องกับพฤติกรรมที่ได้จาก

173
00:14:25,372 --> 00:14:29,372
คนใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก เหตุผลแรก

174
00:14:32,590 --> 00:14:36,097
คนใช้ Google

175
00:14:36,097 --> 00:14:39,812
ต่อวันนะคะ 3,500 ล้านครั้งต่อวัน ก็คือ Google เป็นอันดับ 1 แน่นอน

176
00:14:39,812 --> 00:14:43,812
Search Engines อื่นน้อยมากนะคะ มันเทียบได้

177
00:14:50,292 --> 00:14:53,266
ว่าประมาณว่า 90 เปอร์เซ็นต์ใช้ Google แน่ ๆ

178
00:14:53,266 --> 00:14:57,266
ซึ่งในโลกนี้มีอยู่ 5 Search Engine Google

179
00:14:58,178 --> 00:15:00,813
เป็นอันดับ 1 นะคะ มี Bring มี Yahoo มี Baidu

180
00:15:00,813 --> 00:15:04,813
อันอื่นก็ไม่ค่อยได้รับความนิยมอยู่แล้ว ซึ่งผลลัพธ

181
00:15:07,095 --> 00:15:09,200
์ทำให้การพูดถึง หรือการคุยกัน

182
00:15:09,200 --> 00:15:13,200
ในการตลาด มีการเพิ่มสูงขึ้น เพราะทุกคนก็จะเริ่มค้นหา ทุกคนก็จะ

183
00:15:13,792 --> 00:15:17,792
เริ่มแบบทำอย่างไร ก็ได้ให้เว็บไซต์ฉันขึ้นมา

184
00:15:23,099 --> 00:15:24,343
หน้าแรกให้ได้นะคะ ซึ่งความสำคัญของ SEO นะคะ

185
00:15:24,343 --> 00:15:28,343
มันจะต้องเข้าใจ 3 เรื่องนี้ก่อน ก็คือการค้นหา

186
00:15:29,228 --> 00:15:33,228
แบบ Oganic คือการค้นหาโดยธรรมชาติตัว

187
00:15:39,101 --> 00:15:41,586
ผู้ใช้งานเองนะคะ คุณภาพของการเข้าเว็บไซต์ ซึ่งเราจะวัดจากจำนวนการเข้าเว็บไซต์

188
00:15:41,586 --> 00:15:45,586
จากการค้นหาแบบ Organic เท่านั้น คือ แบบไม่เสียสตางค์

189
00:15:48,637 --> 00:15:52,637
นะคะ ซึ่งผลลัพธ์ในหน้า Search Engine

190
00:15:53,763 --> 00:15:56,999
นะคะ เราจะแยกเป็น 2 ส่วนของ SERP

191
00:15:56,999 --> 00:16:00,999
นะคะ ก็คือผลลัพธ์โดยทั่วไป กับผลลัพธ์ที่ต้องจ่ายสตางค์นะคะ ถามว่า User เป็นคนจ่ายไหม

192
00:16:05,179 --> 00:16:08,872
ไม่ใช่ เป็นเจ้าของเว็บไซต์ หรือเจ้าของ

193
00:16:08,872 --> 00:16:10,161
บริการนั้น ๆ ที่ชำระเงินให้กับ

194
00:16:10,161 --> 00:16:14,161
search engine ลูกค้าไม่ได้เสีย เขายอมเสีย เพื่อให้เขาได้อยู่หน้าแรก

195
00:16:16,877 --> 00:16:20,877
นะคะ อันแรกผลการค้นหาแบบ Oganic ก็คือการค้นหาแบบ

196
00:16:27,121 --> 00:16:30,791
ที่เขาไม่ได้จ่ายเงิน เพื่อให้อยู่หน้าแรกของ Search Engines

197
00:16:30,791 --> 00:16:31,078
แต่เขา

198
00:16:31,078 --> 00:16:33,077
มีจำนวนการเข้าที่ทำให้ Google ถึงข้อมูลเว็บไซต์เขามาอยู่

199
00:16:33,077 --> 00:16:37,077
อันดับหน้าแรกนะคะ ซึ่งการค้นหามันจะมีประโยชน์

200
00:16:41,124 --> 00:16:45,124
แล้วก็เกี่ยวข้องกับการจ่ายมากที่สุด

201
00:16:47,127 --> 00:16:49,432
ซึ่งการจ่ายโฆษณาให้ Google นะคะ เขาเรียกว่า PPC Pay

202
00:16:49,432 --> 00:16:53,432
per Click ก็คือมีจำนวนคลิกกี่ครั้ง

203
00:16:57,993 --> 00:16:59,135
ให้จ่ายเงินเท่านั้น

204
00:16:59,135 --> 00:17:03,135
นะคะ คลิก 100,000 ครั้ง ก็จ่าย 100,000 บาท สมมตินะคะ สมมติ

205
00:17:05,269 --> 00:17:09,269
การจัดวางการแสดงผลแตกต่างกับการหาคำ Oganic ทั่วไป อย่างที่อาจารย์ให้ดูเมื่อกี้นี้

206
00:17:14,490 --> 00:17:14,828
ที่เสียสตางค์ ที่คำว่า "เป็น

207
00:17:14,828 --> 00:17:16,416
Sponsor "

208
00:17:16,416 --> 00:17:20,416
นี่ มีคำว่า "สปอนเซอร์

209
00:17:31,143 --> 00:17:33,887
" นะคะ มีคำว่า "Sponsor "

210
00:17:33,887 --> 00:17:36,870
แต่ Shopee ไม่มีแล้ว แต่คนเข้า

211
00:17:36,870 --> 00:17:40,870
มันเยอะ มันก็เลยยังอยู่หน้า 1 แต่ก็ยังไม่อยู่อันดับที่สูงที่เสียสตางค์

212
00:17:42,180 --> 00:17:44,028
ให้ Google นะคะ

213
00:17:44,028 --> 00:17:48,028
เหมือนที่อาจารย์ให้ดูเมื่อกี้นี้ ผล

214
00:17:48,529 --> 00:17:52,517
การค้นหาแบบ Organic จะอยู่ด้านล่าง ซึ่ง

215
00:17:52,517 --> 00:17:56,517
การค้นหาแบบออร์แกนิก เราไม่เสียสตางค์ก็ส

216
00:18:03,156 --> 00:18:05,774
ตางค์ก็จริง แต่เราต้องทำ SEO หาคีย์เวิร์ด แล้วก็หาคอนเทนต์ที่

217
00:18:05,774 --> 00:18:07,239
ให้มันตรงกับที่ผู้บริโภค ผู้ใช้งาน เข้าชมเว็บไซต์

218
00:18:07,239 --> 00:18:08,723
หรือผู้ต้องการจะหาข้อมูลขององค์กรเรา

219
00:18:08,723 --> 00:18:12,723
ทำอย่างไรก็ได้ ให้เขาค้นเจอเราแน่ ๆ แต่

220
00:18:14,222 --> 00:18:18,222
ข้างบน ก็คือเป็นแบบ PPC ก็คือ Pay

221
00:18:19,919 --> 00:18:22,790
per Click สมมติคลิกครั้งละ 10 สตางค์ รอคูณเงินไป

222
00:18:22,790 --> 00:18:26,790
ยิ่งมีคนกดเยอะ เพราะอันดับมันสูงใช่ไหม Google ก็จะได้สตางค์

223
00:18:27,015 --> 00:18:31,015
ไปด้วยนะคะ เหมือนกัน ข้างบน

224
00:18:32,587 --> 00:18:36,587
ถ้าใครใช้ Google ที่เป็นภาษาไทย มันก็จะเขียนเลย

225
00:18:38,182 --> 00:18:40,606
ว่าเป็นการโฆษณา ด้านล่าง คือ การค้นหา

226
00:18:40,606 --> 00:18:44,606
แบบ SEO แบบออร์แกนิก ไม่เสียสตางค์ เว

227
00:18:50,894 --> 00:18:52,126
็บไซต์นั้นไม่ได้จ่ายสตางค์ให้ Google นะคะ ต่อมาข้อ 2 คุณภาพของการเข้าเว็บไซต์

228
00:18:52,126 --> 00:18:56,126
จากผลการค้นหาแบบ Organic สามารถ... คุณสามารถ

229
00:18:58,870 --> 00:19:02,870
จ่ายเงินเข้าให้กับ Google เพื่อให้โฆษ

230
00:19:07,175 --> 00:19:10,495
ณาของเราอยู่บนหน้าแรกของ Google ได้ก็จริง แต่ว่าคนที่เข้ามาดูเว็บไซต์ หรือเข้ามา

231
00:19:10,495 --> 00:19:14,495
ค้นหาจะเป็นข้อมูลหรือวิธีการรักษานะคะ บางทีคุณอยากให้มันอยู่หน้าแรก

232
00:19:18,461 --> 00:19:21,115
ก็จริงน่ะ แต่คุณต้องจ่ายเงินนะ

233
00:19:21,115 --> 00:19:25,115
นะคะ แต่ถ้ามันมีคำว่า "โฆษณา" น่ะ บางคนก็ไม่อยากกด

234
00:19:26,549 --> 00:19:28,289
นะคะ เหมือนกลัวกดเข้าไปแล้ว แบบ

235
00:19:28,289 --> 00:19:32,289
มันจะได้ข้อมูลสิ่งที่เขาต้องการจริงไหมนะคะ

236
00:19:36,727 --> 00:19:39,629
บางทีกดเข้าไปแล้วมันก็ไม่ตรงน่ะ เพราะว่าคำค้นหา

237
00:19:39,629 --> 00:19:43,629
ที่ตรงใจเขาน่ะ มันอยู่ด้านล่าง มันไม่ใ

238
00:19:44,123 --> 00:19:48,123
ช่สิ่งที่เขาโฆษณาไว้นะคะ มันก็จะมีความเสี่ยงอยู่ แต่ถ้าเราทั้งทำ SEO ด้วย ทั้งทำ

239
00:19:50,549 --> 00:19:54,549
PPC ด้วย ก็คือทั้งค้นหาด้วย... ค้นเจอ

240
00:19:58,268 --> 00:20:02,268
แน่นอน จ่ายเงินเพิ่มเข้าไปอีกนะคะ มันก็จะเป็นประโยชน์ในอนาคตกับเว็บไซต์เราด้วย แต่ถ้าคุณ

241
00:20:03,642 --> 00:20:07,642
แค่จ่ายสตางค์ แต่พอคนเข้ามาดูแล้วไม่ได้อะไร สรุปลูค้า

242
00:20:11,195 --> 00:20:14,188
ก็... หรือคนที่เขาเข้ามาดูก็กดออกจากเว็บไซต์

243
00:20:14,188 --> 00:20:18,051
คุณทั้งเสียเงิน แล้วก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยนะคะ เพราะฉะนั้น ไม่ใช่ว่าเสียเงินแล้วจะ

244
00:20:18,051 --> 00:20:22,051
ได้แล้วดีทุกอย่าง มันจะต้องเป็๋นเว็บไซต์ที่มีคุณภาพด้วยนะคะ

245
00:20:25,465 --> 00:20:28,460
ไอ้การค้นหาแบบออแกนิคนี่

246
00:20:28,460 --> 00:20:30,891
มันก็จะต่างกับการเสียสตางค์ตรงนี้แหละ

247
00:20:30,891 --> 00:20:33,271
มันจะถูกจัดวางตามลำดับอัลกอริทึมของ Google

248
00:20:33,271 --> 00:20:37,271
นะคะ ซึ่งการ Search แบบออร์แกนิกนี่ Search Engine

249
00:20:42,239 --> 00:20:44,782
มันจะให้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพ

250
00:20:44,782 --> 00:20:44,994
มากกว่าการโฆษณา เพราะว่ามันจะตรงกับ

251
00:20:44,994 --> 00:20:46,715
สิ่งที่เขาเสนอมาให้นั่นเองนะคะ

252
00:20:46,715 --> 00:20:50,715
ข้อ 3 จำนวนการเข้าเว็บไซต์การค้นหาแบบออร์แกน

253
00:20:59,215 --> 00:21:01,470
ิก การค้นหาแบบออแกนิกนะคะ มันก็จะเป็น

254
00:21:01,470 --> 00:21:01,666
จำนวนของผู้ใช้งานผ่านการค้นหาแบบ ออแกนิก

255
00:21:01,666 --> 00:21:05,218
คนที่ไม่ได้กดจากเว็บไซต์ที่โฆษณา

256
00:21:05,218 --> 00:21:09,218
นั่นเองนะคะ สาเหตุสำคัญที่

257
00:21:11,226 --> 00:21:13,920
ต้องทำไอ้ตัว SEO นะคะ ก็คือ

258
00:21:13,920 --> 00:21:16,820
จัดอันดับสิ่งที่เกี่ยวข้องสูงที่สุดนะคะ

259
00:21:16,820 --> 00:21:17,881
เท่าที่จะทำได้ ให้อยู่อันดับบน ๆ

260
00:21:17,881 --> 00:21:21,881
มันจะยิ่งดึงให้คนที่เข้า

261
00:21:28,427 --> 00:21:30,801
ดูเว็บไซต์นี่ มีจำนวนมาก แล้วก็มีคุณภาพ

262
00:21:30,801 --> 00:21:32,575
ถ้าคนเข้ามาอยู่แล้วนี่ มันก็มี

263
00:21:32,575 --> 00:21:36,575
โอกาสที่เราจะขายของได้ จำนวนลูกค้ามันจะเพิ่มขึ้นนะคะ

264
00:21:41,821 --> 00:21:45,821
ข้อดีนะคะ ความยากของ SEO นี่ มันมี

265
00:21:48,946 --> 00:21:52,638
แล้วถามว่าคนที่จบทางด้าน IT แล้วไปทำ SEO น

266
00:21:52,638 --> 00:21:54,826
ี่ เงินเดือนสูงนะคะ เพราะว่าถือว่าเขาเป็นส่วนหนึ่ง

267
00:21:54,826 --> 00:21:58,587
ของการสร้างรายได้ให้กับเว็บไซต์องค์กรนั้น ๆ

268
00:21:58,587 --> 00:22:02,212
อาจจะเหนื่อยในการคิด ในการจัดการ

269
00:22:02,212 --> 00:22:06,212
ทำอย่างไรก็ได้ให้เว็บไซต์เรานี่ มันครอบคลุมการค้นหา

270
00:22:08,693 --> 00:22:09,507
มากที่สุด ไม่เหมือนกับเราเสียเงินยิงโฆษณา ซึ่ง

271
00:22:09,507 --> 00:22:13,507
ต้องจ่ายทุกวัน ถ้าวันไหนไม่จ่ายโฆษณา

272
00:22:14,100 --> 00:22:18,100
จ่ายค่าโฆษณานี่ การค้นหามันจะไม่ขึ้น

273
00:22:20,709 --> 00:22:24,709
ถ้าใครเล่น Facebook หรือเล่น Tiktok

274
00:22:27,168 --> 00:22:31,168
เล่น IG ก็ได้ ถ้าใครไปดูคลิปของพวกแม่ค้น บางคนก็จะบอกโดนแฮกบัตรเครดิต เพราะเสียค่ายิงโฆษณา

275
00:22:34,793 --> 00:22:37,869
ไป อันนี้แหละนะคะ ก็เกิดจากการที่เขาต้องจ่ายบัตรเครดิต

276
00:22:37,869 --> 00:22:41,869
ให้เราเห็นทุกวัน ปล่อยคลิปมาให้เราเห็นตลอดทุกวัน ปล่อยคลิปมา

277
00:22:44,083 --> 00:22:48,083
ตลอดให้เราจำได้ อันนั้นคือเสียสตางค์ วันไหนไม่เสีย โฆษณาไม่ขึ้น

278
00:22:49,858 --> 00:22:53,858
แต่ถ้าทำ SEO นี่ มันเป็นความยั่งยืน

279
00:22:55,259 --> 00:22:59,259
ของเว็บไซต์เรามากกว่านะคะ แต่อาจจะต้องใช้ความอดทน รอให้คนเข้ามาใช้เว็บไซต์เราเรื่อย ๆ ถ้าลักษณะ

280
00:23:02,271 --> 00:23:06,271
ของคำพูดภาษาทั่วไป เขาก็บอกรอ View

281
00:23:11,261 --> 00:23:15,261
ให้มันขึ้น บางคนก็บอกเดี๋ยวปั่นวิวก็ได้ ให้มันมีการกดเข้าดูเว็บเยอะ ๆ แต่ถามว่ามันไม่ได้เสียสตางค์หลายวันเหมือนกันกับการยิง Ads

282
00:23:22,963 --> 00:23:23,418
ยิงโฆษณานะคะ อาจจะใช้เวลา 3 เดือน

283
00:23:23,418 --> 00:23:27,418
6 เดือนก็ว่ากันไป กว่าเว็บไซต์จะติดอันดับ

284
00:23:27,669 --> 00:23:31,669
ถ้าติดอันดับแล้วมันจะอยู่ยาวนะคะ แล้วมันก็คุ้มค่ากับสิ่งที่เรา

285
00:23:34,450 --> 00:23:38,450
รอ แล้วก็ลงทุนไป เพราะว่าถ้า

286
00:23:42,589 --> 00:23:46,589
Organic ถ้าคุณอยู่อันดับต้น ๆ แล้ว คุณไม่เสียสตางค์น่ะ แต่คุณก็ยังอยู่อันดับต้น ๆ

287
00:23:46,836 --> 00:23:50,836
นะคะ เพราะฉะนั้น ลงทุนอาจจะเหนือยหน่อยในครั้งแรก

288
00:23:51,843 --> 00:23:55,843
แต่ไม่ต้องจ่ายเสียเงินแบบรายวัน แบบที่เขายิง Ads กัน

289
00:23:58,828 --> 00:24:01,492
หลักการทำงานของ Google ในการจัดอันดับของเว็บไซต์ที่เป็น SEO นะคะ

290
00:24:01,492 --> 00:24:05,492
ก็มันจะมีกลไกอยู่ 3 ขั้นตอน Google จะตรวจสอบก่อน

291
00:24:11,282 --> 00:24:15,282
แล้วก็ทำ Index แล้วก็ทำดัชนี

292
00:24:15,282 --> 00:24:19,215
ว่าข้อมูลตรงนี้อยู่ตรงไหน ชี้ตำแหน่งไปที่ไหน แล้วก็จัดอันดับ

293
00:24:19,215 --> 00:24:19,579
Ranking นะคะ Crawling

294
00:24:19,579 --> 00:24:23,579
นี่ คือ มันจะใช้ Google Bot คล้าย ๆ

295
00:24:24,758 --> 00:24:28,758
แมงมุมที่มีเครือข่ายออนไลน์

296
00:24:29,995 --> 00:24:30,857
เครือข่ายออนไลน์ มันจะสำรวจ แล้วก็เก็บข้อมูล

297
00:24:30,857 --> 00:24:33,468
จากเว็บไซต์ โดยมันจะติดตามลิงก์จากหน้าเว็บหนึ่ง

298
00:24:33,468 --> 00:24:37,468
ไปอีหน้าเว็บหนึ่ง คล้ายกับใยแมงมุมม

299
00:24:40,149 --> 00:24:44,149
ที่เชื่อมกัน เชื่อมข้อมูลดู ไป Search ไปค้นหาเรื่อ

300
00:24:46,703 --> 00:24:50,703
ย ๆ เป็น Bot แล้วจากนั้นก็มาทำ Index

301
00:24:51,035 --> 00:24:55,035
เหมือนกับการทำดัชนีในห้องสมุด ก็ใช้ Googlebot นี่แหละ ก็วิเคราะห์เนื้อหา

302
00:24:58,669 --> 00:25:02,641
ข้อมูลต่าง ๆ จากเว็บไซต์ แล้วก็จดเก็บข้อมูล

303
00:25:02,641 --> 00:25:06,307
ในระบบ หลังจากนั้น Google เก็บข้อมูลจาก Bot ทุก Bot มาแล้ว มันจะมาทำ Ranking

304
00:25:06,307 --> 00:25:10,307
จัดลำดับนะคะ ว่าสิ่งที่มันทำการ

305
00:25:13,666 --> 00:25:17,666
ค้นหา การวิเคราะห์เนื้อหาโครงสร้างข้อมูล ว่า

306
00:25:18,433 --> 00:25:21,339
มันตรงกับคำค้นหาไหนมากที่สุด มันก็จะจัดอันดับไว้

307
00:25:21,339 --> 00:25:23,854
นะคะ จัดลำดับตามความเหมาะสม ความถูกต้อง ความต้องการของผู้ใช้งานนะคะ

308
00:25:23,854 --> 00:25:27,854
ถ้าเว็บไหนตรงกับความต้องการของ User มาก

309
00:25:35,314 --> 00:25:35,757
ที่สุด ก็ขึ้น Ranking เป็นอันดับต้น ๆ โดยการทำงานของ SEO นี่

310
00:25:35,757 --> 00:25:39,757
ถ้าต่อไปใครได้ไปทำงานหรือไปฝึกงานนะ

311
00:25:46,538 --> 00:25:50,538
มันก็จะมี 3 องค์ประกอบหลัก โดยมันจะแยกการทำงานออก อันแรกนะ

312
00:25:51,321 --> 00:25:52,286
ออกอย่างชัดเจน ก็คืออันแรกเป็น

313
00:25:52,286 --> 00:25:56,286
SEO แบบ One page แบบ off page

314
00:25:59,104 --> 00:26:00,039
แบบ Technical โดยทั้ง 3 ส่งนนี้

315
00:26:00,039 --> 00:26:01,727
จะต้องเป็นส่วนที่เสริมพลัง

316
00:26:01,727 --> 00:26:05,348
เสริมการทำงานให้แก่กันและกัน

317
00:26:05,348 --> 00:26:07,707
ส่วนมากก็จะทำงานทั้ง 3 ส่วนนี้ไปด้วยกันนะคะ

318
00:26:07,707 --> 00:26:11,707
อันแรก On-page

319
00:26:15,553 --> 00:26:19,553
มันคือการที่ทำ Search Engine

320
00:26:22,047 --> 00:26:23,294
Optimization มันคือการทำ พั

321
00:26:23,294 --> 00:26:27,294
ฒนาเว็บไซต์เรานี่แหละนะคะ ปรับปรุงเว็บ ที่หน้าเว็บเราจะต้องมีเนื้อหา มี Keyword

322
00:26:32,419 --> 00:26:36,419
มีรูปภาพ มี HTML Tag

323
00:26:38,144 --> 00:26:41,572
ที่เคยพาทำไปแล้ว เป็น Meta Tag อะไรพวกนั้น มี

324
00:26:41,572 --> 00:26:44,611
Internal Link  External Link

325
00:26:44,611 --> 00:26:48,611
จะลิงก์ไปเว็บภายนอกเกิดอะไรขึ้น Meta data

326
00:26:50,932 --> 00:26:52,147
ก็คือเป็นการอธิบายตารางข้อมูลในฐานข้อมูล

327
00:26:52,147 --> 00:26:56,147
มันอะไรบ้าง มี อย่างเช่น เราตั้ง Keyword นี่มันหมายถึงอะไรนะคะ แล้วก็

328
00:26:56,403 --> 00:27:00,403
การกำหนด URL เว็บไซต์ของเรามันต้อง

329
00:27:00,890 --> 00:27:04,890
ชื่อว่าอะไร ที่ให้มันสื่อกับองค์กร

330
00:27:06,661 --> 00:27:10,661
หรือธุรกิจของเรานะคะ Off -Page ก็คือเป็นการทำนอกเว็บไซต์

331
00:27:13,414 --> 00:27:17,414
เช่น การทำ Back link นะคะ ก็คือลิงก์

332
00:27:23,355 --> 00:27:25,363
ที่อยู่ในคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่มันถูกแฝงใน

333
00:27:25,363 --> 00:27:27,508
คำอธิบายใต้คอมเมนต์ ใต้แคปชัน

334
00:27:27,508 --> 00:27:31,469
รูปภาพ เชื่อมต่อไปยังหน้าอื่น ๆ ในเว็บไซต์ของเรา

335
00:27:31,469 --> 00:27:35,469
หรือเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์อื่น ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของเ

336
00:27:39,362 --> 00:27:40,324
รา ว่าต้องการจะเชื่อมไปไหน เช่น บางคนต้องการทำ

337
00:27:40,324 --> 00:27:44,324
เว็บไซต์ ดูคลิปนี้ของเราเสร็จ ปึ๊บ คลิกที่ลิงก์

338
00:27:45,145 --> 00:27:47,251
หน้าตะกร้าได้เลย ก็คือเว็บไซต์ของเรา คือ ต้องการให้ดูเสร็จแล้วไปซื้อของนะคะ

339
00:27:47,251 --> 00:27:51,251
การทำคอนเทนต์ Marketing

340
00:27:59,366 --> 00:28:03,366
โดยการทำสื่อทำอะไรบ้าง การทำแบบเจาะพื้นที่ ลงไปดูสิว่าเว็บไซต์เรานี่ มัน... ลองไป

341
00:28:06,269 --> 00:28:10,269
ให้สำรวจ ให้คนภายนอกสำรวจดูสิ ว่าเ

342
00:28:14,056 --> 00:28:17,434
ข้าเว็บไซต์เราแล้วรู้สึกอย่างไร แบบเป็นแบบความประเมินความพึงพอใจ

343
00:28:17,434 --> 00:28:21,434
เป็นแบบวัดประสบการณ์ของผู้ใช้งานนะคะ การทำโซเชียลมีเดีย Market

344
00:28:27,374 --> 00:28:29,846
ing แล้วก็ทำอย่างไรก็ได้ให้ติดกระแสออนไลน์

345
00:28:29,846 --> 00:28:32,852
อันนี้คือทำภายนอกเว็บไซต์เราแล้ว ไม่ใช่

346
00:28:32,852 --> 00:28:36,852
ในเว็บเรานะ เช่น เราอยากโปรโมตเว็บไซต์เราก็จริงน่ะ แต่เราไปทำ

347
00:28:37,382 --> 00:28:41,382
บน TikTok IG Facebook

348
00:28:41,519 --> 00:28:44,724
อันนี้คือ Social Media Marketing นะคะ แล้วก็เป็นแบบ

349
00:28:44,724 --> 00:28:48,383
SEO ก็คือในเชิงเทคนิด ทำอย่างไรก็ได้

350
00:28:48,383 --> 00:28:52,383
Googlebot นะคะ หรือว่า User นี่เขามาใช้งานเว็บไซต์เรามากที่สุด เช่น การวางโครงสร้างเว็บไซต์

351
00:28:58,736 --> 00:29:02,736
ทำไมอาจารย์บางท่านถึงจ้ำจี้จ้ำไช

352
00:29:03,384 --> 00:29:06,800
ทำไมเว็บไซต์คุณออกแบบแบบนี้ ทำไม่เมนูมันเข้ายาก

353
00:29:06,800 --> 00:29:07,144
ไม่ใช่แค่ Bot ที่ยาก คนเข้าไปดูก็ยังยาก

354
00:29:07,144 --> 00:29:11,144
แล้ว Bot มันจะไปอยากใช้เหรอนะคะ

355
00:29:15,287 --> 00:29:19,287
เช่น วางโครงสร้างเว็บไซต์ เหมือนคุณบอกว

356
00:29:19,392 --> 00:29:22,761
่าอยากให้สมัครสมาชิกมันควรจะอยู่หน้าแรก ๆ เลย แต่อันนี้ กว่าจะไปสมัครสมาชิกได้ เข้าไป 4-5 หน้ากว่าจะเห็น อันนี้

357
00:29:22,761 --> 00:29:26,761
ไม่เหมาะแล้ว การทำ Site Map

358
00:29:31,396 --> 00:29:34,908
ที่มันจะมีปุ่มปุ่มหนึ่ง ให้มันดูว่าเรา

359
00:29:34,908 --> 00:29:38,908
กด Site map เพื่อให้เห็นว่ามันมีเมนู

360
00:29:39,401 --> 00:29:43,401
อะไรให้เราเลือกบ้าง โดยที่ไม่ต้องใส่... เขาเรียกว่าอะไรล่ะ คอนเทนต์ที่มัน

361
00:29:43,488 --> 00:29:47,488
รก ๆ มาก ๆ ไม่ต้อง เอาหัวข้อหลัก ๆ มากางให

362
00:29:48,151 --> 00:29:52,151
้ดูเลย ว่าคนที่เข้ามาใช้งานอยากใช้ข้อมูลตัวไหน อยาก

363
00:29:53,160 --> 00:29:54,179
เข้าไปดูอะไรก็สามารถเข้าไปดูได้เลย รวมถึงเว็บไซต์

364
00:29:54,179 --> 00:29:58,179
ที่ทำจะต้องเป็นแบบ Mobile Friendly

365
00:30:03,065 --> 00:30:06,343
Facebook  คล้าย ๆ กับที่คุณใช้งาน

366
00:30:06,343 --> 00:30:10,343
ใช้งานหน้าเว็บบนคอม กับใช้งานบนแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์ ใช้งานง่ายเหมือนกัน

367
00:30:10,967 --> 00:30:13,184
หรือถ้าสิ่งที่คุณทำเว็บไซต์

368
00:30:13,184 --> 00:30:17,184
ผมออกแบบมาเฉพาะให้แสดงผลบนหน้าจอคอมน

369
00:30:23,413 --> 00:30:26,074
ี่ ตกแล้ว มันจะต้อง เขาจะเรียกว่าอะไรนะ Compatible ก็คือเขียน

370
00:30:26,074 --> 00:30:30,074
โครงสร้างของโค้ดโปรแกรมว่า มันจะต้องไป Detect ว่า

371
00:30:33,536 --> 00:30:37,536
อุปกรณ์ที่แสดงผลนี่ เป็นแนวตั้ง

372
00:30:38,458 --> 00:30:42,458
แนวนอน ขนาดจอเท่าไร แล้วมันก็ให้ปรับคอนเทนต์

373
00:30:42,684 --> 00:30:46,684
เป็นอัตโนมัติเลยนี่เดี๋ยวนี้มันเขียนได้อยู่แล้วนะคะ แล้วก็เป็นเว็บที่ Responsive ก็คือ

374
00:30:50,560 --> 00:30:53,976
เป็นการตอบสนองที่ถูกต้อง กดปุ่มแล้วได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ซึ่ง

375
00:30:53,976 --> 00:30:57,976
กดปุ่มแล้วได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ มีความปลอดภัย เป็น Secure

376
00:31:02,462 --> 00:31:06,204
อันนี้เคยพูดไปแล้ว แล้วก็การปรับความเร็วของเว็บไซต์

377
00:31:06,204 --> 00:31:10,204
เหมือนที่อาจารย์พูดตอนต้น ก็คืออย่าให้มันโหลดนาน ซึ่งถ้า

378
00:31:11,176 --> 00:31:14,511
รูปภาพที่ใช้ก็ไม่ควรมี หรือรูปภาพที่ใช้ก็

379
00:31:14,511 --> 00:31:17,215
ไม่มี... ควรมีขนาดใหญ่มาก เพราะว่าถ้าคุณจะเอาละเอียด

380
00:31:17,215 --> 00:31:21,215
หรือความใหญ่มาก ๆ นี่ ระยะในการโหลดมันก็จะนาน

381
00:31:21,979 --> 00:31:24,340
นะคะ ทำอย่างไรให้เว็บที่เราทำ SEO นี่

382
00:31:24,340 --> 00:31:28,340
มันติดอยู่บนหน้าแรกของ Google ออกแบบ

383
00:31:28,470 --> 00:31:32,470
แบบโครงสร้างให้ง่าย ให้เว็บโหลดได้เร็ว

384
00:31:35,666 --> 00:31:39,666
ไม่ควรโหลดนานเกิน 3 วินาที ตั้งแต่คลิก ถ้านานกว่านั้น

385
00:31:41,003 --> 00:31:42,423
ต้องติด ถ้าช้ากว่านั้น ก็คือคุณ

386
00:31:42,423 --> 00:31:46,423
ทำคอนเทนต์ในเว็บเยอะเกินไปแล้ว ใหญ่เกินไป

387
00:31:46,638 --> 00:31:50,638
Responsive Web ก็คือแสดงผลได้

388
00:31:55,441 --> 00:31:55,657
ทุกอุปกรณ์ ใช้งานผ่านมือถือ

389
00:31:55,657 --> 00:31:59,657
ก็คือปุ่มกดต้องกดง่าย User Friendly

390
00:32:01,587 --> 00:32:03,350
ตั้ง URL ให้... URL Friendly นะคะ

391
00:32:03,350 --> 00:32:07,350
ตั้งให้จำง่าย สื่อความหมาย กระชับ เข้าใจง่าย ๆ

392
00:32:08,555 --> 00:32:12,555
ไม่ต้องตั้งยืดเยื้อ UX UI ต้องใช้งานง่าย

393
00:32:14,670 --> 00:32:18,670
สวยงาม โทนสีต้องถูก ทำเกี่ยวกับสมมติเครื่องสำอางผู้หญิง ก็ควรใช้สี

394
00:32:19,357 --> 00:32:21,474
สีสดใส ไม่ควรเป็นสีขรึม  ๆ

395
00:32:21,474 --> 00:32:25,474
แต่ถ้าเป็นเครื่องสำอางผู้ชายก็ให้มันเข้

396
00:32:31,453 --> 00:32:35,284
ม ให้มันแบบ รู้ได้เลยว่าเป็นของใช้สำหรับผู้ชายอะไรอย่างนี้

397
00:32:35,284 --> 00:32:39,284
การปรับแต่งรูปภาพ ควรจะเป็นรูปภาพที่เหมาะกับการแสดงผลบนเว็บ

398
00:32:40,186 --> 00:32:44,186
อย่างรูปภาพก็ควรใช้เป็นไฟล์ PNG เล็ก ๆ

399
00:32:47,454 --> 00:32:49,316
เหมือนไฟล์ที่มีความละเอียดระดับหนึ่ง ขนาดเล็ก ดาวน์โหลดง่าย

400
00:32:49,316 --> 00:32:53,062
ใส่ Alternative Text คือ ให้แสดงรูปภาพ

401
00:32:53,062 --> 00:32:57,062
ว่าถ้ารูปนี้เป็นลิงก์ เมาส์ไปวาง

402
00:32:59,463 --> 00:33:02,254
ที่ไหน ต้องใส่ด้วยนะคะ ทำ Keyword Search การค้นหา

403
00:33:02,254 --> 00:33:06,254
Keyword Keyword จะต้องเกี่ยวข้องกับสินค้า บริการ

404
00:33:06,856 --> 00:33:10,856
ธุรกิจองค์กร ที่ไม่ว่าจะใช้คำใด ๆ ก็ตาม

405
00:33:13,317 --> 00:33:15,579
Search ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรของเรา

406
00:33:15,579 --> 00:33:15,589
จะต้องเจอนะคะ เช่น พิมพ์คำว่า "

407
00:33:15,589 --> 00:33:19,589
มหาวิทยาลัยสกลนคร" "บ้านธาตุ" "เมือง"

408
00:33:22,401 --> 00:33:23,677
อะไรแบบนี้นะคะ

409
00:33:23,677 --> 00:33:27,677
ซึ่งถ้าการทำ SEO ของเรา ไม่มีการท

410
00:33:35,472 --> 00:33:35,502
ำ Keyword Search ก่อน

411
00:33:35,502 --> 00:33:39,502
มานั่งคุยกันก่อนว่า Keyword มันมีคำว่าอะไรบ้าง หรือไม่ได้วางแผน

412
00:33:42,396 --> 00:33:45,957
นี่ คนที่เข้ามาใช้บริการเว็บไซต์อาจจะไม่ใช่กลุ่ม

413
00:33:45,957 --> 00:33:49,660
คนที่เหมาะสม หรือคนที่ต้องการจะมาซื้อสินค้าเรา หรือบ

414
00:33:49,660 --> 00:33:53,660
างต้องการจะเข้ามาซื้อสินค้าเรา ทำไปอย่างนั้นแหละ

415
00:33:53,935 --> 00:33:57,177
สุดท้ายเขาก็ค้นหาไม่เจออยู่ดีอะไรอย่างนี้ ผลลัพธ์มัน

416
00:33:57,177 --> 00:34:01,177
ก็ไม่ตรง เหมือนทำเว็บดีมาก แต่ keword ไม่ใส่

417
00:34:02,918 --> 00:34:06,918
เขาก็หาเว็บเราไม่เจอสักทีนะคะ เป็นต้นนะคะ

418
00:34:07,260 --> 00:34:09,978
สร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพตามเกณฑ์ของ Google ก็คือ EEAT

419
00:34:09,978 --> 00:34:13,978
นะคะ จะต้องตรงกับประสบการณ์ผู้ใช้

420
00:34:17,604 --> 00:34:21,604
มีความเชี่ยวชาญในการอออกแบบ ออกแบบคอนเทนต์ที่มีอิทธิพลต่อ

421
00:34:23,218 --> 00:34:25,611
ความต้องการของลูกค้า คือ จูงใจให้เขา

422
00:34:25,611 --> 00:34:29,611
สนใจสินค้า หรือบริการ หรือข้อมูลในองค์กรของเรา

423
00:34:32,884 --> 00:34:33,707
แล้วก็ต้องมีความน่าเชื่อถือ

424
00:34:33,707 --> 00:34:35,747
บทความที่ทำเป็น SEO

425
00:34:35,747 --> 00:34:39,747
จะต้องมีประโยชน์ แล้วสามารถตอบคำถามกับผู้อ่านได้

426
00:34:40,909 --> 00:34:44,909
ไม่ใช่เขียนไปแล้วอ่านแล้วก็ไม่เข้าใจ

427
00:34:46,541 --> 00:34:50,541
เนื้อหา รูปแบบข้อความ จะต้องตรงกับ

428
00:34:52,492 --> 00:34:56,472
จุดประสงค์ของคำค้นหา การเขียนบทความ เขาจะมีกำหนดคำเลย 800-1,000 คำ แค่นั้น

429
00:34:56,472 --> 00:35:00,472
นะคะ แล้วก็จะต้องมีการอัปเดตเนื้อหา

430
00:35:05,974 --> 00:35:09,974
เสมอ ปรับปรุงตาม... ไม่ใช่ ปีนี้ 2024 แล้ว Keyword คุณเป็น 2022 อย่างนี้

431
00:35:15,385 --> 00:35:19,385
แล้วมันจะเจอได้อย่างไรล่ะ ข้อมูลคุณเปลี่ยนแล้ว ทำ Back link

432
00:35:23,503 --> 00:35:27,503
คุณภาพ ก็คือลิงก์ไปยังเว็บไซต์อื่น หรือการใส่เว็บไซต์ของเรากับเว็บไซต์คนอื่น มันจะเป็นการเพิ่มคะแนน เพราะว่าเขาจะมองว่า

433
00:35:29,807 --> 00:35:33,807
เราน่าเชื่อถือ เพราะว่ามีคนอ้างอิงเรา ยืนยันเราเทียบกันนะคะ สามารถทำ

434
00:35:36,703 --> 00:35:40,703
ด้วยตัวเองก็ได้ หรือจะจ้าง Agency ก็ได้นะคะ

435
00:35:42,573 --> 00:35:46,573
การทำ SEO เป็นอาชีพ 1. ที่ปัจจุบันรายได้ดี เช่น อาจจะมีการโพสต์คอนเทนต์ของเรา

436
00:35:47,451 --> 00:35:51,451
ไปอยู่บนเว็บไซต์ที่คนใช้งานเยอะ

437
00:35:51,980 --> 00:35:55,980
อย่างเว็บไซต์ที่คนเข้าไปคุยกัน Pantip.com

438
00:35:57,615 --> 00:36:01,615
อะไรอย่างนี้ เราก็มีการแทรกเว็บไซต์ของเราลงไปด้วย ไปคุยกับเขา แล้วบอกว่าข้อมูลนี่ไปดูเว็บไซต์เราก็ได้

439
00:36:02,271 --> 00:36:06,271
นะนะคะ หรือว่าไปซื้อพื้นที่สื่อ เช่น เพจ

440
00:36:06,583 --> 00:36:08,013
ข่าว เพจอะไร

441
00:36:08,013 --> 00:36:12,013
ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ขอแลกลิงก์

442
00:36:15,516 --> 00:36:18,149
กับเว็บไซต์อื่นก็ได้ แล้วก็อาจจะเอาเว็บไซต์ไปโพสต์

443
00:36:18,149 --> 00:36:22,149
ลงโซเชียลมีเดียขององค์กรเราก็ได้

444
00:36:24,669 --> 00:36:28,669
นะคะ เหมือนอะไรน่ะ คลิปพวกคลินิกทำหน้าอะไรพวกนี้ เขาก็จะทำคอนเทนต์ สักพันเขาก็จะให้

445
00:36:35,066 --> 00:36:36,123
ลิงก์ไปที่หน้าการจองคอร์สอะไรของเขาก็ว่าไป

446
00:36:36,123 --> 00:36:40,123
นะคะ เครื่องมือที่ช่วยทำ

447
00:36:40,382 --> 00:36:44,382
SEO เบื้องต้นที่ได้รับความนิยมก็จะเป็น

448
00:36:45,037 --> 00:36:48,874
Google อยู่แล้วนะคะ แล้วก็จะมีอีก 3-4 ตัว ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน

449
00:36:48,874 --> 00:36:52,874
นะคะ อันแรกเราอยากให้มันติดหน้าแรก Google เราก็ต้องใช้ Google เรียก

450
00:36:59,541 --> 00:36:59,996
ว่า "Search  Cons

451
00:36:59,996 --> 00:37:00,434
"การเก็บข้อมูล ตรวจสอบ วิเคราะห์ การจราจร

452
00:37:00,434 --> 00:37:04,434
บนเว็บไซต์นะคะ ก็คือเก็บสถิติคนเข้า-คนออก

453
00:37:07,164 --> 00:37:08,452
อย่าละเอียดนะ ต่อมา

454
00:37:08,452 --> 00:37:12,452
เป็น Google Anala

455
00:37:19,542 --> 00:37:22,869
ytic พฤติกรรมการใช้งานของ User ที่เข้ามาดูเว็บ

456
00:37:22,869 --> 00:37:26,869
เว็บ 2 วินาทีแล้วก็ออก เข้ามาไถ ๆ ดูนิดหนึ่ง แล้วก็ออกแสดงว่าเว็บไซต์นั้น

457
00:37:31,552 --> 00:37:35,228
อันที่ 3 เป็น Yoast

458
00:37:35,228 --> 00:37:39,228
SEO นะคะ เป็น Plug in ใช้ในการตรวจสอบคุณภาพของ SEO ใน Wordpress

459
00:37:42,783 --> 00:37:46,783
ใครนิยมในการสร้าง Wordpess ในเว็บไซต์

460
00:37:47,420 --> 00:37:51,420
นะคะ ต่อมาเป็น A

461
00:37:51,554 --> 00:37:51,740
hreds หรือ Ahref มีฟีเจอร์

462
00:37:51,740 --> 00:37:55,740
สลับทำ SEO ครบทั้ง On page Off page

463
00:37:56,117 --> 00:38:00,117
แล้วก็ Technical อื่น ๆ มากมายนะคะ ต

464
00:38:03,557 --> 00:38:05,708
่อมาเป็น Sem

465
00:38:05,708 --> 00:38:05,933
rush ก็วิเคราะห์เว็บไซต์ ตรวจสอบ Keyword

466
00:38:05,933 --> 00:38:09,933
ที่เหมาะสมในการทำเว็บ เช็กคุณภาพของ Backlink ที่ออกไปสู่

467
00:38:11,586 --> 00:38:15,175
ภายนอกนะค อันนี้ก็เป็น 5 เครื่องมือที่ปัจจุบัน

468
00:38:15,175 --> 00:38:19,175
ได้รับความนิยมอันดับต้น ๆ ที่แน่ ๆ

469
00:38:22,816 --> 00:38:25,549
Google นี่ แน่นอนอยู่แล้วนะคะ ข้อดีของการทำ SEO ที่มี

470
00:38:25,549 --> 00:38:29,549
ผลต่อการตลาดออนไลน์ แน่นอนอทำให้คนรู้จักแบรนด์ สร้างการจดจำ

471
00:38:34,670 --> 00:38:36,653
แบรนด์ สร้างการจดจำตัวสินค้าบริการ

472
00:38:36,653 --> 00:38:40,653
ถ้ายังไม่มีจุดยอดขายก็ยังไม่เป็นอะไร ขอ

473
00:38:42,534 --> 00:38:44,772
ให้เขารู้จักเราก่อนนะคะ ข้อ 2 คือ ทำให้คนเข้ามาดูเว็บไซต์เรามากขึ้นนะคะ

474
00:38:44,772 --> 00:38:48,772
ไม่ต้องเสียเงินค่ายิง Ads รายวัน

475
00:38:51,247 --> 00:38:53,441
ต่อมาก็คือช่วยเพิ่มกลยุทธ์ ทำให้อยู่

476
00:38:53,441 --> 00:38:56,387
ในการตลาด ไม่ว่าจะเป็นภายใน ภายนอกตลาด

477
00:38:56,387 --> 00:39:00,148
เราก็ยังเป็นที่รู้จัก

478
00:39:00,148 --> 00:39:04,148
แต่เราต้องทำวิจัยคำค้นหา

479
00:39:09,005 --> 00:39:12,666
หรือว่า Research ของคำค้นหา Keyword ก่อนให้ตรงกับหมวดหมู่สินค้า บริการ

480
00:39:12,666 --> 00:39:16,666
ยิ่งถ้าทำวิจัยเยอะ หรือเก็บข้อมูลเยอะ

481
00:39:23,423 --> 00:39:23,886
ตรงมากขึ้น แล้วก็ช่วยเพิ่ม

482
00:39:23,886 --> 00:39:27,886
ผลลัพธ์ของการที่เราขายได้ตามเป้า การสร้างยอดขาย อาจจะทำแบบสำรวจ

483
00:39:28,498 --> 00:39:32,498
ลงทะเบียนจองห้องพัก จองคอนโด จองสินค้า

484
00:39:33,958 --> 00:39:37,958
นะคะ พรีออเดอร์ต่าง ๆ

485
00:39:38,206 --> 00:39:42,206
แล้วเราก็จะติดตามพฤติกรรม

486
00:39:46,281 --> 00:39:49,014
ในการซื้อของลูกค้าในการทำการตลาดต่อไป ไม่ใช่เขาซื้อครั้งเดียว

487
00:39:49,014 --> 00:39:53,014
แล้วเขาหายไปเลย เราอยากให้เขาซื้อซ้ำ แบบนี้

488
00:39:54,696 --> 00:39:58,696
เป็นต้นนะคะ ประหยัดเงินที่ใช้งานการทำโฆษณา เพราะว่าเราทำ SEO นี่ พอติด

489
00:40:03,305 --> 00:40:07,305
หน้าแรกแล้วมันติดยาว ซึ่งการทำ SEO นี่ ถือว่าลงทุนต่ำที่สุดแล้ว สำหรับในการทำตลาดออนไลน์

490
00:40:08,671 --> 00:40:12,671
แต่มันยากนะคะ ยากในที่นี้คือการทำวิจัย

491
00:40:13,320 --> 00:40:17,320
การคิด Keyword การทำคอนเทนต์ การทำเว็บ

492
00:40:18,675 --> 00:40:22,675
แต่ถ้าคุณทำได้ มันจะสร้างความน่าเชื่อถือนะคะ

493
00:40:27,104 --> 00:40:27,566
มันจะดูเหมือนว่าเว็บไซต์ของเรา องค์กรของเรามีความเชี่ยวชาญ

494
00:40:27,566 --> 00:40:31,566
แล้วความน่าเชื่อถือจะเกิดขึ้น เพราะว่าเราขึ้น Search หน้าแรก

495
00:40:36,433 --> 00:40:40,433
นะคะ ถ้าเราอยู่หน้าแรกนาน

496
00:40:40,734 --> 00:40:44,734
คนซื้อหรือโอกาสที่เราจะขายของได้ มันมีแน่นอน

497
00:40:47,613 --> 00:40:51,613
มันก็ทำให้เรามีกำไรนะคะ แล้วก็เป็นองค์กรที่มีการซื้อซ้ำเกิดขึ้น มีความยั่งยืนอย่างนั้นดีกว่า

498
00:40:58,888 --> 00:41:02,888
ค่าใช้จ่ายก็จะลดลง เพราะว่าคุณไม่ได้ทำ SEO

499
00:41:03,618 --> 00:41:06,956
ทุกวัน ไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาทุกวัน อาจจะเหนื่อยหน่อย แต่อยู่ได้นาน ขายได้นานนะคะ

500
00:41:06,956 --> 00:41:10,956
ก็วันนี้ลองดูสิ ว่า

501
00:41:14,095 --> 00:41:15,220
นอกจากเครื่องมือ 5 ตัวนี้ มันยังมี

502
00:41:15,220 --> 00:41:19,220
ตัวอื่นอีกไหม แล้วไอ้ตัว

503
00:41:19,891 --> 00:41:23,891
ที่คุณลองหามานี่ มันมีข้อดีอย่างไรบ้าง หรือมันมีลักษณะ

504
00:41:28,703 --> 00:41:32,703
การทำงานอย่างไร อธิบายสั้น ๆ เหมือนของอาจารย์ก็ได้ค่ะ

505
00:41:35,121 --> 00:41:36,070
แต่หาเพิ่มดูสิ มันไม่ได้มีแค่ 5 ตัวนี้ มีอีกเยอะมาก

506
00:41:36,070 --> 00:41:36,766
นะคะ นอกจากสิ่งที่

507
00:41:36,766 --> 00:41:40,766
มันเหมาะกับ Wordpess แล้ว

508
00:41:47,631 --> 00:41:49,810
เครื่องมืออื่น ๆ ในการสร้างเว็บไซต์ก็ได้นะคะ

509
00:41:49,810 --> 00:41:53,504
ลองดูสิว่านอกจาก 5 ตัวนี้แล้ว มันมีตัวอื่นอีกไหมที่น่าสนใ

510
00:41:53,504 --> 00:41:57,504
จนะคะ ข้อมูลเยอะมากใน Google นอกเหนือจากที่ยกตัวอย่างไปแล้ว

511
00:42:00,279 --> 00:42:04,255
นะคะ ก็ลองหาดู อธิบายเบื้องต้น

512
00:42:04,255 --> 00:42:08,255
ดูว่า... ไม่ต้องก็อบฯ มาทั้งหมดนะ เอาคร่าว ๆ ว่าน่าสนใจ

513
00:42:09,820 --> 00:42:13,820
ตรงไหนนะคะ ทำเสร็จแล้วก็ส่งใน Classroom เหมือนเดิมนะคะ เดี๋ยวเริ่มทำได้เลยค่ะ

514
01:00:32,213 --> 01:00:36,213
[สิ้นสุดการถอดความ]

