รัฐบาลจะสร้างรายได้ใหม่ของรัฐด้วยการนำเศรษฐกิจนอกระบบและเศรษฐกิจใต้ดินเข้าสู่ระบบภาษีเพื่อนำไปจัดมันเป็นสวัสดิการด้านการศึกษาสาธารณสุขและสาธารณูปโภคนอกจากนี้ยังจะเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยควบคู่กับการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ ให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก ผ่านการผลักดันโครงการ Digital wallet เป็นการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมการพัฒนาศูนย์ข้อมูลภาครัฐพร้อมทั้งจะเร่งยกระดับการทำการเกษตรไปสู่เกษตรทันสมัย ในแนวคิดที่ว่าตลาดนำนวัตกรรมเสริมเพิ่มรายได้ จากนั้นพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีนายณัฐพงษ์เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกรัฐสภา ได้อภิปรายถึงนโยบายของรัฐบาลนางสาวแพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตอนหนึ่งนะคะ ว่ามีนโยบายใดที่ได้ผลเป็นรูปประธรรมบ้าง ทั้งนี้นโยบายด้านสวัสดิการสังคมไม่ได้ทำตามนโยบายที่หาเสียงเอาไว้ ืและนโยบายรัฐบาลชุดที่ผ่านมา อย่างเช่น เงินอุดหนุนเด็ก เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เงินอุดหนุนคนพิการ รวมถึงปัญหายาเสพติด ก็สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยไม่มีความมั่นคงในชีวิตเพิ่มขึ้น หลายปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่ปัญหาใหม่ ไม่เพียงแต่ประชาชนคาดหวังให้รัฐบาลที่มีเป็นการนำเข้ามาแก้ไขปัญหา แต่รัฐบาลขาดอำนาจนำในการจัดตั้งรัฐบาล นายกสั่งการสิ่งใดไปแต่ราชการไม่ปฏิบัติตาม ซึ่งปัญหาอาจจะอยู่ที่ไม่เข้าใจระบบราชการ หรือการไม่มีอำนาจ ซึ่ง 1 ปี ของรัฐบาลนั้น สูญเปล่านะคะ อย่างไรก็ตามทางฝั่งของสมาชิกวุฒิสภาก็ให้ความสนใจอภิปรายต่อการแถลงนโยบายของรัฐบาล ต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาจำนวนมากนะคะ โดยนายพิสิฐ อภิวัฒนพร สมาชิกรัฐสภาก็ขอให้รัฐบาลปกป้องผลประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการไทยที่เป็น SME ค่ะ ซึ่งไม่สามารถจะแข่งขันกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่จากต่างประเทศได้นะคะ โดยเฉพาะออนไลน์ต่างชาติที่มีเทคโนโลยีทันสมัย มีระบบการขนส่งขนาดใหญ่ รวดเร็ว เร็ว ประหยัดต้นทุนมากกว่าผู้ประกอบการไทย ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงพาณิชย์กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ต้องให้แพลตฟอร์มออนไลน์ของไทยมาบูรณาการ หน่วยงานภาครัฐและทำงานร่วมกันมากขึ้น พร้อมทั้งได้เสนอให้มีการกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างชาติที่มาประกอบธุรกิจในประเทศไทยนะคะ จะต้องจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อจะได้จัดเก็บภาษีและควบคุมสินค้าให้กับประชาชน และต้องมีการแก้กฎหมายที่ยังไม่ทันสมัยด้วยนะคะ ขณะนี้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาพร้อมแล้วนะคะ มีท่านรองประธานรัฐสภา ท่านมงคล สุระสัจจะ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ติดตามกันเลยค่ะ นโยบายสมาชิกรัฐบาลได้ซักถามและอภิปราย ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตอบชี้แจง เมื่อที่ประชุมได้พี่มาเป็นเวลาพอสมควรประธานของที่ประชุมได้สั่งพักการประชุม เพื่อมาพิจารณาต่อในวันนี้ เวลา 9.00 น. ดังนั้น ผมขอดำเนินการต่อนะครับ ก่อนดำเนินการต่อนะครับ อยากเรียนให้ท่านสมาชิกได้ทราบว่า ได้ทราบผลสรุปของเวลาในการอภิปรายของแต่ละฝ่าย ดังนี้นะครับ 1. คือ ท่านประธานในที่ประชุมเวลาที่ได้รับจัดสรร 1 ชั่วโมง ใช้เวลาไป 41 นาที 32 วินาที คงเหลือ 48 นาที นาที 28 วินาทีครับ 2. ใช้เวลาไป 2 ชั่วโมง 49 นาที 38 วินาที คงเหลือ 3 ชั่วโมง 10 นาที 22 วินาที ท่านสมาชิกวุฒิสภ ได้รับจัดสรร 4 ชั่วโมง 30 นาทีใช้เวลาไป 2 ชั่วโมง 20 นาที คงเหลือ 2 ชั่วโมง 9 นาที 49 วินาที ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคร่วมรัฐบาล เวลาที่ได้จัดสรร 4 ชั่วโมง 30 ใช้เวลาไป 3 ชั่วโมง 13 นาที 23 วินาที คงเหลือ 1 ชั่วโมง 16 นาที 37 วินาที สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้รับจัดสรร 23 ชั่วโมง ใช้เวลาไป 6 ชั่วโมง 5 นาที 4 วินาทีคงเหลือ 6 ชั่วโมง 40 นาที 56 วินาที ระยะเวลาอภิปรายที่ใช้ไปทั้งหมดนะครับ 15 ชั่วโมง 23 นาที 48 วินาที คงเหลือ 13 ชั่วโมง 36 นาที 12 วินาทีครับ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบครับ ครับ ต่อไปขอเชิญสมาชิกรัฐบาลที่ซักถามและอภิปรายต่อนะครับ ขอเชิญครับ ท่านแรกครับ ท่านที่ 1 คือ ท่านสุรทิน พิจารณ์ ครับ ใช้เวลา 7 นาที เชิญครับ (คุณสุรทิน) ท่านประธานที่เคารพ กระผมสุรทินพิจารณ์หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ สส. บัญชีรายชื่อในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่น ท่านประธานครับ ก็ต้องขอชื่นชม ฯ พณฯ นายกมนตรีผ่านท่านประธานนะครับ ว่าชื่นชมด้วยความจริงใจท่านนายกมนตรีเป็นนายกคนที่สวยที่สุดในโลกครับ และเป็นคนเก่ง แถลงนโยบายชัดถ้อยชัดคำนะครับ ไม่ตกสักนิดเลย ท่านประธานครับ 10 ข้อ ที่ท่านนายกมนตรีได้แถลงต่อสภาเมื่อวานนี้ ท่านประธานครับ กระผมได้ศึกษาโดยชัดแจ้งแล้ว ปรากฏว่ายังตกบกพร่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นชนกลุ่มน้อยที่ไม่มีในนโยบาย กราบเรียนท่านประธานว่ามีคนกลุ่มหนึ่งที่ได้ชื่อว่าเป็นคอมมิวนิสต์ คนกลุ่มหนึ่งที่ได้รับการปรับที่มีรัฐบาลได้ปราบปรามคอมมิวนิสต์ แต่ได้ส่งผลกระทบต่อลูกหลานคอมมิวนิสต์ครับ ไม่มีในนโยบายที่นายกรัฐมนตรีเรา นะครับ ซึ่งพรรคประชาธิปไตยใหม่สนับสนุนอยู่ดี ได้เขียนไว้ในนโยบาย 10 ข้อครับ ก็เลยอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปผ่านไปที่ร้านดนตรีว่าคนเหล่านี้ควรจะรับการเยียวยา คำว่า "คอมมิวนิสต์" นั่น ก็คือความคิดต่าง ประธานก็คงทราบดี ท่านประธานก็อยู่ในเหตุการณ์นะครับ ผมก็อยู่ในเหตุการณ์ครับ ผมสหายไทย กราบเรียนท่านประธานว่าเราได้เจอปัญหามาจากความคิดความหาต่างกันความคิดเห็นต่างกัน ได้สู้รบกัน ฝ่ายที่สู้รบกับรัฐบาล คนที่ตายได้รับปูนบำเหน็จบำนาญนะครับ แต่คอมมิวนิสต์ตาย ตายเหมือนกับหมาข้างถนนครับท่านประธานครับ กระทบถึงลูกถึงหลาน กรณีที่ตายนั้น อย่างเช่น คดีถังแดง กรณีบ้านซับแดงท่านประธานครับ กรณีนิคมคำสร้อย ที่ลากศพผูกคอมาเหมือนกับหมาข้างถนน มาถามว่าญาติของใครบ้าง กรณีของเลิงนกทาที่ เผาบ้านเผาช่องเผายุ้งข้าว ภาษาอีสานเรียกว่า ให้มีอยู่มีกินกระทบถึงลูกถึงหลาน อย่างนี้ พอช่วงนึงก็มีคำสั่ง 66/23 ให้เราวางปืนครับท่านประธานครับ มาร่วมกันสร้างบ้านแปลงเมืองเราก็ร่วมมือ20 ปี แล้วเรามาช่วยกันสร้างบ้านแปลงเมือง กราบเรียนท่านประธานไปถึงนายกมนตรี ว่าความรุนแรงเหล่านี้กระทบถึงพี่น้องซึ่งเรียกว่าผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ลูกหลาน คอมมิวนิสต์มันตายเกือบหมดแล้วครับท่านประธานครับ พวกเราอายุเกือบ 70 แล้วบางคนก็ 70 กว่าไปแล้วแต่ว่าลูกหลานยังอยู่ท่านประธานครับ ลบไปหมดมาถึงวันนี้ตัวได้อำนาจรัฐไปแล้วมีความอยู่เย็นเป็นสุขอยู่ดีกินดี ควรจัดทำบุญการกุศลได้ไหม เอาเงินมาเยี่ยวยากับพี่น้องนะครับ งบปี 2567 ผมก็อภิปรายแปรญัตติท่านประธานที่เคารพ 6,000 ล้าน เพื่อให้พี่น้อง ผรท. ก็ผ่านให้เรียบร้อยแล้ว พี่น้องก็ยังไม่ได้รับอยู่ดี วันที่ 24 กันยายนนี้ จะมาเป็นหมื่นที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อมาพบนายกรัฐมนตรีของเรา ถ้าหากนายกรัฐมนตรีไม่เข้าใจ นายกรัฐมนตรีก็เรียนถามรองนายกฝ่ายความมั่นคงได้เลยว่าเหตุการณ์มันเป็นอย่างไร ท่านประธานครับ นี่คือกลุ่มปัญหาที่ต้องเยียวยาให้ การเยียวยาเรียนไปเลยว่าไม่ต้องผ่าน กอรมน. เสียเบี้ยรายทางหัวคิว เยียวยามาแล้ว 4 ครั้ง แล้วมันยังไม่หมดครับ เที่ยวนี้นะครับผม สุรทินในฐานะผู้ประสานงานขอกราบเรียนอาจารย์ว่าขอเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งได้ผ่านงบกลางสภาก็ผ่านไปให้เรียบร้อยแล้วครับ ท่านประธานที่เคารำครับ นี่คือปัญหาที่ต้องรัฐบาลต้องเยียวยาดูแลอีกุ้งปัญหาหนึ่งคือกลุ่มปัญหาที่ยังเหลือ คือ กลุ่มหนี้สินที่ดินป่าไม้ เขื่อน คอมมิวนิสต์... ขอโทษครับ ที่ดินหนี้สินป่าไม้เขื่อนและทหารผ่านศึกนะครับ กลุ่มปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากพี่น้องประชาชนนะครับ เกิดจากรัฐบาลเป็นคนกระทำนะครับ อย่างเช่นที่ดิน ดีใจที่นายกมนตรีก็มีนโยบายแก้ปัญหาที่ดิน ที่ดินอย่างไรครับ อยู่ ๆ ก็ไปไล่พี่ลองออกจากอุทยานอย่างนี้ อุทยานตั้งปี 2524 หลังพี่น้อง อย่างเช่น กรณีอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดโคราชเรานี่ ทั้งอำเภอ ท่านประธานที่เคารพ เป็นจำเลยทั้งหมด เป็นจำเลยของทางราชการทั้งหมด เพราะอะไร หาว่าไปบุกรุกที่ดินของรัฐที่โขงเจียมนะครับ หาว่าบุกที่ดินของอุทยาน อย่างนี้เป็นต้น ตกเป็นจำเลยครับ นี่ครับท่านประธานครับ หนี้สิน หนี้สินเกิดจากอะไร เกิดจากนโยบายของรัฐเหมือนกัน ให้ไปลูกมะม่วงหิมพานต์ ท่านประธานก็คงรู้ ไม่มีตลาดนะครับ พี่น้องก็เป็นหนี้ธกสอีก เอาวัวมาแจกว่างก็ไปซื้อใบจากโดนต่างประเทศ มาวัวก็ไม่ออกลูก ชาวบ้านก็เรียกว่าวัวพลาสติก ท่านประธานครับ ป่าไม้ก็เหมือนกัน เขื่อนใครไปสร้างเขื่อน รัฐบาลสร้างเขื่อน ท่วมไร่ท่วมนาเหมือนกับราษีไศล ก็มีกลุ่มเกษตรกรภาคอีสานของ ดร.ศักดา เรียกร้องมา 5 ปีแล้วครับ ยังไม่รับการเหลียวแล บอกว่าไม่มีงบประมาณ นี่คือปัญหารัฐบาลต้องแก้ไข ฯพณฯ ต้องแก้ไข เห็นใจมาก ๆ ครับ อีกกลุ่มหนึ่ง ที่รบกันมา คือ ทหารผ่านศึก รบกับพวกเรานี่แหละ แต่ว่าเขาไม่มีตัวแทนในสภาเราก็เป็นปากเป็นเสียงให้ ทนี่คือสิ่งที่กราบเรียนท่านประธานไว้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอเวลาอีกนิดหนึ่งนะครับ ครับ ปัญหาเหล่านี้ทั้งข้อ 1 ข้อ 2 กลุ่ม กลุ่มปัญหา 4-5 กลุ่มนี้ มันก็เปรียบเสมือนหนามกระบองเพชรปักอยู่ที่เท้าของนายกรัฐมนตรี ถ้าหากนายกรัฐมนตรีไม่แก้ไขเดินไปไหนก็เจ็บแป๊บ ๆ ไปเรื่อย ๆ อย่าลืมนะครับ การเปลี่ยนแปลงทุกครั้งเกิดจากอะไรครับ เกิดจากม๊อบครับ เกิดจากม๊อบมาจากพี่น้องประชาชนนี่แหละ สักพักนึงแล้วก็ได้ยินเพลงมาร์ชล่ะ นี่คือปัญหานายกรัฐมนตรีต้องตัดไฟต้นลมต้อง แก้ปัญหากลุ่มเหล่านี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นชนกลุ่มน้อยของประชาชน ข้อที่ 3 ครับท่านประธานครับ พรรคประชาธิปไตยใหม่ ผมสุรทิน พิจารณ์ เป็นหัวหน้าพรรคเห็นใจนโยบาย 10 ข้อนี่ เห็นด้วยทั้งหมดนะครับ กราบเรียนนายกรัฐมนตรีเลย มีเงินก็ประมาณก็เอาจากสภาไปเรียบร้อย แจกเลย แจกพรุ่งนี้ได้ไหม ไม่ต้องไปรอ เดี๋ยวนี้พี่น้องยากจนหมดแล้ว น้ำท่วม แจก พูดมาทุกครั้ง ถ้าพรุ่งนี้ทำได้ นี่คือสิ่งที่ดีมาก แจกเลยเงินดิจิทัล แจกเป็นเงินบาทได้ไหม ลดค่าน้ำค่าไฟได้พรุ่งนี้ ลดค่าน้ำ ลดค่าไฟ ลดค่าน้ำมัน นี่คือกราบเรียนท่านประธานฝากไว้ที่ฯพณฯ ครับ ขอขอบคุณครับ (คุณมงคล) ขอบคุณครับ ท่านต่อไปก็เชิญท่านปรีดา บุญเพลิงครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ สมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน การศึกษานำการเมือง ครูพัฒนาคน ประชาชนพัฒนาชาติ รากฐานของตึก คือ อิฐ รากฐานของชีวิต คือ การศึกษา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร และคณะรัฐมนตรี ในฐานะรัฐบาล จากการแถลงนโยบายเร่งด่วน 10 ประการ ของนายกรัฐมนตรีทำให้มองเห็นความมุ่งมั่น ตั้งใจในการแก้ไขปัญหาของประเทศได้อย่างเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด และยั่งยืน จากการศึกษานโยบายเร่งด่วน 10 ประการนั้น ผมไม่อยากเห็นนโยบายที่แถลงในวันนี้ เป็นนโยบายที่ไม่ตอบโจทย์ในการพัฒนาประเทศ และไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างจริงจัง เป็นนโยบายที่เป็นไม้หลักปักเลน กลัวว่าแถลงนโยบายแล้วทำไม่ได้ ด้วยความเป็นห่วงครับ โดยเฉพาะนโยบายข้อที่ 1 รัฐบาลจะผลักดันให้เกิดการปรับโครงสร้างหนี้ทั้งระบบ โดยเฉพาะกลุ่มสินเชื่อบ้าน และรถ ช่วยเหลือลูกหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบ ผมอยากจะเห็นการแก้ไขปัญหาหนี้สินของครู ข้าราชการอื่น และประชาชนทั้งประเทศอย่างจริงจังครับ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ในนามพรรคครูไทยเพื่อประชาชน ผมได้ศึกษานโยบายข้อที่ 8 รัฐบาลจะแก้ปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาด และครบวงจร เริ่มตั้งแต่การตัดต้นต่อการผลิต และจำหน่าย ความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน การสกัดกั้นการควบคุม การลักลอบนำเข้า และตัดเส้นทางการลำเลียงยาเสพติด การปราบปรามและการยึดทรัพย์ผู้ค้าอย่างจริงจัง เด็ดขาด การค้นหาผู้เสพติดในชุมชนเพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษา ตลอดจนการบำบัดรักษาผู้เสพยาเสพติด การฝึกอาชีพ การศึกษา การฟื้นฟูสภาพสังคม รวมทั้งระบบติดตามดูแล ช่วยเหลือไม่กลับไปสู่ปลูกตอนยาเสพติดอีก เพื่อคืนคนคุณภาพกลับสู่สังคม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมศึกษานโยบายนี้แล้ว ผมดีใจ มีความสุขใจ ที่จะได้เห็นประเทศไทยปลอดยาเสพติด ลูกหลาน เยาวชน นักเรียน นักศึกษา จะมีชีวิตที่ดีขึ้น มีอนาคตที่สดใส เป็นคนดี 2 ของสังคม มีอาชีพที่มั่นคง แต่ ๆ ๆ ข้อจริงในปัจจุบัน ระบาดทุกหย่อมหญ้า มีทุกหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ภูมิภาค และประเทศ เสพติดมากเข้าเกิดอาการประสาทหลอน เป็นปัญหาของสังคม ผู้รับผิดชอบ ตั้งแต่ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กำนัน สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบล อสม. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งผู้บริหารระดับสูง ตั้งแต่อำเภอถึงระดับประเทศก็รู้ข้อมูลดี ชาวบ้านหมดที่พึ่งแล้วครับ ผมในฐานะผู้แทนราษฎรได้รับฟัง ชาวบ้านพูดให้ฟังว่าร้านขายยาบ้าที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอ คือ โรงพัก ร้านขายยาบ้าที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอ คือ โรงพัก คนขาย คือ ตำรวจ คนขาย คือ ตำรวจ เท็จจริงอย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีรีบดำเนินการแก้ไขโดยด่วน ระบาดทุกหย่อมหญ้า จากอดีตที่ผ่านมา รัฐบาลไม่จริงใจการแก้ปัญหายาเสพติดวันนี้รัฐบาลนี้สัญญาประชาคมแล้วนะครับ ผมจะติดตามการทำงานของท่านอย่างใกล้ชิด อย่าให้เป็นไฟไหม้ฟางนะครับ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ นโยบาย 10 ข้อของรัฐบาลนี้ ไม่มีนโยบายด้านการศึกษา ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาชาติ ประชากรตั้งแต่แรกเกิดจนถึงตาย ต้องได้รับการศึกษาอย่างดี มีคุณภาพและเท่าเทียมกันทั้งประเทศ คุณภาพของประชากรในประเทศ ทั้งหลายก็คงทราบเป็นอย่างดีว่าเป็นอย่างไร ท่านจะปล่อยให้ประเทศล้าหลังเหรอครับ ท่านต้องการเขียนประชาชนเป็นคนดีมีคุณธรรมหรือไม่ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน รู้สึกผิดหวังที่ท่านไม่ใส่ใจในการพัฒนาคน ไม่ใส่ใจคุณภาพชีวิตของประชาชน ของนักเรียน นักศึกษา วิชาที่ประชาชนต้องการที่สุดจะให้บรรจุไว้ในหลักสูตร ก็คือวิชาหน้าที่พลเมือง วิชาศีลธรรม วิชาประวัติศาสตร์รัฐควรจะเน้นย้ำเรื่องสุขภาพของนักเรียน คือ เรื่องอาหารกลางวัน นมโรงเรียน รัฐควรจะยกเครื่องใหม่ คือ เด็กนักเรียนจะต้องมีอาหารเช้า อาหารกลางวัน และนมโรงเรียนนะครับ โดยรัฐจัดให้ฟรี ตั้งแต่อนุบาลจนถึง ม.6 โดยจัดอาหารเช้า 30 บาทต่อหัว กลางวัน 30 บาทต่อหัว นมโรงเรียน 10 บาทต่อหัว รวมแล้วต่อคน 70 บาทต่อวัน นักเรียนทุกสังกัดในประเทศ ขณะนี้มีประมาณ 20 ล้านคน เปิดเรียน 200 วัน คูณด้วยเงิน 70 บาท คูณด้วย 10 ล้านคน เราจะใช้งบประมาณในการดูแลสุขภาพนักเรียน ครับ ประมาณ 140,000 ล้านบาท ต่อปี ถึงไม่มากมายนัก ถ้ามองอีกมุมมองหนึ่งที่มองว่าคนที่มีปัญหาทางสังคมที่ไปอยู่ในเรือนจำ รัฐเลี้ยงอาหารฟรี เช้า เที่ยง เย็น แล้วออกจากสถาบันนั้นมาแล้วถามว่าเด็กจะเป็นคนดีไหม คนเรานั้นจะเป็นคนดีหรือไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์หรือไม่ ผมอยากเรียนว่าถ้าเราพัฒนาเด็กให้เด็กมีคุณภาพสุขภาพที่ดีตั้งแต่อนุบาลถึง ม.6 แล้วนี่ เขาได้รับอาหารได้อย่างดี ในขณะเดียวกันเป็นการลดค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง นะครับ และลดภาระผู้ปกครอง ในเรื่องที่จะต้องทำอาหารเช้าให้เด็กนักเรียน ให้ลูกหลานได้กินนะครับ นี่ก็คือเรื่องโรงเรียน และเรื่องครู ควรจะให้กำลังใจในการปฏิบัติงานของครู รัฐควรจัดสวัสดิการให้เพียงพอ และดูแลสวัสดิภาพครูให้ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การบริหารจัดการต้องกระจายอำนาจไปยังข้างล่างให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ท่านประธานที่เคารพครับ สรุป รัฐบาลควรใส่ใจด้านการศึกษาให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะขณะนี้มีการร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ซึ่งประชาชน และก็ครูรออยู่ว่าพระราชบัญญัตินี้จะดำเนินการแก้ไขอย่างไร เข้าให้รัฐสภาได้พิจารณาแก้ไขโดยด่วนครับ ขอบพระคุณมากครับ (คุณมงคล) ครับ ท่านต่อไปนะครับ ผมอ่านชื่อถูกหรือเปล่านะครับ ท่านกฤติทัศ แสงชนะโยธิน ครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานสภาที่เคารพ ผมนายกิตติธัช แสงธนาโยธิน สส. บัญชีรายชื่อพรรคใหม่ ในนาม... ในฐานะเป็นสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ก่อนอื่น ผมก็ต้องขอแสดงความยินดีกับท่านนายกรัฐมนตรี ท่านแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 2 แล้วก็อายุน้อยที่สุดในประเทศไทย ผมหวังว่าท่านนายกฯ แม้เป็นผู้หญิงเราให้เกียรติท่าน เพราะว่าในฐานะท่านเป็นเพศหญิงเป็นเพศแม่ สิ่งสำคัญที่สุด ผมหวังว่าท่านจะนำพาประเทศไทยของเราที่มีปัญหาในวันนี้นะครับ ที่มีความขัดแย้งหรือมีปัญหามากมายไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง และลดความขัดแย้งและนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองให้ได้ อันนี้ผมหวังอย่างนั้น เรื่องต่อมาครับ ผมขอแสดงความเสียใจ แล้วก็ส่งกำลังใจให้กับพี่น้องชาวจังหวัดเชียงรายที่ประสบอุทกภัย รวมทั้งคนไทยทั้งประเทศที่ประสบปัญหาอุทกภัยหรือความเดือดร้อน ขอให้ท่านนะครับ และผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปให้ได้ แล้วก็ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่หน่วยงานทุกภาคส่วนรวมทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยครับ พี่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันไปช่วยเหลือพี่น้องคนไทยที่เดือดร้อน ขอส่งกำลังใจ แล้วก็ขอขอบคุณท่านเหล่านั้น ณ โอกาสนี้ ในส่วนของนโยบายที่ทางรัฐบาล โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านได้แถลงนโยบายเร่งด่วน 10 ประการ ผมอ่านดูแล้วครับ หลาย ๆ นโยบายนี่ก็เป็นนโยบายเดิม ๆ ที่มีการเคยแถลงนโยบายของรัฐบาลก่อนหน้านี้มา แต่นโยบายที่ เนื่องจากเวลาจำกัด มันจะมีนโยบายที่ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งนะครับ เรื่องนโยบายแรกเลยรัฐบาลจะผลักดันให้ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ทั้งระบบ อันนี้คนไทยไม่ได้ขี้เกียจ ผมยังยืนยัน แต่เราขาดโอกาส กับดักความยากจนของพี่น้องคนไทย คือ หนี้สิน เราไปกู้หนี้นะครับ ร้อยละ 5 ร้อยละ 10 ร้อยละ 20 ต่อเดือน ต้นทุน 100 บาท ผมเคยพูดแล้วว่าร้อยละ 20 ต่อเดือนนี่ 240 บาทต่อปี หาอย่างไรก็ไม่ทันครับ ปัญหาเหล่านี้ มันเป็นปัญหาที่เราพูดกันมาตลอดระยะเวลา แต่เราก็แก้ไม่ได้ แต่เอาล่ะ วันนี้เรามีหลายภาคส่วน แต่ปัญหาการแก้หนี้นอกระบบ หนี้ทั้งระบบ ทั้งนอกระบบในระบบนี่นะครับ ทั้งสถาบันการเงินเราแก้ไม่ประสบความสำเร็จเพราะอะไรครับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีการให้ความร่วมมือ หรือคิดอย่างบูรณาการ ที่เราทำงานนี่อย่างต่างคนต่างทำ หน่วยงานภาครัฐก็มองอีกมุมหนึ่ง ภาคเอกชนหรือธนาคาร ก็มองอีกมุมหนึ่ง วันนี้ถ้าจะแก้ปัญหานี้อย่างให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด รัฐบาลต้องเอาใจใส่อย่างจริงจังครับ ท่านนายกท่านสามารถใช้อำนาจท่านที่มีอยู่ เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาหาวิธีแก้ปัญหา ไม่อย่างนั้นแหละครับ อีก 100 ปีเราก็แก้ปัญหาเรื่องนี่ไม่ว่าจะเป็นในระบบนอกระบบไม่ได้ครับ คนไทยก็จะต้องติดกับดักแห่งความยากจนตลอดไปครับ มันจะแก้ไม่ได้ นะครับ รายละเอียดมันมีรายละเอียดเยอะ ผมมีแผน มีอะไรเยอะแยะเลยครับ แต่ไม่สามารถพูดได้ทัน เนื่องจากว่ามันต้องใช้เวลา ในส่วนของนโยบายต่อมา นะครับ นโยบายที่ 6 อันนี้ก็จะสอดคล้องย้อนกลับไปในนโยบายแรก ก็คือว่ายกระดับทำการเกษตรแบบดั้งเดิมให้... ดั่งเดิมให้เป็นเกษตรทันสมัยโดยใช้แนวคิดตลาดนำนวัตกรรมเสริมเพิ่มรายได้ อันนี้ฟังดูดีครับ สวยหรู แต่ผมอยากจะขอแนะนำหรือขอเสริมนิดหนึ่ง ว่าวันนี้ ในอดีตที่ผ่านมา ความเป็นหนี้ของพี่น้องคนไทยนี่ เกิดจากนโยบายของรัฐที่ผิดพลาด แต่ก็ไม่รับผิดชอบครับ กลับส่งความยากจนให้กับพี่น้อง เป็นหนี้ ธกส. เป็นหนี้นอกระบบทุกสิ่งทุกอย่างเกิดจากนโยบายของรัฐที่ทำผิดพลาด คนที่ออกนโยบายหรือข้าราชการที่กำกับดูแลนโยบายไม่ได้รับผิดชอบเลยครับ ปัญหามันก็เลยสะสมขึ้นมา วันนี้ดีใจครับ ที่นายกฯ ท่านนำนโยบายนี้มา บอกว่าตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ผมก็หวังว่าสิ่งนี้มันจะเป็นแนวคิดใหม่ ที่จะทำให้พี่น้องประชาชนที่เป็นเกษตรกรนะครับ สามารถทำเกษตรแบบแนวคิดสมัยใหม่นี่นะครับ มีตลาดรองรับ มีวัฒนกรรม นวัตกรรมครับ ขอโทษที เสริมเพื่อลดรายจ่ายแล้วก็จะสามารถลดต้นทุนการผลิตนะครับ แล้วก็มีตลาดรองรับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มีหลายมีหลายโครงการครับ ที่น่าสนใจ ก็มันจะเป็น เขาเรียกว่าอะไร จะช่วยพี่น้องสามารถอยู่ดีกินดีได้ อันนี้ก็ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีครับ แต่ว่ามันก็มีแนวคิดอีกหลายอย่างที่ผมมีแนวทางอยู่ พรรคใหม่มีแนวทางในเรื่องนี้อยู่ แต่ว่าเนื่องจากเวลาจำกัด เราไม่สามารถที่จะดำเนินการพูดได้หมดนะครับ ผมขอพูดภาพรวม นโยบายต่อไปครับ นโยบายที่ 8 อันนี้ผมเห็นแล้วนี่ ตรงใจมากเลยครับ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำได้ดีแค่ไหน รัฐบาลจะแก้ปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาดและครบวงจร ปัญหายาเสพติด เป็นปัญหาที่แทรกซึมเข้าไปในทุกหย่อมหญ้าของประเทศไทย นะครับ ผมลงพื้นที่ต่างจังหวัด สิ่งแรกนะครับ พี่น้องประชาชนชาวบ้านเขาต้องการมากที่สุด คือ แก้ปัญหายาเสพติดครับ แบบยั่งยืน วันนี้ผมไปหลายที่ หลายท้องที่เขาบอกว่าอยากให้สร้างศูนย์พักคอยครับ อยากให้สร้างศูนย์พักคอยครับ 1 เม็ดเป็นความผิด แต่ไม่ต้องถูกจำคุก แต่ส่งเข้าไปอยู่ในค่าย ในศูนย์พักคอยได้ไหม การที่เข้าไปอยู่ในศุนย์พักคอย สามารถเอาคนที่ติดยาเสพติดแยกจากผู้ค้า อย่างน้อย 6 เดือน 1 ปี นะครับ หน่วยงานศาล กรมราชทัณฑ์ กระทรวงสาธารณสุข หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดนี่ครับ มาคิดแบบบูรณาการ เพื่อให้คนที่ติดยาเสพติดนะครับ แยกออกจากผู้ค้าอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปี เพื่อแยกการจ่ายการจำหน่ายจ่ายยาเสพติดให้กับผู้ป่วย... ผู้เสพครับ ขอโทษที เพื่อให้วงจรการค้าออกไป แล้วก็คนที่อยู่ในศูนย์พักคอยนี่ ให้เขาทำอาชีพครับ ทำอาชีพด้วยการทำอาชีพเกษตรแบบที่ผมกล่าวมาเมื่อสักครู่นี้ก็ได้ครับ แล้วก็ให้เขามีอาชีพให้เขาเลิกยา แล้วพี่น้องหรือคนอยู่ในบ้าน เขาเองเขาก็จะได้ไม่ต้องหวาดระแวงว่านอนไปนี่เขาจะได้มีชีวิตต่อไหม เพราะอะไรครับ อาจจะถูกตัดคอ หรืออาจจะถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งมันมีข่าวมาโดยตลอด สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ มันเป็นปัญหาที่เขาอยากจะให้รัฐบาลแก้ไขปัญหานี้ ขออีกนิดเดียวครับท่านครับ ในส่วนของการแก้ไขปัญหายาเสพติด ถ้าเราไม่แก้ปัญหาอย่างบูรณาการ ต่อให้มีนโยบายออกมาอย่างไร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่คิดรวมกัน ไม่บูรณาการในการวางแผน มันจะไม่สามารถแก้ปัญหายาเสพติดได้นะครับ อันนี้ขอฝากไว้นิดเดียว และสุดท้ายครับ ในเรื่องของการแจกเงิน ผมเคยสนับสนุนท่านนายกรัฐมนตรีท่านก่อนนะครับ บอกว่าถ้าแจกเป็นเงินดิจิทัลผมไม่สนับสนุน ไม่เห็นด้วย แต่ถ้าจะแจกเป็นเงินสดให้พี่น้องประชาชนคนไทยในวันนี้นะครับ ภายในกรอบของก็ประมาณปี 2567 นี่ที่จะหมดไปนี่ครับ ถ้าสามารถแจกเป็นเงินสดครับ ไม่ว่าจะ 5,000 10,000 กลุ่มเปราะบางหรือกลุ่มไหนก็แล้วแต่ที่ควรได้รับโอกาสในการเยียวยาความเดือดร้อนนะครับ แจกเป็นเงินสด อันนี้จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง แล้วก็ขอกราบขอบพระคุณรัฐบาลชุดนี้ อยากให้แจกเป็นเงินสดให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยที่กำลังเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเปราะบาง ผู้ประสบอุทกภัยที่อาจจะได้รับเงินส่วนนี้ไปนะครับ ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานรัฐสภา และก็นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ที่จะเข้ามาสานงานต่อ ก่องานใหม่ให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนคนไทย ขอบพระคุณครับ ท่านครับ (คุณมงคล) ครับ ขอบคุณครับ ขอเชิญท่านอลงกต วรกี ครับ (คุณอลงกต) กราบเรียนท่านประธานวุฒิสภานะครับ คุณท่านเรียนท่านกดครับผม ข้ามตามท่านไชยาม พวานเพลินจิตไปครับ ใช่ไหมครับ เชิญท่านไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ เผชิญทวารฟังนึกว่าท่านเชิญครับ ท่านไชยวารมั่นจิตครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ แล้วก็ขออนุญาตตั้งป้ายพรบให้โทษของภาคประชาชนตรงนี้เลยละกันครับ ท่านประธาน ครับผม เดี๋ยวนิดหนึ่งครับ คือ ถ้าไม่ผิดกับระเบียบกฎหมายก็อนุญาตครับ (ผู้เข้าร่วมประชุมชาย) ครับผม ไม่ผิดครับ แต่ว่าต้องขออนุญาตอย่างเป็นทางการครับ เพราะว่า พรบ. นิรโทษกรรมนั้นก็เป็นการเข้าชื่อตามรัฐธรรมนูญที่ให้ไว้นะครับ ปี 2560 นะครับ ก็ท่านประธานครับ ก่อนที่จะเข้าสู่วาระนะฮะ ผมต้องขอเป็นกำลังใจนะครับ ให้กับพี่น้องทุกหน่วยงาน แล้วก็พี่น้องกู้ภัยทุกคนที่เสียสละแรงกายทั้งหมดในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเชียงราย ขอให้เป็นกำลังใจครับ ทุก ๆ ท่านที่อยู่ตรงนั้นครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะพูดอภิปรายในวาระนี้เป็นวาระเดียวที่ผมจะมาสารตั้งต้นก่อนว่าที่ผมจะพูดนั้นเส้นทางนี้ ก็คือเรื่องของหลักนิติธรรม ผมอยากให้ทุกท่านฟังและพี่น้องประชาชนทุกคนได้ฟังนะ ว่าผมจะพูดแต่เรื่องนี้ ในเส้นทางถนนนี้เท่านั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวในที่แถลงว่ารัฐบาลจะยึดมั่นในหลักนิติธรรมและความโปร่งใส ผมพาดหัวแค่นี้ง่าย ๆ เพราะฉะนั้น วันนี้ผมจะมาชี้ช่องนะครับ ว่าสิ่งที่ทำง่าย ๆ ในการพิสูจน์ถึงความจริงของรัฐบาลนี้ทำอย่างไรได้บ้าง ที่ผ่านมานี่มีคดีหนึ่งที่ศาลรับฟ้องแล้วจำเลยคดีบอส บอสไหน ผมไม่เอ่ยนะฮะ แต่ว่ามีข้าราชการระดับสูงนี่ถูกร้องไปแล้ว ก็หวังว่าเรื่องนี้จะจบลงแล้วปิดตำนานนี้สักที ประเด็นมันเป็นแบบนี้ ประเด็นก็คือมันเชื่อมไปถึงนักการเมืองระดับสูงท่านหนึ่ง ที่อยู่ในรัฐบาลอดีตและอยู่ในรัฐบาลปัจจุบัน และขออนุญาตพาดพิงนะครับ เพราะท่านธีรชัยได้จี้นายกฯ ไปแล้วเมื่อปีที่แล้ว ว่าขอให้พิจารณาฟันวินัยท่านนี้ อดีตนายกนี่ก็บอกว่าขอให้รอนิดนึงก่อน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องที่จะพิสูจน์ได้เลย ว่าท่านจะทำบรรทัดฐานหลักนิติธรรมตรงนี้ให้เป็นอย่างไร ผมไม่ต้องเอ่ยนาม ทุกคน Search ก็เจอแล้วว่านี่คือใคร ปฏิเสธไม่ได้สมาทานนี่คือเรื่องที่เราขัดแย้งกันอยู่ในปัจจุบันคือเรื่องของคดี ทางการเมือง ท่านประธานครับ 43 ยังถูกคุมขังอยู่คดีทางการเมือง มีทั้งคดีอาญามาตรา 112 และคดีอื่นจำนวนมาก ทั้งหมดนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าที่ผ่านมา คือ ความขัดแย้งทางการเมืองระดับสูง วันนี้ท่านบอกว่าหลักนิติธรรมนั้น ท่านจะยึดมั่นด้วยความโปร่งใส ผมจะชี้ให้ดูครับ ว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ท่านประธานศาลอาญาลงโทษ 87 ปีนะครับ ศาลตัดสินป้าอัญชันคดีอาญามาตรา 12 เหตุแชร์คลิปบรรพตนี่สูงสุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ และสถิติต่อมาจำนวนอย่างน้อยนะ ของเด็กเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีอาญาปี 2563 ถึงปี 2566 พรก. ฉุกเฉิน 241 คนพรกฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงใน กทม. 4 คน มาตรา 112 คน พรบ. คอมพิวเตอร์ 9 คนพรบชุมนุม 8 คนและมาตรา 112 อีก 3 ท่านครับประธาน ทนายสิทธิ์และแอมแนสตี้ฯ ก็บอกเขาว่าปี 6366 เนี่ยอย่างน้อยนะฮะมี 286 รายถูกดำเนินคดีทางการเมืองมีเยาวชนอย่างน้อย 2 คนอยู่ในศาลสู้คดี 112 อยู่และที่สำคัญ คือ มีน้องอีก 1 คน ที่เป็นเด็กในชุมชน ในพื้นที่เขตจอมทองของผม ก็ถูกการต่อสู้คดีอาญามาตรา 112 ที่เป็นเยาวชนด้วย ท่านประธานครับ ผมจะชี้ให้ดูอีก 1 อย่าง ท่านทวีก็มาชี้นะครับ ว่าเป็นสิทธิ์คุณทักษิณนั้นยื่นขอความเป็นธรรมให้กับอัยการสูงสุดในเรื่อง ม. 112 พนักงานสอบสวนถูกข่มขู่ มีสิ่งจูงใจไม่ฟันธงว่าการยื่นฟ้อง คสช. ชอบด้วยกฎหมาย เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายผม ขอชื่นชมนะ ผมก็หวังว่าเรื่องนี้จะเปิดโอกาสให้กับทุกฝ่ายจริง ๆ ให้พี่น้องและผู้ที่กำลังถูกดำเนินคดีอาญามาตรา 112 ได้สู้สุดชีวิต ไม่ใช่มาบอกว่านี่คือดุลยพินิจพี่นิดท่านประธาน ผมทราบว่าท่านนายกต้องเข้าใจดีเรื่องนี้คุณพ่อของท่านก็ถูกดำเนินคดีนี้อยู่และก็เป็นคนหนึ่งที่เข้าใจหัวอกนี้ครับ ว่าถ้าเรามีครอบครัวไปอยู่ในเรือนจำ ความห่วงใยมันคืออย่างไร พี่น้องที่อยู่ในเรือนจำในคดีทางการเมืองนั้น พวกเขาก็มีครอบครัว พวกเขาก็มีลูฏ พวกเขาก็มีพ่อแม่ที่รออยู่ข้างนอก และปฏิเสธไม่ได้ว่านี่จ่ายเป็นเครื่องมือทางการเมือง เพราะว่าไปดูในรายการของเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ก็มีคลิปหลุดออกมาแล้ว ผมอาจคาดหัวให้ฟัง ๆ ๆ ท่านประธาน แต่ถ้าจะฟ้องจริง ๆ นี่ ต้องเอาเรื่อง 112 คือเพื่อความเป็นบรรทัดฐานของประเทศ มันจะเปลี่ยนแปลงค่อย ๆ ซึมเซาะ บั่นทอนจิตกระทั่งสุดท้ายมันมีปัญหา เหมือนผมทำคราวที่แล้ว ที่ยุบไทยรักษาชาติ คือ เขาไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่มีข้อกฎหมายที่จะได้งานที่จึงได้ขอให้ผมช่วย นี่คือเครื่องมือทางการเมืองไหมท่านประธาน ท่านตัดสินเอาเอง เพราะฉะนั้น ผมชี้ช่องทางให้ดูเลยว่าสุดท้ายจะปรับปรุงล้อนี้ให้ตรงปัดไม่ได้ นั่นก็คือ พรบ. ประชาชนประธานครับ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวน นั้นเข้าชื่อแบบลายมือชื่อนะไม่ใช่เลยชื่อออนไลน์ ผมจะเจาะลึกให้ดูอีกนิดหนึ่งนะครับครับท่านประธาน เพราะว่าสิ่งสำคัญ ก็คือในพรบตัวนี้คดีที่จะเข้าข่ายนวัตกรรม คือ คดีมาตรา 112 คดี พรก. ฉุกเฉิน คดี พรบ. ประชามติ 2559 และคดีประกาศคำสั่ง คสช. ท่านประธาน ท้ายที่สุดที่ผมจะกล่าว คือ ผมจะพูดแบบนี้ครับ ที่ผมชี้ช่องนี่ ให้ท่านนายกฯ ทั้งหมดนี่ก็เพื่อเปิดทางให้ ไม่ต้องคิดไปไกลครับ ช่องตรงนี้มีทางออกอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นนี่ ผมไหว้ล่ะครับท่านประธาน ผมไหว่ล่ะครับท่านนายกฯ แล้วก็สมาชิกรัฐสภาทุกคน ผมขอโอกาสครับ แทนผู้ต้องขังคดีทางการเมืองที่ไม่สามารถส่งเสียงได้แล้วในวันนี้ ผมรู้ครับว่าทุกคนมีอุดมการณ์ และจุดยืนที่หลากหลาย และทุก ๆ ท่านในที่นี้ผมก็เชื่อว่าท่านรักประชาชนครับ ปกป้องประชาชนในอุดมการณ์ที่แตกต่างกันไป ผมเพียงอยากขอครับ ขอโอกาสให้พี่น้องที่อยู่ในเรือนจำครับ ท่านประธาน เพราะว่า พรบ. นิรโทษกรรม คือ ไพ่ใบสุดท้ายแล้วจริง ๆ ถ้า พรบ. ตัวนี้ ไม่สามารถนำพาอิสรภาพให้กับพวกเขาได้ คงไม่มีวิธีไหนอีกแล้วครับ ที่จะคืนพวกเขาสุ่อ้อมกอดเขารออยู่ ผมขอฝากเสียงนี้ ไปกับคำแถลงนโยบายที่ท่านนายกฯ ได้แถลง ขอให้ท่านจริงใจ ผลักดันอย่างสุดความสามารถ ให้กฎหมายบังคับใช้อย่างเท่าเทียม และช่วยกันทำให้สภาได้เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย ถ้าปีหน้ายังไม่เห็นอะไรที่เป็นรูปธรรมบ้างเลย นี่ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ของความจริงใจนะครับ ว่าทำได้จริงหรือเป็นเพียงแค่เสือกระดาษ แล้วผมขอยืนยันครับ ว่าฝ่ายค้านไม่ใช่ฝ่ายแค้น พวกเราเพียงแต่ทำตามอุดมการณ์ และไม่ยอมผิดคำพูดกับประชาชนที่เคยให้ไว้ในการเลือกตั้ง ขอบคุณมากครับ (คุณมงคล) ขอบคุณครับ เชิญท่านอลงกต วรกี ครับ กราบเรียนสถาน... ท่านประธานวุฒิสภนะครับ นะครับ กราบสวัสดีท่านชูศักดิ์ ศิรินิล นะครับ ท่านตรีประจำสำนักนายกนะครับ ท่านจิราพรสินธุไพรนะคะ ไปทำกับนายกและสุดท้าย คือ ...นะครับ ท่านตรีประจำสังคมรัตนานะครับ ขอบคุณที่ท่านเสียสละเวลามาฟังการอภิปรายในเรื่องของนโยบายนะครับ ขอสไลด์ด้วยครับ คือ ที่ขอนำเรียนคือที่ท่านพูดไว้เรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องของที่ท่านนายกฯ นะครับ แพทองธารอธิบายไว้ คือ เรื่องของการมีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีนะครับ หน้าที่หลักที่สำคัญก็คือว่าในการแบ่งนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ได้ที่ 2 นะครับ ท่านไม่มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องการแก้ปัญหาความโปร่งใส หรือการแก้ปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษาเลย โดยเฉพาะปัญหาของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชนะครับ ปัจจุบัน ไม่มีอธิการบดีบริหารงานมาเป็นเวลานานถึง 7 ปีแล้วนะครับ สิ่งที่สำคัญคือขอให้ท่านนายกฯ นะครับ ใช้คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 39/2559 เรื่องการจัดระเบียบและการแก้ปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ผ่านคณะรัฐมนตรีเข้ากลุ่มไหนสวยจะไม่ได้โดยทันทีนะครับ เหตุผลในหน้าที่ 3 ครับ ปัจจุบันนี้นะครับ มสธ. นะครับ ตัวจริงนะครับ ขาดนายกสภามหาวิทยาลัยขาดตัวจริงของกรรมการสภามหาลัยและอธิการบดี ปัจจุบันตำแหน่งทั้งหมดเป็นการรักษาอาการ มีการผลัดเปลี่ยนการลงตำแหน่งหมุนเวียนกันเอง มีบุคคลคนเดิมหมุนเวียนกลับมาดำรงตำแหน่งในกลุ่มเดิมนะครับ ในกลุ่มเดิมนะครับ มีการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จผ่านสภามหาวิทยาลัยผ่านชุดรักษาอาการนี้นะครับ ที่สำคัญ ก็คือว่ามีการเสนอโปรดเกล้านะครับ แต่งตั้งอธิการบดีคนใหม่ยืดเยื้อมาถึง 7 ปีนะครับ การแต่งตั้งโปรดเกล้าแต่งตั้งนี้มีการฟ้องร้องทั้งศาลปกครอง ศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยเฉพาะเป็นคู่กรณีนะครับ ที่สำคัญก็คือว่ามีการสั่งการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์นะครับ กกอ. หรือกรรมกาอุดมศึกษา มีมติให้รัฐมนตรีว่าการศึกษานะครับ หน้าต่อไปครับ แบบนี้ครับ สั่งการให้มหาลัยดำเนินการนะครับ ตามคำเรียกสาว ๆ การปกครองบอกว่าสภามหาวิทยาลัยะครับ ละเลยปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ราชการเสียหายร้ายแรง และให้ศาลดำเนินการแต่งตั้งการบริการใหม่ แต่เพิกเฉยครับ เพิกเฉยทั้งการสั่งการของรัฐมนตรี เพื่อใช้ในการสั่งการของศาลปกครองนะครับ ดูหน้าต่อมาเลยครับ 2 กันยายนครับ อ้างว่านะครับ น่าต่อไปเลยครับ คำพิพากษาของศาลปกครองนั้น มีข้อเท็จจริงใหม่ จึงไม่สามารถปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองได้ ผมเพิ่งรู้นะครับ ว่าคำสั่งศาลปกครองนี้ มหาวิทยาลัยไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตาม นะครับ ตรงนี้นะครับ ที่สำคัญก็คือว่า หน้าต่อมาครับ การประชุมล่าสุดเมื่อประมาณ 14 กุมภาพันธ์ 2567 นะครับ มีคำสั่งแล้วว่าจะมีการสรรหาอธิการบดีคนใหม่นะครับ ต่อเลยครับ คำแถลงการณ์ของอะไรมหาวิทยาลัยไม่มีลงชื่อครับ ยืนยันเลยครับ ว่ามีการเพิกเฉยต่อคำพิพากษาศาลปกครอง รวมทั้งมีการเพิกเฉยคำสั่งของรัฐบาลมานะครับ 4 สมัยแล้วนะครับ ตั้งแต่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านเศรษฐา ทวีสิน นะครับ รัฐมนตรีว่าการศึกษา 2 สมัย ทั้งท่านเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ท่านสุภมาส ปลัดกระทรวง 2 ครั้งครับ แต่ปี 2564 วันนี้ไปถึงยุคท่านนะครับ ปัญหาที่เกิดขึ้น ก็คือว่าจะให้มาให้มีศักดิ์ศรีได้อย่างไรครับ ตอนนี้ข้าราชการ พนักงาน อาจารย์นะครับ เกรงกลัวครับ อำนาจของสภารักษาการชุดนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ คือ ไม่มีธรรมาภิบาลแล้ว กระทรวงอุดมศึกษาสั่งการไม่ปฏิบัติคำถามที่เกิดขึ้น ก็คือว่าแล้วจะมีกระทรวงศึกษาไปทำไมครับ มหาวิทลัยเป็นเอกเทศ ไม่ฟังคำสั่งกระทรวงศึกษานะครับ นะครับ รวมทั้งรัฐมนตรี จึงขอให้ท่านนายกฯ นะครับ ใช้คำสั่งนี้ครับ เพราะคำสั่งที่มีอยู่เดิมนะครับ หน้าต่อมาเลยครับ ถ้าใช้ พรบ. มาตรา 51 ของกระทรวงอุดมศึกษานะครับ ขอนำเรียนว่ามีปัญหาแล้วนะครับ ไม่ปฏิบัติก็ได้นะครับ ตามพรบมาตรา 51 ของพรบจึงขอยืนยันว่าให้ใส่คำสั่งคสช ที่ 39/2559 และปัญหานี้นะครับ ต่อหน้าสุดท้ายเลยครับ ไม่ได้มีเฉพาะ มสธ. นะครับ ฝากท่านอาจารย์ชูศักดิ์ด้วยนะครับ รามคำแหงก็เกิดนะครับ ตอนนี้แล้วนะครับ นครพนมก็เกิดแล้ว และสุดท้ายคือราชมงคลธัญบุรีปัญหาเหมือนกัน ในกรณีที่กระทรวงอุดมการ ขอให้ท่านใช้คำสั่งนี้อย่างเด็ดขาดครับ ขอบคุณมากครับ (คุณมงคล) ท่านต่อไปขอเชิญท่าน เซีย จำปาทองครับ (คุณเซีย) เรียนท่านประธานสภาที่เคารพผมเสียจำปาทองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อบัตรประชาชนส่วนเครือข่ายผู้ใช้แรงงาน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับผม ได้ฟังคำแถลงนโยบายของรัฐบาลที่นำโดยคุณแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียนตามตรงครับ ผมรู้สึกผิดหวังที่ยังคงไม่มีเรื่องแรงงานนโยบายเร่งด่วนของท่าน ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ ตอนที่ท่านหาเสียง นโยบายแรงงานเป็นนโยบายเรือธงของพวกท่าน ในฐานะที่ผมเป็นอดีตกรรมกร เข้ามาเป็นผู้แทนในสภา เพื่อทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงของพี่น้องคนทำงานทุกคน วันนี้ผมจึงขออภิปรายเตือนความทรงจำ และตรวจสอบนโยบายขายฝันที่พวกท่านเคยให้คำมั่นสัญญากับพี่น้องแรงงานเอาไว้ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตหยิบยกเนื้อหาบางส่วนการแถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทยเนื่องในวันแรงงานปี 2566 หรือ 2 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง ให้ประธานและพี่น้องประชาชนได้รับฟัง และทบทวนไปด้วยกันอีกครั้ง ท่านประธานครับ ยังจำกันได้ไหม กับสโลแกนที่สวยหรู รดน้ำที่ราก ซึ่งพรรคเพื่อไทยเคยเสนอ เช่น ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท เงินเดือนปริญญาตรี 25,000 ปลดล็อกศักยภาพคนไทยผ่านนโยบาย 1 ครอบครัว 1 Soft Power สร้างงานใหม่กว่า 20 ล้านตำแหน่ง ส่งเสริมการคุ้มครองสิทธิแรงงาน ส่งเสริมการรวมตัวก่อตั้งสหภาพแรงงาน ให้การรับรองอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ รวมถึงสิทธิการลาคลอด ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่นายกฯ เคยให้คำมั่นสัญญากับพี่น้องแรงงานเอาไว้ ท่านยังจำได้หรือไม่ หรือมันเป็นแค่เทคนิคที่ท่านนำมาหลอกให้ผู้ใช้แรงงานลงคะแนนให้เพียงเท่านั้น นอกจากเงินดิจิทัล 10,000 บาทแล้ว ผมยังไม่เห็นรัฐบาลทำอะไรที่ได้ทำตามสัญญาให้กับพี่น้องแรงงานเลยครับ ไม่รู้ว่าท่านลืม แกล้งลืม หรือเป็นเพราะพวกท่านเกรงใจกลุ่มนายทุน ขุนศึก เจ้าสัว ผู้ยิ่งใหญ่กันแน่ครับท่านประธาน และสาเหตุที่ทำให้เลือกกระทรวงแรงงานไว้ในการกำกับดูแลของพรรคท่าน เพราะไม่สามารถทำตามนโยบายที่เคยหาเสียงไว้ใช่หรือไม่ หรือเป็นเพราะคนมีอำนาจยิ่งใหญ่จากสวรรค์ชั้นไหนครับ มาสั่งท่าน หน้าตาคณะรัฐมนตรีถึงออกมาเป็นเช่นนี้ แบบนี้มีแต่เจ็บ เจ๊งครับท่านประธาน ท่านประธานครับ สิ่งที่น่าเจ็บปวดไม่ได้มีแค่นี้ มีสิ่งเจ็บปวดที่มากกว่านี้ครับท่านประธาน นั่นคือเราได้รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานคนเดิม มาจากพรรคการเมืองเดิม ที่ไม่มีนโยบายด้านแรงงานแม้แต่นโยบายเดียว 1 ปีที่ผ่านมาก็ไม่ได้ทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันให้กับพี่น้องแรงงานเลยครับ ท่านประธานครับ แม้ในคำแถลงนโยบายรอบนี้จะไม่มีนโยบายเรือธง อย่างเช่น เรื่องค่าจ้าง 600 บาท เงินเดือนปริญญาตรี 25,000 แต่ผมเองก็ไม่คิดว่ามันจะเลวร้ายขนาดนี้ เลวร้ายอย่างไร มาดูครับท่านประธาน ข้อมูลจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมครับ ตามสไลด์ ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565 จนถึงกรกฎาคม 2566 หรือช่วง 1 ปีก่อนการบริหารของพรรคเพื่อไทยนะครับ มีโรงงานปิดตัวลงไป 1,200 แห่ง หลังจาก 1 ปีที่พรรคเพื่อไทยมาบริหารประเทศ หรือตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2566 ถึงกรกฎาคม 2567 มีโรงงานปิดตัวไป 1,519 แห่ง หรือเป็นตัวเพิ่มขึ้น 51.60 เปอร์เซ็นต์ นี่ครับ เฉพาะโรงงานที่จดทะเบียนตาม พรบ. โรงงานเท่านั้นนะครับท่านประธานไ ม่ใช่แค่นั้นครับ เรามาดูกันต่อว่ามีแรงงานถูกเลิกจ้างจากการปิดตัวโรงงานไปเท่าไร ก็พบว่าตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2566 กรกฎาคมปี 2567 หรือช่วง 1 ปีที่พรรคเพื่อไทยมาเป็นรัฐบาลนะครับ มีแรงงานถูกเลิกจ้างจากการปิดโรงงานไปทั้งสิ้น41,103 คน ท่านประธานครับ เพิ่มขึ้นก่อนจากก่อนหน้านี้ 54.34 เปอร์เซ็นต์ครับ ผมมานี่ไม่ใช่การบริหารงานที่ควรเป็นแล้วครับท่านประธาน รัฐบาลแบบไหนกันครับ หาเสียงว่ามีนโยบายจะสร้างงานเพิ่มขึ้น แต่บริหารงานจนมีโรงงานปิดตัวมากมาย มีคนถูกเลิกจ้างจำนวนเพิ่มขึ้น ปัญหาที่ตามมา ก็คือแรงงานที่ถูกเลิกจ้างถูกเอารัดเอาเปรียบ เงินค่าชดเชยที่ควรได้รับตามกฎหมายก็ไม่ได้รับ 1 ปีที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่รัฐเองก็ไม่ทำหน้าที่คุ้มครองของแรงงาน ทำตัวเหมือนสมรู้ร่วมคิดในการเอาเปรียบลูกจ้างด้วยซ้ำ ทั้ง ๆ ที่เรื่องเหล่านี้ท่านไม่ต้องมาแถลงเป็นนโยบายด้วยซ้ำครับท่านประธาน เพราะนี่มันเป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย ที่อย่างไรรัฐบาลก็ต้องทำครับ แต่ที่ผ่านมามันเกิดอะไรขึ้น มีคนมาร้องเรียนกับกรรมาธิการการแรงงานและผมเป็นจำนวนมาก เกี่ยวกับปัญหาการเลิกจ้าง ลอยแพ ไม่จ่ายเงินค่าชดเชย ผมขอยกตัวอย่างให้ท่านประธานทราบ3 เรื่องครับ 3 กรณี กรณีแรก บริษัทสยาม Lucky Building จังหวัดสมุทรปราการ เลิกจ้างลูกจ้างจำนวน 63 คน โดยไม่จ่ายเงินค่าชดเชยและเงินอื่น ๆ ที่ลูกจ้างมีสิทธิ์ได้รับตามกฎหมาย ผ่านไปเป็นสัปดาห์ครับ ถึงมีการประชุมร่วมกันระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง โดยมีสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานนั่งหัวโต๊ะ ซึ่งนายจ้างแจ้งว่าไม่มีเงินจ่ายให้ลูกจ้าง ในขณะเดียวกันกลับเสนอว่าถ้าลูกจ้างยินยอมรับเงินต่ำกว่ากฎหมาย มีเงินจ่ายให้ และต้องมีข้อตกลงว่าคุณจะต้องไม่เรียกร้องสิทธิ์อย่างอื่นอีก หรือเงินอื่นอีก นี่คือความเจ็บปวดของลูกจ้างครับท่านประธาน ท่านประธานครับ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานก็นั่งอยู่หัวโต๊ะ แล้วทราบว่านายจ้างไม่จ่ายเงินให้ลูกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน แต่บังคับให้นายจ้างนำเงินมาจ่ายให้ลูกจ้างไม่ได้ ผลสุดท้ายครับท่านประธาน ลูกจ้างต้องยอมรับเงินแค่ 70 เปอร์เซ็นต์ เพราะทนต่อความเดือดร้อนไม่ไหว ปกติเขาทำงานรายวันนี่ เขาแทบ... เงินแทบไม่พอใช้วันต่อวันอยู่แล้ว ตกงาน เงินไม่พอใช้ จำเป็นต้องรับที่ 70 เปอร์เซ็นต์ อีกกรณีครับ บริษัท นิปปอนพลาสติก จังหวัดสมุทรสาคร เลิกจ้างลูกจ้าง 106 คน ตั้งแต่ปี 2565 โดยไม่จ่ายเงินตามกฎหมาย ลูกจ้างไปยื่นคำร้องที่สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานครับ รวมถึงไปฟ้องศาลแรงงานด้วย สุดท้ายศาลมีคำสั่งให้บริษัทจ่ายเงินค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ย แต่นายจ้างไม่จ่าย พนักงานนำเรื่องมาร้องต่อกรรมาธิการการแรงงานครับ นายจ้างก็ไม่มาร่วมประชุม ล่าสุด ปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ผมได้รับแจ้งจากลูกจ้างว่าพวกเขายอมรับเงินแค่ 22.5 เปอร์เซ็นต์ จากเงินที่ควรได้รับ เพราะพวกเขาไม่มีเงินจะซื้อข้าวกิน ไม่มีเงินจ่ายค่าห้องเช่า ไม่มีเงินให้ลูกไปโรงเรียน มันเป็นเรื่องที่เจ็บปวดครับ ท่านประธาน แรงงานถูกนายจ้างเอาเปรียบ หวังพึ่งกระทรวงแรงงานบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้นายจ้างนำเงินมาจ่ายให้ลูกจ้าง แตแต่กระทรวงแรงงานไม่สามารถทำได้ และที่เจ็บปวดยิ่งกว่านั้น ก็คือมีเจ้าหน้าที่รัฐนั่งอยู่หัวโต๊ะ รับทราบเรื่องการละเมิดกฎหมายมาตลอด ที่น่าหดหู่ใจยิ่งกว่า ก็คือนายจ้างนำเงินมาจ่ายให้ลูกจ้างต่ำกว่ากฎหมายกำหนด ต่อหน้าเจ้าหน้าที่รัฐ ท่านประธานรู้สึกเจ็บปวดเหมือนผมไหมครับ นี่ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมาไม่กี่วันนี่ครับ ห้างตั้งฮั่วเส็งประกาศปิดตัว และนายจ้างก็ไม่จ่ายเงินค่าชดเชยอีกแล้ว เพราะอะไรครับ เพราะเจ้าหน้าที่ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้ ทำให้พวกนายจ้างเรานั้นไม่เกรงกลัวกฎหมายครับท่านประธาน เหตุการณ์เช่นนี้เกิดซ้ำ ๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า อนาคตแบบนี้บอกได้เลยครับ มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง ท่านประธานครับ รัฐบาลจะออกมาตรการมาป้องกันอย่างไร ในอนาคตจะได้ไม่เกิดปัญหาเช่นนี้อีก มาดูอีกสักกรณีครับ เรื่องลูกจ้างรับเหมาช่วงในบริษัทไทยออยล์ ถูกนายจ้างค้างจ่ายค่าจ้างครับ บางคนค้างนานถึง 5 เดือน ลูกจ้างทนไม่ไหว จนต้องออกมาชุมนุมอยู่หน้าบริษัทติดต่อกันหลายวัน สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรีลงพื้นที่ไปแก้ปัญหาก็แก้ไม่ได้ จนอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานต้องลงพื้นที่ไปด้วยตนเอง เหตุการณ์ทั้งหมดเหมือนจะคลี่คลายครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะช่วงค่ำ ๆ ของวันที่ 30 กรกฎาคม 2567