รายการต่อไปติดตามรายการห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้าครับ [เสียงดนตรี] (คุณณัฐภัทรพล) สวัสดีครับ (คุณธีรพงศ์) สวัสดีครับ (คุณณัฐภัทรพล) รัฐสภาแชนแนลภาคเช้าแล้วนะครับ วันนี้อยู่กับคุณ ธีรพงศ์ ทะนัน และผม ณัฐภัทรพล จุติการพาณิชย์ และอาจารย์ล่ามภาษามืออาจารย์คมคิด สันสนะเกียรติ แล้วเดี๋ยวช่วงข่าวต่างประเทศ พบกับคุณกิตติ เสรีประยูร วันนี้เรามาพบกันวันพฤหัสบดี ที่ 26 กันยายน 2567 นะครับ ต้องบอกว้าสถานการณ์น้ำท่วมเชียงใหม่ น่าเป็นห่วงเลยทีเดียว เมื่อคืนเขาทุบสถิติแล้วนะ แม่น้ำปิงนี่ สูงที่สุดในประวัติการแล้วนะ แล้วก็ปี 2554 ด้วย หลายคนที่ความกังวล เพราะว่าระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นมา ไนท์บาร์ซ่าตลาดก่อนนะครับ เพื่อความปลอดภัยทรัพย์สินของพ่อค้าแม่ค้าด้วยนะครับ เห็นว่าเมื่อช่วงสายที่ผ่านมามันลดลงไปนิดหนึ่งประมาณ 2 เซนติเมตร แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะมีเพิ่มขึ้นอีกหรือเปล่า เพราะว่าเห็นว่าช่วงปลายเดือนนี้ เห็นว่า 2-3 วัน เดี๋ยวฝนมาอีกระลอกหนึ่ง (คุณณัฐภัทรพล) เดี๋ยวมีฝนลงมานะครับ คุณผู้ชมครับ ก็ต้องระวังกันด้วย น้ำท่วมครั้งนี้ใหญ่จริง ๆ นะครับ ในพื้นที่ภาคเหนือต่าง ๆ ทุกภาคส่วนก็มีการส่งความช่วยเหลือไปนะครับ ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน หรือว่าภาครัฐบาลเอง ตอนนี้ให้กำลังใจกันต่อไปก่อน ใครที่ยังไม่ท่วม แต่คาดการณ์ว่าน้ำอาจจะมาเก็บของขึ้นไว้ที่สูงไว้ก่อนนะ (คุณธีรพงศ์) คือ ถ้าจากเชียงใหม่ใช่ไหมครับ แล้วจากน้ำปิงท่วมเหมือนกัน ปิง วัง มาแล้ว 2 เดี๋ยวมารวมกันที่ปากน้ำโพ หมือนกัน ปิง วัง มาแล้ว 2 เดี๋ยวมารวมกันที่ปากน้ำโพ เจ้าพระยา เดี๋ยวรอรับ มาแน่ ๆ (คุณณัฐภัทรพล) สถานการณ์ปีนี้ค่อนข้างที่จะหนักนะครับคุณผู้ชมครับ แต่หลายคนอาจจะเป็นกังวลว่าน้ำมันจะมาถึงพื้นที่กรุงเทพมหานครหรือเปล่า แต่ว่าเขาก็มีการคาคการณ์กันว่าปริมาณน้ำนี่ มันยังไม่เยอะเท่ากับปี 2554 ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ (คุณธีรพงศ์) อาจจะไม่ท่วมใหญ่ขนาดนั้นพื้นที่บริเวณใกล้ตลิ่งนี่นะครับ ก็ที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซากบ่อย อันนี้มันอาจจะขึ้นมานะ ต้องระวังเหมือนกัน ต้องติดตามข่าวสารน้ำท่วมให้ ดี ๆ ด้วยนะครับ ขณะที่การแจกเงินหมื่นกลุ่มเปราะบาง เมื่อวานเห็ฯภาพ คนไปต่อคิวกันแถวนี่ยาวเหยียด หลายธนาคารเลย โดยเฉพาะธนาคารของรัฐ ธกส. ออมสิน แถวยาวมาก (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ นอกจากสาขา แล้วก็ตู้ ATM นะครับ คุณผู้ชม คิวก็ยาวเหมือนกันนะครับ เมื่อคืนที่ผ่านมานี่ เข้าแล้วนะ ใครที่มีเลขบัตรประชาชนลงท้ายด้วย 1 2 3 เลขอยู่ที่ 4.5 ล้านคน คุณธีรพงศ์ ในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา แน่นอนว่าหลายคนเปิดมือถือขึ้นมาเช้านี้เช็กแล้วนะ 10,000 บาทเข้าหรือยัง ในโซเชียลนะครับ มันมีการปล่อยคลิปออกมา บอกว่าไม่อยากจะเชื่อเลยเหมือนฝัน ได้เงิน 10,000 จริง ๆ เหรอ หลายคนดีใจ ก็มีการพูดคุยกันเหมือนกันว่า เอ๊ะ จะเอาไปทำอะไรครับ บ้างก็บอกว่าเอาไปซื้อของกินของใช้นี่แหละ เป็นหลักนะ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ เมื่อวานท่านนายกฯ แพทองธาร ออกมาบอกเกี่ยวกับเรื่องของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เรื่องของโครงการแจกเงิน 10,000 บาท ก็ยังคงใช้คำว่า "พายุหมุนทางเศรษฐกิจ" เหมือนเดิมนะคุณผู้ชม เฟส 3 เฟสต่อ ๆ ไปนี่ พยายามจะเอาเข้าดิจิทัลวอลเล็ตคอตอนนี้มีฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลก็มองเหมือนกันนะครับ ในเฟสต่อไปเขาจะได้จริงหรือเปล่า 1. แล้วเขาเรียกว่าบอกกรอบไทม์ไลน์ ให้มันชัดเจนกว่านี้ไหม และจะได้เป็นเงินสดเหมือนกันไหม เขาบอกว่าถ้าได้เงินสด แต่คาดว่าไม่น่าจะใช่ (คุณณัฐภัทรพล) คาดว่าจะเข้าสู่ระบบดิจิทัล ที่เขาจะมีการปูรากฐานที่เป็นระบบประเทศไทย (คุณธีรพงศ์) เพราะว่ากลุ่มก่อนหลังจะมีกว่าเยอะมาก เยอะกว่ากลุ่มก่อนแรกใน 5 วันนี้ (คุณณัฐภัทรพล) ถูกต้อง คุณผู้ชมครับ ก็ต้องรอกันไป เดี๋ยวทางด้านของกระทรวงการคลังก็มีการแถลงความชัดเจน เรื่องของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจแจกเงิน 10,000 บาทนี่นะครับคุณผู้ชมครับ ไปดูในสภาที่ผ่านมาดีกว่าครับ ผู้ชมครับ มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนะครับ เกี่ยวกับเรื่องของการพิจารณาร่างกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือว่าที่เรียกกันสั้น ๆ นะครับ ว่า "กฎหมายไม่ตีเด็ก" นี่แหละครับ ก็ทางด้านกรรมาธิการก็มีการขอถอนร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ หลักจากที่สภาผู้แทนราษฎรส่วนใหญ่ก็มองในความเห็นหลากหลายมุม ไปดูกันดีกว่ากับบรรยากาศการประชุมวุฒิสภาที่ผ่านมาคุณผู้ชมครับ ได้มาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับที่... ไม่ตีเด็กนั่นเองนะครับ ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว คุณสัพสิทธิ์ ได้มีการกล่าวชี้แจงต่อที่ประชุมนะครับ ว่าคณะกรรมาธิการได้มีการพิจารณาปรับแก้ในมาตราที่ 3 โดยพิจารณาให้เหมาะสมเจตนารมณ์ในการลงโทษของผู้ปกครอง ว่ากล่าว สั่งสอนไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของเด็ก ที่มีความพัฒนาต่อต้องการให้ผู้ปกครองมีทัศนคติเชิงบวกในการเลี้ยงดูบุตร มีความสัมพันธ์และความผูกพันที่ดีกับบุตร จากนั้นที่ประชุมได้มีการพิจารณาร่างกฎหมายรายมาตราครับ เริ่มตั้งแต่ชื่อร่างเรียงตามลำดับ รวมถึงภาคสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน ได้มีการอภิปรายกฏหมายฉบับนี้เป็นส่วนใหญ่ แล้วต่างก็มีความเห็นตรงกันนะครับ เช่น ทางด้านของคุณพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ว่าควรเปลี่ยนความคิดที่ว่า "รักวัวให้ผู้ รักลูกให้ตี" มาเป็นการกระทำที่อ่อนโยนย ให้เหตุผล และปรารถนาดีกับบุตรในวิธีที่ถูกต้อง เช่นเดียวกับคุณศศิชาธรรมนิฐินันท์ครับ กรุงเทพมหานคร ที่มีการกล่าวนะครับ ว่ากฎหมายทารุณกรรมสัตว์ไปได้แล้ว มีการตั้งคำถามอะไรกับการคุ้มครองมนุษย์ด้วยกัน โดยสมาชิกหลายคนมองว่าการเฆี่ยนตีนี่ ทำให้เด็กไทยโตมาเป็นคนดี ซึ่งส่วนตัวมองมาว่าการตีนี่นะครับ ไม่ได้ตอบโจทย์ว่าทุกคนจะกลายเป็นคนดีนั่นเอง ต่างกับอีกท่านหนึ่งครับ คุณผู้ชมครับ คุณสมาชิกวุฒิสภาผู้แทนราษฎรที่ได้... ชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มีการอภิปรายนะครับ ว่าร่างกฎหมายดังกล่าวนี้จะเป็นบรรทัดฐานให้กับสังคม โดยเฉพาะสถาบันครอบครัวและแม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเลี้ยงดูหลาน แต่กฎหมายดังกล่าวมีบทบัญญัติริดรอนสิทธิในการดูแลบุตรนั่นเอง เช่นเดียวกับจ่าอากาศเอกอภิชาติ ผู้แทยราษฎรจังหวัดเพชรบุรี ก็ได้มีการอภิปรายต่อร่างกฎหมายไม่ตีเด็กนี่แหละครับ มีการอภิปรายว่าส่วนตัวการลงโทษเด็กนั้นเป็นใคร หากเป็นพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดนั้นก็สามารถทำได้ เพราะว่าสังคมไทย ตั้งแต่อดีต ถึงปัจจุบัน ให้เป็นคนดี เช่น สิ่งได้ที่ถูกทำดีก็ต้องชมเชย แต่หากทำผิดสามารถว่ากล่าวหรือว่าติติงได้ หากพ่อแม่ไม่มีสิทธิ์ตีลูก อะไรจะเกิดขึ้น จึงต้องมีการแยกแยะสิ่งที่จะเกิดขึ้น และพ่อแม่ ควรที่จะตีลูกได้เหมือนเดิมนะครับ อีกท่านหนึ่งครับ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สส. จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทยครับ ว่ามีข้อเกี่ยวกับเรื่องของกฎหมายดังกล่าว ว่ามีเพื่อนสมาชิกสนับสนุนแล้วก็คัดค้านนะครับ ซึ่งก็ต้องอภิปรายตามความเป็นจริงเสียงส่วนใหญ่ยังคงคัดค้าน มีการเสนอให้คณะกรรมาธิการนำร่างกฎหมายไปปรับแก้ก่อน เมื่อขัดกับหลักการนั่นเอง จนท้ายที่สุดคุณผู้ชมครับ การประชุมมีการพิจารณามาตรา 3 คณะกรรมาธิการก็ได้ห้องพ้องร่วมกันในการขอถอนร่างพระราชบัญญัติกลับไปปรับปรุงแก้ไข โดยที่ไม่ขัดข้องนั่นเองนะครับคุณผู้ชมครับ เดี๋ยววันนี้มีการติดตามกันต่อนะ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในช่วงเวลา 09.00 น. นะคุณธีรพงศ์ (คุณธีรพงศ์) ใช่ครับ ขณะที่ยังต่อเนื่องกับกฎหมายฉบับนี้ ไม่ตีเด็กนะครับ แล้วทีนี้ไปฟังคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม กันหน่อย เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการร่างกฎหมาย แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ก็หรือว่าเป็นรองประธานร่างกฎหมายไม่ตีเด็กนี่ ก็บอกว่าที่สภาผู้แทนราษฎรนี่นะครับ หลังจากมีมติให้ถอนร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ ก็ได้มีการแถลงออกมานะครับ ก็บอกว่าให้มีการกลับไปทบทวนก่อน จะพิจารณาอีกครั้ง ในขั้นพิจารณากรรมธิการ ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ว่าการลงโทษเด็กนั้นไม่เป็นการทารุณกรรม แล้วก็ไม่เป็นการกระทำใด ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย และจิตใจเด็ก ยืนยันนะครับ ว่าเนื้อหาสาระที่มีการปรับแก้เป็นไปในแง่สนับสนุนผู้ปกครองให้ใช้วิธีการทำโทษเด็กที่เหมาะสม ไม่มีประเด็นที่ระบุว่าพ่อแม่ผู้ปกครอง ไม่สามารถทำโทษบุตรได้นะครับ ส่วนที่มีการอภิปรายท้วงติงเรื่องการเฆี่ยนตี คำว่า "เฆี่ยนตี" คณะกรรมาธิการไม่ได้กำหนดโทษเข้าไปแต่เป็นคำที่ปรากฏอยู่ในขั้นตอนการรับหลักการในวาระที่ 1 ที่สภาให้ความเห็นชอบนะครับ ตนจึงคิดว่าในการพิจารณาวาระ 2 และวาระ 3 ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเพิกถอนร่าง หรือไม่เห็นด้วยในการพิจารณาผ่านร่างนะครับ อย่างไรก็ตามจากมติดังกล่าวของสภาผู้แทนราษฎร อาจจะสะท้อนว่าพรรคประชาชนและคณะะรรมาธิการยังไม่สามารถที่จะสื่อสารสามารถที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับไม่สามารถที่จะสื่อสารสามารถที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายดังกล่าวนี้ กับพ่อแม่ได้มากพอนะครับ เพราะว่ายังมีความไม่เข้าใจอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการต้องทำการบ้านให้หนักขึ้น เพื่อสื่อสารทำความเข้าใจที่ถูกต้องนะครับ ว่าเกี่ยวกับกฎหมายดังกล่าวนี้ แม้เป็นกฎหมายฝ่ายค้านเพียงพรรคเดียว ฉบับเดียวใน 2 สมัยประชุมสภาด้วยนะครับ ที่ผ่านมานี่โดยที่ไม่มีร่างพรรคการเมืองอื่นประกบในการพิจารณา แต่ไม่ควรนำเรื่องนี้เป็นประเด็นทางการเมืองที่จะไม่เห็นด้วยกับกฎหมายดังกล่าว ควรพิจารณาจากเนื้อหาสาระที่มุ่งเน้นการปกป้องสิทธิเด็กมากกว่านะครับ คุณณัฐวุฒิยังบอกว่าเพิ่มเติมว่าหลังจากนี้ทางคณะกรรมาธิการจะนัดประชุมอย่างเร่งด่วนที่สุดนะครับ เพื่อทบทวน มีเหตุจำเป็น หรือมีสิ่งใดที่ต้องปรับแก้ไขหรือไม่ จะมีการปรับแก้ไขถ้อยคำอื่นใดหรือไม่ เพื่อสื่อสาร เรื่องเหล่านี้ต่อประชาชน แล้วก็ผู้ปกครองของเด็กทุกคนให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยคณะกรรมาธิการจะแก้ไขร่างดังกล่าวขัดต่อหลักการที่มีการกล่าวอ่างในการอภิปรายหรือไม่ รวมถึงมีถ้อยคำใดที่อาจจะทำให้สมาชิกไม่เข้าใจหรือไม่นะครับ ตลอดจนเรื่องกระบวนการวิธีการสื่อสารต่อสาธารณะที่อาจจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้หรือไม่ อย่างไร โดยภายหลังการพิจารณาทบทวนร่างแล้ว นี่ก็จะรีบส่งกลับเข้าสู่การพิจารณาของสภานะครับ เพื่อให้ทันเวลาที่เหลืออยู่ของการประชุมสภาของในสมัยนี้นะครับ มีเสียงคุณณัฐวุฒิครับ (คุณณัฐวุฒ) ผมยังยืนยันว่าเป็นเนื้อหาสาระที่สอดคล้อง มุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนพ่อแม่ผู้ปกครองในการมีวิธีที่เหมาะสมในการทำโทษบุตร ไม่ใช่กรณีในกรณีที่ถูกกล่าววอ้างว่าจะไม่สามารถลงโทษหรือกระทำใด ๆ กับบุตรได้ หรือเป็นกรณีที่ถูกกล่าวอ้างว่าการแตกแยกในครอบครัว จะนำไปสู่การฟ้องร้อง การแทรกแซงหรือดำเนินคดีต่อพ่อแม่ผู้ปกครอง ซึ่งประเด็นนั้นไม่มีความเกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ (คุณณัฐภัทรพล) หลังจากกฎหมายไม่ตีเด็กเสร็จสิ้นลงไปครับ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวานก็มีการพิจารณาเรื่องของกฎหมายชาติพันธุ์นะครับ เรื่องนี้เองนะครับ มีการพิจารณาถึงช่วงเย็น ๆ ครับ ท้ายที่สุดแล้วคณะกรรมาธิการที่มีการพิจารณา พรบ. คุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์นี่นะครับ มีการถอนเกี่ยวกับร่างกฎหมายนี้กลับไปนั่นเองครับ ไปดูกันครับ กับร่างกฎหมายที่น่าสนใจอีกฉบับหนึ่ง ก็คือเรื่องของพระราชบัญญัติ คุ้มครองและส่งเสริมชาติพันธุ์ พ.ศ. ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ ได้มีท่าน... ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้มีการเสนอต่อที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วที่ประชุม โดยคุก็ได้มีการชี้แจงในชั้นคณะกรรมาธิการนะครับ ได้มีการชี้แจงในชั้นคณะกรรมาธิการนะครับ ว่าคณะกรรมาธิการได้รับผลการรับฟังความคิดเห็น ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากกฎหมายมาพิจารณาร่วมกัน โดยร่างกฎหมายดังกล่าว จะเป็นที่ทุกภาคส่วนจะเข้ามามีส่วนร่วมในการผลักดัน และเป็นก้าวแรกสำหรับชาวชาติพันธุ์ของประเทศ และประชาชนทุกคนได้โอบรัดพหุวัฒนธรรมที่โอบรัดคนทุกกลุ่มไว้อย่างเสมอภาค จากนั้นที่ประชุมได้มีการพิจารณากฎหมายเป็นร่างมาตราเป็นรายมาตรา 35 มาตรานะครับ ซึ่งเริ่มพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง เรื่อง เรียงตามลำดับ จนถึงร่างมาตราที่ 35 ครับ โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรร่วมลงชื่ออภิปรายอย่างกว้างขวาง อย่างเช่น ด้านของคุณอัครเดช พิทักา์โรจน์ สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติครับ ได้มีการใช้สิทธิในการอภิปรายด้านกรรมาที่ 3 คณะกรรมาธิการให้คำนิยามเรื่องของชนเผ่าพื้นเมือง ว่ากลุ่มชาติพันธุ์มีความสืบเนื่องทางประวัติศาสตร์สัมพันธ์กับถิ่นฐาน ว่าพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคการเมืองเดียว ที่ไม่เห็นด้วยให้มีคำว่า "ชนเผ่าพื้นเมือง" อยู่มีร่างกฎหมาย เพราะว่ามองเรื่องของความมั่นคงเป็นหลักนะครับ อนาคตสามารถแยกออกไปตั้งหรือปกครองตนเองได้ ในประเทศไทยมีกว่า 50 กลุ่มชาติพันธุ์ ต่างอยากเป็นคนไทย ไม่มีใครอยากเป็นชาวชนเมืองพร้อมกับย้ำว่าประเทศไทยมีเผ่าเดียว ก็คือเผาไทยนี่แหละครับ รวมเลือดเนื้อ ชาติเชื้อไทย มาเป็นเพลงชาติเลยนะคุณธีรพงศ์ ซึ่งหลังจากนี้นะครับ คุณมานพ คิรีภูวดม ได้มีการชี้แจงถึงความจำบัญญัติเป็นว่าคำว่า "ชนเผ่าพื้นเมือง" ว่าจะหนีข้อเท็จจริงเรื่องนี้ไมไ่ด้ที่ประเทศไทยมีการวมกันที่หลากหลายของชนเผ่า จึงจำเป็นต้องปกป้องคุ้มครองคนส่วนน้อยนี้นะครับ ไม่มีความแตกแยกเข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันประเทศไทยร่วมลงนามว่าด้วยสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง ตามปฏิญาณสากลแห่งสหประชาชาติ ทำงานกับองค์กรนานาชาติมากมายเลยทีเดียวนะครับ "ชนเผ่าพื้นเมือง" ที่ได้ร่างในกฎหมาย จะไปคุยข้อเท็จจริงเหล่านี้ได้อย่างไรนั่นเองนะครับ อีกท่านหนึ่งครับ ไปดูทางด้านของคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนนะครับ ได้มีการอภิปรายสนับสนุนร่างกฎหมาย พร้อมขอให้พิจารณาการคุ้มครองสิทธิต่าง ๆ สำหรับชนกลุ่มน้อย และกลุ่มชาติพันธุ์ที่ควรมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกันกับคนส่วนมาก เช่น การเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขฟรีและสิทธิทั่วหน้า โดยไม่ทำที่ดินทำกิน และการไม่เลือกปฏิบัติครับ ทางกฎหมายนั่นเองครับ โดยที่ประชุมพิจารณาต่อเนื่องมาถึงมาตรา 4 มีคุณปิยรัตน์ ได้ขออนุญาตที่ประชุม ถอนร่างกฎหมายและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ออกจากการพิจารณาของรัฐสภา เพื่อที่จะมีการนำกลับไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่งครับ โดยให้เหตุผลว่าร่างกฎหมายนี้ยังมีอีกหลายมิติหลายแง่มุมที่คณะกรรมาธิการต้องพิจารณาให้ครอบคลุม เพื่อให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นร่างที่คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ และชาติพันธุ์ทั้งประเทศนั่นเองนะครับ หลังจากนั้นเองคุณผู้ชมครับ คุณมานพ คิรี ภูวดล ครับ สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ก็ได้ใช้สิทธิ์ในฐานะกรรมาธิการเหมือนกันครับ ก็ใช้สิทธิอภิปรายด้วยว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ ได้มรกา่รพิจารณารอบคอบและด้วยความเข้าใจดีของคุณฝ่าย วิปก็ได้มีการพูดคุยกันแล้วนะครับ แล้วได้มีการพิจารณาหารือกันในที่ประชุมสภา อย่างเช่น คำว่า "ชนเผ่าพื้นเมือง" และ "ชาติพันธุ์" ไม่มีสัญญาณที่จะถอนร่างกลับไปพิจารณา จึงขอให้สภาได้พิจารณาต่อเนื่องครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มีการเสนอกฎหมาย ทั้งของภาคประชาชน พรรคการเมือง แล้วก็คณะรัฐมนตรีนั่นเองครับ อีกท่านหนึ่ง ลุกขึ้นมาเลย ในฐานะวิปฝ่ายค้านครับคุณผู้ชมครับ คุณชุติพงศ์ ลุกขึ้นมาเลย ในฐานะวิปฝ่ายค้าน คุณชุติพงศ์ สส. จังหวัดระยอง พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นมาอภิปรายครับ โดยระบุว่าหากมีการถอนร่างการอภิปรายอีกครั้ง คณะกรรมาธิการอีกครั้ง จะทำให้เสียเวลาของสภาครับ การทำงานของคณะกรรมาธิการที่ผ่านมีฝ่ายคณะรัฐมนตรี ทุกพรรค และจากภาคประชาชน จึงไม่ควรขอให้ถอนร่างกฎหมายออกไปก่อน จึงขอให้ที่ประชุมลงมติว่าสมควรถอนร่างต่อไปหรือไม่นั่นเองครับ ส่วนต่อมาครับ คุณผู้ชมครับ ครูมานิต สงพุ่ม สส. สุรินทร์ พรรคเพื่อไทยครับ ก็ได้ออกมาอภิปรายครัในที่ประชุมวิปรัฐบาลก็ได้มีการหารือเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งรัฐบาลยัวมีความสับสนกันอยู่ แต่สามารถแก้ปัญหาได้เมื่อเข้าสภานะครับ เพราะไม่ต้องการให้ระบุว่าฝ่ายรัฐบาลมีเจตนาร้าย เพราะตั้งแต่ทำกฎหมายมา ยังไม่เคยเห็นกฎหมายฉบับเดียว แต่ใช้เวลาชั่วโมงกว่า ๆ นี่ล่ะครับ และไม่เข้าใจการโหวต จึงเห็นว่าควรถอนร่างกฎหมายออกไปก่อน แล้วค่อยมาเจรจาความกันอีกครั้งหนึ่งนะครับ และที่่ว่าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเห็นชอบให้มีการถอนร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. ออกไปก่อนตามที่ประธานคณะกรรมาธิการเสนอ ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 255 เสียง และไม่เห็นด้วย 137 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียงอีก 1 เสียงนั่นเองนะครับ (คุณธีรพงศ์) มาดูอีกหนึ่งมุมมองกันบ้างนะครับ ประเด็นช่วงนี้เกี่ยวกับการแก้ไขจริยธรรมของนักการเมืองนะครับ ไปดูกันบ้าง เขาเคยเป็นอดีตคณะกรรมการจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 นะครับ ก็บอกว่าเห็นด้วยนะส่วนตัว ควรจะมีการแก้ไข แต่เรื่องจริยธรรมนักการเมือง บอกกันเลยว่าจริง ๆ แล้วก็ควรจะอยู่ในบทกฎหมายนะ ควรใจของนักการเมืองมากกว่า และก็ควรมีการปลูกจิตสำนึกที่ดีให้กับนักการเมือง เห็นด้วยที่เริ่มจากกระบวนการ สสร. และเริ่มทำประชามตินี่นะครับ นายนิกรณ์ จำนง อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการวิสามัญ ว่าด้วยกฎหมายยกร่างข้อบังคับ ว่าด้วยประมวลจริยธรรมางข้อบังคับ ว่าด้วยประมวลจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร และอดีตคณะกรรมาธิการ นุการคณะกรรมจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 25 นะครับ ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับระบบจริยธรรมในระบบการเมือง บอกว่าจริยธรรมที่แท้จริง ไม่ได้อยุ่ในตัวบทกฎหมาย แต่ต้องสร้างให้อยู่ในใจนักการเมืองให้ได้ ซึ่งการที่นักการเมืองจะมีจริยธรรมนั้นมันตรวจสอบยากน่ะนะครับ ดังนั้น ต้องส่งเสริมให้จริยธรรมเกิดขึ้น แต่ทั้งนี้การมีจริยธรรมเป็นหลักการเอาไว้ ก็จะทำให้สถาบันทางการเมืองและนักการเมืองดีขึ้น พร้อมยอมรับว่าประมวลจริยธรรมจะเขียนอย่างไร ก็มีความซับซ้อนละเอียดอ่อน โดยเฉพาะปัญหาที่สำคัญ ก็คือ สส. ต้องมีจริยธรรมเป็นของตัวเอง เนื่องจากขณะนี้ อยู่ภายใต้จริยธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ ที่มองว่าบางเรื่องครอบทั้งหมด ไม่สอดคล้องกัน เพราะหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญใกล้ชิดกับประชาชนไม่ได้ ไม่เหมือน สส. หน้าที่ สส. ที่ต้องใกล้ชิดกับประชาชน เพราะถ้าหาก สส. ไม่ใกล้ชิดกับประชาชนอาจผิดจริยธรรมได้นะครับ นอกจากนี้คุณนิกรณ์ยังบอกนะครับ ว่าที่ออกประมวลจริยธรรมช้า การลงโทษก็ได้เพียงประมวลจริยธรรมช้า การลงโทษก็ได้เพียงตำหนิและตักเตือนเท่านั้น ไม่มีการลงโทษร้ายแรง ส่วนหลักปฏิบัติที่จะทำให้เกิดจริยธรรม ตนมองว่าต้องเกิดจากแรงกดดันของประชาชน ซึ่งหลักจริยธรรมก็ออกเป็นกฎหมายส่วนหนึ่ง แต่ในฐานะที่นักการเมือง ป็นบุคคลสาธารณะ ความรับรู้ของประชาชน ถือเป็นสิ่งสำคัญมากเพราะหากนักการเมืองไม่ผิดหลักของจริยธรรม แต่ประชาชนมองว่าผิดก็เป็นบทลงโทษที่ร้ายแรงกว่านะครับ ที่จะนำไปสู่การไม่ถูกเลือก แล้วก้การไม่สนับสนุนในอนาคต ส่วนที่มีพรรคการเมืองเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับมาตรฐานจริยธรรมของนักการเมืองนั้น คุณณิกรณ์ย้ำนะว่าตนเห็นด้วยว่าควรจะมีการแก้ไข แต่เนื่องจากจริยธรรมเป็นเรื่องนามธรรมที่เกี่ยวกับการเมือง เหากแก้ไขแบบรายมาตรานี่ คุณนิกรบอกว่ามันเป็นไปได้ยากน่ะนะครับ ว่ามันยากที่จะผ่านกระบวนการทำประชามติ ที่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ได้กำหนด พร้อมร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ทั้งการนี้คุณณิกรณ์บอกด้วยนะว่า เรื่องจริยธรรมนี่ มันเป็นเรื่องที่ต้องแกองจริยธรรมนี่ มันเป็นเรื่องที่ต้องแกเนื่องจากบริบทจริยธรรมเป็นปัญหา หน่วยงานของราชการในแต่บะหน่วยไม่เหมือนกัน ดังนั้น การใช้จริยธรรมแบบเหมารวมจึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ขณะที่มาตรฐานจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญว่าด้วย มาตรา 219 ควรจะแก้ไขที่มา ควรให้ศาลเป็นผู้ตัดสินเหมือนเดิม เพียงแต่การผิดจริยธรรมนั้นต้องตามหลักของแต่ละหน่วยงานนะครับ มีเสียงของคุณนิกรนะครับ (คุณนิกร) ผมเห็นด้วยว่าจะต้องแก้ ที่แก้ที่ถูกมองว่าเป็นเกี่ยวกับนักการเมืองมันก็ไปยาก แล้วก็ ก็เลยคิดว่าถ้าเป็นเรื่องทำนองนี้ ควรจะเริ่มจากประชาชนดีกว่า ควรจะเริ่มจากทั้งฉบับ สสร. ให้เราคิดเอง ว่าเขาจะจัดการกับนนักการเมืองอย่างไรนะครับ ไม่ใช่เราคิดว่าควรจัดการเราอย่างนี้ จากคืบไปวา วาไปศอก แล้วก็ประชาชนก็จะไม่เห็นด้วยมันอีกอันหนึ่ง ก็คือเรื่องนี้ตามรัฐธรรมนูญ ต้องทำประชามติ ปัญหาคือจะผ่านประชามติได้เหรอ (คุณณัฐภัทรพล) ต่อกันเลยครับ คุณผู้ชมครับ เกี่ยวกับเรื่องของการแก้ไขปมจริยธรรมนั่นแหละนะครับ ก็ได้เสียงจากพรรคเพื่อไทยนี่แหละครับ ก็มีการออกมาบอกนะครับ พรรคเพื่อไทยตอนนี้ยอมถอยแล้วนะครับ เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญปมจริยธรรมนะครับ หลังจากพรรคร่วมรัฐบาลนี่ ไม่ค่อยเห็นด้วยหรือว่าเห็นต่างนี่แหละครับ ว่าไม่ใช่เป็นการเสียหน้านะครับ แต่เป็นการรับฟังเสียงนั่นเองนะครับ ไปดูกับทางด้านคุณ อิดศร เพียงเกษ นะครับ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องจริยธรรมนักการเมือง ว่าด้วยการแก้ไขและเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น หากไปแตะต้องเรื่องจริยธรรม ก็มีเสียงวิพากวิจารณ์ว่าแก้ไขเพื่อประโยชน์ของตนเอง ตนเองคิดว่าพรรคเพื่อไทยได้ฟังความคิดเห็นของประชาชน และพรรคร่วมรัฐบาล แต่ข้อแก้ไขนี้โดยเฉพาะประเด็นจริยธรรมไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนนะครับ แต่เรื่องเร่งด่วนควรเป็นเรื่องของน้ำท่วม แล้วก็ปัญหาปากท้องนะครับ เพราะฉะนั้น พรรคเพื่อไทยก็จะถอยออกมาก่อน ในส่วนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นนะครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นมรดกบาปจากการทำรัฐประหาร จำเป็นต้องมีการแก้ไขทั้งฉบับครับ เป้าหมายก็คือร่างรัฐธรรมนูญ หรือว่า สสร. ส่วนจะเป็นการเสียหน้าหรือไม่นั้น เพราะว่าหลายคนมองว่าพรรคเพื่อไทยนั้นจุดประเด็นการแก้ไขจริยธรรมขึ้นมา มีควราะว่าหลายคนมองว่าพรรคเพื่อไทยนั้น มีควโดยคุณอดิศร ยืนยันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการเสียหน้า แต่ต้องฟังความคิดเห็นประชาชน เรื่อวงนี้เป็นเรื่องละเอียดซึ่งก็เห็นด้วยนะครับ ในเรื่องของการที่จะดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ซึ่งก็เห็นด้วยว่าไม่มีภาระ ไม่มีอะไรที่ขัดต่อคุณสมบัติ จึงควรชะลอเรื่องนี้ไว้ก่อนนะครับ หากแก้รายมาตราก็จะต้องไปทำประชามติ จะสูญเสียเงินขึ้นมากโดยไม่จำเป็นนะครับ มีเสียงของคุณอดิสร เพียงเกตุ ครับ (คุณอดิสร) พรรคร่วมรัฐบาลจะคิดเหมือนกัน แต่ว่าพอได้รับเสียงวิพากวิจารณ์ ไม่ว่าจะพรรคภูมิใจไทย รวมไทยสร้างชาติ เราต้องให้เกียรตินะครับ (คุณอดิสร) ไม่เป็นการเสียหน้าใช่ไหมครับ ไม่ ๆ เรื่องรัฐธรรมนูญไม่มีการเสียหน้าครับ ก็คิดว่าฟังความคิดเห็นของทุกพรรค เราคงไม่คติดว่าใครริเริ่มนะครับ แต่ต้องฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ว่าเรื่องละเอียดอ่อน มีบางคนบอกว่าเรื่องตรวจสอบจะไปกลัวทำไม ซึ่งผมเองก็เห็นด้วยนะครับ ในการที่จะมาดำรงตำแหน่งต่าง ๆ รัฐธรรมนูญฉบับต้องการได้คนไม่มีภาระ ไม่อะไรที่ขัดต่อคุณสมบัติ ผมเห็นด้วยเรื่องนี้เป็นการส่วนตัว ชะลอเรื่องนี้ไว้ก่อน เอาไว้แก้ทั้งฉบับ (คุณธีรพงศ์) ช่วงนี้พักกันสักครู่เดียว ช่วงหน้าไปตามกันบ้างนะครับ สว. นันทนา นันทวโรภาส มีข้อคิดเห็นว่าเรื่องของการไม่เห็นด้วยนะครับ เรื่องของประชามติร่างกฎหมายว่าด้วยเรื่องการออกประชามติ เดี๋ยวช่วงหน้าติดตามรายละเอียดกันครับ [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา] [เสียงดนตรี] (คุณธีรพงศ์) มาดูกันว่าด้วยการร่างกฎหมายการออกเสียงปะชามติ ดูเหมือนว่าจะมีมุมมองที่ไม่เหมือนกับสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ส่วนใหญ่นี่บอกไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้ ที่เห็นว่าเรื่องนี้นี่นะครับ ไม่เห็นด้วยเลย ไม่เห็นด้วยเลยกับกฎหมายนี้นะครับ ก็มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันระหว่าง 2 สภา ซึ่งก็อาจจะไม่ทันกับการเลือกตั้งปีหน้านี่นะครับ นางสาวนันทนา นันทวโรภาส ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ วุฒิสภา ได้ให้เสียงกับผู้สื่อข่าว ตนขอตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการพิจารณาวิสามัญหลังประชุมผ่านมา เนื่องจากครั้งนี้เป็นครั้งที ่5 แต่กลับมี 17 ต่อ 1 เสียง ให้ทบทวนมตินะครับ เพราะว่าเสียงส่วนใหญ่ ไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้ที่สภาผู้แทนราษฎรเสนอให้ใช้หลักการ single majority ที่ยึดหลักใช้เสียงข้างมากกว่าปกตินะครับ ให้ใช้การลงประชามติแบบ Double Maturity นะครับ ก็คือเสียงเกินกึ่งหนึ่ง 2 ชั้น คือเสียงเกินกึ่งหนึ่ง 2 ชั้น หมายความว่าจะผ่านประชามติได้ ขั้นแรกผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องออกมาออกเสียงประชามติ แล้วก็ผลการออกเสียงประชามติต้องออกเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ของผู้มาใช้สิทธิ์ออกเสียง พร้อมมองนะครับ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์ที่ผิดปกติ เพราะที่ผ่านมาเห็นตรงกันว่าการทำประชามติต้องใช้ Single Maturity เป็นจริงให้มากที่สุด แต่วันนี้กลับพลิกหน้ามือเป็นหลังมือจะเปลี่ยนมาใช้หลักการของ Double Maturity นะครับ ซึ่งเป็นอุปสรรคทำประชามติเดี่ยวหรือเป็นคำถามพ่วงก็ตาม เป็นวิธีที่การออกเสียงไม่เกิดขึ้นจริง หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาใช้สิทธิประชามติ ประชามตินี้ก็จะไม่เกิดขึ้นนะครับ ทั้งนี้ หากวุฒิสภาไม่เห็นชอบกับร่างกฎหมายดังกล่าว ที่สภาผู้แทนราษฎรเสนอมา อาจจะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันของ 2 สภานะครับ ใช้เวลาต่อไปอีกอย่างน้อยนี่ 2 เดือน 60 วันนี่นะครับ ซึ่งก็ยืดเยื้อไม่ทันต่อการเลือกตั้งท้องในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าแน่นอน เสมือนเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยอาศัยการทำประชามติเป็นเครื่องมือขัดขวาง ซึ่งร่วมกันของ 2 สภาแล้ว จะเกิดการพลิกไปใช้ร่างของ สส. หรือไม่ อันนี้ก็แล้วแต่นะครับ อาจารย์นันทนาบอกตอนนั้นอาจจะมีสัดส่วนของ สว. เข้ามาร่วมด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฝ่ายการเมืองไม่ต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ สว. นันทนาบอกว่าหากมองในแง่ของ สว. เอง อาจจะเป็นทิศทางใดของพรรคในพรรคหนึ่งที่ไม่อยากให้ยกร่างรัฐธรรมนูญในสภานี้ครับ (คุณณัฐภัทรพล) ดูเรื่องปลาหมอคางดำครับคุณผู้ชมครับ ตอนนี้อาจจะดูเงียบ ๆ ไปนะ แต่ว่าคณะกรรมาธิการเขากำลังวิเคราะห์กันอยู่ ว่าปลาหมอคางดำนี่ มันมีต้นตอมาอย่างไร (คุณธีรพงศ์) ต้องบอกว่า ปลาหมอคางดำยังไม่ถูกแก้ไขไปหมดนะ ก็ยังออกลูกออกหลานอยู่ ุยังไม่ถูกแก้ไขไปหมดนะ ก็ยังออกลูกออกหลานอยู่ ุแต่่วาข่าวการเมืองอาจจะมากลบไปหน่อยหนึ่ง ร่วมถึงข่าวฝั่งรัฐบาลด้วย (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ ตอนนี้ก็มีข่าวอุทกภัยที่เกิดขึ้นทางภาคเหนือด้วย แต่ว่าเรื่องปลาหมอคางดำนี่ เขาก็มีการพิจารณากันอยู่นะครับ ตอนนี้ก็อยากจะขอไปทางรัฐบาลนะครับ ให้หาต้นตอของปลาหมอคางดำนี่นะครับ ว่ามันมาที่ประเทศไทยได้อย่างไรนะครับ แล้วเขาไปดูว่ามันมีเอกชนเพียงแค่รายเดียวเท่านั้นนะครับ ที่นำเข้าปลาหมอคางดำมานั่นเองนะครับ มีการเปิดเผยจากนายแพทย์ อัศวะรุ่งเรือง วิจัยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ผู้แทนราษฎรพร้อมทั้งคุณอธิชัย รองประธานกรรมาธิการพิจารณาสาเหตุ แนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงผลกระทบการนำเข้าปลาหมอคางดำ เพื่อการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ในราชอาณาจักรไทยนะครับ ร่วมมีการแถลงข่าวรายงานนั่นเอง โดยคณะกรรมาธิการได้พิจารณาสาเหตุ เพื่อค้นหาสาเหตุของปัญหาดังกล่าวนะครับ พบว่ามีเอกชนเพียงแค่รายเดียวนะครับ ที่มีการดำเนินการขออนุญาตนำเข้าปลาหมอคางดำเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ซึ่งเมื่อปี 2549 บริษัทเจริญโภคภัณฑ์ จจำกัดมหาชน ได้มีการดำเนินการขออนุญาตนำเข้าปลาหมอคางดำเข้ามาในราชอาณาจักร ต่อกรมประมง โดยกรมประมงก็ได้นำให้คณะกรรมการด้านความหลากหลาย และความปลอดภัยเป็นผู้พิจารณา ซึ่งก็ได้มีมตินำเข้าปลาหมอคางดำได้แบบมีเงื่อนไข แต่บริษัทยังไม่ได้นำเนินการเข้ามาช่วงในเวลาดังกล่าวนั่นเองนะครับ แต่ว่าท้ายที่สุดแล้วครับคุณผู้ชมครับ บริษัทดังกล่าวก็ได้มีการนำเข้าลูกปลาหมอคางดำจากสาธารณรัฐกานามาในปี 2553 ครับ ภายใต้เงื่อนไข 2 ประการของคณะกรรมการ IBC ก็คือให้เก็บตัวอย่างครีบดองในน้ำยาเก็บตัวอย่างให้ส่งให้กรมประมงโดยไม่ทำให้ปลาตาย และด้วยศึกษาวิจัย ว่าโดยหากผลการศึกษาไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และไม่มีประสงค์ที่จะทำการศึกษาต่อไป ให้ทำลายปลาดังกล่าวต่อไปนะครับ และแจ้งกรมประมงเพื่อส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการทำลายทั้งหมดด้วยนะครับ โดยว่าทางบริษัทไม่ได้ตัดเก็บตัวอย่างครีบนะครับ เนื่องจากบริษัทก็มีการอ้างนครับ ว่าปลานี่ยังมีขนาดที่เล็กครับ จึงพ้นวิสัยการปฏิบัติตามเงื่อนไข อีกทั้งยังไม่พบเรื่องของการปรากฏพยานหลักฐาน ซึ่งบรรจุตามขวดโหล ซึ่งบรรจุซากปลาในน้ำยาตามเงื่อนไขนี่แหละครับ ซึ่งล่าสุดคุณผู้ชมครับ เมื่อเย็นที่ผ่านมานี้เอง กรมประมงก็ได้นำข้อมูลของลำดับของปลาหมอคางดำในที่ระบาดใน 6 จังหวัด ประกอบกับการสนับสนุนข้อมูลจากฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ที่เขานำมาวิเคราะห์กันนี่นะครับ มาวิเคราะห์แล้วก็สร้างแผนภูมิต้นไม้ของปลาหมอคางดำคุณผู้ชมครับ มันน่าตกใจนะ เพราะพบว่าปลาหมอคางดำที่เขาเก็บตัวอย่างมา 6 จังหวัดนี่นะครับคุณผู้ชม อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับกลุ่มตัวอย่างข้อมูลทางพันธุกรรม ที่มาจากประเทศกานา นั่นเองนะครับ ส่วนแนวทางการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดที่ได้รับงบอนุมัตินี่ ประมาณ 450 ล้านนั้นนะครับ คณะกรรมาธิการเห็นว่าวิธีการใช้และงบประมาณดังกล่าวนั้น อาจจะยังไม่ตอบโจทย์กับการแก้ปัญหาที่แท้จริงและความยั่งยืนด้วย โดยกรมประมงควรเป็นเจ้าภาพและบูรณาการดำเนินการลหลายหน่วยงานครับ โดยมีการกำหนดกรอบการทำงาน ติดตามการดำเนินงานเป็นระยะด้วย สำหรับการดำเนินการทางกฎหมายนั้น นั่นนะครับ คณะอนุกรรมการเผยว่ารัฐฯ หาผู้ซึ่งต้องรับผิดชอบต่อจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำตามพระราชบัญญัติการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มาตรา 97 บัญญัติไว้ว่าผู้ใดกระทำ หรือละเว้นการกระทำด้วยประการใดอันมิชอบทางกฎหมาย อันเป็นการทำลาย หรือทำให้สูญหาย หรือเป็นการทำลาย ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นของรัฐ หรือสมบัติของแผ่นดิน มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ และชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ชอบ และชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐฯ ตามมูลค่าของที่ถูกทำลาย ซึ่งควรที่จะเป็นผู้ดำเนินการดังกล่าว เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ก็คือกรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัดต่าง ๆ ที่ได้รับผิดกระทบนั่นเองนะครับ มีช่วงของเสียงที่คุณณัฐชา บุญชัยอินสวัสดิ์ ที่มาแถลงความคืบหน้า ลองไปฟังดู (คุณณัฐชา) พระราชบัญญัติการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พุทธศักราช 2535 มาตรา 97 ซึ่งบัญญัติว่าผู้ใดกระทำ หรือละเว้นการกระทำ หรือรใดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการทำลายหรือทำให้สูญหาย หรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเสียหายเป็นของรัฐฯ สมบัติของแผ่นดิน มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดที่ทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไปนั้น ซึ่งหน่วยงานของรัฐที่ควรรับผิดชอบดังกล่าวเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ได้แก่ กรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรบริหารส่วนจังหวัดต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบ (คุณธีรพงศ์) ข่าวต่างประเทศช่วงหน้านะครับ คุณกิตติมารออยู่แล้วนะครับ มาติดตามผู้นำสหรัฐฯ เห็นว่าขึ้นเวที UN คุยเรื่องสงครามที่เกิดขึ้นในเลบานอนด้วยนะครับ คุณกิตติครับ (คุณกิตติ) สงครามที่เกิดขึ้นในเลบานอนด้วยนะครับ คุณกิตติที่วอชิงตันนะ มีการประชุม ATAคือ สมัชชาสหประชาชาติ ปีหนึ่งเขาประชุมกันแบบนี้แหละ ก็มีบรรดาผู้นำโลกมามากมาย และผู้นำฝั่งหนึ่ง ก็คือสหรัฐอเมริกานะครับ เมื่อวานนี้ไบเดนได้ออกมาที่อยู่ในทางตะวันออกกลาง และอยู่ในทางภูมิภาคเอเชียติดกับไปทางเหนือ ใกล้กับทางยุโรปไปเต็มทีแล้ว ก็คือเรื่องของรัสเซียกับยูเครน ความขัดแย้งต่าง ๆ ทั้งหมด ไบเดนชี้ไปถึงเรื่องเดียว คือ ความเป็นประชาธิปไตย ไบเดนบอกเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญครับ ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งของโลกได้ เพราะไม่มีความประชาธิปไตยนั่นเอง ถ้าเรามองไปอย่างนั้นก็เห็นจะเป็นจริงนะ เพราะเป็นประเทศที่มีความขัดแย้งต่าง ๆ แต่ทีนี้ความเป็นประชาธิปไตยก็มีความหลากหลายดเหมือนกัน เดี๋ยวไปติดตามในช่วงข่าวต่างประเทศครับ โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ครับ (คุณณัฐภัทรพล) เดี๋ยวกับมารับชมกันในช่วงหน้าของห้องข่าวรัฐสภาแชลแนลภาคเช้า [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา] [เสียงดนตรี] (คุณกิตติ) มาติดตามความเคลื่อนไหวต่างประเทศกันครับ ไปดูท่าที่ของผู้นำสหรัฐฯ การประชุมระดับนานาชาติ อย่างสมัชชาสหประชาชาติ ผู้นำสหรัฐฯ ออกมาแสดงท่าทีแล้วครับ การเป็นประชาธิปไตยจะเป็นเครื่องมือสำคัญให้ปัญหาความขัดแย้งผ่านไ ๆ ไปได้ครับ โดยล่าสุด โจ ไบเดน มีความเห็นต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ หรือ UGN เรียกร้องให้บรรดาผู้นำโลกยืดหยัดต่ออุดมการณ์ประชาธิปไตยท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังคงยืดเยื้อและรุนแรงในหลายภูมิภาคของโลก ผู้นำสหรัฐฯ เตือนกับสงครามแบบเต็มรูปแบบในเลบานอน ระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบุลเลาะห์ รัฐบาลสหรัฐนี่ จะมีการโจมตีนั้นโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่ในรอบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 558 ราย เกี่ยวกับสงคราวในฉนวนกาซา ไบเดนยังคงยืนยันว่ายุติสงครามที่นี่ ซึ่งอิสราที่นี่ ซึ่งอิสราจะครบ 1 ปี ในวันที่ 7 ตุลาคมนี้ ต้องยุติด้วยข้อตกลงหยุดยิง แม้การเจรจารอบปัจจุบันไม่มีความคืบหน้าก็ตาม ขณะเดียวกันผู้นำสหรัฐฯ กล่าวถึงสงครามยูเครน อย่าเพิ่งเหนื่อยหน่ายนะครับ ทั้งนี้ไบเดนครับ ปิดการกล่าวแถลงถ้อยคำขแงตัดเองการตัดสินใจถอดตัวออกจากพรรคเดโมแครต ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ว่าจริงอยู่ครับ ที่เท่ากับว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งสมัยเดียว แต่ตลอดการเมืองตลอด 5 ทศวรรษที่ผ่านมา จะเป็นการผ่านประวัติศาสตร์และก็เรียนรู้ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโลกได้เผชิญกับเหตุการณ์มากมาย แต่ท้ายที่สุดทุกอย่างย่อมดีเสมอ แล้วโลกย่อมสวยงามเสมอฟ้าหลังฝนก็มักจะสดใสนั่นเองครับ ไปดูที่จีนครับ ล่าสุดกองทัพจีนทดสอบขีปนาวุธ ขีปนาวุธแบบใหม่ ข้ามมหาสมุทร งานนี้ไม่ได้ใช้กระสุนจริงนะครับ ใช้ลูกด้านแทน แต่ของจีนออกแถลงการณ์ครับ ว่ากองจรวจของจีน ปลดปล่อยประชาชนจีนหรือ PLA ทดสอบข้ามทวีปแบบ ICBM ใช้หัวรบแบบหลอกครับ ตกลงในเขตทะเลหลวงของทะเลแปซิฟิก ซึ่งตกตามเวลาท้องถิ่น โดยขีปนาวุธตกลงภายในพื้นที่ที่กำหนดไว้ครับ กระทรวงกลาโหมจีนครับ ว่าการฝึกซ้อมดังกล่าวมีการเป็นไปด้วยแผนการที่กำหนดไว้ล่วงหน้า มีการประกาศให้ประเทศในกาลเวลานั้นทราบไม่มีเจตนายั่วยุ ข่มขู่ คุกคาม อย่างไรก็ตามการทดสอบขีปนาวุธ ICBM ของจีน เกิดขึ้นแทบไม่บ่อยครั้งนักครับ โดยในเขตทะเลทางตอนใต้ของทางแปซิฟิกที่ 1980 นะครับ กว่า 40 มาแล้ว PIA ยังคงดำเนินการทดสอบประสิทธิภาพ ICBM แต่ทดสอบดำเนินการทดสอบประสิทธิภาพของ ICBM แต่ฝึกซ้อมในประเทศครับ ในขณะที่สหรัฐฯ เคยออกมาบอกครั้งหนึ่ง ว่าจีนทดสอบไฮเปอร์โซนิก ว่าด้วยความเร็วเหนือเสียง แต่รัฐบาลจีนประกาศครับ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาครับ ว่าไม่กับสหรัฐฯ เนื่องจากสหรัฐฯ ยังขายขีปนาวุธให้ไต้หวัน ด้านสหรัฐก็วิจารณ์กลับครับ ว่ารัฐบาลจีนเล่นการเมือง กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ เผยแพร่ ปีที่แล้วว่าพัฒนาการทางทหารและความมั่งคงของจีน จำนวนหัวรบนิวเคลียร์ของจีนมากกว่า 500 ลูก 2566 และมีแนวโน้มเพิ่มอีกครับ ช่วยเสริมกำลังให้กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน หรือ PIA เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 1,000 หัวครับ ภายในปี 2573 และหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางใดครับ จำนวนหัวรบนิวเคลียร์ของจีนจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,500 ลูก ภายในปี 2578 ซึ่งเร็วกว่าที่สหรัฐฯ คาดการณ์เอาไว้อย่างมากครับ เพิ่มจาก 1,000 ลูกนะครับ ที่จะเกิดขึั้นภายในไม่กี่ปีเป็น 1,500 ลูก นั่นหมายถึงจาก 1,000 เพิ่มเป็น 1,500 ลูก ภายในปี 2578 นะครับ เร็วกว่ามาก ต้องบอกอย่างนี้ และที่สำคัญจีนต่างจากเกาหลีเหนือ เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธแบบข้ามประเทศ เจาะจงเป้าหมายนะครับ ส่วนใหญ่เกาหลีเหนือจะพลาดเป้า เรียกว่ากระสุนด้านก่อน แต่ของจีนตรงเป้า แม้จะใช้กระสุนด้านแบบจงใจ ก็คือไม่ติดหัวรบ แต่ตัวขีปนาวุธลงตรงเป้าทุกครั้งนะครับ คือ ประสิทธิภาพเขาแม่นนะครับ แต่เกาหลีเหนือตรงไม่ตรงไม่รู้ แต่ด้านก่อน พูดง่าย ๆ ว่าถ้าฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งสะสมขีปนาวุธได้มาก และมีจำนวนมากที่สุด และเรียกว่าหักปากกา หักปากกาข้อตกลงนะครับ ในการสะสมอาวุธนิวเคลียร์ว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องใหญ่ของโลกในอนาคตครับ (คุณณัฐภัทรพล) ก็ต้องติดตามกันสถานการณ์โลกช่วงนี้ หมดเวลาของห้องข่าวรัฐภาพแชนแนล ภาคเช้า ในวันนี้แล้วนะครับ รายการต่อไปติดตามเกาะติดสภา ว่าด้วยเรื่องวุฒิสภา วันนี้เรา 3 คน พร้อมกับอาจารย์ล่ามภาษามือ อาจารย์สมคิด และทีมงานต้องลาไปก่อน สวัสดีครับ (คุณณัฐภัทรพล) สวัสดีครับ (คุณกิตติ) สวัสดีครับ [เสียงดนตรี]