--- title: ฝึกแบ่งพิมพ์ ห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ข่าวเช้า วันที่ 26 กันยายน 2567 เวลา 08.00-09.00 น. subtitle: date: วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน 2567 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้าครับ [เสียงดนตรี] (คุณณัฐภัทรพล) สวัสดีครับ (คุณธีรพงศ์) สวัสดีครับ รัฐสภาแชนแนลภาคเช้าแล้วนะครับ วันนี้อยู่กับคุณ ธีรพงศ์ ทะนัน และผม ณัฐภัทรพล จุติการพาณิชย์ อาจารย์ล่ามภาษามืออาจารย์คมคิด สันสนะเกียรติ แล้วเดี๋ยวช่วงข่าวต่างประเทศ พบกับคุณ วันนี้เรามาพบกันวันพฤหัสบดี ที่ 26 กันยายน 2567 นะครับ ต้องบอกว้าสถานการณ์น้ำท่วมเชียงใหม่ น่าเป็นห่วงเลยทีเดียว เมื่อคืนเขาทุบสถิติแล้วนะ แม่น้ำปิงนี่ สูงที่สุดในประวัติการแล้วนะ แล้วก็ปี 2554 ด้วย หลายคนที่ความกงเพราะว่าระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นมานั้ นช้างคา ไนท์บาร์ซ่าตลาดก่อนนะครับ เพื่อความปลอดภัยทรัพย์สินของพ่อค้าแม่ค้าด้วยนะครับ เห็นว่าเมื่อช่วงสายที่ผ่านมามันลดลงไปนิดหนึ่งประมาณ 2 เซนติเมตร ไม่แน่ใจว่าจะมีเพิ่มขึ้นอีกหรือเปล่า เห็นว่าช่วงปลายเดือนนี้ เห็นว่าเดี๋ยวฝนมาอีกระลอกหนึ่ง (คุณณัฐภัทรพล) เดี๋ยวมีฝนลงมานะครับคุณผู้ชมครับ ก็ต้องระวังกันด้วย น้ำท่วมครั้งนี้ใหญ่จริง ๆ นะครับ ในพื้นที่ภาคเหนือ ทุกภาคส่วนก็มีการส่งความช่วยเหลือไปนะครับ ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน หรือว่าภาครัฐบาลเอง ตอนนี้ให้กำลังใจกันต่อไปก่อน ใครที่ยังไม่ท่วม แต่คาดการณ์ว่าน้ำอาจจะมาเก็บของขึ้นไว้ที่สูงไว้ก่อนนะ (คุณธีรพงศ์) คือถ้าจากเชียงใหม่ใช่ไหมครับ แล้วจากน้ำปืเหมือนกัน ปิง วัง มาแล้ว 2 เดี๋ยวมารวมกันที่ปากน้ำโพ เจ้าพระยา เดี๋ยวรอรับ มาแน่ๆ (คุณณัฐภัทรพล) สถานการณ์ปีนี้ค่อนข้างที่จะหนักนะครับคุณผู้ชมครับ อาจจะเป็นกังวลว่าน้ำมันจะมาถึงพื้นที่กนรุมหานครหรือเปล่า แต่ว่าเขาก็มีการคาคการณ์กันว่าปริมาณน้ำนี่ มันยังไม่เยอะ เท่ากับปี 2554 ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ (คุณธีรพงศ์) อาจจะไม่ท่วมใหญ่ขนาดนั้นพื้นที่บริเวณใกล้ตลิ่งนี่นะครับ ก็ที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซากบ่อย อันนี้มันอาจจะขึ้นมานะ ต้องระวังเหมือนกัน ต้องติดตามข่าวสารน้ำท่วมให้ ดี ๆ ด้วยนะครับ ขณะที่การแจกเงินหมื่น เมื่อวานเห็ฯภาพ แถวนี่ยาวเหยียด หลายธนาคารเลย โดยเฉพาะธนาคารของรัฐ ธกส. ออมสิน แถวยาวมาก (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ นอกจากสาขา แล้วก็ตู้ ATM นะครับคุณผู้ชม คิวก็ยาวเหมือนกันนะครับ เมื่อคืนที่ผ่านมานี่ เข้าแล้วนะ ใครที่มีเลขบัตรประชาชนลงท้ายด้วย 1 2 3 เลขอยู่ที่ 4.5 ล้านคน คุณธีรพงศ์ ในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา แน่นอนว่าหลายคนเช้านี้ เช็กแล้วนะ 10,000 บาทเข้าหรือยัง ในโซเชียลนะครับ มันมีการปล่อยคลิปออกมา บอกว่าไม่อยากจะเชื่อเลยเหมือนฝัน ได้เงิน 10,000 จริง ๆ เหรอ หลายคนดีใจ ก็มีการพูดคุยกันเหมือนกันว่าจะเอาไปทำอะไรครับ บ้างก็บอกว่าเอาไปซื้อของกินของใช้นี่แหละ เป็นหลักนะ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ เมื่อวานท่านนายกแพทองธารออกมาบอกเกี่ยวกับเรื่องของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เรื่องของโครงการแจกเงิน 10,000 บาท ก็ยังคงเหมือนพายุหมุนทางเศรษฐกิจเหมือนเดิมนะคุณผู้ชม เฟส 3 เฟสต่อ ๆ ไปนี่ พยายามจะเอาเข้าดิจิทัลวอลเล็ตคอตอนนี้มีฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลก็มองเหมือนกันนะครับ ในเฟสต่อไปเขาจะได้จริงหรือเปล่า 1 แล้วเขาเรียกว่าบอกไทม์ไลน์ กรอบให้มันชัดเจนกว่านี้ไหม และจะได้เ้ป็นเวงินสดเหมือนกันไหม เขาบอกว่าถ้าได้เงินสด แต่คาดว่าไม่น่าจะใช่ (คุณณัฐภัทรพล) คาดว่าจะเข้าสู่ระบบดิจิทัล ที่เขาจะมีการปูรากฐานที่เป็นระบบประเทศไทย (คุณธีรพงศ์) เพราะว่ากลุ่มก่อนหลังจะมีกว่าเยอะมาก เยอะกว่ากลุ่มก่อนแรก (คุณณัฐภัทรพล) ถูกต้อง คุณผู้ชมครับ ก็ต้องรอกันไป เดี๋ยวทางด้านของกระทรวงการคลังก็มีการแถลงความชัดเจน เรื่องของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 10,000 บาทคุณผู้ชมครับ ไปดูในสภาที่ผ่านมาดีกว่าครับ ผู้ชมครับ มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนะครับ เกี่ยวกับเรื่องของการพิจารณาร่างกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือว่าที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า กฎหมายไม่ตีเด็ก ไม่ตีเด็กนี่แหละครับ ก็ทางด้านกรรมาธิการก็มีการขอถอนร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ หลักจากที่สภาผู้แทนราษฎรส่วนใหญ่ก็มองในความเห็นหลากหลายมุม ดีกว่า กับการประชุมวุฒิสภาที่ผ่านมาคุณผู้ชมครับ ได้มาการพิจารณาประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับที่... นั่นเองนะครับ ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว คุณสัพสิทธิ์ ที่ไชี้แจงต่อที่ประชุมนะครับ ว่าคณะกรรมาธิการได้มีการพิจารณาปรับแก้ในมาตราที่ 3 โดยพิจารณาให้เหมาะสมเจตนารมณ์ในการลงโทษของผู้ปกครอง ว่ากล่าว ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ที่มีความพัฒนาต่อต้องการให้ผู้ปกครองมีทัศนคติเชิงบวกในการเลี้ยงดูบุตร มีความสัมพันธ์และความผูกพันที่ดีกับบุตร จากนั้นที่ประชุมได้มีการพิจารณาร่างกฎหมายรายมาตราครับ ชื่อร่างเรียงตามลำดับ รวมถึงภาคสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน ได้มีการอภิปรายกฏหมายฉบับนี้เป็นส่วนใหญ่ แล้วต่างก็มีความเห็นตรงกันนะครับ เช่น ทางด้านของคุณพิมพ์การ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ว่าควรเปลี่ยนความคิดที่ว่า "รักวัวให้ผู้ รักลูกให้ตี" มาเป็นการกระทำที่อ่อนโยนย ให้เหตุผล และปรารถนาดีกับบุตรในวิธีที่ถูกต้อง เช่นเดียวกับคุณศศิชาธรรมนิฐินันท์ครับ ว่าด้วยกรุงเทพมหานคร ที่มีการกล่าวนะครับ ว่ากฎหมายทารุณกรรมสัตว์ไปได้แล้ว มีการตั้งคำถามอะไรกับการคุ้มครองมนุษย์ด้วยกัน หลายคนมองว่าการเคี่ยนตีนี่ ทำให้เด็กไทยโตมาเป็นคนดี ซึ่งส่วนตัวมองมาว่าการตีนี่นะครับ ไม่ได้ตอบโจทย์ว่าทุกคนจะกลายเป็นคนดีนั่นเอง ต่างกับอีกท่านหนึ่งครับคุณผู้ชมครับ คุณสมาชิกวุฒิสภาผู้แทนราษฎรที่ได้... ที่มีการอภิปรายนะครับ ว่าร่างกฎหมายดังกล่าวนี้จะเป็นบรรทัดฐานให้กับสังคม โดยเฉพาะสถาบันครอบครัวและแม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเลี้ยงดูหลาน แต่กฎหมายดังกล่าวมีบทบัญญัติริดรอนสิทนั่นเอง เช่นเดียวกับจ่าอากาศเอกอภิชาติ ผู้แทยราษฎรจังหวัดเพชรบุรี ก็ได้มีการอภิปรายต่อร่างกฎหมายไม่ตีเด็กนี่แหละครับ มีการอภิปรายว่าการลงโทษเด็กนั้นเป็นใคร หากเป็นพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดนั้นทำได้ เพราะว่าสังคมไทย ตั้งแต่อดีต ถึงปัจจุบัน ให้เป็นคนดี เช่น สิ่งได้ที่ถูกทำดีก็ต้องชมเชย แต่หากทำผิดสามารถว่ากล่าว หรือว่าติติงได้ หากพ่อแม่ไม่มีสิทธิ์ตีลูก อะไรจะเกิดขึ้น จึงต้องมีการแยกแยะสิง่ที่จะเกิดขึ้น และพ่อแม่ คสรที่จะตีลูกได้เหมือนเดิมนะครับ อีกท่านหนึ่งครับ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สสจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทยครับ ว่ามีข้อเกี่ยวกับเรื่องของกฎหมายดังกล่าว ว่ามีเพื่อนสมาชิกสนับสนุน และก็คัดค้านนะครับ ซึ่งก็ต้องอภิปรายตามความเป็นจริงเสียงส่วนใหญ่ยังคงคัดค้าน นำร่างกฎหมายไปปรับแก้ก่อน เมื่อขัดกับหลักการนั่นเอง จนท้ายที่สุดคุณผู้ชมครับ การประชุมมีการพิจารณามาตรา 3 คณะกรรมาธิการก็ได้ร่วมกันในการขอถอนร่างพระราชบัญญัติกลับไปปรับปรุงแก้ไข โดยที่ไม่ขัดข้องนั่นเองนะครับ คุณผู้ชมครับ เดี๋ยววันนี้มีการติดตามกันต่อนะ กัน ในช่วงเวลา 09.00 น. นะคุณธีรพงศ์ (คุณธีรพงศ์) ใช่ครับ ขณะที่ยังต่อเนื่องกับกฎหมายฉบับนี้ ไม่ตีเด็กนะครับ แล้วทีนี้ไปฟังคุณณกันหน่อย เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการร่างกฎหมาย แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ก็หรือว่าเป็นรองประธานกฎหมายไม่ตีเด็กนี่ ก็บอกว่า... ที่สภาผู้แทนราษฎรนี่นะครับ หลังจากมีมติให้ถอนร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ ก็ได้ออกมานะครับ ก็บอกว่าให้มีการกลับไปทบทวนก่อน จะพิจารณาอีกครั้ง ในขั้นพิจารณากรรมธิการ ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ว่า การลงโทษเด็กนั้นไม่เป็นการทารุณกรรม แล้วก็ไม่เป็นการกระทำใด ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย และจิตใจเด็ก ยืนยันนะครับว่าเนื้อหาสาระที่มีการปรับแก้ สนับสนุนผู้ปกครองให้ใช้วิธีการทำโทษเด็กที่เหมาะสม ไม่มีประเด็นที่ระบุว่า พ่อแม่ผู้ปกครอง ไม่สามารถทำโทษบุตรได้นะครับ ส่วนที่มีการอภิปรายท้วงติงเรื่องมีคำว่าเฆี่ยนตี เคี่ยนตี คณะกรรมาธิการไม่ได้กำหนดโทษเข้าไปแต่เป็นคำที่ปรากฏอยู่ในขั้นตอนการรับหลักการในวาระที่ 1 ที่สภาให้ความเห็นชอบนะครับ ตอนจึงคิดว่าในการพิจารณาวาระ 2 และวาระ 3 ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเพิกถอนร่าง ไม่เห็นด้วยที่จะผ่านร่างนะครับ อย่างไรก็ตามจากมติดังกล่าวของสภาผู้แทนราษฎร อาจจะสะท้อนว่าพรรคประชาชนและคณะะรรมาธิการยังไม่สามารถที่จะสื่อสารสามารถที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายดังกล่าวนี้ กับพ่อแม่ได้มากพอนะครัเพราะว่ายังมีความไม่เข้าใจอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการต้องทำการบ้านให้หนักขึ้น เพื่อสื่อสารทำความเข้าใจที่ถูกต้องนะครับ เกี่ยวกับกฎหมายนี้แม้เป็นกฎหมายฝ่ายค้านเพียงพรรคเดียว ฉบับเดียวใน 2 สมัยประชุมสภาด้วยนะครับ ที่ผ่านมานี่ โดยที่ไม่มีร่างพรรคการเมืองอื่นประกบในการพิจารณาแต่ไม่ควรนำเรื่องนี้เป็นประเด็นทางการเมือง ที่จะไม่เห็นด้วยกับกฎหมายดังกล่าวนะครับ เนื้อหาสาระที่มุ่งเน้นการปกป้องสิทธิเด็กมากกว่านะครับ คุณณัฐวุฒิยังบอกว่าหละักจากนี้ทางคณะกรรมาธิการจะนัดประชุมอย่างเร่งด่วนที่สุดนะครับ เพื่อทบทวน มีเหตุจำเป็น หรือมีสิ่งใดที่จที่ต้องปรับแก้ไขหรือไม่ จะมีการปรับแก้ไขถ้อยคำอื่นใดหรือไม่ เพื่อสื่อสาร เรื่องเหล่านี้ต่อประชาชน แล้วก็ผู้ปกครองของเด็กทุกคนให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยคณะกรรมาธิการจะแก้ไขร่างว่าร่างดังกล่าวขัดต่อหลักการที่มีการกล่าวอ่างในการอภิปรายหรือไม่ รวมถึงมีถ้อนยคำใดที่อาจจะทำให้สมาชิกไม่เข้าใจหรือไม่นะครับ ตลอดจนเรื่องกระบวนการวิธีการสื่อสารสาธารณะที่อาจจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้หรือไม่ อย่างไร โดยภายหลังการพิจารณาทบทวนร่างแล้ว ก็จะรีบกลับเข้าสู่การพิจารณาของสภานะครับ เพื่อให้ทันเวลาที่เหลืออยู่ของการประชุมสภาของในสมัยนี้นะครับ มีเสียงคุณณัฐวุฒิครับ (คุณณัฐวุฒ) ว่าเป็นเนื้อหาสาระที่สอดคล้อง มุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนพ่อแม่ผู้ปกครองในการมีวิธีที่เหมาะสมในการทำโทษบุตร ไม่ใช่กรณีในการกล่าวอ้างว่าจะไม่สามารถลงโทษหรือกระทำใด ๆ กับบุตรได้ หรือเป็นกรณีที่ถูกกล่าวอ้างว่าการแตกแยกในครอบครัว จะนำไปสู่การฟ้องร้อง การแทรกแซงพ่อแม่ผู้ปกครอง ซึ่งประเด็นนั้นไม่มีความเกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ (คุณณัฐภัทรพล) หลังจากกฎหมาย ไม่ตีเด็กเสร็จสิ้นลงไปครับ เมื่อวานก็มีการพิจารณาเรื่องของกฎหมายชาติพันธุ์นะครับ ด้วยนี้เองนะครับ ว่าท้ายถึงช่วงเย็น ๆ ครับ ท้ายที่สุดแล้วคณะกรรมาธิการที่มีการพิจารณา พรบ. คุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์มีการถอดเกี่ยวกับร่างกฎหมายนี้กลับไปนั่นเองครับ ไปดูกันครับกับร่างกฎหมายที่น่าสนใจอีกฉบับหนึ่ง ก็คือเรื่องของพระราชบัญญัติ คุ้มครองและส่งเสริมชาติพันธุ์ พ.ศ. ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ ได้มีท่านประธานคณธกรรมาธิการวิสามัญ ได้มีการเสนอต่อที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเมสร้จแล้วที่ประชุม โดยคุก็ได้มีการชี้แจงในชั้นคณะกรรมาธิการนะครับ ว่าคณะกรรมาธิการได้รับผลการรับฟังความคิดเผลกระทบที่เกิดขึ้นจากกฎหมายมาพิจารณาร่วมกัน โดยร่างกฎหมายดังกล่าว จะเป็นที่ทุกภาคส่วนจะเข้ามามีส่วนร่วมในการผลักดัน และเป็นก้าวแรกสำหรับชาวชาติพันธุ์ของประเทศ และประชาชนทุกคนได้โอบรัดพหุวัฒนธรรมที่โอบรัดคนทุกกลุ่มไว้อย่างเสมอภาค จากนั้นที่ประชุมได้มีการพิจารณากฎหมายเป็นร่างมาตราเป็นรายมาตรา 35 มาตรานะครับ เริ่มพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง เรื่อง ตามลำดับจนถึงร่างมาตราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรร่วมลงชื่ออภิปรายอย่างกว้างขวาง อย่างเช่นด้านของคุณอัครเดช พิทักา์โรจน์ สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติครับ ใช้สิทธิในการอภิปรายด้านกรรมาที่ 3 คณะกรรมาธิการให้คำนิยามเรื่องของชนเผ่าพื้นเมือง ว่ากลุ่มชาติพันธุ์มีความสืบเนื่องกับถิ่นฐาน ว่าพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคการเมืองเดียว ที่ไม่เห็นด้วยให้มีคำว่า "ชนเผ่าพื้นเมือง" ให้มีร่างกฎหมายเพราะว่ามองเรื่องของความมั่นคงเป็นหลักนะครับ อนาคตสามารถแยกออกไปตั้งหรือปกครอวตนเองได้ ในประเทศไทยมีกว่า 50 กลุ่มชาติพันธุ์ ไม่มีใครอยากเป็นชาวชนเมืองพร้อมกับย้ำว่าประเทศไทยมีเผ่าเดียว ก็คือเผาไทยนี่แหละครับ รวมเลือดเนื้อ ชาติเชื้อไทย มาเป็นเพลงชาติเลยนะ คุณธีรพซึ่งหลังจากนี้นะครับ คุณมานพ คิรีภูวดม ได้มีการชี้แจงถึงความจำเป็นว่าคำว่า "ชนเผ่าพื้นเมือง" ว่าจะหนีข้อเท็จจริงเรื่องนี้ไมไ่ด้ที่ประเทศไทยมีการวมกันที่หลากหลายของชนเผ่า จึงจำเป็นต้องคุ้มครองคนส่วนน้อยนี้นะครับ ไม่มีความแตกแยกเข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันประเทศไทยร่วมลงนามว่าด้วยสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง ตามปฏิญาณสากลแห่งสหประชาชาติ องค์กรนานาชาติมากมายเลยทีเดียวนะครับ "ชนเผ่าพื้นเมือง" ที่ได้ร่างในกฎหมาย จะไปคุยข้อเท็จจริงเหล่านี้ได้อย่างไรนะครับ อีกท่านหนึ่งครับ ไปดูทางด้านของคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนนะครับ ได้มีการอภิปรายร่างกฎหมาย พร้อมขอให้พิจารณาการคุ้มครองสิทธิต่าง ๆ สำหรับชนกลุ่มน้อย และกลุ่มชาติพันธุ์ ให้มีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกันกับคนส่วนมาก เช่น สาธารณสุขฟรี และสิทธิทั่วหน้า โดยไม่ทำที่ดินทำกิน และการไม่เลือกปฏิบัติทางกฎหมายนั่นเองครับ โดยที่ประชุมพิจารณาต่อเนื่องมาถึงมาตรา 4 คุณปิยรัตน์ ได้ขออนุญาตที่ประชุม ถอนร่างกฎหมายและส่งเสริมกลุ่มชาติพันธุ์ออกจากการพิจารณาของรัฐสภา เพื่อมีการนำกลับไปพอิจารณาในชั้นกรรมาธิการอีกครั้วหนึ่งครับ โดยให้เหตุผลว่าร่างกฎหมายนี้ยังมีอีกหลายมิติ หลายแง่มุมที่คณะกรรมาธิการต้องพิจารณา เพื่อให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นร่างที่คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตขิงกลุ่มชาติพันธุ์ และชาติพันธุ์ทั้งประเทศนั่นเองนะครับ หลังจากนั้นเองคุณผู้ชมครับ คุณมานพ คิรี ภูวดลครับ ก็ได้ใช้สิทธิ์ในฐานะกรรมาธิการเหมือนกันครับ ก็ใช้สิทธิอภิปรายด้วยว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ ได้มรกา่รพิจารณารอบคอบและด้วยความเข้าใจดีของคุณฝ่าย วิปหลายฝ่ายได้มีการพูดคุยกันแล้วนะครับ แล้วได้มีการพิจารณาหารือกันในที่ประชุมสภา อย่างเช่น คำว่า "ชนเผ่าพื้นเมือง" และ "ชาติพัฒนาไม่มีสัญญาณที่จะถอนร่างกลับไปพิจารณา จึงขอให้สภาได้พิจารณาต่อเนื่องครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มีการเสนอกฎหมาย ทั้งของภาคประชาชน พรรคการเมือง คณะรัฐมนตรีนั่นเองครับ อีกท่านหนึ่งลุกขึ้นมาเลย ในฐานะวิปฝ่ายค้าน คุณชุติพงศ์ สส. จังหวัดระยอง พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นมาอภิปรายครับ โดยระบุว่าหากมีการถอนร่างการอภิปรายอีกครั้ง คณะกรรมาธิการอีกครั้ง จะทำให้เสียเวลาครับ การทำงานของคณะกรรมาธิการที่ผ่านมีฝ่ายคณะรัฐมนตรี ทุกพรรค และจากภาคประชาชน จึงไม่ควรขอให้ถอนร่างกฎหมายออกไปก่อน จึงมีความเห็นว่าที่ประชุมสมควรถอนร่างต่อไปหรือไม่นั่นเองครับ ส่วนต่อมาครับคุณผู้ชมครับ ครูมานิต สงพุ่ม สส.จังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทยครับ ก็ได้ออกมาอภิปรายครัในที่ประชุมวิปรัฐบาลก็ได้มีการหารือเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งรัฐบาลยัวมีความสับสนกันอยู่ แต่สามารถแก้ปัญหาได้เมื่อเข้าสภานะครับ เพราะไม่ต้องการให้ระบุว่าฝ่ายรัฐบาลให้มีการทำกฎหมายมา ยังไม่เคยเห็นกฎหมายฉบับเดียว แต่ใช้เวลาชั่วโมงกว่า ๆ นี่ล่ะครับ และไม่เข้าใจการโหวตจึงเห็นว่าควรถอนร่างกฎหมายออกไปก่อน จึงค่อยเจรจาความกันอีกครั้งหนึ่งนะครับ และที่่ว่าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเห็นชอบให้มีการถอนร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองและส่งเสริมกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. ตามที่ประธานคณะกรรมาธิการเสนอ ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 255 เสียง และไม่เห็นด้วย 137 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียงอีก 1 เสียงนั้นเองครับ (คุณธีรพงศ์) มาดูอีกหนึ่งมุมมองประเด็นช่วงนี้เกี่ยวกับการแก้ไขจริยธรรมของนักการเมืองนะครับ ไปดูกันบ้าง เขาเคยเป็นอดีตคณะกรรมการจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 บอกว่าเห็นด้วยส่วนตัว ควรจะมีการแก้ไข แต่เรื่องจริยธรรมนักการเมือง คุณ... บอกกันเลยว่า ก็ควรจะอยู่ในใจของนักการเมืองมากกว่า และก็ควรมีการปลูกจิตสำนึกที่ดีให้กับนักการเมือง เห็นด้วยที่เริ่มจากกระบวนการ สสร. และเริ่มทำประชามตินี่นะครับ นายนิกรณ์ จำนง ว่าด้วยกฎหมายยกร่างข้อบังคับ ว่าด้วยประมวลจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร และอดีตคณะกรรมาธิการ นุการคณะกรรมจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎรนะครับ ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับระบบจริยธรรมในระบบการเมือง บอกว่าจริยธรรมที่แท้จริง ไม่ได้อยุ่ในตัวบทกฎหมาย แต่ต้องสร้างให้อยู่ในใจนักการเมืองให้ได้ ซึ่งการที่นักการเมืองจริยธรรมนั้น มันตรวจสอบยากน่ะนะครับ ดังนั้น ก็เกิดการตจริยธรรมเกิดขึ้น แต่ทั้งนี้การมีจริยธรรมเป็นหลักการเอาไว้ ก็จะทำให้สถาบันทางการเมืองและนักการเมืองดีขึ้น พร้อมยอมรับว่าประมวลจริยธรรมจะเขียนอย่างไร ก็มีความซับซ้อนโดยเฉพาะปัญหาที่สำคัญ ก็คือ สส. ต้องมีจริยธรรมเป็นของตัวเอง เนื่องจากขณะนี้ อยู่ภายใต้จริยธรรมของศาลรัฐธรรมนูญที่มองว่าบางเรื่องครอบทั้งหมด ไม่สอดคล้องกัน ใกล้ชิดกันทั้งหมดรัฐธรรมนูญใกล้ชิดกับประชาชนไม่ได้ ไม่เหมือน สส หน้าที่ สส. ที่ต้องใกล้ชิดกับประชาชน เพราะถ้าหาก สส. ไม่ใกล้ชิดกับประชาชนอาจผิดจริยธรรมได้นะครับ นอกจากนี้คุณนิกรณ์นะครับ ก็ได้ออกประมวลจริยธรรมช้า การลงโทษก็ได้เพียงตำหนิและตักเตือนเท่านั้น ไม่มีการลงโทษร้ายแรง ส่วนหลักปฏิบัติที่จะทำให้เกิดจริยธรรม ตนมองว่าต้องเกิดจากแรงกดดันของประชาชน ซึ่งแร่งกดดันก็เป็นหลักจริยธรรมก็ออกเป็นกฎหมายส่วนหนึ่ง แต่ในส่วนของนักการเมือง เป็นบุคคลสาธารณะ ความรับรู้ของประชาชน ถือเป็นสิ่งสำคัญมากเพราะหากนักการเมืองไม่ผิดหลักของจริยธรรม แต่ประชาชนมองว่าผิด ก็เป็นบทลงโทษที่ร้ายแรงกว่านะครับ ที่จะเกิดการไม่ถูกเลือก แล้วก้การไม่สนับสนุนในอนาคต ส่วนที่มีพรรคการเมืองเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับมาตรฐานจริยธรรมของนักการเมืองนั้น คุณณิกรณ์นะครับตนเห็นด้วยว่าควรจะมีการแก้ไข แต่เนื่องจากจริยะรรม เป็นเรื่องนามธรรมที่เกี่ยวกับการเมือง หากแก้ไขแบบรายมาตรานี่ คุณนิกรบอกว่ามันเป็นไปได้ยากน่ะนะครับ ว่ามันยากที่จะผ่านกระบวนการทำประชามติ ที่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือ สสร. ได้กำหนด พร้อมร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ทั้งการนี้ คุณนิกรบอกด้วยนะว่า เรื่องจริยธรรมนี่ มันเป็นเรื่องที่ต้องแกเนื่องจากบริบทจริยธรรมเป็นปัญหา หน่วยงานของราชการในแต่บะหน่วยไม่เหมือนกัน ดังนั้น การใช้จริยธรรมแบบเหมารวมจึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง มาตรฐานจริยธรรม ตามรัฐธรรมนูญว่าด้วย มาตรา 219 ควรจะแก้ไขที่มา ควรให้ศาลเป็นผู้ตัดสินเหมือนเดิม เพียงแต่ต้องมห้ตามหลักของแต่ละหน่วยงานนะครับ มีเสียงของคุณนิกรนะครับ (คุณนิกร) ผมเห็นด้วยท่จะต้องแก้ ที่แก้ที่ถูกมองว่าเป็นเกี่ยวกับนักการเมืองมันก็ไปยากไง แล้วก็ ก็เลยคิดว่า ถ้าเป็นเรื่องทำนองนี้ ควรจะเริ่มจากประชาชนดีกว่า ควรจะเริ่มจาก สสร. ให้เราคิดเอง ว่าเขาจะจัดการกับนนักการเมืองอย่างไรนะครับ ไม่ใช่เราคิดว่าควรจัดการเราอย่างนี้ จากคืบไปวา จากว่าไปศอก แล้วก็ประชาชนก็จะไม่เห็นด้วยมันอีกอันหนึ่ง ก็คือเรื่องนี้ตามรัฐธรรมนูญ ต้องทำประชามติ ปัญหาคือจะผ่านประชามติได้เหรอ (คุณณัฐภัทรพล) ต่อกันเลยครับคุณผู้ชมครับ เกี่ยวกับเรื่องปมแก้จริยธรรมนั่นแหละนะครับ ก็ได้เสียงจากพรรคเพื่อไทยนี่แหละครับ ก็มีการออกมาบอกนะครับ พรรคเพื่อไทยตอนนี้ยอมถอยแล้วนะครับ เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญปมจริยธรรมนะครับ หลังจากพรรคร่วมรัฐบาลนี่ ไม่ค่อยเห็นด้วยหรือว่าเห็นต่างนี่แหละครับ ว่าไม่ใช่เป็นการเสียหน้านะครับ แต่เป็นการรับฟังเสียงนั่นเองนะครับ ไปดุกับทางด้านคุณ อิดศร เพียงเกษนะครับ สส. พรรครายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องงจริยธรรมนักการเมือง ว่าด้วยการแก้ไขและเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น หากไปแตะต้องเรื่องจริยธรรม ก็มีเสียงวิพากวิจารณ์ว่าแก้ไข่ของตนเอง ตนเองคิดว่าพรรคเพื่อไทยได้ฟังความคิดเห็นของประชาชน และพรรคร่วมรัฐบาล แต่ข้อแก้ไขนี้โดยเฉพาะประเด็นจริยธรรมไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนนะครับ ควรเป็นเรื่องของน้ำท่วมแล้วก็ปัญหาปากท้องนะครับ เพราะฉะนั้น พรรคเพื่อไทยก็จะถอยออกมาก่อน ในส่วนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้นะครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นมรดกบาปที่มาจากการทำรัฐประหาร จำเป็นต้องมีการแก้ไขทั้งฉบับครับ เป้าหมายก็คือร่างรัฐธรรมนูญ หรือว่า สสร. ส่วนจะเป็นการเสียหน้าหรือไม่นั้น เพราะว่าหลายคนมองว่าพรรคเพื่อไทยนั้น มีควโดยคุณอดิศร ยืนยันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการเสียหน้า แต่ต้องฟังความคิดเห็นประชาชน เรื่อวงนี้เป็นเรื่องละเอียดซึ่งก็เห็นด้วยนะครับ ในเรื่องของการที่จะดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ซึ่งก็เห็นด้วยว่าไม่มีภาระ ไม่มีอะไรที่ขัดต่อคุณสมบัติ จึงควรชะลอเรื่องนี้ไว้ก่อนนะครับหากแก้รายมาตราก้ต้องผ่านประชามติ จะสูญเสียเงินขึ้นมากโดยไม่จำเป็นนะครับ มีเสียงของคุณอดิสร เพียงเกตุ ครับ พรรคร่วมรัฐบาลจะคิดเหมือนกัน แต่ว่าพอได้รับเสียงวิพากวิจารณื ไม่ว่าจะพรรคภุมิใจไทย รวมไทยสร้างชาติ เราต้องให้เกียรตินะครับ // ไม่เป็นการเสียหน้าใช่ไหมครับ ไม่ ๆ เรื่องรัฐธรรมนูญไม่มีการเสียหน้าครับ ก็คิดว่าฟังความคิดเห็นของทุกพรรค เราคงไม่คติดว่าใครริเริ่มนะครับ ต้องฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ว่าเรื่องละเอียดอ่อน มีบางคนบอกว่าเรื่อตรวจสอบจะไปกลัวทำไม ซึ่งผมเห็นด้วยนะครับ ในการที่จะมาดำรงตำแหน่งต่าง ๆ รัฐธรรมนูญฉบับต้องการได้คนไม่มีภาระ ไม่อะไรที่ขัดต่อคุณสมบัติ ผมเห็นด้วยเรื่องชะลงเรื่องนี้ไว้ก่อน เอาไว้แก้ทั้งฉบับ (คุณธีรพงศ์) ช่วงนี้พักกันสักครู่เดียว ช่วงหน้าไปตามกันบ้างนะครับ สว. นันทนา นันทวโรภาส มีข้อคิดเห็นว่าเรื่องของการไม่เห็นด้วยนะครับ เรื่องของประชามติร่างกฎหมายว่าด้วยเรื่องการออกประชามติ เดี๋ยวช่วงหน้าติดตามรายละเอียดกันครับ [เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา] (คุณธีรพงศ์) มาดูกันว่าด้วยการร่างกฎหมาย ดูเหมือนว่าจะมีมุมมองที่ไม่เหมือนกับสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ส่วนใหญ่บอกไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้ ที่เห็นว่าเรื่องนี้นี่นะครับ ไม่เห็นด้วยเลย ไม่เห็นด้วยเลยกับกฎหมายนี้นะครับ ก็มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันระหว่าง 2 สภา ก็อาจจะไม่ทันกับการเลือกตั้งปีหน้านี่นะครับ นางสาวนันทนา นันทวโรภาส นันธณา นันทนา นันทวโรภาสร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ วุฒิสภา ได้ให้เสียงกับผู้สื่อข่าว ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการพิจารณาวิสามัญหลังประชุมผ่านมา แต่กลับมี 17 ต่อ 1 เสียง ให้ทบทวนมตินะครับ เพราะว่าเสียงส่วนใหญ่ ไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้ สภาผู้แทนราษฎรเสนอให้ใช้หลักการ Single ที่ยึดหลักใช้เสียงข้างมากกว่าปกตินะครับ ให้ใช้การลงประชามติแบบ Double Maturity นะครับ ก็คือเสียงเกินกึ่งหนึ่ง 2 ชั้น หมายความว่าจะผ่านประชามติได้ ขั้นแรกผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องออกมาออกเสียงประชามติ แล้วก็ผลการออกเสียงประชามติต้องออกเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ของผู้มาใช้สิทธิ์ออกเสียง พร้อมมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์ที่ผิดปกติเห็นตรงกันว่าการทำประชามติต้องใช้ Single Maturity เป็นจริงให้มากที่สุด แต่วันนี้กลับพลิกหน้ามือเป็นหลังมือจะเปลี่ยนมาใช้หลักการของ Double Maturity Magerraty นะครับ ทำประชามติเดี่ยวหรือเป็นคำถามพ่วงก็ตาม เป็นวิธีที่การออกเสียงไม่เกิดขึ้นจริงหากผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาใช้สิทธิประชามติ ประชามตินี้ก็จะไม่เกิดขึ้นนะครับทั้งนี้ หากวุฒิสภาไม่เห็นชอบกับร่างกฎหมายดังกล่าว ที่สภาผู้แทนราษฎรเสนอมา อาจจะตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันของ 2 สภานะครับ ต่อไปอีกอย่างน้อยนี่ ซึ่งก็ยืดเยื้อไม่ทันต่อการเลือกตั้งท้องในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าแน่นอน การแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยอาศัยการทำประชามติเป็นเครื่องมือขัดขวาง ซึ่ร่วมกันของ 2 สภาแล้ว จะเกิดการพลิกไปใช้ร่างของ สส. หรือไม่ อันนี้ก็แล้วแต่อาจารย์นันทนาบอกตอนนั้นอาจจะมีสัดส่วนของ สว. เข้ามาร่วมด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฝ่ายการเมืองไม่ต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ หากมองในแง่ของ สว. เอง อาจจะเป็นทิศทางใดของพรรคในพรรคหนึ่งที่ไม่อยากให้ยกร่างรัฐธรรมนูญในสภานี้ครับ (คุณณัฐภัทรพล) ดูเรื่องปลาหมอคางดำครับ คุณผู้ชมครับ ตอนนี้อาจจะดูเงียบ ๆ ไปนะ คณะกรรมาธิการเขากำลังวิเคราะห์กันอยู่ ว่าปลาหมอคางดำนี่ มันมีต้นตอมาอย่างไร คือ ยังไม่ถูกแก้ไขไปหมดนะ ก็ยังออกลูกออกหลานอยู่ ุแต่่วาข่าวการเมืองอาจจะมากลบไปหน่อยหนึ่ง ร่วมถึงข่าวฝั่งรัฐบาลด้วย (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ ตอนนี้ก็มีข่าวอุทกภัยที่เกิดขึ้นทางภาคเหนือด้วย แต่ว่าเรื่องปลาหมอคางดำนี่ เขาก็มีการพิจารณากันอยู่นะครับ ตอนนี้ก็อยากจะขอไปทางรัฐบาลนะครับ ให้หาต้นตอของปลาหมอคางดำนะครับ ว่ามันมาที่ประเทศไทยได้อย่างไรนะครับ ว่ามันมีเอกชนเพียงแค่รายเดียวเท่านั้นนะครับ ที่นำเข้าปลาหมอคางดำมานั่นเองนะครับ มีการเปิดเผยจากนายแพทย์ อัศวะรุ่งเรือง วิจัยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมผู้แทนราษฎรพร้อมทั้งคุณอธิชัย รองประธานกรรมาธิการพิจารณาสาเหตุ แนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงผลกระทบการนำเข้าปลาหมอคางดำ วิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ในราชอาณาจักรไทย นะครับ ร่วมมีการแถลงข่าวรายงานนั่นเอง โดยคณะกรรมาธิการได้พิจารณาสาเหตุ เพื่อค้นหาสาเหตุของปัญหาดังกล่าวนะครับ พบว่ามีเอกชนเพียงแค่รายเดียวนะครับ ที่ขออนุญาตนำเข้าปลาหมอคางดำเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ซึ่งเมื่อปี 2549 บริษัทพันธุ์มหาชน ได้มีการดำเนินการขออนุญาตนำเข้าปลาหมอคางดำเข้ามาในราชอาณาจักร ต่อกรมประมง โดยกรมประมงก็ได้นำให้คณะกรรมการด้านความหลากหลาย และความปลอดภัยเป็นผู้พิจารณา ซึ่งก็ได้มีมตินำเข้าปลาหมอคางดำได้แบบมีเงื่อนไข แต่บริษัทยังไม่ได้นำเนินการเข้ามาช่วงในเวลาดังกล่าวแต่ว่าท้ายที่สุดแล้วครับคุณผู้ชมครับ บริษัทดังกล่าวก็ได้มีการนำเข้าลูกปลาหมอคางดำจากสาธารณรัฐกานามาในปี 2553 ครับ ภายใต้เงื่อนไข 2 ประการ ของคณะกรรมการ IBC ให้เก็บตัวอย่างครีบดองให้ส่งให้กรมประมงโดยไม่ทำให้ปลาตาย และด้วยศึกษาวิจัย ว่าโดยหากผลการศึกษาไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และไม่มีประสงค์ที่จะทำการศึกษาต่อไป ให้ทำลายปลาดังกล่าวนะครับ นะครับ และแจ้งกรมประมงเพื่อส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการทำลายทั้งหมดด้วยนะครับ โดยว่าทางบริษัทมีตัวอย่างครีบนะครับ เนื่องจากบริษัทก็มีการอ้างว่าปลานี่ ยังมีขนาดที่เล็กครับ จึงพ้นวิสัยเงื่อนไข อีกทั้งยังไม่พบเรื่องของการปรากฏพยานหลักฐาน ซึ่งบรรจุตามขวดโหล มีน้ำยาตามเงื่อนไขนี่แหละครับ ซึ่งล่าสุดคุณผู้ชมครับ เมื่อเย็นที่ผ่านมานี้เอง กรมประมงก็ได้นำข้อมูลของลำดับของปลาหมอคางดำในที่ระบาดใน 6 จังหวัด ประกอบกับการสนับสนุนการทางวิทยาศาสตร์ ที่เขานำมาวิเคราะห์กัน โดย ศ.ดร.... นี่นะครับ มาวิเคราะห์แล้วก็สร้างแผนภูมิต้นไม้ของปลาหมอคางดำคุณผู้ชมครับ มันน่าตกใจนะ เพราะพบว่าปลาหมอคางดำที่เขาเก็บตัวอย่างมา 6 จังหวัดนี่นะครับคุณผู้ชม อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับข้อมูลทางพันธุกรรม ที่มาจากประเทศกาโกตีดีวัวนั่นเองนะครับ ส่วนแนวทางการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดที่ได้รับงบอนุมัตินี่ ประมาณ 450 ล้านนั้นนะครับ คณะกรรมาธิการเห็นว่าวิะรการใช้และงบประมาณนั้น อาจจะยังไม่ตอบโจทย์กับการแก้ปัญหาที่แท้จริงและความยั่งยืนด้วย โดยกรมประมงควรเป็นเจ้าภาพการดำเนินการลหลายหน่วยงานครับ โดยมีการกำหนดกรอบการทำงาน ติดตามการดำเนินงานเป็นระยะด้วย สำหรับการดำเนินการทางกฎหมายนั้น นั่นนะครับ คณะอนุกรรมการเผยว่ารัฐฯหาผู้ซึ่งต้องรับผิดชอบต่อจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มาตรา 97 บัญญัติไว้ว่าผู้ใดกระทำ หรือละเว้นการกระทำว่าด้วยการไม่ชอบทางกฎหมาย อันเป็นการทำลาย หรือทำให้สูญหาย หรือเป็นการทำลาย ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นของรัฐ หรือทรัพแผ่นดิน มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ และชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐฯ ตามมูลค่าของที่ถูกทำลาย ซึ่งควรที่จะเป็นผู้ดำเนินการดังกล่าว เพื่อปกป้องทรัพยากรของชาติก็คือกรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัดต่าง ๆ ที่ได้รับผิดกระทบนั่นเองนะครับ มีช่วงของเสียงคุณ ณัฐชา บุญชัยอินสวัสดิ์ ที่มาแถลงความคืบหน้า ลองไป (คุณณัฐชา) พระราชบัญญัติการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พุทธศักราช 2535 มาตรา 97 ซึ่งบัญญัติว่า ผู้ใดกระทำ หรือการกระทำประการใด โดยมิชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการทำลายหรือทำให้สูญหาย หรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเสียหายเป็นของรัฐฯ สมบัติของแผ่นดิน มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐทั้งหมดทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไปนั้น ซึ่งหน่วยงานของรัฐที่ควรรับผิดชอบดังกล่าว เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ได้แก่ กรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรบริหารส่วนจังหวัดต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบ (คุณธีรพงศ์) ข่าวต่างประเทศช่วงหน้านะครับ คุณกิตติมารออยู่แล้วนะครับ มาติดตามผู้นำสหรัฐ ขึ้นเวที UN คุยเรื่องสงครามที่เกิดขึ้นในเลบานอนด้วยนะครับคุณกิตติที่วอชิงตันนะ มีการประชุม ATAคือ สมัชชาสหประชาชาติ ปีหนึ่งเขาประชุมกันแบบนี้แหละ ก็มีบรรดาผ๔ู้นำต่าง ๆ มามากมาย และผู้นำฝั่งหนึ่ง ก็คือสหรัฐอเมริกานะครับ เมื่อวานนี้ไบเดนได้ออกมาที่อยู่ในทางตะวันออกกลาง และอยู่ในทางภูมิภาคเอเชีย ติดกับไปทางเหนือ ใกล้ทางยุโรปไปเต็มทีแล้วเต็มที่แล้ว ก็คือเรื่องของรัสเซีย กับยูเครน ต่าง ๆ ทั้งหมด ไบเดนชี้ไปถึงเรื่องเดียว คือ ความเป็นประชาธิปไตย ไบเดนบอกเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญครับ ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งของโลกได้ เพราะไม่มีความประชาชนนั่นเอง ถ้าเรามองไปอย่างนั้นก็เห็นจะเป็นจริงนะ เพราะเป็นประเทศที่มีความขัดแย้งต่าง ๆ แต่ทีนี้ความเป็นประชาธิปไตยก็มีความหลากหลายดเหมือนกัน เดี๋ยวไปติดตามในช่วงข่าวต่างประเทศครับ ไบเดนแสดงท่าทีคราับ (คุณณัฐภัทรพล) เดี๋ยวกับมารับชมกันในช่วงหน้าของห้องข่าวรัฐสภาแชลแนลภาคเช้า [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา] [เสียงดนตรี] // มาติดตามความเคลื่อนไหวไปดูท่าที่ของผู้นำสหรัฐฯ การประชุมระดับนานาชาติ อย่างสมัชชาสหประชาชาติ ผู้นำสหรัฐฯ ออกมาแสดงท่าทีแล้วครับ การเป็นประชาธิปไตยมีความสำคัญ ให้ปัญหาความขัดแย้งผ่านไๆปได้ไปได้ครับ โดยล่าสุด โจ ไบเดน มีความเห็นต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ หรือ UGN 79 เรียกร้องให้บรรดาผู้นำโลกยืดหยัดต่ออุดมการณ์ประชาธิปไตยที่ยังคงยืดเยื้อและรุนแรงในหลายภูมิภาคของโลก ผู้นำสหรัฐฯ เตือนกับสงครามแบบเต็มรูปแบบของเลบานอกันระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบุลเลาะห์ รัฐบาลสหรัฐนี่ จะมีการโจมตีแนั้นโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่ในรอบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 558 ราย เกี่ยวกับสงคราวในฉนวนกาซา ยุติสงครามที่นี่ ซึ่งอิสราจะครบ 1 ปี ในวันที่ 7 ตุลาคมนี้ ต้องยุติด้วยการหยุดยิง แม้การเจรจารอบปัจจุบันไม่มีความคืบหน้าก็ตาม ขณะเดียวกันผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันว่าประธานาธิบดีของนัน้ตะวันตกอย่าเพิ่งเหนื่อยหน่ายนะครับ ทั้งนี้ไบเดนครับ ปิดการกล่าวแถลงถ้อยคำขแงตัดเองการตัดสินใจถอดตัวออกจากพรรคเดโมแครต ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ว่าที่เท่ากับว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งสมัยเดียว แต่ตลอดการเมืองตลอด 5 ทศวรรษที่ผ่านมา และก็เรียนรู้ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโลกได้เผชิญกับเหตุการณ์มากมาย แต่ท้ายที่สูดแล้วโลกย่อมสวยงามเสมอฟ้าหลังฝนก็มักจะสดใสนั่นเองครับ ไปดูที่จีนครับ ล่าสุดกองทัพจีนทดสอบขีปนาวุธ ขีปนาวุธแบบใหม่ ข้ามมหาสมุทร งานนี้ไม่ได้ใช้กระสุนจริงนะครับ แต่ของจีนออกแถลงการณ์ครับ ว่ากองจรวจของจีน แปลดปล่อยประชาชนจีนหรือ DLA ทดสอบข้ามทวีปแบบ ICBM ใช้หัวรบแบบหลอก ในเขตทะเลหลวงของทะเลแปซิฟิก ซึ่งตกตามเวลาท้องถิ่น โดยขีปนาวุธตกลงภายในพื้นที่ที่กำหนดไว้ครับ กระทรวงกลาโหมจีนครับ ว่าการฝึกซ้อมดังกล่าวมีการเป็นไปด้วยแผนการประกาศให้ประเทศในกาลเวลานั้นทราบไม่มีเจตนายั่วยุ ข่มขู่ คุกคาม อย่างไรก็ตามการทดสอบขีปนาวุธ ICBM ของจีน เกิดขึ้นแทบไม่บ่อยครั้งนักครับ โดยในเขตทะเลทางตอนใต้ของทางแปซิฟิกที่ 1980 นะครับ กว่า 40 มาแล้ว PIA ยังคงดำเนินการทดสอบประสิทธิภาพ ICBM แต่ทดสอบในประเทศครับ ในขณะที่สหรัฐฯ เคยออกมาบอกครั้งหนึ่ว ว่าจีนทดสอบไฮเปอร์โซเวียตว่าด้วยความเร็วเหนือเสียง แต่รัฐบาลจีนประกาศครับ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาครับ ว่าไม่กับสหรัฐฯ เนื่องจากสหรัฐฯ ยังขายขีปนาวุธให้ไต้หวัน ด้านสหรัฐก็วิจารณ์กลับครับ ว่าทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ เผยแพร่ ปีที่แล้วว่าพัฒนาการทางทหารและความมั่งคงของจีน จำนวนหัวรบนิวเคลียร์ของจีนมากกว่า 600 ลู ก2566 และมีแนวโน้มเพิ่มอีกครับ ว่าให้กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน หรือ PIA เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 1,000 หัวครับ ภายในปี 2573 และหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางใด หัวรบนิวเคลียร์ของจีนจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,500 ลูก เพิ่มจากปี 2578 ซึ่งเร็วกว่าที่สหรัฐฯ คาดการณ์เอาไว้อย่างมากครับ เพิ่มจาก 1,000 ลูกนะครับ ที่จะเกิดขึั้นภายในไม่กี่ปีเป็น 1,500 ลูก เพิ่มจาก 00เป็น 1,500 ลูก ภายในปี 78 นะครับ เร็วกว่ามาก ต้องบอกอย่างนี้ และที่สำคัญจีนต่างจากเกาหลีเหนือ เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธแบบข้ามประเทศแบบเจาะจงเป้าหมายนะครับ ส่วนใหญ่เกาหลีเหนือจะพลาดเป้า ซึ่งกระสุนด้านก่อน แต่ของจีนตรงเป้า แม้จะใช้กระสุนด้านแบบจงใจ แม้จะไม่ติดหัวรบ แต่ตัวขีปนาวุธลงตรงเป้าทุกครั้งนะครับ ประสิทธิภาพเขาแม่นนะครับ ครับ ตรงไม่ตรงไม่รู้ แต่ด้านก่อน พูดง่าย ๆ ว่าถ้าฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งสะสมขีปนาวุธได้มาก และมีจำนวนมากที่สุด และเรียกว่าหักปากกาข้อตกลง หักปากกาข้อตกลงนะครับ ว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องใหญ่ของโลกในอนาคตครับ (คุณณัฐภัทรพล) ก็ต้องติดตามกันสถานการณ์โลกช่วงนี้ หมดเวลาของห้องข่าวรัฐภาพแชนแนล ภาคเช้า ในวันนี้แล้วนะครับ เกาะติดสภา ว่าด้วยเรื่องวุฒิสภา วันนี้เรา 3 คน พร้อมกับอาจารย์ล่ามภาษามือ อาจารย์สมคิด และทีมงานต้องลาไปก่อนสวัสดีครับ (คุณณัฐภัทรพล) สวัสดีครับ [เสียงดนตรี]