//ช่อง 10 รายการต่อไปห้องข่าวรัฐสภาแชลแนล ขภาคเช้าครับ [เสียงดนตรี] (คุณธีรพงศ์) สวัสดีครับ (คุณณัฐภัทรพล) สวัสดีครับ คุณผู้ชมครับ ได้เวลาห้องข่าวรัฐสภาแชนแนลภาคเช้าแล้วนะคะ วันนี้อยู่คุณธีรพงศ์ ทะนัน และผม ณัฐภัทรพล จุติการพาณิชย์ และอาจารย์ล่ามภาษามืออาจารย์คมสันธนเกียรติก็คุณกิตติเสรีประยูรนะครับ วันนี้เรามาพบกันวันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน 2560 นะครับ ต้องบอกว่าสถานการณ์น้ำท่วมเชียงใหม่น่าเป็นห่วงเลยทีเดียว เมื่อคืนทุกบถิติแล้วนะ แม่น้ำปิงที่สูงที่สุดในประวัติการณ์แล้วนะ สูงกว่าปี 2556 แล้วก็ปี 2554 ด้วยหลายคนก็กังวลเหมือนกันเพราะว่าน้ำทิพย์มาน้ำในพื้นที่เศรษฐกิจช้างคลานไม่ต้องพูดถึงเลยเห็นว่าวันนี้จะปิดตลาดวโรรสก่อน เพื่อความปลอดภัยแล้ว ก็เพื่อทรัพย์สินของพ่อค้าพ่อค้าด้วย แล้วก็เห็นว่าได้อาบน้ำเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา มันลดลงไปนิดหนึ่ง ประมาณสัก 2 เซนติเมตร แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะเพิ่มขึ้นอีกหรือเปล่าเพราะว่าเห็นว่าช่วงปลายเดือนนี้ 2-3 วันนี้ล่ะฝนจะมาอีกระลอกหนึ่ง (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ และ ตอนนี้ในพื้นที่ก็ยังมีฝนโปรยปรายลงมาคุณผู้ชมครับ ก็ต้องระมัดระวังกันด้วยนะครับ ในช่วงในครั้งนี้ใหญ่จริง ๆ นะครับ ในพื้นที่ภาคเหนือทุกภาคส่วนครับ ตอนนี้ก็มีการส่งความช่วยเหลือไปในพื้นที่ภาคเหนือต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชนภาครัฐบาลเองนะครับ วันนี้ก็ยังให้กำลังใจกันต่อไปก่อนนะครับ ใครที่ยังไม่ท่วมจะคาดการณ์ว่าน้ำอาจจะมาเก็บของที่สั่งไว้ก่อนนะ (คุณธีรพงศ์) ที่นี่หน้าแม่น้ำปิงนี่จากเชียงใหม่ใช่ไหมครับ แล้วก็น้ำวังที่ลำปางกำลังท่วมอยู่เหมือนกัน ปิง วัง มาแล้ว 2 เดี๋ยวรวมกันที่ปากน้ำโพ เจ้าพระยาเดี๋ยวรอรับ มาแน่น่ะ (คุณณัฐภัทรพล) สถานการณ์ปีนี้เขาคิดหนักเลยทีเดียวนะครับ คุณผู้ชมครับ แต่หลายคนก็อาจจะเป็นกังวลนะครับ ค่าน้ำมันจะมาถึงพื้นที่กรุงเทพฯหรือเปล่า แต่ว่าเขาก็มีการคาดการณ์กันว่าปริมาณน้ำมันยังไม่เยอะเท่ากับปี 2554 ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ (คุณธีรพงศ์) คือ อาจจะไม่ซ้ำรอยขนาดนั้น แต่ว่าเพียงพื้นที่บริเวณใกล้ตลิ่งนะครับ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซากบ่อยนี่ อันนี้อาจจะขึ้นมาบ้างนะ ต้องระวังเหมือนกัน แล้วก็ติดตามข่าวสารเรื่องของน้ำท่วมให้ดี ๆ ด้วยนะครับ ขณะที่เรื่องของแจกเงินหมื่นสำหรับกลุ่มผู้ปกบาง คนไปต่อคิวกันที่หน้าธนาคารที่ยาวเหยียด หลายธนาคารเลย โดยเฉพาะธนาคารของรัฐเช่นกรุงไทยอย่างนี้ธกส โอ้โห แถวยาวมาก (คุณณัฐภัทรพล) นอกจากสาขา แล้วก็ตู้ ATM นะคุณผู้ชมคิวก็ยาวเหมือนกัน เมื่อคืนที่ผ่านมาเที่ยงคืนนะ รอบที่ 2 เข้าแล้วนะ ใครที่มีเลขบัตรประชาชนลงท้ายด้วย 1, 2, 3เ ล่นอยู่ที่ประมาณ 4.5 ล้านคนคุณธีรพงศ์ในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาแน่นอนว่าหลายคนเปิดมือถือขึ้นมาเช้านี้เช็กแล้วนะ 10,000 บาทเข้าหรือยัง (คุณธีรพงศ์) คือ เห็นในโซเชียลนะนะครับ บอกว่าไม่อยากจะเชื่อเลยเหมือนฝัน จริง ๆ เหรอ แล้วก็กดได้เป็นเงินสดด้วย คือ หลายคนดีใจก็มีการพูดคุยเหมือนกัน าจะเอาเงินไปทำอะไรบ้าง ก็บอกว่าไปซื้อของกินของใช้นี่แหละ เป็นหลักนะ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ เพราะว่าเมื่อวานแพทองธานก็ออกมาบอกเกี่ยวกับเรื่องของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเกี่ยวกับเรื่องของโครงการแจกเงิน 1 หมื่นบาทนี่แหละ ก็ยังคงใช้คำว่า "พายุหมุนทางเศรษฐกิจ" กระตุ้นทางพายุหมุนทางเศรษฐกิจเหมือนเดิมนะคุณธีรพงษ์เฟส 2 เฟส 3 เฟสต่อไปนี้พยายามจะนำเข้าไปในระบบดิจิตอล wallet ให้ได้คือตอนนี้ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลต่อไปนี้นะครับ คนที่จะได้นี่ แล้วก็ความจริง 1. ควรจากเขาเรียกว่าไทม์ไลน์ตอบให้มันชัดเจนกว่านี้ไหมว่าจะได้เมื่อไหร่อย่างไรแล้วจะได้เป็นเงินสดเหมือนกันไหมถ้าได้เป็นเงินสดเหมือนกันนี่น่าจะดีนะ แต่ว่าไม่น่าจะใช่ (คุณณัฐภัทรพล) เพราะว่าน่าจะเข้าสู่ระบบดิจิทัลลที่เขาจะมีการปูรากฐานเป็นระบบดิจิตอลของประเทศไทย (คุณธีรพงศ์) เพราะเฟส 2 ที่จะมีคนเยอะมากเยอะกว่ากลุ่มก้อนแรกถูกต้องคุณผู้ชมเขาก็ต้องรอกันต่อไปเดี๋ยวชนะของกระทรวงการคลังก็น่าจะมีการออกมาแสดงความชัดเจนเกี่ยวกับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจแจกเงิน 10,000 บาทนะครับ ไปดูในสภาเมื่อวันที่ผ่านมาดีกว่าครับคุณผู้ชมครับ มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนะครับ เกี่ยวกับเรื่องของการพิจารณาร่างกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือว่าที่เรียกกันสั้น ๆ นะครับ ว่า "กฎหมายไม่ตีเด็กนี่" นะครับ คณะกรรมาธิการกรณีการขอถอนร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรส่วนใหญ่ ก็มีความเห็นหลากหลายมุม ไปดูกันดีกว่ากับบรรยายประชุมผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ผ่านมาครับท่านผู้ชมครับ กรณีการพิจารณาพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกรณี กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับที่...หรือกฎหมายไม่ตีเด็กนั่นเอง ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว โดยคุณสรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์ ประธานคณะกรรมาธิการสามัญได้กล่าวอยู่กับที่ประชุม ว่าคณะกรรมาธิการได้พิจารณาปรับแก้ในมาตราที่ 3 เพื่อให้มีความเหมาะสม โดยมีเจตนาเพื่อให้สิทธิ์ทำโทษของผู้ปกครอง ในการว่ากล่าว สั่งสอน ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพพัฒนาการของเด็ก เพื่อที่จะต้องการให้ผู้ปกครองมีทัศนคติเชิงบวกในการเลี้ยงดูบุตร มีความสัมพันธ์ และความผูกพันที่ดีต่อบุตรนั่นเองนะครับ จากนั้นที่ประชุมได้มีการร่างจดหมายเป็นรายมาตราครับ เริ่มตั้งแต่ชื่อร่าง เรียงตามลำดับถึงมาตรา 3 สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจากบัตรประชาชน ร่างจดหมายฉบับนี้เป็นส่วนใหญ่ และต่างก็มีความเห็นตรงกันนะครับ เช่น เช่นทางด้านของคุณ พิมพ์การณ์ วิชาปกรณ์ สมาชิกผู้แทนราษฎรกรุงเทพฯที่เห็นว่าควรเปลี่ยนความคิดที่ว่ารักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี มันเป็นการกระทำที่อ่อนโยนให้เหตุผลผสมกันปรารถนาดีระบุในวิธีที่ถูกต้อง เช่น เดียวกับทางด้านของคุณศศินันท์ ธรรมฤทธินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพฯ ที่มีการกล่าวว่าสภาผู้แทนราษฎรทางกฎหมายทารุณกรรมสัตว์ไปได้แล้ว แต่ทำไมวันนี้ต้องมีการตั้งคำถามอะไรกับการจะคุ้มครองมนุษย์ด้วยกัน ตัวสมาชิกหลายคนมองว่าการเฆี่ยนตี ก็เป็นลักษณะสังคมไทยทำให้เด็กไทยเป็นตัวมาเป็นคนดี ส่วนตัวมองว่าการเขียนตีนี่ล่ะครับ ไม่ตอบโจทย์ว่าทุกคนจะต้องการคนดีนั่นเองตั้งใจอีกท่านหนึ่งนั่นเองครับ คุณวิชัย สุขสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ ว่ามีการอธิบายครับ ว่ากฎหมายนี้จะเป็นการสร้างมาตรฐานให้กับสังคมโดยเฉพาะสถาบัน โดยพ่อและแม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดูแลบุตรหลาน แต่กฎหมายดังกล่าวมีบทบัญญัติมีบทริดรอนสิทธิของพ่อแม่ในการดูแลนั่นเอง เช่นเดียวกับจ่าอภิชาติ โกสน สมาชิกผู้แทนราษฎรเพชรบุรี ได้มีการอธิบายต่อกฎหมายไม่ตีเด็กนี้นะครับ โดยส่วนตัวมองว่าการลงโทษเด็กต้องรู้ว่าบุคคลนั้นเป็นใคร หากเป็นพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดก็สามารถทำได้ เพราะว่าสังคมไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเพื่อให้เติบโตเป็นคนดี ใช้สิ่งใดที่ถูกทำดีชมเชย ถ้าทำผิดก็สามารถว่ากล่าวหรือว่าติติงได้ ซึ่งหาพ่อแม่ไม่มีสิทธิ์ตีลูกอะไรจะเกิดขึ้น จึงต้องมีการแยกแยะสิ่งที่จะเกิดขึ้น แล้วก็พ่อแม่ควรที่จะตีลูกได้เหมือนเดิมนะครับ ท่านหนึ่งครับ ได้นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกผู้แทนราษฎร จังหวัดน่านพรรคเพื่อไทยครับ จะมีการอภิปรายกับกฎหมายดังกล่าว เพื่อนสมาชิกสนับสนุนด้วยคัดค้านนะครับ ซึ่งจะมีการอธิบายตามความเป็นจริงว่าขณะนี้เสียงส่วนใหญ่ยังคงคัดค้าน มีข้อเสนอให้คณะกรรมาธิการนำร่างกฎหมายไปปรับแก้ก่อน นอกจากร่างกฎหมายขัดกับหลักการเองจนในที่สุดครับคุณผู้ชมครับ มีการประชุมถึงมาตรการ 3 คณะกรรมาธิการก็ได้เห็นพ้องกัน ร่วมกันในการขอถอนร่างพระราชบัญญัติกลับไปพิจารณาปรับปรุงแก้ไข โดยที่ไม่ขัดข้องนั้นเองนะครับคุณผู้ชมครับ เดี๋ยววันนี้ติดตามกันต่อนะ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรกันในเวลา 09.00 น. นะครับคุณธีรพล วันพฤหัสก็จะเป็นกระทู้ 3 (คุณธีรพงศ์) ใช่ไหมครับ ขณะที่ยังต่อเนื่องกฎหมายฉบับนี้กฎหมายไม่ตีเด็กนะครับ ที่นี่เป็น 2 มุมมองของคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม กันหน่อย เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างกฎหมาย แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. นะครับ ก็เป็นรองประธานร่างกฎหมายไม่ตีเด็กนี่ ก็บอกว่าที่สภาผู้แทนราษฎรนะครับ หลังจากมีมติให้ถอนร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ ก็มีการแสดงออกมานะครับ ก็บอกว่าให้มีการกลับไปทบทวนก่อนเสนอพิจารณาอีกครั้ง ว่าในชั้นธรรมาธิการได้แก้ล่างบนพื้นฐานที่ว่าการลงโทษเด็กนั้นต้องรีบเป็นการทารุณกรรม แล้วไม่เป็นการกระทำใดใด ที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายหรือจิตใจเด็กยานะครับ ว่าเนื้อหาสาระเวลาที่มีการปรับแก้เป็นไปในแง่สนับสนุนผู้ปกครอง ให้ใช้วิธีการทำโทษเด็กที่เหมาะสม ไม่มีประเด็นที่พ่อแม่ผู้ปกครองไม่สามารถทำโทษบุตรได้นะครับ ส่วนที่มีการอภิปรายเรื่องการท้วงติงเฆี่ยนตีหรือคำว่าเฆี่ยนตีคณะกรรมาธิการไม่ได้เพิ่มเข้าไปใหม่จะเป็นคำที่ปรากฏอยู่ในขั้นตอนการรับหลักการในวาระที่ 1 ที่สภาให้ความเห็นชอบนะครับ ตนจนจึงมองว่าในการพิจารณาวาระ 2 และวาระ 3 ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องเพิกถอนร่าง หรือไม่เห็นด้วยในการพิจารณาผ่านร่างนะครับ อย่างไรก็ตามในมติดังกล่าวที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาจจะสะท้อนว่าพรรคประชาชนและคณะกรรมาธิการ ยังไม่สามารถที่จะสื่อสารสร้างความเข้าใจ ในร่างกฎหมายดังกล่าวนี้ กับพ่อแม่ผู้ปกครองได้มากพอนะครับ เพราะว่าว่ายังมีความไม่เข้าใจอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการต้องทำการบ้านให้หนักขึ้น เพื่อสื่อสารทำความเข้าใจที่ถูกต้องนะครับ ว่ากฎหมายดังกล่าวนี้ เป็นกฎหมายฝ่ายค้านเพียงพรรคเดียว ฉบับเดียวใน 2 สมัยประชุมสภาด้วยนะครับ ที่ผ่านมานนี่ โดยที่ไม่มีรากของพรรคการเมืองอื่นประกอบในการพิจารณา แต่ไม่ควรนำเรื่องนี้ประเด็นทางการเมือง ที่จะไม่เห็นด้วยกับกฎหมายดังกล่าว ควรพิจารณาจากเนื้อหาสาระที่มุ่งเน้นการปกป้องคุ้มครองสิทธิเด็กมากกว่านะครับ คุณณัฐวุฒิยังบอกเพิ่มเติมว่าหลังจากนี้ทางคณะกรรมาธิการจะประชุมอย่างเร่งด่วนที่สุดนะครับ เพื่อมีเหตุจำเป็นหรือมีสิ่งใดที่ต้องปรับแก้ไขหรือไม่ จะมีการปรับแก้ถ้อยคำอื่นได้หรือไม่เพื่อสื่อสารเรื่องแบบนี้ต่อประชาชน แล้วก็ผู้ปกครองของเด็กทุกคนให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยคณะกรรมาธิการก็จะทบทวน ว่าการแก้ไขร่างดังกล่าวขัดต่อหลักการตามที่มีการกล่าวอ้างในการที่อภิปรายหรือไม่ รวมถึงทบทวนว่ามีถ้อยคำใดที่อาจจะทำให้สมาชิกไม่เข้าใจหรือไม่นะครับ ตลอดจนกระบวนการวิธีการสื่อสารต่อสาธารณะ ที่อาจจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้หรือไม่อย่างไร โดยภายหลังการพิจารณาทบทวนร่างแล้วนี่ ก็จะส่งเข้าสู่การพิจารณาของสภานะครับ เพื่อให้ทันในเวลาที่เหลืออยู่ ของการประชุมสภาในสมัยนี้นะครับ มีเสียงคุณณัฐวุฒิครับ (คุณณัฐวุฒิ) ผมยังยืนยันว่าเป็นเนื้อหาสาระที่สอดคล้องมุ่งเน้นเป็นญาติของการสนับสนุนผู้ปกครอง ในการมีวิธีการในการทำโทษบุตร ไม่ใช่กรณีของการถูกอ้างว่าต่อไปนี้พ่อแม่ลูกของจะไม่สามารถลงโทษหรือกระทำใด ๆ ก็พูดได้หรือไม่ใช่เป็นกรณีที่ถูกกล่าวอ้างว่านำไปสู่การแตกแยกในครอบครัว จะนำไปสู่การฟ้องร้อง จะ นำไปสู่การแทรกแซงดูกัน ดำเนินคดีต่อพ่อแม่ผู้ปกครอง อันนั้นมีประเด็นใดที่เกี่ยวข้องกับร่างเสร็จวันนี้ครับ นักกฎหมายไม่ตีเด็กเช่นลงไปที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรก็มีการพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องของกฎหมายชาติพันธุ์สวัสดีครับ คุณผู้ชมครับ มีการพัฒนาถึงช่วงเย็น ๆ นะครับ ท้ายที่สุดแล้วคุณผู้ชมครับ ประธานคณะกรรมาธิการที่มีการพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องของ พรบ. คุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ครับ มีการถอนเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายนี้ไปดูกันนะครับ ร่างกฎหมายที่น่าสนใจอีกฉบับหนึ่ง หลังจากที่เราได้ออกไปนะครับ ก็คือเรื่องของร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. คณะกรรมการพิจารณาเสร็จแล้ว ของคุณปิยะรัตน์ ปิยะรัตน์ ครับ ประธานคณะกรรมการวิสามัญ ด้านกฎหมายที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วต่อที่ประชุม โดยคุณปิยะรัตน์ ก็ได้มีที่จะถึงกฎหมายถึงคณะกรรมาธิการ ว่าคณะกรรมาธิการได้นำผลการรับฟังความเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้น จากกฎหมายมาพิจารณาร่วมกัน โดยกฎหมายดังกล่าวจะเป็นวาระที่สำคัญที่ทุกภาคส่วนจะมีส่วนร่วมในการผลักดันแล้วก็หน้าที่มั่นคงของชาติพันธุ์ของประเทศ และประเทศไทยจะเข้าสู่ประเทศไทยที่ยอมรับคนไว้อย่างเสมอภาค จะนัดที่ประชุมได้มีการพิจารณาร่างกฎหมายเป็นรายมาตรา 35 มาตรา ซึ่งตั้งแต่ชื่อร่าง... เรียงตามลำดับจนถึงรามมาตรา 35 ครับ โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงชื่ออธิบายอย่างกว้างขวาง อย่างเช่น ทางด้านของคุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติครับ ได้มีการใช้สิทธิ์นะครับ ในการอธิบายในมาตราที่ 3 ที่ด้านข้างของคำว่าธรรมาธิการได้ให้คำนิยามของคำว่า "ชนของชีวิตเมือง" ว่ากลุ่มชาติติพันธ์สืบเนื่องในบริษัทกับถิ่นฐาน ว่าพรรครวมชาติเป็นพรรคการเมืองเดียวที่ไม่เห็นด้วยการบัญญัติคำว่า "ชนเผ่าพื้นเมือง" ด้านกฎหมายมองความนะครับ เพราะถ้าเกิดมีการกำหนดไว้อนาคตสามารถแยกออกไปตั้งหรือว่าปกครองตนเองได้ ในประเทศไทยมีมากกว่า 50 กลุ่มชาติติพันธ์ ต่างก็ยังเป็นคนไทย ไม่อยากใครไม่อยากมีใครเป็นคนเผ่าพื้นเมือง ประเทศไทยมีเผ่าเดียว ก็คือเผ่าไทยนี่นะครับ รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย มาเป็นเพลงชาติเลยนะคะ คุณธีรพงษ์ ซึ่งหลังจากนี้ครับ คุณมานพที สมาชิกกรรมาธิการ ได้มีการชี้แจงเกี่ยวกับการบัญญัติให้มีคำว่า "ชนเผ่าพื้นเมือง" ว่าจะมีข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ไม่ได้ที่ประเทศไทยมีการรวมกันที่หลากหลายของชนเผ่าจึงจำเป็นจะต้องปกป้องคุ้มครองคนส่วนน้อยนี้นะครับ ไม่มีเรื่องความแตกแยกเข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันที่ผ่านมาประเทศไทยร่วมลงนามว่าสิทธิพลเผ่าพื้นเมือง ตามปฏิญญาสากลแห่งสหประชาชาติ ทำงานกับองค์กรนานาชาติมากมายเลยทีเดียวนะครับ ที่ล้วนแล้วแต่ใช้คำว่า "ชนเผ่าพื้นเมือง" หากใครจะไม่มีบทบัญญัตินี้ในกฎหมายจะไปคุยข้อเท็จจริงเหล่านี้ได้อย่างไรนั่นเองนะครับ อีกท่านหนึ่งครับ ไปดูทางด้านของท่านธิษณา ชุณหะวัณ ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนนะครับ ได้มีการอภิปรายสนับสนุนร่างกฎหมาย ร้องขอให้พิจารณาคุ้มครองสิทธิต่าง ๆ สำหรับชนกลุ่มน้อย และกลุ่มชาติพันธุ์ ที่ควรมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกันกับคนส่วนมาก เช่น การเข้าถึงบริการสาธารณสุขฟรีและถ้วนหน้า สิทธิในดินแดนที่ดินทำกิน และการไม่เลือกปฏิบัติทางกฎหมายนั่นเองครับ โดยในที่ประชุมพิจารณาต่อเนื่องมาถึงมาตรา 4 มีทางด้านของคุณปิยะรัตน์ ปิยะไพรัช ทางด้านกรรมาธิการ ได้ขออนุญาตที่ประชุมถอนร่างกฎหมายคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติติพันธ์ออกจากสภา เพื่อที่จะมีการนำกลับไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่งนะครับ โดยให้เหตุผลว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ยังมีหลายมิติ ที่คณะกรรมาธิการต้องมีการพิจารณา ให้เข้ากรมเพื่อให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นเรื่องที่คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ของกลุ่มชาติติพันธ์ทั่วทั้งประเทศนั่นเองนะครับ หลังจากนั้นเองนะครับคุณผู้ชมครับ เลยทำให้คุณมาพร คิริภูวดลนะคะ 2 บัญชีรายชื่อเหมือนกันนะครับ ว่าได้มีการใช้สิทธิ์ในการอภิปรายด้วยว่านะคณะกรรมาธิการชุดนี้พัฒนาร่างกฎหมายด้วยความรอบคอบ และด้วยความเข้าใจของทุกฝ่ายซึ่งตนก็ทราบว่าวินนั้นได้มีการพูดคุยกันแล้วนะครับ แต่อาจจะมีบางประเด็นที่ขอให้มีการพิจารณาหารือกัน ในที่ประชุมสภา อย่างเช่น คำว่า "ชนเผ่าพื้นเมืองและชาติพันธุ์" นอกนั้นไม่มีสัญญาณที่จะขอร่างกลับไปพิจารณา จึงต้องการให้สภาได้พิจารณาต่อเนื่องจากครั้งนี้เป็นครั้งแรก ที่มีการเสนอเป็นกฎหมายทั้งของภาคประชาชน พรรคการเมือง และคณะรัฐมนตรีนั่นเองนะครับ ท่านหนึ่งลุกขึ้นมาเลยนะ ในฐานวิปฝ่ายค้านนะครับ คุณผู้ชมคุณชุติพงศ์ พิภพภิญโญ นะครับ สส. จังหวัดระยองครับ พรรคประชาชนก็ลุกขึ้นอภิปรายขับด้วยระบุ ว่ามีการถอนรากกับภัยอภิปรายในชั้นกรรมาธิการอีกครั้งจะทำให้เสียงานของสภานะครับ และการทำงานของกรรมาธิการที่ผ่านมามีฝ่ายรัฐมนตรี พรรคการเมืองทุกพรรค และประชาชน จึงไม่เห็นด้วยกับการถอนร่างกฎหมายออกไปก่อน จึงขอให้ที่ประชุมลงมติว่าสมควรถอนร่างออกไปนั่นเองหรือไม่นะครับ ส่วนต่อมาครับ คุณผู้ชมครับ ทางด้านของครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส. สุรินทร์ พรรคเพื่อไทยครับ ได้ลุกขึ้นมาอภิปรายที่ประชุมวิปรัฐบาล ได้มีการหารือกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งรัฐบาลยังมีความสับสนกันอยู่ แต่ก็คิดว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้เมื่อเข้าสภานะครับ เพราะว่าไม่ต้องการให้มีการระบุว่าฝ่ายรัฐบาลมีเจตนาร้าย ซึ่งตั้งแต่ต้นทำกฎหมายมาไม่เคยเห็นกฎหมายฉบับใดที่บทมาตราเดียวและใช้เวลา 1 ชั่วโมงกว่า ๆ นี่นะครับ แล้วก็ไม่เข้าใจการโบสถ์จึงเห็นว่าควรถอดร่างกฎหมายออกไปก่อน แล้วค่อยมาเจรจาความอีกครั้งหนึ่งนะครับ ท้ายที่สุดแล้วครับคุณผู้ชมครับ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก็มีมติเห็นชอบไม่มีการถอนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติติพันธ์ พ.ศ. ตามที่ประธานคณะกรรมการนำเสนอ ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 255 เสียงไม่เห็นด้วย 137 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียงอีก 1 เสียงนั่นเองนะคะ (คุณธีรพงศ์) มาดูอีกหนึ่งมุมมองกันบ้างนะครับ กับประเด็นช่วงนี้ทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นจริยธรรมของนักการเมืองนะครับ ไปดูฝั่งของคุณนิกร จำนง กันบ้าง เขาเคยเป็นอดีตคณะกรรมการจริยธรรมขอสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 25 นะครับ ก็บอกว่าเห็นด้วยนะส่วนตัวควรจะมีการแก้ไข แต่ว่าเรื่องของจริยธรรมและการเมืองนี่ คุณนิกรบอกเลยว่าความจริงแล้วมันไม่ควรจะอยู่ในตัวบทกฎหมายนะ ควรจะอยู่ในใจของนักการเมืองมากกว่า และก็ควรจะมีการปลูกจิตสำนึกที่ดีให้กับนักการเมือง เห็นด้วยว่าเรามีการแก้ไขโดยเริ่มจากกระบวนการสอนและก็ทำประชามตินะครับ นายนิกร จำนง อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมการวิสามัญ ยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พ.ศ. และอดีตเลขานุการคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 25 นะครับ ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับมาตรฐานจริยธรรม ในระบบการเมือง บอกว่าจริยธรรมที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในตัวบทกฎหมาย แต่ต้องสร้างให้อยู่ในใจนักการเมืองให้ได้ ซึ่งการที่นักการเมืองจะมีจริยธรรมนั้น มันตรวจสอบยากน่ะนะครับ ดังนั้น จึงต้องพักส่งเสริมให้จริยธรรมเกิดขึ้น แต่ทั้งนี้การมีจริยธรรมเป็นหลักการเอาไว้ก็จะทำให้สถาบันการเมืองและนักการเมืองดีขึ้น พร้อมยอมรับว่าประมวลจริยธรรมไม่ว่าจะเขียนอย่างไร ก็มีความซับซ้อนละเอียดอ่อน โดยเฉพาะปัญหาที่สำคัญ ก็คือ สส. ต้องมีประมวลจริยธรรมเป็นของตัวเอง เนื่องจากขณะนี้อยู่ภายใต้จริยธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ ที่มองว่าบางเรื่องครอบทั้งหมด ไม่สอดคล้องกัน เพราะหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญกับประชาชนไม่ได้ ไม่เหมือนกับหน้าที่ สส. ที่ต้องใกล้ชิดกับประชาชน เพราะถ้า สส. ไม่ใกล้ชิดกับประชาชนอารยธรรมได้นะคะ มีคนนี้ก่อนยังบอกด้วยนะครับ ว่าสมาชิกที่ผ่านมาจริยธรรมช้า การลงโทษทำได้เพียงตำหนิและตักเตือนเท่านั้น ไม่มีการลงโทษร้ายแรง ส่วนหลักปฏิบัติที่จะทำให้เกิดจริยธรรม ตนมองว่าเกิดจากแรงกดดันของประชาชนจากระยะทางที่ออกเป็นกฎหมายก็ส่วนหนึ่งในฐานะที่นักการเมืองเป็นบุคคลสาธารณะ ความรอบรู้ของประชาชนถือเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะหากนักการเมืองไม่ผิดหลักจริยธรรม แต่ประชาชนมองว่าผิด ก็ถือว่าเป็นบทลงโทษที่ร้ายแรงกว่านะครับ ที่จะนำไปสู่การไม่ถูกเลือก แล้วก็ไม่สนับสนุนในอนาคต ส่วนที่มีนักการเมืองเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับมาตรฐานจริยธรรมของนักการเมืองนั้น คุณนิกร ย้ำด้วยนะครับ ว่าควรจะมีการแก้ไขระยะทำเป็นเรื่องนามธรรมที่เกี่ยวกับนักการเมืองแก้ไขแบบรายมาตรานี่ คุณนิกรบอกว่ามันเป็นไปได้ยากนะครับ ควรเริ่มที่ประชาชนก่อน ผ่านกระบวนการทำประชามติที่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือ สสร. ได้กำหนดในการจัดทำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ พร้อมกันนี้คุณนิกรยังบอกด้วยนะครับ ว่าเรื่องจริยธรรมนี่จำเป็นต้องแก้ไข เนื่องจากบริบทจริยธรรมเป็นอาหารนะครับ ของราชการและหน่วยงานที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น การใช้จริยธรรมแบบเหมารวมที่เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ขณะที่มาตรฐานจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญมาตรา 219 ควรจะต้องแก้ไขที่มา โดยควรที่จะให้ศาลเป็นผู้ตัดสินเหมือนเดิม เพียงแต่การผิดจริยธรรมนั้นต้องตามหลักแต่ละหน่วยงานนะครับ มีเสียงของคุณนิกรครับ (คุณนิกร) ผมเห็นด้วยว่าจะต้องแก้ ว่าทำไมเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่แกที่เขาถูกมองว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับนักการเมืองมันก็ไปยาก ก็เลยคิดว่าคนรวมทั้งฉบับให้สสจเขาคิดเองว่าจะจัดการกับนักการเมืองอย่างไร ไม่ใช่เราคิดว่าเราควรจัดการอย่างนี้ มันเหมือนคือไปวา วาไปศอกน่ะ ประชาชนก็ไม่แล้วมันก็มีแรงต้านอีกอันหนึ่งก็คือว่าเรื่องพวกนี้รัฐธรรมนูญที่ต้องทำประชามติ ปัญหา คือ จะผ่านประชามติได้เหรอ (คุณณัฐภัทรพล) ต่อไปครับคุณผู้ชมครับ เกี่ยวกับเรื่องของการแก้ไขปมเรื่องของจริยธรรมนี่แหละครับ ก็มีเสียงออกมาจากคุณอดิศร เพียงเกษ จากพรรคเพื่อไทยนี่แหละครับ มีการออกมาบอกนะคะ ว่าพรรคเพื่อไทยตอนนี้ยอมถอยแล้วนะครับ เกี่ยวกับเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญปมจริยธรรมนะครับ หลังจากที่ทางด้านของปากทางร่วมรัฐบาลนี่ ไม่ค่อยเห็นด้วยหรือว่าเห็นต่างนะครับ ออกมาบอกว่าไม่ใช่เป็นการเสียหน้านะครับ แต่เป็นการรับฟังเสียงนั่นเองนะครับ ไปดูฝั่งทางด้านของคุณอดิศร เพียงเกษ ครับ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญของจริยธรรมนักการเมือง ประชุมพรรคเพื่อไทยได้มีการพูดคุยและเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ได้แต่ต้องในเรื่องของจริยธรรมจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ว่าเป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของตนเอง โดยคิดว่าพรรคเพื่อไทยได้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเห็นตรงกันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นจริยธรรม เรื่องเร่งด่วนนะครับ แต่เรื่องเร่งด่วนควรเป็นเรื่องของน้ำท่วม แล้วก็ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนนี่นะครับ เพราะฉะนั้น พรรคเพื่อไทยก็จะถอยออกมาก่อน แต่ในส่วนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นนะครับ เราเองก็ทราบว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นมรดกบาปจากการที่รัฐประหาร จำเป็นต้องมีการแก้ไขทั้งฉบับครับ เป้าหมา ยก็คือการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือ สสร. ส่วนจะเป็นการเสียหน้าหรือไม่นั้น เพราะว่าหลายคนมองว่าพรรคเพื่อไทยจุดประเด็นการแก้ไขจริยธรรมมา โดยคุณอดิศรยืนยัน ว่าเรื่องรัฐธรรมนูญไม่มีการเสียหน้า แต่ว่าต้องฟังความคิดเห็นของประชาชน ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียด ซึ่งก็เห็นด้วยนะครับ ในการที่จะดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องการคนที่ไม่มีภาระ ไม่มีอะไรที่ขัดต่อคุณสมบัติ ซึ่งควรชะลอเรื่องนี้ไว้ก่อนนะครับ หากแก้รายมาตราก็ต้องไปทำประชามติซึ่งจะสูญเสียเงินมากขึ้นโดยไม่จำเป็นนั่นเองนะครับ มีเสียง คุณอดิศร เพียงเกษ ครับ (คุณอดิศร) จริยธรรมนี่ตอนแรกก็คิดว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะคิดเหมือนกัน แต่พอได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ว่าเฉพาะพรรคภูมิใจไทย หรือพรรครวมไทยสร้างชาติก็ต้องให้นะครับ ไม่ ๆ เรื่องรัฐธรรมนูญไม่มีการเสียหน้าครับ ครับ ก็คิดว่าฟังความคิดเห็นทุกพรรค เราคงไม่ได้พูดว่าใครเริ่มนะครับ แต่ก็ต้องฟังความคิดเห็นพี่น้องประชาชน ว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน นะครับ มีบางคนบอกว่าเรื่องตรวจสอบจะไปกลัวทำไม ซึ่งผมเองก็เห็นด้วยนะครับ ในการที่จะมาดำรงตำแหน่งต่าง ๆ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องการได้คนที่ไม่มีภาระ ไม่มีอะไรที่ขัดต่อคุณสมบัติ ผมเห็นด้วยในการส่วนตัวช ะลอเรื่องนี้ไว้ก่อนเอาไว้แก้ทั้งฉบับ (คุณธีรพงศ์) ช่วงนี้พักกันครู่เดียว ช่วงหน้าไปดูฝั่งวุฒิสภากันบ้างนะครับ สส. นันทนา นันทวโรภาส ก็มีข้อคิดเห็นเรื่องของการไม่เห็นด้วยนะครับ ในสภาสูงกลับร่างกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติที่สภาผู้แทนราษฎรเสนอมานะครับ ช่วงหน้าติดตามรายละเอียดกันครับ [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา] [เสียงดนตรี] (คุณธีรพงศ์) มาดูการพิจารณาร่างกฎหมาย ว่าด้วยการวุฒิสภากันบ้างนะครับ ดูเหมือนว่าจะมีมุมมองที่ไม่เหมือนกับสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ส่วนใหญ่บอกว่าไม่เห็นด้วยนะครับ กับร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ ที่ให้ใช้หลักการแบบเสียงข้างมาก เห็นว่าเรื่องนี้นะครับ ว่าจะมีการพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่ง ถ้าไม่เห็นด้วยเลยกับกฎหมายนี้นะครับ กว่าจะมีการตั้งคณะการร่วมกันระหว่าง 2 สภา ซึ่งก็อาจจะไม่ทันเลือกตั้งปีหน้านี้นะครับ นางสาวนันทนา นันทวโรภาส รองโฆษกกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฉบับที่ พ.ศ. ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวนะครับ ว่าต้นเขาตั้งสังเกตเสียงกรรมการวิสามัญของวุฒิสภา หลังประชุมผ่านมา เนื่องจากครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5กลับมี 17 ต่อ 1 เสียง ให้ทบทวนมตินะครับ เพราะว่าเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้ ที่สภาผู้แทนราษฎรเสนอให้ใช้หลักการ Single Muturity นะครับ ที่ยึดหลักเสียงข้างมากปกติโดยเฉพาะพริกนะครับ ให้ใช้การลงประชามติแบบนะครับ ก็คือเสียงเกินกึ่งหนึ่งสองชั้นที่หมายความว่าจะผ่านประชามติได้ ขั้นแรกผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งต้องออกมาออกเสียงประชามติเกินกึ่งหนึ่งก่อน แล้วก็ผลการออกเสียงประชามติต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ์ออกเสียง พร้อมมองนะครับ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์ที่ผิดปกติ เพราะที่ผ่านมาเห็นตรงกันว่าการทำประชามติควรใช้หลักการ Single Maturity ประชาชนเข้าถึงง่ายและก็เป็นจริงให้มากที่สุดวันนี้กลับมีมติพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เปลี่ยนมาใช้หลักของ Double Maturity wdd นะครับ ซึ่งเป็นอุปสรรคนึกว่าจะทำประชามติเดี่ยวหรือเป็นคำถามพ่วงก็ตาม เพราะเป็นวิธีที่ทำให้การออกเสียงไม่เกิดขึ้นจริงเ นื่องจากหากผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามติไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ประชามตินี้ก็จะไม่เกิดขึ้นนะครับ ทั้งนี้หากวุฒิสภาไม่เห็นชอบกับร่างกฎหมายดังกล่าวที่สภาผู้แทนราษฎรเสนอมา อาจจะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันของ 2 สภานะครับ งใช้เวลาต่อไปอย่างน้อย 60 วันหรือ 2 เดือนของที่เหลือไม่ทันต่อการเลือกตั้งท้องถิ่นในเดือนกุมภาพันธ์ ปีหน้าแน่นอนเหมือนเป็นการขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญโ ดยอาศัยการทำประชามติเป็นเครื่องมือขัดขวาง ส่วนเมื่อตั้งกรรมาธิการร่วมกันของ 2 สภาแล้ว จะเกิดพริกกลับไปใช้ร่างของ สส. หรือไม่ อันนี้ก็คงแล้วแต่อาจารย์นันทนา บอก ถึงตอนนั้นส่วนของพรรคการเมืองเข้ามาร่วมด้วยอย่างไรก็ตามเมื่อถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฝ่ายการเมืองไม่ต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ สว. นันทนาบอกว่าทำมองในแง่ สว. เอง ก็เชื่อว่าเป็นทิศทางของพรรคใดพรรคหนึ่งนะครับ ที่ไม่อยากให้ยกร่างรัฐธรรมนูญในสภาแห่งนี้ครับ (คุณณัฐภัทรพล) ดูเรื่องปลาหมอคางดำครับคุณผู้ชมครับ ตอนนี้อาจจะดูเงียบ ๆ ไปนะแต่ว่าคณะกรรมาธิการก็กำลังวิเคราะห์กันอยู่ ว่าปลาหมอคางดำมีต้นต่ออย่างไร (คุณธีรพงศ์) ต้องบอกว่าหมอคางดำยังไม่ถูกแก้ไขไปทั้งหมดนะ ก็ยังออกลูกออกหลานอยู่ กันอาจจะไปกบไปหน่อยหนึ่ง (คุณณัฐภัทรพล) ตอนนี้ก็มีข่าวอุทกภัยที่เกิดขึ้นภาคเหนืออีก แต่เรื่องปลาหมอคางดำนี่ คณะกรรมาธิการวิสามัญ เขาก็มีการพิจารณากันอยู่นะครับ ตอนนี้ก็อยากจะขอไปทางรัฐบาลให้หาต้นตอของปลาหมอคางดำนี่นะครับ ว่านำมาที่ประเทศไทยได้อย่างไร รวมถึงเขาไปดูแล้วเอกชนเพียงแค่รายเดียวเท่านั้นคุณผู้ชมครับ ที่มีการนำเข้าปลาหมอคางดำมานั่นเอง มีการเปิดเผยจากนายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง ครับ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยคุณณัชชา บุญชัย รองคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาสาเหตุ แนวทางการแก้ไขปัญหารวมถึงผลกระทบจากการนำเข้าปลาหมอคางดำและวิจัยพัฒนาสายพันธุ์ในราชอาณาจักรไทย รวมวิธีการแถลงข่าวรายงานพิจารณาของคณะอนุกรรมาธิการนั่นเอง คณะอนุกรรมาธิการได้มีการพิจารณาศึกษา เพื่อค้นหาสาเหตุของปัญหาดังกล่าวนะคะ พบว่าว่ามีเอกชนเพียงแค่รายเดียวนะครับ ที่มีการดำเนินการขออนุญาต เพื่อจะนำเข้าปลาหมอคางดำเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ซึ่งเมื่อปี 2549 บริษัทเจริญโภคภัณฑ์จำกัดมหาชน มีการดำเนินการนำเข้าปลาหมอคางดำเข้ามาในราชอาณาจักร ต่อกรมประมง กรมประมงได้มอบให้คณะกรรมการด้านความหลากหลายและความปลอดภัยทางชีวภาพหรือ iec เป็นผู้พิจารณา มีมติอนุญาตให้บริษัทนำเข้าปลาหมอคางดำได้แบบมีเงื่อนไข แต่บริษัทยังไม่ได้ดำเนินการนำเข้ามาช่วงดังกล่าวนั้นเอง แต่ว่าท้ายที่สุดครับคุณผู้ชมครับ บริษัทดังกล่าวนำเข้าลูกปลาหมอคางดำจากสาธารณรัฐกานาปี 2553 คณะกรรมการ idc คือให้มีการตัดเก็บตัวอย่างที่ดองในน้ำยาเก็บและส่งให้กรมประมงโดยไม่ทำให้ปลาตาย ให้รายงานผลการศึกษาโดยหากผลการศึกษาไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และไม่มีประสงค์ที่จะทำการศึกษาต่อไป ให้ทำลายป่าดังกล่าวต่อไปนะครับ แจ้งกรมประมง เพื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบการทำลายทั้งหมดด้วยนะครับ พบว่าบริษัทไม่ได้เก็บตัวอย่างครีบนะครับ เนื่องจากบริษัทมีการอ้างปลานี่ มีขนาดที่เล็กการปฏิบัติตามเงื่อนไข อีกทั้งยังไม่พบเกี่ยวกับเรื่องของการปรากฏพยานหลักฐานการมอบขวดโหล ซึ่งบรรจุซากปลาดองน้ำยาสิงหาคมที่ผ่านมานี่เองกรมประมงมีการลำดับพันธุกรรมของปลาหมอคางดำในที่ระบาดใน 6 จังหวัด ประกอบกับการสนับสนุนข้อมูลจากฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ขอนำมาวิเคราะห์กัน โดยรองศาสตราจารย์ดร. เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ แผนภูมิต้นไม้วิวัฒนาการของปลาหมอคางดำนี่นะครับท่านผู้ชม มันน่าตกใจนะ เพราะเขาพบว่าปลาหมอคางดำ ที่เก็บตัวอย่างจาก 6 จังหวัดนี่แหละครับคุณผู้ชมครับ อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับตัวอย่างข้อมูลทางพันธุกรรมที่มาจากประเทศกานา แล้วก็โกติลิวัวนั่นเองครับ การแก้ปัญหาปลาหมอคางดำของรัฐบาลที่ได้งบอนุมัติประมาณจำนวน 450 ล้านบาทนั้นนะครับ คณะกรรมการเห็นว่าวิธีการใช้และปริมาณงบประมาณดังกล่าวนั้น อาจจะยังไม่ตอบโจทย์กับการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง และไม่ยั่งยืน โดยกรมประมงเป็นเจ้าภาพบูรณาการทำงาน ร่วมกับหลายหน่วยงานครับ กำหนดการทำงานพร้อมรายงานผลการติดตามระยะระยะด้วย ส่วนการดำเนินการทางกฎหมายนั้นนะครับ คณะอนุกรรมาธิการเห็นว่ารัฐควรดำเนินการตรวจสอบหาผู้ซึ่งต้องรับผิดชอบ ต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นทางการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ สภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มาตรา 97 ผู้ใดกระทำหรือละเว้นการกระทำประการใดไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการทำลาย หรือทำให้สูญหายหรือเสียหายทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นของรัฐฯ หรือเป็นสาธารณะ สมบัติของแผ่นดิน มีหน้าที่รับผิดชอบค่าเสียหายมูลค่าทั้งหมดทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย ซึ่งหน่วยงานของรัฐควรเป็นผู้ดำเนินงานดังกล่าวป้องผลประโยชน์ของชาติ ก็คือกรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัดต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบนั่นเองนะครับ มีช่วงของเสียงคุณณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ มีการมาแถลงผลความคืบหน้านี่นะครับ ไปลองไปฟังดู (คุณณัฐชา) กฎราชบัญญัติการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพุทธศักราช 2535 มาตรา 97 ซึ่งบัญญัติว่าผู้ใดกระทำหรือละเว้นการกระทำประการใดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการทำลาย หรือทำให้สูญหาย หรือเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นของรัฐฯ หรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลายสูญหาย หรือเสียหายไปนั้น ซึ่งหน่วยงานของรัฐที่ควรดำเนินงานดังกล่าว เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ได้แก่ กรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบ (คุณธีรพงศ์) ข่าวต่างประเทศช่วงหน้าคุณกิตติมารออยู่แล้ว ติดตามผู้นำสหรัฐฯ ขึ้นเวที UN แล้วก็คุยเรื่องสำคัญ เกิดขึ้นในเลบานอนด้วยคุณกิตติครับ (คุณกิตติ) ตอนนี้ที่วอชิงตันมีการประชุม UNG หรือสมัชชาสหประชาชาติ ที่หนึ่งเขาประชุมกันแบบนี้แหละ ก็มีผู้นำโลกมาเยอะแยะมากมายและบรรดาผู้นำโลกฝั่งหนึ่ง ก็คือสหรัฐอเมริกาเมื่อวานนี้ไปเดินออกมาแถลงท่าทีอย่างชัดเจน ว่าความขัดแย้งต่าง ๆ อยู่ในทางตะวันออกกลางนะครับ และอยู่ทางภูมิภาคเอเชีย จะไปทางเหนือไปกับทางยุโรปเต็มทีแล้ ก็คือเรื่องของรัสเซียและยูเครน เพราะฉะนั้นความขัดแย้งต่าง ๆ ทั้งหมดไบเดน ชี้ไปอยู่เรื่องเดียวความเป็นประชาธิปไตย ไบเดน บอกว่าเป็นความสำคัญในการแก้ปัญหาความขัดแย้งของโลกได้ประเทศเหล่านี้ไม่เป็นประชาธิปไตยนั่นเอง ถ้าเรามองไปอย่างนั้นก็เห็นจะเป็นจริงนะ เพราะประเทศที่มีความขัดแย้งจุดต่าง ๆ เรียกว่า "ประเทศที่ไม่เป็นประชาธิปไตย" นั่นแหละ ตอนนี้ความเป็นประชาธิปไตยก็มีความหลากหลายเหมือนกัน ดตามในช่วงท้ายข่าวต่างประเทศครับ โจไบเดนผู้นำสหรัฐออกมาแสดงท่าที (คุณณัฐภัทรพล) ครับ ติดตามช่วงหน้ากับห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้า ในช่วงของข่าวต่างประเทศครับ [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา] [เสียงดนตรี] (คุณกิตติ) มาติดตามความเคลื่อนไหวในต่างประเทศกันครับ ไปดูท่าทีของผู้นำสหรัฐในเวทีระดับโลกระดับนานาชาติอยากสมัชชาสหประชาชาติหรือ UNGA แสดงท่าทีความเป็นประชาธิปไต ยเป็นเครื่องมือสำคัญให้ปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ ผ่านพ้นวิกฤตนานัปการไปได้ครับ ล่าสุดโจไบเดน ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ แถลงต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ หรือ UNGA ครั้งที่ 79 เรียกร้องให้ผู้นำโลกร่วมกันยืนหยัดอุดมการณ์ประชาธิปไตยท่ามกลางความขัดแย้ง ยืดเยื้อ และรุนแรงในหลายภูมิภาคของโลก ผู้นำสหรัฐเยือนเกี่ยวกับสงครามเต็มรูปแบบในเลบานอน ที่จะเป็นการสู้รบกันระหว่างอิสราเอล กับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์วิกฤตดังกล่าวอย่างไรหลังกองทัพอิสราเอลโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 2 ทศวรรษเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านม า ฆ่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 558 ราย เกี่ยวกับสงครามในฉนวนกาซา เป้าหมายการยุติสงครามซึ่งเป็นการต่อสู้ระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสครบ 1 ปีวันที่ 7 ตุลาคมนี้ การจราจรรอบปัจจุบัน แม้ไม่มีความคืบหน้าก็ตามขณะเดียวกัน ผู้นำสหรัฐฯ ข่าวในสงครามยูเครนว่าเป็นประธานาธิบดีของรัสเซียล้มเหลวและเรียกร้องให้พันธมิตรตะวันตกอย่าเพิ่งเหนื่อย ๆ ขอความช่วยเหลือให้ยูเครน ทั้งนี้ไบเดน การถ้อยแถลงของตัวเองตัวจัดการเป็นพรรคเดโมแครตวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ ว่าจริงอยู่ครับ ดีเท่ากับว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งเพียงสมัยเดียว แต่การอยู่บนเส้นทางตลอดกาลเมืองกว่า 5 ทศวรรษที่ผ่านมา การทางประวัติศาสตร์และเรียนรู้ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโลกเผชิญกับวิกฤตมากมายแต่ท้ายที่สุดแล้วทุกอย่างย่อมจะดีขึ้นเสมอ ฟ้าหลังฝนก็มักจะสดใสนั่นเองครับ ไปที่จีนกันบ้างครับ ล่าสุดกองทัพจีนทดสอบขีปนาวุธประสิทธิภาพขีปนาวุธใหม่แบบข้ามทวีปเขตทะเลสากล งานนี้ไม่ได้ใช้กระสุนจริงใช้ด้านแทน กระทรวงกลาโหมของจีนออกแถลงการณ์ครับ กองกำลังตำรวจของแกงครับ บัตรประชาชนจีนหรือ PLA ทดสอบประสิทธิภาพ 2 ขีปนาวุธแบบข้ามทวีป ตกลงในเขตทะเลหลวง Pacific ช่วงเช้าวันพุธเวลาท้องถิ่นที่เป็นอาวุธโจมตีเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ ภายในพื้นที่ที่กำหนดไว้แถลงการณ์ของการกระทรวงกลาโหมจีนเน้นย้ำครับ ว่าการฝึกซ้อมดังกล่าวมีการแจ้งประกาศให้ประเทศ ในบริเวณนั้นทราบก่อน และยิ่งไปกว่านั้นไม่มีเจตนายั่วยุหรือข่มขู่คุกคามประเทศแห่งใดแห่งหนึ่งครับ อย่างไรก็ตามการทดสอบขีปนาวุธ ICBN ของจีนเกิดขึ้นแทบไม่บ่อยครั้งนัก โดยนับตั้งแต่การทดสอบครั้งแรกเขตทะเลแปซิฟิก เมื่อทศวรรษที่ 1980 PLA ยังคงดำเนินการทดสอบประสิทธิภาพของ ICBM การฝึกซ้อมในประเทศครับ ขณะที่สหรัฐประกาศครั้งหนึ่งในปี 2564 จีนได้ทำการทดสอบขีปนาวุธไฮเปอร์โทนิก ปฏิเสธครับ แล้วประกาศเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาหลังจากเรื่องนิวเคลียร์กับสหรัฐฯ เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงขายขีปนาวุธให้กับไต้หวัน สหรัฐฯ ก็วิจารณ์กลับเทศบาลรัฐบาลจีนเล่นการเมืองครับ ทำที่กระทรวงกลาโหมสารและเผยแพร่เลยรายงาน พัฒนาการทางทหารและความมั่นคงของจีนคาดการณ์จำนวนหัวรบนิวเคลียร์ของจีนมากกว่า 500 ลูก เดือนพฤษภาคม 2566 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก เสริมกำลังให้กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนหรือ PLA มีหัวรบอยู่ในครอบครอง จำนวน 1,000 หัวครับ 2573 และหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดเปลี่ยนแปลงในทางใดครับ จำนวนหัวรบนิวเคลียร์จะเพิ่มขึ้นเป็น 1,500 ลูก ภายในปี 2578 ซึ่งเร็วกว่าสหรัฐฯ คาดการณ์ไว้อย่างมากครับ เพิ่มจาก 1,000 ลูกนะครับ ที่จะเกิดขึ้นภายในอีกไม่กี่ปีเป็น 1,500 ลูกนั่นหมายถึง 1,000 เป็น1,500 ลูก ภายในปี 2578 เร็วกว่ามากต้องเอาอย่างนี้และที่สำคัญจีนต่างจากเกาหลีเหนือ เกาหลีเหนือทดสอบหัวรบขีปนาวุธแบบข้ามประเทศเจาะจงเป้าหมายนะครับ ส่วนใหญ่เกาหลีเหนือจะพลาดเป้าเ รียกว่า "กระสุนด้านก่อน" แต่ของจีนตรงเป้าแม้จะใช้กระสุนด้านแบบจงใจ ก็คือไม่ติดหัวรบ แต่ตัวขีปนาวุธลงตรงเป้าทุกครั้ง ใช่ แต่ขณะที่เกาหลีเหนือไม่ตรงไม่รู้มันด้านก่อน พูดง่าย ๆ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสะสมขีปนาวุธได้มาก และมีจำนวนมากที่สุด และเรียกว่า "หักปากกา" ปากกาข้อตกลงเรื่องการสะสมอาวุธนิวเคลียร์กลายเป็นเรื่องใหญ่ของโลกในอนาคตครับ (คุณณัฐภัทรพล) น่ากลัวครับคุณผู้ชมครับ ติดตามสถานการณ์โลกตอนนี้หมดเวลาห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้า ของเราในวันนี้แล้วนะครับ รายการต่อไปการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันนี้เรา 3 คนพร้อมกับอาจารย์ล่ามภาษามืออาจารย์คม กฤษณะเกียรติ ทีมข่าวลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ สวัสดีครับ [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา]