--- title: วิชาการบูรณาการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และดิจิทัลสำหรับชุมชน (เช้า) 131167 subtitle: date: วันพุธที่ 13 พฤษจิกายน 2567 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์สุธิรา) สวัสดีค่ะ เด็ก ๆ พร้อมหรือยังคะ โอเค สมาชิกมาครบแล้วนะ โอเคค่ะหัวข้อที่เราจะเรียนในสัปดาห์นี้นะคะเด็ก ๆ ก็คือเรื่องพื้นฐานการบูรณาการเทคโนโลยีในชุมชน คือก่อนที่เราจะทำโครงงานนี่ ให้เราเรียนวิชานี้ เราจะได้เข้าใจมากขึ้นนะคะ ว่าทำไมถึงต้องทำโครงงาน โครงงาน ทำไปเพื่ออะไรใครได้ประโยชน์ มีประโยชน์อย่างไรนะคะ ก่อนอื่นนะคะ เรามาดู ไปไหนแล้วยังไม่ได้เอาโปรแกรมนั้นออกเหรอ เนื้อหานะคะ หัวข้อใหญ่ ๆ ของเราจะมีอยู่ 2 หัวข้อ ก็คือ หัวข้อที่ 1 แนวคิดพื้นฐาน แล้วก็บทบาทของเทคโนโลยีในชุมชน เราต้องมารู้จักก่อน อะไรคือแนวคิดพื้นฐานของเรานะคะ แล้วก็บทบาทของเทคโนโลยีในชุมชนนี่ เทคโนโลยีมันมีบทบาทอย่างไรในชุมชนได้บ้างนะคะ และหัวข้อที่ 2 การใช้เทคโนโลยีอย่างยั่งยืน ใช้อย่างไร ใช้ให้ยั่งยืน คืออะไรนะคะ ในส่วนของแนวิธีคิดพื้นฐานนะคะ จะพูดถึง การบูรณาการกับชุมชนนะคะ 2 หัวข้อนี้ ในส่วนของการบูรณาการนี่ จะพูดถึงเรื่องของทฤษฎี ความหมาย ลักษณะ แล้วก็ประโยชน์ของการบูรณาการ เพราะเราต้องมารู้ก่อนว่าการบรูณาการคืออะไร นะคะ และก็เรื่องที่พื้นฐานที่เราต้องรู้ ก็คือชุมชน เราต้องมาทำความรู้จักกับชุมชนว่ามันหมายถึงอะไร แล้วก็ความเป็นชุมชนคืออะไรนะคะลืมตลอด มาดูที่การบูรณาการ หัวข้อแรกทฤษฎีนะคะ ทฤษฎีการบูรณาการนี่ มาจากคำว่า "Integrative Theory นะคะ ก็คือโดยส่วนใหญ่แล้วน่ะ ทฤษฎีทั้งหลายทั้งปวง มันไม่ได้มาจากบ้านเราหรอก มันมาจากต่างประเทศ เนื่องจากอะไร เพราะว่าให้เปรียบเทียบนะคะ เหมือนสหรัฐอเมริกาน่ะ เขาล้ำหน้ากว่าเราไป... จะบอกว่า 50 ปี ก็ดูจะน้อยไป เอากลาง ๆ 50 ปี ให้นึกถึงนะ ว่าความล้ำหน้า... แล้วให้นึกถึง เหมือนเรากับประเทศเพื่อนบ้านอย่างนี้ เห็นไหมคะ ถ้าเราไปเที่ยวในประเทศลาว หรือพม่า หรือกัมพูชา พอย้อนกลับไปนี่ ประเทศทางแถบนั้น ก็จะเหมือนบ้านเรา ในสมัยเด็ก ๆ ยังไม่โตนะ ให้นึกถึงแม่นี่ อายุปาไป 50 ปีแล้วนี่ คือ 50 ปีก่อนเป็นอย่างไร ของเราของเขาก็เป็นอย่างนั้นนะคะ 50 ปีก่อนเราเป็นอย่างไรของเขาก็เป็นอย่างนั้น ถนนหนทางก็... เขาพูดถึงแถวบ้านเรา ถนนมีแค่ 2 เลนนะ ใช่ไหม รถสวนกัน ก็ไม่ดีก็จะชนกันอย่างนี้นะ ให้นึกถึง เหมือนไฟฟ้านี่ ถ้าบ้านใครอยู่นอกเขต เหมือนในตัวจังหวัดเองนี่ ถ้าใครอยู่นอกเขต เมืองเหมือนสมัยก่อนนี่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครนี่ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 7 กิโลเมตรนะคะ ก็ถือว่าเป็นบ้านนอกได้เลยนะคะ เพราะว่าร้านค้าอะไรก็จะยังไม่ค่อยมี ไม่เหมือนยุคนี้เห็นไหม ถนนก็จะกลายเป็น 4 กำลังจะปรับเพิ่มแล้ว เดี๋ยวก็เป็น 6 เป็น 8 นะคะ 4 แล้ว ไม่ใช่ 4 แล้วสิ 2 4 6 6 เลนนะ ตรงกลาง 2 2 เป็น 4 แล้วข้าง ๆ อีก 2 เป็น 6 อย่างนี้นะคะ เห็นเขาบอกจะทำอะไรนะ สะพานลอดเหรอ เหมือนอุดรฯ กับขอนแก่น ว่าอย่างไรนะ อุดรฯกับขอนแก่นรถไม่ได้ติดขนาดนั้นไหมน่ะ คือ อุดรธานี กับขอนแก่น ต้องยอมรับว่ารถเยอะ รถติด เพราะสมัยแม่เรียนอยู่ที่อุดรฯ ตั้งแต่มัธยมศึกษาปีืั้ 1 รถก็ติดแล้วนะคะ ถ้าไป 6 โมงนี่ รถติดแล้ว กว่าจะไปถึงโรงเรียนเกือบ 7 โมงครึ่ง กำลังเข้าเรียน ขนาดว่าผัง... เขาบอกว่าผังเมืองอุดรฯนะ สร้างดีมาก เนื่องจากมีกองบิน 23 มีทหาร ฝรั่งน่ะ มาอยู่ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ค่ะ เขาก็วางผังเมืองไว้ดีมากเลย เป็นลักษณะใบแมงมุม ก็คือเมืองอุดรฯ เขาจะมี 5 แยกนะคะ มีลักษณะเป็นวงเวียน 5 แยกเขาจะเยอะมากนะคะ 1 2 3 5... 5-6 5-6 จุดนั่นแหละ ก็รถติดแล้วสมัยแม่เรียนน่ะคิดดูนะคะ เพระฉะนั้น ทฤษฎีพวกนี้เราไม่มีหรอก มาจากเขาทั้งนั้นแหละ เพราะเขาพัฒนาล้ำกว่าเราไปใกลเลยเห็นไหม เหมือนเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เราเห็นที่เาใช้ปัจจุบันน่ะ ที่เราเริ่มมีมาใช้ เขาก็มีมาก่อนแล้ว มาดูกันว่าทฤษฎีการบูรณาการนี่ Integrative Theory นี่ ก็คือมันเกิดจากแนวคิด แนวคิดของใครน่ะ ก็ขอคนนี่แหละ คือ ทฤษฎีทุกอย่างนี่ เกิดมาจากคนคิดทั้งนั้นแหละค่ะ ว่าเมื่อเราเอาองคืประกอบต่าง ๆ ทฤษฎีการบรูณาการ คิดว่าการเอาองค์ประกอบต่าง ๆ มาผสม มารวมกัน มารวมกัน รวมกันไม่ใช่แบบ เหมือนเรา... เหมือนเราผสมโซจูกับอะไรนะ ยาคูล อะไรอย่างนี้ ไม่ใช่นะลูก ผสมในลักษณะของการบูรณาการนี่ มันจะต้องมีความเหมาะสม สามารถสร้างสิ่งที่... สร้างระบบหรือสร้างอะไรก็แล้วแต่ให้ดีขึ้น ก็คือทำให้เกิดอะไรล่ะ เกิดสิ่งใหม่ขึ้นได้อะไรอย่างนี้นะคะ หรือทำให้สิ่งที่มีอยู่เดิมดีขึ้นไปอีกนะคะ เกิดความ... มันต้องเกิดจากการเชื่อมโยงระหว่างบุคคลนะคะ บุคคล หรือกลุ่ม หรือหน่วยงาน หรือองค์กรอะไรก็แล้วแต่นี่นะคะ ต่าง ๆ ไม่ใช่ทำอยู่แค่ 2 คน ไม่ถือว่าเป็นการบรูณาการนะคะ มันจะต้องเป็น... ลักษณะเป็นกลุ่มคน หรือหน่วยงานขนาดใหญ่ หรืออะไรก็แล้วแต่ ก็คือมากกว่า 2 คนขึ้นไปว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ ถ้าเหมือนรวมตามกฎหมาย ถ้าสุมหัว สุมหัว จุ่มหัว ก็คือรวมตัวกันเกิน 5 คนนี่ เห็นไหม กลายเป็นการเหมือนอะไรนะ ถ้าดูคดีทนายตั้ม จะโดนอีกข้อหาหนึ่งก็คือถ้าร่วมกันมากกว่า 5 คนขึ้นไป ก็จะคือซ่องนะคะ อย่างนี้เป็นต้น เห็นไหม มันคือการรวมตัวที่ต้องมากกว่าขนาดนั้นขึ้นไปนะคะ และก็ถ้าในด้านการพัฒนาชุมชนของเรานี่นะคะ การบูรณาการนี่ ก็คือการนำทรัพยากรหรืออะไรก็แล้วแต่ที่อยู่ในชุมชนนั้น ๆ น่ะค่ะ เอามา เอามาใช้กับในการบูรณาการของเรานะคะ ก็คือของเราจะเป็นการนำเทคโนโลยรต่าง ๆ แล้วก็เทคโนโลยีตัล เทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ของเรานี่ เข้าไปร่วม เข้าไปผสานหรือรวมเห็นไหมคะ หรือเข้าไปเชื่อมโยง เพื่อสนับสนุน หรือส่งเสริมชุมชนนั้น ๆ เห็นไหม ไม่ว่าจะด้านไหนก็แล้วแต่ในชุมชน เช่น ถ้าพูดถึงด้านเศรษฐกิจ ก็เช่น การประกอบอาชีพของเขา หรือการด็เกี่ยวกับการค้าขายใช่ไหมคะ หรือเกี่ยวกับอะไรก็แล้วแต่ในชุมชนนะคะ ด้านเศรษฐกิจ อะไรที่เป็นเงินเป็นทองนั้นแหละ ด้านต่อมา เช่น ความเป็นอยู่นนะคะ หรือสภาพแวดล้อมในสังคม หรืออีกตัวหนึ่ง วัฒนธรรม ด้านวัฒนธรรม เช่น ขนบธรรมเนียมประเพณี พิธีการ งานบุญต่าง ๆ พวกนี้นะคะ นั่นก็คือเป็นต้นกำเนิดของคำว่า "การบูรณาการ" ทีนี้พอเสร็จแล้ว พอมาประเทศเรา ก็เลยต้องมีการตีความหมาย มันก็คือต้องแปลงจากภาษาอังกฤษมาแปลงไทย มาดูความหมายของการบรูณาการ ในความหมายของคนไทยบ้างนะคะ ก็มีหลายคนให้ความหมายไว้นะคะ แต่ทีนี้ ที่แม่สรุปไว้นี่ มันก็คือกระบวนการเชื่อมโยงหรือภาษาทรัพยากรเห็นไหมคะ เป็นกระบวนการนะคะ ต้องทำเป็นกระบวนการ ไม่ใช่อยู่ ๆ มารวมกัน เชื่อมกัน บอกแล้วไม่เหมือนผสมโซจูกับยาคูลไม่เหมือนกัน มันต้องมีขั้นตอนเหมือนอย่างไร จะอะไร จะดำเนินการอย่างไรนะคะ มารวมกับอะไร ทรัพยากร ความรู้ ความรู้นี่ ในชุมชนคนมีความรู้เขาจะเรียกว่า "ปราญชาวบ้าน" หรือก็แล้วแต่บางที่ก็ เหมือนถ้าในทางเกษตรกร ถ้ามีความรู้เรื่องดินก็จะเรียกหมอดิน อะไรอย่างนี้นะคะ ก็แล้วแต่จะให้นิยามพวกผู้มีภูมิรู้หรือองค์ความรู้ในชุมชนนะคะ และก็เทคโนโลยี เทคโนโลยี หรือกิจกรรมต่าง ๆ ให้นึกถึงว่าบางทีไม่เกี่ยวกับการนำทรัพยากรมาใช้ในเทคโนโลยี เขาบอกอาจจะเป็นกิจกรรมต่าง ๆ เพราะในสังคมนะคะ มันจะมีการทำกิจกรรมนะ เช่น ประเพนีเหมือนของจังหวัดสกลนคร ประเพนีที่เป็นเอกลักษณ์ ก็คือประเพณี แร่ผระนั่นก็คือกิจกรรมที่จะต้องมาทำ... ทำเทียน ทำปราสาท เพื่อจะทำอะไร กระบวนการ ก็คือมาทำประสาท เทียนจากประสาทนี่ เทียนจากประสาท เอ้ย ทำประสาทจากเทียน สลับ โอเค ทำปราสาทโดยนำเทียนมาตกแต่งหรือแกะสลัก คือ ถ้าเป็นแบบโบราณนี่ เขาจะเอาเทียนทำเป็นดอกไม้ เอาไปปิดนะ เขาเรียกว่า "ดอกผึ้ง" ไปติดตรงโครงปราสาทโบราณน่ะค่ะ แบบโบราณเป็นโครงสร้างที่เป็นไม่ไผ่นะคะ เอาดอกผึ้งไปประดับ แล้วเขาก็เลยเรียกปราสาท ตัวใหม่ที่เริ่มทำเป็นแห้่ มีแห่ในรถน่ะ อันนี้เป็นประสาทที่ประยุกต์ให้เห็นว่าปราสาทเป็นอย่างไร แล้วเอาเทียนไปแกะสลักทีหนึ่งนะคะ โอเคไหมคะ ต้องมีกิจกรรม หรือเป็นกิจกรรมด้วยกันอย่างมีระบบเห็นไหม มีข้อบังคับว่าต้องเป็นระบบ ไม่ให้ทำอะไรตามใจฉันไม่ได้ ต้องทำเป็นระบบ มีขั้นมีตอนนะคะ นั่นเป็นความหมายของการบรูณาการของประเทศไทยที่เอามาจากทฤษฎีต่างประเทศนั่นเองนะคะ ก็มีนักวิชาการหลายท่าให้ความหมายนี่ไว้ มีมานานแล้วถ้าเด็ก ๆ ลองค้น ความหมายของการบูรณาการใน Google นะคะ เด็ก ๆ ก็จะพบว่ามีนักวิชาการนี่ ให้นิยามเอาไว้ ปี 2540 มาแล้ว คิดดูปีนี้ปีอะไร 2567 ก็เกือบ 20 ปีแล้ว เห็นไหมคะ เรามาดูหัวข้อต่อมา เมื่อเรารู้ถึงทฤษฎีและความหมายแล้ว เราก็ต้องมารู้จักลักษณะของการมาบูรณาการก่อน ทำไมถึงต้องมีลักษณะด้วย คือ เนื่องจากเห็นไหมคะ ว่าการจะบูรณาการนี่ มันจะต้องมีกระบวนการ มีการรวมระหว่างกลุ่มบุคคลกับสิง่ต่าง ๆ ที่อยู่ในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของกิจกรรม หรือวัฒนธรรม หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้องกับชุมชนนี่ เอามาบรูณาการเพื่อให้เกิดสิ่งหรือพัฒนาอะไรก็แล้วแต่นะคะ โดยมีอยู่ 4 ลักษณะ ก็คือลักษณะที่ 1 การรวมตัวกันขององค์ประกอบที่แตกต่าง เห็นไหมคะ องค์ประกอบที่จะเอามารวมน่ะ มันแตกต่างกัน มันแตกต่างกัน ให้นึกถึงว่าเวลาจะเอาสิ่งที่แตกต่างกันเข้ามารวมกันนี่ โอกาสที่มันจะประสบความสำเร็จน่ะ นึกออกน่ะ มันก็จะยาก ให้นึกถึงสิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด น้ำมันกับน้ำ จะทำให้น้ำมันรวมกับน้ำได้ จะต้องมีกระบวนการอะไรสักอย่างหนึ่ง รุ่นนี้ได้ไปทำขนมกับแม่ไหม กลุ่มนี้ยังไม่ทำ รุ่นนี้ได้ทำ กระบวนการที่มีน้ำมันผสมกับน้ำได้ ตัวที่ 1 ของแม่ ก็คือใช้แป้ง ใช้แป้งมาผสาน นั่นคือกระบวนการทำเค้กนะ เอาน้ำมันผสมเค้กได้ ของเค้กมีน้ำ มีแป้ง น้ำมันมาจากไหน มาจากไข่นะคะ แล้วก็มีแป้ง แล้วก็น้ำมัน 3 ตัวนี้ผสมกันได้ ให้นึกถึงว่าเหมือนเราเอาน้ำมันกับน้ำ หยอดใส่ธรรมดา ไม่ได้ทำอะไรมัน น้ำมันก็จะลอยนะ น้ำมันก็จะลอยอย่างนี้นะคะ มันถึงบอกว่าต้องมีระบบหรือมีกระบวนการเห็นไหม เพื่อที่จะมาเเชื่อมโยง การผสานองค์ประกอบที่แตกต่างด้วยกันวิธีการที่จะรวมองค์ประกอบที่แตกต่างให้มันเกิดผสานกันได้นี่ เราก็ต้องไปนำความรู้ อาจจะนำความรู้เข้ามาช่วยนะคะ หรืออาจจะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยนะคะ บางที คือบางอย่างไปต้องใช้เทคโนโลยีก็ได้ ในชุมชนนะ นึกออกนะ ก็อาจจะใช้ความรู้ที่มีเดิมอยู่แล้ว ภูมิปัญญาเก่าที่เขามีน่พ มาช่วยทำ หรือผสานมันเข้า นะคะ นี่ก็คือลักษณะของการบูรณาการแบบที่ 1 คือ การรวมตัวจากสิ่งที่แตกต่าง ก็คือเอาสิ่งที่แตกต่างกัน จะรวมอย่างไร ก็คือเป็นการบรูณาการ ทำให้เกิดการบูรณาการ เพราะองค์ประกอบมันต่างกัน หาวิธีการ หากระบวนการ หาตัวเชื่อมมันนั่นเองนะคะ มาดูลักษณะที่ 2 การสร้างความเชื่อมโยง การบรูณาการโดยการสร้างความเชื่อมโยงนะคะ ก็คือเป็นการเชื่อมโยงระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆ นะคะ เพื่อให้เกิดการทำงานร่วม หรือรวมองค์ประกอบต่าง ๆ เชื่อมโยงองค์ประกอบต่าง ๆ ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ หรือให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีนะคะ ก็คือใช้วิธีการเชื่อมโยง เช่น องค์ประกอบที่แตกต่าง เช่น เหมือนโครงงานปีนี้ หรือยกตัวอย่างของรุ่นพี่ก็ได้ ปีที่แล้ว ที่เขาทำ Vlog VLok เป็นเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวจังหวักกาฬสินธ์ เห็นไหม องคืประกอบที่แตกต่างกันก็คือนำเทคโนโลยี เทคโนโลยีที่...เป็นเทคโนโลยีผ่านสื่อสังคมออนไลน์ด้วย เป็นเทคโนโลยีดิจิทัล คอมพิวเตอร์นะคะ ก็คือเป็นดิจิทัลคอนเทนต์ เอาเข้าไปใช้ องค์ประกอบที่แตกต่าง ก็คือในชุมชนนี่ เขามีแต่ตัวสถานที่ เห็นไหม แล้วเราจะไปเชื่อมโยงโดยวิธีการ จะใช้เป็นที่ทำ ก็คือในที่นี่นี้ โครงงาน คือต้องการเผยแพร่หรือประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดนั้น ๆ คือ ถ้าเป็นแต่ก่อน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นถ่ายวิดีโอนะคะ ถ่ายวิดีโอ สมัยคือให้นึกถึง Youuก็ยังไม่มี ถ้าสมัยก่อนการโฆษณาประชาสัมพันธ์ในสมัยโบราณ ลำดับแรก ก็คือวิทยุ นึกออกนะคะ เห็นไหม ในวิทยุเราจะได้ยินแค่อะไร เสียงนะ สังเกตว่าพวกผู้ประกาศทางวิทยุนี่ จะเป็นคนที่มีเสียงเพราะ ให้นึกถึง ไอ้คนฟังก็จินตนาการไปแลเว เสียงแบบนี้หล่อ ๆ ติดไปแล้ว ให้นึกถึงนะ ก็ไม่ค่อยจะเห็นหน้าเห็นตา สมัยก่อนการเดินทางก็ไม่สะดวกนะ และสถานีวิทยุเขาก็ไม่ได้ตั้งอยู่ในชุมชน เหมือน เห็นไหม ของในจังหวัดเรานะ สถานีวิทยุแรกนี่ อยู่ในค่ายทหาร คนนอกก็เข้าไปไม่ได้ ใช่ไหมคะ เหมือน 909 ก็อยู่ที่ทหาร ก็จะไม่เห็นหน้าผู้ประกาศข่าว... ต้องบอกว่าอะไรโฆษก ก็จะไม่มีการเห็นหน้าโฆษกใช่ไหมคะ ก็จะจินตนาการเอา คนฟังก็จะจินตนาการการไปอย่างนี้ เพราะฉะนั้น เขามาประชาสัมพันธ์เวลาเขามาประชาสัมพันธ์ เขาจะต้องพูด พูดอธิบายให้คนฟังน่ะ เห็นภาพนะคะ ทีนี้ พอเทคโนโลยีเริ่มมาเห็นไหม โทรทัศน์ ทีวีมาก่อนนะ ทีวีสมัยก่อนก็จะเป็นแค่สัญญษณอนาลอก อนล็อกไม่พอ ยังเป็นภาพขาวดำอีกต่างหาก เห็นไหม มันก็คือการเชื่อมโยงจากสิ่งที่มีอยู่ในชุมชน และเราเอาเทคโนโลยีของเราเข้าไปเชื่อมโยง โดยวิธีการนี้ รุ่นพี่ของเราไปทำเป็นคอนเทนตืเอาข้อมูลจากชุมชนนี่ จากเดิมที่เป็นภาพถ่าย และก็อะไรนะ ทำเหมือนเป็น ถ้าเกิดมีหมู่บ้านไหน เขามี เหมือนบางวัดจะใช้เป็นวิธีวงาดภาพน วาดภาพเล่าเรื่องเป็นลักษณะนีนี่นะคะ นั่นก็คือการสร้างการเชื่อมโยงของรุ่นพี่ ก็คือเอาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ของเรานี่ เข้าไปเชื่อมโยงในชุมชน ด้วยการสร้าง การสื่อประชาสัมพันธ์เป็นเนื้อหาดิจิทัล คอนเทนก็คือคนดูนี่ ก็จะไม่เห็นแต่แค่ภาพเป็นภาพนิ่ง แต่จะเห็นภาพครบทุกทางเลย เห็นข้อมู,ทุกด้านที่เราต้องการนำเสนอนะคะ เห็นภาพที่เป็น ภาพจากสถานที่จริง ถ่ายทำจริง ๆ อะไรอย่างนี่ การเชื่อมโยงในลักษณะนี้นะคะ ที่ยกตัวอย่าง หรือจากการเชื่อมโยงอื่น ๆ ก็แล้วแต่เช่น เช่นใน ในชุมชนนี้ มี... คือ บางชุมชนนี่ เขาก็จะมีกลุ่มนะ ในยุดปัจจุบันนี่ เพราะมันจะมีกองทุนหมู่บ้านที่บอกน่ะ เขาก้จะเอากองทุนนี้ ไปสร้างกลุ่มอาชีพ บางครั้งกลุ่มอาชีพนี่ ดูเผิ่น ๆ นี่ ดูเหมือนแตกต่างกัน แต่บางทีไอ้แตกต่างกันนี่เอามาเชื่อมโยงกันได้ เช่น ที่มหาวิทยาลัย ไปทำโครงการวิจัยนะ เช่น งานจักรสาน กับงานผ้าครามนี่ มันจะเชื่อมโยงเข้าหากันได้ด้วยวิธีไหนเห็นไหมคะ เช่น ถ้าเป็นแม่นะ เขาสานกระเป๋าได้นี่ บางทีกระเป๋านี่ ไอ้เครื่องจักรสานเอาไปทำอะไรบ้าง ถ้าครามเอามาใช้ตกแต่งได้ไหม นึกออกไหม อย่างนี้เห็นไหม การเชื่อมโยงแบบง่าย ๆ อย่างนี้เลยก็ได้ ก็เป็นการเชื่อมโยง เพียงแต่เรามอง คือ กลุ่มที่มาทำร่วมกันนี่ เขาก็ต้องมองออกว่า เขาจะต้องเอาอะไรไปเชื่อมกับอะไร คือบางทีนี่ ให้นึกถึงโดยพื้นฐานชาวบ้านนี่ ความทันสมัยเขาก็จะมีน้อย เพราะเขาอยู่ในกลุ่มหมู่บ้าน เพราะบางทีให้นึกถึงคนที่ทำพวกงานฝีมือหรือหัตถกรรมจริง ๆ นี่ รุ่นปู่ย่า ตายาย เขาก็อยู่ว่าง ๆ ไม่ได้ทำอะไรไงคะ ทีนี้จะเชื่อมโยงอย่างไร คนรุ่นเก่าอาจจะใช้การเชื่อมโยงกับลูกหลานเขา เพราะรุ่นใหม่อะไร เห็นเดี๋ยวนี้เด็ก 3 ขวบ เขาก็ให้มันจิ้มโทรศัพท์มือถือแล้ว เห็นไหม น้องผู้ชายตัวเล็ก ๆ ไปเปิดเข้าไปแล้วเขาเห็นแต่งหน้าค่ะ เห้นไหม สอนแต่งหน้าเป็นแล้วเด็กผู้ชาย เห็นไหมคะ ก็คือรุ่นหลายนี่ สามารถมาเชื่อมโยง เช่น ถ้าเด็กใช้โทรศัพท์มือถือได้ สร้างสื่อ สร้างอะไรได้เห็นไหมคะ สมมติถ้าบ้านเขามีสินค้า เด็กเล็ก ๆ นี่ ก็เป็นตัวขายสินค้า หรือเป็นพ่อค้า แม่ค้าตัวน้อยได้เหมือนกัน เพราะสังเกตว่าใน TikTok บางทีมีเด็กตัวเล็ก ๆ มาขายสินค้าก็มี หลายคนนะคะ อย่างนี้เป็นต้น การเชื่อมโยงบุคคล เช่น ปู่ย่าตายาย กับลูกหลานอย่างนี้ก็ถือว่าเป็นการเชื่อมโยง เห็นไหม บอกแล้วไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นทรัพยากรก็ได้ อาจจะเป็นสิ่งที่อยู่สังคม ก็คือเชื่อมโยงระหว่างบุคคล หรือเชื่อมโยงระหว่างกลุ่ม กลุ่มองค์กร อะไรอย่างนี้นะคะ ต่อมา การบรูณาการลักษณะที่ 3 การปรับตัวตามบริบท การบแฉูฉรณาการโดยการปรับตัวตามบริบท จะสงสัยอีก บริบทคืออะไร ให้นึกถึงลักษณะบริบทชุมชน ก็คือลักษณะทั่ว ๆ ไป หรือลักษณะพื้นฐาน ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับชุมชนนั่นเองนะคะ เช่น ชุมชนนี้ มีกี่ครัวเรือน ประกอบอาชีพ... ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านไหน เขาก็จะแบ่ง เช่น เหมือนทางบ้านเรา ก็จะเป็นเกษตรกร หรือไม่ก็จะแบ่งเป็นชาวไร่ ชาวนา แบ่งเป็น 2 ประเภทนี้นะ มีพื้นที่เยอะ ทำนาได้ ทำไร่ ทำสวนได้ อย่างนี้นะคะ กับอีกที่หนึ่งเช่นถ้าไปอยู่แถวตะวันออก หรือภาคใต้ แล้วอยู่ติดริมทะเล เห็นไหม อาชีพเขาก็จะเป็นการทำประมงอย่างนี้นะคะ หรือการเลี้ยง เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ อะไรพวกนี้นะคะ ให้ดู เห็นไหม เขาถึงบอกว่าปรับตามบริบท ก็คือบริบทของชุมชนเขาเป็นอย่างไร เราก็ไปปรับให้เข้ากับบริบท ไม่ใช่ไปเปลี่ยนบริบทเขา ไม่ใช่ว่าเขาเคยทำนา ไปบอกเจ้าไปประมง ทั้ง ๆ ที่แหล่งน้ำก็ไม่มี ก็คือไปปรับบริบทไปเปลี่ยนอาชีพอย่างนี้ จริงอยู่ว่าทำได้ แต่ให้นึกถึงว่าบริบทเดิมมันเป็นอย่างไรเห็นไหม บริบทดูไปถึงภูมิภาถภูมิประเทศ มีลักษณะอย่างไร มีพื้นที่เท่าไร มีถนน เป็นถนนลูกรังอย่างไรนะคะ นู่นน่ะ บริบทของชุมชน นะคะ ถ้า... ถ้าเรียนในระดับสูง ๆ ขึ้น การวิจัยในระดับก็ต้องออก ออกไปเก็บข้อมูลชุมชนในลักษณะนี้ ต้องเก็บมาหมดเลย ชุมชนนี้มีครัวเรือนเท่าไร มีคนเท่าไร แต่ละครัวเรือนทำอาชีพอะไร ลิสต์มเท่าไร ต้องถาม บางทีเขาก็ตอบจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง คือเราใช้แต่ข้อมูลที่เราถามไม่ได้ เราก็ต้องไปเช็กกับข้อมูลในส่วนราชการด้วยนะคะ ก็คือเมื่อเราจะบูรณาการนี่ เราจะต้องปรับ ปรับเทคโนโลยี หรือปรับความรู้หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่เราจะเอาไปบูรณาการนี่ ให้เข้ากับบริบทชุมชน ก็คือดูบริบทชุมชนเป็นหลัก ไม่ใช่ ตู้มเข้าไป บอกว่าจะเปลี่ยนเลยมันไม่ได้ เขาเลยบอกว่าการบูรณาการมันต้องปรับตามบริบทของชุมชนด้วยนะคะ ดู ดูกระทั่งว่าให้มันเหมาะสมน่ะค่ะ อย่างเช่น กับชุมชนนั้น เหมือนบางที่มีแต่คนเฒ่าคนแก่จะเอาอะไรนะ เอาเทคโนโลยีทันสมัยมาก ๆ เอาไปให้ใช้ อย่างนี้น่ะค่ะ เหมือนแต่ก่อนพวกคนแก่ก็ยังกลัว ๆ ไอ้รถไฟฟ้าอยู่นะว่ามันแรง เดี๋ยวนี้เห็นไหม รถไฟฟ้าขายดีมาก โดยเฉพาะแถวบ้านเรานะ โดยเฉพาะ 3 ล้อน่ะนะ เพราะเขาเอาไว้ให้พวกอาวุโสทั้งหลายนี่ คนสูงวัยเอาไว้ขี่ในหมู่บ้านนะคะ ไม่ใช่ขี่ออกมาตามท้องถนนใหญ่นะคะ เอาไว้ขี่ในหมู่บ้าน คือแต่เดิมนี่ คนแก่สมัยก่อนในชุมชน ส่วนมากก็จะเดินเอา กับอย่างมากก็ปั่นจักรยาน มอเตอร์ไซค์ ไม่ค่อย เพราะมอเตอร์ไศค์เครื่องมันจะค่อนข้างแรง เหมือนพออายุเยอะ ๆ น่ะ นะ มันแค่ 2 ล้อใช่ไหม มันก็จะบังคับยาก ไม่เห็นเหรอ ร้านรถไฟฟ้านี่ เปิดเป้น 10 ร้านเลยมั้ง อยู่ในสกลฯ นี่ ไม่ใช่แค่สกลฯ หรอก็เห็นเยอะเหมือนกันนะคะ เห็นไหม เทคโนโลยีบางอย่างดูเหมือนจะไม่เข้าก็เข้าได้นะคะ คือ มันก็ต้องปรับ เหมือนเอามาให้ลอง มีบ้านหนึ่งลองแล้วดี... หรือเปล่าคะ มาดูลักษณะการบูรณาการแบบที่ 4 สร้างความร่วมมือและความเข้าใจ การบูรณาการแบบนี้ มันจะเกิดขึ้นได้ก็คือมันจะเกิดจากความร่วมมือ แล้วก็ความเข้าใจของกลุ่ม ของบุคคล เห็นไหม เพราะบอกว่า เห็นไหม ถ้ามันมี เกิดเราเอาทั้งความแตกต่างแล้วก็มาร่วมกันนี่ เราก็ต้องใช้ความร่วมมือ ความขัดแย้งมันจะตามมานึกออกไหม เพราะถ้ากลุ่มเขาเห็นต่างนี่ มันก็ทมาเชิ่มกันไม่ได้เห็นไหมคะ เพราะฉะนั้น บางทีมันก็ไม่ได้ใช้การบรูณาการแค่ลักษณะเดียว นึกออกนะ บางทีมันต้องดูทั้งหมด 3-4 องค์ประกอบเอามาร่วมกันก็ได้ หรือใช้การเชื่อมโยง เช่น เหมือนองค์ประกอบที่ต่าง คนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ เอาอะไรมาเชื่อมโยง หาวิธีมาเชื่อมโยง เหมือนบางทีน่ะ เราไปบอกให้ปู่ย่าตายาย พ่ออุ้ยแม่อุ้ยนี่ ทำเลยไม่ได้ เพราะเราไม่ใชเขาใช่ไหม แต่ถ้าลูกหลานเขาล่ะ ลูกหลานเขาเป็นตัวพาทำอย่างนี้ใช่ไหม ไปบอกปู่ย่าตายายเขาก็ เออ หลานอยากทำอันนี้ เขาก็จะอยากทำ ทำแล้วหลานเขาได้ประโยชน์อย่างนี้ ให้มุมมอง ให้แนวคิด อย่างนี้ เขาก็อาจจะเกิดการบูรณาการกับเราด้วยก็ได้อย่างนี้นะคะ มันก็ต้องมี อาศัยการเชื่อมโยง หรือากร ผสานต่าง ๆ เข้าไป เหมือนความหมายของการบูรณาการนั่นแหละนะคะ เพราะฉะนั้น เมื่อเกิดความร่วมมือใช่ไหม การทำสิ่งใดก็แล้วแต่ มันก็ต้องประสบความสำเร็จอยู่แล้วนะคะ พราะฉะนั้น การบูรณาการจะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้ากลุ่มคน แล้วก็สิ่งที่จะนำไปบูรณาการ แล้วก็ไม่เกิดการร่วมมือขึ้นนี่ มันจะเกิดไม่ได้เลย พอสิ่งที่เอาไปทำ เกิดมันแตกต่างกันน่ะ ปัญหามันต้องเกิดอย่างที่บอกน่ะ เพราะบางทีถ้าเหมือนเป็นเรื่องใหม่ ๆ แล้วเขาไม่เคยทำนี่ คนหัวเก่า เขาจะต่อต้านโดยอัตโนมัติอยู่ล้วนะคะ เหมือนผู้เฒ่า ผู้แก่นะ หรือความเชื่อโบราณบอกมาไว้อย่างนี้ ไอ้รุ่นใหม่ไปเปลี่ยนว่าทำได้ บางที คนแก่เขาก็ไม่ยอมรับอย่างนี้นะคะ มันก็ต้องอย่างนี้ล่ะ อาศัยทุกสิ่งอย่างที่พูดไปแล้วข้างต้นนะคะ ว่าเอามาผสานกัน ทีนี้ เรามาดูประโยชน์ ว่าเมื่อเราทำการบูรณาการนี่ มันเกิดประโยชน์อะไร เห็นไหมคะ เพราะมันมีประโยชน์ไง ที่มีนี่ อันดับแรกเลยเห็นไหม เพิ่มประสิทธิภาพก็คือเหมือนที่บอก ทำสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้น หรือไปพัฒนาของเก่าให้ดีขึ้น หรือไปพัฒนาให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น เช่น เหมือนแต่ก่อน ผ้าย้อมครามนะ คือ สมัยโบราณ เขาก็จะทอแบบเดิม ๆ นึกออกนะ เหมือนผ้าขาวม้าน่ะ เคยทอลายนี้ท่อลายนี้ สีขาวกับสีดำ บ้านนั้นก็คราม แต่สีขาวกับสีดำไม่เปลี่ยนสี เริ่มบอก ลองเปลี่ยน เห็นไหม ก็ต้อง ค่อย ๆ ปรับนะคะ เหมือน ๆ ใช้สารเคมีย้อมสี สีสวน สีสด ทีนี้อยากให้เป็นว่าเขาถ้า... ถ้าชาวต่างประเทศน่ะ เขาซื้อผ้างานฝีมือนี่ เขาจะนิยมผ้าสีธรรมชาติ สีธรรมชาติมันอ่อน เราจะเอาเทคโนโลยีอะไรไปทำให้สีธรรมชาตินี่ มันมีสีสวยขึ้น มีความสด พวกอาจารย์ทางเคมีเขาก็จะรู้นะ ความเป็นกรด เป็นด่าง เขาก็จะมีอะไรผสมกัน แล้วเกิดอะไรอย่างนี้นะคะ หรือพวกทางด้านเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์เราจะรู้ไอ้พวกลักษณะทางเคมีพวกนี้ เราก็ไปพัฒนาสีนี่ สีมันอ่อนมันซีดนี่ ทำให้มันเข้มขึ้นได้อย่างไร อะไรอย่างนี้ หรือบางที่นี่ เราไปดู พอถาม เอ๊ะ ของเขาก็สีสด บางที่เขามีภูมิปัญญาชาวบ้านไง เกิดจากทำให้สีมันสดโดยใช้สารส้มไปช่วยอะไรอย่างนี้ หรือใช้มะขามเปียกอะไรนี่ ที่มีฤทธิ์เป็นกรดน่ะ ให้นึกถึงเหมือนน้ำอัญชัน เห็นไหม จากสีเดิมมันน่ะ ดอกอัญชันคั้นมันออกมาเป็นสีสีน้ำเงินใช่ไหมคะ แต่พอบีบมะนาวมันเป็นสีม่วงอย่างนี้นะคะ กรดมันไปทำปฏิกิริยา อย่างนี้เป็นต้น ก็คือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน หรือเพิ่มประสิทธิภาพของกลุ่มอาชีพหรืออะไรก็แล้วแต่นะคะ ก็คือทำให้เกิดสิ่งที่ดีขึ้น พัฒนาขึ้น หรือเกิดสิ่งใหม่อะไรก็แล้วแต่ ก็คือมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นนั่นเอง ต่อมาประโยชน์ต่อมา ก็คือเป็นการสนับสนุนการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน เพราะอะไร เพราะเมื่อการบูรณาการนี่ มันจะทำสำเร็จ ก็มาจากการร่วมมือ กลุ่มคนหมู่มากมีความร่วมมือกันนี่ นึกออกนะคะ สิ่งที่จะตามมาก็คือความยั่งยืน เพราะอะไร เช่น เรื่อง... ตอนนี้เหมือนในมหาวิทยาลัยเรารณรงค์เรื่องกล่องโฟมใช่ไหมคะ ลดขยะน่ะค่ะ ลดขยะที่เป็นโฟม หรือพลาสติกก็จะมีกฎ มีระเบียบมา เช่น ร้านค้าที่ขายสินค้าใน... ในมหาวิทยาลัย ที่ขายอาหารนี่ กล่องอาหารเขาก็ไม่ให้ใส่กล่องโฟมแล้วนะ ให้ใช้เป็นกระดาษเท่านั้น เห็นไหม ยั่งยืนอย่างไร ในเรื่องสิ่งแวดล้อม ถูกไหมคะ ขยะ ขยะที่เป็นจากกล่องอาหารที่เป้นโฟมนี่ มันกำจัดยากใช่ไหมคะ ให้มองไปอนาคต เพราะเขาบอกว่าโฟม 1 ชิ้น กว่าจะย่อยสลายได้เป็นพัน ๆ ล้านปีใช่ไหมนะคะ แต่ถ้าเป็นกล่องกระดาษนี่ ไม่นานก็เปื่อย ในประเทศไทยเรา ที่ผลิตมันจะเป็นพวกชานอ้อย อะไรพวกนี้ มันจะย่อยสลายเร็วนะคะ เพราะฉะนั้น มันจะเกิดความยั่งยืน ตามมาเช่น การนำเทคโนโลยีเข้าไปช่วยในการ...ทรัพยากรน้ำอย่างนี้ การทำระบบน้ำน่ะค่ะ คือ แต่เดิม น้ำปล่อยทิ้งไปเฉย ๆ ไม่มีประโยชน์ใช่ไหม มีทำเป็นระบบบำบัดน้ำ เทคโนโลยีไปช่วยในการบำบัดน้ำ น้ำเสียเอามาใช้ ย้อนกลับมาใช้ในชุมชนอย่างนี้ มันก็จะทำให้เกิดการพัฒนาชุมชนอย่างนยั่งยืน ที่บอกนะคะ ก็มีหลายด้านในหลายแง่มุม แล้วส่วนใหญ่การที่จะยั่งยืนนี่ มันจะสืบเนื่องไปถึงลักษณะที่เป็นสิ่งแวดล้อม หรือทรัพยากรนะ ให้นึกถึงเหมือนแถวบ้านเรานี่ เห็ด เห็ดป่าเห็นไหม หรือการเข้าไปเก็บ บ้านเราจะไปตามฤดูกาลนะ ไม่ใช่ว่า เข้าไปทุ่งหน้า เขาก็จะ ถ้าเป็นช่วงหน้าเห็ดน่ะ เขาก็จะปล่อยให้ชาวบ้านเข้าไปเก็บได้ ไม่ได้หวงห้ามอะไรนะคะ เพราะอะไร มันก็จะเป็นเหมือนการ... วงจรธรรมชาติค่ะ รักษาวงจระรรมชาติรักษาธรรมชาติไว้ แล้วก็บำรไปด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น เมื่อเรามีการบูรณาการนี่ มันก็จะไม่ใช่แค่เกิดประสิทธิภาพ แต่มันจะมองต่อไปในข้างหน้า ว่ากับสิ่งแวดล้อมด้วยได้ไหม ไปเกี่ยวข้องกับทรัพยากรที่จะเหลือ หรือมีใช้ หรือประมาณว่าทรัพยากรนี้ จะมีมากขึ้น ทำให้เพิ่มมากขึ้น หรือลดน้อยลง และจะแก้ปัญหาอะไร มันก็เลยเป็นที่มาของการพัฒนาแล้วยั่งยืนอย่างไรนะคะ ซึ่งจะอยู่ในหัวข้อที่ 2 สุดท้ายก็คือการใช้เทคโนโลยีอย่างยั่งยืน ใช้อย่างไรนะคะประโยชน์ข้อที่ 3 เสริมสร้างความร่วมมือ และความสัมพันธ์ในชุมชน เห็นไหม มันจะต้องทำให้มีความร่วมมือ เมื่อมีความร่วมมือเกิดขึ้น ความสัมพันธ์ของชุมชนก็ดีขึ้น ให้นึกถึงแต่ก่อนบางหมู่บ้านน่ะ อยู่ในตำบลเดียวกัน ให้นึกถึงนะ บางบ้านนี่ ไอ้เขตบ้านน่ะ ติดกันด้วยซ้ำ ไม่ถูกกันอย่างนี้ ว่าบางบ้านไม่ถูกกัน ก็ไม่ค่อยมีความร่วมมือ แต่พอมีการบูรณาการ บ้านเจ้าทำอันนี้ บ้านข้อยทำอันนี้ เอามารวมกัน แล้วเกิดสิ่งใหม่เห็นไหมคะ มันก็ต้องมีการพัฒนาร่วมกันตลอด ก็จะสร้างความสัมพันธ์ในชุมชม จากเดิมแค่เฉพาะในกลุ่มบ้านตัวเอง ก็ขยายมาอีกบ้านหนึ่ง เมื่อมีบ้านที่ 1 บ้านที่ 2 ร่วมมือ มันก็ต้องตามมาใช่ไหมคะ เพราะขยายวงกว้างออกไป เพราะเขาเห็นแล้วว่ากลุ่มนี้ทำ โอเคนะ อีกกลุ่มหนึ่งเกิอยากทำบ้าง บ้านหนึ่งอยากทำบ้าง ก็เกิดความร่วมมือใช่ไหมคะ มาขอความร่วมมือได้ หรือสานสต่อได้ และประโยชน์ข้อสุดท้าย ลดต้นทุนและการใช้ทรัพยากรที่ซ้ำซ้อน เห็นไหมคะ ก็คือถือมีการร่วมมือกัน มันก็ทำให้รู้ไง เธอมีอันนั้น ฉันมีอันนี้ หรืออันนั้นเธอมีเยอะกว่า ใช้ของเธอนะ ฉันก็ใช้ของฉัน ก็ไม่ต้องไปใช้ทรัพยากรที่ซ้ำซ้อนกัน ก็คือแบ่งกัน คำนวณกัน อะไรก็แล้วแต่มันก็จะลดต้นทุนนะ เหมือน... เหมือนบ้านเจ้ามีไผ่เยอะอย่างนี้ เหมือนแต่ก่อน ไอ้บ้านสาน จักรสานไม่มีต้นไผ่อย่างนี้ นึกออกนะ ต้องไปหาซื้อ อีกบ้านหนึ่งมี ไปใช้ทรัพยากรจากบ้านนี้มาทำ แล้วมาสอนกันสาน อย่างนี้เห็นไหมคะ มันก็ลดต้นทุน ไม่ต้องซื้อของจากที่อื่นเข้ามา อะไรลักษระนี้นะคะ การลดต้นทุน แล้วก็ลดการใช้ทรัพยากรซ้ำซ้อนได้ อยู่ใกล้ ๆ มีแล้วจะไปซื้อมาทำไมอย่างนี้นะคะ ก็ไม่ต้องเกิดการใช้ทรัพยากรซ้ำ หรือเหมือนเครื่องมือตัวนี้มีอยู่แล้ว อีกบ้านหนึ่งไม่มี พอมาร่วมมือกัน ก็ไม่ต้องไปซื้อ สามารถมาใช้ร่วมกันได้ ยืมหรือไปตั้งตรงกลาง แล้วไปใช้ร่วมกัน เหมือนที่เขาทำโรงสีชุมชนเห็นไหม ไม่ใช่บ้านนี้ก็ทำ บ้านนี้ก็ทำ พอโรงสีทำ เพราะแต่ละปี แถวบ้านเรามันก็จะทำนาแค่ปีละครั้งนะ ก็คือโรงสีใช้งาน ก็ดคือไม่น่าจะเกินกี่เดือนนะคะ อย่างนี้เป็นต้น บ้านนี้ก็ทำ บ้านหนึ่งมีแล้ว ก็อาจจะไปสีด้วย อาจจะมีการเก็บค่าบริการ แต่ปกติแถวบ้านเราจะไม่คิดเงินนะ เพราะเขาจะเปลี่ยนเป็นเอาแกลบไว้ เพราะแกลบจากการสี มันขายได้ เพราะมันจะมีพวกเอาไปเผาถ่าน เขาก็จะมารับซื้อนะคะ อย่างนี้เป็นต้น ไม่เอาแกบจะเอาแกลบไปอะไรอย่างนี้ ที่เขาบอก รำ มันจะมีรำเล็ก ๆ น่ะค่ะ จากการสีนี่ เพราะคนที่เอาข้าวเปลือกไปสีนี่ เขาก็เอาแต่ข้าว ลำ มันก็เอาไปขาย เอาไปเป็นอาหารสัตว์ได้ ถา้บ้านไหนมีไก่ เขาก็จะใช้รำเลี้ยงไก่ นั่นก็คือการลดต้นทุน และการใช้ทรัพยากรซ้ำซ้อนนะคะ ก็จะไม่ต้องใช้ทรัพยากรที่ซ้ำซ้อนกัน นี่ เดี๋ยวเบรกก่อน แล้วค่อยมาดูหัวข้อนี้นะ 10 นาทีนะคะ ตอนนี้ 10.03 น. 10... 10 โมง 13 นาที เรามา เสียงแห้งไม่ใช่อะไรหรอก เดี๋ยวค่อยมาต่อนะคะ ข้อเบรกค่ะ ขอบคุณค่ะ โอเคหรือยัง พร้อมหรือยังคะเด็ก ๆ โอเคนะ เดี๋ยวเรามาต่อกัน มาต่อกันที่ความหมายของชุมชน เห็นไหม เมื่อกี้รู้จักการบูรณาการไปแล้ว ได้เราก็ต้องมารู้จักกับชุมชนก่อน ชุมชนหมายถึง... อันนี้สรุปมาแล้วนะ ก็คือถ้าเด็ก ๆ ไปค้นข้อมูลนะ ก็จะมีขึ้นว่ามีนักวิชาการพูดถึงชุมชน ความหมายของชุมชนไว้หลายคนนะคะ ในทีนี้ ที่สรุปมานี่ การที่คน เห็นไหมคะ มันต้องเกิด ชุมชนจะเป็นได้ ต้องมีคนจำนวนหนึ่ง จำนวนหนึ่งด้วยนะคะ ไม่ใช่แค่ 1 คน ให้นึกถึงบ้าน 1 หลัง กับบ้าน 2 หลัง กับหมู่บ้าน บ้าน 2 หลังนี่ ยังไม่เป็นชุมชน เห็นไหมคะ บ้านหลายหลังจะถือว่าเป็นชุมชนแล้ว จำนวนหนึ่งมารวมกัน เห็นไหมคะ ต้องมารวมกัน ไม่ใช่แบบหลังนี้มาอยู่นี่ ให้นึกถึงบ้านเถียงนาน่ะ บ้านตามเถียง เพราะว่านาแต่ละที่ก็จะอยุ่กับคนละโยชเลย เพราะเธออยู่ทางนี้ นะคะ เพราะพื้นที่ห่างกัน ห่างกันมาก ๆ นี่นะคะ ก็ไม่เป็นชุมชนนะ มันต้องมาอยู่รวมกัน สังเกต ลักษณะบ้านในหมู่บ้านเห็นไหม บ้านจะอยู่... การปลูกบ้านเรือนจะอยู่ใกล้ ๆ กัน จะไม่ห่างกันมากนะคะ เพราะพื้นที่อยู่อาศัยกับพื้นที่ทำนาน่ะ จะอยู่คนละที่แถวบ้านเราน่ะ นะคะ มันจะไม่ใช่ว่าเหมือนทั้งภาคเหนือน่ะ ไร่เหมือนไร่ส้มอย่างนี้ บ้านเขากับในสวนนี่ จะอยู่ด้วยกันอย่างนี้ พื้นที่ก็จะห่างกัน แต่ก็เป็นชุมชน เพราะพื้นที่อาณาเขตเขตของเขาติดกัน แล้วทางนั้น เขาจะทำสวนส้มก็ทำสวนส้มกันไปทั้งแปลงอะไรอย่างนี้นะคะ อาศัยร่วมกันในอาณาบริเวณเดียวหัน เห็นไหม อยู่ไหนอาณาบริเวณเหมือน... เหมือนจังหวัด ให้นึกถึงจังหวัดนะ ถ้าอยู่ในโซนนี้ก็จะเป็นอำเภอนี้ อยู่โซนนี้เป็นอำเภอนี้ หรืออยู่หมู่บ้านนี้ เป็นของตำบลนี้ เห็นไหมคะ พื้นที่มันก็จะอยู่ในอาณา อาณาเดียวกันะ มันก็จะมีเขตนะ แต่ลำตำบล แต่ละหมู่บ้าน หรือแต่ละอำเภอนี่ มันก็จะมีเขตใช่ไหม ก็จะเป็นอาณาบริเวณเดียวกัน มีความเกี่บยวข้องกัน เห็นไหม เกี่ยวข้องกันด้วยนะคะ สัมพันธ์กัน เพราะให้นึกถึงแต่เดิม คนยังไม่เยอะขนาดนี้ นึกออกนะ สัมพันธ์กันอะไร สัมพันธ์กันอะไร เช่น เป็นญาติพี่น้องกัน ถ้าเป็นสมัยไม่แน่ใจภาคคือ คือ บ้านภาคกลางน่ะค่ะ เพราะ... อยู่กับปู้กับย่านะ ภาคกลางนี่ บ้านพี่ บ้านน้อง จะอยู่ในเขตพื้นที่เดียวกัน พ่อแม่เขาจะแบ่งให้ สมมติพื้นที่สี่พื้นที่สี่เหลี่ยมนี่ มีพี่น้อง 4 คน ก็แบ่ง 4 ฝั่ง... ทางนี้ ทางนี้ เป็นญาติพี่น้องกัน แต่แต่ อย่าลืมว่า พอ แต่เดิมน่ะ แถวบ้านเราก็น่าจะเป็นอย่างนั้น พี่น้องกันนะ แต่พอเติบโต คือ... ปริมาณประชากรเพิ่มขึ้น คนเพิ่มขึ้น บางทีบ้านนี้ นึกออกนะ มีลูกสาว อีกหมู่บ้านหนึ่งมีลุกชาย ให้นึกถึงอย่างนี้นะคะก็มัน... มาเจอกัน ผู้บ่าวผู้สาวมาเจอกัน ก็ตกแต่งเห็นไหม ก็มีความสัมพันธ์ระหว่าง 2 บ้าน เขาเรียกว่าเป็นดองกันนะ ถ้าแถวบ้านเราจะเรียกว่าเป็นดองกัน ยังอยุ่อาณาบริเวณเดียวกันไหม ยังอยู่ เพราะหมู่หมู่บ้านคนละหมู่บ้าน ลูกต้องเลือกไปอยู่ เหมือนผู้หญิง โดยผู้หญิงส่วนใหญ่ก็จะไปอยู่ทางฝั่งสามีนะ ยกเว้นว่าทางบ้านผู้หญิงมีคนน้อยกว่า ผู้ชายก็อาจจะมาอยู่ทางบ้านผู้หญิงก็แล้วแต่ ก็เกิดเนื่องจากสมัย ยุคสมัยด้วย ประชากรมีจำนวนน้อย หมู่บ้าน บ้านใกล้เรือนเคียงก็อาจจะมีความสัมพันธ์กัน เป็นดองกันอะไรอย่างนี้นะคะ แล้วก็มีการติดต่อสื่อสารกัน คนอยู่บ้านเดียวกันต้องพูดคุยกัน ไม่สื่อสากัถูกไหมคะ มัน... คือ สภาพบริบทของคนบ้านเรา เพราะโดยส่วนใหญ่ เหมือนที่บอกน่ะ มันเป็นเครือญาติกัน ดองกันไป ดองกันมา นึกออกไหม มันก็อ้อมแอ้ม อ้อมแอ้ม กันเป็นพี่น้องกัน วนเวียนกันอยู่นี่นะคะ เรียนรู้ร่วมกัน เพราะอะไร เพราะเวลามีกิจกรรมอะไร มันก็ต้องมาร่วมกันทำ เหมือนประเพณีบุญเดือนสิบใช่ไหม เขาก็มาทำร่วมกัน ไปทำที่วัดหรือทำ... เหมือนบ้านเราประเพณีเช่ นทอดกฐิน มันก็ต้องมารวมกันแต่ละบ้าน ไปทอดวัดใด วัดหนึ่ง เขาก็อาจจะเปลี่ยนเวรไป เพราะว่าปีนี้ฉันไปทอดหมู่บ้านเธอ ปีนี้ไปทอดหมู่บ้านนี้ ก็ใช้วิธีเปลี่ยนกันอย่างนี้ ก็จะได้ทั่วถึงกันทุกวัน ก็ไม่ได้แตกต่างกัน ก็มีการเรียนรู้เรื่องการทำกิจกรรมร่วมกันเห็นไหม พอมัน... พอคนมันมีความสัมพันธ์กัน ก็ต้องมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันนะคะ เหมือนอย่างสมัยก่อนที่บอกน่ะ การทำนาน่ะ เพราะบางบ้านนี่ ลูกหลานมีน้อยใช่ไหม ทำเอง แต่ที่นามีเยอะ ก็อาจจะต้องไปอาศัยเพื่อนบ้านมาช่วยในการทำนา ลงแขกเกี่ยวข้าวในสมัยก่อนนะคะ ก็คือการลงช่วยกันแบบนี้นี่นะคะ ภายในบรรทัด บรรทัดฐานและวัฒนธรรมเดียวกัน นั่นก็คือ คือ กลุ่มคนที่อยู่รวมกันนี่ เหมือนนับถือศาสนาพุทธ เหมือนแถวบ้านเรานี่ อย่างสกลนครนี่ แต่สังเกตพอหมู่บ้านคริสต์ หมู่บ้านก็จะคริสต์เกือบทั้งหมู่บ้านนะ เขาก็จะแบ่งโซนนะ ที่เห็นชัด ๆ นี่ อย่างท่าแร่ ท่าแร่ คริสต์เกือบทั้งหมู่บ้านเลย พวกที่เขาไม่คิด เขาก็เข้าวัดไปปกตินะ เขาก็แบ่งกันชัดเจน แต่เนื่องจากประเทศไทยนี่ ไม่ได้มีการแบ่งแยกในเรื่องศาสนาอยู่แล้ว นับถืออะไรเพราะเดี๋ยวนี้อิสลามก็เยอะใช่ไหม อิสลาม สังเกตจะมีมัสยิดแต่ละจังหวัดจะเริ่มมีมัสยิดของชาวอิสลามอย่างนี้นะคะ ไม่มีการแบ่งเรื่องเชื้อชาติ แต่เวลากันอยุ่ร่วมกลุ่ม เขาก็จะไปร่วม เพราะวัฒนธรรมมันไม่เหมือนกัน อิสลามเขาจะมี ทำพิธีละหมาด เขาก็จะมีถือศีลอดอะไรพวกนี้ เขาก็จะมีสวดกลางคืออะไรอย่างนี้นะคะ สมัยอยู่อยุธยา ช่วงทำละหมาดอะไรเขานะ ตอนเย็น ๆ เสียงสวดมันจะลอยมา เพราะว่าเหมือนเขา... เขาเข้าไปสวดในมัสยิดเขานั่นล่ะ เสียงมันก็จะลอยมา คือรู้เลยนะ ว่าช่วงนี้ เขาถือศีลอดและไอ้เพื่อนที่ไปเรียนนี่ เขาก็จะอดอาหารเลยบอก แก ตัวก็เล็ก ๆ ก็ยังอดอาหารอีก คิดดู คือทั้งวันน่ะ กินอะไรไม่ได้เลย น้ำก็กินไเลยบอก เห้ย พ่อแกไม่รู้เหรอ เพื่อนมันตัวเล็ก สงสารเพื่อนไง เพื่อนตัวมันเล็ก ช่วงนั้นมันก็หน้าซีด หน้าเหลือง ทรมานมากเลย เป็นอิสลาม โอ้ย เพราะเป็นอาทิตย์เลยนะคะ ไม่ใช่แค่ 2-3 วันด้วยคือ เขาจะได้กินเมื่อหลังอาทิตย์ตกดิน ถ้าเพราะอาทิตย์ขึ้นต้องหยุด ห้ามกินเด็ดขาดเลย ว่าอย่างนั้นเถอะ ก็คือหลังตอนเย็นไปกินได้ ไปจนถึง... ให้นึกถึงเด็ก กินข้าวเสร็จ พอตอนเช้ามันต้องมาโรงเรียนนะ มันนอนแล้วไง แต่ผู้ใหญ่น่ะ แต่ตอนเย็น ๆ เขายังกินได้ไง ทำงานอยู่บ้านไงนะ เออ หน้าซีดหน้าเหลือง เป็นลมบ่อน สองพี่น้องนี่ แล้วเป็นฝาแฝดกันด้วยนะคะ เห็นไหม เพราะวัฒนธรรมมันแตกต่างกันไง ร่วมมือเห็นไหมคะ มีความร่วมมือ และพึ่งพาอาศัยกัน ถึงจะเป็นชุมชน เพราะชุมชนจะอยู่ได้ก็คือมันต้องมีความร่วมมือกัน คือถ้าแต่ก่อนน่ะ เล็ก ๆ มีบ้านไม่กี่หลัง พูดคุยกันรู้เรื่องแต่ทีนี้พอ เหมือนที่บอกประชากรมันเพิ่มขึ้นไงคะ พื้นที่มันก็เพิ่มอาจจะมีปัญหาเรืองที่เรื่องอะไรตามมา ถ้ามันไม่เกิดความร่วมมือ ไม่เกิดความเข้าใจ ไม่มีกิจกรรมอะไรที่มาเชื่อมน่ะ มันก็จะเป็นปัญหากันนะ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายร่วมกัน ตั้งอะไรน่ะ เช่น จะทำกิจกรรมทำกิจกรรมหนึ่ง เช่น จะทอดกฐินนะ เพราะเขาบอกไว้ว่าทอดกฐินบรรลุ เพราะเขาตั้งไว้ว่า กฐินปีนี้ ตั้งไว้นะ จะเอากี่กอง กองละร้อย กองละเท่าไรก็แล้วแต่แต่ละบ้าน อย่างนี้ นั่นก็คือมีเป้าหมายว่าจะเอากฐินไปทอดที่วัดนี้ วัดนั้น อย่างนี้นะคะ ให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน หรือทำเหมือนถ้าใน ยุคนี้ ก็จะเริ่ม อย่างที่บอก ก็จะมีกองทุนหมู่บ้านก็จะมีการสร้างกลุ่ม กลุ่มของแม่บ้าน กลุ่มของเกษตรกร กลุ่มอะไรก็แล้วแต่ เพื่นำเงินกองทุนนี่ไปพัฒนาเพื่อให้เกิดการสร้างรายได้ สร้าง...สงเสริมอะไรก็แล้วแต่ ในชุมชนเขานะคะ ก็คือพัฒนาชุมชนลักษณะแบบนี้นะคะ นั่นคือความหมายของชุมชน แล้วที้นี้ แล้วคำว่า "ความเป็นชุมชน" ล่ะ มีชุมชนแล้ว ยังมีความเป็นชุมชนอีก เออ มันจะซับซ้อนอะไรขนาดนั้น ความเป็นชุมชนก็คือมันจะมีอยู่ 4 ลักษณะ เห็นไหมคะ แบบที่ 1 เพราะชุมชนขนาดเล็กที่สุดของระบบในบ้านเรานะ ในประเทศไทย หมู่บ้าน ก็คือเล็ก หมู่ เป็นหมู่ก่อน แล้วค่อยมาเป็นตำบล ตำบลค่อยมาเป็นอะไรคะ อำเภอ อำเภอแล้วอะไรคะ จังหวัดเห็นไหมคะ จังหวัดแล้วค่อยเป็นประเทศ เริ่มจากหมู่บ้านก่อนนะคะ พอหมู่บ้านรวม ๆ กันหลาย ๆ บ้าน ก็คือมาดุแล้วบ้านนี้ มีอาชีพลักษณะนี้ คล้าย ๆ กัน ทำกิน มี... หรือมีทรัพยากรส่วนกลาง เพราะบางที่ เขาจะมี เรียกว่าอะไรนะ ป่าชุมชนนะ บ้านนี้กับบ้านนี้เห็นไหมคะ มีอาณาเขตอยู่ระหว่างป่าชุมชน บ้านนี้ หมู่บ้านนี้ หรือ 4 หมู่บ้านนี้ มีป่าตรงกลาง ก็ใช้ร่วมกัน ก็จะเกิด... รวม ๆ กัน ก็หลาย... ก็แถวบ้านเราโดยปกติหมู่บ้าน 1 ก็จะมี 5 ถึง... 5 หมู่บ้านขึ้นไปน่ะ ก็จะเป็น 1 ตำบลนะคะ มันจะขึ้นอยู่กับอะไร ขึ้นอยู่กับพื้นที่ พื้นที่บริเวณนั้น หรือบริเวณเดิมที่เขาเคยอยู่รวมกันนะ แล้วเขาก็มาตั้ง ตามจพประชากร เพราะตามอะไรน่ะ ระบบราชการต้องมีกี่คน มีรายได้เท่าไร เห็นไหม จากตำบล ซึ่งแต่ก่อน อบต. เป็น อบต. ใช่ไหม ทำไม อบต. ถึงกลายมาเป็นเทศบาล เห็นไหม เทศบาล ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วเทศบาลก็คือตำบลเมื่อก่อนแหละ แต่พอคนเยอะ มีรายได้เยอะขึ้น ระดับของเทศบาลมันจะขึ้นอยู่กับเงิน เงินได้ของคนในชุมชนไง ถ้ามี... เขาเรียกว่ามีรายได้ในเขตนั้นสูงน่ะ จากตำบลมันจะกลายเป็นเทศบาล มันจะยกระดับขึ้น ขึ้นเป็นเทศบาลอย่างนี้นะคะ เมหือนเทศบาล มีเทศบาล เดี๋ยวนี้มีเทศบาลเมือง เทศบาลนครเห็นไหม อย่างเช่น พัทยาน่ะ เขาจะเป็นเทศบาลเมืองพัทยา พัทยากลายเป็นเมืองทั้ง ๆ ที่ความจริงแต่ก่อนพัทยาน่าจะเป็นแค่... ไม่ใช่อำเภอสิ พัทยามันขึ้นกับบางแสนไหม อำเภอน่ะ บางแสนไหม ไม่ใช่อำเภอพัทยานะ เราก็ไม่ใช่โซนแถวนั้น แต่เทศบาลเขา กลายเป็นเมืองไปเลย เป็นเขตเมือง เหมือนบางที่เป็นเทศบาลนครไปเลย คือ มันใหญ่ ระดับมันใหญ่ขึ้น เขาก็มี... มีเขาเรียกว่าอะไร คุณค่าของรายได้ประชากรในเขตนั่นนะคะ เขามารวมกัน ถ้าอย่างนี้เป็นเทศบาลเฉย ๆ ถ้าใหญ่ ๆ ขึ้นมาหน่อย เป็นเทศบาลเมือง ใหญ่ขึ้นมาอีก เป็นเทศบาลนครคือจำนวนเงิน หรือรายได้ที่มีเข้า เพราะอะไร เพราะเทศบาลจะสามารถเก็บภาษีที่ดิน ภาษีป้าย ภาษีโรงเรือนอะไรพวกนี้ได้ไงคะ คือ ถ้าเป็นแต่ก่อนนี่ เหมือน... เหมือนถ้าเป็น อบต. รายได้ยังน้อย เก็บภาษีอะไรบ้าง จำไม่ได้แล้ว เราไม่ทำงานด้านนั้นนะ คือ มันจะมีข้อกำหนดอยู่ ว่าทำไม เอ๊ะ จากบ้านนี้เป็น อบต. ทำไมบ้านนี้เป็นเทศบาลอะไรอย่างนี้นะคะ นี่คือลักษณะ มันจะเริ่มจากขั้นที่เล็กที่สุด ก็คือหมู่บ้าน ต่อมาชุมชนในลักษณะที่ 2 ชุมชนในฐานะกระบวนการประชาชน ชุมชนในฐานะขบวนการ ขบวนการกบฏอะไรพวกนี้นะคะ เช่น กลุ่มไง กลุ่ม... กลุ่มของกลุ่มอาชีพ เพราะบางทีน่ะ กลุ่มท่อน่ะ มันไม่ได้มีกลุ่มเดียว ให้นึกถึงบางทีสกลนครนะ อยู่แถวบ้านนาหัวบ่อก็มี อยู่อะไรนะ ดอนกลอยล่าสุด ดอนกลอยโมเดล อยู่ที่ไหน มีอีก ที่ย้อมคราม วาริศก็มีนะย้อมคราม ทำตะกร้าไม่มี ใช่ไหม สว่างก็ไม่มี แถวโซนมางโคลนยังมี ย้อมครามยังมี และก็โซนในเมืองที่มีก็คือนาหัวบ่แล้วก็เบี่ยงไปหน่อย วานรกับวาริสก็มีเห็นไหม มันจะยังอยู่ในดซนเขต เพราะวาริส พังโคลม เส้นเดียวกันเลยแถวบ้านเราน่ะ พลางโคลนนจะอยู่ตรงกลาง ไปทางอะไรนะ ซ้ายหรือขวา เลี้ยว... ถ้าออกจากบ้านเราเลี้ยวขวาไปไปวานร เลี้ยวขวาไปวาริส โซนนี้ยังมีทำคราม เพราะมัน... มัน การเดินทาง การเชื่อมโยงมันไปถึงกันนะ แล้วก็เส้นจากเรานี่ จะบ้านนาหัวบ่อไป ก็ยังมีอยู่ แล้วก็กระโดดมาฝั่งทางไปอากาศอำนวยก็มีนะ เพราะบ้านดอนกลอยก็ไปทางโซนนั้นใช่ไหมคะ อย่างนี้นะคะ ก็จะอยู่เป็นกระจุก ตามฐานะขบวนการประชาชน นั่นก็คือขบวนการที่กลุ่ม หรือประชาชนทำน่ะ เห็นไหม ชุมชน ในฐานะขบวนการประชาชน และลักษณะต่อมา ชุมชนในแนวมนุษยนิยมหรือชุมชนเชิงอุดมคติ เชิงอุดมคติก็คือเป็นลักษณะไหน เดี๋ยวอธิบายให้ฟังนะคะ นี่ ไอ้ชุมชนในแบบที่ 2 นี่ มันเกิดจาก ในนี้นี่ เขายกตัวอย่าง ชุมชนที่เกิดจากอุดมการณ์เชิงอำนาจที่เกิดขึ้นในสมัยก้่อน แถวบ้านเรา เคยได้ยินหรือเปล่าไหม ไม่รู้ เด็กรุ่นนี้ คอมเไม่รู้ไอ้นี่ ไอ้ที่นั่ง ๆ เรียนนี่ ได้ยินคำนี้ไหม เพราะสกลนครก็ถือว่าเป็นเขตหนึ่งของคอมมิวนิสต์นะคะ สกลนคร นครพนม เพราะอะไร ให้นึกถึงตามแนว แนวเทือกเขา เพราะพวกกลุ่มคอมมิวนิสต์จะหลบอยู่พวกตามนี้ ชุมชนตามขบวนการประชาชนลักษณะนี้นะคะ อันนี้ ลักษณะที่ 2 นี่ เพราะเกิดขึ้นจากความสำนึกของกลุ่มที่อยู่ ว่าเหมือนไม่ได้รับการ... เขาบอกคอมมิวนิสต์เกิดจากการไม่ได้รับความเป็นธรรมใน... ในเชิงของรัฐบาลหรืออะไรน่ะ ในยุคก่อนน่ะ ในมุมมองน่ะ คอมมิวนิสต์เหมือนชุมโจรเลยนะคะ แต่ความจริงแล้ว เขาเป็นกลุ่มขบวนการที่ต่อสู่กลุ่มขบวนการที่ต่อสู่เพื่อเรียกว่าอะไร เอกราชหรืออะไรพวกนี้นะคะ มันเป็นวิกฤติที่เกิดความขัดแย้งกันขึ้น เราก็ไม่รู้เหตุหรอกนะ เพราะเป็นเรื่องที่เกิดมานาเดี๋ยวนี้ก็ไม่มีแล้วนะคะ นี่ก็คือลักษณะขบวนการ ทีนี้มาดูในลักษณะที่ 3 เพราะเราไม่มีแล้ว เราก็จะข้ามข้อนี้ไป ชุมชนในแนวมนุษยนิยม หรือชุมชนเชิงอุดมคตินะคะ ชุมชนในลักษณะนี้เกิดจากมิตรภาพ ความ... ความผูกพันหรือวัฒนธรรมน่ะค่ะ ประเพณีของชุมชนนั้น ๆ คือเป็นชุมชนที่มันไม่ปรากฏชัดน่ะ เหมือนบางทีมันเป็นความแตกต่าง ระหว่างชุมชนในยุคโบราณกับ... มันก็น่าจะเป็นเหมือนความ... ความคิดเห็นของกลุ่มคนรุ่นเดิมกับกลุ่มคนรุ่นใหม่น่ะค่ะ มันก็เลยมีชุมชนในเชิงอดมคติ มัน... เด็กรุ่นใหม่อยากมีการพัฒนา มันก็อยากเห็นบ้านตัวเองเป็นอย่างนั้นอย่างนี้นะ แต่คนรุ่นโบราณก็ยังยึดติดสิ่งเดิม ๆ อะไรอย่างนี้ ตัวนี้ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรมในบ้านเรานะคะ แต่ถ้าเป็นต่างประเทศก็จะเห็นชัดนะ เหมือนประเทศใหญ่ ๆ เช่น สหรัฐอเมริกาเขาก็จะมีชุมชนในอุดมคติ เหมือนเช่นพวกหมู่บ้านดาราอย่างนี้เห็นไหม ก็จะเป็นโซน โซนนี้ก็จะเป็น บ้านนี้ก็จะเป็นบ้านดาราไปเลย เมืองของดาราอะไรอย่างนี้ เป็นอุดมคติของคนเป็นนักแสดง เป็นอะไร ในลักษณะนี่ เป็นมุมมองที่... จะอธิบายและเห็นได้ชัด ความแตกต่างเลยว่าหมู่บ้านดาราก็จะเป็นแบบนี้ไป ประมาณว่ามีแต่ดาราอยู่น่ะ อย่างนี้นะคะ เหมือน Hollywood เปแไปเลยนะคะ หรือ... เหมือนโรงเรียน ให้นึกถึงโรงเรียน อย่างโรงเรียนก็ยัง ก็ยังแบ่ง... แบ่งระดับเลยใช่ไหมคะ โรงเรียนมัธยมในเมือง เขตการศึกษานี้กับเขตการศึกษานี้ มีความแตกต่างกัน เพราะเดี๋ยวนี้โรงเรียนก็มีการแข่งขันกันสูง โรงเรียนในอุมคติของผู้ปกครอง อยากให้ลูกไปเขาโรงเรียนนี้ เพราะอะไร นั่นนี่นู่น เห็นไหม เพราะอุดมคติมันขึ้นอยุ่กับความคิดตัวบุคคลน่ะค่ะ หรือความ... เขาเรียกว่าอะไรน่ะ ความต้องการที่จะเห็นที่จะทำให้เกิดหรือหรือต้องการให้สิ่งที่มาส่งผล หรือบรรลุกับสิ่งที่เขาต้องการอย่างนี้นะคะ ในลักษณะนี้ มาดูตัวที่ 4 ชุมชนในรูปแบบใหม่หรือชุมชนเสมือนจริง เราอาจจะยังไม่เห็นนะคะ ก็คือชุมชนนี้ มนัจะเป็นการนำเทคโนโลยี นำเทคโนโลยีในยุคใหม่ ๆ มาใช้ บ้านเราอาจจะยังมองไม่ค่อยเห็น เพราะเหมือนต่างประเทศนี่ ไอ้อะไรนะ ระบบบ้านอัจฉริยะเขาก็มีแล้วนะ เช่น ถ้าใครเคยดูโฆษณาของผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าตัวหนึ่ง Hiaer หรืออะไรน่ะ บอก... อาหารในตู่เห็นมีอะไรบ้าง จะหมดอายุวันไหน สั่งซื้ออะไร จะสั่งไหม เห็นไหม นั่นก็คือรูปแบบใหม่ ก็คือเป็นชุมชนที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในชีวิตประจำวันนึกออกนะ เป็นชุมชนเสมือนจริง คือบางอย่งาน่ะ อย่างอะไร เขาเรียกว่าอย่างไรไม่ได้ใช้คนเลย อันเห็นได้ชัด เหมือนตอนนี้ผู้ประกาศข่าว ใช้ AI ใช่ไหมคะ ผู้ประกาศข่าว อย่างช่อง... ช่องทีวีดิจิทัลบางช่องน่ะค่ะ ถ้าดึก ๆ มา เขาไม่ได้จ้างคนดำเนินรายการนะ เขาก็จะใช้ AI มาอ่านข่าว ป้อนข่าวเข้าไป แล้ว AI มาอ่านข่าว อย่างนี้เป็นต้นนะคะ นั่นก็คือเห็นไหม มันจะเป็นชุมชนรูปแบบใหม่เลย นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ มช้เกือบทุก ๆ ด้านแล้วนะคะ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ทีนี้โจทย์ก็คือชุมชนที่เราจะทำนี่ ชุมชน มันอยู่... ให้นึกถึงหลักการง่าย ๆ การจะทำอะไรกับชุมชนนี่ จากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเราก่อน ถูกไหมคะ แล้วมันค่อยกระจายออกไป และเราก็เอาใกล้ ๆ เรานี่แหละ ไม่ต้องไปไกลนะคะ เพราะฉะนัน้ มันก็ต้องสื่อถึงกลุ่ม หรือกลุ่มเป้าหมายที่เราจะนำไปใช้ อยู่ใกล้ ๆ เราเพราะอะไร เราจะได้ทำการเก็บข้อมูลได้ ไปลงพื้นที่ได้ง่าย อย่างนี้เป็นต้นนะคะ หาข้อมูลได้ง่าย หาความร่วมมือได้ง่าย เพราะฉะนั้น มันก็จะอยู่ในชุมชนนั่นเองนะคะ ทีนี้มาดูเทคโนโลยี ประเภทของเทคโนโลยีที่สามารถนำไปบูรณาการในชุมชน อันนี้จะพูดถึงเทคโนโลยรทั่ว ๆ ไปนะคะ ใน 3 ตัวข้างล่าง ที่มีเกี่ยวกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ก็คือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มาดูที่ตัวแรกก่อน ตัวนี้ อันนี้ยกตัวอย่างนะคะ หมู่บ้านสารสนเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ตัวนี้ ก็คือนำข้อมูล เห็นไหมคะ เขาบอกไว้ว่าให้ดูตัวอย่างนะคะ มันเป็นงานของหน่วยงานนี่ คือ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอรัฐภูมิ ผู้บูรณาการ ก็คือพัฒนาชุมชน เห็นไหมคะ กับบ้านหนองอ้น หมู่ที่ 4 เห็นไหม ตำบลกำแพงเพชร จังหวัดสงขลา เขาทำอะไรล่ะ เขาทำสารสนเทศ เพื่อจะใช้ในการพัฒนาชุมชน โดยออกแบบระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการชุมชนนะคะ วัตถุประสงค์ของเขา ก็คือพื่อให้ชุมชนเกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล ตระหนักถึงประโยชน์ของข้อมูล และนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ และมันก็จะเชื่อมโยงไปยังจังหวัดได้ อำเภอได้ หมู่บ้านได้นะคะ เห็นไหม สิ่งแรกที่เขาจะทำ คือสร้างความเขา้ใจร่วมกันก่อนเห็นไหมคะ การบูรณาการ บอกแล้ว ต้องมีความร่วมมือ ก่อนจะร่วมมือได้ มันต้องทำความเข้าใจก่อน เสร็จแล้วมาทำอะไรต่อ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ แล้วก็มากำหนดความต้องการเห็นไหม เพราะการที่จะไปเอาข้อมูลไม่ใช่อยู่ดี ๆ ไปเอามา เขาต้องเต็มใจให้ด้วย มันก็ต้องมีการกำหนดความต้องการก่อน อยากรู้ข้อมูลอะไร ต้องการใช้ข้อมูลอะไรนะคะ แล้วก็จัดทำสารสนเทศเห็นไหมคะ จปฐ. ข้อมูลการจำเป็นพื้นฐาน กชช .ตัวย่อมากเลย ข้อมูลทางรัฐบาลนี่นะคะ ก็จะเก็บข้อมูลพื้นฐานนี่ มีเก็บข้อมูลอยู่แล้ว สำนักงานพัฒนาชุมชนนี่ เขาจะเป็นคนเก็บข้อมูลพื้นฐานแต่ละหมู่บ้าน บางทีเขาไม่ลงเก็บเอง เขาก็จะมีผู้ใหญ่บ้านไง ก็จะมีผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านแล้วก็กำนันนะ ผู้ใหญ่บ้านก่อน ผู้ใหญ่บ้านเก็บรวบรวมไปให้กำนันใช่ไหมคะ ผู้ใหย่ กำนัน แล้วก้อำเภอ เห็นไหมคะ หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ วิเคราะห์ปัญหา ใช้เวทีประชาคม จัดลำดับเร่งด่วน เลือกรูปแบบสารสนเทศ อาจจะทำเป็นเอกสารแผ่นพับ ป้ายแสดงข้อมูลของเราอาจจะ...นี่เห็นไหม บอกกระทั่งที่ตั้ง อยู่ตรงไหน อะไรอย่างไร นี่ ข้อมูลของหมู่บ้านต้องรู้อย่างนี้นะคะ เพื่อจะ... เห็นไหม มีจำนวนประชากรเท่าไร คน พูดถึงจำนวนประชากร เพศ อายุ เพราะอันนี้จะทำให้รู้ว่ามีเด็กเยอะไหม มีคนแก่เยอะไหม จนกระทั่งโรงเอื่น ๆ ตามนะคะ ข้อมูลอื่น ๆ ตามมานะคะ กลุ่มประชากร การรวมกลุ่มของประชากร มีอาชีพอะไรบ้างเห็นไหมคะ กลุ่มออมทรัพย์ เห็นไหมคะ การบริการขั้นพื้นฐานอะไร มีถนนลาดยาง ถนน ทสร. ถนนลูกลัง ต้องสำรวจมาหมด ข้อมูลหมู่บ้าน อันนี้ คือ ถ้าเราทำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เรามาใช้จากเดิมนี ่เก็บมาเป็นเอกสาร เวลาค้นก็จะยาก เวลาเปิดหาข้อมูล แต่ถ้าเราทำเป็นฐานข้อมูล ใช้ข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศ ก็คือเอาข้อมูลมาเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์นี่ คอมพิวเตอร์ก็จะช่วยในการเก็บรวบรวมวิเคราะห์ แล้วก็ประมวลผลได้ จากเดิมนี่ มีเท่านี้ เพิ่มขึ้นมาแล้วกรอกตรงไหนอะไรอย่างไร ใช่ไหม เหมือนข้อมูลสัตว์อะไรอย่างนี้ เพราะสัตว์เดี๋ยวนี้ก็มันก็จะเริ่มมีโรค โรคของสัตว์ต่าง ๆ เข้ามานะ อย่างเช่น ไก่ เหมือนช่วงหนึ่งที่ไข้หวัดนกระบาดนี่เห็นไหม เพราะเขาก็ต้องเช็กเลย แต่ก่อนไม่มีการเช็ฏไงว่า บ้านนี้เลี้ยงไก่ เห็นไหม เมื่อก่อนบางบ้าน ทั้งไก่ ทั้งหมู ทั้งวัว เลี้ยงอยู่ในไหน ในบ้าน ใต้ถุนบ้าน พอยุคใหม่เข้ามาเขาไม่ให้เลี้ยง เพราะว่าอะไร เพราะว่า 1. สุขอานัมนะ เพราะไม่อย่างนั้น มันจะส่งกลิ่นใช่ไหมคะ แล้วก็อุจจาระ แล้วก็เชื้อโรคอะไรตามมา ก็เลี้ยงในบ้านไม่ได้ เจ้าก็ต้องเอาไปเลี้ยงในที่นาเจ้าแล้ว ถ้าจะเลี้ยง ก็ทำเป็นอะไรนะ ต้องมีคอก มีโรงเรือนให้เรียบร้อยนะคะ คือแต่เดิมมันไม่มีไง แต่เดี๋ยวนี้พอเริ่มมีสัตว์มันก็เริ่มมีโรค แล้วประชากรอยู่เยอะ แต่ก่อน มันมีแค่ หมู่บ้านมี เพราะบางบ้านไม่ได้เลี้ยง ก็จะมีอยู่ไม่กี่บ้านเลี้ยง แต่เดี็วยี้ เหมือน... โคขุน โคขุนโพนยางคำ การเลี้ยงโคมันก็มี มันก็มีเพิ่มขึ้น เหมือนพอเห็นบ้านนี้เลี้ยงเลี้ยงแล้่วมีรายได้ดีขึ้น บ้านต่อ ๆ มา อยากเลี้ยงตาม มันก็ต้องมีการควบคุม มันเยอะขึ้นนี่ โอกาสการเกิดโรคระบาดน่ะ มันมีสูง เขาก็ต้องมีการระวังถึงขั้นทำโรงเรือน ไม่ใช่ทำแบบ ถ้าเป็นแต่ก่อนทำอะไรนะ ทำหลังคามุม เดี๋ยวนี้พื้นโรงเรือนมันก็ต้องเท ต้องมีการล้างทำความสะอาดอะไรอย่างนี้ ต้องมีข้อกำหนดควบคุมนะ ต้องมาขึ้นบัญชี ขึ้นทะเบียนกับกรมปศุสัตว์ ถ้าเกิดโรคระบาดมา เขาก็จะไปจัดการได้ทัน เขาก็จะได้รู้ว่าบ้านนี้มีวัวกี่ตัวอะไรอย่างนี้ เขาก็จะได้เตรียมวัคซีนอะไรไปฉีดนะ เพราะว่าถ้า... ถ้ามาค้นจากเอกสารกระดาษอย่างนี้ คือแค่บ้านเดียวไม่เท่าไร แต่อย่าลืมว่า เมื่อคนมันเริ่มเยอะขึ้น ข้อมูลมันก็เริ่มเยอะขึ้นตามมานะ มันหลายบ้านอย่างนี้ ถ้าเกิดจังหวัดนี่ มีพื้นที่ 1 เป็นน่ะ มันก็ต้องเช็กได้ มีตรงไหนอีกที่เลี้ยงวัวเยอะขนาดนี้ เพราะอะไรอย่างนี้ เพราะมีช่วงหนึ่งที่ โรคอะไรนะ ปากเท้าเปื่อยวัวมันมาน่ะ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ กรมปศุสัตว์เขาก้ต้องมาดูข้อมูล มารู้ข้อมูล ไปเก็บข้อมูลพวกนี้ได้นะคะ นั่นก็คือเราก็สามารถนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เราไปช่วยเรื่องพวกนี้ได้นะคะ อันนี้ อันนี้ตัวอย่างที่ใช้สารสนเทศนะคะ ก็คือเอาข้อมูลมาจัดเก็บในรูปแบบที่สะเวดที่สะดวกแล้วก็นำไปใช้งานได้ง่าย มาดูหัวข้อต่อมา ไปไหนแล้ว สไลด์ผมไปไหนแล้ว ไม่ใช่ มาอันนี้เหรอ อันนี้ ปิดไปแล้ว เผลอปิด โอเค เมื่อกี้ถึงข้อนี้ แย่แล้ว เปิดผิด ชีวิตเปลี่ยนเลยนะ มาดูเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรกรรมการนำเทคโนโลยีไปใช้ในเกษตรกรรมมีอะไรบ้าง เหมือนที่ถาม ที่เคยเห็น มาดูนะคะ เขาบอกมีอยู่ 10 ตัว ตัวแรกเลย โดรน เห็นไหม ร้าน... ร้านขายอุปกรณืการเกษตรก็จะติดกับคูโบต้า อะไรนะ คูโบต้าเพื่อการเกษตร เขาจะเขียนอย่างนี้เลย โดรนเพื่อการเกษตร เห็นไหม เอาไว้ใช้ทำอะไร โดยส่วนมาก จะใช้ยาฆ่าแมลงนะ พ่นยานะคะ โรงเรือนอัจฉริยะ คืออะไร ก็คือควบคุมระบบอุณหภูมิ เหมือน... เหมือนที่ทำ IOT เอาอันนี้เข้าไปช่วยก็ได้นะคะ ที่เราเคยทำ เพราะมันจะมีเซ้นเซอร์วัดความชื้นใช่ไหมคะ เพราะว่าต้นไม้นี่ ถ้าความชื้นน้อย นั่นก็คือน้ำ น้ำที่รดน่ะ ไม่พอใช่ไหม เราก็สามารถกำหนดได้ สามารถเช็กได้ว่าต้นไม้แต่ละชนิดชอบปริมาณความชื้นเท่าไน นั่นก็จะส่งผลให้อะไรการทำลักษณะนี้นะคะ 1. ทำเป็นโรงเรือนนี่ ลดปัญหาแมลงนะ แมลงศัตรูพืช เขาเรียกว่าอะไรน่ะ ผลผลิตหรือคุณภาพ เพราะพอ พอไม่มีแมลงนี่ ใบมันก็จะสวยถูกไหม ใบของ... แล้วก็พอการรดน้ำให้ปุ๋ย ถ้าเป็นโรงเรือนอัจฉริยะดูแลกระทั่งแสง น้ำ อาหารนั่นก็คือปุ๋ยนะ แมลงมันไม่มีอยู่แล้ว เพราะมันเป็นห้องแบบปิด เพราะฉะนั้น การเจริญเติบโต ก็จะเจริญเติบโตได้ดี เพราะพอเวลาให้ปุ๋ย มันก็จะให้ปุ๋ยอัตโนมัติอย่างนี้นะคะ ตั้งเวลาได้ หรือน้ำก็เหมือนกัน คนไม่ต้องเข้าไปดู คนแค่สั่งไว้ หรือเข้าไปดูบ้างได้เป็นบางครั้ง แต่ไม่ถึงต้องดูแลตลอดเวลา อย่างนี้นะคะ ตัวต่อมาโรงงานผลิตพืช ตัวนี้เขาใช้ในการแก้ปัญหาพื้นที่น้อย ให้นึกถึงใน... ในเมืองใหญ่ ๆ น่ะ พื้นที่ทำเกษตร หรือ... หรือประเทศที่เป็นเกาะ เช่น ไต้หวัน อะไรอีกเกาหลี ญี่ปุ่นอย่างนี้นะ เป็นเกาะ เป็นเกาะแล้วเกาะดันมีขนาดเล็กอีกน่ะ พื้นที่เกษตรเขามีน้อย เขาก็จะทำโรงงานผลิตพืช ในลักษณะนี้ เพราะอะไร เห็นไหมคะ มันจะเป็นคอนโดทำเป็นชั้น ๆ น่ะ มันก็จะประหยัดพื้นที่นะ คือเหมือนบ้านเราน่ะ ปลูกผักเห็นไหม แปลงหนึ่งเหมือนหมดฤดูทำนาน่ะ ไปดูเลย เห็นได้ชัดแถวทางด้านพังขว้าง เพราะบ้านพังขว้างเขาจะมีคลองส่งน้ำนะ คลองทางกว้างน่ะ น้ำจากในจากเขื่อนนะ เขาก็จะมีคลองส่งน้ำนี่ พอช่วงหลังหน้านา เขาก็จะอะไรน่ะ เขาเรียกว่าอะไร ไถ ไถแล้วปรับที่นาน่ะ ให้เป็นแปลงปลูกผักพอช่วงหน้าหนาวน่ะ พังขว้างก็จะมีผักออกมาขายนะคะ ตลอด พื้นที่บ้านเรามันเยอะ เพราะฉะนั้น มันก็ไม่ต้องมาทำเป็นชั้น ๆ แบบนี้ ก็ปลูกตามแปลงนาเลยตามธรรมชาติยกร่องขึ้นแล้วก็เอาเมล็ดลงเพาะเพราะอย่างนี้นะคะ ก็บางที่ก็เริ่มทำแบบผักปลอดสารพิษบ้างแล้ว เพราะพืชบางอย่างมันก็ต้องพึ่งยาฆ่าแมลง มันไม่ได้ แมลงมันเยอะ เพราะของเราเป็นการปลูกผักแบบเปิด ประเทศไทยน่ะ เพราะพื้นที่เยอะ มีพื้นที่เยอะ มันกว้าง ๆ แล้วไปทำโรงเรือนก็เสียเงินเยอะ ก็ปลูกแบบเปิดไปเลยนะคะ อย่างนี้เป็นต้น AI ตรวจสอบสายพันธุ์ และคุณภาพของข้าง ใช้ AI เช็ก ไม้ต้องใช้คนตรวจ เอาแค่รูป เอาข้าวใส่ลงไป มันถ่ายรูป วิเคราะห์ประมวลผลออกมาแล้ว เพราะลักษณะข้าวน่ะ ข้าวเม็ดดี ๆ สวย ๆ เม็ดเล็ก เม็ดใหญ่ ให้นึกถึง AI จะตรวและก็ประมวลผลออกมาอย่างนี้ แล้วแต่กำหนดค่าไว้นะคะ ไว้นะคะ มีแอปตรวจสุขภาพข้าว มีไลน์บอกโรคข้าว แค่ถ่ายรูปนี้เข้าไป เห็นไหม ก็จะรู้เลยว่าข้าวเป็นโรคอะไรขณะนี้ มีวิธีการแก้ปัญหา เขาสร้าง พัฒนาแอปมานะคะ ต่อมา ดาวเทียมกับ Digital Platform ใช้ทำอะไร อาจจะใช้ตรวจสภาพอากาศใช่ไหม เพราะฝน เหมือนถ้าช่วง... ช่วงที่ฝนตกชุกน่ะ ถ้าที่ไหนเขาปลูกผักน่ะ สังเกตผัก ไม่ใช่ราคาถูกนะ กลายเป็นราคาแพง เพราะอะไร เพราะ 1. พอฝนตกมาก ๆ น่ะ ผักมันเน่าได้ ผักบางชนิดมันไม่ได้ชอบน้ำเยอะมากไง มันก็จะใช้ดาวเทียวพวกนี้มาใช้ตรวจสอบสภาพอากาศอะไรอย่างนี้ ช่วย และก็มีแอปเพื่อการแจ้งเตือนอะไรอย่างนี้นะคะ อันนี้บอกว่ามันใช้ความสามารถของดาวเทียม เป็นดาวเทียมตัวใหม่ของไทย เพื่อจำแนกระบุสิ่งที่คลุมอยู่บนพื้นผิวโลก ตรวจสอบข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน ชื่อว่าแปลงเพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของพืช แจ้งเตือนสภาพอากาศ ภัยแล้ง น้ำท่วม เห็นไหมคะ ก็คือแอปยี้ก็จะคอยเตือนว่าช่วงนี้มีฝนนะ ไว้นี่ บางทีวางจะเก็บเกี่ยว แต่บางทีฝนตก อาจจะต้องตัดก่อนอย่างนี้ มันก็จะแจ้งเตือนไง ว่าสัปดาห์หน้าฝนตกชุกนะ ถ้ามีเขาก็จะใช้วิธีการแจ้งผักนะ ก็ลักษณะการเดียวกับไอ้การปลูกผัก โรงงานปลูกผักนั่นแหละ ก็คือแต่เดิม เวลาปลูกไฮโดรโปนิกส์นะ เป็นยาว ๆ ไป ใช่ไหมคะ ทำเป็นรางยาว ๆ เดี๋ยวนี้ทำเป็นแนวตั้งจากบนลงล่างนะคะ เปลี่ยนรูปแบบ พื้นที่ก็จะน้อยลง แต่ปลูกได้ปริมาณน่าจะเยอะขึ้น ปลูกได้ปริมาณน่าจะเยอะขึ้น ใช้พื้นที่น้อยและปลูกได้เยอะขึ้นอย่างนี้เป็นต้นนะคะ กระถางย่อยสลายนะคะ เห็นไหม เพราะอะไร บอกแล้ว ใช้เทคโนโลยีอย่างยั่งยืน ที่บอกนะ แต่ก่อนนิยมใช้กระถางพลาสติกสลายเขาก็เริ่มผลิตกระถางที่ย่อยสลายได้ก็คือพอปลูก ๆ ไป อายุมากขึ้น เพราะต้องไม้บางชนิด ต้องปล่อยกระถางบ่อย ๆ นะคะ เพราะว่าพอต้นมันใหญ่ขึ้น มันจะอยู่ในกระถางเล็ก ๆ ไม่ได้แล้ว มันจะโดนจำกัดการเจริญเติบโตนะ ก็ต้องเปลี่ยนกระถางน่ะ บางที แล้วกระถางเดิม บางคนไม่ไช้ก็ทิ้งเป็นขยะนะคะ ก็นำเทคโนโลยีมาช่วยในการพัฒนาอย่างนัลด ลดขยะ ที่เป็นพลาสติกนะคะ การปรับปรุงพืชให้เป็นพันธุ์ไร้เมล็ด อย่างนี้เป็นต้นนะคะ แตงโมไร้เมล็ดนี้ เห็นมากแล้ว และก็เพาะเนื้อเยื่อ เพาะเนื้อเยื่อนี่ดีอย่างไร ให้นึกถึงว่า ถ้าเป็นสมัยก่อน การขยายพันธุ์พืช โดยการตอนหรือชำกิ่งอะไรพวกนี้ มัน... บางทีเขาบอกว่าบางทีพืชจะกลายพันธุ์ปลูกจากเม็ด ทีนี้ถ้าปลูกจากเม็ด มันจะช้า แล้วบางทีอาจจะตายระหว่างก่อนจะเจริญเติบโตได้นะคะ แต่ถ้าเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนี่ มันจะอาศัยการนำเนื้อเยื้อชิ้นส่วนของพืชที่เราจะปลูกนะ นิดเดียวนะ แล้วเอามาเขาเรียกว่าอะไรล่ะ เอามาเพาะ เพาะเลี้ยงแล้วก็กลายเป็นต้นพันธุ์ เขาบอกว่าการเพาะเนื้อเยื้อจะทำให้เหมือนต้นพันธุ์ ต้นทัน ต้นฉบับ เกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปว่าอย่างนั้นเถอะ มันจะไม่เหมือนตอนกิ่งและกลายพันธุ์ เช่น อาจจะเล็กอะไรอย่างนี้ หรือแคระแกร็น เราไม่รู้ว่ากิ่งมีความสมบูรณ์ไหม เป็นโรค เป็นอะไรไหม อย่างนี้เป็นต้นนะคะ แล้วมันทำได้ปริมาณเยอะ เพราะถ้าตอนกิ่งนี่ กิ่งยังไม่ได้ขนาด มันก็ตอนไม่ได้นะ เวลาเราจะตอนกิ่งต้นไม้ บางทีต้นไม้บางชนิดนะ มันมีกิ่งนิดเดียว ใช่ มันก็ไม่สามารถตอนได้ง่าย ๆ อย่างนี้นะคะ เพราะฉะนั้น การเพาะเนื้อเยื่อนี่ เป็นการขยายพันธุ์พืชอีกวิธีทางหนึ่ง การ... เขาเรียกว่าอะไรน่ะ สะสม สะสมแล้วก็ใช้พัฒนาสายพันธุ์ได้ด้วย เพราะบางทีบางคนลอง เวลาเอามาขยาย เอาไปผสมพันธุ์กับตัวนั้น ตัวนี้อย่างนี้นะคะ ที่เรียกว่าสายพันธ์ Hหรือสายพัเพาะเนื้อเยื่อนี่เข้ามาช่วย นะคะ นั่นก็คือใน... ในเชิงกระบวนการเกษตรในบ้านเราที่เห็นบ้างแล้วนะคะ ที่เห็นบางแล้วนะ เหมือนเพาะเนื้อเยื้อก็มี ถ้าช่วงโควิดจะเห็นมีอะไรล่ะ มอนเตอร์ลาร์ เพาะเนื้อเยื่อมันจะทำให้ได้บริเวณมาก เพราะว่ามอนสเตอณ์ลา 1 ใบ กว่าจะแตกใหม่นี่ ใช้เวลาเป็นเดือน เหมือนแม่เลี้ยงไจแอนท์ไว้ กว่ามันจะครบฟอร์ม มีแฉก มีแฉก แล้วก็มีรู ก็น่าจะซื้อมาช่วง Covid ปี 2560 เพราะจำได้ว่าไป ...ไปเรียนปี 2560 ไปขอนแก่น ไปส่งพี่พริ้วแล้วซื้อมา ปี 2560 เพราะฉะนั้น ปี 2567 ตัวที่โตที่สุด ก็คือฟอร์มครบหมด 5 ลักษณะแล้วนะคะ ใช้เวลาถึง 7 ปี ใบก้จะใหญ่กว่าตัวแม่... กิ่ง ก้านใบ ก้านใบ 1 ก้านนี่ ใหญ่เท่าแทนนี่เพื่อรองรับใบที่มีขนาดใหญ่ ใช้ระยะเวลา 7 ปี ในการเลี้ยง คือ 7 ปีนี่ มันได้ออกมาแค่ เดี๋ยวนะ แยก... แยกเขาเรียกว่าอะไรล่ะ แยกข้อ แยกข้อ 1 2 ถ้าจำไม่ผิดน่าจะแยกไว้ 3... 5 5 ข้อนะคะ ไอ้ตัวโตสุด ที่จากต้นแรก ได่ฟอร์มตอนนี้ 7 ปี ตัวแยกอิ่น ๆ ก็ยังฟอร์มแค่ ตอนนี้เยอะสุดน่าจะฟอร์มฉีก ก็คือแยกจากตอนไอ้ตัวที่มันโตขึ้นมา แล้วมันฉีกนี่ เกือบ3 ปี น่ะค่ะ และแอนเตอร์ลาไอแจนนี่ กว่าจะได้ใบใหม่นี่ ไอ้ตัวโตสุดนี่เกือบ 3 เดือนนะคะ แม่ถึงได้ใบใหม่ พึ่งตัดข้อมันไป 3 ข้อ ล้วน ๆ ใบ ๆ นี่ ให้ใหม่นี่ เพราะไอ้ใบที่มันแตกออกมา 1 ใบน่ะ คือแตกแล้วต้องรอเวลา ครบ 1 เดือน ใบมันถึงจะเขียว ใช้เวลาเป็นเดือนเลยนะคะ จะแยก คือ 3 เดือนจะได้แยกต้นใหม่ออกมาได้ทีหนึ่งนะคะ ใช้เวลานานอยู่นะคะ ต้นไม้บางชนิด เหมือนมะม่วงน่ะ ถ้าเราปลูกจากเม็ดพันธุ์ กว่าเราจะได้กินเมล็ดมันน่ะ ไม่ใช่เมล็ดสิ กินผลนี่ ก็ต้อง 3-5 ปีขึ้น คือต่อให้เร่งอะไรนะ เร่งปุ๋ยเร่งน้ำอย่างไร ขนาดมันน่ะ บางทีตอนกิ่งมา จากกิ่งที่โตแล้วหน่อย แต่ตอนมาบางทีรสชาติที่มันออกมาน่ะ เขาบอกว่ามันกลายพันธุืไง มันควบคุมไม่ได้ มันจะออกเปรี้ยวอะไรอย่างนี้ ถ้าเป็นเนื้อเยื่อเขาบอก แต่เนื้อเยื่อก็ต้นเล็กนิดเดียวกว่าจะโต แต่พอโตแล้วมันจะโตเร็ว เพราะบางทีเขาบอกว่าเนื่องจากไปเอาเยื้อที่มันเป็นต้นที่โตสมบูรณ์แล้ว มันก็จะโตขึ้นเร็วหน่อยเขาว่าอย่างนั้นนะคะ นี่คือทางด้านการเกษตร พอเปิดลิงก์เข้ามามัน... มาดูเทคโนโลยีในด้านที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพนะคะ แต่ก่อนก็ไม่มีหรอก แต่เดี๋ยวนี้ เขาบอกว่า เพราะมี สว. เยอะขึ้น ผู้สูงวัยเยอะขึ้น ปัญหาสุขภาพก็ตามมา เทคโนโลยีที่เขานำไปใช้ในชุมชน ก็คืออันนี้เป็นงานวิจัยนะคะ เทคโนโลยีการนำนวัตกรรมมาใช้ในการดูแลสุขภาพในทุกบ้าน ก็จะมีเป็นแอปพลิเคชันนั่นเองนะคะ เพื่ออันนี้เป็นทีมหมอเลยนะ พัฒนา คระแพทย์ศาสตร์ แล้วก็คณะวิศวกรรมการแพหลักการและเหตุผล บอกว่าอันนี้เขาทำเป็นนวัตกรรมการบูรณาการการเรียนการสอน การจัดหาเทคโนโลยีสุขภาพนะคะ ก็คือจะเอาทักษะการพยาบาล การใช้ทักษะอุปกรณ์ต่าง ๆ นี่ การบริการให้เช่า หรืออะไรต่าง ๆ นี่ มาทำเป็นระบบน่ะค่ะ ทำเป็นระบบในการ... สร้าง... สร้างการบริการที่เกี่ยวกับการให้เช่า การบริการ การอะไรต่าง ๆ กับนักศึกษาที่เหมือนเพื่อจะเอาไปบริการ ส่งเสริมสุขภาพในชุมชนนะคะ ก็คือนักศึกษาจะสามารถนำระบบสุขภาพนี่ ไปใช้ได้ เห็นไหม ทำเป็นระบบข้อมูลสุขภาพ ทำเป็นระบบคัดกรองวิเคราะหืความเสี่ยงโรคหัวใจนวัตกรรมหมอน ทำเป็นหมอนอะไรพวกนี้เขาก็มาสร้างองค์ประกอบอะไรอย่างนี้ เกี่ยวกับสุขภาพค่ะ ไปเรื่อย ๆก็เลยเป็นชื่อมาว่า เทคโนโลยีสุขภาพสู่ชุมชนเห็นไหมคะ แพทย์ก็เข้ามา ทางด้านการแพทย์เห็นไหม เป็นการผนวกเอาศาสตร์ทางการแพทย์ มารวมกับเทคโนโลยีดิจิทัล หรือคอมพิวเตอร์และตัวต่อมา เทคโนโลยีพลังงานทด... พลังงานทดแทน ทำไมถึงต้องมีพลังงานทดแทนเนื่องจากที่บอกแหละ เพราะคนมันเยอะขึ้น การใช้พลังงานมันก็... เหมือนเดี๋ยวนี้ราคาน้ำมันมันถึงแพง เกิดจากภาวะสงครามที่บอก และภาวะการใช้พลังงานสูงขึ้น เห็นไหมคะ รถ ถึงได้มีการผลิตรถไฟฟ้า อย่างเช่นของ Tesla ที่มีหลาย ๆ ตัว เช่น VYB ทดแทนอะไร เพื่อเอามาทดแทนพลังงาน น้ำเชื้อเพลิงใช่ไหมคะ จะเอาออกมาได้ ต้องขุด ขุดน้ำมะันดิบขึ้นมา จากน้ำมันดิบ เราก็เอามากลั่นเพื่อมาแปลงเป็นน้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซินต่าง ๆ นั่นแหละ ที่แยกประเภท B1 B2 อะไรก็ว่าไปนะคะ ทีนี้ ทีนี้ เนื่องจากพลังงานนี่ ที่นำออกมาใช้นี่ บางทีมันผลิต เพราะกว่ามันจะสร้างตัวออกมาเป็นน้ำมันดิบได้นี่ มันไม่ใช่ว่า ปี 2 ปี มันจะได้นย้ำมัน สะสมของพวกนี้มาเป็นร้อย ๆ พันปีนะ เพราะฉะนั้น มันหมดไป มันก็ต้องใช้วิธีการอย่างอื่น ตอนนี้ที่มีใหม่ ๆ นะคะ เขาบอกว่าใช้พลังงานจากสาหร่าย เอาสาหร่ายมาทำอะไรได้ มาดูกันสิ นี่ไง เด็ก ๆ อาจจะสงสัย เอาสาหร่ายมาทำอะไร เขาบอกว่าในสาหร่ายนี่นะคะ สามารถให้ปริมาณน้ำมันได้มากถึง 34,000 ลิตร น้ำมันชีวภาพจากสหร่าย เอาสาหร่ายมาผลิตน้ำมันนะเด็ก ๆ ทำเป็นน้ำมันดิบพอมีน้ำมันดิบเราก็มาสกัดเป็นนู้นนี่นั่นได้เห็นไหม ใช้สาหร่ายแทนน้ำมันดิบ ตัวต่อมา พลังงานกังหันลมแบบลอยบนอากาศ บ้านเรายังไม่มีอะไร ต่างประเทศมีแล้ว สาหร่ายก็เหมือนกันบ้านเราก็ยังไม่มี เพราะดูจากลักษณะการปลูกแล้ว มันต้องใช้พื้นที่และอุปกรณ์พอสมควรอยู่เหมือนกัน พลังงานกังหันลม ใช้ลมเพื่ออะไร เพื่อผลิตพลังงานน่าจะเป็นพลังงานไฟไฟน่ะค่ะ บอกว่าเปลี่ยนจากพลังงานจล มาเป็นพลังงานพลังงานกล นำมาใช้ประโยชน์ เราไม่รู้เราไม่อยู่ทางสายฟิสิกส์ เคมี ชีวะนะคะ อธิบายไม่ได้อันนี้ ก็คือใช้พลังงานจากลมนี่ มาเป็นพลังงานที่นำไปใช้กับอย่างอื่นได้ ว่าอย่างนั้นเถอะนะคะ พลังงานแสงอาทิตย์อันนี้บ้านเราเริ่มจะมีแล้วนะ เช่น โซลาร์เซลล์ เอามาใช้แทนพลังงานใช่ไหมคะ แล้วเขาก็บอกว่าส่วนใหญ่ก็... เอามาใช้กับแทนพลังงานไฟฟ้าจริง ๆ ด้วย แล้วเดี๋ยวนี้ยังมี ของเขาน่ะ ยังมีไปถึงว่าหลอด เอ้ย เคสโทรศัพท์มือถือเป็นแสงอาทิตย์ ทำตุ๊กตาหน้ารถเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ น่าจะเอาไว้เพื่อบรรจุ ใส่อะไรพวกนี้ เขาพัฒนาเยอะอยู่นะคะ ไอ้ตัวนี้เราก็ไม่มีแน่นอนพลังงานฟิวชัน ฟิวชัน คือพลังงานที่เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันนั่นก็คือพลังงานนิวเคลียร์ตัวหนึ่งนั่นเอง บ้านเราไม่มีพลังงานนิวเคลียร์อยู่แล้วนะคะ เปลี่ยนพวกเตาปฏิกร เขาจะเลิกใช้ไง เขาจะมาใช้ตัวนี้แทน เพราะพลังงานนิวเคลียร์นี่ เขาให้ เขาเรียกว่า ของต่างประเทศเขาเอานิวเคลียร์ไปผลิตไฟฟ้าน่ะ เพราะเมืองเขาใหญ่ไง เหมือนเขาต้องใช้พลังงานเยอะน่ะ เขามาใช้พลังงานจากน้ำเหมือนบ้านเราก็ไม่ได้นะคะ เพราะมันนิดเดียวนะ เราก็ไม่ต้องใช้เยอะ เหมือนสหรัฐเห็นไหม แต่ละรัฐห่างกันเป็น เท่ากับเราข้ามไปประเทศจีนนู่นแหละมั้ง ห่างกันมากเลยนะคะ แต่ละ... ต้องบินไปเลยนะ ประเทศน่ะ ใช้บินไปตั้งหลายชั่วโมงนะ อย่างเราก็จากกรุงเทพฯ ไปภาคใต้ก็ชั่วโมงหนึ่งไหม เพราะเหมือน 600 กิโลเมตร กรุงเทพฯ มาสกลฯ 1 ชั่วโมง 50 นาที ถึง 1 ชั่วโมง ก็ประมาณนี้ กรุงเทพฯ ภูเก็ตอาจจะมากกว่าเรา เพราะไกลกว่านะ ไปภาคใต้อาจจะไกลกว่า ก็ 1-2 ชั่วโมงนะ ของเรา ไกลกันสุดก็จะประมาณนี้ แต่สหรัฐฯ บางทีเกือบวัน ข้ามวันไหม อย่างนี้ เป็นต้นนะคะ บางรัฐเขาน่ะ มันอยุ่ห่างกัน เพราะพื้นที่เขากว้างนะ สหรัฐฯ นะคะ ก็พลังงานทดแทนอื่น ๆ ที่เริ่มมานะ เหมือน... เหมือนเราเริ่มใช้อะไร ปาล์มใช่ไหมคะ ใช้ปาล์มแทนน้ำมันดิบ เอาปาล์มมาผลิตน้ำมันแทน อย่างนี้นะคะ หลายอย่างอยู่เราก็เริ่มลองวิจัยและพัฒนานะ เพราะ... เพราะอะไร ของเราจะเป็นพวกแนวพืชพันธุ์เกษตรจะเยอะหน่อย เอาพืชพผลิตหรือทำพลังงานทดแทน เขาก็ทดลองกันอยู่ มีหลายตัวอยู่นะคะ นี่ก็คือตัวนี้ ไอ้ตัวนี้มันจะไปเกี่ยวข้องกับตัวล่าสุดที่จะให้ดูนะคะ ยังไม่ถึง เมื่อกี้พูดเฉพาะเทคโนโลยีทั่ว ๆ ไป ทีนี้มาดูเทคโนโลยีดิจิทัล จะพูดถึงสิ่งที่ใหม่ ๆ หน่อยนะคะ ตัวล่าสุดที่ไปค้นมาก็จะมีอยู่ 2 ตัว ไม่ให้เปิด เข้าไปผิดหน้าแล้ว ขอโทษค่ะ ไม่ให้คลิกน่ะ ทำไปตัวนี้คลิกได้ น่ะ ข้ามมาแล้วกัน เดี๋ยวไปสืบค้นเองนะคะ ศึกษาด้วยตัวเอง ไอ้เทคโนโลยีอย่าง ยืนน่ะ มันมีอยู่ 2 คน คำว่า กับอีกตัวหนึ่ง อยู่ไหนล่ะ กับอีกตัวหนึ่งนะคะ Green Technology 2 ตัวนี้ ไม่เปิดลิงก์เดียวให้เราเลย ลิงก์เดียว เด็ก ๆ ลองค้นคำว่า Green Technology ควบคู่กัน คือ ประมาณว่าถ้าพูดถึงการนำเทคโนโลยีไปใช้อย่างยั่งยืนน่ะ ก็หมายถึงการนำเทคโนโลยีไปใช้ในด้านที่ส่งผลกับสภาพสิ่งแวดล้อมหรือพลังงานพวกนี้นะคะ หรือพวก...ขยะอะไรพวกนี้ มันก็จะมีเช่นพวกอินเทอร์เน็ตไปทำพวก Smart City Smart Farmer อะไรพวกนี้นะ หรือ AI เอา AI ไปใช้นะคะ เพราะเหมือนที่ยกตัวอย่าง เช่น ดึก ๆ ค่ะ เพราะโดยปกติเวลาดึก ๆ นี่ ใช่ไหม มันก็ใช้ AI มาทำงานแทน อะไรอย่างนี้นะคะ ในอนาคต ในอนาคตผู้ประกาศข่าวอาจจะไม่มีคนแล้วก็ได้นะคะ อาจจะเป็น Ai แล้วก็ได้นะคะ ก็คือลดการใช้พลังงานคนหรือให้คนไปทำอย่างอื่นที่เกิดประโยชน์โพดผลมากกว่านี้นะคะ Blockchen พวกนี้นะคะ พวกนี้ ถ้าเกี่ยวกับการทำธุรกรรมนะ ความปลอดภัยอะไรพวกนี้ ก็ต้องมี BlockChain เข้ามาดูแล ครอบคลุมอะไรพวกนี้ เพราะในอนาคตเห็นไหม เหมือนมีสแกมเมอร์ ในไลน์ ก็ดูดเงินในบัญชีไปอย่างนี้ มันไม่ใช่ธนาคารก็ต้องมาพัฒนาเทคโนโลยี เพราะว่าในอนาคตถ้าธนาคารทำระบบApp หรือธนาคารไม่ดี แค่คลิกลิงก์อะไรดูดเงินไปหมดจะไปใช้บริการธนาคารใช่ไหม มันก็กลับไปสู่ยุคก่อนน่ะ เก็บเงินไว้ในบ้านนึกออกไหม เหมือนคนแก่เก็บเงินนะ ซุกไว้ใต้หนอไว้ใต้เตียงอะไรอย่างนี้นะคะ พอเอาเงินไปใส่ธนาคารแล้ววันดีคืนดี โดนดูดเงินไปเกลี้ยงกระเป๋าอะไรอย่างนี้ คนก็คงไม่อยากไปใช้นะคะ เพราะฉะนั้น ถ้าเขาจะใช้เทคโนโลยีอย่างยั่งยืนเขาก็จะมาสร้างอะไรน่ะ ระบบหรือนำเทคโนโลยีไปป้องกันนะค เช่น สร้างระบบอะไรต่าง ๆ มาป้องกันนั่นแหละนะคะ ส่วนที่เป็น Green ชื่อก็บอกแยู่แล้ว Green Technology ก็คือ สีเขียว เทคโนโลยีสีเขียว เหมือนเห็นไหมใช้พลังงานทดแทนใช้พลังงานดิบเปลี่ยนเป็นสาหร่ายแทน ทำจากสาหร่ายแทนน้ำมัน ก็ไม่ได้มีบอกไว้ว่าอะไรนะ แล้วอะไรนะ ควัน เควน สาหร่ายนี่ ควันอาจจะไม่ใช่ควันพิษอะไรอย่างนี้ไหมนะคะ น่าจะยังไม่ถึงขั้นเทสต์ตัวนั้นนะคะ เพราะน้ำมันดิบพอมีควันออกมา ควันจะมีค่า มีสารตะกั่วในน้ำมันดิบอย่างนี้เป็นต้นนะคะ แต่ทีนี้พอมันเป็นจากสาหร่าย มันเป็นพืช พืชจะมีสารตะกั่วไหม อย่างนี้เป็นต้นนะคะ การใช้เทคโนโลยีอย่างยั่งยืน ก็คือการใช้เทคโนโลยีเพื่อคุ้มครองหรือเขาเรียกว่ารักษาธรรมชาติ รักษาสิ่งแวดล้อม รักษาทรัพยากรของชุมชนไว้นึกออกนะคะ ทีนี้มาดู เดี๋ยวจะมีงานให้ไปทำ ลองไปค้นเทคโนโลยีให้เด็ก ๆ ทำตัวนี้นะคะ ทำเป็นนำเสนอใน PowerPotimเทคโนโลยีที่ดิจิทัล ที่เอาไปใช้ในชุมชนนะคะ ให้ดูที่มันมีภาพประกอบ ชุมชนนี้เอาเทคโนโลยีไปใช้ทำอะไร เอาเทคโนโลยีอะไรไปใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลอะไรนะคะ ต้องมีข้อมูลอ้างอิงด้วยนะ ต้องมีภาพประกอบด้วยนะ ให้ทำนำเสนอใน PowerPoint ด้วยนะคะ อย่างน้อย 3 เรื่อง ไม่ใช่ว่าทำชุมชนนี่ ทำเรื่องพลังงาน ก็เอาพลังงานมาทั้ง 3 เรื่อง ไม่ควรเป็นอย่างนั้นไหม ด้านอื่น ๆ เช่น เทคโนโลยีในการเกษตร เทคโนโลยีในการรักษาสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีในการ... อะไรก็แล้วแต่นะคะ ที่ชุมชนมีน่ะ หรือเอาไปพัฒนาชุมชน มีเทคโนโลยีอะไรบ้าง แต่ไม่ควรเป็นลักษณะในเรื่อง ในด้านเดียวกันทั้งหมด มันควรจะแตกต่างกันทั้ง 3 ด้าน โอเคไหม มีใครสงสัยในใบงานไหมคะ ให้ถามได้นะ งานเดี่ยวนะคะ ไม่ใช่งานกลุ่ม ใบงานที่ 2 แล้วไง สัปดาห์ที่แล้ว 1 อัน และจะให้นำเสนอเมื่อไหร่ แล้วจะแจ้ง ทำรอไว้เลย ไม่มีใครถามนะ โอเค ถ้าไม่มีใครถามสัปดาห์นี้ เราก็จะจบการนำนำเสนอเพียงเท่านี้นะคะ เดี๋ยวสัปดาห์หน้าเราจะมาต่อกันในหัวข้อต่อไปนะคะ ขอบคุณพี่ล่ามค่ะ ค่ะ สวัสดีค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]