﻿1
00:00:16,025 --> 00:00:18,383
(อาจารย์เชาวนี) เด็ก ๆ

2
00:00:18,383 --> 00:00:22,383
พี่มาแล้วลูก มานั่ง

3
00:00:26,309 --> 00:00:29,659
อันนี้มาทีหลังลูก มาเรียนก่อนอย่าเ

4
00:00:29,659 --> 00:00:30,871
พิ่ง ไปนั่งที่ให้เรียบร้อยก่อนนะคะ

5
00:00:30,871 --> 00:00:32,589
ยัง

6
00:00:32,589 --> 00:00:35,878
นั่งที่ก่อน

7
00:00:35,878 --> 00:00:37,880
ยังไม่ถึงเวลาตอบคำถาม อย่าเพิ่งออกมานะ

8
00:00:37,880 --> 00:00:41,197
วันนี้

9
00:00:41,197 --> 00:00:45,197
เรียนคาบสุดท้ายนะคะ สำหรับห้อง ม. 5/1 นะ ยังจำได้ไหมลูก

10
00:00:46,660 --> 00:00:50,650
ยังจำได้ไหมลูก เราเรียนอะไรไปบ้าง

11
00:00:50,650 --> 00:00:52,778
โรงเรียนอะไรไปบ้างคะ ตั้งแต่เปิดเทอมมานี่เราเรียนหัวข้ออะไรบ้างคะ

12
00:00:52,778 --> 00:00:56,778
จำได้ไหม

13
00:00:59,582 --> 00:01:02,835
ครูสอนไปแล้ว 2 เรื่องนะคะ ในขณะที่ ม. 5 นี่ จะต้องเรียนทั้งหมดอยู่ 3 หัวข้อด้วยกัน

14
00:01:02,835 --> 00:01:03,800
ม.5 ยังเรียนด้วยกันนะคะ เรื่องแรกเรื่องอะไรคะ

15
00:01:03,800 --> 00:01:05,320
เลข

16
00:01:05,320 --> 00:01:09,320
ยกกำลัง

17
00:01:10,999 --> 00:01:14,999
เรื่องแรกคือเลขยกกำลังจำได้ไหม ยกกำลัง n

18
00:01:15,220 --> 00:01:15,915
มันหมายถึงอะไรลูก มันหมายถึงการคูณ

19
00:01:15,915 --> 00:01:19,915
ใช่ไหม

20
00:01:22,585 --> 00:01:25,779
a เป็นฐาน  a คือเลขที่อยู่ข้างล่างนี่ เป็นฐาน เอาตัวนั้นมาคูณกันกี่ครั้ง

21
00:01:25,779 --> 00:01:29,101
ให้ไปดูเลขชี้กำลัง คือ ตัว n

22
00:01:29,101 --> 00:01:30,505
ถ้าสมมุติว่า 5 ยกกำลัง 3

23
00:01:30,505 --> 00:01:33,417
นั่นหมายถึง

24
00:01:33,417 --> 00:01:36,179
5 คูณกันกี่ครั้งคะ

25
00:01:36,179 --> 00:01:37,759
5 คูณกันกี่ครั้ง แล้ว

26
00:01:37,759 --> 00:01:41,759
เอา 5 มาคูณกี่ครั้ง

27
00:01:45,666 --> 00:01:47,490
ถูกต้ออง 5 คูณกันอยู่ 3 ครั้งนั่นเองนะ

28
00:01:47,490 --> 00:01:51,490
5 ยกกำลัง 3

29
00:01:51,499 --> 00:01:53,381
เอา 5 มาคูรกันอยู่ 3 ครั้ง อันนี้คือเลข

30
00:01:53,381 --> 00:01:54,941
ยกกำลังนะคะ

31
00:01:54,941 --> 00:01:58,326
หัวข้อที่ 2

32
00:01:58,326 --> 00:02:02,326
ที่คุณครูสอนไป คือเรื่องของอะไรคะ

33
00:02:03,059 --> 00:02:04,268
ค่ารากนะคะ รากที่ n นะคะ รากที่ n

34
00:02:04,268 --> 00:02:07,414
คืออะไร

35
00:02:07,414 --> 00:02:11,414
มันจะตรงกันข้ามเลย

36
00:02:11,521 --> 00:02:12,601
มันจะเป็นคู่กันกับเลขยกกำลังนะคะ เหมือนบวกกับลบ

37
00:02:12,601 --> 00:02:14,659
นี่ มันจะตรงกันข้ามเลย

38
00:02:14,659 --> 00:02:17,286
คูณกับหารนะคะ

39
00:02:17,286 --> 00:02:19,968
เลขยกกำลังจะตรงกันข้ามกับ

40
00:02:19,968 --> 00:02:21,384
รากที่ N นะ ดูนะ

41
00:02:21,384 --> 00:02:24,966
จำได้ไหม

42
00:02:24,966 --> 00:02:26,645
สัญลักษณ์ของรากอย่างไรเขียนอย่างไรไระ

43
00:02:26,645 --> 00:02:30,645
แต่ไม่มีลูก

44
00:02:36,575 --> 00:02:39,139
ใช่ ถ้าข้างนอก ข้างนอกสัญลักษณ์น่ะ เราไม่ใส่ตัวเลขเลยนั่นหมายถึงว่า เป็นรากที่ 2 นะคะ

45
00:02:39,139 --> 00:02:42,059
แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราเขียนเลข 3  อยู่ข้าง

46
00:02:42,059 --> 00:02:46,059
... ข้างนอกน่ะก็เป็นรากที่ 3 ของ

47
00:02:47,970 --> 00:02:49,056
อะไร ของอะไร ของของอะไรนี่ก็คือต้องอยู่ที่จำนวนที่อยู่ข้างในเครื่องหมายสัญลักษณ์

48
00:02:49,056 --> 00:02:53,056
ของรากนะคะ

49
00:02:57,770 --> 00:03:00,453
อันนี้เดี๋ยวค่อยไปทวนกันอีกรอบหนึ่ง วันนี้หัวข้อใหม่ลูกสุดท้าย ครูจะไปอย่างด่วนเลยนะคะ

50
00:03:00,453 --> 00:03:03,669
รู้จัก เรามีเวลาเจอกันน้อยมากเลย

51
00:03:03,669 --> 00:03:07,669
หัวข้อสุดท้าย คือ เรื่องของฟังก์ชัน

52
00:03:08,339 --> 00:03:10,004
ครูสอนไม่เยอะ เพราะว่าครูจะใช้ให้เป็นพื้นฐานเฉย ๆ

53
00:03:10,004 --> 00:03:14,004
ให้ลูกได้พอเข้าใจ

54
00:03:14,237 --> 00:03:18,237
ความหมายนะคะ แล้วมันนำไปใช้ประโยชน์อะไรบ้าง

55
00:03:18,894 --> 00:03:22,894
ซึ่งในชีวิตประจำวันของเรา มันก็มีใช้นะคะ ในเรื่องของฟังก์ชัน

56
00:03:23,094 --> 00:03:25,500
ลูกเห็นภาพนี้ไหมคะ

57
00:03:25,500 --> 00:03:27,361
ภาพหน้าจอมันคืออะไร

58
00:03:27,361 --> 00:03:31,361
เคยเห็นไหม

59
00:03:35,613 --> 00:03:39,349
เคยเห็นมะ เออ ใช่ ๆ มันเหมือนเป็นลักษณะเหมือนกันดาวเทียม จานรับสัญญาณ

60
00:03:39,349 --> 00:03:43,248
นะคะ จานรับสัญญาณ อันนี้

61
00:03:43,248 --> 00:03:46,715
มันใช้พื้นฐานของฟังก์ชันในการทำงานนะลูก

62
00:03:46,715 --> 00:03:50,715
เรื่องนี้แหละ เรื่องของฟังก์ชันนี่แหละ

63
00:03:51,394 --> 00:03:54,724
เอามาใช้ประโยชน์ในเรื่องของจานดาวเทียมนะคะ จานดาวเทียมมีประโยชน์อะไรบ้าง

64
00:03:54,724 --> 00:03:55,787
ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารใช่ไหมคะ

65
00:03:55,787 --> 00:03:56,693
ก

66
00:03:56,693 --> 00:03:59,734
ารภาพ

67
00:03:59,734 --> 00:04:03,734
ลูกตอนนี้ สังคมลูก

68
00:04:05,070 --> 00:04:07,220
เวลาลูกจะไปพื้นที่หนึ่งน่ะ ลูกไม่รู้เลยว่าลูกจะเดินทางอย่างไร แค่กด

69
00:04:07,220 --> 00:04:08,482
กดในโทรศัพท์ใช่ไหมคะ

70
00:04:08,482 --> 00:04:09,330
Google อะไร

71
00:04:09,330 --> 00:04:13,330
เขาเรียก อะไรนะ

72
00:04:17,307 --> 00:04:18,754
ที่อยู่ในโทรศัพท์ เราก็สามารถที่จะหาได้ว่า เออ ตำแหน่งที่เราจะไปแต่มัน

73
00:04:18,754 --> 00:04:22,079
มันจะไปอย่างไร

74
00:04:22,079 --> 00:04:23,474
อันนี้มันเกี่ยวพันกับนี่แหละ ตัวสัญญาณดาวเทียมนี่แหละ

75
00:04:23,474 --> 00:04:27,012
นะคะ

76
00:04:27,012 --> 00:04:28,682
GPS ใช่

77
00:04:28,682 --> 00:04:32,337
GPS นั่นเอง

78
00:04:32,337 --> 00:04:35,339
หรือว่าในทีวีที่เราดูละครดูข่าวกันนี่

79
00:04:35,339 --> 00:04:36,610
มันก็มีตัวนี้เข้ามาใช้ประโยชน์นะคะ

80
00:04:36,610 --> 00:04:39,757
การใช้โทรศัพท์

81
00:04:39,757 --> 00:04:43,473
วันนี้เป็นอย่างไร วิดีโอคอลใช่ไหมคะ

82
00:04:43,473 --> 00:04:44,563
จากซีกโลหหนึ่ง ไปอีกซีกโลกหนึ่งคนละซีกโลกเลยต่างประเทศ

83
00:04:44,563 --> 00:04:47,505
เจอหน้ากัน

84
00:04:47,505 --> 00:04:51,505
ใช้ประโยชน์จากการดาวเทียมนี่แหละนะคะ

85
00:04:52,901 --> 00:04:56,901
มันเป็นเรื่องของฟังก์ชันเป็นพื้นฐานในการทำงานของเครื่องนี้นะคะ

86
00:04:59,304 --> 00:05:03,304
ทีนี้

87
00:05:05,223 --> 00:05:09,223
ที่เกี่ยวกับเรา พื้นฐานของเรา ฟังก์ชันจริง ๆ น่ะ มันเป็นเรื่องของความสัมพันธ์

88
00:05:10,779 --> 00:05:12,035
ความสัมพันธ์มันคืออะไรลูก ความสัมพันธ์ มีคนเดียว มีตัวเดียวโดด ๆ เลยได้ไหม

89
00:05:12,035 --> 00:05:15,589
ไม่ได้

90
00:05:15,589 --> 00:05:17,536
นะคะ ไม่ได้เลย ความสัมพันธ์ อย่างน้อย

91
00:05:17,536 --> 00:05:20,441
มันจะต้องมีเป็นคู่

92
00:05:20,441 --> 00:05:23,587
มันถึงจะมีความสัมพันธ์กัน

93
00:05:23,587 --> 00:05:26,615
ถ้ามีตัวเดียว ไม่เกี่ยวกับใครนี่ ไม่ใช่

94
00:05:26,615 --> 00:05:28,040
แล้ว ไม่มีเรื่องของความสัมพันธ์เข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว ำพ

95
00:05:28,040 --> 00:05:30,048
เมื่อไหร่ก็ตาม

96
00:05:30,048 --> 00:05:32,950
มี 2 นะคะ มี 2

97
00:05:32,950 --> 00:05:36,950
เข้ามาเป็นคู่กัน

98
00:05:39,594 --> 00:05:43,421
จะเกิดความสัมพันธ์กันทันที ตัวอย่างอะไร ที่ใช้ในชีวิตประจำวันของนักเรียน

99
00:05:43,421 --> 00:05:45,559
ไม่ใช่ชีวิตประจำวัน แต่ว่านักเรียนเจอ เจอบ่อย ๆ

100
00:05:45,559 --> 00:05:47,790
เจอทุกปี เจอทุกเทอม ก็คือ

101
00:05:47,790 --> 00:05:49,459
อย่างเช่น การจัดห้องสอบ

102
00:05:49,459 --> 00:05:51,582
จำได้

103
00:05:51,582 --> 00:05:55,582
จำได้ไหม เวลาจัดห้องสอบนี่

104
00:05:56,278 --> 00:05:59,257
เขาจะจัดแบบไหน จัดโต๊ะเป็นแถวใช่ไหมคะ แยกกัน ถูกไหมคะ

105
00:05:59,257 --> 00:06:02,120
เป็นแถวเลย แล้วทีนี้เวลาที่

106
00:06:02,120 --> 00:06:04,934
เราเรียกนะคะ

107
00:06:04,934 --> 00:06:06,301
เวลาเราเรียกใส่สัญลักษณ์นี่ ตำแหน่งน

108
00:06:06,301 --> 00:06:09,245
่ะ มันจะคู่กัน

109
00:06:09,245 --> 00:06:11,694
ลูกเห็นไหมแนวตั้งกับแนวนอน

110
00:06:11,694 --> 00:06:15,694
แถวที่อยู่ในแนวตั้ง

111
00:06:15,990 --> 00:06:18,030
เริ่มจากข้างหน้าเป็น 1 2 3 4 5 นะคะ

112
00:06:18,030 --> 00:06:20,138
แถวแนวนอน เราจะนับ

113
00:06:20,138 --> 00:06:22,182
อันนี้คือแนวนอนนะ

114
00:06:22,182 --> 00:06:26,182
อันนี้คือ

115
00:06:27,814 --> 00:06:30,492
แถวที่ 1 แถวที่ 2 แถวที่ 3 แถว 4 แถวที่ 5 แถวที่ 6 แถวที่ 7 และแถวที่ 8

116
00:06:30,492 --> 00:06:32,747
ดูเป็นแนวนอนนะคะ อันนี้

117
00:06:32,747 --> 00:06:36,409
แนวนอน ครูให้สัญลักษณ์

118
00:06:36,409 --> 00:06:39,752
a เด็กชายเอ

119
00:06:39,752 --> 00:06:43,752
ตำแหน่งนี้คือตำแหน่งที่นั่งสอบของเอ

120
00:06:44,469 --> 00:06:48,335
ถ้าเราจะระบุ ถ้าเราจะระบุตำแหน่งของ A

121
00:06:48,335 --> 00:06:49,538
แล้วจะบอกว่า A นั่งที่ตำแหน่งหนึ่งได้ไหมคะ

122
00:06:49,538 --> 00:06:50,938
ตำแหน่งที่ 1

123
00:06:50,938 --> 00:06:52,099
ไม่ได้

124
00:06:52,099 --> 00:06:54,736
เพราะอะไร

125
00:06:54,736 --> 00:06:58,328
เราไม่รู้ว่าตำแหน่งที่ 1 น่ะ

126
00:06:58,328 --> 00:06:59,983
แนวตั้งนี่ ดูสิ ตำแหน่งที่ 1 มีเยอะมากเลย

127
00:06:59,983 --> 00:07:03,256
มีตั้ง 8 ที่นั่ง

128
00:07:03,256 --> 00:07:07,256
เราไม่รู้ว่า A น่ะไปนั่งตรงไหน

129
00:07:09,502 --> 00:07:11,341
นี่ บอกไม่ได้เลย มันก็เลยต้องมาเป็นคู่นะคะ มันก็เลยต้องมาเป็นคู่เลย

130
00:07:11,341 --> 00:07:13,321
อันนี้ตำแหน่งที่ 1

131
00:07:13,321 --> 00:07:17,321
1 อะไรค

132
00:07:18,418 --> 00:07:22,418
ะ A แถวแนวนอน ลูกดูเลยว่าแถวแนวนอนตำแหน่งแนวนอน คือ 1 นะคะ

133
00:07:22,836 --> 00:07:26,836
คู่ตัวนี้ ก็คือกลายเป็น 1 1 นั่นเองนะคะ

134
00:07:26,988 --> 00:07:30,988
A นั่งตรงไหน ก็นั่งที่ตำแหน่ง 1 1

135
00:07:31,773 --> 00:07:35,470
เข้าใจนะ

136
00:07:35,470 --> 00:07:38,228
ถ้าครูถามว่า B ล่ะ B นั่งตำแหน่งไหน

137
00:07:38,228 --> 00:07:41,838
เด็กชาย นั่งอยู่ตำแหน่งไหนคะ

138
00:07:41,838 --> 00:07:45,838
แนวตั้งมาก่อน ก็คือ

139
00:07:47,145 --> 00:07:51,145
1 1 กับอะไร 1 8 นั่นเอง ดูง่ายไหมคะ

140
00:07:52,219 --> 00:07:53,024
ดูง่าย อันนี้คือพื้นฐานของการดูเรื่องของความสัมพันธ์

141
00:07:53,024 --> 00:07:54,815
อีกแหละ

142
00:07:54,815 --> 00:07:55,843
ลูกจะต้อง

143
00:07:55,843 --> 00:07:58,989
ดูว่า

144
00:07:58,989 --> 00:08:00,001
เขาระบุความสัมพันธ์แบบไหนนะคะ

145
00:08:00,001 --> 00:08:02,400
สัมพันธ์

146
00:08:02,400 --> 00:08:03,460
จากแนวตั้งไปแนวนอน

147
00:08:03,460 --> 00:08:04,925
หรือ

148
00:08:04,925 --> 00:08:08,529
ความสัมพันธ์

149
00:08:08,529 --> 00:08:12,529
จากแนวนอนไปแนวตั้ง

150
00:08:16,686 --> 00:08:18,131
ต้องดูดี ๆ ว่าโจทย์เขาให้อะไรมานะคะ

151
00:08:18,131 --> 00:08:20,772
ไม่อย่างนั้นลูกจะ

152
00:08:20,772 --> 00:08:24,617
บอกผิด เพราะอะไร

153
00:08:24,617 --> 00:08:26,081
ถ้าความสัมพันธ์ที่เขาให้มา ตำแหน่งหนึ่ง

154
00:08:26,081 --> 00:08:28,899
1 3

155
00:08:28,899 --> 00:08:32,899
กับตำแหน่ง 3 1 เหมือนกันไหม

156
00:08:35,715 --> 00:08:36,970
ตำแหน่ง 1 3 กับ 3 1 ค่าความสัมพันธ์นั้น

157
00:08:36,970 --> 00:08:38,646
เปลี่ยนนะคะ

158
00:08:38,646 --> 00:08:42,646
มันอาจจะ

159
00:08:44,481 --> 00:08:48,481
มีที่ตำแหน่งเดียวกัน และไม่ใช่ที่ตำแหน่งเดียวกัน มันจะมีเงื่อนไขของมันเพิ่มขึ้นมานะ

160
00:08:52,376 --> 00:08:56,335
อันนี้เข้าใจนะคะ เรื่องของความสัมพันธ์ มันจะสามารถระบุตำแหน่งได้อย่างชัดเจน

161
00:08:56,335 --> 00:09:00,335
แต่จะต้องมีคู่นะคะ แต่จะต้องมีคู่

162
00:09:00,595 --> 00:09:03,761
ถ้าครูให้ความสัมพันธ์จากแนวตั้งไปแนวนอน

163
00:09:03,761 --> 00:09:07,761
ถามพี่บีมหน่อย

164
00:09:07,931 --> 00:09:10,041
พี่บีม บีมชายนะลูก

165
00:09:10,041 --> 00:09:11,840
K

166
00:09:11,840 --> 00:09:14,070
K  เป็นคู่อันดับ

167
00:09:14,070 --> 00:09:18,070
ความสัมพันธ์ของอะไรคะ

168
00:09:18,630 --> 00:09:22,630
บอกตัวเลขให้ครูหน่อย K นี่ อยู่ในตำแหน่งอะไร

169
00:09:24,912 --> 00:09:28,912
บีมตอบได้ไหม อะไร

170
00:09:32,114 --> 00:09:36,114
อะไร ตอบสิ เห็นไหม ไม่ยอมดูตอนที่ครูอธิบาย

171
00:09:36,780 --> 00:09:37,847
ดูแนวนอนแนวตั้งก่อนลูก เพราะกูบอกให้แนวตั้ง

172
00:09:37,847 --> 00:09:40,947
K

173
00:09:40,947 --> 00:09:42,770
K ตัวนี้นะคะ ตัวนี้น่ะ

174
00:09:42,770 --> 00:09:44,951
มีอะไรคู่อะไร

175
00:09:44,951 --> 00:09:46,931
เอาแนวตั้งมาก่อน

176
00:09:46,931 --> 00:09:50,931
มันอยู่ที่แถวอะไรคะ

177
00:09:51,210 --> 00:09:52,766
แถวที่ 5 นะคะ

178
00:09:52,766 --> 00:09:56,056
5 ก่อนนะ

179
00:09:56,056 --> 00:10:00,056
ทีนี้ มาดูแนวนอนบ้าง มันตรงกับอะไรคะ

180
00:10:01,242 --> 00:10:03,221
3 เพราะฉะนั้น คู่ของ K ก็คือ 5 3

181
00:10:03,221 --> 00:10:05,543
พ

182
00:10:05,543 --> 00:10:08,573
ี่บิว ไอค่ะ บิ

183
00:10:08,573 --> 00:10:11,469
วถัดมาเลย ๆ คืออะไร

184
00:10:11,469 --> 00:10:14,920
อันนี้ตำแหน่งอะไร

185
00:10:14,920 --> 00:10:17,252
4 คู่กับอะไร

186
00:10:17,252 --> 00:10:19,513
ถูกต้องอันนี้คือ 4 4

187
00:10:19,513 --> 00:10:21,986
4 กับ 4 นะคะ ใน I

188
00:10:21,986 --> 00:10:23,606
f ไออุ่น

189
00:10:23,606 --> 00:10:27,606
F

190
00:10:28,117 --> 00:10:31,067
อะไร

191
00:10:31,067 --> 00:10:35,067
คู่อะไร อะไรคู่อะไรบ้าง

192
00:10:37,886 --> 00:10:41,546
F นี่ 3 กับ 5 นะคะ

193
00:10:41,546 --> 00:10:42,471
ถูกต้อง 3 มาก่อนนะลูก 3

194
00:10:42,471 --> 00:10:45,447
ต้องอยู่ข้างหน้า

195
00:10:45,447 --> 00:10:46,898
เพราะเราให้ความสำคัญจากแนวตั้งมาก่อน

196
00:10:46,898 --> 00:10:50,072
แล้วแน่นอน ก็คือ

197
00:10:50,072 --> 00:10:52,342
5 นั่นเองนะคะ พ

198
00:10:52,342 --> 00:10:55,594
ี่เจ็ท พี่เจ็ท E ค่ะ

199
00:10:55,594 --> 00:10:59,594
มีตำแหน่งอะไรคะ

200
00:11:00,849 --> 00:11:02,770
3 2 นะคะ ถูกต้อง 3 คู่กับ 2

201
00:11:02,770 --> 00:11:06,770
ฮานอย

202
00:11:11,992 --> 00:11:14,196
3 7 นั่นเอง ถูกต้อง พี่บีมหญิงเอา พี่บีมหญิงมา

203
00:11:14,196 --> 00:11:18,196
มีลูก

204
00:11:18,605 --> 00:11:22,605
D อะไร

205
00:11:23,338 --> 00:11:27,338
อะไร 4

206
00:11:30,346 --> 00:11:34,346
ก่อน ก่อน 4 คืออะไร

207
00:11:35,453 --> 00:11:37,589
ถูกต้อง 2 คู่กับ 4 นั่นเอง นี่ ห้ามลืมนะ

208
00:11:37,589 --> 00:11:41,136
จะบอกแค่ตัวเดียวมาไม่ได้

209
00:11:41,136 --> 00:11:43,134
อันนี้มันเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ความสัมพันธ์มาเป็นคู่

210
00:11:43,134 --> 00:11:46,876
ความสัมพันธ์มาเป็นผู้

211
00:11:46,876 --> 00:11:48,323
จำให้ดีนะคะ ทีนี้

212
00:11:48,323 --> 00:11:51,527
ค

213
00:11:51,527 --> 00:11:54,538
รูถามใหม่ ครูถามว่าความสัมพันธ์

214
00:11:54,538 --> 00:11:56,632
จากแนวนอนนะคะ แนวนอนอยู่ข้างหน้านะ

215
00:11:56,632 --> 00:11:58,949
แถวแนวนอนมาอยู่ข้างหน้า

216
00:11:58,949 --> 00:12:00,296
เสร็จแล้ว

217
00:12:00,296 --> 00:12:01,534
ไปหาแนวตั้ง

218
00:12:01,534 --> 00:12:04,540
นะคะ

219
00:12:04,540 --> 00:12:05,943
จากแนวนอนเป็นแนวตั้งนะ ทีนี้

220
00:12:05,943 --> 00:12:09,943
ถ้าตำแหน่

221
00:12:11,471 --> 00:12:15,471
ง F ตำแหน่ง F  คืออะไร

222
00:12:16,887 --> 00:12:20,812
ย้อนกลับนะ

223
00:12:20,812 --> 00:12:24,812
บีมหญิง บีมหญิงมาก่อน F

224
00:12:26,264 --> 00:12:30,264
ความสัมพันธ์จากแนวนอนเป็นแนวตั้งลูก f ตำแหน่งนี้คืออะไรคะ

225
00:12:30,727 --> 00:12:34,401
อะไรก่อน อะไรก่อน

226
00:12:34,401 --> 00:12:37,085
เพื่อ นด

227
00:12:37,085 --> 00:12:41,085
ี ๆ ต้องดูก่อนบีม

228
00:12:42,838 --> 00:12:44,253
ลูก ที่ครูบอกนะ ตอนแรกครูบอกว่าแนวนอนไปแนวตั้งนะ ทีนี้มันเปลี่ยนแล้วลูก

229
00:12:44,253 --> 00:12:47,140
มันเปลี่ยนแล้

230
00:12:47,140 --> 00:12:48,803
ว คำตอบจะต่างจากเมื่อกี้นะคะ

231
00:12:48,803 --> 00:12:51,363
เมื่อกี้คือ

232
00:12:51,363 --> 00:12:55,363
แนวนอนมาก่อน ก็คืออะไร

233
00:12:55,781 --> 00:12:59,510
นอนก่อน นอนก่อนก็คือเอานอนมาข้างหน้า

234
00:12:59,510 --> 00:13:02,015
F คู่อะไรกับอะไร

235
00:13:02,015 --> 00:13:03,852
5 คู่กับอะไรลูก

236
00:13:03,852 --> 00:13:07,852
5 กับ

237
00:13:12,419 --> 00:13:14,718
... ใกล้ ๆ กับ  5 กับ 3  เอง

238
00:13:14,718 --> 00:13:16,340
เพื่อนก็บอกลุ้นมากเลยนะ

239
00:13:16,340 --> 00:13:19,230
เข้าใจหรือยังบีม

240
00:13:19,230 --> 00:13:21,228
ขึ้นอยู่กับว่าครูให้

241
00:13:21,228 --> 00:13:24,390
อะไรขึ้นมาก่อนขึ้นมาหลัง

242
00:13:24,390 --> 00:13:27,721
จากตัวไหนไปตัวไหน  อันนี้ลูก

243
00:13:27,721 --> 00:13:29,037
ต้องจำให้ได้นะคะ คนอื่นเข้าใจหรือยัง

244
00:13:29,037 --> 00:13:31,166
บีมชาย

245
00:13:31,166 --> 00:13:34,168
ขอถามบีมชายบ้าง

246
00:13:34,168 --> 00:13:38,168
G ค่ะ

247
00:13:38,951 --> 00:13:41,977
ตำแหน่ง G ความสัมพันธ์จากแนวนอนเป็นแนวตั้ง อยู่ในตำแหน่งอะไรคะ

248
00:13:41,977 --> 00:13:44,287

249
00:13:44,287 --> 00:13:48,287
7  7 อย่างเดียวเหรอ 7 กับอะไร

250
00:13:50,482 --> 00:13:53,295
3 ถูกต้อง 7 คู่กับ 3 เก่งมาก แสดงว่าตอนนี้เธอตั้งใจมองครู

251
00:13:53,295 --> 00:13:56,521
กับล่ามใช่ไหม แล้วก็เลยตอบได้

252
00:13:56,521 --> 00:14:00,521
ครั้งแรกก็แบบงง ๆ ดู อะไรครับ

253
00:14:00,843 --> 00:14:02,980
ยังงงอยู่ ตอนนี้ตอบได้แล้ว คนต่อไป ไออุ่น

254
00:14:02,980 --> 00:14:06,526
ไออุ่น

255
00:14:06,526 --> 00:14:10,526
ไออุ่น มอง มอง มองเพื่อนลูก

256
00:14:10,565 --> 00:14:12,473
E ค่ะ ความสัมพันธ์จากแนวนอนเป็นแนวตั้ง

257
00:14:12,473 --> 00:14:16,053
E อยู่ในตำแหน่งอะไรคะ

258
00:14:16,053 --> 00:14:20,053
2

259
00:14:20,502 --> 00:14:23,519
แล้วเวลาความสัมพันธ์ ไม่ใช่บนกับล่างนะลูก มันจะอยู่

260
00:14:23,519 --> 00:14:25,157
2 2 กับอะไรคะ

261
00:14:25,157 --> 00:14:28,348
E น่ะ 2 มาก่อน

262
00:14:28,348 --> 00:14:32,348
แถวแนวตั้งคืออะไร

263
00:14:33,567 --> 00:14:37,403
2 3 นะคะ ๆ นะ ลูกมันจะอยู่

264
00:14:37,403 --> 00:14:38,868
เท่ากัน จะไม่อยู่บนกับล่าง 2 กับ 3

265
00:14:38,868 --> 00:14:41,934
ไม่ได้อยู่ตรงกันนะ

266
00:14:41,934 --> 00:14:45,901
เวลาเราใส่คู่อันดับน่ะ

267
00:14:45,901 --> 00:14:49,039
เดี๋ยวมันจะมีสัญลักษณ์ให้นะคะ

268
00:14:49,039 --> 00:14:51,040
ระบุตำแหน่งระบุความสัมพันธ์นะคะ

269
00:14:51,040 --> 00:14:55,040
เราจะใช้กันอย่างไร ี่

270
00:14:56,184 --> 00:15:00,184
เวลาเราใส่ตัวเลขมันหมายถึงอะไรคู่ของอะไร

271
00:15:00,456 --> 00:15:01,985
อันนี้ความสัมพันธ์จากแนวตั้งเป็นแนวนอนนะคะ 1 1

272
00:15:01,985 --> 00:15:04,174
2 2

273
00:15:04,174 --> 00:15:06,015
, 3 5

274
00:15:06,015 --> 00:15:10,015
ตัวนี้ 3 5

275
00:15:11,103 --> 00:15:14,567
จากแนวนอนเป็นแนวตั้ง หรือแนวตั้งเป็นแนวนอน

276
00:15:14,567 --> 00:15:18,567
ลูกดูความสัมพันธ์จากตัวเลข

277
00:15:21,484 --> 00:15:25,484
ดูนะ ตัวนี้อันนี้ 1, 1

278
00:15:26,908 --> 00:15:29,496
2, 2 เราไม่สามารถระบุได้ ว่ามันจะเป็นความสัมพันธ์ จากตัวไหนเป็นตัวไหนก่อน

279
00:15:29,496 --> 00:15:30,714
แต่เมื่อเรามาดูตัวนี้

280
00:15:30,714 --> 00:15:31,574
4 2

281
00:15:31,574 --> 00:15:35,574
แถว

282
00:15:35,709 --> 00:15:37,150
แถวแนวนอนมาก่อนใช่ไหมคะ เลข 4 นี่

283
00:15:37,150 --> 00:15:37,868
แล้วก็

284
00:15:37,868 --> 00:15:41,022
แถว

285
00:15:41,022 --> 00:15:43,960
แนวตั้ง เลข 2 ตรงนี้ แสดงว่า

286
00:15:43,960 --> 00:15:47,533
ผังตัวนี้ คือ ความสัมพันธ์

287
00:15:47,533 --> 00:15:48,618
แถวจากแนวนอนก่อน

288
00:15:48,618 --> 00:15:52,406
นะคะ

289
00:15:52,406 --> 00:15:54,551
แนวตั้งอยู่ที่หลัง เข้าใจนะ

290
00:15:54,551 --> 00:15:57,370
ให้ดู... มีค่ะ

291
00:15:57,370 --> 00:16:01,370
อันนี้คืออยู่ในข้อสอบ ครูหรือเอามาสอนเพิ่ม

292
00:16:01,704 --> 00:16:05,704
มีในข้อสอบ เพราะฉะนั้น ตั้งใจดูด้วยนะคะ

293
00:16:06,111 --> 00:16:10,111
มันง่ายมากเลย มันอยู่กับชีวิตประจำวันของเรานี่แหละนะ

294
00:16:23,216 --> 00:16:27,216

295
00:16:28,803 --> 00:16:30,767
ดูนะคะ ทีนี้เวลาที่เราจะระบุนะลูก

296
00:16:30,767 --> 00:16:32,583
มันจะออกมาเป็นแบบนี้

297
00:16:32,583 --> 00:16:34,351
A

298
00:16:34,351 --> 00:16:36,476
ในวงเล็บ

299
00:16:36,476 --> 00:16:40,476
1 1 คือ

300
00:16:41,554 --> 00:16:44,560
คู่ความสัมพันธ์ ระบุตำแหน่ง ตำแหน่งที่ A

301
00:16:44,560 --> 00:16:48,560
ความสัมพันธ์จากแนวนอนไปแนวตั้ง

302
00:16:49,357 --> 00:16:53,357
ตำแหน่งแรกนะคะ 1 คู่กับ 1

303
00:16:56,103 --> 00:16:57,378
ยังไม่ต้องจด แหม รีบจด พอครูบอกว่าข้อสอบมี

304
00:16:57,378 --> 00:17:01,378
จดไปเลยนะ

305
00:17:05,251 --> 00:17:09,251
ใจเย็น ๆ ลูกใจเย็น ๆ ถ้า เข้าใจก็จะตอบได้นะเดี๋ยวครูจะให้ให้บันทึกอยู่ไม่เป็นไรนะคะ ให้ดูตรงนี้ก่อน

306
00:17:09,500 --> 00:17:11,461
เวลาเราใส่สัญลักษณ์แบบนี้ เราสามารถระบุได้เลยว่า

307
00:17:11,461 --> 00:17:12,998
ถ้าครูจะให้ลูกหาว่า

308
00:17:12,998 --> 00:17:15,080
ตำแหน่ง C

309
00:17:15,080 --> 00:17:17,343
C 22 อยู่ตรงไหน

310
00:17:17,343 --> 00:17:18,825
C 22 อยู่ตรงนี้ใช่ไหมคะ

311
00:17:18,825 --> 00:17:22,825
มันคือใคร

312
00:17:24,468 --> 00:17:28,468
ใครที่นั่งอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่มันคือใคร ใครที่นั่งอยู่ตรงนี้ ถ้าเป็นกระสอบนะคะ

313
00:17:30,127 --> 00:17:30,810
เด็กหญิงอะไร เด็กชายนั่งอยู่ตำแหน่งนี้ เราจะสามารถระบุได้เลย

314
00:17:30,810 --> 00:17:34,810
นะคะ

315
00:17:35,811 --> 00:17:37,979
เข้าใจนะ มีคำถามอันนี้น่ะ

316
00:17:37,979 --> 00:17:39,813
มีคำถามไหมลูก

317
00:17:39,813 --> 00:17:43,421
ไม่มีครูผ่านนะ

318
00:17:43,421 --> 00:17:45,854
เสร็จแล้ว ไอ้ที่เราเขียนไปนี่ลูก

319
00:17:45,854 --> 00:17:48,287
เขาเรียกว่า "คู่อันดับ

320
00:17:48,287 --> 00:17:49,194
" คู่อันดับ

321
00:17:49,194 --> 00:17:53,084
นะคะ

322
00:17:53,084 --> 00:17:57,084
อันนี้เขาเรียกว่า "คู่อันดับ

323
00:17:59,804 --> 00:18:02,008
" คู่อันดับสัญลักษณ์ก็จะให้วงเล็บ A

324
00:18:02,008 --> 00:18:02,955

325
00:18:02,955 --> 00:18:04,243
,B นะคะ

326
00:18:04,243 --> 00:18:08,243
แล้วก็ปิดวงเล็บ

327
00:18:10,395 --> 00:18:13,192
ไม่ใช่จุดนะตรงนี้ อย่าเข้าใจผิด

328
00:18:13,192 --> 00:18:15,531
อย่าคิดว่าเป็นจุดนะคะ เป็น

329
00:18:15,531 --> 00:18:19,531
, นะคะ เป็น ,

330
00:18:26,535 --> 00:18:30,535
ผ่านนะอันนี้ ครูขอถามหน่อยลูก

331
00:18:34,493 --> 00:18:37,558
ครูขอถามหน่อย ช่วยกันคิดช่วยกันตอบเลยนะคะ อันดับแรก

332
00:18:37,558 --> 00:18:41,322
ครูถามว่า

333
00:18:41,322 --> 00:18:43,511
นักเรียนสามารถบอกตำแหน่งที่นั่ง

334
00:18:43,511 --> 00:18:45,745
โดยใช้ตัวเลขนะคะ

335
00:18:45,745 --> 00:18:48,112
เพียงตัวเดียวได้หรือไม่

336
00:18:48,112 --> 00:18:52,112
เพราะอะไร

337
00:18:54,458 --> 00:18:56,315
ถ้าเราให้ตัวเลขมาแค่ตัวเดียว เราสามารถระบุตำแหน่งที่นั่งได้ไหมคะ

338
00:18:56,315 --> 00:18:58,686
ได้ไหม

339
00:18:58,686 --> 00:19:02,136
ไม่ได้

340
00:19:02,136 --> 00:19:05,678
พี่เจ็ทบอกไม่ได้ ทำไมถึงไม่ได้

341
00:19:05,678 --> 00:19:09,678
ทำไมถึงไม่ได้

342
00:19:12,246 --> 00:19:16,246
เพราะตำแหน่งอันเดียวเราไม่รู้ว่าเป็นหน้าหรือหลังใช่ไหมคะ เป็นแนวตั้งหรือแนวนอน

343
00:19:17,334 --> 00:19:19,284
มันก็จะเป็นที่นั่งได้ 2 ที่นั่งนะคะ

344
00:19:19,284 --> 00:19:20,797
คนคนนี้ อาจจะนั่งได้

345
00:19:20,797 --> 00:19:24,797
มากกว่า 1 แน่นอน

346
00:19:26,852 --> 00:19:28,163
มากกว่า 1 แน่นอนเลยนะคะ เพราะฉะนั้น ไม่สามารถระบุตำแหน่งได้นะคะ ไม่สามารถระบุ

347
00:19:28,163 --> 00:19:32,163
ตำแหน่งที่นั่งได้เลย

348
00:19:38,380 --> 00:19:39,998
นักเรียนคิดว่าอันดับข้อ 2 นะ นักเรียนคิดว่าอันดับในแต่ละคู่

349
00:19:39,998 --> 00:19:41,920
มีความสำคัญ

350
00:19:41,920 --> 00:19:43,097
หรือไม่

351
00:19:43,097 --> 00:19:46,527
มีไหมคะ

352
00:19:46,527 --> 00:19:50,494
แต่ละคู่ แต่ละคู่นี่มีความสำคัญไหม

353
00:19:50,494 --> 00:19:54,494
5 3 กับ 3 5 สำคัญไหมคะ

354
00:19:58,270 --> 00:20:01,220
มี มีความสำคัญนะคะ

355
00:20:01,220 --> 00:20:05,220
คู่อันดับแต่ละคู่มีความสำคัญ

356
00:20:06,092 --> 00:20:09,632
5 3 กับ 3 5 อยู่ในตำแหน่งเดียวกันไหม

357
00:20:09,632 --> 00:20:12,607
ลูกคิดว่ามันเป็นตำแหน่งเดียวกันไหมคะ

358
00:20:12,607 --> 00:20:13,382
มันคนละตำแหน่ง

359
00:20:13,382 --> 00:20:17,382
นะคะ

360
00:20:17,970 --> 00:20:21,525
5, 3 กับ 3, 5 นี่คนละตำแหน่งเลยนะคะ

361
00:20:21,525 --> 00:20:25,525
เพราะฉะนั้น อันนี้คือความสำคัญของเขา

362
00:20:32,521 --> 00:20:33,688
ครูถึงบอกไงคะ ว่ามันขึ้นอยู่กับว่าเราให้ความสัมพันธ์นั้น

363
00:20:33,688 --> 00:20:34,525
เป็นแบบไหน

364
00:20:34,525 --> 00:20:38,525
นะคะ

365
00:20:39,432 --> 00:20:43,106
ดูนะ ตัวนี้ไอ้สีขาว ๆ

366
00:20:43,106 --> 00:20:46,322
นี่ ลูกจะต้องได้ใช้นะคะ จำ เราก็จำเอาไว้ให้

367
00:20:46,322 --> 00:20:48,954
ดี อันดับ A B

368
00:20:48,954 --> 00:20:52,954
เท่ากับคู่อันดับ

369
00:20:54,575 --> 00:20:56,447
C D มันเท่ากันนะคะ ก็ต่อเมื่อ

370
00:20:56,447 --> 00:20:59,900
a = 4

371
00:20:59,900 --> 00:21:02,722
ตัวหน้านี่ ตัวที่อยู่ข้างหน้า

372
00:21:02,722 --> 00:21:06,340
ในวงเล็บนี่  A เท่ากับ 4

373
00:21:06,340 --> 00:21:07,834
และ B  เท่ากับ D ตัวนี้

374
00:21:07,834 --> 00:21:09,556
A กับตัว C นี่

375
00:21:09,556 --> 00:21:13,556
เท่ากันเหมือนกัน

376
00:21:13,686 --> 00:21:15,198
B กับตัว D เท่ากันเหมือนกัน

377
00:21:15,198 --> 00:21:17,258
เราก็เลย

378
00:21:17,258 --> 00:21:19,385
ว่า

379
00:21:19,385 --> 00:21:22,408
คู่อันดับ A B

380
00:21:22,408 --> 00:21:23,489
เท่ากับ อันดับ

381
00:21:23,489 --> 00:21:27,489
ถ้ามันไม่

382
00:21:29,038 --> 00:21:33,038
มันไม่เหมือนกันมันไม่เท่ากันนะคะ ไม่เท่ากัน แสดงว่ามันไม่ใช่ละมันไม่เท่ากันแล้วนะ

383
00:21:33,149 --> 00:21:37,149
ตัวอย่างอะไรบ้าง

384
00:21:39,345 --> 00:21:43,002
นี่เลย ที่สีแดง ๆ นี่ลูก A 11

385
00:21:43,002 --> 00:21:47,002
อันนี้ก็ a 1 1

386
00:21:50,455 --> 00:21:52,514
c 2 2

387
00:21:52,514 --> 00:21:56,290
I 4 4

388
00:21:56,290 --> 00:21:59,500
ที่อยู่ในตำแหน่งแบบไหน ในตำแหน่งที่

389
00:21:59,500 --> 00:22:01,104
ดู สังเกตตัวเลขเหมือนกันไหมคะ 1 กับ 1

390
00:22:01,104 --> 00:22:01,983
หน้าก็ 1 หลังก็ 1

391
00:22:01,983 --> 00:22:05,198
เหมือนกัน

392
00:22:05,198 --> 00:22:09,198
หน้า 2 หลัง 2 นะคะ

393
00:22:11,714 --> 00:22:13,444
หน้า 4 หลัง 4 ตัวไหนที่มันตัวเลขเหมือนกัน เวลาเราสลับตำแหน่งนะคะ

394
00:22:13,444 --> 00:22:17,252
อ

395
00:22:17,252 --> 00:22:20,763
ันนี้จาก A A B   A B ก็คือจากแนวตั้งเป็นแนวนอน

396
00:22:20,763 --> 00:22:21,763
จากแนวนอนเป็นแนวตั้ง ความสัมพันธ์ต่างกัน

397
00:22:21,763 --> 00:22:24,071
แต่

398
00:22:24,071 --> 00:22:26,057
ตำแหน่งเดียวกันนะคะ

399
00:22:26,057 --> 00:22:30,057
แต่ตำแหน่งเดียวกัน

400
00:22:31,066 --> 00:22:34,024
ถามไหม อันนี้งงไหม

401
00:22:34,024 --> 00:22:38,024
ไม่งงนะคะ มันเป็นเรื่องง่าย ๆ ลูก

402
00:22:43,448 --> 00:22:47,448
เขาก็เลยนิยามความสัมพันธ์ว่าเป็นเรื่องของเซตของคู่อันดับ

403
00:22:48,184 --> 00:22:51,563
ลูก เซตของคู่อันดับเซตจำได้ไหม สัญลักษณ์อย่างไร สัญลักษณ์เซต

404
00:22:51,563 --> 00:22:54,360
ม.4 เราเรียนไปแล้ว อย่าลืมอย่าทำหน้าอย่างนั้น

405
00:22:54,360 --> 00:22:58,360
เรื่องของเซต สัญลักษณ์เซตอย่างไรลูก

406
00:23:01,698 --> 00:23:05,408
มันคือตัวนี้ เซต ครูเขียนให้บนกระดานนะคะ จำได้ไหม

407
00:23:05,408 --> 00:23:09,133
อ๋อ เลยบอกเขียนสัญลักษณ์

408
00:23:09,133 --> 00:23:11,148
เราเรียนไปตอน ม. 4 เทอม 1 นะคะ เรื่องของเซต

409
00:23:11,148 --> 00:23:13,787
สัญลักษณ์แบบนี้

410
00:23:13,787 --> 00:23:17,787
เซตของคู่อันดับค่ะ

411
00:23:18,531 --> 00:23:22,005
คู่อันดับ ก็คือที่อยู่ในวงเล็บนี้ใช่ไหม วงเล็บ A B

412
00:23:22,005 --> 00:23:26,005
A B

413
00:23:27,273 --> 00:23:27,934
เอาคู่อันดับนี่มาอยู่ใน

414
00:23:27,934 --> 00:23:29,984
เซตนะคะ

415
00:23:29,984 --> 00:23:33,832
อยู่บนกระดานที่กูเขียนให้นะ

416
00:23:33,832 --> 00:23:37,832
เราจะเรียกว่า "ความสัมพันธ์"

417
00:23:38,905 --> 00:23:40,693
ความสัมพันธ์คืออะไร ความสัมพันธ์ ก็คือ

418
00:23:40,693 --> 00:23:43,678
เซตของคู่อันดับ

419
00:23:43,678 --> 00:23:47,678
เซตของคู่อันดับนั่นเองนะคะ

420
00:23:56,934 --> 00:24:00,888
อันนี้กรณีแรก ความสัมพันธ์เมื่อสมาชิกตัวหน้า

421
00:24:00,888 --> 00:24:02,271
เป็นแถวในแนวนอน อันนี้แนวนอนนะลูก

422
00:24:02,271 --> 00:24:06,271
ความสัมพันธ์

423
00:24:07,040 --> 00:24:09,002
ตัวหลัง ตัวหลังเป็นแนวตั้ ง อันนี้คือกรณีที่ 1

424
00:24:09,002 --> 00:24:10,791
ภาพเหมือนกัน

425
00:24:10,791 --> 00:24:12,007
ข้อมูลเหมือนกัน

426
00:24:12,007 --> 00:24:14,942
นะคะ

427
00:24:14,942 --> 00:24:17,658
แปลความสัมพันธ์กรณีที่ 1 ก็คือ

428
00:24:17,658 --> 00:24:21,658
จากแนวนอนไปแนวตั้ง

429
00:24:22,520 --> 00:24:25,355
เข้าใจนะ

430
00:24:25,355 --> 00:24:29,322
ทีนี้ กรณีที่ 2

431
00:24:29,322 --> 00:24:33,322
ผังข้อสอบ ผังที่นั่งสอบเหมือนเดิมเลยลูก

432
00:24:33,691 --> 00:24:35,172
ในกรณีที่ 2 คือความสัมพันธ์ จากแนวตั้ง

433
00:24:35,172 --> 00:24:37,527
ไปแนวนอน

434
00:24:37,527 --> 00:24:41,527
ตั้งก่อนแล้วค่อยไปนอน

435
00:24:49,186 --> 00:24:53,186
โอเคนะ เริ่มยากแล้ว เริ่มยากแล้วนะ ใครง่วงต้องตื่นนะตอนนี้น่ะ

436
00:24:54,786 --> 00:24:57,188
บอกง่าย จริงเหรอ ง่ายจริงเหรอ ดูนะ

437
00:24:57,188 --> 00:25:00,091
ที่ครูบอกว่า

438
00:25:00,091 --> 00:25:02,987
คู่อันดับเมื่อกี้มันจะนำมาสู่เรื่องนี้แหละลูก

439
00:25:02,987 --> 00:25:06,023
เรื่องของเซตใช่ไหม เห็นไหมสัญลักษณ์ตรงนี้

440
00:25:06,023 --> 00:25:07,767
เขาให้หาผลคูณคาร์ทีเซียน

441
00:25:07,767 --> 00:25:10,292
ต่อไปมันจะได้ใช้ประโยชน์อยู่

442
00:25:10,292 --> 00:25:13,005
อย่าทำหน้า

443
00:25:13,005 --> 00:25:14,098
อย่างนั้นบีม ดูดี ๆ นะ ค่อย ๆ ดู

444
00:25:14,098 --> 00:25:15,322
อันน

445
00:25:15,322 --> 00:25:19,322
ี้เรื่องของเซต

446
00:25:19,568 --> 00:25:20,871
มันจะเกี่ยวกับเรื่องของเซต เซต A  กับ B ลูก ในตัวอย่างนะ

447
00:25:20,871 --> 00:25:22,786

448
00:25:22,786 --> 00:25:25,887
A กับ ฺ ให้หา a x B

449
00:25:25,887 --> 00:25:27,894
นะคะ ก็คือหาผลคูณคาร์ทีเซียนของเซต

450
00:25:27,894 --> 00:25:30,383
สมาชิกของ A กับ B เนี่แหละ

451
00:25:30,383 --> 00:25:31,598
มีอะไรบ้าง

452
00:25:31,598 --> 00:25:34,861
A ที่อยู่

453
00:25:34,861 --> 00:25:35,816
มีอะไรบ้างคะ มีสมาชิกอยู่ 3 ตัวถูกไหม

454
00:25:35,816 --> 00:25:37,906
เราก็เอามา

455
00:25:37,906 --> 00:25:39,974
2 3 4 เอาลงมาอย่างนี้

456
00:25:39,974 --> 00:25:42,953
B มีอะไรบ้าง

457
00:25:42,953 --> 00:25:44,022
B มี 5 กับ 6 ถูกไหมคะ

458
00:25:44,022 --> 00:25:46,442
ก็เอามา

459
00:25:46,442 --> 00:25:50,112
ทีนี้เราไปจับคู่

460
00:25:50,112 --> 00:25:52,604
ความสัมพันธ์คือการจับคู่ใช่ไหมคะ จับคู่กัน

461
00:25:52,604 --> 00:25:55,363
เราจะเริ่มจากคู่อะไรก่อน

462
00:25:55,363 --> 00:25:57,032
มี่มันไม่ซ้ำกันนะ ห้ามซ้ำกัน

463
00:25:57,032 --> 00:25:58,756
เราก็ไล่จากตัว

464
00:25:58,756 --> 00:26:00,602
2 ก่อนเลยลูก

465
00:26:00,602 --> 00:26:04,602
2 คู่กับอะไร

466
00:26:06,475 --> 00:26:08,746
ABC ไหมเขาให้หาความสัมพันธ์ a b ตัวแรกเลยคือคู่อันดับ

467
00:26:08,746 --> 00:26:09,847
25 นะคะ

468
00:26:09,847 --> 00:26:11,548
ส่งไหมคะ

469
00:26:11,548 --> 00:26:15,225
2 5

470
00:26:15,225 --> 00:26:18,032
ตัวนี้นะ 2 5 แล้วมันก็ออกมาอยู่ใน

471
00:26:18,032 --> 00:26:19,108
เซต ในเซต ก็คือคู่อันดับตัวแรก ตัวนี้

472
00:26:19,108 --> 00:26:23,108
ตัวนี้นะคะ

473
00:26:24,591 --> 00:26:27,642
เข้าใจนะ แล้วตัวที่ 2

474
00:26:27,642 --> 00:26:29,911
ก็คือคู่กับ 2 6

475
00:26:29,911 --> 00:26:31,798
เอาลงมาใส่ใน

476
00:26:31,798 --> 00:26:35,710
เซต ตรงนี้เลยนะคะ

477
00:26:35,710 --> 00:26:38,374
ผ่านไปหมดแล้ว คู่

478
00:26:38,374 --> 00:26:41,225
เซต A

479
00:26:41,225 --> 00:26:44,417
3 ตัวเลข 3 นี่

480
00:26:44,417 --> 00:26:48,417
3 คู่อะไรเหมือนเดิม จับคู่กับ 5 ลูก

481
00:26:48,573 --> 00:26:52,244
พอจับคู่กับ 5 แล้ว เอาลงมาเขียนใส่ต่อในเซตนะคะ

482
00:26:52,244 --> 00:26:53,587
3 คู่กับ 6

483
00:26:53,587 --> 00:26:57,587
มาเขียนต่อ

484
00:26:58,577 --> 00:27:01,211
หมดแล้ว ตัวนี้ 3 ข้างหน้านี่ หมดแล้ว จับคู่ข้างหลังเรียบร้อย

485
00:27:01,211 --> 00:27:02,973
แล้วก็ไปต่อที่ 4 นั่นเองนะคะ

486
00:27:02,973 --> 00:27:04,221
4 คู่กับ 5

487
00:27:04,221 --> 00:27:06,272
ลงมาตรงนี้

488
00:27:06,272 --> 00:27:09,992
4 คู่กับ 6 หมดหรือยัง

489
00:27:09,992 --> 00:27:13,992
หมดแล้ว เพราะเป็นความสัมพันธ์จาก a ไป

490
00:27:14,315 --> 00:27:18,055
B A B B A จับคู่ครบแล้ว 2 3 4

491
00:27:18,055 --> 00:27:19,848
หมดแล้ว เพราะฉะนั้น ผลคูณคาร์ทีเซียน

492
00:27:19,848 --> 00:27:23,848
ของ A x B

493
00:27:24,071 --> 00:27:25,501
ก็คือคำตอบตัวนี้นะคะ เซตของคู่อันดับ

494
00:27:25,501 --> 00:27:28,617
ตัวนี้ มีกี่คู่เอ

495
00:27:28,617 --> 00:27:30,626
่ย 1 2 3 4 5 6

496
00:27:30,626 --> 00:27:32,637
มี 6 คู่นั่นเอง

497
00:27:32,637 --> 00:27:36,290
นะคะ มี 6 คู่นั่นเอง

498
00:27:36,290 --> 00:27:40,290
เข้าใจนะ ถามไหมลูก ถามไหม

499
00:27:40,757 --> 00:27:42,459
ตั้งใจดูล่ะสิ

500
00:27:42,459 --> 00:27:44,199
ทีนี้มาดู

501
00:27:44,199 --> 00:27:45,909
ครูเปลี่ยนแล้ว

502
00:27:45,909 --> 00:27:49,909
ข้อมูลเดิมลูก

503
00:27:54,020 --> 00:27:55,827
a กับ B เหมือนเดิม  A กับ B เหมือนเดิมเลย เซต a กับ B แต่ครูให้หาความสัมพันธ์หาผลคูณคาร์ทีเซียนของ

504
00:27:55,827 --> 00:27:59,827
A

505
00:28:00,604 --> 00:28:04,604
กับ B มาก่อนข้างหน้า ก็คือการสลับที่นั่นเองสลับตำแหน่ง

506
00:28:05,019 --> 00:28:06,238
เราเอา B มาก่อน เราเอา B ขึ้นมาก่อนลูก

507
00:28:06,238 --> 00:28:08,305
B คืออะไร

508
00:28:08,305 --> 00:28:11,174
นี่คือ 5 กับ 6 ถูกไหม

509
00:28:11,174 --> 00:28:12,459
b คือ 5 เอา B ขึ้นมาก่อน

510
00:28:12,459 --> 00:28:15,218
A มาทีหลัง

511
00:28:15,218 --> 00:28:17,115
A  หลังเสร็จแล้วจับคู่เหมือนเดิม

512
00:28:17,115 --> 00:28:21,115
จั บคู่แบบไหน

513
00:28:21,437 --> 00:28:23,292
5 คู่กับ 2 ถูกไหมคะ

514
00:28:23,292 --> 00:28:25,834
เอาลงมาแข่งข้างล่าง

515
00:28:25,834 --> 00:28:28,209
5 3

516
00:28:28,209 --> 00:28:29,807
5 4

517
00:28:29,807 --> 00:28:33,077
หมด

518
00:28:33,077 --> 00:28:34,866
แล้ว ต่อไป หมายเลข 6 เหมือนเดิม

519
00:28:34,866 --> 00:28:38,866
ตัวนี้คืออะไร

520
00:28:40,983 --> 00:28:44,983
ง่ายง่ายเพราะลูกตั้งใจดูไงลูกก็เลยเข้าใจแต่ถ้าลูกนอนหลับ

521
00:28:47,314 --> 00:28:51,314
W เมื่อกี้นอนหลับตื่นขึ้นมางง ๆ ตอนนี้ถ้าลูกดูไปเรื่อย ๆ นะ ลูกจะรู้เลยว่า

522
00:28:52,515 --> 00:28:53,835
เพราะมันไม่ได้ยากเลยนะคะ มันไม่ได้ยากเลย แค่การจับคู่กัน ให้เราเข้าใจ

523
00:28:53,835 --> 00:28:57,291
แค่นั้นเอง

524
00:28:57,291 --> 00:28:58,504
6

525
00:28:58,504 --> 00:29:00,191
2 63

526
00:29:00,191 --> 00:29:01,514
64

527
00:29:01,514 --> 00:29:05,514
หมดแล้ว

528
00:29:05,732 --> 00:29:07,847
หมดแล้วนะคะ

529
00:29:07,847 --> 00:29:11,057
อันนี้คือผลคูณคาร์ทีเซียน

530
00:29:11,057 --> 00:29:12,788
แบบฝึก

531
00:29:12,788 --> 00:29:16,029
ถ้าครูให้

532
00:29:16,029 --> 00:29:20,029
หาแบบนี้ลูก  1 กับ 2 แบบนี้

533
00:29:23,765 --> 00:29:24,919
ข้อ 1 กับข้อ 2 ให้หา a x B และ a x b นะคะ ทั้ง 2 ข้อเลย อันนี้อย่าเพิ่งรอเดี๋ยวครูจะให้ทำ

534
00:29:24,919 --> 00:29:28,680
ที่ 1

535
00:29:28,680 --> 00:29:32,680
มันมีทั้งหมดอยู่ 4 ข้อ

536
00:29:32,708 --> 00:29:34,788
เรื่องนี้เอาแค่นี้

537
00:29:34,788 --> 00:29:36,757
เดี๋ยวทำแบบฝึกที่หลัง

538
00:29:36,757 --> 00:29:40,757
แต่ครูจะให้ลูกดู

539
00:29:42,973 --> 00:29:46,973
แบบทดสอบ ที่ครูออกก็สอบวันจันทร์นี้นะคะ วันที่ 7 นี้ มันจะเป็นอย่างไร

540
00:29:48,048 --> 00:29:51,739
ครูใจดีมากเลยนะนี่ ครูเอา

541
00:29:51,739 --> 00:29:54,500
เรื่องที่เราสอนมาแล้ว ก็ออกก็สอบเลยมาให้ลูกดูด้วย

542
00:29:54,500 --> 00:29:58,237
ดูนะคะ

543
00:29:58,237 --> 00:30:02,237
ข้อสอบ ครูออกไปแล้ว 30 ข้อนะลูก

544
00:30:06,688 --> 00:30:10,007
ใช้เวลา 1 ชั่วโมง ข้อสอบจะเป็นแบบเลือกตอบนะคะ 4 ตัวเลือก

545
00:30:10,007 --> 00:30:12,047
ครูออกเรื่องของเลขยกกำลัง

546
00:30:12,047 --> 00:30:13,069
เรื่องของรากที่ n

547
00:30:13,069 --> 00:30:16,273
ครูไม่ได้ออก

548
00:30:16,273 --> 00:30:17,811
ครูออกเรื่องของฟังก์ชัน

549
00:30:17,811 --> 00:30:21,635
และความสำคัญ

550
00:30:21,635 --> 00:30:23,934
นะคะ มีอยู่ 2 เรื่องที่ครูออก

551
00:30:23,934 --> 00:30:26,787
ข้อ 1

552
00:30:26,787 --> 00:30:29,530
ง่ายไหม อันนี้ให้ดู

553
00:30:29,530 --> 00:30:32,558
ถ้าใครเข้าใจจะตอบได้เลย

554
00:30:32,558 --> 00:30:34,408
เพราะว่าเลขยกกำลัง มันเป็นเรื่องของการคูณ

555
00:30:34,408 --> 00:30:37,361
หารเหรอ

556
00:30:37,361 --> 00:30:38,695
ถ้าใครตอบหาร ก็ตามสบายนะ เพราะว่า

557
00:30:38,695 --> 00:30:41,573
ครู

558
00:30:41,573 --> 00:30:45,573
เรียบร้อยไปแล้ว

559
00:30:49,655 --> 00:30:51,840
5 ยกกำลัง 3 มันหมายถึงอะไร

560
00:30:51,840 --> 00:30:55,840
มันตรงกับข้อไหน มัน

561
00:30:59,111 --> 00:31:03,111
ตรงกับข้อไหน มันคือ 5 + 5 + 5 เหรอ

562
00:31:11,382 --> 00:31:15,382
ใช่ ถูกหรือเปล่าถ้า ใช่ มันคือเรื่องของการคูณ

563
00:31:16,690 --> 00:31:20,690
มันไม่เกี่ยวกับการหานะ ดูดี ๆ เพราะครูใส่สัญลักษณ์ อันนี้คือเลขยกกำลัง

564
00:31:21,339 --> 00:31:25,082
5 ยกกำลัง 3 มันหมายถึงอะไร มันตรงกับข้อไหน ลูกเลือกให้ถูกนะคะ

565
00:31:25,082 --> 00:31:29,082
ข้อ 2

566
00:31:29,862 --> 00:31:32,953
อันนี้เน้นย้ำตลอด ข้อที่ 2 ก็ตามยกกำลัง 0  เท่ากับเท่าไร

567
00:31:32,953 --> 00:31:36,953
อะไรก็ตามยกกำลัง 0 เท่ากับอะไร

568
00:31:37,310 --> 00:31:41,310
ก ไก่

569
00:31:41,615 --> 00:31:45,570
ครูร้องไห้เลยนะ

570
00:31:45,570 --> 00:31:49,570
จริงอ่ะ

571
00:31:51,725 --> 00:31:54,035
อะไรก็ตาม สมบัติของเลขยกกำลังใช่ไหม อะไรก็ตามยกกำลัง 0 เท่ากับ

572
00:31:54,035 --> 00:31:56,484
1 เสมอ ไม่ว่าคุณจะเป็น

573
00:31:56,484 --> 00:32:00,484
5 ยกกำลัง 0 ก็เท่ากับ 1

574
00:32:01,807 --> 00:32:05,719
100 ยกกำลัง 0 ก็เท่ากับ 1 ลูก เพราะฉะนั้น คำตอบข้อนี้คืออะไร

575
00:32:05,719 --> 00:32:09,273
5 ยกกำลัง 0 คือ 1  1 อยู่ไหน

576
00:32:09,273 --> 00:32:13,273
1 อยู่ ข. นะคะ  1 อยู่

577
00:32:16,096 --> 00:32:18,827
ข. ห้ามลืมนะ อันนี้ให้ หน่อยนะ ลูกเรื่องของเลขยกกำลังเนี่

578
00:32:18,827 --> 00:32:22,515
สมบัติของเลขยกกำลังพออกเยอะมาก

579
00:32:22,515 --> 00:32:24,086
บอกเรื่องของเลขยกกำลังนี่

580
00:32:24,086 --> 00:32:28,086
20

581
00:32:28,553 --> 00:32:32,553
ข้อ อันนี้ตรงกับข้ออะไน

582
00:32:40,084 --> 00:32:42,332
ตาตอบเองนะคะ อันนี้ครูให้ดูเฉย ๆ

583
00:32:42,332 --> 00:32:46,332
แล้วข้อนี้ล่ะลูก

584
00:32:48,877 --> 00:32:52,877
ข้อนี้คืออะไร

585
00:32:53,562 --> 00:32:55,404
ง. เหรอ ดูดี ๆ ดูดี ๆ

586
00:32:55,404 --> 00:32:58,357
5 มีกี่ตัวคะ

587
00:32:58,357 --> 00:33:02,357
5 มีกี่ตัว

588
00:33:05,481 --> 00:33:07,723
5 มีอยู่ 4 เพราะฉะนั้น 5 ต้องยกกำลังอะไร 5 ต้องยกกำลัง 4

589
00:33:07,723 --> 00:33:11,723
3 มีกี่ตัวลูก

590
00:33:12,909 --> 00:33:14,578
3 มีกี่ตัว 3 มี 3 ตัวเพราะฉะนั้น 3 ยกกำลัง 3

591
00:33:14,578 --> 00:33:17,837
ตอบข้อไหน

592
00:33:17,837 --> 00:33:21,837
ไม่ใช่ 5 ยกกำลัง 7 นะ

593
00:33:24,072 --> 00:33:27,075
ดูดี ๆ ดูดี ๆ นะคะ สายตาดูดี ๆ นะ ใส่เลข 3 มาให้ 3 ตัวนะนี่

594
00:33:27,075 --> 00:33:31,075
ไม่ใช่ 5 หมดนะคะ  ดูดี ๆ ด้วย

595
00:33:31,625 --> 00:33:35,625
ต่อไป ข้อ 5

596
00:33:39,478 --> 00:33:43,478
ครูถามว่าตัวเลขนี้เลขยกกำลังตัวนี้น่ะ ฐานคืออะไร

597
00:33:47,181 --> 00:33:51,181
ไม่บอก ฐาน ก็คือตัวที่อยู่ข้างล่างลูก

598
00:33:52,303 --> 00:33:55,127
ฐาน ก็คือตัวที่อยู่ข้างล่างนั่นแหละ มันเท่าไร มันคืออะไร

599
00:33:55,127 --> 00:33:59,127
ข้อ 6 ถามเลขชี้กำลังค่ะ

600
00:34:01,081 --> 00:34:05,081
เลขชี้กำลังของตัวนี้ 10 ยกกำลัง 100 เลขชี้กำลังคืออะไร

601
00:34:07,734 --> 00:34:10,744
ใช้ข้อมูลตัวนี้ ตอบคำถามข้อ 7 ถึงข้อ 10

602
00:34:10,744 --> 00:34:12,364
ข้อแรก ข้อ 1

603
00:34:12,364 --> 00:34:13,948
1 ส่วน 30

604
00:34:13,948 --> 00:34:16,122
ยกกำลัง -5

605
00:34:16,122 --> 00:34:20,122
ข้อ 2

606
00:34:20,183 --> 00:34:24,141
ยังไม่ได้ตอบเลยลูก อันนี้เป็นข้อที่เขาให้ให้ดูเฉย ๆ

607
00:34:24,141 --> 00:34:27,533
ว่ามันจะไปจับคู่กับอะไร ยังไม่ได้ดูคำถามเลย

608
00:34:27,533 --> 00:34:28,932
อันนี้คือข้อมูลที่เขาให้มา ที่เขากำหนดมาให้

609
00:34:28,932 --> 00:34:30,473
มีอยู่ 4 ข้อ

610
00:34:30,473 --> 00:34:34,473
ข ้อแรก 1

611
00:34:36,022 --> 00:34:38,046
ส่วน 30 ยกกำลัง - 5 ข้อที่ 2 - 11 ยกกำลัง - 10

612
00:34:38,046 --> 00:34:40,801
ข้อที่ 3

613
00:34:40,801 --> 00:34:41,939
95 ยกกำลัง 25

614
00:34:41,939 --> 00:34:43,670
ข้อ 4

615
00:34:43,670 --> 00:34:45,142
12 ยกกำลัง 10

616
00:34:45,142 --> 00:34:47,403
มัน

617
00:34:47,403 --> 00:34:51,403
ถามอะไรคะ ก็ถามว่า

618
00:34:51,617 --> 00:34:55,058
30 ยกกำลัง 5 ตรงกับข้อไหน

619
00:34:55,058 --> 00:34:57,631
จำได้ไหม สมบัติข้อใด

620
00:34:57,631 --> 00:35:01,631
30 ยกกำลัง 5 ตรงกับข้อใด

621
00:35:01,720 --> 00:35:03,903
ตรงกับข้อ 1 ถูกไหม ตรงกับข้อ 1

622
00:35:03,903 --> 00:35:07,903
ก็ตอบ

623
00:35:08,767 --> 00:35:10,080
ก. นะคะ ถ้าอันนี้มันหมายถึงอะไร มันตรงกับมันจับคู่กับข้อ 1 2 3

624
00:35:10,080 --> 00:35:14,080
ก็ไปเลือก

625
00:35:15,968 --> 00:35:19,402
มันคือข้อ 1 เพราะฉะนั้น คำตอบที่ถูกต้อง ก็คือ ก.

626
00:35:19,402 --> 00:35:23,402
จำได้ไหม อันนี้จำได้ไหม ต้องไปทวนนะ

627
00:35:25,326 --> 00:35:29,326
มันเป็นสมบัติของเลขยกกำลังนี่แหละ ที่ครูเคยสอนไปแล้วนะ ครูเคยสอนไปแล้วนะ

628
00:35:29,486 --> 00:35:33,486
แล้วข้อนี้ล่ะตรงกับอะไร

629
00:35:35,120 --> 00:35:36,814
ตรงกับข้อไหน 1 ส่วน - 10 ยกกำลัง - 10...  ยกกำลัง 10

630
00:35:36,814 --> 00:35:40,814
ตรงกับข้อไหนคะ

631
00:35:41,129 --> 00:35:45,129
ถูกต้อง

632
00:35:46,903 --> 00:35:49,326
ใครจริง ๆ ครูไม่ได้เอาตัวเลขที่แทงเลย ตรง ๆ เลยนะคะ ตรง ๆ ถ้าสังเกตดี ๆ แหละ

633
00:35:49,326 --> 00:35:50,760
ก็จะสามารถตอบได้เลยนะคะ

634
00:35:50,760 --> 00:35:54,760
มันจับคู่กัน

635
00:35:56,355 --> 00:35:57,903
ลักษณะเหมือนกันที่ให้จับคู่นะ อันนี้ก็

636
00:35:57,903 --> 00:36:00,251
เหมือนเดิมนะคะ

637
00:36:00,251 --> 00:36:04,251
ข้อ 9 กับข้อ 10 ให้ไปจับคู่

638
00:36:05,442 --> 00:36:06,244
ลูกก็ไปจับคู่ให้ถูกต้อง ให้ถูกข้อนะคะ ทีนี้มาดูข้อ

639
00:36:06,244 --> 00:36:10,244
11

640
00:36:12,996 --> 00:36:16,996
สมบัติข้อที่ 5 ของเลขยกกำลัง จำได้ไหมคะ เลขยกกำลังซ้อนเลขยกกำลัง

641
00:36:18,953 --> 00:36:22,953
a ยกกำลัง m ทั้งหมด ยกกำลัว n มันหมายถึง

642
00:36:24,216 --> 00:36:28,216
ข้างบนเลขยกกำลังมาคูณกันนะ ลูก ไม่ใช่บวกนะดูดี ๆ นะ

643
00:36:28,347 --> 00:36:32,347
9

644
00:36:32,915 --> 00:36:35,587
ยกกำลัง 2  ทั้งหมดยกกำลัง 3 มันคืออะไร

645
00:36:35,587 --> 00:36:39,587
มันคืออะไร ก็คือ 9

646
00:36:40,940 --> 00:36:42,313
เอาเลขชี้กำลังข้างบนนี่นะคะ 2 กับ 3 มาคูณกัน

647
00:36:42,313 --> 00:36:45,957
เป็นเท่าไรลูก

648
00:36:45,957 --> 00:36:48,587
ตอบได้นะ

649
00:36:48,587 --> 00:36:52,587
เอง...

650
00:36:58,928 --> 00:37:01,815
2 x 3 ลูก ไม่ใช่ 2 + 3 นะ

651
00:37:01,815 --> 00:37:05,217
คูณนะคะ

652
00:37:05,217 --> 00:37:09,217
ผิด ผิด

653
00:37:09,980 --> 00:37:13,185
พี่บิวดูดี ๆ คูณดี ๆ หันไปมองเจ็ท มอง มอง

654
00:37:13,185 --> 00:37:16,914
การคูณ

655
00:37:16,914 --> 00:37:20,914
2 กับ 3 คูณ คืออะไร

656
00:37:29,082 --> 00:37:33,082
เข้าใจหรือยัง

657
00:37:34,599 --> 00:37:38,206
ดูดี ๆ นะลูก เรื่องของการคูณไม่ใช่เรื่องของการบวกนะ

658
00:37:38,206 --> 00:37:42,206
การคูณ คูณคืออะไรนะคะ

659
00:37:42,744 --> 00:37:43,554
เพราะครูใช้ตัวเลขน้อยมากเลย

660
00:37:43,554 --> 00:37:45,923
ใช่

661
00:37:45,923 --> 00:37:47,334
ไม่เกี่ยวกับการบวกแล้วนะ

662
00:37:47,334 --> 00:37:51,334
ว่าตัวนี้

663
00:37:52,204 --> 00:37:54,149
สมบัติข้อนี้ มันใช้การคูณ เอาเลขชี้กำลังข้างบนมาคูณกันนะคะ

664
00:37:54,149 --> 00:37:57,941
ข้อที่ 2 ล่ะคะ

665
00:37:57,941 --> 00:38:01,317
อันนี้ก็ง่ายมาก 4 คูณ 5 เป็นเท่าไ

666
00:38:01,317 --> 00:38:05,317
รลูก 4 x 5 เป็นเท่าไ

667
00:38:07,831 --> 00:38:08,863
รพ่อ ครูว่าจะมีคนได้คะแนนเต็มอยู่นะ

668
00:38:08,863 --> 00:38:12,863
ได้เท่าไร เท่าไ

669
00:38:13,597 --> 00:38:17,597
ร ใช่ ๆ

670
00:38:18,540 --> 00:38:22,540
ง่าย ง่ายไหม ง่าย

671
00:38:23,253 --> 00:38:26,030
นะ สมบัติข้อนี้ผ่านไปต่อมาค่ะ

672
00:38:26,030 --> 00:38:30,030
สมบัติข้อที่ 6 อันนี้ก็ง่าย

673
00:38:31,538 --> 00:38:34,302
ab ยกกำลัง n

674
00:38:34,302 --> 00:38:38,078
มันหมายถึงการแยก

675
00:38:38,078 --> 00:38:42,078
a ยกกำลัง  n คูณ กับ B ยกกำลัง  n

676
00:38:43,521 --> 00:38:47,521
ถ้ามันจะต่างกันเห็นไหม มันใส่วงเล็บนะคะ ในตัวอย่างนี่ 2 x 3

677
00:38:48,659 --> 00:38:52,362
ทั้งหมดยกกำลัง 4  เวลาเขาแยกออกมาก็คือ 2 ยกกำลัง 4

678
00:38:52,362 --> 00:38:56,136
คูณด้วย 3 ยกกำลัง  4

679
00:38:56,136 --> 00:38:57,107
อันนี้ครูก็ถามตรง ๆ เลยข้อไหนถูก

680
00:38:57,107 --> 00:39:01,107
ลูกว่าข้อไหน

681
00:39:05,828 --> 00:39:09,828
ไม่รู้ ไม่รู้ ตอบเองอันนี้น่ะ เพราะว่ามันง่ายมาก

682
00:39:10,416 --> 00:39:13,443
เลยนะคะ  ถ้ายังจำสมบัติของเขาไม่ได้ ให้มาดูตัวอย่างนี้

683
00:39:13,443 --> 00:39:17,443
เป็นภาพที่ครูให้ใหม่นะลูก

684
00:39:18,802 --> 00:39:22,207
มันอธิบาย มันมีทั้งตัวอย่าง เพราะฉะนั้น ให้ลูกมาดูตรงนี้ก่อนนะคะ ถ้าไม่มั่นใจ

685
00:39:22,207 --> 00:39:26,207
ที่แน่ ๆ เรื่องของการคูณ ไปคูณให้ถูกนะลูก

686
00:39:28,119 --> 00:39:32,119
ถ้าคูณผิดนะ คุณจะตอบผิดเลยนะ เพราะว่าตัวมันไม่ได้ไปแข่งอะไรเลยนะคะ

687
00:39:33,830 --> 00:39:35,211
อันนี้สลับกัน ถ้าครูให้แบบนี้มา

688
00:39:35,211 --> 00:39:39,211
มันจะตรงกับตัวไหน

689
00:39:41,185 --> 00:39:44,968
ได้หมดแล้ว ได้หมด

690
00:39:44,968 --> 00:39:48,968
แล้ว แสดงว่าตอบถูกหมดแล้ว สมบัติข้อ 7 ค่ะ

691
00:39:50,901 --> 00:39:54,048
อันนี้

692
00:39:54,048 --> 00:39:55,848
เป็นเศษส่วนใช่ไหมคะ เป็นเศษส่วน

693
00:39:55,848 --> 00:39:59,848
ส่วน A ส่วน B

694
00:40:02,474 --> 00:40:05,105
ยกกำลัง n ก็แยกออกไปค่ะ A อยู่ข้างบนยกกำลัง n

695
00:40:05,105 --> 00:40:07,999
b อยู่ข้างล่างก็ยกกำลัง n เหมือนกัน

696
00:40:07,999 --> 00:40:10,771
เขียนแค่นี้เองนะคะ ความสัมพันธ์ของเขา

697
00:40:10,771 --> 00:40:14,771
ตรงกับข้อไหน

698
00:40:18,208 --> 00:40:21,422
เลือกได้เลย เจ็ทไม่ต้องหัวเราะ ก็สอบนะ

699
00:40:21,422 --> 00:40:25,422
เอาใหม่ให้ดูใหม่

700
00:40:27,808 --> 00:40:31,808
ข้อไหน

701
00:40:40,743 --> 00:40:44,743
ครูก็ว่าจอมันใหญ่อยู่นะ แล้วมองไม่เห็นเลยเหรอ

702
00:40:48,386 --> 00:40:51,071
ข. นะคะ 5 ยกกำลัง 3

703
00:40:51,071 --> 00:40:52,986
ส่วนด้วย 6 ยกกำลัง 3 นั่นเองนะ

704
00:40:52,986 --> 00:40:56,986
อันนี้ง่าย ง่ายไหม

705
00:40:59,005 --> 00:41:00,358
หมดแล้วในสมบัติ

706
00:41:00,358 --> 00:41:03,434
ถึงข้อ 8

707
00:41:03,434 --> 00:41:04,960
ข้อไหน ข้อ

708
00:41:04,960 --> 00:41:07,223
16 นะคะ

709
00:41:07,223 --> 00:41:09,078
ตัวนี้ค่ะ อีกคุณสมบัติหนึ่ง

710
00:41:09,078 --> 00:41:11,381
ครูไม่ได้

711
00:41:11,381 --> 00:41:13,475
เอาตัวอย่างมาให้ดูแล้ว

712
00:41:13,475 --> 00:41:17,194
ถามตรง ๆ เลย

713
00:41:17,194 --> 00:41:20,324
ถ้าเป็นตัวนี้จำได้ไหม สมบัติคืออะไร

714
00:41:20,324 --> 00:41:24,324
10 เลขฐานเหมือนกันเลยนะลูก 10

715
00:41:26,055 --> 00:41:29,471
ส่วนข้างล่างก็คือ 10 เหมือนกัน มันเหมือนกัน เพราะฉะนั้น เอาเลขชี้กำลัง

716
00:41:29,471 --> 00:41:30,909
อันนี้ส่วนหมายถึงการการอะไรคะ

717
00:41:30,909 --> 00:41:32,852
การหาร

718
00:41:32,852 --> 00:41:35,232
เอาเลขชี้กำลังมาลบ

719
00:41:35,232 --> 00:41:37,144
เอามาลบข้างบนมี 10

720
00:41:37,144 --> 00:41:40,161
- 7 เหลือเท่าไ

721
00:41:40,161 --> 00:41:41,936
i 10 - 7 เหลือเท่าไ

722
00:41:41,936 --> 00:41:45,936
ร ตอบ ก. เหรอคะ

723
00:41:52,967 --> 00:41:56,967
ให้ไปทวนเอง อันนี้ครูบอก ครูเอาตัวอย่างข้อสอบมาให้ดูแล้ว ลูกจะต้องไปหาวิธีมาเอง

724
00:41:59,068 --> 00:42:01,415
ข้อไหน ไอ้เศษส่วนตัวนี้คือการลบเอาเลขชี้กำลังมาลบกันจำให้ได้

725
00:42:01,415 --> 00:42:03,210
ไปดูในสมุดที่เราเคยทำแบบฝึกหัด

726
00:42:03,210 --> 00:42:07,210
มานะคะ ตัวนี้น่ะ

727
00:42:09,859 --> 00:42:13,859
10 - 7 10 - 7 ได้เท่าไร

728
00:42:19,478 --> 00:42:22,361
ง. นะคะ ตอบ ง. 10

729
00:42:22,361 --> 00:42:25,788
อยู่ข้างบนเอาตัวเลขชี้กำลังที่อยู่ข้างบน

730
00:42:25,788 --> 00:42:27,417
ลบด้วยตัวเลขที่อยู่ข้างล่างนะคะ

731
00:42:27,417 --> 00:42:28,457
10 - 7

732
00:42:28,457 --> 00:42:31,126

733
00:42:31,126 --> 00:42:33,366
= 3 ก็คือ 10 ยกกำลัง 3

734
00:42:33,366 --> 00:42:35,932
3

735
00:42:35,932 --> 00:42:37,735
ดูดี ๆ นะ

736
00:42:37,735 --> 00:42:39,599
ถ้ามาเป็นแบบนี้ล่ะ

737
00:42:39,599 --> 00:42:42,213
ข้อ 18 ลูก

738
00:42:42,213 --> 00:42:46,213
เอาแล้ว มีทั้ง

739
00:42:48,926 --> 00:42:52,001
เศษส่วน มีทั้งการคูณด้วย แต่เลขฐานเหมือน กันจำให้ได้นะ 10 เหมือนกัน

740
00:42:52,001 --> 00:42:53,355
มีอยู่ 10 10 ทั้งนั้นเลยนะคะ

741
00:42:53,355 --> 00:42:55,870
เหมือนกัน

742
00:42:55,870 --> 00:42:57,335
เรามาดูว่าอันนี้ 10

743
00:42:57,335 --> 00:43:01,335
เล

744
00:43:03,601 --> 00:43:04,971
ข... อันนี้เป็นเศษส่วนใช่ไหม คือการหาร หารคืออะไร  คุณสมบัติ ก็คือเอาเลขชี้กำลังมา

745
00:43:04,971 --> 00:43:07,458
ลบกั

746
00:43:07,458 --> 00:43:09,573
น คู่นี้เอามาลบกันก่อน

747
00:43:09,573 --> 00:43:10,844
10 - 7

748
00:43:10,844 --> 00:43:13,813
เหลือเท่าไร

749
00:43:13,813 --> 00:43:17,813
เหลือ 10 - 7 เหลือเท่าไร

750
00:43:19,151 --> 00:43:21,327
อย่าเพิ่งตอบ อย่าเพิ่งตอบ คิดกันไปพร้อม ๆ กันก่อน

751
00:43:21,327 --> 00:43:22,388
เหลือ 3 เหลือ 3 ใช่ไหม

752
00:43:22,388 --> 00:43:25,344
อัน

753
00:43:25,344 --> 00:43:29,344
นี้ ทำต่อไป อันนี้คือ 10 ยกกำลัง 3

754
00:43:30,933 --> 00:43:32,716
มันคูณ คูณ คือ การเอาเลขชี้กำลังมารวมกัน

755
00:43:32,716 --> 00:43:33,742
อันนี้ได้ 3 แล้วนะ

756
00:43:33,742 --> 00:43:36,339
ได้ 3

757
00:43:36,339 --> 00:43:39,296
3 + 5 รวมเป็นเท่าไ

758
00:43:39,296 --> 00:43:42,369
ร 8 นั่นเอง คำตอบคือ

759
00:43:42,369 --> 00:43:45,701
ค. ถูกน

760
00:43:45,701 --> 00:43:49,701
ะลูก

761
00:43:50,398 --> 00:43:54,398
โอเค ครูอยากให้ลูกจำให้ได้ แล้วก็ฝึก

762
00:43:55,750 --> 00:43:59,750
ฝึกนะคะ ไปทบทวนดี ๆ ในเรื่องของเลขคุณสมบัติ ของเลขยกกำลังนะคะ

763
00:44:01,309 --> 00:44:02,545
เป็นเศษส่วนแบบนี้ ก็คือเอาเลขชี้กำลังมาลบกันนะคะ ถ้าเมื่อไหร่

764
00:44:02,545 --> 00:44:05,382
ที่เป็นการคูณแบบนี้

765
00:44:05,382 --> 00:44:09,382
คือ เอาเลขชี้กำลังมาบวกกัน

766
00:44:11,160 --> 00:44:15,160
ถ้าเมื่อ ไหร่ที่มันเป็นเลขยกกำลังซ้อนกันนะคะ ซ้อนกัน คือ เอาเลข

767
00:44:16,490 --> 00:44:19,362
ที่กำลังนี่มาคูณกันนะคะ อันนี้คือความหมายของเลขยกกำลังสมบัติของเขาที่

768
00:44:19,362 --> 00:44:22,303
ลูกจะต้องนำมาใช้ในการแก้โจทย์ปัญหานะ

769
00:44:22,303 --> 00:44:26,303
ถ้าเป็นข้อนี้ล่ะลูก

770
00:44:26,370 --> 00:44:30,370
เริ่มงงไหม

771
00:44:33,576 --> 00:44:35,866
เท่าไรนะ ดูดี ๆ นะ ดูดี ๆ นะ

772
00:44:35,866 --> 00:44:37,651
ตัวนี้ข้างบนคือ

773
00:44:37,651 --> 00:44:40,745
3

774
00:44:40,745 --> 00:44:44,745
ข้างล่างคือ 10 ให้เหลือมาดูตรงนี้

775
00:44:45,744 --> 00:44:48,597
5 ยกกำลัง 10 นี่ ตัวนี้ก็คืออยู่ข้างบนเหมือนกันนะคะ

776
00:44:48,597 --> 00:44:52,474
เพราะฉะนั้น เราสามารถตัดได้

777
00:44:52,474 --> 00:44:53,724
เอา 10 ตัวที่อยู่ข้างบนลบ 10 ตัวอยู่ข้างล่างเลย

778
00:44:53,724 --> 00:44:55,794
ไม่ต้องไป

779
00:44:55,794 --> 00:44:59,767
เอามาลบ 3 นะคะ

780
00:44:59,767 --> 00:45:01,616
ก 10 กับ 10 เท่ากัน ตัด

781
00:45:01,616 --> 00:45:03,975
เหลือไร

782
00:45:03,975 --> 00:45:07,975
จะเหลือ

783
00:45:09,841 --> 00:45:13,841
10 ได้อย่างไร เหลือ 3 ตัวเดียวน่ะ 3 อ่ะจะมา 7 ได้อย่างไร

784
00:45:19,450 --> 00:45:22,110
มัน 7 มันไม่ใช่เอา 10 ตรงนี้ ขึ้นไปข้างบนนะลูก - 3 ไม่ใช่

785
00:45:22,110 --> 00:45:25,420
ถ้าลูกจะทำลำดับแบบนี้ ก็คือ

786
00:45:25,420 --> 00:45:28,789
3 3 อยู่ข้างหน้า - 10

787
00:45:28,789 --> 00:45:32,789
คำตอบคือ -7 นะคะ ไม่ใช่ 7

788
00:45:36,020 --> 00:45:37,430
มันติดลบ เพราะว่าลบมันอยู่ข้างหลัง

789
00:45:37,430 --> 00:45:41,014
เข้าใจนะ

790
00:45:41,014 --> 00:45:45,014
3 3  - 10

791
00:45:45,843 --> 00:45:46,844
มันจะติดลบ - 7

792
00:45:46,844 --> 00:45:50,844
-7

793
00:45:51,105 --> 00:45:53,121
พอลูกได้คำตอบอันนี้ -7 แล้ว 5 ยกกำลังถ -7

794
00:45:53,121 --> 00:45:57,121
ลูกก็เอามาทำอะไรคะ

795
00:46:00,423 --> 00:46:01,185
เอามาบวกกับ 10 -7 + 10 = 3 นะคะ

796
00:46:01,185 --> 00:46:02,051
7 + 10

797
00:46:02,051 --> 00:46:06,051
= 3

798
00:46:09,026 --> 00:46:11,632
คำตอบเหมือนกันไหม ก็คือข้อ ง. คำตอบเหมือนกัน 8i^ถึงบอกว่าวิธีที่ง่ายที่สุด

799
00:46:11,632 --> 00:46:15,336
ลูกดูจำนวนเลย ข้างบนนี่

800
00:46:15,336 --> 00:46:19,336
อย่ามาลบแบบนี้ ลูฏอาจจะพลาดก็ได้ ดูว่า

801
00:46:20,027 --> 00:46:22,276
มันสมบัติเหมือนกันนะ ไอ้ 5 ยกกำลัง 10 นี่ มันอยู่ข้างบนเหมือนกัน

802
00:46:22,276 --> 00:46:23,679
เพราะฉะนั้น เรามาดูคู่นี้ก็ได้

803
00:46:23,679 --> 00:46:26,971
-10

804
00:46:26,971 --> 00:46:30,920
ง่ายมากเลย เท่ากับ 0 ใช่ไหมคะ มันก็โดนตัดไปแล้ว

805
00:46:30,920 --> 00:46:34,266
เท่ากับ 0 เพราะฉะนั้น มันก็เลยเหลือแค่ตัวเดียว 5 ยกกำลัง 3

806
00:46:34,266 --> 00:46:38,266
อันนี้ดี ๆ ลูกดูดี ๆ นะคะ

807
00:46:41,114 --> 00:46:44,050
อันไหนง่ายทำให้มันเป็นเรื่องง่าย อย่าไปทำให้เป็นเรื่องยากนะคะ เราอาจจะ

808
00:46:44,050 --> 00:46:46,551
ลบแล้วมันจะผิดไปเลยก็ได้

809
00:46:46,551 --> 00:46:50,551
ข้อนี้ลูก

810
00:46:52,629 --> 00:46:56,629
มีขั้นตอนการทำหลายขั้นตอนกันนะ

811
00:46:58,091 --> 00:47:00,698
3 ยกกำลัง... 5 ยกกำลัง  3 ส่วนด้วย 5 ยกกำลัง 10  อันนี้

812
00:47:00,698 --> 00:47:02,166
ตัวเลขข้างบนมันน้อยตัวเลข

813
00:47:02,166 --> 00:47:04,870
ข้างล่างมันเยอะ

814
00:47:04,870 --> 00:47:08,499
รอไปก่อน รอก่อนนะคะ

815
00:47:08,499 --> 00:47:09,922
พักไว้ก่อน แล้วมาทำตัวนี้ก่อน ตัวนี้คือไงละ

816
00:47:09,922 --> 00:47:12,509
5 ยกกำลัง

817
00:47:12,509 --> 00:47:16,509
5 ทั้งหมดยกกำลัง 3

818
00:47:17,046 --> 00:47:20,609
ตัวนี้ ก็คือการคูณหนูไหม 5 x 3 เป็นเท่าไหร่คะ

819
00:47:20,609 --> 00:47:24,609
5 x 3 ลูก

820
00:47:24,739 --> 00:47:26,267
5 ยกกำลังเท่าไรคะ

821
00:47:26,267 --> 00:47:30,267
ถูกต้อง 15

822
00:47:33,221 --> 00:47:35,749
อันนี้อยู่ข้างบนน่ะ 15 ตัวนี้อยู่ข้างบน

823
00:47:35,749 --> 00:47:37,418
ตอนนี้อยู่ข้างล่าง

824
00:47:37,418 --> 00:47:40,557
เอาตัวนี้มาลบก่อน

825
00:47:40,557 --> 00:47:43,232
ก็เท่ากับ 15

826
00:47:43,232 --> 00:47:46,193
ลบ 10 เหลือเท่าไรลูก

827
00:47:46,193 --> 00:47:50,193
เหลือ...

828
00:51:35,572 --> 00:51:39,572
เท่าไรครับ

829
00:51:42,579 --> 00:51:46,579
วิชาอื่น ๆ ล่ะ

830
00:51:47,528 --> 00:51:51,528
ครูไม่รู้ ให้ลู

831
00:51:52,137 --> 00:51:56,137

832
00:51:58,322 --> 00:52:00,716
กมาดูตรงนี้ บีม

833
00:52:00,716 --> 00:52:02,824

834
00:52:02,824 --> 00:52:06,824
ดื้อ เดี๋ยวก็ตกเองแหละ เรียบร้อย

835
00:52:08,077 --> 00:52:12,077
อันนี้เข้าใจ

836
00:52:13,390 --> 00:52:15,372
นะลูก ครูก็จะถาม

837
00:52:15,372 --> 00:52:19,372
อันนี้ ว่า

838
00:52:22,303 --> 00:52:25,648
วิชัย เรียนเท่าไร สลับกันบ้า

839
00:52:25,648 --> 00:52:27,418
ง วันพุธค

840
00:52:27,418 --> 00:52:28,924
าบ 3-4 เรียนวิชา

841
00:52:28,924 --> 00:52:30,245

842
00:52:30,245 --> 00:52:31,716
อะไร วันพุธ แล้วก็ต้อง

843
00:52:31,716 --> 00:52:34,519
พูดมาแต่ละ

844
00:52:34,519 --> 00:52:35,565
วันพุธสีเขียว

845
00:52:35,565 --> 00:52:39,065
นี้ค่ะ

846
00:52:39,065 --> 00:52:40,116
วิชาส่วน

847
00:52:40,116 --> 00:52:41,967
เรียน

848
00:52:41,967 --> 00:52:43,130

849
00:52:43,130 --> 00:52:45,265
ล

850
00:52:45,265 --> 00:52:47,080

851
00:52:47,080 --> 00:52:49,051
ูกก็ต้องไปหา อันนี้เอง

852
00:52:49,051 --> 00:52:52,718
Line

853
00:52:52,718 --> 00:52:56,339
ถามไว้

854
00:52:56,339 --> 00:52:57,591
เรื่องของ ครูอีก มีคำถาม

855
00:52:57,591 --> 00:53:00,599
ไม่มีถามแล้ว

856
00:53:00,599 --> 00:53:01,926
ครูหวังว่า

857
00:53:01,926 --> 00:53:04,581
ลูก ๆ จะทำข้อสอบของครูได้ออกของคุณ

858
00:53:04,581 --> 00:53:07,262
30

859
00:53:07,262 --> 00:53:08,959
ขั้นต่ำ

860
00:53:08,959 --> 00:53:11,235
ขั้นต่ำคือ

861
00:53:11,235 --> 00:53:15,235
ทำให้

862
00:53:17,198 --> 00:53:18,274
ในเรื่อง

863
00:53:18,274 --> 00:53:20,579
ก

864
00:53:20,579 --> 00:53:23,908
ารทำข้อสอบ มีคำถาม

865
00:53:23,908 --> 00:53:27,908
ไหมคะ ไม่มีคำถาม

866
00:53:28,937 --> 00:53:29,627
ครูจะให้

867
00:53:29,627 --> 00:53:30,588

868
00:53:30,588 --> 00:53:34,588
ลูก ๆ ฝึกนะ ฝึกในเรื่องของฟังก์ชัน อันนี้

869
00:53:36,936 --> 00:53:40,647
มีค่ะ

870
00:53:40,647 --> 00:53:41,783
อันนี้ข้อสอบ

871
00:53:41,783 --> 00:53:45,783
เรื่องที่

872
00:53:47,908 --> 00:53:49,409
นะคะ

873
00:53:49,409 --> 00:53:51,017
4 ข้อ

874
00:53:51,017 --> 00:53:54,041
นะคะ แต่ก่อนอื่น

875
00:53:54,041 --> 00:53:56,398
ให้ลูก ๆ

876
00:53:56,398 --> 00:54:00,398
ขอบคุณพี่ ๆ แล้วก็ใครจะเป็นตัวแทนขอบคุณพี่ ๆ บ้าง

877
00:54:16,029 --> 00:54:19,955
สรุปมีตัว

878
00:54:19,955 --> 00:54:22,724
แทนหรือยังห้องนี้ ห

879
00:54:22,724 --> 00:54:26,724
้องนี้รู้สึกจะมีเยอะมากเลย ถ้าได้เป็น

880
00:54:38,576 --> 00:54:39,863
ตัวแทน พูดดี ๆ นะลูก ไ

881
00:54:39,863 --> 00:54:41,385
หน ๆ เป็นผู้ชายแลวลูก ลูกต้อง

882
00:54:41,385 --> 00:54:45,385
หมู่บ้าน

883
00:54:45,909 --> 00:54:49,909
ความรู้สึก

884
00:54:50,804 --> 00:54:52,459
เรียน

885
00:54:52,459 --> 00:54:53,813
ตั้งแต่ต้น

886
00:54:53,813 --> 00:54:56,873
เดือน

887
00:54:56,873 --> 00:54:58,215
ข

888
00:54:58,215 --> 00:55:02,215
อบคุณพี่ที่ช่วยล่ามภาษามืย

889
00:55:03,480 --> 00:55:05,398
อ ให้เราม 5

890
00:55:05,398 --> 00:55:06,683
ลูกเม็ด

891
00:55:06,683 --> 00:55:10,683
คุยได้

892
00:55:25,137 --> 00:55:26,501
(ล่าม)  ครับ

893
00:55:26,501 --> 00:55:30,501
ก

894
00:55:32,695 --> 00:55:36,695
็คือ ก่อนหน้านั้น หาที่... ครูสอนเข้าใจบ

895
00:55:39,493 --> 00:55:42,047

896
00:55:42,047 --> 00:55:43,154

897
00:55:43,154 --> 00:55:44,106
แต่ก็พยายามที่จะเรียนรู้ครับ

898
00:55:44,106 --> 00:55:46,830
วันนี้มี

899
00:55:46,830 --> 00:55:50,830
พ

900
00:55:51,151 --> 00:55:52,421
ี่ล่ามอยากจ

901
00:55:52,421 --> 00:55:53,669

902
00:55:53,669 --> 00:55:56,207

903
00:55:56,207 --> 00:55:58,628
ะมีพี่ล่าม ดีไหมคะ

904
00:55:58,628 --> 00:56:00,599
อยาก

905
00:56:00,599 --> 00:56:04,599
อยาก

906
00:56:05,194 --> 00:56:07,301

907
00:56:07,301 --> 00:56:08,433
ฝากบีมนะ บีมเป็นคน

908
00:56:08,433 --> 00:56:09,302
ขี้เล่นหน่อย คนที่สมอง

909
00:56:09,302 --> 00:56:10,635

910
00:56:10,635 --> 00:56:13,307
เร็ววันที่แบบ

911
00:56:13,307 --> 00:56:14,833
เพราะฉะนั้น

912
00:56:14,833 --> 00:56:15,802
ปากนิดนึง

913
00:56:15,802 --> 00:56:17,905
อธิบาย

914
00:56:17,905 --> 00:56:18,874

915
00:56:18,874 --> 00:56:20,036
ให้ดูล่ามนิดหนึ่งนะคั ะ เพราะว่า

916
00:56:20,036 --> 00:56:21,416
แบบฝึก

917
00:56:21,416 --> 00:56:24,349
ข้อสอบ

918
00:56:24,349 --> 00:56:28,349
นี่ มันง่ายมาก เป็นเรื่องที่

919
00:56:31,494 --> 00:56:33,251
อยู่รอบตัวเรา ถ้าเราดูล่ามภาษามือ

920
00:56:33,251 --> 00:56:37,251
ดูจอ อยู่ไหนเด่น

921
00:56:38,205 --> 00:56:41,620
มากกว่า

922
00:56:41,620 --> 00:56:45,620
นี่ไหมคะ

923
00:56:45,716 --> 00:56:47,595
พี่

924
00:56:47,595 --> 00:56:51,595
เจ็ทพูดได้

925
00:57:06,580 --> 00:57:10,580

926
00:57:18,710 --> 00:57:21,323
(ล่าม)  ค่ะ ขอบคุณ ขอบคุณ

927
00:57:21,323 --> 00:57:25,323
ค่ะ ในเรื่อง...

928
00:57:27,621 --> 00:57:30,576
ค่ะ ขอบคุณค่ะ

929
00:57:30,576 --> 00:57:34,576
(อาจารย์เชาวนี) เขินใช่ไหม เข้าใจ

930
00:57:34,678 --> 00:57:38,678
อายใช่ไหม

931
00:57:39,025 --> 00:57:40,254
ไม่ต้องอาย

932
00:57:40,254 --> 00:57:41,528
เรียนกับ

933
00:57:41,528 --> 00:57:42,817
ตั้งแต่ ม.4

934
00:57:42,817 --> 00:57:45,355

935
00:57:45,355 --> 00:57:47,867
พบกัน

936
00:57:47,867 --> 00:57:50,431
... ได้เลยนะคะ

937
00:57:50,431 --> 00:57:54,052
มีไหม มีอีก

938
00:57:54,052 --> 00:57:58,052
ไหมคะ พี่ิบิว...

939
00:58:19,982 --> 00:58:21,788
ค่ะขอบคุณ

940
00:58:21,788 --> 00:58:25,605
พี่ล่ามค

941
00:58:25,605 --> 00:58:27,139

942
00:58:27,139 --> 00:58:28,907
่ะ พี่คอยใช้ภาษามือ

943
00:58:28,907 --> 00:58:30,983

944
00:58:30,983 --> 00:58:33,450

945
00:58:33,450 --> 00:58:35,467

946
00:58:35,467 --> 00:58:38,350
... พูดสั้้นมาเลย ไออุ่น ไออุ่น

947
00:58:38,350 --> 00:58:42,350
ออกมา

948
00:58:57,398 --> 00:58:58,902

949
00:58:58,902 --> 00:59:00,136
ดูนะไออุ่น ครูจะไม่ให้ลอกเพื่อน

950
00:59:00,136 --> 00:59:01,812
แล้ว ดูนะ ความรู้สึก

951
00:59:01,812 --> 00:59:05,812

952
00:59:19,626 --> 00:59:20,699
ไออุ่น ขอบคุณพี่่ลาม...

953
00:59:20,699 --> 00:59:23,947
พ

954
00:59:23,947 --> 00:59:27,947
ี่ล่ามคอยแปลให้พวกเราเรียนค่ะ

955
00:59:29,994 --> 00:59:33,994
ขอบคุณค่ะ (อาจารย์เชาวนี) พี่บีม

956
00:59:34,800 --> 00:59:37,812
ทำไม ทำไมไม่ออกมา

957
00:59:37,812 --> 00:59:41,214
มาเป็นแพ็กคู่

958
00:59:41,214 --> 00:59:43,061
เอามาส่งหน่อย

959
00:59:43,061 --> 00:59:47,061
นะ ฮานอย ออกมา

960
01:00:01,629 --> 01:00:05,629
จะพูดอะไรลูฏ

961
01:00:13,839 --> 01:00:15,159
ฮ

962
01:00:15,159 --> 01:00:19,159
านอยตื่นเต้น ตื่นเต้นอะไร

963
01:00:27,786 --> 01:00:28,856
(ล่าม)  ขอบคุณ

964
01:00:28,856 --> 01:00:32,328
ที่แปลภาษามือ

965
01:00:32,328 --> 01:00:35,375
ให้เข้าใจ

966
01:00:35,375 --> 01:00:39,375
เ ตรียมตั้งแต่

967
01:00:42,835 --> 01:00:43,982
ขอขอบคุณ

968
01:00:43,982 --> 01:00:47,982

969
01:00:49,095 --> 01:00:50,652
ทำให้เรียนเข้าใจมากขึ้น

970
01:00:50,652 --> 01:00:54,652
ดูจอด้วย ภาษา่มือด้วย

971
01:00:56,738 --> 01:01:00,067
ดูทั้งคู่

972
01:01:00,067 --> 01:01:02,707
ก็เข้าใจดีค่ะ โอเคขอบคุณครับ

973
01:01:02,707 --> 01:01:03,857
แสดงว่า

974
01:01:03,857 --> 01:01:07,380
ในการ

975
01:01:07,380 --> 01:01:09,027
การเรียนการสอน

976
01:01:09,027 --> 01:01:10,553
แบบนี้นะ ถ้าเจอหน้าครู... ชอบ

977
01:01:10,553 --> 01:01:13,915

978
01:01:13,915 --> 01:01:15,055
ต่อไป

979
01:01:15,055 --> 01:01:17,715
... เลยนะ

980
01:01:17,715 --> 01:01:20,073

981
01:01:20,073 --> 01:01:24,073
ไม่ให้ครูสอนใช่ไหม ให้พี่ล่ามเป็นคนสอน

982
01:01:26,576 --> 01:01:30,576

983
01:01:30,620 --> 01:01:31,743

984
01:01:31,743 --> 01:01:33,818

985
01:01:33,818 --> 01:01:35,372

986
01:01:35,372 --> 01:01:36,630
ต่อไป เดี๋ยวออกมาถ่าย

987
01:01:36,630 --> 01:01:40,630
ภาพรวม อย่าเพิ่งบ๊ายบาย

988
01:01:41,841 --> 01:01:43,196
ครูจะขอถ่ายภาพ

989
01:01:43,196 --> 01:01:46,440
บรรยากาศนิดหนึ่ง

990
01:01:46,440 --> 01:01:50,440
ก่อนที่จะปิดเทอมนะคะ

991
01:03:05,949 --> 01:03:09,949
โอเค ขอบคุณมากค่ะ

992
01:03:21,885 --> 01:03:24,715
ลูก ๆ คะ ใ

993
01:03:24,715 --> 01:03:27,272
ห้ทำแบบฝึกได้นะคะ มีอยู่

994
01:03:27,272 --> 01:03:31,272
4 ข้อด้วยกัน

