หลังสุดรหัสอะไรนะครับ รหัส...28 ภาคภูมิบวกแค่นี้แหละ เหมือนเดิม เดชมงคล วันนี้กฤติกรมา ทัดเทพ เสียงมันออกไหม เหรอ ออกไหม เหมือนเสียงไม่ออกได้ยินไหม โอเคได้แล้ว ก็มันออกอยู่ใช่ไหม อันนี้คือออก เหมือนอาจารย์พูดคนเดียว โอเคค่ะ วันนี้จะเป็นบทที่ 10 นะคะ เกี่ยวกับเรื่อง SEO นี่ อันนี้คือไม่ออก SEO นะคะ ก็มันเป็นเรื่องที่ได้รับความนิยม เกี่ยวกับการทำธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบันมากนะคะ มันก็คือการปรับแต่งเซ็บไซต์ ซึ่งถ้าใครอยากไปฝึกงาน มันจะมีตำแหน่งงาน ตำแหน่งงานที่ทำเกี่ยวกับ SEO อยู่แล้วนะคะ แล้วก็จะมีความสำคัญมากกับธุรกิจ e-Commerce ไอ้การปรับแต่งเว็บไซต์หรือว่า Sนี่มันเป็นอย่างนี้ มา ไม่กระพริบ... เหมือนเสียงไมค์มันเข้านะ แต่คลื่นเสียงไม่ออก เพราะว่าไอ้นี่มันกระพริบ ไมค์มันรับได้อยู่ เป็นกับตัวเครื่องเสียง เครื่องเสียง คราวนี้ความสัม... นี่ไม่ออกอีกแล้ว ตัวนี้ ไอ้ตัว SEO นี่ค่ะ มันเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์นะคะ คือ ทำอย่างไรก็ได้ให้เว็บไซต์เรานี่ Search แล้วเจอหน้าแรกบน Search Engines ไม่ว่าจะเป็น Google ฺรืโดยการเขียน มันจะเขียนเกี่ยวกับบทความนะคะ การใช้ Keyword ซึ่งมันจะต้องเป็นการเขียนข้อความที่ต้องสอดแทรก Keyword การค้นหาให้เจอด้วย คือไม่ว่า User จะค้นหาคำไหนก็ตาม มันจะต้องเจอเป็นส่วนหนึ่งของเว็บไซต์คุณ นั่นแสดงว่าไอ้การทำ SEO นี่ มันจะต้องมีกระบวนการคิดนะคะ แล้วก็มันก็ต้องมีการปรับปรุงของเว็บไซต์ ให้ดีต่อ User หรือว่าผู้ใช้งานมากที่สุด ก็คือทำอย่างไรก็ได้นะคะ ก็จะมีการรปับแต่งการค้นหาของเว็บไซต์เราอยู่เสมอนะคะ อย่างเช่นอันดับมันตก เราค้นหาดูแล้วเจอเว็บไซต์เราเป็นอันดับที่ 5 เราต้องมาดูแล้ว ว่าทำไมมันถึงไม่เจอเว็บไซต์เราเป็นอันดับที่ 1 คำค้นหาของเราอาจจะยังไม่ครอบคลุมหรือเปล่านะคะ ซึ่งหลัก ๆ แล้ว SEO ทำให้มันประสบความสำเร็จอยู่ในหน้าแรกของ Google ให้ได้ แล้วก็เป็นเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือนะคะ มันจะถือว่าเป็นการที่มอบประสบการณ์ที่มีประโยชน์และประสบการณ์สูงสุด นั่นคือ เหมือนที่เราเคยเรียนมาแล้ว ในวิชา SCI ออกแบบ User Experience เขาใช้งานมาแบบไหน เขามีความเคยชินที่ที่ใช้การค้นหาหรือการดูข้อมูลเว็บไซต์อย่างไร เราจะต้องเอาอันนั้นมาวิเคราะห์ในการทำ SEO ของเราด้วย ซึ่งเราเรียนมาแล้ว UX UI นะคะ ไอ้ตัว SEO นี่ อย่างที่บอกมันเป็นการปรับแต่งเว็บไซต์ ซึ่งมันจะมีแบบที่ต้องปรับแต่งในรูปแบบของการเขียนโค้ดด้วย เพื่อให้ความเร็วในการเรียกใช้เว็บไซต์นี่มัน... ไอ้ตัวผู้ใช่งานนี่ เขาจะรู้สึกว่าทำไมเว็บไซต์บางเว็บไซต์มันโหลดช้าจังนะคะ เหมือนเมื่อก่อน ตอนช่วงปีต้น ๆ ที่คุณเรียนมา อาจารย์บางท่านหรืออาจารย์นี่แหละ อาจจะบอกว่าโปรแกรมเดียวกัน ถามวา่คนหนึ่งเขียน 100 บรรทัด อีกคนเขียน 300 บรรทัด ได้ผลลัพธ์เท่ากัน ถามว่าผิดไหม ไม่ผิด แต่ต่างกันที่ความเร็ว ยิ่งคุณเขียนโค้ดจำนวนบรรทัดเยอะ เรียกใช้คำสั่งเยอะเกินความจำเป็นมันก็จะมีผลในการประมวลผลอาจจะทำให้เว็บไซต์คุณน่ะ โหลดขึ้นมาช้า แล้วตอนนี้ คือ ทุกคนแข่งกันเรื่องความเร็ว ขนาดแค่เว็บไซต์ หรือบางทีคุณเล่นเน็ตน่ะ Facebook เปิดวิดีโอแล้วดูช้า คุณยังรู้สึกไม่ค่อยชอบ การใช้งานเว็บไซต์ก็เหมือนกัน รวมถึงเนื้อหา Content ที่ใส่ ต้องใช้ระยะเวลาในการโหลดนาน แล้วสิ่งที่คุณใส่มาจะต้องเป็นสิ่งที่เนื้อหาเหมาะสม ไม่ยืดเยื้อไม่ออกทะเลไปไกล แล้วมันก็ต้องเกี่ยวข้องที่คุณต้องการนำเสนอด้วย เพราะฉะนั้น ยิ่งคุณใส่ข้อมูลที่ไม่ตรง การแสดงผลในหน้าแรก ๆ ของ Google นี่ เป้นไปได้ยากมา ถ้าคุณปรับแต่งให้โหลดเว็บไซต์ได้เร็ว ข้อมูลตรงเป๊ะ ไม่มีขนาดไฟล์ใหญ่มาก แล้วก็รูปภาพทุกภาพที่ใส่ คุณจะต้องใส่ Alternative Link รูปภาพที่คุณจะคลิกนี่ มันจะลิงก์ไปไหน ต้องกำหนดด้วย การที่แค่เอาเมาส์ไปชี้ที่คำสั่งบนเว็บไซต์ ว่าถ้ากดลิงก์นี้มันจะไปไหน อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ Google พิจารณานะคะ ไม่ใช่ว่าบางคน เอาเมาส์ไปแค่... เอาเมาส์ไปแตะนิดหนึ่ง จะเกิดอะไรขึ้นไม่มีไกด์เลยนี่ ถามว่ามันจะเกิดมันก็ไม่... ถามผิดไหม ไม่ผิดค่ะ แต่ว่าประสบการณ์ของผู้ใช้งานนี่มันอาจจะไม่ได้ประสบการณ์ท่ี่ดี คุณอาจจะ Giพึงพอใจ เว็บนี้ดีจังเลยนะคะ ก็บอกแล้วว่าสิ่งที่กำลังจะกด จะเกิดอะไรขึ้นนะคะ ไอ้ตัว SEO นี่มันจะเป็นกระบวนการที่ได้รับ Oganic Groficธรรมชาติ Traffic เรียกว่า เทียบเป็นภาษาไทย ก็คือการที่เราโดยที่เป็นธรรมชาติ ไม่ได้ซื้อมา ไม่ได้จ้างเขามา มันเป็นการค้นหา แล้วทุกคนแบบรู้เลย จะต้องเข้ามาใช้เว็บไซต์เรา เช่น ต้องการจะค้นหาข้อมูลบุคคล เราก็จะเข้าไปหาใน Google เสร็จ อาจจะ Google แล้ว เอ๊ะ นักศึกษาคนนั้นชื่ออะไร รู้ชื่อเขาแล้ว แต่อยากรู้ว่าเขาเป็นใครใน Facebook นาย ก นามสกุลอะไรก็ว่าไป ทำอย่างไรก็ได้ให้เว็บไซต์เราขึ้นเป็นอันดับต้น ๆ ที่เขาคิดถึงที่จะเข้ามาใช้งานนั่นแหละนะคะ แล้วก็ไม่ว่าเขาจะค้นหา อาจจะเป็นคำพูดเกี่ยวกับร้านขายขนม พิมพ์ร้านขายขนมปุ๊บ ทำอย่างไรก็ได้ให้ร้านของเรานี่ติดอันดับการค้นหาหน้าแรกนะคะ หรือเรียกวSERP ก็คือ Search หน้าแรก ๆ หน้าบน ๆ ของการค้นหา ของGoogle หรือ search engine อื่น ๆ ก็ตาม ซึ่งมันเป็นผลดี เพราะถ้ามันขึ้นหน้าแรก น้อยคนที่จะกด กดน้อยมากที่จะไม่กด น้อยมากที่จะกดหน้า 2 หน้า 3 เวลาคุณ Search Google คุณต้องหน้าแรกก่อนอยู่แล้วนะคะ อย่างเช่น ตัวอย่าง ขนมนำเข้านะ เหมือนร้าานที่เพื่อนต้องการทำงานนะ ขนมสมมติอย่างนี้ เราค้นใน Google เกี่ยวกับนี่ ถ้ามันมีคำว่า "สปอนต์เซอร์" แบบนี้นะคะ นั่นคือเขาจ่ายเงิน เพื่อให้คำค้นหาของเรานี่ใหขึ้นเว็บไซต์เขาก่อน ทำไม Shoppee อยู่อันดับ 1 2 3 4 5 แทบจะอยู่อันดับ 5 แต่สังเกตว่า SHOPEE ไม่มีเครื่องหมาย Shopee เป็น Organic เนื่องจากมีคนนิยมเข้าเว็บไซต์ Shopee Shopee ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินให้ก็ได้ นี่ถ้าไม่นับว่า 1 2 3 4 ตัวนี้ที่มีคำว่า "Sponsor" ที่จ่ายสตางค์ ให้ Google Shopee ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง แล้วร้านนี้ กับ Facebook ตัวนี้ เป้ฯร้านเดี2 อันนี้ เป็นร้านเดียวกัน เพราะใช้คำใช้คำว่าค้นหาอะไร อย่างแรกเลย นำเข้าจากจีน เห็นไหม คำค้นหาของอาจารย์ตรงกับเขา แทบจะทุกคำที่เป็นคีย์เวิร์ด คือ การใช้ SEO นะคะ ทำอย่างไรถึงจะให้คำค้นหามันขึ้นแบบนี้ ยิ่งมีคนรู้จักธุรกิจของคุณมากขึ้น ยิ่งรู้จักองค์กรมากขึ้น มันจะยิ่งดึงดูดคนมาดูเว็บไซต์ เหมือนที่บอกเมื่อกี้ Shopee ไม่ต้องซื้อโฆษก็ใช่ไง เพราะมีคนเข้า Shopee วันหนึ่งไม่รู้กี่คน ยิ่งคนเข้าไปดูเว็บไซต์มากขึ้น โอกาสที่เราจะทำการตลาดกับเขาก็ได้ง่ายขึ้น สร้างความน่าเชื่อถือ เพราะเว็บไซต์เรา Search เจอใน Google เลย ยิ่งคนเข้ามาดูเยอะ โอกาสในการเพิ่มยอดขายมันก็เยอะ เพราะเหตุนี้เลย เจ้าของกิจการต่าง ๆ อยากทำให้แบรนด์ตัวเองเติบโต หรือว่าทำให้องค์กรตัวเองเป็นที่รู้จัก เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้เยอะจริง ๆ นอกจาดเขชาจะทำเป็น ที่เขาจะทำให้เป็นออแกนนิค Search ที่เราพูด ก็คือ ยิง Ads ยิง Ads โทรศัพท์ของทุกคนตอนนี้ บางทีเราคุยกับเพื่อน หรือเราค้นหาอะไรบ่อย ๆ หรือเราดูคลิปอะไรบ่อย ๆ มันก็จะมีแต่คลิปพวกนั้นแหละ มันก็จะมีเหมือนชมพู่ดูแต่คลิปกินอาหารจีน มันก็จะมีแต่คลิปกินอาหารจีนขึ้นมาอยู่นั่นแหละ เพราะ AI มันเจอแล้วว่าชมพู่ชอบกินอาหารจีนอะไรแบบนี้ เหมือนบางคนชอบดูสตรีมเกมส์ขึ้นมาให้ดู หรือบางทีเราไม่ได้เปิดอะไรดู แต่เราคุยกับเพื่อน แต่แอปพลิเคชันโทรศัพท์บางแอป ตอนที่คุณติดตั้ง อาจจะไม่ได้สงัเกตว่ามันจะขอเข้าใช้งานไมโครโฟน ขอเข้าใช้งานกล้อง โดยเฉพาะซึ่งเราก็กดตกลงไปเลย แล้วบางทีเราคุยกับเพื่อนอยู่ว่าอยากกินส้มตำจังเลย สักพัก ใน Facebook หรือในแอปพลิเคชันใด ๆ ก็ตาม ก็จะมีอยู่นั่นแหละ เขาไม่ได้แอบฟังนะ ในเมื่อคุณอนุญาตให้มันเปิดไมโครโฟนเอง เขาก็เลยทำการยิงสิ่งที่คุณคุยกัน สิ่งที่คุณต้องการมาให้ดูนะคะ ซึ่งตัวการปรับแต่งผลลัพธ์ของเว็บไซต์นี่ ทำอย่างไรให้เวลาเราอยู่ในอันดับต้น ๆ นั่นคือการค้นหาด้วย Keyword ที่อาจารย์ค้นหา คือขนมนำเข้าจากจีน Keyword ก็คือเราจะต้องรู้เลยว่า อย่างน้อยกลุ่มเป้าหมายเราจะใช้คำค้นหาอะไรบ้าง ซึ่งต้องเป็ฯคำค้นหาเกี่ยวกับองค์กรหรือธุรกิจของเรา การทำ SEO ที่ดี การที่เราทำเสร็จแล้ว ควรจะอยู่หน้าแรก ไม่ควรเกินหน้าที่ 2 เพราะว่าถ้าเกินหน้า 2 ไปแล้วนี่คนจะไม่ค่อยกดเข้าไปดูแล้ว ยิ่งอยู่หน้าแรกเท่าไร อัตราการกดลิงก์ กดเข้าสู่เว็บไซต์มากขึ้นเท่านั้น ยิ่งเว็บอันดับต้น ๆ นี่ คนกดแน่นอน มั่นใจว่าคำที่เขาค้นหามันจะอยู่ในเว็บไซต์นั้นแน่ ๆ นะคะ ทำไมต้องทำให้มันอยู่หน้าแรกล่ะ ถ้าทำ SEO แล้ว ถ้าใส่คีย์เวิร์ด ใส่คำที่ต้องการ ผลลัพธ์มันจะสอดคล้องกับพฤติกรรมคนใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก อันดับแรก คนใช้ Google ต่อวันนะคะ 3,500 ล้านครั้ง ต่อวัน ก็คือ Google เป็นอันดับ 1 แน่นอน Search Engines อื่นน้อยมากนะคะ มันเทียบได้ว่าประมาณว่า 90 เปอร์เซ็นต์ใช้ Google แน่ ๆ ซึ่งในโลกนี้มีอยู่ 5 Search Engine นะคะ มี Bring มี Yahoo มี Baidu อันอื่นก็ไม่ค่อยได้รับความนิยมอยู่แล้ว ซึ่งผลลทำให้การพูดถึง หรือการคุยกันในการตลาด มีการเพิ่มสูงขึ้น เพราะทุกคนก็จะเริ่มค้นหา ทุกคนก็จะเริ่มแบบทำอย่างไร ก็ได้ให้เว็บไซต์ฉันขึ้ยมานะคะ ซึ่งความสำคัญของ SEO นะคะ มันจะต้องเข้าใจ 3 เรื่องนี้ก่อน คือ การค้นหาแบบ Oganic คือการค้นหาโดยตัวผู้ใช้งผู้ใช้งานเองนะคะ คุณภาพของการเข้าเว็บไซต์ แล้วก็จำนวนการเข้าเว็บไซต์ จากการค้นหาแบบ Organic เท่านั้น คือ แบบไม่เสียสตางค์นะคะ ซึ่งผลลัพธ์ในหน้า Search Engine นะคะ เราจะแยกเป็น 2 ส่วนของ SERP นะคะ ก็คือผลลัพธ์โดยทั่วไป กับผลลัพธ์ที่ต้องจ่ายสตางค์นะคะ ถามว่า User เป็นคนจ่ายไหม ไม่ใช่ เป็นเจ้าของเว็บไซต์หรือเจ้าของบริการนั้น ๆ ที่ชำระเงินของลูกค้าไม่ได้เสีย เขายอมเสีย เพื่อให้เขาได้อยู่หน้าแรก นะคะ อันแรกผลการค้นหาแบบ Oganic คือกาค้นหาแบบทเขาไม่ได้จ่ายเงิน เพื่อให้อยู่หน้าแรกของ Search Engines ของ Search Engine แต่เขามีจำนวนการเข้าที่ทำให้ Google ถึงข้อมูลเว็บไซต์เขามาอยู่อันดับหน้าแรกนะคะ ซึ่งการค้นหามันจะมีประโยชน์ มันจะมีประโยชน์แล้วก็เกี่ยวข้องกับการจ่ายมากที่สุดซึ่งการจ่ายโฆษณาให้ Google นะคะ เขาเรียกว่า PPC Playper Click ก็คือมีจำนวนคลิกกี่ครั้ง ให้จ่ายเงินเท่านั้นนะคะ คลิก 100,000 ครั้ง ก็จ่าย 100,000 บาท สมมตินะคะ สมมติ การจัดวางการแสดงผลแตกต่างกับการหาคำ Oganic ทั่วไป ที่อาจารย์ให้ดูเมื่อกี้นี้ ที่เสียสตางค์ ที่คำว่า "เป็นSponsor นี่ มีคำว่า "สปอนนะคะ มีคำว่า "Sponsor" แต่ Shopee ไม่มีแล้ว แต่คนเข้ามันเยอะ มันก็เลยยังอยู่หน้า 1 แต่ก็ยังไม่อยู่อันดับที่สูงที่เสียสตางค์ให้ Google นะคะ เหมือนที่อาจารย์ให้ดูเมื่อกี้นี้ ผลการค้นหาแบบ Organic จะอยู่ด้านล่าง ซึ่งการค้นหาแบบออร์แกนิก เราไม่เสียสตางค์ก็ตริงหาคีย์เวิร์ด แล้วก็หาคอนเทนต์ที่ให้มันตรงกับที่ผู้บริโภค ผู้ใช้งาน เข้าชมเว็บไซต์ หรือผู้ต้องการจะหาข้อมูลขององค์กรเรา ทำอย่างไรก็ได้ ให้เขาค้นเจอเราแน่ ๆ แต่ข้างบนก็คือเป็นแบบ PPC ก็คือสมมติคลิกครั้งละ 10 สตางค์ รอคูณเงินไป ยิ่งมีคนกดเยอะ เพราะอันดับมันสูงใช่ไหม Google ก็จะได้สตางค์ไปด้วยนะคะ เหมือนกัน ขึ้นบนถ้าใครใช้ Google ที่เป็นภาษาไทย มันก็จะเขียนเลย การโฆษณา ด้านล่างคือการค้นหาแบบ SEO แบบออร์แกนิก ไม่เสียสตางค์ นั้นไม่ได้จ่ายสตางค์ให้ Google นะคะ ต่อมา ข้อ 2 คุณภาพของการเข้าเว็บไซต์ จากผลการค้นหาแบบ Organic สามารถ... คุณสามารถจ่ายเงินเข้าให้กับ Google ให้โฆอยู่บนหน้าแรกของ Google ได้ก็จริง แต่ว่าคนที่เข้ามาดูเว็บไซต์ หรือเข้ามาค้นหา จะเป็นข้อมูลหรือวิธีการรักษานะคะ บางทีคุณอยากให้มันอยู่หน้าแรกก็จริงน่ะ แต่คุณต้องจ่ายเงินนะ แต่ถ้ามันมีคำว่า "โฆษณา" บางคนก็ไม่อยากกดนะคะ เหมือนกลัวกดเข้าไปแล้วมันจะได้ข้อมูลสิ่งที่เขาต้องการจริงไหม บางทีกดเข้าไปแล้วมันก็ไม่ตรงน่ะ ที่ตรงใจเขาน่ะ มันอยู่ด้านล่าง มันไม่ต้องกับสิ่งที่เขาโฆษณาไว้นะคะ มันก็จะมีความเสี่ยงอยู่ แต่ถ้าเราทั้งทำ SEO ด้วย ทั้งทำ PPC ด้วย ก็คือทั้งค้นหาด้วย... แน่นอน จ่ายเงินเพิ่มเข้าไปอีกนะคะ มันก็จะเป็นประโยชน์ในอนาคตกับเว็บไซต์เราด้วย แต่ถ้าคุณแค่จ่ายสตางค์ แต่พอคนเข้ามาดูแล้วไม่ได้อะไร ล๔ก็... หรือคนที่เขาเข้ามาดูก็กดออกจากเว็บไซต์คุณทั้งเสียเงิน แล้วก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยนะคะ เพราะฉะนั้น ไม่ใช่ว่าเสียเงินแล้วจะได้แล้วดีทุกอย่าง มันจะต้องเป็๋นเว็บไซต์ที่มีคุณภาพด้วยนะคะ ไอ้การค้นหาแบบออแกนิคนี่ มันก็จะต่างกับการเสียสตางค์ตรงนี้แหละ มันจะถูกจัดวางตามลำดับอัลกอริทึมของ Google นะคะ ซึ่งการ Search แบบออร์แกนิกนี่ Search Engine มันจะให้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพมากกว่าการโฆษณา เพราะว่ามันจะตรงกับสิ่งที่เขาเสนอมาให้นั่นเองนะคะ ข้อ 3 จำนวนการเข้าเว็บไซต์การค้นหาแบบออณืแกนกรค้นหาแบบออแกนิคนะคะ มันก็จะเป็นจำนวนของผู้ใช้งานผ่านการค้นหาแบบ Organic คนที่ไม่ได้กดจากเว็บไซต์ที่โฆษณานั่นเองนะคะ สาเหตุสำคัญที่ต้องทำไอ้ตัว SEO นะคะ ก็คือจัดอันดับสิ่งที่เกี่ยวข้องสูงที่สุดนะคะ เท่าที่จะทำได้ให้อยู่อันดับบน ๆ มันจะยิ่งดึงให้คนที่เข้าดูเว็บไซต์นี่ มีจำนวนมาก มีคุณภาพ ถ้าคนเข้ามาอยู่แล้วนี่ มันก็มีโอกาสที่เราจะขายของได้ จำนวนลูกค้นมันจะเพิ่มขึ้นนะคะ ข้อดีนะคะ ความยากของ SEO นี่ มันมี แล้วถามว่าคนที่จบทางด้าน IT แล้วไปทำ SEO เงินเดือนสูงนะคะ เพราะว่าถือว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างรายได้ให้กับเว็บไซต์องค์กรนั้น ๆ อาจจะเหนื่อยในการคิด ในการจัดการ ทำอย่างไรก็ได้ ให้เว็บไซต์เรานี่ มันครอบคลุมการค้นหามากที่สุด ไม่เหมือนกับเราเสียเงินยิงโฆษณา ซึ่งต้องจ่ายทุกวัน ถ้าวันไหนไม่จ่าย โฆษณา จ่ายค่าโฆษณานี่ การค้นหามันจะไม่ขึ้น ถ้าใครเล่น Facebook หรือเล่น Tiktok เล่น IG ก็ได้ ถ้าใครไปดูคลิปของพวกแม่ค้น บางคนก็จะบอกโดนแฮกบัตรเครดิต เพราะยิงโฆษณาไป อันนี้แหละนะคะ ก็เกิดจากการที่เขาต้องจ่ายบัตรเครดิตให้เราเห็นทุกวัน ปล่อยคลิปมาให้เราเห็นตลอดทุกวันให้เราจำได้ อันนั้นคือเสียสตางค์ วันไหนไม่เสีย โฆษณาไม่ขึ้น แต่ถ้าทำ SEO นี่ มันเป็นความยั่งนยืนของเว็บไซต์เรามากกว่านะคะ แต่อาจจะต้องใช้ความอดทน รอให้คนเข้ามาใช้เว็บไซต์เราเรื่อย ๆ ถ้าลักษณะของคำพูดภาษาทั่วไป เขาก็บอกรอ ให้มันขึ้น บางคนก็บอกเดี๋ยวปั่นวิวก็ได้ ให้มันมีการกดเข้าดูเว็บเยอะ ๆ แต่ถามว่ามันไม่ได้เสียสตางค์หลายวันเมหือนกัน ยิง Add ยิงโฆษณานะคะ อาจจะใช้เวลา 3 เดือน 6 เดือนก็ว่ากันไป กว่าเว็บไซต์จะติดอันดับ ถ้าติดอันดับแล้วมันจะอยู่ยาวนะคะ แล้วมันก็คุ้มค่ากับสิ่งที่เรารอ แล้วก็ลงทุนไป เพราะว่าถ้า Organic ถ้าคุณอยู่อันดับต้น ๆ แล้ว คุณไม่เสียสตางค์น่ะแต่คุณก็ยังอยู่อันดับต้น ๆ นะคะ เพราะฉะนั้น ลงทุนอาจจะเหนือยหน่อยในครั้งแรก แต่ไม่ต้องจ่ายเสียเงินแบบรายวันแบบที่เขายิงกัน หลักการทำงานของ Google ในการจัดอันดับของเว็บไซต์ที่เป็น SEO นะคะ ก็มันจะมีกลไกอยู่ 3 ขั้นตอน Google จะตรวจสอบก่อน แล้วก็ทำ Inde แล้วกข้อมูลตรงนี้อยู่ตรงไหน ชี้ตำแหน่งไปที่ไหน แล้วก็จัดอันดับRanking นะคะ Crawling นี่คือมันจะใช้ Google Bot คล้าย ๆ แมงมุมที่มีเครือข่ายออนไลน์ เครือข่ายออนไลน์ มันจะสำรวจ แล้วก็เก็บข้อมูลจากเว็บไซต์ โดยมันจะติดตามลิงก์จากหน้าเว็บหนึ่งไปอีหน้าเว็บหนึ่ง คล้ายกับใยแมงมุมมที่เชื่อมกัน เชื่อมข้อมูลดู ไป Search เป็น Bot แล้วจากนั้นก็มาทำ Index เหมือนกับการทำดัชนีในห้องสมุด ก็ใช้ Googlebot นี่ล่ะ ก็วิเคราะห์เนื้อหา ข้อมูลต่าง ๆ จากเว็บไซต์ แล้วก็จดเก็บข้อมูลในระบบ หลังจากนั้น Google เก็บข้อมูลจาก Bot ทุก Bot มาแล้ว มันจะมาทำ Ranking จัดลำดับนะคะ ว่าสิง่ที่มันทำการการวิเคราะห์เนื้อหาโครงสร้างข้อมูล ว่ามันตรงกับคำค้นหาไหนมากที่สุด มันก็จะจัดอันดับไว้นะคะ จัดลำดับตามความเหมาะสม ความถูกต้อง ความต้องการของผู้ใช้งานนะคะ ถ้าเว็บไหนตรงกับความต้องการของมากก็ขึ้น Ranking เป็นอันดับต้น ๆ โดยการทำงานของ SEO นี่ ถ้าต่อไปใครได้ไปทำงานหรือไปฝึกงานนะ มันก็จะมี 3 องค์ประกอบหลัก อันแรกนะมออกอย่างชัดเจน ก็คืออันแรกเป็น SEO แบบ One page แบบ off page แบบ Tecnical โดยทั้ง 3 ส่งนนี้ จะต้องเป็นส่วนที่เสริมพลัง เสริมการทำงานให้แก่กันและกัน ส่วนมากก็จะทำงานทั้ง 3 ส่วนนี้ไปด้วยกันนะคะ อันแรก On-page มันคือการที่ทำ Search Engines Search Engine Optimization เรานี่แหละนะคะ ปรับปรุงเว็บ ที่หน้าเว็บเราจะต้องมีเนื้อหา มี Keyword มีรูปภาพ มี HTML แท็กที่เคยพาทำไปแล้ว เป็น Meta Tag อะไรพวกนั้น มี Internal Link External Link จะลิงก์ไปเว็บภายนอกเกิดอะไรขึ้น Meta data ก็คือเป็นการอธิบายในฐานข้อมูลมันมี อย่างเช่น เราตั้ง Keyword นี่มันหมายถึงอะไรนะคะ แล้วก็การกำหนด URL เว็บไซต์ของเรา มันต้องชื่อว่าอะไร ที่ให้มันสื่อกับองค์กรหรือธุรกิจของเรานะคะ Off Page ก็คือเป็นการทำนอกเว็บไซต์ เช่นการทำ Back link นะคะ ก็คือลิงก์ทที่อยู่ในคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่มันถูกแฝงในคำอธิบายใต้คอมเมนต์ ใต้แคปชันรูปภาพ เชื่อมต่อไปยังหน้าอื่น ๆ ในเว็บไซต์ของเรา หรือเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์อื่น ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของเต้องการจะเชื่อมไปไหน เช่นบางคนต้องการทำเว็บไซต์ ดูคลิปนี้ของเราเสร็จปึ๊บ คลิกที่ลิงก์หน้าตะกร้าได้เลย ก็คือเว็บไซต์ของเรา คือ ต้องการให้ดูเสร็จแล้วไปซื้อของนะคะ การทำคอนเทนต์ Makettiโดยการทำสื่อทำอะไรบ้าง การทำแบบเจาะพื้นที่ ลงไปดูสิว่าเว็บไซต์เรานี่ มัน... ลองไป ให้สำรวจ ให้คนภายนอกสำรวจดูสิว่าทำอย่างไร แบบเป็นแบบความประเมินความพึงพอใจ เป็นแบบวัดประสบการณ์ของผู้ใช้งานนะคะ การทำโซเชียลมีเดีย Maketแล้วก็ทำอย่างไรก็ได้ให้ติดกระแสออนไลน์อันนี้คือทำภายนอกเว็บไซต์เราแล้ว ไม่ใช่ในเว็บเรานะ เช่น เราอยากโปรโมตเว็บไซต์เราก็จริงน่ะ แต่เราไปทำบน TikTok IG Facebook นะคะ แล้วก็เป็นแบบ SEO ก็คือในเชิงเทคนิด ทำอย่างไรก็ได้ Googlebot นะคะ หรือว่า User นี่เขามาใช้งานเว็บไซต์เรามากที่สุด เช่นการวางโครงสร้างเว็บไซต์ ทำไมอาจารย์บางท่านถึงจ้ำจี้จ้ำทำไมเว็บไซต์คุณออกแบบแบบนี้ ทำไม่เมนูมันเข้ายากไม่ใช่แค่ Bot ที่ยาก คนเข้าไปดูก็ยังยาก แล้ว Bot มันจะไปอยากใช้เหรอนะคะ เช่น วางโครงสร้างเว็บไซต์ เช่น คุณบอกวสมัครสมาชิกมันควรจะอยู่หน้าแรก ๆ เลย แต่อันนี้ กว่าจะไปสมัครสมาชิกได้ เข้าไป 4-5 หน้ากว่าจะเห็น อันนี้ไม่เหมาะแล้ว การทำ Map ที่มันจะมีปุ่มปุ่มหนึ่ง ให้มันดูว่าเรากด Site map เพื่อให้เห็นว่ามรีอะไรให้เราเลือกบ้าง โดยที่ไม่ต้องใส่... เขาเรียกว่าอะไรล่ะ คอนเทนต์ที่มัน รก ๆ มาก ๆ ไม่ต้อง เอาหัวข้อหลัก ๆ ของคนที่เข้ามาใช้งานอยากใช้ข้อมูลตัวไหน อยากเข้าไปดูอะไรก็สามารถเข้าไปดูได้เลย รวมถึงเว็บไซต์ที่ทำจะต้องเป็นแบบ Mobile Frienly Facebook คล้าย ๆ กับที่คุณใช้งานใช้งานหน้าเว็บบนคอม กับใช้งานบนแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์ ใช้งานง่ายเหมือนกัน หรือถ้าสิ่งที่คุณทำเว็บไซต์ ผมออกแบบมาเฉพาะให้แสดงผลบนหน้าจอตกแล้ว มันจะต้อง เขาจะเรียกว่าอะไรนะ Compatible ก็คือเขียนโค้ดโปรแกรมว่า มันจะต้องไป Retext ว่า อุปกรณ์ที่แสดงผลนี่ เป็นแนวตั้งแนวนอน ขนาดจอเท่าไร แล้วมันก็ให้ปรับคอนเทนต์เป็นอัตโนมัติเลยนี่เดี๋ยวนี้มันเขียนได้อยู่แล้วนะคะ แล้วก็เป็นเว็บที่ Responsive ก็คือเป็นการตอบสนองที่ถูกต้อง กดปุ่ม ซึ่งกดปุ่มแล้วได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ มีความปลอดภัย เป็น Secure อันนี้เคยพูดไปแล้ว แล้วก็การปรับความเร็วของเว็บไซต์เหมือนที่อาจารย์พูด ก็คืออย่าให้มันโหลดนาน ซึ่งถ้ารูปภาพที่ใช้ก็ไม่ควรมี หรือรูปภาพที่ใช้ก็ไม่มี... ควรมีขนาดใหญ่มาก เพราะว่าถ้าคุณจะเอาละเอียดหรือความใหญ่มาก ๆ นี่ ระยะในการโหลดมันก็จะนานนนะคะทำอย่างไรให้เว็บที่เราทำ SEO นี่ มันติดอยู่บนหน้าแรกของ Google ออกแบบแบบโครงสร้างง่าย ๆ ให้เว็บโหลดได้เร็ว ไม่ควรโหลดนานเกิน 3 วินาที ถ้านานกว่านั้นต้องติด ถ้าช้ากว่านั้น ก็คือคุณทำคอนเทนต์ในเว็บเยอะเกินไปแล้ว ใหญ่เกินไป Responsive Web ก็คือใช้งานได้ทุกอุปกรณ์ ใช้งานผ่านมือถือ ก็คือปุ่มกดต้องกดง่าย User Friendly ตั้ง URL ให้... URL Friendly นะคะ ตั้งให้จำง่าย สื่อความหมาย กระชับ ไม่ต้องตั้งยืดเยื้อ UX ใช้งานง่าย สวยงาม โทนสีต้องถูก ทำเกี่ยวกับ สมมติเครื่องสำอางผู้หญิง ก็ควรใช้สีสีสดใส ไม่ควรเป็นสีครึ้ม ๆ แต่ถ้าเป็นเครื่องสำอางผู้ชายก็ให้มันเข้ให้มันแบบ รู้ได้เลยว่าเป็นของใช้สำหรับผู้ชายอะไรอย่างนี้ การปรับแต่งรูปภาพ คสรจะเป็นรูปภาพที่เหมาะกับการแสดงผลบนเว็บ อย่างรูปภาพก็ควรใช้เป็นไฟล์เล็ก ๆเหมือนไฟล์ที่มีความละเอียดระดับหนึ่ง ขนาดเล็ก ดาวน์โหลดง่าย ใส่ Alternative Text คือ ให้แสดงรูปภาพว่าถ้ารูปนี้เป้นลิงก์ เมาส์ไปวางที่ไหน ต้องใส่ด้วยนะคะ ทำ Keyword Search การค้นหา Keyword Keyword จะต้องเกี่ยวข้องกับสินค้า ธุรกิจ องค์กร ที่ไม่ว่าจะใช้คำใด ๆ ก็ตาม Search ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรของเราจะต้องเจอนะคะ เช่น พิมพ์คำว่า "มหาวิทยาลัยสกลนคร บ้านธาตุ อะไรแบบนี้นะคะ ซึ่งถ้าการทำ SEO ของเรา ไม่มีการมานั้Keyword reSearch ก่อน มานั่งคุยกันก่อนว่า Keyword มันมีคำว่าอะไรบ้าง หรือไม่ได้วางแผนนี่ คนที่เข้ามาใช้บริการเว็บไซต์อาจจะไม่ใช่กลุ่มคนที่เหมาะสม หรือคนที่ต้องการจะมาซื้อสินค้าเรา คือต้องการจะเข้ามาซื้อสินค้าเรา ทำไปอย่างนั้นแหละ สุดท้ายเขาก็ค้นหาไม่เจออยู่ดีอะไรอย่างนี้ ผลลัพธ์มันก็ไม่ตรง เหมือรทำเว็บดีมาก แต่ keword ไม่ใส่ เขาก็หาเว็บเราไม่เจอสักทีนะคะ เป็นการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพตามเกณฑ์ของ Google ก็คือ EEAT นะคะ จะต้องตรงกับประสบการณ์ผู้ใช้มีความเชี่ยวชาญในการอออกแบบ ออกแบบคอนเทนต์ที่มีอิทธิพลต่อความต้องการของลูกค้า คือ จูงใจให้เขาสนใจสนค้าหรือบริการ หรือข้อมูลในองค์กรของเรา แล้วก็ต้องมีความน่าเชื่อถือ บทความที่ทำเป็น SEO จะต้องมีประโยชน์ แล้วสามารถตอบคำถามกับผู้อ่านได้ ไม่ใช่เขียนไปแล้วอื่น แล้วก็ไม่เข้าใจ เนื้อหา รูปแบบข้อความจะต้องตรงกับจุดประสงค์ของคำค้นหา การเขียนบทความ เขาจะมีกำหนดคำเลย 800-1,000 คำ แค่นั้นนะคะ แล้วก็จะต้องมีการอัปเดตเนื้อหาเสมอ เสมอ ปรับปรุงตาม... ไม่ใช่ ปีนี้ 2024 แล้ว Keyword คุณเป็น 2022 อะไรอย่างนี้ แล้วมันจะเจอได้อย่างไรล่ะ ข้อมูลคุณเปลี่ยนแล้ว ทำ Back link อื่น หรือการใส่เว็บไซต์ของเรากับเว็บไซต์คนอื่น มันจะเป็นการเพิ่มคะแนน เพราะว่าเขาจะมองว่าเราน่าเชื่อถือ เพราะว่ามีคนอ้างอิงเรา ยืนยันเราเทียบกันนะคะ สามารถทำด้วยตัวเองก็ได้ หรือจะจ้างเอเจนซีก็"ด้นะคะ การทำ SEO เป็นอาชีพ 1. ที่ปัจจุบันรายได้ดี เช่น อาจจะมีการโพสต์คอนเทนต์ของเราไปอยู่บนเว็บไซต์ที่คนใช้งานเยอะ อย่างเว็บไซต์ที่คนเข้าไปคุยกันอะไรอย่างนี้ เราก็มีการแทรกเว็บไซต์ของเราลงไปด้วย ไปคุยกับเขาแล้วบอกว่าข้อมูลนี่ไปดูเว็บไซต์เราก็ได้นะคะ หรือว่าไปซื้อพื้นที่สื่อ เช่นเพจข่าว เพจอะไรที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ขอแลกลิงก์กับเว็บไซต์อื่นก็ได้ แล้วก็อาจจะเอาเว็บไซต์ไปโพสต์ลงโซเชียลมีเดียขององค์กรเราก็ได้ เหมือนอะไรน่ะ คลิปพวกคลินิกทำหน้าอะไรพวกนี้ เขาก็จะทำคอนเทนต์ เขาก็จะให้ไปที่หน้าการจองคอร์สอะไรของเขาก็ว่าไปนะคะ เครื่องมือที่ช่วยทำ SEO เบื้องต้นที่ได้รับความนิยมนะคะ แล้วก็จะมีอีก 3-4 ตัว ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันนะคะ อันแรก เราอยากให้มันติดหน้าแรก Google เราก็ต้องใช้ Google เรียกสSearch Conslonการเก็บข้อมูล ตรวจสอบ วิเคราะห์ การจราจรบนเว็บไซต์นะคะ ก็คือเก็บสถิติคนเข้า-คนออกอย่าละเอียดนะ ต่อมาเป็น Google Analatพฤติกรรมการใช้งานของ User ที่เข้ามาดูเว็บ เว็บ 2 วินาทีแล้วก็ออก เข้ามาไถ ๆ ดูนิดหนึ่ง แล้วก็ออกแสดงว่าเว็บไซต์นั้น อันที่ 3 เป็นFplSEO นะคะ เป็น Plug in ใช้ในการตรวจสอบคุณภาพของ SEO ใน Wordpress ใครนิยมในการสร้าง Wordpess ในเว็บไซต์ นะคะ ต่อมาเป็น AHLahrefs มีฟีเจอร์สลับทำ SEO ครบทั้ง On page Off page แล้วก็ Technical อื่น ๆ มากมายนะคะ ตอเป็น Semก็วิเคราะห์เว็บไซต์ ตรวจสอบ Keyword ที่เหมาะสมในการทำเว็บ เช็กคุณภาพของ Backlink ที่ออกไปสู่ภายนอกนะค อันนี้ก็เปฌ็น 5 เครื่องมือที่ปัจจุบันได้รับความนิยมอันดับต้น ๆ ที่แน่นอนว่า Google นี่ แน่นอนอยู่แล้วนะคะ ข้อดีของการทำ SEO ที่มีผลต่อการตลาดออนไลน์ แน่นอนอทำให้คนจดจำแบรนด์ สร้างการจดจำตัวสินค้าบริการ ถ้ายังไม่มีจุดยอดขายก็ยังไม่เป็นอะไร ขแให้เขารู้จักเราก่อนนะคะ ข้อ 2 คือ ทำให้คนเข้ามาดู ใช้เรามากขึ้นนะคะ ไม่ต้องเสียเงินค่ายิงแอดรายวัน ต่อมา ก็คือช่วยเพิ่มกลยุทธ์ ทำให้อยู่ในการตลาด ไม่ว่าจะเป็นภายใน ภายนอกตลาด เราก็ยังเป็นที่รู้จัก แต่เราต้องทำวิจัยคำค้นหา หรือว่า Research ให้ตรงกับหมวดหมู่สินค้า บริการ ยิ่งถ้าทำวิจัยเยอะ หรือเก็บข้อมูลเยอะ ตรงมากขึ้น แล้วก็ช่วยเพิ่มผลลัพธ์ของการที่เราขายได้ตามเป้า การสร้างยอดขาย อาจจะทำแบบสำรวจ จองห้องพัก จองคอนโด จองสินค้า นะคะ พรีออเดอร์ต่าง ๆ แล้วเราก็จะติดตามพฤติกรรมในการซื้อของลูกค้าในการทำการตลาดต่อไป ไม่ใช่ซื้อครั้งเดียวแล้วเขาหายไปเลย เราอยากให้เขาซื้อซ้ำ แบบนีเ้เป็นต้นนะคะ ประหยัดเงินที่ใช้งานการทำโฆษณา เพราะการทำ SEO นี่ พอติดหน้าแรกแล้วมันติดยาว ซึ่งการทำ SEO นี่ ถือว่าลงทุนต่ำที่สุดแล้ว ในการทำตลาดออนไลน์ แต่มันยากนะคะ ยากในที่นี้ ก็คือการทำวิจัย การคิด Keyword การทำคอนเทนต์ การทำเว็บ แต่ถ้าคุณทำได้ มันจะสร้างความน่าเชื่อถือนะคะ มันจะดูเหมือนว่าเว็บไซต์ของเรา องค์กรของเรามีความเชี่ยวชาญ แล้วความน่าเชื่อถือจะเกิดขึ้น เพราะเราขึ้น Search หน้าแรกนะคะ ถ้าเราอยู่หน้าแรกนาน คนซื้อ หรือโอกาสที่เราจะขายของได้ มันมีแน่นอน มันก็ทำให้เรามีกำไรนะคะ แล้วก็เป็นองค์กรที่มีการซื้อซ้ำเกิดขึ้น มีความยั่งยืนอย่างนั้นดีกว่า ค่าใช้จ่ายก็จะลดลง เพราะว่าคุณไม่ได้ซื้ทุกวัน ไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาทุกวัน อาจจะเหนื่อยหน่อย แต่อยู่ได้นาน ขายได้นานนะคะ ก็วันนี้ลองดูสิว่านอกจากเครื่องมือ 5 ตัวนี้ มันยังมีตัวอื่นอีกไหม แล้วไอ้ตัวทีคุณลองหามานี่ มันมีข้อดีอย่างไรบ้าง มีลักษณะการทำงานอย่างไร อธิบายสั้น ๆ เหมือนของอาจารย์ก็ได้ค่ะ แต่หาเพิ่มดูสิ มันไม่ได้มีแค่ 5 ตัวนี้ มีอีกเยอะมากนะคะ นอกจากสิ่งที่มันเหมาะกับ Wordpess แล้วเครื่องมืออื่น ๆ ในการสร้างเว็บไซต์ก็ได้ ก็ลองดูสิว่านอกจาก 5 ตัวนี้แล้ว มันมีตัวอื่นอีกไหมนะคะ ข้อมูลเยอะมากใน Google นอกเหนือจากที่ยกตัวอย่างไปแล้ว นะคะ ก็ลองหาดู อธิบายเบื้องต้นดูว่า... ไม่ต้อง Copy มาทั้งหมดนะ เอาคร่าว ๆ ว่าน่าสนใจตรงไหนนะคะ ทำเสร็จแล้วก็ส่งใน Classroom เหมือนเดิมนะคะ เดี๋ยวเริ่มทำได้เลยค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]