﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000
ภายนอก ถ้าหนูทำดี หนูทำงาน

2
00:00:04,006 --> 00:00:08,006
ส่งครูอย่างนี้ค่ะ ก็จะได้

3
00:00:08,009 --> 00:00:12,009
1 ดาว ถ้าหฯุช่วยเพื่อนก็จ

4
00:00:12,010 --> 00:00:16,010
3 ดาวอย่างนี้ ก็จะเป็นสิ่งที่กำหนดพฤติกรรม

5
00:00:16,012 --> 00:00:20,012
ของเขาได้ว่าเขาจะตั้งใจเรียน จะช่วยเพื่อนไหม

6
00:00:20,012 --> 00:00:24,012
เพราะว่าเขาอยากจะได้ดาวค่ะ

7
00:00:24,015 --> 00:00:28,015
ไม่ว่าจะเป็นคะแนน เกรด ฟีดแบค

8
00:00:28,016 --> 00:00:32,016
เราจะเห็นว่ามันเป็นข้างนอกหมดเลย มันไม่ได้เกิดจากตัวเรา

9
00:00:32,016 --> 00:00:36,016
เราเป็นคนให้ คนอื่นเป็นคนให้เรา คนอื่น

10
00:00:36,018 --> 00:00:40,018
เป็นคนนำสิ่งนี้ มากำหนด พฤติกรรม

11
00:00:40,019 --> 00:00:44,019
ของเราอย่างนี้ค่ะ อันนี้คือพฤติกรรมนิยมอย่างนี้นะคะ

12
00:00:44,021 --> 00:00:48,021

13
00:00:48,021 --> 00:00:52,021
เพราะฉะนั้น ตัวล่อหรือสิ่งจูงใจภายนอกย

14
00:00:52,024 --> 00:00:56,024
ส่วนมากแล้วมันจะเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน จับต้องได้นะ

15
00:00:56,027 --> 00:01:00,027
หรืออาจจะเป็นสิ่งที่เป็นนามธร

16
00:01:00,028 --> 00:01:04,028
ก็ได้ คำชม ยกย่อง การ

17
00:01:04,030 --> 00:01:08,030
ทำแล้วได้เกียรติบัตร การเข้าอบรม

18
00:01:08,031 --> 00:01:12,031

19
00:01:12,033 --> 00:01:16,033
การเข้าอบรมแล้วก็

20
00:01:16,035 --> 00:01:20,035
ได้ประกาศนียบัตร

21
00:01:20,036 --> 00:01:24,036
ได้ลงเพจโรงเรียนอย่างนี้ค่ะ

22
00:01:24,039 --> 00:01:28,039
ก็เป็นตัวล่อที่เป็นนามธรรมนะคะ

23
00:01:28,040 --> 00:01:32,040
ครั้งแรกที่ครูมาสอนในห้องนี้ก็จะ

24
00:01:32,041 --> 00:01:36,041
ขรุกขรักนิดหนึ่งนะคะ

25
00:01:36,042 --> 00:01:40,042
เป็นมนุษยนิยม มนุษยนิยม

26
00:01:40,043 --> 00:01:44,043
เป็นอีกมุมหนึ่งนะคะ ว่าไม่ได้เกี่ยว

27
00:01:44,045 --> 00:01:48,045
กับเรื่องของสิ่งจูงใจภายนอกแล้ว

28
00:01:48,048 --> 00:01:52,048
แต่เป็นสิ่งที่...

29
00:01:52,049 --> 00:01:56,049

30
00:01:56,050 --> 00:02:00,050
เขา...

31
00:02:00,052 --> 00:02:04,052
ทำ...

32
00:02:04,055 --> 00:02:08,055

33
00:02:08,058 --> 00:02:12,058
เพราะ...

34
00:02:12,060 --> 00:02:16,060

35
00:02:16,061 --> 00:02:20,061

36
00:02:20,063 --> 00:02:24,063
เรา...

37
00:02:24,066 --> 00:02:28,066

38
00:02:28,070 --> 00:02:32,070

39
00:02:32,071 --> 00:02:36,071
ทำเพราะเราเห็นว่ามันดี เราท

40
00:02:36,077 --> 00:02:40,077
ว่ามันดี เราทำเพราะว่าเรา

41
00:02:40,078 --> 00:02:44,078
เห็นว่าเมื่อเราทำสิ่งนี้แล้ว

42
00:02:44,080 --> 00:02:48,080
การเป็นนักศึกษาที่ดีควรทำ

43
00:02:48,081 --> 00:02:52,081
แบบนี้นะ การเป็นลูกที่ดี ควรจะทำ

44
00:02:52,083 --> 00:02:56,083
แบบนี้นะ การเป็นครูที่ดี เราทำอันนี้เราจะได้เรียกตัวเองได้เต็มปาก

45
00:02:56,085 --> 00:03:00,085
ว่าเราคือครูที่ดีคนหนึ่งนะคะ มันป็

46
00:03:00,086 --> 00:03:04,086
เรื่องของภายในตัวเราทั้งนั้นเลยนะคะ เพราะฉะนั้น มนุ

47
00:03:04,088 --> 00:03:08,088
หมุษยนิยม

48
00:03:08,089 --> 00:03:12,089
น่ะ เขามีทิศทางในการเลือกเป้าหมาย

49
00:03:12,090 --> 00:03:16,090
ของตัวเองอย่างไรนะคะ ซึ่ง

50
00:03:16,092 --> 00:03:20,092
มันก็มีพื้นฐานมาจากเรื่องของการต้องการภายในของ

51
00:03:20,092 --> 00:03:24,092
แต่ละคน มนุษย์ทุกคนต้องการเหมือนก

52
00:03:24,094 --> 00:03:28,094
เป็น 3 เหลี่ยมตรงนี้ เขาเรียกว่า ความต้องการของ M

53
00:03:28,095 --> 00:03:32,095
นะ ความต้องการตรงนี้เราจะเห็นว่ามันจะ

54
00:03:32,096 --> 00:03:36,096
เหมือนกันหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นไ

55
00:03:36,097 --> 00:03:40,097
นะคะ อายุเท่าไรก็ตามก็ตจ้องหาร

56
00:03:40,099 --> 00:03:44,099
ข้างล่างสุดเราจะเห็นว่ามันจะเป็นเรื่องของ Physiolo

57
00:03:44,100 --> 00:03:48,100
เรื่องของความต้องการทางกาย

58
00:03:48,102 --> 00:03:52,102
ต่าง ๆ การมีอาหารกิน การมีน้ำดื่ม

59
00:03:52,103 --> 00:03:56,103
การมีอากาศหายใจอย่างนี้ค่ะ คือ มันจะเป็นสิ่ง

60
00:03:56,104 --> 00:04:00,104
ช่วยในการดำรงชีวิต ทำให้เราไม่ตาย

61
00:04:00,106 --> 00:04:04,106
เราสามารถอยู่รอดได้ อันนี้มนุษย์ทุกคนต้อ

62
00:04:04,107 --> 00:04:08,107
หมดไม่ว่าจะเป็นคนจน คนรวย ผู้ชาย ผู้หญิง อะไรก็แล้วแต่

63
00:04:08,108 --> 00:04:12,108
ต้องการสิ่งเหล่านี้เหมือนกันหมด

64
00:04:12,109 --> 00:04:16,109
น้ำดื่ม ต้องการอากาศหายใจ เหมือนกันนะคะ

65
00:04:16,109 --> 00:04:20,109
ลำดับที่ 2 ถัดขึ้นมาเป็นเรื่องของ Safety Needs

66
00:04:20,111 --> 00:04:24,111
หมายถึ

67
00:04:24,112 --> 00:04:28,112
รู้สึกมั่นคงปลอดภัย ว่าชีวิต

68
00:04:28,115 --> 00:04:32,115
เราจะไม่เป็นอันตราย เรามีบ้านอยู่

69
00:04:32,116 --> 00:04:36,116
เราอยู่ในสังคมที่ดี เราอยู่ที่ปลอด

70
00:04:36,117 --> 00:04:40,117
ที่ปลอดภัย ปราศจากโจร ขโมย

71
00:04:40,118 --> 00:04:44,118
หรือการที่เรามีเงินใช้ มันก็เป็นเรื่องของ Safety Needs

72
00:04:44,120 --> 00:04:48,120
เหมือนกัน เพราะว่าถ้าเราไม่มีเงินใช้

73
00:04:48,121 --> 00:04:52,121
รู้สึก ชีวิตนี้ไม่ปลอดภัยละ เราจะปลอดภ

74
00:04:52,123 --> 00:04:56,123
ถ้าไม่มีเงินซื้อข้าวกินอะไรอย่างนี้ค่ะ ไม่มีเงินขึ้นรถเ

75
00:04:56,124 --> 00:05:00,124
อะไรอย่างนี้ เราก็จะรู้สึกไม่ปลอดภัย

76
00:05:00,125 --> 00:05:04,125
นะคะ ดังนั้น มันก็จะเป็นลำดับที่ 2 เมื่อมนุษย์เรา

77
00:05:04,126 --> 00:05:08,126
เรามีอาหารกินแล้ว อย่างไรก็มีกิน

78
00:05:08,128 --> 00:05:12,128
แหละ มีน้ำดื่ม อย่างไรเราก็ไม่ตาย

79
00:05:12,131 --> 00:05:16,131
เรามีอากาศหายใจ อย่างไรก็ไม่ตาย แล้วค่อยมานึกถึง

80
00:05:16,133 --> 00:05:20,133
ความปลอดภัย ว่าเออเรามีบ้านอยู่หรือยัง มี

81
00:05:20,134 --> 00:05:24,134
ที่ซุกหัวนอนหรือยัง มีเครื่องน

82
00:05:24,135 --> 00:05:28,135
แต่งกายหรือยังอะไรอย่างนี้ค่ะ แล้วก็ค่อย

83
00:05:28,136 --> 00:05:32,136
มานึกถึงลำดับที่ 3 เรื่องของ Social Needs

84
00:05:32,138 --> 00:05:36,138
ค่อยนึกถึงคนอื่น เอาตัวเองให้รอดก่อนใช่ไหม

85
00:05:36,140 --> 00:05:40,140
2 ขั้นแรกเป็นเรื่องของตัวเองนะคะ

86
00:05:40,141 --> 00:05:44,141
Social need ก็เป็นเรื่องของคนอื่นแล้ว เรื่อง

87
00:05:44,142 --> 00:05:48,142
ในสังคมละ ได้รับการยอมรับในสังคมไหม

88
00:05:48,142 --> 00:05:52,142
มีความรักที่ดีไหม

89
00:05:52,144 --> 00:05:56,144
มีเพื่อนที่ไว้ใจได้ไหม มี

90
00:05:56,146 --> 00:06:00,146
กลุ่มเพื่อนที่เราสบายใจในการอยู่ด้วยอะไรอย่างนี้ค่ะ

91
00:06:00,148 --> 00:06:04,148
ก็จะเป็นเรื่องของ Social Needs อันดับที่ 4

92
00:06:04,149 --> 00:06:08,149
สูงขึ้นไปสีเขียว ก็จะเป็นเรื่องของ Esteem Needs แล้ว

93
00:06:08,151 --> 00:06:12,151
Safety Needs นี่เป็น

94
00:06:12,153 --> 00:06:16,153
การได้รับการยอมรับจากสังคม

95
00:06:16,154 --> 00:06:20,154
หมู่มาก สิ่งที่เราทำอยู่ เรา

96
00:06:20,156 --> 00:06:24,156
ได้เรียนหนังสือ ได้เรียนเข้ามหาลัยที่ดีไหม

97
00:06:24,157 --> 00:06:28,157
ดีไหม ได้เรียนเข้าวิชานี้แล้วเกรดดีไหม

98
00:06:28,159 --> 00:06:32,159
อะไรอย่างนี้ค่ะ ได้รับรางวัล แข่งขันที่ 1

99
00:06:32,160 --> 00:06:36,160
ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 อย่างนี้ ได้การยอมรับจาก

100
00:06:36,161 --> 00:06:40,161
สังคมทั่ว ๆ ไป อันนี้เป็น... เราค่อยมานึกถึง

101
00:06:40,163 --> 00:06:44,163
เรื่องของสังคมหมู่มากนะคะ

102
00:06:44,164 --> 00:06:48,164
แล้วขั้นสุดท้าย ขั้นสีน้ำเงิน

103
00:06:48,166 --> 00:06:52,166
ก็คือ Self-Actualization Needs

104
00:06:52,168 --> 00:06:56,168
เป็นเรื่องของการประสบความสำเร็จในชีวิต ว่า

105
00:06:56,170 --> 00:07:00,170
จะได้เรียนจบ จะได้มีชื่อเสียง

106
00:07:00,172 --> 00:07:04,172
จะได้มี

107
00:07:04,173 --> 00:07:08,173
การยอม... การที่เรา

108
00:07:08,173 --> 00:07:12,173
เรียนจบแล้วเราสามารถดูแลตัวเอง สามารถดูแลครอบครัวได้

109
00:07:12,175 --> 00:07:16,175
เรามีอาชีพที่มั่นคง

110
00:07:16,176 --> 00:07:20,176
แล้วค่อยวางรากฐานต่อไปอะไรอย่างนี้ค่ะ เราจะ

111
00:07:20,177 --> 00:07:24,177
เห็นว่าในสามเหลี่ยม มันจะเป็นสามเหลี่ยมแบบพีรมิด

112
00:07:24,178 --> 00:07:28,178
ใช่ไหมคะ มนุษย์ทุกคนมีความต้องการแบบนี้

113
00:07:28,183 --> 00:07:32,183
ทุกคนเลย ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามนะคะ

114
00:07:32,184 --> 00:07:36,184
แล้วไอ้สามเหลี่ยม 5 ขั้นนี่ค่ะ

115
00:07:36,185 --> 00:07:40,185
มันจะไปทีละขั้น มันจะไม่มี

116
00:07:40,187 --> 00:07:44,187
การข้ามขั้น เพราะว่าเรานึกภาพว่า

117
00:07:44,188 --> 00:07:48,188
มันคงไม่มีมนุษย์คนไหนน่ะที่

118
00:07:48,190 --> 00:07:52,190
ข้าวยังไม่มีกิน น้ำดื่มยัง...

119
00:07:52,191 --> 00:07:56,191
หาน้ำดื่มสะอาดมาประทังชีวิตไม่ได้

120
00:07:56,192 --> 00:08:00,192
เครื่องนุ่งห่มก็ยังไม่มี เขาจะไป

121
00:08:00,194 --> 00:08:04,194
นึกถึงเรื่องของการได้มีชื่อเสียง

122
00:08:04,196 --> 00:08:08,196
ในสังคมไหม เขาคงไม่นึกแล้ว ตอนนี้เอาปากท้องให้รอด

123
00:08:08,198 --> 00:08:12,198
ก่อน ตอนนี้เอาชีวิตให้รอดก่อนอย่างนี้

124
00:08:12,199 --> 00:08:16,199
มันเลยเป็นที่มาว่าทุกคนน่ะ ต้องการมันกัน แล้วไป

125
00:08:16,200 --> 00:08:20,200
ทีละขั้นเหมือนกัน ไม่มีใครข้ามขั้นเลย

126
00:08:20,201 --> 00:08:24,201
นะคะ เพียงแต่ว่าตอนนี้คนแต่ละคนนี่อาจจะอยู่

127
00:08:24,202 --> 00:08:28,202
กันคนละขั้น บางคนอาจจะอยู่แค่ขั้น 2 แค่มี

128
00:08:28,203 --> 00:08:32,203
ที่ซุกหัวนอนก็พอแล้ว มีเงินใช้ทุกวันก็พอแล้ว

129
00:08:32,205 --> 00:08:36,205
อันนี้คือชีวิตของเขา กับอีก

130
00:08:36,209 --> 00:08:40,209
คนหนึ่งเขาอาจจะตอนนี้นึกถึงเรื่องการประสบความสำเร็จ

131
00:08:40,212 --> 00:08:44,212
มากกว่านี้ มีธุรกิจที่ใหญ่โตก็นี้ ก็ได้ค่ะ

132
00:08:44,213 --> 00:08:48,213
เพราะเขาอยู่กันคนละขั้นอย่างนี้ แต่ทุกคนมี 5 ขั้นเหมือนกัน

133
00:08:48,217 --> 00:08:52,217
ทั้งนั้นนะคะ ซึ่งไอ้ 5 ขั้น

134
00:08:52,218 --> 00:08:56,218
ตรงนี้ค่ะ ความต้องการที่เราพูดถึงเหล่านี้มันเป็น

135
00:08:56,219 --> 00:09:00,219
ตัวขับเคลื่อนที่ทำให้มนุษย์มี

136
00:09:00,220 --> 00:09:04,220
แรงจูงใจในการทำสิ่งต่าง ๆ เพราะฉะนั้น

137
00:09:04,221 --> 00:09:08,221
เราจะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็น 5 ขั้นนี้ก็ตาม

138
00:09:08,223 --> 00:09:12,223
มันเป็นเรื่องของตัวเองทั้งนั้นเลยที่ตัวเองให้ความสำคัญ

139
00:09:12,224 --> 00:09:16,224
กับอะไร ตอนนี้ให้ความสำคัญกับการเอาชีวิตรอด

140
00:09:16,225 --> 00:09:20,225
ไม่ตาย อยู่ในสังคมที่อบอุ่นปลอดภัย ตอนนี้ให้ความสำคัญ

141
00:09:20,226 --> 00:09:24,226
กับการที่ได้รับการยอมรับในสังคม การ

142
00:09:24,227 --> 00:09:28,227
ให้ความสำคัญกับเรื่องของการมีเงินใช้ ตอนนี้ให้ความสำคัญ

143
00:09:28,228 --> 00:09:32,228
กับเรื่องของกษรเรียนต่อ อย่างนี้ค่ะ มันก็

144
00:09:32,229 --> 00:09:36,229
เป็นความต้องการจากตัวเขาเอง ไม่ได้เกี่ยวกับ

145
00:09:36,230 --> 00:09:40,230
สิ่งจูงใจภายนอกอะไรเลยนะคะ

146
00:09:40,231 --> 00:09:44,231
เพราะฉะนั้น แนวคิดมนุษนิยม กับแนวคิด

147
00:09:44,232 --> 00:09:48,232
นิยม ที่เราพูดไปอันแรก จะคนละ

148
00:09:48,234 --> 00:09:52,234
ขั้วนะ มองกันคนละแบบ พฤติกรรมนิยม

149
00:09:52,235 --> 00:09:56,235
สิ่งจูงใจภายนอก คนเราทำเพราะเรามีสิ่งจูงใจไง

150
00:09:56,237 --> 00:10:00,237
เราถึงทำ แต่มนุษนิยมเราทำเพราะ

151
00:10:00,238 --> 00:10:04,238
เรามีความต้องการของเราเอง เราถึงทำอย่างนี้ค่ะ

152
00:10:04,239 --> 00:10:08,239
คุยกันตั้งนานนะ

153
00:10:08,240 --> 00:10:12,240
ลืมขึ้น อันนี้ที่อธิบายไปแล้วนะคะ

154
00:10:12,242 --> 00:10:16,242
อันนี้ก็เหมือนกันนะคะ

155
00:10:16,243 --> 00:10:20,243
เมื่อกี้ไง

156
00:10:20,244 --> 00:10:24,244
อิ่มท้องก่อนถึงจะเรียนรู้เรื่องใช่หรือเปล่า

157
00:10:24,246 --> 00:10:28,246
ครูก็เป็นนะ ที่

158
00:10:28,247 --> 00:10:32,247
ให้หิวข้าวน่ะ ยังไม่กินข้าวเลย ต่อให้มาเรียน

159
00:10:32,247 --> 00:10:36,247
อย่างไร มาแค่ตัวน่ะ แต่ใจอยู่โรงอาหารละ

160
00:10:36,249 --> 00:10:40,249
อย่างี้ เพราะฉะนั้น การที่คนเราจะทำสิ่งไหนก็ตาม เราต้อง

161
00:10:40,250 --> 00:10:44,250
อิ่มท้องก่อน เราต้องอยู่รอดก่อน เราถึงจะมี

162
00:10:44,251 --> 00:10:48,251
สมาธิทำสิ่งอื่นอย่างนี้ค่ะ ทุกคนเป็นเหมือนกันนะคะ

163
00:10:48,252 --> 00:10:52,252
อันนี้คือ Needs ที่เราพูดถึงนะ

164
00:10:52,254 --> 00:10:56,254
ต่อไปเป็นแนวคิดการรู้คิดนะคะ

165
00:10:56,256 --> 00:11:00,256
การรู้คิดนะคะ ก็จะเป็นอีกมุมหนึ่งที่ก็มาจาก

166
00:11:00,257 --> 00:11:04,257
แรงจูงใจนี่มันก็มาจากแรงจูงใจภายใน

167
00:11:04,259 --> 00:11:08,259
เหมือนกันนะ เหมือนมนุษยนิยมเมื่อกี้

168
00:11:08,261 --> 00:11:12,261
แรงจูงใจที่มาจากการที่เราคิดแล้ว คิดไตร่ตรอง

169
00:11:12,263 --> 00:11:16,263
แล้วว่าเราจะทำสิ่งนี้

170
00:11:16,267 --> 00:11:20,267
มันดีหรือเปล่านะ ทำแล้วมันเกิดผลกระทบอย่างไรนะ

171
00:11:20,269 --> 00:11:24,269
ทำแล้วมันจะดีกับชีวิตเราอย่างไรนะ

172
00:11:24,272 --> 00:11:28,272
นี่เขาเรียกว่า "การอนุมานสาเหตุ" เรา

173
00:11:28,276 --> 00:11:32,276
จะสำเร็จ

174
00:11:32,278 --> 00:11:36,278
หรือจะล้มเหลวอย่างนี้ค่ะ นี่คือการที่เรา

175
00:11:36,280 --> 00:11:40,280
คิด วางแผน คิดด้วยการ...

176
00:11:40,282 --> 00:11:44,282
ด้วยการไตร่ตรองด้วยตัวของเราเอง ว่าจะทำดี

177
00:11:44,285 --> 00:11:48,285
หรือเราไม่ทำดีนะ ทำแล้วมันจะ

178
00:11:48,285 --> 00:11:52,285
ล้มเหลว ถ้ามันจะล้มเหลวนี่มันจะล้มเหลวเพราะอะไรได้บ้าง

179
00:11:52,287 --> 00:11:56,287
แล้วทำอย่างไรจะไมล้มเหลว ทำอย่างไรจะสำเร็จได้ อย่างนี้ค่ะ

180
00:11:56,288 --> 00:12:00,288
ผ่านการคิดหมดเลยนะคะ

181
00:12:00,290 --> 00:12:04,290
ฉะนั้น มันก็เลยคนละมุมกับ

182
00:12:04,292 --> 00:12:08,292
มนุษนิยมเมื่อกี้ที่มนุษนิยม

183
00:12:08,294 --> 00:12:12,294
พูดถึงการที่เราขับเคลื่อนให้เรามีชีวิตต่อไป

184
00:12:12,295 --> 00:12:16,295
แต่การรู้คิดนี่ พูดถึงการที่ทุกคนมีความคิดของตัวเอง

185
00:12:16,296 --> 00:12:20,296
นะ แล้วความคิดนี่ เราคิดในการไตร่ตรอง

186
00:12:20,300 --> 00:12:24,300
ในการใช้วิจารณญาณของเราในการที่เรา

187
00:12:24,300 --> 00:12:28,300
จะวางแผนต่อ ว่าจะทำอะไรดี

188
00:12:28,301 --> 00:12:32,301
ให้มันเวิร์กให้มันสำเร็จ จะทำ

189
00:12:32,303 --> 00:12:36,303
อย่างไรดีให้มันไ่ล้มเหลวอย่างนี้ค่ะ

190
00:12:36,304 --> 00:12:40,304

191
00:12:40,305 --> 00:12:44,305
เพราะฉะนั้น แนวคิดของการรู้คิดนี่ค่ะ

192
00:12:44,307 --> 00:12:48,307
เขาจะเน้นความสำคัญของการกำหนดเป้าหมาย ว่า

193
00:12:48,308 --> 00:12:52,308
เราจะทำอะไร แล้วทำอย่างไร

194
00:12:52,312 --> 00:12:56,312
ก็คือการวางแผนนะ คือ ทำอย่างไรให้

195
00:12:56,314 --> 00:13:00,314
มันไปได้ตามเป้าหมายนั้นนะคะ แล้วค่อยมุ่งไป

196
00:13:00,316 --> 00:13:04,316
สู่เป้าหมายที่เราตั้งใจไว้ ก็เหมือนที่เราปาเป้า

197
00:13:04,320 --> 00:13:08,320
ใช่เปล่า ยิงธนู นี่

198
00:13:08,322 --> 00:13:12,322
เราเห็นแล้วเป้าหมายของเราคืออะไร เราจะพุ่งตรงไปแบบไหนบ้าง

199
00:13:12,323 --> 00:13:16,323
อย่างนี้คือการรู้คิดของแต่ละคน

200
00:13:16,324 --> 00:13:20,324
นะคะ

201
00:13:20,325 --> 00:13:24,325
ทีนี้มันก็จะมีแบบสอบถาม

202
00:13:24,329 --> 00:13:28,329
ต่าง ๆ แหละ อันนี้เราหาในอินเทอร์เน็ตได้เลย ถ้าเราจะใช้

203
00:13:28,330 --> 00:13:32,330
เป็นเครื่องมือในการที่จะตรวจสอตัวเอง

204
00:13:32,332 --> 00:13:36,332
หรือจะใช้เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเรียนการสอน

205
00:13:36,334 --> 00:13:40,334
รู้จักรักเรียนของเรา เราก็จะได้วางแผน

206
00:13:40,335 --> 00:13:44,335
ได้อย่างนี้ค่ะ มันก็จะมีเรื่องของแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์

207
00:13:44,336 --> 00:13:48,336
ก็เป็นแรงจูงใจที่เราอยากจะสำเร็จนั่นแหละ

208
00:13:48,338 --> 00:13:52,338
นะคะ คนแต่ละคนก็จะมีแรงจูงใจที่อยากจะสำเร็จ

209
00:13:52,340 --> 00:13:56,340
ในเรื่องของการเรียน แตกต่างกัน บางคน

210
00:13:56,341 --> 00:14:00,341
มีมาก บางคนมีน้อยอย่างนี้ค่ะ มันก็จะมีแบบทดสอบให้

211
00:14:00,345 --> 00:14:04,345
นะ เดี๋ยวครูจะเอาแบบทดสอบมาให้ดูนะคะ

212
00:14:04,346 --> 00:14:08,346
เดี๋ยวขอไปเนื้อหาให้จบก่อนนะคะ

213
00:14:08,347 --> 00:14:12,347
อันนี้คือลักษณะคน

214
00:14:12,349 --> 00:14:16,349
ที่มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์สูง

215
00:14:16,350 --> 00:14:20,350
มีความรับผิดชอบ มีการ

216
00:14:20,351 --> 00:14:24,351
วางมาตรฐานของตัวเอง ต้องทำอันนี้ถึงจะดี

217
00:14:24,352 --> 00:14:28,352
นะคะ มีการทำงานอย่างมีเป้าหมาย

218
00:14:28,353 --> 00:14:32,353
มีวัตถุประสงค์ คือ ไม่ทำส่ง ๆ ไม่ทำไปเรื่อย

219
00:14:32,354 --> 00:14:36,354
ทำเพราะว่าเรมีวัตถุประสงค์ที่อยากจะทำเพราะอะไร

220
00:14:36,355 --> 00:14:40,355
มีความพยายาม มีความอดทน มีการวางแผน

221
00:14:40,357 --> 00:14:44,357
ระยะยาว วางแผนระยะยาวคือ

222
00:14:44,359 --> 00:14:48,359
ทำให้มันเสร็จวันนี้ แต่

223
00:14:48,360 --> 00:14:52,360
คือการมองทางกว้างนะ มองทางไกล

224
00:14:52,361 --> 00:14:56,361
อีก 1 ปีข้างหน้าจะอย่างไร อีก 3 ปีข้างหน้าจะอย่างไร

225
00:14:56,362 --> 00:15:00,362
จะอย่างไรนะคะ เพื่อให้เรามีทิศทางนะคะ

226
00:15:00,363 --> 00:15:04,363
ที่จะไปสู่เป้าหมายนั้นได้ชัดเจนมากขึ้นนะคะ

227
00:15:04,364 --> 00:15:08,364
เป็นคนที่ชอบแข่งขัน มีความทะเยอทะยานสูง

228
00:15:08,365 --> 00:15:12,365
สูงมีความมุมานะในตัวเองสูง มีการ

229
00:15:12,366 --> 00:15:16,366
ปรับปรุงตัวเองตลอดเวลานะคะ สิ่งเหล่านี้

230
00:15:16,368 --> 00:15:20,368
มันคือลักษณะของคนที่มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์สูง คือ

231
00:15:20,369 --> 00:15:24,369
แรงจูงใจที่อยากจะทำอะไรสำเร็จ

232
00:15:24,369 --> 00:15:28,369
เพราะฉะนั้นมันก็จะเป็นลักษณะของ

233
00:15:28,370 --> 00:15:32,370
คนที่ทำอะไรได้สำเร็จตามที่

234
00:15:32,371 --> 00:15:36,371
ตัวเองตั้งใจ เขาจะมีลักษณะแบบนี้นี่ค่ะ เพราะฉะนั้น

235
00:15:36,373 --> 00:15:40,373
แบบวัดแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์สูง

236
00:15:40,375 --> 00:15:44,375
ที่พูดถึง แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์สูงที่

237
00:15:44,377 --> 00:15:48,377
ช่วยทำให้เราเห็นตัวเอง ว่าแล้วเราล่ะ

238
00:15:48,379 --> 00:15:52,379
เรามีแรงจูงใจมากน้อยแค่ไหน ถ้ามันมี

239
00:15:52,380 --> 00:15:56,380
น้อยเกินไป แบบที่บอกว่าเป็นหางเสือ มีน้อยเกิน

240
00:15:56,381 --> 00:16:00,381
ไป ไอ้เรือของเรานี่ ก็จะใช้เวลานานมากเลยน่ะ

241
00:16:00,382 --> 00:16:04,382
จะแล่นไปถึงเป้าหมาย เราควรจะ

242
00:16:04,384 --> 00:16:08,384
ปรับตัวเองอย่างไร เราควรจะทำตัวเองให้ดีขึ้น

243
00:16:08,388 --> 00:16:12,388
อย่างไร เราควรจะทำให้ตัวเองเป็นคนที่มี

244
00:16:12,389 --> 00:16:16,389
ลักษณะแบบนี้ให้มากขึ้น เพื่อที่ว่าไอ้เรือ

245
00:16:16,389 --> 00:16:20,389
ลำนั้นของเรานี่ มันจะใช้เวลาน้อยลงเพื่อที่จะ

246
00:16:20,390 --> 00:16:24,390
ไปสู่เป้าหมาย แทนที่จะใช้เวลา 5 ปี

247
00:16:24,392 --> 00:16:28,392
ค่อยย่นระยะเวลาเป็น 4 ปีได้ไหม

248
00:16:28,396 --> 00:16:32,396
อะรไอย่างนี้ค่ะ มันก็จะทำให้เราเข้าใกล้เป้าหมายได้ดี

249
00:16:32,397 --> 00:16:36,397
มากขึ้นนะคะ ถ้าเรามีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์

250
00:16:36,399 --> 00:16:40,399
สูงนะคะ

251
00:16:40,401 --> 00:16:44,401
ต่อไปเป็นนแวคิดทางสังคม

252
00:16:44,402 --> 00:16:48,402
แนวคิดทางสังคมนี่ ก็คือให้ความสำคัญใน

253
00:16:48,403 --> 00:16:52,403
เรื่องของสังคม ก็คือการมีปฎิสัมพันธ

254
00:16:52,404 --> 00:16:56,404
กับคนอื่นในการที่เราต้องเกี่ยวข้องกับคนอื่นนี่แหละ แสดงว่า

255
00:16:56,405 --> 00:17:00,405
ไอ้แรงจูงใจที่เรามีนี่ค่ะ มันเกี่ยวเนื่องกับ

256
00:17:00,406 --> 00:17:04,406
คนอื่น เกี่ยวเนื่องกับการที่เรามีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น

257
00:17:04,410 --> 00:17:08,410
เราจะทำหรือเราจะไม่ทำอะไร

258
00:17:08,411 --> 00:17:12,411
ขึ้นอยู่กับว่าเราทำแล้วคนอื่นเขาจะว่าอย่างไร

259
00:17:12,412 --> 00:17:16,412
เราทำแล้วคนอื่นเขาจะดีใจกับเราไหม เราทำแล้ว

260
00:17:16,413 --> 00:17:20,413
พ่อแม่จะภูมิใจไหม เราทำแล้วแฟนเรา

261
00:17:20,415 --> 00:17:24,415
จะเห็นด้วยไหมอย่างนี้ค่ะ

262
00:17:24,416 --> 00:17:28,416
แนวคิดทางสังคมนี่มันไม่ได้เกี่ยวกับตัวเราแล้ว

263
00:17:28,416 --> 00:17:32,416
เกี่ยวกับคนอื่น เกี่ยวกับ...

264
00:17:32,417 --> 00:17:36,417
ไม่ใช่สิ่งอื่นนะ เกี่ยวกับคนอื่น เกี่ยวกับคนในชีวิตเราที่เรา

265
00:17:36,419 --> 00:17:40,419
ให้ความสำคัญ กับพ่อแม่ กับพี่น้อง กับ

266
00:17:40,419 --> 00:17:44,419
อาจารย์ กับเพื่อน กับแฟน

267
00:17:44,420 --> 00:17:48,420
กับเพื่อนสนิทอะไรอย่างนี้ค่ะ คนเหล่านี้ค่ะ จะมีผล มีส่วน

268
00:17:48,424 --> 00:17:52,424
สำคัญ มีส่วนสำคัญที่จะทำให้เรา

269
00:17:52,426 --> 00:17:56,426
ตัดสินใจทำพฤติกรรมอะไรก็ตาม

270
00:17:56,428 --> 00:18:00,428
นะคะ แนวคิดทางสังคมเขาก็ให้ความสำคัญเรื่อง

271
00:18:00,430 --> 00:18:04,430
ของแรงจูงใจเหมือนกัน แต่เรียกว่าแรงจูงใจ

272
00:18:04,431 --> 00:18:08,431
ใฝ่สัมพันธ์เป็นเรื่องที่เราอยากจะ

273
00:18:08,433 --> 00:18:12,433
เป็นที่ยอมรับของคนอื่น เป็น

274
00:18:12,434 --> 00:18:16,434
ให้ความสำคัญกับคนสำคัญในชีวิตของเรา

275
00:18:16,436 --> 00:18:20,436
ที่เขาจะชอบหรือไม่ชอบสิ่งที่เราทำอย่างนี้ค่ะ

276
00:18:20,438 --> 00:18:24,438
เขาเรียกว่า "แรงจูงใจใฝ่สัมพันธ์" นะคะ

277
00:18:24,439 --> 00:18:28,439
เพราะฉะนั้น อันนี้จะแสดง

278
00:18:28,440 --> 00:18:32,440
ให้เห็นว่า 4 แนวคิดที่เราพูดถึงนี่เขาให้

279
00:18:32,441 --> 00:18:36,441
ความสำคัญแตกต่างกัน พฤติกรรมนิยม

280
00:18:36,447 --> 00:18:40,447
ให้เรื่องของอิทธิพลภายนอกเป็นสิ่งสำคัญ เป็น

281
00:18:40,448 --> 00:18:44,448
สิ่งเร้า หรือตัวล่อนะคะ

282
00:18:44,449 --> 00:18:48,449
มนุษยนิยมให้ความสำคัญในเรื่องความงอกงาม

283
00:18:48,450 --> 00:18:52,450
ของตัวเอง เราทำเพราะเราต้องการ

284
00:18:52,451 --> 00:18:56,451
เติมเต็มอะไรบางอย่างในตัวของเราเอง ความรู้คิด

285
00:18:56,452 --> 00:19:00,452
ให้ความสำคัญเรื่องของการคิด การวางแผน

286
00:19:00,454 --> 00:19:04,454
เป้าหมาย การวางแผนในชีวิต เราทำเพราะเรามีเป้าหมาย

287
00:19:04,456 --> 00:19:08,456
ของเราเอง เราวางแผนแบบนี้ เราก็เลยทำแบบนี้

288
00:19:08,457 --> 00:19:12,457
นะคะ ส่วนสังคมนี่ ให้ความสำคัญกับ

289
00:19:12,458 --> 00:19:16,458
เรื่องของสัมพันธภาพของคนอื่น คนอื่นในที่นี้

290
00:19:16,460 --> 00:19:20,460
คือ คนที่มีความหมายของเราน่ะ ณ เวลานั้น

291
00:19:20,461 --> 00:19:24,461
อาจจะเป็นพ่อแม่ ณ เวลาหนึ่ง อีกเวลาหนึ่ง อาจจะเป็นเ

292
00:19:24,462 --> 00:19:28,462
ณ ตอนนี้อาจจะเป็นคุณครู ตอนนี้

293
00:19:28,464 --> 00:19:32,464
เป็นแฟนอย่างนี้ค่ะ ขึ้นอยู่กับว่า

294
00:19:32,466 --> 00:19:36,466
ใครมีความสำคัญกับชีวิตเขา เขาก็เลยอยาก

295
00:19:36,467 --> 00:19:40,467
สร้างสัมพันธภาพกับคนนั้นให้ดี ทำ

296
00:19:40,468 --> 00:19:44,468
ให้คนนั้นเขาพอใจ ทำเพราะว่าให้คนนั้นเขาเห็นด้วย

297
00:19:44,471 --> 00:19:48,471
ในสิ่งที่เราจะทำอย่างนี้ค่ะ 4 แนวคิด

298
00:19:48,473 --> 00:19:52,473
เลยนะคะ

299
00:19:52,474 --> 00:19:56,474
หัวข้อที่ 2 ก็คือเรื่องของกระบวนการ

300
00:19:56,476 --> 00:20:00,476
ที่จะไปสู่ความสำเร็จนั้นได้นะคะ ก็คือว่า

301
00:20:00,477 --> 00:20:04,477
มันมีอยู่ 2 งาน ต้องพูดถึงเรื่อง

302
00:20:04,479 --> 00:20:08,479
ของแรงจูงใจก่อนนะ มันจะมีแรงจูงใจภายในกับแรงจูงใจ

303
00:20:08,481 --> 00:20:12,481
ภายนอก เมื่อกี้ได้พูดถึงไปแล้วบาวงส่วน แรงจูงใจ

304
00:20:12,482 --> 00:20:16,482
ภายในก็มาจากตัวเองน่ะ ต้องการอะไร มีความอยากรู้

305
00:20:16,483 --> 00:20:20,483
อยากเห็นอะไร มีความสนใจในเรื่องไหน

306
00:20:20,484 --> 00:20:24,484
เพราะไม่ได้เกี่ยวกับคนอื่น เกี่ยวกับตัวเราล้วน ๆ เลย

307
00:20:24,486 --> 00:20:28,486
แต่แรงการจูงใจภายนอก ก็คือ

308
00:20:28,487 --> 00:20:32,487
เกิดจากสิ่งเร้าใช่หรือเปล่า เกิดจากตัวล่อที่มากระตุ้น

309
00:20:32,488 --> 00:20:36,488
หรืออาจจะเกิดจากบุคคลอื่นที่มีกระตุ้นอย่างนี้

310
00:20:36,489 --> 00:20:40,489
ก็ได้อย่างนี้ค่ะ เขาเรียกว่า "แรงจูงใจภายนอก"

311
00:20:40,490 --> 00:20:44,490
ฉะนั้น ในฐานะของครู แรงจูงใจ

312
00:20:44,492 --> 00:20:48,492
ภายนอกของเราที่เราจะกระตุ้นให้กับลูกศิษย์ได้

313
00:20:48,493 --> 00:20:52,493
มันก็เป็นเรื่องของบุคลิกภาพ

314
00:20:52,493 --> 00:20:56,493
ใช่ไหม คุณครูคนนี้เป็นคนที่ใจดี ครูคนนี้เป็นคน

315
00:20:56,495 --> 00:21:00,495
ที่สวย ครูคนนี้เป็นคนที่เรา

316
00:21:00,497 --> 00:21:04,497
เล่นด้วยได้อะไรอย่างนี้ค่ะ เป็นบุคคลิกภาพของครู

317
00:21:04,498 --> 00:21:08,498
ที่ส่งผลกับสิ่งที่เขาจะทำ ที่ส่งผลกับการ

318
00:21:08,501 --> 00:21:12,501
เรียนรู้ที่ดีของเด็ก เกิดความประทับใจ เกิดความ

319
00:21:12,502 --> 00:21:16,502
อยากจะเรียนกับคุณครูอย่างนี้ค่ะ

320
00:21:16,503 --> 00:21:20,503
อาจจะเป็นเรื่องของความสำเร็จของการทำงานก็ได้ เด็กทำแล้วก็

321
00:21:20,506 --> 00:21:24,506
ได้รับคะแนนเพิ่มขึ้น ได้รับคำชม

322
00:21:24,508 --> 00:21:28,508
ได้รับเสียงปรบมือจากเพื่อนร่วมห้อง ได้รับการยอมรับ

323
00:21:28,511 --> 00:21:32,511
อย่างนี้ค่ะ มันก็จะเป็นแรงจูงใจภายนอก

324
00:21:32,512 --> 00:21:36,512
กระตุ้นให้เขาทำได้นะคะ

325
00:21:36,514 --> 00:21:40,514
อันเมื่อกี้พูดถึงแรงจูงใจภายนอก แรงจูงใจ

326
00:21:40,515 --> 00:21:44,515
ที่เราพูดถึงนะคะ สรุปแล้ว ถ้าเป็นเรื่องของแนวคิด

327
00:21:44,518 --> 00:21:48,518
เมื่อกี้ใช่หรือเปล่า ถ้าเป็นเรื่องแรงจูงใจภายในก็เป็นเรื่องของ

328
00:21:48,519 --> 00:21:52,519
มนุษยนิยมกับการรู้คิดทั้งนั้นเลยนะคะ

329
00:21:52,520 --> 00:21:56,520
ภายนอก ก็เป็นเรื่องของอิทธิพลของ

330
00:21:56,521 --> 00:22:00,521
รางวัล การลงโทษ ก็เป็นพฤติกรรมนิยมอย่างนี้ค่ะ

331
00:22:00,521 --> 00:22:04,521

332
00:22:04,523 --> 00:22:08,523

333
00:22:08,524 --> 00:22:12,524
เพราะฉะนั้น สิ่งที่จะกระตุ้น

334
00:22:12,526 --> 00:22:16,526
แรงจูงใจภายในได้นะคะ ก็คือ

335
00:22:16,527 --> 00:22:20,527
1. ตัดสินใจ แล้วก็เลือกด้วยตัวเอง

336
00:22:20,528 --> 00:22:24,528
แสดงว่าผู้เรียนนี่ จะมีโอกาส

337
00:22:24,530 --> 00:22:28,530
ในการเลือกมากกว่าถูกควบคุมถูกเปล่า

338
00:22:28,531 --> 00:22:32,531
มันไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งเร้าภายนอกแล้ว

339
00:22:32,532 --> 00:22:36,532
ไม่ได้เกี่ยวกับการจูงใจภายนอกอะไรละ ตัวเขาเองน่ะ

340
00:22:36,533 --> 00:22:40,533
ว่าเขามีโอกาสที่จะเลือก เขาทำ

341
00:22:40,535 --> 00:22:44,535
ทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้

342
00:22:44,536 --> 00:22:48,536
อันนี้เขามันต้องเกิดจากตัวเขาเอง แต่ไม่ได้เกิดจากการที่ถูกบังคับ

343
00:22:48,537 --> 00:22:52,537
ถูกควบคุมให้ทำ หรือสั่งให้ทำอย่างนี้ค่ะ

344
00:22:52,538 --> 00:22:56,538
ส่วนที่ 2 คือ ประสบการณ์ที่ดีและความไหลลื่น

345
00:22:56,539 --> 00:23:00,539
แปลว่าอะไรนะ ประสบการณ์ที่ดีและ

346
00:23:00,540 --> 00:23:04,540
ไหลลื่นในที่นี้ แปลว่า ทำแล้วเขาสนุก

347
00:23:04,542 --> 00:23:08,542
ทำแล้ว ดเขามีความสุข วาดรูปนี่ วาดรูปแล้วมีความสุขมากเลย

348
00:23:08,543 --> 00:23:12,543
ฟังเพลงแล้ว โอ๊ย Happy มีการนึกถึง

349
00:23:12,544 --> 00:23:16,544
สิ่งต่าง ๆ เกิดกำลังใจ รู้สึกหึกเหิม

350
00:23:16,545 --> 00:23:20,545
อย่างนี้ค่ะ อันนี้เขาเรียกว่า "ความไหลลื่น" ฉะนั้น อะไรทำ

351
00:23:20,546 --> 00:23:24,546
แล้วมันมีความไหลลื่นที่ดี ทำแล้วสนุก ทำแล้ว

352
00:23:24,546 --> 00:23:28,546
มีความสุข ทำแล้วเกิดกำลังใจ ทำให้เกิดประสบการณ์มากขึ้น

353
00:23:28,547 --> 00:23:32,547
อะไรอย่างนี้ค่ะ เขาก็จะทำ เพราะเขารู้สึกดี

354
00:23:32,548 --> 00:23:36,548
อันนี้คือความลื่นไหลนะคะ อันที่ 3 คือ ความ

355
00:23:36,548 --> 00:23:40,548
สนใจ ทำแล้ว เรารู้สึกสนใจ สนใจแล้วทีนี้

356
00:23:40,549 --> 00:23:44,549
ทำแล้วมันมีสมาธิน่ะ ทำแล้วมัน

357
00:23:44,550 --> 00:23:48,550
รู้สึกตัวเองสงบ ทำแล้วมันไม่ต้องวุ่นวาย

358
00:23:48,552 --> 00:23:52,552
กับคนภายนอกอย่างนี้ค่ะ เราก็จะทำต่อ

359
00:23:52,553 --> 00:23:56,553
อันที่ 4 คือ การรู้คิดและการับผิดชอบต่อตัวเอง

360
00:23:56,555 --> 00:24:00,555
หมายถึงว่าเรารู้ว่าเราทำสิ่งนี้แล้วน่ะ

361
00:24:00,556 --> 00:24:04,556
มันจะมีผลดีกับชีวิตเลยอย่างไร ถ้า

362
00:24:04,557 --> 00:24:08,557
เราอ่านหนังสือแล้วมันจะทำให้เราฉลาดขึ้น

363
00:24:08,558 --> 00:24:12,558
อย่างนี้ ตั้งใจทำงาน มันจะทำให้เรามี

364
00:24:12,560 --> 00:24:16,560
มีคะแนนมาก ๆ อยา่งนี้ค่ะ มันเกิดจากการรู้คิด

365
00:24:16,561 --> 00:24:20,561
แล้วเรารับผิดชอบกับสิ่งที่เราทำนะคะ

366
00:24:20,563 --> 00:24:24,563
ทำให้เรามีความพยายาม ทำให้เรามีความตั้งใจมากขึ้น

367
00:24:24,564 --> 00:24:28,564
นะคะ 4 อันนี้ มันยก็เป็นเรื่องของแรงจูงใจภายใน

368
00:24:28,566 --> 00:24:32,566
ที่เกิดจาก ที่เกิดจากตัวเราเองนะคะ

369
00:24:32,567 --> 00:24:36,567

370
00:24:36,569 --> 00:24:40,569
อันนี้จะเป็นความไหลลื่นที่พูดถึง

371
00:24:40,571 --> 00:24:44,571
เมื่อกี้นะคะ ทำแล้วนุกก็จะทำต่อ ทำแล้ว

372
00:24:44,573 --> 00:24:48,573
น่าเบื่อเราก็ไม่ทำใช่ไหมคะ ทำแล้วมันไม่น่า

373
00:24:48,576 --> 00:24:52,576
สนใจ เราก็เลิกทำ แล้วยิ่งทำแล้ว ทำแล้ว

374
00:24:52,577 --> 00:24:56,577
เราวิตกกังวลมากกว่าเดิมเราก็จะไม่ทำค่ะ ฉะนั้น

375
00:24:56,578 --> 00:25:00,578
ตรงนี้ถ้าแยก ก็คือว่าถ้าเกิดว่าสิ่งนั้น มันมีความ

376
00:25:00,579 --> 00:25:04,579
ท้าทาย ท้าทายให้เราทำ เราก็รับรู้

377
00:25:04,582 --> 00:25:08,582
ว่าเราก็มีความสามารถนะ เราก็

378
00:25:08,583 --> 00:25:12,583
ทำได้เหมือนกัน เราก็รู้สึกท้าทายแล้วอยากจะ

379
00:25:12,584 --> 00:25:16,584
ลองทำดูสิ อยากจะลงมือทำดูสิ แต่ถ้า

380
00:25:16,586 --> 00:25:20,586
เกิดว่าสิ่งนั้นมันไม่ค่อนท้าทาย อย่างเช่น

381
00:25:20,589 --> 00:25:24,589
เราเคยเรียนมาแล้วน่ะ 1+1

382
00:25:24,590 --> 00:25:28,590
= 2 น่ะ โตป่านี้ใครก็ต้องรู้สิ 1 + 1 = 2

383
00:25:28,591 --> 00:25:32,591
เท่ากับ 2 2+2 เท่ากับ 4 มันไม่ท้าทายสำหรับเรา

384
00:25:32,593 --> 00:25:36,593
แล้วน่ะ มันเบเบ มันง่ายเกินไปอย่างนี้ค่ะ

385
00:25:36,594 --> 00:25:40,594
มันก็ทำให้ผู้เรียนเกิดความน่าเบื่อ

386
00:25:40,595 --> 00:25:44,595
ก็ฉันรู้แล้วน่ะ ฉันเคยดูมาแล้วน่ะ ฉันเคยเห็น

387
00:25:44,597 --> 00:25:48,597
มาแล้ว มันก็จะน่าเบื่อ แต่ถ้าเกิดว่า

388
00:25:48,598 --> 00:25:52,598
สิ่งนั้น ก็มีความท้าทายต่ำนะ แต่ผู้เรียน

389
00:25:52,599 --> 00:25:56,599
เขาก็ไม่ได้มีความเก่งมากพอ เขาก็

390
00:25:56,600 --> 00:26:00,600
มีทักษะต่ำเหมือนกันอย่างนี้ค่ะ มันก็จะยิ่งทำให้

391
00:26:00,602 --> 00:26:04,602
ตัวเขาไง ตัวเขามีทักษะที่ต่ำ แต่ให้มันท้าทายหรือไม่ท้าทายก็ตาม

392
00:26:04,603 --> 00:26:08,603
เพราะฉะนั้น ต่อให้มันมีความท้าทาย หรือไม่ท้าทายก็ตาม ถ้า

393
00:26:08,604 --> 00:26:12,604
ฉันไม่สนใจอยู่แล้ว แต่

394
00:26:12,605 --> 00:26:16,605
ถ้าเกิดว่าสิ่งนั้นมีความท้าทายสูง แต่ว่าคนที่ทำน่ะ

395
00:26:16,607 --> 00:26:20,607
มีทักษะต่ำ คือไม่เก่าน่ะ ไม่

396
00:26:20,608 --> 00:26:24,608
รู้สิ่งนั้นอย่างนี้ ก็จะเกิดความเครียด เกิด

397
00:26:24,611 --> 00:26:28,611
ความวิตกกังวล อย่างเช่นว่า

398
00:26:28,613 --> 00:26:32,613
จะให้ไปสอนเรื่องแคลคูลัส

399
00:26:32,615 --> 00:26:36,615
มันท้าทายมากเลยนะ แคลคูลัสมันยากกว่า

400
00:26:36,616 --> 00:26:40,616
มาก่อน ฉันเรียนแล้วยังไม่เข้าใจเลยน่ะ เรียนมา 5 รอบแล้วยัง

401
00:26:40,618 --> 00:26:44,618
ไม่เข้าใจเลย จะไปสอนคนอื่นได้ไงนะ

402
00:26:44,619 --> 00:26:48,619
เกิดความวิตกกังวลแล้วว่าจะไปสอนได้ไหมน่ะ เขาจะเข้าใจในสิ่ง

403
00:26:48,619 --> 00:26:52,619
ที่เราพูดไหมน่ะ นี่คือความวิตกกังวลนะคะ

404
00:26:52,622 --> 00:26:56,622
เพราะฉะนั้น ความไหลลื่นที่พูดถึงนี่ มันก็จะมีความไหลลื่นที่

405
00:26:56,623 --> 00:27:00,623
ไปฉิ่วเลย ความสนุกแล้ว

406
00:27:00,627 --> 00:27:04,627
มันท้าทาย มันน่าเล่นน่ะ มัน

407
00:27:04,628 --> 00:27:08,628
น่าตื่นเต้นนะ อย่างนี้ค่ะ ความไหลลื่น ความไหลลื่นที่มากขึ้น

408
00:27:08,629 --> 00:27:12,629
ใช่ไหมคะ แต่ถ้าเกิดว่ามีความน่าเบื่อ มีความไม่สนใจ

409
00:27:12,631 --> 00:27:16,631
ที่จะทำ มีความวิตกกังวลนี่

410
00:27:16,632 --> 00:27:20,632
อย่างนี้ค่ะ มันก็เป็นส่วนที่ทำให้คนเกิดแรงจูงใจในการ

411
00:27:20,633 --> 00:27:24,633
ทที่จะทำหรือไม่ทำในการเรียนนะคะ

412
00:27:24,634 --> 00:27:28,634

413
00:27:28,636 --> 00:27:32,636
อันนี้นะ อันนี้เราพูดถึงไปแล้วนะคะ ถ้าเรา

414
00:27:32,651 --> 00:27:36,651
สนใจเรื่องไหนเป็นพิเศษ เราสนใจเรื่องนั้นมาก ๆ

415
00:27:36,654 --> 00:27:40,654
อยากจะทำมาก ๆ อย่าวงนี้ เราก็จะมีความตั้งใจ ใส่ใจทำอยู่แล้ว

416
00:27:40,657 --> 00:27:44,657
เราไม่เคยทำก็ตาม ต่อให้มันยากก็ตาม ต่อให้

417
00:27:44,661 --> 00:27:48,661
มันเป็นสิ่งใหม่ก็ตาม

418
00:27:48,664 --> 00:27:52,664
มันพิเศษสำหรับเราน่ะ ถ้าเราทำได้เราจะเจ๋งมากเลย

419
00:27:52,665 --> 00:27:56,665
นี่ค่ะ มันก็ทำให้เราใส่ใจที่จะลงมือทำ ใส่ใจที่จะ...

420
00:27:56,667 --> 00:28:00,667
ที่จะตัดสินใจที่จะตั้งใจทำมันนะคะ อันนี้มันเรียกว่า "

421
00:28:00,668 --> 00:28:04,668
ความรับผิดชอบต่อตัวเองนะคะ

422
00:28:04,668 --> 00:28:08,668

423
00:28:08,670 --> 00:28:12,670
ทีนี้ โรงเรียนน่ะค่ะ มักจะ

424
00:28:12,670 --> 00:28:16,670
ใช้แรงจูงใจภายนอกเป็นตัวสำคัญในการเสริมแรง

425
00:28:16,673 --> 00:28:20,673
เราจะเห็นนะ ในยุคหลัง ๆ นี่

426
00:28:20,673 --> 00:28:24,673
จะเยอะมากเลยนะ ว่าใครที่สอบติด

427
00:28:24,675 --> 00:28:28,675
แพทย์ มีป้ายติดหน้าโรงเรียนเลย

428
00:28:28,676 --> 00:28:32,676
เด็กชาย ตะวัน เด็กชายตะวันฉาย

429
00:28:32,678 --> 00:28:36,678
ได้สอบติดแพทย์ ขึ้นเลยนะคะ

430
00:28:36,680 --> 00:28:40,680
ชื่ออะไร หน้าตาแบบนี้ เรื่องจบชั้นไหนอย่างนี้ค่ะ อันนี้คือ

431
00:28:40,682 --> 00:28:44,682
แรงจูงใจภายนอก ที่มันจะทำให้...

432
00:28:44,684 --> 00:28:48,684
ถามว่ามีข้อดีไหม มันก็มีข้อดี ตรงที่ว่ามันเป็นการ

433
00:28:48,685 --> 00:28:52,685
เสริมแรงใช่ไหมคะ เขาก็รู้สึกว่า

434
00:28:52,686 --> 00:28:56,686
ได้รับการชื่นชมอย่างนี้ค่ะ แต่ข้อเสีย

435
00:28:56,687 --> 00:29:00,687
มันก็อาจเกิดขึ้นได้ มันเกิดการเปรียบเทียบ

436
00:29:00,688 --> 00:29:04,688
แล้วถ้าเราไม่ได้สอบติดแพทย์น่ะ

437
00:29:04,689 --> 00:29:08,689
เราสอบติดครุศาสตร์

438
00:29:08,690 --> 00:29:12,690
หรือนะ คนเรียนแพทย์เท่านั้นเหรอถึงจะได้ขึ้นป้าย

439
00:29:12,694 --> 00:29:16,694
หน้าโรงเรียน เราสอบติดคุรุศาสตร์ มหาวิทยาลัยีราชภ

440
00:29:16,695 --> 00:29:20,695
ไม่ได้รับการชื่นชมเหรอวะ มันจะเกิดการ

441
00:29:20,696 --> 00:29:24,696
เปรียบเทียบขึ้นได้นะคะ เพราะฉะนั้น การ

442
00:29:24,697 --> 00:29:28,697
ทำแบบนี้ค่ะ มันเลยเป็นสิ่งที่ต้องระวัง

443
00:29:28,701 --> 00:29:32,701
เหมือนกัน การที่เราจะชื่นชมใครสักคนหนึ่ง

444
00:29:32,706 --> 00:29:36,706
แม้แต่ในห้องเรียนเราก็ตาม เก่งมากเลย ตอบคำถาม

445
00:29:36,707 --> 00:29:40,707
ถูกด้วยอะไรอย่างนี้ แล้วคนอื่นที่ตอบไม่ถูกล่ะ

446
00:29:40,708 --> 00:29:44,708
ไม่เก่งเหรอ เกิดการเปรียบเทียบแล้วเขาก็รู้สึก

447
00:29:44,710 --> 00:29:48,710
ว่าน้อยเนื้อต่ำใจแล้ว เราไม่เก่งพอ ก่อหน้า

448
00:29:48,710 --> 00:29:52,710
ถามว่า 5 คน ไม่มีใครตอบได้เลย พอถามคนที่ 6 คนที่ 6 ตอบได้

449
00:29:52,711 --> 00:29:56,711
โอ้ ปรบมือให้คนที่ 6 หน่อย อ้าว แล้วคนก่อนหน้า

450
00:29:56,714 --> 00:30:00,714
ก่อนหน้านั้นล่ะ ไม่ได้รับการชื่นชม ไม่ได้รับการขอบคุณ

451
00:30:00,716 --> 00:30:04,716
ไม่ได้รับการเห็นว่าเขาพยายามแล้ว มันก็

452
00:30:04,718 --> 00:30:08,718
ส่งผลต่อความรู้สึกเขาได้เหมือนกัน

453
00:30:08,719 --> 00:30:12,719
นะคะ เพราะฉะนั้น เรื่องของแรงจูงใจภายนอก

454
00:30:12,720 --> 00:30:16,720
ถ้าเราจะใช้นี่ให้นึกถึงผลกระทบที่มันจะเกิดขึ้นด้วยนะคะ

455
00:30:16,722 --> 00:30:20,722
เมหือนกัน เหมือนที่เมื่อกี้ ในรูปมี

456
00:30:20,724 --> 00:30:24,724
แครอตใช่ไหม มีแครอตห้อยอยู่ใช่ไหม เราก็ต้องวิ่งตาม วิ่งตาม

457
00:30:24,724 --> 00:30:28,724
วิ่งตามแครรอต เพราะเราอยากจะได้

458
00:30:28,727 --> 00:30:32,727
เงินก้อนนั้นอย่างนี้ ถ้าเกิดว่า

459
00:30:32,728 --> 00:30:36,728
ไอ้คนที่มันวิ่งตาม วิ่งตาม ทำเพื่อจะได้

460
00:30:36,731 --> 00:30:40,731
แครอต ทำเพื่อจะให้ได้เงินที่เราต้องการ

461
00:30:40,732 --> 00:30:44,732
ไอ้คนที่เหลือ ที่มันวิ่งตามไม่ทันน่ะ

462
00:30:44,734 --> 00:30:48,734
มันก็จะเกิดผลเสียต่อคนที่เหลือได้อย่างนี้ค่ะ

463
00:30:48,735 --> 00:30:52,735
มันก็จะเป็นอีกมุมหนึ่ง ที่จะนึกถุงเหมือนกันนะคะ

464
00:30:52,736 --> 00:30:56,736
เพราะฉะนั้น ในห้อง

465
00:30:56,737 --> 00:31:00,737
เรียนของเรานะคะ สามารถลด

466
00:31:00,739 --> 00:31:04,739
ผลกระทบได้ไหม ลดได้ ก็คือว่าพยายามลดการ

467
00:31:04,740 --> 00:31:08,740
แข่งขัน เพื่อให้มากที่สุดนะคะ

468
00:31:08,741 --> 00:31:12,741
ต่อให้เขาตอบไม่ได้ เราก็ชมเขา ไม่ใช่

469
00:31:12,742 --> 00:31:16,742
ชมแบบไม่จริงใจนะ แต่เราชมในสิ่งที่เขาพยายามทำ

470
00:31:16,745 --> 00:31:20,745
เพราะฉะนั้น การให้รางวัล การเสริมแรงอย่าง

471
00:31:20,746 --> 00:31:24,746
นี่ค่ะ คือเราไม่ได้ให้รางวัล

472
00:31:24,747 --> 00:31:28,747
หรือเสริมแรงในสิ่งที่เขาทำให้ได้ แต่เราให้รางวัล

473
00:31:28,747 --> 00:31:32,747
ให้การเสริมแรงในสิ่งที่เขาตั้งใจทำ

474
00:31:32,749 --> 00:31:36,749
ในสิ่งที่เขาพยายามทำ แม้เขาจะทำได้

475
00:31:36,750 --> 00:31:40,750
ไม่ดีก็ตาม อันนี้คือข้อดีที่เขากำลังโชว์

476
00:31:40,751 --> 00:31:44,751
ให้เห็นว่าเขาพยายามแล้ว เขาได้ตั้งใจแล้ว แต่

477
00:31:44,752 --> 00:31:48,752
ทำไม่ได้แค่นั้นเอง เพราะฉะนั้น

478
00:31:48,753 --> 00:31:52,753
การลดการแข่งขัน การ

479
00:31:52,753 --> 00:31:56,753
สร้างความเป็นกันเองฝนห้องเรียนนี่ค่ะ

480
00:31:56,755 --> 00:32:00,755
สำคัญมากกว่าสิ่งที่เราจะสอนเขาด้วยซ้ำนะคะ

481
00:32:00,756 --> 00:32:04,756
ถ้าเกิดว่าบรรยากาศ ถ้าพูดถึงบนนยากาศนะ

482
00:32:04,757 --> 00:32:08,757
มันยังไม่มีความเป็นกันเอง มันยังมีการแข่งขัน มีการ

483
00:32:08,759 --> 00:32:12,759
เปรียบเทียบ แต่ให้สิ่งที่เราสอนมาดีแค่ไหนก็ตาม อต่ให้

484
00:32:12,760 --> 00:32:16,760
เนื้อหาที่เราสอนเราเตรียมมาดีแค่ไหนก็ตาม มันเจ๋งแค่ไหน

485
00:32:16,762 --> 00:32:20,762
ก็ตาม นักเรียนก็จะไม่รับแล้ว เพราะรู้สึกว่า

486
00:32:20,763 --> 00:32:24,763
มันไม่น่าอยู่ มันไม่โอเค

487
00:32:24,764 --> 00:32:28,764
ครูคนนี้ มีพฤติกรรมที่

488
00:32:28,765 --> 00:32:32,765
2 มาตรฐานอย่างนี้น่ะค่ะ มันก็จะส่งผลต่อการ

489
00:32:32,766 --> 00:32:36,766
เรียนรู้ของเด็กได้นะคะ

490
00:32:36,768 --> 00:32:40,768
พูดถึงเมื่อกี้นะ พูดถึงการ

491
00:32:40,769 --> 00:32:44,769
รู้คิดใช่ไหมคะ ที่คนเราจะมีความสามารถ

492
00:32:44,770 --> 00:32:48,770
ในการคิดเอง คือ เรียก... มีการคิดถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น

493
00:32:48,772 --> 00:32:52,772
ที่ได้เกิดขึ้นนะคะ เรียกว่า "การอนุมานสาเหตุ

494
00:32:52,774 --> 00:32:56,774
ก็คือการมุ่งหาสาเหตุ

495
00:32:56,776 --> 00:33:00,776
ของ... ของสิ่งนั้น

496
00:33:00,777 --> 00:33:04,777
อันนี้มันบัง

497
00:33:04,779 --> 00:33:08,779
ไม่ได้

498
00:33:08,780 --> 00:33:12,780
การมุ่งหาสาเหตุของสิ่งที่เราจะทำนะคะ

499
00:33:12,781 --> 00:33:16,781
ว่าเราทำแล้ว เพราะอะไร ทำแล้ว

500
00:33:16,784 --> 00:33:20,784
มันจะเกิดผลกระทบอะไร อันนี้เขาเรียกว่า "การอนุมานสาเหตุ" ที่มันจะเกิดขึ้น

501
00:33:20,785 --> 00:33:24,785
ที่มันจะเกิดขึ้นนะคะ

502
00:33:24,787 --> 00:33:28,787

503
00:33:28,787 --> 00:33:32,787
อันนี้ คำถามง่าย ๆ นะ ไม่ถามพวดเราแล้ว

504
00:33:32,788 --> 00:33:36,788
อันนี้คือการอนุมานสาเหตุ คำถามคือ

505
00:33:36,789 --> 00:33:40,789
นี่ผ่านไป เราได้คะแนนน้อยเพราะอะไรนะ

506
00:33:40,790 --> 00:33:44,790
ไม่ต้องตอบนะ ทุกคนตอบตัวเองไม่ได้ต้องครู

507
00:33:44,792 --> 00:33:48,792
เราได้คะแนน Midterm สอบไปได้น้อย เพราะอะไร

508
00:33:48,793 --> 00:33:52,793
อ่านหนังสือไม่พอ หรือไม่ได้อ่าน หรือ

509
00:33:52,795 --> 00:33:56,795
ไปนั่งเดาในห้องสอบ หรือทำไม่ทัน หรือ

510
00:33:56,795 --> 00:34:00,795
อะไรอย่างนี้ อันนี้คือการอนุมานสาเหตุ คือ หาสาเหตุ

511
00:34:00,797 --> 00:34:04,797
ว่ามันเกิดจากอะไร พอเราหาสาเหตุ

512
00:34:04,798 --> 00:34:08,798
ได้แล้วนี่ค่ะ เราก็จะได้รู้ว่าเราจะ

513
00:34:08,800 --> 00:34:12,800
ควบคุมจัดการมันอย่างไรให้มันดีขึ้น

514
00:34:12,802 --> 00:34:16,802
เปลี่ยนแปลงอย่างไรให้มันดีขึ้นกว่าเดิมอย่างนี้ค่ะ อันนี้คือการอนุมานสาเหตุ

515
00:34:16,803 --> 00:34:20,803
นะ ถ้าเกิดว่าเราตีเป็นตาราง การอนุมานสสาเหต

516
00:34:20,803 --> 00:34:24,803
อาจารย์รู้ว่าสาเหตุตรงนั้นน่ะ

517
00:34:24,804 --> 00:34:28,804
มันอยู่ที่ภายนอกภายในล่ะ ที่มันทำให้เร

518
00:34:28,804 --> 00:34:32,804
ได้คะแนนน้อย สอบได้ไม่ดี

519
00:34:32,807 --> 00:34:36,807
แล้วเราจะ

520
00:34:36,808 --> 00:34:40,808
เปลี่ยนแปลงไหม หรือเราจะยังทำเหมือนเดิม

521
00:34:40,809 --> 00:34:44,809
ต่อไปก็คือแล้วเราจะ

522
00:34:44,810 --> 00:34:48,810
ควบคุมจัดการมันได้ไหม เราจะควบคุมและจัดการ

523
00:34:48,811 --> 00:34:52,811
มันอย่างไร เราจะทำอย่างไรบ้า

524
00:34:52,812 --> 00:34:56,812
มันดีขึ้นอย่างนี้ค่ะ อันนี้เรียกว่า "การอนุมานสาเหตุ"

525
00:34:56,814 --> 00:35:00,814
นะคะ เพราะฉะนั้น งานชิ้นแรก

526
00:35:00,815 --> 00:35:04,815
ที่ครูจะโพสต์ไว้ใน Classroom ให้กับเรา ก็คือ

527
00:35:04,816 --> 00:35:08,816
เรื่องนี้เลยค่ะ ชวนให้เราไปอนุมานสาเหตุ

528
00:35:08,817 --> 00:35:12,817
ของตัวเอง ว่าคะแนน Midterm ของเรา

529
00:35:12,818 --> 00:35:16,818
ได้น้อยเพราะอะไร อันนี้คือคำถาม

530
00:35:16,819 --> 00:35:20,819
โจทย์ คะแนน Midterm ได้น้อยเพราะอะไร ครูจะให้

531
00:35:20,820 --> 00:35:24,820
เราอนุมานสาเหตุของตัวเอง โดยการตีตารางแบบนี้

532
00:35:24,821 --> 00:35:28,821
3 ช่องนะคะ ดูสิว่าสาเหตุที่พูดถึงนี่

533
00:35:28,823 --> 00:35:32,823
มันอยู่ภายใน หรือภายนอก

534
00:35:32,824 --> 00:35:36,824
ภายนอกมันเกิดจากสิ่งอื่น ตัวเราเองคืออะไร

535
00:35:36,825 --> 00:35:40,825
ถ้าเป็นเกิดจากสิ่งอื่น เกิดจากอะไร

536
00:35:40,825 --> 00:35:44,825
ช่องที่ 2 คือ เราจะ

537
00:35:44,827 --> 00:35:48,827
ทำเหมือนเดิมไหม หรือเราจะเปลี่ยนแปลง

538
00:35:48,828 --> 00:35:52,828
ช่องที่ 3 คือ แล้วเราจะควบคุม

539
00:35:52,830 --> 00:35:56,830
จัดการอย่างไร จะควบคุมจัดการได้ไหม

540
00:35:56,833 --> 00:36:00,833
จะทำวิธีไหนเพื่อให้มันดีขึ้นกว่าเดิมอย่างนี้ค่ะ

541
00:36:00,834 --> 00:36:04,834
นี่คือโจทย์นะคะ

542
00:36:04,835 --> 00:36:08,835

543
00:36:08,837 --> 00:36:12,837
เพราะฉะนั้น การที่เราอนุมานสาเหตุ

544
00:36:12,838 --> 00:36:16,838
นี่ค่ะ มันก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้เรา

545
00:36:16,840 --> 00:36:20,840
รับรู้ความสามารถของตัวเองได้ ว่า

546
00:36:20,842 --> 00:36:24,842
เรามีความสามารถมากน้อยแค่ไหน ถ้าเราเห็น

547
00:36:24,843 --> 00:36:28,843
ว่า เออว่ะ จริง ไ มันเกิดจากสาเหตุตัวเอราเอง

548
00:36:28,846 --> 00:36:32,846
มาไม่ดีพอ สมมตินะ จริง ๆ เรามี

549
00:36:32,848 --> 00:36:36,848
สามารถมากกว่านั้นนะ ที่เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้น

550
00:36:36,849 --> 00:36:40,849
อันนี้คือการรับรู้ความสามารถของตัวเองว่า

551
00:36:40,850 --> 00:36:44,850
เรามีมาก หรือมีน้อย ในการทำสิ่งนั้นนะคะ

552
00:36:44,852 --> 00:36:48,852

553
00:36:48,855 --> 00:36:52,855
ฉันทำได้ ฉันทำไม่ได้อย่างนี้ค่ะ

554
00:36:52,856 --> 00:36:56,856
คือ เรื่องของการรับรู้ความสามารถของตัวเองนะคะ

555
00:36:56,858 --> 00:37:00,858
ต่อไปคือการตั้งเป้าหมา ย อันนี้คือการรู้คิดแล้วนะ

556
00:37:00,859 --> 00:37:04,859
การรู้คิดที่เราพูดถึงนะคะ การตั้งเป้าหมาย การวางแผน และการ

557
00:37:04,861 --> 00:37:08,861
ควบคุมตัวเองนะคะ การที่เราตั้งเป้าหมายนะคะ ว่าเราจะทำ

558
00:37:08,862 --> 00:37:12,862
อะไรก็ตามนี่เราควรจะตั้งเป้าหมายให้มันเฉพาะเจาะจง

559
00:37:12,864 --> 00:37:16,864
ให้มันชัดเจนไปเลย ว่าเราจะมุ่งไปไหน

560
00:37:16,865 --> 00:37:20,865
แล้ว

561
00:37:20,866 --> 00:37:24,866
การตั้งเป้าหมายที่ดีก็คือว่าควรจะวางแผน

562
00:37:24,867 --> 00:37:28,867
นั้นน่ะ ควรจะวางแผนในระยะใกล้ ๆ ก่อน

563
00:37:28,868 --> 00:37:32,868
นะคะ เพื่อที่มันจะได้เป็นจริงน่ะ

564
00:37:32,869 --> 00:37:36,869
ไม่ใช่ว่าหนูอยากจะเรียนได้เกรด A สมมติวิชานี้นะ

565
00:37:36,873 --> 00:37:40,873
หนูอยากจะเรียนได้เกรด A อย่างนี้น่ะ

566
00:37:40,877 --> 00:37:44,877
วางแผนว่าเดี๋ยวอีก 2 ปีเราจะทำอะไรอย่าง

567
00:37:44,879 --> 00:37:48,879
อีก 2 ปีค่อยมาลงเรียนใหม่ อีก 2 ปี ค่อยมาลงเรียน

568
00:37:48,880 --> 00:37:52,880
อีกทีหนึ่งอย่างนี้ อันนี้มันไกลไป ฉะนั้น เราอยากได้

569
00:37:52,881 --> 00:37:56,881
เกรด A วิชานี้ ระยะของเรา

570
00:37:56,886 --> 00:38:00,886
ก็มีครึ่งเทอมที่เหลือว่าเราจะทำอะไรบ้าง อันนี้

571
00:38:00,888 --> 00:38:04,888
คือการที่มีระยะเวลาที่ใกล้ ที่เหมาะสม กับสิ่งที่เรา

572
00:38:04,890 --> 00:38:08,890
วางแผน สิ่งที่เราตั้งเป้าหมายเอาไว้นะคะ

573
00:38:08,891 --> 00:38:12,891
ฉะนั้น

574
00:38:12,892 --> 00:38:16,892
ข้อที่ 2 ไอ้เมื่อกี้ข้อแรง อันนี้ข้อที่ 2

575
00:38:16,893 --> 00:38:20,893
ก็คือว่าอยากจะให้เรามาตั้งเป้าหมายในชีวิตของเรา

576
00:38:20,894 --> 00:38:24,894
ซึ่งในระยะ... ในระยะ

577
00:38:24,895 --> 00:38:28,895
1 ปีนี้แล้วกัน

578
00:38:28,896 --> 00:38:32,896
ในระยะ... ไม่ใช่ 1 ปี ในระยะที่เหลือก่อนสิ้นปี

579
00:38:32,897 --> 00:38:36,897
ก่อนถึงธันวาคมนี่ค่ะ เรามีเป้าหมายในชีวิต

580
00:38:36,898 --> 00:38:40,898
เราอะไร เอาแค่อย่างเดียวก็พอนะคะ หลัก Smart

581
00:38:40,899 --> 00:38:44,899
ที่พูดถึงนี่ค่ะ

582
00:38:44,900 --> 00:38:48,900
SMART S แรก ก็คือ

583
00:38:48,900 --> 00:38:52,900
Specific ก็คือเป้าหมายนั้นต้องมีความเฉพาะเจาะจง

584
00:38:52,902 --> 00:38:56,902
ว่าอะไรคืออะไร

585
00:38:56,903 --> 00:39:00,903
ให้มันชัดเจนไปเลย อย่างที่ครูพูดวิชานี้

586
00:39:00,905 --> 00:39:04,905
นี่คือการเฉพาะเจาะจงใช่ไหมคะ จิตวิทยา

587
00:39:04,907 --> 00:39:08,907
สำหรับครู เราจะต้องเอา A ให้ได้ อันนี้คือเจาะจง

588
00:39:08,908 --> 00:39:12,908
คืออะไร ไม่ใช่พูดกว้าง ๆ นะคะ

589
00:39:12,908 --> 00:39:16,908
M ก็คือแล้วเราจะรู้ได้อย่างไร

590
00:39:16,910 --> 00:39:20,910
ว่า...

591
00:39:20,912 --> 00:39:24,912
ว่าเราสำเร็จแล้ว อยากจะได้เกรด A

592
00:39:24,915 --> 00:39:28,915
วิชานี้ เราจะรู้ได้อย่างไร รู้จากคะแนน

593
00:39:28,917 --> 00:39:32,917
เกรด A คือ 80 ขึ้นไปอย่างนี้ค่ะ

594
00:39:32,918 --> 00:39:36,918
75 คือ B+ 70

595
00:39:36,920 --> 00:39:40,920
คือ B อันนี้คืเกณฑ์ที่เขามี สามารถวัดได้

596
00:39:40,921 --> 00:39:44,921
จากคะแนนที่เรามี คะแนนเก็บเรามีเท่าไร เรา

597
00:39:44,922 --> 00:39:48,922
ขาดอีกเท่าไรอย่างนี้ค่ะ คือสามารถวัดได้

598
00:39:48,923 --> 00:39:52,923
A คือ

599
00:39:52,925 --> 00:39:56,925
A คือมันสามารถ

600
00:39:56,926 --> 00:40:00,926
ทำให้เกิดขึ้นได้ไหม สามารถบรรลุ

601
00:40:00,930 --> 00:40:04,930
ได้ไหมอย่างนี้ค่ะ R คือ

602
00:40:04,931 --> 00:40:08,931
Realistic อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง

603
00:40:08,933 --> 00:40:12,933
แสดงว่าถ้าการที่เรา

604
00:40:12,937 --> 00:40:16,937
จะมีเป้าหมายอะไรสักอย่างหนึ่งนี่ มันต้องอยู่บนโลกของความเป็นจริง

605
00:40:16,939 --> 00:40:20,939
ไม่ใช่เป้าหมายที่เป็นความฝัน

606
00:40:20,941 --> 00:40:24,941
เฟื่อง ฝันกลางวัน ไกลจากชีวิตเรา

607
00:40:24,941 --> 00:40:28,941
อย่างนี้ค่ะ อยากจะเป็นเศรษฐีอย่างนี้

608
00:40:28,943 --> 00:40:32,943
แสดงว่าไม่ได้อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงแล้ว ว่า

609
00:40:32,944 --> 00:40:36,944
ตอนนี้เราเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 แต่เราฝัน

610
00:40:36,947 --> 00:40:40,947
ว่าเราอยากจะถูกรางวัลที่ 1 แล้วเป็นเศรษฐี ถูก 30 ล้านอย่างนี้

611
00:40:40,948 --> 00:40:44,948
ไมไ่ด้อยู่บนควงามเป็นจริงแล้ว T สุดท้าย

612
00:40:44,951 --> 00:40:48,951
T ก็คือ Timely อยู่ในระยะเวลา

613
00:40:48,952 --> 00:40:52,952
ที่มันเป็นจริงเกิดขึ้นได้ อย่งเมื่อกี้ที่บอกว่า

614
00:40:52,953 --> 00:40:56,953
เป็นระยะเวลาที่อยู่ในช่วงเวลานั้น ไม่ใช่ว่าวางแผน

615
00:40:56,954 --> 00:41:00,954
อีก 5 ปี ข้างหน้า ว่าฉันจะได้เกรด A วิชานี้

616
00:41:00,955 --> 00:41:04,955
มันไม่สอดคล้องกันแล้วนะคะ ฉะนั้น

617
00:41:04,956 --> 00:41:08,956
ข้อที่ 2 ที่ครูจะให้ทำ ก็คือว่าจะให้วางแผน

618
00:41:08,957 --> 00:41:12,957
ในชีวิตเราสัก 1 เรื่อง โดยใช้หลัก SMART

619
00:41:12,958 --> 00:41:16,958
นี่ล่ะ ในการตั้งเป้าหมายนั้น ดูสิว่าเป้าหมาายที่เรา

620
00:41:16,960 --> 00:41:20,960
นั้นน่ะค่ะ ใน 1 ก่อนถึงสิ้นปีนี้ มันอยู่ใน

621
00:41:20,961 --> 00:41:24,961
เป้าหมายที่เราตั้งไว้

622
00:41:24,962 --> 00:41:28,962
มัน Specific ไหม มันสามารถทำให้เกิดขึ้นได้จริงไหม มันสามารถวัด

623
00:41:28,963 --> 00:41:32,963
ได้ไหม อย่างนี้นะคะ

624
00:41:32,964 --> 00:41:36,964

625
00:41:36,971 --> 00:41:40,971
ทีนี้

626
00:41:40,972 --> 00:41:44,972
ก็เป็นเรื่องของแนวคิดสังคมใช่ไหม ที่เราพูดถึงว่าสัมพันธภาพ

627
00:41:44,974 --> 00:41:48,974
ของคนที่อยู่ในชีวิตเรานี่ มันส่งผลนะ

628
00:41:48,975 --> 00:41:52,975
ตัดสินใจทำหรือไม่ทำอะไรของมนุษย์คนนั้น

629
00:41:52,977 --> 00:41:56,977
นะคะ เพราะฉะนั้น มันขึ้นอยู่กับว่าในช่วงนั้น

630
00:41:56,979 --> 00:42:00,979
ใครเป็นคนสำคัญในชีวิตเขาใช่ไหมคะ

631
00:42:00,980 --> 00:42:04,980
พ่อแม่ใช่หรือเปล่า หรือแม้แต่การเลี้ยงดู กลุ่มเพื่อน

632
00:42:04,981 --> 00:42:08,981
ครู ครูก็เป็นคนสำคัญในชีวิตเขา

633
00:42:08,981 --> 00:42:12,981
อย่างที่เราคุยกับไว้ตั้งแต่ตอนต้นว่ามี

634
00:42:12,983 --> 00:42:16,983
แรงจูงใจภายนอกให้กับนักเรียนได้ มีบุคลิกภาพแบบไหน

635
00:42:16,992 --> 00:42:20,992
แต่งกายแบบไหน มีการพูดจาแบบไหน มีการ

636
00:42:20,993 --> 00:42:24,993
วางตัวแบบไหนอย่างนี้ค่ะ ถ้าเกิดว่าสิ่งเหล่านี้

637
00:42:24,996 --> 00:42:28,996
เรากระทำอย่างดี เราเป็นตัวแบบที่ดีแล้วนี่ เราจะ

638
00:42:29,000 --> 00:42:33,000
เต็มใจที่จะเรียนรู้กับเรา

639
00:42:33,001 --> 00:42:37,001
เต็มใจที่จะเข้าเรียนกับคุณครู

640
00:42:37,003 --> 00:42:41,003
รัตนนาพร เพราะเรียนกับครู รัตนาพร

641
00:42:41,003 --> 00:42:45,003
ครูรัตนาภรณ์ไม่ดุด่าเรา เข้าใจเหตุ

642
00:42:45,005 --> 00:42:49,005
อย่างไร้เหตุผลอย่างนี้ค่ะ ครูรัตนาพรสอนเข้าใจง่ายอย่างนี้ค่ะ

643
00:42:49,006 --> 00:42:53,006
เป็นบุคคลิกภาพ

644
00:42:53,007 --> 00:42:57,007
ที่เราแสดงออกที่เราเป็น

645
00:42:57,009 --> 00:43:01,009
เพื่อให้เขารับรู้ว่าให้เชื่อมโยง

646
00:43:01,010 --> 00:43:05,010
เขาจะเรียนอย่างนี้ค่ะ เป็นเรื่องของสัมพันธภาพนะคะ

647
00:43:05,011 --> 00:43:09,011
หมดแล้ว เนื้อหา

648
00:43:09,013 --> 00:43:13,013
สรุปแล้วการบ้านที่ครูจะให้ทำนะ

649
00:43:13,013 --> 00:43:17,013
มีอยู่ 2 อันใช่ไหมคะ

650
00:43:17,015 --> 00:43:21,015
นะคะ โดยใช้หลัก SMART เป้าหมายแค่ 1 เรื่อง

651
00:43:21,016 --> 00:43:25,016
นะคะ อันที่ 2

652
00:43:25,018 --> 00:43:29,018
ก็คือเรื่องของสิ่งที่เราจะอนุมานสาเหตุ

653
00:43:29,020 --> 00:43:33,020
ของเราด้วยโจทย์ที่ว่า

654
00:43:33,021 --> 00:43:37,021
คะแนน Midterm ได้น้อยเพราะ

655
00:43:37,023 --> 00:43:41,023
อะไรนะคะ

656
00:43:41,024 --> 00:43:45,024

657
00:43:45,025 --> 00:43:49,025
ใน Online มีคำถามอะไรไหม

658
00:43:49,029 --> 00:43:53,029
หรือนักศึกษามีคำถามอะไรไหม

659
00:43:53,032 --> 00:43:57,032
(นักศึกษาชาย) อาจารย์จะส่งงานลง LINE

660
00:43:57,033 --> 00:44:01,033
อีกทีไหมครับ (อาจารย์) ค่ะ อีกแป๊บหนึ่งนะคะ เดี๋ยวขอเพิ่มเสียงก่อน

661
00:44:01,034 --> 00:44:05,034

662
00:44:05,036 --> 00:44:09,036
(นักศึกษาชาย) อาจารย์จะส่งงานลง LINE อีกทีไหมครับ

663
00:44:09,037 --> 00:44:13,037
อาจารญ์จะส่งงาน (อาจารย์)

664
00:44:13,038 --> 00:44:17,038
ครับ ครูเพิ่มแล้ว ขออีกทีหนึ่ง

665
00:44:17,040 --> 00:44:21,040
(นักศึกษาชาย) อาจาร์ยจะส่งงานลง Line อีกทีไหม

666
00:44:21,041 --> 00:44:25,041
(อาจารย์) ค่ะ เดี๋ยวครูจะโพสต์โจทย์ลง

667
00:44:25,043 --> 00:44:29,043
ให้ใน Classroom ทั้ง 2 ข้ออีกทีหนึ่ง ว่า

668
00:44:29,045 --> 00:44:33,045
คืออะไร และทำอะไรบ้างนะคะ

669
00:44:33,046 --> 00:44:37,046
(นักศึกษาชาย) ก็คืองานทั้งหมดที่อาจารย์จะสั่ง คือ

670
00:44:37,047 --> 00:44:41,047
หมดเลยใช่ไหมครับ (อาจารย์) ใช่ค่ะ ใช่ แม้แต่ตัว PowerPoint ก็

671
00:44:41,048 --> 00:44:45,048
โพสต์นะคะ ส่งไปให้แล้ว (นักศึกษาชาย) จนจบเทอมใช่ไหมครับ (อาจารย์)  คะ

672
00:44:45,050 --> 00:44:49,050
(นักศึกษาชาย) จนจบเทอมเลยใช่ไหมครับ (อาจารย์) คะ

673
00:44:49,052 --> 00:44:53,052
(นักศึกษาชาย) จนจบเทอมเลยใช่ไหมครับ

674
00:44:53,052 --> 00:44:57,052
(อาจารย์) อ๋อ จนจบเทอมเลยไหม ใช่ไหม เพราะ Classroom

675
00:44:57,054 --> 00:45:01,054
ที่ให้เราเข้าก็คือ เป็นช่องทางสำหรับการส่งงาน

676
00:45:01,056 --> 00:45:05,056
ครูจะไม่รับการส่งงานจากช่องทางอื่น

677
00:45:05,056 --> 00:45:09,056
ไม่รับทาง LINE ให้ส่งทางนี้

678
00:45:09,058 --> 00:45:13,058
เท่านั้นนะคะ (นักศึกษาชาย) ครับ (อาจารย์) ค่ะ

679
00:45:13,059 --> 00:45:17,059

680
00:45:17,060 --> 00:45:21,060
เดี๋ยวไป

681
00:45:21,061 --> 00:45:25,061
ปักหมุดไว้ใน LINE อีกทีนะ กฎ

682
00:45:25,063 --> 00:45:29,063
ของการเข้า Classroom นะคะ ใครยังไม่ได้เข้า

683
00:45:29,064 --> 00:45:33,064
ให้เข้านะ เพราะงานทุกชิ้นต่อจากนี้ จะส่ง Classroom

684
00:45:33,065 --> 00:45:37,065
หมดเลย จ๊ะ

685
00:45:37,066 --> 00:45:41,066

686
00:45:41,067 --> 00:45:45,067
มีคำถามอะไรเพิ่มเติมไหมคะ

687
00:45:45,069 --> 00:45:49,069

688
00:45:49,070 --> 00:45:53,070
เอาอย่างนี้ ถ้าใครไม่มีคำถามอะไรเพิ่มเติม

689
00:45:53,072 --> 00:45:57,072
แล้วก็สามารถออกจากห้องได้

690
00:45:57,073 --> 00:46:01,073
นะคะ แล้วก็ถ้าใครมีคำถามก็อยู่รอถามครูได้

691
00:46:01,074 --> 00:46:05,074
เดี๋ยวครุจะรอส่งพวกเราก่อนแล้วค่อบปิดห้อง

692
00:46:05,078 --> 00:46:09,078
คะ ๆ จ๊ะ (นักศึกษาหญิง)  ไ

693
00:46:09,080 --> 00:46:13,080
ไม่เช็กชื่อค่ะ ครู... เดี๋ยวแป๊บหนึ่ง

694
00:46:13,081 --> 00:46:17,081
อย่าเพิ่งออกนะ ครูขอแคปฯ หน้าจอ

695
00:46:17,083 --> 00:46:21,083
ครูก่อน

696
00:46:21,084 --> 00:46:25,084

697
00:46:25,085 --> 00:46:29,085
โอเค

698
00:46:29,087 --> 00:46:33,087
ครูเก็บหลักฐานเรียบร้อยแล้ว เช็กชื่อแล้ว ออกจากห้องได้

699
00:46:33,088 --> 00:46:37,088
มีคำถามอยู่ รอถามครูได้

700
00:46:37,092 --> 00:46:41,092
คาบหน้า คาบหน้าเราเรียน On Site

701
00:46:41,093 --> 00:46:45,093
กับบทที่ 8 นะจ๊ะ สวัสดี

702
00:46:45,095 --> 00:46:49,095
ทุกคนนะคะ แล้วเจอกันค่ะ

703
00:46:49,096 --> 00:46:53,096
(นักศึกษาหญิง)  สวัสดีค่ะ (อาจารย์)  สวัสดีค่ะ

704
00:46:53,097 --> 00:46:57,097
(นักศึกษาชาย) สวัสดีครับ (นักศึกษาหญิง) สวัสดีค่ะ

705
00:46:57,098 --> 00:47:01,098

706
00:47:01,099 --> 00:47:05,099

707
00:47:05,100 --> 00:47:09,100

708
00:47:09,103 --> 00:47:13,103

709
00:47:13,106 --> 00:47:17,106

710
00:47:17,109 --> 00:47:21,109

711
00:47:21,112 --> 00:47:25,112

712
00:47:25,113 --> 00:47:29,113

713
00:47:29,116 --> 00:47:33,116

714
00:47:33,118 --> 00:47:37,118

715
00:47:37,121 --> 00:47:41,121

716
00:47:41,123 --> 00:47:45,123

717
00:47:45,125 --> 00:47:49,125

718
00:47:49,126 --> 00:47:53,126

719
00:47:53,129 --> 00:47:57,129

720
00:47:57,131 --> 00:48:01,131

721
00:48:01,134 --> 00:48:05,134

722
00:48:05,136 --> 00:48:09,136

723
00:48:09,137 --> 00:48:13,137

724
00:48:13,140 --> 00:48:17,140

725
00:48:17,141 --> 00:48:21,141

726
00:48:21,144 --> 00:48:25,144

727
00:48:25,146 --> 00:48:29,146

728
00:48:29,150 --> 00:48:33,150

729
00:48:33,152 --> 00:48:37,152

730
00:48:37,153 --> 00:48:41,153

731
00:48:41,156 --> 00:48:45,156

732
00:48:45,158 --> 00:48:49,158

733
00:48:49,163 --> 00:48:53,163

734
00:48:53,165 --> 00:48:57,165

735
00:48:57,167 --> 00:49:01,167

736
00:49:01,170 --> 00:49:05,170

737
00:49:05,172 --> 00:49:09,172

738
00:49:09,174 --> 00:49:13,174

739
00:49:13,177 --> 00:49:17,177

740
00:49:17,179 --> 00:49:21,179

741
00:49:21,182 --> 00:49:25,182

742
00:49:25,185 --> 00:49:29,185

743
00:49:29,186 --> 00:49:33,186

744
00:49:33,189 --> 00:49:37,189

745
00:49:37,192 --> 00:49:41,192

746
00:49:41,194 --> 00:49:45,194

747
00:49:45,195 --> 00:49:49,195

748
00:49:49,196 --> 00:49:53,196

749
00:49:53,198 --> 00:49:57,198

750
00:49:57,200 --> 00:50:01,200

751
00:50:01,201 --> 00:50:05,201

752
00:50:05,202 --> 00:50:09,202

753
00:50:09,205 --> 00:50:13,205

754
00:50:13,207 --> 00:50:17,207

755
00:50:17,209 --> 00:50:21,209

756
00:50:21,211 --> 00:50:25,211

757
00:50:25,213 --> 00:50:29,213

758
00:50:29,215 --> 00:50:33,215

759
00:50:33,217 --> 00:50:37,217

760
00:50:37,221 --> 00:50:41,221

761
00:50:41,222 --> 00:50:45,222

762
00:50:45,225 --> 00:50:49,225

763
00:50:49,229 --> 00:50:53,229

764
00:50:53,231 --> 00:50:57,231

765
00:50:57,232 --> 00:51:01,232

766
00:51:01,235 --> 00:51:05,235

767
00:51:05,236 --> 00:51:09,236

768
00:51:09,237 --> 00:51:13,237

769
00:51:13,240 --> 00:51:17,240

770
00:51:17,242 --> 00:51:21,242

771
00:51:21,244 --> 00:51:25,244

772
00:51:25,245 --> 00:51:29,245

773
00:51:29,247 --> 00:51:33,247

774
00:51:33,250 --> 00:51:37,250

775
00:51:37,253 --> 00:51:41,253

776
00:51:41,255 --> 00:51:45,255

777
00:51:45,256 --> 00:51:49,256

778
00:51:49,259 --> 00:51:53,259

779
00:51:53,262 --> 00:51:57,262

780
00:51:57,264 --> 00:52:01,264

781
00:52:01,266 --> 00:52:05,266

782
00:52:05,269 --> 00:52:09,269

783
00:52:09,270 --> 00:52:13,270

784
00:52:13,274 --> 00:52:17,274

785
00:52:17,277 --> 00:52:21,277

786
00:52:21,280 --> 00:52:25,280

787
00:52:25,282 --> 00:52:29,282

788
00:52:29,284 --> 00:52:33,284

789
00:52:33,285 --> 00:52:37,285

790
00:52:37,287 --> 00:52:41,287

791
00:52:41,290 --> 00:52:45,290

792
00:52:45,292 --> 00:52:49,292

793
00:52:49,294 --> 00:52:53,294

794
00:52:53,296 --> 00:52:57,296

795
00:52:57,298 --> 00:53:01,298

796
00:53:01,302 --> 00:53:05,302

797
00:53:05,303 --> 00:53:09,303

798
00:53:09,305 --> 00:53:13,305

799
00:53:13,307 --> 00:53:17,307

800
00:53:17,310 --> 00:53:21,310

801
00:53:21,312 --> 00:53:25,312
[สิ้นสุดการถอดความ]

802
00:53:25,314 --> 00:53:29,314

803
00:53:29,315 --> 00:53:33,315

804
00:53:33,317 --> 00:53:37,317

805
00:53:37,320 --> 00:53:41,320

806
00:53:41,322 --> 00:53:45,322

807
00:53:45,325 --> 00:53:48,325

808
00:53:49,326 --> 00:53:52,330

809
00:53:53,331 --> 00:53:56,333

810
00:53:57,333 --> 00:54:00,333

811
00:54:01,336 --> 00:54:04,339

812
00:54:05,338 --> 00:54:08,340

813
00:54:09,340 --> 00:54:12,341

814
00:54:13,343 --> 00:54:16,344

815
00:54:17,344 --> 00:54:20,344

816
00:54:21,347 --> 00:54:24,353

817
00:54:25,351 --> 00:54:28,354

818
00:54:29,352 --> 00:54:32,354

819
00:54:33,354 --> 00:54:36,358

820
00:54:37,356 --> 00:54:40,360

821
00:54:41,358 --> 00:54:44,361

822
00:54:45,360 --> 00:54:48,363

823
00:54:49,361 --> 00:54:52,364

824
00:54:53,363 --> 00:54:56,368

825
00:54:57,365 --> 00:55:00,368

826
00:55:01,368 --> 00:55:04,371

827
00:55:05,370 --> 00:55:05,370

828
00:55:09,371 --> 00:55:09,375

829
00:55:17,379 --> 00:55:17,379

830
00:55:13,376 --> 00:55:13,379


