(คุณณัฐภัทรพล) สวัสดีครับ (คุณวัฒนะ) สวัสดีครับ ขอต้อนรับคุณผู้ชมและผู้ฟัง ติดตามรายการห้องข่าวรัฐสภาแชนแนล ภาคเช้าครับ คุณผู้ชมติดตามอยู่กับคุณณัฐภัทรพล จุติการพาณิชย์ ผมวัฒนะ พลายแก้วอาจารย์ล่ามภาษามือประจำรายการของเราวันนี้อาจารย์สมชายวิจิตรไพรศาล ครับ เช้าวันนี้เราพบกันในวันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2561 ครับ วันนี้ยังอยู่ในช่วงของการประชุมหรือว่าปิดสมัยการประชุมนะครับคุณผู้ชมครับ ไม่มีการถ่ายทอดสดการประชุม สภาผู้แทนราษฎรก็ไม่มีการประชุม วุฒิสภาก็ไม่มีการประชุม แต่ล่าสุด มีพระบรมราชโองการ เรียกประชุมรัฐสภาแล้วใช่ไหมครับ (คุณวัฒนะ) ครับ เป็นพระราชกฤษฎีกา ที่มีการเผยแพร่ออกมา ผ่านทางราชกิจจานุเบกษานะครับ ไปประชุมที่จะถึงสมัยหน้านี้กลับมาก็คือวันที่ 12 ธันวาคม เป็นต้นไป ไปจนถึงช่วงก่อนสงกรานต์ครับ ก็คือ 10 เมษายน 2568 ติดตามการทำงานของสมาชิกรัฐสภาในบทบาทของ สส. และ สว. จะกลับมาอธิบายกันอย่างเข้มข้นอีกครั้งนึงจากวันที่ 12 ธันวาคม เป็นต้นไปนะ แป๊บเดียว ในช่วงนี้ก็ติดตามได้ตามปกติ ของทางสถานีของเรากันก่อนนะคะ โดยเฉพาะช่วงเช้าแบบนี้ มาอัปเดตข่าวสาร ห้องข่าวรัฐสภา และภาคเช้านี้ ไปกันที่ภารกิจที่สำคัญที่ประเทศไทย จะเป็นเจ้าภาพ ในแวดวงนิติบัญญัติ ก็คือรัฐสภา ล่าสุดนะครับคุณผู้ชมครับ ท่านอาจารย์วันนอร์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมากับสมาชิกรัฐสภามาแถลงข่าว มีงานใหญ่ที่ทางรัฐสภาไทยจะเป็นเจ้าภาพครั บนั่นก็คือการเป็นเจ้าภาพประชุมรัฐสภาภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ว่าด้วยเรื่องความมั่นคงด้านสุขภาพระดับโลก ซึ่งจะจัดขึ้นในประเทศไทย นั่นก็คือวันที่ 2-3 ธันวาคม 2567 นี้ครับ ติดตามภาพรวมการแถลงข่าวนะครับ ที่ท่านอาจารย์วันมนอร์มะทาประธานรัฐสภา พร้อมด้วยสมาชิกรัฐสภาได้ร่วมกันแถลงข่าวประชาสัมพันธ์ของการเป็นเจ้าภาพการจัดประชุมรัฐสภาภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกว่าด้วยความมั่นคงด้านสุขภาพระดับโลก รัฐสภาของไทย เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมร่วมกัน ในส่วนของสหภาพรัฐสภาหรือว่า ICU และองค์การอนามัยโลกหรือ WHO จะจัดขึ้นที่ประเทศไทยของเรานะครับ นั่นก็คือวันที่ 2-3 ธันวาคม 2567 นี้ ณ โรงแรม Royal Orchid Sheraton กรุงเทพฯ โดยทางประธานรัฐสภาได้กล่าวถึงความสำคัญในคำว่า "รัฐสภาไทย" ได้รับเกียรติจากสหภาพรัฐสภาหรือว่า ICU มอบหมายให้เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมรัฐสภาภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ว่าด้วยความมั่นคงด้านสุขภาพระดับโลกช่วงปลายปีนี้ เห็นว่าประเทศไทยของเรา มีผลงานที่โดดเด่น ด้านความมั่นคง ด้านสุขภาพความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุข ที่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลกเลยทีเดียว ตลอดจนความสำเร็จของการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงเวลาที่ผ่านมาด้วย ได้รับการยอมรับความชื่นชมจากนานาประเทศ สอดคล้องกับนโยบายของทางรัฐบาลที่มีความพร้อมในการดัน การยกระดับด้านสาธารณสุข นอกเหนือจากการของการท่องเที่ยว ด้านวัฒนธรรม อีกทั้งระบบสาธารณสุขของไทย ก็มีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศ ยกตัวอย่างระบบ 30 บาท รักษาทุกโรคผ่านอาสาสมัครหมู่บ้านหรือ อสม. เป็นต้นเหรอครับ มันว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็นเวทีและโอกาสที่สำคัญรายการที่จะไปส่งเสริมความร่วมมือด้านสุขภาพระหว่างประเทศสมาชิกรัฐสภาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผ่านการการเสวนาการแลกเปลี่ยน ความเห็นประสบการณ์ต่าง ๆ ร่วมกัน แนวปฏิบัติที่ดี เกี่ยวกับโอกาสและความท้าทายด้านสาธารณสุข ในภูมิภาคนี้ด้วย ก็จะเป็นการบรรลุความตกลงระหว่างประเทศ ว่าด้วยโรคระบาดขององค์การอนามัยโลกให้สำเร็จ ต่อไป นอกจากนี้จะเป็นการร่วมกันกำหนดทิศทางเพื่อสร้างกลไกต่าง ๆ ความร่วมมือด้านสุขภาพระดับโลกในอนาคต พร้อมกับเป็นการสร้างกลไกที่เข้มแข็ง การเตรียมความพร้อมรับมือภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพโดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคตอีกต่อไปด้วย นอกจากนี้นะครับ ยังเป็นการเปิดโอกาสที่ดี เป็นโอกาสที่ดีของทางรัฐสภาไทย จะใช้โอกาสในการเป็นเจ้าภาพการประชุม ที่สำคัญครั้งนี้ เป็นการเสนอบทบาทของทางรัฐสภาไทยในการสนับสนุนความมั่นคงด้านสุขภาพผ่านฝ่ายนิติบัญญัติ ในการพิจารณาการจัดสรรงบประมาณการตรากฎหมาย การกำกับตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของทางรัฐบาลด้วยนอกจากนี้นะครับ ในส่วนของประธานรัฐสภาท่านอาจารย์วันอนร์ ยังระบุเพิ่ม เริ่มการจัดประชุมครั้งนี้ ทางรัฐสภาไทย มีการเตรียมการเตรียมความพร้อมต่าง ๆ 4-5 เดือนไปแล้วนะครับ มีการประชุมของคณะกรรมการชุดใหญ่ อนุกรรมการชุดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีความพร้อมในการประชุมในวันที่ 2-3 ธันวาคม ที่จะถึงนี้ด้วย นอกจากนี้มีการประชุม จะมีการจัดนิทรรศการ มีการเดินทางเยี่ยมชมบูธต่าง ๆ การแสดงของศูนย์การแพทย์ ฟื้นฟูบึงยี่โถ จังหวัดปทุมธานี ศูนย์บริการแพทย์ฉุกเฉิน หรือว่า BDMS พร้อมกับ ผอ. โรงพยาบาลทางรัฐและทางเอกชนมาร่วมในพิธีเปิดดังกล่าว ร่วมพิธีปิดด้วย หลังจากนั้นทางรัฐสภาไทย จะนำแขกที่เดินทางเข้าร่วมประชุมล่องแม่น้ำเจ้าพระยา ถือว่าเป็นไฮไลท์สำคัญเลยทีเดียวนะครับ เชื่อว่าจะได้ทุกเรื่องของการท่องเที่ยว ความเชื่อมั่น รวมไปถึง Soft Power อื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยด้วยนะครับ ไปฟังเสียงช่วงของการแถลงข่าว แล้วก็พูดคุยกับสื่อมวลชน ของประธานรัฐสภาท่านอาจารย์วันนอร์ครับ (คุณวันมูหะมัดนสิ่งที่เราจะได้นั่นคือความเชื่อมันด้านสุขภาพ ของพี่น้องประชาชนนั้น ประเทศไทย เป็นประเทศหนึ่ง และรัฐสภาของเราช่วยรายการสนับสนุนการออกกฎหมายที่เกี่ยวกับสุขภาพของประชาชน รัฐสภาร้อมที่จะให้การสนับสนุนในด้านงบประมาณนะครับ ให้รัฐบาลไปดูแลด้านสุขภาพตามที่ผมได้กล่าวไว้ (คุณวัฒนะ) ในขณะที่คุณศาสตรา ศรีปาน นะครับผม คนที่อยู่ข้าง ๆ ท่านอาจารย์วันนอร์ แถลงอยู่ในขณะนี้นะครับ ในฐานะรองประธานอนุกรรม การด้านการรักษาความปลอดภัย และการแพทย์ได้กล่าวเพิ่มเติม ประธานคณะอนุกรรมการมีความพร้อมในการต้อนรับแขกที่จะมาร่วมประชุมในครั้งนี้ ทั้งเรื่องของการอำนวยความสะดวก การรักษาความปลอดภัย มีการหารือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องเป็นไปได้ระดับสากล สร้างความประทับใจ ให้กับผู้เดินทางมาที่ประเทศไทย ในการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ด้วยนะครับ ศูนย์การแพทย์ ก็จะมีบุคลากรทางการแพทย์ คอยอำนวยความสะดวก ทั้งกรณีเหตุปกติและเหตุฉุกเฉิน รวมถึงเรื่องของการจราจรก็ต้องให้สมเกียรติกับแขกที่เดินทางมาเยือนในประเทศไทยครั้งนี้ แต่ไม่ต้องกระทบกับการจราจรของประชาชน ขณะที่เรื่องของบประมาณนั้นจะต้องมีการใช้จ่ายให้เป็นไปอย่างคุ้มค่าและบรรลุวัตถุประสงค์มากที่สุดด้วยเช่นกัน ถัดมาอีก 1 ท่านนะครับ ก็คือนายประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะกรรมการด้านเนื้อหาสารัตถะ และกิจการของคณะผู้แทนรัฐสภาไทย ได้กล่าวถึงกรอบได้หาของการประชุมในครั้งนี้ บอกว่าจะมีการมุ่งเน้นไปที่ประเด็นเรื่องของการระบาดใหญ่ภายใต้บริบทใหญ่ของความมั่นคงด้านสุขภาพ โดยการประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจากทางรัฐสภาไทยจำนวน 5 คน จะปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันอภิปรายต่อประชุมด้วย ใช้ในการประชุมแบบเต็มคณะ การประชุมแบบแบ่งกลุ่มย่อย และในฐานะที่ตนเอง เป็นผู้แทนของรัฐสภาไทย จะมีการนำเสนอเรื่องของความร่วมมือ การจัดทำข้อตกลงว่าด้วยการระบาดระหว่างไทย ถัดมาเลยครับ นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนรัฐสภาไทย ก็จะรับผิดชอบในเรื่องของการอภิปราย เรื่องบทบาทการนำของทางภาครัฐสภาในการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจของประชาชน และความเป็นปึกแผ่นในสังคมไทย ในห้วงของภาวะฉุกเฉิน ด้านสาธารณสุขด้วย พร้อมกับมีการย้ำนะครับ ว่าการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ การจัดการประชุมครั้งนี้ ถือว่าเป็นโอกาสสำคัญของไทย จะได้แสดงถึงศักยภาพด้านสาธารณสุข เพื่อเป็นการยืนยันให้ประชาคมระหว่างประเทศ ไปถึงความพร้อมด้านความมั่นคงด้านสุขภาพของคนไทย โดยบทบาทระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทยนั้นเป็นการมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลาง ด้านสุขภาพของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก อย่างแท้จริง ขอเชิญชวนประชาชนคนไทยทุกคนนะครับ ร่วมติดตามการประชุมดังกล่าว ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 ถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2567 67 นี้ด้วยครับ (คุณณัฐภัทรพล) หลังจากจบการประชุมนี้ไปนะคุณผู้ชมครับ ที่อาคารรัฐสภาของเราก็มีการกิจกรรมกันอย่างต่อเนื่องนะแน่นอนว่าวันที่ 10 ธันวาคมของทุกปีนี่ตรงกับวันรัฐธรรมนูญ ปีที่แล้วเราก็มีการจัดงานกันไปที่อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ครั้งแรก ปีนี้เป็นครั้งที่ 2 ครับ จัดอย่างยิ่งใหญ่เลยครับ คุณผู้ชมครับ 9-10 ธันวาคม งานวันรัฐธรรมนูญที่จะมีการจัดขึ้น เขาบอกว่ามีการจัดเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยานะ ที่ไฮไลท์ก็คือจะมีการเปิดเครื่องยอด อย่างที่คุณผู้ชมเห็นตรงกลาง สีทอง ๆ เปิดให้กับผู้ที่เข้าร่วมงานเข้าเยี่ยมชมด้วยนะ ถือว่าเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ประชาชนเดินทางไปแล้วเจอของดี ๆ แล้วก็สิ่งสำคัญในรัฐสภาด้วยครับ คุณภาราดรปริศนา คุณภราดร ปริศนานันทกุล นะครับ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ครับ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดงาน วันรัฐธรรมนูญประจำปี 2567 บันทึกเทปประชาสัมพันธ์ การจัดงานวันรัฐธรรมนูญ 2567 ครับ ณ อาคารรัฐสภา มีการระบุนะครับ ว่าในปีนี้รัฐสภาจะมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ขึ้นโดยในวันที่ 9-10 ธันวาคมที่จะถึงนี้ครับคุณผู้ชมครับ เชิญชวนประชาชนมาเที่ยวงานวันรัฐธรรมนูญที่รัฐสภาครับ ภายใต้หัวข้อ "กินลมชมสภา" ถึงภายในงาน มีทั้งกิจกรรมทางด้านวิชาการ ก็คือมีการเสวนาในการ นอกจากนั้นแล้วครับ เพิ่งส่งครับ มีการออกร้านซึ่งเป็นสินค้า เกี่ยวกับของดีในแต่ละจังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมในช่วงเย็นนะครับคุณผู้ชม กิจกรรมโต้วาทีของนักศึกษามหาวิทยาลัยต่าง ๆ รวมถึงยังมีการเปิดพื้นที่ Unseen ของสภา ให้ประชาชนได้มีโอกาสสัมผัสบรรยากาศทั้งในบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เป็นธีมงานหลักของปีนี้ นั่นก็คือ "กินลมชมสภา" คุณผู้ชมครับ อยู่ตรงนี้นะครับ ข้าชมบริเวณเครื่องยนต์ของอาคารรัฐสภาด้วยนั้นเอง คลิปดังกล่าวนี้ จะมีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ผ่านทางสถานีวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์รัฐสภานะครับ เพื่อที่จะมีการเชิญชวนคุณผู้ชมที่สนใจเข้าร่วมงานวันรัฐธรรมนูญกัน ณ อาคารรัฐสภานั่นเองนะครับ เดี๋ยวผู้ชมก็ติดตามกันได้นะกับคลิปที่ทำงานของคุณภราดรปริศนานันทกุลมีการเชิญชวนมาร่วมงานวันรัฐธรรมนูญ (คุณวัฒนะ) เมื่อสักครู่นี้ผมชอบเสื้อของคุณภราดรจัง ประธานสภาผู้แทนราษฎร ของเป็นผ้าไทยนะ แต่ว่าเอามาตัดแบบร่วมสมัยใส่ได้ ทุกโอกาสจริง ๆ จะเป็นเพราะ ของประเทศไทยในขณะนี้ครับ มากันที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ คุณผู้ชม ไปพบกับประชาชนที่จังหวัดอุบลราชธานีพูดถึงเรื่องอะไรไปพูดหลายเรื่องเลยครับผม ส่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องใกล้ตัวโดยเฉพาะการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่อยากจะให้เกิดขึ้นในประเทศไทยของเรานะครับ ติดตามภาพรวมบรรยากาศ ในสวนของคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดโครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พบประชาชน ภายใต้หัวข้อที่ชื่อว่า "การพัฒนาระบบเกษตรก้าวหน้าอย่างยั่งยืน" จัดขึ้น ณ โรงแรมสุนีย์แกรนด์โฮเทลแอนด์คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ในส่วนของการพบกับประชาชนในครั้งนี้ คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้กล่าวถึงปัญหา โดยเฉพาะภาคการเกษตร เรื่องของต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น อย่างต่อเนื่อง ปัญหาน้ำปัญหาโลกรวนตลาด ภาคการเกษตรที่เกิดความผันผวน พร้อมกับนำเสนอเรื่องของการแก้ไขปัญหาสำหรับการเกษตร โดยเฉพาะเกษตรกร หลังจากนั้นก็เป็นการเปิดเวทีการเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่าง ๆ โดยคุณชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน ไทบสร้างไทย ถัดมา มี ดร. เดชรัต สุขกำเนิด ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร และก็มีคุณมนตรี พรหมลักษณ์ ผู้จัดการผู้ประสานงาน โครงการระบบการผลิตข้าว อย่างยั่งยืนแบบองค์รวมเข้าร่วมการเสวนาด้วยนะครับ หลังจากนั้นคณะของผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็เดินทางลงพื้นที่ไปที่พื้นที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุบลราชธานี อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ไปรับฟังข้อมูลต่าง ๆ การศึกษาโครงการระบบการผลิตข้าว อย่างยั่งยืนแบบองค์รวมด้วยนะครับ หวังว่าจะนำข้อมูลต่าง ๆ ไปปรับไปผลักดันสู่การแก้ไข ตามกระบวนการของฝ่ายนิติบัญญัติ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและตรงตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริงต่อไปในอนาคตด้วยครับ (คุณณัฐภัทรพล) ไปดูอีกเรื่องหนึ่งครับคุณผู้ชมครับ เรื่องการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งก็มีหลายจังหวัดที่มีการประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้นั่นเองนะครับ ล่าสุด สส. จังหวัดชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทยนะครับ ก็มีการขอไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนะครับ มีการเร่งอนุมัติในการเข้าใช้พื้นที่ ป่าขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี่นะครับ เพื่อที่จะให้เป็นประโยชน์กับประชาชนนั่นเอง คุณสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิพรรคภูมิใจไทย ก่อนหน้านี้ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรจนเคยมีการหารือถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เรื่องการขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ได้ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นปัญหาเรื้อรังที่เป็นอุปสรรค ต่อการก่อสร้างการซ่อมแซมถนน หรือว่าการพัฒนาแหล่งน้ำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือ การขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าตามมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 เพราะว่ามาตรา 40 (1) ครับ มีการบัญญัติว่าป่าหมายความว่าที่ดินที่ยังไม่ได้มีบุคคลคนใด ได้มาตามกฎหมายที่ดิน ทำให้ทางสาธารณะคลองสาธารณะ ถูกตีความเป็นป่าตามกฎหมายฉบับนี้ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในจังหวัดชัยภูมิครับ ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนเฉพาะกิจในปี 2560 จำนวน 152 โครงการที่จะต้องขออนุญาตเข้าทำประโยชน์จากกรมป่าไม้ ขณะที่ อปท. ยื่นคำขอแล้วเกือบ 1 ปีแต่เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาครับคุณผู้ชมครับ พบว่าโครงการที่ได้รับการอนุญาตมี 73 โครงการแต่ 79 โครงการ ยังไม่ได้อนุญาตนะครับ แล้วก็มีหลายโครงการ ไม่มีวี่แววเลยนะครับ จะได้รับการอนุญาต องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ได้มีการทำเรื่องการเงิน ไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะสามารถเบิกจ่ายได้ไม่เกินวันที่ 30 กันยายน 2568 มิฉะนั้น โครงการทั้งหมดจะไม่สามารถเบิกเงินได้นั่นเอง โดยคุณสัมฤทธิ์บอกอีกนะครับ ว่าถ้า 79 โครงการนี้ยังไม่ได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ในช่วงกลาง ปี 2568 จะเกิดปัญหาใหญ่ครับ ท้องถิ่นที่ได้รับเงินอุดหนุน เฉพาะกิจแต่ 19 โครงการนี้ ยังไม่แจ้งให้กลับรับจ้าง เข้าทำงานรับจ้าง ฟ้องร้องท้องถิ่นแน่นอนครับ มีการเซ็นสัญญา แล้วก็มีการวางเงินค้ำประกันสัญญาแล้วด้วยนะครับ แล้วก็ยังมีการกำหนดระยะเวลาการทำงาน ที่ชัดเจนไว้แล้ว คุณผู้ชม ซึ่งปัญหานี้แหละครับ ไม่ได้เกิดเฉพาะที่จังหวัดชัยภูมิเท่านั้นนะ แต่ทางด้านของคุณสัมฤทธิ์อยากจะเชื่อว่าเปิดทั้งประเทศครับ มีอีกหลายพันโครงการเลยนะครับ จึงอยากร้องเรียนให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมช่วยดูเรื่องนี้สักหน่อยนะ แล้วก็แก้ปัญหาเรื่องนี้ ให้ด่วนที่สุดนั่นแหละครับ (คุณวัฒนะ) ครับ เมื่อสักครู่นี้ คุณผู้ขม เห็นภาพอ่างเก็บน้ำที่จังหวัดชัยภูมิใช่ไหม ถ้าผมจะพาไปดูเรื่องของอ่างเก็บน้ำที่จังหวัดกาฬสินธุ์บ้างผ่านทางสประเสริฐ บุญเรือง สส. จากจังหวัดกาฬสินธุ์ จากทางพรรคเพื่อไทย อันนี้เป็นประธานกรรมาธิการกิจการสภาของเราด้วยและก็ลงพื้นที่ไปพบกับพี่น้องประชาชน บอกว่าประมาณที่จะถึงนี้อ่างเก็บน้ำที่ชื่อว่าอ่างเก็บน้ำห้วยส้มป่อยที่อำเภอกุฉินารายณ์จังหวัดกาฬสินธุ์ ก็จะเริ่มมีการก่อสร้างแล้วเหรอครับ ติดตามการเปิดเผยล่าสุดของ สส. ประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดกาฬสินธุ์จากทางพรรคเพื่อไทย ได้เข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยส้มป่อย ตำบลนาขาม อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์นะครับ ก็จัดการรับฟังความคิดเห็นเกิดขึ้น ณ ศาลาประชาคม บ้านสุขสมบูรณ์ หมู่ที่ 2 ตำบลนาขาม โดยมีนายวีระดนย์ ศิริ นายอำเภอกุฉินารายณ์ ถัดมามีนายพงศ์กร กำแหง ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้าง ชลประทาน ขนาดกลางที่ 6 และประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง เข้าร่วมในการแสดงความคิดเห็น ประชาคมในครั้งนี้ด้วยเช่นกันนะครับ โดย สส. ประเสริฐ บุญเรือง กล่าวแบบนี้ครับ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยส้มป่อยสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ย้อนไปตั้งแต่ปี 2528 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานพระราชดำรินะครับ เกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำยาง จัดหาน้ำช่วยเหลือจากพี่น้องประชาชน ปลูกในการพัฒนาอาชีพ และการส่งเสริมศิลปาชีพของราษฎร ประกอบกับพื้นที่ตำบลนาขาม อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นที่ราบสูงเลยครับ ประชาชนประสบปัญหาภัยแล้งขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ในช่วงหน้าแล้งเป็นประจำทุกปีนะครับ เนื่องจากว่าอยู่นอกเขตชลประทาน ไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำเป็นของตนเองไว้ใช้ในฤดูแล้ง ทำให้ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ในขณะนั้น ส่งเรื่องเข้ามายังตน ในฐานะ สส. จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อที่จะให้ติดตามเรื่องโครงการดังกล่าว จนกระทั่งได้นำเรื่องตั้งกระทู้ถาม ความคืบหน้าในที่ประชุม ของสภาผู้แทนราษฎร คือประสิทธิภาพของการตั้งกระทู้ถาม ของ สส. ในสภาฝ่ายนิติบัญญัติ ถามไปยังรัฐบาลนะครับ ต่อมาเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2567 ณ ขณะนั้นคุณเศรษฐา ทวีสิน ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่มาตรวจราชการ เร่งรัดโครงการการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำยางนี่นะครับ งานที่เกี่ยวข้องดำเนินการก่อน การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ที่ชื่อว่า "ห้วยส้มป่อย" เพื่อเป็นแหล่งกักเก็บน้ำต่าง ๆ สำหรับใช้ในการอุปโภคและบริโภค บรรเทาปัญหาความเดือดร้อน ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งถือว่าเป็นการสิ้นสุดการรอคอยของประชาชนมาอย่างยาวนานเลยทีเดียว ในขณะที่คุณณรงค์ วัฒนพันธ์ นายช่างชลประทานอาวุโสกล่าวแบบนี้ด้วยครับ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยส้มป่อยมีพื้นที่ได้รับประโยชน์ในตำบลนาขามและพื้นที่ตำบลใกล้เคียง หมู่บ้านใกล้เคียงเป็นปริมาณต้นน้ำต้นทุนที่มีความมั่นคงเป็นอย่างยิ่ง จะลดความเสี่ยงของการขาดแคลนน้ำ ในช่วงฤดูแล้ง โดยสามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ 7 ล้านลูกบาศก์เมตร ขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 625 เมตร ส่งผลให้มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ถึง 5,000 ไร่เลยทีเดียวนะครับ และในส่วนของฤดูแล้งประมาณ 1,710 ไร่โดยใช้งบประมาณในโครงการก่อสร้าง 450 ล้านบาท จะเริ่มดำเนินโครงการได้ในช่วงของประมาณปี 2569 ถือว่าเป็นข่าวดีของพี่น้องอำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์นะครับ รอคอยมานานเหลือเกินรอคอยมานานเหลือเกิน กับแหล่งน้ำ ที่ชื่อว่าอ่างห้วยส้มป่อยนี้ ก็จะไปช่วยเหลือประชาชนได้เป็นอย่างดี ได้ติดตามกันนะผู้ชมครับ แน่นอนว่าหน้าแล้งที่จะพรุ่งนี้นะครับ ทางด้านขอภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสานแล้วก็จะเห็นข่าวกันบ่อย ประสบกับปัญหาหน้าแล้ง เกษตรกรไม่มีน้ำใช้ไม่มีน้ำที่จะทำการเกษตรครับ คือ หนึ่งในโครงการที่สามารถที่จะมาช่วยแก้ไขปัญหาสักครู่หนึ่งก่อนครั ผู้ชมครับ เดี๋ยวช่วงหน้าไปดูเกี่ยวกับเรื่องของการเบิกจ่ายงบประมาณ 18 กันดีกว่าถ้ามี สส. ท่านหนึกมาพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องนี้จะมาติดตามกันในช่วงหน้าครับ [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา][เสียงดนตรี] (คุณณัฐภัทรพล) พาคุณไปดูเรื่องของการเบิกจ่ายงบประมาณ 2568 กันบ้างครับ ผู้ชมฮะล่าสุดจากพรรคจังหวัดสงขลาสรรเพชร บุญญามณี นะครับ ก็มีการทวงถามไปยังรัฐบาลได้รัฐบาลมีการเร่งเบิกงบประมาณ 2568 ได้เลยครับ ไปดูกันว่าทั้งของคุณสรรเพชญ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการการศึกษาการจัดการ และติดตามการบริหารงบ ประมาณสภาผู้แทนราษฎร คุณสรรเพชญมีการกล่าวถึงภาพรวมการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2567 ครับคุณผู้ชมครับ ที่มีการเกินเป้าหมายรวมอยู่ที่ 94.08 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากมีปัญหาความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาลครับ ส่งผลให้หน่วยรับงบประมาณเหลือเวลาทำงานน้อยเลยนะ แล้วก็ต้องเร่งเบิกจ่ายในช่วงท้ายปีงบ ลงทุ นคุณสรรเพชญ ระบุว่าผลการเบิกจ่าย ในปีงบประมาณ 2567 รายจ่ายประจำสามารถเบิกจ่ายได้เกินเป้าหมายอยู่ที่ 101.14 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็เป็นการจ่ายประจำหนี้นี้นะครับ ก็เป็นรายจ่ายที่รัฐบาลจะต้องมีการจ่ายตามปกติส่วนใหญ่เป็นงบรายจ่ายด้านบุคลากร ส่วนงบลงทุนที่มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจทำได้เพียงแค่ 65.15 เปอร์เซ็นต์ ต่ำกว่าเป้าหมายนะครับ ส่วนที่เหลือถูกตั้งไว้ เป็นงบเบิกเหลื่อมปีครับ ซึ่งคาดว่าจะเบิกจ่ายได้ในไตรมาสที่ 1 และไตรมาสที่ 2 ของของปี 2568 ส่วนที่น่าต้องติดตามครับคุณผู้ชม แล้วก็ให้ความสำคัญก็คืองบประมาณรายจ่ายของปี 2568 นี่นะครับ ที่กำลังบังคับใช้อยู่แล้วหลายโครงการพัฒนาการจัดสรรงบประมาณแล้วนะครับ แต่รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องเร่งกระบวนการเปิดประมูล จัดซื้อจัดจ้างแล้วก็อนุมัติโครงการ เพื่อให้ทันกรอบเวลาที่มีการกำหนด นี่ก็จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มการจัดจ้างงาน แล้วก็ส่งเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งนี้ อย่างไรก็ตามครับคุณผู้ชมครับ เรื่องนี้เองคุณสรรเพชญก็แสดงความกังวลอยู่นะครับ ว่าหากรัฐบาลยังไม่ปรับปรุงกระบวนการ เช่น เรื่องของการลดขั้นตอนที่มันซับซ้อน แล้วก็บูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ความล่าช้าเดิมเดี๋ยวที่อาจจะกลายเป็นอุปสรรค ต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ แล้วก็ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชน และนักลงทุน อาจจะมีการกระทบต่อเป้าหมาย การพัฒนาประเทศในระยะยาว การบริหารจัดการงบลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงที่จะช่วยให้การเบิกจ่ายงบประมาณ บรรลุเป้าหมายนะครับ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในระดับฐานราก ซึ่งช่วยเพิ่มการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจ ส่งเสริมเกี่ยวกับเรื่องของการจ้างงานในท้องถิ่นด้วย แล้วก็ยังมีเรื่องของการกระตุ้น การบริโภคภาคครัวเรือน ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์ ให้กับประชาชนอย่างแท้จริงนี่ล่ะครับ ไปดูกันที่ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ที่พักอาศัยที่เรียกกันว่าการเคหะแห่งชาติ วันนี้คณะกรรมาธิการสวัสดิการสังคม ของสภาผู้แทน เดินทางลงพื้นที่ไปที่จังหวัดสมุทรปราการลงไปการเคหะแห่งชาตินี่ไป 2 ที่นะ ไปดูความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน สวัสดิการเขาอยู่กันอย่างไร ล่าสุดกับการลงพื้นที่ของคุณณัชชา บุญไชยอินสวัสดิ์ นะครับ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการสวัสดิการสังคม ได้ลงพื้นที่ไปติดตามปัญหากับพี่น้องประชาชนนะรับ โดยเฉพาะไปศึกษาดูงาน ที่เกี่ยวข้องกับการจัดสวัสดิการ ด้านสังคม ด้านที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อย ของการเคหะแห่งชาติ 2 พื้นที่นะครับ โครงการที่ 1 ที่ไปก็คือโครงการบ้านเอื้ออาทรเมืองใหม่บางพลี อำเภอบางเสาธง และอีก 1 โครงการก็คือโครงการบ้านเอื้ออาทรเทพารักษ์ ในส่วนของเทพารักษ์ 3 อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีนายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าราชการ ในส่วนของผู้ว่าการเคหะแห่งชาติ มีการมอบหมายให้นายธนัญชัย โชติศรีลือชา รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหาร และปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง ได้ให้การต้อนรับกับคณะกรรมาธิการ มีการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ ต่อคณะกรรมาธิการสวัสดิการสังคมของสภาผู้แทนราษฎรด้วยนะครับ ได้มีการบรรยายสรุปเกี่ยวกับเรื่องของการดำเนินโครงการ พูดถึงความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน การให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวข้องกับการปรับทัศนียภาพ บริเวณโดยรอบของโครงการที่พักอาศัย นอกจากนี้มีการพูดถึงการจัดสวัสดิการต่าง ๆ ของประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ทางการเคหะแห่งชาติ ได้นำมาเป็นแนวทางในการพัฒนาโครงการ ร่วมกันในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยที่ผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งยางสูงสุดด้วยนะครับ (คุณณัฐภัทรพล) ไปเยอรมนีกันดีกว่าครับคุณผู้ชมครับ กับท่านของคณะกรรมาธิการเด็กครับ เขามีการไปศึกษาดูงานกัน กับเรื่องของสิทธิ์ของผู้มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเด็กจะเป็นสตรีผู้ชมหาการศึกษาดูงานครั้งนี้ เขาบอกว่าที่เยอรมันมีเนื้อหาผู้ชมครับ เขาให้ความสำคัญ กับเกี่ยวกับเรื่องของสถาบันครอบครัว เป็นลำดับต้น ๆ เลยนะครับ อย่างที่คุณผู้ชมเห็นในภาพเลยครับคุณผู้ชมครับ ครูธัญนะครับ ธันยวัชร์ กมลวงศ์วัฒน์ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชนครับ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก ประชุมสตรีผู้สูงอายุผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศสภาพ ผู้แทนราษฎรครับ มีการเปิดเผยถึงเกี่ยว กับเรื่องการเดินทางไปศึกษาดูงาน ของคณะกรรมาธิการ สาธารณรัฐเยอรมนี ว่าคณะกรรมาธิการได้มีการพบปะกับนักการเมือง อูริเก บาร์ ครับ และประธานคณะกรรมาธิการแรงงานและสังคมของรัฐสภาเยอรมนีจะมีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของประเด็นสำคัญหลายด้านที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการสังคมครับ โดยเฉพาะสิทธิและการคุ้มครอง ของผู้หญิงและครอบครัวด้วย ซึ่งคณะกรรมาธิการกิจการเด็กของไทย ได้มีการรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในหลาย ๆ ด้านครับ อย่างเช่นเรื่องของสิทธิ์การลาคลอด และการกลับเข้าทำงานในเยอรมนี โดยผู้แทนจากรัฐสภาเยอรมนีได้ให้ข้อมูลนะครับ คุณผู้ชม เขาบอกว่ามีการกำหนดให้ผู้หญิงสามารถลาคลอดได้พร้อมกับเงินช่วยเหลือ แล้วก็สามารถลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้สูงถึง 3 ปีเลย โดยมีสิทธิ์จะมากลับมาทำงาน ในตำแหน่งเดิมที่ทำอยู่ก่อนหน้านี้ด้วยนะ มันก็เป็นมาตรการที่ประชาชนต้องปฏิบัติตามครับ เพื่อที่จะคุ้มครองสิทธิ์ของพนักงาน แล้วก็ยังมีการสนับสนุนความสมดุลระหว่างชีวิต ครอบครัว แล้วก็การทำงานด้วย ขณะเดียวกัน ก็ยังมีเงินสนับสนุนที่รัฐบาลเยอรมนีจัดให้ครอบครัวที่มีบุตร คุณผู้ชมไปดูกัน เขาบอกว่ามีเงินอุดหนุนบุตร ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 250 ยูโรต่อ 1 คนต่อเดือนด้วยนะครับ รวมถึงเงินช่วยเหลือระหว่างการลา เพื่อเลี้ยงดูบุตร ที่อาจจะมีการสูงถึง 1,800 ยูโร ต่อเดือนเลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับรายได้ก่อนหน้านี้ ของผู้ปกครองท่านเองนะ คุณผู้ครับ ก็ช่วยให้ครอบครัวมีความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น ในช่วงที่เลี้ยงดูบุตรนั่นเองนะครับ คุณธัญยังบอกอีกครับ ว่าในประเทศเยอรมนีการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรและสิทธิ์การลาคลอด เขาจะทำการสนับสนุนอย่างกว้างขวางเลยทีเดียวนะครับ ทั้งจากในส่วนของภาครัฐ หรือว่าจะเป็นภาคเอกชนเอง นายจ้างส่วนใหญ่ ก็ตระหนักถึงความสำคัญ ของการสนับสนุนพนักงาน ในการดูแลครอบครัวแบบนี้แหละครับ อย่างไรก็ตาม มันก็มีบางกรณีผู้ชมครับ ที่นายจ้างอาจจะมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อการดำเนินการธุรกิจ อย่างเช่น ขาดแคลนแรงงานชั่วคราว หรือว่ามีความจำเป็นในการหาพนักงานทดแทนนี่นะครับ ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างทัศนคติเชิงบวกต่อสังคมในประเด็นนี้ องค์กรต่าง ๆ ก็ได้มีการเน้นย้ำถึงประโยชน์ ของนโยบาย ที่เป็นมิตรต่อครอบครัว อย่างเช่น การเพิ่มความพึงพอใจ และความผูกพันของพนักงาน อัตราการลาออก และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร นอกจากนี้การสนับสนุนของพนักงานในการเลี้ยงดูบุตร ยังส่งผลดีต่อพัฒนาการของเด็กและสังคมโดยรวมด้วยนั่นเองนะครับ ขณะที่นโยบายคุณผู้ชมครับ นโยบายสำคัญของการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้วก็การสนับสนุนทางการศึกษา โรงเรียนของรัฐไม่มีการเรียกเก็บค่าเล่าเรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนไปถึงมัธยมศึกษาตอนปลายเลยทีเดียวนะครับ ตลอดจนผู้ชมครับ โรงเรียนเอกชน แล้วก็โรงเรียนนานาชาติ อาจจะมีการใช้มีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันไป โดยมีเงินสนับสนุนบุตร จะยังคงจ่ายจนกว่าบุตรจะมีอายุครบ 18 ปี หรือว่า 25 ปี หากยังคงศึกษาอยู่นะ โดยทั้งหมดนี้ครับคุณผู้ชมครับ มาจากโครงสร้างภาษี แล้วก็การสนับสนุนสวัสดิการสังคม โดยโครงสร้างภาษีของเยอรมนีจะประกอบด้วยภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบก้าวหน้านะ แล้วก็ภาษีมูลค่าเพิ่มอัตรา 19 เปอร์เซ็นต์ อีก 7 เปอร์เซ็นต์ สำหรับสินค้าบางประเภทครับ ถือว่าเป็นกลไกสำคัญสำคัญในการสนับสนุนสวัสดิการสังคม ภาษีเหล่านี้แหละครับ คุณ ผู้ชมครับ นำไปใช้ในการบริหารจัดการเกี่ยวกับเรื่องของด้านสุขภาพด้านการศึกษา รวมถึงด้านสวัสดิการสำหรับครอบครัว นโยบายภาษีที่ครอบคลุมนี้ก็ช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี แล้วก็สามารถเข้าถึงสวัสดิการพื้นฐานได้อย่างทั่วถึงด้วยนั่นเองนะครับ (คุณวัฒนะ) ไปดูที่ความสูญเสียกันบ้างนะครับ คุณผู้ชม สสส. จัเมาไม่ขับร่วมกับทางสปาเครือข่ายมีการร่วมกันจับมือกัน จัดงานที่เรียกว่าวันรำลึกถึงผู้สูญเสีย จากอุบัติเหตุทางถนน ไปชมบรรยากาศการว่าการจัดงานครั้งนี้ มีภาพรวมเป็นอย่างไรล่ะครับ การจัดงานครั้งล่าสุดนะครับคุณผู้ชม ซึ่งคุณสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ในฐานะที่ปรึกษาของคณะกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุ เพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนนรัฐสภา และในส่วนของคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานร่วมในพิธีวันรำลึกถึงผู้สูญเสียอุบัติเหตุทางถนน การจุดเทียน การวางดอกกุหลาบ ยืนไว้อาลัย เพื่อเป็นการเตือนใจให้กับพี่น้องประชาชน ได้ตระหนักถึงพฤติกรรมเสี่ยงในการใช้รถใช้ถนนด้วยนะครับ ว่าจะเป็นการร่วมกันรำลึกถึงอุบัติเหตุทางถนน ที่จากไป โดยมีเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย ผู้แทน un hcr คือผู้แทนจากองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทยอุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทยมูลนิธิเมาไม่ขับ ประธานกรรมการมูลนิธิประชาปลอดภัย ผู้แทนจากภาคที่เครือข่ายต่าง ๆ เข้าร่วมพิธีดังกล่าว จัดขึ้นณอาคารสำนักงานองค์การสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานครครับ คุณผู้ชมเห็นอยู่ในหน้าจอขณะนี้ คุณสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย นะครับ กล่าวว่าเป็นที่ทราบกันดีว่าอุบัติเหตุการจราจรเป็นปัญหาสำคัญของโลก แล้วได้ก่อให้เกิดความสูญเสียในชีวิตทรัพย์สินของประชากรของโลกอย่างมหาศาล การที่องค์การสหประชาชาติ และมีการกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 3 ของเดือนพฤศจิกายน เป็นวันรำลึกถึงผู้สูญเสียทางอุบัติเหตุทางถนน นับเป็นสิ่งที่ดีที่พวกเรา จะได้ร่วมกันรำลึกถึงผู้ที่จากไป อีกทั้งยังเป็นการเตือนสติด้วยนะครับ กับผู้ที่อยู่ข้างหลัง ให้ใช้ชีวิตบนความไม่ประมาทด้วย อย่างไรก็ตามปัญหาความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนครั้งนี้ที่เกิดมาย้อนไปนะครับ ส่งผลให้ประชากรของโลกต้องเสียชีวิตปี 1 1 ไม่ต่ำกว่า 1,500,000 คนเดียวนะครับ นอกจากนี้มีอาการบาดเจ็บและพิการต่ำไม่มากกว่า 10 ล้านคน ดังนั้น อุบัติเหตุบนท้องถนนถ้าทุกคน ช่วยกันลดปัจจัยเสี่ยงได้ด้วยการขับขี่รถโดยมีความมีสติ ไม่ประมาท ก็จะสามารถลดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ จากอุบัติเหตุบนท้องถนนไปได้ ถัดมาคุณสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ยังได้กล่าวเพิ่มเติมและพบว่าตนเองมีความตั้งใจคาดหวังว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะไม่ต้องจัดงานวันรำลึกถึงผู้สูญเสีย จากอุบัติเหตุทางถนน แต่จะเป็นวันที่เราประสบความสำเร็จ ในการที่จะก้าวไป รายการที่สร้างถนน ไม่เพียงแต่ในการที่ประเทศไทย จะไปถนนแห่งความปลอดภัย ในการเดินทางเพียงเท่านั้น ที่ต้องเดินแต่มนุษยชาติทั้งโลกเราจะต้องมีสิทธิ์ในการเดินทางบนท้องถนนได้อย่างปลอดภัยด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามนะครับ ตนหวังว่าการจัดงานครั้งนี้จะเป็นพลังร่วมกันในการปรับเปลี่ยนเข้าสู่การขับเคลื่อนภารกิจที่สำคัญของมนุษยชาติ ไปสู่วันที่พวกเราตั้งความหวังไว้ นั่นก็คือวันแห่งความปลอดภัย ของการเดินทางบนท้องถนนครับไปฟังเสียงบางช่วงบางตอน ของคุณสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ในฐานะที่ปรึกษาของคณะกรรมการ ที่มีการจัดงานครั้งนี้ด้วยนะครับ (คุณสุรชัย) ผมได้แต่ตั้งความหวังว่าจะมีวันหนึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ที่พวกเราไม่ต้องจัดงานวันโลกรำลึกแห่งความสูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนน แต่จะเป็นวันที่เราประสบความสำเร็จ ในการที่ก้าวไปสู่การที่จะสร้างถนน ไม่แต่เพียงในประเทศไทย ให้เป็นถนนแห่งความปลอดภัย ในการเดินทาง แต่มนุษยชาติทั้งโลก จะต้องมีสิทธิ์ในการเดินทาง บนท้องถนนได้อย่างปลอดภัย การจัดงานทุกปีที่พวกเราได้จัดขึ้นในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤศจิกายนนั่นนี่ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นพลังร่วมกันอันสำคัญของพวกเราภาคีเครือข่ายทั้งหลาย ในการจะแปรเปลี่ยนพลังนี้ไปสู่การร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของมนุษยชาติ ไปสู่วันที่พวกเราตั้งความหวังไว้ คือวันแห่งความปลอดภัย ในการเดินทางบนท้องถนน ในขณะที่อีก 1 ท่านนะครับ คือคุณนิกร จำนง ประธานมูลนิธิประชาปลอดภัย ก็ได้เปิดเผยถึงความสำคัญของกิจกรรมวันรำลึกถึงเหยื่อผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนนะครับ บอกว่ากิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ทั่วโลกจัดขึ้นนะครับ เป็นการรำลึกถึงผู้สูญเสียทางถนนเป็นการชี้ให้เห็นถึงความสำคัญ ในการไตร่ตรอง ถึงความสูญเสียที่สามารถที่จะป้องกันได้ และมุ่งมั่นในการที่จะหาทางแก้ไขต่อไป ในขณะที่ประเทศไทยของเรา ยังคงมีอัตราการสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน ที่สูงมากในปีนี้ พร้อมกับมีการยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่น่าเศร้าที่เกิดขึ้น นั่นก็คือการสูญเสียชีวิตของเด็กนักเรียนจากเหตุการณ์รถบัสไฟไหม้ ซึ่งไม่ควรจะเกิดขึ้น ก็เป็นการสะท้อนถึงปัญหาเชิงระบบด้านความปลอดภัยทางถนนที่จะต้องเร่งแก้ไขต่อไปนะครับ นอกจากนี้คุณนิกร ยังเปิดเผยถึงความคืบหน้า และความหวังจากการดำเนินการของทางรัฐสภา อยู่ห้องกันกับความก้าวหน้าใ นการทำงานของคณะกรรมการศึกษาพิจารณา แนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุ เพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนนของทางรัฐสภา ซึ่งเป็นงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ได้มีการผลักดันให้เกิดเรื่องใหม่ ๆ เกิดขึ้น โดยคณะกรรมการชุดนี้จะเร่งรัดการดำเนินการของฝ่ายบริหาร ก็คือทางรัฐบาล แล้วจะไปต่อยอดรวมเร่งของฝ่ายตุลาการ ผลักดันร่วมกัน โดยเฉพาะกลไกของศาล ที่เกี่ยวข้องกับคดีของจราจรด้วย ถัดมานะครับ คุณนิกร จำนง ยังได้กล่าวเชิญชวนภาคีทุกส่วน ความร่วมมือการลดจำนวนการสูญเสียอุบัติเหตุ ทางถนนในแต่ละปี โดยระบุว่าทุกฝ่ายต้องวาดภาพแห่งอนาคตที่ลดความสูญเสียจะถูกแทนที่ด้วยเรื่องราวของความสำเร็จ ในการป้องกัน การช่วยเหลือประชาชนให้ได้มากที่สุด ทุกคนต้องก้าวต่อไปยังไม่ท้อถอย จนกว่าจะหมดอุบัติเหตุบนท้องถนนจะลดลง และได้มีการพูดถึงตามที่พึงประสงค์ไว้นะครับ คุณผู้ชม หากพูดถึงการใช้รถใช้ถนนในช่วงเวลาจากนี้ไป ต้องจับตาไปที่ช่วงปลายปีฉลองปีใหม่ กับอยากจะให้คุณผู้ชม และมีการตรวจสอบสภาพรถไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้วก็เตรียมความพร้อมต่าง ๆ ดูแลความปลอดภัยร่วมกัน ลดการสูญเสียเรื่องความทางถนนด้วยนะคะ (คุณณัฐภัทรพล) เมื่อสักครู่นี้ผมเห็นตัวเลขนะครับ ผู้ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนนะครับคุณผู้ชมครับ ปี 2564 นะ ถ้าเราจำได้ ช่วงนั้นเป็นช่วงของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเลยนะ คุณวัฒนะ อยู่ที่ประมาณ 160 กว่าบาทเมื่อสักครู่นี้18000 19000 ถือว่าเป็นการเดินทางที่นอนยกเว้นนะคนนี่เขาอยู่บ้านเพื่อที่จะมีการป้องกันตัวเองจากโควิด-19 นะครับผม (คุณวัฒนะ) ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เราจะได้ร่วมกันกับรายการที่จะทำให้ความสูญเสียความสุขต่าง ๆ ได้ลดลงในประเทศใจของเราด้วยนะครับ ช่วงนี้ไปติดตามความเคลื่อนไหวข่าวต่างประเทศกั บ คุณกันต์พจน์กันครับ ล่าสุดมีการพบกันประวัติสีจิ้นผิง ในส่วนของโจไบเดน เป็นการแลกเปลี่ยนกันช่วงสุดท้าย หลังจากนี้ไป จะมีการเปลี่ยนอำนาจไปเดินทางด้วยนะครับ วันเสาร์ที่ผ่านมามีการประชุมที่ประเทศเปรูนะครับ มีเวลา 2 ชั่วโมงที่ผู้นำจากสหรัฐฯ และจีนได้มีการปรึกษาหารือกัน ซึ่งโจ ไบเดน ครับ ก็เหมือนกับสี จิ้นผิง เหมือนกันนะครับ ถ้าว่าตลอด 7 เดือนนั้นไม่ได้มีการพบปะหารือกัน มีการพูดคุยกันครับ ว่าพูดถึงเรื่องของความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ ว่าถึงแม้ว่าส่งไม่ได้จะมีความขัดแย้งกันนะครับ มีการ... มีก็มีการแข่งขันกันนะครับ แต่ว่าความขัดแย้งก็ไม่มาก นะครับส่วน สี จิ้นผิง ออกมาพูดว่าไม่อยากให้สหรัฐฯไม่ควรไปยุ่งกับเรื่องของไต้หวันและทะเลจีนใต้ ก็เป็นการเปิดไว้ก่อนนะความเคลื่อนไหวของจีนและสหรัฐอเมริกายังคงมีอย่างต่อเนื่องนะครับ ภายใต้อำนาจของโดนัลด์ ทรัมป์ เดี๋ยวช่วงหน้าตามกันต่อ ห้องข่าวรัฐสภาจะได้เมื่อเช้า ช่วงข่าวต่างประเทศ ช่วงนี้ไปพักกันก่อนสักครู่ครับ [เสียงดนตรี] [เสียงโฆษณา]