﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,008 --> 00:00:08,008
(เจ้าหน้าที่) สวัสดีครับ

3
00:00:08,010 --> 00:00:12,010
ล่ามได้ยินไหมครับ สวัสดีครับ โอเค

4
00:00:12,012 --> 00:00:16,012

5
00:00:16,014 --> 00:00:20,014
(อาจารย์ฐิติกาญจน์) ขอบคุณค่ะ สวัสดีพี่ล่ามนะคะ

6
00:00:20,015 --> 00:00:24,015
โอเค เสียงมาแล้ว ก็เราเมื่อกี้

7
00:00:24,020 --> 00:00:28,020
คุยกันนะคะ ว่าวันนี้เราจะเรียนบทที่ 8

8
00:00:28,021 --> 00:00:32,021
แล้วก็ ตกลงนักศึกษาใช่ไหม ตอนแรกนึกว่า

9
00:00:32,023 --> 00:00:36,023
เจ้าหน้าที่ นั่งข้างหลังเห็นใช่ไหมครับ โอเค

10
00:00:36,024 --> 00:00:40,024
ก็วันนี้เราจะเรียนบทที่ 8 นะ เรื่องของการคิดนะ แล้ว

11
00:00:40,025 --> 00:00:44,025
เราเหลืออีกบทที่ 10 กับ 11 แล้วก็ครูจะปิด

12
00:00:44,026 --> 00:00:48,026
คอร์สให้เลยนะคะ เพื่อที่ว่าเราจะได้เอาเวลาที่เหลือนี่

13
00:00:48,028 --> 00:00:52,028
ไปทำงานชิ้นใหญ่ที่สุดอีกชิ้นหนึ่งนะคะ เพราะฉะนั้น

14
00:00:52,030 --> 00:00:56,030
อันนี้คือ เพราะฉะนั้น เราก็จะเป็นออนไลน์ครั้งหน้า

15
00:00:56,031 --> 00:01:00,031
แล้วก็จบด้วย onsite นะ 2 ครัง

16
00:01:00,032 --> 00:01:04,032
นะคะ โอเค วันนี้

17
00:01:04,033 --> 00:01:08,033
เราจะเรียนบทที่ 8 ที่ครูสลับมา ที่ถามนะคะ

18
00:01:08,034 --> 00:01:12,034
เนื้อหามันจะเป็นที่จะต้องมาเรียนกันในห้อง ทีนี้ครูจะ

19
00:01:12,035 --> 00:01:16,035
ขอพวกเรา เตรียมกระดาษไว้สัก 1 แผ่น

20
00:01:16,037 --> 00:01:20,037
มีหรือเปล่า มีกระดาษไหมลูก

21
00:01:20,037 --> 00:01:24,037
มาเรียนหนังสือไม่มีกระดาษ มีกระดาษและปากกาไหมคะ

22
00:01:24,039 --> 00:01:28,039
เพื่อนมีไหม ใครมีกระดาษบ้าง ขายเลยค่ะ แผ่นละ 5 บาท

23
00:01:28,040 --> 00:01:32,040
หารายได้เข้ากระเป๋า ตอนเที่ยง

24
00:01:32,042 --> 00:01:36,042
ขอเพื่อนเอาลูก มีกระดาษ... กระดาษอะไรก็ได้ลูก

25
00:01:36,044 --> 00:01:40,044
ไม่ต้องค่ะ แผ่น... แผ่นไหนก็ได้

26
00:01:40,046 --> 00:01:44,046
กระดาษโน้ตอะไรก็ได้ค่ะ ขอไม่เป็นกระดาษทิชชู

27
00:01:44,048 --> 00:01:48,048
ก็พอนะ ใครไม่มีก็

28
00:01:48,050 --> 00:01:52,050
ให้เพื่อนส่งให้นะคะ

29
00:01:52,051 --> 00:01:56,051
ส่วนของหนู หนู...

30
00:01:56,053 --> 00:02:00,053
ไม่ต้องเขียนก็ได้นะคะ

31
00:02:00,055 --> 00:02:04,055
ของน้องเด็กตานะ น้องก็ไม่ต้องเขียนก็ได้

32
00:02:04,057 --> 00:02:08,057
เดี๋ยวตอบกันเองนะคะ เตรียมกระดาษกันแล้ว

33
00:02:08,059 --> 00:02:12,059
ใช่ไหมลูก เขียนชื่อของตัวเองไว้

34
00:02:12,061 --> 00:02:16,061
นะคะ แสดงความเป็นเจ้าของ เขียนชื่อ แล้วก็

35
00:02:16,063 --> 00:02:20,063
เขียนรหัสนักศึกษาไว้ให้ด้วยนะคะ โจทย์เดี๋ยวบอก

36
00:02:20,064 --> 00:02:24,064
กันอีกทีหนึ่งนะคะ ให้เตรียมกระดาษกับปากกาไว้ก่อน เพราะวันนี้เรามีกิจกรรมให้

37
00:02:24,066 --> 00:02:28,066
ที่ทำ แล้วเราจะใช้กระดาษตรงนี้ด้วย เป็นการเช็กชื่อ

38
00:02:28,067 --> 00:02:32,067
ไปในตัวเลยนะคะ

39
00:02:32,069 --> 00:02:36,069
หมดแล้วน่ะ เล่มนั้นน่ะ ฉีกไปหมดแล้ว เหบือแค่ปก

40
00:02:36,070 --> 00:02:40,070

41
00:02:40,072 --> 00:02:44,072
สวัสดีค่ะ เชิญค่ะ

42
00:02:44,074 --> 00:02:48,074

43
00:02:48,075 --> 00:02:52,075
เสียงครู

44
00:02:52,077 --> 00:02:56,077
เวลาออกไมค์มันแปลก ๆ นะ

45
00:02:56,080 --> 00:03:00,080
ครูรู้สึกไม่ชอบเสียงตัวเองเลย เวลาออกไมค์

46
00:03:00,081 --> 00:03:04,081
ไมค์มันเอคโคด้วย เสียงมันสะท้อน

47
00:03:04,084 --> 00:03:08,084
เตรียมแล้วใช่ไหมคะ เอาไว้ก่อนนะลูกเตรียมไว้

48
00:03:08,086 --> 00:03:12,086
เราจะเรียนบทที่ 8 เป็นการคิดที่ซับซ้อนใช่ไหมคะ

49
00:03:12,088 --> 00:03:16,088
ทีนี้ เรื่องของการคิดนี่ มันคือทักษะอย่างหนึ่ง ที่

50
00:03:16,089 --> 00:03:20,089
ปกติมันก็จะมีทักษะที่เป็นทักษะพื้นฐาน

51
00:03:20,091 --> 00:03:24,091
การคิดแบบพื้นฐานนะคะ ส่วนวันนี้เราจะเรียนเรื่องของ

52
00:03:24,093 --> 00:03:28,093
การคิดที่มันขั้นสูงขึ้น

53
00:03:28,094 --> 00:03:32,094
ที่มันซับซ้อนมากขึ้น มันคือการที่เรา

54
00:03:32,096 --> 00:03:36,096
มีวุฒิภาวะแล้ว เราโตแล้ว เรามีพัฒนาการที่

55
00:03:36,097 --> 00:03:40,097
โตเต็มวัยแล้วอย่างนี้ค่ะ ก็สามารถที่จะคิดกระบวนการคิด

56
00:03:40,098 --> 00:03:44,098
แบบนี้ได้ แต่ถ้าเป็นเด็กประถม ถ้าเป็นเด็กอนุบาลที่เขายังเด็ก ๆ อยู่นี่

57
00:03:44,099 --> 00:03:48,099
การคิดซับซ้อนเขาก็ยังทำไม่ได้นะคะ เราก็ต้องมา

58
00:03:48,100 --> 00:03:52,100
รู้จักว่าการไอ้การคิดซับซ้อนมันคืออะไร เพื่อที่ว่า

59
00:03:52,101 --> 00:03:56,101
อีกหน่อยเราไปเป็นครูอย่างนี้ค่ะ เราจะได้ออกแบบ

60
00:03:56,102 --> 00:04:00,102
การเรียนการสอน เพื่อที่จะกระตุ้นการคิด

61
00:04:00,103 --> 00:04:04,103
เหล่านี้ให้กับเด็ก ๆ นะคะ เพราะว่าทักษะการคิด

62
00:04:04,104 --> 00:04:08,104
ที่ซับซ้อนเหล่านี้มันก็เป็นทักษะที่ศรรตว

63
00:04:08,105 --> 00:04:12,105
นะคะ เราเคยได้ยินคำนี้ใช่ไหมคะ ก็เลย

64
00:04:12,106 --> 00:04:16,106
ให้เรามารู้กันสักหน่อยหนึ่งนะคะ การคิดซับซ้อน

65
00:04:16,109 --> 00:04:20,109
มันคืออะไรนะคะ ไปไหมนี่

66
00:04:20,110 --> 00:04:24,110
ไม่ไป

67
00:04:24,111 --> 00:04:28,111

68
00:04:28,112 --> 00:04:32,112

69
00:04:32,114 --> 00:04:36,114
ขออภัยที่ตัวหนังสือ

70
00:04:36,115 --> 00:04:40,115
มันเลื่อนนะคะ โอเค การคิดอันแรกนะ

71
00:04:40,117 --> 00:04:44,117
มันคือการคิดแบบมีวิจารณญาณ การคิดแบบ

72
00:04:44,119 --> 00:04:48,119
มีวิจารณญาณ การที่เราสามารถไตร่ตรองได้

73
00:04:48,120 --> 00:04:52,120
หาเหตุผลได้ คิดที่ไม่ตัดสินใจ

74
00:04:52,120 --> 00:04:56,120
เอาอารมณ์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง ผ่านการคิดที่

75
00:04:56,122 --> 00:05:00,122
ผ่านสิ่งที่เราพิจารณาว่ามันเหมาะสม

76
00:05:00,123 --> 00:05:04,123
ไหม หรือไม่เหมาะสม มันถูกต้องไหม หรือไม่ถูกต้อง

77
00:05:04,125 --> 00:05:08,125
หรือไม่ถูกต้อง มันจะส่งผลกระทบกับใครไหม อันนี้

78
00:05:08,128 --> 00:05:12,128
การที่เราเรียกว่า "การคิดแบบมีวิจารณญาณ" การคิด

79
00:05:12,129 --> 00:05:16,129
แบบมีวิจารณญาณนี่ มันก็เป็นอภิปัญญาแบบหนึ่ง

80
00:05:16,132 --> 00:05:20,132
นะคะ หนูไม่ต้องถ่ายก็ได้ลูก ครูโพสต์ไว้ใน Classroom

81
00:05:20,135 --> 00:05:24,135
แล้วนะคะ การคิดแบบอภิปัญญา แบบ

82
00:05:24,136 --> 00:05:28,136
ที่พูดถึงนี่นะ มันก็คือการคิดที่สูงขึ้นกว่าการคิดปกติ

83
00:05:28,138 --> 00:05:32,138
อภิ มันแปลว่า ใหญ่ แสดงว่าเป็นปัญญา

84
00:05:32,139 --> 00:05:36,139
ที่สูงกว่าปกติ ใหญ่กว่าปกตินะคะ

85
00:05:36,140 --> 00:05:40,140
การคิดแบบอภิปัญญานี่ ก็คือการคิดแบบมีวิจารณญาณนี่แหละ

86
00:05:40,141 --> 00:05:44,141
นะคะ ที่สามารถควบคุม

87
00:05:44,142 --> 00:05:48,142
ควบคุมในที่นี่คือ ควบคุมความคิดของตัวเอง

88
00:05:48,143 --> 00:05:52,143
ถูกต้องเหมาะสมแล้วสามารถควบคุมตัวเองให้

89
00:05:52,145 --> 00:05:56,145
ทำตามที่ตัวเองคิดได้ วางแผนต่าง ๆ อย่างนี้ค่ะ

90
00:05:56,147 --> 00:06:00,147
ก็สามารถควบคุมตัวเองให้ทำตามสิ่งที่ตัวเองตั้งใจได้ อันนี้

91
00:06:00,148 --> 00:06:04,148
เรียกว่าอภิปัญญา คือการคิดที่มันสูงกว่าปกติ

92
00:06:04,150 --> 00:06:08,150
เพราะอย่างที่บอกว่าการคิดที่ขาด

93
00:06:08,152 --> 00:06:12,152
วิจารณญาณนี่ ก็คือการที่เราตัดสินใจทำอะไรโดย

94
00:06:12,153 --> 00:06:16,153
เราไม่ได้นึกถึงเหตุผลที่มันเกี่ยวข้อง เราไม่ได้นึกถึงผลกระทบ

95
00:06:16,154 --> 00:06:20,154
ที่มันจะเกิดขึ้น เราไมนึกถึงสิ่งที่มันเหมาะสม

96
00:06:20,156 --> 00:06:24,156
เป็นเหตุเป็น เราตัดสินใจเพราะเห็นคนอื่น

97
00:06:24,157 --> 00:06:28,157
เขาทำ เราอยากทำตาม ตัดสินใจเพราะว่า

98
00:06:28,158 --> 00:06:32,158
มีคนบอกให้ทำเราก็เลยทำอย่างนี้ค่ะ อันนี้ไม่ได้เรียกว่า

99
00:06:32,159 --> 00:06:36,159
ใช้วิจารณญาณ เพราะฉะนั้น การใช้วิจารณา

100
00:06:36,160 --> 00:06:40,160
เราคิดพิจารณาไตร่ตรองหาเหตุผล

101
00:06:40,160 --> 00:06:44,160
ของมัน ว่าควรจะทำไหม เหมาะสมไหม อันนี้เขาเรียกว่าการคิดแบบ

102
00:06:44,162 --> 00:06:48,162
มีวิจารณญาณนะคะ ทีนี้

103
00:06:48,163 --> 00:06:52,163
อันนี้ค่ะ ที่ครูจะเป็นโจทย์ข้อแรกให้กับเรา

104
00:06:52,165 --> 00:06:56,165
ครูจะให้เราลองฝึก

105
00:06:56,167 --> 00:07:00,167
ตัวเองค่ะ กระดาษของตัวเองค่ะ

106
00:07:00,168 --> 00:07:04,168
ใครไม่มีก็รีบขายเพื่อนเลย

107
00:07:04,170 --> 00:07:08,170
นะคะ อันนี้นะ จะให้เราฝึกคิดว่า

108
00:07:08,171 --> 00:07:12,171
สิ่งที่มันเกิดขึ้น 6 ข้อนี้ค่ะ มันเป็นข้อเท็จจริง

109
00:07:12,172 --> 00:07:16,172
หรือเป็นอนุมาน

110
00:07:16,174 --> 00:07:20,174
มันจะมีข้อความให้ใช่ไหมคะ ว่าไก่กับแดง

111
00:07:20,175 --> 00:07:24,175
นี่ เป็นเพื่อนสนิทกัน ทั้ง 2 ชอบไป

112
00:07:24,177 --> 00:07:28,177
ชอปปิงตามศูนย์การค้าเสมอ วันหยุด

113
00:07:28,178 --> 00:07:32,178
ที่ผ่านมา ไก่กับแดงนัดกันไปชอปปิงที่

114
00:07:32,178 --> 00:07:36,178
สยามเซนเตอร์ เพื่อหาซื้อเสื้อผ้ายี่ห้อดัง ๆ

115
00:07:36,179 --> 00:07:40,179
ที่กำลังลดราคา ทั้งคู่

116
00:07:40,180 --> 00:07:44,180
นัดกัน นัดพบกันที่บันไดเลื่อนชั้น 1

117
00:07:44,181 --> 00:07:48,181
ตามที่นัดหมายไว้ ไก่คออยู่บริเวณนั้น

118
00:07:48,182 --> 00:07:52,182
เป็นชั่วโมงโดยไม่กล้าเดินไปที่อื่น

119
00:07:52,187 --> 00:07:56,187
เพราะเกรงว่าถ้าแดงมาแล้ว จะคลาดกันำ

120
00:07:56,188 --> 00:08:00,188
แต่แดงยังไม่มา ไก่เลยโทรศัพท์

121
00:08:00,190 --> 00:08:04,190
ไปหาแดง ปรากฏว่าติดต่อไม่ได้เลย

122
00:08:04,190 --> 00:08:08,190
ไก่รู้สึกไม่พอใจที่แดงมักผิดนัด

123
00:08:08,191 --> 00:08:12,191
อยู่... มักผิดนัดกับตนอยู่บ่อย ๆ ไก่จ

124
00:08:12,193 --> 00:08:16,193
ตัดสินใจเดินดูของตามที่ตั้งใจ และกลับบ้าน

125
00:08:16,195 --> 00:08:20,195
ด้วยอารมณ์ที่ไม่สู้ดีนัก

126
00:08:20,197 --> 00:08:24,197
6 ข้อ คนที่มีกระดาษ

127
00:08:24,198 --> 00:08:28,198
ให้ติ๊กลงไป ว่าข้อ 1 ถึง ข้อ 6 นี่

128
00:08:28,199 --> 00:08:32,199
เราคิดว่ามันเป็นข้อเท็จจริงหรือเป็นข้อ

129
00:08:32,201 --> 00:08:36,201
อนุมาน

130
00:08:36,202 --> 00:08:40,202

131
00:08:40,204 --> 00:08:44,204
ใช่ เขียนแค่เลขค่ะ 1-6 ข้อเท็จจริง

132
00:08:44,206 --> 00:08:48,206
หรืออนุมานไม่ต้องเขียนโจทย์นะคะ

133
00:08:48,208 --> 00:08:52,208
ข้อที่ 1 ไก่กับแดงเป็นวัยรุ่น

134
00:08:52,210 --> 00:08:56,210
ที่ชอบชอปปิงตามศูนย์การค้าหรู ๆ

135
00:08:56,211 --> 00:09:00,211
เป็นข้อเท็จจริงหรืออนุมาน เราก็เขียนลงไปนะคะ

136
00:09:00,212 --> 00:09:04,212

137
00:09:04,213 --> 00:09:08,213
อนุมานคืออะไร อนุมาน

138
00:09:08,214 --> 00:09:12,214
คือ สิ่งที่เราคิดเอาเอง สิ่ง

139
00:09:12,216 --> 00:09:16,216
ที่เราคิดว่ามันใช่ อันนี้เรียกว่าอนุมานนะคะ

140
00:09:16,220 --> 00:09:20,220
นี่อนุมานความถึงการคาดคะเน

141
00:09:20,221 --> 00:09:24,221
แสดงว่าอนุมานไม่ใช่ข้อเท็จจริง

142
00:09:24,223 --> 00:09:28,223
ข้อที่ 2 ทั้ง 2 สาว

143
00:09:28,225 --> 00:09:32,225
นักพบกันในวันหยุดที่ผ่านมา ที่สยามเซ็นเตอร์

144
00:09:32,225 --> 00:09:36,225
เซนเตอร์เป็นข้อเท็จจริงหรืออนุมาน ก็เขียนลงไป

145
00:09:36,227 --> 00:09:40,227
นะคะ

146
00:09:40,229 --> 00:09:44,229

147
00:09:44,230 --> 00:09:48,230
ข้อที่ 3 ไก่

148
00:09:48,232 --> 00:09:52,232
ไปคอยแดงเป็นเวลานานแต่แดงไม่ไป

149
00:09:52,234 --> 00:09:56,234
ตามนัด

150
00:09:56,236 --> 00:10:00,236

151
00:10:00,239 --> 00:10:04,239

152
00:10:04,244 --> 00:10:08,244
ข้อที่ 4 ไก่โทรศัพท์

153
00:10:08,250 --> 00:10:12,250
ไปที่บ้านแดง แต่ติดต่อไม่ได้

154
00:10:12,251 --> 00:10:16,251

155
00:10:16,252 --> 00:10:20,252

156
00:10:20,254 --> 00:10:24,254
ข้อที่ 5

157
00:10:24,259 --> 00:10:28,259
แดงมักผิดนัดอยู่เสมอ

158
00:10:28,260 --> 00:10:32,260
ไอ้ที่ครูอ่านนี่

159
00:10:32,262 --> 00:10:36,262
ครูอ่านให้พี่ล่าม

160
00:10:36,263 --> 00:10:40,263

161
00:10:40,265 --> 00:10:44,265
ข้อที่ 6

162
00:10:44,267 --> 00:10:48,267
ไก่ซื้อของตามที่ตั้งใจ แล้วก็กลับบ้าน

163
00:10:48,268 --> 00:10:52,268
ด้วยอารมณ์ไม่ดีนัก

164
00:10:52,269 --> 00:10:56,269

165
00:10:56,271 --> 00:11:00,271

166
00:11:00,272 --> 00:11:04,272
คะ

167
00:11:04,273 --> 00:11:08,273
ถึงแล้ว อ้าวเหรอ

168
00:11:08,276 --> 00:11:12,276
แล้วครูก็เถียงนะ ว่าส่งแล้ว

169
00:11:12,277 --> 00:11:16,277
อ๋อ ครู

170
00:11:16,279 --> 00:11:20,279
ไม่ได้ส่งเข้าใน Classroom ครูส่งให้พี่ม่อน

171
00:11:20,282 --> 00:11:24,282
เดี๋ยวโพสต์ให้เลย

172
00:11:24,283 --> 00:11:28,283
ระหว่างนี้ทำ 6 ข้อนี้ไว้ก่อนนะคะ

173
00:11:28,284 --> 00:11:32,284

174
00:11:32,287 --> 00:11:36,287

175
00:11:36,290 --> 00:11:40,290

176
00:11:40,295 --> 00:11:44,295

177
00:11:44,301 --> 00:11:48,301

178
00:11:48,303 --> 00:11:52,303

179
00:11:52,304 --> 00:11:56,304

180
00:11:56,307 --> 00:12:00,307

181
00:12:00,309 --> 00:12:04,309

182
00:12:04,312 --> 00:12:08,312
เดี๋ยวตามโพสต์ให้เด้อ

183
00:12:08,314 --> 00:12:12,314

184
00:12:12,316 --> 00:12:16,316

185
00:12:16,318 --> 00:12:20,318

186
00:12:20,320 --> 00:12:24,320

187
00:12:24,321 --> 00:12:28,321
ให้เตรียมกระดาษแล้วใช่ไหมคะ

188
00:12:28,326 --> 00:12:32,326
ใช่ไหมคะ

189
00:12:32,327 --> 00:12:36,327
ให้ทำโจทย์

190
00:12:36,329 --> 00:12:40,329

191
00:12:40,331 --> 00:12:44,331

192
00:12:44,333 --> 00:12:48,333
ครูบังหรือเปล่า

193
00:12:48,337 --> 00:12:52,337
มองไม่เห็น นั่งข้างหน้าก็ได้

194
00:12:52,338 --> 00:12:56,338
ไปนั่งเสียไกลเชียว สายตายาว

195
00:12:56,339 --> 00:13:00,339
เดี๋ยวครูตามโพสต์ให้นะ

196
00:13:00,340 --> 00:13:04,340

197
00:13:04,341 --> 00:13:08,341

198
00:13:08,342 --> 00:13:12,342
เรามาลองทำด้วยกันข้อแรกก่อน

199
00:13:12,345 --> 00:13:16,345
นะคะ ไก่กับแดง

200
00:13:16,346 --> 00:13:20,346
เป็นวัยรุ่นที่ชอบไปชอปปิงตามศูนย์การค้าหรู ๆ

201
00:13:20,348 --> 00:13:24,348
เป็นข้อเท็จจริงหรืออนุมาน

202
00:13:24,351 --> 00:13:28,351
ใครว่าอนุมานยกมือ

203
00:13:28,352 --> 00:13:32,352
ใครว่าข้อเท็จจริงยกมือ

204
00:13:32,355 --> 00:13:36,355
คนที่บอกว่าเป็นอนุมานดูจากอะไรคะที่เป็น

205
00:13:36,356 --> 00:13:40,356
อนุมาน

206
00:13:40,357 --> 00:13:44,357
คะ ไก่กับแดงเป็น

207
00:13:44,359 --> 00:13:48,359
วัยรุ่นที่ชอบชอปปิงตามศูนย์การค้าหรู ๆ

208
00:13:48,360 --> 00:13:52,360

209
00:13:52,361 --> 00:13:56,361
คำถาม คำถามของพวกเรานะ เรารู้ได้อย่างไร

210
00:13:56,363 --> 00:14:00,363
ว่าไก่กับแดงเป็นวัยรุ่น

211
00:14:00,364 --> 00:14:04,364
นี่ ข้อความ

212
00:14:04,365 --> 00:14:08,365
เขาบอกตรงไหนคะ ว่าเป็นวัยรุ่น

213
00:14:08,366 --> 00:14:12,366
ไก่กับแดงเป็นเพื่อนสนิทกัน ทั้งสองชอบไปชอปปิง

214
00:14:12,368 --> 00:14:16,368
ตามศูนย์การค้าหรู ๆ อยู่เสมอ

215
00:14:16,369 --> 00:14:20,369
เราอนุมานเองหรือเปล่าว่าคนที่ต้องไปชอปปิงตามศูนย์

216
00:14:20,370 --> 00:14:24,370
จะต้องเป็นวัยรุ่นเขาเป็นวัยกลางคน

217
00:14:24,373 --> 00:14:28,373
ได้ไหม เป็นคนแก่ได้ไหม เกษียณแล้วไม่มีอะไรทำ

218
00:14:28,375 --> 00:14:32,375
ก็เลยไปซื้อของได้หรือเปล่า สรุปแล้วเป็นข้อเท็จจริงหรือ

219
00:14:32,376 --> 00:14:36,376
อนุมานคะ อนุมาน เห็นหรือเปล่า

220
00:14:36,378 --> 00:14:40,378
เราคาดการณ์เอาเองนะคะ คาดคะเนเอาเอง เขาไม่ได้บอกเลยว่า

221
00:14:40,380 --> 00:14:44,380
เป็นวัยรุ่น เขาบอกแค่ว่า

222
00:14:44,381 --> 00:14:48,381
ไก่กับแดงเป็นเพื่อนสนิทกัน ทั้ง 2 ชอบไปชอปปิง

223
00:14:48,382 --> 00:14:52,382
เราอนุมานเอาเองว่าไก่กับแดงน่าจะเป็นวัยรุ่นแหละ

224
00:14:52,382 --> 00:14:56,382
ถูกไหม

225
00:14:56,383 --> 00:15:00,383
ข้อ 2 ข้อ 2 ทั้งสองสาว

226
00:15:00,385 --> 00:15:04,385
นัดพบกันในวันหยุดที่ผ่านมาที่สยามเซนเตอร์

227
00:15:04,386 --> 00:15:08,386
ข้อเท็จจริงหรืออนุมาน

228
00:15:08,388 --> 00:15:12,388
ข้อเท็จจริง ตรงไหนที่บอกว่า 2 สาว

229
00:15:12,390 --> 00:15:16,390
นัดกัน ไก่กับแดงเป็นผู้หญิงหรือเปล่า

230
00:15:16,391 --> 00:15:20,391
รู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็นผู้หญิง

231
00:15:20,392 --> 00:15:24,392
เขาไม่ได้บอก ถูกไหม เขาบอกแค่ว่า

232
00:15:24,394 --> 00:15:28,394
ไก่กับแดงเป็นเพื่อนสนิทกันไม่ได้บอกสักคำว่าไก่กับแดง

233
00:15:28,396 --> 00:15:32,396
เป็นผู้หญิง เราอนุมานไปเองไหม ทั้ง 2 คน

234
00:15:32,396 --> 00:15:36,396
เป็น 2 สาว เขาอาจจะเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง

235
00:15:36,398 --> 00:15:40,398
ก็ได้ หรืออาจจะเป็นผู้ชายทั้งคู่ก็ได้ ไม่รู้ไปทำอะไร ไปซื้อของ

236
00:15:40,398 --> 00:15:44,398
จะต้องไปปาร์ตีอย่างนี้ก็ได้ อนุมานหรือเปล่า

237
00:15:44,401 --> 00:15:48,401
อนุมาน

238
00:15:48,402 --> 00:15:52,402
ข้อที่ 3

239
00:15:52,403 --> 00:15:56,403
ทำพร้อมกันเลยนะคะ ข้อที่ 3

240
00:15:56,404 --> 00:16:00,404
ไก่ไปคอยแดงเป็นเวลานาน แต่แดงไม่ไปตามนัด

241
00:16:00,406 --> 00:16:04,406
ข้อเท็จจริงหรืออนุมาน

242
00:16:04,409 --> 00:16:08,409
ข้อเท็จจริง

243
00:16:08,410 --> 00:16:12,410
รู้ได้อย่างไร ว่า

244
00:16:12,412 --> 00:16:16,412
เขาไม่ไป

245
00:16:16,413 --> 00:16:20,413
แต่แดงยังไม่มา

246
00:16:20,415 --> 00:16:24,415
ไก่ไม่กล้าไปไหน ไก่ก็เลยโทรศัพท์ไป

247
00:16:24,417 --> 00:16:28,417
หาแดง ปรากฏติดต่อไม่ได้ เขาบอกสักคำไหม ว่า

248
00:16:28,420 --> 00:16:32,420
แดงไม่มา เขาไม่ได้พูดเลยนะ

249
00:16:32,421 --> 00:16:36,421
ในข้อความไม่ได้บอกเลย

250
00:16:36,422 --> 00:16:40,422
ว่าแดงไม่มา เขาอาจจะแค่มาช้าไป 2 ชั่วโมงก็ได้

251
00:16:40,425 --> 00:16:44,425

252
00:16:44,426 --> 00:16:48,426
ก็มาไง มาแต่มาช้า

253
00:16:48,427 --> 00:16:52,427
อนุมาน อนุมานไหมล่ะ

254
00:16:52,431 --> 00:16:56,431
เพราะเขาไม่ได้บอกสักคำเลยว่าแดงไม่มา แต่แดง

255
00:16:56,436 --> 00:17:00,436
ยังไม่มาเฉย ๆ

256
00:17:00,437 --> 00:17:04,437
โดนล้อแล้วนี่ พวกเธอโดนความคิดตัวเองหลอกหรือเปล่า

257
00:17:04,439 --> 00:17:08,439
โดนการอนุมานหลอกนะ เราเคยชินกับ

258
00:17:08,440 --> 00:17:12,440
การอนุมานบ่อยนะนี่ คิดเองเออเองน่ะ

259
00:17:12,441 --> 00:17:16,441
ข้อที่  4 ไก่โทรศัพท์ไปที่

260
00:17:16,443 --> 00:17:20,443
บ้านแดง แต่ติดต่อไม่ได้

261
00:17:20,444 --> 00:17:24,444
อนุมาน

262
00:17:24,446 --> 00:17:28,446

263
00:17:28,447 --> 00:17:32,447
เขาบอกว่า โทรไปหาแดง เขา

264
00:17:32,449 --> 00:17:36,449
ไม่ได้บอกว่าโทรไปที่บ้านก็ได้ อาจจะโทรไปมือถือ

265
00:17:36,451 --> 00:17:40,451
ถูกเปล่า อนุมาน

266
00:17:40,453 --> 00:17:44,453
ข้อที่ 5

267
00:17:44,454 --> 00:17:48,454
ข้อ 4 อนุมานค่ะ หนุมาน หนุมาน

268
00:17:48,455 --> 00:17:52,455
ข้อ 5 แดงมักผิดนัด

269
00:17:52,458 --> 00:17:56,458
อยู่เสมอ

270
00:17:56,460 --> 00:18:00,460
ข้อเท็จจริง ให้ Defend หน่อย

271
00:18:00,462 --> 00:18:04,462
ป้องกันตัวเองหน่อย ข้อเท็จจริงตรงไหนคะ

272
00:18:04,463 --> 00:18:08,463

273
00:18:08,465 --> 00:18:12,465
เดี๋ยวก่อน ข้อ 5 ลูก แดง

274
00:18:12,466 --> 00:18:16,466
มักผิดนัดอยู่เสมอ ไก่รู้สึก

275
00:18:16,467 --> 00:18:20,467
ไม่พอใจ ที่แดงมักผิดนัดกับตนอยู่บ่อย ๆ

276
00:18:20,470 --> 00:18:24,470
ไก่เลยตัดสินใจไปโดนดูของ

277
00:18:24,471 --> 00:18:28,471
บ่อย ๆ กับเสมอ เท่ากันไหม

278
00:18:28,473 --> 00:18:32,473
นัด

279
00:18:32,474 --> 00:18:36,474
10 ครั้ง ไม่มาหาเลย

280
00:18:36,475 --> 00:18:40,475
ทั้ง 10 ครั้ง อันนี้เรียกบ่อยหรือเสมอ

281
00:18:40,479 --> 00:18:44,479
เสมอ คือ ทุกครั้ง

282
00:18:44,480 --> 00:18:48,480
บ่อย คือ ส่วนใหญ่

283
00:18:48,481 --> 00:18:52,481
นัด 10 ครั้ง ไม่มา 8 มา 2

284
00:18:52,483 --> 00:18:56,483
อันนี้เรียก "บ่อย" แต่ถ้า 10 ครั้งไม่มาเลย

285
00:18:56,484 --> 00:19:00,484
อันนี้เสมอ

286
00:19:00,485 --> 00:19:04,485
แยกออกหรือเปล่า

287
00:19:04,486 --> 00:19:08,486
นักศึกษา เข้าห้องเรียนสายเสมอ

288
00:19:08,488 --> 00:19:12,488
แปลว่า

289
00:19:12,490 --> 00:19:16,490
สายเสมอ หรือไม่เข้าเลย หมายถึงเราใช่ไหม

290
00:19:16,492 --> 00:19:20,492
สายเสมอ แสดงว่ามาสายทุกครั้งเลย

291
00:19:20,492 --> 00:19:24,492
ถูกไหมคะ มาสายบ่อย เรียนไป 10 ครั้ง

292
00:19:24,494 --> 00:19:28,494
มาสายเสีย 5 ครั้ง อย่างนี้เรียก "บ่อย"

293
00:19:28,495 --> 00:19:32,495
เห็นหรือเปล่า สรุปแล้ว ผิดนัด

294
00:19:32,497 --> 00:19:36,497
อยู่เสมอเป็นข้อเท็จจริงหรืออนุมาน อนุมาน

295
00:19:36,498 --> 00:19:40,498
เขาบอกว่าบ่อย ๆ ไม่รู้ด้วยว่ากี่ครั้ง

296
00:19:40,499 --> 00:19:44,499
แต่เราตัดสินไปแล้วว่าเขามาสายเสมอเลย

297
00:19:44,502 --> 00:19:48,502
ข้อสุดท้าย

298
00:19:48,504 --> 00:19:52,504
ไก่ซื้อของตามที่ตั้งใจ

299
00:19:52,506 --> 00:19:56,506
แล้วก็กลับบ้านด้วยอารมณ์ไม่ดีนัก

300
00:19:56,507 --> 00:20:00,507
จริงตรงไหน

301
00:20:00,508 --> 00:20:04,508
อนุมานตรงไหน

302
00:20:04,509 --> 00:20:08,509

303
00:20:08,510 --> 00:20:12,510
แสดงว่าอารมณ์ไม่ดีนี่ จริงใช่ไหม

304
00:20:12,512 --> 00:20:16,512
แต่ไก่ไปเดินดูของ สรุปไก่

305
00:20:16,516 --> 00:20:20,516
ได้ซื้อของไหม ไปเดินดูเฉย ๆ

306
00:20:20,517 --> 00:20:24,517
ยังไม่ได้ซื้อเลย สรุปแล้วเป็น

307
00:20:24,521 --> 00:20:28,521
อนุมาน

308
00:20:28,522 --> 00:20:32,522
ใครถูกทุกข้อบ้าง

309
00:20:32,524 --> 00:20:36,524
ไม่มี ใครผิดทุกข้อบ้าง

310
00:20:36,525 --> 00:20:40,525
ตอบได้อย่างภูมิใจ ผิดสลับถูกบ้าง

311
00:20:40,527 --> 00:20:44,527
ผิดสลับถูกนี่ สังเกตดูนะ เรา

312
00:20:44,529 --> 00:20:48,529
เดาถูกไหม แสดงว่า

313
00:20:48,530 --> 00:20:52,530
เราเคยชินกับการเดาเสมอเลย

314
00:20:52,532 --> 00:20:56,532

315
00:20:56,533 --> 00:21:00,533
นี่ มันชี้ให้เห็นเลยว่า

316
00:21:00,534 --> 00:21:04,534
เราเคยชินกับการที่เราคิดไปเอง

317
00:21:04,535 --> 00:21:08,535
แล้วก็รีบสรุปไปเอง เออ

318
00:21:08,537 --> 00:21:12,537
อันนี้คือการฝึกที่จะใช้การคิดแบบมี

319
00:21:12,541 --> 00:21:16,541
วิจารณญาณ อันแรกนะ เรามาดู

320
00:21:16,542 --> 00:21:20,542
ก่อนว่า เขาพูดจริงหรือเปล่านะ หรือเราคริดไปเอง

321
00:21:20,544 --> 00:21:24,544
ไปเองหรือเปล่า เราสันนิษฐานไปเองหรือเปล่า อันนี้

322
00:21:24,546 --> 00:21:28,546
น่ะค่ะ อันนี้เฉลยนะ เมื่อกี้เล่าไปแล้วนะ

323
00:21:28,548 --> 00:21:32,548
อนุมานที่พูดถึงนี่ค่ะ

324
00:21:32,549 --> 00:21:36,549
มันขึ้นอยู่กับความเชื่อของเราเอง

325
00:21:36,550 --> 00:21:40,550
ขึ้นอยู่กับบรรทัดฐานของเราที่เรามี บางทีเราคิดว่า

326
00:21:40,551 --> 00:21:44,551
อันนี้ถูกแล้ว อันนี้มันใช่แล้ว แต่ความเป็นจริงมันอาจจะไม่ใช่ก็ได้

327
00:21:44,553 --> 00:21:48,553
เพราะว่าเรามีความเชื่อของเรา มีทัศนคติ

328
00:21:48,553 --> 00:21:52,553
ของเราว่าแบบนี้ใช่ ว่าแบบนี้ไม่ใช้ แบบทีมันอาจจะเป็น

329
00:21:52,557 --> 00:21:56,557
ออคติก็ได้ นึกออกไหม ถ้าเกิดว่าเราคิดว่า

330
00:21:56,558 --> 00:22:00,558
ไอ้สิ่งที่เราคิดว่ามันใช่แล้วมันไม่ใช่ขึ้นมาน่ะค่ะ

331
00:22:00,559 --> 00:22:04,559
อาจจะต้องกลับมาย้อนดูว่า ที่เราตัดสินใจว่ามันใช่ เรา

332
00:22:04,562 --> 00:22:08,562
ตัดสินใจเร่งด่วนไปหรือไป เราใช้อคติ

333
00:22:08,565 --> 00:22:12,565
ส่วนตัวของเราตัดสินหรือเปล่านะคะ

334
00:22:12,568 --> 00:22:16,568
ซึ่งจริง ๆ แล้วอนุมานมันไม่ผิด แต่สิ่งที่พึงระวัง

335
00:22:16,570 --> 00:22:20,570
ก็คือการที่เรารีบสรุปว่ามันจริง

336
00:22:20,571 --> 00:22:24,571
ทั้ง ๆ ที่เรายังไม่ได้ข้อมูลครบถ้วนเลย

337
00:22:24,572 --> 00:22:28,572
ทั้ง ๆ ที่เรายังไม่ได้เห็นข้อเท็จจริงเลย แต่เรารีบเ

338
00:22:28,574 --> 00:22:32,574
เชื่อว่ามันใช่ รีบเชื่อว่ามันจริง

339
00:22:32,585 --> 00:22:36,585
ตัดสินไปแล้ว เหมือนเมื่อกี้ที่เราตัดสินไปแล้ว ว่าเขาซื้อของ

340
00:22:36,585 --> 00:22:40,585
แล้วกลับบ้าน ยังไม่ได้ทันได้ดูดี ๆ เลย ว่า

341
00:22:40,587 --> 00:22:44,587
ตกลงเขาแค่ไปเดินดูเฉย ๆ แต่เรายังไม่ได้ไปซื่อเลย

342
00:22:44,589 --> 00:22:48,589
ฉะนั้น การที่เรารีบตัดสินข้อเท็จจริงว่า

343
00:22:48,591 --> 00:22:52,591
มันใช่ ไม่ใช่ อันนี้คือการพิพากษาตัดสิน เราต้อง

344
00:22:52,591 --> 00:22:56,591
พึงระวังก่อนที่เราจะสรุปอะไร

345
00:22:56,593 --> 00:23:00,593
เราก็ดูข้อมูลให้มันครบถ้วนก่อน เราก็ดูข้อเท็จจริง

346
00:23:00,594 --> 00:23:04,594
ครบท้วนก่อนนะคะ อันนี้ใช้วิจารณญาณ

347
00:23:04,596 --> 00:23:08,596
ในการที่เราจะพิจารณาสิ่งต่าง ๆ

348
00:23:08,601 --> 00:23:12,601
ฝึกนะนะคะ ในชีวิตประจำวันของเราเราก็ต้องฝึก

349
00:23:12,602 --> 00:23:16,602
เพราะว่า

350
00:23:16,604 --> 00:23:20,604
ยิ่งสมัยนี้ข้อมูลข่าวสารมันเยอะมากใช่ไหม ใน IG ก็มี

351
00:23:20,604 --> 00:23:24,604
ใน Facebook ก็มี ใน IG ก็มี ใน TikTok

352
00:23:24,606 --> 00:23:28,606
เชื่อถือได้จริงมากน้อยแค่ไหน อันนี้เรา

353
00:23:28,610 --> 00:23:32,610
ต้อง Question Mask ไว้ก่อน

354
00:23:32,611 --> 00:23:36,611
ตรวจสอบก่อนที่เราจะเชื่อ ก่อนที่เราจะตัดสิน

355
00:23:36,620 --> 00:23:40,620
ที่เขา... เขามีแคมเปนต์ไง คิด

356
00:23:40,621 --> 00:23:44,621
ก่อนแชร์ใช่ไหมคะ อันนี้แหละคือการใช้วิจารณญาณ

357
00:23:44,622 --> 00:23:48,622
ก่อนที่เราจะเชื่อว่ามันใช่ แล้วเราก็ส่งต่อไป ซึ่ง

358
00:23:48,623 --> 00:23:52,623
มันอาจจะเกิดผลกระทบก็ได้อย่างนี้นะคะ

359
00:23:52,623 --> 00:23:56,623
ทีนี้ โจทย์ข้อที่ 2 อันนี้

360
00:23:56,625 --> 00:24:00,625
ไม่ต้องเขียน ถามพวกเราแหละ ว่าถ้าเกิดว่า

361
00:24:00,626 --> 00:24:04,626
เราจะต้องเลือกระหว่าง 2 สิ่ง

362
00:24:04,627 --> 00:24:08,627
เราจะเลือกเลี้ยงอะไร ระหว่างไก่...

363
00:24:08,628 --> 00:24:12,628
เป็ด 1 ตัว ที่มีขนาดใหญ่เท่าม้า แสดงว่าส

364
00:24:12,629 --> 00:24:16,629
ใหญ่มากหรือเปล่า เป็ด 1 ตัวที่ใหญ่เท่าม้า มันต้องสูงมาก

365
00:24:16,631 --> 00:24:20,631
ม้า 10 ตัว ที่มีขนาดเท่าเป็ดดำ

366
00:24:20,632 --> 00:24:24,632
แปลว่าม้ามันตัวเล็กถูกไหม ไซซ์มันเท่าเป็ดน่ะ

367
00:24:24,633 --> 00:24:28,633
ใช่ไหมคะ แต่มี 10 ตัว เป็นเรา เราจะเลี้ยงอะไร

368
00:24:28,634 --> 00:24:32,634
ใครเลี้ยงม้า

369
00:24:32,635 --> 00:24:36,635
ยกมือ

370
00:24:36,635 --> 00:24:40,635
ใครเลี้ยงม้าใช่ไหมคะ ที่เหลือคือเลี้ยงเป็ดใช่ไหมคะ

371
00:24:40,638 --> 00:24:44,638
ก่อ นหนูทำไมถึงตัดสินใจเลี้ยงม้าคะ ไม่ผิดหรอก

372
00:24:44,639 --> 00:24:48,639

373
00:24:48,641 --> 00:24:52,641
มันตัวเล็กเท่าเป็ดใช่ไหมคะ แล้วอย่างไรคะ

374
00:24:52,642 --> 00:24:56,642
ถึงตัดสินใจว่าเอาม้าดีกว่า ตัวเล็กดี

375
00:24:56,645 --> 00:25:00,645
ต้องมีเหตุผลประกอบนะ ใช่ไหม

376
00:25:00,652 --> 00:25:04,652
เลี้ยงม้าใช่ไหมคะ เพราะอะไรลูก

377
00:25:04,654 --> 00:25:08,654
มันหลายตัวดี แล้วอย่างไรจ๊ะ

378
00:25:08,655 --> 00:25:12,655
ขายราคาแพงกว่าเป็ด แต่เป็ดมันใหญ่นะ

379
00:25:12,655 --> 00:25:16,655
เป็ดมีตัวเดียว

380
00:25:16,656 --> 00:25:20,656
ม้ามันขยายพันธุ์ได้น่าสนใจ แต่

381
00:25:20,657 --> 00:25:24,657
10 ตัว มันขยายพันธุ์ได้ แต่เป็นมันมี 10 ตัว

382
00:25:24,658 --> 00:25:28,658
ผสมกับอะไรใช่หรือเปล่า อันนี้เหตุผลเขา ก็ไม่ผิด

383
00:25:28,659 --> 00:25:32,659
ใช่ไหมคะ ใครเลือกเป็ด

384
00:25:32,660 --> 00:25:36,660
เลือกเป็ดเพราะอะไรลูก

385
00:25:36,662 --> 00:25:40,662
เออ มันเหมาะกับเราใช่หรือเปล่า เราดูแลหลายตัว

386
00:25:40,662 --> 00:25:44,662
เอาตัวเดียวพอจบใช่ไหมคะ ใครเลือกเป็ดบ้าง เพราะอะไรคะลูก

387
00:25:44,664 --> 00:25:48,664

388
00:25:48,665 --> 00:25:52,665

389
00:25:52,666 --> 00:25:56,666
มีไข่ใช่ไหมคะ ไม่ต้องผสมพันธุ์

390
00:25:56,667 --> 00:26:00,667
เอาไข่มากิน หรือว่าเอาไข่

391
00:26:00,669 --> 00:26:04,669
ไปเพาะพันธุ์ต่อหรืออย่างไ ร ขสย

392
00:26:04,673 --> 00:26:08,673
ไข่ แสดงว่าไข่มันเยอะด้วยนะ

393
00:26:08,674 --> 00:26:12,674
ก็ขายได้ มีใครเลือกเป็ดอีกบ้าง หนุ่ม ๆ

394
00:26:12,676 --> 00:26:16,676
ข้างหลังหนุ่มเลือกอะไรครับ เลือกเป็ด

395
00:26:16,678 --> 00:26:20,678
เพราะ... ไข่เอาไว้กิน

396
00:26:20,679 --> 00:26:24,679
ของเรา คืออะไรคะ ชอบเป็ดตัวใหญ่

397
00:26:24,681 --> 00:26:28,681

398
00:26:28,682 --> 00:26:32,682
เอาไว้ลาบเป็ด ได้หลายจานมาก

399
00:26:32,684 --> 00:26:36,684
เป็นโจทย์ขำ ๆ

400
00:26:36,686 --> 00:26:40,686
แต่มันก็สะท้อนถึงว่าเราสามารถใช้

401
00:26:40,690 --> 00:26:44,690
วิจารณญาณของเรา ว่าเราจะเลือกสิ่งไหน

402
00:26:44,691 --> 00:26:48,691
เพราะอะไร มันจะส่งผลอย่างไร มันจะเกิดผลดีอย่างไร

403
00:26:48,691 --> 00:26:52,691
เลือกม้า 10 ตัว มันผสมพันธุ์ได้

404
00:26:52,693 --> 00:26:56,693
ออกลูกออกหลานได้ เลือกเป็ดเพราะเป็ดมันมีไข่

405
00:26:56,694 --> 00:27:00,694
เอาไข่ไปขายได้ ได้เงิน

406
00:27:00,697 --> 00:27:04,697
มันสามารถเอาไปลาบเป็ดแล้วเอาไปเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้านได้เลย

407
00:27:04,698 --> 00:27:08,698
มันใหญ่มากใช่ไหมคะ เลือกเพราะว่าไม่อยากจะดูแลเยอะ

408
00:27:08,699 --> 00:27:12,699
ดูแลตัวเดียวจบอย่างนี้ แต่ละคนก็จะมีเหตุผล

409
00:27:12,700 --> 00:27:16,700
อันนี้คือการที่เรียกว่าฝึกความคิดแบบมีวิจารณญาณ

410
00:27:16,701 --> 00:27:20,701
มาประกอบว่าเราเลือกสิ่งนี้ตัดสินใจ

411
00:27:20,702 --> 00:27:24,702
เพราะอะไร มันส่งผลอย่างไ รก่อประโยชน์ อย่างไร มันจะดีอย่างไร

412
00:27:24,703 --> 00:27:28,703
อย่างนี้ค่ะ อันนี้คือวิจารณญาณที่เราจะต้องฝึกกันนะคะ

413
00:27:28,704 --> 00:27:32,704
ต่อไป คือ

414
00:27:32,705 --> 00:27:36,705
ความคิดสร้างสรรค์ การคิดซับซ้อน

415
00:27:36,706 --> 00:27:40,706
ที่ 2 คือ การคิดสร้างสรรค์นะคะ การคิดสร้างสรรค์

416
00:27:40,707 --> 00:27:44,707
คืออะไร การคิดสร้างสรรค์ ก็คือการคิดที่มันนอกกรอบ

417
00:27:44,709 --> 00:27:48,709
ออกจากกรอบเดิมเพื่อให้ได้สิ่งใหม่

418
00:27:48,711 --> 00:27:52,711
ซึ่งยังไม่ต้องห่วงว่าสิ่งนั้นมันจะดีหรือไม่ดี

419
00:27:52,712 --> 00:27:56,712
แต่การที่เราคิดออกนอกกรอบ การที่เราไม่ต้องยึดติด

420
00:27:56,714 --> 00:28:00,714
กับสิ่งเดิม ๆ มันทำให้เรามีทางเลือกหลากหลาย

421
00:28:00,715 --> 00:28:04,715
ทำให้เรามีวิธีการที่เพิ่มมากขึ้น

422
00:28:04,716 --> 00:28:08,716
อย่างเช่น

423
00:28:08,718 --> 00:28:12,718
ไฟดับ บ้านไฟดับอย่างนี้ค่ะ เราจะทำ

424
00:28:12,720 --> 00:28:16,720
อย่างไร ไฟดับ การคิดสร้างสรรค์ต้องมาแล้ว

425
00:28:16,721 --> 00:28:20,721
จะนั่งรอการไฟฟ้าซ่อมไฟอีก 3 ชั่วโมงไหม

426
00:28:20,722 --> 00:28:24,722
จะอยู่ได้ไหม ถ้าอยู่ไม่ได้เราจะเอาอะไรมาแทนดี ใช้

427
00:28:24,724 --> 00:28:28,724
เทียน เทียนหมด เอาเทียนวันเกิดแทนได้ไหม

428
00:28:28,725 --> 00:28:32,725
บ้านมีเทียนพรรษา...

429
00:28:32,726 --> 00:28:36,726
โอเค ไฟไม่ดูดครู

430
00:28:36,727 --> 00:28:40,727
ก็บุญแล้วนะเมื่อกี้ นี่ค่ะ ไม่มีเทียน

431
00:28:40,727 --> 00:28:44,727
ใช้อะไรได้อีกนะ ใช้อะไรอีกได้ดี

432
00:28:44,729 --> 00:28:48,729
ใช้อะไรได้อีกถ้าไม่มีเทียน คะ

433
00:28:48,730 --> 00:28:52,730
ตะเกียง เออ ตะเกียง บ้านมีตะเกียงเว้ย

434
00:28:52,732 --> 00:28:56,732
ไฟฉายใช่ไหมคะ

435
00:28:56,733 --> 00:29:00,733
ถ้าไม่มีไฟฉาย ทำอย่างไรล่ะ โทรศัพท์

436
00:29:00,733 --> 00:29:04,733
อันนี้คือการที่เราเริ่มคิดได้เยอะขึ้นแล้ว

437
00:29:04,735 --> 00:29:08,735
ไม่ยึดติดกับวิธีการเดียว เรามีทางเลือกที่หลากหลาย

438
00:29:08,736 --> 00:29:12,736
อันนี้คือการคิดสร้างสรรค์ที่มันออกนอกกรอบ

439
00:29:12,739 --> 00:29:16,739
ที่เราไม่ยึดติดกับสิ่งเดิม ซึ่งความคิดสร้างสรรค์ก็คือ

440
00:29:16,740 --> 00:29:20,740
เอาง่าย ๆ หลอดดูดนี่ค่ะ หลอดดูดเดี๋ยวนี้มันมี

441
00:29:20,741 --> 00:29:24,741
ที่งอได้ ถูกไหม มันก็มาจาก

442
00:29:24,742 --> 00:29:28,742
การคิดสร้างสรรค์ว่าไอ้หลอดดูด

443
00:29:28,742 --> 00:29:32,742
มันมีหลอดตรง ๆ ลำบาก เก็บก็ยาก เราดีไซน์

444
00:29:32,744 --> 00:29:36,744
เป็นแบบอย่างนี้ดีไหมที่มันพับได้ พับได้แล้วมันจะเป็นแบบไห น

445
00:29:36,745 --> 00:29:40,745
ทำเป็นย่น ๆ ไง อย่างนี้ค่ะ ใช้หลอดกระดาษแทน

446
00:29:40,747 --> 00:29:44,747
หรือแม้แต่โพสต์อิทก็

447
00:29:44,750 --> 00:29:48,750
เป็นผลงานของการคิดสร้างสรรค์ ที่เห็นว่าที่เขียนโน้ต

448
00:29:48,752 --> 00:29:52,752
แล้วจะไปแปะนี่ ทำมันไม่มีกาวแปะ

449
00:29:52,754 --> 00:29:56,754
ในตัววะ ทำไมจะต้องเอาสกอตเทปไปติด ยุ่งยาก อะไรหลายอย่าง

450
00:29:56,756 --> 00:30:00,756
ก็ดีไซน์ออกมาเป็นกระดาษโพสอิทอย่างนี้ค่ะ

451
00:30:00,758 --> 00:30:04,758
เพราะฉะนั้น การคิดสร้างสรรค์ให้เราได้

452
00:30:04,759 --> 00:30:08,759
ซึ่งสิ่งใหม่ ๆ เหล่านั้นน่ะ มันอาจจะเป็นสิ่งที่

453
00:30:08,761 --> 00:30:12,761
ใกล้ ๆ ตัวเราก็ได้ แต่มันอุบัติขึ้นมาใหม่ ได้

454
00:30:12,763 --> 00:30:16,763
ประโยชน์กับเราอย่างนี้ นี่คือตัวอย่างของการคิดนอกกรอบ

455
00:30:16,764 --> 00:30:20,764
ให้เราได้วิธีการที่หลากหลายนะคะ แล้วเราจะ

456
00:30:20,765 --> 00:30:24,765
ได้... อาจจะได้เป็นนวัตกรรมของตัวเองก็ได้นะ ใครจะไปรู้

457
00:30:24,767 --> 00:30:28,767
นั่งอยู่ในนี้ อาจจะมีการผลิตนวัตกรรมแล้วก็กลายเป็นเศรษฐี

458
00:30:28,769 --> 00:30:32,769
ขึ้นมาก็ได้ เห็นไหมนะคะ

459
00:30:32,770 --> 00:30:36,770
ทีนี้ เรามาฝึกง่าย ๆ

460
00:30:36,772 --> 00:30:40,772
ใกล้ ๆ ตัวเรานะ การคิดสร้างสรรค์ คือ Creative น่ะ

461
00:30:40,773 --> 00:30:44,773
การใช้จินตนาการนะคะ ถ้าเกิดว่ารูป...

462
00:30:44,774 --> 00:30:48,774
รูปอย่างรูปนี้ เราเห็น

463
00:30:48,775 --> 00:30:52,775
เป็นรูปอะไรได้บ้าง ลองใช้ความคิดสร้างสรรค์

464
00:30:52,777 --> 00:30:56,777
อะไรนะ ปืนฉีดน้ำ

465
00:30:56,777 --> 00:31:00,777
ลิง อ๋อ ลิงใช่ไหมคะ เออ ลิง

466
00:31:00,779 --> 00:31:04,779
ก็ได้ เห็นเป็นอะไรลูก

467
00:31:04,780 --> 00:31:08,780
เรือ

468
00:31:08,781 --> 00:31:12,781
อย่างไรคะ อันนี้ครูไม่เคยมองมุมนี้มาก่อน เป็นเรือ

469
00:31:12,783 --> 00:31:16,783

470
00:31:16,785 --> 00:31:20,785
อ๋อ เป็นเรือที่อยู่บนผิวน้ำ

471
00:31:20,787 --> 00:31:24,787
อย่างนี้ใช่ไหม เปฌนจระเข้อย่างนี้ใช่ไหมคะ

472
00:31:24,788 --> 00:31:28,788
ตุ๊กแก

473
00:31:28,788 --> 00:31:32,788
อีกัวนาร์ อีกัวนาร์ ตุ๊กแก

474
00:31:32,790 --> 00:31:36,790
ก็ได้ใช่หรือเปล่า การที่เรา

475
00:31:36,792 --> 00:31:40,792
ฝึกการคิดสร้างสรรค์ ยังไม่ต้องห่วงว่ามันใช่หรือไม่ใช่

476
00:31:40,793 --> 00:31:44,793
ดีหรือไม่ดี ถูกหรือไม่ถูก เอาไอเดีย

477
00:31:44,797 --> 00:31:48,797
ออกมาก่อน การคิดสร้างสรรค์อย่างหนึ่ง

478
00:31:48,798 --> 00:31:52,798
ก็คือเป็นเรื่องของการระดมไอเดีย Brain Stroming

479
00:31:52,801 --> 00:31:56,801
ในแง่ความคิดสร้างสรรค์ คือเราเอาไอเดียโชว์ออกมา

480
00:31:56,802 --> 00:32:00,802
ว่าทำอะไรได้บ้างอย่างนี้ สมมติ

481
00:32:00,803 --> 00:32:04,803
อีก 2 คาบ ครูจะปิดคอร์สให้กับห้องนี้

482
00:32:04,803 --> 00:32:08,803
เราจะไปฉลองกันที่ไหนดี ปิดคอร์สเร็วกว่าชาวบ้านเขา

483
00:32:08,805 --> 00:32:12,805
ไปไหนคะ... ไปห้องน้ำ

484
00:32:12,807 --> 00:32:16,807
จะล็อกห้องน้ำ อ๋อ ไม่ใช่ ไปไหนลูก

485
00:32:16,808 --> 00:32:20,808
ไปกินหมูกระทะ ไปฉลองไหนดี

486
00:32:20,810 --> 00:32:24,810
ปิดคอร์สแล้ว

487
00:32:24,812 --> 00:32:28,812

488
00:32:28,813 --> 00:32:32,813
ไปนอน ชวนครูเหรอ

489
00:32:32,815 --> 00:32:36,815
หนูขอนอนก่อน ไม่เอาอย่างอื่นแล้ว ไปไหนอีก ไปไหนอีก

490
00:32:36,816 --> 00:32:40,816
ไปดูหมูเด้ง ไปเที่ยว

491
00:32:40,817 --> 00:32:44,817
ไปไหนดี

492
00:32:44,821 --> 00:32:48,821
เด็กหูไปไหนคะ เด็กตาไปไหนคะ ของเรา

493
00:32:48,822 --> 00:32:52,822
ไปไหนดี ปิดคอร์ส ฉลอง ไปทะเล

494
00:32:52,824 --> 00:32:56,824
ไปร้านเหล้า

495
00:32:56,825 --> 00:33:00,825
ไปกรวดน้ำ

496
00:33:00,827 --> 00:33:04,827
นึกว่าชวนไปทำบุญ

497
00:33:04,829 --> 00:33:08,829
เข้าวัด อย่างนี้ อันนี้คือการ Brain Stromming

498
00:33:08,831 --> 00:33:12,831

499
00:33:12,833 --> 00:33:16,833
ความคิดเหล่านี้ อันไหนเวิร์กไม่เวิร์ก อันไหนเหมาะไม่เหมาะ

500
00:33:16,835 --> 00:33:20,835
ครูลืมบอกเมื่อกี้ที่บอกปิดคอร์สครูให้

501
00:33:20,836 --> 00:33:24,836
งบประมาณคนละ 50 บาท 50 บาท

502
00:33:24,837 --> 00:33:28,837
ไปหมูเด้งได้หรือเปล่า พอไหม ไม่พอ

503
00:33:28,850 --> 00:33:32,850
50 บาทไปกินหมูกระทะได้หรือเปล่า ไม่ได้

504
00:33:32,852 --> 00:33:36,852
50 บาทไปวัดได้หรือเปล่า

505
00:33:36,855 --> 00:33:40,855
อันนี้เวิร์กเว้ย ไปไหนนะ ไป...

506
00:33:40,859 --> 00:33:44,859
ไม่ใช่กวดน้ำ ไปสวนน้ำ 50 ได้ไหม

507
00:33:44,860 --> 00:33:48,860
ไม่ได้อย่าวนี้ เราถึงจะค่อยเห็นว่า

508
00:33:48,861 --> 00:33:52,861
อันไหนล่ะ ที่มันใช้ได้ อันไหนล่ะที่มันเวิร์ก

509
00:33:52,862 --> 00:33:56,862
อย่างนี้ อันนี้คือความคิดสร้างสรรค์ นึกออกไหมคะ

510
00:33:56,864 --> 00:34:00,864
อย่างเมื่อกี้จะเห็น

511
00:34:00,865 --> 00:34:04,865
เป็นจระขเ้ก็ได้เห็นเป็นอีกัวน่าก็ได้ เห็นเป็นตุ๊กแกก็ได้

512
00:34:04,867 --> 00:34:08,867
นะคะ คะ ตอบถูกได้อะไรคะ

513
00:34:08,868 --> 00:34:12,868
ตอบถูกได้อะไรคะ แหม หวังรางวัลเลยนะ

514
00:34:12,869 --> 00:34:16,869
ครูให้คอมพิวเตอร์ 1 เครื่องข้างหน้า ไป

515
00:34:16,870 --> 00:34:20,870
ขอเขาเองนะ

516
00:34:20,872 --> 00:34:24,872
อันนี้ก็เหมือนกันอย่างนี้ค่ะ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างนะ

517
00:34:24,873 --> 00:34:28,873

518
00:34:28,873 --> 00:34:32,873
ต่อไป คือ อันที่ 3 การคิดที่ซับซ้อน

519
00:34:32,875 --> 00:34:36,875
อันที่ 3 คือการคิดแก้ปัญหา การคิด

520
00:34:36,877 --> 00:34:40,877
แก้ปัญหาก็ตรงตัวเลยค่ะ เมื่อมันมีปัญหา

521
00:34:40,878 --> 00:34:44,878
เกิดขึ้นนี่ เราจะทำอย่างไรผ่านมันไปได้

522
00:34:44,879 --> 00:34:48,879
ทำอย่างไรให้ปัญหานั้นหายไป นี่คือการคิดแก้ปัญหา

523
00:34:48,879 --> 00:34:52,879
ฉะนั้น การคิดแก้ปัญหานี่ค่ะ

524
00:34:52,881 --> 00:34:56,881
มันเลยเกี่ยวเนื่องกับ

525
00:34:56,883 --> 00:35:00,883
เรื่องของการคิดสร้างสรรค์ด้วย เกี่ยวเนื่องกับเรื่องความคิด

526
00:35:00,884 --> 00:35:04,884
วิจารณญาณด้วย เพราะการที่เราจะแก้ปัญหาเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้ค่ะ

527
00:35:04,887 --> 00:35:08,887
มันก็ต้องใช้วิะีการที่หลากหลาย

528
00:35:08,888 --> 00:35:12,888
มัมนใช้การคิดสร้างสรรค์ที่ทำให้เราได้วิธีการหลากหลาย

529
00:35:12,889 --> 00:35:16,889
ว่าจะทำแบบไหนดี เวิร์ก มีวิธี A วิธี B

530
00:35:16,889 --> 00:35:20,889
วิธี C ทำแบบ A แล้วไม่ได้ผลน่ะ B

531
00:35:20,891 --> 00:35:24,891
ได้ไหม  B ยังไม่ได้ผล C ได้ไหม ยังไมไ่ด้

532
00:35:24,892 --> 00:35:28,892
มันก็ถ้าทำตรง ๆ มันก็ไม่ได้ เราทำอะไรได้อีก พลิกแพลง

533
00:35:28,896 --> 00:35:32,896
อย่างเมื่อกี้ยกตัวอย่างว่าถ้าบ้านไฟกับใช้อะไรแก้ปัหา

534
00:35:32,897 --> 00:35:36,897
นั่นก็คือการแก้ปัญหาถูกไหมคะ มันก็จะต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์เหมือนกัน

535
00:35:36,898 --> 00:35:40,898
ซึ่งการคิดแก้ปัญหา มันก็เป็นทั้งปัญหาใหญ่ ปัญหา

536
00:35:40,900 --> 00:35:44,900
เล็กแม้แต่ปัญหาเฉพาะหน้า เห็นได้ชัดเลย

537
00:35:44,901 --> 00:35:48,901
ถ้าเรื่องของปัญหาเฉพาะหน้า เราก็ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ถูกไหม

538
00:35:48,903 --> 00:35:52,903
ว่าพอไม่มีรองเท้า ไม่มีเขาเรียกว่าอะไร ไม่ใช่รองเท้า

539
00:35:52,905 --> 00:35:56,905
ไม่มีชุดนักศึกษา มามหาวิทยาลัย ใส่อะไร

540
00:35:56,906 --> 00:36:00,906
แทนได้บ้างนะ ใส่กางเกงยีนส์ เสื้อยืดได้ไหม

541
00:36:00,907 --> 00:36:04,907
อาจจะโดนด่าอย่างนี้ ใส่ชุด Freshy ไ้

542
00:36:04,909 --> 00:36:08,909
เฟรชชีได้ไหม อาจจะพอได้ ถ้าไม่มี ไม่มีเลย

543
00:36:08,909 --> 00:36:12,909
ยืมเพื่อนได้หรือเปล่า ไซซ์เดียวกัน เธอมีชุดให้ยืมไหม

544
00:36:12,912 --> 00:36:16,912
ฉันขอใช้ไปสอบหน่อย อันนี้คืออการคิดแก้ปัญหา

545
00:36:16,913 --> 00:36:20,913
ว่าจะทำวิธีการไหนดีที่มันได้ผล อันนี้ไม่ได้

546
00:36:20,915 --> 00:36:24,915
อย่างนี้ค่ะ เราก็ต้องใช้วิจารณญาณด้วยเหมือนกัน

547
00:36:24,916 --> 00:36:28,916
ในการพิจารณา แต่ว่าทำแล้วมันดีไหม

548
00:36:28,917 --> 00:36:32,917
ทำแล้วมันส่งผลกระทบอะไรหรือเปล่า ทำแล้ว

549
00:36:32,918 --> 00:36:36,918
มันจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนไหม อย่างนี้ค่ะ จะไปทางซ้าย

550
00:36:36,920 --> 00:36:40,920
หรือทางขวาดีก็ต้องใช้วิจารณญาณ ดังนั้น การคิดซับซ้อน

551
00:36:40,921 --> 00:36:44,921
ทั้ง 3 แบบ มันไม่ได้แยกออกจากกันโดยเด็ดขาด มัน

552
00:36:44,921 --> 00:36:48,921
ใช้ร่วมกันได้นะคะ

553
00:36:48,925 --> 00:36:52,925
อันนี้คือตัวอย่าง เราไม่ต้องเล่น

554
00:36:52,926 --> 00:36:56,926
ก็ได้นะ ตัวอย่าง ก็คือในการสอน

555
00:36:56,928 --> 00:37:00,928
ของเรานี่ค่ะ เราสามารถออกแบบกิจกรรมได้ว่า

556
00:37:00,928 --> 00:37:04,928
เราจะใช้กิจกรรมไหน สอนรูปแบบไหน

557
00:37:04,930 --> 00:37:08,930
เพื่อที่จะให้เด็กนักเรียนนี่ ได้ฝึกทักษะของความ

558
00:37:08,932 --> 00:37:12,932
คิดขั้นสูงเหล่านี้นะคะ เพื่อ

559
00:37:12,932 --> 00:37:16,932
ที่ว่าเหมือนเป็นการฝึกให้

560
00:37:16,934 --> 00:37:20,934
เขาเคยชินน่ะ ว่าเจอสถานการณ์แบบไหน

561
00:37:20,935 --> 00:37:24,935
เจอปัญหาที่มันใหญ่กว่านี้ ว่าจะแก้ปี

562
00:37:24,937 --> 00:37:28,937
แบบไหนให้เขาไม่ตระหนกตกใจเวลาเจอเรื่องจริงนี่ค่ะ

563
00:37:28,939 --> 00:37:32,939
สวัสดีค่ะ อันนี้มาสาย

564
00:37:32,940 --> 00:37:36,940
เป็นประจำหรือว่ามาสายบ่อย ๆ

565
00:37:36,940 --> 00:37:40,940
ตัวอย่างนะ มันมีเยอะแยะเลยค่ะ

566
00:37:40,944 --> 00:37:44,944
ในอินเทอร์เน็ตก็มีนะ ครูมายกตัวอย่างให้ดู อันนี้ฝึก

567
00:37:44,945 --> 00:37:48,945
เรื่องของการใช้การแก้ปัญหา

568
00:37:48,946 --> 00:37:52,946
ใช่ไหม ว่านี่ถ้ามี...

569
00:37:52,947 --> 00:37:56,947
มี สมมติมีกระดาษหนังสือเดินทางให้

570
00:37:56,949 --> 00:38:00,949
กลุ่มละ 3 แผ่นอย่างนี้ค่ะ เราจะมาทำเป็นหอคอยให้สูงที่สุด

571
00:38:00,949 --> 00:38:04,949
ได้อย่างไร อย่างนี้ แล้วหอคอยนี้ต้องแข็งแรงด้วยนะ ต้องวาง

572
00:38:04,951 --> 00:38:08,951
ขนมวางไว้โดยมันไม่ล้มลงมา หอคอย

573
00:38:08,952 --> 00:38:12,952
อย่างนี้ มันต้องใช้การคิดแก้ปัญหาใช่ไหม เราต้องใช้ความคิด

574
00:38:12,954 --> 00:38:16,954
สร้างสรรค์ด้วยว่าจะทำแบบไหนดีอย่างนี้ค่ะ มันก็ไม่มี

575
00:38:16,955 --> 00:38:20,955
รูปแบบตายตัว ว่าต้องเป็นหอคอยทรงสูงอย่างเดียว

576
00:38:20,956 --> 00:38:24,956
อาจจะเป็นหอคอยทรงสี่เหลี่ยมก็ได้แต่ทรงสูง ๆ หน่อย

577
00:38:24,957 --> 00:38:28,957
ก็ได้นะคะ นี่คือการฝึกด้วยกิจกรรม

578
00:38:28,958 --> 00:38:32,958
นี่คือตัวอย่างนะคะ  อันนี้ก็เหมือนกันนะ

579
00:38:32,958 --> 00:38:36,958
ให้สวมบทบาทเป็นตัวละครอย่างนี้ค่ะ แล้วให้ทำภารกิจ

580
00:38:36,960 --> 00:38:40,960
จะทำอย่างไรอย่างนี้ แต่ละคนก็ต้องออกแบบทำภารกิจ

581
00:38:40,961 --> 00:38:44,961
ของตัวเอง อย่างนี้ค่ะ

582
00:38:44,963 --> 00:38:48,963
อันนี้เรียงความสูงใช่หรือเปล่า เด็กนักเรียน

583
00:38:48,965 --> 00:38:52,965
ทุกคนปิดตาอย่างนี้ค่ะ ยืนคละกัน ทุกคนปิดตา

584
00:38:52,967 --> 00:38:56,967
สุดท้ายให้เรียบความสูงต้องทำอย่างไรล่ะ ฉันปิดตา

585
00:38:56,969 --> 00:39:00,969
ฉันมองไม่เห็นน่ะ แล้วจะเรียงความสูงจาก

586
00:39:00,970 --> 00:39:04,970
ตัวเล็กไปสู่ตัวใหญ่จะทำอย่างไร ถ้าเป็นเราเราจะทำอย่างไร ถามผม

587
00:39:04,971 --> 00:39:08,971
จับไหล่

588
00:39:08,973 --> 00:39:12,973
ใช่ไหมคะ จับไหล่มัน

589
00:39:12,974 --> 00:39:16,974
จะบอกอะไรเรา

590
00:39:16,975 --> 00:39:20,975
มันจะบอกความสูงของเขาได้ใช่ไหมคะ ใช้วิธีจับไหล่

591
00:39:20,976 --> 00:39:24,976
จับไหล่นะ อย่างนี้นะ ระวังคลำผิดนะ

592
00:39:24,977 --> 00:39:28,977
ถ้าเป็นเราเราทำอย่างไรคะ

593
00:39:28,980 --> 00:39:32,980
ถ้าเป็นโหน อย่างไร ถูกปิดตา แล้วให้ทำความสูง

594
00:39:32,981 --> 00:39:36,981
คะ

595
00:39:36,983 --> 00:39:40,983
รู้สึกกลัว

596
00:39:40,984 --> 00:39:44,984
บอก... ถามว่าจะทำอย่างไร

597
00:39:44,986 --> 00:39:48,986
เออ

598
00:39:48,988 --> 00:39:52,988

599
00:39:52,990 --> 00:39:56,990
ถาม

600
00:39:56,995 --> 00:40:00,995
ความสูงใช่ไหม ครูบอกครูสูง 162

601
00:40:01,000 --> 00:40:05,000
อันนี้บอก สูง 150 แสดงว่าอันนี้อยู่ก่อนครูแล้ว

602
00:40:05,000 --> 00:40:09,000
ถามก็ได้ คะ

603
00:40:09,002 --> 00:40:13,002
ถ้าเกิดไม่พูดคุย ไม่ถาม

604
00:40:13,003 --> 00:40:17,003
จับไหล่ได้ไหม จับได้ ถ้าเป็นหนูหนูทำอย่างไรถ้าไม่พูดคุย

605
00:40:17,006 --> 00:40:21,006
เขาห้ามพูดคุยนะ

606
00:40:21,007 --> 00:40:25,007
จับหัว ถ้าเราจับไม่ถึงแปลว่ามันสูงกว่าเราแน่ ๆ

607
00:40:25,008 --> 00:40:29,008
อย่างนี้ใช่หรือเปล่า อย่างนี้ก็ได้

608
00:40:29,009 --> 00:40:33,009
ฉะนั้น มันก็เป็นวิธีการว่าเราจะแก้ปัญหาอย่างไร

609
00:40:33,010 --> 00:40:37,010
ถ้าอย่างนี้ล่ะ พีระมิดกลับหัว

610
00:40:37,015 --> 00:40:41,015
อันนี้ครูชอบนะ แบ่งกลุ่มนักเรียนเป็น 10 คน

611
00:40:41,018 --> 00:40:45,018
ต่อกลุ่ม อย่างนี้ค่ะ แล้วก็ให้ 10 คนนี้  ยืนเรียงกัน

612
00:40:45,020 --> 00:40:49,020
เป็นพีระมิด อย่าง 3 กลุ่มนี้

613
00:40:49,024 --> 00:40:53,024
หันไปทางเดียวกันหมดเลย แล้วจับเวลา ดูสิว่า 3 กลุ่มนี้

614
00:40:53,025 --> 00:40:57,025
ให้เคลื่อนไหวได้แค่

615
00:40:57,029 --> 00:41:01,029
3 คน เปลี่ยนตำแหน่งได้แค่ 3 คน เท่านั้น ดูสิว่า

616
00:41:01,031 --> 00:41:05,031
แต่ละกลุ่มนี่จะเปลี่ยนตำแหน่งตรงไหน ให้พีระมิด

617
00:41:05,032 --> 00:41:09,032
กลับหัวให้ได้เร็วที่สุด

618
00:41:09,032 --> 00:41:13,032
อันนี้ต้องคิดแล้วถูกไหม คิดแล้วแก้ปัญหา

619
00:41:13,036 --> 00:41:17,036
มันถูกกำหนดได้แค่ มูฟได้ ขยับได้แค่

620
00:41:17,040 --> 00:41:21,040
3 คนเท่านั้นจะทำอย่างไรจากพีระมิดอย่างโน้น

621
00:41:21,041 --> 00:41:25,041
จะให้กลายเป็นพีระมิดไปทางนี้ เราต้องแข่งกัน

622
00:41:25,042 --> 00:41:29,042
ว่าใครใช้เวลาน้อยที่สุด กลุ่มไหนทำได้เร็วก็ได้

623
00:41:29,043 --> 00:41:33,043
อันดับ 1 อย่างนี้ ต้องคิดถูกไหม

624
00:41:33,044 --> 00:41:37,044
ทำอย่างไรนะ

625
00:41:37,045 --> 00:41:41,045

626
00:41:41,045 --> 00:41:45,045
อย่างนี้ต้องคิดใช่ไหมคะ ฉะนั้น อันนี้เป็นตัวอย่างที่ให้ดู

627
00:41:45,045 --> 00:41:49,045
ว่า ใยการเรียนการสอนของเราน่ะ เราสามารถ

628
00:41:49,047 --> 00:41:53,047
ที่จะประยุกต์เอากิจกรรมอะไรก็ได้

629
00:41:53,048 --> 00:41:57,048
เพื่อที่จะกระตุ้นให้กับนักเรียนเกิดทักษะความคิด

630
00:41:57,051 --> 00:42:01,051
แบบนั้น อย่างเมื่อกี้ครูถามพวกเราน่ะค่ะ

631
00:42:01,051 --> 00:42:05,051
ระหว่สงเป็ด 1 คตัวที่ตัวใหญ่เท่าม้า กับม้า 10 ตัว

632
00:42:05,052 --> 00:42:09,052
จะเอาอะไรอย่างนี้ ก็เป็นสิ่งที่ประยุกต์ใช้

633
00:42:09,053 --> 00:42:13,053
กับการเรียนการสอน ให้เขาได้ลองลงมือทำจริง ๆ อย่างนี้ค่ะ

634
00:42:13,054 --> 00:42:17,054
ซึ่งมันไม่จำกัดว่าจะต้องทำรูปแบบนี้เท่านั้น

635
00:42:17,055 --> 00:42:21,055
เราสามารถเอาไปดีไซน์ได้ว่า ถ้าเราสอน

636
00:42:21,055 --> 00:42:25,055
คณิตศาสตร์เราจะใช้อะไรดี เราจะใช้กิจกรรมไหน

637
00:42:25,057 --> 00:42:29,057
ถึงจะเหมาะสมกับวิชาเรา เราสอนภาษาอังกฤษเราใช้อะไรดี เราสอน

638
00:42:29,058 --> 00:42:33,058
เด็กพิเศษใช้อะไรดีอย่างนี้ค่ะ เราสอนชีวะใช้อะไรดี เราสอนคอมพิวเตอร์

639
00:42:33,061 --> 00:42:37,061
ใช้อะไรดี อะไรอย่างนี้ มันก็สามารถประยุกต์ได้

640
00:42:37,062 --> 00:42:41,062
ทีนี้อุปสรรค

641
00:42:41,065 --> 00:42:45,065
ในการแก้ปัญหา ที่จะทำให้เราแก้ปัญหา

642
00:42:45,067 --> 00:42:49,067
ได้ยาก อันแรกคือเรื่องของ

643
00:42:49,068 --> 00:42:53,068
การยึดติดอยุ่กับหน้าที่ หมายถึงว่า

644
00:42:53,069 --> 00:42:57,069
เรามักจะยึดอยู่ว่า

645
00:42:57,070 --> 00:43:01,070
แก้วต้องใส่น้ำเท่านั้น มือถือต้องโทรศัพท์

646
00:43:01,071 --> 00:43:05,071
เท่านั้น คอมพิวเตอร์ต้องใช้พิมพ์เท่านั้น

647
00:43:05,072 --> 00:43:09,072
อย่างนี้ คือการยึดติดอยู่กับที่ เกา้อี้

648
00:43:09,073 --> 00:43:13,073
เอาไว้นั่งเท่านั้นอย่างนี้ค่ะ

649
00:43:13,073 --> 00:43:17,073
ถ้าเกิดว่าจะต้องตัดกระดาษ

650
00:43:17,075 --> 00:43:21,075
ต้องใช้กรรไกรเท่านั้น

651
00:43:21,076 --> 00:43:25,076
ใช้อะไรแทนได้บ้าง ใช้คัตเตอร์

652
00:43:25,077 --> 00:43:29,077
ใช้มีด

653
00:43:29,079 --> 00:43:33,079
ใช้มือได้ไหม อย่างนี้ ใช่เพื่อได้ไหม อย่างนี้

654
00:43:33,079 --> 00:43:37,079
คือ การที่เราคิดหลาย ๆ วิธีใช่ไหมคะ

655
00:43:37,081 --> 00:43:41,081
ในการแก้ปัญหา ก็ใช้ความคิดสร้างสรรค์ด้วยนะคะ

656
00:43:41,083 --> 00:43:45,083
ฉะนั้น การที่เรายึดติดอยู่กับหน้าที่

657
00:43:45,084 --> 00:43:49,084
มันทำให้เราแคบ มันทำให้เราคิดแค่ว่า

658
00:43:49,086 --> 00:43:53,086
สิ่งนี้ทำได้อย่างเดียว ทั้ง ๆ ที่มันมีประโยชน์

659
00:43:53,087 --> 00:43:57,087
อย่างอื่นอีกมากมายอย่างนนี้ค่ะ มันทำให้เราแก้ปัญหา่

660
00:43:57,089 --> 00:44:01,089
ได้ดีมากขึ้นนะคะ อันที่ 2

661
00:44:01,090 --> 00:44:05,090
คือ

662
00:44:05,091 --> 00:44:09,091

663
00:44:09,093 --> 00:44:13,093
เล่าให้ครูฟังก็ได้นะ

664
00:44:13,094 --> 00:44:17,094
อันที่ 2 นะคะ

665
00:44:17,096 --> 00:44:21,096
ก็คือชุดการตอบสนองที่

666
00:44:21,096 --> 00:44:25,096
เรามีแนวโน้มว่าเราจะแก้ปัญหา

667
00:44:25,098 --> 00:44:29,098
ด้วยวิธีการเดิม ๆ อยู่เสมอ ซึ่ง...

668
00:44:29,100 --> 00:44:33,100

669
00:44:33,101 --> 00:44:37,101

670
00:44:37,101 --> 00:44:41,101
ซึ่งในบางปัญหามันอาจ

671
00:44:41,104 --> 00:44:45,104
จะไม่เหมาะกับวิธีการเดิม ๆ อย่างเดียวเสมอไป

672
00:44:45,105 --> 00:44:49,105
ใช่ไหมคะ การที่เราคิดว่า

673
00:44:49,107 --> 00:44:53,107
เราจะต้องใช้วิธีนี้มันเวิร์ก เราจะต้องใช้วิธี

674
00:44:53,107 --> 00:44:57,107
เหมือนกับเอาง่าย ๆ

675
00:44:57,108 --> 00:45:01,108
3 คนตรงนั้นมีอะไรคะ มีอะไรหรือเปล่า

676
00:45:01,109 --> 00:45:05,109

677
00:45:05,110 --> 00:45:09,110
เดินมาหาเรานั่นแหละ มีอะไรหรือเปล่า เห็นคุยกันตลอดลเย

678
00:45:09,112 --> 00:45:13,112
ครูขอแยกได้ไหม ขอหนุ่มใส่แว่นมานั่งฝั่งนี้ครับ

679
00:45:13,113 --> 00:45:17,113
จริง อันนี้พูดจริง

680
00:45:17,114 --> 00:45:21,114
ขยับครับ

681
00:45:21,114 --> 00:45:25,114
ใช่ ใช่ เราน่ะย้ายง่ายสุด อยู่ตรงนี้

682
00:45:25,116 --> 00:45:29,116

683
00:45:29,118 --> 00:45:33,118

684
00:45:33,120 --> 00:45:37,120
หนู... หนูคนที่ก้มเขียนน่ะค่ะ

685
00:45:37,122 --> 00:45:41,122
เรานั่งนี่ใช่ไหม หนูมานั่งนี่ลูก

686
00:45:41,123 --> 00:45:45,123
หนูน่ะค่ะ มาค่ะ

687
00:45:45,123 --> 00:45:49,123
มาค่ะ หนูน่ะค่ะ มาค่ะ

688
00:45:49,125 --> 00:45:53,125
ด่าครูเหรอคะ หรือด่าเพื่อน

689
00:45:53,126 --> 00:45:57,126
มาค่ะ ย้ายค่ะ

690
00:45:57,128 --> 00:46:01,128
อันนี้คือวิธีการ

691
00:46:01,129 --> 00:46:05,129
แก้ปัญหาของครู

692
00:46:05,132 --> 00:46:09,132
มาค่ะ

693
00:46:09,136 --> 00:46:13,136

694
00:46:13,140 --> 00:46:17,140

695
00:46:17,148 --> 00:46:21,148

696
00:46:21,152 --> 00:46:25,152
ครูย้ายที่แล้วนะ ถ้ายังมีเสียงกวนเพื่อนคนอื่นอีก

697
00:46:25,154 --> 00:46:29,154
ครูจะ... ใครมีสกอตเทป

698
00:46:29,158 --> 00:46:33,158
ครูจะยืมสกอตเทปก่อน โอเค

699
00:46:33,159 --> 00:46:37,159
คุยกันน่ะครูไม่ว่า แต่คุยเสียงดัง แล้วมันกวน

700
00:46:37,161 --> 00:46:41,161
คนอื่นเขานะลูกนะ

701
00:46:41,162 --> 00:46:45,162
ถึงไหนแล้ว ครูสอน

702
00:46:45,164 --> 00:46:49,164
ถึงไหนแล้ว

703
00:46:49,165 --> 00:46:53,165
ชุดตอบสนองใช่ไหมคะ เรามีแนวโน้มที่จะแก้ปัญหา

704
00:46:53,165 --> 00:46:57,165
การเดิม ๆ เหมือนเมื่อกี้ครูแก้ปัญหา ก็ยังคุยกันเหมือนเดิมนะ

705
00:46:57,167 --> 00:47:01,167

706
00:47:01,169 --> 00:47:05,169
จ้ะ

707
00:47:05,170 --> 00:47:09,170
วิธีการแก้ปัญหาของครุเมื่อกี้ มันก็เป็น

708
00:47:09,171 --> 00:47:13,171
การเป็นชุดการตอบสนองเดิม ๆ เหมือนกันนะ

709
00:47:13,172 --> 00:47:17,172
ว่าครูมักจะมีแนวโน้มในการที่จะจับแนก

710
00:47:17,175 --> 00:47:21,175
เวลาคุมสอบ นักศึกษา

711
00:47:21,178 --> 00:47:25,178
เหลืทอบมองข้อสอบกัน ครูก็จับแยก การ

712
00:47:25,182 --> 00:47:29,182
ตอบสนองที่มีแนวโน้มที่จะแก้ปัญหาด้วยวิธีเดิม ๆ

713
00:47:29,183 --> 00:47:33,183
ซึ่งมันอาจจะเวิร์กก็ได้ หรือไม่เวิร์กก็ได้

714
00:47:33,184 --> 00:47:37,184
ตอนที่ครูจับแยก ลอกข้อสอบเวิร์ก

715
00:47:37,186 --> 00:47:41,186
นี่ค่ะ จับแยกในห้องเรียนอาจจะไม่เวิร์กแบบนี้ก้ได้

716
00:47:41,188 --> 00:47:45,188
อันนี้คือการที่เราไม่... ไม่คำนึงถึว่า

717
00:47:45,190 --> 00:47:49,190
ฉันต้องการทำวิธีการเดียวเท่านั้น ถึงจะเหมาะสม

718
00:47:49,191 --> 00:47:53,191
อย่างนี้ค่ะ มันทำให้เรามีวิธีการที่หลากหลายมากขึ้นในการแก้ปัญหา

719
00:47:53,192 --> 00:47:57,192
สามารถแก้ได้ดีมากขึ้นนะคะ

720
00:47:57,196 --> 00:48:01,196
ทีนี้วิธีการแก้ปัญหา ก็คือว่า

721
00:48:01,196 --> 00:48:05,196
สิ่งหนึ่ง ก็คือการวิเคราะห์ปัญหานั้น

722
00:48:05,198 --> 00:48:09,198
ว่าปัญหานั้นคืออะไร ระบุไปก่อน

723
00:48:09,199 --> 00:48:13,199
อะไรล่ะ ที่เราต้องแก้ แล้วก็ค่อย

724
00:48:13,200 --> 00:48:17,200
มองแยกส่วนว่าไอ้ปัญหานั่นน่ะ มันมีอะไรประกอบกันบ้าง

725
00:48:17,204 --> 00:48:21,204
แล้วค่อยแก้ทีละส่วน ถ้า

726
00:48:21,206 --> 00:48:25,206
เปรียบเทียบเหมือนกับว่าปัญหาเหมือนก้อนหินอย่างนี้ค่ะ

727
00:48:25,207 --> 00:48:29,207
ถ้าเกิดว่าเป็นก้อนใหญ่มาก แล้วเราต้องก้าว

728
00:48:29,208 --> 00:48:33,208
ผ่านมันให้ได้นี่ บางทีเราท้อน่ะ บางทีเรา

729
00:48:33,208 --> 00:48:37,208
ทำอย่างไรดีวะ จะทำได้ไหม ตายแน่เลย

730
00:48:37,210 --> 00:48:41,210
แต่ถ้าเกิดเรามองให้มันละเอียดว่ามีอะไรที่มัน

731
00:48:41,210 --> 00:48:45,210
ประกอบบ้าง มันมีอะไรที่สำคัญ สสำคัญอยู่ในนั้น

732
00:48:45,212 --> 00:48:49,212
แล้วค่อย ๆ แก้ไปทีละนิด มันจะทำให้เรา

733
00:48:49,214 --> 00:48:53,214
แก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น แก้ปัญหาได้ดีขึ้น

734
00:48:53,216 --> 00:48:57,216
อย่างน้อยที่สุด คือ มันเกิดกำลังใจว่า

735
00:48:57,216 --> 00:49:01,216
เรายังพอทำได้ เรายังพอแก้ได้

736
00:49:01,217 --> 00:49:05,217
อย่างนี้ค่ะ นี่คือวิธีการแก้ปัญหา อันแรกก่อน

737
00:49:05,218 --> 00:49:09,218
วิเคราะห์ก่อน ระบุก่อน ระบุปัญหาคืออะไร

738
00:49:09,220 --> 00:49:13,220
เราก็ค่อยวิเคราะห์ วิเคราะห์ว่าปัญหานั้นมันมีอะไรเป็นองค์ประกอบ

739
00:49:13,222 --> 00:49:17,222
บ้างแล้วค่อยแก้ไปทีละส่วนอย่างนี้ค่ะ

740
00:49:17,223 --> 00:49:21,223
อันที่ 2 คือ การทำงาน

741
00:49:21,224 --> 00:49:25,224
ย้อนกลับ การทำงานย้อนกลับ ก็คือวิธีการที่...

742
00:49:25,226 --> 00:49:29,226
เราไม่จำเป็นที่จะต้องทำลำดับ

743
00:49:29,230 --> 00:49:33,230
แบบเดิม ต้องแก้ 1 + 1

744
00:49:33,234 --> 00:49:37,234
เป็น 2 หรือเปล่านะ แล้ว 2+2 เป็น 4

745
00:49:37,236 --> 00:49:41,236
ไม่ต้องแก้เป็นลำดับก็ได้ อย่างนี้ค่ะ

746
00:49:41,237 --> 00:49:45,237
เหมือนถ้าอย่างคณิตศาสตร์ใช่ไหม การที่เรา

747
00:49:45,238 --> 00:49:49,238
มี... มีคำตอบ

748
00:49:49,239 --> 00:49:53,239
อยู่ ว่าจะทำอย่างไร

749
00:49:53,241 --> 00:49:57,241
เพื่อให้ได้ 40 อย่างนี้ เราไม่ต้องมานั่งคิดทีละข้อ

750
00:49:57,242 --> 00:50:01,242
1 + 1 = 2 2 + 2 = 4 4 + 4 =

751
00:50:01,247 --> 00:50:05,247
= 8 มันช้า นึกออกหรือเปล่า เราทำ

752
00:50:05,250 --> 00:50:09,250
ย้อนกลับเลยก็ได้ ว่าเอออะไรวะได้ 40

753
00:50:09,253 --> 00:50:13,253
ทำอย่างไรได้ 40 บ้าง ทำอย่างไรให้เงินครบ 40 บ้าง

754
00:50:13,257 --> 00:50:17,257

755
00:50:17,258 --> 00:50:21,258
แทนที่จะขอเงินทีละบาท 40 คน

756
00:50:21,259 --> 00:50:25,259
อย่างนี้ เราขอทีละ 20 จาก 2 คนได้ไหม

757
00:50:25,259 --> 00:50:29,259
มันทำให้เราเร็วขึ้นอย่างนี้ค่ะ คือ การคิดย้อนกลับนะคะ

758
00:50:29,260 --> 00:50:33,260
อันที่ 3 คือ การคิด

759
00:50:33,261 --> 00:50:37,261
อุปมา การคิดอุปมาก็คือการ

760
00:50:37,265 --> 00:50:41,265
เปรียบเทียบว่าอะไรที่มันคล้ายคลึงกันบ้าง

761
00:50:41,265 --> 00:50:45,265
อย่างเมื่อกี้เลย ที่ถามไง ถ้าเกิด

762
00:50:45,266 --> 00:50:49,266
ไฟดับใช้อะไรแทนใช่ไหมคะ ใช้ตะเกียง ใช้

763
00:50:49,268 --> 00:50:53,268
มือถือ ใช้เทียนพรรษา ใช้เทียนวันเกิด

764
00:50:53,273 --> 00:50:57,273
มีฟังก์ชันใกล้เคียงกันใช้แทนกันได้

765
00:50:57,274 --> 00:51:01,274
อันนี้คือการอุปมา ว่าไม่มีอันนี้ทำอะไรได้บ้าง

766
00:51:01,276 --> 00:51:05,276
ไม่มีกรรไกรตัดกระดาษฉันทำอะไรแทนได้บ้าง ใช้คัตเตอร์แทนได้ไหม

767
00:51:05,278 --> 00:51:09,278
เอาคัตเตอร์ก็ไม่คมขึ้นสนิม ใช้ไม้บรรทัดแทน

768
00:51:09,281 --> 00:51:13,281
อย่างนี้ นี่คือวิธีการที่เราอุปมาว่า

769
00:51:13,282 --> 00:51:17,282
อะไรที่มันคล้ายคลึงกันเอามาใช้แทนกันก่อน

770
00:51:17,283 --> 00:51:21,283
นี่คือการแก้ปัญหาแบบที่ 3 นะคะ

771
00:51:21,284 --> 00:51:25,284
ทีนี้ ในกระดาษ

772
00:51:25,285 --> 00:51:29,285
นะคะ โจทย์ให้เราตอบ ก็คือว่า

773
00:51:29,286 --> 00:51:33,286
ไอ้การคิด 3 แบบที่เราคุยกันไปเมื่อกี้ มันมีประโยชน์

774
00:51:33,288 --> 00:51:37,288
กับตัวเราอย่างไร

775
00:51:37,289 --> 00:51:41,289
การคิดแบบมีวิจารณญาณ

776
00:51:41,291 --> 00:51:45,291
มีประโยชน์กับตัวเราอย่างไร การคิดซับซ้อน เอ้ย

777
00:51:45,293 --> 00:51:49,293
การคิดอะไรนะ สร้างสรรค์มีประโยชน์กับตัวเราอย่างไร

778
00:51:49,295 --> 00:51:53,295
และการคิดแก้ปัญหามีประโยชน์

779
00:51:53,296 --> 00:51:57,296
กับตัวเราอย่างไร ให้เราเขียนคำตอบของ

780
00:51:57,297 --> 00:52:01,297
ตัวเราเองในกระดาษนะคะ

781
00:52:01,297 --> 00:52:05,297

782
00:52:05,299 --> 00:52:09,299

783
00:52:09,300 --> 00:52:13,300

784
00:52:13,304 --> 00:52:17,304

785
00:52:17,309 --> 00:52:21,309

786
00:52:21,310 --> 00:52:25,310

787
00:52:25,312 --> 00:52:29,312

788
00:52:29,314 --> 00:52:33,314

789
00:52:33,316 --> 00:52:37,316

790
00:52:37,321 --> 00:52:41,321

791
00:52:41,322 --> 00:52:45,322
ทวนคำถามนะคะ

792
00:52:45,325 --> 00:52:49,325
ว่าการคิดที่ซับซ้อนทั้ง 3 แบบที่เราเรียนไป

793
00:52:49,326 --> 00:52:53,326
นี่ค่ะ การคิด

794
00:52:53,328 --> 00:52:57,328
มีวิจารณญาณ การคิดสร้างสรรค์

795
00:52:57,329 --> 00:53:01,329
และการคิดแก้ปัญหา

796
00:53:01,332 --> 00:53:05,332
ทั้ง 3 แบบนี้

797
00:53:05,334 --> 00:53:09,334
มีประโยชน์กับตัวเราอย่างไร

798
00:53:09,335 --> 00:53:13,335

799
00:53:13,335 --> 00:53:17,335

800
00:53:17,337 --> 00:53:21,337
อันที่ 1 คือ วิจารณญาณ อันที่ 2 คือ

801
00:53:21,339 --> 00:53:25,339
การคิดสร้างสรรค์ และอันที่ 3 คือ

802
00:53:25,341 --> 00:53:29,341
การคิดแก้ปัญหา

803
00:53:29,341 --> 00:53:33,341
ทั้ง 3 แบบนี้ มีประโยชน์

804
00:53:33,343 --> 00:53:37,343
กับตัวเราอย่างไร

805
00:53:37,344 --> 00:53:41,344

806
00:53:41,345 --> 00:53:45,345

807
00:53:45,348 --> 00:53:49,348

808
00:53:49,351 --> 00:53:53,351

809
00:53:53,353 --> 00:53:57,353

810
00:53:57,356 --> 00:54:01,356

811
00:54:01,357 --> 00:54:05,357

812
00:54:05,362 --> 00:54:09,362

813
00:54:09,364 --> 00:54:13,364

814
00:54:13,366 --> 00:54:17,366

815
00:54:17,368 --> 00:54:21,368

816
00:54:21,369 --> 00:54:25,369

817
00:54:25,370 --> 00:54:29,370

818
00:54:29,376 --> 00:54:33,376

819
00:54:33,380 --> 00:54:37,380

820
00:54:37,382 --> 00:54:41,382

821
00:54:41,383 --> 00:54:45,383

822
00:54:45,385 --> 00:54:49,385

823
00:54:49,391 --> 00:54:53,391

824
00:54:53,393 --> 00:54:57,393

825
00:54:57,397 --> 00:55:01,397

826
00:55:01,403 --> 00:55:05,403

827
00:55:05,405 --> 00:55:09,405

828
00:55:09,408 --> 00:55:13,408

829
00:55:13,410 --> 00:55:17,410

830
00:55:17,412 --> 00:55:21,412

831
00:55:21,415 --> 00:55:25,415

832
00:55:25,419 --> 00:55:29,419

833
00:55:29,422 --> 00:55:33,422

834
00:55:33,425 --> 00:55:37,425

835
00:55:37,427 --> 00:55:41,427

836
00:55:41,429 --> 00:55:45,429

837
00:55:45,431 --> 00:55:49,431

838
00:55:49,433 --> 00:55:53,433

839
00:55:53,435 --> 00:55:57,435

840
00:55:57,437 --> 00:56:01,437

841
00:56:01,438 --> 00:56:05,438

842
00:56:05,440 --> 00:56:09,440

843
00:56:09,442 --> 00:56:13,442

844
00:56:13,445 --> 00:56:17,445

845
00:56:17,447 --> 00:56:21,447

846
00:56:21,449 --> 00:56:25,449

847
00:56:25,450 --> 00:56:29,450

848
00:56:29,454 --> 00:56:33,454

849
00:56:33,458 --> 00:56:37,458

850
00:56:37,461 --> 00:56:41,461

851
00:56:41,466 --> 00:56:45,466

852
00:56:45,469 --> 00:56:49,469

853
00:56:49,472 --> 00:56:53,472

854
00:56:53,474 --> 00:56:57,474

855
00:56:57,476 --> 00:57:01,476

856
00:57:01,479 --> 00:57:05,479

857
00:57:05,481 --> 00:57:09,481

858
00:57:09,484 --> 00:57:13,484

859
00:57:13,486 --> 00:57:17,486

860
00:57:17,489 --> 00:57:21,489

861
00:57:21,490 --> 00:57:25,490

862
00:57:25,493 --> 00:57:29,493

863
00:57:29,497 --> 00:57:33,497

864
00:57:33,500 --> 00:57:37,500

865
00:57:37,502 --> 00:57:41,502

866
00:57:41,504 --> 00:57:45,504

867
00:57:45,505 --> 00:57:49,505

868
00:57:49,508 --> 00:57:53,508

869
00:57:53,510 --> 00:57:57,510

870
00:57:57,513 --> 00:58:01,513

871
00:58:01,515 --> 00:58:05,515

872
00:58:05,517 --> 00:58:09,517

873
00:58:09,520 --> 00:58:13,520

874
00:58:13,523 --> 00:58:17,523

875
00:58:17,525 --> 00:58:21,525
โอเค

876
00:58:21,527 --> 00:58:25,527
.sให้เวลานักเรียน

877
00:58:25,529 --> 00:58:29,529
อีกแป๊บหนึ่งนะคะ

878
00:58:29,532 --> 00:58:33,532
อย่าลืม

879
00:58:33,534 --> 00:58:37,534
เขียนชื่อแล้วก็รหัสนักศึกษาไว้ให้ด้วยนะคะ

880
00:58:37,535 --> 00:58:41,535

881
00:58:41,536 --> 00:58:45,536

882
00:58:45,538 --> 00:58:49,538

883
00:58:49,542 --> 00:58:53,542

884
00:58:53,544 --> 00:58:57,544

885
00:58:57,547 --> 00:59:01,547

886
00:59:01,548 --> 00:59:05,548

887
00:59:05,551 --> 00:59:09,551

888
00:59:09,554 --> 00:59:13,554

889
00:59:13,555 --> 00:59:17,555

890
00:59:17,557 --> 00:59:21,557

891
00:59:21,560 --> 00:59:25,560

892
00:59:25,561 --> 00:59:29,561

893
00:59:29,563 --> 00:59:33,563

894
00:59:33,566 --> 00:59:37,566

895
00:59:37,569 --> 00:59:41,569
อ๋อ

896
00:59:41,571 --> 00:59:45,571
สัญญาณ...

897
00:59:45,572 --> 00:59:49,572

898
00:59:49,574 --> 00:59:53,574

899
00:59:53,582 --> 00:59:57,582

900
00:59:57,584 --> 01:00:01,584

901
01:00:01,586 --> 01:00:05,586

902
01:00:05,591 --> 01:00:09,591
เสร็จแล้ว ครูต่อนะ

903
01:00:09,593 --> 01:00:13,593
นะ อันนั้นเราเก็บไว้ก่อน เดี๋ยวสรุปตอนท้ายคาบนะ

904
01:00:13,594 --> 01:00:17,594
ต่อไปนะ คือ เรื่องของการที่

905
01:00:17,595 --> 01:00:21,595
เราจะใช้วิธีการสอน เพื่อ

906
01:00:21,596 --> 01:00:25,596
กระตุ้นให้กับนักเรียนนี่ เกิดความคิดที่

907
01:00:25,597 --> 01:00:29,597
ซับซ้อนได้ ทีนี้เราจะต้องมารู้จักกันก่อนว่า

908
01:00:29,598 --> 01:00:33,598
มันมีวิะีการสอนแบบไหนบ้างนะคะ อันนี้ครูก็

909
01:00:33,600 --> 01:00:37,600
แยกมาให้เห็นนะ ว่ามันจะมีอยู่

910
01:00:37,601 --> 01:00:41,601
4 กลุ่มใหญ่ ๆ นะคะ โดยที่เราแยกว่า

911
01:00:41,602 --> 01:00:45,602
สำหรับที่เป็นผู้เรียนกำกับมากกว่า แปลว่าผู

912
01:00:45,605 --> 01:00:49,605
เป็นคนลงมือทำเอง

913
01:00:49,606 --> 01:00:53,606
เป็น Active Learning อย่างนี้ค่ะ

914
01:00:53,608 --> 01:00:57,608
ครูกำกับมากกว่านั่นก็คือครูเป

915
01:00:57,609 --> 01:01:01,609
นะคะ แล้วก็แบ่งเป็นเน้นกลุ่มมากกว่า ทำงานเป็นกลุ่ม

916
01:01:01,610 --> 01:01:05,610
หรือเน้นรายบุคคลมากกว่า เอา

917
01:01:05,612 --> 01:01:09,612
เป็ยตัวต่อตัวเลย

918
01:01:09,613 --> 01:01:13,613
มันมีอยู่ 4 กลุ่ม กลุ่มแรกผู้เรียน

919
01:01:13,616 --> 01:01:17,616
กำกับมากกว่า คือ นักเรียนมีส่วนร่วม

920
01:01:17,618 --> 01:01:21,618
ในการเรียนมาก ๆ นะ แล้วเน้นกลุ่มด้วย

921
01:01:21,621 --> 01:01:25,621
เรียนรู้แบบร่วมมือ การเรียนรู้แบบสืบสวน

922
01:01:25,622 --> 01:01:29,622
การเรียนรู้แบบค้นพบ เรามาคุยรายละเอียด

923
01:01:29,624 --> 01:01:33,624
กัน ว่าแต่ละอันคืออะไรนะคะ ถ้าการเรียนรู

924
01:01:33,626 --> 01:01:37,626
ร่วมมือ ก็คือการทำงานด้วยกันน่ะ การแบ่งกลุ่ม

925
01:01:37,627 --> 01:01:41,627
ให้แต่ละคน ทุกคนในกลุ่มนี่

926
01:01:41,628 --> 01:01:45,628
มีหน้าที่ในการทำงาน ไม่ว่าหน้าทีอะไรก็แล้วแต่

927
01:01:45,629 --> 01:01:49,629
แบ่งกันเองอย่างนี้ค่ะ คือ การเรียนรู้แบบร่วมมือ

928
01:01:49,631 --> 01:01:53,631
ส่วนสืบสวนค้นพบเดี๋ยวครูจะคุยรายละเอียดกันนะคะ

929
01:01:53,632 --> 01:01:57,632
ทีนี้ อันกลุ่มที่ 2 นักเรียน เอ้ย ผู้เีัย

930
01:01:57,633 --> 01:02:01,633
มากกว่า แล้วก็เน้นรายบุคคล แสดงว่าไม่ต้องทำเป็นกลุ่ม

931
01:02:01,635 --> 01:02:05,635
ก็ได้ ทำของใครของมันนะคะ การไตร่ตรองด้วย

932
01:02:05,636 --> 01:02:09,636
ตัวเอง การศึกษาอสระ ผังมโนทัศน์

933
01:02:09,637 --> 01:02:13,637
อย่างนี้ ผนังมโนทัศน์ ก็ Concept Map

934
01:02:13,638 --> 01:02:17,638
การเขียน Mind Maping

935
01:02:17,639 --> 01:02:21,639
การศึกษาอิสระ ก็สืบค้นเอาแหละ การ

936
01:02:21,639 --> 01:02:25,639
หรือ Search จากหนังสืออะไรก็แล้วแต่ อิสระเลย

937
01:02:25,641 --> 01:02:29,641
การไตร่ตรองด้วยตัวเอง อันนี้ต้องใช้วิจารณญาณใช่ไหมคะ

938
01:02:29,642 --> 01:02:33,642
กลุ่มที่ 3 คือ ครูกำกับมากกว่า

939
01:02:33,643 --> 01:02:37,643
เน้นกลุ่มด้วยนะคะ

940
01:02:37,644 --> 01:02:41,644
บรรยายไง เราบรรยายทีเดียวนักเรียนอยู่ทั้งห้อง อันนี้

941
01:02:41,646 --> 01:02:45,646
ครูกำกับนะคะ สอนโดบตรง สอนโดยตรง

942
01:02:45,647 --> 01:02:49,647
เป็นอย่างไรนะ การสอนที่มีประสิทธิผล

943
01:02:49,647 --> 01:02:53,647
เป็นอย่างไรอย่างนี้ค่ะ เดี๋ยวเรามาคุยรายละเอียดกันนะคะ

944
01:02:53,649 --> 01:02:57,649
กลุ่มที่ 4 กลุ่มสุดท้าย ครูกำกับ

945
01:02:57,656 --> 01:03:01,656
แล้วเน้นรายบุคคล คือ ไม่ต้องทำงานเป็นกลุ่มก็ได้นะ

946
01:03:01,657 --> 01:03:05,657
เรียนแบบรอบรู้ การอ่านตำราเรียน การจัดมโนทัศน์

947
01:03:05,659 --> 01:03:09,659
ล่วงหน้า คืออะไร เรามาดูทีละอันนะคะ

948
01:03:09,659 --> 01:03:13,659
การเรียนรู้แบบสืบสวน

949
01:03:13,663 --> 01:03:17,663
คืออะไร การเรียนรู้แบบสืบสวน คือ เหมือนนักสืบน่ะ

950
01:03:17,664 --> 01:03:21,664
ที่มีโจทย์ให้ แล้วให้เราไปหาคำตอบเอง

951
01:03:21,666 --> 01:03:25,666
เอาเองด้วยวิธีการอะไรก็แล้วแต่ แล้วครูค่อยมาอธิบายที่ห

952
01:03:25,667 --> 01:03:29,667
อย่างนี้ค่ะ เขาเรียกว่า "

953
01:03:29,670 --> 01:03:33,670
การเรียนรู้แบบสืบสสวน ให้โจทย์ไป

954
01:03:33,673 --> 01:03:37,673
ให้สิ่งที่ต้องการไป จะทำอย่างไรได้บ้าง ให้เขา

955
01:03:37,676 --> 01:03:41,676
ได้สืบค้นหาวิธีการด้วยตัวเอง หาคำตอบด้วยตัวเอง

956
01:03:41,677 --> 01:03:45,677
ถูกไม่ถูกอย่าวไร เราค่อยมาดูกัน นี่เขาเรียกว่า การเรียนร

957
01:03:45,678 --> 01:03:49,678
แบบสืบสวนนะคะ

958
01:03:49,680 --> 01:03:53,680
อธิบายก่อน ใช้คำถามกระตุ้นให้คิดใช่ไหมคะ

959
01:03:53,682 --> 01:03:57,682
แล้วก็ใช้วิธีการ แต่ละคนคิดอย่างไร แล้

960
01:03:57,683 --> 01:04:01,683
มาอธิบายร่วมกัน มาหาแนวทางร่วมกัน ถูกไม่ถูกอย่างไร

961
01:04:01,684 --> 01:04:05,684
ค่อยว่าทีหลังอย่างนี้ค่ะ อันต่อไป

962
01:04:05,685 --> 01:04:09,685
คือการเรีียนรู้แบบค้นพบ ก็คือการสำรวจแหละ กา

963
01:04:09,705 --> 01:04:13,705
แบบค้นพบ คือ เป็นการสอนทีมุ่งให้

964
01:04:13,707 --> 01:04:17,707
ผู้เรียนนี่แสวงหาความรู้และค้นพบ

965
01:04:17,707 --> 01:04:21,707
ด้วยตัวเอง จะวิะีการไหนก็แล้วแต่ ซึ่ง

966
01:04:21,708 --> 01:04:25,708
ขอโทษ ซึ่งครูทำอะไร ครูก็เป็น

967
01:04:25,710 --> 01:04:29,710
คนที่คอยดู คอยดูแลอยู่ห่าง ๆ

968
01:04:29,711 --> 01:04:33,711
อย่างห่วง ๆ คอยดูว่ าถ้าเกิดว่าเขาไปอแสวงหา

969
01:04:33,711 --> 01:04:37,711
ความรู้วิธีการที่เขาทำนี่

970
01:04:37,714 --> 01:04:41,714
ไม่ใช่แล้ว ครูก็ค่อยไกท์ ไปไกท์แบบทำอย่างนี้ดี

971
01:04:41,715 --> 01:04:45,715
อันนี้คงไม่ใช่บะ ให้หนูไปหาข้อมูงจาก ๅฌน

972
01:04:45,716 --> 01:04:49,716
จาก Google Google เขาไม่มีบอกหรอก ไป

973
01:04:49,717 --> 01:04:53,717
อ่านบทความนี้ก่อนอะไรอย่างนี้ อันนี้คือการไกท์ไลน์

974
01:04:53,718 --> 01:04:57,718
นะคะ แต่ว่าไม่ได้บอกวิธีการว่า

975
01:04:57,719 --> 01:05:01,719
ตรงไหน ใช่หรือเปล่า บอกว่าตรงนี้ใช่

976
01:05:01,720 --> 01:05:05,720
หาไม่เจอหรอก ไปอ่านตรงนี้ดีกว่าอย่างนี้ค่ะ คือให้เขาหา

977
01:05:05,722 --> 01:05:09,722
วิธีการหคำตอบด้วยตัวเอง

978
01:05:09,723 --> 01:05:13,723
นะคะ เขาเรียกว่า "การเรียนรู้แบบค้นพบ" นะคะ

979
01:05:13,724 --> 01:05:17,724
อันที่ 3 ก็คือผังมโนทัศน์ อันนี้เรา

980
01:05:17,725 --> 01:05:21,725
คุ้นเคย การทำ Concept Maps ที่

981
01:05:21,727 --> 01:05:25,727
ถามว่ามันต่างกับ Mind Mapping อย่างไร มัน

982
01:05:25,728 --> 01:05:29,728
Mind Maping คือ การเขียนหัวข้อสำคัญ ๆ

983
01:05:29,733 --> 01:05:33,733
อะไรเกี่ยวข้องบ้าง แต่ Concept Maps คือการที่มีเส้น

984
01:05:33,734 --> 01:05:37,734
เหล่านี้มันมีความหมาย มันคือการแสดงความ

985
01:05:37,735 --> 01:05:41,735
สัมพันธ์ของข้อมูลว่าสิ่งสำคัญ

986
01:05:41,736 --> 01:05:45,736
คืออะไร แล้วสิ่งที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนีั้คืออะไร

987
01:05:45,740 --> 01:05:49,740
ดังนั้น มันไม่ใช่

988
01:05:49,741 --> 01:05:53,741
การเขียนแค่หัวข้ออย่างเดียว แล้วแปะ ๆ ๆ ต่อ ๆ กัน

989
01:05:53,744 --> 01:05:57,744
แต่คือการากเส้นให้เชิ่มโยง ว่า

990
01:05:57,748 --> 01:06:01,748
ที่เราว่ามานี่ มันเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอย่างไรบ้าง

991
01:06:01,749 --> 01:06:05,749
สมมติ สมมติเราเรียนไปในครึ่งเทอมแรก

992
01:06:05,750 --> 01:06:09,750
ใช่ไหม ทฤษฎีการเรียนรู้มีกี่แบบ

993
01:06:09,751 --> 01:06:13,751
อย่างนี้ค่ะอาจจะมีทฤษฎีการเรียนรู้แบบ

994
01:06:13,752 --> 01:06:17,752
พฤติกรรมนิยม ทฤษฎีการเรียนรู้แบบกลุ่มรู้คิด

995
01:06:17,753 --> 01:06:21,753
อย่างนี้ กลุ่มพฤติกรรมนิยมมีอะไรบ้าง

996
01:06:21,754 --> 01:06:25,754
ทฤษฎี A ทฤษฎี B ทฤษฎี C ทฤษฎี D

997
01:06:25,755 --> 01:06:29,755
อย่างนี้ ทฤษฎี A เขามีอะไรที่มันสำคัญ

998
01:06:29,757 --> 01:06:33,757
ทฤษฎี B มีแนวคิดอะไร ที่สำค

999
01:06:33,759 --> 01:06:37,759
แล้วเราก็ถึงจะเห็นว่าอะไรคือหัวข้อใหญ่

1000
01:06:37,760 --> 01:06:41,760
อะไรคือหัวข้อรอง แล้วมันเกี่ยวข้องกันอย่างไรอย่างนี้

1001
01:06:41,761 --> 01:06:45,761
ซึ่งการทำ Concept Maps ก็ใช้ความ Cre

1002
01:06:45,762 --> 01:06:49,762
Creative ด้วยได้ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ด้วยได้

1003
01:06:49,763 --> 01:06:53,763
ซึ่งมันเป็นวิธีการของแต่ละคน ซึ่งมันไม่ต้องเขียน

1004
01:06:53,769 --> 01:06:57,769
แค่ตัวหนังสือ แบ่งเป็นสี อา่จจะมีรูปภาพประกอบ

1005
01:06:57,770 --> 01:07:01,770
เพื่อความเข้าใจของเราก็ได้ นี่คือวิธีการ

1006
01:07:01,770 --> 01:07:05,770
ทำ Concept Maps ซึ่งมันเป็นรายบุคคลที่แต่ละคน

1007
01:07:05,771 --> 01:07:09,771
ทำของตัวเอง Concept Maps ของหนู

1008
01:07:09,773 --> 01:07:13,773
อาจจะไม่เหมือนของเพื่อนก็ได้อย่างนี้ ขึ้นอยู่กับ

1009
01:07:13,775 --> 01:07:17,775
เราจะเอาตรงไหนมาใส่ หรืออาจจะมีรูปภาพมาประกอบ

1010
01:07:17,776 --> 01:07:21,776
ของหนูไม่มีก็ได้อย่างนี้ค่ะ มันเป็นรายบุคคล ว่าจะใช้

1011
01:07:21,777 --> 01:07:25,777
วิะีการอะไร ทำแบบไหน ถึงจะเข้าใจของเขาอย่างนี้ค่ะ

1012
01:07:25,778 --> 01:07:29,778
ต่อไป คือ การ

1013
01:07:29,779 --> 01:07:33,779
สอนโดยตรง การสอนโดยตรง แสดงว่าครูมีบทบาท

1014
01:07:33,781 --> 01:07:37,781
มากกว่านักเรียนใช่ไหมคะ แต่การสอนโดยตรง

1015
01:07:37,784 --> 01:07:41,784
แบบนี้ สอนโดยตรง

1016
01:07:41,787 --> 01:07:45,787
ครูกำกับ ครูเป็นคนคอยบอก

1017
01:07:45,789 --> 01:07:49,789
สิ่งที่พึงระวัง ก็คือวิธีการสอน

1018
01:07:49,789 --> 01:07:53,789
การยกตัวอย่าง หรือคำพูดที่ใช้อย่างนี้ค่ะ อย่าง

1019
01:07:53,793 --> 01:07:57,793
เมื่อกี้ที่ครูจับแยกใช่ไหม ครูก็รู้สึกไม่ดี ครูก็

1020
01:07:57,795 --> 01:08:01,795
ขอโทษเพื่อนรายบุคคลที่ไปจับแยก จำเป็นต้องทำ

1021
01:08:01,798 --> 01:08:05,798
อย่างนี้ค่ะ วิธีที่ใช้ คำพูดที่ใช้

1022
01:08:05,799 --> 01:08:09,799
เพื่อลดความกระทบกระทั่งกันให้มากที่สุด ลด

1023
01:08:09,802 --> 01:08:13,802
ความขัดแย้งระหว่างครูกับนักเรียน ความขัดแย้งระว่า

1024
01:08:13,803 --> 01:08:17,803
มันก็เป็นศิลปะที่ครูจะนำมาใช้

1025
01:08:17,804 --> 01:08:21,804
ว่าฉันจะทำอย่างไร นอกจากสอนความรู้อย่างเดียวแล้ว อย่างนี้ค่ะ

1026
01:08:21,806 --> 01:08:25,806
ต่อไปคือการสอน

1027
01:08:25,808 --> 01:08:29,808
ที่มีประสิทธิภาพคืออะไร

1028
01:08:29,808 --> 01:08:33,808
มันเป็นของคุณแมดเดอร์ลีน ฮันเตอร์ มันเป็นการสอน

1029
01:08:33,812 --> 01:08:37,812
ที่มีประสิทธิภาพของแมดเดอร์ลีน ฮันเตอร์

1030
01:08:37,813 --> 01:08:41,813
คนที่คิดค้นวิธีการสอนแบบนี้นะคะ วิธีการสอบ

1031
01:08:41,814 --> 01:08:45,814
แบบนี้คือการบอกเป้าหมายที่ชัดเจน

1032
01:08:45,816 --> 01:08:49,816
แล้วก็อธิบายโดยที่มีตัวแบบ

1033
01:08:49,817 --> 01:08:53,817
มีการสาธิตให้เห็น มีการทดลอง

1034
01:08:53,817 --> 01:08:57,817
และให้เขาเรียนรู้จากการที่เราสาธิตให้

1035
01:08:57,819 --> 01:09:01,819
จากการที่เรมีตัวอย่างให้ จะเป็นตัวอย่างที่เป็นคลิปวิดีโอ

1036
01:09:01,820 --> 01:09:05,820
จะเป็นตัวอย่างที่ครูทำให้เห็นก็ได้ อย่างสมมติ

1037
01:09:05,822 --> 01:09:09,822
การทดลองทางวิทยาศาสตร์อย่างนี้ค่ะ เปิดคลิปให้นักเรียนดู ให้

1038
01:09:09,824 --> 01:09:13,824
ศึกษาจากคลิปแล้วเห็นตรงไหนอย่างนี้ หรืออาจจะเป็นครูทำ

1039
01:09:13,824 --> 01:09:17,824
ให้ดูก็ได้ อย่างเมื่อเช้าคณุเพิ่งเห็นอันหนึ่ง น้า่สนใ

1040
01:09:17,826 --> 01:09:21,826
สอนเรื่องของ

1041
01:09:21,827 --> 01:09:25,827
เขาเรียกว่าอะไรดีนะ ฟิสิกส์น่ะ

1042
01:09:25,828 --> 01:09:29,828
แรง... แรง

1043
01:09:29,830 --> 01:09:33,830
สักแรงหนึ่งของฟิสิกส์ ที่เอาน้ำใส่กระป๋อง

1044
01:09:33,832 --> 01:09:37,832
ไม่มีแรงตัวนี้ นำก็เทออกได้ลงเพื่อน

1045
01:09:37,833 --> 01:09:41,833
สกปรกอย่างนี้ค่ะ ถ้าเกิดเราจับเหวี่ยง เหวี่ยงเหมือน

1046
01:09:41,834 --> 01:09:45,834
มันชาชักน่ะนึกออกไหม เหวี่ยงแรง ๆ น้ำในกระป๋องมันไม่

1047
01:09:45,835 --> 01:09:49,835
ออกมาสักหยดเลยอย่างนี้

1048
01:09:49,836 --> 01:09:53,836
แรงนี้มันคืออันนี้แหละ ถ้าอยากจะรู้

1049
01:09:53,839 --> 01:09:57,839
ว่ามันคืออะไร เดี๋ยวเรามาคุยกันอย่างนี้ค่ะ อันนี้คือการบอกเป้าหมาย

1050
01:09:57,840 --> 01:10:01,840
ที่ชัดเจน แล้วก็สาธิตให้เห็นถึง

1051
01:10:01,841 --> 01:10:05,841
สิ่งที่ทำ สิ่งที่ใช้นะคะ

1052
01:10:05,842 --> 01:10:09,842

1053
01:10:09,843 --> 01:10:13,843
ร่วมกับการใช้

1054
01:10:13,844 --> 01:10:17,844
คำถามกระตุ้นให้เขาคิด เหมือนเมื่อกี้ที่บอกว่าเหวี่ยงน้ำ

1055
01:10:17,846 --> 01:10:21,846
แรง ๆ เพราะอะไรน้ำไม่หก

1056
01:10:21,846 --> 01:10:25,846
หกอยู่เลยอย่างนี้ค่ะ ถ้าเราเหวี่ยงแรง ๆ มันเป็นเพราะอะไร

1057
01:10:25,848 --> 01:10:29,848
เรามาหาคำตอบด้วยกันนะ เธอไปสืบค้นมาสิ ใช้วิธีการ

1058
01:10:29,849 --> 01:10:33,849
อื่นร่วมด้วยก็ได้อย่างนี้ค่ะ

1059
01:10:33,850 --> 01:10:37,850
ซึ่งวิะีการสอนต่าง ๆ ที่พูดไปนี่ มันก็

1060
01:10:37,852 --> 01:10:41,852
เพิ่มความน่าสนใจในการเรียน และกระตุ้น

1061
01:10:41,852 --> 01:10:45,852
ให้เกิดความคิดแบบต่าง ๆ ของนักเรียนได้ นอกจาก

1062
01:10:45,854 --> 01:10:49,854
บรรยายอย่างเดียวอย่างนี้ค่ะ

1063
01:10:49,856 --> 01:10:53,856
ต่อไปคือการเรียนแบบรอบรู้ การเรียน

1064
01:10:53,861 --> 01:10:57,861
แบบรอบรู้ ก็คือว่าเป็นการที่เชื่อว่า

1065
01:10:57,862 --> 01:11:01,862
ผู้เรียนทุกคนนี้มีวิธีการเรียนเป็นของตัวเอง คนบาง

1066
01:11:01,864 --> 01:11:05,864
คนแต่ละคนอาจจะมีถนัดไม่เหมือนกันใช่หรือเปล่า บางคน

1067
01:11:05,865 --> 01:11:09,865
เรียนผ่านทางการฟังอย่างเดียว บางคนเรียนผ่านการ

1068
01:11:09,867 --> 01:11:13,867
การได้เห็นตัวอย่างด้วยถึงจะเข้าใจอย่างนี้ค่ะ เขามีความเชื่อว่า

1069
01:11:13,868 --> 01:11:17,868
แต่ละคนนี่ มีวิธีการเรียนหาความรู้้แตกต่างกัน

1070
01:11:17,868 --> 01:11:21,868
ซึ่งสิ่งที่ถูกวิพากย์

1071
01:11:21,869 --> 01:11:25,869
ก็อาจจะถูกวิพากษ์ว่า การที่เด

1072
01:11:25,869 --> 01:11:29,869
มีวิธีการเรียนรู้ที่ไม่เหมือนกันนี่ แน่นอนมันเป็น Concept ที่ดี

1073
01:11:29,870 --> 01:11:33,870
แต่ถ้ามันให้ความเข้าใจเกิดช้า-

1074
01:11:33,871 --> 01:11:37,871
เร็วแตกต่างกันล่ะ บางคนสอนอธิบายเข้าใจเลย บางคน

1075
01:11:37,872 --> 01:11:41,872
ต้องลงมือให้ทำ บางคนอาจจะให้เขาทำเอง วิธีการเกิด

1076
01:11:41,873 --> 01:11:45,873
ระยะเวลาในการเกิดความเข้าใจแต่ละคน

1077
01:11:45,875 --> 01:11:49,875
มันก็ไม่เท่ากัน มันก็เป็นข้อวิพากษ์ เออ

1078
01:11:49,876 --> 01:11:53,876
มันทำได้ มันดี มันเหมาะกับนักเรียนที่เป็นคลาสเล็ก ๆ

1079
01:11:53,876 --> 01:11:57,876
มีแค่คน 2 คน แต่ถ้าเป็นนักเรียนคลาสใหญ่

1080
01:11:57,878 --> 01:12:01,878
มี 30 คน เราจะไปทีละคนมันคงใช้เวลา

1081
01:12:01,879 --> 01:12:05,879
มากเหลือเกินนะ อย่างนี้ ก็เป็นข้อวิพากษ์นะคะ

1082
01:12:05,880 --> 01:12:09,880
แล้วประเด็นเรื่องการปฏิบัติ หมายถึงว่า

1083
01:12:09,882 --> 01:12:13,882
ครุต้องทำเอง ครูต้องไปคอยดู

1084
01:12:13,883 --> 01:12:17,883
ทีละคนน่ะ ด้วยตัวเอง เสียเวลา 1. เสียเวลา 2.

1085
01:12:17,884 --> 01:12:21,884
อาจจะดูไม่ทั่วถึงอย่างนี้ค่ะ ก็เป็นข้อวิพากษ์ ว่า

1086
01:12:21,885 --> 01:12:25,885
การสอนแบบนี้มันเป็นสิ่งที่ควรระวังนะ เพราะมันเกิดแบบนี้

1087
01:12:25,886 --> 01:12:29,886
ขึ้นได้อย่างนี้ค่ะ

1088
01:12:29,886 --> 01:12:33,886
อันต่อไปคือการจัดมโนทัศน์ล่วงหน้า

1089
01:12:33,888 --> 01:12:37,888
อันนี้ครูมีบทบาทมากกว่า แล้วก็

1090
01:12:37,889 --> 01:12:41,889
เน้นผู้เรียนไปทีละคนก็ได้นะคะ การจัดมโนทัศน์

1091
01:12:41,892 --> 01:12:45,892
ล่วงหน้า คือการส้รางภาพรงมให้เห็นว่า คุณจะ

1092
01:12:45,893 --> 01:12:49,893
เรียนเรื่องนี้อะไรบ้าง

1093
01:12:49,894 --> 01:12:53,894
เหมือนเป็น

1094
01:12:53,896 --> 01:12:57,896
การ Preview ก่อน ให้รู้ว่าฉันจะต้อง

1095
01:12:57,897 --> 01:13:01,897
ไปเจออะไร ในวิชานี้ หัวข้อ

1096
01:13:01,898 --> 01:13:05,898
อะไรบ้างที่ฉันเน้น วิชานี้เน้นอย่างนี้ค่ะ

1097
01:13:05,900 --> 01:13:09,900
เรียนวิชาจิตวิทยาสำหรับครู เราจะต้องเจิ

1098
01:13:09,902 --> 01:13:13,902
ทฤษฎีนะ เราจะต้องมาเจอ

1099
01:13:13,903 --> 01:13:17,903
ข้อสอบที่เข้าใจยากนะ อย่างนี้ค่ะ คือการบอก

1100
01:13:17,906 --> 01:13:21,906
ให้เขารู้ตัวล่วงหน้าว่าเขาจะต้องเจออะไร

1101
01:13:21,907 --> 01:13:25,907
กับสิ่งที่เขาเรียน นี่คือสิ่งที่เรียกว่าการจัดมโนทัศน์

1102
01:13:25,907 --> 01:13:29,907
ล่วงหน้านะคะ จะใช้เป็น Concept

1103
01:13:29,909 --> 01:13:33,909
Maps ร่วมด้วยก็ได้ อย่างเช่น อันนี้สอนภาษาไทย

1104
01:13:33,910 --> 01:13:37,910
อย่างนี้ค่ะ วันนี้เรามาเรียนเรื่องมาตราตัวสะกด

1105
01:13:37,911 --> 01:13:41,911
กันนะคะ มาตราตัวสะกดมันจะมี 2 อันนะ

1106
01:13:41,912 --> 01:13:45,912
สะกดตรงแม่กับไม่ตรงแม่นะ ไม่ตรงแม่กับไม่ตรงแม่

1107
01:13:45,913 --> 01:13:49,913
อะไรที่เรียกว่าไม่ตรง มันจะแบ่งเป็นแบบนี้ แม่กก

1108
01:13:49,913 --> 01:13:53,913
เป็นกน แม่กง แม่กน อันนี้คือการจัดมโนทัศน์ล่วงหน้า

1109
01:13:53,915 --> 01:13:57,915
ให้เขารู้ตัวก่อน เหมือนเราจะดูหนังเรื่องยาว

1110
01:13:57,916 --> 01:14:01,916
เราก็ต้องดู Trainler หนังก่อน

1111
01:14:01,917 --> 01:14:05,917
การมีเทเลอย์หนังให้เขาดู ให้เขารู้ว่าจะเจออ

1112
01:14:05,919 --> 01:14:09,919
อย่างนี้นะคะ

1113
01:14:09,920 --> 01:14:13,920
ทีนี้ กระดาษยังมีเหลืออยู่ไหม

1114
01:14:13,921 --> 01:14:17,921
มีพื้นที่เหลือไหม โจทย์ข้อสุดท้ายก่อนที่เราจะกลับบ้าน

1115
01:14:17,922 --> 01:14:21,922
กันนะคะ ไม่ใช่กลับบ้าน ก่อนที่จะเบิกคาบ

1116
01:14:21,924 --> 01:14:25,924
ในวิธีการสอนต่าง ๆ ที่พูดไปเมื่อกี้ค่ะ สำหรับ

1117
01:14:25,925 --> 01:14:29,925
ที่เราจะเป็นครูในอนาคต จะเป็นครู

1118
01:14:29,926 --> 01:14:33,926
อะไรก็แล้วแต่นะ ครูจำไม่ได้หรอกว่าสาขาอะไรบ้าง

1119
01:14:33,927 --> 01:14:37,927
เราจะใชก้วิธีการสอนแบบไหน

1120
01:14:37,927 --> 01:14:41,927
เพราะอะไร เอาเหตุผล

1121
01:14:41,929 --> 01:14:45,929
ของตัวเราเองนะคะ เป็นโจทย์

1122
01:14:45,931 --> 01:14:49,931
ข้อสุดท้าย ในการที่เราจะเป็นครู

1123
01:14:49,931 --> 01:14:53,931
ในอนาคตนี่ เราจะเลิกวิธีการสอน

1124
01:14:53,932 --> 01:14:57,932
แบบไหน เพราะอะไร เป็น

1125
01:14:57,934 --> 01:15:01,934
เหตุผลของตัวเราเองจ้ะ

1126
01:15:01,936 --> 01:15:05,936
อันนี้ให้เขียนนะคะ

1127
01:15:05,937 --> 01:15:09,937
แล้วก็ถ้าเสร็จแล้ว ใครเขียนเสร็จแล้ว ก็เอามาส่งครู

1128
01:15:09,938 --> 01:15:13,938
หน้าห้องแล้วเราก็เลิกคาบได้นะ

1129
01:15:13,939 --> 01:15:17,939
นัดหมาย คาบหน้าเราเจอกันออนไลน์นะคะ

1130
01:15:17,939 --> 01:15:21,939
ออนไลน์ ออนไลน์ แต่ตัวครูคงจะ

1131
01:15:21,941 --> 01:15:25,941
มาสอนในห้องนี้เหมือนเดิมนะคะ

1132
01:15:25,942 --> 01:15:29,942

1133
01:15:29,944 --> 01:15:33,944

1134
01:15:33,946 --> 01:15:37,946
มันมีแบบไหนบ้าง

1135
01:15:37,950 --> 01:15:41,950
คะ มีวิธี

1136
01:15:41,951 --> 01:15:45,951
ไหนบ้าง เดี๋ยวย้อนกลับไป

1137
01:15:45,954 --> 01:15:49,954
ตรงตารางเมื่อกี้ก็ได้ อันนี้

1138
01:15:49,956 --> 01:15:53,956
วิธีเหล่านี้เราจะ

1139
01:15:53,957 --> 01:15:57,957
ใช้วิธีการไหน ในการสอน จะใช้วิธีการเดียว

1140
01:15:57,957 --> 01:16:01,957
ก็ได้ หรือจะใช้ร่วมกันหลายวิธีก้ได้

1141
01:16:01,958 --> 01:16:05,958
แล้วแต่แต่ละคนเลยนะคะ

1142
01:16:05,959 --> 01:16:09,959

1143
01:16:09,960 --> 01:16:13,960

1144
01:16:13,962 --> 01:16:17,962

1145
01:16:17,966 --> 01:16:21,966

1146
01:16:21,969 --> 01:16:25,969

1147
01:16:25,970 --> 01:16:29,970

1148
01:16:29,975 --> 01:16:33,975

1149
01:16:33,979 --> 01:16:37,979

1150
01:16:37,981 --> 01:16:41,981

1151
01:16:41,984 --> 01:16:45,984

1152
01:16:45,986 --> 01:16:49,986

1153
01:16:49,988 --> 01:16:53,988

1154
01:16:53,990 --> 01:16:57,990

1155
01:16:57,992 --> 01:17:01,992

1156
01:17:01,994 --> 01:17:05,994

1157
01:17:05,996 --> 01:17:09,996

1158
01:17:09,998 --> 01:17:13,998

1159
01:17:14,003 --> 01:17:18,003

1160
01:17:18,006 --> 01:17:22,006

1161
01:17:22,008 --> 01:17:26,008

1162
01:17:26,009 --> 01:17:30,009

1163
01:17:30,011 --> 01:17:34,011

1164
01:17:34,013 --> 01:17:38,013

1165
01:17:38,015 --> 01:17:42,015

1166
01:17:42,016 --> 01:17:46,016

1167
01:17:46,018 --> 01:17:50,018

1168
01:17:50,019 --> 01:17:54,019

1169
01:17:54,021 --> 01:17:58,021

1170
01:17:58,024 --> 01:18:02,024

1171
01:18:02,026 --> 01:18:06,026

1172
01:18:06,028 --> 01:18:10,028

1173
01:18:10,029 --> 01:18:14,029

1174
01:18:14,032 --> 01:18:18,032

1175
01:18:18,034 --> 01:18:22,034

1176
01:18:22,035 --> 01:18:26,035

1177
01:18:26,038 --> 01:18:30,038

1178
01:18:30,040 --> 01:18:34,040

1179
01:18:34,042 --> 01:18:38,042

1180
01:18:38,043 --> 01:18:42,043

1181
01:18:42,047 --> 01:18:46,047

1182
01:18:46,049 --> 01:18:50,049

1183
01:18:50,051 --> 01:18:54,051

1184
01:18:54,054 --> 01:18:58,054

1185
01:18:58,055 --> 01:19:02,055

1186
01:19:02,057 --> 01:19:06,057

1187
01:19:06,059 --> 01:19:10,059

1188
01:19:10,060 --> 01:19:14,060

1189
01:19:14,061 --> 01:19:18,061

1190
01:19:18,063 --> 01:19:22,063

1191
01:19:22,064 --> 01:19:26,064

1192
01:19:26,065 --> 01:19:30,065

1193
01:19:30,067 --> 01:19:34,067

1194
01:19:34,068 --> 01:19:38,068

1195
01:19:38,071 --> 01:19:42,071

1196
01:19:42,073 --> 01:19:46,073

1197
01:19:46,075 --> 01:19:50,075

1198
01:19:50,077 --> 01:19:54,077

1199
01:19:54,080 --> 01:19:58,080

1200
01:19:58,082 --> 01:20:02,082

1201
01:20:02,084 --> 01:20:06,084

1202
01:20:06,086 --> 01:20:10,086

1203
01:20:10,088 --> 01:20:14,088

1204
01:20:14,091 --> 01:20:18,091

1205
01:20:18,092 --> 01:20:22,092

1206
01:20:22,094 --> 01:20:26,094

1207
01:20:26,097 --> 01:20:30,097

1208
01:20:30,098 --> 01:20:34,098

1209
01:20:34,101 --> 01:20:38,101

1210
01:20:38,103 --> 01:20:42,103

1211
01:20:42,106 --> 01:20:46,106

1212
01:20:46,108 --> 01:20:50,108

1213
01:20:50,109 --> 01:20:54,109

1214
01:20:54,112 --> 01:20:58,112

1215
01:20:58,114 --> 01:21:02,114

1216
01:21:02,115 --> 01:21:06,115

1217
01:21:06,120 --> 01:21:10,120

1218
01:21:10,122 --> 01:21:14,122

1219
01:21:14,124 --> 01:21:18,124

1220
01:21:18,126 --> 01:21:22,126

1221
01:21:22,128 --> 01:21:26,128

1222
01:21:26,129 --> 01:21:30,129

1223
01:21:30,130 --> 01:21:34,130

1224
01:21:34,131 --> 01:21:38,131

1225
01:21:38,134 --> 01:21:42,134

1226
01:21:42,136 --> 01:21:46,136

1227
01:21:46,138 --> 01:21:50,138

1228
01:21:50,140 --> 01:21:54,140

1229
01:21:54,142 --> 01:21:58,142

1230
01:21:58,144 --> 01:22:02,144

1231
01:22:02,145 --> 01:22:06,145

1232
01:22:06,147 --> 01:22:10,147

1233
01:22:10,148 --> 01:22:14,148

1234
01:22:14,149 --> 01:22:18,149

1235
01:22:18,152 --> 01:22:22,152

1236
01:22:22,153 --> 01:22:26,153

1237
01:22:26,155 --> 01:22:30,155

1238
01:22:30,156 --> 01:22:34,156

1239
01:22:34,159 --> 01:22:38,159

1240
01:22:38,161 --> 01:22:42,161

1241
01:22:42,162 --> 01:22:46,162

1242
01:22:46,163 --> 01:22:50,163

1243
01:22:50,165 --> 01:22:54,165

1244
01:22:54,167 --> 01:22:58,167

1245
01:22:58,169 --> 01:23:02,169

1246
01:23:02,172 --> 01:23:06,172

1247
01:23:06,173 --> 01:23:10,173

1248
01:23:10,175 --> 01:23:14,175

1249
01:23:14,177 --> 01:23:18,177

1250
01:23:18,178 --> 01:23:22,178

1251
01:23:22,180 --> 01:23:26,180

1252
01:23:26,182 --> 01:23:30,182

1253
01:23:30,186 --> 01:23:34,186

1254
01:23:34,187 --> 01:23:38,187

1255
01:23:38,189 --> 01:23:42,189

1256
01:23:42,190 --> 01:23:46,190

1257
01:23:46,193 --> 01:23:50,193

1258
01:23:50,194 --> 01:23:54,194

1259
01:23:54,195 --> 01:23:58,195

1260
01:23:58,198 --> 01:24:02,198

1261
01:24:02,199 --> 01:24:06,199

1262
01:24:06,204 --> 01:24:10,204

1263
01:24:10,205 --> 01:24:14,205

1264
01:24:14,207 --> 01:24:18,207

1265
01:24:18,209 --> 01:24:22,209

1266
01:24:22,210 --> 01:24:26,210

1267
01:24:26,211 --> 01:24:30,211

1268
01:24:30,213 --> 01:24:34,213

1269
01:24:34,216 --> 01:24:38,216

1270
01:24:38,218 --> 01:24:42,218

1271
01:24:42,220 --> 01:24:46,220

1272
01:24:46,221 --> 01:24:50,221

1273
01:24:50,223 --> 01:24:54,223

1274
01:24:54,225 --> 01:24:58,225

1275
01:24:58,227 --> 01:25:02,227

1276
01:25:02,229 --> 01:25:06,229

1277
01:25:06,231 --> 01:25:10,231

1278
01:25:10,233 --> 01:25:14,233

1279
01:25:14,235 --> 01:25:18,235

1280
01:25:18,239 --> 01:25:22,239

1281
01:25:22,241 --> 01:25:26,241

1282
01:25:26,243 --> 01:25:30,243

1283
01:25:30,244 --> 01:25:34,244

1284
01:25:34,245 --> 01:25:38,245

1285
01:25:38,248 --> 01:25:42,248

1286
01:25:42,249 --> 01:25:46,249

1287
01:25:46,251 --> 01:25:50,251

1288
01:25:50,252 --> 01:25:54,252

1289
01:25:54,256 --> 01:25:58,256

1290
01:25:58,259 --> 01:26:02,259

1291
01:26:02,260 --> 01:26:06,260

1292
01:26:06,262 --> 01:26:10,262

1293
01:26:10,265 --> 01:26:14,265

1294
01:26:14,267 --> 01:26:18,267

1295
01:26:18,269 --> 01:26:22,269

1296
01:26:22,271 --> 01:26:26,271

1297
01:26:26,273 --> 01:26:30,273

1298
01:26:30,276 --> 01:26:34,276

1299
01:26:34,279 --> 01:26:38,279

1300
01:26:38,284 --> 01:26:42,284

1301
01:26:42,287 --> 01:26:46,287

1302
01:26:46,290 --> 01:26:50,290

1303
01:26:50,292 --> 01:26:54,292

1304
01:26:54,293 --> 01:26:58,293

1305
01:26:58,296 --> 01:27:02,296

1306
01:27:02,297 --> 01:27:06,297

1307
01:27:06,301 --> 01:27:10,301

1308
01:27:10,302 --> 01:27:14,302

1309
01:27:14,305 --> 01:27:18,305

1310
01:27:18,306 --> 01:27:22,306

1311
01:27:22,309 --> 01:27:26,309

1312
01:27:26,311 --> 01:27:30,311

1313
01:27:30,312 --> 01:27:34,312

1314
01:27:34,313 --> 01:27:38,313

1315
01:27:38,314 --> 01:27:42,314

1316
01:27:42,316 --> 01:27:46,316

1317
01:27:46,318 --> 01:27:50,318

1318
01:27:50,320 --> 01:27:54,320

1319
01:27:54,323 --> 01:27:58,323

1320
01:27:58,324 --> 01:28:02,324

1321
01:28:02,327 --> 01:28:06,327

1322
01:28:06,328 --> 01:28:10,328

1323
01:28:10,331 --> 01:28:14,331

1324
01:28:14,333 --> 01:28:18,333

1325
01:28:18,335 --> 01:28:22,335
ฟ

1326
01:28:22,338 --> 01:28:26,338

1327
01:28:26,339 --> 01:28:30,339

1328
01:28:30,341 --> 01:28:34,341

1329
01:28:34,343 --> 01:28:38,343

1330
01:28:38,346 --> 01:28:42,346

1331
01:28:42,347 --> 01:28:46,347

1332
01:28:46,349 --> 01:28:50,349

1333
01:28:50,350 --> 01:28:54,350

1334
01:28:54,354 --> 01:28:58,354

1335
01:28:58,358 --> 01:29:02,358

1336
01:29:02,361 --> 01:29:06,361

1337
01:29:06,363 --> 01:29:10,363

1338
01:29:10,364 --> 01:29:14,364

1339
01:29:14,365 --> 01:29:18,365

1340
01:29:18,368 --> 01:29:22,368

1341
01:29:22,369 --> 01:29:26,369

1342
01:29:26,370 --> 01:29:30,370

1343
01:29:30,373 --> 01:29:34,373

1344
01:29:34,375 --> 01:29:38,375

1345
01:29:38,376 --> 01:29:42,376

1346
01:29:42,379 --> 01:29:46,379

1347
01:29:46,380 --> 01:29:50,380

1348
01:29:50,382 --> 01:29:54,382

1349
01:29:54,384 --> 01:29:58,384

1350
01:29:58,386 --> 01:30:02,386

1351
01:30:02,389 --> 01:30:06,389

1352
01:30:06,391 --> 01:30:10,391

1353
01:30:10,393 --> 01:30:14,393

1354
01:30:14,395 --> 01:30:18,395

1355
01:30:18,396 --> 01:30:22,396

1356
01:30:22,399 --> 01:30:26,399

1357
01:30:26,401 --> 01:30:30,401

1358
01:30:30,403 --> 01:30:34,403

1359
01:30:34,405 --> 01:30:38,405

1360
01:30:38,407 --> 01:30:42,407

1361
01:30:42,408 --> 01:30:46,408

1362
01:30:46,410 --> 01:30:50,410

1363
01:30:50,411 --> 01:30:54,411

1364
01:30:54,413 --> 01:30:58,413

1365
01:30:58,416 --> 01:31:02,416

1366
01:31:02,417 --> 01:31:06,417

1367
01:31:06,420 --> 01:31:10,420

1368
01:31:10,422 --> 01:31:14,422

1369
01:31:14,424 --> 01:31:18,424

1370
01:31:18,425 --> 01:31:22,425

1371
01:31:22,428 --> 01:31:26,428

1372
01:31:26,429 --> 01:31:30,429

1373
01:31:30,431 --> 01:31:34,431

1374
01:31:34,433 --> 01:31:38,433

1375
01:31:38,435 --> 01:31:42,435

1376
01:31:42,437 --> 01:31:46,437

1377
01:31:46,439 --> 01:31:50,439

1378
01:31:50,441 --> 01:31:54,441

1379
01:31:54,443 --> 01:31:58,443

1380
01:31:58,446 --> 01:32:02,446

1381
01:32:02,448 --> 01:32:06,448

1382
01:32:06,450 --> 01:32:10,450

1383
01:32:10,451 --> 01:32:14,451

1384
01:32:14,453 --> 01:32:18,453

1385
01:32:18,455 --> 01:32:22,455

1386
01:32:22,456 --> 01:32:26,456

1387
01:32:26,458 --> 01:32:30,458

1388
01:32:30,459 --> 01:32:34,459

1389
01:32:34,462 --> 01:32:38,462

1390
01:32:38,463 --> 01:32:42,463

1391
01:32:42,465 --> 01:32:46,465

1392
01:32:46,467 --> 01:32:50,467

1393
01:32:50,469 --> 01:32:54,469

1394
01:32:54,472 --> 01:32:58,472

1395
01:32:58,473 --> 01:33:02,473

1396
01:33:02,476 --> 01:33:06,476

1397
01:33:06,477 --> 01:33:10,477

1398
01:33:10,480 --> 01:33:14,480

1399
01:33:14,483 --> 01:33:18,483

1400
01:33:18,485 --> 01:33:22,485

1401
01:33:22,487 --> 01:33:26,487

1402
01:33:26,489 --> 01:33:30,489

1403
01:33:30,490 --> 01:33:34,490

1404
01:33:34,493 --> 01:33:38,493

1405
01:33:38,495 --> 01:33:42,495

1406
01:33:42,499 --> 01:33:46,499

1407
01:33:46,501 --> 01:33:50,501

1408
01:33:50,504 --> 01:33:54,504

1409
01:33:54,506 --> 01:33:58,506

1410
01:33:58,508 --> 01:34:02,508

1411
01:34:02,509 --> 01:34:06,509

1412
01:34:06,510 --> 01:34:10,510

1413
01:34:10,512 --> 01:34:14,512

1414
01:34:14,513 --> 01:34:18,513

1415
01:34:18,515 --> 01:34:22,515

1416
01:34:22,517 --> 01:34:26,517

1417
01:34:26,518 --> 01:34:30,518

1418
01:34:30,520 --> 01:34:34,520

1419
01:34:34,522 --> 01:34:38,522

1420
01:34:38,524 --> 01:34:42,524

1421
01:34:42,526 --> 01:34:46,526

1422
01:34:46,527 --> 01:34:50,527

1423
01:34:50,528 --> 01:34:54,528

1424
01:34:54,530 --> 01:34:58,530

1425
01:34:58,532 --> 01:35:02,532

1426
01:35:02,536 --> 01:35:06,536

1427
01:35:06,538 --> 01:35:10,538

1428
01:35:10,540 --> 01:35:14,540

1429
01:35:14,542 --> 01:35:18,542

1430
01:35:18,544 --> 01:35:22,544

1431
01:35:22,546 --> 01:35:26,546

1432
01:35:26,549 --> 01:35:30,549

1433
01:35:30,551 --> 01:35:34,551

1434
01:35:34,554 --> 01:35:38,554

1435
01:35:38,556 --> 01:35:42,556

1436
01:35:42,557 --> 01:35:46,557

1437
01:35:46,559 --> 01:35:50,559

1438
01:35:50,560 --> 01:35:54,560

1439
01:35:54,563 --> 01:35:58,563

1440
01:35:58,565 --> 01:36:02,565

1441
01:36:02,566 --> 01:36:06,566

1442
01:36:06,567 --> 01:36:10,567

1443
01:36:10,570 --> 01:36:14,570

1444
01:36:14,572 --> 01:36:18,572

1445
01:36:18,574 --> 01:36:22,574

1446
01:36:22,578 --> 01:36:26,578

1447
01:36:26,582 --> 01:36:30,582

1448
01:36:30,586 --> 01:36:34,586

1449
01:36:34,590 --> 01:36:38,590

1450
01:36:38,594 --> 01:36:42,594

1451
01:36:42,598 --> 01:36:46,598

1452
01:36:46,602 --> 01:36:50,602

1453
01:36:50,604 --> 01:36:54,604

1454
01:36:54,606 --> 01:36:58,606

1455
01:36:58,607 --> 01:37:02,607

1456
01:37:02,609 --> 01:37:06,609

1457
01:37:06,611 --> 01:37:10,611

1458
01:37:10,612 --> 01:37:14,612

1459
01:37:14,614 --> 01:37:18,614

1460
01:37:18,616 --> 01:37:22,616

1461
01:37:22,617 --> 01:37:26,617

1462
01:37:26,619 --> 01:37:30,619

1463
01:37:30,620 --> 01:37:34,620

1464
01:37:34,621 --> 01:37:38,621

1465
01:37:38,624 --> 01:37:42,624

1466
01:37:42,625 --> 01:37:46,625

1467
01:37:46,627 --> 01:37:50,627

1468
01:37:50,629 --> 01:37:54,629

1469
01:37:54,630 --> 01:37:58,630

1470
01:37:58,632 --> 01:38:02,632

1471
01:38:02,634 --> 01:38:06,634

1472
01:38:06,637 --> 01:38:10,637

1473
01:38:10,638 --> 01:38:14,638

1474
01:38:14,641 --> 01:38:18,641

1475
01:38:18,642 --> 01:38:22,642

1476
01:38:22,645 --> 01:38:26,645

1477
01:38:26,649 --> 01:38:30,649

1478
01:38:30,651 --> 01:38:34,651

1479
01:38:34,652 --> 01:38:38,652

1480
01:38:38,654 --> 01:38:42,654

1481
01:38:42,661 --> 01:38:46,661

1482
01:38:46,665 --> 01:38:50,665

1483
01:38:50,668 --> 01:38:54,668

1484
01:38:54,669 --> 01:38:58,669

1485
01:38:58,672 --> 01:39:02,672

1486
01:39:02,674 --> 01:39:06,674

1487
01:39:06,676 --> 01:39:10,676

1488
01:39:10,679 --> 01:39:14,679

1489
01:39:14,681 --> 01:39:18,681

1490
01:39:18,684 --> 01:39:22,684

1491
01:39:22,685 --> 01:39:26,685

1492
01:39:26,686 --> 01:39:30,686

1493
01:39:30,689 --> 01:39:34,689

1494
01:39:34,692 --> 01:39:38,692

1495
01:39:38,694 --> 01:39:42,694

1496
01:39:42,696 --> 01:39:46,696

1497
01:39:46,698 --> 01:39:50,698

1498
01:39:50,699 --> 01:39:54,699

1499
01:39:54,702 --> 01:39:58,702

1500
01:39:58,704 --> 01:40:02,704

1501
01:40:02,706 --> 01:40:06,706

1502
01:40:06,710 --> 01:40:10,710

1503
01:40:10,713 --> 01:40:14,713

1504
01:40:14,715 --> 01:40:18,715

1505
01:40:18,717 --> 01:40:22,717

1506
01:40:22,719 --> 01:40:26,719

1507
01:40:26,720 --> 01:40:30,720

1508
01:40:30,721 --> 01:40:34,721

1509
01:40:34,723 --> 01:40:38,723

1510
01:40:38,724 --> 01:40:42,724

1511
01:40:42,726 --> 01:40:46,726

1512
01:40:46,729 --> 01:40:50,729

1513
01:40:50,729 --> 01:40:54,729

1514
01:40:54,732 --> 01:40:58,732

1515
01:40:58,733 --> 01:41:02,733

1516
01:41:02,735 --> 01:41:06,735

1517
01:41:06,737 --> 01:41:10,737

1518
01:41:10,738 --> 01:41:14,738

1519
01:41:14,740 --> 01:41:18,740

1520
01:41:18,742 --> 01:41:22,742

1521
01:41:22,743 --> 01:41:26,743

1522
01:41:26,745 --> 01:41:30,745

1523
01:41:30,746 --> 01:41:34,746

1524
01:41:34,749 --> 01:41:38,749

1525
01:41:38,752 --> 01:41:42,752

1526
01:41:42,755 --> 01:41:46,755

1527
01:41:46,760 --> 01:41:50,760

1528
01:41:50,762 --> 01:41:54,762

1529
01:41:54,764 --> 01:41:58,764

1530
01:41:58,767 --> 01:42:02,767

1531
01:42:02,768 --> 01:42:06,768

1532
01:42:06,771 --> 01:42:10,771

1533
01:42:10,772 --> 01:42:14,772

1534
01:42:14,773 --> 01:42:18,773

1535
01:42:18,776 --> 01:42:22,776

1536
01:42:22,778 --> 01:42:26,778

1537
01:42:26,782 --> 01:42:30,782

1538
01:42:30,785 --> 01:42:34,785

1539
01:42:34,786 --> 01:42:38,786

1540
01:42:38,789 --> 01:42:42,789

1541
01:42:42,793 --> 01:42:46,793

1542
01:42:46,795 --> 01:42:50,795

1543
01:42:50,798 --> 01:42:54,798

1544
01:42:54,800 --> 01:42:58,800

1545
01:42:58,802 --> 01:43:02,802

1546
01:43:02,804 --> 01:43:06,804

1547
01:43:06,805 --> 01:43:10,805

1548
01:43:10,807 --> 01:43:14,807

1549
01:43:14,809 --> 01:43:18,809

1550
01:43:18,811 --> 01:43:22,811

1551
01:43:22,813 --> 01:43:26,813

1552
01:43:26,816 --> 01:43:30,816

1553
01:43:30,818 --> 01:43:34,818

1554
01:43:34,820 --> 01:43:38,820

1555
01:43:38,822 --> 01:43:42,822

1556
01:43:42,825 --> 01:43:46,825

1557
01:43:46,830 --> 01:43:50,830

1558
01:43:50,834 --> 01:43:54,834

1559
01:43:54,836 --> 01:43:58,836

1560
01:43:58,838 --> 01:44:02,838

1561
01:44:02,839 --> 01:44:06,839

1562
01:44:06,841 --> 01:44:10,841

1563
01:44:10,843 --> 01:44:14,843

1564
01:44:14,845 --> 01:44:18,845

1565
01:44:18,849 --> 01:44:22,849

1566
01:44:22,850 --> 01:44:26,850

1567
01:44:26,851 --> 01:44:30,851

1568
01:44:30,853 --> 01:44:34,853

1569
01:44:34,854 --> 01:44:38,854

1570
01:44:38,856 --> 01:44:42,856

1571
01:44:42,858 --> 01:44:46,858

1572
01:44:46,860 --> 01:44:50,860

1573
01:44:50,861 --> 01:44:54,861

1574
01:44:54,863 --> 01:44:58,863

1575
01:44:58,866 --> 01:45:02,866

1576
01:45:02,868 --> 01:45:06,868

1577
01:45:06,870 --> 01:45:10,870

1578
01:45:10,872 --> 01:45:14,872

1579
01:45:14,874 --> 01:45:18,874

1580
01:45:18,876 --> 01:45:22,876

1581
01:45:22,877 --> 01:45:26,877

1582
01:45:26,880 --> 01:45:30,880

1583
01:45:30,881 --> 01:45:34,881

1584
01:45:34,882 --> 01:45:38,882

1585
01:45:38,884 --> 01:45:42,884

1586
01:45:42,886 --> 01:45:46,886

1587
01:45:46,887 --> 01:45:50,887

1588
01:45:50,889 --> 01:45:54,889

1589
01:45:54,891 --> 01:45:58,891

1590
01:45:58,894 --> 01:46:02,894

1591
01:46:02,896 --> 01:46:06,896

1592
01:46:06,898 --> 01:46:10,898

1593
01:46:10,900 --> 01:46:14,900

1594
01:46:14,903 --> 01:46:18,903

1595
01:46:18,905 --> 01:46:22,905

1596
01:46:22,909 --> 01:46:26,909

1597
01:46:26,912 --> 01:46:30,912

1598
01:46:30,914 --> 01:46:34,914

1599
01:46:34,915 --> 01:46:38,915

1600
01:46:38,918 --> 01:46:42,918

1601
01:46:42,920 --> 01:46:46,920

1602
01:46:46,924 --> 01:46:50,924

1603
01:46:50,926 --> 01:46:54,926

1604
01:46:54,928 --> 01:46:58,928

1605
01:46:58,930 --> 01:47:02,930

1606
01:47:02,932 --> 01:47:06,932

1607
01:47:06,934 --> 01:47:10,934

1608
01:47:10,935 --> 01:47:14,935

1609
01:47:14,937 --> 01:47:18,937

1610
01:47:18,939 --> 01:47:22,939

1611
01:47:22,940 --> 01:47:26,940

1612
01:47:26,943 --> 01:47:30,943

1613
01:47:30,945 --> 01:47:34,945

1614
01:47:34,947 --> 01:47:38,947

1615
01:47:38,949 --> 01:47:42,949

1616
01:47:42,952 --> 01:47:46,952

1617
01:47:46,954 --> 01:47:50,954

1618
01:47:50,955 --> 01:47:54,955

1619
01:47:54,957 --> 01:47:58,957

1620
01:47:58,960 --> 01:48:02,960

1621
01:48:02,962 --> 01:48:06,962

1622
01:48:06,963 --> 01:48:10,963

1623
01:48:10,965 --> 01:48:14,965

1624
01:48:14,967 --> 01:48:18,967

1625
01:48:18,969 --> 01:48:22,969

1626
01:48:22,970 --> 01:48:26,970

1627
01:48:26,972 --> 01:48:30,972

1628
01:48:30,973 --> 01:48:34,973

1629
01:48:34,974 --> 01:48:38,974

1630
01:48:38,977 --> 01:48:42,977

1631
01:48:42,980 --> 01:48:46,980

1632
01:48:46,982 --> 01:48:50,982

1633
01:48:50,983 --> 01:48:54,983

1634
01:48:54,985 --> 01:48:58,985

1635
01:48:58,986 --> 01:49:02,986

1636
01:49:02,989 --> 01:49:06,989

1637
01:49:06,991 --> 01:49:10,991

1638
01:49:10,992 --> 01:49:14,992

1639
01:49:14,995 --> 01:49:18,995

1640
01:49:18,997 --> 01:49:22,997

1641
01:49:22,998 --> 01:49:26,998

1642
01:49:27,001 --> 01:49:31,001

1643
01:49:31,003 --> 01:49:35,003

1644
01:49:35,005 --> 01:49:39,005

1645
01:49:39,007 --> 01:49:43,007

1646
01:49:43,009 --> 01:49:47,009

1647
01:49:47,010 --> 01:49:51,010

1648
01:49:51,012 --> 01:49:55,012

1649
01:49:55,015 --> 01:49:59,015

1650
01:49:59,020 --> 01:50:03,020

1651
01:50:03,022 --> 01:50:07,022

1652
01:50:07,025 --> 01:50:11,025

1653
01:50:11,027 --> 01:50:15,027

1654
01:50:15,029 --> 01:50:19,029

1655
01:50:19,031 --> 01:50:23,031

1656
01:50:23,033 --> 01:50:27,033

1657
01:50:27,036 --> 01:50:31,036

1658
01:50:31,039 --> 01:50:35,039

1659
01:50:35,041 --> 01:50:39,041


