--- title: ฝึก PE การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ 13 กันยายน​ พ.ศ.2567 (ช่วง 2) subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2567 เวลา 10.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (คุณเซีย) นายจ้างและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานออกแถลงการณ์ครับ พี่พัฒน์ ส่งกรมเจรจาไทยออยล์สำเร็จ ลูกจ้างเตรียมรับค่าจ้าง 567 ล้าน ภายในเดือนสิงหาคม นะครับ แถลงการ แต่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาบริษัทไทยออกแถลงการณ์ตอบโต้ ว่ามิได้ตกลงที่จะเตรียมเงิน 567 ล้าน เพื่อจ่ายให้กลุ่มผู้ใช้แรงงานตามที่เป็นข่าว เจ็บปวดไหมครับ ยิ่งกว่าเจ็บปวด ก็คือมีคนหน้าแตกด้วย ท่านประธานครับ ด้วยเวลาที่จำกัด ผมขอยกตัวอย่างเพียงเท่านี้ จริง ๆ มีเรื่องราวที่เป็นความล้มเหลว ในการคุ้มครองแรงงานอีกมาก ในช่วงที่มีรัฐมนตรี ชื่อพิพัฒน์ รัตตกิจประการ เรื่องแนวทางการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนมีประสิทธิภาพมากที่สุดวิธีหนึ่ง ก็คือต้องยกเลิกการจ้างงานแบบเหมาช่วง เหมาค่าแรง และเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับแรงงาน เช่นเดียวกับที่พรรคเพื่อไทยเคยให้คำมั่นสัญญาไว้เลยครับ ว่าจะส่งเสริมสิทธิการรวมตัวกัน ส่งเสริมการก่อตั้งสหภาพแรงงาน คำพูดสวยหรู ดูดี แต่ไม่ทำ ท่านประธานครับ เดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี่เอง จำนวนองค์กรแรงงานสหภาพแรงงานลดลง 165 แห่ง ลดลงไปกว่า 11.21 เปอร์เซ็นต์ของปีก่อนหน้านี้ ทำให้เหลือสหภาพแรงงานทั้งประเทศเพียงแค่ 1,307 แห่งเท่านั้น และมีผู้ที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานลดลง 48,185 คน คิดเป็น 8.73 เปอร์เซ็นต์ของปีก่อน เหลือสมาชิกสหภาพแรงงานทั่วประเทศ แค่ 503,000 กว่าคนเท่านั้น ท่านสนับสนุนกันอย่างไรครับ สหภาพแรงงานถึงลดลงขนาดนี้ ที่ผ่านมาผมไม่เคยเห็นท่านมีนโยบาย หรือกิจกรรมอะไรที่ส่งเสริมการก่อตั้งการรวมกลุ่ม ให้เป็นสหภาพแรงงานเลย ออกมาพูดไหมครับ ว่าทุกสาขาอาชีพสามารถจัดตั้งสหภาพแรงงานได้ ไม่ว่าจะเป็นหมอ ครูเอกชน เซลล์ขายของ พนักงานออฟฟิศ มนุษย์เงินเดือน หรือว่าจะเป็นมนุษย์โรงงานอย่างเช่นพวกผม ก่อนหน้านี้ผมก็ทำงานอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรม ทุกคนสามารถจัดตั้งสหภาพแรงงานได้ ท่านเคยพูดถึงไหมครับ เคยประชาสัมพันธ์ ให้พี่น้องประชาชนใช้แรงงานทราบไหม นอกจากนั้น ท่านนายกแถลงนโยบาย ผมได้ยินว่าท่านจะเร่งเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ประเทศคู่ค้าสำคัญ และเตรียมเข้าเป็นสมาชิกองค์การ OECD ท่านประธานครับ ในกรอบข้อตกลงการค้าเสรีเรื่องมาตรฐานรายงานต้องเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คู่เจรจาเขาให้ความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศ ที่เป็นสมาชิก OECD ครับ เกือบทุกประเทศก็ลงนามรับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 8798 ไปกัน ไปเกือบหมดแล้ว ประเทศไทยจะลงนามเมื่อไหร่ครับ เรื่องนี้พรรคเพื่อไทยและรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน เคยรับปากว่าจะผลักดันอนุสัญญาฉบับ ที่ 87 98 144 155 แต่ทุกวันนี้ท่านนำเข้า ครม. เพียงฉบับเดียว ก็คือฉบับที่ 144 แล้วฉบับอื่นที่ท่านรับปากไว้ท่านลืมหรือยัง ฉบับที่ขบวนการแรงงานผลักดันเรียกร้องมา 30 กว่าปี อย่า 87, 98 ท่านก็ยังไม่รับรองท่านประธาน ผมไม่ทราบว่าท่านประธานและติดตาม การปรับค่าแรงขั้นต่ำหรือไม่ ผมฝากท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรีครับ ตกลงเรื่องค่าแรงขั้นต่ำตกลงจะเอาอย่างไร พี่น้องรายงานอยากทราบความชัดเจน ที่ท่านเคยหาเสียงกับพี่น้องแรงงาน 600 บาทต่อวันครับ นอกจากไม่มีในคำแถลงนโยบายของท่านแล้ว ตอนที่มีการแถลงนโยบายรัฐบาลเศรษฐาผมก็ได้อภิปรายเรื่องนี้ และคุณเศรษฐาก็ได้ลุกขึ้นที่แจ้งว่าจะมีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาทโดยเร็วที่สุด ท่านประธานครับ จากวันนั้นถึงวันนี้ สิ่งที่คุณเศรษฐาพูดไว้ ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมไม่รู้ว่าโดยเร็วของท่านคือเมื่อไหร่ ชาตินี้ ชาติหน้าหรือชาติไหน แต่ไม่ปรับเพิ่มไม่พอครับ ยังหลอกให้พี่น้องรายงานเจ็บช้ำน้ำใจอีก ผมจำได้ครับ เดือนธันวาคมปี 2566 รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานคนนี้แหละครับ คนที่ชื่อพิพัฒน์ครับ นำเรื่องการปรับค่าจ้างเข้า ครม. นายกเศรษฐาออกมาให้สัมภาษณ์แสดงท่ากระฟัดกระเฟียดไม่พอใจ บอกว่าปรับแค่ 2 บาท ซื้อไข่ก็ไม่ได้ ให้นำกลับไปทบทวนใหม่ รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานก็ตอบรับนะครับ นำเรื่องกลับไปเข้าที่ประชุมคณะกรรมการไตรภาคีอีกครั้ง ท่านประธานครับ พี่น้องได้งานผมก็มีความหวังครับ พอกลับเอาไปทบทวนอีกครั้ง หวังว่าเขาจะปรับขึ้น 400 บาทแน่ ๆ เพราะท่านนายกรัฐมนตรีต่อนั้นท่านนี่เอาจริง ท่านไม่ยอม คณะกรรมการไตรภาคียืนยันว่าจะปรับเริ่มแค่ 2 ถึง 16 บาท และนำกลับเข้า ครม. อีกครั้ง ท่าทางขึงขังหายไปครับ ได้แต่พูดเสียงอ่อย ๆ ว่าเป็นอำนาจของคณะกรรมการไตรภาคีโยนบาปให้คณะกรรมการไตรภาคีสีแดงนั้น พี่น้องแรงงานบอกกับผม ว่านี่มันยิ่งกว่าละครน้ำเน่าชัด ๆ ต่อมาเดือนเมษายนมีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาท แต่ปรับแค่ 10 จังหวัด เฉพาะกิจการโรงแรม 4 ดาว และมีลูกจ้าง 50 คนขึ้นไป ไปจังหวัดตราดขึ้นแค่ 1 ตำบล 1 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมารัฐมนตรีกระทรวงแรงงานให้สัมภาษณ์เดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ครับ จะปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาท เท่ากันทั่วประเทศแน่นอน แล้วก็ให้สัมภาษณ์ยืนยันแบบนี้มาตลอด แต่เมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา รัฐมนตรีคนเดิมนี่แหละครับ ให้สัมภาษณ์อีกครั้ง แต่เนื้อหาเปลี่ยนไปแล้วครับ คำว่าทั่วประเทศหายไป แต่มีคำใหม่ขึ้นมาแทน ก็คือจะปรับ แต่เป็นเฉพาะบางกลุ่มอาชีพ บางไของสถานประกอบการอะไรครับ ท่านประธานพี่น้องได้งานมันบ้าไปแล้วพูดกลับไปกลับมาแบบนี้ คนดี ๆ เขาไม่ทำกันหรอกครับ ท่านประธาน บริหารแบบนี้ 3 ปี ผมบอกได้เลยว่า ครับ ไม่มีจะเจ๊าครับ มีแต่เจ๊งกับเจ๊งท่านประธานครับ ทุกครั้งที่มีการปรับค่าจ้างหากมีเสียงวิจารณ์รัฐบาลในทางที่ลบเป็นมติที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง แต่พอปรับขึ้น แต่มาเคลมว่าเป็นผลงานของตนเอง ตกลงมันเป็นอย่างไรกันแน่ครับ มันเป็นอำนาจหน้าที่ของท่าน หรือเป็นอำนาจของคณะกรรมการไตรภาคี หากเป็นอำนาจของคณะกรรมการไตรภาคีจริง ท่านอย่าได้เสนอหน้าไปให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ก่อน ที่เขาจะมีการประชุมและได้ข้อสรุปร่วมกัน ถ้าพวกท่านไม่สามารถทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ได้ ควรพิจารณาตนเองด้วยครับ ก่อนที่ประเทศจะเจ๊งไปมากกว่านี้ ท่านนายกครับ ช่วยตอบผมชัด ๆ ด้วยครับ ว่าค่าจ้างขั้นต่ำ 600 บาท จะขึ้นได้ไหม ขึ้นได้กี่โมง ค่าครองชีพมันขึ้นไปไกลแล้วครับท่านประธาน พี่น้องแรงงานแบบฟอร์ม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนได้ให้ความเห็นไว้แล้วว่า พี่น้องแรงงานพร้อมทั้งได้รับความคุ้มครองแรงงาน รัฐบาลก็ยังเพิกเฉย บอกว่าจะออกกฎหมายฉบับใหม่มาคุ้มครอง จนป่านนี้แล้วยังไม่เห็นมีกฎหมายเข้าสภา พรบ. คุ้มครองแรงงานฉบับที่จะช่วยคุ้มครองพี่น้องแรงงานแบบฟอร์มที่รับสิทธิเท่าเทียมกับแรงงานกลุ่มอื่น ที่พวกผมยื่นเข้าสภา พรรคพวกของท่านก็ปัดตก ท่านนายกช่วยตอบชัด ๆ ครับ พี่น้องแรงงานที่ทำงานวแพลตฟอร์ม เขารอคำตอบจากท่านอยู่ ท่านประธานครับ 1 ปีที่ผ่านมา สูญเปล่าไปกับคำพูดขายฝัน ค้นหาที่ผ่านมาไม่รับการแก้ไขมิหนำซ้ำ ยังปล่อยให้ปัญหามันเกิดขึ้นอีก และก็เกิดขึ้นต่อเนื่อง แล้วอีก 3 ปีที่เหลือเราจะหวังอะไรจากพวกท่าน (คุณมงคล) ขออนุญาติสรุปเลยนะคะ (คุณเซีย) ครับผม จบแล้วครับท่านประธาน กฎหมายเพิ่ม 10 วันลาคลอด ตอนนี้อยู่ในชั้นกรรมาธิการ รัฐบาลให้ความสำคัญจริง ๆ ก็ขอให้พวกท่านช่วยกันได้บอกลูกพรรคของท่าน ให้โหวตผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ด้วย เรื่องส่งเสริมสหภาพแรงงานกฎหมาย ผมยื่นเข้าสภาแล้วครับ ตอนนี้ พรบ. สหภาพแรงงาน อยู่ที่โต๊ะนายกรัฐมนตรี รอท่านเซ็นและนำมาเข้าสู่การพิจารณาของสภาต่อไป ถ้าสนับสนุนจริงท่านเซ็นมาได้เลยครับ สุดท้ายเรื่องประกันสังคมถ้าท่านอยากให้ประชาชนสมัครเป็นสมาชิกกองทุนประกันสังคมเยอะ ๆ กองทุนมีความยั่งยืน ต้องเริ่มที่รัฐบาล ต้องเริ่มที่ตัวท่าน คือจ่ายเงินเท่ากับฝ่ายลูกจ้างและฝ่ายนายจ้าง เงินที่รัฐบาลค้างจ่าย 6 หมื่นกว่าล้าน ต้องจ่ายคืนพร้อมดอกเบี้ย ท่านประธานครับ เรื่องที่ผมถามท่านประธานไปยังนายักรัฐมนตรี ผมหวังว่านายกรัฐมนตรีจะให้คำตอบที่ชัด แรงงานของผมที่ฟังอยู่จะได้รู้ว่าท่านจริงใจที่จะแก้ปัญหาด้านแรงงาน อย่างที่เคยได้สัญญาไว้ หากไม่เป็นเช่นนั้น พวกท่านอาจจะถูกพี่น้องแรงงานของผม สาปแช่งไปชั่วลูกชั่วหลาน และเป็นตราบาปติดตัวพวกท่านตลอดไป ที่นำนโยบายมาหลอกลวงให้พี่น้องแรงงานลงคะแนนให้ กลับไม่สนใจ เมื่อพวกท่านมีอำนาจ พวกท่านไม่ทำตามสัญญาที่พี่น้องแรงงานของผมท่านเคยมาสัญญาไว้ พี่น้องแรงงานของผมจะมีกิน มีใช้ มีเกียรติมีศักดิ์ศรีได้อย่างไร ขอบคุณครับท่านประธาน (คุณณัฐวุฒติ) // ท่านประธานครับ (คุณมงคล) เชิญท่านครับ // ในฐานะฝครับ กำลังครับผม นัดประชุมบัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ประธานนิดเดียวครับ ในฐานะวิปฝ่ายค้านคำว่าในกรณีของเวลาของฝ่ายค้านที่เราได้รับมา 13 ชั่วโมงเลยนะครับ เราจะขอเป็นผู้บริหารเวลาเองครับ ฉะนั้น หากมีเพื่อนสมาชิกหลายคนที่เกินเวลา ก็จะเป็นความรับผิดชอบของเราที่จะทักให้เป็นไปตามเวลาที่เราได้รับมาครับ ก็ต้องขอประทานโทษท่านประธาน ว่าไม่อยากให้มีการขัดระหว่างที่มีการที่อภิปรายเนื้อหา จะได้ต่อเนื่องครับ ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ห่วงใย แต่ว่าเราจะเป็นผู้รับผิดชอบ เวลารวมไม่ให้เกิน จากที่ได้รับมาแน่นอนครับ ขอบพระคุณครับ (คุณมงคล) ตกลงตามนี้นะครับ ยินดีครับ ครับผม ใหม่อยู่ครับ ก็เลยยังไม่ทราบ ถ้าตกลงกันแล้วก็... ก็ไม่มีปัญหาครับ ขอบคุณครับ เชิญท่านต่อไปครับ ท่าน.... ท่านสหัสวัต คุ้มคงครับ (คุณสหัสวัต) (คุณสหัสวัต) เรียนท่านประธานที่เคารพครับผม สหัสวัต คุ้มคงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคประชาชนครับ ในฐานะสมาชิกรัฐสภามีส่วนร่วมในการอภิปรายคำแถลง ของการแสดงนายกแถลงนโยบาย ของท่านนายกนั้น ก็ต้องขอชื่นชมอยู่อย่างหนึ่งนะว่าทางรัฐบาลมองเห็นปัญหาได้ค่อนข้างชัดเจน ในส่วนของการพูดถึงปัญหานั้นผมเห็นด้วยแทบทุกอย่างเลยครับ มองผ่านจะมองปัญหาได้ทะลุปรุโปร่งปัญหาพิพาทยกมานั้นเรื่องจริงวิกฤตกว่านั้นอีกครับ ส่วนนโยบายที่ใช้แก้ปัญหาเหล่านั้นนี่ ผมไม่ค่อยแน่ใจครับ ท่านตั้งคำถามว่าดีนะครับ แต่คำตอบ ของท่านมิติด้านแรงงานนั้น ผมไม่เห็นด้วยอยู่ใบประกาศครับ รัฐบาลได้เสนอมานี้เท่าที่ฟัง จะมีอยู่ 2 ส่วนหลักที่เกี่ยวข้องกับมิติของแรงงานครับ คือ การพัฒนาฝีมือแรงงานรองรับอุตสาหกรรมใหม่ ทักษะแบบ Life long Learning ร่วมถึงโครงการอบรมครับ พูดไปแล้วก็หายไปแล้วครับ วันนี้ท่านรองได้เล่าไปนะครับ ทีนี้ดูคำตอบนะครับ ว่าด้วยในใบรายงานของท่านที่ยังเหลือไว้อย่างไรบ้างครับ ท่านประธานครับ การจัดทำนโยบายเช่นนี้ แสดงถึงความ ก็อ่านดูแล้วก็ได้แต่คิดว่าคิดใหญ่ ทำอะไรอ่ะ ผมอยากจะเน้นคือส่งแผนการพัฒนาฝีมือแรงงานครับ อยากให้ผมได้กล่าวไปครับ มีอยู่ 2 เรื่องหลัก ๆ ครับ คือการพัฒนาฝีมือแรงงานรองรับอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งผมขอจัดว่าเป็นประเทศการพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อป้อนอุตสาหกรรมการผลิต อีกเรื่องครับ คือกลุ่ม OFos lifelong Learning ซึ่งผมขอจัดอยู่ในอุตสาหกรรมบริการ และอุตสาหกรรมพร้อม Power จะไม่มีรายละเอียดมากครับ แต่เท่าที่นั่น มาคร่าว ๆ คือในส่วนของอุตสาหกรรมการผลิตถ้าเน้นไปที่ EV Semi Condrcutor สวนอุตสาหกรรม Soft power ท่านก็กว้าง ๆ นะครับ 100 ทำโดยยังไม่ลงรายละเอียดมากนักว่าจะเน้นด้านไหนครับ ผมอยากสะท้อนไปยังนโยบายครับ แผนการพัฒนาของแรงงานของรัฐบาลนั้น ขาดแผนที่ชัดเจนครับ ขาด Master Plan ครับ ถ้าไม่กล้าขนาดนั้น อาจจะเป็นไปไม่ได้ท่านพูดครับ ในส่วนการผลิตครับ เริ่ม evครับ ท่านรัฐมนตรีรัฐบาลเอง ก็เคยบอกว่าจะพัฒนาแรงงานด้านทีวีโดยการรีดแรงงานที่เคยอยู่ในภาคยานยนต์สันดาปเข้ามาสู EV ปัจจุบันเรามีแรงงานในภาคยนต์สันดาป 660,000 คนครับ ถึงประมาณ 1 ใน 4 ก็จะได้ คำถาม คือ มันง่าย ๆ อย่างนั้นจริงเหรอครับ ที่เคยเสนอครับ คือ รัฐบาลตั้งเป้าว่า 5 ปี ผลิตกำลังคนป้อน อุตสาหกรรม EV แสนห้า ถ้าเราดูงบประมาณในปี 2566 ที่ผ่านไปครับ จะเห็นว่าการตั้งเป้าหมายคนเข้าสู่อุตสาหกรรมปี 2000 คนเท่านั้นครับ แบบนี้ 5 ปี ก็ได้หมื่นคนเองครับ เมื่อไหร่ถึง 150,000 ครับนี่ยังไม่ได้ว่าอะไรงาน 6 แสนกว่าคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์สันดาปนั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในโรงงานประกอบรถยนต์นะครับ แต่อยู่ในโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ครับ เป็นรถยนต์ 1 คัน ชิ้นส่วนนับหมื่นชิ้นส่วน ใช้โรงงานเป็นร้อย ที่รถยนต์ไฟฟ้าเองใช้ส่วนชิ้น ส่วนอยู่เพียงหลักพันเท่านั้นครับ แล้วทักษะการหล่อขึ้นรูปชิ้นส่วนรถยนต์สันดาปนะครับ กับรถยนต์ไฟฟ้านี่ ต่างกันมากนะครับ ท่านอย่าเห็นหน้าตาคล้าย ๆ กันแล้วมันจะใช้วิธีการเหมือนกันครับ แรงงานที่จะหลุดออกไป หายไปจากการที่โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์สันดาปเหล่านี้ต้องปิดตัวลงท่านจะทำอย่างไรครับ นี่ยังไม่พูดถึงหน้าปรึกษากัน EV เอง ก็ไม่ใช่อุตสาหกรรมที่จะยั่งยืน จะทำให้ประเทศเราอยู่ได้อีก 10 20 ปีนะครับ เพราะถ้าเราไปดูตลาดโลกตอนนี้ เห็นว่ากำลังซื้อ EV ชะลอตัวลงครับ แล้วกำลังการผลิตลดลงครับ คนเริ่มมองหาพลังงานชนิดอื่นแล้วด้วยซ้ำ โรงงาน EV ที่เข้ามาตั้งก็มีความไม่แน่นอนสูงครับ นำเข้ารถ EV 0 เปอร์เซ็นต์ทั้งคันครับ พี่ตอนแรกก็ออกบอกว่านำเข้า 1 คัน 1 คันแล้วก็เปลี่ยนไปนำเข้า 1 ผลิต 1.5 ในปี 2568 นี่ ขึ้นในปี 2567 นี่ ผลิตไม่ทันแล้วปี 2568 ต้องรีบเพิ่มขึ้นนี่ จะมีมาตรการขยายเวลาแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ไหมครับ เมื่อไหร่จะได้ผลิตไปโรงงานก็ดีเลย์ไปเยอะมาก แล้วถ้าถึงเวลาแล้วเขาไม่มาผลิต ปิดโรงงานหนี ท่านมีมาตรการอย่างไรครับ เดินไปข้างหน้าดีนะ แต่ถ้าเราเดินไปแบบนี้ผมเกรงว่า นี่คือการปิดตาเดินเข้าป่าเข้ารกเข้าพงเอานะครับ อุตสาหกรรมอื่นครับ เช่น อุตสาหกรรมชิป ละ Power ครับ ชาวบ้านเข้าใจง่าย ๆ คือชฺปนั่นแหละครับ เรื่องนี้ท่านก็หวังว่าใช้ฐานความรู้ ที่เรามีจากฮาร์ดดิส อดีตมาพัฒนาต่อยอดตรงนี้ ผมได้ฟังท่านฟัง ถึงได้ใบนี้เมื่อวานว่า เราจะเน้นอุตสาหกรรมกลางน้ำ อุตสาหกรรมการประกอบซึ่งก็เป็นเรื่องที่ขอชื่นชมนะครับ ว่าท่านฉลาดในการจัดวานหาที่หาทางให้ประเทศเราในได้เห็นด้วยมาก ๆ กับการจัดวางเราอยู่ตรงนี้ช่วงเริ่มต้นท่านตั้งเป้าให้อยู่ในอุตสาหกรรมกลางน้ำแบบนี้ ประเทศเรา และแรงงานของเราวนอยู่ในกับดักมาตลอดครับ เราเป็นมาตลอดครับ คือเป็นที่ oemเป็นโรงงานรับผลิตครับ ไม่ได้เป็นผู้นำเทคโนโลยีการผลิตในด้านใดด้านหนึ่งอย่างจริงจังสักที อุตสาหกรรมสิ่งทอ ยานยนต์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้านี่ ที่ผ่านมาเราก็อยู่กลางน้ำมันตลอดนะครับ และเทคโนโลยีในการผลิตอุตสาหกรรมเหล่านี้เปลี่ยนไป แรงงานก็ทะยอยตกงานครับ เราก็ต้องไปแข่งกับประเทศเพื่อนบ้านครับ เรื่องค่าแรงถูกเรื่องการให้สิทธิประโยชน์กับนักลงทุน เวลาหรือยังครับ ที่เราจะพัฒนาฝีมือแรงงาน และผู้ก่อการของเรา อยู่ในอุตสาหกรรม ที่เราเป็นผู้นำตลาด กลับไปที่ EV นะครับ เราเป็นผู้ออกแบบตัวนี้ได้ไหมครับ อุตสาหกรรม Ship Design เราเป็นผู้ออกแบบได้ไหมครับ เราต้องเป็นคนสร้าง demand ครับ ไม่ใช่รอให้มี demand แล้วจึงรับมาผลิต เมื่อกี้มันหมดเขาก็ย้ายฐานการผลิตหนีครับ เรามีเทคโนโลยีของตัวเองได้แล้วครับ ไม่อย่างนั้น เราจะอยู่ในประเทศกับดักรายได้ปานกลางแบบนี้ตลอด แล้วแรงงานก็ได้ ผลกระทบแบบนี้ไปตลอดเช่นเดียวกันครับ แล้วเราจะไปถึงจุดนั้นได้อย่างไรครับ ในขณะที่เราตั้งเป้าหมายนะครับ จะได้ดูงบในปี 2567 ที่ผ่านไปครับ จะเห็นว่าจริง ๆ แล้วไม่มีโครงการที่ท่านว่ามาเลยครับ ออกไปพูดสร้างแรงงานอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ Advance Electronic 80000 คนใน 5 ปีซึ่งเป็นเป้าหมายที่สูงครับ ขอชื่อประเทศเพื่อนบ้านครับ ของเราเลยครับ เวียดนามครับ ตั้งเป้าแรงงานอุตสาหกรรมในอุตสาหกรรมชิ้นครับ อยู่ที่ 50 คน ปี 2030 ทั้ง ๆ ที่เวียดนามทำการผลิตแล้วครับ มีทั้ง Samsung HME intimal ลงทุนแล้วครับ มาเลเซียครับ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาครับ Malaysia New Industrial Development plan ครับ 2030 ที่ประกาศว่าจะลุยตลาดนักเตะมาเลเซียก็มี Intel เข้าไปดำเนินกิจการแล้วครับ พัฒนาอุตสาหกรรมพื้นฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น IT นี่ประเทศอะไรครับ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นกลุ่มประเทศหลักที่ทั่วโลกสนใจจะมาลงทุน ธุรกิจที่เรากำลังจะทำนั้น ประเทศเพื่อนบ้านเราก็ตั้งเป้าจะทำเช่นเดียวกันครับ และหลายประเทศแทรงหน้าเราไปแล้วครับ หลายประเทศเริ่มทำไปแล้วครับ แล้วมีโครงสร้างพื้นฐานเพื่อต่อธุรกิจเรานะเรียบร้อยแล้ว ที่เรายังอยู่อุตสาหกรรมโลกเก่าอยู่เลยครับ แต่เราตั้งเป้าหมายไว้ล้ำเหลือเกิน จะเกิดขึ้นจริงเหรอครับ ถ้ามันไม่ได้จริง ๆ คนที่รับผลกระทบ ก็คือพี่น้องได้งานที่ต้องรับผลกระทบจากพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่ขาดแผนทั้งหมดธุรกิจของพวกท่านแบบนี้ครับ ที่สำคัญรับประทานครับ โครงการโอนครับผม อ้างอิงจากเว็บไซต์พรรคเพื่อไทยครับ บอกว่าท่านตั้งเป้าจะสร้างงาน 20 ล้านตำแหน่ง ผมถามง่าย ๆ ครับ เอามาจากไหนครับ การบริการและศิลปะบันเทิง นันทนาการ รวม ๆ แล้วมาอยู่ 3.5 ล้านคนเท่านั้นครับ อาจจะบอกว่าดึงมาจากแรงงานอิสระที่มีอยู่ประมาณ 20 ล้านคน ท่านรู้จริง ๆ ไหมครับ แรงงานอีกหลายในอุตสาหกรรมไหนกันบ้างครับ คำถามที่สำคัญตอนนี้ คือ รัฐบาลมีข้อมูลหรือสถิติไหมครับ ว่าแรงงานอิสระนั้นจริง ๆ แล้วเป็นใคร อยู่ที่ไหนกันบ้างครับ ใช่ครับ เขาไม่มีสังกัดนายจ้างครับ แต่คนเหล่านี้สังกัดอุตสาหกรรมครับ รัฐบาลมีฐานข้อมูลกลางหรือไม่ ว่าในงานอิสระส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมไหน เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่มันขาดฐานข้อมูลต่างครับ ท่านก็จะพัฒนาฝีมือแรงงานแบบสบายสบายแบบนี้แหละ มีความหลากหลายสูงมากนะ มีทั้งรายงานตามฤดูกาลรับจ้างทั่วไป รายงานในการผลิต แรงงานก่อสร้าง แรงงานในภาคบริการก็มีครับ ว่าแต่ละคนอยู่ในอุตสาหกรรมไหนบ้างหรือยังครับ และการฝึกทักษะคนให้ข้ามอุตสาหกรรมไม่ใช่เรื่องง่ายครับ และโปรแกรมที่ท่านเสนอมาครับ ก็จำกัดมากครับ ในงบประมาณที่เสนอมาก็มีเพียงเชฟ มวยไทย นวดไทย สปาไทย แค่นั้นเองครับ ท่าจะให้พี่น้องที่ขับรถส่งของไปฝึกมวยไทยกัน ให้หมดอย่างนี้หรอครับ อุตสาหกรรมเหล่านี้ครับ จะจ้างแรงงาน 20 ล้านคนได้เหรอ สัก 10 ล้านคนก็หรูแล้วครับ ผมไม่ได้อยากจะปรามาสโครงการ Soft Power นะครับ แต่เห็นว่าสิ่งเหล่านี้ดีและควรทำให้ดีด้วยครับ สิ่งที่อยากจะเน้นย้ำ คือ ท่านต้องอย่าลืมว่าประเทศที่เขาส่งออก Soft power นี่ยหรือมี Soft Power แข็งแกร่งขอ Soft Power เป็นเพียงเศรษฐกิจร้องที่หนูจะกินหลังอีกทีนึงการ์ตูนญี่ปุ่นซีรี่ย์เกาหลีครับ ที่ทำให้คนไปเที่ยวบ้านเขามากขึ้น เสริมสร้างเศรษฐกิจในชุมชนครับ ไปจริงแล้วรายได้หลักของประเทศเหล่านั้นไม่ได้อยู่ตรงนี้ครับ แต่อยู่ที่อุตสาหกรรมหลักครับ ไม่ว่าจะไปรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า Semi คอนดัคเตอร์ จากนั้น Soft Power มาเสริมครับ อุตสาหกรรมหลักของไทยตอนนี้คืออะไรครับ แล้วถ้ามันกำลังถดถอย จะมีอุตสาหกรรมตัวใหม่มาทดแทนรายได้ ที่ขาดไปจากอุตสาหกรรมหลักเท่านั้นหรือเปล่า เรามีอุตสาหกรรมจำนวนมากครับ ที่กำลังถอดถอยครับ ทั้งสิ่งทอยานยนต์เครื่องทำความเย็นเล็กเราไม่สามารถไล่กวดโลกใหม่ด้วยอุตสาหกรรมเก่าได้นะครับ สุดท้ายครับ ถ้าเราจะแก้ปัญหานี้อย่างไรนะครับ ขอยกตัวอย่างประเทศเพื่อนบ้านอย่างนี้ครับ ถ้าเราไปดูไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย นะครับ หลังวิกฤตโควิดครับ เขาฟื้นตัวได้ดีกว่าไทยครับ เร็วกว่าไทยครับ ดูสิ 3 ปี นับตั้งแต่วิกฤตโควิดต้นมา ประเทศโตหมดครับ มีแค่ไทยที่ต่ำกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ครับ และถ้าเราไปดูในแผนพัฒนา ฝีมือแรงงานของประเทศเหล่านี้แล้ว เห็นชัดเจนครับ เขามีแผนพัฒนาที่ชัดเจนครับ เช่น อินโดนีเซียครับ โครงการ Kratu Prakerja ครับ โครงการนี้เป็นโครงการที่ตั้งเป้าพัฒนาฝีมือแรงงานในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นครับ แล้วเติมสกิลต่าง ๆ ที่ขาดสามารถเพิ่มขึ้นได้ 2 เท่า ใน 2 ปี มีคนเข้าร่วม 16.4 ล้านคน แต่เขาประชากร 27ล้านครับ ว่าเรามีประชากร 67 ล้านตั้งเป้า 20 ล้านคนครับ จะเป็นไปได้เหรอ โครงการนี้นะครับ เขาใช้วิธีการออกแบบหลักสูตรร่วมกันครับ ให้เอกชนร่วมออกแบบหลักสูตรครับ มีถึง 188 หน่วยงาน ที่ แล้วมีจำวนวิชามากถึง 1,200 รายการครับ ขณะที่ OFOS จะไปทางลัดครับ 200 กว่ารายการครับ แบบที่ท่านอภิสิทธิ์พูดไปเมื่อวานครับ เข้าชมได้เพียงแค่ 2 รายการด้วยซ้ำครับ มากกว่านั้นครับ ที่ทำก็คือไปดึง YouTube มาจากหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ ที่มีอยู่ แล้วมาจัดหมวดหมู่ใหม่ สิ่งที่แย่กว่านั้นคือหลักสูตรแพทย์ทั้งหมด ที่มีตอนนี้ครับ ไม่มีการสอบวัดระดับความเข้าใจ หรือว่าระดับฝีมือ และที่สำคัญครับ ไม่มีใบรับรองคุณวุฒิรับรองการอบรมหรือ certification ใด ๆ เลย ที่ผมยกตัวอย่างมานะครับ ขอยกตัวอย่าง 2 โครงการครับ นักการตลาดท่องเที่ยวท้องถิ่น ระดับ 5 และนักบริหารจัดการสปา ระดับ 6 ซึ่งนี่เป็นระดับสูงสุดครับ แต่กลับไม่มีการสอบ ไม่มีใบรับรองหลักสูตร แต่เราจริงจังกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อุตสาหกรรมหลักของ ดูสิ่งที่ท่านทำมาหมวดท่องเที่ยวไม่มีศักดิ์ศรีเลยนะ เป็นการทดสอบฝีมือและได้รับรองหลักสูตรครับ พัฒนากันอย่างไรครับ พยายามจะชูอีกอย่าง คือ เรื่องอาหารครับ เรื่องอาหารก็มีหลักสูตรเยอะมากครับ 11 หลักสูตร จริง ๆ ครับ 3 หลักสูตร ก็มีแค่หลักสูตรเดียวเท่านั้นคือหลักสูตรเชฟครับ ที่มีรับรองครับ แล้วเป็นหลักสูตรเดียวทั้วงแพลตฟอร์มนะครับ ที่มีใบรับรอง ขนาดโครงการมวยไทยที่ต้องไปเรียน 2 เดือน ที่ค่ายมวย ยังไม่มีเลยครับ ผมไม่ใช่พวกบ้าไปประกาศนะ แบบนี้แปลว่าอะไรครับ เราไม่มีแรงจูงใจอะไรให้แรงงานมาฝึกฝีมือครับ ต้องการได้ค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นจากจุดที่เพิ่มขึ้นจะมาจากไหนครับ ถ้าท่านมีการวัดประเมินผล และออกใบรับรองฝีมือแรงงานแบบนี้ รัฐเองก็พูดนะครับ เรื่องค่าแรงมุ่งหวังค่าแรงตามฝีมือแรงงาน มันจะได้อย่างไรล่ะครับ ยังไม่สามารถออกใบรับรองอะไร เขาได้ตรงไหนครับแบบน ี้มันก็แค่ YouTube ที่เข้ายากขึ้นแค่นั้นเองครับ อินโดนีเซียครับ เอกชนเข้ามาช่วยดูช่วยออกแบบหลักสูตร สามารถใช้อุตสาหกรรม สามารถใช้ 3 สามารถใช้กับอุตสาหกรรมนั้นเขาได้ครับ ขนาดใหญ่เอาแต่เก็บเกี่ยวผลผลิตของรัฐและแรงงานชนมาร่วมช่วยกันสร้างรายงานด้วยครับ ว่าหากแรงงานทักษะดี กิจการของนายจ้างก็ดีไปด้วยครับ ในทส่วนนี้ครับ รับออกแบบ Top Down มาก ๆ ครับ เป็นความสำเร็จหลัก ๆ ของคาร์บูมันกระจายครับ คือการให้เอกชนมาร่วมออกแบบหลักสูตร ด้วยเป็นการกระจายอำนาจ ทางการศึกษ าให้คนประชาชนไปเลือกเรียนสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง มีตัวเลือกที่มากขึ้น ให้ประชาชนหาสกิลที่เหมาะสมให้ตัวเองมากขึ้น มีการออกใบรับรอง Learn to Earn จริงครับ มีใบใครรับที่ท่านบอกว่าจะเพิ่มรายได้Power OFos เมื่อไหร่จะเพิ่มครับ มีโครงการจะพึ่งร้านจะไปนะครับ โครงการ Malaysia New Industrial Master plan 2030 ที่ตั้งเป้าว่าจะสร้างงานเพิ่มขึ้น 3.3 ล้านคน อุตสาหกรรมไฮเทคเรื่องเยอะนะแต่อย่างไรก็ตามครับมาเลเซียมีโครงสร้างพื้นฐานด้านนี้อยู่แล้ว แล้วมีอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ด้านนี้อยู่แล้ว แล้วมีแผนที่พัฒนาฝีมือแรงงานโดยใช้สกิล knowledge ด้วยครับ เพื่อนบ้านก็มีมาก็ไปหมดแล้วครับ ตอนนี้รัฐบาลไทยยังห่วงแต่ ทั้งทางเศรษฐกิจการเมืองครับ Yamaha ต่อยอดจากของเก่าที่เคยสำเร็จ OTOP ดีครับ เราจะบริหารจัดการแบบท่าบริหาร จัดการแบบนี้ ไปกับไม่ได้ครับ ต้องดูวิธีคิดใหม่ คิดถึงการกระจายอำนาจมากขึ้นนะคะ งบประมาณ และความร่วมมือกับเอกชนครับ ถ้าคิดเองเออเองตัดสินใจแบบนี้นะครับ เหมือนวางแผนแบบกลัวไล่เขาทันน่ะครับ ท่านประธานครับ จากที่ผมเสนอมาครับ เราจะเห็นเลยครับ ว่ารัฐบาลเองไม่เข้าใจปัญหาของแรงงานนิติการพัฒนาฝีมือแรงงาน ไม่ได้ทำนโยบายตั้งอยู่บนข้อมูล ข้อมูลก็ไม่สามารถออกนโยบาย ที่เหมาะสมและต้องอยู่เป็นข้อเท็จจริงได้ มองไม่เห็นความเป็นไปได้เลยครับเป็นนโยบายที่คิดเองเออเอง คิดใหญ่ทำเป็นแต่เป็นคิดใหญ่ทำไม่ได้ เพราะไม่มี Master plan ก็ค่อยคิดค่อยทำแล้วผลจะออกมาสะเปะสะปะแบบนี้ครับ ประธานครับ ผมอยากจะเห็นแผนพัฒนาฝีมือแรงงานที่ชัดเจน ที่จะสามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจได้จริง เฉพาะรองรับรายงานที่ต้องทานเฟอร์ จากอุตสาหกรรมเก่าที่มันจะตาย มาสู่อุตสาหกรรมใหม่ มีความมั่นคงทางรายได้ มีความมั่นคงในหน้าที่การงาน ไม่ใช่ตั้งเป้าไว้ ไม่เคยสอดคล้องกัน ทั้งนโยบายงบประมาณและการปฏิบัติแบบที่เป็นมาครับ ค้นหาการพัฒนาฝีมือแรงงานล้มเหลวไม่เกิดขึ้นจริงนะครับ สิ่งที่ผมกลัวที่สุด คือ แรงงานจากอุตสาหกรรมเก่าจะไม่สามารถ transfer อุตสาหกรรมใหม่ได้ ไม่มีคนตกงานเพิ่มขึ้น นับล้านคน และเราก็ต้องนำเข้าแรงงานมีฝีมือจากที่อื่นมาแทน นี่เป็นเรื่องที่ผมไม่อยากให้เกิดมากขึ้นที่สุดครับ ขอบคุณครับ (คุณมงคล) ลำดับต่อไป ขอเชิญท่านพิชัย นริพทะพันธุ์ ครับ ท่านจะตอบข้อที่แจ้ง (คุณพิชัย) ครับ ท่านประธานที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม พิชัย นริพทะพันธุ์นะครับ ว่าการกระทรวงพาณิชย์ผมก็ต้องขออภัยท่านประธานด้วยถึงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ผมขอขอบคุณนะครับ สมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่าน อภิปรายได้ดีนะครับ เป็นข้อมูลที่ เขาจะได้นำไปใช้ปรับปรุงนะครับ โดยเฉพาะท่านสุดท้ายนะครับ ท่านสหัสวัต จะได้ผมจะได้ตอบท่านหลายเรื่อง ที่จะเกิดขึ้นนะครับ ขออนุญาตผมเองนี่ ได้คุยกับทางผู้นำ หรือแกนนำของพรรคประชาชนหลายท่านนะครับ ไม่ว่าจะเป็นคุณนายเลย โรมเอยหรือว่าคุณ ก่อนหน้านี้ก็เจอคุณพิธาเจอธนาธร เจอช่อ เนื่องจากว่ารู้จักกันมาก่อนครับ ตั้งแต่สมัย VoiceTV เข้าใจฮะ เข้าใจว่าวิธีคิดอย่างไร ทุกคนต้องการอะไร ทุกคนอยากเห็นประเทศเจริญนะครับ ทุกท่านอยากเห็นว่าเราอยากจะทำต่อไปอย่างไร จะขออนุญาตเรียนท่านประธาน ผ่านเพียงท่านประธานให้ท่านสมาชิก ความคิดไม่ตรงกันคิดถึงมากอยากเห็นอะไร เท่าที่ทราบนะครับ เศรษฐกิจไทยเรานี่ ย่ำแย่มานานนะครับ เศรษฐกิจเราตกต่ำมานานเป็นเวลาเกือบ 10 ปีแล้ว โตแค่ 1.5 เปอร์เซ็นต์ผมเองเคยเตือนมาแล้วนะครับ ผมพูดเรื่องทฤษฎีกบต้ม 112 หนนะครับ ผมทวงเรื่องนี้มีหลักฐานชัดเจน มาถึงตรงนี้แล้วนี่ เราจะแก้ไขอย่างไร ก็ต้องขอความกรุณาท่านทั้งหลายนะ เห็นตรงกันนะ ช่วยร่วมมือกัน เพื่อเราจะได้ผ่าน ต่าง ๆ ไปด้วยกันได้ ประเทศเราจะเจริญ อย่างนี้ครับ เขาต้องยอมรับว่ารัฐบาลนี้โชคดีนะครับ โชคดีโชคดีอย่างไรขึ้นในภาวะที่จะเกิดขึ้นของโลกนี่ มันจะมีเรื่องมันตั้งแต่เช้านะครับ องค์การการค้านี่ ไม่ว่าอเมริกาใครจะเลือกตั้งชนะ จะเป็นชรัมป์ หรือจะเป็นแฮริดนี่ สงครามการค้าที่เกิดขึ้นแน่ โอกาสของไทยกันนี้ครับ เนื่องจากว่าคนไทย ประเทศไทยได้ประโยชน์ตรงที่ว่า อเมริกาก็คิดว่าเราเป็นเพื่อน จเองก็คิวเราเป็นเพื่อนที่ผมไม่ได้พูดเองนะคะ มีที่ปรึกษษของจีน ลิน ยู่ ฟง เป็นรองประธานธนาคารโลกนี่ มาอภิปรายมาเมืองไทยนี่ เขาก็พูดเองหรือว่าประเทศไทยที่โชคดี ไม่มีประเทศนี้บ่อยครับ ที่จะเป็นประเทศที่สามารถที่จะคุยกับอเมริกาก็ได้ คุยกับจีนก็ได้ ทุกคนเห็นทุกคนเป็นเพื่อนหมดโอกาสของเราจะกลับมาแล้วตี๋ครับ ท่านได้ตามนะครับผม เองขอเรียนนะท่าน อาจจะวัดนิดหนนะครับ ว่าการลงทุนเริ่มไหลเข้ามานะครับ จริง ๆ แล้วปีที่แล้วนี่ มีการลงทุนใน pcb นี่ ถึง แสนห้าหมื่นล้านครับ เช็กกับ boi ได้ ประกาศสมาคมได้สิครับ ประเทศไทยเราต้องรักตัวเองนะ เราไม่ได้เก่งทางด้านวิศวกรรม เพราะฉะนั้นนี่ การที่เราจะต้องอาศัยเป็นตัวกลางก่อน เพื่อที่จะให้เกิด ผมเองไม่มีโอกาสคุยกัน Mr. คริสนะครับ เป็นเจ้าของบริษัททำ pcb แล้วก็เป็นผู้ผลิตให้จ้ะพระท่านก็บอกผมว่าโชคดี เขานี่ ไปหลายประเทศเขา เดินทางหลายประเทศเพื่อไปดู ว่าเวียดนามไปอะไรนี่ ประเทศล่าสุดท้ายมาลงทุนที่ประเทศไทย เขาบอกว่าประเทศไทย 1. เหมือนที่บอกนะครับ ว่าไทยกับจีน จีนก็ชอบ อเมริกาก็ชอบ เหตุที่ไม่ไปเวียดนาม เพราะว่าเขาไม่ย้ายจากคอมมิวนิสต์ไปคอมมิวนิสต์ เขาจริง ๆ มีการโยกย้ายฐานการผลิต อยากจะมีมาจากจีน เวียดนามทีละข้อจาก ไต้หวันนะครับ แล้วก็จากฮ่องกงจะเข้ามาเยอะมากนะครับ นี่ขนาดเริ่มต้นแสนห้าหมื่นล้านนะ คงจะเข้าใหม่อีกหลายแสนล้านปีนี้ครับ เราก็คงต้องยืนยันว่าวันเกิดปีนี้ต้องให้เกิดก่อน ต้องทำทุกอย่างให้มันเกิด เนื่องจากอะไรมันเกินแล้วนี่ มันจะมีประกวด integration Forward integration bancassurance คือจะเริ่มเข้ามา ของชาติครับผม ไม่ใช่ Engineer นะครับ เพียงแต่ว่าเขาให้เราฟังผมก็เลยมาเล่าให้ ฟังท่านจะช่วยสนับสนุนอย่างไร หรือคิดเห็นอย่างไร ก็ช่วยกรุณาบอกกันนิดหนึ่ง เพราะว่าพร้อมกันนะครับ อยากเห็นครับ พอดีผมภายในไม่กี่ปีนี้ จะมี PCB เข้ามาหลายแสนล้านถึงล้านล้านนะครับ เพราะ PCB เข้ามาเยอะ ๆ เนี่ยชิปจะตามเข้ามาครับ Nvidia tesla จะเข้ามา ก็ต่อมานี่ มันก็จะมี inflation ก็จะเป็นพวก Smart ต่าง ๆ พวก Smart Phone Smart TV บ้าง ทีวีบ้าง ได้เรื่องก็จะเป็น AI Data Center ก็อยากเห็นว่า คือ จุดเริ่มต้นที่กำลังไปได้ดีครับผม ยืนยันว่าผมเองได้มีโอกาสคลุกคลีกับเรื่องนี้มารายเดือนแล้วนะครับ ผมเองก็ได้ไปพูดกับนักลงทุน เขาเปิดนิทรรศการ PCB การลงทุนซึ่งเขาก็มีความมั่นใจในประเทศไทยเยอะมากนะครับ และเชื่อว่าถ้าเราพยายามเรื่องนี้นี่ เราจะทำให้เราสำเร็จได้มากขึ้น อีกเรื่องหนึ่ง ที่เป็นประโยชน์เพียงใดที่เขา มาลงทุนในไทยนะครับ ก็คือเรามีพลังงานที่เยอะพอ ไอ้การที่เรามีเป็นหมื่นกว่ากว่าที่เหลือนะกลายเป็นประโยชน์นะครับ เพราะเขามีครับ เขาบอกไปหลงเวียดนามนี่ ปัญหา คือ พลังงานไฟฟ้านี่ ไม่เสถียร พอพลังงานไฟฟ้าไม่เสถียรนี่ ถ้าไฟตกทีหนึ่งนี่ เสียหายหลายสิบล้าน นี่คือปัญหาของเวียดนามมีน้ำเพียงพอ เขื่อนบ้างผลิตจากหลาย ๆ ที่บ้างมันจะมีการจะไฟตกนี่ครั้งหนึ่งจะเสียหายเป็นระยะเวลาหรือถ้าเป็นเสียหายถึง ครั้งละ 100 ล้านเลยนะครับ เนื่องจากพลังงานเรามีความเสถียรอะไรทำให้เขาอยากมาลงทุนในประเทศไทยนะครับ เรื่องนี้ผมว่าถ้าลองเช็กกับทางสมาคม pcb เรา... เราเชื่อว่าอันนี้คืออนาคตของประเทศ เราจะมี SPF ใหม่ จากเรื่องนี้นะครับผม ขอยืนยันนะครับ ผมเองพอพูดเรื่องนี้เลยก็ต้องวนกลับมา ที่ของที่เราว่าเราอยากเห็นอะไร ก็อยากเห็นว่าประเทศจีนรักเรา อเมริการักเรา เราเป็นตัวกลางนี่ เราก็จะสามารถพัฒนาประเทศได้ใช่ไหมครับ การลงทุน การค้า การต่าง ๆ มันก็จะไหลเข้ามาเรา ไม่ว่าจะเป็นอินเดีย จีนเอง เขาก็ไม่ค่อยคุยกันเท่าไรนะ เราอยู่ตรงกลางระหว่างอินเดีย เราก็จะได้ประโยชน์ การที่ประเทศไทยเป็นที่รักของทุกคนนี่ ผมว่าจะทำให้เราได้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศตอนนี้ ถึงเรื่องของการที่สินค้าจีนนะครับ เราไม่อยากให้มีการประเทศจีนมีครับผม เองก็เป็นคนเริ่มพูดเรื่องสินค้าจีนแรก ๆ เลย ก็มีปัญหาเยอะ แต่ปัญหาคือว่าสถานทูตจีนเอง ผมเองก็สนิทด้วยนะ ทั้งจีนทั้งอเมริกาและเราคุยกันหมดเขาก็บอกว่าอย่าทำให้เป็นผู้ร้ายเลย เขาไม่อยากให้เรื่องจากการเป็นอำนาจ มหาอำนาจของเขานี่ เขาอยากให้ความรู้สึกของคนไทย และดีกว่าเขาก็จะเราก็คงจะต้องคิดว่าเราอีกเราจะมีวิธีอย่างไร ถ้าเราไปใช้วิธีรุนแรงหรือใช้วิธอย่างประเทศอื่น อย่างอินโดนี ยเขาขึ้นภาษีสูงกว่าแล้วส่งพวกแร่ธาตุพี่ต้องการทำ EV บ้างทำอะไรบ้างนี่ ซึ่งเขาลงเขาต้องใช้ เขาถึงมีแล้ว Leverage ชื่อขึ้นภาษีได้ถ้าเกิดวันดีคืนดี จีนบอกซื้อทุเรียน อะไรเกิดขึ้นครับ เราหายเป็นแสนล้านนะครับ ราคาทุเรียนนะ บอกว่าเขาไม่ส่งนะ นักท่องเที่ยวมาไทยแล้ว ห้ามเที่ยว เราเสียหายไปไหนหลายแสนล้านนะครับ อันนี้คือสิ่งที่อยากจะฝากนิดหนึ่งนะคะ ว่ามันเป็นเรื่อง sensitive นะครับ ผมเองเราอยากเห็นว่าเราจะทำอย่างไร กระทรวงพาณิชย์นี่ เราไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ มีปัญหาเกิดขึ้นนี่ ก็เรียกข้าราชการหน่วยงานทุกฝ่ายนะครับ มาร่วมประชุมกัน ไม่ว่าจะเป็น สรรพากร ศุลกากรนะครับ BTS นะครับ หน่วยงานหลาย ๆ หน่วยงาน มาร่วมกันระดม 28 หน่วยงานครับ หาทางออกที่ดีที่สุด ก็บอกว่าทำอย่างไรให้ได้มาตรฐานและปลอดภัยกับประชาชน เราเน้นจุดนี้ครับ คือ อะไรก็ตามที่เขาทำนี่ ต้องทำในลักษณะที่มีมาตรฐานนะครับ คือ ใช้มาตรฐานสากล ไม่ใช่บอกว่าเฉพาะของจีนนี่ ผมว่าอาจจะไม่ถูกต้องนะครับ จะกลายเป็นปัญหา ความรู้สึกที่ไม่ดี กับเราใช้มาตรการที่เรามีอยู่แล้ว สามารถที่จะนำมาใช้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ปกป้องกรรมของเราที่มีอยู่นี่ ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมเอย อย. เอยหรือป้ายต้องมีรายละเอียดสินค้าประกอบด้วย อะไรบ้าง หรือว่าป้ายทะเบียนที่ต้องเขียนลงนี่ เราก็สามารถที่จะควบคุมได้ในระดับหนึ่ง อันนี้คือสิ่งที่เราได้ดำเนินการแล้ว เราได้ทำแล้วนะครับ ก็อยากบอกว่าเราก็ต้องคำนึงถึงคุณภาพชีวิต และความปลอดภัยของผู้บริโภคของเรานะครับ เขาก็ใช้กับทุกประเทศเหมือนกันนะครับ ไม่ใช่ว่าใช้เฉพาะประเทศใด ประเทศหนึ่งครับ และอีกอย่างที่เราได้ ก็คือเราจะมีตั้งศูนย์เฉพาะกิจนะครับ ที่จะทำให้สินค้านั้น มีมาตรฐานไหม น่าจะไม่มีปัญหาแล้วมันจะมีเรื่องของการทุ่มตลาดในเรื่องของมีมาตรการหลาย ๆ อย่างนะครับ ผมเองนี่ คุยกับทั้งหอการค้าอุตสาหกรรมเนื่องจากสนิทกันหมดแล้วนะครับ ท่านก็มา คุยด้วย แล้วก็ควงเหมือนกันว่ าถ้าเราเป็น Anti จีนเยอะ ๆ นะ ทำเรากลับนี่ เราจะขายเยอะ ที่เราคิดถามว่าควรจะมีมาตรฐาน แล้วก็อาจารย์เขาดี ๆ ผมเองนี่ เราจะขายเยอะ ไอ้นัดกับทางจีนที่จะคุยกันหลายครั้งแล้วนะไอ้นัดกับทางจีนที่จะคุยกันหลายครั้งแล้วนะทางออกร่วมกันขนาดเรื่องเหล็กที่ท่านพูดถึงวันก่อนนะครับ เรื่องเหล็กนี่ สมาคมเหล็กเข้ามาคุยกับผมนะครับผม ผมเพิ่งคุยกันเมื่อ 2 วันก่อน เขาก็มีความต้องการที่จะหาทางแก้ไข ว่าจะช่วยเหลือเขาอย่างไร ผมว่าคงเป็นลักษณะ ของการถ้อยทีถ้อยอาศัยกันมากกว่า ระหว่างไทยกับจีน รักษาน้ำใจกัน แล้วก็อยู่ที่ว่าปริมาณอะไรที่มันมากเกินไปก็ขอให้เขาลดลงหน่อย เพื่อที่จะรักษาอุตสาหกรรม หรือว่าธุรกิจของในประเทศเรา ผมอยากเห็นอย่างนั้นนะครับ ว่าผมอย่างไรนี่ เราทำสิ่งที่เราไม่อยากเห็นประเทศ ดำเนินต่อไปได้นะครับ เราไม่อยากเห็นรู้สึกว่าจะสร้างความรู้สึกไม่ดี กับประเทศจีนห รือไม่อย่างนั้นจะมีปัญหา ก็ไม่อยากเห็นก็อยากเห็นการที่เราเป็นตัวกลาง และมีการลงทุน การค้าต่าง ๆ เกิดขึ้น ผมเชื่อครับผม ชื่อจริง ๆ นะ ว่าอีกไม่นานนี่ เศรษฐกิจเราจะกลับมาฟื้นใหม่ แล้วก็จะเป็นศูนย์กลางของการเชื่อมต่อของประเทศต่าง ๆ ให้สามารถมาใช้ที่ไทยได้ ต่อมาก็อยากจะพูดถึงเรื่องของสินค้าเกษตร สินค้าเกษตรนี่ ผมเรียนตรง ๆ ว่าเรากระทรวงพาณิชย์นี่ เราดำเนินการเชิงรุกครับ เราจะมีการคำนวณก่อนเลย รู้ล่วงหน้า For cash ล่วงหน้ารู้เลยว่าแต่ละเดือนหน้าจะมีผลผลิตอะไรออกมา แล้วเราควรจะทำอย่างไ รมีขั้นตอนในการดำเนินการอย่างไร เพื่อให้ราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้นตามที่ต้องการ ปรากฏว่าเป็นจริงนะครับ สินค้าเกษตรที่เราดำเนินการนี่ ปรากฏว่าได้มี... ราคาเพิ่มขึ้น ไม่ทราบของสไลด์ให้เห็นราคาสินค้าหลักอย่างเช่นข้าว มัน ยางน่ะ ขึ้นสูงมากนะครับ ทำลายสถิติเลยนะครับ ผมขอให้ข้อมูล คำว่าคือค่าข้าวหอมมะลินี่ ราคาสูงสุดในรอบ 5 ปี ข้าวหอมมะลิราคาสูงสุดในรอบ 20 ปี ข้าวเหนียวสูงสุดในรอบ 4 ปี ยาง แผ่นดิบน้ำยางราคาสูงสุดในรอบ 10 ปี อันนี้คือสิ่งที่เราได้ดำเนินการทำไปนะครับ นอกจากนี้ราคาสินค้ารองเลย ราคาชุมชนกันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นสับปะรด กระเทียม หอมแดง ผลไม้ต่าง ๆ นี่วั ตัวนี้ขอยืนยันตรวจเช็กได้นะครับ ค่าทางเศรษฐกิจของข้าวเปลือก ยางพารา ผลไม้พืช 3 หัว 2 ปี เพิ่มขึ้น 23 เปอร์เซ็นต์นะครับ ทำให้เกษตรกร 74 ล้านครอบครัวนี่ มีรายได้เพิ่มขึ้นเกือบ 2 แสนล้านครับ ตัวเลขตรง ๆ คือ 129,536 ล้านบาท จากการจัดการที่เรากระทรวงพาณิชย์มีการคำนวณและการทำการตลาดล่วงหน้า เราได้ราคาสินค้าเกษตรที่สูงขึ้นนะครับ ก็อยากจะเรียนท่านทั้งหลาย ว่าเรา มีมาตรการมีวิธีการต่าง ๆ นะ ท่านมีข้อแนะนำอะไร เราก็ยินดีรับฟังนะครับ ประเทศเรา นาทีนี้ คงจะต้องช่วยกันคิดนะครับ ว่าเราอยากเห็นประเทศเราเป็นอย่างไร แล้วก็มันพัฒนายิ่งขึ้นนะครับ ต่อมาก็เป็นเรื่อง หลาย ๆ เรื่องอยากอยากจะขอความคิดเห็นจากทุกท่านด้วยนะครับ และดูว่าประเทศไทยเรา.... เราจะเดินต่ออย่างไรนะครับ โดยเฉพาะเรื่องของ ขออนุญาตนิดหนึ่งครับผม จะมีเรื่องของการ... จริง ๆ รัฐบาลได้ออกมาตรการออกมาแล้ว แต่ว่าไปไหน อาจจะไม่ได้รับ ได้ยินเท่าที่ควร อย่างเรื่องการออกมาตรการให้คนที่สามารถผลงานทางด้านเท่านั้น สามารถจะเข้ามาในประเทศไทย เพื่อที่จะมาหากินได้อยู่ได้ แล้วก็ทำงานได้ไม่ต้องใช้ถ้ามีเงินพรุ่งนี้จะมีฐานะดีนะครับ มีจำนวนเยอะมาก ที่ผมได้คุยกับเขาแล้วเขาบอกนี้เลยครับ ว่าประเทศไทยนี่ คือเขาบอกว่า เมืองหลวงของดิจิทัล ออกแบบอยู่ที่นี่ นะครับ เขาบอกว่าเป็นสวรรค์ ถ้าเป็นสวรรค์นะครับ สวรรค์คือประเทศไทยเขาบอกว่าอยากอยู่กันมาก เนื่องจากว่าประเทศไทย มีทั้งshopping ดี มีท่องเที่ยว มีทะเล มีภูเขา มีครบทุกอย่าง เขาอยากมาอยู่ที่นี่มาก รัฐบาลเองได้ออกกฎแล้วนะครับ ที่จะให้มีการยาวขึ้นครับ ช่วยในเรื่องของการที่จะจดทะเบียนบริษัท จดทะเบียนบริษัทเขาได้เป็นออนไลน์หมดแล้ว ก็จะเป็นเรื่องที่สามารถที่จะพัฒนาเรื่องนี้ แล้วก็อยากจะชวนเขาให้มาสร้างธุรกิจใหม่ ๆ นะครับ ผมว่ามีความสำคัญมาก ตลอดสร้างธุรกิจใหม่ ๆ จากจุดนี้ได้ เราก็จะมีธุรกิจที่เห็นอยู่ในโลกในปัจจุบันมากขึ้นครับ ต่อมาก็จะเป็นเรื่องของ... ของ... ย้อนกลับมาดูเรื่องสินค้าของไทยที่จะมาใช้ของเล่นแพลตฟอร์มทีนี้ กระทรวงพาณิชย์เองก็ได้ติดต่อเพื่อจะขายนี่ เข้าไปในประเทศจีน ซึ่งถ้าเป็นเรื่องที่จับต้องได้แน่นอนนะครับ อีกไม่นานนี่ เราจะแสดงให้เห็นว่าเรามีขั้นตอนอย่างไร และดำเนินการแล้วนะ เรื่องนี้แล้วก็นอกจากนี้ยังจะมีเรื่องของการที่จะการขยายการเจรจา เขตการค้าเสรีนะครับ ก็จะมีก็จะมีหลายแห่ง ที่จะสำเร็จเร็ว ๆ นี้ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีช่วยการจะมาพูดเรื่องนี้นะครับ ต่อมาก็จะเป็นเรื่องการที่จะต้อง เจรจาจากอินเดีย อินเดียเป็นประเทศที่ใหญ่มาก เราเองอยากเห็นการเจรจาอินเดีย เพื่อจะส่งออกสินค้าไทยครับ เราส่งให้จีนเยอะ แต่อินเดียที่มีประชากรมากกว่าจีนนี่ เรายังขยายตลาดก็จะหาวิธีการที่ผมถวายสัตย์เสร็จนี่ ทางทูตอินเดียได้ขอนัดเลยนะ คืนนั้น เดี๋ยวผมต้องเปลี่ยนชุดขาวแล้วก็ไปนั่งคุย เขาขอร้องว่าเขาอยากจะคุยว่าจะทำอย่างไร การค้าอินเดียกับไทยนี่ จะเพิ่มขึ้น จริง ๆ แล้วอินเดียกับจีนเขาก็ไม่คุยกันเท่าไรนะ เราอาจจะมีโอกาสของเราในการที่เป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างอินเดียกับจีน เราสามารถทำแบบนี้ได้นี่ เราก็จะเป็นศูนย์กลางของการเชื่อมต่อระหว่างจีนกับอิเนเดีย ซึ่งประชากรเกือบ 3 พันล้านคน ของคนที่จะมีผู้บริโภค มีก็อยากเห็นเรื่องนี้เกิดขึ้นนะครับ ก็เหมือนกับว่าให้มั่นใจได้นะครับ ว่ารัฐบาลนี่ เราคิดจะก็อยากให้เห็นให้ทั้งฝ่ายค้าน รัฐบาลมีความเห็นตรงกันว่าเราอยากเห็น การทีประเทศเรานี่ ในอนาคตตอนที่ 10 ประเทศเรานี่ จะพัฒนาต่อไปโดยการเป็นมิตรกับทุกฝ่ายนะครับ ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา จีน ไม่ว่าจะเต็มอินเดียไม่ว่าจะเป็นจีนเนี่ยเราจะทำอย่างไรที่เราพ้นเส้นตรงนี้แล้วก็ต้องวิเคราะห์ระมัดระวังนิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าถ้าเราไปทำเรื่องอะไรที่ sensitive นี่ มันก็จะอาจจะสร้างความไม่สบายใจให้กับทุกฝ่ายได้ ผมเองก็เป็นอย่างยิ่งครับ โดยท่านท่านนายกนี่ ขอจะเร่งดำเนินการแก้ปัญหาแล้วก็จะมีทิศทางผลชัดเจนยืนยันได้นะครับ ยืนยันได้นะครับ อีกไม่นานนี่ จะทยอยเรื่องต่าง ๆ เข้ามานะครับ ว่าจะช่วยประชาชนอย่างไร จะพัฒนาประเทศต่ออย่างไร ให้มั่นใจครับ ว่ามีเรื่องอะไรนี่ ท่านแนะนำได้เสมอนะครับ เรายินดีรับฟัง แล้วก็ว่าประเทศเราจะพัฒนาไปด้วยกันได้ ขอบคุณมากครับ (คุณมงคล) ขอบคุณครับ ท่านต่อไปเชิญท่านนรินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ครับ (คุณนภินทร) กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาและสมาชิกสภาผู้เกี่ยวข้องครับ ผมนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผมเรียนอย่างนี้ครับ ว่าสมาชิกหลาย ๆ ท่านนั้น มีความห่วงใย ในเรื่องของบริษัท ซึ่งเกิดขึ้นจากบุคคลต่างด้าว และประกอบธุรกิจต่างด้าวโดยใช้ Nominee เป็นคนไทย ผมเรียนครับว่ากระทรวงพาณิชย์นั้น ให้ตระหนักและความสำคัญเกี่ยวกับการแก้ปัญหาเหล่านี้ โดยกระทรวงพาณิชย์นั้นมีพระราชบัญญัติธุรกิจประกอบคนต่างด้าว 2542 ซึ่งกระทรวงพาณิชย์นั้นมีอำนาจในการเรียกบุคคลคนไทยที่ถือหุ้นมาสอบถาม ถึงการลงเงินสอบถามถึงพฤติกรรมความที่เกี่ยวกับบุคคลต่างด้าว แล้วก็เหตุใดถึงสนใจ นี่คืออำนาจของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งถ้าหากบุคคลนั้น สามารถชี้แจงแล้วตอบได้ ถึงแม้ข้อความเหล่านั้น จะเป็นเท็จก็ตาม หลักฐานที่ใช้ประกอบในการดำเนินคดีกับบุคคลไทย ซึ่งเป็น Nominee นั้น ก็ยังไม่เพียงพอในการดำเนินการ การสอบสวนต้องลงไปในทางลึกยิ่งไปกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางการเงิน บัญชีต่าง ๆ การตรวจสอบที่จะลงไปลึกก็ได้ขนาดนั้น ก็ต้องอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธี ที่หนักกว่าอาญา ซึ่งผู้ใช้อำนาจก็คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ DSI ปปง. กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้นิ่งนอนใจครับ ถึงแม้ว่าเมื่อเราลงไปตรวจสอบแล้ว เราได้ข้อเท็จจริง ซึ่งบางอย่างอาจจะเป็นเท็จ เรายังมีความสงสัยอยู่ เราได้หารือและร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น DSI ปปง. กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตลอดจึงสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เพื่อทำงานร่วมกันและได้มี MOU ร่วมกัน เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2566 นะครับ ร่วมกับหน่วยงาน 5 หน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นกรมการท่องเที่ยว สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจท่องเที่ยว โดยใช้คนไทยเป็น Nominee ของชาวต่างชาติ เพื่อเข้ามาประกอบธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทย ที่สำคัญครับ คือ การมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยงสูง และจะมี Nominee หรือ 4 ธุรกิจหลัก ด้วยกัน คือธุรกิจท่องเที่ย วและที่เกี่ยวข้องธุรกิจการค้าที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ โรงแรมรีสอร์ท ธุรกิจเกี่ยวกับขนส่ง โดยเฉพาะ ในจังหวัดท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต กรุงเทพฯ ชลบุรี ประจวบ และสุราษฎร์ธานี เพราะฉะนั้นครับ ขอให้มีความเชื่อมั่นกับว่ารัฐบาลนี้กระทรวงพาณิชย์นั้น ให้ความสำคัญกับแก้ไขปัญหาดังกล่าว และจะเอาผิดกับ Nominee อย่างจริงจังและเข้มงวดต่อไป นอกจากนี้ครับ กระทรวงพาณิชย์นั้น ได้ตั้ง MOU ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการ การแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจท่องเที่ยว โดยเฉพาะคนไทยที่เป็น Nominee โดยตั้งศูนย์อยู่ที่กรมการท่องเที่ยว ร่วมการบริการการทำงานอย่างเข้มแข็ง แค่นี้นะครับ แก้ไขปัญหาและเชื่อครับ ว่าปัญหาในการตรวจสอบน้อย โทษเบา และความคืบหน้าช้า จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ในระดับหนึ่ง กระทรวงพาณิชย์ได้ตรวจสอบนิติบุคคล กลุ่มเป้าหมายด้านการท่องเที่ยวนะครับ ในปี 2567 นั้น 26,019 ราย เข้าข่ายการตรวจสอบเชิงลึก 498 ราย ในจมนิดในจำนวนนี้ครับ ได้แจ้งข้อกล่าวหาและส่งสรรพากรเอาผิดไปแล้วทั้งหมด 19 ราย อยู่ระหว่างการแจ้งข้อกล่าวหา Nominee อีก 2 ราย รวมทั้งหมดนะครับ มีการสืบสวนและการใช้ผลหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายอีก 120 รายด้วยกัน เพราะฉะนั้น เราได้ตรวจสอบอย่างเข้มข้น และดำเนินการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้นะครับ เราได้มีการพูดคุยกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่จะร่วมกันทำงาน โดยจะมีการเซ็น MOU กันเร็ว ๆ นี้ตัวผมเองนั้นได้คุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เชิญอธิบดี DSI มาพูดคุยกันได้กำชับการทำงานอย่าง fast track เรื่องสำคัญ ก็คือในเรื่องของบริษัทต่างด้าว ซึ่งมีคนไทยเป็นเขมรอีกนั้น เรายืนยันครับ ว่ากระทรวงพาณิชย์นั้น ให้ความสำคัญการแก้ปัญหา บริษัทต่างด้าว ที่ใช้คนไทยเป็น Nominee นะครับ ตอบข้อซักถามเกี่ยวกับนโยบาย ของกรมเจรจาการค้า ซึ่งมีผู้ห่วงใยนะครับ ถึงประเด็นที่ว่าการเจรจาข้อตกลงความคืบหน้านั้น มีความคืบหน้าที่ช้า โดยเฉพาะ STA 14 ฉบับ อยู่ระหว่างการเจรจา 11 ฉบับ เฉพาะ Fta Thai EU ค่อนข้างช้า เนื่องจากการเจรจามีการเน้นเรื่องการสิ่งแวดล้อม แรงงาน สิทธิมนุษย์ชนและการค้ากับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ขออนุญาตเรียนชี้แจงให้ทราบว่า กระทรวงพาณิชย์นั้น โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ให้ความสำคัญกับการเจรจาทำความตกลงทางการค้า รวมทั้ง FTA ในปัจจุบัน อยู่ระหว่างการเจรจาแต่ละฉบับกับ EU แต่ใกล้สรุป AFSA หรือสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป ซึ่งประกอบด้วย สมาชิก 10 ประเทศด้วยกัน ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ ไอซ์แลนด์ นะครับ ก็เร่งเจรจากับเกาหลีใต้ ปูตาน และได้ผลสรุปภายในปีนี้ และอย่างช้าก็คงจะภายในปีหน้า การะเกดจาก FTA ไทย Eนั้นถือได้ว่ามีความสำคัญอย่างมากเนื่องจากว่าตลาดที่มีขนาดใหญ่ และเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านการค้าและดึงดูดการลงทุนเนื่องจาก EU fta กับเวียดนาม สิงคโปร์ และใกล้สรุปผลการเจรจากับอินโดนีเซีย ตลาดขนาดใหญ่ของ EU นั้นถึงแม้ว่าจะทำให้เห็นโอกาส แต่ก็มีความท้าทายอยู่ด้วยเช่นกันครับ จากมาตรฐาน FTA ของ EU ที่สูงกว่ามาตรฐาน FTA ที่ผ่านมา ของไทย นอกจากนี้รวมถึงเรื่องการเปิดตลาดสินค้า และการบริหารการบริการระดับสูง รวมทั้งกฎระเบียบใหม่ ๆ ขออภัยครับ รวมทั้งกฎระเบียบใหม่ที่มันมีมาตรฐานที่สูง ซึ่งไทยนั้นไม่เคยรวมไว้ใน FTA ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดซื้อจ้างโดยรัฐ รัฐวิสาหกิจ และพนักงานและวัตถุดิบ ความท้าทายดังกล่าวนั้น เพื่อให้ผลการเจรจาเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ จึงทำให้จำเป็นครับ ต้องมีการหารือกับหน่วยงาน หรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ไม่รับฟังปัญหา รับฟังปัญหาเห็น และก็ขอแนะนำรอบด้าน ประกอบการจัดทำท่าทีเจรจาที่รอบคอบรัดกุม ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ และต้องใช้เวลา ไม่เช่นนั้นครับ อาจจะเกิดความเสียหายจากการเร่งรีบและการดำเนินการ อย่างไม่รอบคอบ ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรี ได้มีความเห็นชอบให้ไทยเข้าร่วมเจรจา FTA Tahi EU เดือนกุมภาพันธ์ ฃปี 2566 ปัจจุบันไทยได้มีการใช้จ่ายไปแล้วทั้งหมด 3 รอบด้วยกัน และจะมีการเจรจารอบที่ 4 ในเดือนพฤศจิกายนในปีนี้ ซึ่งการเจรจามีความคืบหน้าไปในทิศทางบวกนะครับ มีความตั้งใจครับ ว่าจะสรุปผลการเจรจา EU โดยเร็ว หากเป็นไปได้ครับ จะสรุปให้ได้ภายในปีหน้า และข้อบางเจรจานะครับ บางประเทศนั้น ใช้เวลาเจรจา 167 มีด้วยกัน ซึ่งสามารถสรุปได้แต่ประเทศไทยจะพยายามครับ ว่าเราจะสรุปให้ได้ในปีหน้า เพื่อผลประโยชน์ในทางการค้าของประเทศไทยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ (คุณมงคล) ครับท่านต่อไป (คุณสหัสวัต) ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ สหัสวัต คุ้มคงครับ ขอใช้สิทธิ์พาดพิงนิดนึงขออนุญาตนิดหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ขอเรียนต่อคณะมนตรีนะครับ ที่ให้โอกาสแล้วก็ให้เกียรติในการพูดถึงนะครับ ที่ผมที่ท่านเล่ามา ค่อนข้างดีมากเลยครับ ท่านมนตรีพาณิชย์ครับ ชื่นชมมาก ๆ เลยครับ แต่ว่านิดหนึ่งครับ เราต้องมีแผนระยะยาวเพื่อความยั่งยืนครับ จะเป็นแค่ที่ผลิตแบบนี้ไปตลอดไม่ได้นะครับ ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมีแผน RDให้เราเป็นนวัตกรรมเนื้อจนมาหลายสิบปีแล้วแต่ปัจจุบันเรายังไม่เป็นเทคโนโลยีเจ้าของเทคโนโลยียานยนต์ใด ๆ เลยนะ ต้องรอนักลงทุนจากต่างประเทศอย่างเดียวนะครับ ซึ่งมันไม่ยั่งยืนครับ ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจสิ่งทอครับ เป็นเจ้ากรรมหรือสิ่งทอมานานครับ แต่เพราะว่าเราไม่มีแผน R D ครับที่ผ่านมาท้ายที่สุดครับ อุตสาหกรรมสิ่งทอก็ถดถอยครับ เสียโอกาสไปมากครับ ท่านใหม่ ๆ พื้นรองเท้าภาษากับพวกไบโอเคมครับ พร้อมทุกด้านอยู่แล้ว แต่พอเราไม่มีแผน R&D ครับ ซึ่งเราปล่อยให้อุตสาหกรรมนี้ถดถอยครับผม ไม่อยากให้เสียโอกาสแบบนี้อีกอย่างแต่แผลที่ท่านว่ามาในการเป็นการเป็นพื้นที่ผลิตนี่ ในเบื้องต้นเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ ที่ผมอธิบายทั้งหมดนี่ คือแผนแรงงาน ไม่ใช่ แผนการลงทุนครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ (คุณมงคล) ท่านเดี๋ยวจะนำไปพิจารณานะ ว่าจะดำเนินการต่ออย่างไรขออนุญาตที่เดียวครับ คือครับ ธุรกิจสำคัญในโลกนี่ มันมีการเชื่อมของธุรกิจต่าง ๆ เช่นเรื่องสิ่งทอนี่ นะครับ ถ้าเรามองในอดีตที่ผ่านมานี่ ญี่ปุ่นทำทำสิ่งทอแล้ว ขนาดยถึงจะแปะเสื้อผ้า ไต้หวัน สิงคโปร์ เป็นเสื้อผ้ามาก็มาไม่ดี เสร็จแล้วตอนปัจจุบัน made in thailand เขมร ลาว เวียดนามใช่ไหมครับ ของเรานียจริง ๆ แล้วเราควรจะต้อง ไปไฮเทคนานแล้ว แต่เนื่องจากเรามีปัญหากัน 1 เราเองเนี่ย ธุรกิจที่เราควรจะต้องได้รับแต่แรกนี่นะ เราก็เลยไม่ได้เอาข้าวไปว่ายน้ำเลย ต้องกลับมาไต่บันไดลิง ตกบันไดลิง แล้วก็ต้องขึ้นเราเองก็คงต้องกลับมาดูว่าจะเร่งพัฒนาแต่ถ้าท่านถูกต้องเลยครับ เราเองก็คงจะต้องสร้างคนรุ่นใหม่ที่สามารถคิดและพัฒนาและมียี่ห้อของตัวเองได้ตลอดนะคะ เมื่อคืนเราอีกต้องมหาลัยทางวิศวกรรมเยอะ ๆ นะครับผม ว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ดี ที่จริง ๆ แล้วไม่มีการร่วมมือกับ อว. ในการอบรมดีครับ ธุรกิจสร้างงานให้จำนวนเป็นแสน ๆ รายนะครับ ค่าจ้างสำหรับแรงงานอย่างต่ำนะครับ วิศวกรจะได้หลายแสนเลย แต่ว่าTraining กันมาก่อนว่าต้องทำอย่างไร ต้องประกอบอย่างไร ผมอยากเห็นเหมือนที่ท่านอยากเห็นนะครับผม อยากเห็นว่าเราจะมีนักลงทุนไทย หรือ innovation ของไทยเองที่สามารถพัฒนาได้ครับผม ว่าถ้าเกิดเข้ามาเยอะ ๆ นะ ผมว่าหวังว่าคนไทยจะได้เรียนรู้ แล้วก็สามารถพัฒนาเป็นสินค้าของเราเองนะเอา R B ไปใช้ ขอเป็น AI ของเราเองเป็นอุปกรณ์ต่าง ๆ Big Data ของเราเอง แต่ผมผมมีความฝันเหมือนกับท่านนะครับ อยากเห็นอย่างนั้นเหมือนกันนะครับ ขอบคุณมากครับมากท่านครับ ขอบคุณครับ (คุณมงคล) ถ้าไม่มีอะไร เชิญท่าน เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังชี้แจง (คุณเผ่าภูมิ) กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ เผ่าภูมิ รัตนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง จะไม่ใช้เวลาในการถกเถียง จะไม่ใช้เวลาในการโต้ตอบ แต่อยากใช้เวลาในสิ่งที่เป็นประโยชน์ การฉายภาพให้เห็นว่าทิศทางเศรษฐกิจ ทางกระทรวงการคลังที่ทางรัฐบาลนั้นมองเห็นแล้วเราจะเดินไปอย่างไร ผมอยากจะนำเสนอแก่นแนวคิด 3 แนว ที่จะเป็นหลักคิดในการที่เราจะเดินไปสู่ข้างหน้า แล้วถ้าสมมติท่านอ่านจากหลักคิดอันนี้ 3 แนวแล้วท่านจะเห็นทิศทาง จะเห็นว่าเรากำลังจะเดินไปในทิศทางไหน ปรัชญาข้อที่ 1 ครับ หรือแก่นแนวคิดข้อที่ 1 ที่รัฐบาลใช้เป็น DNA ของจะเรียกได้ว่า DNA ของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย มาในอดีต และสืบทอดมาถึงปัจจุบัน การใช้ Demand Size Ecomomy หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนและจุดประกายอุปสงค์รายการหนังสือที่แข็งแรงอันนี้สำคัญครับ เป็นประเด็นที่เราถกเถียงกันมานานเรื่อง Digital wallet งบ 4 แสนห้าหมื่นล้าน มีการถกเถียงกันว่าจะเอาไปใช้ในด้านดีมาในการกระตุ้นกำลังซื้อ หรือเราจะไปใช้ในด้านในการที่จะเอาไปทำอะไรต่าง ๆ ที่เป็นระยะยาวกว่า ผมเรียนแบบนี้ครับ ผมยกตัวอย่างให้เห็นง่าย ๆ การสร้างตลาด 1 ตลาดในชุมชน ตลาดถือเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ตลาดเกิดขึ้นก่อน หรือกำลังซื้อเกิดขึ้นก่อน ท่านจะสร้างตลาดในภาวะที่ไม่มีกำลังซื้อ ตลาดเหล่านั้นจะเกิดขึ้นไหม คำตาม คือ ไม่เกิดครับ กำลังซื้อต้องเกิดขึ้นก่อน กำลังซื้อข้าวเหนียวนำไปสู่การสร้างตลาด consumption หรือการบริโภคหรือกำลังซื้อจะนำไปสู่การลงทุน นั่นคือปรัชญานั่นคือสิ่งที่เราคิด เพราะฉะนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือการก่อให้เกิดกำลังซื้อ ของประเทศขึ้นมาก่อนนั่น คือหัวใจ ย้อนกลับมาดูภาพของประเทศไทยครับ กำลังซื้อของเราเป็นอย่างไร แข็งแรงพอไหม เวลาเราดูกำลังซื้อ เราดู 2 ด้านหลักครับ กำลังซื้อของรายได้ของภาคเกษตรกร ไปดูตัวเลขครับ 7 เดือนแรกของปีนี้ที่ผ่านมา