--- title: ฝึก ASR + PE ห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ข่าวเช้า วันที่ 30 ตุลาคม 2567 เวลา 08.00-09.00 น. subtitle: date: วันพุธที่ 30 ตุลาคม 2567 เวลา 08.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (คุณณัฐภทรพล) สวัสดีครับ (คุณวัฒนะ) สวัสดีครับ ขอต้อนรับคุณผู้ชมและผู้ฟังติดตามรายการห้องข่าวรัฐสภาแชนแนลภาคเช้าครับ คุณผู้ชมติดตามอยู่กับเราทั้ง 2 คนนะครับ คุณณัฐพลชุติ กาญจน์พาณิชย์ วัฒนา คล้ายแก้วนะ เช้าวันนี้พบกันในวันพุธที่ 30 ตุลาคมพุทธศักราช 2567 เป็นวันที่ตื่นมานี่ เขาบอกว่าวันนี้หลายโรงเรียนเริ่มเปิดเทอม จะทำให้การจราจรถนนสามเสน รอบรัฐสภารถติดหลายจุดเลย ไม่รู้ว่าสืบเนื่องจากเมื่อคืนหรือเปล่านะครับ หลายท่านบอกว่าฝนตกลงมาอย่างหนักเลยนะครับ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครนะครับ ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 2 ทุ่มกว่า ๆ มีกลุ่มฝนตกลงมาไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นนอกชั้นใน น้ำท่วมขังรอการระบายนะครับ (คุณวัฒนะ) เมื่อคืนนี้ผมเข้านอนประมาณ 4 ทุ่ม นะครับ หลังจากนอนไปได้สักครู่หนึ่งครับ ปรากฏว่าฟ้าร้องเสียงดังมากต้องตกใจตื่นขึ้นมา ติดตามข่าวนะครับผู้ชม จับโทรศัพท์ขึ้นมา Social Media ก็บอกว่าหลายจุดในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ยกตัวอย่างนนทบุรีสมุทรปราการนี่มีฝนตกหนักมากกับแล้วทำให้หลายจุดนะคุณผู้ชม น้ำท่วมขังก็รอการระบายอยู่เช่นกันนะครับ อย่างที่จังหวัดสมุทรปราการก็มีงานพระสมุทรกันอยู่ ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการและผู้ชมครับ เขาบอกว่าน้ำท่วมเลยทีเดียวเลยครับ ผู้ที่ไปร่วมงานเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ก็บอกว่าเดินลุยน้ำกันเลยนะครับ ตรงนั้นติดแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยนะครับ เห็นใจพวกพ่อค้าแม่ขายที่ไปเปิดร้านนะครับ คุณผู้ชม แล้วก็ไปขายสินค้า ฝนที่ตกลงมาแบบนี้ แน่นอนมันก็ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของพี่น้องประชาชน และโดยเฉพาะมีการเปิดเทอมแบบนี้นะครับ คุณชมเช้านี้บรรยากาศเป็นอย่างไร ส่งข้อความมาบอกเราหน่อยก็ได้นะ ในโทรทัศน์รัฐสภาออกอากาศสดอยู่ ในขณะนี้ยัง เป็นอย่างไร อากาศเย็น ๆ มาหรือยังบอกว่าเข้าสู่ฤดูหนาวแล้วนี่ หลายคนบอกแม่ยังไม่เห็นมาก็มีนะ เมื่อวานนี้ต้อนรับหน้าหนาววันแรก น้ำท่วมครับคุณผู้ชมครับ ฝนตกในพื้นที่กรุงเทพฯ แต่เราไม่รู้ว่าต่างจังหวัดเป็นอย่างไรนะ ถ้ามีรายงานว่ายอดครูยอดดอยหรือว่าภาคอีสานนี่เริ่มหนาวกันแล้ว สัมผัสความเย็นกันได้แล้วภูมิจะลดลงอย่างต่อเนื่องครับ คุณวัฒนะ ต่าง ๆ นะครับผู้ชมที่ช่อง 10 เคยไปสัญจรไปพบกัน เฉพาะผู้ชมผู้ฟังส่งข้อความส่งเข้าประกันให้หน่อยครับ ว่า ณ เวลานี้บ้านของท่านเป็นอย่างไรนะครับ ส่วนบรรยากาศในรัฐสภาเช้านี้ เป็นอย่างไรกัน การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้เป็นนัดสุดท้ายของสมัยประชุมนี้นะครับ จะกลับมาอีกครั้งหนึ่งสมัยประชุมหน้านี่ ก็คือ 12 ธันวาคม 2557 เป็นต้นไป เดี๋ยวตามกันก็บอกว่ามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการขนส่งทางราง 20 บาทตลอดสายจะเป็นอย่างไร การสร้างระบบรางจะเป็นอย่างไรของประเทศไทยในอนาคตด้วยนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ใช่ครับ เพราะว่าเรามีกรมการขนส่งทางรางแล้ว เหลือแต่กฎหมายที่จะไปควบคุมดูแล ในส่วนนี้เอง เดี๋ยววันนี้มีการพูดคุยกันนะครับ รู้สึกว่าจะมี 3 ร่างนะ เกี่ยวเรื่องของกฎหมายการขนส่งทางรางนี่ล่ะครับ มาติดตั้งก็ได้วันนี้ไปประชุมนะสุดท้ายอย่างที่คุณวัฒนะ ได้บอกไปนะครับ กลับมาพบกันอีกครั้งหนึ่งนับไป 40 กว่าวัน ต้องมาเจอกันกับการประชุมในสมัยหน้านั่นเอง แต่ว่าไม่ส่งผมจะว่าคงไม่เหงาน่ะ เนื่องจากว่า สส. นะ เดี๋ยวจะทำหน้าที่ในสภาแล้ว เวลาปิดสมัยประชุมประชุมก็เห็นไปปรากฏตัวพี่น้องประชาชนกับในพื้นที่ต่าง ๆ มากยิ่งขึ้นนะ ปกติ สส. นี่ เขาลงพื้นที่อยู่แล้ว แต่ว่าช่วงนี้ปิดสมัยประชุมก็คงจะมีช่วงเวลาที่จะใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนได้มากขึ้น รวบรวมปัญหาต่าง ๆ แล้วเปิดสมัยประชุม กลับมาเข้าสู่สภากันอีกครั้งหนึ่งในสมัยประชุมหน้านะครับ และหากพูดถึงภาพรวมการทำหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรคุณผู้ชม แน่นอนการทำงานของ สส. ในสภา ก็บอกว่าประชาชนจับตามองอยู่ ทุกคนฝากความหวังไว้ โดยเฉพาะการพิจารณากฎหมายต่าง ๆ ที่จะออกไปบังคับใช้กับพี่น้องประชาชน กับคนไทยทั้งประเทศเป็นกฎหมายที่มีประโยชน์ ล่าสุดเมื่อวานนี้มีการประชุมของวิปรัฐบาลแล้วก็มีการสรุปผลงานออกมานะครับ แน่นอนคนนี้ปรากฏที่หน้าจอ คุณวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลหรือวิปรัฐบาลได้ออกมาเปิดเผยช่วงเวลาที่ผ่านมานี่ มีกฎหมายผ่านสภาหลายฉบับ มีกฎหมายที่ยังไม่ได้รับการรับรองหลายฉบับ ซึ่งต้องรอนายกรัฐมนตรีรับรอ งเนื่องจากว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน ไปฟังบทสรุปทั้งหมดนะครับ ของสมัยประชุมที่ผ่านมา โดยเฉพาะเทอมแรกนะครับ ของการทำงาน 2 ปีของสภาชุดนี้ ได้มีการพิจารณากฎหมาย หนังสือสัญญาต่าง ๆ รวมแล้ว 59 ฉบับ จากกฎหมายที่ประชาชนและ สส. เสนอมาจากทั้งหมด 148 ฉบับนะครับ โดยมีกฎหมายที่นายกฯ ยังไม่รับรองรวม 17 ฉบับ และในส่วนของคุณวิสุทธิ์ ไชยณรุณ นั่งเป็นหัวโต๊ะแบบนี้แหละครับ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ได้มีการพูดถึงการประชุมในช่วงเวลาที่ผ่านมา สมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 1 เป็นปีที่ 2 ระหว่างวันที่ 3 กรกฎาคมไปจนถึงวันที่ 30 ตุลาคม นั่นก็คือวันนี้นะครับ มีการประชุมวิปรัฐบาลไปทั้งหมด 19 ครั้ง พิจารณาร่างกฎหมาย รวมไปถึงหนังสือสัญญา รวมทั้งหมด 59 ฉบับ กลับมาคุณวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ยังระบุอีกว่าในช่วงรัฐบาลรักษาการของคุณภูมิธรรม เวชชยชัย ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม ถึง 2 กันยายน 2567 มีการพิจารณากฎหมายไปทั้งหมด 6 ฉบับนะครับ ช่วงรัฐบาลของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายนมาจนถึงวันนี้ ก็คือ 30 ตุลาคม 2567 มีการพิจารณาร่างกฎหมายไปทั้งหมด 26 ฉบับครับ โดยร่างกฎหมายที่มีความสำคัญ มีการประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาไปแล้วนี่ ประกอบไปด้วย 4 ฉบับ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พุทธศักราช 2567 พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีเพิ่มเติม 2567 นะครับ ถัดมาก็คือพระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม และพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พุทธศักราช 2568 ซึ่งประกาศใช้ไปแล้วทั้ง 4 ฉบับนะครับ นอกจากนี้อยู่ระหว่างนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย จำนวน 2 ฉบับ นั่นก็คือร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 24/2559 ถัดมาเรื่องที่คณะกรรมการที่ปรึกษาบริหารการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการกำหนดอำนาจหน้าที่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคง แห่งราชอาณาจักร และร่างพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินการก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำล้างสูงนอกจากนี้นะครับ คุณผู้ชม การสรุปผลงานในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีร่างกฎหมายอยู่ระหว่างการพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติ 6 ร่าง เป็นร่างที่ประชาชนให้ความสนใจ นั่นก็คือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติติพันธ์ ร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง ปี 2558 และร่างพระราชบัญญัติขนส่งทางรางนะครับ อย่างไรก็ตามหากพูดถึงกระบวนการพิจารณากฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร พบว่ามีร่างกฎหมายที่เสนอโดย สส. และภาคประชาชน รวมในช่วงเวลาที่ผ่านมา 148 ฉบับ ซึ่งในจำนวนดังกล่าวถูกวินิจฉัยว่ าเป็นร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงิน รวม 71 ฉบับ และต้องส่งให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับรองนะครับ โดยล่าสุดการประสานงาน ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแจ้งว่ามีร่างพระราชบัญญัติที่นายกฯ ไม่รับรองอยู่ 17 ฉบับ แล้วยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของนายกรัฐมนตรี 39 ฉบับ รวมทั้งหมด 56 ฉบับ ส่วนอีก 15 ฉบับนั้น ที่เหลือไม่ปรากฏว่าแจ้งอยู่ในสถานะใดนะครับ มาอีก 14 อีกนะ ได้ส่งเมื่อวานนี้นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงาน หรือว่าก็โดนถามเหมือนกัน ที่ผ่านมาคุณปกรณ์วุฒิบอก ว่าการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในสมัยประชุมที่ผ่านมา ค่อนข้างพอใจ ยอมรับว่าสมัยประชุมนี้มีหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนะครับ แต่ก็พอจะบริหารจัดการไปได้ราบรื่นบ้างไม่ราบรื่นบ้าง ส่วนมาตรการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการมาตอบกระทู้ของคณะรัฐมนตรีก็คล้ายกัน บัตรประชาชนกับรัฐบาลเองได้รับผลกระทบนะครับ วันนี้คาดหวังว่าในสมัยประชุมหน้า ที่จะกลับมาตั้งแต่ 12 ธันวาคมเป็นต้นไปนี่ ตั้งแต่ช่วงต้นนายกรัฐมนตรีลงไปถึง ครม. จะมาตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาของฝ่ายค้าน ซึ่งทั้งฝ่ายค้านและประชาชนก็คาดหวังเช่นกันว่าจะได้เห็นภาพดังกล่าวได้สภาช่วงเวลาที่เปิดสมัยประชุมหน้าเช่นกันครับ (คุณณัฐภทรพล) ยังอยู่กับพี่คุณปกรณ์วุฒิครับผู้ชมครับ ก็มีการพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของกฎหมายนิรโทษกรรมนั่นแหละครับ คุณปกรวุฒิพูดคำว่ามีการตั้งคำถามไปถึงพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยเองจะมีการโกงเกี่ยวกับเรื่องของร่างกฎหมายนิรโทษกรรมประกบเข้ามา ของภาคประชาชนหรือว่าพรรคอื่นหรือไม่ ก็ยังมีการหวังนะครับคุณผู้ชมครับ ว่าเพื่อไทยนี่ จะแสดงจุดยืนในการแก้ไขปัญหาปมความขัดแย้งทางการเมืองได้นะครับ น้องไปดูกับคุณปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ครับ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านนะครับ หรือว่ามีการให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องของนิรโทษกรรมว่าจะมีการทำความเข้าใจกับรัฐบาลอย่างไร ถึงการรวมมาตรา 112 ในสมัยประชุมหน้า โดยมีการระบุนะครับ ว่าในมุมมองส่วนตัวมองว่าอะไรในเรื่องเคยพูดมาทั้งจากสมัยประชุมที่แล้ว ก่อนการเลือกตั้งกระทั่งผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว พรรคเพื่อไทยเข้าใจดีเกี่ยวกับมาตรา 112 แต่ตนก็ไม่แน่ใจว่าด้วยข้อจำกัดอะไรที่ทำให้ในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป คุณปกรณ์วุฒิบอกอีกนะครับ ว่าหากดูจากรายงานนวัตกรรมที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ได้มีการศึกษาและสภา ได้มีการโหวตคว่ำข้อสังเกตไปเมื่อสัปดาห์ก่อนนะครับผู้ชม จะเห็นว่าในจำนวน 8 คนของกรรมาธิการเป็นสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยมี 4 คน ที่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมรวม มาตรา 112 แบบมีเงื่อนไข และอีก 2 คนไม่เห็นด้วยและอีก 2 คนไม่ให้ความเห็นนั่นเองนะครับ เนื่องจากเป็นประธานคณะกรรมาธิการและเป็นเจ้าของญัตติจึงใช้สิทธิ์ในการงดออกเสียง ทั้งนี้จากกรณีดังกล่าวครับคุณผู้ชมครับ คุณปกรณ์วุฒิก็ตั้งคำถามกลับไป พรรคเพื่อไทยตกลงแล้วนี่ พรรคเพื่อไทยนี่ จะมีการส่งราชทูตเข้ามาประกบกับร่างของภาคประชาชน แล้วก็พรรคอื่น ๆ หรือไม่ ในสมัยการประชุมหน้า จึงอยากทราบจุดยืนของพรรคเพื่อไทยต่อเรื่องนี้นะครับ ในการแก้ไขปมความขัดแย้งทางการเมืองที่ต่อเนื่องยาวนานมาหลายปีเลยทีเดียวนะครับ ส่วนกรณีที่มีพรรคร่วมรัฐบาลหลายภาคเตรียมคว่ำร่างนิรโทษกรรมของพรรคประชาชนนะครับ ประธานวิปปล่อยค้างก็บอกนะครับ ว่าต่อมาว่าจะต้องมีการพูดคุยแล้วก็สื่อสาร ทั้งในส่วนของพรรคการเมืองและก็สังคม ว่าเจตนาที่แท้จริงของภาคประชาชนคืออะไร ซึ่งในสภาตนก็เข้าใจว่าสุดท้ายนี่ ต้องเคารพเสียงข้างมากนะครับ แต่ก็ยังต้องฝากว่าหากพรรคเพื่อไทยจะนำเสนอเนื้อหาที่อาจจะเปลี่ยนแปลงจากที่พรรคประชาชนเสนอ ก็อยากจะให้มีการเปิดโอกาสให้หลาย ๆ คนที่กระทำความผิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นฐานความผิดใด หรือว่าดูแรงจูงใจทางการเมืองใด มีโอกาสได้รับการนิรโทษกรรมครับ เพื่อที่จะนำไปสู่ความปรองดองของสังคม พรรคประชาชนก็ยินดีที่จะเห็นชอบกับร่างที่มีหลักการ และอยากให้พรรคเพื่อไทยระลึก ว่าทุกพรรคการเมืองต่างก็มีความคิด มีหลักการ มีอุดมการณ์ที่เป็นของตัวเอง และย้ำนะครับ ว่าแม้ไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องกันในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือว่าพรรคร่วมรัฐบาล ในด้านการทำงาน หากมีหลักการภาคประชาชนยินดีจะเห็นชอบกับร่างกฎหมายนะครับ แล้วก็ญัตติใด ๆ ก็ตามที่สอดคล้องกับหลักการของภาคประชาชน ไม่ว่าพรรคไหนจะเป็นผู้เสนอก็ตามนะครับ (คุณวัฒนะ) ครับ ก็เป็นการตั้งข้อสังเกตของคุณปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้านนะคะ เนื่องจากว่าสัปดาห์ก่อนนี่มันมีรายงานฉบับหนึ่งที่มันเกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรม ปรากฏว่าสภารับทราบนะ รับทราบรายงานนะ แต่ไม่รับทราบเรื่องข้อสังเกต นี่ก็เป็นประเด็นทำให้เรื่องของการพิจารณาที่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรม สมัยประชุมหน้าฝ่ายค้าน ก็คือพรรคประชาชน ก็ตั้งสังเกตมา ว่าท่าทีของพรรคเพื่อไทยที่มีอาจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล นั่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาเรื่องของรายงานนิรโทษกรรมนี่ สมัยหน้าจะเอาอย่างไร พาไปที่พรรคเพื่อไทยชัดแบบนี้ก่อนก็ต้องไปคุยกันในพรรค ก่อนว่าจะทำอย่างไรต่อไปแต่ก็มีงานก็อาจจะส่งมาระบบร่างกายคู่กับการตั้งของประชาชนด้วย หากพูดถึงการพิจารณาเรื่องของกฎหมายต่าง ๆ ต้องบอกว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนก็จับตามอง คดีใหญ่20 ปีผ่านไป (คุณณัฐภัทรพล) หมดอายุความไปแล้วนะ (คุณวัฒนะ) หมดอายุความเมื่อ 25 ตุลาคมที่ตากใบนะคุณผู้ชม ทำให้หลาย ๆ คนก็จับตามองไว้หลังจากนี้ไปจะมีการขับเคลื่อนอย่างไร ดำเนินการอย่างไรต่อไปนะ คุณผู้ชม ปรากฏว่าเป็นข่าวใหญ่ 2-3 วันที่ผ่านมา มีปลัดอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ช่วงเวลาเหนื่อยก็บอกว่าลาพักผ่อน แล้วก็คดีอายุความ กลับมาทำหน้าที่ครับ เป็นข่าวใหญ่ทำให้เป็นที่จับตามองว่าเอกกระบวนการยุติธรรมของไทย ณ เวลานี้มันเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ทำให้ล่าสุด สส. พรรคประชาชน อำเภอ ท่าอุเทนท่านนี้น่ะ กลับมาทำหน้าที่มีกระบวนการอย่างไรต่อไปนี้ ก็คือการเปิดเผยของ สส. รอมฎอน ปันจอร์ สส. พรรคประชาชนก็ตั้งข้อสังเกตกับเรื่องนี้แหละครับ ไปฟังกันนะครับ ล่าสุดคุณรอมฏอน ปันจอ สส. บัญชีรายชื่อจากพรรคประชาชน และแสดงความเห็นกรณีของปลัดอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาคดีตากใบหลบหนีคดีไป จนคดีขาดอายุความไปเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2561แล้วล่าสุดนะคะ กลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติแล้ว สส. รอมฎอน ระบุว่ากรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าวัฒนธรรมพ้นผิดลอยนวล กฎหมายจับคดีร้ายแรงของข้าราชการกลายเป็นเรื่องปกติไปหรือไม่ โดยไม่มีการต้องแสดงความรับผิดชอบใด ๆ ในอีกทางหนึ่งก็ต้องให้ความเห็นว่าการกลับมาทำหน้าที่ของข้าราชการรายนี้เป็นการตบหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจและกระบวนการยุติธรรมของไทยหรือไม่อย่างไร ประวัติที่ผ่านมาแทบจะเป็นไม่ได้เลยนะครับ ที่จะมีการติดตามตัวตามหมายจับและไม่สามารถกลับมาทำงานได้อย่างที่ควรจะเป็น การกลับมาชุดนี้เป็นการยืนยันข้อสงสัย ว่าการหนีคดีจะมีการรู้เห็นเป็นใจของข้าราชการหรือไม่ ดังนั้น ตนจึงอยากเรียกร้องให้กับหน่วยงานต้นสังกัดของราชการที่หลบหนีคดีไป ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม ให้ตรวจสอบวินัย พิจารณาว่าเจ้าหน้าที่คนใดรู้เห็นเป็นใจ ในการช่วยหนีคดีหรือไม่ด้วยนะครับ แหม มีคำถามเยอะทีเดียว นอกจากนี้ยังขอให้คุณอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถัดไปก็คือคุณภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เร่งตรวจสอบเพื่อคลายข้อข้องใจของประชาชน ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และญาติพี่น้องของผู้ที่สูญเสียในเหตุการณ์ตากใบ บอกว่าจะไปที่รัฐ ไม่ได้มีการละเลยเพิกเฉยละเว้นการปฏิบัติหน้าที่วัด ยังได้กล่าวเพิ่มเติมกรณีนี้ยังทำให้เห็นปัญหาของระบบยุติธรรมของไทย เรื่องของอายุความในคดีอาญาที่ให้กับการลอยนวลพ้นผิดนะครับ ก็ต้องบอกว่าเป็นข้อบ่งชี้ว่ามีความจำเป็นที่จะต้องมีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยเรื่องของอายุความในมาตรา 95 ซึ่งตนในฐานะที่เป็น สส. จะได้นำไปหารือในอนุกรรมาธิการการยุติธรรมในกรณีของตากใบ พี่เป็นคนผลิตมาจากเรื่องของมติสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา มอบหมายให้คณะกรรมาธิการการกฎหมายจัดตั้งขึ้นมา และตนเตรียมที่จะทำการแก้ไขร่างกฎหมายว่าด้วยอายุความ ซึ่งปัจจุบันนั้นก็มีข้อถกเถียงว่าควรจะเป็นการแก้ไขเฉพาะกรณีของอายุความที่เกี่ยวข้องกับฐานความใช้แรงให้ไม่มีอายุความเลย หรือจะเป็นการแก้ไขการนับอายุความในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม ก็ได้มีการยกตัวอย่างออกมานะครับ พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนเสร็จแล้ว ส่งอัยการก็เริ่มนับใหม่ เมื่ออัยการทำสำนวนถึงศาลก็นับใหม่เช่นกัน คือ นับใหม่ทุกครั้ง ที่มีความคืบหน้าของคดี ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องมีการอภิปราย มีการถกเถียงกันเพื่อทำเป็นข้อเสนอ มีการกลั่นกรองกฎหมาย รับฟังความคิดเห็น และมีการพัฒนาร่างกฎหมายต่อไปด้วยเช่นกันครับ (คุณณัฐภทรพล) เกี่ยวกับเรื่องนี้แหละครับคุณผู้ชม เรื่องของปลัดท่าอุเทนใช่ไหมครับ คุณรังสิมันต์ โรม ก็มีการออกมาบอกว่าการที่จะดำเนินคดีนี่ มันเร็วจนเกินไปนะครับ เดี๋ยวแน่นอนว่าจะมีผู้เกี่ยวข้องนี่ ไปดำเนินการต่อ ส่วนเรื่องของคดีตากใบเดี๋ยวคุณรังสิมัน โรม ก็ออกมาบอกว่าเสียดายเหลือเกินนะครับ จะมาพี่ประชาชนนี่ไม่ได้รับความยุติธรรมนั่นเองครับ ลองไปดูเสียงของคุณรังสิมันต์ โรม กันครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชนครับ มีการให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสลายการชุมนุมตากใบภายหลังคดีหมดอายุความเมื่อ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่าตนเองนี่ ว่ารัฐบาลไม่ได้ใช้ความพยายามอย่างจริงจังในการนำตัวจำเลย และผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ก่อนที่คดีจะสิ้นอายุความ จึงได้มีการตั้งข้อสังเกตว่าคดีตากใบจบแบบนี้อาจเป็นความพึงพอใจของรัฐบาลแล้วใช่หรือไม่ ซึ่งคำว่า "จบ" ของรัฐบาล ไม่จบแบบที่ประชาชนได้รับความยุติธรรมครับ แต่จบแบบที่สุดท้ายแล้วไม่มีใครกล่าวหา หรือว่าดำเนินการตามกฎหมายกับพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ในการหรือแม้แต่พรรคเพื่อไทยที่มีรากฐานมาจากพรรคการเมืองในขณะนั้นเอง นอกจากนี้คุณรังสิมันต์ โรม ยังมีการกล่าวถึงพฤติการณ์ของคุณภูมิธรรม เวชชยชัย นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คุณแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่ทำให้ประชาชนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่สามารถเชื่อมั่นรัฐบาลได้ว่าตั้งใจจะคลี่คลายปมต่าง ๆ อย่างเต็มที่แล้วนะครับ ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้ ปลัดอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนมหน่อยครับ ซึ่งก็เป็นหนึ่งในจำเลยคดีตากใบครับ กลับมาปฏิบัติหน้าที่หลังจากที่คดีนี่ หมดอายุความไป จะมีการเอาผิดอย่างไรนั้น คุณรังสิมันต์ โรม ก็บอกก็บอกนะครับว่าอาจจะเร็วเกินไปนะที่จะมีการดำเนินการทางกฎหมายนะครับ แต่ก็เชื่อว่าจะมีผู้ติดตามเรื่องนี้อย่างแน่นอนนะครับ โดยเฉพาะผู้ที่ยื่นฟ้องต่อศาลในคดีนี้ แล้วก็พรรคประชาชนนี่ว่าจะมีการติดตามเรื่องนี้ต่อไปนั่นเองนะครับ ไม่เกินช่วงนี้ของคุณรังสิมันต์ โรม ลองไปฟังกันดูครับ (คุณรังสิมันต์) ผมต้องได้รับการปรับนะครับ ไม่ใช่การลงโทษ แต่มันคือการที่เราบอก ว่าใครบ้างที่จะต้องผู้รับผิดชอบนะครับ การที่เราใช้กระบวนการยุติธรรมของเราในการที่จะคลี่คลายปมความขัดแย้งนี้ มันไม่ใช่แค่การลงโทษเท่านั้น ไม่ใช่แค่การเยียวยาเท่านั้น แต่มันคือการสร้างความรับผิดชอบ ชอบในสิ่งที่ตัวเองได้ติดใจใช้อำนาจหน้าที่ของตัวเอง ในวันนั้นที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตของคนจำนวนมาก (คุณวัฒนะ) วันนี้ประชุมที่ติดตามผ่านทางช่อง 10 ของเรานะครับ ที่ถ่ายทอดสดการประชุมวุฒิสภาเป็นนัดสุดท้ายของสมัยประชุมนี้นะครับ จบไปเกือบ ๆ เที่ยง ต้องบอกว่ามีผลงานหลายฉบับเลยทีเดียวนะครับ ที่เป็นการพิจารณากฎหมาย การพิจารณาญัตติ เรื่องของการปรึกษาหารือ ร่วมไปถึงเรื่องของกระทู้ถามด้วย ในส่วนของวุฒิสภานะครับคุณผู้ชม ได้มีการสรุปทำงานในช่วงเวลาที่ผ่านมา ก็ต้องบอกว่า แหมทำหน้าที่ไม่นานงานเยอะพอสมควร ไปฟังผลสรุปให้วันนี้นะคะ ล่าสุดเลยครับ ในช่วงสุดท้ายของการประชุมวุฒิสภาเมื่อวานนี้ เป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของสมัยประชุมสามัญประจำปี ครั้งที่ 1 ซึ่งจะมีคุณบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 นั่งบนบัลลังก์นะคุณผู้ชมเห็นหน้าจอเมื่อสักครู่ ได้สรุปผลการดำเนินงานด้านนิติบัญญัติของทางวุฒิสภา สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 3 กรกฎาคม ถึงวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา บอกว่ามีการประชุมวุฒิสภาทั้งหมด 21 ครั้ง เวลาในการประชุมประมาณ 123 ชั่วโมง 30 นาที มีสมาชิกวุฒิสภาปรึกษาหารือก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม 123 เรื่องครับ ส่วนผลการดำเนินงานด้านกฎหมายมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ 11 ฉบับ โดยวุฒิสภาให้ความเห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนราษฎร 5 ฉบับ วุฒิสภาเห็นชอบด้วยกับกรรมาธิการร่วมกัน 1 ฉบับ อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการร่วมกัน 1 ฉบับ นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภาอีก 4 ฉบับนะครับ สำหรับผลการดำเนินงานด้านการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภาได้ตั้งกระทู้ถามรวม 52 กระทู้ เป็นกระทู้ถามด้วยวาจา 21 กระทู้ รัฐบาลตอบแล้ว 7 กระทู้ ตกไป 14 กระทู้ ถัดมาวุฒิสภาตั้งกระทู้ถามเป็นหนังสือ รวม 31 กระทู้ กระทู้ถามที่ตอบไม่ได้ในที่ประชุมนะครับ จำนวน 25 กระทู้ ตอบแล้ว 15 กระทู้ ตกไป 7 กระทู้ แล้วยังค้างตอบกระทู้อีก 3 กระทู้นะครับ ส่วนกระทู้ถามที่เขาให้ตอบในราชกิจจานุเบกษามีทั้งหมด 6 กระทู้ ซึ่งรอตอบทั้งหมดอยู่ในขณะนี้ นอกจากนี้ยังมีการพิจารณารายงานประจำปีของหน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ 25 เรื่อง เป็นการพิจารณาญัตติทั้งหมด 9 เรื่อง พิจารณาเลือกหรือให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่น จำนวน 3 ครั้ง อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการสามัญ ทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติความประพฤติ และพฤติกรรมจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ 1 ตำแหน่งนะครับ จากนั้นสมาชิกวุฒิสภาได้รับทราบรายงานพระราชโองการโปรดเกล้าประกาศพระราชบัญญัติพระราชกฤษฎีกานะครับ ให้ปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม พุทธศักราช 2567 ด้วยนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) สักครู่นะครับ ผู้ชมครับ เดี๋ยวช่วงหน้ามาติดตามข่าวกันต่อในห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้าครับ [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา] สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภามีวัตถุประสงค์หลักชาชนPP Channelซื้อรัฐสภาเพื่อประชาชนต้องจัดให้มีการรับฟังวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับกฎหมายรวมทั้งเปิดเผยข้อมูลการรับฟังความคิดเห็นต่อประชาชนประชาชนสามารถมีส่วนร่วมและแสดงได้เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือว่า OECD ครับ คุณภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ให้การรับรองนายมาทีอัส คาร์มัน เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาEconomic cooperation and Development oecd ครับในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก oecd ของไทยและบทบาทฝ่ายนิติบัญญัติในการปรับปรุงและบัญญัติกฎหมายให้สอดคล้องกับมาตรฐาน oecdโดยคุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในฐานะ สส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย คุณศุภโชคศรี สุขขจร สส. จังหวัดนครปฐมพรรคชาติไทยพัฒนาคุณณัฐกิจวงศ์เจริญรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและคุณอำพล ผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ร่วมให้การต้อนรับนะครับ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ได้กล่าวต้อนรับเลขาธิการ OECD และคณะ พร้อมขอบคุณมิตรไมตรีจิตในการเดินทางเยี่ยมประเทศไทยในครั้งนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการผลักดันประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD อย่างแข็งขัน โดยปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในระหว่างขั้นตอนการสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD โอกาสนี้ทั้งสองฝ่ายได้มีการหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทยทาง OECD ได้ขอให้รัฐสภาไทยสนับสนุนการปรับปรุงนโยบาย และแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ OECD พร้อมทั้งเสนอให้มีการจัดตั้งกลุ่มมิตรภาพระหว่างการ เพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เนื่องจากกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD จะต้องใช้เวลาประมาณ 5-7 ปีครับ ด้านรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 กล่าวยืนยันนะครับ ว่ารัฐสภาไทยยินดีและพร้อมจ่ายที่จะสนับสนุนในเรื่องของการปรับปรุงและบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนให้การเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทยสำเร็จลุล่วง พร้อมย้ำแม้ว่ารัฐสภาไทยจะประกอบด้วย หลายพรรคการเมืองแต่เชื่อว่าทุกพรรคการเมืองมีหมายเดียวกัน คือ การนำพาประเทศไปสู่ความสำเร็จ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในประเทศให้ดีขึ้น โดยการเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยเดินไปสู่เป้าหมายในอนาคตที่เข้มแข็ง พร้อมหวังว่ารัฐสภาไทยและเลขาธิการ OECD จะร่วมมือกันเพื่อผลักดันให้ไทยเข้าเป็นสมาชิกองค์การ เพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา สำเร็จตรงตามกรอบเวลาที่ตั้งไว้ครับครับ (คุณวัฒนะ) ไปดูคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองของทาง ครับคุณชม ได้หยิบยกประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องเรื่องของทหารเกณฑ์เสียชีวิตจากการฝึกงานในค่ายทหาร ก็ปรากฏว่ามีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันชี้แจง แล้วก็หาสาเหตุต่าง ๆ ในการที่จะแก้ไขปัญหาต่อไปนะครับ คุณผู้ชมเห็นบรรยากาศอยู่ในขณะนี้นางอังคณา นีละไพจิตร ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชนสิทธิเสรีภาพ การคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภาเป็นประธานการประชุมครับ เป็นการพิจารณาจากกรณีของทหาร ทหารนะ ที่เรียกว่าพลทหารที่เสียชีวิตในค่าย อันเนื่องมาจากการฝึกซ้อมหรือการลงโทษในระบบทหารพร้อมทั้งเสนอแนะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาร่วมชี้แจงไม่มีจะเป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กองทัพเรือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ โดยคุณอังคณา ณีรไพจิตร กล่าวว่าจากเหตุการณ์พลทหารนายศิริวัฒน์ ใจดี เสียชีวิตในค่ายทหาร อันเนื่องมาจากการศึกษาในการลงโทษในระบบทหารนะครับ ซึ่งกรณีดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อการเสียชีวิตเรื่องของร่างกายและจิตใจของผู้ถูกกระทำ ตลอดจนครอบครัวของผู้ถูกกระทำในขณะนั้น ดังนั้น คณะกรรมการเล็งเห็นว่าการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมาน การกระทำให้บุคคลสูญหาย พุทธศักราช 2565 ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่รุนแรง ที่ทางคณะกรรมการจำเป็นต้องใช้ในงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริงกันต่อไป ด้านนาวาอากาศเอก สิทธิศักดิ์ สิทธิกุล เสนาธิการกรมสารวัตรทหารเรือได้กล่าวชี้แจงว่าที่ผ่านมาหลักสูตรการฝึกต่าง ๆ รวมไปถึงการไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ สาเหตุของการเสียชีวิตของพลทหารศิริวัฒน์ ใจดี ทุกกระบวนการเป็นไปตามข้อวินิจฉัย ที่มีการตรวจร่างกายของผู้เสียชีวิต พร้อมกับย้ำถึงความรู้สึกความเข้าใจของผู้เสียหาย ซึ่งทางกองทัพเรือยินดีให้การช่วยเหลือเยียวยาอย่างเต็มที่อยู่แล้วล่ะครับ ขณะที่พลตรี ชัยณรงค์ เดือนแรม ผู้แทนจากกระทรวงกลาโหมได้กล่าวชี้แจงเพิ่มเติมว่าทางกระทรวงกลาโหมยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่กระทำการลงโทษอย่างที่ผู้ร้องเรียนกล่าวอ้างแต่อย่างใด เนื่องจากขั้นตอนหลักสิทธิมนุษยชน รวมถึงทางกระทรวงกลาโหมเองได้มีการพัฒนาความสำคัญที่ผู้ได้รับการสูญเสีย จึงได้มีคำสั่งให้มีการศึกษาแนวทางต่าง ๆ ป้องกันไม่ให้เกิดกรณีดังกล่าวซ้ำซ้อนเกิดขึ้นมาอีก รวมถึงการกำหนดมาตรการการควบคุมการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์การกระทำลงโทษที่ไม่ชอบด้วยหมาย ตลอดมีการคัดสรรครูผู้ปกครองที่มีความรู้ความสามารถมีคุณธรรมจริยธรรมในการฝึกทหารใหม่ที่เอาใจใส่ผู้ถูกฝึกอย่างใกล้ชิดด้วยนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ขยายปมพื้นที่ขยี้ปมข่าววันนี้ท่านผู้ชมครับ คุณขนิษฐา นะครับ จะพาไปดูเกี่ยวกับเรื่องของคุณผู้หญิงครับ เรื่องของผ้าอนามัย ในตอนที่มีชื่อว่าผ้าอนามัยไม่มีภาษีสร้างสังคมเสมอภาค ไปติดตามได้เลยคลายปมพื้นที่ที่เป็นข่าวกับคุณปนิษฐาครับ (คุณปริษฐา) คลายปมพื้นที่ขยี้ปมข่าวในวันนี้พบกับดิฉันประดิษฐาสารีค่ะ ท่านผู้ชมคะผ้าอนามัยไม่มีภาษีกลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในสังคมอย่างกว้างขวาง ก็มีหลายคนมองว่าสินค้าผ้าอนามัยควรเป็นสินค้าที่ปลอดภาษี ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และสร้างความเท่าเทียมกันในสังคม ในวันนี้เรามาดูความคิดเห็นที่หลากหลาย เกี่ยวกับแรงขับเคลื่อนที่ทำให้ผ้าอนามัยนั้นปลอดภาษี ติดตามได้ในคลายปมพื้นที่ยขี้ปมข่าวค่ะ เรื่องผู้หญิงว่าได้ผ้าอนามัยว่าด้วยการเข้าถึงในมิติด้านราคาและค่าใช้จ่ายที่ผู้หญิงทุกคนแบกรับ เริ่มพูดถึงอย่างต่อเนื่องในเมืองไทยในช่วงปีที่ผ่านมานี้ ในขณะที่หลายประเทศทั่วโลกยกเลิกภาษีผ้าอนามัย หรือแจกฟรีให้กับประชาชนกันแล้ว ซึ่งในแต่ละประเทศกำหนดให้ผ้าอนามัยเป็นสินค้าในหมวดหมู่ที่แตกกัน ซึ่งทำให้มีการเก็บภาษีที่แตกต่างกันด้วย มีทั้งประเทศที่จัดให้ผ้าอนามัยเป็นสินค้าในหมวดหมู่สิ่งจำเป็นพื้นฐาน โดยจะได้รับการยกเว้นภาษี ประเทศที่จัดให้ผ้าอนามัยเป็นสินค้าในหมวดหมู่สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป ซึ่งมีการคิดภาษีตามอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรฐานในประเทศนั้น ๆ หรือถูกจัดให้เป็นสินค้าในหมวดหมู่อื่น ๆ เช่น เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ สินค้าประเภทสุขอนามัย ไปจนถึงสินค้าฟุ่มเฟือย ในแต่ละหมวดหมู่และในแต่ละประเภท ก็จะมีการกำหนดอัตราภาษีที่แตกต่างกันไป ผ้าอนามัยถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้หญิง ในขณะเดียวกันก็กลายมาเป็นภาระรายจ่ายประจำเดือน ที่ผู้หญิงต้องแบกรับโดยฮาฟฟิงตันโพสต์รายงานว่าทั้งชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งมีรอบประจำเดือนประมาณ 350 รอบใช้ผ้าอนามัยทั้งหมด 9120 ชิ้น คิดเป็นเงิน 1,100 บาท 3 ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ ด้วยเหตุนี้จึงมีการรณรงค์เรียกร้องให้รัฐยกเลิก หรือลดภาษีที่เก็บจากผ้าอนามัย เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้หญิง โดยทางคณะกรรมาธิการการพาณิชย์ และทางปัญญาสภาผู้แทนราษฎร หนึ่งในหน่วยงานที่ลดลงการลดภาษีผ้าอนามัย ได้จัดสัมมนาเรื่อง Pink Tax ภาษีและมูลค่าสินค้าที่ผู้หญิงต้องจ่าย เพื่อให้นักเรียนบุคลากรทางการศึกษาและบุคคลทั่วไปมีความรู้ความเข้าใจและให้ความสำคัญกับความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นผ่านสินค้าอุปโภคระหว่างเพศ รวมถึงเพื่อนำความคิดเห็นข้อเสนอแนะ ไปหาแนวทางในการเพิ่มศักยภาพ และหาแนวทางการแก้ไขเรื่องดังกล่าว โดยด้านนายจุลพงษ์ อยู่เกตุ รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่ 3 เปิดเผยถึงสถิติการเก็บภาษีจากผ้าอนามัยของแต่ละประเทศ ว่ามีประเทศไหนที่ยกเลิกภาษีที่เก็บจากผ้าอนามัยไปแล้ว และผู้หญิงในแต่ละประเทศต้องทำงานเท่าไรถึงจะซื้อผ้าอนามัยได้ 1 ชิ้น โดยพบว่าประเทศไทยจัดเก็บภาษีผ้าอนามัย 7 เปอร์เซ็นต์ โดยคนไทยได้รับค่าแรงขั้นต่ำ 41.38 บาทต่อชั่วโมง ซึ่งค่าแรง 1 ชั่วโมงสามารถซื้อผ้าอนามัยได้ 19.70 ชิ้น แม้ว่าพระทำไมจะเป็นภาระทางค่าใช้จ่าย แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้หญิง ในทางด้านนิติบัญญัติ ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามารถยื่นกฎหมายได้ แต่จะไม่มีทางประสบผลสำเร็จถ้าปราศจากการสนับสนุนจากประชาชน ในประเด็นนี้นางสาวพัชรินทร์ รามวงศ์ สส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าในประเทศไทยจำเป็นต้องยกเลิกภาษีผ้าอนามัย อย่ามองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับคนบางคน แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับใครหลาย ๆ คนด้วย ซึ่งการยกเลิกภาษีผ้าอนามัย จะเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้สังคมเกิดความเท่าเทียม และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยตนขอย้ำจุดยืนว่าต้องการให้ทุกคนเข้าถึงผ้าอนามัยฟรี (คุณภัสริน) เราต้องการนะคะ ต้องการที่จะให้เป็นมีการเข้าถึงทุกคนนี่เข้าถึงผ้าอนามัยฟรีนะคะ หนึ่งในสถานศึกษายังมีเด็กพี่ยังไม่ได้มีรายได้ เช่น 10 ขวบถึง 25 ขวบนะคะ ยังเป็นวัยที่ยังศึกษาอยู่ หรือแม้แต่กระทั่งในต่างจังหวัดนี่ ถ้าจะมีผ้าอนามัยก็อาจจะไปอยู่ที่ รพ.สต. ใช่ไหมคะ วางไว้ไปหยิบ หรือว่าจะไปขอเบิกจ่ายใช้ก็ทำให้การเข้าถึงผ้าอนามัยนี่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกคนได้ // ดร. ชลิดา ภรณ์ส่งสัมพันธ์อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ถ่ายทอดมุมมองต่อเรื่องเหล่านี้ว่าอย่างน่าสนใจอาจารย์ชนิดาพร เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ว่าภาษีผ้าอนามัยเป็นองค์ประกอบหนึ่ง ซึ่งเป็นภาระของคนเพศสภาพหญิงที่มีรายได้น้อยกว่าผู้ชาย แต่เรื่องนี้สามารถแก้ไขได้ทันทีในกระบวนนโยบายสาธารณะของไทย แม้ว่าอาจมีหลายคนมองว่าเป็นของใช้สำหรับผู้หญิงเท่านั้น แต่จากการสำรวจแผ่นรองซับของเสียนั้นไม่ได้ใช้เฉพาะกับผู้หญิงในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ถูกใช้โดยคนหลายกลุ่ม ซึ่งใช้วัสดุแบบเดียวกันตั้งแต่เด็กทารกไปจนถึงผู้สูงอายุ ซึ่งอาจจะต้องมองภาพให้กว้างมากขึ้น เพราะหากเรียกว่าผ้าอนามัยอาจจะดูจำกัด แต่สิ่งของเหล่านั้นถูกใช้โดยคนหลายกลุ่มหลายช่วงชีวิต จึงอาจจะไม่ใช่เรื่องเป็นธรรมในทางกลับ แต่เป็นการสร้างความเป็นธรรมให้กับคนทุกคนในสังคมนี้ นอกจากนี้ยังมองว่าเรื่องเหล่านี้สามารถแก้ปัญหาได้ทันที และกระทบต่อรายได้รวมของรัฐในรูปแบบของภาษีอากรไม่มากด้วย อีก 1 กระบอกเสียงของผู้ประกอบการที่ออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้เลยพาณิชย์ ด้วยนางสาวรังสิต สัจจทิพวรรณ กรรมการผู้จัดการและผู้ตั้งบริษัท ไอราคอนเซ็ปต์ จำกัด มองว่าผ้าอนามัยที่มีการตั้งราคาเนื่องจากถูกมองว่าเป็นสินค้าของเพศสภาพหญิง แต่ในทางกลับกันหากมองว่าเป็นแผ่นรองรับของเสีย ไม่ว่าจะเป็นเพศสภาพไหนก็ใช้ได้ ก็จะทำให้ราคาลดลงมาได้ ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์นักศึกษากลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการจัดเก็บภาษีผ้าอนามัย โดยนักศึกษากลุ่มนี้ต่างบอก ว่าผ้าอนามัยเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้หญิง และนำมาซึ่งภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน และมองว่าราคาผ้าอนามัยในขณะนี้มีราคาแพง บางคนต้องใช้ในปริมาณมาก จึงจำเป็นต้องลดภาษี (ผู้ให้สัมภาษณ์) ถ้าหนูมองว่าในส่วนของผู้หญิงนะคะ ก็คือมีภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของอาการอุปโภคบริโภคนะคะ ก็คือเยอะกว่าผู้ชายอยู่แล้ว ซึ่งในส่วนนี้หนูคิดว่าจำเป็นอย่างมากที่จะลดภาษีผ้าอนามัยลงค่ะ (ผู้ให้สัมภาษณ์) ก็เขียนว่าการลดภาษีนั่นก็เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผ้าอนามัย เพราะว่าผู้หญิงนั้นต้องใช้ในทุกเดือน ก็แพงอยู่ค่ะ แพงค่ะ เพราะว่าในแต่ละเดือนอาจจะใช้ถึง 3 ห่อ ในประเด็นเกี่ยวกับสวัสดิการผ้าอนามัย กลายเป็นประเด็นที่มีการเรียกร้องหลาย ๆ ประเทศ การเพิ่มการเข้าถึงสินค้าประเภทผ้าอนามัยในกลุ่มผู้หญิงที่มีรายได้น้อย จึงเป็นสิ่งที่รัฐควรส่งเสริมและผลักดันในประเด็นนี้อย่างจริงจัง เพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ผู้หญิงทุกคน ไม่ว่าจะประกอบอาชีพและมีรายได้เป็นอย่างไร ก็ควรที่จะเข้าถึงสวัสดิการอย่างเท่าเตรียมการ และกระบวนการของแต่ละประเทศมีความหลากหลาย และแตกต่างกันออกไป ส่วนใหญ่แล้วสิ่งที่จะทำให้การยกเลิกภาษีเป็นจริงได้ คือ การผลักดัน ให้เป็นกฎหมาย โดยการร่วมมือกันของภาคประชาชน นิภัทร พลเหมือน ถ่ายภาพ อารี ทีมข่าวโทรทัศน์รัฐสภารายงาน (คุณวัฒนะ) ช่วงนี้ไปติดตามความเข้มข่าวต่างประเทศให้คุณกิตติมารออยู่แล้วนะครับ เลือกตั้งสหรัฐอเมริกา โอ้โห ตอนนี้ก็บอกว่ามีโพลออกมา มีการพนันถูกกฎหมายก็ออกมาเช่นกันค่ะ คู่คี่สูสีจริง ๆ (คุณกิตติ) บ้านเราการพนันผิดกฎหมายนะ ล่าสุดนี่ คู่คี่สูสี ในเว็บพนันบอกว่าเขาให้ทรัมป์นะ หลังจากที่ทรัมป์ออกไปประกาศว่าทรัมป์ 2.0 จะเกิดขึ้น หลายคนบอกว่าท่านพึงพอสมควรเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศของฉันที่มีกับจีนก็ตามหรือในตะวันออกกลางก็ตาม วันนั้นตรงนี้นี่นะครับ พนันออนไลน์หรือพนันที่เขาพนันต่อกันเกี่ยวกับเรื่องผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ แน่นอนมีผลทางจิตวิทยามีการบอกเหมือนกันว่าถ้าอย่างนี้แล้ว ให้แรงต่อรองไปทางทรัมป์มากกว่า มันอาจจะส่งผลในทางจิตวิทยาให้คนที่อาจจะเลือกหรือไม่เลือกกลับมาเลือกทางทรัมป์ก็ได้ มีส่วนได้ส่วนเสียเหมือนกันนะครับ ข่าวต่างประเทศพักสักครู่ครับ กลับมาติดตามกันต่อกับคุณกิตติ เสรีประยูรครับ [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา] (คุณกิตติ) ติดตามเกาะติดการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเกิดขึ้นวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ บ้านเรานี่ วันที่ 6 บ่าย ๆ ค่ำ ๆ น่าจะพอเรียกง่าย ๆ ว่าเห็นหัวเห็นหางกันแล้วนะครับ ว่าใครจะเป็นประธานาธิบดีคนต่อของสหรัฐอเมริกา แต่ล่าสุดครับ เว็บพนันของสหรัฐแบบถูกกฎหมายนะครับ ราคาพนันขันต่อเขาเทไปทางทรัมป์ครับ ว่าอาจจะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนต่อไปก็ได้ครับ โดยแม้ผลสำรวจของหลากหลายสำนักนะครับ บ่งชี้ว่านายนิยมระหว่างกมาลา แฮร์ริสกับโดนัลด์ทรัมป์นะครับ สูสีคู่คี่กันอย่างมากระหว่าง 2 ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนปัจจุบันนี่นะครับ จากพรรครีพับลิกัน แล้วก็พรรคเดโมแครตในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 ปีนี้ครับ แต่สำหรับในแวดวงการพนัน เดิมพันกันครับ ว่าทรัมป์จะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ครับ โดยแพลตฟอร์มพนันออนไลน์ที่ถูกกฎหมายนะครับ ยังออนไลน์ครับ คาดการณ์ว่าจะมีโอกาสสูงที่จะชนะการเลือกตั้งครับ โดยให้ราคาต่อรองนะคะ -200 ขณะที่ฮาริสมีราคาต่อรองอยู่ที่พวกถึง 170 ต่างกันเยอะมากนะครับ ส่วน bat365 ครับ ให้ราคาต่อรองสำหรับทรัมป์-188 ขณะที่แฮร์ริสครับ อยู่ที่ +150 ไปกันที่โมวาด้าครับ ให้ราคาต่อรองทรัมป์ -185 ขณะที่แฮร์ริสอยู่ที่ + 160 นอกจากนี้ภาพออนไลน์ยังคาดการณ์ครับ ว่าพรรครีพับลิกันจะชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ โดยสามารถคะแนนเสียงของเสียงข้างมากทั้งในวุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ครับ โดย The conservation ครับ ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรครับ เปิดเผยครับ ว่าผ่านมาตลาดผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เกร็งผลผู้ชนะเลือกตั้งผิดพลาดเพียง 2 ครั้งเท่านั้นนะครับ นับตั้งแต่ปี 2409 หนึ่งในนั้นเกิดขึ้นในปี 2559 โดยตลาดให้ราคาต่อรองว่า - 323 ว่าแฮร์รี่ คิงตัน นั้นจะชนะการเลือกตั้งในปีดังกล่าว แต่ผลปรากฏว่าทรัมป์ชนะครับ เป็นการหักปากกาเซียนนะครับ จนได้ของทำเนียบขาวเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตามนะครับ เราประเทศไทยไม่สนับสนุนเรื่องของการพนันออนไลน์นะครับ เรายังผิดกฎหมายอยู่นะครับ อันนี้เป็นข่าวสารความเคลื่อนไหวนะครับ ว่าในต่างประเทศเขาเก่งเรื่องของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไปทุกแวดวงจริง ๆ นะครับ บ้านเราไม่เกี่ยวกันนะครับ ไปดูผู้นำสหรัฐคนปัจจุบันครับ โจ ไบเดน ครับ ใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าเรียบร้อยแล้วนะครับ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ไม่ต้องสืบว่าไบเดนจะเลือกใครนะครับ โดยไบเดนผู้นำสหรัฐฯ ครับ เดินทางไปที่หน่วยเลือกตั้งแห่งหนึ่งในเมืองนิวคาสเซิลครับ ในเมือง ใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดีล่วงหน้า ก่อนวันลงคะแนนจริงในวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้ครับ โดยใช้เวลาต่อแถวนานประมาณชั่วโมงครับ ซึ่งผู้นำสารสนเทศกับประชาชนที่อยู่ในแถวอย่างเป็นกันเองครับ แล้วก็เหลือประชาชนที่จะต้องใช้รถเข็นด้วย ขณะที่ผู้สื่อข่าวถามไบเดนครับ หลังลงคะแนน บอกแล้วว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ทั้งสุขแล้วก็เศร้าสำหรับเขาหรือไม่ เพราะจริง ๆ แล้วชื่อของเขาควรจะอยู่ในบัตรเลือกตั้ง ไม่ได้ตอบครับ ว่าเป็นช่วงเวลาที่ทั้งสุขและเศร้าก็จริง ๆ นะครับ พร้อมย้ำว่าแล้วก็เชื่อมั่นนะครับ ว่ารองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริส จะชนะการเลือกตั้งโดยข้อมูลเบื้องต้นกับสื่อท้องถิ่นหลายแห่งของสหรัฐเป็นไปในทางเดียวกลับว่าสวัสดีการใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งล่วงหน้าแล้วนะครับ อย่างน้อย 41 ล้านคน ซึ่งรัฐส่วนใหญ่เปิดให้ใช้สิทธิหย่อนบัตรล่วงหน้า ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนนี้จนถึงวันที่ 1 พฤศจิกายนครับ เดิมทีครับ ตามธรรมเนียมปฏิบัติทางการเมืองของสหรัฐฯ โดยไบเดนต้องเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครต โอกาสในการเลือกตั้งประธานาธิบดี เพื่อชิงชัยกับโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดี ซึ่งเป็นตัวแทนจากพฤติการณ์ครับ อย่างไรก็ตามไปเล่น ตัวเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาแล้วก็ส่งผลให้ตำแหน่งดังกล่าวส่งต่อไปที่กมลา แฮร์ริส เป็นรองประธานาธิบดี จริง ๆ ไม่มีธรรมเนียมนะครับ ว่าภาพประธานาธิบดีคนปัจจุบันไม่ลงสมัยที่ 2 ต้องเป็นรองประธานาธิบดีแทน เพราะต้องผ่านการโหวตภายในพักก่อน แต่ในครั้งนี้ครับ ผู้ที่โดดเด่นและถูกรับรองจากพรรคเดโมแครต ก็คือกมาลา แฮร์ริส นั่นเองครับ ต้องบอกอย่างนี้ครับ ว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ณ ปัจจุบันนี้ ทั่วโลกจับตามอง เพราะผู้ที่จะเป็นผู้นำคนต่อไป และเป็นประเทศที่เรียกว่ามีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ย่อมมีผลแน่นอนนะครับ ต่อเรื่องของการค้าระหว่างประเทศ ความขัดแย้ง และรวมถึงเรื่องของนาโต้ 3.0 นี่ ถ้าทรัมป์ มานะ นาโต้หนาวพอสมควร ฉันเคยบอกว่าอาจจะไม่สนับสนุนแนวทางของนาโต้ โดยเฉพาะงบประมาณทางการทหาร อีกไม่กี่วันก็ได้ประมาณสัก 6 วันของสหรัฐอเมริกานะครับ คุณผู้ชม และนี่คือทั้งหมดครับ ในห้องข่าวรัฐสภาชนะภาคเช้า ขอบคุณสำหรับการติดตามรับชมรับฟังนะคะ เช้าวันนี้เราทั้ง 3 คน พร้อมทีมงานทุกคนลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ (คุณณัฐภทรพล) สวัสดีครับ (คุณกิตติ) สวัสดีครับ (บรรยาย)