--- title: ฝึกแบ่งพิมพ์ ห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ข่าวเช้า วันที่ 30 ตุลาคม 2567 เวลา 08.00-09.00 น. subtitle: date: วันพุธที่ 30 ตุลาคม 2567 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) สวัสดีค่ะ ท่านกำลังรับชมโทรทัศน์รัฐสภาช่อง 10 ต่อไปติดตามรายการต่อไปติดตามรายการห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้า [เสียงดนตรี] (คุณณัฐภัทรพล) สวัสดีครับ (คุณวัฒนะ) สวัสดีครับ ขอต้อนรับคุณผู้ชมและคุณผู้ฟัง ติดตามรายการห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้าครับ คุณผู้ชมติดตามอยู่กับเราทั้ง 2 คนนะครับ คุณณัฏฐภัทรพล จุติการพาณิชย์ ผม วัฒนะ คล้ายแก้ว นะครับ เช้าวันนี้ พบกันในวันพุธที่ 30 ตุลาคม พุทธศักราช 2567 เป็นวันที่ตืนมานี่ เขาบอกว่าวันนี้หลายโรงเรียนเริ่มเปิดเทอม ทำให้การจราจล ถนนสามเสน บริเวณโดยรอบรัฐสภา ช่วงเช้านี้รถติดหลายสายเลยครับ (คุณณัฐภัทรพล) สืบเนื่องจากเมื่อคืนหรือเปล่านะ เมื่อคืนหลายท่านบอกว่าฝนตกหนักนะครับ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครนะครับ ในช่วงเวลา 2 ทุ่มกว่า ๆ มีกลุ่มฝนตกลงมา ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นนอก ชั้นใน เจอเหมือนกันเลยครับคุณวัฒนะ น้ำนี่ท่วมขังรอก่อนระบายนะครับ (คุณวัฒนะ) เมื่อคืนนี้ผมเข้านอนสักประมาณเกือบ 4 ทุ่ม หลังจากเข้านอนได้สักครู้หนึ่ง ปรากฆว่าฟ้าร้อเสียงดังมาก ต้องตกใจตื่นขึ้นมาครับ เพราะมาติดตามข่าวนะครับ ใน Social Media หลายจุดในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ยกตัวอย่างที่ สมุทรปราการนี่ มีฝนตกหนักมาก แล้วทำให้หลายจุดน้ำท่วมก็รอการระบายเช่นเดียวกัน (คุณณัฐภัทรพล) ก็อย่างสมุทรปราการก็มีงานพระสมุทรกันอยู่ ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการนะครับคุณผู้ชมครับ เขาบอกว่าน้ำท่วมเลยทีเดียวครับ ผู้ที่ไปร่วมงานเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ต้องเดินลุยน้ำกันเลย ตรงนั้นติดแม่น้ำเจ้าพระยาไง (คุณวัฒนะ) เห็นใจพ่อค้าแม่ขายที่ไปเปิดงานนะครับ คุณผู้ชมครับ แน่นอนมันก็ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตพี่น้องประชาชน และโดยเฉพาะมีการเปิดเทอมแบบนี้นะครับคุณผู้ชม เช้านี้มาบอกกันหน่อยก็ได้นะครับ Facebook Live โทรทัศน์รัฐสภและโทรทัศน์รัฐสภา ออกอากาศอยู่ตอนนี้ จังหวัดอื่น ๆ เป็นอย่างไร อากาศเย็น ๆ มาหรือยัง ที่บอกว่าเข้าสู่ฤดูหนาวแล้วนี่ หลายคนบอก ยังไม่เห็นมาก็มีนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) เมื่อวานนี้ต้อนรับนะ หนาว น้ำท่วมครับ คุณผู้ชมครับ ฝนตกครับ คุณผู้ชมครับ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่เราไม่รู้ว่าต่างจังหวัดเป็นอย่างไรนะ แต่ว่ามีรายงานว่ายอดภูยอดดอยหรือว่าภาคเหนือ ภาคอีสานนี่สัมผัสความเย็นกันได้แล้ว แล้วอุณหภูมิจะลดลงอย่างต่อเนื่องครับคุณวั?นะ (คุณวัฒนะ) แฟนข่าวของเราที่อยู่ภูมิภาคต่าง ๆ ที่ช่อง 10 เคยไปสัญจร เคยไปพบกัน ส่งข้อความส่งความเห็นกันมาหน่อยครับ ว่าขณะนี้บ้านของท่านเป็นอย่างไรนะครับ ส่วนบรรยากาศในรัฐสภา เช้านี้คุณผู้ชมต้องตามกัน วันนี้เป็นนัดสุดท้ายของสมัยประชุมนี้นะครับ จะกลับมาอีกครั้งในสมัยประชุมหน้านี่ ในวันที่ 12 ธันวาคม 2567 เป็นต้นไป เดี๋ยวตามกัน วันนี้เขาบอกว่ามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางราง 20 บาท ตลอดสายจะเป็นอย่างไร การสร้างระบบรางจะเป็นอย่างไรของประเทศไทยในอนาคตด้วยนะครับ (คุณวัฒนะ) ใช่ครับ เราก็มีการขนส่งทางรางแล้วคุณผู้ชมครับ เหลือแต่ในส่วนของกฎหมายที่จะไปควบคุมดูแลนะครับ ในส่วนนี้เอง วันนี้เดี๋ยวจะมีการพูดคุยกัน กฎหมายการขนส่งทางรางคุณผู้มชมครับ ติดตามกันได้ วันนี้เป็นการประชุมนัดสุดท้ายอย่างที่คุณวัฒนะได้บอกไปนะครับ เดี๋ยวเรากลับมาพบกันอีกครั้งหนึ่ง นับไป 40 กว่าวัน เดี๋ยวเรามาเจอกันในสมัยหน้านั่นเอง (คุณวัฒนะ) ครับ แต่คุณผู้ชมเชื่อว่าจะไม่เหงานะ นอกจากการประชุมในสภาแล้วช่วงเวลาปิดสมัยประชุมก็จะเห็นไปปรากฏตัวต่าง ๆ มากยิ่งขึ้นนะ ปกติ สส. นี่เขาก็ลงพื้นที่อยู่แล้ว แต่ว่าช่วงนี้ปิดสมัยประชุม ก็คงจะมีเวลาที่จะใกล้ชิดกับประชาชนได้มากขึ้น รวบรวมปัญหาต่าง ๆ แล้วเปิดสมัยประชุมกลับมาเข้าสู่สภาอีกครั้งหนึ่ง ในการประชุมครั้งหน้า ภาพรวมการทำหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรคุณผู้ชม แน่นอนเขาบอกว่าการทำงานของ สส. ในสภานี่ ประชาชนจับตามองอยู่ โดยเฉพาะการพิจารณากฎหมายต่าง ๆ ที่จะออกไปบังคับใช้กับประชาชน คนไทยทั้งประเทศ เป็นกฎหมายที่มีประโยชน์นะครับ ล่าสุดเมื่อวานนี้การประชุมวิปรัฐบาล แล้วก็มีการสรุปผลงานออกมานะ แน่นอน คนนี้ในหน้าจอ คุณวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ในประธานคณะกรรมการพรรคร่วมรัฐบาล หรือว่าวิปรัฐบาล ได้เปิดเผย ว่าช่วงเวลาที่ผ่านมานี่มีกฎหมายผ่านสภาหลายฉบับ มีกฎหมายที่ยังไม่ได้รับการรับรองหลายฉบับ ซึ่งจะต้องรอนายกรัฐมนตรีรับรอง เนื่องจากว่าเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ไปฟังบทสรุปทั้งหมดในสมัยประชุมที่ผ่านมา โดยเฉพาะเทอมแรกนะครับ ของสภาชุดนี้ ได้มีการพิจารณากฎหมาย หนังสือสัญญาต่าง ๆ รวมแล้ว 59 ฉบับ จากกฎหมายที่ประชาชรและ สส. เสนอมา 148 ฉบับนะครับ โดยมีกฎหมายที่นายกฯ ยังไม่รับรองรวม 14 ฉบับ โดยคุณวิสุทธิ์ ไชยณรุณ นั่งเป็นหัวโต๊ะแบบนี้ครับ ในฐานะวิปรัฐบาล ได้มีการพูดถึงการประชุมในสมัยที่ผ่านมา การประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ ระหว่างวันที่ 3 กรกฎาคม ไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม นั่นก็คือวันแหละครับ มีการประชุมวิปรัฐบาลไปทั้งหมด 19 ครั้ง พิจารณาร่างกฎหมายรวมถึงหนังสือสัญญา รวมทั้งหมด 59 ฉบับ ถัดมา คุณวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ยังระบุอีกว่าในช่วงรัฐบาลรักษาการของคุณภูมิไทย ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2567 มีการพิจารณากฎหมายไปทั้งหมด 6 ฉบับนะครับ ส่วนช่วงรัฐบาลของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2567 มาจนถึงวันนี้ ก็คือ 30 ตุลาคม 2567 มีการพิจารณาร่างกฏหมาย 26 ฉบับครับ โดยร่างกฎหมายที่มีความสำคัญ มีการประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาไปแล้วนี่ ประกอบไปด้วย 4 ฉบับ ประกอบไปด้วยงบประมาณรายจ่าย ประจำปี พุทธศักราช 2567 พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพิ่มเติม 2567 นะครับ ถัดมา ก็คือพระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม และพระราชบัญญัติรายปี พุทธศักราช 2568 ซึ่งประกาศใช้ไปแล้วทั้ง 4 ฉบับนะครับ นอกจากนี้ อยู่ระหว่างนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย จำนวน 2 ฉบับ นั่นก็คือราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 14/2559 ถัดมา เรื่องที่คณะกรรกมารที่ปรึกษาบริหารพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการกำหนดหน้าที่ผู้รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และร่างราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงิน แก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธ ทำลายล้างสูง นอกจากนี้นะครับคุณผู้ชม การสรุปผลงานในช่วงที่ผ่านมา มีร่างกฎหมายอยู่ในการพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติ 6 ร่าง เป็นร่างที่ประชาชนสนใจ นั่นก็คือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการปรร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต ร่างพระราชบัญญัติร่างพระราชบัญญัติบริหารและจัดการอากาศสะอาด แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญยัติการประมง ปี 2558 และร่าพระราชบัญญัติขนส่งทางรางนะครับ อย่างไรก็ตาม หากพูดถึงร่างกฎหมายพบว่ามีร่างกฎหมายที่เสนอโดย สส. และภาคประชาชน รวมในช่วงเวลาที่ผ่านมา 140 ฉบับ วินิจฉัยว่าเป็นร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงิน รวม 71 ฉบับ และต้องส่งในนายกรัฐมนตรีลงนามรับรองนะครับ โดยล่าสุดการประสานงานของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แจ้งว่ามีร่างพระราชบัญญัติที่นายกไม่รับรองอยู่ 17 ฉบับ และยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของนายกรัฐมนตรีอีก 39 ฉบับ รวมทั้งหมด 56 ฉบับ ส่วนอีก 15 ฉบับนั้น ที่เหลือไม่ปรากฏว่าแจ้งอยู่ในสถานะใดนะครับ ถัดมาอีก 1 เสียงนะครับ คุณผู้ชม เมื่อวานนี้ นายปกร... ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานพรรคฝ่ายค้าน หรือว่าวิปฝ่ายค้านก็โดนถามเหมือนกัน ที่ผ่านมา คุณปกรวุฒิบอกว่าการทำหน้าที่ฝ่ายค้านค่อนข้างพอใจ โดยยอมรับว่าสมัยประชุมนี้ มีหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนะครับ แต่ก็บอกบริหารจัดการไปได้ราบรื่นบ้าง ไม่ราบรื่นบ้าง ส่วนมาตรการต่าง ๆ มาตอบกระทู้ของคณะรัฐมนตรีก็คล้ายกัน พรรคประชาชนกับพรรครัฐบาลเอง ได้รับผลกระทบนะครับ ทั้งนี้คาดหวังว่าในสมัยหน้า ที่จะกลับมาตั้งแต่ 12 ธันวาคมเป็นต้นไปนี่ ตั้งแต่ช่วงต้น ๆ นายกรัฐมนตรี รวมไปถึง ครม. จะมาตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาฝ่ายค้าน ซึ่งทั้งฝ่ายค้านและประชาชนก็คาดหวังเช่นกันว่าจะได้เห็นภาพดังกล่าวในสภา ช่วงที่เปิดสมัยประชุมหน้าเช่นกันครับ (คุณณัฐภัทรพล) ยังอยู่กับคุณคุณปกรณ์วุฒิครับ คุณผู้ชมครับ กฎหมายนิรโทษกรรมนี่นะครับ คุณปกรณ์วุฒิเขาก็มีการตั้งคำถามไปถึงพรรคเพื่อไทย ว่าพรรคเพื่อไทยเอง จะส่งร่างกฎหมายนิรโทษกรรมประกบเข้ามา กับส่วนของพรรคประชาชน พรรคอื่นหรือไม่ คุณปกรณ์วุฒิก็ยังหวังนะครับ คุณผู้ชมครับ ว่าเพื่อไทยจะแสดงจุดยืนแก้ไขปัญหาปมขัดแย้งทางการเมืองนะครับ ลองไปดูคุณ ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานคณะกรรมการประสานพรรคร่วมฝ่ายค้านนะครับ หรือว่าวิปฝ่ายค้าน มีการให้สัมภาษณ์ว่าจะมีการทำความเข้าใจกับรัฐบาลอย่างไร ถึงการรวมมาตรา 112 ในสมัยประชุมหน้า โดยมีการระบุนะครับ ว่ามุมมองส่วนตัวหลาย ๆ เรื่องที่พรรคเพื่อไทยเคยพูดมา จากสมัยประชุมที่แล้ว จนถึงการเลือกตั้งมาแล้ว พรรคเพื่อไทยเข้าใจดีกับมาตรา 112 แต่ตนไม่เข้าใจว่าข้อจำกัดอะไร ทำให้ในประจำเปลี้ยนแปลงไป โดยคุณดูจากรายงานนิรโทษกรรมที่คณะกรรมวิสามัญพิจารณาการศึกษานิรโทษกรรม ได้มีการศึกษา และสภาได้มีการโหวตคว่ำข้อสังเกตไป เมื่อสัปดาห์ก่อนนะครับคุณผู้ชม จะเห็นว่าใน 8 คนของกรรมาธิการ เป็นสัดส่วนพรรคเพื่อไทย มี 4 คน ที่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรม มาตรา 112 มี 2 คนไม่เห็นด้วย และอีก 2 คนไม่ให้ความเห็นนั่นเองนะครับ เนื่องจากเป็นประธานคณะกรรมาธิการ และเป็นเจ้าของญัตติจึงใช้สิทธิในการงดออกเสียง ทั้งนี้ จากกรณีดังกล่าวครับ คุณผู้ชมครับ คุณปกรณ์วุฒิก็ได้ตั้งคำถามกลับไป ตกลงแล้วนี่พรรคเพื่อไทยนี่จะมีการส่งร่างนิรโทษกรรมเข้ามาประกบกับร่างพรรคประชาชนแล้วพรรคอื่น ๆ หรือไม่ ในสมัยประชุมหน้า จึงอยากทราบจุดยืนของพรรคเพื่อไทยต่อเรื่องนะครับ ในการแก้ไขปมการขัดแย้งทางการเมือง ต่อเนื่องยาวนานมาหลายปีเลยทีเดียวนะครับ ส่วนกรณีที่มีพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคเตรียมคว่ำร่างนิรโทษกรรมของพรรคประชาชน ประธานวิปฝ่ายค้านก็บอกนะครับ คุณผู้ชมครับ ว่าต้องมีการพูดคุยสื่อสาร ทั้งในของการเมือง สังคมว่าเจตนาที่แท้จริงของพรรคประชาชนคืออะไร ซึ่งในสภา ตนก็เข้าใจว่าสุดท้ายนี่ต้องเคารพเสียงข้างมากนะครับ แต่ก็ยังต้องฝากว่าหากพรรคเพื่อไทยจะนำเสนอเนื้อหาที่อาจจะเปลี่ยนแปลงจากพรรคประชาชนเสนอ ก็อยากจะให้มีการเปิดโอกาสให้หลาย ๆ คนที่กระทำความผิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นฐานความผิดใด หรือว่าด้วยแรงจูงใจใด มีโอกาสในการได้รับนิรโทษกรรมครับ เพื่อที่จะนำไปสู่ความปรองดองของสังคม พรรคประชาชนก็ยินดี จะเห็นชอบกับร่างที่มีหลักการ และอยากให้พรรคเพื่อไทยระลึกว่าทุกพรรคการเมืองต่างก็มีความคิด มีหลักการ อุดมการณ์ของตัวเอง และย้ำนะครับ แม้ว่าไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องในกันทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าย พรรคร่วมรัฐบาล แต่ในด้านการทำงาน พรรคประชาชนก็ยินดีจะเห็นชอบกับร่างกฎหมายนะครับ ใด ๆ ก็ตามที่สอดคล้องกับหลักการของพรรคประชาชน ไม่ว่าพรรคไหนจะเป็นผู้เสนอก็ตามครับ (คุณวัฒนะ) ครับ ก็เป็นการตั้งข้อสังเกตของคุณปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล เนื่องจากว่าสัปดาห์ก่อน มันมีรายงานฉบับหนึ่ง เกี่ยวข้องกับการนิรโทษฏรรม ปรากฎว่าประธานสภารับทราบนะ แต่ไม่รับทราบเรื่องข้อสังเกต นี่ก็เป็นเรื่องของการพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนิรโทษกรรมพรรคฝ่ายค้าน พรรคประชาชนนี่ เขาก็ต้องข้อสังเกตมา ที่มีอาจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล นั่งเป็นคณะกรรมการประธานวิสามัญ จะเอาอย่างไร ถามไปที่เพื่อไทยชัด ๆ (คุณณัฐภัทรพล) เพื่อไทยต้องไปคุยในพรรคก่อนนะครับ ว่าจะทำอย่างไรต่อไป แต่ก็มีแง้ม ๆ ออกมาว่า จะส่งมาประกบร่างกัน คู่กับพรรคประชาชน (คุณวัฒนะ) คุณผู้ชมครับ หากพูกถึงเป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนจับตามอง คดีใหญ่ 20 ปีผ่านไป (คุณณัฐภัทรพล) หมดอายุความไปแล้วนะ (คุณวัฒนะ) เพิ่งหททำให้หลาย ๆ คนก็จับตามองว่าหลังจากนี้ไป จะมีการขับเคลื่อนอย่างไร ดำเนินการอย่างไรนะครับคุณผู้ชม ปรากฏเป็นข่าวใหญ่ 2-3 วันที่ผ่านมา มีปลัดอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ช่วงหนึ่งนี่ เขาบอกว่าลาพักผ่อน แล้วก็หมดอายุความ กลับมาทำหน้าที่ครับ เป็นข่าวใหญ่ ทำให้เป็นที่จับตามอง ว่า เอ๊ะ กระบวนการยิณ เวลานี้มันเกิดอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า ทำให้ล่าสุด สส. พรรคประชาชนชี้ว่าปลัดอำเภอท่าอุเทนท่านนี้นี่ มีกระบวนการอย่างไรต่อไป นี่ก็คือการเปิดเผยของ ส.ส. รอมฎอน ปันจอร์ สส. กับพรรคประชาชนก็ตั้งข้อสังเกตกับเรื่องนี้นะครับ ไปฟังกันนะครับ ล่าสุดคุณรอมฏอน ปันจอ สส. บัญชีรายชื่อจากพรรคประชาชน ได้แสดงความเห็น นครพนม ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาคดีตากใบ หลบหนีคดีไป จนคดีขาอยุความไป เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2567 และล่าสุดนะครับ กลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติแล้ว โดย สส. รอมฎอนระบุว่า การกระทำดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าวัฒนธรรมพ้นผิด ลอยนวล การหนีคดี กลายเป็นเรื่องปกติไปหรือไม่ โดยไม่ต้องมีการแสดงความรับผิดชอบใด ๆ ในอีกทางหนึ่งก็ต้องให้ความเห็นว่า การกลับมาทำงานราชการรายนี้ เปตบหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกระบวนการยุติธรรมของไทยหรือไม่อย่างไร เพราะว่าที่ผ่านมา แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยนะครับ ที่จะมีการติดตามตัวตามหมายจับ และไม่สามารถกลับมาทำงานได้อย่างที่ควรจะเป็น การกลับเช่นนี้ เป็นการยืนยันว่าการหนีคดี จะมีการรู้เห็นเป็นใจของข้าราชการหรือไม่ เพระฉะนั้นตนอยากจะเรียกร้องหน่วยงานต้นสังกัดของข้าราชการที่หลบหนีคดีไป ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม ให้ตรวจสอบวินัย ในการช่วยหนีคดีด้วยหรือไม่ แหม มีคำถามเยอะเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังให้ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถัดไป ก็คือคุณภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เร่งตรวจสอบ เพื่อคลายข้อข้องใจของประชาชน ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และญาติพี่น้องของคดีตากใบ ไม่ได้มีการละเลยเพิกเฉยการปฏิบัติหน้าที่ ถัดมา สส. รอมฎอน ยังได้กล่าวเพิ่มเติมกรณีนี้ ยังทำให้เห็นกระบวนการยุติธรรมของไทย เรื่องของอายุความในคดีอาญา ที่เอื้อให้กับอาญาพ้นผิดนะครับ ว่ามีความจำเป็นจะต้องมีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ว่าด้วยเรื่องของอายุความ ในมาตรา 95 ซึ่งตนในฐานที่เป็ฯ สส. จะเร่งนำไปหารือในอนุกรรมการความยุติธรรมในกรณีของตากใบ ที่เป็นผลผลิตมาจากเรื่องของมติสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา มอบหมายให้คณะกรรมาธิการการกฎหมาย จัดตั้งขึ้นมา และตนเตรียมทำการแก้ไขว่าด้วยอายุความ ซึ่งปัจจุบันนั้นก็มีข้อถกเถียงว่าควรจะเป็นการแก้ไขเฉพาะอายุความที่เกี่ยวกับฐานความผิดร้ายแรงให้ไม่มีอายุความเลย หรือไม่มีความแก้ไขการนับอายุความ ในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมก็ได้มีการยกตัวอย่างออกมาครับ พนักงานสอบสวนสรุปเสร็จแล้ว ส่งอัยการก็เริ่มนับใหม่ เมื่ออัยการทำสำนวนถึงศาลก็นับใหม่เช่นกัน คือ นับใหม่ทุกครั้งที่มีความคืบหน้าของคดี ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องมีการอภิปรายมีการถกเถียงกันเพื่อมีการไปนำเสนอ มีการกลั่นกรองกฎหมาย ร่างกฎหมายต่อไปด้วยเช่นกันครับ (คุณณัฐภัทรพล) เกี่ยวกับเรื่องนี้คุณผู้ชมครับ ปลัดท่าอุเทนนี่ ใช่ไหมครับ คุณรังสิมันต์ โรม ก็บอกว่าการดำเนินคดีนี่ มันเร็วจนเกินไปนะครับ เดี๋ยวแน่นอนว่าจะมีผู้เกี่ยวข้องนี่ไปดำเนินการต่อนะครับ ส่วนเรื่องคดีตากใบ คุณรังสิมันต์ โรม ก็ออกมาบอกว่าเสียดายเหลือเกินครับ ที่ประชาชนนี่ไม่ได้รับความยุติธรรมานั่นเองครับ ลองไปดูเสียงของคุณรังสิมันต์ โรม กันครับคุณผู้ชมครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชนครับ มีการให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสลายการชุมนุมคดีตากใบ ที่หมดอายุความเมื่อ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่าตนเองนี่ รู้สึกว่ารัฐบาลไม่ได้ใช้ความพยายามอย่างจริงจัง ในการนำตัวจำเลย และผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว มาดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม ก่อนที่คดีจะสิ้นอายุความ จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่าคดีตากใบจบแบบนี้ อาจเป็นความพึงพอใจของรัฐบาลแล้วใช้หรือไม่ ซึ่งคำว่า "จบ" ของรัฐบาล ไม่ได้จบแบบที่ประชาชนได้รับความยุติธรรมครับ แต่จบแบบที่ สุดท้ายแล้วไม่มีใครกล่าวหาหรือว่าดำเนินการกับพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้นะครับ หรือพรรคเพื่อไทย ที่มีรากฐานมาจากพรรคการเมืองในขณะนั้นเอง นอกจากนี้คุณรังสิมันต์ โรม ยังมีการกล่าวถึงพฤติการณ์คุณภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม คุณแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ทำให้ประชาชนเกี่ยวยกับเรื่องนี้ ไม่สามารถเชื่อมั่นรัฐบาลได้ว่าตั้งใจจะคลี่คลายปมดังกล่าวอย่างเต็มที่แล้ว ส่วนกรณีปลัดอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนมนี่นะครับ ซึ่งเป็นหนึ่งในจำเลยคดีตากฝบครับ กลับมาปฏิบัติหน้าที่ หลังจากที่คดีสิ้นอายุความไป ประเด็นนี้จะมีการเอาผิดอย่างไรนั้น คุณรังสิมันต์ โรม บอกว่าอาจจะเร็วเกินไปนะ ที่จะมีการดำเนินการทางกฎหมายนะครับ แต่ก็เชื่อว่าจะมีผู้ที่ติดตามเรื่องนี้อย่างแน่นอนนะครับ โดยเฉพาะผู้ที่ยื่นฟ้องต่อศาลในคดีนี้ และพรรคประชาชนนี่ ก็จะมีการติดตามเรื่องนี้กันต่อไปนั่นเองนะครับ มีเสียงช่วงนี้ของคุณรังสิมันต์ โรม ไปฟังกันครับ (คุณรังสิมันต์) ผมต้องย้ำนะครับ กรณีตากใบไม่ใช่แค่การลงโทษ แต่มันคือการที่เราบอกว่าใครบ้างที่จะเป็นผู้รับผิดชอบนะครับ โดยที่เราใช้กระบวนการยุติธรรมของเรา ในการที่จะคลี่คลายปมความขัดแย้งนี้ ดังนั้น มันไม่ใช่แค่การลงโทษเท่านั้น มันไม่ใช่แค่การเยียวยาเท่านั้น แต่มันคือการสร้างความรับผิดชอบ การรับผิด รับชอบ ในสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจใช้อำนาจหน้าที่ของตัวเองในวันนั้นที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตของคนจำนวนมาก (คุณวัฒนะ) เมื่อวานนี้คุณผู้ชมที่ติดตามทางช่อง 10 ของเรานะครับ ถ่ายทอดสดการประชุมวุฒิสภาวันสุดท้ายของสมัยประชุมนี้นะ จบไปเกือบ ๆ โอ้โห ต้องบอกว่ามีผลงานหลายฉบับเลยนะครับ ที่เป็นการพิจารณากฎหมาย การพิจารณาญัตติเรื่องของการปรึกษาหารือ รวมไปถึงตั้งกระทู้ถามด้วย ในส่วนของวุฒิสภานะครับคุณผู้ชม ได้มีการสรุปผลงานที่ผ่านมา ไม่นานแต่ผลงานเยอะพอสมควร ไปฟังผลสรุปเมื่อวานนี้นะครับคุณผู้ชม ล่าสุดนะครับ ในช่วงสุดท้ายของการประชุมวุฒิสภาเมื่อวานนี้ เป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 1 ซึ่งก็มีคุณบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 นั่งบนบัลลังก์ ที่คุณผู้ชมเห็นเมื่อสักครู่ได้สรุปผลการดำเนินงานของทางวุฒิสภา สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 3 กรกฎาคม ถึงวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา บอกว่ามีการประชุม 21 ครั้ง เวลาในการประชุม ประมาณ 123 ชั่วโมง 30 นาที มีสมาชิกวุฒิสภาปรึกษาหารือก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม 123 เรื่องครับ ส่วนผลการดำเนินงานด้านกฎหมาย มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ 27 ฉบับ โดยวุฒิสภาเห็นด้วยกับสภาผู้แทนราษฎร 5 ฉบับ วุฒิสภาเห็กรรมาธิการร่วมกัน 1 ฉบับ อยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกันของคณะกรรมการร่วมกัน 1 ฉบับ นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการพิิจารณาของวุฒิสภา อีก 4 ฉบับนะครับ สำหรับผลการดำเนินการด้าน การควบคุมการบริหารแผ่นดิน วุฒิสภาเป็นกระทู้ถามรวม 52 กระทู้ เป็นกระทู้ถามด้วยวาจา 21 กระทู้ รัฐบาลตอบแล้ว 21 กระทู้ ปัดตกไป 4 กระทู้ ถัดมาวุฒิสภาตั้งกระทู้ถามเป็นหนังสือ รวม 31 กระทู้ กระทู้ถามในที่ประชุมนะครับ จำนวน 25 กระทู้ ตอบแล้ว 15 กระทู้ ตกไป 7 กระทู้ และยังค้างตอบกระทู้อีก 3 กระทู้นะครับ ส่วนกระทู้ถามที่ขอให้ตอบในราชกิจจานุเบกษา มีทั้งหมด 6 กระทู้ ซึ่งรอตอบทั้งหมดอยู่ในขณะนี้ นอกจากนี้ยังได้มีการพิจารณารายงานประจำปีของหน่วยงาน หรือว่าองค์กรต่าง ๆ 25 เรื่อง เป็นการพิจารณาญัตติ ทั้งหมด 9 เรื่อง พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ตามบทบัญญัติอื่น ๆ 3 ครั้ง อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการสามัญ ำหน้าที่ตรวจสอบประวัติความประพฤติและพฤติกรรมจริยธรรมของคนที่ได้เสนอชื่อ 1 ตำแหน่ง นะครับ จากนั้นสมาชิกวุฒิสภาได้รับทราบรายงาน พระบรมราชโองการ โปรดเกล้า พระราชกฤษฎีกาประกาศพระราชบัญญัติพระราชกิจฎีกานะครับ สามัญประจำปีครั้งที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม พุทธศักราช 2567 ด้วยนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) พักสักครู่นะครับ คุณผู้ครับ แวล้ช่วงหน้ากลับมาติดตามห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้าครับ [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา] [เสียงดนตรี] (คุณณัฐภัทรพล) พาคุณผองรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 นะครับ ให้การรับรองทางเศรษฐกิจและพัฒนา หรือ ODEC ครับ คุณภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ให้การรับรองนายมาทีอัส คอร์มัน เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา Organisation for Economic Co-operation and Development OECD ครับ ให้การเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย และบทบาทฝ่ายนิติบัญญัติครับ กฎหมายให้สอดคล้อง กับมาตรฐาน OECD โดยมีคุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ใน สส. บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย สส. จังหวัดนครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา คุณนายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ และคุณอาพล นันทขว้าง ผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ร่วมให้การต้อนรับนะครับ คนที่ 2 กล่าวต้อนรับ OECD และคณะ พร้อมขอบคุณมิตร ไมตรีจิต ในการเดินทางเยี่ยมประเทศไทยในครั้งนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการผลักดันให้ประเทศไทยเข้า เป็นสมาชิก OECD อย่างแข็งขัน โดยขณะนี้ อยู่ในระหว่างขั้นตอนสมัครการเป็นสมาชิก OECD โอกาสนี้ ทั้ง 2 ฝ่าย ได้มีและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการเป็นสมาชิก OECD ของไทย โดยทาง OECD ได้ขอให้รัฐสภาไทย สนับสนุนการปรับปรุงและแก้ไขกฎหมายกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องของมาตรฐาน OECD กลุ่มมิตรภาพระหว่างกัน เพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เนื่องจากกระบวนการการเช้าเป็นสมาชิก OECD จะต้องใช้เวลาประมาณ 5-7 ปีครับ ด้านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 กล่าวยืนยันนะครับ ว่ารัฐสภาไทยพร้อมจะสนับสนุนในเรื่องของกาปรับปรุงและบัญญัติกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย อย่างลุล่วง พร้อมย้ำว่าแม้ว่ารัฐสภาไทยจะประกอบไปด้วยหลายพรรคการเมือง แต่เชื่อว่าทุกพรรคการเมืองมีจุดหมายเดียวกัน คือ นำพาประเทศไปสู่ความสำเร็จ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในประเทศให้ดีขึ้น โดยการเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยเดินไปสู่เป้าหมายในอนาคตที่เข้มแข็ง พร้อมทั้งรัฐสภาไทย เลขาธิการ OECD จะร่วมกันผลักดันให้ไทยเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา สำเร็จตรงตามกรอบเวลาที่ตั้งไว้ครับ (คุณวัฒนะ) ไปดูคณะกรรมการสภานะครับ ได้หยิบยกประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับทหารเกณฑ์ที่เสียชีวิตจากการฝึกนะครับ ในค่ายทหาร ก็ปรากฏว่าให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันชี้แจง แล้วก็หาสาเหตุต่าง ๆ ในการที่จะแก้ไขปัญหาต่อไปนะครับ คุณผู้ชม เห็นอยู่ขณะนี้ บรรยากาศอยู่ในขณะนี้ นางอังคณา นีละไพจิตร ในฐานะคณะกรรมการ ของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมนะครับ เป็นการพิจารณาจากคดีพลทหารนี่เสียชีวิตในค่าย อันเนื่องมาจากการฝึกซ้อมในระบบทหาร พร้อมทั้งเชิญหน่วยการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง มาร่วมชี้แจง ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กองทัพเรือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กโดยคุณอังคณา นีละไพจิตร กล่าวว่าจากการที่พลทหาร นาย ศิริวัฒน์ ใจดี เสียชีวิตในค่ายทหาร อันเนื่องมาจากการฝึก หรือการลงโทษในระบบทหารนะครับ ซึ่งกรณีดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อการเสียชีวิตของผู้ถูกกระทำ ตลอดจนถึงครอบครัวผู้ถูกกระทำในขณะนั้น ดังนั้น คณะกรรมาธิการเล็งเห็นว่า การกระทำดังกล่าวอาจจะเข้าค่ายผิดกฎหมายังนั้น คณะกรรมาธิการเล็งเห็นว่า อาจจะเข้าค่ายผิดกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมาร และทำให้บบุคคลสูยหาญ พุทธศักราช 2565 ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่รุนแรงที่คณะกรรมาธิการต้องเชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง มาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไป ด้าน นาวาอากาศเอก สิทธิศักดิ์ สิทธิกุล เสนาธิการกรมสารวัตรทหารเรือ ได้กล่าวชี้แจงว่า ที่ผ่านมาหลักสูตรการรวมไปถึงการไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ สาเหตุการเสียชีวิตของพลทหาร สิริวัฒน์ ใจดี ทุกกระบวนการเป็นไปทุกข้อวินิจฉัย ที่มีการตรงจร่างกายของผู้เสียชีวติ พร้อมกับย้ำถึงความรู้สึก และเข้าใจความรู้สึกของผู้เสียหาย ซึ่งทางกองทัพเรือให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่อยู่แล้วล่ะครับ ในขณะที่ พลตรี ชัยณรงค์ เดือนแรม ผู้แทนจากกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวชี้แจงเพิ่มเติมว่า ทางกระทรวงกลาโหมยืดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่กระทำการลงโทษอย่างที่ผู้ร้องเรียนกล่าวอ้างแต่อย่างใด หลักสิทธิมนุษยชน รวมถึงกระทรวงกลาโหมเองตระหนักถึงความสำคัญ ผู้ที่ได้รับการสูญเสีย จึงได้มีคำสั่งให้มีการศึกษาแนวทางต่าง ๆ ป้องกันไม่ให้เกิดกรณีดังกล่าวซ้ำซ้อนขึ้นมาอีก รวมถึงการกำหนดมาตรการควบคุม การป้องกัน ไม่ให้เกิดเหตุการณ์การทำลงโทษที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตลอดจนมีการคัดสรรครูผู้ปกครอง ในการฝึกทหารใหม่ ที่เอาใจใส่ผู้ถูกฝึกอย่างใกล้ชิดด้วยแหละครับ (คุณณัฐภัทรพล) คลายปมพื้นที่ ขยี้ปมข่าว วันนี้ครับคุณผู้ชม ครับ คุณปณิฐาจะพาไปดูเกี่ยวกับเรื่องของคุณผู้หญิงครับ เรื่องผ้าอนนามัยนี่แหละครับ ในตอนที่มีชื่อว่า ผ้าอนามัยไม่มีภาษีสร้างสังคมเสมอภาค ไปติดตามชมกับคุณ ปริษฐา อารีย์ ครับ [เสียงดนตรี] (คุณปริษฐา) คลายปมพื้นที่ขยี้ปมข่าว ในวันนี้พบกับดิฉัน ปริษฐา อารีย์ ค่ะ ท่านผู้ชมคะ ผ้าอนามัยไม่มีภาษี กลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในสังคมอย่างกว้างขวาง ซึ่งก็มีหลายคนมองว่าสินค้าผ้าอนามัย ควรเป็นสินค้าที่ปลอดภาษี ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และสร้างความเท่าเทียมในสังคม ในวันนี้เรามีดูความคิดเห็นแรงขับเคลื่อนที่ให้ผ้าอนามัยปลอดภาษี ติดตามได้ในคลายปมพื้นที่ ขยี้ปมข่าวค่ะ เรื่องผู้หญิงว่า ด้วยเรื่องผ้าอนามัย ทุกคนแบกรับเริ่มพูดถึงอย่างต่อเนื่องในเมืองไทยในช่วงปีที่ผ่านมานี้ ในขณะที่หลายประเทศทั่วโลกยกเลิกภาษีผ้าอนามัยหรือแจกฟรีให้กับประชาชนกันแล้ว ซึ่งในแต่ละประเทศกำหนดให้ผ้าอนามัยในหมวดหมู่ที่แตกต่างกัน ซึ่งทำให้มีการเก็บภาษีที่แตกต่างกันด้วย มีทั้งประเทศที่จัดให้ผ้าอนามัยจัดเป็นสินค้าพื้นฐาน โดยจะได้รับการยกเว้นภาษี ประเทศที่จัดให้ผ้าอนามัยเป็นสินค้าฝนหมวดหมู่สินค้าอุปโภค บริโภคทั่วไป ซึ่งมีการคิดภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรฐานในประเทศนั้น ๆ หรือถูกจัดให้เป็นสินค้าในโหมดอื่น ๆ เช่น เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ สินค้าประเภทสุขอนามัย ไปจนถึงสินค้าฟุ่มเฟือย ซึ่งในแต่ละหมวดหมู่และในแต่ละประเภท ซึ่งจะมีการกำหนดอัตราภาษีที่แตกต่างกันออกไป ผ้าอนามัยถือว่าเป็นสิ่งสำคัญของผู้หญิง ในขณะเดียวกันก็กลายมาเป็นภาระรายจ่ายประจำเดือนที่ผู้หญิงแบกรับ โดยฮาฟฟิงตันโพสต์ รายงาว่าทั้งชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง มีรอบประจำเดือน ประมาณ 358 รอบ ใช้ผ้าอนามัยทั้งหมด 9,120 ชิ้น คิดเป็น 1,173 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 58,271 บาท ด้วยเหตุนี้จึงมีการรณรงค์ให้รัฐยกเลิกที่เก็บจากผ้าอนามัย เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้หญิง โดยและทรัพสินทางปัญญา หนึ่งในหน่วยงานรณรงค์การลดภาษีผ้าอนามัย ได้จัดสัมมานาเรื่อง Pink Tax ภาษีและมูลค่าสินค้าที่ผู้หญิงต้องจ่าย เพื่อให้นักเรียน บุคลากรทางการศึกษา และผู้ทั่วมีความรู้ความเข้าใจ และให้ความสำคัญกับความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น ผ่านสินค้าอุปโภคระหว่างเพศ รวมถึงเพื่อนำความคิดเห็นข้อเสนอแนะไปหาแนวทางในการเพิ่มศักยภาพ และหาแนวทางการแก้ไขเรื่องดังกล่าว โดยด้านนายจุลพงษ์ อยู่เกษ รองประธานคณะกรรมการ คนที่ 3 เปิดเผยถึงสถิติการเก็บภาษีจากผ้าอนามัยของแต่ละประเทศ ว่ามีประเทศไทยที่ยกเลิกภาษีที่เก็บจากผ้าอนามัยไปแล้ว และผู้หญิงในแต่ละประเทศต้องทำงานเท่าไร เพื่อซื้อผ้าอนามัยได้ 1 ชิ้น โดยพบว่าประเทศไทยจัดเก็บภาษีผ้าอนามัย 7 เปอร์เซ็นต์ โดยคนไทยได้รับค่าแรงขั้นต่ำ 41.38 บาท ต่อชั่วโมง ซึ่งค่าแรงใน 1 ชั่วโมง สามารถซื้อผ้าอนามัย 19.70 ชิ้น แม้ว่าผ้าอนามัยจะเป็นภาระทางค่าใช้จ่าย แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้หญิง ในทางด้านนิติบัญญัติ ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยื่นกฎหมายได้ แต่จะไม่มีทางประสบผลสำเร็จ ถ้าปราศจากต่อฎหมายได้ แต่จะไม่มีทางประสบผลสำเร็จ ถ้าปราศจากต่อในประเด็นนี้ นางสาวภัทริน รามวงศ์ สส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องยกเลิกภาษีผ้าอนามัย อย่ามองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อยของคนบางคน แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับใครหลาย ๆ คนด้วย ซึ่งการยกเลิกภาษีผ้าอนามัย จะเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้สังคมเกิดความเท่าเทียมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยตนขอย้ำจุดยืนว่าต้องการให้ทุกคนเข้าถึงผ้าอนามัยฟรี (คุณภัสริน) เราต้องการนะคะ ที่จะเห็นเป็นมีการเข้าถึงทุกคนนี่ เข้าถึงผ้าอนามัยฟรีนะคะ 1. สถานศึกษา ยังมีเด็กที่ยังไม่มีรายได้นะคะ เช่น 10 ขวบถึง 15 ขวบยังเป็นวัยที่ยังศึกษาอยู่ หรือแม้กระทั่งในต่างจังหวัดนี่ ถ้าจะมีผ้าอนามัย ก็อาจจะมีอยู่ที่ รพ.สต. ใช่ไหมคะ วางไว้ คุณจะไปหยิบ หรือไปขอเบิกใช้ ก็ทำให้การเข้าถึงผ้าอนามัยเข้าถึงเป็นเรื่องสำหรับทุกคนได้ (คุณปริษฐา) ขณะที่ อาจารย์ ดร.ชลิดาภรณ์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ถ่ายทอดมุมมองไว้อย่างน่าสนใจ โดยอาจาร์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าภาษีผ้าอนามัยเป็นองค์ประกอบหนึ่ง ที่มีรายได้น้อยกว่าผู้ชาย แต่เรื่องนี้สามารถแก้ไขได้ทันทีในกระบวนนโยบายสาธารณะของไทย แม้ว่ามีหลายคนมองว่าอาจสำหรับผู้หญิงเท่านั้น แต่จากการสำรวจแผ่นรองซับของเสียนั้น ไม่ได้ใช้เฉพาะผู้หญิง แต่ถูกใช้โดยคนหลายกลุ่ม ซึ่งใช้วัสดุแบบเดียวกัน ตั้งแต่เด็กทารกจนถึงผู้สูงอายุ เรียกว่าผ้าอนามัยหากดูจำกัด แต่สิ่งของเหล่านั้น ผู้ใช้โดยคนหลายกลุ่ม หลายชีวิต จึงอาจจะไม่ใช้เรื่องเป็นธรรมในทางกลับกัน แต่เป็นการสร้างความเป็นธรรมให้กับคนทุกคนในสังคมนี้ นอกจากนี้ยังมองว่าเรื่องเหล่านี้ทันทีและกระทบต่อรายได้รวมของรัฐฯ ในรูปแบบของภาษีอากรไม่มากด้วย อีกหนึ่งกระบอกเสียงของผู้ประกอบการที่ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ในเชิงพาณิชย์ นางสาว วรางทิพ สัจจะทิพวรรณ กรรมการผู้จัดตั้งจำกัด มองว่า ผ้าอนามัยที่มีการตั้งราคาสูง เนื่องจากถูกมองว่าเป็นสินค้าของเพศสภาพหญิง แต่ในทางกลับกัน ถ้ามองว่าเป็นแผ่นรองรับของเสีย ไม่ว่าจะเป็นเพศสภาพไหนก็ใช้ได้ ก็จะทำให้ราคาลดลงมาได้ ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์นักศึกษากลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลกระทบของการเก็บภาษีผ้าอนามัย โดยนักศึกษากลุ่มนี้บอกว่าผ้าอนามัยเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้หญิง และนำมาซึ่งภาระค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน และมองว่าผ้าอนามัยในขณะนี้มีราคาแพง บางคนต้องใช้ในปริมาณมากจึงต้องลดภาษี (ผู้ให้สัมภาษณ์หญิง) หนูมองว่าในส่วนของผู้หญิงนะคะ ก็คือมีภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของการอุปโภค บริโภคนะคะ ก็คือเยอะกว่าผู้ชายอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องนี้คิดว่าจำเป็นอย่างมากที่ควรที่จะลดภาษีผ้าอนามัยลดลงค่ะ (นักศึกษาหญิง) ใช่ค่ะ หนูก็มองว่าการลดภาษีก็เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้อนามัย เพราะผู้หญิงใช้ทุก ๆ เดือนค่ะ (ผู้สื่อข่าว) เรามองว่าผ้าอนามัย (ผู้ให้สัมภาษณ์หญิง) แพงค่ะ (ผู้ให้สัมภาษณ์หญิง) แพงค่ะ เพราะว่าในแต่ละเดือนอาจจะใช้ถึง 3 ห่อ ต่อเดือนค่ะ // ประเด็นเกี่ยวกับสวัสดิการผ้าอนามัย การเป็นประเด็นที่มีการเรียกร้องหลาย ๆ ประเภท การผ้าอนามัยที่มีรายได้น้อย ควรเป็นสิ่งที่รัฐฯ ควรส่งเสริม และผลักดันในประเด็นนี้อย่างจริงจัง เพื่อสร้างบรรทัดฐานให้ผู้หญิงทุกคน ไม่ว่าจะประกอบอาชีพและมีรายได้อย่างไร ก็ควรที่จะเข้าถึงสวัสดิการอย่างเท่าเทียมกัน มีความหลากหลายและแตกต่างกันออกไป แต่ส่วนใหญ่แล้วสิ่งที่จะทำให้เป็นจริงได้ คือ การผลักดันให้เป็นกฎหมาย โดยการร่วมมือกันของภาคประชาชน นิภัทร์ พลเหมือน ณัฐพล เงินบุตโคตร ถ่ายภาพ ปริฐา อารีย์ ทีมข่าวโทรทัศน์สภา รายงาน (คุณวัฒนะ) ช่วงนี้ไปติดตามความเข้มข้นขาาวต่างประเทศนะครับ คุณกิตติมารออยู่แล้วนะครับคุณผู้ชม ตอนนี้เรื่องตั้งสหรัฐอเมริกา มีโพลออกมา มีการพนันถูกกฎหมายก็ออกมาเช่นเดียวกันครับ คุณกิตติครับ (คุณกิตติ) จริง ๆ บ้านเราผิดกฎหมานะครับ ล่าสุดนี่โพลบอกคู่คี่สูสี แต่ในเว็บพนันดีกว่า ในเว็บพนันนี่ เขาให้ทรัมป์นะ หลังจากที่ทรัมป์ออกไปประกาศว่า ทรัมป์ 2.0 จะเกิดขึ้น หลายคนต้องบอกว่าประหวั่นพรั่งพรึงพอสมควร เกี่ยวกับนโยบายกับจีนก็ตาม หรือในตะวันออกกลางก็ตาม เพราะฉะนั้น ตรงนี้ พนันออนไลน์หรือพนันที่เขาพนันขันต่อกัน แน่นอนมีผลทางจิตวิทยา มีการบอกเหมือนกันว่าถ้าอย่างนี้ แล้วให้แรงต่อรองไปทางทรัมป์มากกว่า มันอาจจะส่งผลในทางจิตวิทยาให้คนที่อาจจะเลือก หรือไม่เลือก กลับมาเลือกทางทัรมป์ก็ได้ มีส่วนได้ส่วนเสียเหมือนกันนะครับ เดี๋ยวไปติดตามกันในช่วงท้ายข่าวต่างประเทศครับ (คุณณัฐภัทรพล) ครับ พักสักครู่ครับคุณผู้ชม ช่วงหน้า กับคุณกิตติ เสรีประยูร ครับ [เสียงดนตรี] [เสียงดนตรี] (คุณกิตติ) ติดตามเกาะติดการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครับ จะเกิดขึ้น วันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ บ้านเรา วันที่ 6 พฤศจิกายน เรียกได้ว่าน่าจะพอเรียกง่าย ๆ ว่าเห็นหัวเห็นหางกันแล้วนะครับ ว่าใครจะเป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐฯ สหรัฐฯแบบถูกกฎหมายนะครับ ราคาพนันขันต่อ เขาเทไปทางทรัมป์ครับ ว่าอาจจะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนต่อไปก็ได้ครับ โดยแม้ผลสำรวจของหลากหลายสำนักนะครับ บ่งชี้ว่าคะแนนนิยัม ระหว่างกมลา แฮร์ริส กับโดนัลด์ ทรัมป์ สูสีคู่คี่กันเป็นอย่างมาก ระหว่าง 2 ผู้สมัคร ชิงประธานาธิบดี จากรีพับลิกันกับเดโมแครต ในช่วงโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 ปีนี้ครับ แต่สำหรับในแวดวงพนัน เดิมพันกันความว่าทรัมป์จะเป็นผู้ชนะในการเลือกตั้งในครั้งนี้ครับ อย่าง BATONLINE ครับ คาดการณ์ว่าทรัมป์มีโอกาสสูงในการชนะการเลือกตั้งครับ โดยให้ราคาต่อรองครับ อยู่ที่ -200 ขณะที่แฮร์ริสมีราคาต่อรองอยู่ที่ + 170 ห่างกันเยอะมากครับ BET สำหรับทรัมป์ -188 ขณะที่แฮร์ริสครับ +150 ไปกันที่โบบาดาครับ ให้คะแนนต่อรองทรัมป์ -185 ขณะที่แฮร์ริสอยู่ที่ +180 นอกจากนี้แพลตฟอร์มออนไลน์ยังคาดการณ์ครับ พรรครีพับลิกันจะชนะในครั้งนี้ ทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ โดยซึ่งเป็นองค์กรข่าวที่ไม่แสวงหาผลกำไรครับ เปิดเผยครับ ว่า ที่ผ่านมาตลาดพนัน ผลประธานาธิบดีสหรัฐฯ เกร็งผลการเลือกตั้ง เท่านั้นนะครับ นับตั้งแต่ปี 2409 ซึ่งในนั้น เกิดขึ้นในปี 2559 โดยตลาดให้ราคาต่อรองว่า -200 ... -323 ว่าแรรี่ คิงตัน นั้น จะชนะการเลือกตั้งดังกล่าว แต่ผลครับ ปรากฏว่าทรัมป์ชนะครับ เป็นการหักปากกาเซียนครับ จนได้ครองทำเนียบขาวเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตามนะครับ เราประเทศไทย ไม่สนับสนุนพนันออนไลน์ครับ เรายังผิดกฎหมายอยู่นะครับ อันนี้เป็นข่าวสารความเคลื่อนไหวนะครับ ว่าในต่างประเทศเขาเกร็งเรื่องของประธานาธิบดีไปทุกแวดวงจริง ๆ นะครับ บ้านเราไม่เกี่ยวกันนะครับ ไปดูผู้นำสหรัฐฯ คนปัจจุบันครับ โจ ไบเดน ครับ ใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าเรียบร้อยแล้วครับ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ ไม่ต้องสืบนะครับ ว่าไบเดนจะเลือกใคร โดยโจไบ เดน เดินทางไปที่หน่วยเลือกตั้งแห่งหนึ่งในเมืองเวลลิงตัน ในเมืองนิวคาสเซิล เพื่อใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดีล่วงหน้า ก่อนวันลงคะแนนจริง ในวันที่ 5 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ครับนะครับ โดยใช้เวลาต่อแถวครึ่งชั่วโมงครับ ซึ่งผู้นำสหรัฐฯ สนทนากับที่อยู่ในแถวอย่างเป็นกันเองครับ ใช้รถเข็นด้วย ขณะที่ผู้สื่อข่าวถามไบเดน ว่าช่วงเวลานี้เป็นทั้งช่วสงเวลาที่สุขแล้วก็เศร้าของเขาหรือไม่ เพราะจริง ๆ ชื่อของเขาควรจะอยู่ในบัตรเลือกตั้ง ไบเดนตอบครับ ว่าเป็นช่วงเวลาทั้งสุขและเศร้า จริง ๆ แหละครับ พร้อมย้ำว่า แล้วก็เชื่อมั่นว่ารองประธานาธิบดี กมลา แฮร์ริส จะชนะการเลือกตั้ง โดยข้อมูลเบื้องต้นของสหรัฐฯ ชาวอเมริกันใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าแล้วนะครับ อย่างน้อย 41 ล้านคน ซึ่งรัฐส่วนใหญ่เปิดให้ใช้สิทธิ์หย่อนบัตรล่วงหน้า ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนนี้ ถึงวันที่ 30 ตุลาคมครับ ครับ เดิมทีครับ การปฏิบัติทางการเมือง ไบเดน ต้องเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในการลงแข่งกับโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีครับ อย่างไรก็ตาม ไบเดน วัย 81 ปี ถอนตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา แล้วก็ส่งผลให้ดำแหน่งดังกล่าวส่งไปที่กมลา แฮร์ริส รอประธานาธิบดี จริง ๆ ไม่มีธรรมเนียมนะครับ ว่าประธานาธิบดีในปัจจุบันลงในสมัยที่ 2 รองประธานาธิบดีแทน เพราะต้องผ่านการโหวตภายในพรรคก่อน แต่คราวนี้ครับ ผู้ที่โดดเด่นและถูกรับรองจากพรรคเดโมแครต ก็คือ ก็คือกมลา แฮร์ริส นั่นเองนะครับ ต้องบอกอย่างนี้ครับ ว่าการเลือกตั้ง ณ ปัจจุบันนี้ ทั่วโลกจับตามอง เพราะว่าผู้ที่จะเป็นผู้นำคนต่อไป และเป็นประเทศที่เรียกว่ามีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกย่อมมีผลแน่นอนนะครับ ต่อเรื่องของการค้าระหว่างประเทศ และความขัดแย้ง เรื่องของ NATO 2.0 นี่ ถ้าทรัมป์มา NATO หนาวสมควร เพราะทรัมป์เคยบอกว่าจะไม่สนับสนุนของ NATO ทางการทหาร (คุณวัฒนะ) อีกไม่กี่วันนะคุณกิตติ นับได้ 6 วัน การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาครับคุณผู้ชม และนี่คือทั้งหมดครับ ในห้องข่างรัฐสภาแชนแนลภาคเช้า ขอบคุณสำหรับการติดตามรับชมรับฟังนะครับ เช้าวันนี้ เราทั้ง 3 คน ร้อทชมทสวัสดีครับ (คุณณัฐภัทรพล) สวัสดีครับ (คุณกิตติ) สวัสดีครับ (บรรยาย) ดูโทรศัพท์รัฐสภากดช่อง 10